นายกิตตวิ ฒั นน ธนพฒั นนโยธนิ ๒๕๖๔ประจาปี
ผลงานและขอ้ มลู เพิม่ เตมิ
๐๙๗-๒๓๙๕๑๔๖
Kitti-pooh
[email protected]
แบบกรอกข้อมลู ผสู้ ่งผลงานดเี ด่น
สาขาครภู าษาไทย ประจำปี ๒๕๖๔
เสนอเพอ่ื พจิ ารณาคัดเลอื กรับรางวลั “ครูดีเดน่ ” สาขาครภู าษาไทย
ระดับประถมศกึ ษา ของมลู นธิ ิสมาน - คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ
นายกติ ติวฒั น์ ธนพัฒนโ์ ยธนิ
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ
โรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ
สำนกั การศึกษา เทศบาลนครขอนแกน่
กรมสง่ เสรมิ การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ กระทรวงมหาดไทย
ก
คำนำ
แบบกรอกข้อมูลผู้สง่ ผลงานดเี ดน่ สาขาครภู าษาไทย ประจำปี ๒๕๖๔ เสนอเพื่อพิจารณาคดั เลือกรับ
รางวัล “ครูดีเด่น” สาขาครูภาษาไทย ระดับประถมศึกษา ของมูลนิธิสมาน - คุณหญิงเบญจา แสงมลิ เล่มนี้
จัดทำขึ้นเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือกครูดีเด่น สาขาครูภาษาไทย ระดับประถมศึกษา ประจำปี ๒๕๖๔ ใช้
ประกอบการพิจารณาผลการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับการคัดเลือกในด้านต่าง ๆ โดยข้อมูลที่
ปรากฏในแบบกรอกข้อมลู ฯ น้ี เป็นเพียงขอ้ มูลบางส่วนที่หยบิ ยกมาเขยี นรายงานและนำเสนอเท่านั้น ซึง่ ยังมี
ข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นผลงานและรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายทีไ่ ม่สามารถใส่ในเล่มได้ท้ังหมด ดังนั้นข้าพเจา้
จึงได้สร้างคิวอาร์โค้ดเพื่อท่านจะได้สะดวกต่อการศึกษาและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยการสแกน QR
code ที่ปรากฏบนหน้าปกรายงานและด้านท้ายเล่มของภาคผนวก หากท่านจะให้ความอนุเคราะห์มา
ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของข้าพเจ้าได้ที่โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๑ จักเป็นการ
ขอบพระคุณอยา่ งสงู ยงิ่
หวังเป็นอย่างย่ิงวา่ แบบกรอกขอ้ มลู ฯ เล่มน้ี จะอำนวยประโยชน์ใหแ้ ก่ท่านคณะกรรมการคัดเลือกและ
ผู้อ่านไดเ้ ปน็ อย่างดี ขอขอบคณุ ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา คณะครู นกั เรยี น ผ้ปู กครอง และชุมชนท่ใี หค้ วาม
ร่วมมือทำให้การเขยี นรายงานผลงานในเลม่ น้ี เสร็จสมบรู ณต์ ามเปา้ หมาย
กติ ตวิ ัฒน์ ธนพฒั นโ์ ยธนิ
ข
สารบญั
หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
ตอนที่ ๑ ข้อมลู ทัว่ ไป ๑
๑. ชือ่ -สกุล............................................................................................................................. ..... ๒
๒. ตำแหนง่ ............................................................................................................................. .... ๒
๓. ประวัติการศกึ ษา................................................................................................................... ๒
๔. ประวตั กิ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ครูผสู้ อน.......................................................................................... ๒
๕. การฝกึ อบรม / ศกึ ษาและดูงาน............................................................................................ ๓
๖. ความรคู้ วามสามารถพิเศษ.................................................................................................... ๖
๗. ท่านเคยรู้จกั มลู นิธสิ มาน – คุณหญิงเบญจา แสงมลิ มาก่อนหรือไม่ จากไหน
รู้จกั มากน้อยเพียงใดและท่านจะให้ความรว่ มมือกบั มูลนธิ ิฯ ในการจดั กิจกรรมต่าง ๆ
ท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ มูลนิธฯิ อย่างไร........................................................................................... ๘
๘. ทา่ นมีคุณสมบัตติ ามจรรยาบรรณครทู ่ีครุ ุสภากำหนดอย่าง...................................................... ๑๑
ตอนที่ ๒ การน้อมนำพระบรมราโชวาทหรอื พระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราชบรมนาถบพติ ร ไปใช้ในการจดั การเรียนการสอน
และดำรงชวี ิตอยา่ งไร................................................................................................................... ๑๙
ตอนที่ ๓ ผลงานด้านภาษาไทย ............................................................................................................ .... ๒๓
๑. ประสบการณส์ อน..................................................................................................................... ๒๔
๒. ประสบการณใ์ นการสอนภาษาไทย........................................................................................... ๒๔
๓. ปัจจบุ นั สอนสายช้นั ................................................................................................................ ๒๔
๔. ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนกล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ของนักเรียนท่ผี า่ นมา
ในปกี ารศึกษา ๒๕๖๐-๒๕๖๒................................................................................................. ๒๔
๕. อุดมการณใ์ นการเป็นครูภาษาไทย........................................................................................... ๒๕
๖. นกั เรยี นชอบเรยี นภาษาไทยหรือไม่ ทำอย่างไรนักเรยี นจึงจะชอบเรียนภาษาไทย.................. ๒๗
๗. กระบวนการจัดการเรียนการสอน ผลงานดเี ด่นด้านการเรยี นการสอนภาษาไทย
และท่เี กย่ี วข้องกบั การพัฒนาการเรยี นการสอนภาษาไทย....................................................... ๒๙
๘. สภาพปญั หาและวิธกี ารแกป้ ัญหาท่ีพบจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนภาษาไทย
ท่ีประสบความสำเรจ็ ............................................................................................................... ๓๓
๙. ผลงานอืน่ ๆ ทน่ี า่ ภมู ใิ จ.......................................................................................................... ๓๖
ค
สารบญั (ต่อ)
หน้า
ตอนท่ี ๓ (ต่อ)
๑๐. นักเรียนทส่ี อนได้เขา้ รว่ มแข่งขนั ความสามารถหรือเข้าประกวดผลงานด้านภาษาไทย
และได้รบั รางวัล.................................................................................................................. ๓๘
๑๑. ผลงานท่ีแสดงถึงการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ดา้ นภาษาไทย
ไปใหค้ วามร่วมมอื สง่ เสรมิ พัฒนาหนว่ ยงาน องค์กรและชมุ ชน..................................... ๔๐
๑๒. ผลงานที่แสดงถงึ การพัฒนานักเรยี น ใหส้ ามารถนำความรู้ ความสามารถ
และประสบการณ์ดา้ นภาษาไทย ไปร่วมมือในกจิ กรรมพฒั นาชุมชนต่าง ๆ....................... ๔๒
ภาคผนวก
- QR Code (E-BOOK) รวมเกยี รติบตั รการอบรมต่าง ๆ ...........................................๗๐
- QR Code รวมสอื่ การสอน (E-BOOK) หลกั การใช้ภาษาไทย ...................................๗๐
- QR Code รวมสอ่ื แบบทดสอบออนไลน์ Google Forms .....................................๗๑
- QR Code รวมส่อื คลปิ VDO การสอนออนไลน์ YouTube ....................................๗๒
๑
ตอนที่ ๑ ขอ้ มลู ทว่ั ไป
๒
แบบกรอกข้อมูลผูส้ ่งผลงานดเี ดน่
สาขาครูภาษาไทย ประจำปี ๒๕๖๔
ของมูลนิธสิ มาน – คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ
----------------------------------------
คำชีแ้ จง : ให้ครสู ง่ ผลงานดเี ด่น สาขาครภู าษาไทย กรอกขอ้ มลู ตามแบบให้ครบถ้วน
ตอนท่ี ๑ ข้อมลู ทั่วไป
๑. ชอ่ื -นามสกุล นายกติ ตวิ ัฒน์ ธนพฒั น์โยธนิ
เกิดวนั ท่ี ๑๐ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ อายุ ๓๗ ปี
๒. ตำแหนง่ ปัจจบุ นั ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ตำบลในเมือง อำเภอเมอื ง
จังหวดั ขอนแกน่ รหัสไปรษณยี ์ ๔๐๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๔๓-๒๒๑๘๒๓
สงั กัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแกน่
ทีอ่ ยู่ปจั จุบัน บา้ นเลขที่ ๗๗/๕๑ ม.๙ หม่บู ้านวราสิริมง่ิ เมือง ตำบลเมืองเก่า
อำเภอเมือง จังหวดั ขอนแกน่ รหัสไปรษณีย์ ๔๐๐๐๐
โทรศัพท์มือถือ ๐๙๗-๒๓๙๕๑๔๖
๓. ประวตั ิการศึกษา
วฒุ ิ วิชาเอก / สาขา ปีที่สำเร็จการศึกษา สถานศกึ ษา
ศษ.บ. ศกึ ษาศาสตรบัณฑิต ๒๕๔๘ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
สาขาการประถมศึกษา
กศ.ม. การศึกษามหาบัณฑติ ๒๕๕๑ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
สาขาการบรหิ ารการศึกษา
หมายเหตุ : ปัจจบุ ันกำลังศึกษาตอ่ ในระดบั ปริญญาการศกึ ษาดษุ ฎีบัณฑติ (กศ.ด.) ชนั้ ปที ี่ ๓
หลกั สตู รการศกึ ษาดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศกึ ษา
มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
๔. ประวัตกิ ารปฏิบตั ิหน้าที่ครผู ู้สอน
วัน / เดือน / ปี ตำแหน่ง สถานศกึ ษา
โรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ
๑ กนั ยายน ๒๕๕๓ ครผู ู้ชว่ ย
โรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ
๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ครู
โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ครู วทิ ยาฐานะ ครชู ำนาญการ โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
ปจั จุบนั ครู วทิ ยาฐานะ ครูชำนาญการ
๓
๕. การฝึกอบรม / ศกึ ษาและดงู าน
วัน / เดอื น / ปี ระยะเวลา หลกั สตู ร สถาบนั
ระหว่างวันท่ี ๕ วัน การอบรมปฏบิ ัตกิ าร จัดทำ สำนกั การศึกษา
๒๐-๒๔ เม.ย. ๖๐ หลกั สูตรและแผนการจัดการเรยี นรู้ เทศบาลนครขอนแก่น
วิชาภาษาไทย
ระหว่างวันที่ ๒ วนั การอบรมเชิงปฏิบตั ิการหลักสูตร โรงเรยี นเทศบาลสวนสนุก
๗-๘ เม.ย. ๖๐ สถานศึกษา
๑๔ ส.ค. ๖๐ ๑ วนั การอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารการเขยี น มหาวิทยาลัยขอนแกน่
ภาษาอีสาน(อักษรไทนอ้ ย)
ระหวา่ งวันท่ี ๒ วัน การอบรมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นาครู สำนกั การศึกษา
๑๕-๑๖ ส.ค. ๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย เทศบาลนครขอนแกน่
สังกดั เทศบาลนครขอนแกน่
ระหวา่ งวนั ท่ี ๒ วัน การอบรมเชิงปฏิบตั กิ ารพฒั นาส่อื สำนกั การศึกษา
๕-๖ ก.ย. ๖๐ การสอนดา้ นเทคโนโลยสี ารสรเทศ เทศบาลนครขอนแกน่
และการมสี ว่ นร่วมของครู นกั เรียน
และชุมชน
ระหว่างวนั ท่ี ๓ วนั การอบรมการดูแลสขุ ภาพการและ สำนกั การศึกษา
๑๙-๒๑ ก.พ. ๖๑ ใจใหด้ ดี ้วยตนเอง เทศบาลนครขอนแก่น
ระหวา่ งวนั ท่ี ๓ วนั การอบรมเชิงวิชาการปรับปรุง โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๕-๗ เม.ษ. ๖๑ หลกั สตู รเพ่มิ เติม โรงเรียนเทศบาล
สวนสนกุ
ระหวา่ งวันที่ ๔ วนั อบรมการตดิ ตามผลการนเิ ทศการ สำนกั การศึกษา
๒๕-๒๘ เม.ษ. ๖๑ สอนวชิ าภาษาไทย ครโู รงเรยี นใน เทศบาลนครขอนแก่น
สงั กัดเทศบาลนครขอนแก่น
๒ ก.ค. ๖๑ ๑ วัน การอบรมพนักงานครูเทศบาล และ สำนกั การศึกษา
บคุ ลากรทางการศึกษาในสังกัด เทศบาลนครขอนแก่น
เทศบาลนคร
ระหว่างวันที่ ๓ วนั อบรมโครงการพฒั นาศักยภาพด้าน สำนกั การศึกษา
๑๑-๑๓ พ.ค. ๖๑ เทคนคิ การสอนของครใู นสังกัด เทศบาลนครขอนแก่น
เทศบาลนครขอนแก่น (ครูกลุ่ม
สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย)
ระหวา่ งวันท่ี ๒ วัน อบรมโครงการพฒั นาระบบการ สำนักการศึกษา
๒๕-๒๖ ม.ิ ย. ๖๑ ดูแลเดก็ ที่มีปัญหาการเรียนโดยครู เทศบาลนครขอนแก่น
หมอ พ่อแม่
๔
การฝึกอบรม / ศึกษาและดงู าน (ตอ่ )
วัน / เดอื น / ปี ระยะเวลา หลกั สตู ร สถาบนั
๕ เม.ย. ๒๕๖๒
ออนไลน์ มาตรฐานวชิ าชีพครู โรงเรียนบ้านเกาะกระโพธ์ิ)
๑๐ เม.ย. ๒๕๖๒
๑๕ เม.ย. ๒๕๖๒ และบคุ ลากรทางการ
๒๓ เม.ย. ๒๕๖๒
๑๓ เม.ย. ๒๕๖๒ ศึกษา
๑๓ เม.ย. ๒๕๖๒
๘ เม.ย. ๒๕๖๒ ออนไลน์ ความร้เู บื้องตน้ โดยสำนักงาน กศน. จงั หวดั
๑๐ พ.ค. ๒๕๖๒ เก่ยี วกับไวรสั COVID19 อุบลราชธานี
๑๒ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๐ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู โรงเรียนบา้ นโนนหนองไฮ
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ ความรูเ้ บอื้ งต้น โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒ เกีย่ วกับ Google Form
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๑ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ ระบบประกนั คุณภาพ (สพป.ระนองเขต 1)
๒๓ พ.ค. ๒๕๖๒
ภายในสถานศึกษา
ออนไลน์ นวตั กรรมการจดั การ (สพป.อบุ ลราชธานี เขต 3)
เรยี นรู้
ออนไลน์ PLC ชุมชนแหง่ การ โรงเรียนบา้ นวารี
เรยี นรู้ (Professional
Learning Community)
ออนไลน์ ความรู้เบ้ืองต้นกจิ กรรม (โดย สพป.พระนครศรอี ยุธยา เขต 2)
ลกู เสือ เนตรนารี
ออนไลน์ การวจิ ยั เพ่อื พฒั นาการเรยี นการ โรงเรยี นอนุบาลพระสมุทรเจดยี ์
สอน (Research for
Instructional Development)
ออนไลน์ การจดั การเรยี นรูแ้ บบ โรงเรียนปราจนี กัลยาณี
ใช้โครงงานเป็นฐาน
ออนไลน์ ความรพู้ ้นื ฐาน สำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
คอมพิวเตอรเ์ บื้องต้น ประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1
ออนไลน์ Google Tools เพื่อการพัฒนา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและตาม
งาน (Google Tools to
Improve Work Performance) อัธยาศยั อ.ดอนพุด
ออนไลน์ หลกั สูตรและการ โรงเรยี นวัดค่สู รา้ ง
พัฒนาหลกั สตู ร
ออนไลน์ นวตั กรรม PLC ชมุ ชน โรงเรยี นบา้ นห้วยนำ้ เยน็ มิตรภาพท่ี
การเรียนรทู้ างวชิ าชีพ 112
ออนไลน์ Active Learning โรงเรยี นบา้ นโนนประทาย
ออนไลน์ การจดั การเรยี นรู้ โรงเรยี นบา้ นสไุ หงโก-ลก
วิทยาการคำนวณ
ออนไลน์ ความร้ทู ัว่ ไปเกีย่ วกบั สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ไวรสั โคโรนา COVIT-19 ประถมศกึ ษาสระบรุ ี เขต 2
๕
การฝกึ อบรม / ศึกษาและดูงาน (ต่อ)
วัน / เดือน / ปี ระยะเวลา หลกั สตู ร สถาบนั
๒๓ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๓ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ อาเซยี น โรงเรยี นเทศบาลตำบลเกาะพะงนั
๒๔ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ วธิ กี ารป้องกันและ สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษา
๒๔ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๔ พ.ค. ๒๕๖๒ รบั มือโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั ประถมศกึ ษามหาสารคาม เขต 1
๒๕ พ.ค. ๒๕๖๒
๒๕ พ.ค. ๒๕๖๒ โคโรนา COVID-19
๒๙ พ.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ ความรเู้ บ้ืองตน้ เชือ้ โรงเรยี นวชริ ธรรมสาธติ
๘ ส.ค. ๒๕๖๒ ไวรสั โคโรนา COVIT-19
๘ ส.ค. ๒๕๖๒
๘ ส.ค. ๒๕๖๒ ออนไลน์ Steam Education วิทยาลัยนาฏศลิ ปน์ ครราชสมี าสถาบนั
บัณฑติ พฒั นศลิ ป์
ออนไลน์ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม โรงเรยี นวัดประชาบำรงุ กจิ
สำหรบั ขา้ ราชการครู
ออนไลน์ การวจิ ัยเพ่ือพัฒนาการ โรงเรยี นวัดประชาบำรุงกิจ
เรียนการสอน
ออนไลน์ การพฒั นาสถานศึกษาสู่ (สิงหค์ ุรุประชาสรรค์)
ความเป็นเลิศ
โรงเรยี นบ้านดอนหวาย
ครูสร้างศษิ ย์สูน่ กั ประดิษฐ์เกิด โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นดอนหัน
นวัตกรรมยคุ Thailand4.0
“Active Lerning แนว STEM”
ออนไลน์ การสร้างองคก์ รความรู้ (โรงเรียนชุมชนบา้ นลาดวิทยาคม)
ใหม่และนวตั กรรม
PLC บูรณาการส่ผู ลลพั ธ์
Thailand 4.0
ออนไลน์ การเรยี นร้รู ูปแบบ (ศูนย์วิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมเพอื่
STEM การศกึ ษารอ้ ยเอด็ )
ออนไลน์ ความร้เู บอื้ งตน้ (ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพ่อื
เกยี่ วกบั โครงงาน การศึกษารอ้ ยเอด็ )
ออนไลน์ วถิ ี New normal (ศนู ย์วิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมเพื่อ
การศกึ ษารอ้ ยเอด็ )
หมายเหตุ : ในช่วงปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ เป็นช่วงทเี่ กดิ โรคระบาดโควิ 19 ไมม่ ีหนว่ ยงานใดเปดิ ทำการ
อบรมพฒั นาได้ ดังน้นั ข้าพเจ้าจงึ ใชร้ ปู แบบการอบรมออนไลน์แทนการเข้าร่วมอบรม
๖
๖. ความรคู้ วามสามารถพิเศษ
ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้บรหิ ารโรงเรียนให้สอนในรายวิชาภาษาไทย ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปี
ท่ี ๕ ตงั้ แต่บรรจเุ ข้ารับราชการ ไดร้ บั การฝกึ อบรมทักษะการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ทางด้านภาษาไทย
สำหรับนกั เรียนประถมศึกษา จึงความเช่ียวชาญในการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ สามารถถา่ ยทอดความรู้เด็ก
ไดผ้ ลเป็นอย่างดี โดยความรู้ความสามารถพิเศษเฉพาะทีน่ ำมาใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการจัดการเรียนรขู้ อง
ผู้เรยี น มีดังนี้
๑) ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย ขา้ พเจา้ ออกแบบและจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่หี ลากหลายโดยเน้นการจัดการเรียนรแู้ บบยึดผ้เู รียนเป็นสำคัญบูรณาการการเรียนรใู้ ห้
สอดคล้องและเท่าทนั ยุคสมัยอย่างสมำ่ เสมอ โดยนำปรชั ญาและทฤษฎีการเรียนรู้ตา่ งๆ มาออกแบบการจดั การ
เรียนรู้ โดยการสอนแบบโครงงาน สง่ ผลให้ได้รับรางวลั ชนะเลิศเหรยี ญทอง ครูผู้ฝกึ สอนโครงงานภาษาไทย
ระดบั ประถมศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙-๒๕๖๒ รางวัล “ครดู ีเดน่ ”
ดา้ นจดั การเรียนการสอนท่ีมคี วามหลากหลาย โดย Nation TV ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ และรางวัล “ครู
ดเี ดน่ ” ดา้ นการนำเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมมาใช้ในการสอน ปี ๒๕๖๒ (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๔๕)
๒) ความสามารถในการใชแ้ ละการผลิตส่อื และการพัฒนานวตั กรรมในการเรียนรู้
ข้าพเจา้ สามารถผลิตสือ่ การสอนท่มี ีคณุ ภาพ เชน่ คมู่ ือชดุ แบบฝกึ เสรมิ เพิ่มทักษะการอ่าน , แบบทดสอบ
ออนไลน์ หนังสอื ออนไลน์ E-BOOK หลกั ภาษาไทย , VDO YOUTUBE ทบทวนเนอ้ื หาในบทเรียน นอกจากนี้ยงั ใช้
การวิจัยในช้ันเรียน เพอื่ แก้ปัญหาการเรยี นการสอนในช้นั เรียน จนสง่ ผลใหน้ กั เรยี นได้รบั ผลงานใน
ระดบั ประเทศ ระดับภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ และระดับจงั หวัด เช่น รางวลั ชนะเลิศระดับเหรียญทอง
การประกวดโครงงานภาษาไทย ในงานมหกรรมการศึกษาระดับภาค ระดบั จงั หวดั และระดับประเทศ เป็นตน้
(อา้ งองิ ในภาคผนวก หน้า ๔๖-๔๗)
๓) ความสามารถทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ ขา้ พเจ้ามีความสามารถพเิ ศษในดา้ น
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ในกิจกรรมการเตรยี มความพร้อมนักเรียนสศู่ ตวรรษท่ี ๒๑ ของโรงเรยี นเทศบาลสวน
สนุก โดยนำเคร่อื งมือ ICT ที่ไดศ้ ึกษาเรยี นรู้ด้วยตนเองและฝึกอบรมจากหน่วยพัฒนาต่างๆ มาผลิตสอ่ื การ
เรียนการสอน สง่ ผลใหน้ ักเรียนมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวิชาภาษาไทยสงู ขน้ึ นอกจากน้ีข้าพเจา้ ไดส้ รา้ ง
ห้องเรียนออนไลนบ์ นเวบ็ ไซต์ Google Classroom และสร้างเพจ Facebook ข้นึ เพอื่ บรหิ ารจดั การ
เรียนรูใ้ นช้นั เรียนและสรา้ งชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชพี (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๔๗-๔๘)
๔) ความสามารถด้านการใชท้ กั ษะในการฟัง การพดู การอา่ น การเขยี นภาษาไทย
ขา้ พเจา้ มีความสามารถด้านการใช้ทกั ษะการฟัง การพดู การอ่าน การเขียนภาษาไทยได้ในระดับดีมาก และ
คำนึงถงึ การใช้ที่ถูกต้องเพอื่ การส่ือความหมายได้อย่างถูกต้อง ได้รบั มอบหมายให้เปน็ คณะกรรมการในการ
ดำเนนิ โครงการพฒั นาทักษะอ่านออก เขยี นได้ คิดเลขเป็น ของโรงเรียนและหนว่ ยงานตน้ สงั กดั และ
ขา้ พเจ้าสามารถใชท้ ักษะในการพดู ดำเนินงานพิธีกรของโรงเรียนและเทศบาลตามโครงการและกิจกรรมต่างๆ
เปน็ ประจำสม่ำเสมอ เช่น กิจกรรมวันสนุ ทรภู่ , กิจกรรมวนั รกั ษไ์ ทย , กจิ กรรมวนั วทิ ยาศาสตร์ , กฬี าภายใน/
กฬี ากลมุ่ เทศบาล , กจิ กรรมส่งทา้ ยปีเก่าต้อนรบั ปีใหม่ , กิจกรรมงานประเพณตี า่ งๆ และการอบรมสัมมนา
ตา่ งๆ เป็นตน้ และมีความสามารถใชท้ ักษะด้านการอา่ นบทร้อยกรองและขบั เสภาในกิจกรรมวันสุนทรภู่และ
รักษ์ไทยอยา่ งสม่ำเสมอ
๗
๕) ความสามารถด้านการเป็นวิทยากรอบรมทางดา้ นภาษาไทย ไดแ้ ก่
- หวั ข้อ “การสรา้ งแรงจูงใจสอนอย่างไรใหส้ นุก” จดั โดย คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๔๘)
- หวั ข้อ “ทำไม?...ตอ้ งเรียนภาษาไทย” จดั โดยโรงเรยี นโคกสีพทิ ยาสรรพ์ (อ้างอิงใน
ภาคผนวก หนา้ ๔๙ )
- หัวข้อ “จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ภาษาไทยอยา่ งไรใหไ้ ด้ความรู้ สนกุ และมีความสุขกบั
การเรยี น” จัดโดยศึกษาคณะครุศาสตร์ สาขาการสอนภาษาไทย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเลย ศูนยข์ อนแกน่
(อา้ งองิ ในภาคผนวก หน้า ๔๙)
- หวั ข้อ “การกจิ กรรมการเรียนรสู้ ำหรบั นักเรยี นประถมศึกษา” จัดโดยศึกษาคณะครุ
ศาสตร์ สาขาการสอนคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศนู ย์ขอนแก่น (อ้างองิ ในภาคผนวก หนา้ ๔๙)
- หัวขอ้ “การกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนกั เรียนประถม” จดั โดยศกึ ษาคณะครุ
ศาสตร์ สาขาการสอนคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏเลย ศนู ย์ขอนแก่น (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๐)
- หวั ขอ้ “เทคนิคกระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ภาษาไทยในทศวรรษที่ ๒๑” จัด
โดยสำนกั การศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๐)
- หวั ขอ้ “การจดั กิจกรรมเปิดสมองและการผลติ สอื่ การเรียนรอู้ ยา่ งง่ายและนา่ สนใจ”
จัดโดยสำนกั การศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๕๐)
- หวั ข้อ “ภาษาในการส่ือสาร” จดั โดยโรงเรยี นเทศบาลสวนสนุก (อา้ งอิงใน
ภาคผนวก หน้า ๕๑)
- หวั ขอ้ “จดั โดยศนู ย์การศึกษาพเิ ศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแกน่ (อา้ งองิ ใน
ภาคผนวก หน้า ๕๑)
- หัวข้อ “การเรียนรู้ในทศวรรษ 21” จดั โดยเทศบาลนครขอนแกน่ (อา้ งอิงใน
ภาคผนวก หนา้ ๕๑)
- และทำหนา้ ทีเ่ ปน็ พธิ ีการและวทิ ยากรฝึกอบรมนักเรียนตามโครงการและกิจกรรม
ต่างๆ ทท่ี างโรงเรยี นและเทศบาลนครขอนแกน่ จดั ข้นึ เปน็ ประจำ เช่น กจิ กรรมค่ายบรู ณาการวชิ าการ , ค่าย
English Camp, คา่ ยคณติ ศาสตร์ , คา่ ยสิ่งแวดล้อม , ค่ายแกนนำ TO BE NUMBER ONE, ค่ายสภานกั เรยี น , คา่ ย
ลกู เสอื -เนตรนารี เป็นตน้ (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๒)
สรุป
ข้าพเจา้ เปน็ ผู้ทีม่ ีความสามารถพเิ ศษ ด้านต่างๆ ดงั นี้ ๑) ข้าพเจา้ มคี วามสามารถในการจดั
กิจกรรมการเรียนร้ทู ี่หลากหลาย ๒) ข้าพเจา้ มีความสามารถในการใชแ้ ละการผลติ สื่อและการพัฒนา
นวัตกรรมในการเรยี นรู้ ๓) ข้าพเจา้ มีความสามารถทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๔) ข้าพเจ้ามี
ความสามารถด้านการใชท้ ักษะในการฟงั การพดู การอ่าน การเขยี นภาษาไทย ๕) ความสามารถดา้ นการเปน็
วทิ ยากรอบรมทางด้านภาษาไทย
๘
๗. ทา่ นเคยรู้จกั มลู นธิ สิ มาน – คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ มากอ่ นหรอื ไม่ จากไหน รจู้ กั มากน้อย
เพียงใดและท่านจะใหค้ วามร่วมมือกับมูลนธิ ิฯ ในการจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ท่เี ปน็ ประโยชน์ต่อ
มลู นธิ ฯิ อย่างไร
ขา้ พเจา้ พอจะรูจ้ ักมูลนธิ สิ มาน – คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ มาก่อนบ้างแล้วในเบ้อื งตน้ โดย
ทราบจากการบอกกล่าวและประชาสมั พนั ธ์จากหนว่ ยงานตน้ สงั กัด และทางเพจ หรือ FACEBOOK
มลู นิธสิ มาน – คุณหญิงเบญจา แสงมลิ นี้เป็นองค์กรอิสระทีไ่ มแ่ สวงหาผลกำไร โดยมี
ดร.สมเกียรติ ชอบผล เป็นประธานมูลนิธิ ก่อตงั้ ข้นึ เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือสง่ เสรมิ
การศึกษา การศาสนาและสาธารณประโยชน์และร่วมกบั กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมวชิ าการและทำการ
สรรหาและคดั เลอื กบคุ คลากรในสายงานสาขาต่างๆ ที่ทำคุณประโยชนด์ ้านการศึกษาให้แก่ประเทศชาติ รวม
ทั้งสิ้น ๖ สาขา ได้แก่ ดา้ นการศาสนา การบริหารการศึกษา ภาษาไทย สงั คมศกึ ษา การศึกษาก่อน
ประถมศกึ ษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั เพ่ือเปน็ การยกย่องเชดิ ชเู กยี รตใิ นฐานะครู
ดีเด่น ผสู้ รา้ งสรรค์ความเจริญกา้ วหน้าทางการศึกษาและพัฒนาสังคม โดยบุคคลดเี ดน่ จะไดร้ บั พระมหา
กรณุ าธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
พระราชทานเข็มเชิดชเู กียรติมูลนิธฯิ เปน็ ประจำทกุ ปี โดยตลอดระยะเวลาต้งั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๒ จวบจน
ปจั จุบัน ซง่ึ ทางมลู นิธิได้ดำเนินการคดั เลือกผ้ทู ำคุณประโยชน์ดา้ นการศึกษาใหแ้ ก่ประเทศชาติและยกย่อง
บุคคลดเี ดน่ แลว้ มากกว่า ๑๘๗ คน
ขา้ พเจ้าจะใหค้ วามร่วมมือกับมูลนธิ สิ มาน – คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ โดยการช่วยส่งเสริม
สนบั สนนุ และจัดกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีเปน็ ประโยชน์และสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ของมูลนิธฯิ อยา่ งเตม็ กำลงั
และความสามารถ กลา่ วคือ ช่วยสง่ เสริมและสนบั สนนุ กิจกรรมดา้ นการศึกษา กิจกรรมด้านการศาสนาและ
กจิ กรรมด้านสงั คมและสาธารณประโยชน์ ดงั น้ี
๑. กจิ กรรมทีช่ ่วยส่งเสรมิ ดา้ นการศึกษา ขา้ พเจา้ จะช่วยสนับสนนุ และจัดกจิ กรรมที่
ช่วยสง่ เสรมิ ทางด้านการศึกษาตามโครงการและโอกาสต่างๆ ทที่ างโรงเรียนหรือหนว่ ยงานต้นสังกดั ตลอดจน
มูลนธิ ิสมาน – คณุ หญิงเบญจา แสงมลิ จัดขนึ้ อยา่ งเต็มกำลังและความสามารถ ได้แก่
๑.๑ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น โดยฝกึ ทักษะกระบวนการคดิ การจดั การ การเผชญิ
สถานการณ์ และการประยุกตค์ วามรมู้ าใชใ้ นการป้องกัน แก้ปญั หาและเรียนร้จู ากประสบการณจ์ ริง กอปรกบั
มีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเร็วของสงั คมและเทคโนโลยี เชน่ กจิ กรรมลูกเสอื -เนตรนารี ได้จดั การพัฒนา
ผเู้ รียนในชัว่ โมงสดุ ท้ายของวันพฤหัสบดี ทุกสัปดาห์ นักเรียนได้รบั การฝึกระเบียบแถว การมีวินัยในการอยู่
รว่ มกัน มคี วามสามัคคี การบำเพ็ญประโยชนแ์ ละสง่ เสริมการเป็นพลเมืองดใี นสังคมประชาธิปไตย และจดั
กิจกรรมส่งเสรมิ การเรยี นรตู้ ามความถนดั SBMLD ได้จดั การพฒั นาผเู้ รยี นในชว่ั โมงสุดทา้ ยของวนั จนั ทร์ ทุก
สัปดาห์ นักเรียนไดร้ บั การฝึกปฏิบัติ เรียนรู้โดยการปฏิบตั จิ ริงและได้เลือกกิจกรรมการเรียนรูต้ ามความถนัด
ความสนใจ และความสามารถของตนเองเพื่อพฒั นาทกั ษะสอู่ าชีพในอนาคต (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๕๓)
๙
๑.๒ กจิ กรรมแนะแนว โดยสง่ เสรมิ และพฒั นาความสามารถของผเู้ รียนใหค้ น้ พบ
และพฒั นาศักยภาพของตน เสริมสรา้ งทักษะชวี ติ วฒุ ิภาวะทางอารมณ์ และการสรา้ งสมั พันธภาพท่ีดี เช่น
กจิ กรรมแนะแนวให้คำปรกึ ษาดา้ นชีวติ ดา้ นการศึกษาต่อและดา้ นการพัฒนาตนเองสูโ่ ลกอาชีพการมีงานทำ
๑.๓ กจิ กรรมการบรู ณาการองค์ความรูต้ า่ ง ๆ โดยสง่ เสริมการเรยี นรตู้ ามกล่มุ
สาระการเรียนรู้ให้มีความกวา้ งขวางลึกซึ้งยง่ิ ขึ้น อีกทงั้ ให้ผู้เรยี นได้ค้นพบและใชศ้ กั ยภาพที่มีในตนอยา่ งเต็มท่ี
เลอื ก ตดั สินใจ ได้อยา่ งมีเหตุผลเหมาะสมกบั ตนเอง สามารถวางแผนชีวติ และอาชีพได้อยา่ งมีคณุ ภาพ เน้น
การเสริมสรา้ งทักษะชีวติ วุฒภิ าวะทางอารมณ์ ศีลธรรม และจรยิ ธรรม ร้จู กั สรา้ งสัมพันธภาพท่ีดเี พ่ือปรับตัว
เขา้ กับบุคคลและสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งดีและมคี วามสขุ เช่น กจิ กรรมเขา้ ค่ายผ้นู ำการสรา้ งเสริม
ความรูส้ กึ รกั และเห็นคุณค่าในตนเอง , กจิ กรรมเรยี นรูโ้ ดยปราชาญ์ท้องถ่นิ เพื่อพฒั นาทักษะชวี ิต , กจิ กรรม
คา่ ยบรู ณาการวชิ าการเพ่ือสร้างเสริมประสิทธิภาพการเรยี น และกิจกรรมเข้าคา่ ยตา่ งๆ เช่น คา่ ยสภานกั เรยี น
, คา่ ยคณติ ศาสตร์ , คา่ ยส่งิ แวดลอ้ ม , ค่าย To be number one ฯลฯ (เอกสารหลกั ฐานอยู่ในหนา้ ๕๓)
๑.๔ กิจกรรมสง่ เสริมนสิ ัยรักการอา่ น โดยการรว่ มมือกับคณะครูในโรงเรียนได้
จดั ทำและจดั หาแฟ้มส่งเสริมการอ่าน และจดั มุมหนังสือ จากการคน้ หาในหนังสอื สื่อสงิ่ พิมพ์ ตำราเรียน
อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ผลเป็นที่นา่ พอใจ คือนกั เรียนรักการอ่านและบันทกึ สรปุ ข้อคดิ และการนำไปใช้ลงในสมดุ
บนั ทกึ รกั การอ่านประจำตัวได้ และนำเสนอหนา้ ช้ันเรียนทุกชว่ั โมงที่ข้าพเจา้ สอนใชเ้ วลาวนั ละ ๕ นาทีกอ่ น
เรียนทุกวนั (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๕๓)
๑.๕ กิจกรรมสง่ เสริมการใช้บริการหอ้ งสมุด เชน่ สัปดาหแ์ นะนำหนงั สือดี แขง่ ขัน
การเปดิ พจนานุกรม ตอบปัญหาสารานกุ รมไทย การอ่านหนังสอื ประวัติศาสตร์ กิจกรรมวนั แม่แห่งชาติ วนั พอ่
แห่งชาติ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และสง่ เสรมิ ประชาสัมพนั ธใ์ ห้ผู้เรยี นทุกคนในทุก ๆ ระดบั ชัน้ ได้เข้ามา
ใชบ้ รกิ ารของห้องสมุด
จากการดำเนินกจิ กรรมตา่ งๆ ท่กี ล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ผเู้ รยี นเป็นผู้มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาก
ยง่ิ ข้ึน คณุ ภาพของผเู้ รียนดขี น้ึ มคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มีความรับผิดชอบ ขยันมุง่ มัน่ ในการเรยี น รักการ
เรยี นรู้ และแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเองอยเู่ สมอ
๒. กิจกรรมท่ชี ่วยส่งเสรมิ ด้านศาสนา ข้าพเจ้าจะชว่ ยสนับสนนุ และจัดกจิ กรรมท่ี
ชว่ ยสง่ เสรมิ ทางดา้ นศาสนาตามโครงการและโอกาสต่างๆ ท่ที างโรงเรียนหรือหน่วยงานตน้ สังกัด ตลอดจน
มลู นิธสิ มาน – คุณหญงิ เบญจา แสงมลิ จดั ขึน้ อยา่ งเตม็ กำลังและความสามารถ เพื่อขดั เกลาจติ ใจ ใหเ้ ปน็ คน
ดมี ีศลี ธรรม ไดแ้ ก่ (อา้ งองิ ในภาคผนวก หน้า ๕๔)
๒.๑ กจิ กรรมคา่ ยอบรมคุณธรรมจรยิ ธรรม
๒.๒ กจิ กรรมธรรมสัญจร
๒.๓ กจิ กรรมส่งเสรมิ ประเพณีและพธิ กี รรมทางศาสนา เช่น หลอ่ และแห่เทยี น
พรรษา , การตักบาตรวันขึ้นปใี หม่ , กจิ กรรมตกั บาตรเติมบุญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา , กิจกรรมตักบาตรเท
โวเทศกาลออกพรรษา ฯลฯ
๒.๔ กจิ กรรมสวดมนต์ไหว้พระวันศกุ ร์ ผเู้ รียนทกุ คนรว่ มกนั ทำกิจกรรมในห้อง
ประชมุ ไดแ้ ก่ การน่งั สมาธิ การมีระเบียบวินัย ความกตัญญูกตเวทีต่อผมู้ ีพระคณุ การสวดมนตไ์ หว้พระ
การฝกึ บริหารจติ ครูอบรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ก่อนกลับบา้ น
๑๐
๒.๕ กจิ กรรมสมุดบนั ทกึ ความดี โดยมสี มดุ บันทึกความดใี นการส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนทำ
ความดใี นแตล่ ะวัน มีคะแนนในแตล่ ะความดีที่ทำ เก็บสะสมคะแนนเพ่ือรบั เกยี รตบิ ตั ร “นักเรยี นที่ทำความด”ี
ในวนั ปิดภาคเรยี น
จากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ มีคณุ ภาพของผู้เรียนดีขึน้ มคี วามประพฤติดี กริ ยิ ามารยาทเรียบร้อย ร้จู ักไหวแ้ ละทำความเคารพ
มีความรบั ผิดชอบ มีความเมตตากรณุ า มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจริต และมคี วามกตัญญูกตเวทีมากยง่ิ ขึน้
๓. กจิ กรรมท่ีช่วยส่งเสริมด้านสังคมและสาธารณประโยชน์ ข้าพเจ้าจะชว่ ยสนับสนนุ
และจดั กิจกรรมทีช่ ่วยส่งเสรมิ ดา้ นสังคมและสาธารณประโยชน์ ตามโครงการและโอกาสต่างๆ ทที่ างโรงเรยี น
หรอื หนว่ ยงานตน้ สังกัด ตลอดจนมลู นิธสิ มาน – คุณหญงิ เบญจา แสงมลิ จัดขึ้นอย่างเต็มกำลงั และ
ความสามารถ เพอื่ ส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นบำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ
ในลักษณะอาสาสมัครเพ่อื ชว่ ยขดั เกลาจติ ใจของผู้เรยี นใหม้ ีความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมจี ติ
สาธารณะเพื่อช่วยสร้างสรรคส์ ังคมให้อยรู่ ่วมกันอย่างมีความสขุ ไดแ้ ก่ (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๔-๕๕)
๓.๑ กิจกรรมค่ายอาสาพฒั นาส่งิ แวดล้อม
๓.๒ กจิ กรรมค่ายแกนนำสภานกั เรียน
๓.๓ กจิ กรรมอาสาจราจร
๓.๔ กจิ กรรมโรงเรียนสวยด้วยมือเรา
๓.๕ กิจกรรมรณรงคร์ ักษาสิ่งแวดลอ้ ม
๓.๖ กิจกรรม Big Cleaning Day (บา้ น/วดั /โรงเรยี น)
๓.๗ กจิ กรรมอนุรกั ษส์ ่ิงแวดล้อม ไดแ้ บง่ กลมุ่ รบั ผดิ ชอบเขตบรกิ ารของผูเ้ รยี นใน
ห้องเรียน และกลุ่มทำความสะอาดประจำวนั ๆ ละ ๕ กลมุ่ คอื ในหอ้ งเรียน, ห้องพิเศษ,ห้องน้ำ และเขต
บรกิ าร ๒ กลุม่ โดยนกั เรยี นรับผิดชอบตง้ั คณะทำงาน บนั ทึกลงสมุดงานเลม่ เล็ก เน้นการเขียนให้ถูกตอ้ งเป็น
ระเบียบ
๓.๘ กิจกรรมชมุ นุม โดยจดั ไวใ้ นตารางเรยี นปกติ ให้นักเรียนที่สนใจเขา้ ร่วมชมุ นมุ
ตามความสนใจ และความถนัด ซึ่งครผู สู้ อนทุกคนต้องต้ังชุมนมุ ให้นกั เรียนได้รว่ มกจิ กรรม มกี ารรายงานผลใน
ปลายภาคเรียนท่ี ๑ และ ๒ คือรายงานปีละ ๒ คร้ัง ในแตล่ ะภาคเรียนอาจต้งั ชมุ นมุ แตกตา่ งกนั ได้ ในสว่ นของ
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ได้กำหนดให้มชี มุ นมุ “รักษ์ภาษา” มีการศึกษา สรุปกจิ กรรมในการจดั งาน
นิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการประจำปี ของโรงเรียน
จากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ผู้เรียนเป็นผู้ท่ีมีความเมตตากรุณา
มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะมากยิ่งขึ้น รู้จักการแบ่งปันและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว
ชุมชน สังคม และประเทศชาติมากขึ้น รู้จักอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลืองานหรือกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น และ
สามารถทำงานร่วมกับผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
๑๑
สรุป
ข้าพเจ้าจะใหค้ วามรว่ มมือกับมลู นิธสิ มาน – คณุ หญงิ เบญจา แสงมลิ โดยการช่วยส่งเสริม
สนับสนนุ และจัดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ท่ีเปน็ ประโยชน์และสอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ของมลู นิธฯิ ซ่งึ จะดำเนนิ การใน
รูปแบบกจิ กรรมต่างๆ ได้แก่ จดั กจิ กรรมทีช่ ่วยส่งเสริมด้านการศึกษา เช่น กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ,
กิจกรรมแนะแนว , กิจกรรมการบูรณาการองค์ความรตู้ า่ ง ๆ , กิจกรรมสวดมนต์ไหวพ้ ระวันศุกร์ และกิจกรรม
สมดุ บนั ทึกความดี จัดกจิ กรรมที่ช่วยส่งเสริมด้านการศาสนา เช่น กจิ กรรมคา่ ยอบรมคุณธรรมจรยิ ธรรม ,
กิจกรรมธรรมสัญจร , กิจกรรมสง่ เสรมิ ประเพณีและพธิ ีกรรมทางศาสนา , กจิ กรรมสวดมนตไ์ หว้พระวันศุกร์ ,
กิจกรรมสมดุ บันทกึ ความดี และขา้ พเจา้ จะจดั กจิ กรรมที่ช่วยส่งเสริมดา้ นสังคมและสาธารณประโยชน์ เช่น
กิจกรรมค่ายอาสาพฒั นาสิง่ แวดล้อม , กิจกรรมคา่ ยแกนนำสภานักเรียน , กจิ กรรมอาสาจราจร , กิจกรรม
โรงเรียนสวยดว้ ยมอื เรา , กิจกรรมรณรงค์รักษาสงิ่ แวดล้อม , กิจกรรม Big Cleaning Day (บ้าน/วัด/โรงเรียน) ,
กิจกรรมอนรุ ักษ์สิ่งแวดลอ้ ม และกิจกรรมชมุ ชน อย่างเต็มกำลงั และความสามารถทกุ ๆ กจิ กรรมทด่ี ำเนนิ มา
สง่ ผลให้คุณภาพของผู้เรยี นดีขน้ึ ทงั้ ดา้ นความประพฤติ กิรยิ ามารยาท การไหวและทำความเคารพ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ความรบั ผิดชอบ ความเมตตากรุณา ความซื่อสตั ยส์ ุจริต และความกตัญญู
กตเวที ตลอดจนนักเรยี นรักการเรยี นรู้ แสวงหาความรู้ เป็นผู้มีความใฝ่รใู้ ฝ่เรียนเพ่ือพัฒนาตนเองมากย่งิ ขน้ึ
๘. ทา่ นมีคณุ สมบัติตามจรรยาบรรณครูทีค่ รุ สุ ภากำหนดอยา่ งไร
ขา้ พเจ้ามีคณุ สมบตั ติ ามจรรยาบรรณครูที่ครุ สุ ภากำหนด กล่าวคอื ข้าพเจา้ ตระหนักดีว่าวิชาชพี ครู
เปน็ วชิ าชีพชัน้ สงู มวี ิถที างแห่งปญั ญาในการบรกิ าร มเี สรภี าพทางวชิ าการและได้รับการยกย่องจากสงั คม
ทัว่ ไป เชน่ เดียวกบั วชิ าชีพชน้ั สงู อื่น ๆ เชน่ แพทย์ ตำรวจ ทนายความ ฯลฯ วิชาชีพเหลา่ น้ีตา่ งมจี รรยาบรรณ
ของผปู้ ระกอบวชิ าชพี น้ัน ๆ ดังน้ันในฐานะที่ขา้ พเจา้ ประกอบอาชีพข้าราชการครู ขา้ พเจ้าจึงใหค้ วามสำคัญ
และยึดถือเอาจรรยาบรรณครูเป็นหลักในการดำเนินชวี ติ เพื่อเปน็ แนวทางในการประพฤติปฏบิ ตั ิที่มีตอ่
วิชาชีพตอ่ ผ้เู รยี น ต่อตนเอง และต่อสังคม เพื่อสรา้ งความเชือ่ ถือใหเ้ กิดในตนเอง สถาบันและวิชาชีพ ดงั นี้
๘.๑. คุณสมบตั ทิ ั่วไป
ข้าพเจา้ มีคณุ สมบัติท่วั ไป ดังตอ่ ไปน้ี
๑.๑ ปัจจบุ ันดำรงตำแหนง่ ครู อันดับ คศ.๒ วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ โรงเรียนเทศบาล
สวนสนกุ สงั กัดสำนกั การศึกษา เทศบาลนครขอนแกน่ จังหวัดขอนแก่น กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิ่น
กระทรวงมหาดไทย
๑.๒ ปฏิบัตหิ นา้ ท่ใี นการจดั การเรยี นการสอน ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ต้ังแต่ วนั ท่ี ๑ กนั ยายน
๒๕๕๓ จนถงึ ปัจจุบนั เป็นเวลา ๑๐ ปี
๑.๓ ปจั จุบันขา้ พเจา้ เป็นผูไ้ ม่เคยถูกลงโทษทางวินัยใดๆ ตั้งแตร่ บั ราชการมาแม้แต่คำว่า
กลา่ วตักเตือน ในการปฏิบัติหน้าที่ครูไดจ้ ัดกระบวนการเรียนร้ใู หแ้ ก่ผเู้ รียนดว้ ยความรกั และความศรทั ธาใน
วชิ าชีพครู มคี วามอดทน เสยี สละและมุ่งมน่ั ท่ีจะพฒั นาผู้เรยี น ให้เปน็ คนดี คนเกง่ มีความสุข และสามารถ
ปรบั ตวั รู้เทา่ ทนั ความเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีและโลกได้
๑๒
๑.๔ มีความประพฤติในการครองตน ครองคน ครองงาน เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีและเปน็ ท่ี
ยอมรบั ของเพ่อื นรว่ มงาน บคุ คลในวิชาชีพและสังคม ดงั นี้
๑) การครองตน (มคี ณุ ธรรม) จริยธรรมที่พึงประสงค์
ในสว่ นการครองตนขา้ พเจา้ มีความตระหนักและสำนึกอยู่เสมอวา่ ตนเอง
เป็นครูตอ้ งเป็นตัวอยา่ งที่ดีให้กบั ศิษย์ โดยยึดถือแนวปฏบิ ัติในจรรยาบรรณครู รกั และเมตตาศิษย์ ใหค้ วาม
เอาใจใส่ช่วยเหลือสง่ เสรมิ และสนับสนนุ เพื่อความกา้ วหนา้ ของศษิ ย์อยา่ งเท่าเทยี มและสมำ่ เสมอ ให้กำลังใจใน
การศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า ใหก้ ารอบรม ส่ังสอน ฝกึ ฝนสรา้ งเสรมิ ความรู้ ทกั ษะและนิสัยท่ี
ถกู ต้องดงี ามใหแ้ กศ่ ษิ ย์อย่างเต็มความรคู้ วามสามารถดว้ ยความบรสิ ุทธิใ์ จ ตลอดจนสร้างขวัญและกำลงั ใจใน
โอกาสทสี่ ำคัญตา่ ง ๆ ข้าพเจ้าประพฤตปิ ฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างทด่ี ีแก่ศษิ ยท์ ั้งทางกาย วาจาและจิตใจ
ไมก่ ระทำตนใหเ้ ปน็ ปฏปิ ักษต์ ่อความเจรญิ ทางกาย สติปัญญา จติ ใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์ ไมแ่ สวงหา
ประโยชน์อนั เปน็ อามสิ สนิ จา้ งจากศิษย์ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีตามปกติ และไม่ใชใ้ หศ้ ิษย์กระทำการใดๆ อันเปน็
การหาผลประโยชนใ์ หแ้ กต่ นโดยชอบพัฒนาตนเองทงั้ ดา้ นวิชาชีพ ด้านบคุ ลิกภาพและวิสยั ทศั นใ์ ห้ทนั ต่อการ
พัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สงั คมและการเมืองอย่เู สมอรักและศรัทธาในวิชาชพี ครูและเป็นสมาชกิ ท่ีดี
ขององค์กรวชิ าชีพครู ช่วยเหลอื เกื้อกลู ครแู ละชมุ ชนในทางสร้างสรรค์ ประพฤติปฏิบัตติ นเปน็ ผู้นำในการ
อนุรักษ์และพฒั นาภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยไดน้ ำมาเป็นแนวทางในการทำหนา้ ที่ครู โดยอบรมสั่งสอนลกู
ศิษยด์ ้วยความรบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ี สอนเนอ้ื หาความร้คู วบคู่ไปกับคณุ ธรรมจริยธรรมและทักษะชวี ิตในดา้ น
ต่างๆ จากการการประเมนิ กลมุ่ ตวั บ่งช้พี ืน้ ฐาน ตัวบง่ ชีท้ ่ี ๖ ประสิทธิผลของการจัดการเรยี น การสอนท่ีเน้น
ผ้เู รยี นเป็นสำคญั จากการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสามของโรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ อยู่ในระดับ ดมี าก
๒) การครองคน (ทำงานรว่ มกับผู้อ่ืนไดด้ ี เป็นทยี่ อมรับ รกั ใคร่ของศษิ ย์ และ
ผูร้ ว่ มงาน)
ข้าพเจ้าได้ปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรมพรหมวิหาร ๔ ประกอบดว้ ย เมตตา กรณุ า มทุ ิตา
อุเบกขา ข้าพเจ้ามีคณุ ลักษณะประจำตวั ที่แสดงถึงการครองคน ดงั นี้
๒.๑ มบี ุคลกิ ภาพดี
๑. บคุ ลกิ ภาพเหมาะสมกบั การเป็นครู แตง่ กายสะอาดถูกตอ้ งตามระเบียบ
ของทางราชการกำหนด การวางตนถกู ต้องตามกาลเทศะ ทำใหผ้ ้คู บหาสมาคมสบายใจไม่เห็นแกต่ วั เป็นคนมี
เหตผุ ลมองโลกในแง่ดี ไม่ใช้อารมณ์ในแกไ้ ขปัญหา
๒. ไม่สูบบหุ รี่ ไมด่ มื่ สุราและของมนึ เมา
๓. อุปนิสัยร่าเรงิ แจ่มใส ออ่ นน้อมถ่อมตน
๔. ไมเ่ คยเอาเปรยี บผู้อ่ืน รับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ มาปรบั ปรงุ ตนเอง
และในการปฏิบตั งิ านใหด้ ีย่ิงข้ึน
๕. สร้างความค้นุ เคยกบั ผู้อ่นื ไดง้ ่าย เพราะการจดั กิจกรรมการเรียนการ
สอนหรอื งานให้หน้าทจ่ี ะประสบผลสำเรจ็ หรอื ไม่น้นั ขน้ึ อยู่กบั การติดต่อประสานงานกับบุคคลอน่ื อยู่เสมอ
ตามปกติข้าพเจ้ามมี นุษย์สมั พันธอ์ ยแู่ ลว้ จึงสามารถเขา้ กบั คนอ่นื ได้งา่ ย ทัง้ ในวงราชการ เพ่อื นร่วมงาน
ผู้ปกครองเดก็ ผ้นู ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผูม้ าตดิ ต่อราชการ จึงทำใหง้ านส่วนตัวและงานราชการ
สำเร็จด้วยดี
๑๓
๒.๒ มมี นษุ ยสัมพนั ธ์ดี
๑. สร้างความค้นุ เคยกับผู้อ่ืนไดง้ า่ ย เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หรอื
งานในหนา้ ท่ีจะสำเรจ็ หรอื ไม่นัน้ ขึ้นอย่กู บั การติดต่อประสานงานกับบุคคลอื่นเสมอ ตามปกตขิ ้าพเจ้ามมี นุษย์
สมั พนั ธ์ จึงสามารถเขา้ กับคนอนื่ ไดง้ ่าย ท้ังในวงราชการ เพื่อนรว่ มงาน ผ้ปู กครองเด็ก ผู้นำองค์กรปกครองสว่ น
ท้องถ่นิ และผู้มาติดต่อราชการ จงึ ทำให้งานส่วนตัวและงานราชการสำเร็จดว้ ยดี
๒. การใชเ้ หตุผลในการตัดสินใจ เม่ือมีปัญหาข้าพเจ้าจะปรึกษา
ผู้บงั คับบญั ชาและเพื่อนรว่ มงาน เป็นการตดั สินใจจากมติท่ีประชมุ เปน็ หลักการปฏบิ ตั ิงาน ในขณะเดยี วกนั
เพ่อื นรว่ มงานเมื่อมีปัญหาหรือผดิ พลาดในการปฏิบตั งิ าน ขา้ พเจ้าจะไมต่ ำหนิ ในทางตรงกันขา้ ม ขา้ พเจ้าได้ให้
กำลังใจและช่วยเหลือแก้ปัญหาด้วยเหตผุ ล ทำให้การปฏิบัติงานสำเรจ็ ไปได้ดว้ ยดี
๓. การยกย่องชมเชยผู้อนื่ เม่ือบคุ คลนน้ั ประพฤติตนได้ถูกตอ้ งและประสบ
ผลสำเร็จรู้จักยกยอ่ งชมเชยเพ่ือนขา้ ราชการครทู ่ีประสบความสำเรจ็ ชมเชยนักเรียนมีความขยนั ประพฤตดิ ี
เรียนดี และเด็กท่แี ต่งกายสะอาดเรียบร้อย การครองเรือนของคนในชุมชนทป่ี ระสบผลสำเร็จ ข้าพเจา้ จงึ ได้รับ
คำยกย่องชมเชยกลบั มา
๔. การแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ สำเรจ็ จากการปฏิบัตงิ านของขา้ พเจ้าใน
บางคร้งั มปี ัญหาเฉพาะหนา้ ต้องทำการแก้ไข โดยอาศยั ความเช่ือมั่นในตนเอง ขา้ พเจา้ ไม่ยอมให้ปญั หานั้นผา่ น
ไปและทำความเสียหายใหก้ ับส่วนรวมโดยเด็ดขาด ดังนน้ั ข้าพเจ้าจึงไดร้ ับความไว้วางใจจากผู้บังคับบญั ชา
เพือ่ นครูและบุคคลในชมุ ชนใหม้ สี ว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมากมาย
๒.๓ มสี ัมพันธภาพในการทำงาน
การทำงานรว่ มกับผู้อน่ื ข้าพเจา้ ใช้หลักกลั ยาณมิตร และมีมนุษยสมั พนั ธ์ทด่ี ี
สามารถทำงานร่วมกับผอู้ ื่นได้ทุกกลมุ่ ทุกเพศและทุกวัย จงึ ได้รับการยอมรับจากคณะผู้บรหิ ารโรงเรียน
คณะครู บคุ ลากรทางการศึกษาผรู้ ว่ มงาน นกั เรียน ผูป้ กครองและประชาชนทัว่ ไป อีกท้งั มีความ
เออื้ เฟ้ือเผือ่ แผ่ มบี ุคลิกภาพท่ีดี มคี วามสามารถประสานงาน มเี หตผุ ลสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ มีเทคนิค
การพูด เชญิ ชวน เสนอแนะ ให้กำลังใจ ทำงานรว่ มกับผูอ้ ่ืนโดยสามารถวางตวั ในการเป็นผ้นู ำ ผ้ตู าม และเปน็
ผใู้ ห้ ผ้รู บั ท่ดี ี มหี ลักในการทำงาน มคี วามบรสิ ุทธิ์ยุตธิ รรมและทำงานอยา่ งโปร่งใส ปราศจากอคติ ยดึ
ประโยชน์ของเด็ก และส่วนรวมเปน็ ทีต่ ง้ั จงึ ประสบความสำเร็จในการทำงานเปน็ ทีมได้รับการยอมรบั จากทุก
ฝา่ ยทเี่ ก่ียวข้อง สามารถเป็นแบบอย่าง ทด่ี ีไดแ้ ละมีผลในการครองคน ดงั น้ี
๑.ร่วมกิจกรรมกับผู้ร่วมงานในโรงเรยี น (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๕๕)
๑.๑ กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เขา้ ค่ายอบรมคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม , กิจกรรมตักบาตรเติมบุญ , กจิ กรรมตักบาตรทุกวนั พระและวนั สำคัญตา่ งๆ เป็นต้น
๑.๒ กิจกรรมสง่ เสรมิ ประเพณี เชน่ วนั เขา้ พรรษา/ออกพรรษาลอย
ประทปี ฯ ,วนั อาสาฬหบูชา , วันลอยกระทง , บญุ กฐนิ , วนั สงกรานต์ , เทศกาลงานไหมนานาชาติฯ , บญุ คนู
เมืองขอนแกน่ และงานบวงสรวงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นต้น
๑.๓ กิจกรรมการประชมุ /สมั มนา/ศกึ ษาดูงาน
๑.๔ ปฐมนเิ ทศ/กจิ กรรมปจั ฉิมนิเทศ(วันอำลาฟ้าเหลอื ง)
๑.๕ กจิ กรรมวนั ไหวค้ รู/วันครู
๑.๖ กิจกรรมวนั รกั ษไ์ ทย/วนั สนุ ทรภู่
๑.๗ กิจกรรมรณรงคแ์ ละตอ่ ตา้ นยาเสพติด
๑.๘ กิจกรรมการแขง่ ขันกีฬาภายในและกีฬากลุม่ เทศบาล
๑๔
๑.๙ กจิ กรรมวันเดก็ แห่งชาติ
๑.๑๐ กิจกรรมวนั วทิ ยาศาสตร์แหง่ ชาติ/วนั สิง่ แวดล้อม
๑.๑๑ กจิ กรรมเขา้ ค่ายลูกเสือ-เนตรนารี
๑.๑๒ กิจกรรมเข้าค่ายต่างๆ เชน่ ค่ายบูรณาการวิชาการ , ค่าย English
Camp, ค่ายคณติ ศาสตร์ , ค่ายสง่ิ แวดลอ้ ม , คา่ ยแกนนำ TO BE NUMBER ONE, ค่ายสภานกั เรยี น , คา่ ย
ลูกเสอื -เนตรนารี เปน็ ต้น
นอกจากการรว่ มกิจกรรมในโรงเรียนแลว้ ข้าพเจา้ ยังมีโอกาสไดร้ ่วมกจิ กรรมนอกโรงเรยี น อาทิ
เชน่ การอบรมสมั มนา , การศึกษาดูงาน , การนำเสนอผลงาน , ค่ายแกนนำ TO BE NUMBER ONE , ค่าย
สภานักเรยี น และการให้คำปรึกษาในการทำผลงานทางวชิ าการของเพ่อื นครู เชน่ การเปน็ ครูพี่เลีย้ งทปี่ รึกษา
ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์สอนสาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภฎั เลย และใหส้ ัมภาษณก์ ารจดั
กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย ของนสิ ิตปรญิ ญาโทสาขาการสอนภาษาไทย มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ และเป็นที่
ปรกึ ษาการทำผลงานทางวชิ าการของเพ่ือนครู เปน็ ต้น
๒. จดั / ร่วมกิจกรรมตามระบบดแู ลช่วยเหลอื เด็ก (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๖)
๑. การแกไ้ ขข้อบกพร่องของเด็ก ขา้ พเจ้าจะศกึ ษาสาเหตุของปัญหาและ
จัดการแกป้ ัญหาท่ตี ้นเหตุ เพราะเด็กมคี วามแตกต่างระหว่างบคุ คล บางคนมาจากครองครวั ยากจนขาดแคลน
ข้าพเจา้ แก้ปัญหา โดยเข้าร่วมอบรมโครงการดูแลและชว่ ยเหลือนักเรยี น ครู หมอ พ่อแม่ และสำรวจและ
จดั ทำเอกสารระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน SDQ ตามโปรแกรม HERO (hero-app.in.th)
๒. กิจกรรมออกเยยี่ มบ้านนักเรียน
๓. การคัดเลือกเด็กเขา้ รับทุนการศึกษาของโรงเรียน ภาคเรียนละ ๑ ครงั้
๓. ร่วมกจิ กรรมกับชุมชน
๑. การตดิ ตอ่ ประสานงานกบั ผู้ปกครอง (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๖)
๑.๑ การประชมุ เครือขา่ ยผปู้ กครองในวันปฐมนเิ ทศของนักเรียน ชแี้ จง
ระเบียบ วนิ ยั ของโรงเรยี น หลักสูตร การจัดการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล หลักเกณฑก์ ารเล่อื นช้ันเรยี น
และการจบการศึกษา ทำใหผ้ ู้ปกครองพอใจและเขา้ ใจ ออกเย่ยี มนกั เรียนและผปู้ กครองท่ีอย่ใู นความดแู ล
ประจำชนั้ เพื่อทราบ ความเป็นอยทู่ างบ้านเดก็ เป็นรายบุคคล สรา้ งสมั พนั ธ์กันดีระหว่างผู้สอนกบั ผปู้ กครองเดก็
๑.๒ เชญิ เครอื ขา่ ยผู้ปกครองและบคุ คลในชมุ ชนมาวิทยากรภายนอกให้
ความรู้แกต่ ามโครงการเรียนรโู้ ดยปราชญ์ทอ้ งถิ่น
๒. รว่ มกับคณะครูชว่ ยเหลืองานศพ คารวะศพ สวดอภธิ รรมและเผาศพ
๓. เชญิ ผ้ปู กครองพฒั นาและร่วมงานกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น
๔. ผปู้ กครองรว่ มมือแก้ไขความประพฤติของนักเรยี น ติดตามเด็กท่ขี าดเรยี น
โดยไมท่ ราบสาเหตุ โดยตามไปสอบถามทีบ่ ้าน โทรศัพท์พูดคุยถึงปัญหา และร่วมกันหาทางแก้ไขต่อไป
๑๕
๓. การครองงาน (รบั ผิดชอบ มุ่งมั่น ตงั้ ใจทำงานตามภารกจิ /ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
อย่างสร้างสรรค์ จนเกดิ ความสำเร็จ) ไม่เคยขาดงาน ข้าพเจา้ ได้นำแนวพระราชดำรขิ องพระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี ๙ ผเู้ ป็น “พ่อครแู ห่งแผน่ ดนิ ” มาเป็นแบบอยา่ งในการดำเนินชีวติ และการทำงาน โดย
ยดึ มั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว รัชกาลที่ ๙ ทีว่ า่ “ผูท้ ่เี ป็นครูจะตอ้ งถือเป็นหน้าที่
อันดับแรกท่ีจะต้องให้การศึกษา คอื สั่งสอนอบรมอนชุ นใหไ้ ด้ผลแทจ้ ริง ทง้ั ในดา้ นวชิ าความรู้ ทัง้ ในดา้ น
จติ ใจและความประพฤติ ท้ังต้องคดิ วา่ งานที่แตล่ ะคนกำลังทำอยนู่ ้ีคอื ความเปน็ ความตายของประเทศ
เพราะอนุชนท่มี ีความรู้ความดีเท่านั้นทจี่ ะรักษาชาตบิ า้ นเมืองไวไ้ ด”้ จากพระราชดำรสั ดังกลา่ ว จึงทำให้
ขา้ พเจ้ามปี ณธิ านที่แน่วแน่และต้ังใจว่าจะประพฤตปิ ฏิบตั หิ นา้ ท่รี าชการตามบทบาทและหน้าทข่ี องครู อย่าง
เต็มกำลังความสามารถมีศรทั ธาและยึดมน่ั ในอดุ มการณ์แห่งวชิ าชีพครู เสยี สละและอุทิศเวลาให้กบั การอบรม
สง่ั สอนผเู้ รียนให้เปน็ ผทู้ ม่ี คี วามประพฤตติ ามคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ คือ เปน็ คนดี เก่ง และมคี วามสุข ด้วย
เหตุดังกลา่ วขา้ พเจ้าจึงไม่เคยขาดงานเลย
๘.๒ คุณสมบตั ิเฉพาะ
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ดำเนนิ การรายงานผลตามคุณสมบตั ิเฉพาะ
ประกอบด้วย ๑) มีความรคู้ วามสามารถและทักษะในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ๒) มคี วามคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์
ในการออกแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรอู้ ย่างมีคุณภาพหลากหลาย และเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียน
และ ๓) มีการวัดประเมนิ ผลการเรยี นรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและนำผลการประเมินไปใชใ้ น
การพฒั นาการจดั กิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนอ่ื ง โดยมีการดำเนินการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ดังนี้
๑. มแี ผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ีเน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั เปน็ ปจั จุบนั
ขา้ พเจ้าไดจ้ ัดการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ โดยการวิเคราะหห์ ลักสูตร
วิเคราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ โดยพิจารณาจากมาตรฐานการเรียนรู้ วิเคราะห์บรบิ ทของ
ชุมชน บรบิ ทของโรงเรยี นและวิเคราะหผ์ เู้ รียนเป็นรายบุคคล จดั ทำหน่วยการเรียนรูใ้ ห้สอดคลอ้ งกับ
ธรรมชาติการเรยี นรู้ของนักเรียน กำหนดจำนวนหน่วยการเรียนรู้ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ยู อ่ ย
และจำนวนชวั่ โมง จัดทำแผนการจดั การเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั การดำเนนิ การสอนมุง่ ให้เดก็ มสี ่วนรว่ ม
ในการทำกิจกรรมด้วยตนเองมากทีส่ ุดผ่านกระบวนการกลุ่มการแสวงหาความรู้หลากหลายเนน้ ทกั ษะการ
ปฏบิ ัตทิ ัง้ ในเวลาเรยี นและนอกเวลาเรยี นมุง่ เนน้ พฒั นาคุณธรรม และจริยธรรม เรยี นรู้แบบบรู ณาการมุ่งพฒั นา
ใหเ้ ด็กเกิดปญั ญาและมีความสขุ
การวดั และประเมนิ พัฒนาการ ไดด้ ำเนนิ การวดั และประเมนิ พฒั นาการตามสภาพ
จริง โดยได้สร้างเครื่องมือวัด ได้แก่ แบบสังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม ได้วเิ คราะหเ์ ด็กรายบุคคล รว่ มกบั การ
ใช้บนั ทกึ การสนทนา แบบบันทกึ พัฒนาการรายบุคคล แบบสำรวจตนเอง ซง่ึ มีความหลากหลายสามารถ
นำไปใช้วดั และประเมนิ ความพร้อมให้สอดคลอ้ งกบั ที่กำหนดไว้ ทำใหท้ ราบผลการเรยี นรู้ สะท้อนถงึ การ
เรียนของนักเรยี นและผลการจดั ประสบการณข์ องครู นำผลดงั กล่าวทไ่ี ด้ไปปรับปรงุ การเรยี นการสอน
การรายงานผล ตอ่ ผ้เู รียน ผู้ปกครองและผู้บรหิ ารสถานศึกษา ไดด้ ำเนนิ การ
วิเคราะห์สรุปผลการวัดและประเมนิ ความพร้อมทุกภาคเรียน แจง้ ใหน้ ักเรียนทราบ เพ่ือจะได้นำไปเปน็ ข้อมูล
พฒั นาตนเองและปรบั ปรุงวธิ กี ารเรียนรู้ใหด้ ขี ้นึ แลว้ มอบข้อมลู สารสนเทศของผลการเรยี นรูแ้ ก่ผู้ปกครอง ได้
ทราบผลการเรียนของบุตรหลาน ซึง่ เปน็ วธิ ีการท่ดี ี ทีท่ ำให้ผูป้ กครองได้รว่ มมือกับโรงเรยี นในการดแู ลเอาใจใส่
และร่วมพฒั นาการเรียนรู้ใหก้ ับเดก็ นอกจากน้ียังได้รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หผ้ ู้บริหาร
สถานศกึ ษารับทราบ เพอื่ นำไปเป็นขอ้ มลู กำหนดนโยบายและหาแนวทางพฒั นาครู เพ่อื วางแผนการจัด
การศึกษาของโรงเรียนใหม้ ีคุณภาพต่อไป
๑๖
๒. มีความสำเรจ็ ในการพัฒนาตามแผนพฒั นาตนเอง (ID Plan)
ข้าพเจา้ ได้พฒั นาตนเองตามสมรรถนะหลกั และประจำสายงานโดยสรปุ ดงั นี้
สมรรถนะหลัก
๑. การมุง่ ผลสัมฤทธิ์ ประกอบด้วย ๑) ความสามารถในการวางแผนการ
ปฏบิ ตั ิงาน ๒) ความสามารถในการปฏบิ ัตงิ าน และ ๓) ผลการปฏิบัติงาน ขา้ พเจา้ ได้วางแผนการปฏิบตั งิ าน
ที่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั ไดป้ ฏบิ ตั ิงานจรงิ จากส่ือของจรงิ สอ่ื รอบตวั ในชวี ิตประจำวัน นวัตกรรมใช้ทม่ี ี
ประสทิ ธิภาพมผี ลทำให้ผู้เรียนสนใจ ต้ังใจ มีความกระตือรอื รน้ ทีจ่ ะเรยี นรู้ มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นท่ีดีขึน้
มีทกั ษะในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตามศกั ยภาพของแต่ละบุคคล
๒. การบรกิ ารทดี่ ี ประกอบดว้ ย ๑) ความสามารถในการสรา้ งระบบการ
ให้บรกิ าร และ๒) ความสามารถในการใหบ้ ริการ ขา้ พเจา้ ได้ให้บรกิ ารผลงานทางวิชาการ ใหค้ ำปรึกษา
ชว่ ยเหลอื เพ่อื นครู ผ้ปู กครองและชุมชน เปน็ การเผยแพร่นวตั กรรมไปดว้ ย มผี ลทำให้ขา้ ราชการครูแนวทาง
ในการจัดการความรู้ใหแ้ กต่ นเองและผเู้ รียน ชุมชนได้รับการพฒั นาในส่ิงที่ถกู ต้อง
๓. การพฒั นาตนเอง ประกอบด้วย ๑) ความสามารถในการวางแผนเพอื่ การ
ปฏบิ ัติ๒) ความสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร ๓) ความสามารถในการติดตามความเคลอ่ื นไหว
ทางวิชาการและวชิ าชพี และ ๔) ความสามารถในการประมวลความร้แู ละการนำความรู้มาใช้ ข้าพเจ้าได้เขา้
รับการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน ศึกษาจากเอกสาร สืบค้นข้อมลู จาก web site ต่างๆ ตลอดทง้ั แลกเปล่ียน
ความรูก้ ับบคุ คลอืน่ ทำใหข้ า้ พเจา้ เกดิ องคค์ วามรู้และนำความรู้ความสามารถมาพัฒนางานในหน้าที่ให้เกิด
ประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี น องค์กร และเกิดประโยชน์ดา้ นการจดั การศึกษา
๔. การทำงานเปน็ ทมี ประกอบดว้ ย ๑) ความสามารถในการวางแผนการ
ปฏิบัตงิ าน และ ๒) ความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกัน ข้าพเจา้ ระลึกอยู่เสมอวา่ ทำงานหลายคนดีกวา่
ทำงานคนเดียว ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื ทำใหเ้ กิดความสามคั คีในหมู่คณะ มีความสขุ ในการทำงาน
และสามารถทำงานไดส้ ำเร็จ ดงั คำกลา่ ว“อยากไปได้เรว็ ตอ้ งไปคนเดียว แต่ถา้ อยากไปได้ไกลต้องไปเปน็ ทมี ”
สมรรถนะประจำสายงาน
๕. การจัดการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย ๑) ความสามารถในการสรา้ งและการพฒั นา
หลักสูตร ๑) ความสามารถในเน้อื หาสาระทส่ี อน ๒) ความสามารถในการจดั กระบวนการเรยี นร้ทู ีเ่ นน้ ผูเ้ รยี น
เปน็ สำคญั ๓) ความสามารถในการใชแ้ ละพัฒนานวตั กรรมเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือจัดการเรียนรู้ และ ๔)
ความสามารถในการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ ข้าพเจ้าได้วางแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั
โดยยดึ แนวคดิ ทฤษฎีการเรียนรูม้ าประยุกตใ์ ช้ในการเขียนแผนการจดั การเรียนรู้ ปรบั ปรงุ ขอ้ บกพร่องแลว้
นำมาประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดผลดีต่อการจัดการเรียนรู้
๖. การพฒั นาผเู้ รียน ประกอบดว้ ย ๑) การปลูกฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม แก่ผเู้ รียน
๒) สง่ เสริมกจิ กรรมความคดิ วิเคราะหใ์ ห้แก่ผู้เรียน และ ๓) สง่ เสริมทักษะและกระบวนการเรยี นรู้ ขา้ พเจา้ ได้
สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรมในแผนการจัดการเรยี นร้ทู กุ แผนทำใหผ้ เู้ รียนมีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์หลาย
ประการ
๗. การบริหารจัดการชน้ั เรยี น ประกอบด้วย ๑) ความสามารถในการจัด
บรรยากาศในการเรียนรู้ ๒) ความสามารถในการจดั ทำข้อมูลสารสนเทศ และ ๓) ความสามารถในการกำกบั
ดูแลชั้นเรยี น ขา้ พเจ้าได้จัดบรรยากาศในช้นั เรยี นเสมือนบ้านจัดปา้ ยนเิ ทศทำเอกสารเด็กรายบคุ คล จัดระบบ
ดแู ลช่วยเหลือเด็กเพ่ือนำข้อมูลไปพฒั นาผเู้ รยี น ทำให้ผู้เรียนมคี วามสุขในการเรยี น ครเู ป็นแบบอย่างทด่ี ี ใน
การรวบรวมขอ้ มลู อย่างเปน็ ระบบ
๑๗
๘. การวเิ คราะห์ สังเคราะหแ์ ละการวิจยั ในชนั้ เรยี น ประกอบด้วย ๑)
ความสามารถในการวิเคราะห์ ๒) ความสามารถในการสงั เคราะห์ ๓) ความสามารถในการเขยี นผลงานทาง
วชิ าการ และ ๔) ความสามารถในการวจิ ยั ขา้ พเจ้ามีความสามารถในการวิจยั และเขยี นผลงานทางวิชาการ
ทำให้แกป้ ัญหาในช้นั เรยี น อย่างถกู ต้องถกู วิธี ต่อเน่อื งและเปน็ ระบบส่งผลใหข้ ้าพเจา้ ได้มผี ลงานทางวิชาการ
เพื่อขอใหม้ หี รอื เลื่อนวทิ ยฐานะท่ีสงู ขึ้นต่อไป
๙. การสรา้ งความรว่ มมือกับชุมชน ประกอบด้วย ๑) ความสามารถในการ
วางแผนนำชุมชุนมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมของสถานศึกษาและ ๒) ความสามารถในการเขา้ รว่ มกิจกรรมของ
ชมุ ชน ขา้ พเจา้ ได้ประสานความรว่ มมือกับชมุ ชน เพ่ือร่วมกันพฒั นาผูเ้ รยี นเชญิ เป็นวทิ ยากรภายนอกใหค้ วามรู้
แกน่ กั เรยี น นักเรียนไปศกึ ษาจากแหลง่ เรียนรูใ้ นชมุ ชน เช่น สวนพชื ผัก ไร่นาสวนผสม ร้านคา้ ชมุ ชน วดั
งานบุญประเพณตี ่างๆ ในชุมชน จากผลการติดต่อกับผปู้ กครองนักเรียน ทำใหผ้ ปู้ กครองเขา้ ใจการจัดการ
เรยี นรู้ของหลักสูตรสถานศึกษา ภาคภมู ใิ จทค่ี รเู อาใจใส่ต่อบุตรหลานของตนเอง เห็นความสำคญั การจดั
การศึกษา เขา้ ร่วมพัฒนาโรงเรียน สนบั สนุนอุทศิ เวลา แรงกายและทนุ ทรัพย์ชว่ ยเหลือกิจการของโรงเรยี น
๑๐. วนิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ประกอบดว้ ย ๑) การมี
วนิ ยั ๒) การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่างทดี่ ี ๓) การดำรงชวี ติ อย่างเหมาะสม ๔) ความรักและศรทั ธาใน
วชิ าชพี และ ๕) ความรับผิดชอบในวิชาชีพ ขา้ พเจา้ มวี ินัยในตนเอง ไม่เคยกระทำผิดแมแ้ ต่คำว่ากลา่ ว
ตักเตือน ปฏิบัตใิ นส่งิ ที่ถูกต้อง ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างที่ดใี ห้แก่เด็กและชุมชน ดำรงชีวติ อยา่ งเหมาะสม
โดยยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ขา้ พเจ้ารักและศรทั ธาในวิชาชพี ครู เพราะครูเปน็ ปูชนยี บุคคล
หน้าทค่ี รูนน้ั ยงิ่ ใหญ่ เปน็ ผ้สู รา้ งคนให้เปน็ คนเมื่อประเทศชาตมิ ีแต่คนดีชาตนิ นั้ กเ็ จริญรุ่งเรืองจากการปฏบิ ัติ
หนา้ ที่ครู เปน็ สมาชกิ ที่ดีขององค์กรวชิ าชีพครู ขา้ พเจ้ามีความเช่ือมนั่ ชื่นชม ภมู ิใจในความเป็นครูและองคก์ ร
วิชาชพี ครวู ่ามีความสำคัญจำเปน็ ตอ่ สังคม
สรปุ
ขา้ พเจ้าเปน็ ผู้ทีม่ คี ุณสมบตั ิครบตามจรรยาบรรณครูท่ีครุ ุสภากำหนด โดยพจิ ารณารายด้าน คือ
ดา้ นคุณสมบตั ิท่ัวไปและดา้ นคณุ สมบตั ิเฉพาะ ถา้ พิจารณาในด้านคุณสมบัตทิ วั่ ไป ขา้ พเจา้ เปน็ ผทู้ ่ีมีความ
ประพฤตใิ นการครองตน ครองคน ครองงาน เปน็ แบบอย่างทีด่ แี ละเป็นทยี่ อมรบั ของเพ่ือนร่วมงาน ดงั น้ี ๑)
ขา้ พเจา้ เปน็ ผู้ทีม่ ีการครองตนทีด่ ี กลา่ วคอื ขา้ พเจ้าเปน็ ผู้ทมี่ ีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมที่พึงประสงค์ ยึดถือแนว
ปฏิบัติในจรรยาบรรณครู รักและเมตตาศิษย์ ให้ความเอาใจใสช่ ว่ ยเหลอื ส่งเสริมและสนับสนนุ เพ่อื
ความก้าวหนา้ ของศษิ ย์อย่างเทา่ เทยี มและสมำ่ เสมอ ๒) ข้าพเจา้ เปน็ ผู้มีการครองคนท่ดี ี กล่าวคอื ข้าพเจ้า
เป็นผูท้ ่ีมีบคุ ลกิ ภาพดี มีมนุษยสมั พันธ์ดี มีสมั พนั ธภาพในการทำงานสามารถทำงานร่วมกับผู้อ่นื ได้ดี เป็นท่ี
ยอมรบั รกั ใคร่ของศิษย์ และผูร้ ว่ มงาน ๓) ข้าพเจ้าเปน็ ผู้มกี ารครองงานทดี่ ี กล่าวคือ ข้าพเจ้าเป็นผู้ทม่ี ีความ
รับผิดชอบ มุ่งมนั่ ตั้งใจทำงานตามภารกิจท่ีได้รบั มอบหมายอยา่ งสรา้ งสรรค์ จนเกิดความสำเร็จ ถ้าพจิ ารณา
ในดา้ นคุณสมบัตเิ ฉพาะ ข้าพเจ้าเปน็ ผู้ท่ีมีคณุ สมบัตเิ ฉพาะ ดงั น้ี ๑) ขา้ พเจา้ เป็นผ้ทู ี่มีความรู้ความสามารถ
และทักษะในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ๒) ข้าพเจา้ เป็นผู้ทีม่ คี วามคิดรเิ ริม่ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบการจดั
กจิ กรรมการเรียนรูอ้ ยา่ งมคี ุณภาพหลากหลาย และเหมาะสมกับศักยภาพของผูเ้ รียน และ ๓) ขา้ พเจ้าเป็นผทู้ ่ี
มกี ารวดั ประเมนิ ผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรยี นรอู้ ย่างเป็นระบบและนำผลการประเมินไปใช้ในการ
พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑๘
ตอนท่ี ๒ การนอ้ มนำพระบรมราโชวาทหรอื พระราชดำรสั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราชบรมนาถ
บพติ ร ไปใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนและดำรงชวี ิตอยา่ งไร
๑๙
ตอนท่ี ๒ การน้อมนำพระบรมราโชวาทหรือพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ไปใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอนและดำรงชวี ิตอยา่ งไร
๑. ขา้ พเจ้าได้น้อมนำพระบรมราโชวาทหรอื พระราชดำรสั ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มาใช้ในการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตและการดำรงชีวิตอยา่ งมี
ความสุข มี ๒ ประการ คือ พระบรมราโชวาท “เร่ืองการทำงาน” และพระบรมราโชวาท “เร่อื งความ
พอเพียง” ดังนี้
๑.๑ จากพระบรมราโชวาท เรื่องการทำงาน ความว่า “...เมอ่ื มีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำ
โดยไมจ่ ำเปน็ ต้องต้ังขอ้ แม้ หรือเงอ่ื นไขอันใด ไวใ้ หเ้ ปน็ เครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานไดจ้ รงิ ๆ นั้น ไมว่ ่าจะ
จบั งานส่งิ ใด ยอ่ มทำได้เสมอ ถ้ายงิ่ มคี วามเอาใจใส่ มคี วามขยนั และความซอ่ื สัตยส์ ุจริต กย็ ิ่งจะช่วยให้
ประสบผลสำเร็จในงานท่ีทำสงู ขน้ึ ...” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วทิ ยาลัยเทคโนโลยี
และอาชีวศึกษา ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๐
ขา้ พเจา้ ได้น้อมสำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณอย่างล้นพ้นและไดน้ ้อมนำ “พระบรมราโชวาท” เรอื่ งการ
ทำงาน อนั ทรงคณุ คา่ มาปรบั ใชใ้ นการทำงานและการดำรงชีวิตประจำวัน ตามรอยคำสอนของพอ่ ดังน้ี
๑.๑.๑ ทำงานโดยไม่มขี ้อแม้ เมื่อข้าพเจ้าได้รบั มอบหมายงานใดๆ มา ข้าพเจ้าได้พยายาม
และมุ่งมัน่ ทำงานท่ีได้รับมอบหมายนั้นใหส้ ำเรจ็ ทกุ งาน แม้จะเปน็ เพียงงานเล็กน้อย เป็นงานทไี่ ม่สร้างชอื่
หรืองานที่ไม่ถนัด ข้าพเจา้ ถอื เปน็ โอกาสดีท่ีไดท้ ำเพราะน่ันคือการได้สัง่ สมประสบการณ์และศักยภาพในการ
ทำงานของตนเองมากย่งิ ขนึ้ เช่น งานธุระการและงานวิชาการในสายชน้ั , รายงานสรุปผลการดำเนินกจิ กรรม
และโครงการต่างๆ ฯลฯ
๑.๑.๒ ทำทุกงานใหม้ ีประสิทธภิ าพ ข้าพเจา้ ตระหนกั ดวี ่างานทกุ งานที่มาถึงมือข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะมุ่งมนั่ ทำด้วยความต้ังใจจริงและมีประสทิ ธิภาพทุกชิ้นงาน ไม่ว่าจะงานเลก็ งานใหญ่ ดงั นน้ั งานจงึ
ออกมาดีและมปี ระสิทธภิ าพทุกช้นิ ขา้ พเจ้ามีความภมู ใิ จในงานทท่ี ำทุกชน้ิ เพราะว่าได้ทำอยา่ งเต็มที่ เตม็ กำลงั
และเตม็ ความสามารถแล้ว
๑.๑.๓ เอาใจใส่กับทกุ งานท่ีได้รับมอบหมาย งานทขี่ ้าพเจา้ ไดร้ บั มอบหมายทุกงาน
ข้าพเจ้าไดใ้ ห้ความสนใจและเอาใจใส่ท่จี ะทำมันอย่างเต็มที่ ติดตามงานจนงานสำเรจ็ ตรวจทานและ
ตรวจสอบทุกครง้ั อย่างรอบคอบ เพื่อลดความผิดพลาดท่ีอาจจะเกิดขน้ึ สง่ ผลให้ไดร้ บั ความไวว้ างใจในการ
ทำงานอน่ื ๆ จากคณะผบู้ ริหารและเพ่ือนร่วมงาน เชน่ งานพิธีกร , งานวทิ ยากร , งานธรุ การ , งานวชิ าการ ,
กจิ กรรมและโครงการตา่ งๆ ฯลฯ
๑.๑.๔ มคี วามขยนั จากคำกลา่ วทวี่ ่า“งานหนกั ไมเ่ คยฆ่าคน” ข้าพเจ้าได้ยึดเป็นแนวคิด
นำมาใช้ในการทำงานเพราะข้าพเจ้าเชอ่ื ว่า “งานหนกั ไมเ่ คยทำร้ายใคร แต่กลบั ชว่ ยสรา้ งคนให้เปน็ ยอดคน”
เพราะหลายคนท่ปี ระสบความสำเรจ็ ในชีวติ นั้นสว่ นใหญ่มีพนื้ ฐานมาจาก “ความขยัน” ดังน้นั ขา้ พเจ้าจึงให้
ความสำคญั กบั ความขยัน มีความขยันในการทำงานและสรา้ งประสบการณ์ใหก้ บั ตนเองอย่างไม่หยดุ น่งิ
๒๐
๑.๑.๕ ซ่อื สัตย์สจุ รติ ขอ้ น้ีสำคัญท่ีทำให้ขา้ พเจ้าเปน็ คนดี และเจริญกา้ วหนา้ ในหนา้ ที่การ
งาน จวบจนปัจจุบนั เพราะนอกจากความขยัน ความเกง่ ในการทำงานแล้ว การมจี ติ ใจท่ดี กี ็สำคญั ต่อ
องค์กรดว้ ยเช่นกนั ดังน้นั ข้าพเจา้ จงึ ใหค้ วามสำคญั และยึดถือความซื่อสตั ยส์ ุจริตในการทำงานมาเป็นอนั ดับ
หน่ึง ปจั จบุ ันการหาคนเก่งมาทำงานหาได้ง่าย แต่หาคนท่ีซื่อสัตยส์ จุ รติ ตอ่ องคก์ รอยา่ งแท้จรงิ หายากกวา่
ดว้ ยการทำงานภายใต้ความซื่อสัตย์สจุ ริตของข้าพเจา้ ท่ยี ดึ ถือปฏบิ ตั มิ าโดยตลอด ส่งผลให้เป็นทีไ่ ว้วางในของ
คณะผบู้ รหิ ารและเพื่อนร่วมงาน พรอ้ มและกล้าพอที่จะมอบหมายงานที่สำคญั ขององค์กรใหก้ ับข้าพเจ้าเปน็
ประจำสม่ำเสมอ
สรปุ
จากการที่ขา้ พเจา้ ไดน้ ้อมนำพระบรมราโชวาท “เรื่องการทำงาน” มาประยกุ ตใ์ ช้ในการทำงานและ
การดำรงชวี ิตดงั รายละเอียดที่ไดก้ ลา่ วมาในขา้ งตน้ นน้ั ส่งผลใหข้ า้ พเจ้าไดร้ บั รางวัล “ครูหวั ใจทองคำ” ครผู ทู้ ่ีมี
ความรบั ผดิ ชอบ ขยนั ซ่อื สตั ย์ อดทด และอุทิศตนดว้ ยความเสยี สละท่มุ เทใหก้ ับการทำงาน มอบให้สำนัก
การศกึ ษาเทศบาลนครขอนแก่น และได้รบั รางวัล “ครดู ีเด่นในการพฒั นาตนเอง” สามารถเปน็ แบบอย่างท่ีดี
และเป็นทยี่ อมรับจากบคุ คลอื่น ๆ มอบใหโ้ ดยโรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า๕๗)
๑.๒ จากพระบรมราโชวาท “เรอ่ื งความพอเพยี ง” ความวา่ “…พอเพยี งน้ี อาจจะมีมาก…อาจจะมี
ของหรหู รากไ็ ด้ แตว่ า่ ตอ้ งไม่ไปเบียดเบยี นคนอน่ื ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำ
อะไรกพ็ อเพียง ปฏบิ ตั ติ นก็พอเพียง…” (พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่คณะบุคคลตา่ งๆ ทเ่ี ขา้ เฝา้ ฯ ถวายชยั มงคล เนื่องในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลา
ดุสติ คาลัย สวนจติ รลดารโหฐานพระราชวังดสุ ิต วนั ศุกร์ ที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑)
ขา้ พเจา้ ได้น้อมนำคำสอนของพอ่ ตามแนว “ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง” มาปรับใช้เปน็ แนวทางในการ
วางแผนการเงิน การทำงานเพอ่ื ความม่นั คงและย่ังยนื ในการใช้ชีวิตอยา่ งมีความสุขได้ ดังน้ี
๑.๒.๑ ความพอประมาณ กล่าวคอื ขา้ พเจ้ามีความพอประมาณในการใช้จา่ ยเงนิ อย่าง
ประหยัดตามฐานะหรอื รายได้ท่เี รามโี ดยไม่ใชจ้ ่ายเกนิ ตวั เพื่อป้องกนั การเกดิ หนสี้ นิ ทีจ่ ะตามมาในอนาคต
ข้าพเจ้ามีบญั ชีธนาคารเพือ่ ทำการฝากประจำทุกเดอื น เพ่ือควบคุมรายการใช้จา่ ยให้เหมาะสม และพยายามตดั
ลดค่าใชจ้ า่ ยต่างๆ ท่ีไม่จำเป็นออกไป และไดส้ ่งเสรมิ ใหน้ กั เรยี นได้ทำการฝากเงินเป็นรายสัปดาหต์ าม
ความสามารถ ในโครงการออมทรัพย์ของธนาคารโรงเรยี นอย่างเป็นประจำและสม่ำเสมอ
๑.๒.๒ ความมีเหตุผล กลา่ วคอื ขา้ พเจา้ เปน็ ผทู้ ี่ใชจ้ ่ายเงินอยา่ งมีเหตุผล โดยในการใช้
จ่ายเงินแตล่ ะครั้งนัน้ เราควรจะตอ้ งไตรต่ รองให้ดีวา่ มเี หตผุ ลท่ีดพี อม้ัยท่เี ราจะใชเ้ งินน้ัน โดยต้องแยกใหอ้ อกวา่
ส่ิงของท่เี ราจะซ้ือนัน้ อะไรคือความจำเป็น หรือความอยากได้มากกวา่ กนั
๑.๒.๓ มภี ูมิค้มุ กนั ในตวั ที่ดี กล่าวคือ ข้าพเจ้าเปน็ ผู้ที่มภี ูมิคุม้ กนั ในตวั ที่ดีโดยตง้ั อยูบ่ น
พื้นฐานความไม่ประมาทในการใชช้ วี ิต รจู้ กั วางแผนบริหารจัดการดา้ นการเงินที่ดี รวมไปถึงการจัดการความ
เสย่ี งทงั้ หลาย
๒๑
โดยในการวางแผนการเงินของขา้ พเจ้านน้ั จะคำนึกถึงเง่ือนไขของการมีความรแู้ ละมีคุณธรรมมาควบคู่
กนั ดว้ ยทุกคร้ัง กล่าวคอื ขา้ พเจา้ ได้ทำการศกึ ษาค้นควา้ หาความร้เู พิ่มเตมิ ท้ังในเร่ืองการวางแผนการเงนิ และ
การลงทุนเพื่อให้เรามคี วามรู้อยา่ งดพี อเป็นประจำสมำ่ เสมอ ตลอดจนการมีความรู้ทจี่ ะหารายได้เพิ่มข้ึนด้วย
ซึ่งความรู้ดังกลา่ วจะต้องคำนึงถงึ คุณธรรมควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยไม่โกงและไม่เอาเปรียบผูอ้ ื่น ซง่ึ ขา้ พเจ้าเหน็
แล้ววา่ การที่ข้าพเจ้าได้น้อมนำคำสอนของพอ่ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยหู่ ัว รชั กาลท่ี ๙ มาปรบั ใช้ในการวางแผนการเงินแลว้ นั้น ทำให้ข้าพเจา้ บรหิ ารการเงนิ ได้อย่างพอเพียง
และสามารถดำเนนิ ชวี ติ ได้อย่างมคี วามสุขตลอดมา
สรุป
จากการที่ขา้ พเจ้าไดน้ ้อมนำพระบรมราโชวาท “เร่อื งความพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
และการดำรงชวี ติ ดังรายละเอียดทไี่ ด้กลา่ วมาในข้างต้นนนั้ สง่ ผลใหข้ า้ พเจา้ เป็นผูท้ ี่ดำเนินชวี ติ ตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี งภายใต้หลกั ความพอเพยี ง ซง่ึ ประกอบด้วย หลกั พอประมาณ มีเหตุผลและการมีภมู คิ ุ้มกนั
ตลอดจนนาคุณธรรมมาใช้ควบคใู่ นการดำเนินชีวิตตามฐานะ ร้จู กั ใช้เงินอย่างประหยัดและคุม้ คา่ สามารถ
บรหิ ารการเงินและมีการฝากออมทรัพย์จนมีเงินเกบ็ มากพอที่จะใช้จ่ายในครอบครัว เลย้ี งดบู ดิ ามารดาและเป็น
ทุนการศึกษาใหก้ บั ตนเองได้โดยไมเ่ บยี นเบียนพ่อแม่ ไม่เป็นผมู้ ีหนี้สนิ ล้นพ้นตัว รวมถึงการนำหลักธรรมที่
นำมาซึง่ ความสงบสขุ มาใชใ้ นการดำเนินชีวิต เขา้ วดั ปฏิบัติธรรมฝกึ จิตและสมาธิอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยงั สง่ ผล
ให้โรงเรยี นไดร้ บั รางวัล “สถานศึกษาพอเพียง” อีกด้วย
๒. ข้าพเจา้ ไดน้ ้อมนำพระบรมราโชวาทหรอื พระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพติ ร มาประยุกตใ์ ช้ในการพัฒนาการจัดการเรยี นการสอนพรอ้ มกับ
สอดแทรกหลกั ธรรมคำสอนของพ่อเพื่อปลูกฝงั คุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน มี ๓ ประการ คอื ๑) พระบรม
ราโชวาท “เรื่องความพอเพยี ง” ๒) พระบรมราโชวาท “เรอ่ื งการคิดก่อนพูด” และ ๓) พระบรมราโชวาท
“เรอ่ื งความสามัคค”ี ซ่ึงมรี ายละเอียดดังน้ี
๒.๑ พระบรมราโชวาท “เร่อื งความพอเพยี ง” ความวา่ “…ความพอเพยี งนไ้ี ม่ไดห้ มายความ
วา่ ทุกครอบครวั จะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผา้ ใส่เอง อย่างนัน้ มนั มากเกินไป แต่ในหม่บู า้ นหรือใน
อาํ เภอ จะตอ้ งมคี วามพอเพียงพอสมควร บางส่ิงบางอยา่ งท่ผี ลติ ไดม้ ากกวา่ ความต้องการ กข็ ายได้แต่ในท่ีไม่
หา่ งไกลเท่าไหร่ ไมต่ ้องเสียค่าขนส่ง มากนัก …มเี งนิ เดือนเท่าไหร่จะต้องใช้ภายในเงินเดอื น…ก้เู งินน้นั เงนิ
จะตอ้ งให้เกดิ ประโยชนม์ ใิ ช่กู้สาํ หรบั ไปเลน่ ไปทําอะไรท่ีไม่เกิดประโยชน…์ ” พระราชดํารัสในโอกาสวันเฉลิม
พระชนมพรรษา เม่ือวันท่ี ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
สรุป ข้าพเจ้าไดน้ อ้ มนำคำสอนของพระองค์ทา่ น “เรอื่ งความพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ในการจัดการ
เรียนการสอน โดยปลกู ฝงั ให้นกั เรยี นรจู้ ักความพอเพยี ง พอมี พอกิน และร้จู กั ใชเ้ งินอยา่ งประหยัดและคมุ้ คา่
โดยส่งเสริมสนับสนนุ ใหน้ ักเรยี นทกุ คนเขา้ รว่ มโครงการออมทรพั ย์ของโรงเรียนรว่ มกับธนาคารเพ่ือการเกษตร
และสหกรก์ ารเกษร (ธ.ก.ส.) สง่ ผลให้นกั เรยี นทุกคนมีบญั ชีเงินฝากเปน็ ของตนเองและจะดำเนนิ ฝากเงินท่ี
ธนาคารโรงเรียนทกุ ๆ สปั ดาห์ (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า๕๗)
๒๒
๒.๒ พระบรมราโชวาท “เรอื่ งการคิดก่อนพดู ” ความว่า“…หลักของคณุ ธรรมคือ การคดิ
ด้วยจิตใจทเ่ี ปน็ กลาง ก่อนจะพดู จะทําสงิ่ ไร จําเปน็ ต้องหยุดคิดเสยี ก่อน เพื่อรวบรวมสตใิ หต้ งั้ มน่ั และจติ สวา่ ง
แจม่ ใส ซงึ่ เม่ือฝึกหัดคุน้ เคยชํานาญแล้ว จะกระทําได้คล่องแคลว่ ช่วยใหส้ ามารถแสดงความรู้ความคิดในเรอื่ ง
ตา่ งๆ ให้ผูฟ้ งั ได้เข้าใจได้งา่ ย ได้ชัด ไม่ผิด ทัง้ หลกั วิชา ท้ังหลักคณุ ธรรม…” พระบรมราโชวาทในพิธี
พระราชทานปริญญาบตั รของจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั เมื่อวนั ที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๕
สรปุ ขา้ พเจ้าได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ทา่ น “เร่ืองการคดิ ก่อนพดู ” มาประยุกต์ใช้ในการ
จดั การเรียนการสอนโดยจัดกิจกรรมโฮมรมู ทกุ ๆ เช้าก่อนเข้าหอ้ งเรยี น เพ่ือสอดแทรกแนวคิดและทักษะการ
คิดก่อนพดู เพื่อใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ดงั ขอ้ ความตอนหน่ึงว่า “...อยู่คนเดยี วให้ระวงั ความคิด อยู่กับมิตรให้
ระวงั คำพูด” เพราะความคิดจะทำใหเ้ กิดคำพดู คำพูดจะทำให้เกดิ การกระทำ การกระทำจะทำให้เกิดเปน็ นิสัย
และนิสยั จะบ่งบอกถงึ ตัวตน ดงั นัน้ นักเรียนทุกคนควรต้องคำนงึ ให้มากว่า ไม่วา่ จะเป็นการทำงานหรือการ
ดำรงชวี ิตหรือทำสิ่งใดก็ตาม กอ่ นพดู ต้องคดิ ใหด้ ีก่อน เพ่ือจะไดส้ ื่อสารเข้าใจงา่ ย และไม่ผิดเพย้ี นไปจากเร่อื ง
จริง สิ่งทีพ่ ูดน้ันจะได้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ ท้งั นขี้ ้าพเจ้ายังไดจ้ ัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการคดิ และการพูด
ใหก้ บั นกั เรียนอยา่ งหลากหลายกจิ กรรม เช่น การพูดนำเสนอโครงงานหนา้ ชัน้ เรียน , การกลา่ วสุนทรพจน์ ,
การพูดเลา่ นิทาน และการพูดโตว้ าที ทำให้นักเรียนมคี วามกล้าแสดงออกในการพดู อยา่ งมีหลักการและ
สร้างสรรคม์ ากย่งิ ข้นึ สง่ ผลใหน้ กั เรียนไดร้ ับรางวลั ต่างๆ มากมายในกิจกรรมวนั สนุ ทรภู่และวันรกั ษ์ไทย อาทิ
เช่น รางวัลชนะเลิศการกลา่ วสุนทรพจน์ รางวัลชนะเลิศการเลา่ นิทาน รางวัลชนะเลิศการพูดโตว้ าที เป็นตน้
(อ้างองิ ในภาคผนวก หน้า ๕๗-๕๘)
๒.๓ พระบรมราโชวาท “เรอ่ื งความสามคั คี” ความวา่ “…สามัคคีน้ีก็คือการเห็นแก่
บ้านเมือง และชว่ ยกนั ทุกวถิ ที าง เพอื่ ทจี่ ะสร้างบ้านเมืองให้ เข้มแข็ง ดว้ ยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกนั และกัน และ
ทาํ งานด้วยการซื่อสตั ยส์ ุจริต ต้องส่งเสริมงานของกนั และกัน และไม่ทาํ ลายงานของกันและกัน มเี รื่องอะไรให้
ได้พดู ปรองดองกนั อยา่ เร่ืองใครเรือ่ งมัน และงานกท็ าํ งานอย่างตรงไปตรงมา นึกถงึ ประโยชน์สว่ นรวม…” พระ
ราชดํารัสท่พี ระราชทานในพธิ ีประดบั ยศนายตาํ รวจชนั้ นายพล เมือ่ วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๙
สรปุ ข้าพเจา้ ไดน้ ้อมนำคำสอนของพระองค์ท่าน “เรอื่ งความสามัคคี” มาประยุกต์ใช้ในการจัดการ
เรียนการสอน โดยไดท้ ำการวิเคราะห์หลักสูตรและออกแบบหน่วยการเรียนรู้ภาษาไทย ม่งุ เน้นการจดั การ
เรียนรูท้ เี่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ เรยี นร้แู บบมีสว่ นรว่ ม แลกเปลยี่ นเรยี นร้รู ่วมกันโดยผา่ นกระบวนการทำงาน
เป็นกลุ่ม ซ่ึงต้องอาศัย “ความสามัคคี” ของทีมช่วยกนั ทำงานจงึ จะประสบความสำเร็จและอยู่รว่ มกันอย่างมี
ความสุข เร่มิ ตั้งแตท่ ่ีบ้าน ในชุมชน ในท่ีทำงาน ไปจนถงึ ระดบั ประเทศตามลำดบั ซงึ่ สอดคลอ้ งกับหลกั คำสอน
เร่ืองความสามัคคีของพระองค์ท่าน ดงั นนั้ ขา้ พเจา้ จึงไดน้ ้อมนำคำสอน “เร่ืองความสามัคคี” มาเป็นแนวทาง
ในการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้เพอื่ ใหน้ ักเรยี นเกิดความสามคั คีและอย่างรว่ มกันอย่างมคี วามสขุ กล่าวคอื
ขา้ พเจา้ ได้ออกแบบการเรยี นรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) ซงึ่ เป็นรปู แบบการสอนหนึ่งทีม่ ี
ผูใ้ ห้ความสนใจมากในปัจจุบัน ไดผ้ ลอยา่ งมากกับการพฒั นาทักษะชีวิตให้กับผ้เู รียนขณะเรียนรู้และทำ
กิจกรรมร่วมกนั พบว่า นกั เรียนเกิดทักษะการทำงานเป็นทีม มีความสามัคคีมุ่งม่นั ใหง้ านประสบความสำเรจ็
มากขึน้ สามารถนำความรู้ไปตอ่ ยอดสร้างโครงงานอนื่ ๆ ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพเพอ่ื เขา้ ร่วมแข่งขันได้ ส่งผลให้
นักเรยี นได้รับรางวัล “ชนะเลิศระดับเหรยี ญทอง” ในการประกวดโครงงานภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษา
ในงานมหกรรมการศกึ ษาภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๕๘)
๒๓
ตอนที่ ๓ ผลงานด้านภาษาไทย
๒๔
ตอนที่ ๓ ผลงานดา้ นภาษาไทย
๑. ประสบการณ์ในการสอน ๑๐ ปี
๒. ประสบการณ์ในการสอนวิชาภาษาไทย ๑๐ ปี ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
๓. ปัจจุบันสอนวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
๔. ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนที่ผา่ นมาในปีการศกึ ษา ๒๕๖๐-
๒๕๖๒
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐
ชน้ั เรียน/ จำนวน คะแนน จำนวนนักเรียน ร้อยละของ
นักเรียนที่ได้
ห้องเรยี น นักเรยี น เฉล่ีย จำแนกตามระดบั ผลการเรยี น หมายเหตุ
๐ ระดบั ๓ ขึน้ ไป
๔ ๓.๕ ๓ ๒.๕ ๒ ๑.๕ ๑ -
-
๕/๑ ๔๗ ๓.๕๕ ๒๔ ๘ ๑๑ ๙ - - - - ๘๐.๘๕ -
๕/๓ ๔๙ ๒.๘๕ ๔ ๖ ๒๑ ๘ ๙ ๑ - - ๖๓.๒๖
๕/๔ ๔๐ ๒.๗๘ ๔ ๗ ๘ ๑๑ ๘ ๒ - - ๔๗.๕๐
ปีการศึกษา ๒๕๖๑
ชน้ั เรียน/ จำนวน คะแนน จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละของ
ห้องเรยี น นักเรียน เฉลี่ย จำแนกตามระดับผลการเรียน นกั เรียนท่ีได้ หมายเหตุ
๔ ๓.๕ ๓ ๒.๕ ๒ ๑.๕ ๑ ๐ ระดบั ๓ ขน้ึ ไป
๕/๑ ๓๘ ๓.๘๘ ๒๙ ๙ - - - - - - ๑๐๐ -
๕/๓ ๔๒ ๓.๐๗ ๖ ๑๒ ๑๑ ๙ ๓ ๑ - - ๖๔.๓๐ -
๕/๔ ๔๐ ๓.๐๓ ๘ ๗ ๑๒ ๖ ๖ ๑ - - ๖๗.๕ -
ปีการศึกษา ๒๕๖๒
ชัน้ เรยี น/ จำนวน คะแนน จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละของ
หอ้ งเรยี น นกั เรยี น เฉลี่ย จำแนกตามระดบั ผลการเรียน นักเรยี นที่ได้ หมายเหตุ
๔ ๓.๕ ๓ ๒.๕ ๒ ๑.๕ ๑ ๐ ระดับ ๓ ขึ้นไป
๕/๑ ๔๙ ๓.๕๓ ๒๒ ๑๑ ๑๓ ๓ - - - - ๙๓.๘๗ -
๕/๓ ๔๘ ๒.๘๓ ๖ ๔ ๑๓ ๑๘ ๗ - - - ๔๗.๙๑ -
๕/๔ ๔๙ ๒.๘๔ ๖ ๗ ๙ ๑๙ ๘ - - - ๔๔.๘๙ -
๒๕
๕. อุดมการณ์ในการเปน็ ครภู าษาไทย
ข้าพเจ้าไดน้ ้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช ทไ่ี ด้
พระราชทานแก่คณะครู ซง่ึ มีแนวคดิ และคำสอนที่เปน็ ประโยชน์มากมายหลายประการ และนำมาสังเคราะห์
เป็นแนวทางการปฏบิ ัติเร่ือยมา ทำให้ขา้ พเจ้ามีอดุ มการณ์ทีแ่ นว่ แน่ในการเป็นครูภาษาไทยทีด่ ีและมี
ประสิทธิภาพ สามารถสร้างคณุ ประโยชนใ์ ห้สังคมและประเทศชาติได้ ประกอบด้วย ๓ ประเด็น คือ
“คณุ ลักษณะดี มหี ลกั การ มจี ติ วิญญาณความเป็นครู” ข้าพเจา้ จะขออธิบายรายละเอียดโดยแยกเปน็ ทลี ะ
ประเด็นๆ ดังน้ี
ประเดน็ ที่ ๑“คุณลักษณะดี” ขา้ พเจ้าเปน็ ผู้ท่ีมคี ุณลักษณะดี ๓ ประการ คือ มีปญั ญา มคี วามดี
มีความสามารถ ดังนี้
๑. มปี ัญญา คือ ขา้ พเจ้ามีความรู้ทีด่ ปี ระกอบดว้ ยหลักวชิ าอันถูกต้อง ที่แน่นแฟน้ กระ
จา่ งแจ้งในใจ รวมทง้ั ความฉลาดทจี่ ะพิจารณาเรื่องตา่ ง ๆ ตลอดจนกิจทีจ่ ะทำ คำทจ่ี ะพดู ทกุ อย่างไดโ้ ดย
ถกู ต้อง ดว้ ยเหตุผล ซ่งึ ตัวข้าพเจา้ เองกำลังศึกษาต่อในระดับที่สูงขนึ้ เพ่ือเพิ่มพนู ความรู้ สร้างเสรมิ ปัญญา
และพฒั นาตนเองตลอดเวลาอยา่ งไม่หยุดยง้ั เพื่อนำความรู้มาพฒั นาผู้เรยี น สังคม และประเทศชาตสิ ืบไป
๒. มคี วามดี คือ ขา้ พเจ้ามีความสจุ ริตท้งั กาย วาจาและใจ มคี วามเมตตากรณุ า เห็นอก
เห็นใจและปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยเสมอหนา้ โดยข้าพเจ้าปฏิบัตงิ านด้วยความสจุ รติ พดู จาไพเราะไม่พูดคำ
หยาบและจรงิ ใจ และมีความเมตตาเห็นอกเหน็ ใจเพือ่ นรว่ มงานจนเปน็ ทร่ี กั ใครแ่ ละไว้วางใจสำหรบั คณะ
ผบู้ รหิ ารและเพ่ือนรว่ มงาน
๓. มคี วามสามารถ คือ ขา้ พเจา้ เปน็ ผ้ทู ส่ี ามารถเผอื่ แผแ่ ละถ่ายทอดความรู้ความดีของ
ตนเองไปยังผ้อู ืน่ อยา่ งไดผ้ ล โดยการทำหน้าที่เปน็ พิธีกรในการนำเสนอผลงานวิชาการต่างๆ และยงั ได้รับเชญิ
เป็นวิทยากรในการบรรยายตามโอกาสตา่ งๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้อยู่อยา่ งเป็นประจำสมำ่ เสมอ
ประเด็นที่ ๒ “มีหลักการ” ข้าพเจ้าเปน็ ผทู้ ่มี ีหลักการที่จะยึดไว้ประจำใจทุกขณะท่ีประกอบภารกิจ
การงาน มี ๕ ประการ คอื “เตม็ รู้ เตม็ ใจ เต็มเวลา เตม็ คน เต็มพลัง” ดังน้ี
๑. เตม็ รู้ คอื ขา้ พเจ้ามคี วามรู้บรบิ ูรณ์ ด้วยความรู้ ๓ ประการ ไดแ้ ก่
๑. ความรดู้ ้านวิชาการและวิชาชพี ขา้ พเจา้ หมน่ั แสวงหาความรทู้ ่เี ป็นประโยชน์
และเหมาะสมให้ผ้เู รียน ไดเ้ รียนรู้อย่างครบถว้ นเหมาะสมตามระดับความรนู้ ัน้
๒. ความรูท้ างโลก นอกเหนอื จากการศึกษาคน้ คว้าตำราวชิ าการแลว้ ขา้ พเจา้
ยังไดแ้ สวงหาความรู้รอบตวั ด้านอน่ื ๆ ให้บรบิ ูรณโ์ ดยเฉพาะความเปน็ ไปของระเบยี บ ประเพณี สังคม
วฒั นธรรมอยา่ งบรบิ รู ณ์
๓. ความร้เู ร่อื งธรรมะ ขา้ พเจ้ามีความรดู้ า้ นธรรมะท่ีเป็นประโยชน์ สามารถ
หยิบยกเรอ่ื งธรรมะมาเป็นอุทาหรณ์ สำหรับสง่ั สอนศษิ ย์ได้ เชน่ อบรมส่ังสอนแนวทางการปฏบิ ัติให้ศิษย์ได้
ประสบผลสำเร็จดา้ นการศึกษาเลา่ เรียน ก็จะยกตวั อยา่ งหัวขอ้ ธรรมะอยา่ ง อธบิ าท ๔ คือ ๑) ให้พอใจใน
การศึกษา รกั และสนใจในวิชาทีต่ นเรียน ๒) ให้มีความเพียรทจี่ ะเรียนไม่ยอ่ ท้อ ๓) ให้เอาใจใสใ่ นบทเรยี น
การบ้าน รายงาน ๔) ให้หมนั่ ทบทวนอยเู่ สมอ เป็นต้น
๒๖
๒. เต็มใจ คอื ข้าพเจ้ามใี จทเี่ ป็นครู ดังพระพุทธศาสนากล่าววา่ “ใจนน้ั และเปน็ ใหญ่ ทุก
สิ่งทกุ อย่างเกิดจากใจทัง้ นนั้ ” คนจะเปน็ ครูทมี่ ีอดุ มการณ์ต้องสรา้ งใจที่เตม็ บริบูรณ์ดว้ ยการมีใจเป็นครู ดังนนั้
ขา้ พเจ้าจึงมหมนั่ สรา้ งใจใหเ้ ต็มและบรบิ ูรณ์อย่เู สมอ มี ๒ ประการ ได้แก่
๑. ใจครู ขา้ พเจา้ ทำใจใหเ้ ต็มบรบิ รู ณต์ ้องถงึ พร้อมด้วย ๒ องค์ประกอบ คือ
๑) รักอาชีพ ข้าพเจ้ามที ัศนคตทิ ่ดี ตี ่ออาชีพ เหน็ วา่ อาชพี ครูมเี กยี รติ มี
กศุ ล ได้ความภูมใิ จ แสวงหาวธิ สี อนท่ีดีเพ่ือศิษย์
๒) รักศษิ ย์ ข้าพเจา้ มใี จคดิ อยากให้ศิษย์ทกุ คนมคี วามสุข ได้ความรูท้ ักษะ
และประสบการณ์ สามารถนำความร้ไู ปประยกุ ต์ใชใ้ นอนาคตได้และเสยี สละเพ่อื ศษิ ย์ได้
๒. ใจสงู ข้าพเจ้าพยายามทำใหใ้ จสงู ส่ง มีจติ ใจที่ดีงามอยู่เสมอ
๓. เต็มเวลา คือ ขา้ พเจา้ เป็นผู้ที่ทำงานเต็มเวลา โดยใหค้ วามสำคญั กับการรับผดิ ชอบ
การทมุ่ เท เพอื่ การสอนข้าพเจา้ ใช้ชวี ติ ครูอย่างเตม็ เวลาท้ัง ๓ ส่วน ได้แก่
๑. งานสอน ข้าพเจ้าใช้เวลาในการเตรียมการสอนอย่างเตม็ ที่ วางแผนการสอน
คน้ คว้าหาวิธีการทีจ่ ะสอนศิษย์ในรูปแบบต่าง ๆ
๒. งานครู นอกเหนอื ไปจากการสอน ข้าพเจ้าใหเ้ วลากับงานธรุ การงานบริหาร
บรกิ ารและงานทจ่ี ะทำใหส้ ถาบนั กา้ วหน้า
๓. งานนักศึกษา ขา้ พเจ้าใหเ้ วลาใหก้ ารอบรม แนะนำสง่ั สอนศิษยเ์ มอ่ื ศษิ ย์
ต้องการคำแนะนำหรือต้องการความช่วยเหลอื
๔. เต็มคน คอื ข้าพเจ้าพฒั นาตนเองให้มคี วามเปน็ มนุษย์ทีส่ มบูรณ์ ให้เป็นแม่พมิ พห์ รือ
พอ่ พมิ พท์ ด่ี ีท่ีสดุ เพราะมีคนในสังคมคาดหวังไวส้ ูง ข้าพเจ้าจึงจำเปน็ ทจ่ี ะต้องมคี วามบรบิ ูรณ์ในตัวเอง และ
เป็นมนุษย์ท้งั รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์สงั คม สำรวมกาย วาจา ใจ ให้มีความมัน่ คงเป็นแบบอย่างท่ีดี ปฏิบตั ิงาน
ถูกต้อง หมัน่ คิด พจิ ารณาตนเองเพื่อหาทางแกไ้ ขปรับปรงุ ตนเองให้มีความบรบิ รู ณ์อยเู่ สมอ
๕. เต็มพลงั คือ ข้าพเจา้ ทุ่มเทพลงั สตปิ ัญญาและความสามารถ ใชค้ วามสามารถอย่าง
เต็มทเ่ี พ่ือการสอนวชิ าการศษิ ย์และอุทิศตนอย่างเต็มกำลงั เพือ่ ผลงานทสี่ มบรู ณน์ นั้ ก็คือการปั้นศษิ ย์ให้มี
ความรู้ ความประพฤติดงี าม ให้เติบโตเป็นที่พงึ ประสงค์ของสงั คมได้
ประเดน็ ที่ ๓ “มจี ติ วิญญาณความเป็นครู” ขา้ พเจา้ เปน็ ผู้ท่ีมจี ิตวิญญาณหรือจติ สำนึกความเป็นครู
โดยประพฤติปฏิบตั ิตามตนตามกรอบของจริยธรรมทางสงั คมของความเป็นครทู ่ีเราเรียกกันว่า “จรรยาบรรณ
ครู” ซง่ึ ประกอบด้วย ๙ ประการ ดังนี้
๑. ขา้ พเจ้ารกั และเมตตาศษิ ย์ โดยใหค้ วามเอาใจใส่ ชว่ ยเหลอื สง่ เสริมอยเู่ สมอ
๒. ขา้ พเจ้าได้อบรมส่งั สอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรทู้ กั ษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แกศ่ ษิ ย์
อยา่ งเต็มกำลังและความสามารถ
๓. ข้าพเจ้าประพฤติ ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่างท่ดี แี ก่ศิษยท์ ้งั ทางกาย วาจา และใจ
๔. ข้าพเจ้าไมเ่ คยกระทำตนเปน็ ปฏปิ ักษต์ ่อความเจรญิ ทางกาย สติปญั ญา จติ ใจ อารมณ์
และสังคมของศิษย์
๕. ข้าพเจ้าไม่แสวงหาประโยชน์อันเปน็ อามิสสินจา้ งจากศิษย์
๖. ข้าพเจ้ามีการพฒั นาตนเองทั้งในด้านวิชาชพี ดา้ นบุคลกิ ภาพและวิสยั ทศั น์อยู่เสมอ
๒๗
๗. ขา้ พเจ้ารักและศรทั ธาในวิชาชีพครูและเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีขององค์กรวิชาชีพครู
๘. ข้าพเจ้าให้ความชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู ครูและชมุ ชนในทางสร้างสรรค์
๙. ข้าพเจ้าประพฤติ ปฏิบัตติ นเป็นผนู้ ำในการอนุรกั ษ์พัฒนาภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทย
สรปุ
ข้าพเจ้ามอี ดุ มการณท์ ่แี น่วแน่ในการเปน็ ครูภาษาไทยทดี่ แี ละมีประสิทธภิ าพ สามารถสร้าง
คณุ ประโยชน์ใหส้ งั คมและประเทศชาติได้ โดยยดึ หลักการ ๓ ประเดน็ คือ “คุณลักษณะดี มีหลักการ มจี ติ
วิญญาณความเปน็ ครู” กล่าวคือ เป็นผูท้ ่ีมี “คณุ ลักษณทด่ี ี” ประกอบดว้ ย มปี ัญญา มีความดี มี
ความสามารถ เปน็ ผ้ทู ่ีมี “หลกั การ” ประกอบดว้ ย เต็มรู้ เตม็ ใจ เต็มเวลา เตม็ คน เต็มพลงั และเปน็ ผู้ที่มี
“จติ วิญญาณความเป็นครู” โดยประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามตนตาม “จรรยาบรรณครู”
๖. นักเรียนชอบเรียนภาษาไทยหรือไม่ ทำอยา่ งไรนกั เรียนจงึ จะชอบเรยี นภาษาไทย
จากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้รบั หน้าท่ที ำการสอนในรายวิชาภาษาไทยมาเป็นเวลา ๑๐ ปี จาก
การสงั เกตพบว่า นกั เรียนไม่ได้แสดงออกอยา่ งชัดเจนถึงการไม่ชอบและปฏเิ สธท่จี ะไมเ่ รียนวชิ าภาษาไทยแต่
อย่างใด แต่แอบไดย้ นิ เสียงบ่นดว้ ยความสงสยั จากนกั เรยี นหลายๆ คนวา่ “ทำไมตอ้ งเรียนวิชาภาษไทย มแี ต่
ตวั หนังสือและให้อ่านเยอะๆ ตอ้ งท่องจำข้อมูลเยอะมากมาย ยุ่งยาก ซับซ้อน ทง้ั ๆ ที่เราก็พดู ภาษาไทยได้และ
ใช้พดู กันอยู่ทุกวัน ไม่เหน็ จะต้องเรยี นเลย น่าเบ่ือ” เมื่อข้าพเจา้ ไดย้ นิ เช่นนน้ั จึงทำให้รู้ว่า“นี่นักเรยี นกำลงั
เบื่อและไม่อยากเรยี นวิชาภาษาไทย” ทำให้ขา้ พเจ้าไดเ้ รยี นรใู้ นทนั ใดวา่ “ความเบอ่ื หน่าย” อาจเปน็ ต้นเหตุ
ของปญั หานักเรยี นอ่านไม่ออก/อา่ นไมค่ ล่อง เขยี นไม่ได/้ เขยี นไม่คล่อง และมนี ิสัยไมร่ กั การอา่ น ปญั หา
เหลา่ น้หี ากปล่อยไว้กจ็ ะเปน็ ปัญหาตอ่ ไปจนทำให้นักเรียนไมช่ อบภาษาไทยเลยก็เป็นได้ ด้วยเหตนุ ้ีจึงเกดิ ข้อ
คำถามขน้ึ ในใจของข้าพเจา้ ว่า “ขา้ พเจ้าจะทำอย่างไรนักเรียนจึงจะชอบเรียนภาษาไทย”
จากปญั หาข้างต้น ข้าพเจ้าได้ทำการศึกษาคน้ คว้าหลักการ แนวคิดและทฤษฎจี ากงานวิจัย
เอกสาร ตำราตา่ งๆ นำมาวิเคราะห์และสงั เคราะห์เพื่อหาคำตอบกบั ตนเอง จงึ ทำให้ทราบว่าเด็กแต่ละรุน่ แต่
ละคนไม่เหมือนกนั วธิ ีการสอนท่เี หมือนกนั อาจทำให้เด็กกลุ่มหนงึ่ สนใจสนกุ สนาน แตเ่ ด็กอีกกล่มุ อาจเบื่อได้
การสอนท่ีทำให้เด็กไม่เบ่อื จงึ ไม่ใชก่ ารสอนที่มีวิธีตายตวั หากแตอ่ ยู่ทก่ี ารปรบั เนอ้ื หาใหเ้ ข้ากับกลมุ่ เด็กทส่ี อน
มกี จิ กรรมใหเ้ ดก็ ผ่อนคลายบ้างเปน็ ครง้ั คราว ดังน้นั การใช้เทคนคิ วิธีการสอนทห่ี ลากหลาย ยอ่ มสง่ ผลต่อการ
เรยี นรู้และเจตคติของผู้เรยี นได้เปน็ อยา่ งดี และทางออกทสี่ ามารถแกไ้ ขปญั หานี้ไดด้ ที ส่ี ุดคอื “การปรับวิธีเรยี น
เปล่ียนวิธีการสอนใหม”่ โดยเร่มิ ต้นปรับที่ตัวขา้ พเจ้าเองก่อน ดงั นี้
๑. กอ่ นอืน่ ข้าพเจา้ ทำการปรับบคุ ลิกของตนเองให้มคี วามสดช่นื ร่ืนเรงิ อารมณ์ดี น่าเขา้
ใกล้กระตอื รือรน้ เสียงดังฟังชัด กลา้ แสดงออกสามารถแสดงท่าทางประกอบในสิ่งท่ีตนเองพูด เลา่ เรอื่ งหรือ
ยกตวั อยา่ งให้สอดคล้องสมจริงสมจงั กับส่ิงท่ีกำลงั สอนหากคุณครูทุกคนสามารถทำได้การเรยี นไม่นา่ เบ่ืออีก
ตอ่ ไป สอนนักเรยี นโดยนำตัวอยา่ งที่ใกล้ตัวเดก็ เล่าเร่ืองสนกุ ๆ ให้ฟังบา้ ง สร้างและผ่อนคลายบรรยากาศใน
หอ้ งเรยี นใหเ้ ปน็ กนั เอง ไมด่ ุหรอื เขม้ งวดเกนิ ไป เด็กจะเครียด กลวั และทำใหเ้ กลยี ดครแู ละเกลยี ดวชิ าด้วย
๒. ขา้ พเจา้ จะเขา้ ในธรรมชาติของเด็ก ไม่วา่ จะเป็นเด็กเล็กหรือระดับโต ไม่ชอบการฟัง
บรรยายนาน ๆ ข้าพเจา้ จงึ ได้แทรกกจิ กรรมในชนั้ เช่น รอ้ งเพลงเป็ด , เล่นเกมปริศนาทายคำ โดยให้
นกั เรียนมีสว่ นรว่ มบ้าง หอ้ งกจ็ ะบันเทิง วชิ าของเราก็จะน่าเรยี น
๒๘
๓. ข้าพเจ้าจะยิ้มใหน้ ักเรยี นอยู่บอ่ ย ๆ ไม่โมโหร้ายเวลาท่ีมนี กั เรียนในห้องเรยี นกวน มีความรู้
ในเรื่องที่สอนอย่างกระจา่ งแจ้ง สามารถตอบคำถามทุกคำถามแกน่ ักเรียนได้ รอบรูแ้ ละรู้รอบ ซง่ึ แสดงให้
นกั เรียนเห็นจนเกิดเป็นความศรัทธาในตัวข้าพเจ้า เชน่ เป็นคนตั้งใจจริง มีความสุขทุกครง้ั ทอ่ี ยู่ในห้องสอน
เมอ่ื สถานการณ์ในหอ้ งเรยี นดีขึ้น จากนน้ั ข้าพเจา้ ก็สอดแทรกเน้ือหาวิชาเรยี นทจ่ี ะสอน แม้เป็นเร่อื ง
ยาก เร่อื งอาจไม่สนุก นกั เรียนก็จะใสใ่ จ สนใจ เพราะเขาศรัทธาและบรรยากาศในห้องเรียนเปน็ ไปดว้ ย
ความสุขและเน้นให้นักเรยี นมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆอยา่ งสมัครใจ ไม่ใชเ่ ป็นการบงั คับด้วยการใหค้ ะแนน
ควรเอาเกณฑ์การใหค้ ะแนนเป็นตัวเสริม อย่ามองท่ีผลงานเกินไป แต่ให้มองที่วธิ กี ารค้นคว้าหาข้อมลู ของเด็ก
และการมสี ่วนรว่ มในชน้ั เรยี นของเด็กมากกว่า เพราะธรรมดาเดก็ ย่อมต้องการการยอมรับจากกลมุ่ เพือ่ น
ดงั นน้ั การให้นักเรียนมีโอกาสแสดงความคดิ เห็น หรือความสามารถทีต่ นเองถนดั โดยแฝงไว้ด้วย
เนื้อหาทางวิชาการ น่าจะเปน็ วิธีการท่ดี ใี นการสอนท่ีจะดึงความสนใจจากนกั เรยี นได้และจะทำให้การสอนน่า
เบอ่ื น้อยลง จากประสบการณใ์ นคร้ังนี้ทำให้ข้าพเจา้ เข้าใจวา่ การเรยี นรู้ท่ีมคี วามสุขต้องเรียนรู้โดยผา่ น
กระบวนการ “เรียนปนเล่น” และสร้างบรรยากาศการเรยี นให้มคี วามสขุ
เทคนิคและวธิ ีการสอนภาษาไทยที่ขา้ พเจา้ เลอื กใชใ้ นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรูใ้ นครั้งน้ันคือ
การสอนแบบ “เทคนคิ หลากหลายลลี าภาษาไทยผสมผสานกับเรยี นปนเลน่ ” เปน็ รูปแบบการสอนท่ีเน้น
ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ประกอบดว้ ย ๕ ข้ันตอนดังน้ี
๑. ปลุกใจใหเ้ ริงร่า เป็นขัน้ ทขี่ ้าพเจา้ ใช้เตรยี มความพร้อมของนกั เรยี น ใหม้ ีความอยาก
เรียนรู้เร่อื งใหม่ในชว่ั โมงน้นั ๆ โดยใช้กิจกรรมท่ีสรา้ งความบนั เทงิ เชน่ การร้องเพลงมดตัวน้อยตัวนิด , เลน่
เกมจับคู่ , เล่านิทานลูกหมู ๓ ตัว นำเข้าสบู่ ทเรียนจะทำให้นักเรยี นเกดิ ความสนกุ สนานและพร้อมทจ่ี ะเรยี นรู้
๒. ดึงเน้ือหามาสัมพนั ธ์ เป็นขัน้ ทข่ี า้ พเจา้ นำเสนอเน้ือหาเดมิ เช่อื มโยงมาสเู่ นื้อหาใหม่ ที่
ตอ้ งการใหน้ กั เรียนเรียนรู้
๓. บูรณาการหลากหลาย เปน็ ขน้ั ที่ข้าพเจ้าออกแบบกิจกรรมและจัดการเรียนรู้โดยบูรณา
การหลายกลุม่ สาระมาเช่ือมโยงในเน้ือหาทีเ่ รียนรู้ในชัว่ โมงนั้นๆ เช่น ศลิ ปะ คณิตศาสตร์ ฯลฯ
๔. สรุปส่งิ ท่ีไดเ้ ป็นเกมตา่ งๆ เป็นข้นั ตอนที่ขา้ พเจ้านำเนื้อหาทเี่ รียนรไู้ ปแล้วให้นักเรยี นได้
ช่วยกันสรุปถอดบทเรียน โดยใช้เกมมาประกอบในการสรุปเนอ้ื หาซง่ึ เปน็ การเล่นอย่างมีความรู้
๕. สร้างช้นิ งานตามศกั ยภาพ เป็นขนั้ ทข่ี ้าพเจา้ เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นได้นำเสนอเนือ้ หาท่ี
นกั เรยี นเรียนรู้ วา่ มีความเข้าใจในเนื้อหามากน้อยเพียงใด โดยจัดทำในรปู หนังสือเลม่ เล็กสามมติ ิ
จากการนำ “เทคนิคหลากหลายลีลาภาษาไทย” โดยผา่ นกระบวนการ “เรียนปนเล่น” มาใช้
ทำให้นักเรียนมีความสุขสนุกสนานสอนมาก นอกจากน้เี ม่ือจบการเรียนการสอนแตล่ ะครงั้ ขา้ พเจ้าจะให้ขวญั
กำลังใจโดยการปรบมือให้กบั นักเรยี นท่ีทำกิจกรรมไดส้ ำเร็จ ถึงแม้จะไม่สำเร็จ หรอื สำเรจ็ ชา้ กว่าเพ่อื น ก็
ปรบมือให้เช่นกนั เพราะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการทำกิจกรรมคร้งั ตอ่ ไป
สรุป จากคำถามทว่ี า่ “นกั เรียนชอบเรียนภาษาไทยหรือไม่” คำตอบคอื “ไม่ใชไ่ มช่ อบ แต่เพียง
แคร่ ู้สกึ เบื่อหนา่ ยไมอ่ ยากเรยี น” และขา้ พเจา้ ก็ไดใ้ ช้วิธี “ปรบั วธิ เี รยี น เปล่ยี นวธิ ีการสอนใหม”่ เพื่อสง่ เสริมให้
นักเรียนชอบเรียนภาษาไทย โดยเลือกใช้การสอนแบบ “เทคนคิ หลากหลายลีลาภาษาไทย” ประกอบด้วย ๕
ข้ันตอน คือ ปลุกใจใหเ้ ริงรา่ ดงึ เนอ้ื หามาสัมพันธ์ บรู ณาการหลากหลาย สรปุ สง่ิ ทีไ่ ดเ้ ป็นเกมตา่ งๆ สรา้ ง
ช้นิ งานตามศกั ยภาพ
๒๙
๗. กระบวนการจัดการเรยี นการสอน ผลงานดีเด่นดา้ นการเรียนการสอนภาษาไทยและท่ีเกี่ยวข้อง
กบั การพัฒนาการเรยี นการสอนภาษาไทย
๗.๑ กระบวนการจัดการเรียนการสอน
ข้าพเจ้าได้ออกแบบและจดั กระบวนการจดั การเรียนการสอน สอดคล้องกบั รูปแบบ การ
จดั การเรียนรูแ้ บบ Active Learning เพ่ือเสรมิ สร้างทักษะไดค้ รบตามสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ
รัยนรู้ภาษาไทย ทงั้ ๕ สาระ ไดแ้ ก่ สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน สาระที่ ๓ การฟัง/การด/ู การ
พดู สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
Active Learning เปน็ การจัดการเรยี นการสอนแบบเนน้ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ ส่งเสรมิ
ใหผ้ ูเ้ รียนประยกุ ต์ใชท้ กั ษะและเชื่อมโยงองค์ความร้นู ำไปปฏิบตั ิ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือประกอบอาชีพใน
อนาคต หลกั การจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ข้าพเจา้ ดำเนนิ การด้วยการนำเอาวิธกี ารสอน
เทคนิคการสอนทหี่ ลากหลาย หรือกจิ กรรมต่างๆ มาใชอ้ อกแบบแผนการสอนและกจิ กรรมกระตนุ้ ใหผ้ ้เู รียนมี
ส่วนรว่ มในชัน้ เรยี น สง่ เสริมปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่างผเู้ รยี นกบั ผู้เรียนและผู้เรยี นกับผสู้ อน ขา้ พเจ้าในฐานะ
ครผู ูส้ อนภาษาไทย มีบทบาทเป็นผอู้ ำนวยความสะดวกและจัดสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อให้ผ้เู รียนสร้างความรดู้ ว้ ย
ตนเอง จนเกิดเปน็ การเรียนรู้อยา่ งมีความหมาย (Meaningful Learning) Active Learning ทีส่ ง่ เสรมิ ให้
ผ้เู รยี นมคี ณุ ลักษณะสอดคล้องกับการเปล่ยี นแปลงในยุคปัจจุบัน อกี ท้งั ยังชว่ ยสง่ เสรมิ ความสัมพนั ธิแ์ ละ
แรงจงู ใจทด่ี ีของผ้เู รยี นอกี ดว้ ย โดยไดด้ ำเนินการจดั การเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรบู้ นั ได ๕ ขั้น
(QSCCS) ซง่ึ เปน็ รปู แบบการจัดการเรยี นการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล ซ่งึ รปู แบบการสอนดงั กลา่ วมี
แนวทางเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นมีคุณลักษณะและศกั ยภาพความเป็นสากล คอื เป็นบคุ คลท่มี ีคุณภาพ มที ักษะในการ
คน้ ควา้ แสวงหาความรู้ และมีความรูพ้ ื้นฐานทีจ่ ำเปน็ สามารถคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สร้างสรรค์ สามารถ
สอื่ สารอย่างมปี ระสทิ ธิผล มที ักษะชวี ติ ร่วมมือในการทำงานกับผอู้ นื่ ไดเ้ ป็นอย่างดี ซ่ึงจะตอ้ งมีกระบวนการ
จัดการเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเนื่อง มีลำดบั ขัน้ ตอนทีเ่ หมาะสม และสอดคลอ้ งกบั พฒั นาการของผู้เรยี นในแต่ละระดับ
โดยมีกระบวนการสำคญั ในการจัดการเรียนรู้ ดังน้ี
๑) การตัง้ คำถาม/สมมติฐาน (Learning to Question: Q)
๒) การสืบคน้ ความรู้และสารสนเทศ (Learning to Search :S)
๓) การสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct :C)
๔) การสื่อสารและนำเสนออยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ (Learning to Communicate: C)
๕) การบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Learning to Serve :S)
๗.๒ ผลงานดีเด่นดา้ นการเรยี นการสอนภาษาไทยและทเี่ กยี่ วข้องกับการพฒั นาการเรียน
การสอนภาษาไทย
ขา้ พเจา้ มผี ลงานดีเดน่ ดา้ นการเรียนการสอนภาษาไทยและท่ีเกีย่ วข้องกบั การพฒั นาการเรียน
การสอนภาษาไทย คือ ข้าพเจา้ ได้ออกแบบกจิ กรรมเชงิ ปฏิบตั ิเน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏบิ ัติจริงและเรยี นรูด้ ว้ ย
วธิ ีหลากหลาย ส่งผลใหข้ ้าพเจ้าไดร้ างวลั “ครผู ู้สอนดีเด่น” ด้านการออกแบบและจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ภาษาไทยทมี่ ีความหลากหลาย มอบให้โดยโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนมีสว่ นร่วม ในการ
จดั การเรยี นรู้ ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นได้นำเสนอผลงาน และถ่ายทอดองค์ความร้ทู ี่ได้จากการศกึ ษาค้นคว้า
ทดลอง ปฏบิ ัติการ และสะท้อนผลการจดั การเรยี นรู้ ซ่ึงข้าพเจา้ ไดจ้ ดั กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะทาง
ภาษาไทย หลายกจิ กรรม ดังนี้
๓๐
๑. กิจกรรม “หนังสือสามมิติ” เพอ่ื สง่ เสริมทักษะการเรยี นรภู้ าษาไทย สาระที่ ๑ การอ่าน
และสาระท่ี ๒ การเขียน โดยกำหนดบทเรียนใหน้ ักเรียน โดยแบง่ กลมุ่ ให้นกั เรยี นศึกษาบทอ่านเสริมใน
บทเรยี น แลว้ ช่วยกันสรุปสาระสำคัญของเร่ือง พร้อมกบั นำมาบรู ณาการความรู้ด้านศลิ ปะ และงานประดิษฐ์
ในการออกแบบตกแต่งทำเป็นหนังสือสามมติ ิทีส่ วยงาม จากน้ันกเ็ ปดิ โอกาสให้นักเรียนไดน้ ำเสนอผลงาน
แลกเปล่ยี นความรกู้ นั ภายในชนั้ เรยี น
จากการดำเนินกิจกรรมนีส้ ่งผลให้ผ้เู รียน สามารถอา่ นและสรปุ ใจความสำคญั ของเร่ืองได้ดี
ย่งิ ข้นึ พรอ้ มกบั มพี ัฒนาการด้านการเขยี นด้วยลายมือท่ีบรรจง สะอาดสวยงามและเปน็ ระเบยี บมากขนึ้ อกี ท้ัง
ยงั มีทักษะการทำงานเปน็ ทีมและกล้าแสดงออกในการนำเสนอผลงานได้มากขึ้น (อา้ งองิ ในภาคผนวก หน้า๕๘)
๒. กจิ กรรม “คดิ ถงึ จึงส่งหา” เพื่อส่งเสรมิ ทักษะการเรียนรภู้ าษาไทย สาระท่ี ๒ การเขียน
โดยกำหนดตวั อย่างการเขยี นจดหมายถึงเพื่อนมาให้นักเรียนดู จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นร่วมกันวิเคราะห์วา่ หลกั การ
เขยี นจดหมายถึงเพ่ือนมีอย่างไรบา้ ง ควรใชค้ ำข้นึ ต้นและคำลงท้ายว่าอยา่ งไร หากเราจะเขียนจดหมายถึง
เพือ่ นเราจะเขียนให้ถูกตอ้ งได้อย่างไร จากนั้นก็เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นได้เขียนจดหมายถึงเพอื่ นพร้อมกบั พา
นักเรยี นนำจดหมายไปหย่อนตู้ไปรษณยี ์บรเิ วณหน้าโรงเรียนในช่วั โมงถดั ไป
จากการดำเนนิ กิจกรรมน้ีส่งผลใหผ้ ู้เรยี น สามารถเขียนจดหมายด้วยลายมือที่บรรจง
สะอาด สวยงามและเป็นระเบยี บมากข้ึน และสามารถสง่ จดหมายแบบสมัยเกา่ ผา่ นทางตไู้ ปรษณีย์ได้ถกู ต้อง
(อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๕๙)
๓. กิจกรรม “นักพูดรนุ่ จ๋วิ ” เพ่อื สง่ เสริมทักษะการเรยี นรู้ภาษาไทย สาระที่ ๓ การฟัง การ
ดู และการพูด ข้าพเจ้าได้นำคลิปตัวอย่างการพูดสุนทรพจนภ์ าษาไทย และการพูดในโอกาสตา่ งๆ มาให้
นักเรยี นดู จากนั้นใหน้ ักเรียนรว่ มกันวเิ คราะหใ์ นฐานะทต่ี นเองเปน็ ผู้ดูและผ้ฟู ังวา่ ทักษะดา้ นการพูดของแต่
ละคนเป็นอย่างไร อะไรคือจุดเดน่ และอะไรคือจุดท่ีควรปรับปรงุ และขา้ พเจา้ ก็ใช้คำถามนำตอ่ ไปอีกว่า หาก
เราตอ้ งทำหนา้ ทีเ่ ป็นผู้พดู เราจำนำทักษะใดบ้างมาปรับใช้เพ่อื ใหก้ ารพูดให้ดีไดอ้ ย่างไร จากนน้ั กเ็ ปดิ โอกาส
ให้นักเรียนได้เตรียม เน้ือหาและฝกึ ซ้อมให้พร้อมในการพูด ก่อนออกนำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี นในชัว่ โมงถดั ไป
จากการดำเนินกิจกรรมนี้ส่งผลให้นกั เรยี น มีความกล้าแสดงออกในการพูดหนา้ ชัน้ เรียนมาก
ข้ึนและสง่ ผลใหน้ ักเรยี นมพี ฒั นาการทกั ษะดา้ นการพูดดีขน้ึ ตามลำดับ จนไดร้ ับมอบหมายเป็นพธิ กี รในการจดั
กิจกรรมวนั สนุ ทรภู่ วนั รกั ษไ์ ทย วนั อำลาฟา้ เหลือ เปน็ ต้น และไดร้ บั รางวัลชนะเลิศการแข่งขนั กลา่ วสนุ ทร
พจน์ในกจิ กรรมวนั รกั ษ์ไทยโรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ (อ้างองิ ในภาคผนวก หนา้ ๕๙)
๔. กจิ กรรม “นักเล่านิทานตวั ยง” เพื่อส่งเสรมิ ทักษะการเรียนร้ภู าษาไทย สาระท่ี ๓ การ
ฟัง การดู และการพดู ข้าพเจ้าได้นำคลิปตวั อย่างการเล่านทิ านมาให้นักเรยี นดู จากนั้นให้นักเรียนร่วมกัน
วิเคราะห์ในฐานะท่ีตนเองเปน็ ผู้ดูและผฟู้ งั ว่า ทักษะด้านการเล่านทิ านของแตล่ ะคนเปน็ อยา่ งไร อะไรคือ
จุดเดน่ และอะไรคือจุดที่ควรปรบั ปรงุ และข้าพเจ้าก็ใช้คำถามนำตอ่ ไปอีกวา่ หากเราต้องทำหนา้ ท่ีเปน็ ผู้เล่า
นิทาน เราจะนำทักษะใดบา้ งมาปรับใชเ้ พ่ือให้การเลา่ นทิ านให้ดีได้อย่างไร จากนัน้ ก็เปิดโอกาสให้นกั เรียนได้
เตรียมนทิ านและฝกึ ซ้อมให้พร้อมในการเลา่ นทิ าน ก่อนออกนำเสนอหน้าชนั้ เรยี นในช่ัวโมงถดั ไป
จากการดำเนนิ กิจกรรมนี้สง่ ผลให้นักเรียน มีความกลา้ แสดงออกในการเล่านิทานและการ
แสดงท่าทางประกอบการเลา่ อย่างเปน็ ธรรมชาตแิ ละสมจริงมากขึน้ และสง่ ผลใหน้ ักเรียนได้รับรางวลั ชนะเลิศ
การแข่งขนั เล่านทิ านในกิจกรรมวนั รักษ์ไทยโรงเรยี นเทศบาลสวนสนุก และได้รบั รางวัลชนะเลศิ การแข่งขัน
เลา่ นทิ านในงานมหกรรมหนังสือภาคอสี าน (I-SAN BOOK FAIR (อ้างองิ ในภาคผนวก หนา้ ๕๙)
๓๑
๕. กิจกรรม “ฝีปากกลา้ ท้าโตว้ าท”ี เพ่ือสง่ เสริมการเรียนรูภ้ าษาไทย สาระท่ี ๓ การฟัง
การดู และการพูดรวมถึงการคดิ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ข้าพเจ้าได้นำคลปิ ตวั อย่างการโต้วาทีมาใหน้ กั เรียนดู
จากนน้ั ให้นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์ในฐานะท่ีตนเองเป็นผ้ดู ูและผูฟ้ ังวา่ การโตว้ าทปี ระกอบด้วยฝ่ายใดบ้าง
และแต่ละฝา่ ยทำหนา้ ท่ีอยา่ งไร รวมถึงทกั ษะการพดู โตว้ าทีของทุกฝา่ ยเปน็ อยา่ งไร อะไรคือจดุ เดน่ และอะไร
คอื จุดท่ีควรปรบั ปรงุ และข้าพเจ้าก็ใช้คำถามนำต่อไปอกี ว่า หากเราต้องทำหนา้ ท่ีเป็นผู้โต้วาที เราจำนำ
ทกั ษะใดบา้ งมาปรบั ใชเ้ พือ่ ให้การพูดให้ดีได้อย่างไร จากนั้นก็เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นจบั กลุ่มและแบง่ ฝา่ ย
เลือกญัตติในการโตว้ าที พรอ้ มกับเตรียมฝึกซ้อม กอ่ นออกนำเสนอหนา้ ช้นั เรยี นในชวั่ โมงถดั ไป
จากการดำเนนิ กิจกรรมนส้ี ง่ ผลให้นกั เรยี น มคี วามกล้าแสดงออกในการเลา่ นิทานและการ
แสดงท่าทางประกอบการเล่าอยา่ งเปน็ ธรรมชาติและสมจริงมากขน้ึ และสง่ ผลให้นักเรยี นได้รับรางวลั ชนะเลิศ
การแขง่ ขันโตว้ าที ในกิจกรรมวันรกั ษไ์ ทยโรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ (อ้างอิงในภาคผนวก หน้า๖๐)
๖. กิจกรรม “หลักภาษาน่ารู้ นำส่โู ครงงาน” เพอ่ื สง่ เสรมิ ทกั ษะการเรียนรภู้ าษาไทย
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทยรวมถึงการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ข้าพเจา้ ได้นำตัวอย่างโครงงานหน้า
เดียวพร้อมภาพบรรยากาศการจัดแสดงตลาดน้ำโครงงานของรนุ่ พี่มาให้นักเรียนดูเพื่อให้เหน็ ภาพและเกดิ
แนวคดิ ในการออกแบบและจัดทำโครงงานของตนเอง จากน้นั ให้นักเรียนแบง่ กลุ่มและวิเคราะห์ปญั หา เลอื ก
หวั ขอ้ ปญั หาในการทำโครงงาน เขยี นเค้าโครงและเสนอเค้าโครงงาน ลงมอื ปฏบิ ัตโิ ครงงาน ศกึ ษารวบรวม
ข้อมลู วิเคราะหส์ ังเคราะหแ์ ละสรปุ ข้อมูล จดั ทำปา้ ยนเิ ทศโครงงานและนำเสนอโครงงานโดยผ่านตลาดนดั
โครงงานตามลำดับ จากน้ันข้าพเจา้ ได้เปดิ โอกาสให้นกั เรียนไดศ้ ึกษาและจดั ทำโครงงานจนเสรจ็ สิ้นทุกขัน้ ตอน
โดยข้าพเจ้ามีบทบาทเปน็ ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนและเปน็ ทปี่ รึกษาให้คำแนะนำทกุ ขณะทมี่ ขี ้อสงสัย
จากการดำเนนิ กจิ กรรมนี้สง่ ผลให้นกั เรียน เกิดความรู้และทักษะด้านการทำโครงงานมากขนึ้
สามารถทำโครงงานไดส้ ำเรจ็ ตลอดจนเกิดทักษะด้านการทำงานเป็นทีม มีภาวะผนู้ ำ ผตู้ ามในสถานการณ์
จรงิ ได้ดยี ่งิ ขน้ึ มีความกล้าแสดงออกอยา่ งสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ไปตอ่ ยอดสรา้ งโครงงานเพอ่ื สง่ เข้า
ประกวดในงานมหกรรมการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้รับรางวลั ชนะเลศิ เหรยี ญทอง ปีการศึกษา
๒๕๕๙-๒๕๖๒ (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๖๐)
๗. กจิ กรรม “วรรณกรรมนา่ รู้ นำสูก่ ารแสดงละคร” เพอ่ื ส่งเสรมิ ทักษะการเรยี นรู้
ภาษาไทย สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรมรวมถงึ การพัฒนาทักษะการทำงานเปน็ ทีมและความกลา้
แสดงออกอยา่ งสรา้ งสรรค์ ข้าพเจา้ ได้นำคลิปตวั อย่างการแสดงละครเรื่องพระอภยั มณี และภาพบรรยากาศ
การแสดงละครจากรนุ่ พี่มาใหน้ กั เรยี นดู เพื่อใหเ้ หน็ ภาพและเกิดความคดิ สร้างสรรคใ์ นการแสดงละครของ
ตนเอง จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มและเลอื กวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีก่ ลุ่มสนใจมา ๑ เร่อื ง พร้อมกับสรปุ
เรอ่ื งยอ่ และทำเปน็ บทละคร กำหนดตัวละครให้ชัดเจน ทำการฝึกซ้อมบทท่ตี นเองไดร้ ับมอบหมายพร้อมกบั
ทำทา่ ทางประกอบให้สมจรงิ ลงมอื ฝกึ ซ้อมเขา้ ฉากตอ่ บทกันใหเ้ ปน็ เร่ืองราว จากนั้นข้าพเจา้ ไดเ้ ปดิ โอกาสให้
นักเรยี นได้ออกแบบเครือ่ งแต่งกายของตวั ละครและฝึกซอ้ มละครก่อนทำการแสดงจรงิ ในชัว่ โมงต่อไป
จากการดำเนินกิจกรรมน้ีส่งผลให้นักเรยี นสนุกสนานและรักในการแสดงละคร กลา้
แสดงออก มที ักษะในการแสดงทา่ ทางประกอบคำพูดได้อยา่ งสมจรงิ สามารถแสดงละครได้จนจบบริบูรณ์
อย่างสรา้ งสรรค์ ตลอดจนเกิดทกั ษะด้านการทำงานเป็นทีม มภี าวะผู้นำ ผตู้ ามในสถานการณ์จรงิ ได้ดียิง่ ขนึ้
สามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการแสดงละครเวทีเกีย่ วกับวรรณคดวี รรณกรรมได้ เชน่ การแสดงละครเวที
เร่ืองพระอภัยมณี , พระสุธนมโนราห์ , สนิ ไซ เพ่อื แสดงในพธิ ีเปิดในงานวนั สนุ ทรภู่และวันรกั ษ์ไทยไดอ้ ยา่ ง
สมจรงิ และนา่ สนใจ อีกทงั้ ยงั ใช้ความร้แู ละทักษะการแสดงไปใชใ้ นการแสดงละครวิทยาศาสตร์ ในกิจกรรมวัน
วทิ ยาศาสตรข์ องโรงเรียนได้เป็นอย่างดี (อา้ งอิงในภาคผนวก หน้า ๖๐)
๓๒
สรปุ
ข้าพเจ้าได้เลอื กกระบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ดว้ ยการจัดการ
เรยี นรแู้ บบ Active Learning โดยเสรมิ สรา้ งให้ผเู้ รียนเกดิ ทักษะการเรียนรู้ภาษาไทยครบท้ัง ๕ สาระ ได้แก่
สาระท่ี ๑ การอ่าน สาระท่ี ๒ การเขียน สาระที่ ๓ การฟัง/การดู/การพูด สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม ส่งผลให้ขา้ พเจ้าไดร้ บั รางวลั “ครูผูส้ อนดีเดน่ ” ด้านการออกแบบและจดั
กิจกรรมการเรยี นรภู้ าษาไทยทม่ี คี วามหลากหลาย ถอื วา่ เป็นผลงานดเี ดน่ ด้านการเรียนการสอนภาษาไทยท่ี
เกิดจากความมุ่งมัน่ ตั้งใจจริงในการสอน ซึง่ ขา้ พเจ้าได้ทำการปรบั วิธเี รียนเปลีย่ นวธิ สี อนอย่างหลากหลาย เพ่ือ
ไมใ่ ห้เกดิ การเบื่อหนา่ ยในการเรยี นและสร้างบรรยากาศท่สี นุกสนานโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ไดแ้ ก่ ๑) กจิ กรรม
“หนงั สือสามมิติ” ๒) กจิ กรรม“คดิ ถึง จงึ ส่งหา”๓) กิจกรรม“นักพดู รนุ่ จว๋ิ ” ๔) กจิ กรรม“นกั เลา่ นทิ านตวั ยง”
๕) กิจกรรม “ฝีปากกล้า ท้าโตว้ าที ๕) กจิ กรรม“หลักภาษานา่ รู้ นำสู่โครงงาน” ๖) กิจกรรม“วรรณกรรมน่ารู้
นำส่กู ารแสดงละคร” สง่ ผลใหน้ กั เรียนมพี ฒั นาการและทกั ษะการอา่ น การเขยี น การฟัง/ดู/พดู หลกั ภาษาไทย
และวรรณคดวี รรณกรรมมากขนึ้ และได้รบั รางวลั ในการแข่งต่างๆ อยา่ งมากมายเปน็ ท่ียอมรบั ของคณะ
ผ้บู รหิ าร คณะครูและผ้ปู กครองเป็นอย่างดี
๘. สภาพปัญหาและวธิ ีการแกป้ ญั หาท่ีพบจากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนภาษาไทยทีป่ ระสบ
ความสำเรจ็
๘.๑ สภาพปัญหาและวิธกี ารแกป้ ัญหาที่พบจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ภาษาไทย
จากสภาพปญั หาท่ีพบด้านการสอนวิชาภาษาไทย ข้าพเจา้ ไดท้ ำการสำรวจนกั เรียนชนั้
ประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ พบวา่ ยังคงมนี ักเรยี นคดิ เป็นร้อยละ ๒๐ ของนกั เรียนทงั้ หมด
ที่มปี ัญหาเร่ืองการอ่านไม่ออกและเขยี นไม่ได้ ซง่ึ สอดคล้องกบั การเผยผลสำรวจล่าสดุ ของสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน (สพฐ.) ในปัจจบุ ันทพ่ี บวา่ มีเด็กไทยอ่านไม่ออก เขยี นไม่ได้ยังมีอยเู่ ปน็
จำนวนมาก จากสภาพปญั หาดงั กล่าวน้ีข้าพเจา้ ในฐานะครูที่รบั ผดิ ชอบในการสอนวชิ าภาษาไทยไม่ไดน้ ิ่งนอน
ใจ จึงไดท้ ำการศกึ ษาคน้ ควา้ เอกสาร ตำราต่างๆ มาวเิ คราะห์ สงั เคราะหว์ ธิ กี ารสอน นวัตกรรมและสื่อการ
เรียนรู้ทที่ นั กับยุคสมยั เพื่อนำมาสง่ เสรมิ และใช้แกป้ ัญหา “เดก็ อา่ นไมอ่ อก-เขียนไม่ได้”
เมือ่ ทำการวิเคราะห์ พิจารณาเพ่อื หาสาเหตุของปญั หา “นักเรยี นอ่านไมอ่ อก-เขียนไม่ได้”
แลว้ นน้ั ทำใหพ้ บวา่ สาเหตหุ ลกั ทท่ี ำให้นักเรียนอ่านไม่ออก-เขยี นไม่ได้ คือ การทน่ี กั เรยี นไม่รู้จกั ตวั พยญั ชนะ
และสระ เมื่อไม่รจู้ กั ตวั พยัญชนะและสระก็จะทำให้ออกเสยี งไดไ้ ม่ได้ เม่ือออกเสยี งไมไ่ ด้กไ็ มส่ ามารถประสม
สระใหเ้ ป็นคำอา่ นได้ ด้วยเหตนุ ้ีจึงทำให้นกั เรียนอ่านหนังสือไมอ่ อก เมือ่ นักเรยี นอา่ นหนังสือไม่ออก ประสม
สระและสะกดไม่ได้จงึ เปน็ ผลพวงทำใหเ้ กิดปญั หาดา้ นการเขยี นไม่ไดต้ ามมานั่นเอง
จากสาเหตขุ องปัญหาดังกลา่ ว ขา้ พเจ้าเลือกวิธกี ารแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกและเขยี น
ไมไ่ ด้ ดว้ ยการสอนแบบ “บันได ๖ ขน้ั ” โดยได้ออกแบบจัดการเรียนการรู้แบบแจกลูกสะกดคำและส่งเสรมิ
แนวทางการจัดการเรียนการสอนที่สอดคลอ้ งกบั การพฒั นาสมอง (Brain Based Lerning : BBL) ข้าพเจ้าเร่ิม
แก้ปัญหาดว้ ยการสอนเพม่ิ เติมใหก้ ล่มุ ท่ีมปี ญั หาการอา่ นและเขียน ท้งั ในห้องเรียนและนอกเวลาเรียน ดงั น้ี
๓๓
๑. กิจกรรมในหอ้ งเรยี น
ขา้ พเจา้ ได้ทำการซอยยอ่ ยเนื้อหาออกเปน็ ขั้นๆ เริ่มจากงา่ ยไปหายากและซบั ซ้อนยิง่ ขน้ึ ทำ
ให้สามารถกำหนดเปา้ หมายการพัฒนานกั เรยี นตามข้ันตอนทลี ะข้ันโดยไมข่ ้ามข้ัน เพ่ือให้เหน็ ความสำเร็จง่าย
นักเรียนจะเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนเมื่อประสบผลสำเร็จ พบวา่ นกั เรยี นกลุ่มเปา้ หมายรสู้ กึ ภูมิใจใน
ตวั เองมีความมนั่ ใจวา่ ตวั เองก็สามารถเรียนรไู้ ด้ ที่สำคัญข้าพเจ้าสามารถวัดประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ของ
นักเรียนในแต่ละขั้นอย่างชัดเจน และนักเรียนก็มีแรงบนั ดาลใจในการเรียนข้นั ต่อไปดว้ ยความกระตอื รือรน้ มี
ความสขุ มคี วามคาดหวังไดอ้ ย่างมัน่ ใจว่าตนเองจะต้องทำได้โดยไม่รสู้ ึกว่ายากเกนิ ไป บนั ได ๖ ข้ันที่ขา้ พเจา้ ได้
นำมาประยุกต์ใช้และออกแบบการสอน มีดงั น้ี
ขน้ั ที่ ๑ ข้าพเจ้าทำการฝึกทักษะการอา่ นของนักเรยี นทกุ คนทกุ ช่ัวโมง โดยใช้หนังสือ
เรียน นิทาน คำศพั ท์ อักษรไทย ฯลฯ และในช่วงพักกลางวันของแต่ละวนั ท้งั หมออาสาและคนไข้มีนัดเจอ
กนั ที่ “ห้องคลนิ ิกหมอภาษา พฒั นาการอา่ น-เขียน” ช่วงเวลานี้กเ็ ป็นหนา้ ของหมออาสาท่ีจะช่วยสอนการอา่ น
และสะกดคำศัพทจ์ ากง่ายไปยาก สลับกบั การฝึกเขยี นให้กับคนไขอ้ ย่างต่อเนือ่ ง โดยมีขา้ พเจ้าเป็นผู้คอย
สังเกตการณแ์ ละให้คำปรึกษาและอำนวยสะดวกในการทำกิจกรรม
ขั้นท่ี ๒ ขา้ พเจ้าทำการฝกึ ทักษะการอ่านควบคู่กับการเขียนในห้องเรยี นกับนกั เรยี น
ท้ังชั้น โดยใช้อกั ษรไทย คำศพั ท์ ประโยค นิทาน คำคมและคำขวญั สนั้ ๆ ฯลฯ ผลดั เปลย่ี นหมนุ เวยี นกันไป
ในแต่ละช่ัวโมง และพัฒนาการอา่ นและเขยี นต่อกบั หมออาสาในช่วงพกั กลางวัน
ขั้นท่ี ๓ ข้าพเจา้ จดั กจิ กรรมการฝกึ ทักษะคัดลายมือ เพื่อพัฒนาลายมือให้สวยงาม
แล้วยงั ช่วยให้นักเรยี นไดจ้ ดจำรูปคำต่างๆ ได้มากขน้ึ ดว้ ย และพัฒนาการเขียนตอ่ ช่วงพักกลางวนั
ขัน้ ท่ี ๔ ขา้ พเจ้าจัดกจิ กรรมใหน้ กั เรียนได้วาดรปู ประกอบคำ ด้วยความคิดรเิ ร่ิม
สร้างสรรคแ์ ละสนกุ ไปกบั งาน โดยมกี ารจำแนกคำออกมาเพ่ือให้นักเรยี นเข้าใจการผสมคำมากข้ึน และ
พัฒนางานต่อกบั หมออาสาในช่วงพกั กลางวัน
ขน้ั ท่ี ๕ ขา้ พเจ้าจดั กจิ กรรมโดยใหน้ กั เรยี นฝึกแตง่ ประโยค โดยการกำหนดรปู ภาพ
หรอื เหตุการณจ์ ริงให้จากนั้นให้นกั เรยี นนำคำมาแต่งเปน็ ประโยค เช่น ใคร+ทำอะไร, ใคร+ทำอะไร+กบั ใคร
และพฒั นาต่อกับหมออาสาในช่วงพกั กลางวัน
ขั้นที่ ๖ ขา้ พเจา้ ฝึกทกั ษะการเขยี นคำตามภาพวาด โดยให้นกั เรียนมอี สิ ระในการ
เลอื กคำมาเขยี นตามความคิดของนักเรยี นเอง และพัฒนาต่อกับหมออาสาในชว่ งพักกลางวนั
๒. กจิ กรรมนอกเวลาเรยี น
ข้าพเจ้าได้ดำเนนิ การโดยขอใช้ห้องเรยี นที่วา่ งทำเปน็ ห้องกิจกรรม “คลนิ กิ หมอภาษา
พฒั นาการอ่าน-เขยี น” และออกแบบเครือ่ งมือใช้ทำกิจกรรมเพ่ือตอบโจทย์ให้ตรงกับปัญหา และได้ชักชวน
นกั เรยี นทม่ี ีทักษะด้านภาษาไทยคอ่ นขา้ งดี ถงึ ดมี ากมาเป็น “หมออาสา” เพ่อื ให้มาช่วยสอนเพ่ือนๆ ทมี่ ี
ปญั หาดา้ นการอา่ นและการเขยี น ขา้ พเจา้ จะเริ่มอบรมและฝกึ ทักษะการเปน็ “หมออาสา” ใหน้ กั เรยี นจิต
อาสาเหลา่ น้ีก่อน ทง้ั วิธีการสอนด้านการอ่านการเขียน และการสรา้ งลกั ษณะนิสยั ของการเปน็ ผู้ให้กบั นกั เรยี น
กลมุ่ ทีม่ ีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ เพื่อใหน้ กั เรยี น “หมออาสา” และนักเรยี นกลมุ่ พเิ ศษได้มีปฏสิ ัมพันธท์ ดี่ ี
ตอ่ กันและใหจ้ ับคู่เปน็ บัดดี้ “คณุ หมอกบั คนไข้” คอยชว่ ยเหลอื กนั ในทุกเรอื่ ง จากการสังเกตและประเมินผล
การทำกจิ กรรม “คลินิกหมอภาษา พัฒนาการอ่าน-เขียน” ผ่านรปู แบบ “หมอรักษาคนไข้” ในการแกป้ ญั หา
๓๔
คร้งั น้ี พบวา่ เปน็ กจิ กรรมที่ดีมากกจิ กรรมหนึง่ ท่ชี ่วยกระตุ้นความสนใจและมีความสนกุ กับการเรียนรู้และ
สร้างสัมพนั ธภาพรว่ มกนั ระหวา่ งหมออาสากบั คนไข้ได้อียงิ่ ข้ึน ท้งั คุณหมอและคนไข้ต่างก็ทำหน้าที่ของตนเอง
เปน็ อยา่ งดี คนไข้มพี ฤติกรรมท่เี ปล่ยี นไปในทางทด่ี ขี ้นึ เร่ิมสนใจสะกดคำและอา่ นมากยิง่ ขึน้ กิจกรรม
ดังกล่าวสง่ ผลให้ท้งั หมออาสาและคนไขต้ ่างกไ็ ด้พฒั นาตนเองดา้ นการอา่ นการเขยี นได้มากยิ่งข้ึน
สรุป ในการดำเนนิ กจิ กรรมท้ัง ๖ ข้นั น้ี ขา้ พเจ้าจะจัดให้นักเรียนไดผ้ า่ นไปทลี ะขน้ั โดยมี
หมออาสาคอยช่วยกันพัฒนา และเมื่อครบ ๖ ข้นั แลว้ ข้าพเจ้ากเ็ รมิ่ ทำการสอนขนั้ ท่ี ๑-๖ ใหม่ และเลอื ก
เนือ้ หาทีม่ ีความยากขึ้นตามลำดบั จากการดำเนินกิจกรรมส่งผลให้นกั เรียนกลุ่มตวั อยา่ ง ทำให้ผลการอา่ น
และการเขียนของนักเรียนเริ่มพัฒนาดีข้ึน สามารถอา่ นและเขยี นคำศัพท์หนงั สือในบทเรียนจากงา่ ยไปหายาก
ได้ตามลำดับ มีพฒั นาการด้านลายมือสวย สะอาดและเป็นระเบยี บมากข้นึ การเขียนอิสระใช้ภาษาได้
สละสลวยมากขนึ้ สื่อความหมายโดยใชภ้ าษาท่ถี ูกต้องและชัดเจนมากข้ึน รวมถึงนักเรยี นทีท่ ำหนา้ ที่หมอ
อาสาก็ไดพ้ ฒั นาและเพ่ิมศกั ยภาพดา้ นการอ่านและการเขยี นของตนเองให้เกดิ ความชำนาญควบคูไ่ ปดว้ ย และ
เมือ่ นักเรียนเหน็ พฒั นาการและผลงานของตนเองต่างก็มีความภมู ิใจและเหน็ คุณค่าในตัวเองยงิ่ ขนึ้ ซึ่งถือเป็น
จุดเร่มิ ตน้ ของการพฒั นาสู่การพัฒนาทยี่ งั่ ยนื ต่อไป
๘.๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนภาษาไทยทป่ี ระสบความสำเรจ็
ผลงานช้นิ น้ีถือเปน็ ผลงานการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนภาษาไทยทปี่ ระสบความสำเร็จ
ของขา้ พเจา้ อย่างหนึ่ง เพราะเปน็ ผลงานท่ีเกดิ จากการพัฒนาต่อยอดจากการแก้ปัญหาเรือ่ งการอ่านของ
นกั เรยี น กล่าวคอื หลงั จากแก้ไขปญั หาการอา่ นออกของนกั เรียนให้มีพฒั นาการด้านการอา่ นดีย่ิงขึน้
ตามลำดับแลว้ น้นั ขา้ พเจ้าจึงคดิ ทจ่ี ะพฒั นาต่อยอดดา้ นการอ่านของนกั เรียน โดยใชก้ ระบวนการวิจยั ในชน้ั
เรยี นเพื่อมาพัฒนานักเรยี นให้เปน็ มีทกั ษะการอ่านจบั ใจความสำคญั ได้ จงึ ไดล้ งมือทำการทำการวิจัย เรอื่ ง
การพฒั นาทักษะการอ่านจบั ใจความโดยใช้แบบฝกึ เสริมเพ่ิมทกั ษะการอา่ น กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลสวนสนกุ ขน้ึ
บทคัดย่อ
การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้แบบฝึกเสริมเพิ่มทักษะการอ่าน
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ มีวตั ถุประสงค์ของการศึกษา คือ ๑)
เพ่ือสรา้ งและหาประสิทธิภาพแบบฝึกเสริมเพ่ิมทักษะการอ่านจับใจความ ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิในการ
อ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการอ่านแบบฝึก
เสริมเพ่ิมทักษะการอ่านและ ๓) เพ่ือศึกษาความพงึ พอใจที่มตี ่อการเรยี นโดยใช้แบบฝกึ เสรมิ เพมิ่ ทักษะการ
อา่ นจับใจความ กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษาในคร้ังน้ีเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕/๑ โรงเรียน
เทศบาลสวนสนุก สำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปีการศึกษา
๒๕๕๙ จำนวน ๔๐ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแบบ
ฝึกเสริมเพ่ิมทักษะการอ่านจบั ใจความ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ของนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
จำนวน ๘ เลม่ แบบสอบถามความพึงพอใจและคู่มอื การใชแ้ บบฝึกเสริมเพิม่ ทักษะการอ่านจบั ใจความ กลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ โดยสถิติที่เลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ
ค่าเฉล่ีย คา่ ร้อยละ ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความยากงา่ ย ค่าอำนาจจำแนก
ค่าความเช่อื ม่ันและการทดสอบสมมตฐิ านด้วย t-test
๓๕
ผลการศกึ ษาพบว่า
๑. ผลการสรา้ งและหาประสิทธิภาพแบบฝึกเสริมเพ่มิ ทกั ษะการอา่ นจับใจความ พบวา่ มี
ประสทิ ธิภาพเทา่ กับ ๘๓.๑๗/๘๕.๖๗ ซ่งึ สงู กว่าเกณฑ์ประสทิ ธภิ าพทตี่ ้งั ไว้ คือ ๘๐/๘๐
๒. ผลการเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ใิ นการอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรยี นทีไ่ ด้รับการสอน
โดยใช้แบบฝึกเสริมเพิ่มทักษะมีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอยา่ งมี
นยั สำคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .๐๕
๓. ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมเพ่ิมทักษะการอ่านจับ
ใจความ โดยภาพรวมมคี วามพงึ พอใจระดบั มากท่ีสดุ
สรุป
จากการดำเนินการวิจัยในคร้ังน้ี สามารถสรา้ งแบบฝึกเสรมิ เพ่ิมทักษะการอ่านจบั ใจความ
ไดส้ ูงกวา่ เกณฑป์ ระสิทธิภาพทต่ี ั้งไว้ สง่ ผลให้ผลสัมฤทธิ์ในการอา่ นจับใจความของนักเรียนหลงั เรียนสงู กวา่
ก่อนเรียน โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรยี นอย่ใู นระดบั มากทสี่ ดุ อกี ท้ังยังทำใหข้ ้าพเจา้ ได้
พัฒนาแบบฝึกเสริมเพ่ิมทักษะการอ่านจบั ใจความท่ีมีคณุ ภาพ จำนวนทั้งสนิ้ ๘ เล่ม เพือ่ นำมาใช้เป็น
เคร่อื งมือในการส่งเสริมและพัฒนาการอา่ นของนกั เรียนให้มีประสิทธภิ าพและสง่ ผลใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
ของนักเรยี นสูงข้ึนต่อไปตามลำดับ ดังน้ี (อ้างอิงในภาคผนวก หน้า ๖๑)
เลม่ ท่ี ๑ ฝกึ อา่ นสารใหค้ ล่อง
เลม่ ที่ ๒ ฝกึ ลองตอบตั้งคำถาม
เล่มท่ี ๓ ฝึกเขยี นโครงเร่ืองตาม
เลม่ ท่ี ๔ ฝกึ ตีความข้อเท็จจริง
เลม่ ท่ี ๕ ฝึกแยกสว่ นประโยค
เล่มท่ี ๖ ฝกึ เรียงโยกลำดับเร่ือง
เลม่ ท่ี ๗ ฝกึ อ่านตำนานเมือง
เล่มท่ี ๘ ฝึกสรุปเรอื่ งส้ันจับใจความ
๓๖
๙. ผลงานอืน่ ๆ ทนี่ ่าภมู ิใจ
วัน / เดือน / ปี รางวัลทไ่ี ดร้ บั หน่วยงานท่ีมอบ ระดับของรางวัล
ระดับเทศบาล
ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้รับรางวัลครผู ู้ฝึกสอนโครงงาน เทศบาลนคร
ระดบั ภาค
ภาษาไทย “รางวลั ชนะเลศิ ” การประกวด ขอนแกน่
ระดบั เทศบาล
แขง่ ขันโครงงานภาษาไทยระดบั ระดับจงั หวัด
ระดบั เทศบาล
ประถมศึกษา ๔-๖ ระดบั ภาค
ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดร้ ับรางวัลครผู ู้ฝึกสอนโครงงาน กรมส่งเสรมิ การ ระดบั เทศบาล
ภาษาไทย “รางวลั ชมเชย (ระดบั เหรยี ญ ปกครองท้องถน่ิ
เงิน)” การประกวดแข่งขนั โครงงาน รว่ มกับเทศบาลเชยี ง
ภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔-๖ ณ คาน จงั หวดั เลย
อำเภอเชียงคาร ในงานมหกรรมการจดั
การศึกษา ระดับภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ครัง้ ที่ ๒๓
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้รับรางวัล “ครหู วั ใจทองคำ” เนื่องในวัน เทศบาลนคร
ครู เทศบาลนครขอนแก่น ขอนแก่น จังหวดั
ขอนแกน่
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ไดร้ บั รางวัล “ครดู เี ด่น” ด้านการจดั รายการ Nation TV
กระบวนการเรียนรู้ทห่ี ลากหลายและ
สง่ เสรมิ ภาษาถิน่
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ไดร้ ับรางวลั ครผู ู้ฝึกสอนโครงงาน เทศบาลนคร
ภาษาไทย “รางวลั ชนะเลศิ ” การประกวด ขอนแกน่
แขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดับ
ประถมศึกษา ๔-๖
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ไดร้ ับรางวลั ครูผู้ฝึกสอนโครงงาน กรมส่งเสริมการ
ภาษาไทย “รางวลั รองชนะเลิศ อนั ดบั ๒ ปกครองท้องถน่ิ
(ระดับเหรียญทอง)” การประกวดแข่งขัน ร่วมกบั องคก์ าร
โครงงานภาษาไทยระดับประถมศึกษา ๔- บริหารสว่ นจังหวัด
๖ ณ จังหวัดขอนแกน่ ในงานมหกรรม ขอนแก่น
การจัดการศกึ ษา ระดบั ภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ครั้งที่ ๒๔
ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ไดร้ บั รางวลั ครผู ู้ฝึกสอนโครงงาน เทศบาลนคร
ภาษาไทย “รางวัลชนะเลิศ” การประกวด ขอนแกน่
แข่งขนั โครงงานภาษาไทยระดับ
ประถมศกึ ษา ๔-๖
๓๗
๑๐. ผลงานอ่นื ๆ ที่น่าภูมิใจ (ต่อ)
วัน / เดือน / ปี รางวัลทไี่ ดร้ ับ หนว่ ยงานทีม่ อบ ระดบั ของรางวัล
ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ไดร้ บั รางวัลครผู ้ฝู กึ สอนโครงงาน กรมสง่ เสริมการ ระดบั ภาค
ภาษาไทย “รางวลั รองชนะเลิศ อันดบั ๑ ปกครองท้องถิน่
(ระดับเหรียญทอง)” การประกวดแข่งขนั รว่ มกับเทศบาลเมอื ง
โครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔- รอ้ ยเอด็
๖ ณ จังหวัดรอ้ ยเอ็ด ในงานมหกรรมการ
จดั การศกึ ษาระดบั ภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือ คร้ังท่ี ๒๕
ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ไดร้ บั รางวัลครผู ฝู้ กึ สอนโครงงาน เทศบาลนคร ระดับเทศบาล
ภาษาไทย “รางวัลชนะเลิศ” การประกวด ขอนแก่น
แขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดับ
ประถมศึกษา ๔-๖
ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้รบั รางวลั ครูผ้ฝู กึ สอนโครงงาน กรมสง่ เสริมการ ระดบั ภาค
ภาษาไทย “รางวัลชนะเลศิ (ระดับเหรยี ญ ปกครองท้องถิ่น
ทอง)” การประกวดแข่งขันโครงงาน ร่วมกับเทศบาลเมือง
ภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔-๖ ณ นางรอง จงั หวดั
จงั หวดั บุรีรมั ย์ ในงานมหกรรมการจัด บรุ ีรมั ย์
การศึกษา ระดบั ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
คร้ังที่ ๒๖
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดร้ บั รางวลั ครูผูฝ้ กึ สอนโครงงาน เทศบาลนคร ระดบั เทศบาล
ภาษาไทย “รางวัลชนะเลิศ” การประกวด ขอนแก่น
แขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดับ
ประถมศึกษา ๔-๖
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดร้ บั รางวัลครูผ้ฝู ึกสอนโครงงาน กรมสง่ เสริมการ ระดับภาค
ภาษาไทย “รางวัลรองชนะเลิศ อนั ดับ ๒ ปกครองท้องถิน่
(ระดับเหรียญทอง)” การประกวดแข่งขนั ร่วมกับเทศบาลเมือง
โครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔- กาฬสินธุ์
๖ ณ จงั หวดั กาฬสนิ ธุ์ ในงานมหกรรม
การจดั การศึกษาระดบั ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๒๗
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ รางวัล “ครูดีเดน่ ” ด้านการนำเทคโนโลยี โรงเรยี นเทศบาลสวน ระดบั โรงเรียน
และนวตั กรรมมาใชใ้ นการสอน สนกุ
ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ รางวัล “ครดู ีเดน่ ” ด้านการผลิตสอื่ การ โรงเรียนเทศบาลสวน ระดบั โรงเรียน
เรียนรู้ทที่ นั สมยั สนุก
หมายเหตุ : ระดบั ของรางวัลใหเ้ ตมิ ให้ทราบว่าเปน็ รางวัลระดบั ประเทศ / ระดับภาค / ระดบั เขต หรืออ่ืนๆ
๓๘
๑๐. นักเรยี นท่สี อนไดเ้ ข้ารว่ มแข่งขันความสามารถหรอื เข้าประกวดผลงานดา้ นภาษาไทยและได้รบั
รางวลั
วนั /เดือน/ปี ชอ่ื -นามสกุลนกั เรียน รางวลั ที่ไดร้ บั ระดบั ของรางวัล
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ ระดับเทศบาล
เดก็ หญงิ พลอยไพลิน รตั นกจิ ธำรง “รางวัลชนะเลศิ ” การประกวด
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ แขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดบั ระดบั ภาค
เด็กชายภมู ิ ศรตี ลารมย์ ประถมศกึ ษา ๔-๖
เด็กหญงิ ร่งุ ฟา้ ออง ระดับโรงเรียน
“รางวัลชมเชย (ระดับเหรียญเงิน)” ระดบั โรงเรียน
เด็กหญิงพลอยไพลิน รตั นกิจธำรง การประกวดแขง่ ขันโครงงาน ระดบั เทศบาล
ภาษาไทยระดับประถมศึกษา ๔-๖
เดก็ ชายภมู ิ ศรีตลารมย์ ในงานมหกรรมการจัดการศึกษา ระดบั ภาค
เดก็ หญิงรงุ่ ฟ้า ออง ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ระดับโรงเรียน
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ เด็กชายภูมิ ศรีตลารมย์ “รางวัลรองชนะเลิศ อันดบั ๑”การ ระดบั โรงเรยี น
ประกวดกล่าวสนุ ทรพจน์ ในงานวัน ระดบั เทศบาล
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ เดก็ หญิงรงุ่ ฟ้า ออง รกั ษไ์ ทย
ปี พ.ศ.๒๕๕๘ เดก็ หญงิ ณชิ ากร แสงเพ็ชร “รางวัลชนะเลศิ ”การประกวดการเปิด
ปี พ.ศ.๒๕๕๘ เดก็ หญงิ ณัฏฐธิดา และในสงิ ห์ พจนานกุ รม ในงานวนั รกั ษ์ไทย
เด็กหญิงธนั ยช์ นก วงษ์พฒั น์
“รางวลั ชนะเลศิ ” การประกวด
เด็กหญงิ ณชิ ากร แสงเพช็ ร แข่งขนั โครงงานภาษาไทยระดบั
เดก็ หญิงณัฏฐธิดา และในสิงห์ ประถมศึกษา ๔-๖
เดก็ หญงิ ธนั ย์ชนก วงษพ์ ฒั น์
“รางวลั ชมเชย (ระดับเหรียญเงนิ )”
ปี พ.ศ.๒๕๕๘ เด็กหญงิ ณฏั ฐธิดา และในสิงห์ การประกวดแข่งขันโครงงาน
ภาษาไทยระดบั ประถมศกึ ษา ๔-๖ ณ
ปี พ.ศ.๒๕๕๘ เด็กหญิงณชิ ากร แสงเพ็ชร อำเภอเชยี งคาร ในงานมหกรรมการ
ปี พ.ศ.๒๕๖๐ เดก็ หญิงณัฏฐธดิ า และในสงิ ห์ จดั การศึกษา ระดับภาค
เดก็ หญิงธนั ยช์ นก วงษ์พัฒน์ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ครั้งท่ี ๒๓
เด็กหญงิ เพ็ญพิชชา พงษ์รตั น์ “รางวลั ชนะเลิศ”การประกวดการ
เด็กหญงิ กฤตพร ทองแพง อ่านทำนองเสนาะระดบั ประถมศึกษา
เดก็ หญงิ นุชนาถ แสงตะวนั ๔-๖ ในงานวันรักษไ์ ทย
“รางวลั ชนะเลิศ”การประกวดเลา่
นิทานเปน็ ทมี ระดับประถมศึกษา ๔-
๖ ในงานวนั รักษไ์ ทย
“รางวัลรองชนะเลศิ ” การประกวด
แข่งขนั โครงงานภาษาไทยระดบั
ประถมศกึ ษา ๔-๖
๓๙
๑๐. นกั เรียนที่สอนได้เข้ารว่ มแขง่ ขันความสามารถหรอื เข้าประกวดผลงานดา้ นภาษาไทยและไดร้ ับรางวัล
(ต่อ)
วัน/เดือน/ปี ชื่อ-นามสกุลนกั เรยี น รางวัลทีไ่ ดร้ บั ระดบั ของรางวัล
ปี พ.ศ.๒๕๖๐ ระดบั ภาค
เด็กหญงิ เพ็ญพชิ ชา พงษร์ ัตน์ “รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ (ระดับ
เดก็ หญงิ กฤตพร ทองแพง เหรยี ญทอง)” การประกวดแข่งขนั ระดับโรงเรียน
เดก็ หญิงนุชนาถ แสงตะวัน โครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ระดบั เทศบาล
๔-๖ ณ จังหวดั ร้อยเอ็ด ในงาน
ปี พ.ศ.๒๕๖๐ เด็กหญงิ เพญ็ พิชชา พงษร์ ตั น์ มหกรรมการจดั การศึกษาระดับภาค ระดบั ภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ครัง้ ที่ ๒๕
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ เดก็ หญิงพนมพร นพิ ขนั ธ์ ระดับโรงเรยี น
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ เด็กชายพลวฒั น์ ระติวงษ์ “รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดับ๒” การ ระดับจังหวัด
เด็กหญิงรชยา ฉายวิชัย ประกวดคดั ลายมอื ในงานวนั รักษไ์ ทย ระดับเทศบาล
ระดบั ภาค
เด็กหญิงพนมพร นพิ ขนั ธ์ “รางวลั รองชนะเลิศ” การประกวด
เด็กชายพลวัฒน์ ระตวิ งษ์ แข่งขนั โครงงานภาษาไทยระดบั
เดก็ หญงิ รชยา ฉายวชิ ยั ประถมศกึ ษา ๔-๖
“รางวัลชนะเลศิ (ระดับเหรียญทอง)”
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ เด็กหญิงพนมพร นพิ ขันธ์ การประกวดแขง่ ขันโครงงาน
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ เดก็ หญิงรชยา ฉายวชิ ยั ภาษาไทยระดับประถมศึกษา ๔-๖ ณ
จังหวัดบุรีรัมย์ ในงานมหกรรมการจดั
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เดก็ หญิงรชยา ฉายวิชัย การศกึ ษาระดับภาค
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เดก็ หญิงณัฐชานนั ท์ น้อยเมล์ ตะวันออกเฉยี งเหนือ ครั้งที่ ๒๖
เด็กหญิงฐาณติ า ช่ืนชมบญุ
“รางวัลรองชนะเลิศ อันดบั ๒” การ
เด็กหญิงรชยา ฉายวิชยั ประกวดคัดลายมอื ในงานวันรกั ษไ์ ทย
เด็กหญงิ ณัฐชานันท์ น้อยเมล์
เดก็ หญิงฐาณิตา ชน่ื ชมบุญ รางวลั ผลคะแนนสอบลำดับที่ 2 ของ
โรงเรียนและ 2 ของจังหวดั โครงาน
ทดสอบบริษัทเสรมิ ปญั ญา
“รางวัลรองชนะเลศิ ” การประกวด
แข่งขันโครงงานภาษาไทยระดับ
ประถมศึกษา ๔-๖
“รางวลั รองชนะเลิศ อันดบั ๒ (ระดบั
เหรยี ญทอง)” การประกวดแข่งขนั
โครงงานภาษาไทยระดับประถมศึกษา
๔-๖ ณ จงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ ในงาน
มหกรรมการจัดการศึกษาระดับภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ คร้ังท่ี ๒๗
๔๐
๑๐. นกั เรียนที่สอนไดเ้ ขา้ ร่วมแข่งขันความสามารถหรือเขา้ ประกวดผลงานด้านภาษาไทยและไดร้ ับ
รางวลั (ต่อ)
วนั /เดอื น/ปี ชอื่ -นามสกุลนักเรยี น รางวัลท่ไี ด้รับ ระดับของรางวัล
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ เดก็ หญิงกชพรรณส์ บุญยธนศกั ด์ิ “รางวัลรองชนะเลศิ อนั ดบั ๒” การ ระดับโรงเรียน
ประกวดคดั ลายมอื ในงานวันรกั ษไ์ ทย
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เด็กหญิงอิศราภรณ์ อินทจักร “รางวลั รองชนะเลศิ อันดบั ๑”การ ระดับโรงเรยี น
ประกวดกลา่ วสุนทรพจน์ ในงานวัน
รกั ษ์ไทย
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เดก็ หญงิ ณฐั มน สบื ศิริ รางวลั ผลคะแนนสอบลำดบั ที่ ๒ ของ ระดับจงั หวดั
โรงเรยี นและ ๒ ของจงั หวดั โครงาน
ทดสอบบรษิ ัทเสริมปญั ญา
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เดก็ หญิงกุลพธิ า บญุ เจรญิ รางวัลผลคะแนนสอบลำดบั ท่ี ๔ ของ ระดบั จังหวดั
โรงเรยี นและ ๖ ของจงั หวดั โครงาน
ทดสอบบรษิ ัทเสรมิ ปัญญา
ปี พ.ศ.๒๕๖๒ เด็กชายธรี เทพ ชนะโยธา “รางวลั รองชนะเลศิ อันดับ๑ ”การ ระดบั โรงเรียน
ประกวดการเปดิ พจนานุกรม ในงาน
วนั รกั ษไ์ ทย
หมายเหตุ : ระดบั ของรางวัลให้เตมิ ให้ทราบว่าเปน็ รางวัลระดับประเทศ / ระดับภาค / ระดับเขต หรืออื่นๆ
๑๑. ผลงานท่ีแสดงถึงการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณด์ ้านภาษาไทย ไปให้ความ
ร่วมมอื ส่งเสรมิ พฒั นาหน่วยงาน องคก์ รและชุมชน
ข้าพเจา้ ไดใ้ ห้ความช่วยเหลือในกิจกรรม โครงการต่างๆ ที่ทางโรงเรยี น เทศบาลและชมุ ชน
จัดขน้ึ อยา่ งเต็มใจ ปฏิบัติงานตามทีไ่ ด้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ใหส้ ำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ และ
ใหก้ ารช่วยเหลือผรู้ ว่ มงานตามความเหมาะสมและกำลังท่เี ราจะช่วยเหลอื ได้โดยไมต่ ้องร้องขอ เหน็ ประโยชน์
ส่วนรวมมากกว่าประโยชนส์ ่วนตน รว่ มกิจกรรมของชมุ ชนอยา่ งสมำ่ เสมอและอำนวยความสะดวกแก่
หนว่ ยงานราชการอนื่ ๆ ท่ีมาขอความรว่ มมืออยา่ งสมำ่ เสมอ
อกี ทั้งข้าพเจา้ นำความรู้ ความสามารถและประสบการณด์ ้านภาษาไทยทม่ี มี าประยุกตใ์ ช้ใน
การพัฒนาตนเองให้เปน็ วทิ ยากรในการบรรยายพเิ ศษให้ความรู้ การถ่ายทอดความรู้และการสือ่ สารเพื่อสร้าง
แรงบันดาลใจให้กับบุคลากรในหนว่ ยงาน องคก์ รและชุมชนต่าง ๆ ถือว่าเป็นกลไกการขับเคลื่อนท่ชี ว่ ยสง่ เสริม
พฒั นาหนว่ ยงาน องคก์ รและชุมชนให้เกดิ การเรียนรู้ท่ีอยา่ งยั่งยืน ดังนี้
๑. ได้รับเชญิ จากศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษบ้านไผ่ ให้เป็นวทิ ยากรบรรยายใหก้ ับผู้พกิ าร
ในวันคนพกิ าร กว่า ๕๐ คน ในหัวขอ้ “การสรา้ งแรงบันดาลในในการใช้ชวี ติ อยา่ งไรให้มคี วามสขุ ” (อ้างอิง
ในภาคผนวก หน้า ๖๑)
๒. ได้รบั เชญิ จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ใหเ้ ป็นวทิ ยากรบรรยาย
ให้กับครรู ะดับประถมศึกษาที่มคี วามสนใจเขา้ รว่ มอบรม กวา่ ๗๐ คน ในหวั ข้อ “การสรา้ งแรงจูงใจสอน
อยา่ งไรใหส้ นกุ ” (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๖๒ )
๔๑
๓. ได้รับเชิญจากโรงเรียนโคกสีพทิ ยาสรรพ์ จงั หวดั ขอนแก่น ใหเ้ ป็นวิทยากรบรรยาย
ให้กับนักเรียนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษา จำนวน ๑๒๐ คน ในหัวข้อ “ทำไม?...ต้องเรยี นภาษาไทย” (อา้ งอิงใน
ภาคผนวก หนา้ ๖๒)
๔. ไดร้ บั เชิญจากคณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเลย ใหเ้ ป็นวิทยากรบรรยาย
ใหก้ บั นกั ศึกษาช้ันปีที่ ๔ สาขาการสอนวิชาภาษาไทย จำนวน ๖๐ คน ในหวั ข้อ “จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ภาษาไทยอยา่ งไรใหไ้ ด้ความรู้ สนกุ และมีความสุขกับการเรียน” (อ้างองิ ในภาคผนวก หนา้ ๖๒)
๕. ไดร้ ับเชญิ จากคณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเลย ศนู ย์ขอนแกน่ ให้เป็น
วิทยากรบรรยายให้กับนักศึกษาชน้ั ปที ี่ ๓ และ ๔ สาขาการสอนคณติ ศาสตร์ จำนวน ๘๐ คน ในหวั ข้อ
“การกิจกรรมการเรียนรสู้ ำหรับนกั เรยี นประถมศึกษา” (อ้างอิงในภาคผนวก หน้า ๖๓)
๖. ได้รับเชญิ จากคณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏเลย ศูนยข์ อนแกน่ ให้เปน็
วทิ ยากรบรรยายใหก้ บั นักศึกษาชน้ั ปีที่ ๔ สาขาการสอนคอมพิวเตอร์ จำนวน ๔๐ คน ในหวั ขอ้ “การ
กิจกรรมการเรยี นรู้สำหรบั นกั เรยี นประถม” (อ้างองิ ในภาคผนวก หนา้ ๖๓)
๗. ได้รบั หนา้ ทเี่ ปน็ วิทยากรบรรยายใหก้ ับคณะครูภาษาไทยสังกดั เทศบาลนคร
ขอนแก่น ในหวั ข้อ “เทคนิคกระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยในทศวรรษที่ ๒๑” (อ้างอิงใน
ภาคผนวก หนา้ ๖๓)
๘. ได้รับหน้าทีเ่ ป็นวทิ ยากรบรรยายใหก้ ับคณะครภู าษาไทยสงั กัดเทศบาลนคร
ขอนแกน่ ในหัวข้อ “การจัดกจิ กรรมเปิดสมองและการผลิตสื่อการเรียนรู้อยา่ งง่ายและนา่ สนใจ” (อ้างอิงใน
ภาคผนวก หน้า ๖๔)
๙. ไดร้ บั หน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายใหก้ ับคณะครูโรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ ใน
หวั ข้อ “ภาษาในการสือ่ สาร” (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๖๔)
๑๐. ไดร้ ับเชิญจากศูนย์การศึกษาพเิ ศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแก่น ใหเ้ ป็นวทิ ยากร
บรรยายให้กับคณะครูประจำศูนย์การศึกษาพิเศษ รุ่นท่ี ๑ จำนวน ๘๐ คน ในหัวขอ้ “การพัฒนาบคุ ลากรสู่
องค์กรทเี่ ข้มแข็ง” (อ้างอิงในภาคผนวก หนา้ ๖๔)
๑๑. ได้รับเชญิ จากศูนย์การศึกษาพเิ ศษเขตการศึกษา ๙ จ.ขอนแก่น ให้เป็นวิทยากร
บรรยายให้กับพนักงานประจำศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษ รุ่นที่ ๒ จำนวน ๖๐ คน ในหัวข้อ “การพฒั นาบุคลากรสู่
องค์กรท่เี ข้มแข็ง” (อา้ งอิงในภาคผนวก หนา้ ๖๕)
๑๒. อีกท้ังข้าพเจา้ ยังได้ทำหนา้ ที่เป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กบั นักเรียนตามโครงการ
และกิจกรรมต่างๆ ท่ที างโรงเรียนและเทศบาลนครขอนแก่นจดั ขึ้นเปน็ ประจำ เช่น กจิ กรรมคา่ ยบูรณาการ
วชิ าการ , คา่ ย English Camp, คา่ ยคณติ ศาสตร์ , คา่ ยสิ่งแวดลอ้ ม , คา่ ยแกนนำ TO BE NUMBER ONE,
ค่ายสภานักเรยี น , ค่ายลกู เสือ-เนตรนารี เป็นต้น (อา้ งองิ ในภาคผนวก หนา้ ๖๕)
สรุป
ผลการปฏิบตั เิ ช่นน้ีนอกจากจะช่วยสง่ เสริมพฒั นาตนเอง พัฒนาหนว่ ยงาน องค์กรและ
ชมุ ชนแลว้ น้นั ยงั ส่งผลให้ข้าพเจา้ ไดเ้ ปน็ ทรี่ จู้ ักกนั อย่างแพร่หลายมากขึน้ และมีเครือข่ายของบุคลากรทาง
การศึกษาทเ่ี ข้มแข็งจากหลากหลายหน่วยงานองค์กร เพอ่ื ร่วมแลกเปล่ียนแนวทางประสบการณ์การสอนและ
การทำงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี
๔๒
๑๒. ผลงานที่แสดงถึงการพฒั นานกั เรียน ให้สามารถนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ดา้ น
ภาษาไทย ไปรว่ มมือในกจิ กรรมพัฒนาชุมชนตา่ ง ๆ
จากการที่ข้าพเจา้ ได้ออกแบบและจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ที่หลากหลายนัน้ จะเห็นได้วา่ ทุก
รปู แบบวิธีสอนสามารถพัฒนาผูเ้ รียนได้ผลเป็นอยา่ งดี และรูปแบบวิธีสอนท่ีข้าพเจา้ เลอื กใชใ้ นการจดั
กระบวนการเรยี นรู้อีกวธิ หี นึ่งคือ การจดั การเรยี นรูแ้ บบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (PROJECT BASED LEARNING)
เป็นวธิ สี อนท่ีเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นได้เรยี นร้เู ร่ืองใดเรอื่ งหน่ึงตามความสนใจอย่างลมุ่ ลึก โดยผ่านกระบวนการ
หลกั คือ กระบวนการแกป้ ญั หา ผู้เรียนจะเปน็ ผูล้ งมือปฏบิ ตั ิเพ่อื ค้นหาคำตอบดว้ ยตนเอง จงึ เปน็ การเรียนรู้ท่ี
เกิดองคค์ วามรู้ใหม่จากประสบการณต์ รงของตนเอง
ดว้ ยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจา้ จงึ เลอื กวธิ ีการจดั การเรียนรู้แบบน้ีมาใช้ จึงสง่ ผลให้
นกั เรยี นนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการทำโครงงานภาษาไทยน้ีไปประยกุ ต์ใช้ได้จรงิ เพ่ือ
ออกแบบกจิ กรรมพฒั นาชมุ ชนได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ อาทิเช่น โครงงานจติ อาสาเกย็ ขยะในชมุ ชน , โครงงาน
เยาวชนจิตอาสาพัฒนาความสะอาดวัด , โครงงานจติ อาสาร่วมกนั รักษาความสะอาดในชุมชน และโครงงาน
รกั ษาสงิ่ แวดล้อมในชมุ ชน เป็นต้น
สงิ่ ทข่ี ้าพเจา้ ภาคภมู ิใจอย่าง คอื นกั เรียนไดใ้ ช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการ
ทำโครงงานภาษาไทยจากชน้ั เรยี นท่ีตนเองมี มาตอ่ ยอดออกแบบและพัฒนาโครงงานภาษาไทยใหม้ คี ุณภาพ
และส่งเข้ารว่ มเพื่อประกวดแขง่ ขนั ในงานมหกรรมการจดั การศึกษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื สง่ ผลให้การ
ประกวดแข่งขันโครงงานภาษาไทยประสบความสำเรจ็ และได้รบั รางวลั ซง่ึ เป็นทีน่ ่าพอใจทุกปกี ารศึกษา ดังน้ี
๑. ปกี ารศึกษา ๒๕๕๙ ไดร้ ับรางวลั รองชนะเลศิ อันดบั ๒ (ระดับเหรียญทอง) การ
ประกวดแขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดับประถมศกึ ษา ๔-๖ ณ จังหวดั ขอนแก่น ในงานมหกรรมการจดั
การศึกษา ระดบั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๒๔ (อา้ งอิงในภาคผนวกหน้า ๖๖)
๒. ปีการศกึ ษา ๒๕๖๐ ได้รบั รางวลั รองชนะเลิศ อนั ดับ ๑ (ระดบั เหรียญทอง) การ
ประกวดแข่งขันโครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔-๖ ณ จังหวัดร้อยเอด็ ในงานมหกรรมการจดั
การศึกษา ระดบั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ครั้งท่ี ๒๕ (อา้ งอิงในภาคผนวกหน้า ๖๗)
๓. ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ไดร้ ับรางวัลชนะเลิศ (ระดับเหรียญทอง) การประกวดแขง่ ขนั
โครงงานภาษาไทยระดับประถมศึกษา ๔-๖ ณ จังหวดั บุรรี มั ย์ ในงานมหกรรมการจัดการศึกษา ระดับภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ ๒๖ (อ้างอิงในภาคผนวกหนา้ ๖๘)
๔. ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ ได้รับรางวลั รองชนะเลิศ อันดับ ๒ (ระดับเหรยี ญทอง) การ
ประกวดแขง่ ขนั โครงงานภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา ๔-๖ ณ กาฬสนิ ธุ์ ในงานมหกรรมการจัดการศึกษา
ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คร้งั ที่ ๒๗ (อ้างอิงในภาคผนวกหนา้ ๖๙)
ข้าพเจา้ ขอรบั รองวา่ มคี ุณสมบัติเหมาะสมตามประกาศการคัดเลอื กครูผสู้ อนดเี ดน่ สาขาครภู าษาไทย
ทุกประการ
ลงชื่อ
(นายกติ ติวัฒน์ ธนพัฒน์โยธิน)
ครผู ้สู ่งผลงานดเี ดน่ สาขาภาษาไทย ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
หมายเหตุ : ครผู ู้ส่งผลงานดีเดน่ ส่งผลงานที่จดั ทำและพฒั นาเพ่ือประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ไม่เกนิ ๓
รายการ (ในกรณที ผ่ี ลงานแต่ละรายการมีเอกสารส่ือเป็นชุด ซ่ึงอาจมีผลงานหลายชิน้ /เลม่ ควรส่งใหค้ รบทุกชิ้น/เลม่ )
๔๓
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารโรงเรียน
....................................................................................................................................... .......................................
........................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่
(นางช่อเอ้ือง ฤกษ์รุจพิ ิมล)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นเทศบาลสวนสนกุ
ความคดิ เห็นของผู้บรหิ ารระดบั สำนักงานเทศบาล
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชื่อ
(นายธีระศกั ดิ์ ฑฆี ายุพันธุ์)
ตำแหน่ง นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น
๔๔
ภาคผนวก
๔๕
รางวัลชนะเลศิ เหรียญทอง
ครผู ้ฝู ึกสอนโครงงานภาษาไทย ระดับประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
รางวัล “ครูดเี ด่น” ดา้ นจัดการเรียนการสอนทม่ี คี วามหลากหลาย โดย Nation TV
รางวัล “ครดู เี ด่น” ดา้ นการนำเทคโนโลยีและนวตั กรรมมาใชใ้ นการสอน ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒