ของดี……จงั หวดั พงั งา
จดั ทาํ โดย
นางสาว อตพิ ร อินทรสวุ รรณ เลขท;ี<=
รหสั นกั ศกึ ษาB<CDC<BE<=
รายงานนีเF ป็นสว่ นหนง;ึ ของการศกึ ษาวิชา การจดั การความรูแ้ ละองคแ์ หง่ การเรยี นรู ้
ภาคเรยี นท;ีC ปีการศกึ ษา ESB= มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
1
คาํ นาํ
รายงานนีจF ดั ทาํ ขนึF เพ;ือเป็นสว่ นหนง;ึ ของวิชา การจดั การความรูแ้ ละองคก์ าร
แหง่ การเรยี นรู้ เพ;ือใหไ้ ดศ้ กึ ษาหาความรูใ้ นเรอ;ื ง ของดีจงั หวดั พงั งา โดยไดศ้ กึ ษาผา่ น
แหลง่ ความรูจ้ ากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ
ผจู้ ดั ทาํ คาดหวงั เป็นอยา่ งย7ิงวา่ การจดั ทาํ เอกสารฉบบั นีข> นึ> มาจะมีขอ้ มลู ท7ีเป็น
ประโยชนต์ อ่ ผทู้ 7ีสนใจศกึ ษาเรอ7ื งนี >
นางสาว อตพิ ร อินทรสวุ รรณ
ผจู้ ดั ทาํ
2
สารบญั
สารบญั
ของดี…จงั หวดั พงั งา ................................................................ 4
1.ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากยางพารา .................................................... 4
วิธีทาํ ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากยางพารา ............................................... 5
E.ขนมเตา้ สอ้ (ตะก;วั ป่า) .......................... ผิดพลาด! ไม่ไดก้ าํ หนดบุก๊ มารก์
วิธีทาํ ขนมเตา้ สอ้ .................................................................. 8
<.ลกู ชก .............................................................................. 9
วิธีทาํ ลกู ชก ...................................................................... 10
=.กะปิเกาะปันหยี ................................................................. 11
วิธีทาํ กะปิ ....................................................................... 12
S.ทเุ รยี นสาลกิ า .................................................................... 14
B.กงุ้ เสยี บ ......................................................................... 15
อา้ งอิง ............................................................................. 16
3
ของดี…จงั หวดั พงั งา
1.ดอกไม้ประดษิ ฐจ์ ากยางพารา
จงั หวดั พงั งา ถือเป็นจงั หวดั แรกท;ีมีการนาํ ใบยางพารามาประดษิ ฐ์เป็น
ดอกไม้ โดยในปี พ.ศ.ES<Eคณุ สาวิตรี เกษมศรี เคหกิจอาํ เภอตะก;วั ทงุ่ ดน้ าํ ความรู้
การประดษิ ฐ์ดอกไมจ้ ากใบยางพารามาถ่ายทอดใหก้ บั ชาวบา้ น และไดจ้ ดั ตงัF กลมุ่
แมบ่ า้ นเกษตรกรบา้ นเหนือ เม;ือวนั ท;ี CS มิถนุ ายน พ.ศ.ES<bตอ่ มาสมเดจ็ พระเทพ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดพ้ ระราชทานช;ือเรยี กดอกไมป้ ระดษิ ฐ์นีวF า่ “ศรี
4
พงั งา” สรา้ งความภาคภมู ิใจใหก้ บั ชาวพงั งาจนถงึ ทกุ วนั นีดF อกไมป้ ระดษิ ฐ์จาก
ยางพาราเป็นดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ท;ีมีความประณีตสวยงาม และ เกิดขนึF จากความคดิ
สรา้ งสรรคข์ องแมบ่ า้ นเกษตรกร จงั หวดั พงั งา
ปัจจบุ นั เป็นสนิ คา้ ของท;ีระลกึ ประจาํ จงั หวดั หากเดนิ ทางไปในตวั จงั หวดั พงั งา
สามารถซือF ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์นีF
ไดท้ ;ีสาํ นกั งานเกษตรกรผลติ ภณั ฑด์ อกไมจ้ ากใบยางพารา เชน่ ทาํ เป็นดอกลลิ ล;,ี อก
พวงแสด,ดอกรกั เร่ ดอกยิบโซ, ดอกศรพี งั งา นอกจากนีF ยงั มีการพฒั นารูปแบบ
ผลติ ภณั ฑท์ ;ีหลากหลายขนึF ไดแ้ ก่ของชาํ รว่ ย, ท;ีค;นั หนงั สอื , พวงกญุ แจ, กิบj ตดิ ผม,
ผีเสอืF จากใบยางพารา, ต๊กุ ตา, มลู่ ;,ี พวกหรดี , ดอกไมจ้ นั ทน์ เป็นตน้ ตลาดหลกั ของ
ดอกไมจ้ ากใบยางพารา มีท;ีจงั หวดั ภเู ก็ตบางสว่ นสง่ ไปจาํ หนา่ ยยงั ตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่
สหรฐั อเมรกิ า,ออสเตรเลยี , ญ;ีป่นุ สว่ นท;ีจงั หวดั สงขลามีผมู้ ารบั ไปจาํ หนา่ ยในประเทศ
มาเลเซีย
วธิ ีทาํ ดอกไม้ประดษิ ฐ์จากยางพารา
การเตรยี มใบไม้
C. ใชใ้ บมะมว่ งพนั ธนุ์ าFํ ดอกไมป้ ระมาณ CS ใบ/C ดอก ตอ้ งไมอ่ อ่ นหรอื แก่จนเกินไป
ควรเดด็ มาจากตน้ ไมใ่ ชใ้ บรว่ งเพราะเป็นใบท;ีแก่จดั ใชเ้ วลานานกวา่ ใบจะเนา่ สว่ น
ขนาดนนัF ตอ้ งมีขนาดเลก็ กลาง ใหญ่ อยา่ งละ S ใบ เพ;ือเวลาเขา้ ดอกแลว้ จะมี
ลกั ษณะเหมือนการจดั ชอ่ ดอกไม้ ทาํ ใหส้ วยงามเหมือนธรรมชาติ
E. แชใ่ บมะมว่ งในนาFํ เปลา่ ประมาณ =S วนั จนใบเนา่ เหลอื แตโ่ ครงสรา้ งใบ ใชแ้ ปรงสี
ฟันแปรงเบา ๆ ใหเ้ ศษใบหลดุ จนหมด นาํ ไปลา้ งนาFํ สะอาดอีกครงัF ผง;ึ ใหแ้ หง้
<. ผสมสผี สมอาหารในอตั ราความเขม้ ขน้ ตามตอ้ งการ จากนนัF นาํ ใบไมท้ ;ีแหง้ แลว้ จมุ่
ลงในสที ีละใบ ผง;ึ ไวใ้ หพ้ อหมาด แลว้ นาํ มาจมุ่ อีกครงัF หนง;ึ หรอื หลาย ๆ ครงัF ก็ได้ ขนึF อยู่
5
กบั วา่ ตอ้ งการใบไมเ้ ขม้ ขนาดไหน เสรจ็ แลว้ นาํ ออกผง;ึ ใหแ้ หง้ สนิท
การทาํ เกสรดอกไม้
ใชล้ วดกา้ นยาวประมาณ < นิวF S กา้ น พนั ดว้ ยฟลอรา่ เทปสตี ามตอ้ งการ พบั ปลาย
ลวดดา้ นใดดา้ นหนง;ึ ลงมาประมาณ C เซนตเิ มตร แลว้ นาํ มามดั รวมกนั ดว้ ยดา้ ยเยบ็
ผา้ จดั ใหส้ งู ต;าํ ลดหล;นั ตามความสวยงาม
การทาํ ดอกไม้
C. นาํ ลวดกา้ นวดั ขนาดใหย้ าวกวา่ ใบไม้ C นิวF CS กา้ น จมุ่ ลงในสยี อ้ มผา้ (สเี ดียวกบั สี
ท;ียอ้ มใบไม)้ ใชก้ าวลาเทก็ ซต์ ดิ ลวดกา้ นกบั ใบไมต้ รงแกนกลางดา้ นหลงั จนครบ CS
ใบ
E. นาํ ใบไมข้ นาดเลก็ มาเขา้ เป็นดอกกบั เกสรทีละใบ โดยมดั ดว้ ยดา้ ยเยบ็ ผา้ ใหแ้ นน่
แลว้ นาํ ใบไมข้ นาดกลางอีก S ใบ และขนาดใหญ่อีก S ใบ ทาํ เชน่ เดียวกนั
<. ใชค้ ีมตดั โคนลวดใหเ้ รยี บ พนั ดอกไมก้ บั กา้ นตน้ ดว้ ยฟลอรา่ เทปและเนน้ บรเิ วณ
รอยตอ่ ระหวา่ งโคนดอกและสว่ นบนของกา้ นดอกใหแ้ นน่ หนา ก็จะไดด้ อกไมป้ ระดษิ ฐ์
C ดอก
6
=..ขนมเต้าส้อ(ตะกวัD ป่ า)
เรม;ิ จากนายเชียวสยู ล;มิ สกลุ ไดพ้ าลกู ชายช;ือ นายฉายเอ;ียน ล;มิ สกลุ อายุ
CB ปี อพยพมาจากประเทศจีนตงัF แตว่ นั ท;ี ES ธนั วาคม E=SD โดยไดม้ าอาศยั อยทู่ ;ี
บางมว่ ง อ.ตะก;วั ป่า จ.พงั งา พรอ้ มทงัF มีภรรยาใหมเ่ ป็นลกู คนจีนท;ีมีฝีมือทางดา้ นการ
ทาํ ขนมตา่ งๆ โดยเฉพาะขนมเตา้ สอ้ ท;ีมีนายฉายเอ;ียนบตุ รชายคอยเป็นผชู้ ว่ ยในการ
ทาํ ขนม ตอ่ มานายฉายเฉ;ียนก็ไดแ้ ตง่ งานกบั ลกู คนจีนท;ีต.บางมว่ งแลว้ มีลกู ดว้ ยกนั B
คนและเม;ือแมเ่ ลยีF ง (ภรรยาใหมข่ องนายเชียวฉยุ )เสยี ชีวิต นายฉายเฉ;ียน ก็ได้
กลายเป็นผสู้ บื ทอดการทาํ ขนมเตา้ สอ้ แตเ่ พียงผเู้ ดียว เม;ือนายฉายเฉ;ียนไดย้ า้ ยมาอยู่
ท;ีต.ตลาดเหนือ ก็ไดเ้ ปิดโรงงานขนมและขยายกิจการใหญ่ขนึF เรอ;ื ย และมีลกู ๆหลาย
คนเป็นผชู้ ว่ ยทาํ ปัจจบุ นั นางตวงรตั น์ คชินทรร์ ตั นล์ กู สาวของนางหล;าํ จิวF (บตุ รของ
นายฉายเอ;ียน) ไดท้ าํ หนา้ ท;ีสบื ทอดเจตนารมณใ์ นการทาํ ขนมของบรรพบรุ ุษและได้
พฒั นาขนมเตา้ สอ้ ใหม้ ีความหลากหลายและเป็นท;ีรูจ้ กั ในวงกวา้ งมากขนึF
7
วธิ ีทาํ ขนมเตา้ สอ้
C. เตรยี มถ;วั เขียวเราะเปลอื กตามวิธี จากนนัF ผสมนาFํ ตาลกบั นาFํ ในกระทะทองเค;ียวจน
ละลายเป็นนาFํ เช;ือม จงึ ใสถ่ ;วั ลงไปกวนใหเ้ ขา้ กนั คอ่ ย ๆ รนิ นาFํ มนั พืชใสล่ งไปทีละนอ้ ย
จนหมด กวนจนปัFนได้ ปิดไฟพกั ใหเ้ ยน็ ไขแ่ ดงไขเ่ คม็ นง;ึ นาํ มาห;นั แบง่ C ลกู ใหไ้ ด้ p ชินF
แลว้ นาํ สว่ นผสมถ;วั กวนมาหอ่ ไขแ่ ดงเตรยี มไว้
E. ผสมแปง้ ชนัF นอก โดยละลายนาFํ กบั นาFํ ตาลใหเ้ ขา้ กนั ใสแ่ ปง้ ลงในเครอ;ื งตีเคก้ ใชห้ วั
ตีตะขอรนิ สว่ นผสมนาFํ ตาลกบั นาFํ ลงไปพรอ้ มใสเ่ นยขาว เปิดเครอ;ื ง ตีจนสว่ นผสมได้
ท;ี แลว้ แบง่ แปง้ เป็น CD กอ้ นเทา่ กนั
<. ผสมสว่ นผสมแปง้ ชนัF ในเขา้ ดว้ ยกนั นวดใหเ้ นียนดี แลว้ แบง่ แปง้ เป็น CD กอ้ น
เทา่ กนั
=. นาํ แปง้ ชนัF นอกหอ่ แปง้ ชนัF ในแลว้ รดี แลว้ นาํ ไปหอ่ ไสข้ นมท;ีเตรยี มไว้ (ขอ้ C) เรยี งลง
บนถาดอบ จากนนัF ใชน้ ิวF จมุ่ ไขท่ ;ีผสมไวท้ าลงบนหนา้ ขนมเลก็ นอ้ ยก่อนจะประทบั ตรา
ดว้ ยสแี ดงลงบนหนา้ ขนมในบรเิ วณท;ีไมไ่ ดท้ าไข่ แลว้ นาํ ไปอบ
8
G.ลูกชก
ลกู ชก เป็นตน้ ไมล้ กั ษณะคลา้ ยตน้ ปาลม์ ชอบขนึF ตามแนวภเู ขาหิน มีลาํ
ตน้ ตรง โตเตม็ ท;ีจะมีขนาดใหญ่กวา่ ตน้ ตาล สงู ประมาณ ED-ES เมตร ใบยาว
ประมาณ <เมตร คลา้ ยใบมะพรา้ วแตใ่ หญ่กวา่ และแข็งแรงกวา่ กา้ นใบ ทางใบเหยียด
ตรงกวา่ มะพรา้ ว มีรกสดี าํ ตามกาบใบหนาแนน่ ดอกหรอื งวงของตน้ ชก จะออก
บรเิ วณสว่ นบนใกลย้ อดของลาํ ตน้ มีกา้ นดอกหอ้ ยเป็นพวงยาว <-S เมตร ผลคลา้ ยลกู
ตาลขนาดจrิว ออกผลเป็นทะลายเนือF ภายในผลมี < เมลด็ ตน้ ตวั เมียปีหนง;ึ ใหด้ อกออก
ผล C ครงัF ในชว่ งเดือนมกราคม-พฤษภาคม สว่ นตน้ ตวั ผมู้ ีดอกแตไ่ มม่ ีผล ขยายพนั ธุ์
โดยใชเ้ มลด็ แตจ่ ะเจรญิ เตบิ โตไดด้ ีในพืนF ท;ีเชิงเขา หรอื เนินเขาเตียF ๆ ในป่าเขตรอ้ น
ชืนF มีมากเป็นพิเศษในพืนF ท;ี ต.บางเตย อ.เมืองพงั งาชาวบา้ นท;ีมีความชาํ นาญในการ
ปีนป่ายจะขนึF ไปตดั เอาผลของลกู ชกลงมา ทา่ มกลางเสยี งรอ้ งเพลงใหก้ าํ ลงั ใจ
เชียรข์ องเพ;ือนบา้ นท;ีอยใู่ ตต้ น้ เป็นประเพณีประจาํ ถ;ิน ท;ีเช;ือวา่ ตน้ ชกจะใหผ้ ลผลติ ดี
หากมีเสยี งเพลงใหค้ วามรกั ความเอาใจใสด่ แู ลตน้ ชก
9
วธิ ีทาํ ลูกชก
นาํ ลกู ชกสดไปตม้ ในนาFํ เดือดสกั Cช;วั โมง โดยตม้ ในกระทะใบใหญ่และใชพ้ ลาสตกิ
คลมุ เอาไวเ้ พ;ือใหไ้ อความรอ้ นคกุ รุน่ โดยท;วั วิธีการนีจF ะทาํ ใหย้ างในลกู ชกละลาย
ออกมา เพราะยางของลกู ชกนนัF มี ฤทธิtทาํ ใหค้ นั เม;ือโดนผิวหนงั หากผทู้ ;ีแพจ้ ะทาํ ให้
ผิวหนงั แสบไหมไ้ ด้ เม;ือก่อนนนัF จะใชว้ ิธีเผาไฟ คือหมกลงไป ในไฟคลา้ ยกบั การเผา
กาหยี แตก่ ารเผาไฟจะทาํ ใหเ้ มลด็ ลกู ชกมีสเี หลอื ง ไมส่ วย ชาวบา้ นจงึ หนั มาใชว้ ิธีตม้
แทนเม;ือตม้ จนสกุ แลว้ ก็นาํ ลกู ชกมาพกั ไว้ รอใหเ้ ยน็ จงึ นาํ ไปตดั ขวัF ดว้ ยกรรไกรหนีบ
หมาก จะเผยใหเ้ หน็ เมลด็ ลกู ชกดา้ นในท;ีเรยี งกนั อย<ู่ เมลด็ ชาวบา้ นบอกวา่ ใหใ้ ชห้ าง
ชอ้ นกลาง“แควก้ ” ออกมาเสรจ็ แลว้ จะตอ้ งนาํ ไปแชน่ าFํ สะอาดไวอ้ ีกหนง;ึ คืน จงึ จะได้
เมลด็ ลกู ชกผิวขาวใสและไมม่ ียาง จงึ นาํ ลกู ชกท;ีไดเ้ หลา่ นีไF ปทาํ ขนม เชน่ ลกู ชกเช;ือม
หรอื ลกู ชกลอยแกว้ หวานหอมชวนรบั ประทาน เนือF นมุ่ กวา่ ลกู ชิด อรอ่ ยเหมือนกินลกู
ตาล แตเ่ คียF วงา่ ยกวา่ มาก เหน็ เมลด็ เลก็ ๆ จrิว ๆ แคน่ ีF
10
K.กะปิ เกาะปันหย ี
กะปิ เป็นอาหารท;ีคดิ ขนึF โดยชาวประมง เพราะตอ้ งการจะดองกงุ้ ท;ีจบั มาไดเ้ พ;ือ
เก็บไวร้ บั ประทานไดใ้ นระยะเวลานาน ซง;ึ นบั เป็นภมู ิปัญญาการถนอมอาหาร
พืนF บา้ น หรอื อีกเหตผุ ลอาจมาจากชาวบา้ นขายกงุ้ ไดไ้ มห่ มด จงึ นาํ มาดองเอาไว้ แต่
ไมว่ า่ จะเป็นเหตผุ ลใด กะปิถกู จดั เป็นตาํ รบั อาหารของชาวเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
แลว้ ยงั กลายมาเป็นหนง;ึ ในวฒั นธรรมอาหารในทกุ ครวั เรอื นในประเทศไทย มีกะปิ
มากมายหลายชนิดใหเ้ ลอื กรบั ประทาน กะปิแตล่ ะชนิดจะมีความแตกตา่ งกนั ทงัF
คณุ ภาพ วตั ถดุ บิ กรรมวิธีผลติ ตามแตล่ ะทอ้ งถ;ินนนัF โดยสว่ นใหญ่ทาํ จากกงุ้ เคย ซง;ึ
มีมากในแทบชายฝ;ังทะเลอนั ดามนั จงึ ทาํ ใหช้ าวบา้ นท;ีอาศยั ในพืนF ท;ีชายฝ;ังตดิ กบั
ทะเลมีการผลติ กะปิ กนั หลายแหง่ กะปิ ทาํ มาจากสตั วท์ ;ีไมม่ ีกระดกู สนั หลงั รูปรา่ ง
คลา้ ยกงุ้ ท;ีเรยี กวา่ "เคย" (Opossum shrimp) มีขนาดความยาว ประมาณ C.S
เซนตเิ มตร มีเปลอื กบางและน;ิม อาศยั อยรู่ วมกนั เป็นฝงู ใกลผ้ ิวทะเลโดยไมจ่ มลงไป
จะอยใู่ นนาFํ ลกึ ประมาณหนา้ แขง้ ถงึ ระดบั หนา้ อก
11
ตามชายทะเลและลาํ คลองบรเิ วณป่าชายเลน ทงัF นีF เน;ืองจากบรเิ วณดงั กลา่ วเป็น
แหลง่ อาหารท;ีสมบรู ณท์ ;ีสาํ คญั ในทางโภชนาการระบวุ า่ ตวั เคยใหค้ ณุ คา่ ทาง
โภชนาการสงู มีประโยชนต์ อ่ รา่ งกายมนษุ ยจ์ งึ เป็นสตั วเ์ ศรษฐกิจซง;ึ หาไดจ้ าก
ธรรมชาติ แลว้ นาํ มาทาํ กะปิหรอื กงุ้ แหง้ จาํ หนา่ ยสรา้ งรายไดแ้ ก่ชาวบา้ นพงั งา เป็น
แหลง่ ผลติ กะปิจากตวั เคยหรอื กงุ้ ฝอยท;ีมีช;ือเสยี งอีกจงั หวดั ในภาคใต้ อีกทงัF ยงั มีการ
ผลติ กงุ้ เสยี บออกไปจาํ หนา่ ยภายในจงั หวดั และจงั หวดั ใกลเ้ คียงการทาํ กะปิจากกงุ้
เคยนบั เป็นวิถีชีวิตของชาวจงั หวดั พงั งาเกือบทกุ อาํ เภอ เพราะทาํ มาเป็นระยะเวลาท;ี
ยาวนาน ตงัF แตบ่ รรพบรุ ุษ ปัจจบุ นั นีกF ารทาํ กะปิของชาวจงั หวดั พงั งายงั คงทาํ
สบื เน;ืองตอ่ ไป จงึ ถือไดว้ า่ เป็นสว่ นประกอบท;ีสาํ คญั ของการปรุงอาหารประเภทตา่ งๆ
เชน่ แกงเผด็ แกงพรกิ แกงสม้ แกงไตปลา แกงกะทิ และทาํ นาFํ พรกิ ชนิดตา่ งๆ ส;งิ
สาํ คญั ของการทาํ กะปิตอ้ งนาํ กงุ้ เคยท;ีสดและสะอาดมาทาํ จงึ จะไดก้ ะปิท;ีมีรสชาติ
อรอ่ ยและมีกล;นิ หอม พงั งามีแหลง่ ผลติ กะปิจากกงุ้ ฝอยท;ีมีช;ือเสยี งหลายแหง่ เชน่
กะปิเกาะยาว กะปิเกาะปันหยี และยงั ผลติ กงุ้ เสยี บออกไปจาํ หนา่ ยจงั หวดั ใกลเ้ คียง
ดว้ ย สามารถหาซือF เป็นของฝากไดท้ ;ีตลาดสดในอาํ เภอเมือง หรอื ตลาดสดในอาํ เภอ
ตะก;วั ทงุ่
วธิ ีทาํ กะปิ
C. หลงั จากชาวประมงจบั กงุ้ เคยไดแ้ ลว้ จะใชต้ ะแกรงตาถ;ีๆ หรอื ตระกรา้ พลาสตกิ ตาถ;ี
รอ่ นตวั เคย โดยจะใชน้ าFํ ทะเลทาํ ความสะอาดเพ;ือใหเ้ คยคงความสด ไมต่ าย และไม่
เสยี รสชาตทิ ;ีดีของกะปิ ซง;ึ ตวั เคยละเอียดจะลอดตะแกรงลงไปอยขู่ า้ งลา่ ง เหลอื เศษ
ใบไม้ เคยหยาบ และส;งิ ท;ีไมต่ อ้ งการอยขู่ า้ งบน
E. นาํ เคยสดท;ีไดไ้ ปคลกุ เคลา้ กบั เกลอื ในอตั ราสว่ นเทา่ ไหรแ่ ลว้ นนัF ก็จะแตกตา่ งกนั ไป
ในแตล่ ะทอ้ งท;ี โดยท;วั ไปจะเป็นอตั ราสว่ นเกลอื C สว่ นตอ่ เคย CD สว่ น หรอื เกลอื C
สว่ นตอ่ เคย CE (ถา้ ไมต่ อ้ งการเคม็ จดั ) หลงั จากนนัF ก็จะนาํ ไปพกั ไวโ้ ดยใสใ่ นภาชนะท;ี
12
มีชอ่ งระบาย เชน่ ตระกรา้ หรอื หอ่ ดว้ ยอวนตาถ;ีแลว้ ทบั ดว้ ยวสั ดหุ นกั ๆ เพ;ือใหน้ าFํ
ออกไปบางสว่ น ทิงF ไว้ C-E คืน (เรยี กวา่ การเกรอะ)
<. นาํ เคยท;ีผา่ นกนั หมกั กบั เกลอื แลว้ ไปตากแดดจดั โดยสามารถทาํ ได้ E วิธีคือ
– ตากแหง้ โดยใชต้ ะแกรงถ;ี ๆ หรอื อวนรองใตเ้ คย เพ;ือใหน้ าFํ หยดลงดา้ นลา่ งได้
– ตากเปียก จะนาํ ไปตากบนผา้ พลาสตกิ หรอื ผา้ ยางซง;ึ วิธีนีคF ณุ คา่ ทางอาหารของเคย
จะไมส่ ญู ไปกบั นาFํ เหมือนการตากแหง้
หม;นั กลบั เอาขา้ งลา่ งขนึF ตากแดดจดั E-< วนั ใหเ้ คยแหง้ (ใหม้ ีความชืนF อยบู่ า้ งไมต่ อ้ ง
แหง้ สนิท)ก็ใชไ้ ด้
=. นาํ เคยท;ีตากแดดเรยี บรอ้ ยแลว้ ไปตาํ บดหรอื โมใ่ หร้ ะเอียด
S. นาํ เคยท;ีโมแ่ ลว้ มาอดั ใสภ่ าชนะหมกั เชน่ ไห โอง่ ดนิ เผา หรอื ถงั พลาสตกิ ใหแ้ นน่
พยายามไมใ่ หม้ ีชอ่ งวา่ งระหวา่ งเนือF กะปิ เพราะจะทาํ ใหเ้ นือF กะปิทาํ ปฎิกรยิ ากบั
อากาศแลว้ เกิดกล;นิ หืนท;ีไมพ่ งึ ประสงค์ หลงั จากอดั แลว้ ปิดฝาภาชนะใหแ้ นน่ หนากนั
แมลงและหนอน ระยะเวลาในการหมกั จะใชเ้ วลาเป็นเดือน ๆ <-S
B. หลงั จากหมกั ไดท้ ;ีก็จะนาํ กะปิเคยท;ีไดม้ าบรรจใุ นภาชนะท;ีมีฝาปิดสนิท สามารถ
จาํ หนา่ ยและเก็บไวใ้ ชไ้ ดน้ าน แตถ่ า้ ไมบ่ รรจกุ ็สามารถนาํ ไปแชเ่ ยน็ หรอื เก็บไวใ้ นท;ีรม่
ท;ีมีฝาปิดเพ;ือปอ้ งกนั แมลงมารบกวน
13
M.ทุเรียนสาลกิ า
ทเุ รยี นสาลกิ าของแทน้ นัF มีลกั ษณะผลคอ่ นขา้ งกลม คลา้ ยลกู แอปเปิล
ความยาวผลประมาณ <D เซนตเิ มตรรวมขวัF ผล มีเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ ED
เซนตเิ มตร เปลอื กผลบาง หนามสนัF คอ่ นขา้ งถ;ี ผลดบิ เปลอื กจะมีสเี ขียวเขม้ เม;ือผล
แก่สจี ะออ่ นลงเลก็ นอ้ ย และมีสนี าFํ ตาลออ่ นบรเิ วณรอ่ งพู เมลด็ ภายในสว่ นใหญ่จะลบี
ขนาดเลก็ เกือบทงัF หมด รสชาตหิ วานมนั เนือF ทเุ รยี นมีสเี หลอื ง เนือF หนา ละเอียด ไมม่ ี
เสน้ ใย เนือF แนน่ ไมเ่ ละ มีกล;นิ หอมเป็นเอกลกั ษณแ์ ตไ่ มฉ่ นุ นาFํ หนกั ตอ่ ผลโดยเฉล;ยี
ประมาณ C-E กิโลกรมั และท;ีสาํ คญั ทเุ รยี นสาลกิ าพนั ธขุ์ องแทด้ งัF เดมิ ท;ีปลกู ในพืนF ท;ี
อาํ เภอกะปง บรเิ วณตรงกลางแกนเปลอื กทเุ รยี นจะมีสนิมแดงทกุ ผล หากใครซือF
ทเุ รยี นสาลกิ าไปปอกเนือF กินท;ีบา้ น ถา้ เจอรอยสนิมแดง ม;นั ใจไดเ้ ลยวา่ ไดก้ ินทเุ รยี น
สาลกิ าของแท้ และเป็นท;ีนา่ ยินดีวา่ กรมทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ไดป้ ระกาศรบั ขนึF
ทะเบียนส;งิ บง่ ชีทF างภมู ิศาสตร์ ( G.I. ) สนิ คา้ ทเุ รยี นสาลกิ าพงั งา ซง;ึ เป็นทเุ รยี นพนั ธุ์
พืนF เมืองช;ือดงั อนั ดบั C ในภาคใต้ เรยี บรอ้ ยแลว้ เม;ือปลายปี ESBC ท;ีผา่ นมา โดยสภา
เกษตรกรจงั หวดั พงั งาไดย้ ;ืนจดทะเบียนมาตงัF แตป่ ี ES=b นบั เป็นสนิ คา้ ทางการเกษตร
ตวั แรกของจงั หวดั พงั งา ท;ีไดร้ บั เครอ;ื งหมายนีF
14
B.กุ้งเสยี บ
กงุ้ เสยี บ เป็นของฝากท;ีขนึF ช;ือมากท;ีสดุ ของจงั หวดั พงั งา มีลกั ษณะคลา้ ยกงุ้
แหง้ แตใ่ ชไ้ มเ้ สยี บตวั กงุ้ ทงัF เปลอื ก เรยี งกนั แลว้ นาํ ไปยา่ งไฟจนแหง้ และแดงจนไดท้ ;ี
หาซือF ได้ ท;วั ไปทงัF ในตลาด อ.เมือง อ.ทบั ปดุ และบนเกาะปันหยี
15
อ้างองิ
นางสาวภคั สร พมุ่ คง (2016). 4ของดจี ังหวดั พังงา
สบื คน้ จาก
https://sites.google.com/site/phatsara41/home/4-
khxngdi-praca-canghwad-phangnga
นางสาวปาหนัน เจรญิ ราษฎร์ (2016). 4ของดจี ังหวดั
พังงา
สบื คน้ จาก
https://sites.google.com/site/panan2828/home/4-
khxngdi-praca-canghwad-phangnga
16