The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chonticha Oif Pratumchat, 2022-09-13 10:55:42

คำอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์

คำอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์

คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๑ เวลาเรยี น ๑๐๐ ชวั่ โมง

ระบุ บอก ตระหนัก บรรยาย แกปญหาและเขียนโปรแกรมอยางงายเก่ียวกับชื่อพืชและสัตวที่
อาศัยอยูในบริเวณตางๆ สภาพแวดลอมท่ีเหมาะสม เพ่ือการอยูอาศัยของพืชและสัตว ลักษณะหนาที่ของ
สวนตางๆของรา งกายมนุษย สตั ว และพชื ความสําคัญของสว นตา งๆของรางกาย

วัสดุที่ใชทําวัตถุ ชนิดของวัสดุ และจัดกลุมวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกตได การเกิดเสียง การเคล่ือนที่
ของแสงเชงิ ประจักษ

ดาวท่ีปรากฏใหเห็นในทองฟา เวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะ
เฉพาะตัวท่ีสงั เกตได

โดยใชกระบวนทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
บันทึก จัดกลุมขอมูล เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่ิงที่เรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร
คณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมทีเ่ หมาะสม

ศึกษาการแกป ญ หา อยางงายโดยการลองผิดลองถกู การเปรยี บเทียบ การแสดงลําดบั ขั้นตอนการ
ทํางานหรอื การแกปญหาอยา งงา ย การเขียนโปรแกรมอยา งงายโดยใชซ อฟตแวรหรือส่ือ การแสดง การใช
งานอุปกรณเทคโนโลยเี บื้องตน การใชง านซอฟตแวรเบื้องตน การใชเ มาส คียบอรด จอสัมผัส การเปด ปด
อปุ กรณเทคโนโลยี การสรา ง จัดเก็บ และเรียกใชขอมลู ตามวตั ถุประสงค

ใชก ระบวนการการทาํ งานอยางเปน ข้ันตอนและเปนระบบ คิดในเชิงคํานวณในการแกปญหา ใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรูการทํางาน แสดงลาํ ดบั ขั้นตอนการแกปญ หาโดยการ
เขยี น บอกเลา วาดภาพ หรือใชสัญลักษณ โดยการใชเ กมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกตางของภาพ การจัด
หนงั สือใสก ระเปา การเขยี นโปรแกรมอยา งงายเพ่ือสรา งลําดบั สง่ั การใหคอมพิวเตอรทํางาน เขยี นโปรแกรม
สั่งใหต วั ละครยายตาํ แหนง ยอขยายขนาด เปลย่ี นรูปราง โดยใชบัตรคาํ สั่งแสดงการเขียนโปรแกรม
,Code.org

ตระหนกั และเห็นคุณคา ของการนาํ ความรไู ปใชป ระโยชนใ นชีวติ ประจําวัน ใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยางปลอดภยั ปฏิบัตติ ามขอตกลงในการใชคอมพิวเตอรร ว มกนั ดูแลรกั ษาอปุ กรณและใชงาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม รักการทํางาน ทํางานดวยความกระตือรือรน และตรงเวลา มเี จต
คตทิ ด่ี ีตอการทาํ งาน มลี กั ษณะนสิ ยั การทาํ งานทเ่ี หมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และคา นยิ มทเี่ หมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

รวมทั้งหมด ๑๕ ตัวชี้วัด

รหสั วชิ า ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
เวลาเรียน ๑๐๐ ชัว่ โมง

ศึกษา วิเคราะห ความตองการแสงและน้ําเพ่ือการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก
ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและส่ิงไมมีชีวิต สมบัติของวัสดุ การนําสมบัติของวัสดุไปประยุกตใชในการทําวัตถุใน
ชีวิตประจําวัน ประโยชนของการนําวัสดุที่ใชแลวกลับมาใชใหม การเคลื่อนท่ีของแสงจากแหลงกําเนิดแสง
การมองเห็นวัตถุโดยเสนอแนะแนวทางการปองกันอันตราย สวนประกอบของดิน การจําแนกชนิดของดิน
โดยใชลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเปนเกณฑ การใชประโยชนจากดิน การแกปญหาโดยใชภาพ
สัญลักษณหรือขอความ การเขียนโปรแกรมอยางงาย โดยใชส่ือซอฟตแวร การใชเทคโนโลยีในการสราง
จัดเกบ็ เรยี กใชขอมลู การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา งปลอดภัย

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล การเปรียบเทียบขอมูลจากหลักฐานเชิงประจักษและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความ
เขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใช
ประโยชนใ นชวี ติ ประจําวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

ศกึ ษาขนั้ ตอนการทํางานหรอื การแกปญหาอยา งงาย การเขียนโปรแกรมอยา งงา ยโดยใช
ซอฟตแวรห รอื สื่อและตรวจหาขอ ผิดพลาดของโปรแกรม การใชเ ทคโนโลยีในการสราง จดั หมวดหมู คน หา
จัดเกบ็ เรียกใชข อมูลตามวัตถุประสงค

ใชก ระบวนการการทํางานอยางเปน ขัน้ ตอนและเปนระบบ คดิ ในเชงิ คํานวณในการแกปญ หา ใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรูการทาํ งาน แสดงลําดบั ข้นั ตอนการทํางานหรอื การ
แกป ญหาโดยการเขียน บอกเลา วาดภาพ หรอื ใชส ญั ลักษณ การแกปญหาโดยใชเ กมตัวตอ เกมการแตง ตัว
มาโรงเรียน การเขียนโปรแกรมอยา งงายเพ่ือสรางลาํ ดบั ส่ังการใหค อมพวิ เตอรทํางานตามทต่ี องการและ
ตรวจสอบขอผดิ พลาด ปรบั แกไขใหไดผลลัพธตามทต่ี องการ ใชซอฟตแวรเขียนโปรแกรม โดยใชบ ัตรคําส่งั
แสดงการเขยี นโปแกรม,Code.org สามารถใชงานซอฟตแ วรเบ้อื งตน

ตระหนักและเหน็ คุณคา ของการนําความรไู ปใชป ระโยชนในชวี ิตประจาํ วัน ใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยา งปลอดภัย ปฏิบัติตามขอตกลงในการใชค อมพวิ เตอรร วมกนั ดูแลรักษาอุปกรณและใชง าน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยางเหมาะสม รักการทํางาน ทํางานดว ยความกระตือรือรน และตรงเวลา มเี จต
คติท่ีดตี อการทาํ งาน มีลกั ษณะนสิ ัยการทํางานท่เี หมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔

รวม ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

รหสั วิชา ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร คําอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
เวลาเรยี น ๑๐๐ ช่วั โมง

ศึกษา วิเคราะห ส่ิงท่ีจําเปนตอการดํารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษยและสัตว ประโยชน
ของอาหาร นํ้า และอากาศ การดูแลตนเองและสัตวใหไดรับส่ิงเหลาน้ีอยางเหมาะสม วัฏจักรชีวิตของสัตว
สวนประกอบของวัตถุ และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเม่ือทําใหรอนขึ้นหรือทําใหเย็นลง แรงที่มีตอการ
เปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ การดึงดูด
ระหวางแมเหล็กกับวัตถุ ข้ัวแมเหล็ก การเปล่ียนพลังงาน การทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟา และแหลง
พลังงานในการผลิตไฟฟา ประโยชนและโทษของไฟฟา วิธีการใชไฟฟาอยางประหยัด และปลอดภัย
เสนทางการข้ึนและตกของดวงอาทิตย การเกิดกลางวันกลางคืน และการกําหนดทิศ ความสําคัญของดวง
อาทิตยตอสิ่งมีชีวิต สวนประกอบของอากาศ ความสําคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศ
ตอ สง่ิ มชี ีวิต การปฏบิ ตั ิตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชนและโทษของลม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรการสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
การเปรียบเทียบขอมูลจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ และการอภปิ ราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจ
สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใช ในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

ศึกษาขั้นตอนการแสดงอัลกอริทึมในการทาํ งานหรือการแกปญหาอยางงาย การเขียนโปรแกรม
อยางงายโดยใชซอฟตแวรห รือส่อื และตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรม การใชอนิ เตอรเนต็ คนควาหา
ความรู การรวบรวม ประมวลผลและนําเสนอขอมูลโดยใชซอฟตแวรต ามวตั ถปุ ระสงค

ใชก ระบวนการการทาํ งานอยา งเปนขั้นตอนและเปนระบบ คิดในเชิงคํานวณในการแกปญหา ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรูการทาํ งาน แสดงอลั กอริทึมเปนขนั้ ตอนการทํางานหรือ
การแกป ญหาโดยการเขียน บอกเลา วาดภาพ หรือใชสญั ลักษณ การแกปญ หาโดยใชเ กม การเขยี น
โปรแกรมเพ่ือสงั่ การใหต ัวละครทาํ งานซ้าํ ไมส้ินสุด และตรวจสอบขอ ผดิ พลาด ปรับแกไขใหไ ดผลลพั ธตามที่
ตองการ ถา ไมเ ปน ไปตามท่ีตองการใหต รวจสอบการทํางานทลี ะคําส่ัง ใชซ อฟตแ วรเขียนโปรแกรม โดยใช
บัตรคาํ สง่ั แสดงการเขียนโปแกรม,Code.org สามารถสบื คน ขอ มูลบนอินเตอรเน็ตโดยใชเว็บไซตใ นการ
สบื คน

ตระหนักและเหน็ คุณคาของการนาํ ความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจาํ วนั ใชอนิ เตอรเน็ต
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย ปฏบิ ตั ติ ามขอตกลงในการใชอินเตอรเ น็ต ดแู ลรกั ษาอปุ กรณแ ละใช
งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางเหมาะสม รักการทํางาน ทํางานดว ยความกระตือรือรน และตรงเวลา มี
เจตคติท่ดี ตี อการทาํ งาน มลี ักษณะนิสัยการทํางานที่เหมาะสม มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มที่
เหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวัด ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป๓/๕
ว ๔.๒

รวม ๒๕ ตัวชี้วัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหัสวชิ า ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลาเรียน ๑๒๐ ชว่ั โมง

บรรยาย จําแนก เปรยี บเทียบ อภปิ ราย ระบุ อธิบาย สรา งแบบจาํ ลอง ใชเหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการ
แกป ญ หา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใชอ ินเตอรเนต็ รวบรวม ประเมิน นําเสนอขอ มูล เก่ียวกับหนาที่
ของสวนตา งๆของพชื ความแตกตา งของลักษณะของส่ิงมีชวี ิต พืชดอกและพืชไมม ดี อก สตั วม ีกระดูกสัน
หลังและไมมกี ระดกู สันหลังเปนเกณฑ

สมบตั ทิ างกายภาพดานความแข็ง สภาพยืดหยุน การนาํ ความรอน และการนาํ ไฟฟา ของวสั ดุ การ
นําสมบตั ิทางกายภาพของวสั ดุไปใชในชีวิตประจาํ วนั สมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะ ผลของแรงโนมถวงของ
โลกทีม่ ตี อวัตถุ การใชเ ครื่องช่ังสปริงวัดน้ําหนกั ของวัตถุ มวลของวตั ถุทีม่ ผี ลตอการเปลย่ี นแปลงการ
เคลือ่ นที่ของวัตถุ วัตถุทเี่ ปนตัวกลางโปรง ใส ตัวกลางโปรง แสง และวตั ถทุ บึ แสง จากลักษณะการมองเหน็ ส่ิง
ตา งๆผานวัตถุนั้นเปน เกณฑ

แบบรปู เสนทางการขนึ้ และตกของดวงจันทร แบบจําลองแสดงองคประกอบของระบบสุริยะ และ
คาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ

โดยใชกระบวนทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสบื คน ขอมูล
บันทึก จัดกลมุ ขอ มูล เพ่ือใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งท่เี รยี นรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคา ของการนาํ ความรูไ ปใชในชวี ติ ประจําวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร
คุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

ศึกษาข้ันตอนการใชเ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป ญ หา อธบิ ายการทาํ งาน การคาดการณผลลพั ธ
จากปญ หาอยางงา ย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงา ยโดยใชซอฟตแวรหรือสื่อและตรวจหา
ขอผดิ พลาดและแกไขโปรแกรม การใชอ ินเตอรเ น็ตคนควา หาความรูและประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล
การรวบรวม ประมวลผล นาํ เสนอขอ มูลและสารสนเทศโดยใชซ อฟตแวรท ีห่ ลากหลายเพอ่ื แกป ญหาใน
ชีวิตประจําวนั

ใชก ระบวนการการทาํ งานอยางเปน ข้นั ตอนและเปนระบบ การใชเ หตุผลเชิงตรรกะในการ
แกป ญ หา ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรกู ารทํางาน ออกแบบโปรแกรมอยา งงายโดย
ใช storyboard หรอื การออกแบบอลั กอรทิ มึ การเขียนโปรแกรมเพ่ือสัง่ การใหค อมพิวเตอรทํางานสรา ง
ลําดบั ของคําส่งั ใหไดผ ลลัพธต ามตองการ และตรวจสอบขอผดิ พลาด ปรับแกไขใหไดผลลพั ธตามทีต่ องการ
ถา ไมเ ปนไปตามที่ตองการใหตรวจสอบการทํางานทีละคาํ ส่ัง ฝกตรวจหาขอ ผิดพลาดจากโปรแกรม ใช
ซอฟตแ วรเขยี นโปรแกรม โดยใชโ ปรแกรม Scratch, logo

ตระหนกั และเห็นคุณคา ของการนําความรไู ปใชประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วัน ใชอ นิ เตอรเน็ต
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา งปลอดภัย ปฏบิ ัตติ ามขอตกลงในการใชอนิ เตอรเ น็ต เขาใจสิทธิและหนา ท่ขี อง
ตนเอง ส่ือสารอยา งมีมารยาทและรกู าลเทศะ ปกปอ งขอมลู สว นตวั รกั การทาํ งาน ทํางานดวยความ
กระตือรอื รน และตรงเวลา มเี จตคตทิ ดี่ ีตอ การทาํ งาน มีลกั ษณะนิสัยการทํางานท่เี หมาะสม มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป๔/๕
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชีว้ ดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลาเรยี น ๑๒๐ ช่ัวโมง

บรรยาย อธบิ าย เขยี นและระบุ เปรียบเทยี บ วเิ คราะห ออกแบบการทดลอง ใชเหตุผลเชิงตรรกะ
ในการแกปญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใชอ ินเตอรเนต็ รวบรวม ประเมนิ นําเสนอขอมลู เกี่ยวกบั
โครงสรางและลกั ษณะของส่งิ มีชวี ติ ที่เหมาะสมกบั การดํารงชีวิตในแตละแหลง ที่อยู ความสมั พันธระหวา ง
สงิ่ มีชวี ติ กบั สง่ิ มชี ีวติ ความสมั พนั ธระหวา งส่งิ มชี ีวิตกับส่งิ ไมมชี วี ิตเพื่อประโยชนต อการดํารงชีวิต หนาท่ขี อง
สิง่ มีชวี ติ ทีเ่ ปน ผูผลติ และผบู ริโภคในโซอาหาร คณุ คา ของส่ิงแวดลอมท่ีมีตอการดํารงชวี ติ ของส่ิงมชี ีวิต
ลกั ษณะทางพันธกุ รรมทีม่ ีการถายทอดจากพอแมส ลู ูกของพืช สัตวแ ละมนุษย

การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เม่อื ทําใหส สารขนึ้ หรือเยน็ ลง การละลายของสารในนาํ้ และ
การเปล่ยี นแปลงของสารเม่ือเกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมโี ดยใชห ลักฐานเชิงประจักษ การเปล่ียนแปลงท่ี
ผันกลับไดแ ละทผ่ี ันกลบั ไมได การหาแรงลพั ธข องแรงหลายแรงในแนวเดยี วกนั ที่กระทาํ ตอวัตถุ ในกรณที ่ี
วัตถอุ ยูน่งิ แผนภาพแสดงแรงทกี่ ระทาํ ตอวัตถุ การใชเ ครือ่ งช่งั สปรงิ การวัดแรงทีก่ ระทาํ ตอวตั ถุ ผลของแรง
และแผนภาพแสดงแรงเสียดทานทีม่ ตี อการเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ และแรงทอี่ ยใู นแนวเดียวกนั
ทก่ี ระทําตอวัตถุ การไดย ินเสียงผา นตัวกลาง ลักษณะการเกิดเสยี งสงู เสยี งตํ่า เสียงดัง เสยี งคอย ตลอดจน
มลพษิ ทางเสียง

ความแตกตางของดาวเคราะหแ ละดาวฤกษ ตาํ แหนง และเสนทางการขนึ้ และตกของกลุมดาวฤกษ
บนทอ งฟา โดยใชแ ผนท่ีดาว การใชป ระโยชนจากแหลงนํ้า การหมุนเวียนของวฏั จกั รนํา้ การใชน้ําอยาง
ประหยดั กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าํ คา งและนา้ํ คางแขง็ การเกิดฝน หมิ ะ และลูกเห็บ

โดยใชก ระบวนทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคน ขอมลู
บนั ทึก จดั กลุม ขอมลู เพื่อใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถนําเสนอส่ือสารสง่ิ ทเ่ี รียนรู มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ เหน็ คุณคาของการนาํ ความรูไปใชในชวี ิตประจาํ วัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร
คณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสม

ศกึ ษาขนั้ ตอนการใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญ หา อธิบายการทํางาน การคาดการณผลลพั ธ
จากปญหาอยางงาย ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมกี ารใชเหตผุ ลเชิงตรรกะอยา งงาย ตรวจหาขอผิดพลาด
และแกไขโปรแกรม การใชอินเตอรเน็ตคน หาขอมลู ตดิ ตอส่อื สารและทาํ งานรวมกันและประเมนิ ความ
นา เช่ือถือของขอมลู การรวบรวม ประมวล นาํ เสนอขอมูลและสารสนเทศตามวัตถุประสงคโดยใชซอฟตแ วร
หรอื บริการบนอินเทอรเน็ตท่ีหลากหลายเพือ่ แกป ญหาในชีวติ ประจาํ วัน

ใชกระบวนการการทาํ งานอยางเปนข้นั ตอนและเปน ระบบ การใชเ หตุผลเชงิ ตรรกะในการ
แกป ญหา การออกแบบโปรแกรมโดยเขยี นเปนขอ ความหรือผังงาน การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมี
การตรวจสอบเงื่อนไขทีค่ รอบคลุมทกุ กรณี ถา ไมเ ปนไปตามท่ีตอ งการใหต รวจสอบการทํางานทีละคําส่งั ทาํ
การแกไขจนกวาจะไดผลลัพธทีถ่ ูกตอง และฝก ตรวจสอบขอผิดพลาดจากโปรแกรมของผูอืน่ ใชซอฟตแวร
เขียนโปรแกรม โดยใชโปรแกรม Scratch, logo

ตระหนกั และเห็นคุณคา ของการใชอินเตอรเน็ตในการตดิ ตอส่ือสารและทํางานรว มกนั ใช
เทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย มมี ารยาท เขา ใจสทิ ธิและหนาท่ีของตนเอง เคารพในสทิ ธขิ องผูอ ื่น
แจงผูเ กี่ยวของเม่ือพบขอมูลหรอื บุคคลท่ีไมเ หมาะสม ทาํ งานดว ยความกระตือรือรน และตรงเวลา มีเจต
คตทิ ่ีดตี อการทาํ งาน มลี ักษณะนิสยั การทาํ งานท่ีเหมาะสม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา นิยมท่ีเหมาะสม
รหัสตัวช้ีวัด

ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชีว้ ดั

คําอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๖ เวลาเรียน ๑๒๐ ชวั่ โมง

บรรยาย จาํ แนก เปรยี บเทียบ อภิปราย ระบุ อธิบาย สรา งแบบจาํ ลอง ใชเ หตผุ ลเชิงตรรกะในการ
แกป ญ หา ออกแบบและเขยี นโปรแกรม ใชอนิ เตอรเน็ต รวบรวม ประเมิน นําเสนอขอ มูล เกี่ยวกับประโยชน
ของสารอาหารทีต่ นเองไดร บั ในสัดสวนทเี่ หมาะสมกบั เพศและวัย หนาทแี่ ละการดูดซึมของอวัยวะในระบบ
ยอ ยอาหารใหท าํ งานเปนปกติ

การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การรอน การใชแมเหล็กดงึ ดดู การรินออก การกรองและการ
ตกตะกอนโดยใชห ลกั ฐานเชิงประจักษ รวมถึงการแยกสารในชีวติ ประจาํ วนั การเกิดแรงไฟฟา ซง่ึ เกดิ จาก
วัตถผุ า นการขดั ถู หนา ทขี่ องสวนประกอบของวงจรไฟฟาอยางงาย แผนภาพการตอวงจรไฟฟาอยา งงาย ผล
ของการตอเซลลไ ฟฟาแบบอนกุ รม การตอหลอดไฟฟาแบบอนกุ รมและแบบขนาน รวมถงึ การใชประโยชน
ในชวี ิตประจําวนั การเกิดเงามืดเงามวั แผนภาพรงั สีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามวั

การเกิดปรากฏการณส รุ ยิ ุปราคาและจนั ทรปุ ราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ การนาํ
เทคโนโลยีอวกาศมาใชป ระโยชนในชวี ติ ประจําวัน การเกดิ หินอคั นี หินตะกอนและหินแปร วัฏจกั รหนิ จาก
แบบจาํ ลอง การใชป ระโยชนข องหนิ และแรใ นชวี ติ ประจําวัน การคาดคะเนสภาพแวดลอ มในอดีตจากซาก
ดึกดาํ บรรพ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมท่ีมีผลตอ ส่งิ มีชวี ิตและส่งิ แวดลอม ผลของมรสุมตอการเกดิ
ฤดขู องประเทศไทย ผลกระทบจากนาํ้ ทวม การกดั เซาะของชายฝง ดินถลม แผน ดนิ ไหว และสนึ ามิ การ
เฝา ระวงั และปฏบิ ตั ิตนใหปลอดภัยจากภัยธรรมชาตแิ ละธรณพี ิบัตภิ ยั ท่ีอาจเกิดในทองถิน่ การเกดิ
ปรากฏการณเ รือนกระจก การปฏบิ ัติตนเพื่อลดกิจกรรมที่กอใหเกดิ แก็สเรือนกระจก

โดยใชกระบวนทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคนขอมลู
บนั ทึก จดั กลมุ ขอ มลู เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถนาํ เสนอสื่อสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ เห็นคณุ คาของการนาํ ความรไู ปใชใ นชีวิตประจาํ วัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร
คุณธรรม จริยธรรม และคา นิยมท่ีเหมาะสม

ศกึ ษาขั้นตอนการใชเหตุผลเชิงตรรกะในการอธบิ ายและออกแบบวธิ กี ารแกปญ หาท่ีพบใน
ชวี ิตประจําวนั ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยางงายเพื่อแกป ญหาชีวติ ประจาํ วัน ตรวจหาขอ ผดิ พลาดและ
แกไ ขโปรแกรม การใชอ ินเตอรเน็ตคน หาขอ มลู อยางมีประสิทธิภาพ การใชเทคโนโลยสี ารสนเทสทาํ งาน
รว มกันอยา งปลอดภัย

ใชกระบวนการการทํางานอยางเปน ขนั้ ตอนและเปน ระบบ การใชเหตผุ ลเชิงตรรกะในการอธิบาย
และออกแบบวิธกี ารแกป ญหาโดยการนํากฎเกณฑห รือเงอื่ นไขโดยใชแนวคิดการทาํ งานแบบวนซ้ําและ
เงอื่ นไข การออกแบบโปรแกรมโดยเขยี นเปนขอความหรือผังงาน การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทมี่ ีการ
ใชตัวแปรการวนซ้าํ และการตรวจสอบเง่อื นไขท่ีครอบคลุมทกุ กรณี ถาไมเ ปน ไปตามที่ตอ งการใหต รวจสอบ
การทาํ งานทีละคาํ สั่ง ทําการแกไขจนกวา จะไดผ ลลัพธท ี่ถูกตอง และฝก ตรวจสอบขอ ผิดพลาดจากโปรแกรม
ของผูอื่น ใช ซอฟตแวรเ ขยี นโปรแกรม โดยใชโ ปรแกรม Scratch, logo

ตระหนักและเห็นคุณคา ของการใชอินเตอรเน็ตในการตดิ ตอ สอ่ื สารและทํางานรวมกนั ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งปลอดภัย มมี ารยาท เขา ใจสทิ ธิและหนา ทข่ี องตนเอง เคารพในสทิ ธิของผอู นื่
แจง ผเู ก่ยี วขอ งเม่ือพบขอมลู หรือบคุ คลที่ไมเหมาะสม ทาํ งานดว ยความกระตือรือรน และตรงเวลา มี เจต
คตทิ ี่ดีตอการทาํ งาน มลี กั ษณะนิสยั การทาํ งานทเี่ หมาะสม มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม
รหัสตัวชี้วดั

ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวชว้ี ดั

คาํ อธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ว ๒๑๑๐๒การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จํานวน ๐.๕ หนว ยกิต

ศกึ ษา อธบิ ายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหส าเหตุหรือปจ จยั ทส่ี ง ผลตอ การเปล่ียนแปลง
ของ เทคโนโลยี การทาํ งานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห
เปรยี บเทียบและเลือกขอมลู ท่ีจําเปน เพ่ือออกแบบวิธีการแกปญ หาในชวี ติ ประจาํ วนั ในดานการเกษตรและ
อาหาร และสรา งช้ินงานหรือพัฒนาวิธกี ารโดยใชกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ
อุปกรณ เคร่อื งมอื ในการแกปญหาไดอยา งถูกตอง เหมาะสม และปลอดภยั

รหสั ตัวช้ีวัด
ว ๔.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓ , ม๑/๔, ม๑/๕

รวมท้ังหมด ๕ ตัวชี้วดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวชิ า ว ๒๑๑๐๔ วทิ ยาการคํานวณ ๑ กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จาํ นวน ๐.๕ หนวยกิต

ศกึ ษาแนวคดิ เชิงนามธรรม การคดั เลือกคณุ ลักษณะทจี่ ําเปนตอ การแกป ญ หา ขน้ั ตอน
การแกป ญหา การเขียนรหสั ลําลองและผงั งาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา งงา ย
ทม่ี ีการใชงานตวั แปร เงือ่ นไข และการวนซาํ้ เพือ่ แกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร
การรวบรวมขอ มลู ปฐมภมู ิ การประมวลผลขอ มูล การสรา งทางเลอื กและประเมนิ ผลเพ่ือตัดสนิ ใจ
ซอฟตแ วรแ ละบริการบนอินเทอรเนต็ ท่ีใชในการจัดการขอมูล แนวทางการใชง านเทคโนโลยสี ารสนเทศให
ปลอดภัย การจัดการอตั ลักษณ การพิจารณาความเหมาะสมของเนอ้ื หา ขอตกลงและขอ กําหนดการใชส ่ือ
และแหลง ขอมูล

นาํ แนวคดิ เชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญ หาไปประยกุ ตใชใ นการเขยี นโปรแกรม หรือ การ
แกป ญ หาในชีวติ จรงิ รวบรวมขอมลู และสรางทางเลอื ก ในการตัดสนิ ใจไดอยางมีประสิทธิภาพและตระหนกั
ถึงการใชง านเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนต อการเรียนรู และไมสรางความเสยี หาย
ใหแ กผ ูอ ื่น

ตวั ช้วี ัด
ว๔.๒ ม๑/๑ , ม๑/๒, ม๑/๓, ม๑/๔

รวมทั้งหมด ๔ ตวั ชว้ี ัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ว ๒๒๑๐๒การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จาํ นวน ๐.๕ หนว ยกิต

ศกึ ษาสาเหตุหรือปจจยั ท่ีทาํ ใหเกิดการเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณแ นวโนม
เทคโนโลยี ในอนาคต เลือกใชเทคโนโลยีโดยคํานงึ ถึงผลกระทบท่เี กิดข้นึ ตอชวี ติ สังคม และสิ่งแวดลอม
ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรยี บเทยี บและเลือกขอ มลู ทจ่ี ําเปน เพื่อออกแบบ
วิธีการแกป ญ หาใน ชุมชนหรือทองถน่ิ ในดา นพลังงาน สิง่ แวดลอ ม การเกษตรและอาหาร และสรา งชน้ิ งาน
หรือพัฒนาวิธีการโดย ใชก ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมท้งั เลอื กใชวสั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมอื ในการ
แกป ญ หาไดอยา งถูกตอ ง เหมาะสม และปลอดภัย

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว ๔.๑ ม๒/๑ , ม๒/๒ ม๒/๓ ,ม๒/๔,ม๒/๕

รวมทั้งหมด ๕ตัวชวี้ ัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

รหัสวิชา ว ๒๒๑๐๔วิทยาการคาํ นวณ ๓ กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต

ศึกษาแนวคิดเชงิ คํานวณ การแกปญหาโดยใชแ นวคดิ เชงิ คาํ นวณ การเขยี นโปรแกรมท่มี ีการใช
ตรรกะและฟงกช ัน องคป ระกอบและหลักการทํางานของระบบคอมพิวเตอร เทคโนโลยสี อ่ื สาร แนวทางการ
ปฏิบตั เิ มอื่ พบเนอ้ื หาทีไ่ มเ หมาะสม การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมีความรับผดิ ชอบ วธิ กี ารสรา งและ
กาํ หนดสิทธิความเปนเจา ของผลงาน

นําแนวคดิ เชิงคาํ นวณไปประยุกตใ ชใ นการเขียนโปรแกรมหรือการแกป ญ หาในชวี ติ จริง สรางและ
กาํ หนดสิทธกิ์ ารใชข อมลู ตระหนักถงึ ผลกระทบในการเผยแพรข อมลู

ตวั ชวี้ ัด
ว. ๔.๒ ม๒/๑, ม๒/๒, ม๒/๓, ม๒/๔

รวมทั้งหมด ๔ ตัวชี้วัด

คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวิชา ว ๒๓๑๐๒ การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จาํ นวน ๐.๕ หนว ยกิต

ศกึ ษาสาเหตุหรือปจ จัยท่ีทาํ ใหเ กิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีและความสัมพันธข องเทคโนโลยี
กับศาสตรอื่นเพ่ือเปนแนวทางแกป ญ หา ตลอดจนคาดการณแ นวโนมเทคโนโลยี ในอนาคต เลือกใช
เทคโนโลยีโดยคํานงึ ถงึ ผลกระทบที่เกดิ ขึ้นตอชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดลอ ม ประยุกตใชค วามรู ทกั ษะ และ
ทรพั ยากร โดยวิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จาํ เปน เพอื่ ออกแบบวิธกี ารแกปญหาในชมุ ชนหรือ
ทองถิน่ ในดานพลังงาน สิง่ แวดลอ ม พลงั งาน การขนสง การเกษตรและอาหาร และสรางชน้ิ งานหรอื พัฒนา
วธิ กี ารโดย ใชก ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทั้งเลอื กใชว ัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาได
อยา งถูกตองกับลักษณะของงาน เหมาะสม และปลอดภยั เพ่ือแกปญ หาหรือพัฒนางาน

รหสั ตัวชี้วดั
ว ๔.๑ ม๓/๑, ม๓/๒, ม๓/๓,ม๓/๔,ม๓/๕

รวมท้ังหมด ๕ ตวั ชวี้ ัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๔ วิทยาการคํานวณ ๓ กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จํานวน ๐.๕ หนวยกิต

ศึกษาขัน้ ตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพฒั นา
แอปพลเิ คชัน ขอมลู ปฐมภมู ิและทตุ ยิ ภูมิ การประมวลผลขอมลู การสรา งทางเลอื กและประเมนิ ผล
ซอฟตแวรหรอื บริการบนอนิ เทอรเ น็ตท่ีใชใ นการจัดการขอมลู การประเมินการความนาเชอื่ ถอื ของขอมลู
การสบื คนหาแหลงตน ตอของขอมูล เหตผุ ลวิวตั ิ ผลกระทบจากขาวสารทีผ่ ิดพลาด การรูเ ทา ทันสอ่ื
กฎหมายทเ่ี กย่ี วกบั คอมพิวเตอร การใชล ิขสทิ ธ์ขิ องผอู ่นื โดยชอบธรรม

รวบรวมขอ มูลปฐมภมู หิ รอื ทุติยภมู ิ ประมวลผล สรา งทางเลอื ก และนาํ เสนอการตัดสนิ ใจได
อยา งมปี ระสิทธิภาพ ออกแบบและเขยี นโปรแกรม เพ่ือพฒั นาแอปพลิเคชนั ทม่ี ีการบรู ณาการกบั วิชาอื่น
อยางสรา งสรรค ใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ อยางรเู ทาทนั และมีความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม

ตัวช้ีวดั
ว ๔.๒ ม๓/๑, ม๓/๒, ม๓/๓,ม๓/๔

รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหสั วิชา ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต

ระบุ อธิบาย ตระหนัก บรรยาย ออกแบบการทดลอง ทดลอง แยก ตระหนักถงึ ความสําคญั
อวัยวะ หนาท่ขี องอวยั วะท่เี กย่ี วของในระบบหายใจ กลไกการหายใจเขาและออกโดยใชแบบจาํ ลอง
ความสาํ คัญของระบบหายใจโดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบหายใจใหทาํ งานเปน
ปกติ อวัยวะและหนาท่ีของอวัยวะในระบบขับถา ยในการกําจัดของเสียทางไต ความสําคญั ของระบบ
ขับถายในการกาํ จัดของเสียทางไต โดยการบอกแนวทางในการปฏิบตั ติ นทช่ี วยใหร ะบบขับถา ยทาํ หนา ท่ีได
อยางปกติ โครงสรางและหนาที่ของหวั ใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด การทาํ งานของระบบหมุนเวียนของเลือด
โดยใชแบบจําลอง การเปรยี บเทียบอตั ราการเต็นของหวั ใจ ขณะปกติและหลังทาํ กจิ กรรม ความสําตัญ
ของระบบหมุนเวียนเลือดโดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบหมนุ เวียนเลอื ดใหท ํางาน
เปนปกติ อวัยวะและหนา ที่ของอวยั วะในระบบประสาทสวนกลางในการควบคุมการทาํ งานตา งๆ ของ
รา งกาย ความสําคัญของระบบประสาท โดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษา รวมถึงการปองกันการ
กระทบกระเทือนและอันตรายตอ สมองและไขสันหลงั อวัยวะและหนา ท่ีของอวยั วะในระบบสบื พันธขุ อง
เพศชายและเพศหญิงโดยใชแ บบจําลอง ผล ของฮอรโ มนเพศชายและเพศหญิงท่ีควบคุมการเปลี่ยนแปลง
ของรา งกาย เมื่อเขาสวู ัยหนุม สาว การเปล่ียนแปลงของรา งกายเมื่อเขาสูวัยหนุมสาวโดยการดแู ลรกั ษา
รา งกายและจิตใจของตนเองในชว งท่มี ีการเปล่ยี นแปลง การตกไข การมีประจาํ เดือน การปฏสิ นธิ และ
การพัฒนาของไซโกตจนคลอดเปนทารก วิธกี ารคมุ กาํ เนดิ ทีเ่ หมาะสมกบั สถานการณที่กําหนด ผลกระทบ
ของการตง้ั ครรภกอนวัยอนั ควร โดยการประพฤติตนใหเหมาะสม

การแยกสารโดยการระเหยแหง การตกผลกึ การกลั่นอยางงาย โครทาโทกราฟแ บบกระดาษ
การสกัดดวยตัวทําละลาย โดยชหลักฐานเชิงประจกั ษ นาํ วิธีการแยกสารไปใชแกป ญ หาในชวี ิตประจาํ วัน
โดยบูรณาการวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร

การอธิบายผลของชนิดตวั ละลาย ชนิดของตัวทําละลาย อุณหภูมทิ ี่มีตอสภาพละลายไดข องสาร
รวมทง้ั ผลของความดนั ท่ีมีตอ สภาพละลายไดของสาร ปริมาณตวั ละลายในสารละลาย ในหนวยความ
เขมขนเปนรอยละ ปริมาตรตอปริมาตร มวลตอมวล และมวลตอปรมิ าตร ความสาํ คัญของการนําความรู
เรื่องความเขม ขน ของสารไปใช โยการยกตัวอยางการใชสารละลายในชีวิตประจําวนั อยางถกู ตองและ
ปลอดภัย

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูล บันทึกจัดกลุมขอมูล เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนาํ เสนอขอมูลสอื่ สารสิ่งท่ี
เรยี นรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคณุ คาของการนําความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจําวัน มีจติ วิทยาศาสตร
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ช้วี ัด
ว๑.๒ ม.๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕, ม. ๒/๖, ม. ๒/๗, ม. ๒/๘, ม. ๒/๙, ม. ๒/๑๐, ม. ๒/๑๑, ม. ๒/๑๒ ม.๒/๑๓,

ม. ๒/๑๔, ม. ๒/๑๕, ม. ๒/๑๖, ม. ๒/๑๗
ว๒.๑ ม.๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕, ม. ๒/๖.๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓, ม. ๑/๔, ม. ๑/๕, ม. ๑/๖

รวมทงั้ หมด ๒๓ ตวั ชี้วดั

คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง จํานวน ๑.๕ หนวยกติ

พยากรณ เขียนแผนภาพ ออกแบบการทดลอง ทดลอง วเิ คราะห อธิบาย ตระหนักถึง
เปรียบเทียบ คํานวณ แปลความหมายขอมูล สรางแบบจําลอง ตรวจวัดสมบัติบางประการ การเคลื่อนท่ี
ของวตั ถุท่เี ปนผลของแรงลัพธทเี่ กดิ จากแรงหลายแรงกระทําตอวัตถุในแนวเดยี วกัน แผนภาพแสดงแรง
และแรงลัพธเกิดจากแรงหลายแรงกระทาํ ตอวัตถใุ นแนวเดียวกัน ปจจยั ทมี่ ผี ลตอความดันของของเหลว
แรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลว แผนภาพแสดงแรงท่กี ระทําตอวตั ถุในของเหลว แรง
เสยี ดทานสถติ และแรงเสียดทานจลน ปจจยั ท่ีมีผลตอ ขนาดของแรงเสียดทาน แผนภาพแสดงแรงเสียด
ทานและแรงอ่นื ๆ ท่กี ระทําตอวัตถุ ประโยชนข องความรูเรอ่ื งแรงเสียดทาน วิธกี ารลดหรือเพ่มิ แรงเสยี ด
ทานทเี่ ปน ประโยชนต อ การทํากิจกรรมในชีวติ ประจาํ วนั โมเมนตของแรง แหลง ของสนามแมเหล็ก
สนามไฟฟา และสนามโนม ถวง และทิศทางของแรงท่กี ระทําตอ วตั ถุท่ีอยูในแตล ะสนาม แผนภาพแสดง
แรงแมเหล็ก แรงไฟฟา และแรงโนม ถว งทกี่ ระทาํ ตอวัตถุ ความสมั พันธร ะหวา งขนาดของแรงแมเหลก็ แรง
ไฟฟา และแรงโนม ถว งที่กระทําตอวตั ถุท่ีอยูในสนามนน้ั ๆกับระยะหางจากแหลงของสนามถงึ วัตถุ
อัตราเรว็ ความเรว็ ของการเคลื่อนที่ของวตั ถุ แผนภาพแสดงการกระจัดและความเร็ว

งานและกําลงั ทเ่ี กดิ จากแรงท่ีกระทําตอวตั ถุ หลักการทํางานของเคร่อื งกลอยางงาย ประโยชน
ของความรขู องเครื่องกลอยางงา ย ปจ จัยที่มผี ลตอ พลังงานจลนแ ละพลังงานศกั ยโ นม ถว ง การเปล่ยี น
พลังงานระหวา งพลงั งานศักยโนมถวงและพลังงานจลนข องวตั ถุโดยพลังงานกลของวตั ถมุ ีคา คงตัว การเป
ลยี นและการถายโอนพลังงานโดยใชกฎการอนรุ กั ษ

กระบวนการเกิด สมบตั ิ และการใชป ระโยชน รวมทั้งผลกระทบจาการใชเ ชือ้ เพลงิ ซากดึกดําบรรพ
ผลจากการใชเช้ือเพลิงซากดกึ ดาํ บรรพ/ แนวทางการใชเชือ้ เพลงิ ซากดกึ ดาํ บรรพ ขอ ดีและขอจาํ กัดของ
พลงั งานทดแทน แนวทางการใชพ ลังงานทดแทนทเ่ี หมาะสมในทองถิ่น

โครงสรา งภายในโลกตามองคประกอบทางเคมี กระบวนการผุพังอยูกบั ท่ี การกรอ นและการ
สะสมตวั ของตะกอนจากแบบจาํ ลอง ผลของกระบวนการดังกลา วท่ีทาํ ใหผ วิ โลกเกิดการเปล่ยี นแปลง

ลกั ษณะของชน้ั หนา ตัดดนิ กระบวนการเกิดดิน ปจ จยั ทีท่ ําใหด ินมลี ักษณะและสมบัติแตกตา งกนั
สมบตั ิบาง ปจจยั และกรบวนการเกิดแหลงนํ้าผวิ ดนิ และแหลงนํ้าใตด นิ จากแบบจําลอง การใชนํ้าและ
แนวทางการใชนํ้าอยางย่ังยนื ในทองถ่นิ ของตนเอง กระบวนการเกิดและผลกระทบของนํ้าทวม การกดั เซาะ
ชายฝง ดนิ ถลม หลมุ ยบุ แผน ดินทรดุ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การ
สบื คนขอ มลู บันทกึ จัดกลมุ ขอมูล เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถนําเสนอขอ มูลสือ่ สารสงิ่
ทีเ่ รียนรู มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชในชวี ติ ประจําวนั มีจติ
วิทยาศาสตร คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมทเ่ี หมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด
ว ๒.๒ ม.๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕, ม. ๒/๖, ม. ๒/๗, ม. ๒/๘, ม. ๒/๙,

ม. ๒/๑๐, ม. ๒/๑๑, ม. ๒/๑๒ ม.๒/๑๓, ม. ๒/๑๔, ม. ๒/๑๕
๒.๓ ม.๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕, ม. ๒/๖
๓.๒ ม.๒/๑, ม. ๒/๒, ม. ๒/๓, ม. ๒/๔, ม. ๒/๕, ม. ๒/๖ ,ม. ๒/๗, ม. ๒/๘, ม. ๒/๙,

ม. ๒/๑๐,
รวมทั้งหมด ๓๑ ตัวชี้วัด

คาํ อธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

รหัสวชิ า ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง จํานวน ๑.๕ หนวยกติ

อธิบาย สรางแบบจําลอง ตระหนักถึง บอก เปรียบเทียบ ระบุ วิเคราะห ออกแบบ
ปฏิสัมพันธขององคประกอบของระบบนิเวศที่ไดจากการสํารวจ รูปแบบความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งมีชีวิตรูปแบบตางๆในแหลงท่ีอยูเดียวกันท่ีไดจากากรสํารวจ ในการอธิบายการถายทอดพลังงานในสาย
อาหาร ความสัมพันธของผูผลิต ผูบริโภค และผูยอสลายสารอินทรียในระบบนิเวศ การสะสมสารพิษน
สิ่งมชี วี ติ ในโซอ หาร ความสัมพันธข องสิ่งมีชวี ิต และสง่ิ แวดลอ มในระบบนเิ วศ โดยไมทาํ ลายสมดลุ ของระบบ
นเิ วศ

ความสัมพันธระหวาง ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใชแบบจําลอง การถายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวที่แอลลีลเดนขมแอลลีลดอยอยางสมบูรณ การเกิดจีโน
ไทปและฟโนไทปของลูกและคํานวณอัตราสวนจากจีโนไทปและฟโนไทปของรุนลูก ความแตกตางของการ
แบงเซลลแ บบไมโทซสิ และไมโอซสิ การเปล่ียนแปลงของยนี หรือโครโมโซมอาจทําใหเ กิดโรคทางพันธุกรรม
พรอมท้ังยกตัวอยางโรคทางพันธุกรรม ประโยชนของความรูเรื่องโรคทางพันธุกรรม โดยรูวากอนแตงงาน
ควรปรึกษาแพทยเพ่ือตรวจและวนิ ิจฉัยภาวะเสี่ยงของลูกท่ีอาจเกิดโรคทางพันธุกรรม การใชประโยชนจาก
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบท่ีอาจมีตอมนุษยและสิ่งแวดลอมโดยใชขอมูลที่รวบรวมได
ประโยชนและผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมท่ีอาจมีตอมนุษยและส่ิงแวดลอมโดยการเผยแพร
ความรูท่ีไดจากการโตแยงทางวิทยาศาสตร ซ่ึงมีขอสนับสนุน ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิด
สิ่งมีชีวิตในระบบนเิ วศตางๆ ความสําคัญของความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมีตอการรักษาสมดุลของระบบ
นเิ วศและตอมนษุ ย คุณคา และความสําคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพ โดยมสี ว นรวมในการดแู ลรกั ษา
ความหลากหลายทางชีวภาพ สมบัติทางกายภาพและการใชประโยชนว ัสดปุ ระเภทพอลิเมอร เซรามิก และ
วัสดุผสมโดยใชห ลกั ฐานเชงิ ประจักษ และสารสนเทศ คณุ คาของการใชวสั ดุประเภทพอลเิ มอร เซรามกิ และ
วสั ดผุ สม โดยเสนอแนะแนวทางการใชวสั ดุอยา งประหยดั และคุมคา

การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี รวมถึงการจดั เรียงตวั ใหมของอะตอมเมอ่ื เกิดปฏิกริ ิยาเคมีโยใชแบบจําลองและ
สมการขอความ กฎทรงมวล โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ ปฏิกริ ิยาดูดความรอ น และปฏิกิริยาคายความรอน
จากการเปลี่ยนแปลงพลังงานความรอนของปฏิกิริยา ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของกรดกับ
โลหะ ปฏิกิริยาของกรดและเบส และปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ และอธิบาย
ปฏิกริ ิยาการเผาไหม การเกิดฝนกรด การสังเคราะหดวยแสง โดยใชสารสนเทศ รวมท้ังเขียนสมการขอความ
แสดงปฏิกิริยาดังกลาว ประโยชนและโทษของปฏิกิริยาเคมีท่ีมีตอส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดลอม และยกตัวอยาง
วิธีการปองกันและแกปญหาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีท่ีพบในชีวิตประจําวัน จากการสืบคนขอมูล วิธีแกปญหา
ในชีวิตประจําวัน โดยใชค วามรูเก่ียวกับปฏิกริ ิยาเคมี โดยบูรณาการทางวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยี
และวศิ วกรรมศาสตรก ารอธิบายผลของชนิดตวั ละลาย ชนิดของตัวทําละลาย อณุ หภูมิที่มีตอ สภาพละลายได
ของสาร รวมทั้งผลของความดันท่ีมีตอสภาพละลายไดของสาร ปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหนวย

ความเขมขนเปนรอยละ ปริมาตรตอปริมาตร มวลตอมวล และมวลตอปริมาตร ความสําคัญของการนํา
ความรูเร่ืองความเขมขนของสารไปใช โดยการยกตัวอยางการใชสารละลายในชีวิตประจําวันอยางถูกตอง
และปลอดภัย

โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมลู บันทึกจัดกลุมขอมูล เพ่ือใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนาํ เสนอขอมลู สือ่ สารส่งิ ที่
เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ เหน็ คณุ คา ของการนําความรูไปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั มจี ติ วิทยาศาสตร
คุณธรรม จริยธรรม และคา นิยมทเ่ี หมาะสม
รหัสตัวช้ีวัด

ว. ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ม. ๓/๓, ม.๓/๔,ม. ๓/๕, ม. ๓/๖
ว. ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม. ๓/๓, ม.๓/๔,ม. ๓/๕, ม. ๓/๖, ม๓/๗,ม.๓/๘, ม.๓/๙,
ม. ๓/๑๐, ม.๓/๑๑,ม. ๓/๑๒, ม. ๓/๑๓
ว. ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม. ๓/๓, ม.๓/๔,ม. ๓/๕, ม. ๓/๖, ม๓/๗,ม.๓/๘
รวมทั้งหมด ๒๗ ตัวชี้วัด

คาํ อธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

รหัสวิชา ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง จํานวน ๑.๕ หนวยกิต

วเิ คราะห เขยี นกราฟ ใช เขยี นแผนภาพ อธบิ าย คาํ นวณ สรา งแบบจําลอง ออกแบบการทดลอง
ทดลอง วดั ความสวาง ยกตัวอยา ง ความสมั พันธร ะหวางความตา งศักย กระแสไฟฟา และความตานทาน
คํานวณปรมิ าณทีเ่ กยี่ วของโดยใชสมการ V=IR จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ ความสัมพันธระหวาง
กระแสไฟฟา และความตางศักยไ ฟฟา การใชโวลตมเิ ตอร แอมมเิ ตอรใ นการวัดปริมาณทางไฟฟา ความตา ง
ศักยไฟฟาและกระแสไฟฟาในวงจรไฟฟาเม่ือตอ ตัวตา นทานหลายตัวแบบอนกุ รมและแบบขนาน
วงจรไฟฟาแสดงการตอตวั ตา นทานแบบอนุกรมและแบบขนานจากหลกั ฐานเชิงประจักษ วงจรไฟฟาแสดง
การตอตัวตา นทานแบบอนกุ รมและแบบขนาน การทํางานของช้ินสวนอิเลก็ ทรอนิกสอ ยางงายในวงจร การ
ตอ ชิน้ สว นอเิ ล็กทรอนกิ สอยา งงา ยในวงจรไฟฟา การหาคาพลังงานไฟฟาโดยใชส มการ W=Pt การคาํ นวณ
คา ไฟฟาของเคร่ืองใชไฟฟาในบา น คณุ คา ของการเลือกใชเครือ่ งใชไฟฟาโดยนาํ เสนอวธิ ีการใชเ ครื่องใชไฟฟา
อยา งประหยัดและปลอดภยั

การเกดิ คลื่นและสวนประกอบของคล่นื คลื่นแมเหลก็ ไฟฟาและสเปกตรัมคลืน่ แมเหล็กไฟฟา
ประโยชนและอันตรายจากคลื่นแมเหล็กไฟฟาอนั ตรายจากคลืน่ แมเ หล็กไฟฟา ในชวี ติ ประจาํ วนั

กฎการสะทอนของแสง การเคลอื่ นท่ีของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงา การหกั เหของแสงเมือ่
ผา นตัวกลางโปรงใสที่แตกตางกนั การกระจายแสงของแสงขาวเม่ือผานปริซึม การเคล่ือนท่ขี องแสงแสดง
การเกิดภาพจากเลนสบ าง ปรากฏการณท่ีเกย่ี วกบั แสงและการทํางานของทัศนอปุ กรณ การเคล่ือนทข่ี อง
แสง การเกิดภาพของทัศนอปุ กรณแ ละเลนสตา ความสวา งที่มตี อ ดวงตา การวัดความสวางของแสง คุณคา
ของความรเู ร่อื ง ความสวางของแสงที่มีตอดวงตา โดยวเิ คราะหสถานการณป ญหาและเสนอแนะการจัด
ความสวา งใหเ หมาะสมในการทํากจิ กรรมตา งๆ

การโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตยดว ยแรงโนมถว ง การเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏ
ของดวงอาทติ ย การเกดิ ขางขึน้ ขา งแรม การเปลย่ี นแปลงเวลาการข้ึนและตกของดวงจันทร และการเกิด
นาํ้ ขน้ึ นํ้าลง การใชป ระโยชนของเทคโนโลยอี วกาศ ความกา วหนาของโครงการสาํ รวจอวกาศ

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอ มลู บันทึกจัดกลุมขอมลู เพ่อื ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนําเสนอขอ มลู สอื่ สารส่งิ ที่
เรยี นรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เหน็ คุณคา ของการนําความรูไปใชใ นชีวิตประจาํ วัน มีจติ วทิ ยาศาสตร
คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมที่เหมาะสม

รหัสตัวช้ีวดั
ว ๒.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม. ๓/๓, ม.๓/๔,ม. ๓/๕, ม. ๓/๖, ม๓/๗,ม.๓/๘, ม.๓/๙,

ม. ๓/๑๐, ม.๓/๑๑,ม. ๓/๑๒, ม. ๓/๑๓ ,ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม. ๓/๑๖, ม.๓/๑๗,ม. ๓/๑๘ ม. ๓/๑๙, ม๓/๒๐,ม.๓/๒๑

ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม. ๓/๓
รวมทั้งหมด ๒๔ ตัวชี้วดั


Click to View FlipBook Version