~1~
~2~
บนั ทกึ ขอ้ ความ
ส่วนราชการ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ที่ .................................................................. วันท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
เรื่อง การจัดทำแผนพฒั นาตนเอง (Individual Development Plan : ID Plan) ปีการศึกษา ๒๕๖๔
.......................................................................................................................................................................
เรยี น ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรยี มอุดมศึกษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ต้นเร่อื ง
แจ้งจากกลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล เรือ่ ง การจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (Individual Development
Plan : ID Plan) ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ข้อเท็จจริง
ตามทก่ี ลุ่มบริหารงานบคุ คล ได้มอบหมายให้ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
จัดทำแผนพัฒนาตนเอง (Individual Development Plan : ID Plan) ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
เพือ่ ให้ครูได้มกี ารวางแผนในการปฏิบตั ิงานใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล เกิดผลดีแกต่ นเองและราชการ
ข้าพเจา้ นางสาวศรอี ุดร ลา้ นสาวงษ์ ตำแหนง่ ครู กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ได้จดั ทำแผนพฒั นาตนเองรายบุคคล เรยี บร้อยแลว้ ดังรายละเอียดท่แี นบมาพร้อมนี้
ขอ้ เสนอแนะเพือ่ พจิ ารณา ข้อเสนอหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เห็นควรดำเนินการดังน้ี ........................................................................................................
ดำเนินการตาม ID Plan ในส่วนทีเ่ กี่ยวข้อง ........................................................................................................
จงึ เรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา
................................................. ( นางพิศมยั พานโฮม)
(นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์) ตำแหนง่ หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ตำแหนง่ ครู
เรยี นเสนอ ผู้อำนวยการโรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .....................................................รองผู้อำนวยการ
(ดร.ไพบูลย์ สุรารกั ษ์)
กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล
ว่าที่ ร.ต.ดร. ผูอ้ ำนวยการ
(สุกจิ ศรพี รหม)
โรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
~3~
คำนำ
ตามท่ี ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารพฒั นาตนเองและวิชาชีพครู (ว22/2560)
เมอ่ื วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ขอ้ 1 กำหนดให้ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ต้องได้รบั การพัฒนา
อยา่ งต่อเน่อื งทุกปี โดยใหป้ ระเมินตนเองตามแบบ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด พรอ้ มท้ังจดั ทำแผนการพัฒนาตนเอง เป็นราย
ปีโดยยดึ หลักการประเมินสมรรถนะ (Competency Based Approach) ซ่งึ จะทำให้ผู้ปฏิบตั ิงานสามารถร้จู ุดเดน่
จุดด้อยของความสามารถในการปฏบิ ตั ิ งานของตน และสามารถพฒั นาตนเองให้สอดคลอ้ งกับความต้องการจำเปน็
ของหนว่ ยงาน และของตนเองอยา่ งแทจ้ ริง ตามแบบทสี่ ่วนราชการกำหนดและเข้ารับการพัฒนาตามแผนอยา่ งเป็น
ระบบและต่อเนื่อง ฉะน้นั ก่อนจะเลอื กหลักสูตรคูปอง ครูจะต้องประเมนิ ตนเอง จดั ทำแผนพฒั นาตนเอง เพื่อให้
ผบู้ รหิ ารอนมุ ัตหิ ลักสตู ร ตาม ID Plan
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดด้ ำเนนิ การโครงการพฒั นาครูแบบครบวงจร
ตามนโยบายกระทรวงศกึ ษาธิการในการปฏิรปู ระบบการพัฒนาครู เพอ่ื ตอบสนองต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
อย่างมรี ะบบและมปี ระสิทธภิ าพสงู สดุ สอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ซึ่ง
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธรี ะเกียรติ เจรญิ เศรษฐศิลป์) มีนโยบายพฒั นาครเู พื่อเชอื่ มโยง
กับวิทยฐานะ โดยกำหนดการเรม่ิ ให้ครแู สดงความต้องการพฒั นาตนเองในหลักสูตรทีส่ อดคล้องกบั แผนพัฒนาตนเอง
(ID Plan)
นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์
~4~
สารบัญ หนา้
เร่ือง 1
สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลผจู้ ัดทำแผนพัฒนาตนเอง 1
2
- ขอ้ มูลส่วนตัว 2
- งานในหนา้ ทท่ี ่ีรบั ผิดชอบ 2
- ผลงานทเ่ี กิดจากการปฏิบัติหน้าทใี่ นตำแหน่งปัจจบุ ัน 3
- ผลทเ่ี กดิ จากการจัดการเรียนรู้ 3
- ผลทเี่ กิดจากการพฒั นาวิชาการ
- ผลทีเ่ กิดกับผเู้ รยี น 4
- ผลทเ่ี กิดกบั สถานศึกษา 5
- ผลทีเ่ กิดกบั ชมุ ชน 6
ส่วนที่ 2 ผลการประเมินตนเอง
ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. 7
ตอนท่ี 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในสถานศึกษาตามจุดเน้นของ สพฐ.
ตอนท่ี 3 ผลการประเมินศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสตู รของสถาบนั คุรุพฒั นา 8
ส่วนที่ 3 แผนการพัฒนาตนเอง 8
- อันดบั ความสำคญั / สมรรถนะที่จะพัฒนา 10
- วธิ กี าร /รูปแบบการพัฒนา 11
- ระยะเวลาในการพัฒนา
- การขอรับการสนบั สนนุ จากหนว่ ยงาน 15
- ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะได้รับ 15
- ความเหน็ ของผบู้ ังคับบัญชา 15
- ประวตั ิการเข้ารับการพฒั นา (ในรอบ 2 ปี ทผ่ี า่ นมา) 15
ส่วนที่ 4 ความต้องการในการพัฒนา (กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์)
หลกั สูตรใดทที่ า่ นต้องการพัฒนา
เพราะเหตุใดทา่ นจึงตอ้ งการเข้ารับการพัฒนาในหลักสตู รน้ี
ทา่ นคาดหวงั สิง่ ใดจากการเข้ารับการพฒั นาในหลักสูตรน้ี
ทา่ นจะนำความรู้จากหลกั สูตรไปพัฒนาการสอนของท่านอย่างไร
~5~
แผนการพฒั นาตนเอง ( ID Plan )
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ส่วนตัว
ชื่อ นางสาวศรีอดุ ร ลา้ นสาวงษ์ ตำแหน่ง ครู
อายุการทำงาน 10 ปี
ปจั จุบันปฏบิ ัติการสอนในกลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
งานในหนา้ ท่ีท่รี บั ผิดชอบ
ภารกิจ/บทบาทหน้าทใี่ นปกี ารศึกษาปัจจบุ ัน
1) ด้านการเรยี นการสอน (กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ รายวิชาที่จดั การเรียนการสอน/ระดับชั้นท่ที ำการสอน/จำนวนหอ้ ง
ทท่ี ำการสอน/จำนวนนักเรียนท่ีรับผิดชอบ/จำนวนคาบการสอนตอ่ สัปดาห์)
1.1 ปฏบิ ตั กิ ารสอนในกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ดังนี้
1.1.1 รายวิชาชวี วทิ ยา 1 รหสั วิชา ว31246 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/1 4/9 และ 4/16
จำนวนนกั เรียน 106 คน จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1.2 รายวิชา ชีววิทยา 5 รหัสวิชา ว33250 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6/2, 6/7 6/12 จำนวน
นักเรยี น 120 คน จำนวน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
1.2 ปฏิบตั กิ ารสอนกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
1.2.1 กจิ กรรมชุมนุม ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-6 จำนวน 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
1.3 จำนวนชว่ั โมงการสอนตอ่ สปั ดาห์ 18 ช่วั โมง
2) งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายนอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอน
2.1 งานบริหารงานวิชาการ ได้ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีด่ งั ต่อไปน้ี
2.1.1 กำหนดระเบยี บ แนวปฏบิ ัติเกี่ยวกบั งานทะเบยี นของสถานศกึ ษา
2.1.2 สง่ เสริมใหค้ รูจดั ทำแผนการวัดผล ประเมินผลแตล่ ะรายวิชาให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน
สาระการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ และการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1.3 ส่งเสริมให้ครูดำเนินการวดั ผล และประเมินผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยเนน้
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ จากกระบวนการ การปฏิบตั ิ และผลงานของผู้เรยี น
2.1.4 จดั ให้มีการเทยี บโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และผลการเรียนจากสถานศึกษาอนื่
ตามแนวทางทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
2.1.5 พัฒนาเครื่องมืองานทะเบยี นให้ไดม้ าตรฐาน
2.2 งานในกล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ไดป้ ฏบิ ตั ิงานดังตอ่ ไปนี้
2.2.1 ร่วมมือกับครูกลุ่มสาระฯ จัดทำคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพ่ือรวบรวมเป็น
หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามแนวทางหลักสตู รฉบับปรบั ปรงุ 2560
2.2.2 รว่ มมอื กับครูในกลมุ่ สาระฯ เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการจดั การเรียนรแู้ ละจดั กจิ กรรมต่าง ๆที่
สง่ เสริมผูเ้ รียนให้เกิดการเรียนรู้ และมีเจตคติทด่ี ตี ่อการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าวิทยาศาสตร์ทกุ ระดบั ชั้น ผ่านกระบวนการ
P-D-C-A
2.2.3 จัดทำแผนขับเคลื่อน PLC ในระดบั สถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2564 รว่ มกับครูภายในกล่มุ
สาระ และต่างกลุม่ สาระ และสรา้ งเครือข่ายระหว่างกลุ่มโรงเรยี นสู่การปฏิบัติพร้อมทั้งบันทกึ สรุป รายงานผล และ
จัดกิจกรรมแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
~6~
2.3 ครูท่ีปรกึ ษา นักเรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4/9
2.4 เวรประจำวนั ได้ปฏบิ ัตงิ านดังต่อไปนี้
2.4.1 ปฏิบัติหน้าท่ีตามกลุ่มเวร หมุนเวียนประจำสปั ดาห์ โดยรับผิดชอบตรวจดูแลสถานที่ต่าง ๆ
ดงั น้ี
- เวรหนา้ ประตูโรงเรยี น
- เวรดแู ลความเรียนรอ้ ยการเข้าแถว และกิจกรรมหน้าเสาธง
- เวรดูแลความเรียนร้อยของอาคารเรียน
- เวรดแู ลความเรยี นรอ้ ยของโรงอาหาร และความสะอาดหอ้ งน้ำ
- เวรดแู ลความเรยี นรอ้ ยท่วั ไปภายในโรงเรยี น
2.4.2 ปฏิบัตหิ นา้ ที่อยู่เวรรกั ษาสถานที่ราชการในวันหยดุ เสาร์-อาทติ ย์ และวนั หยุดราชการ
2.5 รบั ผดิ ชอบกจิ กรรมและโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ผลงานดา้ นการจดั การเรียนการสอนท่เี กิดจากการปฏบิ ัติหนา้ ที่ในตำแหน่งปจั จบุ ัน (ย้อนหลงั ไม่เกิน 2 ปี)
1. ผลที่เกดิ จากการจดั การเรยี นรู้
ไดด้ ำเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรูใ้ หก้ บั นักเรียน โดยการจัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ และนำแผนการ
จดั การเรยี นร้ไู ปใช้ในการจัดการเรยี นการสอนให้กับนกั เรียน มีการวดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ โดยตรวจสอบ
รอ่ งรอยหลกั ฐานจากสมุดจดบนั ทึก ชิ้นงาน แบบบนั ทึกกจิ กรรม และการมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั กิ ิจกรรม มีการ
วดั ผลประเมนิ ผลดังกลา่ วครอบคลุมทกุ ๆ ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์ ทง้ั น้เี พอื่ ส่งเสริมพัฒนาการของนกั เรยี นทงั้ 4 ด้าน ได้แก่ ดา้ นร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และ
สตปิ ัญญา พร้อมท้ังคุณธรรม จริยธรรม ทั้งนเ้ี พ่อื ให้นักเรยี นมพี ฒั นาการทดี่ ี มีคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ตลอดจนมี
การบนั ทึกหลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้อย่างสม่ำเสมอ จดั ทำวิจัยในชัน้ เรียนเพอ่ื ช่วยแก้ไขข้อบกพรอ่ งใหก้ บั
นกั เรยี นท่มี ีปญั หา
2. ผลที่เกิดจากการพัฒนาวิชาการ
ผลท่เี กิดจากการพัฒนาตนเองทางด้านวชิ าการ สิ่งท่ีไดพ้ ฒั นา คือ การเขา้ รบั การอบรมท่เี กย่ี วข้อง
กับสายงานสอนโดยเฉพาะวิชาชีววิทยา รวมถึงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการครผู ้สู อนวิทยาศาสตร์ โดยการสนบั สนุนจาก
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สสวท. และ สอวน. โดยได้นำเทคนิควิธกี ารต่าง ๆมาใชใ้ นการ
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้กับผู้เรียน ไดเ้ ข้ารบั การอบรมครูผู้สอนเก่ียวกบั สะเตม็ ศกึ ษา ติดตามข้อมลู ข่าวสารเกย่ี วกบั
การจดั การเรยี นรู้ตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
เพิ่มเติมเพื่อเตรยี มความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนให้ผเู้ รยี นเกิดความรู้ ความเข้าใจและเกิดผลสัมฤทธิ์กบั
ผเู้ รียน
3. ผลที่เกิดกับผเู้ รยี น
การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เนน้ ใหน้ ักเรียนได้ฝึกปฏิบัตจิ รงิ สรา้ งเสริม
ประสบการณเ์ พ่ือใหน้ ักเรียนได้มีทักษะต่างๆ ตลอดจนสอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรมท่ีดีงาม ความมวี นิ ยั
ในตนเอง สง่ ผลใหผ้ ู้เรียนมีคุณธรรมจรยิ ธรรม มวี ินยั ในตนเอง มีสมั มาคารวะมมี ารยาทตามวฒั นธรรมไทย
มคี วามสามารถในการใชภ้ าษาในการสือ่ สาร และการมีจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ ซ่งึ เป็นสงิ่ ที่ผูเ้ รียน
สามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะไปบูรณาการและประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวันเป็นการเพ่ิมพูนสมรรถนะ
ตนเองให้มากขนึ้ และส่งผลให้การใช้ชวี ิตภายหนา้ บนพื้นฐานคุณธรรม นำความรู้ และเศรษฐกจิ พอเพียง ตลอดจน
การอยู่ร่วมกนั ในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข
~7~
4. ผลท่เี กิดกับสถานศึกษา
จากการทสี่ ถานศึกษามีการวางแผนปฏิบตั ริ าชการในการพัฒนา มเี ปา้ หมาย มีทิศทางในการดำเนินงาน
เพอ่ื พัฒนาสถานศึกษา และการพัฒนาผู้เรียน โดยจดั ใหม้ ีกิจกรรม โครงการตา่ งๆ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม ซ่ึงนักเรยี นและ
ครูมีส่วนร่วมในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ทำให้ผลการดำเนนิ งานเป็นทย่ี อมรบั ของผปู้ กครอง ชุมชน ทอ้ งถนิ่
ผลท่เี กิดกบั ชุมชน
สถานศกึ ษามสี ว่ นรว่ มกับชุมชน ในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปีการศึกษา โดยเฉพาะกจิ กรรมที่เก่ียวกับ
วฒั นธรรม ประเพณี และพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ประเพณีแหเ่ ทียนวนั เข้าพรรษา ประเพณีลอยกระทง
ประเพณีสงกรานต์ การทอดผ้าป่า ทอดกฐิน เป็นต้น ตลอดจนกจิ กรรมท่เี ปน็ ประโยชน์ กิจกรรมวนั สำคญั ได้แก่
กจิ กรรมวนั แม่ กิจกรรมตลาดนดั กจิ กรรม จนทำให้เกิดความร่วมมอื ความเข้าใจที่ดีตอ่ กัน เกดิ ความรกั และความ
ภาคภูมใิ จในสถาบันโรงเรียนและท้องถิ่น นอกจากน้ีโรงเรียนยังไดจ้ ดั กิจกรรมการประชุมผปู้ กครอง ประชุม
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในแต่ละภาคเรียนเพื่อชี้แจงนโยบายของโรงเรียนและเพื่อหาแนวทางในการร่วม
พฒั นาโรงเรียนทัง้ พัฒนาอาคารสถานที่และพัฒนาทางวิชาการให้เป็นไปในทางทศิ ทางเดียวกัน
~8
ส่วนท่ี 2 รายละเอยี ดการพฒั นาตนเอง อันดับ วิธีการ /
ความ รปู แบบ
ท่ี สมรรถนะที่จะพฒั นา สำคญั การพฒั นา
สมรรถนะหลัก 1 (T)
1 การมงุ่ ผลสัมฤทธ์ิ (S)
8 (OJT)
1.1 ความสามารถในการวางแผนการปฏบิ ตั ิงาน
1.2 ความสามารถในการปฏบิ ัตงิ าน 4 (T)
1.3 ผลการปฏิบัติงาน (T)
2 การบรกิ ารทด่ี ี
2.1 ความสามารถในการสร้างระบบการใหบ้ ริการ (S)
2.2 ความสามารถในการใหบ้ รกิ าร (A)
3 การพัฒนาตนเอง (OJT)
3.1 ความสามารถในการวิเคราะห์ตนเอง
3.2 ความสามารถในการใชภ้ าษาไทยเพ่ือการสื่อสาร (S)
3.3 ความสามารถในการใช้ภาษาองั กฤษ
(C)
เพ่ือการแสวงหาความรู้
3.4 ความสามารถในการติดตามความเคล่ือนไหว
ทางวชิ าการและวชิ าชพี
3.5 ความสามารถในการประมวลความรูแ้ ละ
การนำความรู้ไปใช้
8~
ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ
ในการพัฒนา สนับสนนุ จาก ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั
า เริ่มตน้ ส้นิ สุด หน่วยงาน
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - จัดการเรียนร้ไู ดต้ ามเป้าหมายของ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 ปงี บประมาณ หลกั สตู ร
พ.ค.64 มี.ค.65
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - มีระบบการให้บริการทด่ี ี
พ.ค.64 ม.ี ค.65 ปงี บประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - ไม่ใชง้ บประมาณ - ปฏบิ ตั หิ น้าที่ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - ไม่ใช้งบประมาณ - สามารถสื่อสารได้อย่างถกู ต้อง
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - งบประมาณอบรม - ใช้ภาษาองั กฤษเพอ่ื การแสวงหา
ความรไู้ ด้
พัฒนาบคุ คลากร - มีความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - งบประมาณอบรม
- ประมวลความรู้และการนำความรู้
พฒั นาบคุ คลากร ไปใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - ไม่ใช้งบประมาณ
~9
ส่วนท่ี 2 รายละเอียดการพัฒนาตนเอง (ต่อ) อันดับ วธิ ีการ /
ความ รูปแบบ
ท่ี สมรรถนะทีจ่ ะพฒั นา สำคญั การพัฒนา
4 การทำงานเปน็ ทีม 5 (T)
3.1 ความสามารถในการวางแผนเพื่อการปฏิบัติงาน
เป็นทมี (P)
3.2 ความสามารถในการปฏิบตั งิ านรว่ มกัน
สมรรถนะประจำสายงาน 2
1 การจดั การเรียนรู้
( T)
1.1 ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตร
1.2 ความสามารถในเนอื้ หาสาระท่ีสอน (F)
(T)
1.3 ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ (T)
ทเ่ี นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั
(T)
1.4 ความสามารถในการใช้และพฒั นานวัตกรรม
เทคโนโลยี สารสนเทศเพ่ือการจดั การเรียนรู้
1.5 ความสามารถในการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้
9~
ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ
ในการพัฒนา สนับสนนุ จาก ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะได้รับ
า เร่ิมตน้ ส้ินสุด หนว่ ยงาน
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - วางแผนเพ่ือการปฏบิ ัติงานเปน็ ทีมได้
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จัดทำโครงการตาม - ปฏบิ ัติงานร่วมกนั ได้อยา่ งมี
ปีงบประมาณ ประสทิ ธภิ าพ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สร้างและพัฒนาหลักสตู ร
ปีงบประมาณ ไดเ้ หมาะสมกบั ผเู้ รยี น
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - สามารถสอนเนื้อหาสาระได้ถกู ต้อง
ปงี บประมาณ แมน่ ยำ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - ความสามารถในการจดั กระบวนการ
ปีงบประมาณ เรยี นร้ทู ่ีเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญได้
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จัดทำโครงการตาม - ความสามารถในการใชแ้ ละพฒั นา
ปีงบประมาณ นวัตกรรม เทคโนโลยี สารสนเทศ
เพอื่ การจัดการเรียนรู้
พ.ค. มี.ค. - จดั ทำโครงการตาม - ความสามารถในการวัดและ
ปงี บประมาณ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
~ 10
ส่วนท่ี 2 รายละเอียดการพัฒนาตนเอง (ตอ่ ) อนั ดบั วธิ ีการ /
ความ รปู แบบ
ท่ี สมรรถนะที่จะพัฒนา สำคัญ การพฒั นา
2 การพฒั นาผูเ้ รียน 6 (T)
2.1 ความสามารถในการปลกู ฝังคณุ ธรรม จริยธรรม
2.2 ความสามารถในการพัฒนาทกั ษะชีวติ (A) (T)
สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ (T)
(OJT)
2.3 ความสามารถในการปลูกฝังความเปน็
ประชาธิปไตย
2.4 ความสามารถในการปลกู ฝังความเป็นไทย
2.5 ความสามารถในการจดั ระบบดแู ลและช่วยเหลือ (A)
ผู้เรียน (S)
3 การบรหิ ารจัดการช้นั เรยี น
3.1 ความสามารถในการจดั บรรยากาศการเรียนรู้
3.2 ความสามารถในการจดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศ (T)
และเอกสาร (S)
3.3 ความสามารถในการกำกับดูแลช้นั เรยี น
0~
ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ
ในการพัฒนา สนับสนุนจาก ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ บั
า หน่วยงาน
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม
ปงี บประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถพฒั นาทักษะชีวติ
ปีงบประมาณ สุขภาพกายและสขุ ภาพจิต
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถปลูกฝงั ความเป็น
ปีงบประมาณ ประชาธปิ ไตยได้
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถปลกู ฝงั ความเปน็ ไทย
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - สามารถจดั ระบบดูแล และช่วยเหลือ
ปงี บประมาณ ผูเ้ รยี นได้
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถจดั บรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี
ปงี บประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - สามารถจดั ทำข้อมูลสารสนเทศ
ปีงบประมาณ และเอกสารได้
พ.ค.64 มี.ค.65 - ตามปงี บประมาณ - สามารถการกำกับดแู ลชน้ั เรียน
~ 11
สว่ นที่ 2 รายละเอยี ดการพัฒนาตนเอง (ตอ่ ) อนั ดับ วธิ ีการ /
ความ รปู แบบ
ท่ี สมรรถนะท่ีจะพฒั นา สำคัญ การพัฒนา
4 การวเิ คราะห์ สงั เคราะหแ์ ละการวิจัย 3
4.1 ความสามารถในการวิเคราะห์ (T)
4.2 ความสามารถในการสงั เคราะห์ (T)
4.3 ความสามารถในการเขียนเอกสารทางวิชาการ (E)
4.4 ความสามารถในการวจิ ัย (T)
5 การสร้างความรว่ มมือกบั ชมุ ชน 10
5.1 ความสามารถในการนำชุมชนมีสว่ นรว่ มใน
กจิ กรรมสถานศึกษา (S)
5.2 ความสามารถในการเขา้ ร่วมกิจกรรมของชุมชน (S)
1~
ระยะเวลาใน การขอรบั งบประมาณ
การพฒั นา สนับสนนุ จาก ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
า เร่ิมต้น สน้ิ สุด หน่วยงาน
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - มีความสามารถในการวิเคราะห์ได้
ปงี บประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - มีความสามารถในการสงั เคราะหไ์ ด้
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถเขียนเอกสารทางวชิ าการได้
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - มสี ามารถในการทำการวจิ ยั ได้
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จัดทำโครงการตาม - สามารถนำชมุ ชนเขา้ มามสี ่วนร่วม
ปงี บประมาณ ในกจิ กรรมสถานศึกษาได้
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - สามารถเข้าร่วมกจิ กรรมของชุมชนได้
ปงี บประมาณ
~ 12
ส่วนที่ 2 รายละเอยี ดการพัฒนาตนเอง (ตอ่ ) อนั ดบั วธิ กี าร /
ความ รปู แบบ
ที่ สมรรถนะที่จะพัฒนา สำคัญ การพัฒนา
6 วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชีพ 9 (S)
6.1 การมีวินยั
6.2 การประพฤติ ปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างท่ีดี (S)
6.3 การดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม (S)
6.4 ความรกั และความศรทั ธาในวิชาชพี (S)
6.5 ความรับผดิ ชอบในวิชาชีพ (S)
2~
ระยะเวลาใน การขอรบั งบประมาณ
การพัฒนา สนับสนุนจาก ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะได้รับ
า เรมิ่ ตน้ สิน้ สดุ หนว่ ยงาน
พ.ค.64 มี.ค.6 - จดั ทำโครงการตาม - มวี ินัยในตนเอง
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - ประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง
ปงี บประมาณ ท่ีดไี ด้
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการตาม - ดำรงชีวิตไดอ้ ย่างเหมาะสม
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - รกั และความศรัทธาในวชิ าชีพ
ปีงบประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการตาม - รบั ผดิ ชอบในวิชาชีพ
ปีงบประมาณ
~ 13
ส่วนท่ี 3 ตารางสรุปแผนพฒั นาตนเอง
อันดับ สมรรถนะที่จะพัฒนา วิธีการ / รูปแบบการพัฒนา
ความสำคัญ
1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (T) (S) (OJT)
2 การจัดการเรยี นรู้ (T)
3 การวิเคราะห์ สงั เคราะห์และ (T)
การวจิ ัย (S) (A) (OJT) (C)
4 การพัฒนาตนเอง
5 การทำงานเป็นทมี (T) (P)
6 การพัฒนาผู้เรยี น (OJT) (T) (A)
7 การบริหารจัดการชน้ั เรยี น (S) (T)
3~
ระยะเวลา การขอรบั งบประมาณ ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะไดร้ ับ
ในการพัฒนา สนบั สนนุ จากหนว่ ยงาน
เรมิ่ ตน้ สนิ้ สดุ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 - จดั ทำโครงการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์
ตามปงี บประมาณ
พ.ค.64 มี.ค.65 ความสามารถในการจดั การเรียนรู้
- จดั ทำโครงการ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 ตามปีงบประมาณ การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวจิ ัย
พ.ค.64 มี.ค.65 - จดั ทำโครงการ พฒั นาตนเองให้มีความก้าวหนา้
ตามปีงบประมาณ ในวิชาชีพ
พ.ค.64 มี.ค.65 มที กั ษะในการทำงานเปน็ ทีม
- จัดทำโครงการ
พ.ค.64 มี.ค.65 ตามปีงบประมาณ พฒั นาผเู้ รยี นให้มีความรู้
ความสามารถตรงตามหลักสูตร
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการ สามารถจดั การชั้นเรียนใหเ้ หมาะสม
ตามปงี บประมาณ กบั การจดั การเรียนการสอน
- จดั ทำโครงการ
ตามปีงบประมาณ
- จดั ทำโครงการ
ตามปงี บประมาณ
~ 14
ส่วนที่ 3 ตารางสรปุ แผนพัฒนาตนเอง
อนั ดับ
ความสำคญั สมรรถนะท่ีจะพฒั นา วธิ ีการ / รปู แบบการพฒั นา
8 การบริการที่ดี (T)
9 วนิ ยั คณุ ธรรม จริยธรรมและ (S)
จรรยาบรรณวิชาชพี (S)
10 การสรา้ งความรว่ มมือกับชุมชน
4~
ระยะเวลา การขอรับงบประมาณ ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะไดร้ ับ
ในการพัฒนา สนบั สนุนจากหนว่ ยงาน
เรมิ่ ตน้ สนิ้ สดุ
พ.ค.64 มี.ค.65 - จัดทำโครงการ มีระบบในการให้บริการทดี่ ี
ตามปีงบประมาณ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 มวี ินัย คณุ ธรรม จริยธรรมและ
- จดั ทำโครงการ จรรยาบรรณในวชิ าชีพ
พ.ค.64 ม.ี ค.65 ตามปีงบประมาณ ใหช้ ุมชมมบี ทบาทในการจัดการศกึ ษา
และให้ความรว่ มมือกบั กิจกรรมใน
- จัดทำโครงการ ชุมชน
ตามปีงบประมาณ
~ 15 ~
สว่ นที่ 4 ความต้องการในการพัฒนา
1.หลักสูตรใดท่ีทา่ นตอ้ งการพัฒนา
มคี วามต้องการพฒั นาตนเองให้เหมาะสมตามตำแหน่งและมาตรฐานประจำวทิ ยฐานะ ในหวั ข้อดงั ต่อไปน้ี
1. ดา้ นการจัดการเรียนรู้ (8 ขอ้ )
1.1 สร้างและหรอื พฒั นาหลกั สูตร โดยจดั ทำรายวิชาและหน่วยการเรยี นรู้ใหส้ อดคล้องกับ
มาตรฐานการเรยี นรู้ และตวั ชี้วดั หรือผลการเรยี นรู้ ตามหลักสตู ร ให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการ
เรยี นรเู้ ต็มตามศักยภาพ
1.2 ปฏิบตั กิ ารสอนโดยการออกแบบการจัดการเรียนรโู้ ดยเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้
ทกั ษะ คณุ ลักษณะประจำวิชา คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะท่ีสำคัญ ตามหลกั สูตร
1.3 จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ อำนวยความสะดวกในการเรยี นรู้ และสง่ เสริมผ้เู รียนได้พฒั นาเตม็ ตาม
ศกั ยภาพเรียนรู้และทำงานรว่ มกัน
1.4 สรา้ งหรอื พฒั นาสื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ทสี่ อดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้
ให้ผูเ้ รียนมที ักษะการคดิ และสามารถสร้างนวัตกรรมได้
1.5 วัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกบั มาตรฐาน
การเรียนรู้ใหผ้ ูเ้ รยี นพฒั นาการเรียนรอู้ ย่างต่อเน่ือง
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และหรือวิจยั เพ่อื แกป้ ัญหาหรือพฒั นาการเรียนรู้ท่ีส่งผลตอ่
คณุ ภาพผ้เู รยี น
1.7 จัดบรรยากาศท่สี ง่ เสริมและพัฒนาผู้เรียน ใหเ้ กิดกระบวนการคดิ ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน
ทักษะการเรยี นรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี
1.8 อบรมบ่มนสิ ยั ใหผ้ ู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และคา่ นิยมความเปน็
ไทยท่ีดีงาม
2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ (4 ข้อ)
2.1 จัดทำขอ้ มูลสารสนเทศของผเู้ รยี นและรายวิชา เพ่ือใชใ้ นการส่งเสรมิ สนบั สนุนการเรียนรแู้ ละ
พฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
2.2 ดำเนนิ การตามระบบดูแลชว่ ยเหลือผู้เรียน โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกบั ผูเ้ รียนรายบุคคล
และประสานความรว่ มมือกับผมู้ ีสว่ นเก่ยี วข้อง เพือ่ พฒั นาและแกป้ ญั หาผ้เู รียน
2.3 ร่วมปฏิบัตงิ านทางวิชาการ และงานอ่นื ๆของสถานศึกษา เพ่อื ยกระดับคณุ ภาพการจัด
การศกึ ษาของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกบั ผปู้ กครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ เพอ่ื ร่วมกนั
พัฒนาผ้เู รียน
3. ดา้ นการพัฒนาตนเองและวชิ าชีพ (3 ข้อ)
3.1 พฒั นาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนอื่ ง เพื่อใหม้ ีความรู้ ความสามารถ ทักษะ โดยเฉพาะ
อย่างยิง่ การใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
สมรรถนะทางวิชาชพี ครู ความรอบรูใ้ นเน้ือหาวชิ าและวธิ กี ารสอน
3.2 มีสว่ นรว่ ม และเป็นผนู้ ำในการแลกเปลย่ี นการเรียนรทู้ างวชิ าชพี เพอ่ื พฒั นาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ไดจ้ ากการพัฒนาตนเองและวชิ าชพี มาใชใ้ นการพฒั นาการ
จัดการเรียนรู้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น รวมถงึ การพฒั นานวตั กรรมการจัดการเรียนรู้
~ 16 ~
2.เพราะเหตุใดจึงต้องการเลือกหลกั สูตรท่เี กี่ยวข้องในข้อ 1
เพราะมเี หตผุ ลคอื
2.1 ตอ้ งการนำความรู้ ความสามารถท่มี ีมาใชใ้ นการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนในระดับชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 1
2.2 ต้องการนำวิธกี ารและเทคนคิ การเรียนร้ตู ่างมาใชป้ ระกอบการจดั การเรยี นการสอน เพอ่ื พัฒนา
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนในระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ให้สงู ยง่ิ ขนึ้ ไป
2.3 เพ่ือพฒั นาความรู้ ความสามารถของตนเองในการเข้าสู่ครู Thailand 4.0
2.4 เพ่อื นำความรู้ท่ีได้รบั จากหลกั สูตรมาขยายผลการเรียนรู้ส่คู รูผู้สอนในระดบั ชว่ งช้ันที่ 1 เพ่ือพัฒนาการ
เรยี นการสอนในระดบั ช่วงชัน้ ที่ 1
3. ท่านคาดหวังส่งิ ใดจากการเข้ารบั การพัฒนาในหลักสูตรท่ที า่ นเลือกพัฒนา
3.1 ความรู้เรือ่ ง นวัตกรรมประกอบการเรียนการสอน
3.2 ทกั ษะการจดั การเรียนร้เู รือ่ ง ห้องเรยี นคณุ ภาพ
3.3 ทกั ษะการเรยี นรู้ด้านเนอ้ื หาวชิ าการในระดับชว่ งช้ันท่ี 1
4. ทา่ นจะนำความร้จู ากหลักสูตรไปพฒั นาการสอนของทา่ นไดอ้ ย่างไร
ต้องการนำความร้ทู ่ีได้รับมาใชป้ ระโยชนใ์ นการจัดการเรยี นการสอนในระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 หรือชว่ ง
ช้ันที่ 1 ใหผ้ ู้เรียนเกิดผลลัพธท์ างการเรยี นรู้ที่ดี และมีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้ท่ีได้รบั มาสรรสรา้ งนวัตกรรม
เพอ่ื พัฒนาผู้เรียน
~ 17 ~
ส่วนที่ 5 คำรบั รองแผนพัฒนาตนเองของผ้บู ังคบั บัญชา
....................................................................................................... ...................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ...................................
ลงชือ่ ..........................................................................
(นางสาวศรีอุดร ลา้ นสาวงษ)์
ตำแหนง่ ครู
ผูจ้ ดั ทำแผนพัฒนาตนเอง
ความคิดเหน็ ของผบู้ ังคบั บญั ชา
..........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................. ...........................................
................................................................................................................. .......................................................................
........................................................................................................................................................................................
......................................................................................... ...............................................................................................
วา่ ท่ี ร.ต.ดร.
(สุกจิ ศรีพรหม)
ผอู้ ำนวยการ
โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
~ 18 ~
หมายเหตุ
คำอธิบายวิธีการพัฒนาสมรรถนะ
สัญลักษณ์ และความหมาย
A : Active Learning (เรียนรู้จากการปฏิบัติ) C : Coaching (การสอนงาน)
CE : Continuing Education (ศกึ ษาตอ่ ) E : Expert Briefing (พบผูเ้ ชย่ี วชาญ)
F : Field Trip (ศกึ ษาดูงาน) J : Job Swap (แลกเปลย่ี นงาน
M : Mentoring (ติดตามโดยพ่ีเลยี้ ง) JR : Jop Rotation (หมุนเวียนงาน)
OJT : On the Job Training (สอนขณะปฏบิ ัตงิ าน)
P : Project Assignment (มอบหมายงาน)
S : Self Study (ศกึ ษาด้วยตนเอง)
T : Training, Workshop (การฝึกอบรม/ประชุมปฏิบัตกิ าร)
~ 19 ~
ผลการประเมนิ สมรรถนะครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
ชอ่ื นางสาวศรอี ดุ ร ลา้ นสาวงษ์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ -
โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษาสกลนคร
สมรรถนะ คะแนนเฉลีย่ ระดบั คณุ ภาพ
สมรรถนะหลกั (Core Competency)
001. การม่งุ ผลสมั ฤทธิใ์ นการปฏบิ ัติงาน
002. การบริการท่ีดี
003. การพฒั นาตนเอง
004. การทำงานเป็นทมี
005. จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณวิชาชพี
สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
001. การบรหิ ารจัดการหลักสูตรและการจัดการเรยี นรู้
002. การพฒั นาผเู้ รียน
003. การบริหารจดั การช้นั เรียน
004. การวเิ คราะห์ สงั เคราะหแ์ ละการวิจัยเพื่อพฒั นาผู้เรียน
005. ภาวะผู้นำครู
006. การสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชมุ ชน
สรุปผล จำนวน 10 สมรรถนะ
สมรรถนะระดับคุณภาพสูง จำนวน 1 สมรรถนะ
สมรรถนะระดบั คุณภาพปานกลาง จำนวน - สมรรถนะ
สมรรถนะระดับคุณภาพควรปรับปรุง
~ 20 ~
แบบประเมินสมรรถนะครผู ูส้ อน
สังกัด สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาสกลนคร
ชอื่ นางสาวศรีอดุ ร ลา้ นสาวงษ์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ -
โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสกลนคร
ผู้ประเมิน ตนเอง
เพ่อื นครผู ูส้ อน
ผูบ้ ริหารสถานศึกษา
คำชแี้ จง
1. แบบประเมนิ สมรรถนะในการปฏบิ ัตงิ านฉบับน้สี ำหรับให้ครูผ้สู อนทำการประเมนิ สภาพการ
ปฏิบัตงิ านของตนเอง เพื่อนครูผู้สอน และผ้บู ริหารสถานศึกษา ร่วมประเมินตามสภาพความเป็นจรงิ เพือ่ เป็น
ข้อมลู พ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานของครผู ู้สอนในแตล่ ะคน โดยจะมผี ู้บริหารสถานศกึ ษาเปน็ ผู้
รับรองผลการประเมนิ อกี ครั้งหนึง่
2. แบบประเมนิ สมรรถนะฉบับน้ี แบง่ ออกเปน็ 2 ตอน
ตอนท่ี 1 ข้อมูลเก่ยี วกับครูผูส้ อน
ตอนที่ 2 การประเมินสมรรถนะของครูผ้สู อน ประกอบดว้ ยสมรรถนะหลกั 5 สมรรถนะ
และสมรรถนะประจำสายงาน 6 สมรรถนะ
3. ใหผ้ ปู้ ระเมนิ อ่านรายการคำถามในแต่ละสมรรถนะให้ดีก่อนที่จะทำการประเมินสมรรถนะ
การปฏบิ ตั งิ าน
4. วิธกี ารประเมินสมรรถนะในการปฏบิ ัติงาน ใหท้ า่ นทำเครื่องหมาย ลงในช่องสภาพการปฏิบตั งิ าน
ในแตล่ ะรายการคำถามของแตล่ ะสมรรถนะตามสภาพความเป็นจริง
ตอนที่ 1 ข้อมลู เก่ียวกับผูร้ บั การประเมิน
1. เพศ ชาย หญงิ
2. ตำแหน่งปจั จุบนั ของผู้รับการประเมิน
ครูผูช้ ว่ ย ครู คศ. 1 ครู คศ. 2
ครู คศ. 3 ครู คศ. 4 ครู คศ. 5
3. ระดบั การศึกษาสงู สดุ
ต่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท ปรญิ ญาเอก
4. อายรุ าชการ ปี เดือน (นบั ถึง 10 พฤศจิกายน 2564)
5. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ท่ีถนัดหรอื เชยี่ วชาญ คอื
~ 21 ~
ตอนท่ี 2 การประเมนิ สมรรถนะในการปฏบิ ัติงานของครูผู้สอน (ผรู้ บั การประเมนิ )
ให้ทา่ นพจิ ารณาสภาพการดำเนนิ งานในแต่ละประเด็นย่อยในแตล่ ะสมรรถนะของผู้รบั การประเมินแล้ว
ทำเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งสภาพการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในประเดน็ ยอ่ ยของแต่ละสมรรถนะตามสภาพ
ความเป็นจริง
1. สมรรถนะหลัก (Core Competency)
ระดบั การปฏบิ ัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
1. สมรรถนะการมงุ่ ผลสมั ฤทธิใ์ นการปฏบิ ัติงาน
ทส่ี ุด กลาง ที่สุด
1.1 วิเคราะห์ภารกจิ งานเพื่อวางแผนการแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นระบบ
1.2 กำหนดเป้าหมายในการปฏิบตั ิงานทุกภาคเรียน
1.3 กำหนดแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นขน้ั ตอน
1.4 ใฝ่เรยี นรู้เก่ยี วกบั การจัดการเรียนรู้
1.5 รเิ ริ่มสร้างสรรคใ์ นการพัฒนาการจดั การเรียนรู้
1.6 แสวงหาความร้ทู ่เี ก่ียวกับวชิ าชพี ใหม่ ๆ เพอ่ื การพฒั นาตนเอง
1.7 ประเมินผลการปฏิบัตงิ านของตนเอง
1.8 ใช้ผลการประเมนิ ในการปฏบิ ตั ิงานมาใชป้ รบั ปรงุ /พฒั นา
การทำงานให้ดยี ่ิงข้นึ
1.9 พัฒนาการปฏบิ ัติงานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรยี น
ผู้ปกครอง และชมุ ชน
2. สมรรถนะการบริการทดี่ ี
2.1 ใหบ้ ริการดว้ ยความยมิ้ แย้มใจใส่ เห็นอกเหน็ ใจผูม้ ารบั บริการ
2.2 ใหบ้ ริการอย่างรวดเรว็ ทันใจ ไมล่ า่ ชา้
2.3 ใหบ้ รกิ ารอยา่ งมีความเคารพยกย่อง อ่อนนอ้ มให้เกยี รติ
ผู้รับบรกิ าร
2.4 ใหบ้ ริการด้วยความมุ่งม่ัน ต้ังใจและเต็มอกเต็มใจ
2.5 แก้ปัญหาให้กับนกั เรียน และผปู้ กครองหรือผ้มู าขอรับบรกิ าร
2.6 ใหบ้ รกิ ารโดยยึดความต้องการของผู้รับบริการเป็นหลัก
2.7 ใหบ้ รกิ ารเกินความคาดหวงั แมต้ อ้ งใชเ้ วลา หรือ
ความพยามยามอย่างมาก
~ 22 ~
ระดับการปฏบิ ัติ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
3. สมรรถนะการพัฒนาตนเอง ทส่ี ุด กลาง ที่สุด
3.1 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรู้ มุ่งม่ันและแสวงหาโอกาสพัฒนา
ตนเองดว้ ยวิธีทห่ี ลากหลาย
3.2 วเิ คราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนเกีย่ วกบั การจัดการเรียนรู้
ของตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
3.3 ศกึ ษา ค้นคว้าหาองค์ความรูใ้ หม่ ๆ ทางวิชาการเพ่ือพัฒนา
ตนเองและวชิ าชีพ
3.4 แลกเปลย่ี นเรียนรู้กบั ผอู้ ่ืนเพอ่ื การพฒั นาตนเองทกุ คร้ัง
ที่มโี อกาส
3.5 เข้ารับการอบรมเพอื่ พฒั นาตนเองจากหน่วยงานต่างๆ
อย่างต่อเนอ่ื ง
3.6 ให้คำปรกึ ษา แนะนำ นิเทศ และถา่ ยทอดความรู้
ประสบการณท์ างวิชาชีพแก่ผูอ้ ื่น
3.7 มกี ารสรา้ งเครือขา่ ยการเรียนรู้เพือ่ การพัฒนาตนเองทงั้ ใน
และนอกสถานศกึ ษา
4. สมรรถนะการทำงานเป็นทมี
4.1 สร้างสัมพันธภาพทดี่ ีในการทำงานรว่ มกับผู้อนื่
4.2 ทำงานร่วมกบั ผู้อื่นตามบทบาทหน้าท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
4.3 ช่วยเหลือเพอ่ื นร่วมงานเพื่อส่เู ป้าหมายความสำเร็จร่วมกนั
4.4 ให้เกียรติ ยกย่องชมเชย ใหก้ ำลังใจแกเ่ พ่ือนรว่ มงานในโอกาส
ท่ีเหมาะสม
4.5 มที ักษะในการทำงานร่วมกบั บคุ คล/กลุ่มบุคคลได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา
และในทุกสถานการณ์
4.6 แสดงบทบาทผนู้ ำหรือผูต้ ามในการทำงานร่วมกับผู้อน่ื ได้
เหมาะสมในทกุ โอกาส
4.7 แลกเปลี่ยน/รับฟังความคิดเหน็ และประสบการณ์ภายใน
ทมี งาน
4.8 รว่ มกบั เพ่ือนรว่ มงานในการสรา้ งวัฒนธรรมการทำงานเปน็ ทมี
ใหเ้ กดิ ข้ึนในสถานศึกษา
~ 23 ~
ระดบั การปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย น้อย ปาน มาก มาก
5. สมรรถนะจริยธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชพี ครู ทส่ี ดุ กลาง ทส่ี ุด
5.1 ยึดมน่ั ในอุดมการณข์ องวิชาชพี ปกปอ้ งเกียรติและศักดิ์ศรี
ของวชิ าชพี
5.2 เสียสละ อทุ ศิ ตนเพื่อประโยชน์ต่อวชิ าชพี และเปน็ สมาชิกทดี่ ี
ขององค์กรวชิ าชีพ
5.3 ยกย่อง ชื่นชมบคุ คลที่ประสบความสำเร็จในวชิ าชีพ
5.4 ซือ่ สัตยต์ ่อตนเอง ตรงต่อเวลา วางแผนการใชจ้ า่ ย
และใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
5.5 ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั และขนบธรรมเนียม
ประเพณี
5.6 ปฏิบัติตนและดำเนนิ ชวี ติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งได้เหมาะสมกับสถานะของตน
5.7 รกั ษาสิทธปิ ระโยชน์ของตนเอง และไมล่ ะเมิดสิทธิของผอู้ ืน่
5.8 เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ชว่ ยเหลอื และไม่เบยี ดเบียนผ้อู ่ืน
5.9 มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อผู้เรียนเพื่อนร่วมงาน
และผรู้ บั บรกิ าร
5.10 ปฏิบัติตนตามหลกั การครองตน ครองคน ครองงาน
เพอื่ ให้การปฏิบัตงิ านบรรลุผลสำเร็จ
~ 24 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ้ ย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก
ที่สุด ทส่ี ดุ
1. สมรรถนะการบริหารจัดการหลักสตู รและการจัดการเรยี นรู้ น้อย ปาน มาก
1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้อยา่ งหลากหลายสอดคล้อง กลาง
กับวยั ความต้องการของผู้เรียน ชุมชน
1.2 เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในการกำหนดกจิ กรรมและ
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
1.3 ใช้รูปแบบ/เทคนิควธิ กี ารสอนอย่างหลากหลายเพ่ือใหผ้ ู้เรียน
พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ
1.4 จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ป่ี ลูกฝัง/ส่งเสริมคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์และสมรรถนะของผ้เู รียน
1.5 ใชห้ ลกั จติ วิทยาในการจดั การเรยี นรู้ให้ผเู้ รยี นเรยี นรอู้ ย่างมี
ความสุขและพัฒนาเต็มศักยภาพ
1.6 ใชแ้ หลง่ เรยี นรูแ้ ละภูมิปัญญาท้องถน่ิ ในชมุ ชนใน
การจดั การเรียนรู้
1.7 ใช้สอื่ นวตั กรรม และเทคโนโลยีหลากหลายและเหมาะสมกบั
เน้อื หาและกิจกรรมการเรียนรู้
1.8 ใชเ้ ทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ในการผลติ ส่อื /นวัตกรรมทีใ่ ช้
ในการเรียนรู้
1.9 ออกแบบวธิ กี ารวัดและประเมินผลหลากหลายเหมาะสมกบั
เนอื้ หาและกจิ กรรมการเรียนรู้
1.10 สรา้ งและนำเครือ่ งมือวัดและประเมนิ ผลไปใช้อยา่ งถูกต้อง
เหมาะสม
1.11 วัดและประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามสภาพจรงิ
1.12 นำผลการประเมินการเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนา
การจัดการเรยี นรู้
~ 25 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) (ตอ่ )
ระดับการปฏบิ ตั ิ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ที่สุด กลาง ทส่ี ุด
2. สมรรถนะการพัฒนาผเู้ รยี น
2.1 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมแกผ่ ู้เรียนในการจดั การเรียนรู้
ในช้ันเรยี น
2.2 จัดกจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้แกผ่ เู้ รยี นโดยให้
ผ้เู รียนมีสว่ นรว่ มในการวางแผนกิจกรรม
2.3 จดั ทำโครงการ/กิจกรรมทสี่ ่งเสริมคุณธรรมจรยิ ธรรม
ให้แกผ่ ู้เรียน
2.4 จัดกจิ กรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านการดแู ลตนเอง มีทักษะใน
การเรียนรู้ การทำงาน การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม และรเู้ ทา่ ทนั
การเปลย่ี นแปลง
2.5 สอดแทรกความเปน็ ประชาธิปไตย ความภมู ิใจในความเป็น
ไทยให้แกผ่ เู้ รยี นในการจัดการเรยี นรู้
2.6 จัดทำโครงการ/กจิ กรรมท่ีสง่ เสริมความเปน็ ประชาธปิ ไตย
ความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย
2.7 ให้ผ้ปู กครองมสี ่วนร่วมในการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น
รายบุคคล
2.8 นำข้อมูลนักเรียนไปใชช้ ่วยเหลอื /พฒั นาผเู้ รียนท้งั ด้าน
การเรียนรแู้ ละปรบั พฤติกรรมเป็นรายบุคคล
2.9 จดั กจิ กรรมเพ่ือป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมพฒั นาผเู้ รยี น
ใหแ้ ก่นักเรยี นอย่างทว่ั ถงึ
2.10 สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั ิตนใหถ้ ูกต้องเหมาะสมกับค่านยิ ม
ที่ดีงาม
2.11 ดแู ลนกั เรยี นทุกคนอย่างทว่ั ถงึ ทันเหตุการณ์
~ 26 ~
ระดับการปฏิบตั ิ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ท่สี ดุ กลาง ทส่ี ุด
3. สมรรถนะการบริหารจดั การช้นั เรียน
3.1 จดั สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนท่ีเอ้ือต่อ
การเรียนรู้
3.2 ส่งเสรมิ การมีปฏสิ มั พันธ์ท่ีดีระหวา่ งครูกับผู้เรียนและผู้เรียน
กบั ผูเ้ รียน
3.3 ตรวจสอบส่งิ อำนวยความสะดวกในห้องเรียนให้พร้อมใช้
และปลอดภัย
3.4 จดั ทำขอ้ มลู สารสนเทศของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คลและ
เอกสารประจำชั้นเรยี นครบถ้วน เปน็ ปจั จบุ ัน
3.5 นำข้อมลู สารสนเทศไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียนได้อย่าง
เต็มศักยภาพ
3.6 ให้ผูเ้ รียนมีสว่ นร่วมในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลง
ในชนั้ เรยี น
3.7 แกป้ ัญหา/พฒั นานกั เรียนด้านระเบยี บวินัยโดยการสรา้ งวินัย
เชิงบวกในช้นั เรียน
3.8 ประเมิน การกำกับดแู ลชัน้ เรยี น และนำผลการประเมินไปใช้
ในการปรบั ปรุงและพฒั นา
4. สมรรถนะการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนา
ผ้เู รียน
4.1 สำรวจปญั หาเก่ียวกับนักเรียนทีเ่ กิดขนึ้ ในชั้นเรียนเพ่ือ
วางแผนการวิจยั เพือ่ พฒั นาผู้เรียน
4.2 วเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหาเกี่ยวกบั นักเรยี นทีเ่ กิดข้ึนใน
ชั้นเรียนเพ่ือกำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาระบุ
สภาพปจั จุบนั
4.3 รวบรวม จำแนกและจดั กลมุ่ ของสภาพปญั หา แนวคิดทฤษฏี
และวธิ กี ารแก้ปญั หาเพื่อสะดวกตอ่ การนำไปใช้
4.4 มกี ารประมวลผลหรอื สรุปขอ้ มลู สารสนเทศที่เป็นประโยชน์
ตอ่ การแก้ไขปัญหาในชั้นเรียนโดยใช้ขอ้ มลู รอบด้าน
4.5 มีการวเิ คราะหจ์ ดุ เด่น จดุ ดอ้ ย อปุ สรรคและโอกาส
ความสำเรจ็ ของการวิจยั เพือ่ แกป้ ญั หาท่เี กิดขน้ึ ในชน้ั เรียน
~ 27 ~
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก
ท่สี ดุ ที่สดุ
4.6 จดั ทำแผนการวิจยั และดำเนินกระบวนการวจิ ัยอย่างเปน็ นอ้ ย ปาน มาก
ระบบตามแผนดำเนินการวิจยั ทกี่ ำหนดไว้ กลาง
4.7 ตรวจสอบความถูกตอ้ งและความน่าเช่ือถือของผลการวจิ ัย
อย่างเป็นระบบ
4.8 มีการนำผลการวิจัยไปประยุกตใ์ ชใ้ นกรณีศกึ ษาอน่ื ๆ ท่ีมี
บริบทของปัญหาท่ีคล้ายคลงึ กนั
4.9 นำข้อมูลนักเรยี นไปใชช้ ว่ ยเหลอื /พัฒนาผู้เรียนทั้งดา้ น
การเรียนรู้และปรบั พฤติกรรมเปน็ รายบคุ คล
4.10 จัดกิจกรรเพอ่ื ป้องกันแก้ไขปัญหาและสง่ เสรมิ พฒั นาผูเ้ รยี น
ใหแ้ ก่นกั เรียนอยา่ งทวั่ ถึง
5. สมรรถนะภาวะผนู้ ำครู
5.1 เห็นคุณคา่ ใหค้ วามสำคัญในความคิดเห็นหรือผลงานและ
ใหเ้ กียรตผิ ู้อนื่
5.2 กระตุน้ จงู ใจ ปรบั เปลยี่ นความคิดและการกระทำของผู้อนื่
ใหม้ ีความผูกพันและมุ่งม่ันตอ่ เป้าหมายในการทำงานร่วมกนั
5.3 มปี ฏิสัมพนั ธใ์ นการสนทนาอยา่ งสร้างสรรค์กบั ผู้อื่นโดยมุ่งเน้น
ไปการเรยี นรู้ และการพัฒนาวิชาชีพ
5.4 มีทักษะการฟัง การพูด และการตง้ั คำถามเปิดใจกว้าง
ยืดหยุ่น ยอมรบั ทัศนะที่หลากหลายของผู้อนื่ เพื่อเปน็ แนวทาง
ใหม่ ๆ ในการปฏบิ ตั ิงาน
5.5 ให้ความสนใจตอ่ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปน็ ปจั จบุ ันโดยมีการ
วางแผนอยา่ งมวี ิสยั ทัศน์ซึง่ เชื่อมโยงกับวสิ ัยทัศน์ เป้าหมาย
และพันธกิจของโรงเรยี น
5.6 ริเร่ิมการปฏบิ ตั ิทีน่ ำไปสู่การเปลีย่ นแปลงและพฒั นา
นวตั กรรม
5.7 กระตุน้ ผู้อน่ื ให้มีการเรยี นรแู้ ละความรว่ มมือกันในวงกว้าง
เพื่อพฒั นาผู้เรยี น สถานศึกษา และวชิ าชีพ
5.8 ปฏบิ ัติงานรว่ มกับผอู้ น่ื ภายใตร้ ะบบ/ข้นั ตอนทเี่ ปล่ยี นแปลง
ไปจากเดิมได้
~ 28 ~
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย ระดับการปฏบิ ัติ มาก
ทสี่ ุด ท่ีสดุ
5.9 สนับสนนุ ความคิดรเิ รมิ่ ซึ่งเกิดจากการพจิ ารณาไตร่ตรองของ น้อย ปาน มาก
เพื่อนรว่ มงาน และมสี ว่ นร่วมในการพฒั นานวตั กรรมต่าง ๆ กลาง
5.10 ใช้เทคนิควธิ กี ารหลากหลายในการตรวจสอบประเมิน
การปฏบิ ตั งิ านของตนเองและผลการดำเนนิ งานสถานศึกษา
5.11 กำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการเรียนรูท้ ี่ทา้ ทาย
ความสามารถของตนเองตามสภาพจริงและปฏบิ ัตใิ ห้
บรรลผุ ลสำเร็จได้
5.12 ยอมรับขอ้ มลู ป้อนกลับเกย่ี วกบั ความคาดหวังด้านการเรยี นรู้
ของผเู้ รียนจากผปู้ กครอง
6. สมรรถนะการสรา้ งความสัมพนั ธแ์ ละความร่วมมือกบั ชุมชน
เพือ่ การจดั การเรียนรู้
6.1 มปี ฏสิ ัมพันธ์ท่ีดกี บั ผู้ปกครองและชุมชนในการติดต่อสื่อสาร
เพอ่ื การจัดการเรียนรู้
6.2 ประสานงานกบั ผปู้ กครองและชมุ ชนใหเ้ ขา้ มามีสว่ นรว่ ม
ในการจัดการเรียนร้อู ย่างต่อเน่ืองตลอดปีการศึกษา
6.3 เปิดโอกาสให้ผมู้ ีสว่ นเก่ยี วขอ้ งเขา้ ร่วมวางแผนการจดั กิจกรรม
การเรียนรู้ในระดบั ช้ันเรยี น
6.4 เปิดโอกาสใหผ้ ปู้ กครองและชุมชนเข้ามาแลกเปลย่ี นเรียนรู้
เก่ียวกบั การจดั การเรยี นการสอนในสถานศึกษา
6.5 สร้างเครอื ข่ายความรว่ มมอื ระหวา่ งครู ผ้ปู กครอง ชมุ ชนและ
องค์กรอน่ื ๆ ทั้งภาครฐั และเอกชนในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
สารสนเทศเพอ่ื การจัดการเรยี นรู้
6.6 จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ที่ให้ปราชญ์ชาวบา้ นหรือภูมิปัญญา
ในท้องถิ่นเขา้ มามสี ว่ นร่วม
6.7 มกี ารเปดิ โอกาสใหผ้ มู้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสียของสถานศึกษาเขา้ มา
มสี ว่ นรว่ มในการประเมินผลการจัดการศึกษา
6.8 มกี ารเสนอผลการจัดการเรียนรตู้ ่อฝา่ ยต่าง ๆ ของชุมชน
เพื่อแลกเปลีย่ นเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกนั ในทุกภาคเรียน
ลงชอ่ื .................................................. ผู้ประเมิน
(นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์ )
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
~ 29 ~
แบบประเมนิ สมรรถนะครผู ู้สอน
สังกดั สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาสกลนคร
ชอื่ นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ -
โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาสกลนคร
ผ้ปู ระเมิน ตนเอง
เพอ่ื นครผู ้สู อน
ผู้บริหารสถานศึกษา
คำชแี้ จง
1. แบบประเมนิ สมรรถนะในการปฏิบัติงานฉบับนสี้ ำหรับให้ครูผ้สู อนทำการประเมนิ สภาพการ
ปฏิบัตงิ านของตนเอง เพ่ือนครผู ้สู อน และผู้บริหารสถานศึกษา รว่ มประเมนิ ตามสภาพความเป็นจรงิ เพือ่ เป็น
ข้อมลู พน้ื ฐานในการพฒั นาคุณภาพการปฏิบตั ิงานของครผู ู้สอนในแตล่ ะคน โดยจะมผี ู้บริหารสถานศกึ ษาเปน็ ผู้
รับรองผลการประเมนิ อีกครั้งหนึ่ง
2. แบบประเมินสมรรถนะฉบับน้ี แบ่งออกเป็น 2 ตอน
ตอนท่ี 1 ข้อมูลเก่ียวกับครผู สู้ อน
ตอนที่ 2 การประเมนิ สมรรถนะของครูผู้สอน ประกอบด้วยสมรรถนะหลัก 5 สมรรถนะ
และสมรรถนะประจำสายงาน 6 สมรรถนะ
3. ใหผ้ ปู้ ระเมินอา่ นรายการคำถามในแตล่ ะสมรรถนะให้ดีก่อนท่ีจะทำการประเมนิ สมรรถนะ
การปฏบิ ตั งิ าน
4. วิธกี ารประเมนิ สมรรถนะในการปฏิบัติงาน ให้ทา่ นทำเครอื่ งหมาย ลงในช่องสภาพการปฏิบตั งิ าน
ในแตล่ ะรายการคำถามของแต่ละสมรรถนะตามสภาพความเปน็ จริง
ตอนที่ 1 ข้อมลู เก่ียวกับผรู้ บั การประเมนิ
1. เพศ ชาย หญงิ
2. ตำแหนง่ ปจั จบุ ันของผ้รู ับการประเมิน
ครูผู้ชว่ ย ครู คศ. 1 ครู คศ. 2
ครู คศ. 3 ครู คศ. 4 ครู คศ. 5
3. ระดบั การศึกษาสงู สุด
ตำ่ กว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก
4. อายรุ าชการ ปี เดอื น (นับถึง 10 พฤศจิกายน 2564)
5. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ท่ถี นดั หรือเชยี่ วชาญ คือ
~ 30 ~
ตอนท่ี 2 การประเมนิ สมรรถนะในการปฏบิ ตั ิงานของครผู ู้สอน (ผรู้ ับการประเมิน)
ให้ท่านพิจารณาสภาพการดำเนินงานในแต่ละประเดน็ ย่อยในแตล่ ะสมรรถนะของผู้รบั การประเมนิ แล้ว
ทำเคร่ืองหมาย ลงในช่องสภาพการปฏิบตั งิ านของครผู สู้ อนในประเด็นย่อยของแต่ละสมรรถนะตามสภาพ
ความเป็นจรงิ
1. สมรรถนะหลกั (Core Competency)
ระดับการปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ้ ย น้อย ปาน มาก มาก
ทสี่ ดุ กลาง ทีส่ ุด
1. สมรรถนะการมุง่ ผลสมั ฤทธ์ใิ นการปฏบิ ัตงิ าน
1.1 วิเคราะหภ์ ารกจิ งานเพ่อื วางแผนการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบ
1.2 กำหนดเปา้ หมายในการปฏิบัตงิ านทุกภาคเรียน
1.3 กำหนดแผนการปฏิบัติงานอย่างเปน็ ขั้นตอน
1.4 ใฝ่เรยี นรเู้ ก่ยี วกับการจดั การเรียนรู้
1.5 รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ในการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้
1.6 แสวงหาความร้ทู เี่ กีย่ วกับวชิ าชพี ใหม่ ๆ เพอ่ื การพฒั นาตนเอง
1.7 ประเมินผลการปฏบิ ัติงานของตนเอง
1.8 ใชผ้ ลการประเมนิ ในการปฏบิ ัติงานมาใชป้ รบั ปรงุ /พัฒนา
การทำงานใหด้ ียงิ่ ข้ึน
1.9 พฒั นาการปฏิบัติงานเพ่ือตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
ผูป้ กครอง และชมุ ชน
2. สมรรถนะการบรกิ ารทีด่ ี
2.1 ให้บรกิ ารด้วยความยมิ้ แย้มใจใส่ เห็นอกเหน็ ใจผมู้ ารบั บรกิ าร
2.2 ใหบ้ ริการอย่างรวดเร็ว ทันใจ ไมล่ ่าช้า
2.3 ให้บรกิ ารอยา่ งมีความเคารพยกย่อง อ่อนนอ้ มให้เกียรติ
ผ้รู ับบริการ
2.4 ให้บริการดว้ ยความมุ่งม่ัน ตัง้ ใจและเต็มอกเต็มใจ
2.5 แกป้ ญั หาให้กบั นักเรยี น และผู้ปกครองหรือผมู้ าขอรับบริการ
2.6 ใหบ้ รกิ ารโดยยึดความต้องการของผู้รบั บรกิ ารเป็นหลัก
2.7 ใหบ้ ริการเกินความคาดหวัง แม้ต้องใชเ้ วลา หรอื
ความพยามยามอยา่ งมาก
~ 31 ~
ระดับการปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย น้อย ปาน มาก มาก
3. สมรรถนะการพัฒนาตนเอง ท่สี ุด กลาง ที่สุด
3.1 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรู้ มุ่งม่นั และแสวงหาโอกาสพฒั นา
ตนเองด้วยวิธีทห่ี ลากหลาย
3.2 วิเคราะหจ์ ุดแข็งและจดุ อ่อนเกี่ยวกบั การจัดการเรยี นรู้
ของตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
3.3 ศกึ ษา คน้ คว้าหาองค์ความรใู้ หม่ ๆ ทางวชิ าการเพ่ือพัฒนา
ตนเองและวิชาชพี
3.4 แลกเปลีย่ นเรียนรู้กับผู้อื่นเพือ่ การพัฒนาตนเองทกุ คร้ัง
ทมี่ โี อกาส
3.5 เขา้ รบั การอบรมเพื่อพัฒนาตนเองจากหน่วยงานต่างๆ
อย่างต่อเน่ือง
3.6 ให้คำปรกึ ษา แนะนำ นิเทศ และถา่ ยทอดความรู้
ประสบการณท์ างวชิ าชีพแกผ่ ู้อ่ืน
3.7 มกี ารสร้างเครือขา่ ยการเรียนรู้เพอ่ื การพฒั นาตนเองทั้งใน
และนอกสถานศกึ ษา
4. สมรรถนะการทำงานเป็นทีม
4.1 สร้างสมั พันธภาพทด่ี ีในการทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื
4.2 ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่นื ตามบทบาทหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย
4.3 ช่วยเหลอื เพอ่ื นรว่ มงานเพื่อสู่เปา้ หมายความสำเรจ็ ร่วมกัน
4.4 ใหเ้ กยี รติ ยกย่องชมเชย ใหก้ ำลงั ใจแก่เพื่อนร่วมงานในโอกาส
ทเี่ หมาะสม
4.5 มีทักษะในการทำงานร่วมกับบุคคล/กลุ่มบคุ คลได้อย่างมี
ประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
และในทุกสถานการณ์
4.6 แสดงบทบาทผ้นู ำหรือผตู้ ามในการทำงานรว่ มกับผูอ้ ่นื ได้
เหมาะสมในทุกโอกาส
4.7 แลกเปลย่ี น/รบั ฟงั ความคิดเหน็ และประสบการณภ์ ายใน
ทมี งาน
4.8 ร่วมกับเพ่ือนร่วมงานในการสร้างวฒั นธรรมการทำงานเปน็ ทีม
ให้เกิดขึน้ ในสถานศึกษา
~ 32 ~
ระดบั การปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย น้อย ปาน มาก มาก
5. สมรรถนะจริยธรรมและจรรยาบรรณวชิ าชพี ครู ทส่ี ดุ กลาง ทส่ี ุด
5.1 ยึดมน่ั ในอุดมการณข์ องวิชาชพี ปกปอ้ งเกียรติและศักดิ์ศรี
ของวิชาชพี
5.2 เสียสละ อทุ ศิ ตนเพ่ือประโยชน์ต่อวชิ าชพี และเปน็ สมาชิกทดี่ ี
ขององค์กรวชิ าชีพ
5.3 ยกยอ่ ง ช่นื ชมบุคคลทีป่ ระสบความสำเร็จในวิชาชีพ
5.4 ซือ่ สัตย์ต่อตนเอง ตรงต่อเวลา วางแผนการใชจ้ า่ ย
และใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยัด
5.5 ปฏบิ ัติตนตามกฎ ระเบียบ ข้อบงั คบั และขนบธรรมเนียม
ประเพณี
5.6 ปฏบิ ตั ติ นและดำเนินชีวติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงไดเ้ หมาะสมกับสถานะของตน
5.7 รกั ษาสิทธปิ ระโยชนข์ องตนเอง และไมล่ ะเมิดสิทธิของผอู้ ืน่
5.8 เอือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่ ชว่ ยเหลอื และไม่เบยี ดเบียนผอู้ ่ืน
5.9 มีความเปน็ กัลยาณมติ รต่อผ้เู รียนเพื่อนร่วมงาน
และผรู้ ับบรกิ าร
5.10 ปฏบิ ตั ิตนตามหลักการครองตน ครองคน ครองงาน
เพอ่ื ให้การปฏบิ ตั ิงานบรรลผุ ลสำเร็จ
~ 33 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก
ที่สุด ทส่ี ดุ
1. สมรรถนะการบริหารจัดการหลกั สูตรและการจดั การเรียนรู้ น้อย ปาน มาก
1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรูอ้ ย่างหลากหลายสอดคล้อง กลาง
กับวยั ความต้องการของผ้เู รียน ชุมชน
1.2 เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกำหนดกิจกรรมและ
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
1.3 ใช้รูปแบบ/เทคนิควธิ กี ารสอนอย่างหลากหลายเพ่ือให้ผู้เรียน
พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ
1.4 จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ปี ลกู ฝงั /ส่งเสรมิ คุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์และสมรรถนะของผ้เู รียน
1.5 ใชห้ ลกั จติ วิทยาในการจดั การเรยี นร้ใู ห้ผูเ้ รียนเรียนรู้อย่างมี
ความสุขและพัฒนาเตม็ ศกั ยภาพ
1.6 ใชแ้ หลง่ เรยี นรูแ้ ละภมู ิปัญญาท้องถนิ่ ในชุมชนใน
การจดั การเรียนรู้
1.7 ใช้สอื่ นวตั กรรม และเทคโนโลยีหลากหลายและเหมาะสมกับ
เน้อื หาและกิจกรรมการเรยี นรู้
1.8 ใชเ้ ทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ในการผลิตสอ่ื /นวัตกรรมท่ใี ช้
ในการเรียนรู้
1.9 ออกแบบวธิ กี ารวัดและประเมินผลหลากหลายเหมาะสมกบั
เนอื้ หาและกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.10 สรา้ งและนำเครือ่ งมือวัดและประเมินผลไปใช้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
1.11 วัดและประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามสภาพจรงิ
1.12 นำผลการประเมนิ การเรียนรมู้ าใชใ้ นการพัฒนา
การจัดการเรยี นรู้
~ 34 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) (ตอ่ )
ระดับการปฏบิ ตั ิ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ที่สุด กลาง ทส่ี ุด
2. สมรรถนะการพัฒนาผเู้ รียน
2.1 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรมแก่ผเู้ รียนในการจัดการเรียนรู้
ในช้ันเรยี น
2.2 จัดกิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรมใหแ้ กผ่ ู้เรียนโดยให้
ผู้เรยี นมีสว่ นรว่ มในการวางแผนกิจกรรม
2.3 จดั ทำโครงการ/กจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรม
ใหแ้ กผ่ ู้เรียน
2.4 จัดกจิ กรรมเพื่อพฒั นาผเู้ รยี นดา้ นการดูแลตนเอง มีทักษะใน
การเรยี นรู้ การทำงาน การอยรู่ ว่ มกันในสงั คม และรเู้ ทา่ ทนั
การเปลย่ี นแปลง
2.5 สอดแทรกความเป็นประชาธปิ ไตย ความภูมใิ จในความเป็น
ไทยให้แก่ผเู้ รยี นในการจัดการเรยี นรู้
2.6 จัดทำโครงการ/กจิ กรรมทส่ี ่งเสริมความเปน็ ประชาธปิ ไตย
ความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย
2.7 ให้ผปู้ กครองมีส่วนรว่ มในการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น
รายบุคคล
2.8 นำขอ้ มูลนักเรียนไปใชช้ ว่ ยเหลอื /พัฒนาผูเ้ รยี นท้งั ด้าน
การเรียนรู้และปรับพฤติกรรมเป็นรายบคุ คล
2.9 จดั กิจกรรมเพ่อื ป้องกันแกไ้ ขปัญหาและสง่ เสรมิ พฒั นาผเู้ รยี น
ให้แก่นักเรยี นอย่างทั่วถึง
2.10 สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รยี นปฏบิ ัตติ นให้ถกู ต้องเหมาะสมกับค่านยิ ม
ท่ีดีงาม
2.11 ดแู ลนกั เรยี นทุกคนอยา่ งทวั่ ถึง ทันเหตุการณ์
~ 35 ~
ระดับการปฏิบตั ิ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ท่สี ดุ กลาง ทส่ี ุด
3. สมรรถนะการบริหารจดั การชัน้ เรียน
3.1 จัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรยี นทเ่ี อ้ือต่อ
การเรียนรู้
3.2 สง่ เสรมิ การมปี ฏสิ ัมพนั ธ์ท่ีดีระหวา่ งครูกับผ้เู รยี นและผู้เรยี น
กบั ผู้เรยี น
3.3 ตรวจสอบสงิ่ อำนวยความสะดวกในหอ้ งเรียนให้พรอ้ มใช้
และปลอดภัย
3.4 จดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคลและ
เอกสารประจำช้ันเรยี นครบถ้วน เป็นปัจจุบนั
3.5 นำข้อมลู สารสนเทศไปใชใ้ นการพัฒนาผู้เรียนได้อย่าง
เต็มศักยภาพ
3.6 ใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลง
ในช้ันเรียน
3.7 แกป้ ญั หา/พัฒนานกั เรียนด้านระเบยี บวนิ ยั โดยการสรา้ งวินัย
เชิงบวกในชน้ั เรียน
3.8 ประเมิน การกำกับดูแลชัน้ เรยี น และนำผลการประเมินไปใช้
ในการปรับปรงุ และพฒั นา
4. สมรรถนะการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวจิ ยั เพื่อพัฒนา
ผ้เู รยี น
4.1 สำรวจปัญหาเกี่ยวกบั นักเรียนท่ีเกิดข้ึนในชนั้ เรยี นเพ่ือ
วางแผนการวจิ ัยเพือ่ พัฒนาผู้เรยี น
4.2 วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเกี่ยวกบั นักเรียนที่เกิดขึ้นใน
ชั้นเรยี นเพอ่ื กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหาระบุ
สภาพปัจจุบัน
4.3 รวบรวม จำแนกและจดั กลมุ่ ของสภาพปญั หา แนวคิดทฤษฏี
และวิธีการแกป้ ัญหาเพื่อสะดวกต่อการนำไปใช้
4.4 มกี ารประมวลผลหรือสรุปขอ้ มูลสารสนเทศท่เี ปน็ ประโยชน์
ต่อการแก้ไขปญั หาในชั้นเรียนโดยใช้ข้อมูลรอบด้าน
4.5 มกี ารวเิ คราะหจ์ ุดเด่น จดุ ดอ้ ย อปุ สรรคและโอกาส
ความสำเรจ็ ของการวิจยั เพือ่ แก้ปัญหาทเ่ี กดิ ขนึ้ ในช้ันเรียน
~ 36 ~
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก
ท่สี ดุ ที่สดุ
4.6 จัดทำแผนการวิจยั และดำเนนิ กระบวนการวิจัยอย่างเปน็ นอ้ ย ปาน มาก
ระบบตามแผนดำเนินการวจิ ยั ทกี่ ำหนดไว้ กลาง
4.7 ตรวจสอบความถูกตอ้ งและความนา่ เชื่อถือของผลการวจิ ัย
อย่างเป็นระบบ
4.8 มีการนำผลการวิจัยไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นกรณีศกึ ษาอื่นๆ ท่ีมี
บริบทของปัญหาท่ีคล้ายคลงึ กนั
4.9 นำข้อมูลนักเรยี นไปใชช้ ว่ ยเหลอื /พัฒนาผูเ้ รียนท้ังด้าน
การเรียนรู้และปรับพฤติกรรมเปน็ รายบคุ คล
4.10 จัดกิจกรรเพอ่ื ป้องกันแกไ้ ขปัญหาและส่งเสริมพฒั นาผู้เรยี น
ใหแ้ ก่นกั เรียนอย่างทวั่ ถึง
5. สมรรถนะภาวะผู้นำครู
5.1 เห็นคุณคา่ ใหค้ วามสำคัญในความคิดเห็นหรือผลงานและ
ใหเ้ กียรตผิ ู้อื่น
5.2 กระตุน้ จงู ใจ ปรบั เปลยี่ นความคิดและการกระทำของผู้อืน่
ใหม้ ีความผูกพันและมุ่งม่ันต่อเป้าหมายในการทำงานร่วมกนั
5.3 มปี ฏิสัมพนั ธใ์ นการสนทนาอย่างสร้างสรรค์กบั ผอู้ ื่นโดยมุ่งเน้น
ไปการเรียนรู้ และการพัฒนาวิชาชีพ
5.4 มีทกั ษะการฟัง การพูด และการตง้ั คำถามเปดิ ใจกว้าง
ยืดหยุ่น ยอมรบั ทศั นะที่หลากหลายของผู้อืน่ เพ่อื เป็นแนวทาง
ใหม่ ๆ ในการปฏิบตั ิงาน
5.5 ให้ความสนใจต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี ป็นปัจจุบนั โดยมีการ
วางแผนอยา่ งมวี สิ ัยทศั น์ซึ่งเชอ่ื มโยงกบั วิสยั ทัศน์ เป้าหมาย
และพันธกิจของโรงเรยี น
5.6 ริเร่ิมการปฏบิ ตั ิท่ีนำไปสู่การเปลีย่ นแปลงและพัฒนา
นวตั กรรม
5.7 กระตุน้ ผู้อน่ื ให้มีการเรยี นรแู้ ละความร่วมมือกันในวงกว้าง
เพื่อพฒั นาผู้เรยี น สถานศึกษา และวิชาชีพ
5.8 ปฏบิ ัติงานรว่ มกับผอู้ น่ื ภายใตร้ ะบบ/ข้ันตอนที่เปล่ยี นแปลง
ไปจากเดิมได้
~ 37 ~
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย ระดบั การปฏิบัติ มาก
ท่ีสุด ท่ีสดุ
5.9 สนับสนนุ ความคิดรเิ รมิ่ ซ่ึงเกดิ จากการพิจารณาไตรต่ รองของ นอ้ ย ปาน มาก
เพ่ือนรว่ มงาน และมีส่วนรว่ มในการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ กลาง
5.10 ใช้เทคนิควธิ กี ารหลากหลายในการตรวจสอบประเมิน
การปฏิบัตงิ านของตนเองและผลการดำเนินงานสถานศกึ ษา
5.11 กำหนดเปา้ หมายและมาตรฐานการเรียนรูท้ ีท่ ้าทาย
ความสามารถของตนเองตามสภาพจริงและปฏบิ ัตใิ ห้
บรรลผุ ลสำเร็จได้
5.12 ยอมรับขอ้ มลู ป้อนกลับเก่ยี วกับความคาดหวังดา้ นการเรียนรู้
ของผู้เรยี นจากผปู้ กครอง
6. สมรรถนะการสรา้ งความสัมพนั ธแ์ ละความร่วมมือกบั ชมุ ชน
เพื่อการจดั การเรียนรู้
6.1 มีปฏสิ ัมพนั ธ์ที่ดีกบั ผู้ปกครองและชุมชนในการติดต่อส่ือสาร
เพื่อการจัดการเรียนรู้
6.2 ประสานงานกับผู้ปกครองและชุมชนให้เขา้ มามสี ว่ นร่วม
ในการจัดการเรยี นรู้อยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดปีการศึกษา
6.3 เปดิ โอกาสให้ผูม้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งเข้าร่วมวางแผนการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ในระดบั ชน้ั เรยี น
6.4 เปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ กครองและชุมชนเขา้ มาแลกเปลยี่ นเรียนรู้
เกี่ยวกับการจัดการเรยี นการสอนในสถานศึกษา
6.5 สรา้ งเครอื ข่ายความร่วมมือระหว่างครู ผปู้ กครอง ชมุ ชนและ
องค์กรอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการแลกเปลีย่ นข้อมลู
สารสนเทศเพ่อื การจัดการเรยี นรู้
6.6 จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ใหป้ ราชญ์ชาวบา้ นหรือภูมิปญั ญา
ในท้องถ่นิ เข้ามามีสว่ นร่วม
6.7 มีการเปดิ โอกาสให้ผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสียของสถานศกึ ษาเข้ามา
มีส่วนรว่ มในการประเมินผลการจดั การศึกษา
6.8 มกี ารเสนอผลการจดั การเรียนรู้ตอ่ ฝา่ ยต่าง ๆ ของชมุ ชน
เพอื่ แลกเปลี่ยนเรยี นรแู้ ละแก้ไขปัญหาร่วมกันในทุกภาคเรยี น
ลงช่ือ .................................................. ผ้ปู ระเมนิ
(.................................................)
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ .......................................
~ 38 ~
แบบประเมินสมรรถนะครผู ูส้ อน
สังกดั สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาสกลนคร
ชอื่ นางสาวศรีอดุ ร ล้านสาวงษ์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ -
โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศึกษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสกลนคร
ผ้ปู ระเมิน ตนเอง
เพอ่ื นครูผูส้ อน
ผูบ้ ริหารสถานศึกษา
คำชแี้ จง
1. แบบประเมนิ สมรรถนะในการปฏบิ ัตงิ านฉบับน้สี ำหรับให้ครูผ้สู อนทำการประเมนิ สภาพการ
ปฏิบัตงิ านของตนเอง เพื่อนครูผู้สอน และผ้บู ริหารสถานศึกษา ร่วมประเมินตามสภาพความเป็นจรงิ เพือ่ เป็น
ข้อมลู พน้ื ฐานในการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในแตล่ ะคน โดยจะมผี ู้บริหารสถานศกึ ษาเปน็ ผู้
รับรองผลการประเมินอกี ครั้งหนึง่
2. แบบประเมนิ สมรรถนะฉบับน้ี แบง่ ออกเปน็ 2 ตอน
ตอนท่ี 1 ข้อมูลเก่ยี วกับครูผูส้ อน
ตอนที่ 2 การประเมินสมรรถนะของครูผ้สู อน ประกอบดว้ ยสมรรถนะหลกั 5 สมรรถนะ
และสมรรถนะประจำสายงาน 6 สมรรถนะ
3. ใหผ้ ปู้ ระเมนิ อ่านรายการคำถามในแต่ละสมรรถนะให้ดีก่อนที่จะทำการประเมนิ สมรรถนะ
การปฏบิ ตั งิ าน
4. วิธกี ารประเมินสมรรถนะในการปฏบิ ัติงาน ใหท้ า่ นทำเคร่อื งหมาย ลงในช่องสภาพการปฏิบตั งิ าน
ในแตล่ ะรายการคำถามของแตล่ ะสมรรถนะตามสภาพความเป็นจริง
ตอนที่ 1 ข้อมลู เก่ียวกบั ผูร้ บั การประเมิน
1. เพศ ชาย หญงิ
2. ตำแหน่งปจั จุบนั ของผรู้ ับการประเมิน
ครูผูช้ ว่ ย ครู คศ. 1 ครู คศ. 2
ครู คศ. 3 ครู คศ. 4 ครู คศ. 5
3. ระดบั การศึกษาสงู สดุ
ต่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก
4. อายรุ าชการ ปี เดือน (นบั ถึง 10 พฤศจิกายน 2564)
5. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ทถี่ นดั หรือเชยี่ วชาญ คอื
~ 39 ~
ตอนท่ี 2 การประเมนิ สมรรถนะในการปฏิบตั ิงานของครผู ู้สอน (ผรู้ ับการประเมิน)
ให้ทา่ นพิจารณาสภาพการดำเนินงานในแต่ละประเดน็ ย่อยในแตล่ ะสมรรถนะของผู้รบั การประเมนิ แล้ว
ทำเคร่ืองหมาย ลงในช่องสภาพการปฏบิ ตั งิ านของครผู ้สู อนในประเด็นย่อยของแต่ละสมรรถนะตามสภาพ
ความเป็นจรงิ
1. สมรรถนะหลกั (Core Competency)
ระดับการปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ทสี่ ดุ กลาง ทีส่ ุด
1. สมรรถนะการมุง่ ผลสมั ฤทธ์ใิ นการปฏบิ ัติงาน
1.1 วิเคราะหภ์ ารกจิ งานเพ่อื วางแผนการแก้ปัญหาอยา่ งเป็นระบบ
1.2 กำหนดเป้าหมายในการปฏิบัตงิ านทุกภาคเรียน
1.3 กำหนดแผนการปฏิบัติงานอย่างเปน็ ขัน้ ตอน
1.4 ใฝ่เรยี นรู้เก่ียวกับการจดั การเรียนรู้
1.5 รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ในการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้
1.6 แสวงหาความร้ทู เี่ กีย่ วกับวชิ าชพี ใหม่ ๆ เพอ่ื การพฒั นาตนเอง
1.7 ประเมินผลการปฏบิ ัติงานของตนเอง
1.8 ใชผ้ ลการประเมินในการปฏบิ ตั ิงานมาใชป้ รบั ปรงุ /พัฒนา
การทำงานใหด้ ียิ่งข้ึน
1.9 พฒั นาการปฏิบัติงานเพ่ือตอบสนองความต้องการของผเู้ รียน
ผูป้ กครอง และชมุ ชน
2. สมรรถนะการบรกิ ารที่ดี
2.1 ให้บรกิ ารด้วยความยมิ้ แย้มใจใส่ เหน็ อกเหน็ ใจผมู้ ารบั บรกิ าร
2.2 ใหบ้ ริการอยา่ งรวดเร็ว ทันใจ ไมล่ ่าชา้
2.3 ให้บรกิ ารอยา่ งมีความเคารพยกย่อง อ่อนนอ้ มให้เกยี รติ
ผู้รบั บริการ
2.4 ให้บริการด้วยความมุ่งม่ัน ตัง้ ใจและเต็มอกเต็มใจ
2.5 แกป้ ญั หาให้กบั นักเรยี น และผปู้ กครองหรือผมู้ าขอรับบริการ
2.6 ใหบ้ รกิ ารโดยยึดความต้องการของผ้รู ับบรกิ ารเป็นหลัก
2.7 ใหบ้ ริการเกนิ ความคาดหวัง แม้ต้องใชเ้ วลา หรอื
ความพยามยามอยา่ งมาก
~ 40 ~
ระดับการปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม น้อย น้อย ปาน มาก มาก
3. สมรรถนะการพัฒนาตนเอง ทสี่ ุด กลาง ที่สุด
3.1 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรู้ มุ่งม่นั และแสวงหาโอกาสพฒั นา
ตนเองดว้ ยวิธีทห่ี ลากหลาย
3.2 วเิ คราะห์จุดแข็งและจดุ อ่อนเก่ียวกับการจัดการเรียนรู้
ของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง
3.3 ศกึ ษา ค้นคว้าหาองค์ความรใู้ หม่ ๆ ทางวชิ าการเพื่อพัฒนา
ตนเองและวชิ าชีพ
3.4 แลกเปลย่ี นเรียนรู้กับผูอ้ ื่นเพือ่ การพัฒนาตนเองทุกคร้ัง
ที่มโี อกาส
3.5 เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองจากหน่วยงานต่างๆ
อย่างต่อเนอ่ื ง
3.6 ให้คำปรกึ ษา แนะนำ นิเทศ และถ่ายทอดความรู้
ประสบการณท์ างวิชาชีพแกผ่ ู้อื่น
3.7 มกี ารสรา้ งเครือข่ายการเรียนรู้เพอื่ การพฒั นาตนเองท้ังใน
และนอกสถานศกึ ษา
4. สมรรถนะการทำงานเป็นทีม
4.1 สร้างสัมพันธภาพที่ดีในการทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื
4.2 ทำงานร่วมกบั ผู้อื่นตามบทบาทหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4.3 ช่วยเหลือเพอ่ื นร่วมงานเพื่อส่เู ปา้ หมายความสำเร็จร่วมกัน
4.4 ให้เกียรติ ยกย่องชมเชย ใหก้ ำลงั ใจแก่เพ่ือนร่วมงานในโอกาส
ท่ีเหมาะสม
4.5 มที ักษะในการทำงานร่วมกับบุคคล/กลุ่มบคุ คลได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา
และในทุกสถานการณ์
4.6 แสดงบทบาทผนู้ ำหรือผตู้ ามในการทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้
เหมาะสมในทกุ โอกาส
4.7 แลกเปลี่ยน/รับฟังความคิดเหน็ และประสบการณ์ภายใน
ทมี งาน
4.8 รว่ มกบั เพ่ือนรว่ มงานในการสรา้ งวัฒนธรรมการทำงานเป็นทมี
ใหเ้ กดิ ข้ึนในสถานศึกษา
~ 41 ~
ระดบั การปฏิบัติ
รายการสมรรถนะและพฤตกิ รรม น้อย น้อย ปาน มาก มาก
5. สมรรถนะจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชพี ครู ทส่ี ดุ กลาง ทส่ี ุด
5.1 ยึดมน่ั ในอุดมการณข์ องวิชาชพี ปกปอ้ งเกียรติและศักดิ์ศรี
ของวิชาชพี
5.2 เสียสละ อทุ ศิ ตนเพ่ือประโยชน์ตอ่ วชิ าชพี และเปน็ สมาชิกทดี่ ี
ขององค์กรวชิ าชีพ
5.3 ยกยอ่ ง ช่นื ชมบุคคลทีป่ ระสบความสำเร็จในวิชาชีพ
5.4 ซือ่ สัตย์ต่อตนเอง ตรงต่อเวลา วางแผนการใชจ้ า่ ย
และใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยัด
5.5 ปฏบิ ัติตนตามกฎ ระเบียบ ข้อบงั คบั และขนบธรรมเนียม
ประเพณี
5.6 ปฏบิ ตั ติ นและดำเนินชวี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงไดเ้ หมาะสมกับสถานะของตน
5.7 รกั ษาสิทธปิ ระโยชนข์ องตนเอง และไมล่ ะเมิดสิทธิของผอู้ ืน่
5.8 เอือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่ ชว่ ยเหลือ และไมเ่ บยี ดเบียนผอู้ ่ืน
5.9 มีความเปน็ กัลยาณมติ รต่อผ้เู รียนเพื่อนร่วมงาน
และผรู้ ับบรกิ าร
5.10 ปฏบิ ตั ิตนตามหลักการครองตน ครองคน ครองงาน
เพอ่ื ให้การปฏบิ ัติงานบรรลุผลสำเร็จ
~ 42 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย ระดบั การปฏบิ ตั ิ มาก
ที่สุด ทส่ี ดุ
1. สมรรถนะการบริหารจัดการหลกั สูตรและการจดั การเรียนรู้ น้อย ปาน มาก
1.1 ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูอ้ ย่างหลากหลายสอดคล้อง กลาง
กับวยั ความต้องการของผ้เู รียน ชุมชน
1.2 เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการกำหนดกิจกรรมและ
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
1.3 ใช้รูปแบบ/เทคนิควธิ กี ารสอนอย่างหลากหลายเพ่ือให้ผู้เรียน
พฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ
1.4 จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ปี ลกู ฝงั /ส่งเสรมิ คณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์และสมรรถนะของผู้เรยี น
1.5 ใชห้ ลกั จติ วิทยาในการจดั การเรยี นรูใ้ ห้ผูเ้ รียนเรียนรูอ้ ย่างมี
ความสุขและพัฒนาเตม็ ศกั ยภาพ
1.6 ใชแ้ หลง่ เรยี นรูแ้ ละภมู ิปัญญาท้องถนิ่ ในชุมชนใน
การจดั การเรียนรู้
1.7 ใช้สอื่ นวตั กรรม และเทคโนโลยีหลากหลายและเหมาะสมกับ
เน้อื หาและกิจกรรมการเรยี นรู้
1.8 ใชเ้ ทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ในการผลิตสื่อ/นวัตกรรมทีใ่ ช้
ในการเรียนรู้
1.9 ออกแบบวธิ กี ารวัดและประเมินผลหลากหลายเหมาะสมกบั
เนอื้ หาและกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.10 สรา้ งและนำเครือ่ งมือวัดและประเมนิ ผลไปใช้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
1.11 วัดและประเมนิ ผลผเู้ รยี นตามสภาพจริง
1.12 นำผลการประเมนิ การเรียนรมู้ าใชใ้ นการพัฒนา
การจัดการเรยี นรู้
~ 43 ~
2. สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) (ตอ่ )
ระดับการปฏบิ ตั ิ
รายการสมรรถนะและพฤติกรรม นอ้ ย นอ้ ย ปาน มาก มาก
ที่สุด กลาง ทส่ี ุด
2. สมรรถนะการพัฒนาผเู้ รยี น
2.1 สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรมแก่ผเู้ รียนในการจัดการเรียนรู้
ในช้นั เรยี น
2.2 จัดกิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรมใหแ้ กผ่ ู้เรยี นโดยให้
ผู้เรยี นมีสว่ นรว่ มในการวางแผนกิจกรรม
2.3 จดั ทำโครงการ/กจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรม
ใหแ้ กผ่ ู้เรียน
2.4 จัดกิจกรรมเพื่อพฒั นาผูเ้ รยี นด้านการดูแลตนเอง มีทักษะใน
การเรียนรู้ การทำงาน การอยรู่ ่วมกันในสงั คม และรเู้ ท่าทนั
การเปลย่ี นแปลง
2.5 สอดแทรกความเป็นประชาธปิ ไตย ความภูมใิ จในความเป็น
ไทยให้แกผ่ เู้ รยี นในการจัดการเรยี นรู้
2.6 จัดทำโครงการ/กจิ กรรมทส่ี ่งเสริมความเปน็ ประชาธปิ ไตย
ความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย
2.7 ให้ผู้ปกครองมีส่วนรว่ มในการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน
รายบุคคล
2.8 นำขอ้ มูลนักเรียนไปใชช้ ว่ ยเหลอื /พัฒนาผูเ้ รยี นทั้งด้าน
การเรียนรแู้ ละปรับพฤติกรรมเป็นรายบคุ คล
2.9 จดั กจิ กรรมเพ่อื ป้องกันแกไ้ ขปัญหาและสง่ เสรมิ พฒั นาผ้เู รยี น
ให้แกน่ ักเรยี นอย่างทั่วถึง
2.10 สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รยี นปฏบิ ัติตนใหถ้ กู ต้องเหมาะสมกับค่านยิ ม
ทด่ี ีงาม
2.11 ดแู ลนกั เรยี นทุกคนอยา่ งทวั่ ถึง ทันเหตุการณ์