The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่มโครงงานเกี่ยวกับ lgbtq+

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SeksEkseK, 2023-01-23 09:51:50

พวกเราไม่แตกต่าง

รูปเล่มโครงงานเกี่ยวกับ lgbtq+

โครงงานบูรณาการ พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” จัดทำโดย นายคงศักดิ์ งามสัจจพร เลขที่ 2 ม.5/11 นางสาวนรมน กังวล เลขที่ 10 ม.5/11 นางสาวอมรทิพย์ ระวิยะพานิชย์ เลขที่12 ม.5/11 นายพรรษกร ทองดี เลขที่ 15 ม.5/11 นายวริทธิ์ พูลสวัสดิ์ เลขที่16 ม.5/11 นายสัภยา อ่อนเกตุ เลขที่ 17 ม.5/11 นางสาวอภิชญา ตรีรัตน์ฤดี เลขที่18 ม.5/11 นางสาวปุณยาภรณ์ พัฒนะ เลขที่ 33 ม.5/11 นางสาวพิมพ์ลภัส กล่ำสมบัติ เลขที่ 38 ม.5/11 นางสาวแพรวา รุ่งภิญโญ เลขที่42 ม.5/11 ครูที่ปรึกษา คุณครู กิตติชัย บุตรหงส์ คุณครู สุรีย์ พัฒนาวนิชกุล คุณครู เบ็ญจมาศ วิจิตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนโยธินบูรณะ


กิตติกรรมประกาศ โครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ได้เพราะได้รับการอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูล จากบทความ วิจัย และเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ ขอบพระคุณคุณครูกิตติชัย บุตรหงส์คุณครูสุรีย์ พัฒนาวนิชกุล และ คุณครูเบ็ญจมาศ วิจิตร ที่ให้ คณะผู้จัดทำให้ได้มีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนและชี้แนะแนวทางการแก้ไขรวมไปจนถึง เรื่องระยะเวลาตลอดการดำเนินงาน คณะผู้จัดทำ ก


ชื่อโครงงาน : พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” ผู้จัดทำ : คงศักดิ์ งามสัจจพร นรมน กังวล อมรทิพย์ ระวิยะพานิชย์ พรรษกร ทองดี วริทธิ์ พลูสวัสดิ์ สัภยา อ่อนเกตุ อภิชญา ตรีรัตน์ฤดี ปุณยาภรณ์ พัฒนะ พิมพ์ลภัส กล่ำสมบัติ แพรวา รุ่งภิญโญ ครูที่ปรึกษา : คุณครู กิตติชัย บุตรหงส์ คุณครู สุรีย์ พัฒนาวนิชกุล คุณครู เบ็ญจมาศ วิจิตร ปีการศึกษา : 2565 ข


บทคัดย่อ โครงงาน พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการรู้เกี่ยวกับประชากร กลุ่มความหลากหลายทางเพศ มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มประชากรทั่วไปต่อปัญหาสุขภาวะในมิติต่าง ๆ ทั้งสุข ภาวะ ทางกาย ใจ และสังคม โดยปัญหาสุขภาวะเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางสังคมอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ ของ ประชากรกลุ่มความหลากหลายทางเพศอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งการกลั่นแกล้งรังแก การเลือกปฏิบัติ และ ทัศนคติเชิงลบต่อความหลากหลายทางเพศ ทั้งนี้ปัจจัยทางสังคมและชุมชน (social and community pathways) เป็นหนึ่งในปัจจัยตัวกลางที่ส่งผลต่อ สุขภาวะของประชากรกลุ่มความหลากหลายทางเพศ และกลุ่ม คนที่มีความสำคัญต่อสุขภาวะ ของประชากรกลุ่มความหลากหลายทางเพศได้แก่ พ่อแม่/สมาชิกครอบครัว, เพื่อน, คู่ชีวิต, และผู้ให้บริการสุขภาพ โดยนับได้ว่า ประชากรทั้ง 4 กลุ่มดังกล่าวนี้เป็นองค์ประกอบของปัจจัยทางสังคม และชุมชนที่สำคัญ คณะผู้จัดทำจึงกำหนดกรอบแนวคิดในการทำ ความเข้าใจ ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบและเครื่องมือใน การสนับสนุนพ่อแม่/สมาชิกครอบครัว เพื่อน และ คู่ชีวิต ของ LGBTI+ และผู้ ให้บริการสุขภาพ และศึกษารูปแบบ การให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตรและมีคุณภาพต่อกลุ่ม LGBTI+ ในประเทศไทย ค


สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ ก เกี่ยวกับโครงงาน ข บทคัดย่อ ค บทที่ 1 บทนำ หลักการและการให้เหตุผล 8 วัตถุประสงค์การศึกษา 8 แผนการดำเนินการ 9 ขอบเขตการศึกษา 9 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 9 บทที่ 2 ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง นิยามของ LGBTQ+ 10 ปัญหาสุขภาพและการป้องกัน 12 กฎหมาย 16 สถิติที่เกี่ยวข้อง 18 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา คิดหัวข้อโครงงาน 20 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 20 ขั้นตอนการปฏิบัติ 20


หน้า บทที่ 4 ผลการศึกษาและการวิเคราะห์ ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 22 การวิเคราะห์ข้อมูลการนำเสนอ 25 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษา 27 อภิปรายผล 27 ข้อเสนอแนะจากผลของโครงงาน 28 ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาครั้งต่อไป 28 บรรณานุกรม 29 ภาคผนวก 31 ประวัติผู้จัดทำ 35


8 บทที่1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล ในสังคมปัจจุบัน มีการยอมรับ ความหลากหลายทางเพศที่สาม หรือที่เรียกว่า LGBTQ+ มากขึ้น ซึ่งกลุ่มคน LGBTQ+ มีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตเป็นจำนวนมาก การใช้ยา การเปิดใจยอมรับกับตัวเองและ สังคม อาจจะรวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ การเรียกร้องสิทธิให้มีความเท่าเทียมเท่ากับหญิงและชาย สร้างความตระหนักรู้ให้สังคมว่าไม่ใช่เรื่องผิดแปลก รู้จักคุณค่าของตนเอง และภาคภูมิใจ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบมีดังนี้ 1. สังคม เช่น ครอบครัวไม่สามารถยอมรับ 2. สภาพแวดล้อม เช่น เกิดในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย 3. ยา เช่น ถ้าไม่มีความเข้าใจ อาจจะเกิดอันตายต่อชีวิต รวมไปถึงการให้การศึกษาสร้างความเข้าใจตั้งแต่เด็ก ทั้งทางตรงและทางอ้อม 1.2 วัตถุประสงค์การศึกษาค้นคว้า 1.2.1 เพื่อศึกษาปัญหาทางสุขภาพจิตของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ และแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหา และรักษาปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้น 1.2.2 เพื่อทำให้ผู้ที่มาศึกษาได้ตระหนักถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ 1.2.3 เพื่อทำให้ประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคม


9 1.3 แผนการดำเนินการ 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.4.1 ด้านเนื้อหา การศึกษาในครั้งนี้ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับความรู้และความเข้าใจ LGBTQ+ จากบุคคลที่ได้ทำการ สอบถาม ซึ่งมาจากกลุ่มวัยรุ่นหลากหลายวัฒนธรรมทางสังคม การให้ความรู้เชิงลึกแก่บุคคลทั่วไป ทุกเพศทุกวัยที่ สนใจศึกษาในเรื่องนี้การเคารพสิทธิส่วนบุคคล รสนิยม เพศวิถี ฯลฯ การเข้าใจ ยอมรับ ปฏิบัติและสนับสนุนใน การผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ 1.4.2 ด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ( 7 พฤศจิกายน 2565 - 23 มกราคม 2566 ) 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1 ได้ความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ+ ในเชิงลึก เช่น ความหมายของตัวอักษรแต่ละตัวของ LGBTQ+ 1.5.2 ได้ร่วมเป็นกระบอกเสียงที่เป็นแรงผลักดันการยอมรับ LGBTQ+ ในสังคม 1.5.3 เข้าใจและปฏิบัติต่อ LGBTQ+ อย่างถูกต้อง เท่าเทียมและเคารพสิทธิส่วนบุคคล ขั้นตอนดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินงาน พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1.คิดหัวข้อโครงงาน 2.ศึกษาค้นคว้าข้อมูล 3.จัดทำเค้าโครง 4.บทที่ 1 และ บทที่ 2 5.บทที่ 3 6.ลงมือปฏิบัติ 7.บทที่ 4 8.บทที่ 5 9.นำเสนอ


10 บทที่2 ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำโครงงานเรื่อง พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” ( LGBTQ+) ผู้ดำเนินงานได้รวบรวมทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. นิยามของ LGBTQ+ 2. ปัญหาสุขภาพและการป้องกัน 3. กฎหมาย 4. สถิติที่เกี่ยวข้อง 1. นิยามของ LGBTQ+ LGBTQ+ คือ ความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นความชอบที่หลากหลายเฉพาะบุคคล เฉกเช่นเดียวกับการ ชื่นชอบสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น รูป รส กลิ่น สี รสนิยมต่างๆ โดยไม่ได้เกิดจากความผิดปกติจากส่วนใด ส่วนหนึ่งของร่างกายแต่อย่างใด LGBTQ+ คืออะไร? คือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยตัวอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัว เป็นตัวแทนของความ หลากหลายทางเพศแบบหนึ่ง โดยเพศวิถีใน LGBTQ+ (แอล-จี-บี-ที-คิว-พลัส) มีดังนี้ L – Lesbian (เลสเบี้ยน) : ผู้หญิงที่รักผู้หญิง G – Gay (เกย์) : ผู้ชายที่รักผู้ชาย B – Bisexual (ไบเซ็กชวล) : ชายหรือหญิงที่มีความรักกับเพศเดียวกัน หรือเพศตรงข้ามก็ได้ T – Transgender (ทรานส์เจนเดอร์) : ผู้ที่เปลี่ยนแปลงเพศสภาพของตน ไปเป็นเพศตรงข้าม Q – Queer (เควียร์) : คนที่ไม่จำกัดตนเองเป็นเพศใด ๆ และไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ และตัวย่อนี้ ยังรวมถึงบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอื่น ๆ (+) อีกด้วย


11 “ความหลากหลายทางเพศ “ไม่ใช่โรค หรือความผิดปกติ” สมัยก่อนมีการมองว่า การรักใคร่ชอบพอในเพศเดียวกัน เป็นสิ่งที่ผิดปกติ มีเอกสารระบุว่า “กะเทย” คือ ผู้ มีความผิดปกติทางจิต ซึ่งความคิดเหล่านี้ล้วนถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรม หรือบรรทัดฐานทางสังคมในยุคนั้น ๆ เป็นเหตุให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศในอดีต ไม่ได้รับสิทธิ และการยอมรับจาก สังคมเท่าที่พวกเขาควรจะได้รับ ปัจจุบันในทางการแพทย์ บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ “ไม่ได้เป็นโรค” หรือ “มีความผิดปกติทาง จิตใจ” แต่อย่างใด โดยการเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ อาจเกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้ง ภายในร่างกาย เช่น ระดับฮอร์โมน สารเคมีในสมอง และภายนอกร่างกาย เช่น รูปแบบการเลี้ยงดู วัฒนธรรม หรือ พื้นฐานทางสังคมที่หล่อหลอมขัดเกลาบุคคล “ความหลากหลายทางเพศ จึงไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด” ‘Unisex’ มากกว่าแฟชั่นคือความเท่าเทียม ยุคปัจจุบันกระแสนิยมและแนวคิดใหม่ๆ ว่าด้วยเรื่องเพศสภาพเกิดขึ้นมากมาย แฟชั่นเครื่องแต่งกายก็เป็น อีกหนึ่งสิ่งที่มีการขยับตามความเคลื่อนไหวทางสังคมเช่นกัน และเมื่อเรามองดูเทรนด์แฟชั่นในสังคมร่วมสมัย ความสงสัยมากมายก็ผุดขึ้น สังเกตได้จากที่สมัยนี้เริ่มมีเหล่าศิลปิน ดารา หรือแม้แต่คนรอบตัววัยรุ่นด้วยกัน เริ่ม หันมาแต่งตัวแบบ ‘unisex’ จนเป็นกระแสไวรัลให้เห็นกันบ้าง หรือบางทีก็มักพบได้จากคอนเทนต์ใน YouTube Facebook หรือสื่อโซเชียลทั้งหลาย หมวดเสื้อผ้าแฟชั่นประเภทหนึ่งอย่าง unisex อันหมายถึงแฟชั่นที่เหมาะสมกับทุกเพศ ไม่แบ่งแยกในความ เป็นชาย ความเป็นหญิง ซึ่งแม้จะเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ยุค ’60 แต่คำว่า unisex ณ วันนี้ อาจมี หน้าตาเปลี่ยนไป เพื่อให้สอดรับกับแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในปัจจุบัน ปรากฏการณ์ unisex ในไทย และเสรีภาพการแต่งกาย ประเทศไทยที่ล่วงเข้าสู่ปี 2565 หรือที่ว่ากันว่า นี่คือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย เรียกได้ว่าเป็น ยุคที่แนวคิดใหม่ๆ เริ่มกลายเป็นแนวคิดกระแสหลักของคนเจน Z ที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการท้าทายขนบ ความคิดแบบเก่า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความแตกต่างหลากหลายทางเพศ ทำให้สังคมมีทัศนคติและมุมมองเรื่อง เพศในหลายมิติมากขึ้น มุมมองเรื่องเพศของคนรุ่นใหม่เป็นที่ถกเถียงและถูกยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สังคมเริ่มตระหนักถึงความ หลากหลายของผู้คน และเมื่อประเด็นความหลากหลายทางเพศถูกขับเคลื่อน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแฟชั่นก็ เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็มีการ ออกแบบภายใต้นิยาม unisex ด้วยเช่นกัน


12 กระแสความตื่นตัวเมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา เหล่าดาราและศิลปินในประเทศไทยเริ่มแต่งตัวด้วยสไตล์ unisex ให้เห็นอยู่ไม่น้อย ซึ่งพวกเขาต่างยืนยันว่า การแต่งตัวไม่เพียงเป็นการส่งเสริมให้เกิดการยอมรับกันและกัน ในเรื่องเพศเท่านั้น แต่ยังแสดงถึง self-esteem หรือการเห็นคุณค่าในตนเอง อย่างไรก็ดี unisex อาจไม่ได้เป็นเครื่องแต่งกายที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่ม LGBTQ+ โดยตรง ต่าง จากแฟชั่นของ LGBTQ+ ที่จะค่อนข้างโดดเด่นจัดจ้านมากกว่า เพื่อเน้นการสำแดงอัตลักษณ์ตัวตน การแสดงออกผ่านการสวมใส่เสื้อผ้าอาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คนสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ของตนไปสู่ โลกภายนอกได้อย่างเสรี และในขณะที่แฟชั่นถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ แต่ก็ ไม่อาจไปได้ไกลมากนัก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มุ่งเน้นการสร้างผลกำไรเป็นหลัก ในท้ายที่สุด แฟชั่นก็คืออุตสาหกรรมที่แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความแปลกใหม่และสุนทรียศาสตร์เพื่อให้ บรรลุอุดมคตินี้ โดยมีนักออกแบบเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากผู้ถูกกดขี่ในอดีต แต่ก่อนที่เราจะยินดีกับอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ทำให้การแบ่งแยกเพศเป็นเรื่องของอดีต สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ แรงจูงใจ แนวทางปฏิบัติ และข้อจำกัดของตัวมันเองด้วยเช่นกัน ในโลกยุคใหม่ที่ผู้คนเริ่มเข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศว่าเป็นสิ่งปกติ สิ่งที่เคยมองว่าแปลกก็อาจไม่ใช่ เรื่องแปลกในสายตาคนทั่วไป สุดท้าย unisex ซึ่งเป็นแฟชั่นที่ไม่ได้ถูกผูกติดกับเพศใดๆ ก็อาจไม่มีความจำเป็นอีก ต่อไป แต่ไม่ว่ายุคสมัยจะผ่านไปขนาดไหน สิ่งที่ต้องยึดหลักการไว้ให้มั่นก็คือ เราทุกคนล้วนมีสิทธิในการแต่งกาย อย่างเสรี บนพื้นฐานของการเป็นตัวของตัวเอง และมีคุณค่าในตัวเอง เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว 2. ปัญหาสุขภาพและการป้องกัน 2.1 ปัญหาสุขภาพ "เด็กและเยาวชน" ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตมากขึ้นโดยเฉพาะสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนผู้มีความ หลากหลายทางเพศจะยิ่งมีความทุกข์ใจมากขึ้น ทั้งจากการขาดแรงสนับสนุนอย่างกลุ่มเพื่อน การที่ไม่สามารถ แสดงออกถึงตัวตนที่บ้านได้ หรือแม้แต่เจอเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวต่อตนเอง เด็กและเยาวชนบางส่วน ยังถูกกดดัน หรือถูกทำร้ายจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว โรงเรียน หรือคนในชุมชน เพียงเพราะไม่ได้ เป็นไปตามค่านิยมที่สังคมคาดหวัง o 70 - 80% เด็กหลากหลายทางเพศซึมเศร้า


13 งานวิจัย สุขภาพจิตและสุขภาวะของเด็กและเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ซึ่งมูลนิธิ ช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น และนำเสนอในงาน “HEARTS MATTER: สุขภาพใจเยาวชนเพศหลากหลาย” จัดโดยมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) หรือ Save the Children (Thailand) Foundation ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยการสำรวจดังกล่าว จะศึกษาในกลุ่มเยาวชนหลากหลายทางเพศ อายุ 15-24 ปีในประเทศไทย ผ่าน แบบสอบถามออนไลน์จำนวน 3,094 คน และสัมภาษณ์ออนไลน์ 38 คน สรุปผลวิจัยเด็ก 70-80 %ของผู้เข้าร่วมมีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า โดยเยาวชนกลุ่มนี้ถูกกระทำความ รุนแรงในหลายรูปแบบ เช่น 75.8 % เคยถูกล้อเลียน 42.4 % เคยถูกบังคับให้พยายามเปลี่ยนตัวตนทางเพศ และ เกินครึ่งเคยถูกคุกคามทางเพศทั้งออนไลน์และต่อหน้า ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เกินครึ่งของผู้เข้าร่วมเคยคิดฆ่าตัวตาย ในปีที่ผ่านมา เยาวชน LGBTQ กับความเสี่ยงในเรื่องสุขภาพจิต หลายคนกล่าวว่า ตอนนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น มีการยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่สังคมเข้า ใจความหลากหลายทางเพศจริงๆ เหรอ เรายังมักได้ยินคนพูดว่า ชอบอยู่กับเพื่อนกะเทย กะเทยตลกดี เรียกเสียงหัวเราะได้ ทั้งที่คนที่แสดงออกว่า เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวตลก หรือต้องตลกเพื่อให้อยู่ในสังคมได้ หรือการเหมา รวมอื่นๆ เช่น คิดว่าทอมดี้ทุกคนชอบความรุนแรง กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ก็เป็นคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป มีบุคลิกภาพที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันมีการยอมรับในเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศมากมาย มีทั้งที่มีคำนิยามและยังไม่มีคำนิยาม เช่น Gay, Bisexual, Transgender หรือ Questioning (Gueer) แต่ที่สำคัญ สังคมเปิดกว้างให้การยอมรับและเข้าใจในเรื่อง ความหลากหลายทางเพศแล้วหรือไม่ หลายคนยังคงระบุคนตามเพศสภาพ ตัวอย่างเช่น คนนี้เป็นทอม คนนี้มีแฟน เป็นทอม คนนี้เป็นเกย์ ผมไม่กล้าอยู่กับเค้าสองต่อสองกับเค้าหรอก กลัวเค้าจะทำอะไร ทำไมถึงไม่มองว่าเค้าคือ คนคนหนึ่ง เค้ามีชื่อเรียก เค้าชื่อ เอ ไม่ได้ชื่อ เอที่เป็นทอม เอที่เป็นเกย์ เอที่เป็นกะเทย เป็นดี้ หรืออะไรที่จะนิยาม นอกจากเยาวชนกลุ่มหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จะต้องต่อสู้กับความ สับสนภายในตัวเอง ว่าแท้จริงแล้วเรามีอัตลักษณ์ทางเพศแบบไหนกันแน่ พ่อแม่และเพื่อนจะยอมรับได้หรือไม่ที่เรา มีรสนิยมทางเพศแบบนี้ จะรังเกียจเราหรือไม่ พวกเขายังต้องรับมือจากการปฏิบัติจากสังคมอันจะส่งผลต่อสภาพ จิตใจของเยาวชนคนนั้น


14 การสำรวจของ Trevor Project พบว่า 1 ใน 3 ของเยาวชน LGBTQ ถูกคุกคามหรือถูกทำร้ายเนื่องจากอัต ลักษณ์ทางเพศ และจากการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 40,000 คน พบว่า 46% ของกลุ่มตัวอย่างต้องการความ ช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และครึ่งหนึ่งของเยาวชน LGBTQ เคยพยายามฆ่า ตัวตาย และ 68% ของกลุ่มตัวอย่างมีอาการของโรควิตกกังวลและ 55 % มีเป็นโรคซึมเศร้า และมีการพบว่า เยาวชน LGBTQ ถูกไล่ออกหรือหนีออกจากบ้านเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศ และยังมีปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อ เยาวชน LGBTQ มากกว่า 40% ไม่กล้าไปพบจิตแพทย์ เพราะต้องขออนุญาตจากผู้ปกครอง ซึ่งในประเทศไทย น้องญา ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา เยาวชนผู้ยื่นขอแก้กฎหมายเพื่อเพื่อนที่มีอาการซึมเศร้า เนื่องจาก พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 21 วรรค 3 กำหนดว่า กรณีผู้ป่วยมีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ต้องให้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล เป็นผู้ให้ความยินยอม ซึ่งน้องญาได้แจ้งว่า จากการเข้าร่วมประชุมเรื่องการให้บริการ ของจิตแพทย์กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีกับกรมสุขภาพจิต ได้ข้อสรุปว่า คำว่า “ผู้ป่วย” ในพระราชบัญญัติสุขภาพจิต หมายถึง บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งควรได้รับการบำบัดรักษา ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้ว เยาวชนที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์สามารถเข้าพบจิตแพทย์ได้โดยไม่ต้องให้ผู้ปกครองพาไป เมื่อเด็กเข้าพบ จิตแพทย์แล้ว จะได้รับการบริการให้คำปรึกษา การดูแลเบื้องต้นและสามารถตรวจสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ ซึ่งคุณ หมอจะประเมินในส่วนของภาวะอันตรายและเร่งด่วนในการบำบัดรักษา โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กและ เก็บรักษาความลับของคนไข้เป็นสำคัญ หากจะแจ้งผู้ปกครองจะต้องแจ้งเยาวชนก่อน 2.2 การป้องกัน การยอมรับ-ปฏิบัติต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ อย่างถูกต้องและเท่าเทียม ช่วงอายุ 5 – 8 เดือน ลูกจะเริ่มจำหน้าพ่อแม่ได้รับรู้และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แม้จะเห็นเพียง บางส่วนก็ตาม เขาจะรับรู้ว่าวัตถุอยู่ห่างจากตัวเองมากแค่ไหน มองเห็นโลกแบบสามมิติ มองเห็นสีได้มากขึ้นและ จดจำสิ่งต่าง ๆ แสดงอารมณ์ดีใจ ขัดใจ หันตามเสียงเรียก เริ่มทำเสียงพยางค์เดียวได้เช่น หม่ำ ป๊ะ เมื่อมีของตกลง พื้นสามารถมองตามได้ คว้าของมือเดียว สลับมือถือของได้ เริ่มพลิกคว่ำพลิกหงาย จะเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น และ สนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น อยากรู้อยากเห็น อยากจับของทุกอย่างเด็กวัยนี้จะเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้น ลูกอาจมีอาการคัน เหงือกและหยิบจับสิ่งของเข้าปากมากขึ้นกว่าเดิม • ไม่เปรียบเทียบเรื่องเพศของสมาชิกในครอบครัวกับใคร และควรส่งเสริมการรู้คุณค่าในตนเอง • เพิ่มการสื่อสารในเชิงบวก พูดคุย เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้บอกเล่าเรื่องราว • ใส่ใจความรู้สึก ให้ความสำคัญ และชื่นชมในสิ่งที่สมาชิกในครอบครัวทำได้ • สังเกตพฤติกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากอาจต้อง เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย และทางด้านจิตใจ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าตนเองรู้สึก แปลกแยกจากสังคม หรือมีพฤติกรรมการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม ใช้ความรุนแรง มีอาการซึมเศร้า เป็นต้น


15 • ปฏิบัติต่อบุคคลในครอบครัว โดยให้เกียรติความหลากหลายทางเพศ “ที่บุคคลนั้นเป็นผู้เลือก” • เคารพสิทธิส่วนบุคคล ไม่ถามถึง รสนิยมทางเพศ ของสมาชิกในครอบครัว • ไม่ตัดสินเพศวิถีจากรูปลักษณ์ภายนอก และการแสดงออกของสมาชิกในครอบครัว แนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติ • ไม่คาดเดาเกี่ยวกับเพศสภาพ (gender) หรือความสัมพันธ์ของบุคคลอื่น • เคารพในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ถามคำถามที่เป็นการละลาบละล้วงหรือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรถามผู้อื่นหรือ คาดหวังว่าผู้อื่นจะไม่ถามตนเอง เช่น การถามเกี่ยวกับสรีระร่างกาย ความสัมพันธ์ ชีวิตทางเพศ หรือการ รับบริการทางการแพทย์ หากคิดว่าเป็นการเหมาะสมที่จะถามคำถามส่วนตัว ควรถามบุคคลนั้นก่อนว่าเขา ยินดีหรือไม่ • อย่าคาดหมายว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนพร้อมที่จะพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับความ หลากหลายทางเพศ อย่าคาดหมายว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเด็น นี้ หากต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมควรทำการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง • เคารพในความเป็นส่วนตัว ไม่บอกผู้อื่นเกี่ยวกับเพศสภาพ รวมถึงสถานะของการเป็นบุคคลข้ามเพศของ ผู้อื่น สำหรับบุคคลข้ามเพศ (transgender) เมื่อเปลี่ยนผ่าน (transition) บุคคลนั้นจะนิยามตนเองโดย เพศที่บุคคลนั้นต้องการ เช่น เป็นชาย หรือเป็นหญิง ไม่ใช่บุคคลข้ามเพศ บุคคลบางบุคคลอาจต้องการ การนิยามอื่น • เมื่อบุคคลปรารถนาให้ผู้อื่นคิดว่าตนมีเพศสภาพใด ก็ควรคิดและปฏิบัติต่อบุคคลนั้นตามเพศสภาพ • ใช้ชื่อและสรรพนามที่บุคคลนั้นต้องการ หากไม่แน่ใจ ควรถามด้วยความสุภาพ หากใช้ถ้อยคำผิด ควร แก้ไข ขอโทษและปล่อยผ่านไป ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ • เมื่อเขียนหรือกล่าวถึงบุคคลข้ามเพศ อย่าดูถูกอัตลักษณ์ของบุคคลนั้นโดยเขียนเน้นชื่อหรือสรรพนามที่ บุคคลนั้นต้องการด้วยวิธีการใด ๆ • ทำความเข้าใจว่าบุคคลข้ามเพศมีสิทธิที่จะใช้พื้นที่ที่เหมาะกับเพศที่บุคคลนั้นเลือก เช่น ห้องน้ำ ห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งในขณะและหลังการเปลี่ยนผ่าน • ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพให้เกียรติและศักดิ์ศรีอย่างที่พึงปฏิบัติกับผู้อื่น รวมถึงอย่างที่ตนคาดหวัง ให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อตนเอง


16 3. กฎหมาย เมื่อพูดถึงกฎหมาย หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากฎหมายอยู่ใน ชีวิตประจำวันของทุกคน กฎหมายอยู่กับเราตั้งแต่การแจ้งเกิดไปจนกระทั่งการแจ้งตาย แม้สิ่งเล็กน้อยที่เรา อาจมองข้าม เช่นลองเปิดกระเป๋าสตางค์ดูก็จะพบเห็นสิ่งของที่กำกับด้วยกฎหมายมากมาย ทั้งบัตร ประชาชน และใบขับขี่ “ที่ใดมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย” เพราะสังคมต้องอาศัยกฎหมายช่วยทำหน้าที่หลากหลายประการ ทั้งกำกับวิถีชีวิตและกิจกรรมของคนในสังคม เป็นกติกาคุ้มครอง ป้องกัน ให้สมาชิกในสังคมอยู่กันอย่างสงบ สุข เมื่อกฎหมายมีหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมของคนในสังคมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สงบสุข และ จัดการความขัดแย้ง กฎหมายจึงควรมีลักษณะสำคัญประการหนึ่งคือ เท่าทันต่อสถานการณ์ เพราะสภาพ สังคมและเศรษฐกิจย่อมไม่หยุดอยู่นิ่ง หากแต่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย กฎหมายจึงควรปรับเปลี่ยน เช่นกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม เช่นเดียวกันกับเรื่องเพศสภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ตามมาจากการมีเพศสภาพเช่นใดก็ตาม ก็นับเป็น หนึ่งในความต้องการของคนในทุกสังคม โดยจะเห็นว่าปัจจุบันผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถเปิดเผย ตัวได้เป็นการทั่วไป เราไม่ถือว่าพฤติกรรมการแสดงออกถึงความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ที่ผ่านมา เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจช่วยตอบโจทย์ท้าทายนี้อยู่บ้าง เช่น ในปี พ.ศ. 2555 กฎหมายที่เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารได้ยกเลิกการเรียกบุคคลข้ามเพศว่าเป็น “โรคจิตถาวร” ถือได้ว่าเป็นจุดเล็กๆ ที่สำคัญของการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กระทรวงยุติธรรมก็ได้เริ่มยกร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดรูปแบบการรับรอง สถานะความสัมพันธ์ให้กับคู่รักผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าหลายประเทศจะทยอย กันเริ่มยอมรับสถานะทางกฎหมายของคู่รักหลากหลายทางเพศ แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวในประทศไทยก็ ยังคงเป็นเพียงร่างอยู่เหมือนเดิม คนจำนวนหนึ่งมองว่าความล่าช้าดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความคาดหวัง และความเชื่อมั่นต่อรัฐซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน การที่ยังไม่มีกฎหมายใดๆเลยออกมารองรับหรือแม้แต่มาปรับใช้โดยอนุโลม ย่อมให้ผลราวกับว่า กฎหมายมองข้ามการมีตัวตน (visibility) และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีความหลากหลายทางเพศ และทำให้ กฎหมายหย่อนประสิทธิภาพในการดูแลสมาชิกในสังคมกลุ่มนี้ไปโดยปริยาย


17 การสมรสของคู่รักเพศเดียวกันถูกกฎหมายที่ไหนบ้าง ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 การสมรสของคู่รักเพศเดียวกันถูกกฎหมายในประเทศ 27 ประเทศ รวมถึงอาร์เจนตินา แคนาดา ไอร์แลนด์ มอลตา แอฟริกาใต้ อุรุกวัย และไต้หวัน และแอมเนสตี้กำลัง เรียกร้องให้ญี่ปุ่นปฏิบัติเช่นเดียวกัน เกร็ดความรู้ LGBTQ+ ในประเทศฝรั่งเศส • ฝรั่งเศส : 14 ปี แห่งการต่อสู้ จากกฎหมายคู่ชีวิต สู่การปลดล็อกกฎหมาย สร้าง #สมรสเท่าเทียม ในสมัยของประธานาธิบดีฌัค ชีรัก (Jacques Chirac) การต่อสู้ของกลุ่มเพศหลากหลายในฝรั่งเศสประสบ ความสำเร็จไปหนึ่งขั้น เมื่อรัฐสภาฝรั่งเศสได้ผ่านกฎหมายบันทึกทะเบียนคู่ชีวิต (Pacte civil de solidarité : PACs) ซึ่งเป็นกฎหมายสัญญาทางแพ่งเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันของสังคม โดยกฎหมายฉบับใช้บังคับตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2542 รับรองสิทธิในการจดทะเบียนคู่ชีวิต (Civil Partnership) ทั้งในคนต่างเพศและคนเพศเดียวกัน ในระดับที่ “ใกล้เคียง” กับคู่สมรสสามีภริยา อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีความหมายเท่าเทียมกับการ แต่งงาน ผู้ที่ทำสัญญาจึงมีสถานภาพเป็นผู้ทำสัญญา (Pacsé) ไม่ใช่คู่สมรส (Marié) ผู้ที่จดทะเบียนคู่ชีวิต (PACs) ได้นั้น จะต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว คือ มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ (ตามกฎหมายของฝรั่งเศส) ทั้งสองฝ่ายจะเป็นบุคคล เพศกำหนดเดียวกันหรือต่างเพศก็ได้ ซึ่งหมายความว่าหากคู่รักเพศชาย-หญิง ไม่ต้องการจดทะเบียนสมรส ก็ สามารถจดทะเบียนคู๋ชีวิตได้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาจดทะเบียนคู่ชีวิตต้องไม่มีทะเบียนสมรสหรือทะเบียนคู่ชีวิตอยู่ แล้ว เพื่อป้องกันการจดทะเบียนซ้อนนั่นเอง ทั้งนี้ ผู้ที่จะจดทะเบียนคู่ชีวิตนั้นไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติฝรั่งเศสทั้งสอง ฝ่าย แต่อย่างน้อยต้องมีฝ่ายหนึ่งที่มีสัญชาติฝรั่งเศส ผู้ที่จดทะเบียนคู่ชีวิต ก็จะมีความสัมพันธ์คล้ายๆ คู่สมรสสามี ภริยา ต้องอุปการะช่วยเหลือกัน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแก่กัน ต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การจัดการบ้านและสิ่งของจำเป็นในครัวเรือน ส่วนการจัดการทรัพย์สิน ปรากฏในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม ทรัพย์สิน ที่ได้มาหลังอยู่ร่วมกันต้องแบ่งคนละครึ่ง เว้นเสียแต่ว่าจะตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนเรื่องการรับมรดก คู่ชีวิตจะไม่มี สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเหมือนกรณีคู่สมรสชาย-หญิง แต่ถ้าคู่ชีวิตฝ่ายที่เสียไปเขียนพินัยกรรมไว้ และไม่มีปัญหาในการแบ่งมรดกกับทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิต ตัวคู่ชีวิตก็รับทรัพย์สินตามพินัยกรรมได้ ส่วน ประเด็นการรับบุตรบุญธรรมนั้น คู่ชีวิตไม่มีสิทธิรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน และไม่สามารถใช้วิธีผสมเทียมให้มีบุตรได้ อีกเจ็ดปี พ.ศ. 2549 มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มสิทธิให้ชีวิตสองเรื่อง คือสิทธิในการรับมรดก และเรื่องการ จัดการทรัพย์สินที่ได้มาหลังอยู่ร่วมกัน ใครได้มาก็ตกเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายนั้น แต่จะไปทำข้อตกลงเป็น ระบบทรัพย์สินร่วมหรือระบบสินสมรสก็ได้ ต่อมา Noël Mamère นายกเทศมนตรีของ Bègles และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคกรีน ได้ท้าทายแนวคิดสมรสในเพศเดียวกันในฝรั่งเศสครั้งแรกในวันที่ 5 มิถุนายน 2547 โดยการอาศัยช่องโหว่ทาง กฎหมาย จัดพิธีแต่งงานให้กับ Bertrand Charpentier และ Stéphan Chapin Mamère ตีความว่า ในประมวล กฎหมายแพ่ง มาตรา 144 ไม่ได้กำหนดว่าจะทำการสมรสไม่ได้หากคู่สมรสเป็นชายและชาย หรือหญิงและหญิง


18 เพียงแต่กำหนดอายุของชายและหญิงที่จะทำการสมรสกันได้ ต่อมาศาลก็ตัดสินให้การสมรสในครั้งดังกล่าวตกเป็น โมฆะ ต่อมาในสมัยของประธานาธิบดีฝรั่งเศสฟร็องซัว ออล็องต์ (François Hollande) ซึ่งมีนโยบายในการหา เสียงเลือกตั้งว่าให้เดินหน้าให้สิทธิเพศหลากหลายจดทะเบียนสมรสได้ ก็เริ่มปลดล็อกข้อจำกัดของกฎหมาย เพื่อ แก้ประมวลกฎหมายแพ่งอันมีบทบัญญัติที่กำหนดเรื่องการสมรส โดยรัฐสภาผ่านร่างกฎหมาย ประธานาธิบดีลง นามและประกาศใช้ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2556 กฎหมายรับรองสิทธิให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียน สมรสกันได้ตามกฎหมาย และมีสิทธิในการรับอุปการะบุตรบุญธรรมเหมือนคู๋สมรสชายหญิง ฝรั่งเศสจึงเป็น ประเทศลำดับที่เก้าของยุโรปและลำดับที่สิบสี่ของโลกที่มีการอนุญาตให้มีการแต่งงานของเพศเดียวกันได้อย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากผ่านกฎหมายให้คนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้แล้ว ข้อความในประมวลกฎหมายแพ่ง เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกฎหมายครอบครัวซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและ เพิ่มเติมบางมาตราขึ้น เช่น ในมาตรา 144 ได้ตัดคำบ่งบอกเพศในประเด็นอายุของชายและหญิงออก ให้ ความหมายของการสมรสว่าเป็นสัญญาที่เกิดจากคนสองคนไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศกัน เกิดสิทธิใน การรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน เป็นต้น 4. สถิติที่เกี่ยวข้อง ในเดือนไพรด์ (Pride Month) หรือเดือนแห่งความภูมิใจของคนกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) นี้ คิด for คิดส์ – ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว โดย 101 PUB และ สสส. ชวนผู้อ่านทำความเข้า ใจความเจ็บปวดที่เยาวชนชาว LGBTQ+ ของไทยต้องเผชิญ พร้อมทั้งสำรวจแรงสนับสนุนของเยาวชนต่อ ข้อเสนอนโยบายที่มุ่งเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างคนทุกเพศสภาพในสังคม ผ่านผลสำรวจเยาวชนไทย – คิด for คิดส์ Youth Survey 2022 การสำรวจเยาวชนไทยของ คิด for คิดส์ เป็นการสำรวจความรับรู้ คุณค่า และทัศนคติของเยาวชน อายุ 15-25 ปี ใน 5 มิติ ได้แก่ ความเป็นอยู่พื้นฐาน ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว การศึกษาและการทำงาน ความสัมพันธ์กับสังคมวงกว้าง และคุณค่าและทัศนคติ เพื่อมุ่ง ‘เข้าใจ’ เยาวชน รวมถึงเป็นข้อมูลสำหรับ การศึกษาวิจัยและพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้อง[1] ในการสำรวจรอบแรกในปีนี้ (2022) มีเยาวชนทั่วประเทศ ตอบแบบสำรวจกว่า 25,300 คน โดยจากผลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง 17,442 คน 12.7% นิยามเพศสภาพ ตนเองเป็น LGBTQ+


19 เพราะเป็นเยาวชน LGBTQ+ จึงเจ็บปวด ผลสำรวจเบื้องต้นฉายภาพให้เห็น ‘ความเจ็บปวด’ หรือปัญหาอย่างน้อย 3 ด้านที่เยาวชน LGBTQ+ พบเจอมากกว่าชายหญิง 1. อารมณ์และสุขภาพจิต: เยาวชน LGBTQ+ มีแนวโน้มที่จะเครียดกว่า โดดเดี่ยวกว่า รวมถึงรู้สึกมีคุณค่าและ เชื่อมั่นในตัวเองน้อยกว่า ▪ LGBTQ+ 44.2% รายงานว่าตนเครียดบ่อยมากถึงมากที่สุด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (27.9%) ถึง 16.3% หรือกว่าครึ่งเท่าตัว ▪ LGBTQ+ 30.0% รายงานว่ารู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากถึงมากที่สุด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (19.9%) 10.1% ▪ LGBTQ+ 10.7% รายงานว่ารู้สึกมีคุณค่าและเชื่อมั่นในตัวเองน้อยถึงน้อยที่สุด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชาย หญิง (7.3%) 3.4% 2. การถูกคุกคาม: หนึ่งในสาเหตุของความเจ็บปวดดังกล่าวอาจเป็นเพราะเยาวชน LGBTQ+ มีประสบการณ์ใน การถูกคุกคามทางร่างกายและจิตใจมากกว่า ▪ LGBTQ+ 42.5% รายงานว่าเคยถูกด่าทอและระราน (bully) เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (24.8%) ถึง 17.7% ▪ LGBTQ+ 20.8% รายงานว่าเคยถูกทำร้ายหรือลงโทษให้ร่างกายเจ็บปวด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (11.9%) 8.9% หรือเกือบหนึ่งเท่าตัว ▪ LGBTQ+ 6.3% รายงานว่าเคยถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (3.0%) ราว 3.3% หรือมากกว่าหนึ่งเท่าตัว 3. ความขัดแย้งกับครอบครัว: นอกจากถูกคุกคามแล้ว เยาวชน LGBTQ+ ยังมักขัดแย้งกับครอบครัวของตน มากกว่า ▪ LGBTQ+ 15.0% รายงานว่ามีความคิดเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันขัดแย้งกับผู้ใหญ่ในครอบครัวมากถึงมาก ที่สุด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชายหญิง (9.8%) 5.2% ▪ LGBTQ+ 16.4% รายงานว่ามีความคิดขัดแย้งในประเด็นสังคมและการเมืองมากถึงมากที่สุด เป็นสัดส่วน ที่สูงกว่าชายหญิง (8.3%) ถึง 8.1% หรือเกือบหนึ่งเท่าตัว ▪ LGBTQ+ 5.0% รายงานว่ารู้สึกสนิทกับครอบครัวของตนเองน้อยถึงน้อยที่สุด เป็นสัดส่วนที่สูงกว่าชาย หญิง (2.3%) ถึง 2.7% หรือเกือบ 1.2 เท่าตัว


20 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา ในการจัดทำโครงงานบูรณาการ เรื่อง พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” นี้ผู้จัดทำโครงงาน มีวิธีดำเนินงานโครงงาน ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 3.1 คิดหัวข้อโครงงาน คณะผู้จัดทำได้ปรึกษากับครูที่ปรึกษาประจำวิชา ได้ข้อสรุปว่า ทางคณะผู้จัดทำจะศึกษาในหัวข้อ พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” 3.2 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 3.2.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต 3.2.2 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอและตกแต่งภาพ 3.2.3 เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร Facebook Instagram Twitter 3.3 ขั้นตอนการปฏิบัติ 3.3.1 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ คือเรื่อง LGBTQ+ ว่าเนื้อหามากน้อยเพียงใด 3.3.2 ทำสตอรี่บอร์ดเกี่ยวกับ เนื้อหา LGBTQ+ โดยมี2หัวข้อ คือ ความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ+ และบทสัมภาษณ์ มุมมองต่อ LGBTQ+ 3.3.3 ถ่ายทำชิ้นงาน (คลิปวิดีโอ) ด้วยกล้องถ่ายวิดีโอ 3.3.4 ตัดต่อชิ้นงาน (คลิปวิดีโอ) ด้วยโปรแกรม CapCut 3.3.5 สร้างปกคลิปชิ้นงาน (คลิปวิดีโอ) ด้วยโปรแกรม Canva 3.3.6 ประเมินผลงาน และตรวจสอบครั้งสุดท้ายก่อนนำเสนอ จัดทำเค้าโครง


21 3.3.7 นำชิ้นงาน (คลิปวิดีโอ) เผยแพร่ในเว็บไซต์ YouTube 3.3.8 สร้างคิวอาร์โค้ดของชิ้นงาน 3.3.8 นำเสนอผลงาน


22 บทที่ 4 ผลการศึกษาและการวิเคราะห์ การศึกษาข้อมูลเรื่อง ความรู้และความเข้าใจ LGBTQ+ ในครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหา ทางสุขภาพ ทางกาย ใจ และสังคม ของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ และแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้ง ทำการสอบถามจากกลุ่มวัยรุ่นหลากหลายวัฒนธรรมทางสังคม การให้ความรู้เชิงลึกแก่บุคคลทั่วไป ทุกเพศทุกวัยที่ สนใจศึกษาในเรื่องนี้ การเคารพสิทธิส่วนบุคคล รสนิยม เพศวิถี ฯลฯ การเข้าใจ ยอมรับ ปฏิบัติและสนับสนุนใน การผลักดันความเท่าเทียมทางเพศ ผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน และนำเสนอในรูปแบบคลิปวิดิโอเพื่อการศึกษา ดังนี้ 4.1 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลการนำเสนอ 4.1 ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 4.1.1 ได้รับความรู้เกี่ยวกับ LGBTQ+ คือ ความหลากหลายทางเพศ ถือเป็นความชอบที่หลากหลายเฉพาะ บุคคล เฉกเช่นเดียวกับการชื่นชอบสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น รูป รส กลิ่น สี รสนิยมต่างๆ โดย ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแต่อย่างใด 4.1.2 การป้องกันและการยอมรับ-ปฏิบัติต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ อย่างถูกต้องและเท่าเทียม 4.1.3 แนวปฏิบัติสำหรับครอบครัวที่มีลูกหลานเป็น LGBTQ ปัญหากลุ่ม LGBTQ ต้องเผชิญที่สำคัญที่สุดไม่ได้มีแค่เพียงบรรทัดฐานทางสังคม แต่ยังมีปัญหาใน เรื่องการยอมรับจากคนในครอบครัว เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาจต้องทำตามความหวังของพ่อแม่ หรือต้อง รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ซึ่งเป็นเรื่องสวนทางกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว หรือคนรอบข้างอาจยังขาดความรู้ความเข้าใจในตัวตน หรือวิถีทางเพศของคนกลุ่มนี้ จึงควรเรียนรู้แนว ปฏิบัติเมื่อพบว่าลูกหลานเป็น LGBTQ ดังนี้ ✓ ไม่เปรียบเทียบ ควรส่งเสริมการรู้คุณค่าในตนเอง ไม่ควรเปรียบเทียบลูกหลานกับใคร เพราะจะเป็นการ สร้างความกดดันส่งผลให้ไม่อยากเปิดใจกับเรามากยิ่งขึ้น ✓ สื่อสารในเชิงบวก มีการสื่อสารระหว่างกัน เน้นการมองผลดีมากกว่าผลเสีย หมั่นพูดคุย เปิดโอกาสให้อีก ฝ่ายได้บอกเล่าเรื่องราว และรับฟังความคิดเห็นด้วยความเข้าใจ ✓ ให้ความสำคัญ ใส่ใจ และชื่นชมในสิ่งที่ทำได้ แต่ไม่ควรเยินยอเกินจริง


23 ✓ ให้โอกาสได้เรียนรู้ โดยอาจดูแลอยู่ห่าง ๆ หรือคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ✓ สังเกตพฤติกรรม วัยรุ่นที่เป็นเพศที่สามอาจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ คนในครอบครัวจึงต้อง คอยสังเกตพฤติกรรมที่อาจเป็นสัญญาณว่าตนเองรู้สึกแปลกแยกจากสังคม หรือมีพฤติกรรมการแสดงออก ทางเพศที่ไม่เหมาะสม ใช้ความรุนแรง มีอาการซึมเศร้า เป็นต้น เหนือสิ่งอื่นใดการยอมรับตัวตนของกลุ่มคนเพศทางเลือกไม่ได้มาจากสังคม แต่เป็นตัวของบุคคลเอง และครอบครัว ที่ต้องทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้ให้ลึกซึ้ง ไม่ใช่การหาสาเหตุและพยายามแก้ปมปัญหา เพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้แสดงออก ตัวตนออกมาได้อย่างอิสระ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข 4.1.4 แนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติการไม่คาดเดาเกี่ยวกับเพศสภาพ (gender) หรือความสัมพันธ์ของ บุคคลอื่น 4.1.5 แนวทางที่ควรปฏิบัตินอกจากครอบครัวแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ก็มีความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อ สร้างสุขภาวะของคนกลุ่ม LGBTQ “อันดับถัดไปคือ สื่อกับกฎหมายที่จะช่วยกันล้อมวง เพื่อทำให้เกิด การยอมรับได้ 4.1.6 ความรู้ทางด้านสุขภาพ 4.1.6.1 ปัญหาอัตลักษณ์ทางเพศสามารถแก้ไขได้โดยทางการแพทย์ ผู้ที่มีความแตกต่างด้านอัตลักษณ์ทางเพศอาจมีปัญหาทางร่างกาย หรือเพศสรีระที่ไม่ตรงกับความต้องการของ ตนเอง แพทย์จะช่วยเหลือโดยการแก้ไขร่างกายให้สอดคล้องกับภาวะจิตใจ โดยจะมีการดำเนินการ ดังนี้ • วินิจฉัย เริ่มต้นจากการปรึกษาจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัย และให้คำแนะนำในการปรับตัว และการ สื่อสารกับบุคคลอื่นเพื่อให้ทราบถึงวิธีการดูแลที่เหมาะสม • การแปลงเพศ ผู้ที่ตัดสินใจจะรับการผ่าตัดแปลงเพศจะต้องได้รับการประเมินความพร้อมในการ ผ่าตัดจากจิตแพทย์ และควรเข้ารับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และควรทำการ ผ่าตัดในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย 4.1.6.2 ผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนกลุ่ม LGBTQ+ LGBTQ+ จำนวนมากถูกบังคับให้ต้องปิดบังตัวตน เมื่อออกไปข้างนอกไม่ได้ และบ้านก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยจึง นำมาซึ่งความวิตกกังวล เกิดภาวะซึมเศร้าหรือแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย สถานการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในหลายมุมโลก เช่น ในสหรัฐอเมริกา จากการสำรวจของ The Trevor Project องค์กรไม่แสวงกำไรของอเมริกาเพื่อการป้องกันการฆ่าตัวตายในเยาวชนเพศทางเลือก พบว่าในปี 2563 เยาวชน LGBTQ+ 42% คิดฆ่าตัวตาย 70% ระบุว่าสุขภาพจิตแย่ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ 48% ต้องการคำปรึกษา และมี เพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่บอกว่าบ้านของพวกเขาเป็นมิตรกับ LGBTQ+


24 4.1.7 โพลสำรวจเยาวชนไทยอายุ 15 – 25 ปี จำนวน 17,442 คน สำรวจโดย คิด for คิดส์ 2022 • เยาวชนไทยทุกเพศสภาพจำนวนมากถึง 80.0% เห็นตรงกันว่า ความเสมอภาคระหว่างทุกเพศสภาพ ไม่ใช่แค่เพียงระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสำคัญค่อนข้างมากถึงมากที่สุด • เยาวชนไทยทุกเพศสภาพส่วนมากยังสนับสนุนข้อเสนอนโยบายที่มุ่งเสริมสร้างความเสมอภาคนี้ในระดับ ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด โดย 80.3% สนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+ ในการรับบุตรบุญธรรม 75.0% สนับสนุนสิทธิการจดทะเบียนสมรส แบบเดียวกับคู่ชายหญิง (สมรสเท่าเทียม) 70.3% สนับสนุนสิทธิการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อและเพศในเอกสาร และ 63.5% สนับสนุนสิทธิการแต่งกายตามเพศสภาพในพิธีการสำคัญ มีเพียงข้อเสนอเรื่องสิทธิการเลือกเข้าห้องน้ำเพศ ที่อยากเข้าเท่านั้นที่ยังมีผู้สนับสนุนไม่ถึงครึ่งที่ 36.9%


25 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลการนำเสนอ การศึกษารวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อนำมาทำเป็นคลิปวิดีโอสำหรับการนำเสนอ ซึ่งโดยตัว คลิปจะประกอบด้วย - นิยาม - เกร็ดความรู้และคำศัพท์ - บทสัมภาษณ์กลุ่มวัยรุ่นหลากหลายวัฒนธรรมทางสังคม บทสัมภาษณ์บางส่วน ผู้ให้สัมภาษณ์ : คงศักดิ์ งามสัจจพร คำถาม LGBTQ+ คืออะไร ? คำตอบ “ในความคิดคือกลุ่มคนที่มีความหลากทางเพศ และก็เป็นกลุ่มเพศทางเลือก” คำถาม ความหมายของแต่ละตัวอักษร? คำตอบ “L LESBIEN G GAY B BISEXUAL T TRANSGENDER Q QUEER” คำถาม ภาพจำของ LGBTQ+ ที่เคยเห็น ? คำตอบ “ก็มาจากเพื่อนๆในกลุ่ม เป็นคนเสียงดัง พร้อมบวกตลอดเวลา ดูแลเพื่อนดี” คำถามหากลูกสารภาพว่าเป็นLGBTQ+ จะทำอย่างไร ? คำตอบ “ให้ลูกมาบอกตรงๆ นั่งคุยเปิดใจ ไม่ใช้อารมณ์ ใช้ความคิดคุย เออลูกเป็นก็มาบอกเรา” คำถาม ยอมรับได้ไหม ? คำตอบ “ยอมรับได้ ลูกมีสิทธิของตัวเอง เรามีแค่หน้าหน้าที่ดูแลเค้าให้เติบโตเท่านั้นเอง” ผู้ให้สัมภาษณ์ : วริทธิ์ พูลสวัสดิ์ คำถาม ภาพจำของ LGBTQ+ ? คำตอบ “ในฐานะของ LGBTQ เราจะถูกมองเป็นตัวตลก แต่จริงๆแล้วมันเป็นความจริงที่น่าเศร้านะคะ เราถูกมองเป็นตัวตลก ทั้งที่ เราอยากจะส่งมอบความสุขให้กับทุกคน เราไม่ใช่ตัวตลกของใคร เราเป็นคนที่ตลกเฉยๆ” คิวอาร์โค้ด https://www.youtube.com/watch?v=c8PKCvrRW9k


26 คำถาม LGBTQ+ รสนิยม ? คำตอบ “ไบร์ทเคยรับฟัง แค่อยากจะบอกว่า เป็นเพศที่ไม่ได้รับความรัก แต่ทุกๆเพศบนโลกใบนี้ ควรที่จะได้รับความรัก ความ เข้าใจ จากสิ่งที่ตัวเองต้องการ สุดท้ายไม่ว่าอะไรก็ตาม ทุกคนควรได้รับสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไบร์ท เชื่อว่า LGBTQ สามารถมีความ รักได้” คำถาม ในอนาคต LGBTQ+ ? คำตอบ “ไบร์ทอยู่ในสังคมที่หลากหลาย ในเรื่องของสังคมในอนาคตไบร์ทคิดว่าจะมีการเปิดกว้างมากขึ้น แต่ในเรื่องกฎหมาย ไบร์ทอยากจะวิงวอนผู้ใหญ่ทุกๆคน เด็กๆอย่างพวกเรา ต้องการกฎหมายที่ซัพพอร์ตกับพวกเรา เราไม่ต้องการอะไรเลย ไม่ต้องการ ไปมากกว่าหญิงหรือชาย เราแค่ต้องการความเท่าเทียม เพื่อตัวเราและลูกหลานเราในอนาคต” คำถาม ไม่ยอมรับ แต่ไม่ให้เหยียด ? คำตอบ “คำนี้มีอยู่เต็มสังคม แค่ไม่พูด ไม่รู้สึก แต่ใช่ว่าตัวของ lgbtq จะไม่รู้สึกนะคะ คุณไม่ยอมรับไม่เหยียดก็ได้ แต่เราขอให้ทุก คนเข้าใจความเป็นเรา ขอแค่ความเข้าใจและเปิดใจ” คำถาม LGBTQ+ เป็นบาปไหม ? คำตอบ “บนโลกนี้เต็มไปด้วยพหุวัฒนธรรม มีศาสนามากมาย แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่าง อยู่ที่หัวใจเรา อยากจะบอกทุกคนให้ทุกคน เชื่อมั่นตัวเอง อยากเป็นอะไร ทำอะไรได้ สามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ ถ้าทุกคนจิตวิญญาณนักสู้ ไบร์ทเชื่อค่ะว่ามันไม่บาป เราเกิดมาคนเดียวตายคนเดียว” ผู้ให้สัมภาษณ์ : นรมน กังวล คำถาม ภาพจำของ LGBTQ+ ที่เคยเห็นเป็นอย่างไร ? คำตอบ “In my opinion, I think the media, like TV shows, movies, they create a funny image for LGBTQ. It's actually quite different from reality” ในอนาคตสังคม LGBTQ+ จะเป็นอย่างไร ? คำตอบ “For me, It's might be better than now” สังคมที่คุณอยู่ยอมรับ LGBTQ+ หรือไม่ ? คำตอบ “All of my friends, family or people in society, They accept LGBTQ” คิดเห็นอย่างไรกับพรบ.คู่ชีวิตหรือสมรสเท่าเทียม ? คำตอบ “In fact, there are too many people in society to be covered only by the gender division like of men and women, but the law has not been adjusted according by the truth. Everyone in society must be treated equally”


27 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาโครงงานเรื่อง พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” เกี่ยวกับ LGBTQ+ ในเชิงลึก รวมถึงถึงปัญหาสุขภาพ ทางกาย ใจ และสังคม ของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ บวกกับเข้าใจและปฏิบัติต่อ LGBTQ+ อย่างถูกต้อง เท่าเทียมและเคารพสิทธิส่วนบุคคลโดยนำเสนอผลงานออกมาเผยแพร่ในรูปแบบการตัดต่อ วิดีโอ ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการทำโครงงานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จากการข้อความดังกล่าว สามารถสรุปผลได้ดังนี้ สรุปผลการศึกษา จากการทำโครงงานพบว่า จากการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง กลุ่ม LGBTQ+ คณะผู้จัดทำได้ สอดแทรกความรู้ ความเข้าใจ ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปลูกฝังให้ผู้ที่ศึกษาหรือเยาวชนเกิดความ ตระหนักในเรื่องนี้โครงงานของเรานำเสนอออกมาในรูปแบบชิ้นงาน (คลิปวิดีโอ) เพื่อให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายและ ทั่วถึงโดยกว้าง รวมทั้งความสะดวกและสามารถส่งต่อข้อมูลเพื่อการศึกษา การดำเนินงานจัดทำโครงงานมี วัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาปัญหาทางสุขภาพจิตของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ และแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาและ รักษาปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้น 2. เพื่อทำให้ผู้ที่มาศึกษาได้ตระหนักถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตของประชากรกลุ่ม LGBTQ+ 3. เพื่อทำให้ประชากรกลุ่ม LGBTQ+ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคม อภิปรายผล พวกเราไม่แตกต่าง “ We are not different ” จากการศึกษาเรื่องความรู้และความเข้าใจเรื่อง LGBTQ+ นั้นคือความหลากหลายทางเพศ “ไม่ได้เป็นโรค” หรือ “มีความผิดปกติทางจิตใจ” แต่อย่างใด โดยการเป็นบุคคลที่ มีความหลากหลายทางเพศ อาจเกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งภายในร่างกาย เช่น ระดับฮอร์โมน สารเคมี ในสมอง และภายนอกร่างกาย เช่น รูปแบบการเลี้ยงดู วัฒนธรรม หรือพื้นฐานทางสังคมที่หล่อหลอมขัดเกลาบุคคล “ความหลากหลายทางเพศ จึงไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด” ดังนั้นสังคมจึงควรยอมรับ เคารพและเข้าใจ กลุ่มคน LGBTQ+ หรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งกฎหมาย เพราะในทางกฎหมายบุคคลเหล่านี้ยัง ไม่ได้รับความเท่าเทียมเหมือนเพศหญิง เพศชายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการแต่งงาน การลดหย่อนทางภาษี หรือ การยอมรับทางด้านจิตใจ ซึ่งมนุษย์ทุกคนสมควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ควรมีมนุษย์ผู้ใด ที่จะกีดกัน หรือ เลือกปฏิบัติต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ไม่ให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน


28 ข้อเสนอแนะจากผลของโครงงาน 5.1 อย่าคาดหมายว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนพร้อมที่จะพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับความ หลากหลายทางเพศ อย่าคาดหมายว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเด็นนี้ หาก ต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมควรทำการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง 5.2 ร่วมผลักดันการยอมรับ LGBTQ+ ในสังคม "ความหลากหลายทางเพศ ไม่ใช่โรค หรือความผิดปกติ" 5.3 ทุกคนควรได้รู้สึกภูมิใจในตัวตนและคนที่รัก และมีสิทธิที่จะแสดงออกอย่างเสรี ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาครั้งต่อไป 1. การศึกษาครั้งต่อไปควรเลือกศึกษาเป็นหัวข้อเพื่อไม่ให้เกิดเนื้อหาที่บานปลาย 2. การศึกษาครั้งต่อไปควรจะศึกษาให้ละเอียดและเข้าใจอย่างลึก สำหรับการศึกษาในทุกๆด้านของ LGBTQ+ 3. การศึกษาครั้งต่อไปควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพมากกว่านี้ รวมทั้งการสัมภาษณ์


29 บรรณานุกรม โรงพยาบาลเพชรเวช. 2563. LGBTQ ความหลากหลายที่ต้องเข้าใจ. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/LGBTQ. ( 21 พฤศจิกายน 2565 ) โรงพยาบาลเปาโลเกษตร. 2565. LGBTQความหลากหลายที่ไม่แตกต่างในสังคม. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.paolohospital.com. ( 21 พฤศจิกายน 2565 ) ผศ. ดร.วัชราภรณ์ บุญญศิริวัฒน์. 2565. สีรุ้งเริ่มสดใส งานวิจัยเกี่ยวกับการ (ไม่) กีดกัดบุคคลข้ามเพศการสมัคร งาน. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/transresearch. ( 21 พฤศจิกายน 2565 ) วรดร เลิศรัตน์. 2565. อ่านปัญหาในชีวิตและแรงสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ จากผลสำรวจเยาวชนของ คิด for คิดส์. [ระบบออนไลน์]. https://www.the101.world/lgbtq-life-in-youthsurvey2022/. ( 23 พฤศจิกายน 2565 ) iLaw. 2564. #สมรสเท่าเทียม : ย้อนดูการต่อสู้และชัยชนะของต่างประเทศ. [ระบบออนไลน์]. https://www.ilaw.or.th/node/6009. ( 23 พฤศจิกายน 2565 ) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 2565. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ & แนว ทางการอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติ. [ระบบออนไลน์]. https://www.law.tu.ac.th/how-to-respect-lgbtq/. ( 19 ธันวาคม 2565 ) สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ. 2564. เปิดจุดเปลี่ยนการยอมรับ LGBTQ. [ระบบออนไลน์]. https://resourcecenter.thaihealth.or.th/. ( 19 ธันวาคม 2565 ) สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTI) เข้าถึงเมื่อ ( 10 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://www.amnesty.or.th/our-work/lgbt/ ทำความรู้จัก LGBTQ+ โอบกอดความหลากหลายที่ “ไม่จำเป็นต้องรักษา” เข้าถึงเมื่อ ( 10 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://www.princhealth.com/pride-month-lgbtq/


30 แตกต่างอย่างเข้าใจเมื่อลูกเป็น LGBTQ เข้าถึงเมื่อ ( 10 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://www.sosthailand.org/blog/supporting-your-lgbtq-child สรุปข้อมูล “สมรสเท่าเทียม” อยู่ตรงไหน สนับสนุนเท่าไหร่ ผ่านแล้วได้อะไร เข้าถึงเมื่อ ( 10 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://workpointtoday.com/lgbt-221124/ ‘Unisex’ มากกว่าแฟชั่นคือความเท่าเทียม เข้าถึงเมื่อ ( 15 มกราคม 2566 ) เข้าได้ถึงจาก https://waymagazine.org/unisex-fashion/ กฎหมายกับบทบาทเพื่อสิทธิเท่าเทียมของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้าถึงเมื่อ ( 15 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้ จาก https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/lgbtq-reg-thailand-dev สรุปข้อมูล “สมรสเท่าเทียม” อยู่ตรงไหน สนับสนุนเท่าไหร่ ผ่านแล้วได้อะไร เข้าถึงเมื่อ ( 15 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://workpointtoday.com/lgbt-221124/ ชีวิตการทำงานของกลุ่ม LGBTQ+ ในที่ทำงาน เข้าถึงเมื่อ ( 15 มกราคม 2566 ) เข้าถึงได้จาก https://th.jobsdb.com/th-th/articles/lgbtq-working-life-2022/


31 ภาคผนวก


32 ( ตัวอย่างโปสเตอร์ )


33 ( ตัวอย่างประกอบโครงงานของคลิปวิดีโอ )


34 ( ภาพถ่ายตอนทำกิจกรรมบางส่วน )


35 ประวัติผู้จัดทำ ชื่อ - นามสกุล : นายคงศักดิ์ งามสัจจพร วัน/เดือน/ปีเกิด : 16 ตุลาคม 2548 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 143/2 ถนนอำนวยสงคราม แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จังหวัดกรุงเทพ 10300 E-mail : [email protected] ชื่อ - นามสกุล : นางสาวนรมน กังวล วัน/เดือน/ปีเกิด : 01 ตุลาคม 2548 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 119/50 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10210 E-mail : [email protected] ชื่อ - นามสกุล : นางสาวอมรทิพย์ ระวิยะพานิชย์ วัน/เดือน/ปีเกิด : 22 กุมภาพันธ์ 2549 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 1 หมู่ 10 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 E-mail : [email protected]


36 ชื่อ - นามสกุล : นายพรรษกร ทองดี วัน/เดือน/ปีเกิด : 8 กันยายน 2548 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 196/13 หมู่2 ซอยศรีพรสวรรค์ ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 E-mail : [email protected] ชื่อ-นามสกุล : นายวริทธิ์ พูลสวัสดิ์ วัน/เดือน/ปีเกิด : 19 ตุลาคม 2548 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 57 ซ.กรุงเทพ-นนท์ 2 แยก 5 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 E-mail : [email protected] ชื่อ - นามสกุล : นายสัภยา อ่อนเกตุ วัน/เดือน/ปีเกิด : 19 มกราคม 2549 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 7 ถนนพิบูลสงคราม ซอยวัดกำแพง ตำบล บางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 E-mail : [email protected]


37 ชื่อ - นามสกุล : นางสาวอภิชญา ตรีรัตน์ฤดี วัน/เดือน/ปีเกิด : 7 เมษายน 2549 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 214/8 หมู่5 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 21130 E-mail : [email protected] ชื่อ - นามสกุล : นางสาวปุณยาภรณ์ พัฒนะ วัน/เดือน/ปีเกิด : 11 สิงหาคม 2548 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 1793 หมู่บ้านปลื้มโอฬาร ซอยจรัญสนิทวงศ์75 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด จ. กรุงเทพมหานคร 10700 E-mail : [email protected] ชื่อ - นามสกุล : นางสาวพิมพ์ลภัส กล่ำสมบัติ วัน/เดือน/ปีเกิด : 31 สิงหาคม 2549 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 42/3 หมู่ที่5 หมู่บ้านอิงลดา ถนนสไวประชาราษฎร์ ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150 E-mail : [email protected]


38 ชื่อ - นามสกุล : นางสาวแพรวา รุ่งภิญโญ วัน/เดือน/ปีเกิด : 2 พฤษภาคม 2549 วุฒิการศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน : 749 ถนนครไชยศรี แขวงถนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 E-mail : [email protected]


39


Click to View FlipBook Version