บันทึกขอ้ ความ
ส่วนราชการ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 อำเภอชะอำ จงั หวดั เพชรบรุ ี
ที…่ ………………………………………… วันที่ …………………………………………………….
เรื่อง ขออนุมัติใช้โครงสร้างรายวิชา
เรียน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
..........................................................................................................................................................
ด้วยข้าพเจ้านายสุรกจิ เกษตรพนู สุข ตำแหน่ง ครู ค.ศ. 3 ได้รับมอบหมายให้สอนรายวิชา เคมี 1 รหัสวิชา
ว 32201 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลาเรียน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จึงได้จัดทำ
โครงสร้างรายวิชาที่สอนเพือ่ ใชใ้ นการประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนในระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาค
เรียนที่ 1
จึงเรียนมาเพือ่ โปรดอนมุ ตั ิ
ลงช่อื ....................................
( นายสรุ กจิ เกษตรพูนสขุ )
..........................................................................................................................................................
ความเห็นของรองผอู้ ำนวยการกลุม่ บริหารงานวิชาการ / ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย
ได้ตรวจสอบโครงสร้างรายวิชาดังกล่าวแล้ว พบวา่
ครบถ้วน ครอบคลมุ และสอดคล้องตามหัวข้อ เนอื้ หา สาระมาตรฐานตวั ช้ีวดั / ผลการเรียนรู้
ควรปรับปรงุ เพิม่ เติม หรือแก้ไข ดงั นี้ …………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………….
ลงช่อื ......................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ
............/............./.............
..............................................................................................................................................................
เรียนเสนอเพือ่ โปรดพิจารณา
อนุมัติตามเสนอ ไมอ่ นุมัติ เนือ่ งจาก ......................................................................
ลงชอ่ื .....................................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
ประมวลรายวิชา ( Course Syllabus )
**************************************************
1. ชอ่ื วิชา วิทยาศาสตร์
2. สถานภาพวิชารหัสวิชา เคมี 1
3. รหัสวิชา ว 32201
4. จำนวนหน่วยกิต 1.5
5. จำนวนช่วั โมง / สปั ดาห์ 3
6. เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง / ภาคเรียน
7. ภาคเรียนที่ 1
8. ปีการศึกษา
9. ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5
10. ชอ่ื สกุล ครูผู้สอน นายสุรกจิ เกษตรพนู สุข
11. ขอบขา่ ยเนือ้ หาทีส่ อน ตามคำอธิบายรายวิชา
คำอธิบายรายวิชา
ชือ่ วิชา เคมี 1 รหสั ว 32201
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5
เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต
**************************************************
สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตวั อย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดีย่ ว พันธะคู่ หรือพันธะสาม เขียนสูตร
โครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ วิเคราะห์โครงสร้าง
และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์
ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชนั ไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์
ประเภทตา่ งๆ วิเคราะหแ์ ละเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอนิ ทรีย์ที่มีหม่ฟู ังก์ชนั ขนาด
โมเลกลุ หรือโครงสร้างตา่ งกนั ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการ
เผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เขียนสมการเคมีและอธิบายการ
เกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชนั ปฏิกิริยาการสังเคราะหเ์ อไมด์ ปฏิกิริยาการไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน สืบค้นข้อมูล และนำเสนอ
ตวั อยา่ งการนำสารประกอบอนิ ทรีย์ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั และอตุ สาหกรรม
โดยใชก้ ารเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ สามารถ
นำความรู้และหลักการไปใชป้ ระโยชน์ เชอ่ื มโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวัน สามารถจัด
กระทำและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็น
คณุ คา่ ของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบใน
ชวี ิตประจำวนั
2. เขียนสตู รโครงสร้างลิวอิส สตู รโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบอนิ ทรีย์
3. วิเคราะหโ์ ครงสร้าง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอนิ ทรียจ์ ากหมฟู่ ังก์ชัน
4. เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟงั กช์ ันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ
IUPAC
5. เขียนไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทต่างๆ
6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟงั ก์ชัน ขนาดโมเลกุล
หรือโครงสร้างต่างกัน
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑจ์ ากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน
หรือปฏิกิริยากบั โพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต
8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะหเ์ อไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิ
ซสิ และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชนั
9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชนั ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
10. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการนำสารประกอบอนิ ทรียไ์ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั และอตุ สาหกรรม
รวม 10 ผลการเรียนรู้
ผงั มโนทัศน์รายวิชาเคมี 1
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑
เคมีอินทรยี ์
วิชาเคมี 1
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5
หน่วย ชอ่ื หนว่ ย แผนการ โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร
ที่ การเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ รหสั วิชา ว 32201 รายวิชา
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเ
เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง / สัปดาห์ จำนวน 60
สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้ /
ตวั ช้ีวดั / ผลการเรียนรู้
1 เคมีอินทรีย์ เคมีอินทรีย์ 1. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอ สารประ
ตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ องค์ประกอ
ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือ และแบ่งได
พ ั น ธ ะ ส า ม ท ี ่ พ บ ใ น พันธะโคเว
ชวี ิตประจำวัน พันธะสาม
2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส ได้ เชน่ ไนโ
สูตรโครงสร้างแบบย่อและ สตู รของสา
สูตรโครงสร้างแบบเส้นของ โครงสร้าง
สารประกอบอนิ ทรีย์ แบบเส้นแล
3. วิเคราะหโ์ ครงสร้าง และระบุ สารประ
ประเภทของสารประกอบ ของสารปร
อินทรีย์จากหมฟู่ ังก์ชนั ตามสมบัต
4. เขียนสูตรโครงสร้างและ ฟงั ก์ชัน เช
เรียกชื่อสารประกอบอินทรยี ์ -OH จัดเป
ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชนั ไอโซเมอริ
ไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ โมเลกุลเหม
IUPAC โมเลกลุ เหม
ร์และเทคโนโลยี ช่อื วิชา เคมี 1
า วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1
เทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5
ชวั่ โมง / ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกิต
สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
ะกอบอนิ ทรีย์ คือ สารประกอบทีม่ ีธาตคุ ารบ์ อนเป็น 58 40 20 10 70
อบ สว่ นใหญ่พบในสิ่งมีชีวิต มีโครงสร้างหลากหลาย
ด้หลายประเภท เนื่องจากธาตคุ ารบ์ อนสามารถเกิด
วเลนต์กับธาตุคาร์บอนด้วยพันธะเดี่ยว พันธะคู่
ม และยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กบั ธาตุอื่น ๆ
โตรเจน ออกซิเจน กำมะถนั ฟอสฟอรัส การเขียน
ารประกอบอินทรีย์ อาจเขียนเป็นสูตรโมเลกุล สูตร
งลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้าง
ละมมุ
ะกอบอินทรีย์ มีหมู่อะตอมทีท่ ำหน้าที่แสดงสมบัติ
ระกอบนั้น ๆ ทำให้สามารถจดั สารประกอบอนิ ทรีย์
ติของหมอู่ ะตอมที่ทำหน้าที่แสดงสมบัติ เรียกว่า หมู่
ชน่ โมเลกุลของสารอินทรียใ์ ดมีหมู่
ปน็ สารประกอบแอลกอฮอล์
ซึม เป็นปรากฏการณ์ที่สารประกอบอินทรีย์มีสตู ร
มือนกัน แตม่ ีสูตรโครงสร้างตา่ งกัน และสารท่มี ีสูตร
มือนกนั แตส่ ตู รโครงสร้างแตกตา่ งกนั เรียกว่า
5. เขียนไอโซเมอรโ์ ครงสร้างของ ไอโซเมอร์
สารประกอบอินทรีย์ประเภท สารประ
ตา่ งๆ เฉพาะธาต
6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุด ได้ 4 ประเ
เดือดและการละลายในน้ำ สารประกอ
ของสารประกอบอินทรีย์ที่มี สารประกอ
หมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล เผาไหม้ ป
หรือโครงสร้างต่างกนั แมงกาเนต
7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบ ประเภทขอ
ไฮโดรคาร์บอนและเขียน สารปร
ผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการ ประเภทอิ่ม
เผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน IUPAC หร
หรือปฏิกิริยากบั โพแทสเซียม สารประกอ
เปอร์แมงกาเนต ไม่อิ่มตวั ม
8. เขียนสมการเคมีและอธิบาย โดยใช้หลัก
การเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิ สมบัติและ
เคชนั ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ เกิดปฏิกิริย
เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส สารปร
และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชนั ประเภทไมอ่
9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิ IUPAC ส่ว
เคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส สารประก
และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน องคป์ ระกอ
10. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอ แอลกอ
ตัวอย่างการนำสารประกอบ มีธาตุคาร
อินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน
ะกอบไฮโดรคารบ์ อน คือ สารประกอบอินทรียท์ ี่มี
ตคุ าร์บอนและธาตุไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ แบ่ง
เภท คือ สารประกอบแอลเคน สารประกอบแอลคีน
อบแอลไคน์ และอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เมื่อ
อบไฮโดรคาร์บอนแต่ละประเภทเกิดปฏิกิริยาการ
ปฏิกิริยากับโบรมีน ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์
ต จะให้ผลทีแ่ ตกตา่ งกัน ใชเ้ ปน็ เกณฑใ์ นการจำแนก
องสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้
ระกอบแอลเคนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
มตัว มีสูตรทั่วไปคือ CnH2n+2 เรียกชื่อได้ตามระบบ
ืออาจจะเรียกชื่อโดยระบบชื่อสามัญ ส่วน
อบแอลคีนเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภท
มีสูตรทั่วไปคือ CnH2n เรียกชื่อตามระบบ IUPAC ได้
กการเดียวกับแอลเคน แอลเคนและแอลคีนจะมี
ะการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน เช่น แอลเคน
ยาการเผาไหม้ได้ดีกว่าแอลคีน
ระกอบแอลไคน์เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
อิ่มตัว มีสูตรทั่วไปคือ CnH2n-2 เรียกช่อื ได้ตามระบบ
น ส า ร ป ร ะ ก อ บ อ ะ โ ร ม า ต ิ ก ไ ฮ โ ด ร ค า ร ์ บ อ น เป็ น
กอบไฮโดรคาร์บอนที่มีวงเบนซีน (C6H6) เป็น
อบ
อฮอล์ ฟีนอล และอีเทอร์ เปน็ สารประกอบอินทรีย์ที่
ร์บอน ธาตุไฮโดรเจนและธาตุออกซิเจนเ ป็น
ช ี ว ิ ต ป ร ะ จ ำ ว ั น แ ล ะ องค์ประกอ
อตุ สาหกรรม ฟังก์ชนั อีเ
กับแอลกอ
แอลกอฮอล
ไฮโดรเจนได
สารประ
บอกซาลด
สารประกอ
โตนจะมีจุด
แอลดีไฮด์
กรดคาร
ซลิ เปน็ หมู่ฟ
บอกซิลิกเก
บอกซิลิกจ
โตน
เอมีนเป
แอริลเข้าแ
คือหมู่อะม
เอมีนแบ่งเป
เอมีนทุติยภ
สารประ
ธาตุคาร์บ
หมู่อะมิโน
ดังนั้นเอไมด
แบ่งได้ 3 ช
อบ แอลกอฮอล์และฟีนอลมีหมู่ไฮดรอกซิลเปน็ หมู่
เทอร์มีหมูอ่ อกซีเป็นหมู่ฟงั กช์ ัน และเป็นไอโซเมอร์
อฮอล์และฟีนอล โดยที่อีเทอร์จะมีจุดเดือดต่ำกวา่
ล์ เนื่องจากโมเลกุลของอีเทอรไ์ ม่สามารถเกิดพันธะ
ด้เหมือนกับแอลกอฮอล์
ะกอบแอลดีไฮด์เปน็ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์
ดีไฮด์เป็นหมู่ฟังก์ชันส่วนสารประกอบคีโตนเป็น
อบอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์บอนิลเป็นหมู่ฟังกช์ ัน โดยคี
ดเดือดมากกว่า
ร์บอกซลิ ิกเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่คาร์บอก
ฟงั กช์ นั ส่วนเอสเทอรเ์ ปน็ อนุพนั ธข์ องกรดคาร์
กิดจากหมู่แทนที่ด้วยหมู่แอลคอกซี โดยกรดคาร์
จะมีจุดเดือดสูงกว่าแอลกอฮอล์ แอลดีไฮด์ และคี
ป็นสารประกอบอนิ ทรีย์ที่เกิดจากหมู่แอลคิลหรือหมู่
แทนที่ไฮโดรเจนในโมเลกุลแอมโมเนีย มีหมู่ฟังกช์ ัน
มิโน
ป็น 3 ชนิด คือ เอมีนปฐมภมู ิ
ภมู ิ เอมีนตติยภูมิ
ะกอบเอไมด์เป็นสารประกอบอนิ ทรียท์ ี่ประกอบด้วย
อน ไฮโดรเจน ออกซิเจนและไนโตรเจน เกิดจาก
นเข้าไปแทนที่หมู่คาร์บอกซิลในกรดคาร์บอกซิลิก
ด์จึงจัดเป็นอนุพันธ์ของกรดคาร์บอก-ซิลิก เอไมด์
ชนิด คือ เอไมดป์ ฐมภมู ิ
เอไมดท์ ตุ ิย
สารประ
มากมาย เช
ต้ม น้ำมัน
ธรรมชาติก
สารประกอ
นำไปเป็นวตั
ในอตุ สาหก
รวม เวลา / คะแนน หนว่ ยการเรียน
สอบวัดผลกลางภาคเรียน
สอบวัดผลปลายภาคเรียน
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดภาคเรียน
ยภมู ิ เอไมดต์ ติยภูมิ
ะกอบอินทรีย์สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวั นได้
ช่น แกส๊ ปิโตรเลียม นำไปใช้เป็นเช้ือเพลิง ทำแก๊สหุง
นเบนซิน นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ แก๊ส
ก็ถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ และ
อบไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบยัง
ตถุดิบ ในการผลิตมอนอเมอรห์ รือพอลิเมอร์
กรรมปิโตรเคมี
58 40 20 10 70
1 - - - 10
1 - - - 20
60 - - - 100
เกณฑ์การวัดและประเมินผล
1. อัตราสว่ นคะแนน ระหว่างภาคเรียน : กลางภาค : ปลายภาค ( 70 : 10 :20 )
1.1 คะแนนระหว่างภาคเรียน
- งานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 30 คะแนน
- ฝกึ ทักษะ 20 คะแนน
- สอบเก็บคะแนน 10 คะแนน
- พัฒนาการการเรียนรู้ 10 คะแนน
1.2 คะแนนสอบกลางปี 10 คะแนน
1.3 คะแนนสอบปลายปี 20 คะแนน
2. การคิดคะแนน
ระดับคะแนน 0 คะแนน 0 - 49 คะแนน
ระดับคะแนน 1 คะแนน 50 - 54 คะแนน
ระดบั คะแนน 1.5 คะแนน 55 - 59 คะแนน
ระดับคะแนน 2 คะแนน 60 - 64 คะแนน
ระดบั คะแนน 2.5 คะแนน 65 - 69 คะแนน
ระดบั คะแนน 3 คะแนน 70 - 74 คะแนน
ระดับคะแนน 3.5 คะแนน 75 - 79 คะแนน
ระดบั คะแนน 4 คะแนน 80 - 100 คะแนน
แหล่งเรียนรู้
- แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
- แหลง่ เรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต
- แหล่งเรียนรู้หอ้ งสมดุ