แผนพฒั นาตนเองและพฒั นาวชิ าชีพ
(Individual Development Plan: ID PLAN)
ปีการศกึ ษา 2561
นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
โรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 23
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คำนำ
ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการพัฒนาตนเองและวิชาชพี ครู (ว22/2560)
เมอื่ วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ขอ้ 1 กำหนดใหข้ า้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตอ้ งไดร้ บั การพัฒนา
อยา่ งต่อเนอื่ งทกุ ปี โดยใหป้ ระเมนิ ตนเองตามแบบ ท่ี ก.ค.ศ. กำหนด พรอ้ มท้งั จดั ทำแผนการพฒั นาตนเอง
เปน็ รายปโี ดยยดึ หลักการประเมินสมรรถนะ (Competency Based Approach) ซ่งึ จะทำใหผ้ ้ปู ฏิบตั งิ าน
สามารถรจู้ ุดเดน่ จดุ ด้อยของความสามารถในการปฏิบตั ิ งานของตน และสามารถพัฒนาตนเองใหส้ อดคลอ้ ง
กับความต้องการจำเป็น ของหน่วยงาน และของตนเองอยา่ งแท้จรงิ ตามแบบที่สว่ นราชการกำหนด
และเข้ารบั การพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบและตอ่ เนอื่ ง ฉะนนั้ กอ่ นจะเลือกหลักสตู รคูปอง ครูจะต้อง
ประเมินตนเอง จดั ทำแผนพัฒนาตนเอง เพื่อให้ผู้บริหารอนุมัติหลักสูตร ตาม ID Plan
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ได้ดำเนินการโครงการพฒั นาครแู บบครบวงจร
ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธกิ ารในการปฏิรูประบบการพัฒนาครู เพอ่ื ตอบสนองตอ่ การพัฒนาทรพั ยากร
บุคคลอย่างมรี ะบบและมปี ระสิทธิภาพสงู สุด สอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)
ซง่ึ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ (นพ.ธรี ะเกียรติ เจรญิ เศรษฐศิลป)์ มีนโยบายพฒั นาครเู พ่อื เชอ่ื มโยง
กับวทิ ยฐานะ โดยกำหนดการเริ่มให้ครูแสดงความตอ้ งการพัฒนาตนเองในหลกั สูตรทส่ี อดคลอ้ งกับแผนพัฒนา
ตนเอง (ID Plan)
นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์
สารบญั หนา้
เรื่อง 1
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลผจู้ ดั ทำแผนพฒั นาตนเอง 1
2
- ขอ้ มลู ส่วนตัว 2
- งานในหน้าท่ที ี่รบั ผิดชอบ 2
- ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหนา้ ทใี่ นตำแหน่งปัจจุบัน 3
- ผลที่เกดิ จากการจัดการเรียนรู้ 3
- ผลที่เกิดจากการพัฒนาวชิ าการ
- ผลท่ีเกิดกับผู้เรยี น 4
- ผลที่เกิดกับสถานศกึ ษา 5
- ผลที่เกิดกบั ชุมชน 6
สว่ นท่ี 2 ผลการประเมนิ ตนเอง
ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. 7
ตอนที่ 2 ผลการประเมนิ ศกั ยภาพของผู้เรยี นในสถานศึกษาตามจดุ เนน้ ของ สพฐ.
ตอนท่ี 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสูตรของสถาบนั ครุ ุพัฒนา 8
สว่ นท่ี 3 แผนการพฒั นาตนเอง 8
- อันดับความสำคัญ / สมรรถนะที่จะพัฒนา 10
- วิธีการ /รปู แบบการพัฒนา 11
- ระยะเวลาในการพัฒนา
- การขอรับการสนบั สนนุ จากหน่วยงาน 15
- ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ 15
- ความเหน็ ของผู้บังคับบญั ชา 15
- ประวตั กิ ารเขา้ รบั การพฒั นา (ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา) 15
สว่ นที่ 4 ความต้องการในการพัฒนา (กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์)
หลกั สูตรใดท่ที ่านต้องการพัฒนา
เพราะเหตใุ ดท่านจงึ ตอ้ งการเข้ารบั การพัฒนาในหลกั สูตรนี้
ท่านคาดหวงั สิง่ ใดจากการเข้ารบั การพัฒนาในหลกั สูตรนี้
ทา่ นจะนำความรจู้ ากหลักสตู รไปพฒั นาการสอนของทา่ นอย่างไร
บันทึกข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ท่ี ......./………. วันท่ี 15 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เรื่อง การรายงานแผนพัฒนาตนเอง (Individual Development Plan : ID Plan)
เรียน ผ้อู ำนวยการโรงเรียนเตรยี มอดุ มศึกษา ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ตามท่ีโรงเรียนไดม้ อบหมายใหค้ ณะครูทกุ คนจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (Individual Development
Plan : ID Plan) เพอื่ ใหค้ รไู ดม้ ีการวางแผนในการปฏบิ ัติงานให้เกดิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล เกิดผลดแี ก่
ตนเองและราชการ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธกิ าร คือ การพัฒนาครูทง้ั ระบบตามคปู อง
ดงั น้นั ขา้ พเจ้า นางสาวศรีอดุ ร ล้านสาวงษ์ จงึ ไดจ้ ดั ทำแผนพฒั นาตนเองรายบุคคลประจำปี
การศกึ ษา 2561 เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดดงั แนบ
ลงช่ือ.............................................
(นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์)
ตำแหนง่ ครู
แผนการพฒั นาตนเอง ( ID Plan )
ส่วนท่ี 1 ข้อมูลส่วนตวั
ชอ่ื นางสาวศรอี ุดร ล้านสาวงษ์ ตำแหน่ง ครู
อายุการทำงาน 7 ปี
ปัจจบุ นั ปฏบิ ัตกิ ารสอนในกล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
งานในหน้าทท่ี ี่รับผิดชอบ
ภารกจิ /บทบาทหนา้ ท่ใี นปีการศึกษาปัจจุบนั
1) ด้านการเรียนการสอน (กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ รายวชิ าที่จัดการเรยี นการสอน/ระดบั ช้ันท่ีทำการสอน/
จำนวนห้องท่ีทำการสอน/จำนวนนักเรียนทรี่ ับผิดชอบ/จำนวนคาบการสอนตอ่ สัปดาห์)
1.1 ปฏบิ ัติการสอนในกลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ดงั นี้
1.1.1 รายวิชาชวี วทิ ยา 2 รหัสวชิ า ว31247 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4/13 จำนวนนกั เรียน
30 คน จำนวน 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์
1.1.2 รายวิชา ชีววิทยา 5 รหสั วิชา ว33245 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6/1, 6/4 6/7 6/9
6/13 จำนวนนกั เรียน 195 คน จำนวน 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์
1.2 ปฏิบัตกิ ารสอนกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
1.2.1 กิจกรรมชุมนุม ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 จำนวน 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
1.3 จำนวนชั่วโมงการสอนตอ่ สัปดาห์ 18 ช่วั โมง
2) งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายนอกเหนอื จากการจัดการเรียนการสอน
2.1 งานบริหารงานวิชาการ ได้ปฏิบตั ิหนา้ ที่ดงั ตอ่ ไปนี้
2.1.1 กำหนดระเบยี บ แนวปฏบิ ตั เิ กีย่ วกับงานทะเบียนของสถานศกึ ษา
2.1.2 สง่ เสรมิ ให้ครจู ดั ทำแผนการวัดผล ประเมนิ ผลแต่ละรายวชิ าให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน
สาระการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ และการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1.3 ส่งเสริมให้ครดู ำเนินการวัดผล และประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยเนน้
การประเมินตามสภาพจรงิ จากกระบวนการ การปฏิบัติ และผลงานของผู้เรียน
2.1.4 จดั ให้มีการเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และผลการเรียนจากสถานศกึ ษา
อน่ื ตามแนวทางทกี่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
2.1.5 พัฒนาเครอ่ื งมืองานทะเบยี นให้ได้มาตรฐาน
2.2 งานในกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ได้ปฏิบัติงานดังตอ่ ไปน้ี
2.1.1 ร่วมมือกับครูกลุ่มสาระฯ จัดทำคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพ่ือรวบรวม
เป็นหลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามแนวทางหลกั สูตรฉบบั ปรบั ปรงุ 2560
2.1.2 รว่ มมอื กับครูในกลุ่มสาระฯ เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการจดั การเรยี นร้แู ละจดั กิจกรรมตา่ งๆ
ทีส่ ง่ เสรมิ ผู้เรียนใหเ้ กดิ การเรียนรู้ และมีเจตคติทด่ี ีต่อการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าวิทยาศาสตร์ทุกระดับชน้ั ผ่าน
กระบวนการ P-D-C-A
2.1.3 จดั ทำแผนขับเคลื่อน PLC ในระดบั สถานศึกษา ปีการศึกษา 2561 รว่ มกบั ครภู ายใน
กลุ่มสาระ และตา่ งกลมุ่ สาระ และสร้างเครอื ขา่ ยระหวา่ งกลมุ่ โรงเรียนสู่การปฏิบตั พิ ร้อมทง้ั บันทกึ สรปุ
รายงานผล และจัดกจิ กรรมแลกเปล่ยี นเรียนรู้
2.3 ครทู ป่ี รกึ ษา นักเรยี นระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6/1
2.4 เวรประจำวัน ได้ปฏิบัตงิ านดงั ตอ่ ไปน้ี
2.4.1 ปฏิบัติหน้าที่ตามกลุ่มเวร หมุนเวียนประจำสัปดาห์ โดยรับผิดชอบตรวจดูแลสถานท่ี
ต่าง ๆ ดงั นี้
- เวรหนา้ ประตโู รงเรียน
- เวรดูแลความเรยี นรอ้ ยการเข้าแถว และกิจกรรมหนา้ เสาธง
- เวรดแู ลความเรียนร้อยของอาคารเรียน
- เวรดูแลความเรยี นรอ้ ยของโรงอาหาร และความสะอาดหอ้ งนำ้
- เวรดูแลความเรยี นร้อยทัว่ ไปภายในโรงเรียน
2.4.2 ปฏิบัตหิ น้าทอ่ี ย่เู วรรกั ษาสถานท่ีราชการในวันหยดุ เสาร์-อาทิตย์ และวนั หยุดราชการ
2.5 รบั ผิดชอบกจิ กรรมและโครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ผลงานด้านการจัดการเรยี นการสอนทเี่ กดิ จากการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ในตำแหน่งปัจจุบัน (ย้อนหลงั ไม่เกนิ 2 ปี)
1. ผลท่ีเกิดจากการจัดการเรียนรู้
ไดด้ ำเนินการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้กับนักเรียน โดยการจดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ และนำ
แผนการจดั การเรยี นรไู้ ปใช้ในการจดั การเรียนการสอนใหก้ บั นกั เรยี น มกี ารวดั ผลประเมนิ ผลตามสภาพจริง
โดยตรวจสอบรอ่ งรอยหลกั ฐานจากสมุดจดบนั ทกึ ชิน้ งาน แบบบนั ทึกกจิ กรรม และการมีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ
กจิ กรรม มีการวัดผลประเมนิ ผลดงั กล่าวครอบคลุมทกุ ๆ ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ทงั้ นี้เพ่อื ส่งเสริมพฒั นาการของนกั เรยี นท้ัง 4 ดา้ น ได้แก่ ดา้ นร่างกาย อารมณ์
จติ ใจ สงั คม และสติปัญญา พรอ้ มทง้ั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ทั้งนเี้ พือ่ ให้นักเรียนมพี ฒั นาการทีด่ ี มคี ุณลกั ษณะ
ท่พี ึงประสงค์ ตลอดจนมีการบันทึกหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้อย่างสมำ่ เสมอ จดั ทำวจิ ัยในชน้ั เรียน
เพ่อื ชว่ ยแก้ไขข้อบกพรอ่ งใหก้ ับนักเรยี นที่มปี ญั หา
2. ผลท่เี กิดจากการพฒั นาวชิ าการ
ผลท่ีเกดิ จากการพัฒนาตนเองทางดา้ นวชิ าการ สิง่ ท่ไี ด้พฒั นา คอื การเข้ารับการอบรมที่เก่ียวขอ้ ง
กบั สายงานสอนโดยเฉพาะวชิ าชวี วิทยา รวมถงึ การอบรมเชิงปฏบิ ัติการครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ โดยการสนบั สนนุ
จากสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท. และ สอวน. โดยได้นำเทคนิควิธกี ารต่าง ๆ
มาใชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้กับผ้เู รียน ได้เขา้ รับการอบรมครผู ู้สอนเกี่ยวกบั สะเตม็ ศึกษา อีกทัง้ ไดม้ ี
การศกึ ษาหาความรู้ดว้ ยตนเองโดยการเรยี นหลักสูตรออนไลน์ MOOC (Massive Open Online Course)
ติดตามขอ้ มูลขา่ วสารเก่ยี วกับการจดั การเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) เพ่ิมเตมิ เพ่อื เตรียมความพร้อมในการจดั การเรียนการสอนให้ผ้เู รียน
เกดิ ความรู้ ความเข้าใจและเกิดผลสมั ฤทธ์ิกบั ผู้เรยี น
3. ผลทเ่ี กิดกบั ผูเ้ รยี น
การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั เนน้ ให้นักเรียนไดฝ้ ึกปฏิบัตจิ ริง สรา้ งเสริม
ประสบการณ์เพอื่ ใหน้ กั เรยี นได้มีทักษะตา่ งๆ ตลอดจนสอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรมท่ีดีงาม ความมีวนิ ยั
ในตนเอง สง่ ผลให้ผู้เรยี นมีคุณธรรมจรยิ ธรรม มีวินยั ในตนเอง มสี ัมมาคารวะมมี ารยาทตามวฒั นธรรมไทย
มีความสามารถในการใช้ภาษาในการสอื่ สาร และการมจี นิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ ซึง่ เป็นสงิ่ ทผ่ี ู้เรยี น
สามารถนำความรู้ความเขา้ ใจและทักษะไปบูรณาการและประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั เปน็ การเพิ่มพนู
สมรรถนะตนเองใหม้ ากขึน้ และส่งผลให้การใช้ชวี ิตภายหนา้ บนพ้ืนฐานคณุ ธรรม นำความรู้ และเศรษฐกจิ
พอเพียง ตลอดจนการอย่รู ่วมกนั ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ
4. ผลที่เกดิ กับสถานศึกษา
จากการทส่ี ถานศกึ ษามกี ารวางแผนปฏบิ ัติราชการในการพัฒนา มีเป้าหมาย มีทิศทางในการ
ดำเนินงานเพอื่ พฒั นาสถานศึกษา และการพฒั นาผเู้ รยี น โดยจดั ให้มกี จิ กรรม โครงการต่างๆ อยา่ งเปน็ รูปธรรม
ซ่ึงนกั เรียนและครูมีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ทำให้ผลการดำเนินงานเป็นทย่ี อมรับของผู้ปกครอง ชุมชน
ท้องถนิ่ ดังมีผลงานเป็นทีป่ รากฏ ดงั น้ี
1. สถานศึกษาไดร้ ับคัดเลอื กให้เปน็ รางวลั คณุ ภาพแหง่ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
OBECQA ปี 2559-2560
2. รางวลั ยอดเยีย่ มสถานศกึ ษาท่มี รี ะบบและกลไกการบรหิ ารจัดการคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษา
ของสถานศึกษาเพ่ือการประกันคุณภาพ IQA AWARD ประจาปี 2561
5. ผลทีเ่ กิดกบั ชุมชน
สถานศกึ ษามีส่วนรว่ มกับชุมชน ในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปีการศกึ ษา โดยเฉพาะกิจกรรมทเี่ ก่ยี วกบั
วัฒนธรรม ประเพณี และพธิ กี รรมทางศาสนา เช่น ประเพณแี หเ่ ทียนวันเขา้ พรรษา ประเพณีลอยกระทง
ประเพณสี งกรานต์ การทอดผ้าป่า ทอดกฐิน เป็นต้น ตลอดจนกิจกรรมทีเ่ ปน็ ประโยชน์ กจิ กรรมวนั สำคัญ
ไดแ้ ก่ กิจกรรมวันแม่ กิจกรรมตลาดนัดกจิ กรรม จนทำให้เกิดความร่วมมือ ความเข้าใจที่ดีตอ่ กัน เกิดความ
รักและความภาคภูมใิ จในสถาบันโรงเรียนและท้องถนิ่ นอกจากนโ้ี รงเรียนยังได้จดั กจิ กรรมการประชุม
ผปู้ กครอง ประชุมคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานในแต่ละภาคเรยี นเพอ่ื ช้แี จงนโยบายของโรงเรียน
และเพือ่ หาแนวทางในการร่วมพัฒนาโรงเรยี นทง้ั พัฒนาอาคารสถานท่แี ละพัฒนาทางวชิ าการใหเ้ ป็นไปในทาง
ทิศทางเดียวกนั
สว่ นที่ 2 ผลการประเมินตนเอง
ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ.
ด้านท่ี 1 ความรู้ความสามารถในการปฏบิ ัตงิ านในหน้าท่ี
รายการพจิ ารณา ระดบั ความรู้
มาก ปานกลาง น้อย
1. เน้อื หา ในรายวชิ า/กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ วิชาชวี วทิ ยา
2. วิธีสอน ถ่ายทอดความรู้เชิงเน้ือหา กิจกรรม บริบท เป้าหมายการเรียนรู้
ความรู้พ้ืนฐาน การปรับพ้นื ฐาน และอุปสรรคการเรียนรู้ของผู้เรียน
3. หลักการสอน และกระบวนการเรียนรู้
4. หลักสูตร การออกแบบ วางแผนการใช้ ประเมิน และแนวทางการเรยี นรู้
ในแตล่ ะเน้อื หา
5. พื้นฐานการศึกษา หลักการศึกษา ปรัชญาการศึกษา จิตวิทยาสังคม นโยบาย
การศกึ ษา จุดมุง่ หมายการจัดการศกึ ษาตัง้ แต่ระดับชาติจนถงึ ระดบั หลักสตู ร
6. การจดั การศกึ ษาแบบรวม และการตอบสนองต่อความหลากหลายของผเู้ รยี น
7. ทฤษฎีการเรยี นรู้ และจติ วทิ ยาการเรียนรู้
8. การใชเ้ ทคโนโลยี และสอื่ นวตั กรรมเพ่ือการเรยี นรู้
9. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ดา้ นท่ี 2 ทกั ษะการปฏบิ ตั งิ าน ระดับความรู้
รายการพจิ ารณา ทำไดด้ ี ทำไดป้ าน ไมค่ อ่ ยทำ
กลาง
1. การสรา้ งและหรือพัฒนาหลักสูตร
2. การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้
3. การจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้
4. กลยุทธ์ในการจัดการเรียนรู้
5. การสรา้ งและการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศกึ ษา
และแหลง่ เรียนรู้
6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
-5-
ดา้ นที่ 3 ความเปน็ ครู
รายการพิจารณา ระดับความรู้
สูงมาก ปานกลาง ปรับปรงุ
1. ยดึ มน่ั ผกู พนั ศรทั ธาในวชิ าชพี และทุ่มเทเพ่ือการเรียนร้ขู องผู้เรียน
2. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และปฏิบัติตนเป็นแบบอยา่ งท่ดี แี ก่ผ้เู รียน ทง้ั กาย วาจา
และจิตใจ ดำรงตนใหเ้ ป็นทเ่ี คารพ ศรทั ธา และน่าเชือ่ ถอื ทงั้ ใน และนอก
สถานศกึ ษา
3. ปฏบิ ัติตนตามจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
4. มีวนิ ัยและการรักษาวินยั
5. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ให้มี
ความรู้ความชำนาญในวิชาชีพ เพมิ่ ข้ึน
6. ปฏบิ ัตติ นโดยนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้
7. มที ัศนคตทิ ี่ดตี ่อบา้ นเมือง
ตอนท่ี 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรยี นในสถานศกึ ษาตามจดุ เน้นของ สพฐ.
รายการศกั ยภาพผ้เู รียนตามจดุ เน้น ระดบั ความรู้
1. ดา้ นอา่ นออก อา่ นคลอ่ ง เขียนได้ เขยี นคลอ่ ง สูงมาก ปานกลาง ปรบั ปรุง
2. ด้านคิดเลขเปน็ คดิ เลขคลอ่ ง
3. ด้านการคดิ ขัน้ พ้ืนฐาน
4. ด้านการคิดขน้ั สูง
5. ด้านการส่ือสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย
6. ดา้ นการใชภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
7. ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือการเรยี นรู้
8. ดา้ นการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง
9. ด้านใฝเ่ รยี นรู้
10. ดา้ นใฝ่ดี
11. ดา้ นทักษะชวี ิต
12. ดา้ นอยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการศกึ ษาและการทำงาน
ตอนที่ 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคิดของหลกั สูตรของสถาบันครุ พุ ฒั นา
รายการศักยภาพผ้เู รยี นตามจุดเน้น ระดบั ความรู้
1. การสอนในศตวรรษท่ี 21 สูงมาก ปานกลาง ปรบั ปรุง
2. การแกป้ ัญหาผ้เู รยี น
3. จิตวิทยาการแนะแนว/จิตวิทยาการจัดการเรยี นรู้
4. การจัดการช้ันเรยี น
5. การวิจัยพัฒนาการเรยี นการสอน/ชุมชนแห่งการเรียนรูทางวิชาชีพ
6. การพัฒนาหลักสูตร
7. สะเต็มศึกษา (STEM Education)
8. การใชส้ ่ือและเทคโนโลยีในการจัดการเรียน
9. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
10. การออกแบบการเรียนรู้
สรปุ ผลการประเมนิ ตนเอง
ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ กคศ. อย่ใู นระดบั ดี มีการพัฒนาหลักสตู ร ออกแบบ
การจัดการเรียนรู้ ยดึ ม่ัน ผูกพัน ศรทั ธาในวชิ าชีพ และทมุ่ เทเพือ่ การเรยี นรู้ของผเู้ รยี น มีคณุ ธรรม จริยธรรม
และปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอย่างทีด่ แี ก่ผเู้ รยี น ท้งั กาย วาจา และจิตใจ ดำรงตนให้เป็นท่ีเคารพ ศรทั ธา และ
น่าเชอื่ ถือทั้งใน และนอกสถานศกึ ษา เปน็ บุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรบั ปรุง และพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง ให้มี
ความร้คู วามชำนาญในวชิ าชพี เพิ่มขึน้ และปฏบิ ตั ิตนโดยนำหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้
ตอนที่ 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในสถานศึกษาตามจุดเน้นของ สพฐ. อยู่ในระดับดี
และในสว่ นที่ต้องพัฒนา คือ ด้านการคดิ ข้นั สงู และด้านการใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
ตอนที่ 3 ผลการประเมินศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลักสตู รของสถาบนั คุรพุ ฒั นา
อยใู่ นระดับปานกลาง จึงควรเขา้ รบั การอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ และนำมาปรบั ใชใ้ นการจัดการ
เรียนรู้ใหก้ ับนักเรียนต่อไป
ส่วนท่ี 3 แผนการพัฒนาตนเองในการจดั หอ้ งเรียนทม่ี ีคณุ ภาพ
(Individual Development Planning : IDP)
1. อันดับความสำคัญ / สมรรถนะที่จะพฒั นา ให้ใสห่ มายเลขเรยี งตามลาดบั ความสำคญั ของสมรรถนะท่ีจะ
พฒั นา
( 9 ) การใช้สอ่ื และเทคโนโลยีในการจัดการเรยี นรู้
( 10 ) สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)
( 7 ) การสอนในศตวรรษที่ 21
( 2 ) การจัดการชั้นเรียน
( 4 ) การแก้ปัญหาผ้เู รียน
( 8 ) จิตวทิ ยาการแนะแนว/จิตวิทยาการจดั การเรียนรู้
( 3 ) การออกแบบการเรียนรู้
( 5 ) การวจิ ัยพฒั นาการเรียนการสอน/ชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ
( 1 ) การพัฒนาหลักสูตร
( 6 ) การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
2. วธิ กี าร /รูปแบบการพัฒนา
วธิ ีการท่ี 1 ภาควิชาการ ซงึ่ จะเปน็ การศึกษาหาความร้ใู นเน้ือหาที่จะได้ใชใ้ นหอ้ งเรยี นจริง ๆ
โดยยดึ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานเป็นหลัก เปน็ ความรใู้ หม่ที่เกดิ จากการประยุกตค์ วามรูเ้ ชงิ
วชิ าการสกู่ ารปฏิบัตจิ ริงในห้องเรยี น ประเดน็ ในการพฒั นาครอบคลมุ ท้งั เรอ่ื ง หลกั สูตร การเรียนการสอน
สือ่ การวดั ผล และการวิจัย เชือ่ มโยงยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี และเป้าหมายผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 หรอื
แผนการศึกษา พ.ศ. 2560-2579 และหลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560
วธิ กี ารที่ 2 ภาคปฏบิ ัติการ จะเน้นใหไ้ ด้รบั การสร้างความเข้าใจแบบเขม้ การเรยี นรทู้ ่ีเกดิ จากการ
คิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ คิดขั้นสูง ดว้ ยการทบทวนความรู้ (Review) การสะทอ้ นคดิ (Reflection)
และการถอดบทเรียน (AAR) ดว้ ยกจิ กรรมการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูท่เี ข้ารับการพัฒนาและกบั คณะ
วิทยากร เป็นกลุม่ ย่อย มวี ิทยากรประจำกลมุ่ ทุกกลุ่ม ซึง่ จะดูแลผู้เข้ารบั การพัฒนาใหไ้ ด้ฝึกทกั ษะการออกแบบ
เส้นทางคณุ ภาพผ้เู รียนสอดคลอ้ งกับหลักสตู ร/เป้าหมายศตวรรษที่ 21 ไดอ้ อกแบบเสน้ ทางกระบวนการเรียนรู้
อย่างไรก่อนสร้างนวตั กรรม และแสดงถึงมวี ิธีการวัดผล/สะท้อนผลหลงั จากนำไปใช้กบั ผู้เรียนเพอื่ ยอ้ นกลับ
นำมาปรบั ปรงุ กระบวนการจัดการเรียนรูท้ ีส่ อดคล้องกับผู้เรยี นตอ่ ไป
วิธีการที่ 3 ภาคนิทรรศการ จะเป็นการศึกษาจากกรณตี ัวอย่างการปฏิบตั ิ/สอื่ -นวัตกรรมทดี่ ี ท่ีผ่าน
การบรู ณาการทฤษฎีและการปฏิบัติส่กู ารพฒั นานกั เรยี นจรงิ มีการสาธิตแนวปฏบิ ตั /ิ ส่อื -นวัตกรรมที่ดี และฝึก
นำสือ่ /วธิ ีปฏบิ ตั /ิ นวัตกรรมตัวอย่าง ไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ ถอดบทเรยี น เพื่อประกอบการเขยี นเค้าโครงการ
พฒั นากระบวนการ/ส่ือ/นวตั กรรมนัน้ ๆ ท่ีจะแสดงใหเ้ หน็ ว่าจะมผี ลสำเรจ็ อย่างยั่งยนื
วธิ ีการที่ 4 การสร้างชุมชนการเรียนร้ทู างวิชาชีพ – ได้ร่วมสรา้ งการเรยี นรูใ้ นระหว่างการฝึกอบรม
ด้วยการเรยี นรู้จากคูพ่ ัฒนา (Buddy) การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ (Share and Learn) ในกลุม่ ย่อย การสะท้อนคิด
(Reflection) การถอดบทเรียน (AAR) และการ Coaching & Mentoring จาก Mentor/Expert เพ่อื ให้
สามารถสรา้ งสรรค์ สรปุ องค์ความรทู้ ีผ่ สมผสานระหว่างองคค์ วามรู้จากทฤษฎี และองค์ความรจู้ าก
ประสบการณส์ ่กู ารปฏิบตั ใิ นช้ันเรียนได้ โดยทำงานร่วมกับคณะวิทยากรหลงั การอบรมผา่ นระบบออนไลน์ ดว้ ย
กระบวนการชมุ ชนการเรยี นรู้วิชาชพี (PLC) อยา่ งต่อเนอื่ ง
3. ระยะเวลาในการพฒั นา
เริม่ ต้น 16 พฤษภาคม 2561 ส้นิ สดุ 31 มนี าคม 2562
4. การขอรบั การสนับสนุนจากหน่วยงาน
-
5. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั
5.1 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ด้านความรู้ : เกดิ การเรยี นรู้ ผลการพัฒนาสกู่ ารเปล่ยี นแปลงผู้เรยี น และนำประสบการณเ์ ข้า
แลกเปล่ยี นเรียนรู้แก่เพ่ือนร่วมวชิ าชพี จนเกิดองค์ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการเข้ารว่ มชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชีพไปใช้
ในการจดั การเรยี นการสอน
ทักษะ : มคี วามสามารถบูรณาการความรูส้ กู่ ารปฏบิ ตั ิ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผเู้ รียนไดเ้ ตม็ ตาม
ศักยภาพ สรา้ งนวตั กรรมจากการปฏบิ ตั ิที่ส่งผลต่อคณุ ภาพของผเู้ รยี น และสรา้ งนวตั กรรมทไี่ ด้จากการเขา้ ร่วม
ในชุมชนการเรยี นร้ทู างวชิ าชพี และพฒั นานวตั กรรมใหเ้ ปน็ ตน้ แบบการเรยี นรู้แก่เพือ่ นร่วมวิชาชีพ
ความเปน็ ครู : เข้าร่วมชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ สรา้ งเครือขา่ ยชมุ ชนการเรียนรทู้ าง
วิชาชีพ สร้างวฒั นธรรมทางการเรียนร้ใู นสถานศึกษา และเป็นผู้นำการเปล่ียนแปลงต่อวงการวชิ าชีพ
5.2 ผลการนำไปใช้ในการพฒั นางาน
คอื การนำความรแู้ ละทักษะท่ไี ด้รบั การพัฒนาระหว่างการฝึกอบรมไปประยุกตใ์ ช้ในการ
ปฏิบัติงานจริงในห้องเรียนของตนเอง ดังน้ี
5.2.1 นำเสนอแผนการจดั กจิ กรรมแบบคู่พัฒนา (Buddy) 1 แผน จดั ให้เพือ่ นครู หรือหวั หน้า
ฝ่ายวชิ าการหรอื รองผู้อำนวยการโรงเรียน ใหข้ อ้ เสนอแนะ (Comment) แล้วนำไปปรบั ปรงุ แผนการจดั
กจิ กรรมใหม่ จากน้นั จงึ รายงานผ่านไลน์กลุ่มของหน่วยพัฒนา (นติ ิบุคคล) หจก.เพือ่ ครู เพอื่ ใหว้ ิทยากรหลกั /
วิทยากรพเ่ี ล้ียงใหก้ าร Coaching
5.2.2 นำแผนการจัดกจิ กรรมทป่ี รับใหม่แลว้ ไปสอนจรงิ ในห้องเรยี น โดยมเี พ่อื นครู หรือ
หัวหนา้ ฝา่ ยวิชาการ หรือรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น ไปเยยี่ มชั้นเรียน ถา่ ยภาพ หรือคลิปการสอน ท่ีเหน็ ภาพการ
เยีย่ มชนั้ เรยี น ภาพการจัดกจิ กรรมตามขนั้ ตอนในแผนการจัดกิจกรรม และภาพผลงานการเรียนรขู้ องผูเ้ รียน
จากน้ันนามาถอดบทเรียนร่วมกบั ผู้เยีย่ มชัน้ เรียน สง่ ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ (Line/ facebook)
5.3 การสร้างชุมชนแห่งการเรยี นรู้ PLC Online เครอื ข่ายระดบั ชาติ หลงั จากเข้ารบั การอบรม
ตามหลกั สตู รที่สถาบันครุ พุ ัฒนาอนมุ ัติแล้ว จะเข้ารว่ มปฏิบตั กิ ารกิจกรรมการเรียนรทู้ างวิชาชีพ (PLC)
เครือขา่ ยระดบั ชาติ ซึ่งจะไดป้ ฏบิ ัติกจิ กรรมสร้างชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพร่วมกับสมาชิกจากทว่ั ประเทศ
กลมุ่ ละ 8-10 คน/คร้ัง ในระยะเวลาชว่ งละ 3 เดือน ตามขนั้ ตอนกจิ กรรม PLC 7 ขน้ั ภายใตก้ ารกำกบั ดูแล
ตลอดการปฏิบัติกจิ กรรมและเตมิ เต็มความรู้ ทางวิชาการไปพร้อมกันของ Mentor & Expert เพ่ือให้บรรลุ
เป้าหมายตามตัวชว้ี ัดการมีสว่ นร่วมในชมุ ชนวชิ าชีพของ ก.ค.ศ. ซง่ึ สมาชกิ สามารถนบั เปน็ ชัว่ โมงการปฏบิ ัติงาน
โดยมรี ่องรอยหลักฐานการปฏิบัติกจิ กรรมเพอื่ ให้หน่วยพัฒนาครู (นิติบุคคล) หจก.เพ่ือครู รบั รองช่วั โมง PLC
เพอื่ ใชเ้ ป็นรอ่ งรอยในการบนั ทกึ ในระบบบนั ทกึ (Logbook) ของ กคศ. ไดใ้ นอนาคต
การดำเนินงานตามแผนการพัฒนาตนเอง
การวางแผนการพฒั นาตนเองในการจดั ห้องเรียนที่มีคุณภาพ (Individual Development
Planning : IDP) ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 วิชา ชีววิทยา 2 (ว31247และ ชีววิทยา 5 (33245) โรงเรยี นเตรียม
อดุ มศกึ ษา ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ อำเภอสวา่ งแดนดิน จงั หวัดสกลนคร มผี ลท่ีคาดว่าจะได้รับจากการวาง
แผนการพัฒนาตนเอง 2 ด้าน คอื ด้านสมรรถนะหลกั และสมรรถนะประจำสายงาน ซง่ึ มรี ายละเอยี ด
ดงั นีค้ ือ
ดา้ นสมรรถนะหลัก มีการพัฒนาตนเองใน 4 ด้าน คอื
1. การมุง่ ผลสัมฤทธ์ิ ไดแ้ ก่
1.1 ความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงาน
1.2 ความสามารถในการปฏิบัตงิ าน
1.3 ผลการปฏิบัตงิ าน
2. การบรกิ ารท่ีดี ไดแ้ ก่
2.1 ความสามารถในการสร้างระบบการให้บรกิ าร
2.2 ความสามารถในการใหบ้ รกิ าร
3. การพฒั นาตนเอง ได้แก่
3.1 ความสามารถในการพฒั นาตนเอง
3.2 ความสามารถในการใชภ้ าษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร
3.3 ความสามารถในการตดิ ตามความเคลอ่ื นไหวทางวิชาการและวิชาชีพ
3.4 ความสามารถในการประมวลความรแู้ ละนำความรู้ไปใช้
4. การทำงานเป็นทมี ไดแ้ ก่
4.1 ความสามารถในการวางแผนเพือ่ การปฏบิ ตั งิ านเป็นทีม
4.2 ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั
ดา้ นสมรรถนะประจำสายงาน มกี ารพัฒนาตนเองใน 5 ด้าน คือ
1. การจัดการเรียนรู้
1.1 ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสตู ร
1.2 ความสามารถในเนอื้ หาสาระท่สี อน
1.3 ความสามารถในการจัดกระบวนการเรยี นร้ทู เี่ น้นผู้เรียนเป็นสำคญั
1.4 ความสามารถในการใช้และพฒั นานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการจดั การเรยี นรู้
1.5 ความสามารถในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้
2. การพฒั นาผู้เรยี น
2.1 ความสามารถในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม
2.2 ความสามารถในการพัฒนาทักษะชีวติ สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิต
2.3 ความสามารถในการปลกู ฝงั ความเปน็ ประชาธิปไตย
2.4 ความสามารถในการปลุกฝงั ความเปน็ ไทย
2.5 ความสามารถในการจดั ระบบดแู ลและชว่ ยเหลือผู้เรียน
3. การบริหารจัดการชนั้ เรยี น
3.1 ความสามารถในการจัดบรรยากาศการเรยี นรู้
3.2 ความสามารถในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศและเอกสารฯ
3.3 ความสามารถในการกำกับดแู ลชั้นเรียน
4. การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และการวจิ ัย
4.1 ความสามารถในการวเิ คราะห์
4.2 ความสามารถในการสังเคราะห์
4.3 ความสามารถในการเขยี นเอกสารทางวิชาการ
4.4 ความสามารถในการวิจยั
5. การสร้างความรว่ มมอื กับชมุ ชน
5.1 ความสามารถในการนำชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสถานศกึ ษา
5.2 ความสามารถในการเข้าร่วมกจิ กรรมของชมุ ชน
นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาด้านคณุ ลักษณะทจี่ ำเปน็ ในการพัฒนาวิชาชีพ คือ ด้านวินัย คุณธรรม
จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชพี ไดแ้ ก่
1. การมีวนิ ัย
2. การประพฤติ ปฏบิ ัตติ นเป็นแบบอยา่ งทีด่ ี
3. การดำรงชวี ิตอยา่ งเหมาะสม
4. ความรักและศรทั ธาในวชิ าชพี ครู
5. ความรบั ผดิ ชอบในวชิ าชพี
ลงช่ือ................................................
(นางสาวศรอี ดุ ร ล้านสาวงษ์)
ตำแหน่ง ครู
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
สว่ นท่ี 4 ความต้องการในการพฒั นา (กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์)
1. หลักสูตรใดทท่ี ่านต้องการพัฒนา
หลกั สตู ร สนกุ กับพนั ธศุ าสตร์ ผา่ นส่อื การเรยี นรู้ที่กระตุ้นการคดิ
2. เพราะเหตุใดทา่ นจงึ ต้องการเข้ารับการพัฒนาในหลักสตู รนี้
กรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ป,ี แผนการศกึ ษาชาติ, นโยบาย ศธ. และนโยบาย สพฐ.
ยุทธศาสตรท์ ี่ 1
ข้อ 1.3 เสริมสร้างความรคู้ วามเข้าใจทถี่ ูกต้องเก่ียวกบั สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ผ่าน
หลักสตู รและกระบวนการเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์และความเป็นพลเมือง
ข้อ 2.4 ส่งเสรมิ การจดั การเรียนรูท้ ใี่ หผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นร้ผู า่ นกิจกรรมการปฏบิ ตั ิจรงิ
ข้อ 2.5 ส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นมที ักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาฯ
ข้อ 1.2 ชุมชนแหง่ การเรียนรูท้ างวชิ าชพี (PLC)
ขอ้ 1.3 การเรยี นรผู้ ่านกจิ กรรมการปฏบิ ัตจิ รงิ (Active Learning)
ข้อ 1.4 การพัฒนาครทู ั้งระบบทเี่ ช่ือมโยงกับการเล่ือนวทิ ยฐานะ
3. ท่านคาดหวังสงิ่ ใดจากการเขา้ รับการพัฒนาในหลกั สูตรนี้
3.1 เนื้อหาความรูด้ า้ นพันธุศาสตร์ท่ถี กู ต้อง ความก้าวหน้าใหมๆ่ ท่ีทันสมัย สามารถเชือ่ มโยง ตอ่ ยอด
ความรูพ้ ้ืนฐานนกั เรียนในหอ้ งเรียนได้
3.2 สามารถจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนทีช่ ว่ ยให้นกั เรยี นเกิดความคดิ รวบยอด และเขา้ ใจเนื้อหา
ด้านพันธศุ าสตร์ท่ีถูกต้องชัดเจนมากขึ้นจากการเรียนรูผ้ า่ นกิจกรรมและการใชส้ อ่ื การเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย
3.3 สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ให้เกดิ บรรยากาศการเรยี นร้ทู ่ีสนกุ สนานซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนอ้ื หา
ดา้ นพนั ธศุ าสตร์ และเกิดเจตคติท่ีดีตอ่ การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
3.4 ผ้เู ขา้ รบั การพฒั นาจะไดจ้ ัดทำแผนพัฒนาตนเอง, สร้างกรอบแนวคดิ การพัฒนาผูเ้ รียน, ฝึกเขียน
เค้าโครงและออกแบบข้ันตอนการพัฒนาผลงานทางวชิ าการ, โดยการสร้างความเข้าใจในหลกั เกณฑ์และวธิ กี าร
ฯ (ว20/21/22) การถอดบทเรียนความสำเร็จจากตวั อย่างผลงานทผี่ ่านการประเมินครเู ชี่ยวชาญ ภายใต้การ
แนะนำ (Coaching) จากวิทยากร ครูเชีย่ วชาญ และเข้าชมุ ชนแห่งการเรียนร้ทู างวชิ าชพี แลกเปลี่ยน แบง่ ปนั
(ออนไลน์) ตลอดปี เพื่อยกระดับมาตรฐานวทิ ยฐานะในกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
4. ทา่ นจะนำความรู้จากหลักสูตรไปพัฒนาการสอนของท่านอยา่ งไร
นำความรู้และทกั ษะทีไ่ ดร้ ับการพัฒนาระหว่างการฝึกอบรมไปประยุกต์ใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ผ่านสื่อ
การเรยี นรู้ท่ีกระตนุ้ การคิด ให้กับผู้เรยี น โดยเสนอผลปฏิบตั ิตามแผนการจดั กจิ กรรม แบบคู่ Buddy ผา่ นระบบ
ออนไลน์ (Line/ facebook) เพอ่ื ร่วมแลกเปลยี่ นเรยี นรู้กบั เพือ่ นร่วมวชิ าชพี ในอันที่จะปรับปรงุ การเรยี นรู้ และ
การปฏิบัติงานอยา่ งต่อเน่อื งเพ่อื สรา้ งชมุ ชนการเรยี นรู้วิชาชีพ (PLC) ตอ่ ไป