พิษณุโลกเมือง ๓ ธรรม
๑.ธรรมะ
๒.ธรรมชาติ
๓.วัฒนธรรม
พษิ ณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม
เมืองธรรมะ
พระพทุ ธชนิ ราชและวัดพระศรรี ตั นมหาธาตุวรมหาวหิ าร
พระพทุ ธชนิ ราช ประดิษฐานอยูภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวหิ าร ซึ่งวัดต้งั อยูริมฝงแมนํ้านานฝงทิศตะวันออก เปนพระอารามหลวงช้ันเอก สรางข้ึนในสมัย
พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลิไท) ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธชินราช ที่มีพุทธลักษณะงดงามท่ีสุดในโลก-ภายในวัดเปนที่ต้ังพิพิธภัณฑสถานแหงชาติพระพุทธชินราช
จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ทรงคุณคาดานประวัติศาสตร โบราณคดี ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบันของจังหวัดพิษณุโลกและ
จังหวัดใกลเคียง โบราณวัตถุไดมาจากผูมีจิตศรัทธาถวายไวเปนพุทธบูชา รวมทั้งท่ีไดจากการขุดแตงและบูรณะโบราณสถานในจังหวัดพิษณุโลก เชน พระพุทธรูป
พระพิมพดินเผา เครื่องถวยสังคโลก เครื่องถวยจีนลายครามและเขียนสี เคร่ืองถวยเบญจรงคและลายนํ้าทอง เครื่องแกวเจียระไน ตนไมเงิน ตนไมทอง
ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระนางเจา สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินนี าถ และพระบรมวงศานวุ งศท ุกพระองคไดถ วายเปนพุทธบชู า เปนตน
โทรศัพท 055-258 966
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
วดั นางพญา
วัดนางพญา ตั้งอยูบริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ ถัดไปทางทิศตะวันออก และอยูดานทิศใต ใกลกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญามีลักษณะ
สถาปตยกรรมสมยั เดียวกบั วดั ราชบรู ณะ ตางกันท่ีวัดนางพญาไมมีพระอุโบสถมีแตวิหาร เปนวัดท่ีมีสุดยอดพระเครื่องหน่ึงในพระเบญจภาคี คือ พระนางพญาซ่ึงมี
อานุภาพความศักด์สิ ทิ ธด์ิ า นเมตตามหานยิ ม เปน วัดสําคัญที่บรรดาเกจิพระเครอ่ื งรจู ักกนั ดี เพราะมีสดุ ยอดพระเปน หน่งึ ในชุดเบญจภาคี ทเ่ี รยี กกันวา "พระนางพญา"
ทม่ี กี ารพบกรุพระเครื่องคร้ังแรกในป พ.ศ. 2444 และในป พ.ศ. 2497 โดยพระนางพญาน้ันเปนท่ีเล่ืองลือถึงความศักด์ิสิทธิ์และมีชื่อเสียงในดานเมตตามหานิยม
โดยเฉพาะสาํ หรับสุภาพสตรีทเี่ ปน นักปกครองและหัวหนา งานทีต่ อ งดูแลลูกนอ งจํานวนมาก ทัง้ นี้ มีความเชอื่ กันวาหากผูใดมีพระนางพญาไวในครอบครัว จะทําใหผู
ใตป กครองนน้ั รสู ึกยําเกรงประดจุ นางพญา ปจจุบันจดั เปน พระเครอื่ งที่หายากมากแลว
โทรศพั ท 055-258 ๙๗๒
พษิ ณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมอื งธรรมะ
วัดจฬุ ามณี
วัดจุฬามณี ตามประวตั ศิ าสตรกลา ววา สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนารถทรงสรา งพระวิหารและเสด็จออกผนวชท่วี ัดน้เี มื่อ พ.ศ.๒๐๐๗ เปน เวลา 8 เดือน 15 วนั โดย
มีขาราชบริพารออกบวชตามเสด็จถึง 2,348 รูป มีโบราณสถานที่สําคัญ คือ ปรางคแบบขอม เปนโบราณสถานที่มีมากอนสมัยสุโขทัยเคยเปนท่ีตั้งของ
เมืองสองแควเกา โดยภายในวดั มโี บราณสถานทีส่ ําคญั นา ชม คือ ปรางคแ บบขอมขนาดยอม ฐานกวา ง 11 เมตร ยาว 18 เมตร กอดวยศิลาแลง ดานหนากอเปน
แบบตรีมุข ต้ังบนฐานสูงซอนกันสามช้ัน แตละชั้นยอมุมไมย่ีสิบ มีปูนปนประดับลวดลายตามขั้น ตอนลางแถบหนากระดานและบัวหนากระดานเปนลายหงส
เหมือนกับองคปรางคท ี่วดั พระศรีรตั นมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี ใกลเคียงกันมีมณฑปพระพุทธบาทจําลองซึ่งสมเด็จพระนารายณมหาราชโปรดใหสรางขึ้น โดยแผน
จารกึ หนามณฑปมีใจความสรุปไดว า เมอื่ พ.ศ. 2221 สมเด็จพระนารายณมหาราชทรงมีพระบรมราชโองการใหใชผาทาบรอยพระพุทธบาท สลักลงบนแผนหิน
พระราชทานไวเปนท่ีกราบไหวของผูคนสบื ไป
โทรศัพท 055-๓๒๑ ๖๔๑
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมอื งธรรมะ
วัดราชบรู ณะ
วัดราชบูรณะ ปจจุบันตั้งอยูใจกลางเมืองพิษณุโลก ติดฝงแมนํ้านาน เย้ืองกับวัดพระศรีรัตนมหา-
ธาตวุ รมหาวิหาร (วัดใหญ) ตรงขา มกับวดั นางพญา ไมปรากฏหลักฐานการกอสรางวา เริ่มสรางขึ้น
ครั้งแรกในสมัยใด สันนิษฐานวา พระยาลิไททรงสรางพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห และ
พระศรีศาสดาแลว ทองยังเหลืออยจู งึ ไดหลอพระเหลือข้ึน และทรงทอดพระเนตรเห็นวาวัดน้ีชํารุด
ทรุดโทรมมาก จึงไดบูรณะขึ้นมาอีกครั้งจึงไดนามวา “ราชบูรณะ” ประกาศขึ้นทะเบียน
โบราณสถาน วันท่ี 27 กันยายน 2479 ภายในพระวิหารหลวง ประดิษฐาน หลวงพอทองดํา
พระประธาน ซ่งึ เปนพระพุทธรูปปูนปนลงรักปดทองปางมารวิชัย หนาตักกวาง 4 เมตร สูง 5.50
เมตร ศิลปะสมัยสุโขทัยที่ชาวบานเรียกกันวาหลวงพอทองดํา ที่ศักดิ์สิทธ์ิ มีคนกราบไวบูชาขอพร
ขอโชค ขอลาภ ลว นประสทิ ธผิ ล ภายในอโุ บสถเปนภาพเขียน เรื่องรามเกียรติ์และตอนที่ดีที่สุดคือ
ตอนทศกัณฐส่ังเมืองท่ีผนังดานทิศเหนือ สวนดานลางเปนเร่ือง กามกรีฑา ซ่ึงไมพบท่ีใดมากอน
นาจะเขียนขึ้นในรัชกาลที่ 4 บางตอนถูกน้ําฝนเสียหาย นอกจากน้ียังมีเรือพระท่ีนั่งรับเสด็จสมัย
รัชกาลที่ 5 ประวัติเรือพระท่ีน่ังรับเสด็จสมัย รัชกาลที่ 5 ตามคําบอกเลา ของอดีตเจาอาวาสวัด
ราชบูรณะ คนเกาคนแกของวัดและชาวพิษณุโลก เรือลําน้ีเปนเรือพระท่ีน่ังรับเสด็จ
สมัยรัชกาลที่ 5 ยาว 12 เมตร กวาง 1.7 เมตร สมัยเสด็จขึ้นมานมัสการพระพุทธชินราช
เมืองพิษณุโลก เสด็จไปท่ีตางๆ เพ่ือนมัสการศาสนสถาน และเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค
ไดใชเรือลํานี้เปนเรือพระที่น่ังแทนเรือพระที่นั่งท่ีมาจากเมืองหลวง (บางกอก) ในสมัยท่ีเสด็จมา
ในคราวน้ัน เมื่อป พ.ศ. 2527
โทรศัพท 055-258 9๗๒
พษิ ณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
วดั เจดียยอดทอง
วัดเจดียยอดทอง หรือวัดยอดทอง ต้ังอยูทางดานทิศตะวันออก นอกกําแพงเมืองพิษณุโลก ในเขตพื้นท่ี
ตําบลในเมือง อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โบราณสถานแหงนี้สรางข้ึนในสมัยสุโขทัย ในชวง
พุทธศตวรรษที่ 19 - 20 โดยมีหลักฐานสําคัญ คือ เจดียทรงพุมขาวบิณฑหรือเจดียทรงยอดดอกบัวตูม
อันเปนเอกลักษณของเจดียในศิลปะสุโขทัย ปจจุบันวัดเจดียยอดทอง นับวาเปนโบราณสถาน
เพียงแหง เดยี วในจงั หวดั พษิ ณโุ ลกที่ยงั ปรากฏหลักฐานรูปแบบศลิ ปกรรมในสมัยสุโขทัยใหเห็นอยางชัดเจน
โบราณสถานทีน่ าสนใจของวัดนี้ก็คือ เจดียแบบสุโขทัยแท หรือแบบดอกบัวตูม ซ่ึงมีอยูองคเดียวท่ีหาดูได
ยากในจังหวดั พษิ ณโุ ลก คือเปน เจดยี ท มี่ อี งคเ จดยี ห รือองคสถปู มีลักษณะคลา ยดอกบัวตูม สวนยอดแหลม
และฐานซอ นกนั 3 ชน้ั เปนทรงสเ่ี หล่ยี ม สําหรับองคเจดียใ ชอิฐกอโดยใชดินสอรอยตอของอิสระกอน มิใช
ใชปูนสอ ซึ่งยังสังเกตเห็นไดชัด เจดียแบบนี้สันนิษฐานกันวาสรางขึ้นในสมัยสุโขทัยนั้น และคงมิไดนํา
แบบอยางมาจากท่ีใด ชางในสมัยน้ันคิดแบบข้ึนเองจึงเรียกกันวาแบบสุโขทัยแท และเจดียทรง
พุมขาวบิณฑน้ัน ฐานเขียงรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัสกวางดานละ 12.25 เมตร สูง 22.70 เมตร มีแนวกําแพง
ลอมรอบขนาดกวาง 14.50 เมตร ยาว 14.50 เมตร ฐานกําแพงกวาง 50 ซม. กออิฐถือปูน มีทางเขา
ทางทิศเหนอื และทศิ ใต ขนาดกวาง 1 เมตร ปรากฏซุมจระนําทั้งส่ีทิศ ซุมจระนําประดิษฐานพระพุทธรูป
ปนู ปน ประทับยืน สวนพระเศยี ร พระวรกายและพระกรหักหายไป
โทรศัพท 055-25๒ ๗๔๒
พษิ ณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งธรรมะ
วัดเสนาสน
วัดเสนาสน ต้ังอยูท่ี 128 หมูที่ 1 บานสวนปาน ตําบลทางาม อําเภอวัดโบสถ จังหวัด เมืองธรรมะ
พษิ ณุโลก สังกัดสงฆมหานิกาย มพี น้ื ที่ต้งั วดั เนื้อท่ี 10 ไร 2 งาน 60 ตารางวา ทิศเหนือ
ยาว 7 เสน 3 วา ทิศใตยาว 7 เสน 5 วา ทิศตะวันตกยาว 3 เสน 7 วา อาณาเขตทั้ง
สามดา นน้ีติดกบั แมน ้ําสายด้ังเดมิ ทก่ี ลายสภาพเปน คลองบึงโอบลอมบริเวณวัดทั้งสามทิศ
ทิศตะวันออกยาว 3 เสน 2 วา ติดกับแมนํ้าซ่ึงเปลี่ยนทางเดิมจากแมนํ้าสายแรก และ
ขณะน้ีแปรสภาพเปนบึงไปแลวเชนกัน วัดเสนาสนเปนวัดโบราณเกาแกสรางขึ้นต้ังแต
สมัยใดไมมีใครทราบแนชัดสันนิษฐานวาวัดน้ีสรางข้ึนกอน พ.ศ.1232 และไดมีการยาย
สถานท่ีตั้งเสนาสนะหลายครั้งหลายหน นับถึงปจจุบันได 5 ครั้ง นับเปนวัดชนิดไดรับ
พระราชทานวสิ งุ คามสมี าแลวในราว พ.ศ. 1820 (กองพทุ ธศาสนาสถานกรมการศาสนา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประวัตวิ ดั ทว่ั ราชอาณาจักร เลม 7 กรุงเทพฯ : โรงพิมพการศาสนา
2531) ภายในวัดมีโบราณวัตถุและสิ่งนาสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถศิลปะ
สมัยรัตนโกสินทร, ศาลาการเปรียญลักษณะทรงไทย, เรือยาวพญาอินทรีย ขุดดวย
ไมตะเคียงขนาดใหญยาว 13 วา , สถูปเจดียโบราณ เปนตน และทุกวันข้ึน 1 คํ่า
เดอื น 5 วดั จะมีงานใหญประจําป คือ พิธีสรงนา้ํ พระบรมสารีรกิ ธาตุ อกี ดวย
โทรศพั ท 055-009 920-12
(องคการบริหารสวนตําบลทา งาม)
พิษณุโลกเมือง ๓ ธรรม
พระมหาชัยเจดยี ศรสี มอแคลง (เจดยี ย อดดวน)
พระมหาชยั เจดียศรสี มอแคลง (เจดยี ย อดดวน) มีอายุราว 700 ป พงศาวดารเหนือบันทึกไววา พระยาจิตรไวย แหงเจาเมืองนานสรางเจดียองคนี้เพื่อ
บรรจุพระธาตุของพระอรหันตเถระเจา คือ พระอุบาลีเถระและพระศิริมานนทเถระ ซ่ึงเปนพระสงฆ 2 รูปท่ีไดรับนิมนตเปนประธานฝายสงฆสราง
พระพทุ ธชินราช ณ วัดพระศรรี ตั นมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการซอ มแซมและบูรณะมาหลายคร้ังแลว ลักษณะเจดียเปนทรงลังกา มีฐานสี่เหล่ียมขนาดใหญ
3 ช้นั หลงั จากน้นั จะเปนฐานยอ แปดเหลี่ยมแลว ขน้ึ เปนองคระฆัง ลกั ษณะเดนของท่นี ี่คอื บรเิ วณยอดเจดียอ งคระฆังจะมเี พยี งแคค ร่งึ ซกี เทา นั้น
โทรศัพท 055-311 094
(องคการบรหิ ารสวนตาํ บลวงั ทอง)
พษิ ณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
พระวรญาณมุนี (หลวงตาละมยั ) วดั อรัญญิก อ.เมอื งพิษณุโลก
พระวรญาณมุนี หรือ หลวงตาละมัย ผูชวยเจาอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ อําเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก และรักษาการเจาอาวาส
วัดอรัญญิก บวชเปนพระภิกษุมาต้ังแตอายุครบ 20 ป เม่ือวันที่ 5 เมษายน 2493 ท่ีวัดจอมทอง ตําบลจอมทองอําเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก มีนามเดิมวา
แจม เอมหยวก เกดิ เม่ือวันท่ี 1 สิงหาคม 2473 ที่ตําบลบานกราง อําเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก อุปสมบท ไดรับฉายาวา "สุธมฺโม" ไดศึกษาเลาเรียนพระธรรม
วินัย ปริยัติธรรม จนไดนักธรรมเอก และไดสนใจทางดานประพฤติปฏิบัติธรรมทางกรรมฐานวิปสสนา ปลุกเสก นํ้ามนต ลงอักขระเคร่ืองรางของขลัง น่ังปรก
โยกยายกระแสจติ พอร่ําเรียนวชิ าอาคม
โทรศัพท 086-927 6153
พิษณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
พระมงคลสุธี (หลวงปูแ ขก) วัดสุนทรประดิษฐ อ.บางระกํา
หลวงปแู ขก ชาติภูมิของพระมงคลสธุ ี (แขก ปภาโส) นามเดมิ ลาํ ยอง นามสกุล นาทที องพิทกั ษ ไดร บั แตงตง้ั ใหเ ปนพระกรรมวาจาจารยใ นปเดียวกนั น้ี พรอมกับ
การแตง ตัง้ ใหท า นทําหนา ทเ่ี จาสํานกั เรยี นของวัด ในป พ.ศ.2503 ไดรับแตงต้งั ใหเปนเจาคณะอําเภอบางระกํา ในดานสมณศักด์ิ หลวงปูแขก ไดรับพระราชทาน
สมณศักดิ์จาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เปนลําดับดังน้ี ป พ.ศ.2503 ไดรับพระราชทานสมณศักดิ์
แตงตงั้ เปนพระครูสญั ญาบตั รช้ันตรี ในราชทนิ นามท่ีพระครูประภาสธรรมาภรณ พ.ศ.2536 ไดร บั พระราชทานเล่ือนสมณศกั ด์ิเปน พระครูสัญญาบตั รชั้นโท ในราช
ทนิ นามท่ี พระครสู นุ ธรรมประภาส ป พ.ศ.2541 ไดร บั พระราชทานเล่ือนสมณศักด์ขิ ึ้นเปนพระครูสญั ญาบตั รช้นั เอก ในราชทินนามเดิม และป พ.ศ.2552 ไดรับ
พระราชทานแตงตัง้ เปนพระราชาคณะสามญั ในราชทินนามท่ี พระมงคลสธุ ี จวบจนปจ จุบนั ถึงวนั ละสงั ขาร
โทรศพั ท 055-371 260
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
พระครูศีลสารสมั บนั (หลวงปูออ น พทุ ธสโก) วดั เนินมะเกลือวนาราม
พระครศู ลี สารสัมบนั (หลวงปอู อ น พทุ ธสโก) อ.วังทอง มนี ามเดิมวา นายออน ใจเทย่ี ง อยทู ี่สาํ นักสงฆบานเนินมะเกลือ ซ่ึงในสมัยน้ัน ยังเปนปาชาและปารกราง
จึงเหมาะแกการทําสมาธวิ ิปสสนากรรมฐานเปนอยา งยิ่ง หลงั จากน้ันไดพ ฒั นาทางดานถาวรวตั ถุ พรอมกบั ไดข อจดทะเบยี น จนไดเปน วดั ท่ีถกู ตอ ง
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมะ
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม
เมืองธรรมชาติ
อทุ ยานแหงชาติภหู ินรองกลา
อุทยานแหงชาติภูหินรองกลา มีพื้นที่ครอบคลุมรอยตอสองจังหวัด คือ อําเภอดานซาย
จังหวัดเลย และอําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภูหินรองกลาเปนแหลงกําเนิดของ
ประวัติศาสตรการสูรบอันยาวนานเปนวีรกรรมของนักรบไทย ความขัดแยงของลัทธิและ
แนวความคิดท่นี ําไปสูความสญู เสยี เลือด ชวี ิตและนํ้าตา ภาพประวัติศาสตรตางๆ ที่เกิดข้ึน ณ
ท่ีแหงนี้ ตลอดจนสภาพส่ิงกอสรางในอดีตจะถูกบันทึกเก็บรักษาไว เพื่อใหอนุชนรุนหลังได
ศึกษาถึงผลของการใชกําลังเขาประหัตประหาร ทําใหเกิดความสูญเสียที่ประเมินคามิได อัน
เน่ืองมาจากความขัดแยงทางการเมืองความแตกแยก ความสามัคคีของคนในชาติ มีเนื้อท่ี
ประมาณ 191,875 ไร หรอื 307 ตารางกโิ ลเมตร
ผาชูธง อยูหางจากลานหินปุมประมาณ 500 เมตร เปนยอดเขาท่ีมีความสูง เมอื งธรรมชาติ
สามารถเห็นทิวทัศนไดกวางไกลรอบดาน โดยเฉพาะเปนจุดชมดวงอาทิตยตกดิน
จะสวยงามไมแ พจ ดุ ชมทวิ ทัศนอ ่ืนๆ บริเวณน้ีเคยเปนสถานที่ที่ พรรคคอมมิวนิสต
แหง ประเทศไทย (พคท.) จะขึ้นไปชูธงแดง (ฆอนเคียว) ทุกคร้ังท่ีรบชนะทหารของ
รัฐบาลและชธู งสงขา วสาร
โทรศัพท 081-596 5977
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม
อทุ ยานแหง ชาติทงุ แสลงหลวง
อทุ ยานแหงชาติทุงแสลงหลวง มีพ้ืนทคี่ รอบคลุมทอ งท่อี าํ เภอวังทอง อําเภอนครไทย อําเภอเนนิ มะปราง จงั หวัดพษิ ณุโลก และอําเภอเขาคอ อาํ เภอวังโปง
จงั หวัดเพชรบูรณ มสี ภาพธรรมชาติ ทวิ ทศั น และลักษณะทางธรรมชาติท่ีสวยงามหลายแหลง เชน ถํ้า น้ําตก ทุงหญาโลงใหญ อุดมสมบูรณไปดวยพันธุไม
และสัตวป า นานาชนดิ มีเน้ือทปี่ ระมาณ 789,000.00 ไร หรอื 1,262.40 ตารางกโิ ลเมตร สําหรับชื่อของอุทยานแหงชาติเปนช่ือของทุงหญาขนาดใหญ
ทางดา นทศิ ใตข องอุทยานแหงชาติ ซ่ึงสนั นิษฐานวา ต้งั ขนึ้ โดยอาศัยชือ่ พันธุไ มช นิดหน่ึงในทุงหญา แหง น้ี คอื ตน แสลงใจ เปน ไมยนื ตนขนาดใหญ ผลสุกสีแสด
เมลด็ ใหสารสตริคนนิ ซึ่งเปนสารเบื่อเมา คาดวา ในสมัยกอนมตี นแสลงใจขนาดใหญข ้ึนอยเู ปนจาํ นวนมาก ประกอบกบั สภาพภมู ปิ ระเทศเปนเนินสูงๆ ตาํ่ ๆ มี
ปา หลายชนิด และสตั วป าชุกชมุ จึงตัง้ ช่อื วา “ทงุ แสลงหลวง” ใหสมกบั เปนพ้ืนที่ทรี่ วบรวมความหลากหลายของธรรมชาตไิ ว
โทรศัพท 088-756 4940
พิษณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
นํา้ ตกสกุโณทยาน
นาํ้ ตกสกโุ ณทยาน หรือนา้ํ ตกวังนกแอน เปนน้าํ ตกที่มรี ะดับความสงู 10 เมตร มีนา้ํ ไหลตลอดทั้งปบริเวณน้ําตกไมเหมาะแกการลงเลนน้ําเพราะเปนน้ําวน
แตจะมีสถานที่ลงเลนแกงไทรซ่ึงถัดจากตัวนํ้าตกประมาณ 500 เมตร ภายในบริเวณแกงไทรมีบริการหวงยางสําหรับผูท่ีมีความประสงคลงเลนน้ํา
บรเิ วณรอบ ๆ อากาศรม ร่นื ปกคลมุ ดว ยไมย นื ตน เหมาะแกการพักผอน บรเิ วณลานจอดรถยังมรี า นคา มากมายไวบ รกิ ารนกั ทอ งเทย่ี ว พลบั พลารับเสด็จและ
ศาลาวนาศยั ซ่ึงกรมปาไมไดจัดสรางถวายพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินินาถ ครั้งเสด็จประพาสวนอุทยานฯ คร้ัง
แรกเมื่อ ป พ.ศ.2501 เสนทางศึกษาธรรมชาติ เปน เสน ทางที่จดั ทําขึ้นเพ่ือใชศึกษาธรรมชาติ ในระยะใกลมุงเนนถึงการสื่อความหมายธรรมชาติอยางเปน
ระบบ เพื่อใหความรูแกน กั ทอ งเทยี่ วทต่ี องการเดนิ ชมธรรมชาตทิ ี่ไมไ กล และไมลําบากเกนิ ไปนัก
โทรศพั ท 055-252 742
(ททท.พิษณโุ ลก)
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมอื งธรรมชาติ
นา้ํ ตกแกง โสภา
นาํ้ ตกแกง โสภา เปนนํ้าตกขนาดใหญ มีความสงู ราว 40 เมตร ธรรมชาติโดยรอบมีความรมร่ืน เย็นสบาย ในชวงฤดูน้ําหลากนั้น สายน้ําตกแหงน้ีคอนขาง
ไหลเชี่ยวกราก สวนในชวงฤดูแลงที่มีนํ้านอย จะพบกับมุมมองแตกตางในภาพของนํ้าตก ที่ไหลลดหล่ันเปนชั้นตาง ๆ 3 ชั้นอยางชัดเจน น้ําตกแกงโสภา
ตง้ั อยูทเ่ี สน ทางพษิ ณโุ ลก-หลม สัก อยบู ริเวณกม.ที่ 71-72 มีทางแยกเขาไป 2 กโิ ลเมตร
โทรศัพท 055-268 019
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
อุทยานแหง ชาตนิ ้ําตกชาติตระการ
อุทยานแหงชาติน้าํ ตกชาตติ ระการ มีพน้ื ทค่ี รอบคลมุ อยูในทอ งทอ่ี าํ เภอชาตติ ระการและอาํ เภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สภาพท่ัวไปเปนปาอุดมสมบูรณ
และธรรมชาติที่สวยงาม เปน ตน วา นาํ้ ตกชาตติ ระการ หรอื ท่ีชาวบา นเรยี กตดิ ปากวา “นํ้าตกปากรอง” เพราะต้งั อยูท่ีหมูบานปากรอง หนา ผาสูงชันท่ีมีสีสัน
ผิดแปลกกันเปน รอ งรอยของศลิ ปยุคแรกของมนษุ ย คือ รอยแกะสลกั กับแผนดินและจดุ ชมววิ ทวิ ทศั นบนยอดเขาสูงๆ มีเนื้อท่ีประมาณ 339,375 ไร หรือ
543 ตารางกิโลเมตร
โทรศพั ท 055-906 522
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งธรรมชาติ
ลาํ นาํ้ เขก็ จ.พษิ ณุโลก
“ลํานาํ้ เขก็ จ.พิษณโุ ลก” หรอื เรยี กไดอ กี ชื่อวา “แมน้ําวงั ทอง” มีตนกาํ เนดิ จากเทอื กเขาเพชรบรู ณ ไหลเรื่อยมาทาง อ.เขาคอ(จ.เพชรบูรณ) แลวผานเขาสู
จ.พิษณุโลกทางดา น อ.วงั ทอง เลาะเลยี บขนานเคยี งคไู ปกบั ทางหลวงแผน ดินหมายเลข 12 (ถนนสายพษิ ณุโลก – หลมสัก) หลังจากนั้นก็ไหลลงสูทิศใตผาน
เขต อ.บางกระทุม (จ.พิษณโุ ลก) ตอ ไปจนถึง อ.เมือง จ.พจิ ิตร รวมความยาวของลาํ นํา้ เข็กทัง้ หมดประมาณ 135 กม. ในชวงฤดูหนาว – ฤดูรอนนั้นนํ้าในลํา
นํ้าเข็กจะมีสีเขียวคอนขางใสและไหลเอื่อยตามปริมาณนํ้าท่ีลดลง สวนชวงฤดูฝนซึ่งมีปริมาณนํ้ามาก นํ้าในลํานําเข็กจะไหลแรงและเปนสีนํ้าตาลเขม
เน่ืองจากตะกอนดนิ โคลนถูกพดั พาขนึ้ มายงั พ้ืนผิวนาํ้ ในชว งฤดฝู นน้เี องท่ีนกั ทองเท่ยี วจาํ นวนมากจากหลากหลายจังหวดั ทว่ั ประเทศไทยจะหลง่ั ไหลกันมายัง
ลําน้าํ เขก็ อ.วงั ทอง จ.พษิ ณุโลก เพอ่ื รวมสนกุ กบั กิจกรรมลอ งแกงบนสายนา้ํ ท่ีมีชือ่ เสียงโดง ดังเปนอนั ดบั ตน ๆ ของประเทศแหงนี้
โทรศพั ท 055-252 742
(ททท.พิษณโุ ลก)
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
ภูลมโล
ภูลมโล เปนภูเขาท่ีต้ังอยูบนรอยตอ ของสามจังหวัด คือพิษณุโลก เพชรบูรณ และเลย ภูลมโลอยูในเขตพื้นท่ีของอําเภอดานซาย จังหวัดเลย สูงจาก
ระดบั นํา้ ทะเล 1,664 เมตร อยูในเขตอุทยานแหง ชาติภูหนิ รอ งกลา เปน สถานที่ทองเทยี่ วแหงใหมท่ีไดรับความสนใจจากนักทองเท่ียวในเวลาน้ี เปนจุดชม
ดอกนางพญาเสอื โครง ที่เยอะท่ีสุดในประเทศไทย ในพ้นื ท่ีกวา 1,200 ไร มีตนนางพญาเสือโครงนับหม่ืนตน ภูลมโลอยูหางจากที่ทําการอุทยานแหงชาติภู
หินรองกลา ประมาณ 15 กิโลเมตร ชวงเวลาท่ีเหมาะสมในการทองเที่ยวภูลมโลอยูในชวงฤดูหนาว ประมาณปลายเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ โดยดอก
นางพญาเสือโครง จะบานในชวงเดือน ม.ค. ของทุกป ท้ังนใี้ นแตล ะปด อกนางพญาเสือโครง จะบานไมตรงกนั กอนเดนิ ทางตองเช็คขอ มูลกับทางอุทยานฯกอน
ทุกครง้ั
โทรศพั ท 081-596 5977
พิษณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมอื งธรรมชาติ
ถ้ําเดอื นถํา้ ดาว (อทุ ยานแหง ชาติทงุ แสลงหลวง)
ถ้ําเดือนถํ้าดาว เปนแหลงทองเท่ียวในเขตอุทยานแหงชาติทุงแสลงหลวงทางดานทิศตะวันตก มีลักษณะเปนถ้ําน้ําลอด มีธารน้ําไหลผานโขดหิน เหมาะ
สาํ หรับผทู รี่ กั การผจญภยั ถาํ้ เดือนถํา้ ดาว เปน ถํา้ ทม่ี ีหินงอกหินยอยทีส่ วยงามมาก มีความยาว 1.4 กิโลเมตร ชวงท่ีเหมาะแกการชมถํ้า คือ ในชวงฤดูแลง
ชวงฤดฝู นไมเหมาะแกการเทย่ี วชม เนื่องจากปริมาณมากและอาจกอ ใหเ กดิ อนั ตรายไดส าํ หรับการเขาชมน้นั คุณตองนําไฟฉายติดตัวไปดวย ถ้ําเดือนถ้ําดาว
หา งจากตัวเมอื งพิษณุโลก 85 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 เล้ียวเขา ทางหลวงหมายเลข 11 แลวแยกเขาทางหลวง 1115 มุงหนาเขาอําเภอ
เนินมะปราง ตอไปอีก 6 กิโลเมตร ก็จะถงึ ทางเขาถาํ้
โทรศพั ท 088-756 4940
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งธรรมชาติ
ถ้าํ พระวงั แดง (อุทยานแหง ชาติทงุ แสลงหลวง)
ถํา้ พระวังแดง เปน ถํา้ น้ําลอดท่มี ขี นาดใหญและยาวท่ีสดุ ในประเทศไทย ยาวประมาณ 13.5 กโิ ลเมตร กวาง 50 -100 เมตร และยงั เปน ถํา้ ท่ีมธี ารนํ้าไหล
ใตถ้ําลอดยาวท่ีสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ลักษณะพิเศษที่นาสนใจ คือ มีหินงอกหินยอย ลักษณะคลายกับสัตวชนิดตางๆ มีปลา และปูสกุลใหม สาย
พันธุใหมที่หายากอาศัยอยูหลายชนิด “ ถ้ําพระวังแดง ” ต้ังอยูในพ้ืนท่ีอุทยานแหงชาติทุงแสลงหลวง ตําบลชมพู อําเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
(หนวยพิทักษอุทยานแหงชาติที่ สล.5 –วังแดง) หางจากท่ีทําการอุทยานฯ ระยะทาง 100 กิโลเมตรทางเขาอยูบริเวณกลางถํ้า สามารถเขาชมไดใน
ระยะทาง 2.5 กโิ ลเมตร การเดนิ ทางในถ้าํ มีทงั้ การปน ปาย มดุ น้าํ ลุยนํา้ หรือคลานตามเสน ทาง ชาวบา นมกั เรียกถํา้ แหงนีว้ า “เมอื งบาดาล”
โทรศพั ท 088-756 4940
พิษณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
ภเู ขาหนิ ปูนและถํ้าอาํ เภอเนนิ มะปราง
เนนิ มะปราง เปนอาํ เภอหน่ึงท่ีตั้งอยูในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก หา งจากตัวจังหวัดประมาณ 68 กิโลเมตร เดิมเปนหมูบานเกาแกต้ังมาประมาณ 42 ป แวดลอมไปดวย
ธรรมชาติท่ีงดงามของภูเขาหินปูนรูปรางสวยแปลกตาท่ีมีอายุกวา 300 ลานป ปาเขียวขจี อีกท้ังอากาศยังเย็นสบายตลอดท้ังป จนไดรับฉายาวา กุยหลินแหง
ภาคเหนือ มีถํ้าอยูมากมาย แบงจุดทองเท่ียวออกเปน 2 จุดใหญ ๆ คือ บานมุงซ่ึงตั้งอยูในตัวอําเภอ มีแหลงทองเที่ยว อยางเชน ภูเขาหินปูนสัญลักษณของเนิน
มะปราง ถาํ้ ผาทาพล ภเู ขาหินปูนอันสวยงาม ถา้ํ ผาทา พล ถ้าํ เตา ถํ้าลอด ถาํ้ ผาแดง ถํา้ คา งคาว จะมีคางคาวออกบินออกจากถ้ํายามเย็น และบานรักไทย ซึ่งเปน
ทต่ี ั้งของบานสวนชมวิวท่ีมีชิงชา บนตน ไม มบี า นพกั แบบโฮมสเตยห ลายแหง
โทรศพั ท 055-252 742
(ททท.พิษณุโลก)
พิษณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
เขตหา มลาสัตวปา ถาํ้ ผาทา พล (เนินมะปราง)
เขตหา มลา สัตวป า ถํา้ ผาทาพล ครอบคลมุ เน้ือที่ 1,775 ไร ในทองทีอ่ าํ เภอเนินมะปราง ลักษณะเปนเขาหินปูนอยูในมหายุคพาลีโอซีน (Palaeocene) และ
อยูในยุคยอยคารบอนิเฟอรัส (Carboniferus) มีอายุราว 360-286 ลานปมาแลว เปนภูเขาหินปูนลูกโต หนาผาสูงชัน มีลักษณะคลายรูปเกือกมา หินปูน
บรเิ วณนส้ี วนมากเกดิ จากการทับถมของเปลือกหอย พลับพลึงทะเล หรือปะการัง มีการตกตะกอนทางเคมีอยูนอยมาก จากการศึกษาและจําแนกซากดึกดํา
บรรพ ทาํ ใหท ราบวา บริเวณนเี้ คยเปนทะเลมากอ น ยอดสงู สุด 236 เมตร มหี นาผาสูงชันเวาแหวง อันเกิดจากการกัดเซาะของนํ้าฝนนับหลายลานป เกิดเปน
ถํ้าตาง ๆ มากมายท่ัวบริเวณ ถ้ําที่นาสนใจ ไดแก ถํ้าลอด ถ้ําเตา ถ้ํานเรศวร และสิ่งท่ีนาสนใจอื่นๆ ไดแก ซากดึกดําบรรพ เม่ือประมาณ 360 ลานปลวง
มาแลว บรเิ วณน้เี คยเปนทะเล มีส่ิงมชี วี ิตอาศัยอยมู ากมาย เชน ปะการงั หอยสองฝาไมเทากนั จําพวกหอยตะเกยี งยักษ พลบั พลึงทะเล สาหรา ยทะเล ส่ิงมีชีวิต
เหลานีเ้ มื่อตายลง บางสวนจะผุพงั สลายตวั ไปตามธรรมชาติ บางสวนจะถูกเก็บรักษาไวในช้นั หินกลายเปนซากดกึ ดาํ บรรพปรากฏใหเห็นอยูถึงปจ จุบนั นี้
โทรศัพท 067-511 9952
พษิ ณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
ถํา้ เรือ เขตหามลาสตั วปาถ้ําผาทา พล (เนินมะปราง)
ถํ้าเรือ เปนถํ้าในเขตหามลาสัตวปาผาทาพล ไดชื่อวาถํ้าเรือก็เพราะวา ภายในถํ้าพบรูปรอยคลายเรือควํ่าอยูบนเพดานถ้ํา ซึ่งการเกิดรูปรอยเรือควํ่าบน
เพดานถํา้ นนั้ เกดิ จากถํ้าแหง น้ีมนี าํ้ ทวมซ้าํ แลว ซา้ํ เลา ทําใหผ นงั ถาํ้ ทเี่ ปนหินปูนมีการละลายซํ้า สวนไหนที่ละลายไดงายก็จะขยายกวางข้ึน จนดูคลายรูปเรือ
คว่ําในท่ีสุด บริเวณหนาถํ้าเรือสามารถเห็นสังคมปาภูเขาหินปูนไดโดยงาย ซ่ึงพืชบริเวณนี้จะแตกตางกันโดยส้ินเชิง พันธไมพ้ืนลางในสวนที่อยูริมนํ้ามี
ความชื้นสูง จะเปน พนั ธไมทีข่ น้ึ ในปาดงดิบ เชนหวายขม พันธไ มพ้นื ลา งที่มีหนาดินตนื้ มหี ินมาก กลับเปนพวกหญา เถาวัลยหนาม และง้ิวปา เปนไมเบิกนํา
เมื่อมองสูงข้ึนไปจะเห็นพันธไมที่สามารถข้ึนในท่ีแลงได เชน สลัดได ที่มีลําตนคลายตะบองเพชร พืชเหลานี้แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวา สังคมพืชปาภูเขา
หินปูนมคี วามหลากหลายของชนดิ พันธไม ซึง่ ข้ึนอยูกับสภาพภมู ิประเทศ ความชื้นในดิน และแสงสวาง นอกจากน้ีถ้ําเรือยังมีซากดึกดําบรรพของหอยฝาคู
ปะการังและไครนอยดท ี่เคยมชี ีวิตอยใู นยุคคารบ อนเิ ฟอรัส
โทรศัพท 067-511 9952
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
โครงการเขอ่ื นแควนอ ยบํารงุ แดน
โครงการเขอ่ื นแควนอยบาํ รุงแดน อันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริ จงั หวัดพิษณุโลก เปน โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดําริของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช เพื่อชวยเหลือราษฎรในพื้นทีล่ ุมน้าํ แควนอ ยตอนลา งทองท่ปี ระสบปญ หาอทุ กภัย รวมทง้ั เปนแหลง นาํ้ สําหรับการเพาะปลูกทั่วไปฤดูฝน
และฤดูแลง ตลอดจนสําหรับการอุปโภค-บริโภค มีพื้นที่อางเก็บนํ้าที่ระดับกักเก็บ 61.39 ตารางกิโลเมตร ความจุอาง ณ ระดับเก็บกักปกติ 939 ลาน
ลกู บาศกเ มตร สงนํ้าใหพ ้ืนท่กี ารเกษตร 155,166 ไร ครอบคลมุ พน้ื ทอ่ี าํ เภอวัดโบสถ อําเภอวังทอง อําเภอเมืองพิษณุโลก และอําเภอบางกระทุม จังหวัด
พิษณุโลกก้นั แมน า้ํ แควนอ ย
โทรศพั ท 055-906 230
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองธรรมชาติ
พษิ ณุโลกเมือง ๓ ธรรม
เมืองวัฒนธรรม
ประเพณีสรงนาํ้ พระพุทธชินราช
ประเพณีสรงน้าํ พระพุทธชินราช พระพทุ ธชนิ ราชเปนพระพทุ ธรปู สําคัญคูบา นคเู มือง ทช่ี าว
พษิ ณโุ ลกยดึ ถือเปน ท่ีพงึ่ ทางใจชาวพิษณโุ ลก จะพากนั มาสรงนํา้ พระพุทธชนิ ราชเพื่อความ
เปนสริ ิมงคล ในวันตรุษสงกรานต ซ่งึ ตรงกบั วันท่ี 13-15 เมษายนของทกุ ป
ประเพณีสมโภชพระพทุ ธชนิ ราช
การสมโภชพระพุทธชินราช เปน การเฉลิมฉลองพระคูบา นคเู มอื งของเมือง และเปนท่ี
เคารพสักการะของชาวเมืองพิษณุโลก และพทุ ธศาสนิกชนทวั่ ไป แสดงถึงความยึดมน่ั
ศรทั ธาในพระพุทธศาสนา และเปน การพกั ผอ นหยอนใจของชาวนาชาวไรห ลังฤดูกาลเก็บ
เก่ียว การจัดงานประมาณชวงเดอื น กุมภาพนั ธ- มนี าคม ของทกุ ป ตรงกบั วนั ข้นึ 2 คํา่
เดือน 3 (ทางจนั ทรคต)ิ
โทรศัพท 055-258 966
พิษณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองวฒั นธรรม
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และศูนยป ระวตั ศิ าสตรพระราชวงั จันทน
ศาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช และศนู ยป ระวตั ศิ าสตรพระราชวังจันทน ตั้งอยใู นบริเวณพระราชวังจนั ทน ภายในกําแพงเมอื งพษิ ณโุ ลกฝง ตะวนั ตกของ
แมน ํา้ นาน ตรงขามกบั วัดพระศรีรตั นมหาธาตวุ รมหาวหิ ารนบั เปน พระราชวังโบราณเพียงแหง เดียวในจังหวดั พษิ ณโุ ลก เคยเปน ทปี่ ระทบั ของพระมหากษตั ริย
ต้งั แตส มัยสุโขทยั หรอื สมยั อยธุ ยาตอนตน และเปน ทีพ่ ระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษตั รยิ ผทู รงคณุ ย่งิ ของเมอื งสยาม
ศูนยประวตั ศิ าสตรพระราชวังจนั ทน จัดแสดงนิทรรศการถาวรดวยสอ่ื ตางๆ แบงเปน 4 สวนไดแก หอ งท่ี 1 จัดแสดงภาพรวมของจังหวดั พษิ ณุโลก หอ งที่ 2
จดั แสดงภาพรวมของเมอื งพิษณุโลก ในระยะเวลา 900 ป หองท่ี 3 จดั แสดงเรื่องราวดา นงานศิลปกรรมช้ินเอกและสําคญั ของเมืองพษิ ณุโลก หองที่ 4
มีพระบรมรปู สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชและนิทรรศการเกย่ี วกบั การรบครงั้ สาํ คัญของพระองคท า น เปน โบราณสถานและวัดที่สําคญั ในพระราชวังจนั ทน ไดแก
วัดศรสี คุ ต วดั โพธิ์ทองและวดั วหิ ารทอง
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวัฒนธรรม โทรศพั ท 055-247 305
งานแขง เรือยาวประเพณชี งิ ถวยพระราชทาน
การแขงขนั เรอื ยาวประเพณี (งานแขง เรือยาวประเพณชี ิงถวยพระราชทาน) การแขงเรือยาวเปนสัญลักษณอยางหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก ที่ไดยึดมาเปนเวลา
ชานานจนกระท่ังปจจุบัน งานประเพณีที่แสดงใหเห็นถึงความผูกพันกับสายนํ้านานของชาวเมืองพิษณุโลก ชมประเพณีการเหเรือในขบวนแหเรือ อัญเชิญถวย
พระราชทานอันยิง่ ใหญตระการตารวมบญุ กบั ประเพณีการทอดผา ปา หวั เรอื แหผาหมองคพระพุทธชินราช รวมเชียรการประกวดกองเชียรจากหมูบานตางๆ การ
แขง ขันเรอื ยาวหนา วัดใหญ ซง่ึ เปนสนามตดั สนิ ฝพายของบรรดาเรือดงั จากทุกสารทศิ จังหวัดพิษณโุ ลกจะจดั งานแขง เรอื ยาวประเพณปี ระมาณเดือนตุลาคมของทุก
ป หลังจากนําผา หมองคพ ระพทุ ธชนิ ราช ในงานนี้จะมีการประกวดขบวนเรอื การแขงเรือยาวประเพณี และมีการประดับขบวนเรือยาวตางๆ สวยงามนาชมงานน้ี
จดั ข้ึนบริเวณแมนํ้านา น หนา วัด พระศรรี ัตนมหาธาตุ เพอ่ื ประกาศศักด์ศิ รีความเปนหนึ่งเหนือนา นนทจี ัดงาน ประมาณเดอื นกนั ยายนของทกุ ป ณ แมน ํ้านา น
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวฒั นธรรม โทรศัพท 055-252 742
(ททท.พิษณโุ ลก)
ประเพณีการแขง ขนั เรือเรอื บก
ประเพณีการแขงขันเรือบก เปนการแขงข้ันท่ีจัดใหมีข้ึนเปนประจํา ประมาณ ๓๐ กวาปแลว โดยจัดท่ีวัดเนินกุม หมูท่ี ๔ ตําบลเนินกลุม อําเภอบางกระทุม
จังหวัดพิษณุโลก การแขงขันเรื่อบกนั้น เดิมที่ตําบลเนินกุมไดจัดใหมีการแขงขันเรือยาวในลําคลองเนินกุม ตอมาระยะหลังสภาพ ลําคลองไมอํานวย ตอมาเกิด
ความแหง แลงคลอดไมมีนํา้ ไหลผา น ทาํ ใหชาวบา นคดิ วาเมอ่ื แขง ขน้ั เรือ่ ในนาํ้ ไมไ ดก ็มาแขงขั้นเรอื บนบก ซง่ึ ไมสามารถใชเ รอื จริงๆมาพายแขงขั้นได จึ้งทําใหไผสีสุก
มาทาํ เปน เรือ่ แทน จึงเรยี กวา เรือบนบก
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวฒั นธรรม โทรศัพท 055-396 160
(เทศบาลตาํ บลเนนิ กมุ )
ประเพณีปก ธงชัย
ประเพณีปกธงชยั เปนประเพณที อ งถน่ิ ท่ีสาํ คญั ชองอาํ เภอนครไทยประเพณีหนงึ่ ท่ไี ดปฏิบัติสบื ทอดตอ กันมาต้งั แตโ บราณจนถึงปจ จบุ นั เนอ่ื งจากชาวอาํ เภอนครไทย
สวนใหญม ีความเชือ่ และยึดมั่นในขนบธรรมเนยี มประเพณเี ปนอยา งมาก ประเพณีปกธงชยั เปนประเพณที ชี่ าวนครไทยไดจดั ทาํ ขนึ้ ในวนั ที่ 14 -15 คา่ํ เดือน 12
ซึง่ ขึน้ อยกู บั ความพรอ มของชุมชน ชาวนครไทยในอดีตทีป่ ระกอบดวย ชาวบา นวัดหวั รอง บานในเมอื ง บานวัดเหนอื บา นหนองลานและหมบู านใกลเ คยี งจะนําธงท่ี
ชาวบานรวมกันทอไปปกทเี่ ขาชางลวง ซงึ่ เปนเทือกเขาที่ทอดตัวขนานไปกับถนนสายนครไทย - ชาตติ ระการ หา งจากตัวอาํ เภอนครไทยไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนอื
ประมาณ 6 กิโลเมตร เปนประจาํ ทุกป
พษิ ณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวัฒนธรรม โทรศัพท 055-388 985
(อาํ เภอนครไทย)
ชมุ ชนคุณธรรมบานผารงั หมี
ชมุ ชนคณุ ธรรมบานผารงั หมี อยทู า มกลางภเู ขาหิน มปี ระเพณี วถิ ีวัฒนธรรมท่เี ปนอัตลกั ษณเฉพาะตวั เชน ประเพณีวันขอบคุณเจา พอรมขาว ข้ึน 6 ค่ํา เดือน 6,
การทาํ บุญกลางบา น ข้ึน 7 คาํ่ เดอื น 7, ประเพณีบุญผะเหวดเทศนม หาชาติ, ทอดกฐิน ทอดผาปาสามัคคหี ลวงพอ เพชรมณี และองคพระปฐมปางจักรพรรดิ, การ
เย็บขันธ ๕ สักการะเจาพอรมขาว, บายศรีสูขวัญ ผูกขอมือดวยสายสิญจน สีประจําวันเกิดสิ่งท่ีนาสนใจอีกประการคือ ศาสนสถานท่ีโดดเดนไมเหมือนใคร
เน่ืองจากวัดผารังหมีวนาราม มีถ้ําท่ีประดิษฐานหลวงพอเพชรมณี พระพุทธรูปปางไสยาสนองคใหญท่ีสุดในอําเภอเนินมะปราง สรางขึ้นต้ังแตป พ.ศ. ๒๕๑๗ มี
บนั ไดสวรรคทที่ อดยาวขึน้ ไปยังเนนิ เขาหนิ อันเปนทีป่ ระดิษฐานพระปฐมปางจักรพรรดิ สามารถชมทิวทัศนรอบชุมชนไดจากมุมสูง ในสวนของความโดดเดนทาง
วัฒนธรรมเนื่องจากพ้ืนเพเดิมของชาวชุมชนบานผารังหมีเปนชาวบานอพยพมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงนําเอาประเพณี วิถีวัฒนธรรมจากพ้ืนเพเดิมมา
ปรบั ใช สะทอ นใหเหน็ จากวิถชี วี ิตประจําวัน เชน อาหาร การแตง กาย ภาษาพูด เปนตน
พิษณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมืองวัฒนธรรม โทรศพั ท 063-156 6495
089-269 0301
ดนตรีมังคละ
คนตรมี งั คละ หรอื ปก ลองมังคละ เปนดนตรชี ัน้ สูงสําหรับพระพทุ ธศาสนาของอาณาจักรสโุ ขทัยโบราณ โดยปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักท่ี 1 และศิลาจารึก
วดั ชา งลอ ม สันนิษฐานวา ดนตรมี งั คละน้ันรับธรรมเนยี ม "มงคลเภรี" มาจากศรีลังกา กอนท่ีจะกลายมาเปนดนตรีพ้ืนบาน ในชุมชนกลุมคนที่ใชสําเนียงอาณาจักร
สุโขทัยโบราณ ปจจุบันพบการละเลนอยูในเขตภาคเหนือตอนลาง จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และอุตรดิตถ รวมทั้งพบรองรอยการละเลนมังคละในจังหวัด
นครสวรรค และจังหวดั เพชรบูรณ (วงตบุ เกง ) รวมทง้ั วงกาหลอ
วงมงั คละ มีความสมั พนั ธก ับกลมุ คนท่ใี ชส ําเนยี งอาณาจกั รสโุ ขทยั โบราณ โดย สมเด็จเจาฟากรมพระยานรศิ รานุวัดติวงศ บันทึกไวในคราวตรวจการ
ท่ีหัวเมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ. 2444 ไดยินดนตรีดังกลาวบริเวณวัดสะกัดน้ํามันจึงไดเรียกมาแสดงใหดู ไดใหทัศนะตอดนตรี "มังคละ" วา "เคร่ืองมังคละน้ีเปน
เครื่องเบญจดุรยิ างคแ ท" ปจจุบัน วงมังคละ ไดรับข้ึนทะเบียนใหเปน มรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาศิลปะการแสดง เพ่ือสงเสริมอนุรักษและสืบ
ทอดใหเ ปนการละเลน พ้นื บานด้ังเดิมอนั เปน เอกลักษณ 3 จงั หวัด ของท้ังจงั หวัดสุโขทัย จงั หวดั พิษณโุ ลก และอุตรดติ ถ ไดตอ ไป
พษิ ณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม โทรศัพท 055-242 286-7
เมืองวฒั นธรรม (สํานกั งานวฒั นธรรมจังหวัดพิษณุโลก)
ผา ลายดอกปบ
ผาลายดอกปบ จังหวัดพษิ ณโุ ลกมีผาทอ “ลายดอกปบ ” เปน อตั ลกั ษณทป่ี จ จุบนั
กลายเปน ลายผา ประจาํ จงั หวัดและเปน ความภมู ิใจของชาวจงั หวัดพิษณโุ ลกท่ไี ดน ํา
ลายดอกปบมาใสไวใ นลายผา
โทรศัพท 055-242 286-7 เมอื งวัฒนธรรม
(สาํ นักงานวฒั นธรรมจังหวดั พษิ ณโุ ลก)
พิษณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม
ผาทอมัดหมล่ี ายชอมะปราง
ผาทอมัดหมี่ลายชอมะปราง ชาวบา นชุมชนบานผารังหมี ชูผามดั หม่พี นื้ เมืองลายชอ มะปราง ท่ีตอยอดจากสง่ิ ใกลตัวมาเปนลายผาทอทีม่ ีคณุ คา และ
สะทอนอตั ลกั ษณของชุมชน สะทอนชื่อท่ตี ั้งของหมบู า นในอําเภอเนินมะปราง จงั หวัดพษิ ณุโลก
โทรศพั ท 063-156 6495
089-269 0301
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองวัฒนธรรม
พพิ ธิ ภณั ฑพ้นื บา นจาทวี
พพิ ิธภณั ฑพ น้ื บานจา ทวี ทําหนาทเี่ ก็บรวบรวมขา วของเครื่องใชท่ีแสดงวิถีชีวิตพ้ืนบานของชาวจังหวัดพิษณุโลก ดานในจัดเปนสวนธรรมชาติตกแตงดวยพันธุไม
ไทยหลากหลายชนิด มีอาคารแหลง ขอ มลู และจัดแสดงสนิ คาของท่ีระลกึ
โทรศัพท 055-212 749
พิษณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวฒั นธรรม
บอเกลือพนั ป
บอเกลือพันป ในสมัยพอ ขนุ บางกลางหาว (ทาว) เมอื่ พระองคทรงครองเมอื งบางยาง (ปจจุบันคือ อําเภอนครไทย) แลวตอมามีพระประสงคตองการขยายอาณา
เขต พระองคจ งึ ยกกองทพั ไปตขี อม เมอ่ื เสรจ็ จากการตีขอมแลว ทรงเสด็จกลับเมืองบางยาง โดยนําไพรพลทหาร เดินทางมาประทับแรม (ปจจุบันคือ หมูท่ี 1
บานบอโพธิ์) พระองคสั่งใหทหาร ทําการสํารวจพ้ืนท่ีบริเวณท่ีประทับแรม ทหารไดไปพบบอน้ําบอหน่ึง ซึ่งลักษณะของบอเปนไมโพธิ์ และมี น้ําขังอยูตรงกลาง
พวกทหารตกั มาชิมรูสึกวามีรสเค็ม ปรากฏวานํ้านั้นตกผลึกเปนเม็ดสีขาวๆ เมื่อนํามาปรุงอาหารที่มีรสจืด จะทําใหอาหารมีรสชาติดีขึ้น กอนท่ีพระองคจะเสด็จ
กลับทรงใหไพรพลกลมุ หนึ่งต้ังรกรากอยทู ่ีนัน่ พระองคไดนําเร่อื งดังกลาว ไปเผยแพรแกร าษฎร ไดรจู ักการปรุงอาหารดวยผลึกสีขาว (เกลือ) เปนท่ีรับรูกันโดยทั่ว
สําหรับไพรพล ท่ีปกหลัก ตั้งรกรากอยูท่ีบานบอโพธ์ิ ไดประกอบอาชีพทําเกลือ ในการแลกเปล่ียนสินคา ของใชในชีวิต ประจําวันเล้ียงชีพตนเอง ซึ่งตอมาได
กลายเปนอาชพี หลกั ของหมูบาน อาจกลาวไดว า ชื่อบานบอโพธิ์ ก็มาจากบอน้ําท่ีมีรัศมีรอบๆ เปนไมโพธ์ิน่ันเอง ชาวบานไดเลาสืบตอกันวา “บอโพธ์ิ” เปนบอ
เกลือธรรมชาตไิ ดป รากฏมาต้ังแตส มัยกอน
โทรศพั ท 055-252 742
(ททท.พิษณโุ ลก)
พษิ ณโุ ลกเมอื ง ๓ ธรรม เมอื งวฒั นธรรม
น้ําตาลโตนด-วัดโบสถ
นํ้าตาลโตนด อําเภอวัดโบสถ จังหวัดพิษณุโลก พบตนตาลอยูเปนจํานวนมากซึ่งตนตาลนี้เปนตนไมประเภทหน่ึงที่ชาวอําเภอวัดโบสถนิยมเพาะปลูกกันมากมา
ตัง้ แตเดิม โดยปลกู ตน ตาลไวใ นพื้นท่ีบริเวณหัวไรปลายนา เพื่ออาศัยรมเงาและบริโภค อีกทั้งใชเปนจุดแสดงอาณาเขตที่ดิน ผลิตภัณฑจากตนตาล ไดแก นํ้าตาล
โตนด น้ําตาลสด นาํ้ ตาลกะทิ น้ําตาลชงกาแฟ เปนตน
โทรศพั ท 055-361097 055-291 526 087-817 8981
(เทศบาลตําบลวัดโบสถ) (กลมุ แมบานขวัญใจพัฒนา) (กลุมผลิตภัณฑตาลโตนด)
พิษณุโลกเมือง ๓ ธรรม เมืองวฒั นธรรม
ไกเ หลืองหางขาว
ไกเ หลืองหางขาว เปน ไกช นตามประวัตศิ าสตรซ่งึ ปรากฏอยูในพงศาวดาร เม่ือครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพํานักอยูในกรุงหงสาวดี ประเทศพมา ทรง
นําไกเ หลืองหางขาวไปจากเมอื งพิษณุโลก เพ่อื นําไปชนกับไกข องพระมหาอุปราชา เปน ไกชนทม่ี ีลกั ษณะพเิ ศษมีความเฉลียวฉลาดในการตอสู จึงชนชนะ จนไดรับ
สมญานามวา “เหลืองหางขาว ไกเจาเลยี้ ง” ไกชนนเรศวร เปน ไกชนสายพนั ธุเหลอื งหางขาว และเปนท่ียอมรับโดยทั่วไปแลววา มีถิ่นกําเนิดอยูที่จังหวัดพิษณุโลก
ปจ จุบันเปนสตั วอ ตั ลกั ษณ ของจังหวัดพิษณุโลก และเปนสมบัตขิ องชาติไทย ทไ่ี ดร ับความสนใจกนั อยางแพรห ลายทง้ั ในประเทศและตางประเทศ
โทรศัพท 055-322 602
(เทศบาลตําบลหัวรอ)
พิษณุโลกเมอื ง ๓ ธรรม เมืองวฒั นธรรม
สนุ ัขบางแกว
สนุ ขั บางแกว เปนสนุ ัขทม่ี ถี น่ิ กําเนดิ ทบ่ี านบางแกว ตาํ บลทานางงาม อาํ เภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก สุนัขพันธุบางแกว เปนสายเลือดผสมระหวางสุนัขพันธุ
ไทยพน้ื บา นกับสนุ ัขปา เนอ่ื งจากภูมิประเทศ แถบบานบางแกวสมัยกอ น มปี า ไมห นาแนน เปน ท่ีอาศัยของพวกสุนัขจิ้งจอก และสุนัขไน หรือท่ีเรียกวา “หมาไน”
ทําใหเกิดผสมพันธุกันระหวาง สุนัข ท้ัง 3 สายพันธุ จนในท่ีสุดก็ไดเปน ท่ีมีลักษณะหลายสีเหมือนสุนัขบาน มีขนยาวสองช้ันเหมือนสุนัขปา หูปองไปขางหนา
เหมือนสนุ ัขจ้ิงจอก ดรุ กั ถ่ินฐานเหมือนสนุ ขั บา น และกลาหาญเหมอื นสุนัขไน
โทรศัพท 055-371 241
(อาํ เภอบางระกํา)
พษิ ณโุ ลกเมือง ๓ ธรรม เมืองวฒั นธรรม
สาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวัดพษิ ณโุ ลก
โทรศัพท 055-252286-7
https://www.m-culture.go.th/phitsanulok