ประจ ำปี ๒๕๖๕ ๐๙๗-๒๓๙๕๑๔๖ Kitti-pooh [email protected] ตำ แหน่ง ครูวิทยฐำนะ ครูชำ นำญกำรพเิศษ ดร.กิตติวัฒนน ธนพัฒนน โยธิน ข้อมูลเพมิ่เตมิ
แบบตรวจเอกสารประกอบการเสนอประวัติและผลงาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจ าปี ๒๕๖๕ ชื่อ-สกุล ผู้เสนอผลงาน ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ************************************************************************************* แบบเสนอประวัติและผลงานที่ยื่น (กรุณา ในช่องที่มีเอกสาร และจัดเรียงเอกสารตามล าดับที่ก าหนด) ๑. แบบรายงานประวัติและผลงานนวัตกรรม จ านวน ๑ เล่ม ความยาวของเนื้อหาและภาคผนวก (ไม่รวมปก/ค าน า/สารบัญ) จ านวนไม่เกิน ๓๐ หน้ากระดาษ A๔ พิมพ์ด้วยอักษรแบบ TH Sarabun PSK ขนาดตัวอักษร ๑๖ point ประกอบด้วย แบบประวัติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาฯ แบบ ก.พ.๗ /สมุดประจ าตัวครู ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน ส าเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ ภาคผนวก ๒. Flash Drive ที่ต้องมีข้อมูลแบบรายงานประวัติและผลงานตามข้อ ๑ ในรูปแบบไฟล์ PDF ข้าพเจ้าขอรับรองว่าแบบประวัติและผลงานที่เสนอประกอบการพิจารณาคัดเลือกฯ ดังกล่าวถูกต้อง ครบถ้วน ตามประกาศฯ ก าหนดทุกประการ ลงชื่อ....................................................ผู้เสนอผลงาน ( ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ) วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๕ ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาคัดเลือกฯ แล้ว ปรากฏว่า ครบถ้วน ไม่ครบถ้วน ได้แก่.................................................................................................... ลงชื่อ....................................................เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร (...................................................) วันที่..................................................... ส าหรับเจ้าหน้าที่คุรุสภาในส านักงานศึกษาธิการจังหวัด
แบบการตรวจสอบประวัติของผู้เสนอเข้ารับการคัดเลือก เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจ าปี ๒๕๖๕ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ขอรับรองว่า นายกิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ไม่มีกรณีอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ถูกด าเนินการ ทางวินัยหรือเป็นผู้ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย อื่นๆ (เช่น เคยถูกลงโทษทางวินัยและได้รับการล้างมลทิน) ............................................... ลงชื่อ ....................................................... ( นายพัฒนา ยอดสะอึ ) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา
ค าน า แบบรายงานประวัติและผลงานนวัตกรรมเล่มนี้ จัดท าขึ้นเสนอเพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจ าปี ๒๕๖๕ ใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือก ซึ่งผู้ขอรับการคัดเลือกได้ท าการเขียนรายงาน รวบรวมผลงานและข้อมูลการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู ๕ หมวด ๙ ข้อ พร้อมกับแนบเอกสารอ้างอิงไว้โดยละเอียด โดยข้อมูลและเอกสารอ้างอิงที่ปรากฏในรายงานฯ เล่มนี้ เป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่หยิบยกมาเขียนน าเสนอเท่านั้น ซึ่งยังมีข้อมูลในส่วนอื่นๆ ที่เป็นผลงานและ รายละเอียดปลีกย่อยอีกมากที่ไม่สามารถใส่ในเล่มนี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้สร้าง QR code (Website MEEPOOH) ไว้เพื่อท่านจะได้สะดวกต่อการศึกษาและตรวจสอบข้อมูลที่เป็นผลงานเพิ่มเติม โดยสามารถสแกน QR code ที่ปรากฏบนหน้าปกเล่มรายงาน จักเป็นการขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบรายงานประวัติและผลงานนวัตกรรมเล่มนี้จะอ านวยประโยชน์ให้แก่ท่าน คณะกรรมการคัดเลือกและผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณผู้อ านวยการสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนที่ให้ความร่วมมือท าให้การเขียนรายงานเล่มนี้ เสร็จสมบูรณ์และบรรลุตามวัตถุประสงค์ ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ก
สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ตอนที่ ๑ ประวัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ๑ ๑. ชื่อ-สกุล............................................................................................................................. ..... ๑ ๒. วัน/เดือน/ปี เกิด.................................................................................................................... ๑ ๓. ต าแหน่ง................................................................................................................................ ๑ ๔. ที่อยู่...................................................................................................................................... ๑ ๕. วุฒิการศึกษา........................................................................................................................ ๑ ๖. วันที่เริ่มปฏิบัติงาน................................................................................................................ ๒ ๗. ประวัติหน้าที่การงาน............................................................................................................. ๒ ตอนที่ ๒ ผลการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพทั้ง ๙ ข้อ ............................................................. ๒ หมวด ๑ จรรยาบรรณต่อตนเอง.................................................................................................... ๒ จรรยาบรรณข้อที่ ๑ ....................................................................................................... ๒ หมวด ๒ จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ.................................................................................................... ๔ จรรยาบรรณข้อที่ ๒ ....................................................................................................... ๔ หมวด ๓ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ............................................................................................. ๑๒ จรรยาบรรณข้อที่ ๓ ....................................................................................................... ๑๒ จรรยาบรรณข้อที่ ๔ ....................................................................................................... ๑๓ จรรยาบรรณข้อที่ ๕ ....................................................................................................... ๑๓ จรรยาบรรณข้อที่ ๖ ....................................................................................................... ๑๔ จรรยาบรรณข้อที่ ๗ ....................................................................................................... ๑๗ หมวด ๔ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ............................................................................. ๒๐ จรรยาบรรณข้อที่ ๘ ....................................................................................................... ๒๐ หมวด ๕ จรรยาบรรณต่อสังคม...................................................................................................... ๒๓ จรรยาบรรณข้อที่ ๙ ....................................................................................................... ๒๓ แบบ ก.พ.๗ /สมุดประจ าตัวครู ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน............................................................................. ๒๕ ส าเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ............................................................ ๒๖ ภาคผนวก............................................................................................................................. ..................... ๒๗ ข
๑ แบบประวัติและผลงานผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่เสนอเข้ารับการคัดเลือก เพื่อรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจ าปี ๒๕๖๕ สังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนที่ ๑ ประวัติของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ๑. ชื่อ-สกุล ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ๒ เกิดวันที่ ๑๐ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ อายุ ๓๙ ปี ๓. ต าแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ สถานที่ท างาน โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ๗๐ ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น รหัสไปรษณีย์ ๔๐๐๐๐ โทรศัพท์ที่ท างาน ๐๔๓-๒๒๑๘๒๓ สังกัดส านักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น ๔. ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ ๗๗/๕๑ หมู่บ้านวราสิริมิ่งเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น รหัสไปรษณีย์ ๔๐๐๐๐ โทร ๐๙๗๒๓๙๕๑๔๖ ๕. ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ประเภทวิชาชีพ ครู เลขที่ ๖๔๔๐๓๐๗๐๗๓๑๐๕๑ หมายเลขที่บัตรประจ าตัวประชาชน ๓๔๘๐๑๐๐๔๘๓๒๙๒ ๖. วุฒิการศึกษา วุฒิการศึกษา วิชาเอก/โท/สาขา ปีที่ส าเร็จการศึกษา สถาบันการศึกษา ศษ.บ. ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา ๒๕๔๙ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กศ.ม. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา ๒๕๕๑ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กศ.ด. การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารและพัฒนาการศึกษา ๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
๒ ๗. เริ่มปฏิบัติหน้าที่ครู ตั้งแต่วันที่ ๑ เดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นับถึงวันที่ออกประกาศ (๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔) รวม ๑๑ ปี ๔ เดือน ๘. ประวัติหน้าที่การงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน (ระบุ/วัน/เดือน/ปี) ที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของการด ารง ต าแหน่ง และสถานที่ของแต่ละต าแหน่ง วัน – เดือน - ปี ต าแหน่ง สถานที่ท างาน ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ครูผู้ช่วย โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ครู โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ครู วิทยาฐานะ ครูช านาญการ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ครู วิทยาฐานะ ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ปัจจุบัน ครู วิทยาฐานะ ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ตอนที่ ๒ ผลการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพทั้ง ๙ ข้อ ตลอดระยะเวลาในการท างานบนเส้นทางอาชีพข้าราชครูมาแล้วกว่า ๑๐ ปี ข้าพเจ้าได้ยึดถือแนวปฏิบัติ ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครบทั้ง ๙ ข้อ อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด จนปรากฏเป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผู้ร่วมงาน ผู้ปกครองและชุมชนและเป็นผลของการอุทิศตน เพื่อประโยชน์แก่วิชาชีพครูอย่างสูง พึงปฏิบัติ ตนเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง ฐานะขอผู้ประกอบวิชาชีพครู ให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการ และสังคม อันจะน ามาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพอยู่เสมอ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ หมวด ๑ จรรยาบรรณต่อตนเอง จรรยาบรรณข้อที่ ๑ : ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริม ให้ก าลังใจใน การศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีความรัก ความเมตตาต่อศิษย์และเอาใจใส่ช่วยเหลือศิษย์ทุกคนอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและ สม่ าเสมอ จนได้รับความไว้วางใจจากคณะผู้บริหารแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ครูประจ าชั้นตั้งแต่บรรจุเข้ารับราชการ จนถึงปัจจุบัน ให้ดูแลนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๑ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก เทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งการ ปฏิบัติหน้าที่ครูประจ าชั้นท าให้ข้าพเจ้าตระหนักรู้และปฏิบัติตามจรรยาบรรณข้อที่ ๑ อย่างเคร่งครัดด้วยดีเสมอมา มีโอกาสได้จัดกิจกรรม “โฮมรูม” ทุกเช้าก่อนเข้าเรียน ได้กล่าวทักทาย ยิ้ม สวัสดีและโอบกอดศิษย์เพื่อเป็นการ แสดงออกถึงการมอบความรัก ความอบอุ่นให้กับนักเรียน ก่อนที่จะให้การอบรมสั่งสอน ให้ค าแนะน า ในการ ปฏิบัติตนเป็นคนดีเป็นประจ าทุกวัน จนเป็นที่ไว้วางใจเชื่อถือและชื่นชมได้รวมทั้งเป็นผลไปสู่การพัฒนารอบด้าน อย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อตนเอง ดังนี้
๓ ๑. ข้าพเจ้าสร้างความรู้สึกเป็นมิตร เป็นที่พึ่งพาและไว้วางใจได้ของศิษย์ แต่ละคนและทุกคน คือ ให้ ความเป็นกันเองกับศิษย์ สนทนาไต่ถามทุกข์สุข รับฟังปัญหาของศิษย์และให้ความช่วยเหลือศิษย์และร่วมท า กิจกรรมกับศิษย์ตามความเหมาะสม ๒. ข้าพเจ้าตอบสนองข้อเสนอและการกระท าของศิษย์ในทางสร้างสรรค์ และเสนอแนะแนวทางการ พัฒนาของศิษย์แต่ละคนและทุกคนตามความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของศิษย์ คือ ออกแบบและจัด กิจกรรมที่หลากหลายตามสภาพความแตกต่างของศิษย์เพื่อให้แต่ละคนประสบความส าเร็จ ตลอดจนแนะ แนวทางและให้ค าปรึกษา เพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาของศิษย์ เป็นระยะ ๆ อยู่เสมอ ดังภาพ ๓. ข้าพเจ้าแสดงผลงานที่ภูมิใจของศิษย์แต่ละคนและทุกคนทั้งในและนอกสถานศึกษา คือ ท าการ ตรวจผลงานของศิษย์ รวมถึงจัดแสดงและเผยแพร่ผลงานของศิษย์อย่างสม่ าเสมอ ดังภาพ สรุป ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพตลอดระยะเวลากว่า ๑๐ ปี ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นรางวัลที่น าความภาคภูมิใจมาสู่ตนเอง ครอบครัวและ องค์กร/หน่วยงานเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้ ๑. รางวัลระดับประเทศ (จ านวน ๓ รางวัล) ได้แก่ ๑) รางวัลพระราชทานครูดีเด่น "สาขาครูภาษาไทย" ๒) รางวัล "ครูภาษาไทยดีเด่น" (ระดับประเทศ) จากส านักงานเลขาธิการคุรุสภา ๓) รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง"
๔ ๒. รางวัลระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ านวน ๒ รางวัล) ได้แก่ ๑) รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง" รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ๒) รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง" รองชนะเลิศอันดับ ๑ ๓. รางวัลระดับจังหวัด (จ านวน ๒ รางวัล) ได้แก่ ๑) รางวัล “กระดานทองค า” ๒) รางวัล “ครูดีเด่น” ครูต้นแบบด้านการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้” ๔. รางวัลระดับเทศบาลต้นสังกัด (จ านวน ๑ รางวัล) คือ ๑) รางวัล “ครูหัวใจทองค า” สังกัดส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น ๕. รางวัลระดับโรงเรียน (จ านวน ๒ รางวัล) ได้แก่ ๑) รางวัล “ครูดีเด่นด้านการใช้สื่อนวัตกรรมการสอน” ๒) รางวัล “รางวัลครูต้นแบบนวัตกรรมการสอนรูปแบบ MJKR Model” ----------------( เอกสารอ้างอิงปรากฏในภาคผนวกหน้าที่ ๒๗-๓๐ )---------------- หมวด ๒ จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณข้อที่ ๒ : ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงาม ให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศิษย์ให้เจริญได้อย่างเต็มศักยภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อศิษย์ และต่อส่วนรวม มีการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับการพัฒนาตาม ศักยภาพของศิษย์ มุ่งให้ศิษย์ได้ลงมือปฏิบัติจริงจนเกิดองค์ความรู้ที่ชัดเจนและถาวร ปรารถนาที่จะให้ศิษย์ทุกคน พัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพและตลอดไป โดยข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าให้การอบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศิษย์อย่าง มุ่งมั่น ตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ คือ เข้าสอนตรงและเต็มเวลา ไม่เบียดบังเวลาของศิษย์ไปหาผลประโยชน์ส่วนตน เอาใจใส่ อบรม สั่งสอนศิษย์จนเกิดทักษะในการปฏิบัติงาน และอุทิศเวลาเพื่อพัฒนาศิษย์ตามความจ าเป็นและ เหมาะสม ไม่ละทิ้งชั้นเรือนหรือขาดการสอน ๒. ข้าพเจ้าให้การอบรม สั่งสอน ฝึกฝนและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาศิษย์อย่างเต็ม ศักยภาพ คือ เลือกใช้วิธีการที่หลากหลายในการสอนให้เหมาะสมกับสภาพของศิษย์ให้ความรู้โดยไม่ปิดบัง สอน ด้วยความเต็มใจ เต็มก าลัง เต็มเวลาและเต็มความสามารถ เปิดโอกาสให้ศิษย์ได้ฝึกปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ และเรียนรู้ตามความถนัดของตนเอง
๕ แนวทางการประพฤติและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณข้อที่ ๒ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่อบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้อง ดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตามจรรยาบรรณข้อที่ ๒ แล้วนั้น ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้ นวัตกรรมใหม่ คือ รูปแบบการสอน MEEPOH Model ที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์เอกสาร ต ารา จนตกผลึกออกมาเป็นนวัตกรรมการสอนใหม่และน าไปใช้ในการสอนได้อย่างหลากหลายกิจกรรมและ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ ข้าพเจ้าได้น ารูปแบบวิธีการสอน MEEPOH Model มาใช้ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่มี องค์ประกอบส าคัญครบถ้วนตามหลักสูตรและเหมาะกับบริบทของสถานศึกษา เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ฝึกฝนจนเกิด ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนภาษาไทยได้อย่างดี เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละระดับ สอนโดยผ่าน เกม สื่อ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ภาษาไทย สร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีเห็น ความส าคัญของการเรียนและการน าภาษาไทยไปใช้ในชีวิตประจ าวันอย่าถูกต้องและมีการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ที่หลากหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือและน าผลการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนมาด าเนินการปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมผู้เรียนตามศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสนใจในการเรียนรู้ของนักเรียนและส่งเสริมทักษะ ทางด้านภาษาไทยให้ครบทั้ง ๕ สาระหลัก ได้แก่ สาระที่ ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน สาระที่ ๓ การฟัง/ การดู/การพูด สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ ๑. กิจกรรม “หนังสือสามมิติ” เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๑ การอ่านและสาระที่ ๒ การเขียน โดยก าหนดบทเรียนให้นักเรียน โดย แบ่งกลุ่มให้นักเรียนศึกษาบทอ่านเสริมในบทเรียน แล้วช่วยกันสรุปสาระส าคัญ ของเรื่อง พร้อมกับน ามาบูรณาการความรู้ด้านศิลปะ และงานประดิษฐ์ในการ ออกแบบตกแต่งท าเป็นหนังสือสามมิติที่สวยงาม จากนั้นก็เปิดโอกาสให้นักเรียน ได้น าเสนอผลงานแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในชั้นเรียน จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้ผู้เรียน สามารถอ่านและสรุปใจความส าคัญ ของเรื่องได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับมีพัฒนาการด้านการเขียนด้วยลายมือที่บรรจง สะอาดสวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น อีกทั้งยังมีทักษะการท างานเป็นทีมและ กล้าแสดงออกในการน าเสนอผลงานได้มากขึ้น
๖ ๒. กิจกรรม “คิดถึง จึงส่งหา” เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๒ การเขียน โดยก าหนดตัวอย่างการเขียนจดหมายถึงเพื่อนมาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าหลักการเขียนจดหมายถึงเพื่อนมีอย่างไรบ้าง ควรใช้ค าขึ้นต้นและค าลงท้ายว่าอย่างไร หากเราจะเขียนจดหมายถึงเพื่อนเราจะ เขียนให้ถูกต้องได้อย่างไร จากนั้นให้นักเรียนได้ลองฝึกเขียนจดหมายถึงเพื่อนพร้อม กับพานักเรียนน าจดหมายไปหย่อนตู้ไปรษณีย์หน้าโรงเรียนในชั่วโมงถัดไป จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้ผู้เรียน สามารถเขียนจดหมายด้วยลายมือที่ บรรจง สะอาด สวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น และสามารถส่งจดหมายแบบ สมัยเก่าผ่านทางตู้ไปรษณีย์ได้ถูกต้อง ๓. กิจกรรม “นักพูดรุ่นจิ๋ว” เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด ข้าพเจ้าได้น าคลิปตัวอย่างการพูดสุนทร พจน์ภาษาไทย และการพูดในโอกาสต่างๆ มาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียน ร่วมกันวิเคราะห์ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ดูและผู้ฟังว่า ทักษะด้านการพูดของแต่ละ คนเป็นอย่างไร อะไรคือจุดเด่นและอะไรคือจุดที่ควรปรับปรุง และข้าพเจ้าก็ใช้ ค าถามน าต่อไปอีกว่า หากเราต้องท าหน้าที่เป็นผู้พูด เราจ าน าทักษะใดบ้างมา ปรับใช้เพื่อให้การพูดให้ดีได้อย่างไร จากนั้นก็เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เตรียม เนื้อหาและฝึกซ้อมให้พร้อมในการพูด ก่อนออกน าเสนอหน้าชั้นเรียนในชั่วโมง ถัดไป จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นักเรียน มีความกล้าแสดงออกในการพูด หน้าชั้นเรียนมากขึ้นและส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการทักษะด้านการพูดดีขึ้น ตามล าดับ จนได้รับมอบหมายเป็นพิธีกรในการจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ วันรักษ์ไทย วันอ าลาฟ้าเหลือ เป็นต้น และได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ใน กิจกรรมวันรักษ์ไทยโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๗ ๔. กิจกรรม “นักเล่านิทานตัวยง” เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ภาษาไทย สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด ข้าพเจ้าได้น าคลิปตัวอย่างการเล่า นิทานมาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ดูและ ผู้ฟังว่า ทักษะด้านการเล่านิทานของแต่ละคนเป็นอย่างไร อะไรคือจุดเด่นและ อะไรคือจุดที่ควรปรับปรุงและข้าพเจ้าก็ใช้ค าถามน าต่อไปอีกว่า หากเราต้องท า หน้าที่เป็นผู้เล่านิทาน เราจะน าทักษะใดบ้างมาปรับใช้เพื่อให้การเล่านิทานให้ดี ได้อย่างไร จากนั้นให้นักเรียนได้เตรียมนิทานและฝึกซ้อมให้พร้อมในการเล่า นิทาน ก่อนออกน าเสนอหน้าชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นักเรียน มีความกล้าแสดงออกในการ เล่านิทานและแสดงท่าทางประกอบการเล่าอย่างเป็นธรรมชาติและสมจริงมาก ขึ้น และส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเล่านิทานในกิจกรรม วันรักษ์ไทยโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก และได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเล่า นิทานในงานมหกรรมหนังสือภาคอีสาน (I-SAN BOOK FAIR) ๕. กิจกรรม “ฝีปากกล้า ท้าโต้วาที” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูดรวมถึงการคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ข้าพเจ้าได้น าคลิปตัวอย่างการโต้วาทีมาให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนร่วมกัน วิเคราะห์ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ดูและผู้ฟังว่า การโต้วาทีประกอบด้วยฝ่ายใดบ้าง และแต่ละฝ่ายท าหน้าที่อย่างไร รวมถึงทักษะการพูดโต้วาทีของทุกฝ่ายเป็น อย่างไร อะไรคือจุดเด่นและอะไรคือจุดที่ควรปรับปรุง และข้าพเจ้าก็ใช้ค าถามน า ต่อไปอีกว่า หากเราต้องท าหน้าที่เป็นผู้โต้วาที เราจ าน าทักษะใดบ้างมาปรับใช้ เพื่อให้การพูดให้ดีได้อย่างไร จากนั้นให้นักเรียนจับกลุ่มและแบ่งฝ่าย เลือกญัตติใน การโต้วาที พร้อมกับเตรียมฝึกซ้อม ก่อนออกน าเสนอหน้าชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นักเรียน มีความกล้าแสดงออกในการเล่า นิทานและการแสดงท่าทางประกอบการเล่าอย่างเป็นธรรมชาติและสมจริงมากขึ้น และส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันโต้วาที ในกิจกรรมวันรักษ์ ไทยโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๘ ๖. กิจกรรม “หลักภาษาน่ารู้ น าสู่โครงงาน” เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ภาษาไทย สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทยรวมถึงการพัฒนาทักษะการท างานเป็นทีม ข้าพเจ้าได้น าตัวอย่างโครงงานหน้าเดียวพร้อมภาพบรรยากาศการจัดแสดงตลาดน้ า โครงงานของรุ่นพี่มาให้นักเรียนดูเพื่อให้เห็นภาพและเกิดแนวคิดในการออกแบบและ จัดท าโครงงานของตนเอง จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและวิเคราะห์ปัญหา เลือก หัวข้อปัญหาในการท าโครงงาน เขียนเค้าโครงและเสนอเค้าโครงงาน ลงมือปฏิบัติ โครงงาน ศึกษารวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สังเคราะห์และสรุปข้อมูล จัดท าป้ายนิเทศ โครงงานและน าเสนอโครงงานโดยผ่านตลาดนัดโครงงานตามล าดับ จากนั้นข้าพเจ้า ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาและจัดท าโครงงานจนเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน โดย ข้าพเจ้ามีบทบาทเป็นผู้อ านวยความสะดวกในการเรียนและเป็นที่ปรึกษาให้ ค าแนะน าทุกขณะที่มีข้อสงสัย จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นักเรียน เกิดความรู้และทักษะด้านการท า โครงงานมากขึ้นสามารถท าโครงงานได้ส าเร็จ ตลอดจนเกิดทักษะด้านการท างาน เป็นทีม มีภาวะผู้น า ผู้ตามในสถานการณ์จริงได้ดียิ่งขึ้น มีความกล้าแสดงออกอย่าง สร้างสรรค์ สามารถน าความรู้ไปต่อยอดสร้างโครงงานเพื่อส่งเข้าประกวดในงาน มหกรรมการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ปี การศึกษา ๒๕๕๙-๒๕๖๒ ๗. กิจกรรม “วรรณกรรมน่ารู้ น าสู่การแสดงละคร” เพื่อส่งเสริมทักษะการ เรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม รวมถึงการพัฒนาทักษะการ ท างานเป็นทีมและความกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ข้าพเจ้าได้น าคลิปตัวอย่าง การแสดงละครเรื่องพระอภัยมณี และภาพบรรยากาศการแสดงละครจากรุ่นพี่มา ให้นักเรียนดูเพื่อให้เห็นภาพและเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงละครของ ตนเอง จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและเลือกวรรณคดีวรรณกรรมที่กลุ่มสนใจ ๑ เรื่อง สรุปเรื่องย่อและท าเป็นบทละคร ก าหนดตัวละครให้ชัดเจน ท าการฝึกซ้อมบท ที่ตนเองได้รับมอบหมายพร้อมกับท าท่าทางประกอบให้สมจริง ลงมือฝึกซ้อมเข้า ฉากต่อบทกันให้เป็นเรื่องราว จากนั้นข้าพเจ้าได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ออกแบบ เครื่องแต่งกายของตัวละครและฝึกซ้อมละครก่อนท าการแสดงจริงในชั่วโมงต่อไป
๙ จากการด าเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นักเรียนสนุกสนานและรักในการแสดงละคร กล้าแสดงออก มีทักษะในการแสดงท่าทางประกอบค าพูดได้อย่างสมจริง สามารถ แสดงละครได้จนจบบริบูรณ์อย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนเกิดทักษะด้านการท างานเป็น ทีม มีภาวะผู้น า ผู้ตามในสถานการณ์จริงได้ดียิ่งขึ้น สามารถน าความรู้ไปต่อยอดใน การแสดงละครเวทีวรรณคดีวรรณกรรมได้ เช่น การแสดงละครเวทีเรื่องพระอภัยมณี , เงาะป่า, พระสุธนมโนราห์ , สินไซ เพื่อแสดงในพิธีเปิดในงานวันสุนทรภู่และวัน รักษ์ไทยได้อย่างสมจริงและน่าสนใจ อีกทั้งยังใช้ความรู้และทักษะการแสดงไปใช้ใน การแสดงละครวิทยาศาสตร์ ในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี นวัตกรรมการสอนแบบ MEEPOH Model จากประสบการณ์ด้านการสอนวิชาภาษาไทยที่ผ่านมาหลายปีการศึกษา ข้าพเจ้าได้ท าการศึกษา และวิเคราะห์สภาพปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนในปัจจุบัน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความสนใจเพียงระยะ สั้นๆ ถ้าได้เรียนรู้โดยผ่านวิธีการบรรยาย เมื่อเทียบกับชั่วโมงที่ได้เรียนรู้ผ่านเกมหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่มีความ สนุกสนานและได้ลงปฏิบัติจริงจะท าให้นักเรียนมีความสนใจในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้นข้าพเจ้าจึงได้ท าการศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้าง แรงจูงใจและการเรียนรู้อย่างมีความสุข จากเอกสารและต าราของนักวิชาการศึกษาหลายท่าน เพื่อน ามาออกแบบ การจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เหมาะกับบริบทของสถานศึกษาและความต้องการของผู้เรียนในปัจจุบัน โดย มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยผ่านเกมหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสัมฤทธิ์ผลในการเรียนภาษาไทย และ เรียนรู้อย่างมีความสุข จึงท าให้ได้มาซึ่งรูปแบบวิธีการสอน MEEPOH Model ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ MEEPOH Model
๑๐ ๑. M = Motivation (ขั้นสร้างแรงจูงใจ) ความหมาย Motivation (สร้างแรงจูงใจ) เป็นขั้นการสร้างความสนใจในเนื้อเรื่องหรือเนื้อหาที่จะสอน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดประกายความคิดในสิ่งที่จะเรียนรู้ โดยใช้วิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การสนทนาสถานการณ์จริง ของจริง แบบจ าลอง รูปภาพ วีดิทัศน์ สื่อ ICT ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์ (Maslow) กล่าวว่า ความต้องการของมนุษย์จะเป็นจุดเริ่มต้น ของกระบวนการจูงใจความต้องการต่างๆ เทย์เลอร์ (Taylor) มีความเชื่อว่าประสิทธิภาพการท างานจะสูงขึ้นถ้ามี ระบบการให้ค่าตอบแทน และมอว์ (Maw) ให้ความส าคัญของความกระตือรือร้นว่าเป็นองค์ประกอบส าคัญของ การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์และสุขภาพจิต ความต้องการพัฒนาตนก็เป็นความต้องการที่ให้เกิดแรงจูงใจภายใน ๒. E = Enjoy learning (ขั้นสนุกกับการเรียนรู้) ความหมาย Enjoy learning (สนุกกับการเรียนรู้) เป็นขั้นที่ให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้และท าความ เข้าใจกับข้อมูลผ่านใบความรู้และกิจกรรมที่สนุกสนานมีสาระ เน้นการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในชั้น เรียนให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียนในเนื้อหาที่สอนโดยใช้วิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น เพลง เกม การ แสดงละคร บทบาทสมมติ ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความสุขของ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) เน้นเปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าในสิ่งที่ตนเองชอบ จะท าให้เกิดความสุขในการเรียนรวมถึงการปรับตัว เพราะผู้เรียนต้อง เผชิญกับปัญหา จึงต้องจัดประสบการณ์เพื่อฝึกให้แก้ปัญหาเป็น โดยส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้จากการกระท า ฝึก คิด ฝึกพูด ฝึกท า ฝึกลงมือปฏิบัติ และทฤษฎีของ รอเจอร์ส (Rogers) มีแนวคิดว่า มนุษย์จะสามารถพัฒนาตนเอง ได้ดีหากอยู่ในสภาพการณ์ที่สนุก ผ่อนคลาย อบอุ่น เป็นมิตร และมีอิสระ มีการจัดบรรยากาศการเรียนที่เอื้อต่อ การเรียนรู้และเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ๓. E = Explanation (ขั้นอธิบายและสรุป) ความหมาย Explanation (อธิบายและสรุป) เป็นขั้นที่ให้นักเรียนได้ถอดบทเรียน หรือสรุปองค์ความรู้ ที่ได้จากการเรียน โดยผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน สามารถท าได้หลายวิธี เช่น เขียนรายงาน Mind Mapping VDO บทบาทสมมุติ ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มประมวลสารสนเทศ คลอสไมเออร์ (Klausmeier) ได้อธิบาย กระบวนการประมวลข้อมูลโดยเริ่มต้นจากการที่มนุษย์รับสิ่งเร้าเข้ามาทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 สิ่งเร้าจะได้รับการ บันทึกไว้ในความจ าระยะสั้น ซึ่งการบันทึกนี้จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 2 ประการ คือ การรู้จักและความใส่ใจ ของ บุคคลที่รับสิ่งเร้า สิ่งเร้านั้นจะได้รับการบันทึกลงในความจ า สู่การอธิบายและสรุปผล
๑๑ ๔. P = Presentation (ขั้นการน าเสนอ) ความหมาย Presentation (การน าเสนอ) เป็นขั้นที่ให้นักเรียนได้น าเสนอผลงาน และข้อมูลเกี่ยวกับ องค์ความรู้ แนวคิด กระบวนการท างาน ที่ได้ถอดบทเรียนจากการท ากิจกรรมให้กับผู้อื่นได้รับรู้ ช่วยฝึกให้ผู้เรียนมี ความกล้าพูด ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และประเมินผลอย่างเหมาะสม สามารถท าได้หลายวิธี เช่น การพูด รายงานหน้าชั้น การจัดนิทรรศการ การแสดงบทบาทสมมติ เรียงความ วาดภาพ ท าคลิป VDO วีดิทัศน์ และแสดง ละคร ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีการสื่อสารของ คอสต้าและแกมส์ตัน (Costa and Gramston) กล่าวว่า การสื่อสาร คือ การใช้วาจาค าพูด เช่น การใช้ระดับของเสียงในการพูด ความดังของเสียง การเน้นค าหรือข้อความ การสะท้อน ความคิด การโต้ตอบและการใช้ค าที่เหมาะสมชัดเจนเข้าใจง่าย รวมถึงการใช้ท่าทาง การยืน การนั่ง การแสดงออก ซึ่งท่าทางระยะความห่างระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ความผ่อนคลายและการแสดงออกถึงสีหน้าในการสื่อสาร ๕. O = Opinion (ขั้นแสดงความคิดเห็น) ความหมาย Opinion (แสดงความคิดเห็น) เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและสะท้อนถึงสระ ส าคัญ แก่นของความรู้ จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันเพิ่มเติมจากที่ได้รับฟังการน าเสนอเพื่อความชัดเจดยิ่งขึ้น สามารถ ท าได้หลายวิธี เช่น การพูดอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเขียนสรุปความ ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีการสะท้อนคิดของ (Schon) กล่าวถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ ซึ่งเกิดจากการ ปฏิบัติ การสะท้อนคิดจะต้องประกอบด้วยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบในสถานการณ์นั้นๆ ทั้งนี้ (Freshwater) กล่าวว่า การสะท้อนคิดเป็นการน าทฤษฎีสู่การปฏิบัติ สะท้อนในสิ่งที่รู้และสิ่งที่จ าเป็นต้องรู้ เป็น การเรียนรู้แบบคิดและสร้างร่วมกันอย่างตั้งใจ ๖. H = Helpful (ขั้นใช้ประโยชน์) ความหมาย Helpful (เป็นประโยชน์) เป็นขั้นการประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยกระบวนการ ต่างๆ ว่านักเรียนมีความรู้อะไรบ้าง รู้อย่างไร มากน้อยเพียงใด และจะน าไปสู่การประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ ตนเองและผู้อื่นได้อย่างไร สามารถท าได้โดย การเขียน การพูด การอภิปราย ฯลฯ ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีการเรียนรู้ขอบลูม (Bloom) เชื่อว่า มนุษย์จะเกิดการเรียนรู้ใน 3 ด้านคือ ด้าน สติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ การน าความรู้ไปประยุกต์ เป็นความสามารถในการน าหลักการ กฎเกณฑ์ และวิธีด าเนินการต่างๆของเรื่องที่ได้รู้มา น าไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ได้
๑๒ หมวด ๓ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ จรรยาบรรณข้อที่ ๓ : ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และ จิตใจ ข้าพเจ้าประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ถ่ายทอดค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม ด้วยการแสดงออกถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีเสมอมา เพื่อให้ผู้เรียน ยึดถือและน าไปปฏิบัติตาม การแสดงตนเป็นตัวอย่างนี้ถือว่าครูเป็นผู้น าในการพัฒนาศิษย์อย่างแท้จริง โดย ข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการข้อที่ ๓ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าตระหนักว่าพฤติกรรมการแสดงออกของครูมีผลต่อการพัฒนาพฤติกรรมของศิษย์อยู่เสมอ คือ มีความระมัดระวังในการกระท า และการพูดของตนเองอยู่เสมอ ไม่โกธรง่ายหรือแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต่อหน้าศิษย์ และมองโลกในแง่ดี ๒. ข้าพเจ้าพูดจาสุภาพและสร้างสรรค์โดยค านึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับศิษย์และสังคม คือ ไม่พูดค าหยาบ หรือก้าวร้าว ไม่นินทาหรือพูดจาส่อเสียด ใช้ค าพูดในเชิงบวกชมเชยให้ก าลังใจศิษย์ด้วยความจริงใจ ๓. ข้าพเจ้ากระท าตนเป็นแบบอย่างที่ดี สอดคล้องกับค าสอนของตน และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม คือ ปฏิบัติตนให้มีสุขภาพ และบุคลิกภาพที่ดีอยู่เสมอ แต่งกายสะอาดสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ แสดงกริยามารยาทสุภาพเรียบร้อยอยู่เสมอ ตรงต่อเวลา ประหยัดซื่อสัตย์ อดทน สามัคคี มีวินัย สรุป ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ าเสมอ และประพฤติ ปฏิบัติตนจนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ได้ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจตาม จรรยาบรรณข้อที่ ๓ แล้วนั้น ยังส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับความไว้วางใจจากคณะ ผู้บริหารให้ปฏิบัติหน้าที่ “งานพิธีกร” ในกิจกรรม โครงการและงานต่างๆ ที่ทาง โรงเรียนและเทศบาลและชุมชนจัดขึ้นเป็นประจ าสม่ าเสมอ ดังนี้ กิจกรรมวันรักษ์ไทย / กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์/ เรียนรู้นอกห้องเรียน กิจกรรมกีฬาภายใน /กีฬากลุ่มสังกัดเทศบาล /เรียนรู้โดยปราชญ์ท้องถิ่น กีฬาชุมชน / การประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง การประชุมครูสังกัดเทศบาล / การอบรมต่างๆ กิจกรรมให้ความรู้หน้าเสาธง / วันเกษียณอายุราชการ งานประเพณีต่างๆ / กิจกรรมวันเทศบาล กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ /ต้อนรับคณะศึกษาดูงานต่างๆ วันแห่งเกียรติยศ / วันพ่อแห่งชาติ/ วันแม่แห่งชาติ/ วันส าคัญต่างๆ ฯลฯ
๑๓ จรรยาบรรณข้อที่ ๔ : ครูต้องไม่กระท าตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกายสติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์ ข้าพเจ้ามีการแสดงพฤติกรรมที่ส่งผลทางบวกกับศิษย์เป็นประจ าสม่ าเสมอ ไม่กระท าตนเป็นปฏิปักษ์ต่อ ความเจริญทางกาย สติ ปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ เพราะการตอบสนองต่อศิษย์ในการลงโทษหรือ ให้รางวัลนั้น จะน าไปสู่การลดพฤติกรรมที่พึงปรารถนา และการเพิ่มพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาได้ โดยข้าพเจ้า ยึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการข้อที่ ๔ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าละเว้นการกระท าที่ท าให้ศิษย์เกิดความกระทบกระเทือนต่อจิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม ของศิษย์ คือ ไม่น าปมด้อยของศิษย์มาล้อเลียน ไม่ประจาน ไม่พูดจาหรือกระท าการใด ๆ ที่เป็นการซ้ าเติมปัญหา หรือข้อบกพร่องของศิษย์ ไม่น าความเครียดมาระบายต่อศิษย์ไม่ว่าจะด้วยค าพูด หรือสีหน้าท่าทาง ไม่ เปรียบเทียบฐานะความเป็นอยู่และไม่ลงโทษศิษย์เกินกว่าเหตุ ๒. ข้าพเจ้าละเว้นการกระท าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของศิษย์ คือ ไม่ลงโทษหรือท าร้าย ร่างกายหรือจิตใจของศิษย์เกินกว่าระเบียบก าหนด และไม่ใช้ศิษย์ท างานเกินก าลังความสามารถ ๓. ข้าพเจ้าละเว้นการกระท าที่สกัดกั้นพัฒนาการทาง สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคมของศิษย์ คือ ไม่ตัดสินค าตอบถูกผิดโดยยึดค าตอบของครู ไม่ดุด่าซ้ าเติมศิษย์ที่เรียนช้า ไม่ขัดขวางโอกาสให้ศิษย์ได้แสดงออก ทางสร้างสรรค์และไม่ตั้งฉายาในทางลบให้แก่ศิษย์ จรรยาบรรณข้อที่ ๕ : ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระท าการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ ข้าพเจ้าไม่เคยกระท าการใดเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้จากศิษย์ หรือใช้ศิษย์ให้ไปแสวงหา ประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ และไม่ใช้ศิษย์กระท าการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ โดยข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการข้อที่ ๕ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าไม่รับหรือแสวงหาอามิสสินจ้างหรือผลประโยชน์อันมิควรจากศิษย์ คือ ไม่หารายได้จาการน า สินค้ามาขายให้ศิษย์ ไม่ตัดสินผลงานหรือผลการเรียนโดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนและไม่บังคับหรือสร้างเงื่อนไขให้ศิษย์มา เรียนพิเศษเพื่อหารายได้ ๒. ข้าพเจ้าไม่ใช่ศิษย์เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ให้กับคนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขนมธรรมเนียม ประเพณีหรือความรู้สึกของสังคม คือ ไม่น าผลงานของศิษย์ไปแสวงหาก าไรส่วนคน ไม่ใช้แรงงานศิษย์เพื่อ ประโยชน์ส่วนตนและไม่ใช้หรือจ้างวานศิษย์ไปท าสิ่งผิดกฎหมาย
๑๔ จรรยาบรรณข้อที่ ๖ : กฎย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อ การพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่เสมอ ข้าพเจ้ามีอาชีพ “ครู” ซึ่งอยู่ในฐานะผู้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงจ าเป็นต้องใฝ่รู้ ศึกษาค้นคว้า ริเริ่ม สร้างสรรค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งใน ด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและ เทคโนโลยี สามารถพัฒนาบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์อยู่เสมอ โดยข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อ ผู้รับบริการข้อที่ ๖ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าใส่ใจศึกษาค้นคว้า ริเริ่มสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ที่เกี่ยวกับวิชาชีพอยู่เสมอ คือ ศึกษาต่อในระดับ ปริญญาเอก หาความรู้จากเอกสาร ต ารา และสื่อต่าง ๆ อยู่เสมอ จัดท าและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ตาม โอกาส และเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา หรือฟังการบรรยายหรืออภิปรายทางวิชาการตามโอกาสที่เหมาะสม ๒. ข้าพเจ้ามีความรอบรู้ ทันสมัย ทันเหตุการณ์สามารถน ามาวิเคราะห์ ก าหนดเป้าหมาย แนวทางพัฒนา ตนเองและวิชาชีพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การอาชีพ และเทคโนโลยี คือ น า เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ประกอบการเรียนการสอน ติดตามข่าวสารเหตุการณ์ด้านการเมืองเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวางแผนพัฒนาตนเองและพัฒนางานอยู่เสมอ ๓. ข้าพเจ้าแสดงออกทางร่างกาย กริยา วาจา อย่างสง่างาม เหมาะสมกับกาลเทศะ คือ รักษาสุขภาพ และปรับปรุงบุคลิกภาพอยู่เสมอ แต่งกายสะอาดเหมาะสมกับกาลเทศะและทันสมัย มีความเชื่อมั่นในตนเองและ มีความกระตือรือร้น ไวต่อความรู้สึกของสังคม แนวทางการประพฤติและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณข้อที่ ๖ ข้าพเจ้าได้ศึกษาเล่าเรียนต่อในระดับปริญญาเอกท าให้เกิดการพัฒนาตนเองได้อย่างหลากหลายด้าน ทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอยู่ เสมอ ส่งผลให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถพิเศษ ด้านต่างๆ น ามาประยุกต์ใช้ในการท างานได้อย่าง หลากหลาย ดังนี้ ๑) ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ข้าพเจ้าออกแบบ การสอน และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ได้แก่ จัดการ เรียนรู้อย่างมีความสุขแบบ (MEEPOH Model), จัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติแบบ (Active Learning), จัดการเรียนรู้จากสิ่งที่สนใจแบบ (Project-Based Learning) และ จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) ให้สอดคล้องและเท่าทันกับยุคสมัย ส่งผลให้ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ครูผู้ฝึกสอนโครงงานภาษาไทย ระดับประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประจ าปีการศึกษา ๒๕๕๙-๒๕๖๒ รางวัล “ครูดีเด่น” ด้าน
๑๕ จัดการเรียนการสอนที่มีความหลากหลาย โดย Nation TV ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๑ และรางวัล “ครูดีเด่น” ด้านการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการสอน ปี ๒๕๖๒ ๒) ความสามารถในการใช้และการผลิตสื่อและการพัฒนานวัตกรรมในการเรียนรู้ ข้าพเจ้าสามารถผลิตสื่อการสอนที่มีคุณภาพ เช่น คู่มือชุดแบบฝึกเสริมเพิ่มทักษะ การอ่าน , แบบทดสอบออนไลน์ หนังสือออนไลน์ E-BOOK หลักภาษาไทย , VDO YOUTUBE ทบทวนเนื้อหาในบทเรียน นอกจากนี้ยังใช้การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อ แก้ปัญหาในชั้นเรียน จนส่งผลให้นักเรียนได้รับผลงานในระดับประเทศ ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและระดับจังหวัด ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ระดับเหรียญทอง การประกวดโครงงานภาษาไทย ในงานมหกรรม การศึกษาระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เป็นต้น ๓) ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้าพเจ้ามีความสามารถพิเศษในด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ ในกิจกรรมการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่ ศตวรรษที่ ๒๑ ของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก โดยน าเครื่องมือ ICT ที่ ได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองและฝึกอบรมจากหน่วยงานพัฒนาต่างๆ มา ผลิตสื่อการเรียนการสอน ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทยสูงขึ้น นอกจากนี้ข้าพเจ้าได้สร้างห้องเรียนออนไลน์บน เว็บไซต์ Google Classroom และสร้างเพจ Facebook ขึ้น เพื่อ บริหารจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนและสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพ ๔) ความสามารถด้านการใช้ทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาไทย ข้าพเจ้ามีความสามารถด้านการใช้ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาไทยได้ในระดับดี มาก และค านึงถึงการใช้ที่ถูกต้องเพื่อการสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน ได้รับมอบหมายให้เป็น คณะกรรมการในการด าเนินโครงการพัฒนาทักษะอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นของโรงเรียนและ หน่วยงานต้นสังกัด และข้าพเจ้าสามารถใช้ทักษะในการพูด มาใช้ในการด าเนินงานพิธีกรของ โรงเรียนและเทศบาลตามโครงการและกิจกรรมต่างๆ เป็นประจ าสม่ าเสมอ เช่น กิจกรรมวันสุนทรภู่ , กิจกรรมวันรักษ์ไทย , กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ , กีฬาภายใน/กีฬากลุ่มเทศบาล , กิจกรรมส่งท้าย ปีเก่าต้อนรับปีใหม่ , กิจกรรมงานประเพณีต่างๆ และการอบรมสัมมนาต่างๆ เป็นต้น และมีความสามารถใช้ ทักษะด้านการอ่านบทร้อยกรองและขับเสภาในกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันรักษ์ไทยเป็นประจ าทุกปี
๑๖ ๕) ความสามารถด้านการเป็นวิทยากรอบรมทางด้านภาษาไทย ได้แก่ - เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “การสร้างแรงจูงใจสอนอย่างไรให้ สนุก” จัดโดย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น - เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “ท าไม?...ต้องเรียนภาษาไทย” จัด โดยโรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ์ - เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “จัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย อย่างไรให้ได้ความรู้ สนุกและมีความสุขกับการเรียน” จัดโดยศึกษาคณะ ครุศาสตร์ สาขาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ ขอนแก่น - เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “การกิจกรรมการเรียนรู้ส าหรับ นักเรียนประถมศึกษา” จัดโดยศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาการสอน คณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น - เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “การกิจกรรมการเรียนรู้ส าหรับ นักเรียนประถม” จัดโดยศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาการสอน คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น - หัวข้อ “เทคนิคกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยในทศวรรษ ที่ ๒๑” จัดโดยส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น - หัวข้อ “การจัดกิจกรรมเปิดสมองและการผลิตสื่อการเรียนรู้อย่างง่ายและน่าสนใจ” จัดโดยส านักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น - หัวข้อ “ภาษาในการสื่อสาร” จัดโดยโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก - หัวข้อ “จัดโดยศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแก่น - หัวข้อ “การเรียนรู้ในทศวรรษ 21” จัดโดยเทศบาลนครขอนแก่น สรุป ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ด้านต่างๆ ดังนี้ ๑) มีความสามารถในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ๒) มีความสามารถในการใช้และการผลิตสื่อและการพัฒนานวัตกรรมในการ เรียนรู้ ๓) มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ๔) มีความสามารถด้านการใช้ทักษะในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนภาษาไทย ๕) มีความสามารถด้านการเป็นวิทยากรอบรมทางด้านภาษาไทย
๑๗ จรรยาบรรณข้อที่ ๗ : ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู ข้าพเจ้ารักและศรัทธาในอาชีพครูด้วยความเต็มใจ ชื่นชมและเชื่อมั่นในอาชีพครูด้วยตระหนักรู้ดีว่าอาชีพ นี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความส าคัญและจ าเป็นต่อสังคม ปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจและภูมิใจ รวมทั้งปกป้อง เกียรติภูมิของอาชีพครู และเข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนองค์กรวิชาชีพครูในทุกโอกาสที่เหมาะสม โดยข้าพเจ้า ยึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการข้อที่ ๗ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่น ชื่นชม และภูมิใจในความเป็นครูและองค์กรวิชาชีพครู ว่ามีความส าคัญและ จ าเป็นต่อสังคม คือ ชื่นชมในเกียรติและรางวัลที่ได้รับและรักษาไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ยกย่องชมเชยเพื่อน ครูที่ประสบผลส าเร็จเกี่ยวกับการสอน และเผยแพร่ผลส าเร็จของตนเองและเพื่อนครูอย่างภาคภูมิ ๒. ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพครูและสนับสนุนหรือเข้าร่วมหรือเป็นผู้น าในกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพ ครู คือ ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อก าหนดขององค์กร ร่วมกิจกรรมที่องค์กรจัดขึ้นและเป็นกรรมการหรือคณะท างาน ขององค์กรอย่างเต็มใจ ๓. ข้าพเจ้าปกป้องเกียรติภูมิของครูและองค์กรวิชาชีพ คือ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของครูและ องค์กรวิชาชีพครูและเมื่อมีผู้เข้าใจผิดเกี่ยวกับวงการวิชาชีพครูก็ชี้แจงท าความเข้าใจให้ถูกต้อง แนวทางการประพฤติและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณข้อที่ ๗ ข้าพเจ้าได้น้อมน าพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ได้พระราชทานแก่ คณะครู ซึ่งมีแนวคิดและค าสอนที่เป็นประโยชน์มากมายหลายประการ น ามาสังเคราะห์เป็นแนวทางการปฏิบัติ เรื่อยมา ท าให้ข้าพเจ้ามีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการเป็นครูภาษาไทยที่ดีและมีประสิทธิภาพ สามารถสร้าง คุณประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติได้ ประกอบด้วย ๓ ประการ คือ “คุณลักษณะดี มีหลักการ และมีจิตวิญญาณความเป็นครู” ข้าพเจ้าจะขออธิบายรายละเอียดโดยแยกเป็นทีละประเด็นๆ ดังนี้ ประการที่ ๑ “คุณลักษณะดี” ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะดี ๓ ประการ คือ มีปัญญา มีความดี มีความสามารถ ดังนี้ ๑. มีปัญญา คือ ข้าพเจ้ามีความรู้ที่ดีประกอบด้วยหลักวิชาอันถูกต้อง ที่แน่นแฟ้นกระ จ่างแจ้งในใจ รวมทั้งความฉลาดที่จะพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนกิจที่จะท า ค าที่จะพูดทุกอย่างได้โดยถูกต้อง ด้วยเหตุผล ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองก าลังศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมปัญญาและพัฒนา ตนเองตลอดเวลาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อน าความรู้มาพัฒนาผู้เรียน สังคม และประเทศชาติสืบไป ๒. มีความดี คือ ข้าพเจ้ามีความสุจริตทั้งกาย วาจาและใจ มีความเมตตากรุณา เห็นอกเห็นใจ และปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยเสมอหน้า โดยข้าพเจ้าปฏิบัติงานด้วยความสุจริต พูดจาไพเราะไม่พูดค าหยาบและ จริงใจ และมีความเมตตาเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงานจนเป็นที่รักใคร่และไว้วางใจส าหรับคณะผู้บริหารและเพื่อน ร่วมงาน
๑๘ ๓. มีความสามารถ คือ ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่สามารถเผื่อแผ่และถ่ายทอดความรู้ความดีของตนเองไป ยังผู้อื่นอย่างได้ผล โดยการท าหน้าที่เป็นพิธีกรในการน าเสนอผลงานวิชาการต่างๆ และยังได้รับเชิญเป็นวิทยากร ในการบรรยายตามโอกาสต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้อยู่อย่างเป็นประจ าสม่ าเสมอ ประการที่ ๒ “มีหลักการ” ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีหลักการที่จะยึดไว้ประจ าใจทุกขณะที่ประกอบภารกิจการงาน มี๕ ประการ คือ “เต็มรู้ เต็มใจ เต็มเวลา เต็มคน เต็มพลัง” ดังนี้ ๑. เต็มรู้ คือ ข้าพเจ้ามีความรู้บริบูรณ์ ด้วยความรู้ ๓ ประการ ได้แก่ ๑. ความรู้ด้านวิชาการและวิชาชีพ ข้าพเจ้าหมั่นแสวงหาความรู้ที่เป็นประโยชน์และ เหมาะสมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้อย่างครบถ้วนเหมาะสมตามระดับความรู้นั้น ๒. ความรู้ทางโลก นอกเหนือจากการศึกษาค้นคว้าต าราวิชาการแล้ว ข้าพเจ้ายังได้ แสวงหาความรู้รอบตัวด้านอื่นๆ ให้บริบูรณ์โดยเฉพาะความเป็นไปของระเบียบ ประเพณี สังคม วัฒนธรรมบริบูรณ์ ๓. ความรู้เรื่องธรรมะ ข้าพเจ้ามีความรู้ด้านธรรมะที่เป็นประโยชน์ สามารถหยิบยก เรื่องธรรมะมาเป็นอุทาหรณ์ ส าหรับสั่งสอนศิษย์ได้ เช่น อบรมสั่งสอนแนวทางการปฏิบัติให้ศิษย์ได้ประสบ ผลส าเร็จด้านการศึกษาเล่าเรียน ก็จะยกตัวอย่างหัวข้อธรรมะอย่าง อธิบาท ๔ คือ ๑) ให้พอใจในการศึกษา รัก และสนใจในวิชาที่ตนเรียน ๒) ให้มีความเพียรที่จะเรียนไม่ย่อท้อ ๓) ให้เอาใจใส่ในบทเรียนการบ้าน รายงาน ๔) ให้หมั่นทบทวนอยู่เสมอ เป็นต้น ๒. เต็มใจ คือ ข้าพเจ้ามีใจที่เป็นครู ดังพระพุทธศาสนากล่าวว่า“ใจนั้นและเป็นใหญ่ ทุกสิ่งทุก อย่างเกิดจากใจทั้งนั้น” คนจะเป็นครูที่มีอุดมการณ์ต้องสร้างใจที่เต็มบริบูรณ์ด้วยการมีใจเป็นครู ดังนั้นข้าพเจ้า จึงมหมั่นสร้างใจให้เต็มและบริบูรณ์อยู่เสมอ มี ๒ ประการ ได้แก่ ๑. ใจครู ข้าพเจ้าท าใจให้เต็มบริบูรณ์ต้องถึงพร้อมด้วย ๒ องค์ประกอบ คือ ๑) รักอาชีพ ข้าพเจ้ามีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ เห็นว่าอาชีพครูมีเกียรติ มีกุศล ได้ ความภูมิใจ แสวงหาวิธีสอนที่ดีเพื่อศิษย์ ๒) รักศิษย์ ข้าพเจ้ามีใจคิดอยากให้ศิษย์ทุกคนมีความสุข ได้ความรู้ทักษะและ ประสบการณ์ สามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้และเสียสละเพื่อศิษย์ได้ ๒. ใจสูง ข้าพเจ้าพยายามท าให้ใจสูงส่ง มีจิตใจที่ดีงามอยู่เสมอ
๑๙ ๓. เต็มเวลา คือ ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ท างานเต็มเวลา โดยให้ความส าคัญกับการรับผิดชอบ การ ทุ่มเท เพื่อการสอนข้าพเจ้าใช้ชีวิตครูอย่างเต็มเวลาทั้ง ๓ ส่วน ได้แก่ ๑. งานสอน ข้าพเจ้าใช้เวลาในการเตรียมการสอนอย่างเต็มที่ วางแผนการสอน ค้นคว้าหาวิธีการที่จะสอนศิษย์ในรูปแบบต่าง ๆ ๒. งานครู นอกเหนือไปจากการสอน ข้าพเจ้าให้เวลากับงานธุรการงานบริหาร บริการและงานที่จะท าให้สถาบันก้าวหน้า ๓. งานนักศึกษา ข้าพเจ้าให้เวลาให้การอบรม แนะน าสั่งสอนศิษย์เมื่อศิษย์ต้องการ ค าแนะน าหรือต้องการความช่วยเหลือ ๔. เต็มคน คือ ข้าพเจ้าพัฒนาตนเองให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ให้เป็นแม่พิมพ์หรือพ่อ พิมพ์ที่ดีที่สุด เพราะมีคนในสังคมคาดหวังไว้สูง ข้าพเจ้าจึงจ าเป็นที่จะต้องมีความบริบูรณ์ในตัวเอง และเป็น มนุษย์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม ส ารวมกาย วาจา ใจ ให้มีความมั่นคงเป็นแบบอย่างที่ดี ปฏิบัติงานถูกต้อง หมั่นคิด พิจารณาตนเองเพื่อหาทางแก้ไขปรับปรุงตนเองให้มีความบริบูรณ์อยู่เสมอ ๕. เต็มพลัง คือ ข้าพเจ้าทุ่มเทพลังสติปัญญาและความสามารถ ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อการสอนวิชาการศิษย์และอุทิศตนอย่างเต็มก าลัง เพื่อผลงานที่สมบูรณ์นั้น ก็คือการปั้นศิษย์ให้มีความรู้ ความ ประพฤติดีงาม ให้เติบโตเป็นที่พึงประสงค์ของสังคมได้ ประการที่ ๓ “มีจิตวิญญาณความเป็นครู” ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณหรือจิตส านึกความเป็นครู โดยประพฤติปฏิบัติตามตนตามกรอบของ จริยธรรมทางสังคมของความเป็นครูที่เราเรียกกันว่า “จรรยาบรรณครู” ซึ่งประกอบด้วย ๙ ประการ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้ารักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมอยู่เสมอ ๒. ข้าพเจ้าได้อบรมสั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์ อย่างเต็มก าลังและความสามารถ ๓. ข้าพเจ้าประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และใจ ๔. ข้าพเจ้าไม่เคยกระท าตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญ ทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์ ๕. ข้าพเจ้าไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ ๖. ข้าพเจ้ามีการพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์อยู่เสมอ ๗. ข้าพเจ้ารักและศรัทธาในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู ๘. ข้าพเจ้าให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ ๙. ข้าพเจ้าประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นผู้น าในการอนุรักษ์พัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย
๒๐ สรุป ข้าพเจ้ามีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการเป็นครูภาษาไทยที่ดีและมีประสิทธิภาพ สามารถสร้าง คุณประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติได้ โดยยึดหลักการ ๓ ประเด็น คือ “คุณลักษณะดี มีหลักการ มีจิตวิญญาณความเป็นครู” กล่าวคือ เป็นผู้ที่มี “คุณลักษณที่ดี” ประกอบด้วย มีปัญญา มีความดี มีความสามารถ เป็นผู้ที่มี “หลักการ” ประกอบด้วย เต็มรู้ เต็มใจ เต็มเวลา เต็มคน เต็มพลัง และเป็นผู้ที่มี “จิต วิญญาณความเป็นครู” โดยประพฤติปฏิบัติตามตนตาม “จรรยาบรรณครู” หมวด ๔ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ จรรยาบรรณข้อที่ ๘ : ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์ ข้าพเจ้าให้ความร่วมมือ แนะน า ปรึกษาช่วยเหลือแก่เพื่อนครูทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และการงาน ตามโอกาสอย่างเหมาะสม รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน โดยการให้ค าปรึกษาแนะน าแนวทางวิธีการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ข้อที่ ๘ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้าให้ความร่วมมือแนะน า ปรึกษาแก่เพื่อนครูตามโอกาสและความเหมาะสม คือ ให้ค าปรึกษา การจัดท าผลงานทางวิชาการและแนะน าการผลิตสื่อการเรียนการสอน ๒. ข้าพเจ้าให้ความช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์ สิ่งของแก่เพื่อนครูตามโอกาสและความเหมาะสม คือ ร่วมงานกุศล ช่วยทรัพย์เมื่อเพื่อนครูเดือนร้อน ๓. ข้าพเจ้าเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนรวมทั้งให้ค าปรึกษาแนะน า แนวทางวิธีการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยชุมชน คือ แนะแนวทางการป้องกัน และก าจัดมลพิษและร่วมกิจกรรมตาม ประเพณีท้องถิ่นของชุมชน แนวทางการประพฤติและปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณข้อที่ ๘ ข้าพเจ้าได้ให้ความช่วยเหลือในกิจกรรม โครงการต่างๆ ที่ทางโรงเรียน เทศบาลและชุมชนจัดขึ้น อย่างเต็มใจ ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ให้ส าเร็จตามวัตถุประสงค์ และให้การ ช่วยเหลือผู้ร่วมงานตามความเหมาะสมและก าลังที่เราจะช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องร้องขอ เห็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ร่วมกิจกรรมของชุมชนอย่างสม่ าเสมอและอ านวยความสะดวกแก่หน่วยงานราชการ อื่นๆ ที่มาขอความร่วมมืออย่างสม่ าเสมอ อีกทั้งข้าพเจ้าน าความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ด้านภาษาไทยที่มีมาประยุกต์ใช้ในการ พัฒนาตนเองให้เป็นวิทยากรในการบรรยายพิเศษให้ความรู้ การถ่ายทอดความรู้และการสื่อสารเพื่อสร้างแรง บันดาลใจให้กับบุคลากรในหน่วยงาน องค์กรและชุมชนต่าง ๆ ถือว่าเป็นกลไกการขับเคลื่อนที่ช่วยส่งเสริมพัฒนา หน่วยงาน องค์กรและชุมชนให้เกิดการเรียนรู้ที่อย่างยั่งยืน ดังนี้
๒๑ ๑. ได้รับเชิญจากศูนย์การศึกษาพิเศษบ้านไผ่ ให้เป็นวิทยากรบรรยายให้กับผู้ พิการในวันคนพิการ กว่า ๕๐ คน ในหัวข้อ “การสร้างแรงบันดาลในในการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข” ๒. ได้รับเชิญจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เป็นวิทยากร บรรยายให้กับครูระดับประถมศึกษาที่มีความสนใจเข้าร่วมอบรม กว่า ๗๐ คน ในหัวข้อ“การสร้างแรงจูงใจสอนอย่างไรให้สนุก” ๓. ได้รับเชิญจากโรงเรียนโคกสีพิทยาสรรพ์ จังหวัดขอนแก่น ให้เป็นวิทยากร บรรยายให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา จ านวน ๑๒๐ คน ในหัวข้อ “ท าไม ?...ต้องเรียนภาษาไทย” ๔. ได้รับเชิญจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ให้เป็นวิทยากร บรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ สาขาการสอนวิชาภาษาไทย จ านวน ๖๐ คน ในหัวข้อ “จัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างไรให้ได้ความรู้ สนุกและมี ความสุขกับการเรียน” ๕. ได้รับเชิญจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น ให้ เป็นวิทยากรบรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ ๓ และ ๔ สาขาการสอน คณิตศาสตร์ จ านวน ๘๐ คน ในหัวข้อ “การกิจกรรมการเรียนรู้ส าหรับนักเรียนประถมศึกษา” ๖. ได้รับเชิญจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น ให้ เป็นวิทยากรบรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ สาขาการสอนคอมพิวเตอร์ จ านวน ๔๐ คน ในหัวข้อ “การกิจกรรมการเรียนรู้ส าหรับนักเรียนประถม” ๗. ได้รับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้กับคณะครูภาษาไทยสังกัดเทศบาลนคร ขอนแก่น ในหัวข้อ “เทคนิคกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยใน ทศวรรษที่ ๒๑” ๘. ได้รับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้กับคณะครูภาษาไทยสังกัดเทศบาลนคร ขอนแก่น ในหัวข้อ “การจัดกิจกรรมเปิดสมองและการผลิตสื่อการเรียนรู้อย่าง ง่ายและน่าสนใจ”
๒๒ ๙. ได้รับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้กับคณะครูโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ในหัวข้อ “ภาษาในการสื่อสาร” ๑๐. ได้รับเชิญจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแก่น ให้เป็น วิทยากรบรรยายให้กับคณะครูประจ าศูนย์การศึกษาพิเศษ รุ่นที่ ๑ จ านวน ๘๐ คน ในหัวข้อ “การพัฒนาบุคลากรสู่องค์กรที่เข้มแข็ง” ๑๑. ได้รับเชิญจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแก่น ให้เป็น วิทยากรบรรยายให้กับพนักงานประจ าศูนย์การศึกษาพิเศษ รุ่นที่ ๒ จ านวน ๖๐ คน ในหัวข้อ “การพัฒนาบุคลากรสู่องค์กรที่เข้มแข็ง” ๑๒. อีกทั้งข้าพเจ้ายังได้ท าหน้าที่เป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับนักเรียนตาม โครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงเรียนและเทศบาลนครขอนแก่นจัดขึ้นเป็นประจ า เช่น กิจกรรมค่ายบูรณา การวิชาการ , ค่าย English Camp, ค่ายคณิตศาสตร์ , ค่ายสิ่งแวดล้อม , ค่ายแกนน า TO BE NUMBER ONE, ค่ายสภานักเรียน , ค่ายลูกเสือ-เนตรนารี เป็นต้น สรุป ผลการปฏิบัติเช่นนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาตนเอง พัฒนาหน่วยงาน องค์กรและ ชุมชนแล้วนั้น ยังส่งผลให้ข้าพเจ้าได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นและมีเครือข่ายของบุคลากรทางการศึกษา ที่เข้มแข็งจากหลากหลายหน่วยงานองค์กร ได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนหลักการ แนวคิด และประสบการณ์ด้าน การสอนและการท างานในอนาคตได้เป็นอย่างดี
๒๓ หมวด ๕ จรรยาบรรณต่อสังคม จรรยาบรรณข้อที่ ๙ : ครูพึงประสงค์ ปฏิบัติตน เป็นผู้น าในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญา และ วัฒนธรรมไทย ข้าพเจ้าเป็นผู้น าในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย ริเริ่มด าเนินกิจกรรม สนับสนุน ส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย โดยรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์เลือกสรร ปฏิบัติตนและเผยแพร่ศิลปะ ประเพณีดนตรี กีฬา การละเล่น อาหาร เครื่องแต่งกาย ฯลฯ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การด ารงชีวิตตนและ สังคม โดยข้าพเจ้ายึดหลักการปฏิบัติตามจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการข้อที่ ๙ ดังนี้ ๑. ข้าพเจ้ารวบรวมข้อมูลและเลือกสรรภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมที่เหมาะสมใช้จัดกิจกรรมการ เรียนการสอน คือ เชิญบุคคลในท้องถิ่นเป็นวิทยากร น าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้จัดการเรียนการสอนและน าศิษย์ ไปศึกษาในแหล่งวิทยาการชุมชน ฯลฯ ๒. ข้าพเจ้าสนับสนุนส่งเสริมเผยแพร่และร่วมกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนอย่างสม่ าเสมอ คือ เผยแพร่การแสดงศิลปะพื้นบ้านและร่วมงานประเพณีของท้องถิ่น ฯลฯ ๓. ข้าพเจ้าศึกษาวิเคราะห์ วิจัยภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อน าผลมาใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอน คือ ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ต านาน และความ เชื่อถือน าผลการศึกษาวิเคราะห์มาใช้ในการเรียนการสอน ฯลฯ
๒๔ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ไม่มีกรณีอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ถูกด าเนินการทางวินัย หรือเป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินแล้ว ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้ เป็นความสัตย์จริงทุกประการจึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อ เจ้าของประวัติ ( ดร.กิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน ) ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ ข้าพเจ้า นายพัฒนา ยอดสะอึต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก เกี่ยวข้องเป็น ผู้บังคับบัญชา ขอรับรองว่า นายกิตติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน มีประวัติการท างาน ดังกล่าวข้างต้นจริง ลงชื่อ ....................................................... ผู้รับรอง ( นายพัฒนา ยอดสะอึ ) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๒๕ แบบ ก.พ.๗ /สมุดประจ าตัวครู ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน ก.พ.๗
๒๖ แบบ ก.พ.๗ /สมุดประจ าตัวครู ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน ส าเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ
๒๗ 1. รางวัลระดับประเทศ (จ านวน 3 รางวัล) ได้แก่ 1. รางวลัพระราชทานครูดีเด่น "สาขาครูภาษาไทย" ประจา ปีพุทธศกัราช 2564 จากมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ ได้เขา้รับพระราชทานประกาศนียบตัรและเขม็เชิดชูเกียรติมูลนิธิฯ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ณ วังสระประทุม กรุงเทพมหานคร 2.รางวลั"ครูภาษาไทยดีเด่น" (ระดบั ประเทศ)จากสา นกังานเลขาธิการคุรุสภา เขา้รับรางวลั โล่เกียรติยศ ประกาศนียบตัรและเขม็เชิดชูเกียรติจารึกพระนามาภิไธยยอ่สธ มอบโดย ดร.กฤต สุวรรณพรหม ศึกษาธิการจงัหวดัขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุมแคนแก่นคูน ศูนยก์ารศึกษาพิเศษ เขต 9จงัหวดัขอนแก่น 3.รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง" ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง (ระดับประเทศ) การประกวดแข่งขนัโครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา 4-6 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ในงาน มหกรรมการจดัการศึกษา ระดบัภาคตะวนัออกเฉียงเหนือคร้ังที่26จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนทอ้งถิ่น ภาคผนวก
๒๘ ๒. รางวัลระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ านวน ๒ รางวัล) ได้แก่ ๑. รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง" ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๒ (ระดบัเหรียญทอง)การประกวดแข่งขนโครงงานภาษาไทยระดับประถมศึกษา ั๔-๖ ณ จงัหวดัขอนแก่น ในงาน มหกรรมการจัดการศึกษา ระดับภาคตะวนัออกเฉียงเหนือคร้ังที่๒๔ จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนทอ้งถิ่น ๒. รางวัล "ครูที่ปรึกษาโครงงานภาษาไทยระดับเหรียญทอง" ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ (ระดับ เหรียญทอง)การประกวดแข่งขนัโครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔-๖ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ในงานมหกรรม การจดัการศึกษา ระดบัภาคตะวนัออกเฉียงเหนือคร้ังที่๒๕ จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนทอ้งถิ่น
๒๙ ๓. รางวัลระดับจังหวัด (จ านวน ๒ รางวัล) ได้แก่ ๑. รางวัล “กระดานทองค า” ประเภทบุคลากรองคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่น ดีเด่น ด้านการศึกษา “ดา้นครูผสู้อนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย” สังกดัองคก์รปกครองส่วนทอ้งถิ่น จงัหวดัขอนแก่น ประจา ปี๒๕๖๔ (อยใู่นช่วงระหวา่งรอรับมอบรางวลั) ๒. รางวัล “ครูดีเด่น” ครูต้นแบบด้านการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ใหก้บัผูเ้รียนไดอ้ยา่งหลากหลาย จากส านักข่าวช่อง Nation TV
๓๐ ๔. รางวัลระดับเทศบาลต้นสังกัด (จ านวน ๑รางวัล) คือ ๑. รางวัล “ครูหัวใจทองค า” สังกดัสา นกัการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น จงัหวดัขอนแก่น มอบโดยนายธีระศกัด์ิฑีฆายุพนัธุ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น จงัหวดัขอนแก่น ๕. รางวัลระดับโรงเรียน (จ านวน ๒ รางวัล) คือ ๑. รางวัล “ครูดีเด่นดา้นการใชส้ื่อนวตักรรมการสอน” โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สังกดั สา นกัการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น จงัหวดัขอนแก่น มอบโดยนางช่อเอ้ือง ฤกษร์ุจิพิมล ผอู้า นวยการ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ๒. รางวัล “รางวัลครูต้นแบบนวัตกรรมการสอนรูปแบบ MJKR Model ส่งเสริมการสอนในกระบวนการสอน PLC” โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก สังกดัสา นกัการศึกษา เทศบาลนคร ขอนแก่น จงัหวดัขอนแก่น
๐๙๗-๒๓๙๕๑๔๖ Kitti-pooh [email protected]