The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mcu pali, 2021-04-25 02:49:44

หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ebook

หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

Keywords: พระพุทธศาสนา ebook

กลยุทธก์ ารสอนท่ใี ช้พัฒนาการเรยี นรูด้ า้ นคณุ ธรรม จริยธรรม
(๑) สอดแทรกเร่อื งศีลธรรม ศรัทธา จิตสาธารณะและการเสยี สละเพอ่ื ส่วนรวมในการเรียนการสอน
(๒) การเปน็ ต้นแบบทดี่ ีของผูส้ อน
(๓) เรยี นรจู้ ากกรณีตวั อยา่ งประเด็นปัญหาทางด้านศลี ธรรม เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นฝึกการแก้ปัญหา
(๔) เรียนรู้จากสถานการณ์จรงิ และจดั กจิ กรรมในชั้นเรียนหรือนอกชั้นเรียน

กลยทุ ธ์การประเมินผลการเรียนรู้ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
(๑) สงั เกตพฤติกรรมของนิสิตในชน้ั เรยี นหรอื นอกชัน้ เรยี นอยา่ งต่อเนอื่ ง
(๒) อภิปราย รายงาน การนาเสนอและการตอบคาถาม
(๓) พจิ ารณาจากผลการเข้ารว่ มกิจกรรมของนสิ ติ
(๔) นิสิตประเมนิ ตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน

๒) ด้านความรู้
ผลการเรยี นร้ดู า้ นความรู้
(๑) มีความรู้ ความเขา้ ใจหลักการ ทฤษฎแี ละเนือ้ หา
(๒) ใชค้ วามรมู้ าอธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกดิ ขนึ้ ได้อย่างมเี หตผุ ล
(๓) สามารถนาความรู้มาปรบั ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตได้
(๔) มคี วามรอบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงท้งั ของไทยและของโลก
(๕) รู้จกั แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรอู้ ย่างต่อเนื่อง
กลยทุ ธก์ ารสอนท่ใี ช้พฒั นาการเรยี นร้ดู า้ นความรู้
(๑) สอนแบบบรรยายและใชโ้ จทยป์ ญั หา
(๒) สอนโดยใชก้ รณีศกึ ษา
(๓) เรียนรโู้ ดยการปฏบิ ัติ
(๔) เรียนรู้แบบร่วมมอื
(๕) ศกึ ษาดงู าน
กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรียนรดู้ ้านความรู้
ประเมนิ จากผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น และการปฏิบตั ขิ องผู้เรียนดา้ นต่างๆ คือ
(๑) ทดสอบยอ่ ย
(๒) สอบกลางภาคและปลายภาคเรียน
(๓) ผลการรายงานหรืองานทม่ี อบหมาย
(๔) นาเสนอผลงาน

๓) ด้านทักษะทางปัญญา
ผลการเรยี นรูด้ า้ นทกั ษะทางปญั ญา
(๑) สามารถคน้ หาข้อมลู ทาความเขา้ ใจ และประเมนิ ขอ้ มลู จากหลกั ฐาน
(๒) สามารถวเิ คราะห์และสงั เคราะหอ์ ย่างเปน็ ระบบและมเี หตผุ ล
(๓) สามารถประยุกตค์ วามรู้และทักษะเพ่ือแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม
กลยุทธก์ ารสอนท่ีใชพ้ ฒั นาการเรียนรูด้ ้านทกั ษะทางปญั ญา
(๑) สอนแบบบรรยายโดยใชภ้ าพประกอบ
(๒) สอนโดยใช้กรณีศกึ ษา
(๓) เรียนรโู้ ดยการปฏิบัติ

มคอ.๒ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ภาควิชาพระพทุ ธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๕๐

(๔) เรยี นรแู้ บบรว่ มมอื
(๕) ศกึ ษาดูงาน
กลยทุ ธก์ ารประเมนิ ผลการเรียนรู้ด้านทกั ษะทางปญั ญา
(๑) ทดสอบยอ่ ย
(๒) สอบกลางภาคและปลายภาคเรยี น
(๓) ผลการรายงานหรอื งานท่มี อบหมาย
(๔) นาเสนอผลงาน
๔) ดา้ นทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรูด้ า้ นทักษะความสัมพนั ธร์ ะหว่างบคุ คลและความรับผิดชอบ
(๑) สามารถทางานเปน็ ทีม
(๒) เป็นสมาชิกท่ีดขี องกลุ่มท้ังในฐานะผ้นู าและผตู้ าม
(๓) มีมนุษยสัมพนั ธ์ รูจ้ ักควบคุมอารมณแ์ ละยอมรับความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
(๔) รับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม
กลยทุ ธก์ ารสอนทใ่ี ชพ้ ัฒนาการเรยี นร้ดู ้านทกั ษะความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล และความรบั ผิดชอบ
(๑) มอบหมายงานกลุม่
(๒) สอนจากสภาพจริงที่เกิดขึ้นในชมุ ชนและสังคม
(๓) จดั กจิ กรรมการเรยี นรูใ้ นชนั้ เรียนและนอกช้ันเรียน
(๔) ศกึ ษาดงู าน
กลยทุ ธก์ ารประเมินผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล และความรบั ผดิ ชอบ
(๑) สงั เกตพฤติกรรมและการแสดงออกระหว่างการเรยี นการสอนและการทางานรว่ มกบั เพื่อน
(๒) ประเมนิ ผลงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
(๓) พจิ ารณาจากผลการเข้าร่วมกิจกรรมของนสิ ิต
๕) ด้านทักษะการวิเคราะหเ์ ชงิ ตวั เลข การส่อื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชงิ ตัวเลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
(๑) ใช้ทักษะวเิ คราะหเ์ ชิงตัวเลขได้
(๒) ใช้ภาษาในการติดต่อสือ่ ความหมายไดด้ ี ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน
(๓) ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรไู้ ดอ้ ย่างเหมาะสม
กลยุทธ์การสอนท่ีใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
(๑) สอนโดยการฝึกปฏิบัติ
(๒) มอบหมายงานค้นควา้ ความรจู้ ากแหลง่ ขอ้ มลู ต่างๆ
(๓) นาเสนองานโดยใช้คอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
(๑) ทดสอบยอ่ ย
(๒) สอบกลางภาคและปลายภาคเรียน
(๓) ผลการรายงานหรืองานทีม่ อบหมาย
(๔) นาเสนอผลงาน

มคอ.๒ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ภาควิชาพระพุทธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๕๑

๒.๒ หมวดวชิ าเฉพาะด้าน
๑) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม
ผลการเรยี นรู้ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

(๑) ตระหนกั ในคณุ ค่าและคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เสยี สละ ซ่อื สัตยส์ ุจรติ
(๒) มีวนิ ยั ตรงต่อเวลา และความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง วิชาชีพและสงั คม
(๓) มีภาวะผ้นู าและผูต้ าม สามารถทางานเปน็ ทีมและสามารถแกไ้ ขข้อขัดแย้งได้
(๔) เคารพสิทธิและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็น
มนษุ ย์
(๕) ประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีตอ่ สังคม ชาติ และพระพุทธศาสนา
กลยุทธ์การสอนท่ีใชพ้ ัฒนาการเรียนรูด้ า้ นคุณธรรม จริยธรรม
(๑) มีการสอดแทรกเรอื่ งคณุ ธรรม จริยธรรมในการเรยี นการสอน
(๒) การเป็นตน้ แบบทด่ี ีของผู้สอน
(๓) เรยี นรู้จากกรณีตัวอย่างประเด็นปัญหาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ผู้เรียนฝึกการแก้ปัญหา
การเรียนรูจ้ ากสถานการณ์จรงิ การจัดกจิ กรรมในชัน้ เรยี นหรือนอกชนั้ เรียน
กลยทุ ธก์ ารประเมินผลการเรยี นร้ดู ้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
(๑) ประเมินโดยผสู้ อนและเพอื่ น สังเกตพฤตกิ รรมผเู้ รยี น
(๒) ประเมินจากผลงาน และความรบั ผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย
(๓) ประเมินคณุ ธรรม จริยธรรมของบณั ฑติ ทส่ี าเร็จการศกึ ษาโดยหนว่ ยงานผู้ใช้บณั ฑิต
๒) ด้านความรู้
ผลการเรียนรู้ดา้ นความรู้

(๑) มีความรู้และความเขา้ ใจเกยี่ วกบั หลกั การและทฤษฎีที่สาคัญในเน้ือหาสาขาวชิ าบาลสี ันสกฤต
(๒) สามารถวิเคราะห์ปัญหาทางสังคมโดยใช้แนวคิดทางด้านบาลีสันสกฤตรวมทั้งประยุกต์ความรู้
ทักษะ และการใชเ้ คร่อื งมอื ทางบาลีสันสกฤตท่ีเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาในสงั คม
(๓) สามารถติดตามความก้าวหน้าแนวคิดใหม่ๆทางด้านบาลีสันสกฤต พร้อมทั้งเข้าใจวิธีการนาไป
ประยุกตใ์ ช้
(๔) มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการวิจัยและใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาวิทยาการใหม่ๆ
ทางด้านบาลีสันสกฤต
(๕) สามารถบรู ณาการความรู้ในสาขาวิชาบาลีสนั สกฤตกับความรใู้ นศาสตร์อ่นื ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
กลยทุ ธก์ ารสอนทใี่ ชพ้ ฒั นาการเรยี นร้ดู ้านความรู้
(๑) สอนแบบบรรยายโดยใช้ภาพประกอบ
(๒) สอนโดยใชก้ รณีศึกษา
(๓) เรียนร้โู ดยการปฏิบตั ิ
(๔) เรียนรแู้ บบร่วมมอื
(๕) ศึกษาดูงาน
กลยทุ ธก์ ารประเมินผลการเรยี นรดู้ ้านความรู้
ประเมินจากผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น และการปฏิบตั ขิ องผเู้ รียนด้านตา่ งๆ คือ
(๑) การทดสอบย่อย
(๒) การสอบกลางภาคและปลายภาคเรยี น
(๓) ประเมนิ จากรายงานหรอื งานท่มี อบหมาย

มคอ.๒ สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ภาควิชาพระพุทธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๕๒

(๔) ประเมนิ จากการนาเสนอผลงาน
๓) ด้านทักษะทางปัญญา

ผลการเรียนรู้ด้านทกั ษะทางปญั ญา

(๑) คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและอยา่ งเป็นระบบ
(๒) สามารถสบื ค้น ตีความ และประเมินสารสนเทศ เพอื่ ใช้ในการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งสร้างสรรค์
(๓) สามารถรวบรวม ศึกษา วเิ คราะห์ และสรุปประเด็นปัญหาและความต้องการ
(๔) สามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ทางบาลีสนั สกฤตได้อยา่ งเหมาะสม
กลยุทธ์การสอนทใ่ี ช้พฒั นาการเรยี นรูด้ ้านทักษะทางปัญญา
(๑) เรยี นร้กู รณีศึกษาและรว่ มกันอภปิ รายกลุม่
(๒) รายวชิ าปฏบิ ัติ ผเู้ รยี นตอ้ งฝึกปฏิบัตเิ พ่ือใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ สามารถนาไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้
(๓) มีการศึกษาค้นควา้ ในรปู รายงาน โครงงาน และนาเสนอ
(๔) ศกึ ษาดูงาน เรียนรูจ้ ากสภาพจรงิ เพือ่ ใหเ้ กิดประสบการณต์ รง
กลยทุ ธก์ ารประเมนิ ผลการเรยี นรู้ดา้ นทักษะทางปญั ญา
(๑) การทดสอบย่อย
(๒) การสอบกลางภาค และปลายภาคเรยี น
(๓) ประเมนิ จากรายงาน หรืองานทีม่ อบหมาย
(๔) ประเมนิ จากการนาเสนอผลงาน
๔) ด้านทักษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบคุ คลและความรบั ผิดชอบ

ผลการเรียนรู้ด้านทกั ษะความสมั พันธร์ ะหว่างบุคคลและความรบั ผิดชอบ
(๑) สามารถให้ความช่วยเหลือและอานวยความสะดวกในการแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งใน

บทบาทของผู้นา หรอื ในบทบาทของผูร้ ว่ มทมี ทางาน
(๒) มีความรบั ผดิ ชอบในการกระทาของตนเองและรบั ผิดชอบงานในกล่มุ
(๓) สามารถเปน็ ผรู้ เิ ริม่ แสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม พร้อมท้ังแสดง

จุดยืนอยา่ งพอเหมาะท้งั ของตนเองและของกลุ่ม
กลยุทธก์ ารสอนทใี่ ชพ้ ัฒนาการเรียนรดู้ ้านทักษะความสัมพนั ธร์ ะหว่างบคุ คล และความรบั ผดิ ชอบ
(๑) มกี ารมอบหมายงานใหผ้ ู้เรียนทางานเป็นกลุ่มเพ่ือเรียนรู้ความรับผิดชอบ และการเป็นสมาชิกที่

ดขี องกล่มุ
(๒) กลยุทธ์การสอนท่ีเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและ

ผ้เู รียนกบั ผูส้ อน
(๓) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ การจัดการ

อารมณ์ การมมี นุษยสมั พนั ธ์ท่ดี กี บั บคุ ลอ่นื
กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรยี นรู้ดา้ นทักษะความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล และความรับผดิ ชอบ
(๑) ประเมินจากพฤติกรรมและการแสดงออกของผู้เรียน ระหว่างการเรียนการสอน และการ

ทางานร่วมกบั เพอื่ น
(๒) ประเมินจากผลงานของผเู้ รยี นที่นาเสนอตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

๕) ดา้ นทกั ษะการวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
ผลการเรยี นรดู้ า้ นทักษะการวิเคราะหเ์ ชงิ ตัวเลข การส่อื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
(๑) สามารถใช้เทคนคิ ทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลทั้ง

เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ

มคอ.๒ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ภาควิชาพระพทุ ธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๕๓

(๒) สามารถแปลงข้อมลู เปน็ ข่าวสารท่มี ีคุณภาพและเหมาะสมต่อการสอื่ สารท้งั กับบุคคลและกลุ่มคน
ในสถานการณ์ทหี่ ลากหลาย

(๓) สามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด การฟัง และการเขียน พร้อมทั้งเลือกใช้รูปแบบ
ของสื่อการนาเสนอได้อยา่ งเหมาะสม

(๔) สามารถใชส้ ารสนเทศและเทคโนโลยสี อื่ สารอยา่ งเหมาะสม

กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ

(๑) จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการส่ือสารระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
และบุคคลอ่ืนในสถานการณ์ท่หี ลากหลาย

(๒) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนเลือกและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารทห่ี ลากหลายรูปแบบ

(๓) จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล และการสื่อสารข้อมูล
ได้อย่างเหมาะสม

กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ

(๑) ประเมินจากความสามารถในการนาเสนอต่อช้ันเรียนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
หรือคณติ ศาสตร์

(๒) ประเมนิ จากความสามารถในการสื่อสาร การอธิบาย การอภปิ รายกรณีศึกษาต่างๆ
(๓) ประเมนิ จากผลงานตามกิจกรรมการเรยี นการสอนทผี่ ู้สอนมอบหมาย

๓. แผนท่ีแสดงการกระจายความรับผิดชอบมาตรฐานผลการเรียนรู้จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum
Mapping) (ตามทร่ี ะบใุ นหมวดที่ ๔ ข้อ ๒)

๓.๑ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป และวิชากลุ่มพระพุทธศาสนา
๑) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม

(๑) มศี ีลธรรม และศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา
(๒) มีจิตสาธารณะและเสยี สละเพื่อส่วนรวม
(๓) เคารพสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนษุ ย์ และรบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน
(๔) เหน็ คณุ ค่าศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่
(๕) ประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีตอ่ สงั คม ชาติ ศาสนา
๒) ดา้ นความรู้
(๑) มคี วามรู้ ความเข้าใจหลักการ ทฤษฎีและเน้ือหา
(๒) ใชค้ วามรมู้ าอธบิ ายปรากฏการณท์ เ่ี กิดขึ้นไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล
(๓) สามารถนาความร้มู าปรบั ใช้ในการดาเนินชวี ติ ได้
(๔) มคี วามรอบรเู้ ท่าทนั การเปลยี่ นแปลงทั้งของไทยและของโลก
(๕) รจู้ กั แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรียนรู้อยา่ งต่อเนื่อง

๓) ดา้ นทักษะทางปัญญา
๑) สามารถค้นหาขอ้ มูล ทาความเข้าใจ และประเมินขอ้ มลู จากหลกั ฐาน
(๒) สามารถวเิ คราะห์และสังเคราะห์อย่างเปน็ ระบบและมเี หตุผล

มคอ.๒ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ภาควชิ าพระพุทธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๕๔

(๓) สามารถประยกุ ต์ความรแู้ ละทักษะเพ่ือแกป้ ัญหาได้อย่างเหมาะสม
๔) ดา้ นทักษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

ผลการเรยี นรู้ด้านทักษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคลและความรับผิดชอบ
(๑) สามารถทางานเปน็ ทีม
(๒) เปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องกลุ่มท้งั ในฐานะผู้นาและผู้ตาม

(๓) มมี นษุ ยสมั พนั ธ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณแ์ ละยอมรับความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
(๔) รับผิดชอบตอ่ ตนเองและสงั คม
๕) ดา้ นทกั ษะการวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การส่อื สาร และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

ผลการเรยี นรู้ด้านทักษะการวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

(๑) ใชท้ กั ษะวเิ คราะห์เชิงตัวเลขได้
(๒) ใชภ้ าษาในการตดิ ตอ่ สอื่ ความหมายไดด้ ี ท้ังการฟงั พูด อา่ นและเขยี น

(๓) ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการเรยี นรไู้ ด้อย่างเหมาะสม
๓.๒ หมวดวิชาเฉพาะ

๑) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม

(๑) ตระหนกั ในคุณค่าและคุณธรรม จรยิ ธรรม เสียสละ ซ่ือสตั ย์สุจริต
(๒) มีวินยั ตรงตอ่ เวลา และความรบั ผิดชอบต่อตนเอง วิชาชีพและสงั คม
(๓) มีภาวะผู้นำและผตู้ าม สามารถทางานเปน็ ทีมและสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้

(๔) เคารพสิทธิและรบั ฟังความคิดเห็นของผ้อู นื่ รวมทง้ั เคารพในคุณค่าและศักด์ิศรีของความเป็นมนษุ ย์
(๕) ประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ีตอ่ สังคม ชาติ และพระพุทธศาสนา
๒) ดา้ นความรู้

(๑) มีความร้แู ละความเขา้ ใจเกยี่ วกับหลกั การและทฤษฎีท่สี าคญั ในเนื้อหาสาขาวิชาบาลีสันสกฤต
(๒) สามารถวเิ คราะห์ปญั หาทางสงั คมโดยใชแ้ นวคิดทางด้านบาลีสันสกฤตรวมทั้งประยุกต์ความรู้
ทกั ษะ และการใช้เครอ่ื งมือทางบาลีสันสกฤตท่ีเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาในสงั คม

ประยุกตใ์ ช้ (๓) สามารถติดตามความกา้ วหนา้ แนวคิดใหม่ๆทางด้านบาลสี นั สกฤต พร้อมท้ังเข้าใจวิธีการนาไป
(๔) มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในกระบวนการวิจัยและใช้เป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาวิทยาการใหม่ๆ

ทางดา้ นบาลสี ันสกฤต
(๕) สามารถบรู ณาการความรู้ในสาขาวิชาบาลีสนั สกฤตกับความรใู้ นศาสตรอ์ ื่น ๆ ที่เกยี่ วข้อง

๓) ด้านทักษะทางปญั ญา

(๑) คิดอย่างมีวิจารณญาณและอยา่ งเปน็ ระบบ
(๒) สามารถสบื คน้ ตคี วาม และประเมนิ สารสนเทศ เพอื่ ใชใ้ นการแก้ไขปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์
(๓) สามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และสรปุ ประเดน็ ปญั หาและความต้องการ

(๔) สามารถประยกุ ต์ใช้ความรทู้ างบาลีสนั สกฤตไดอ้ ย่างเหมาะสม
๔) ดา้ นทักษะความสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคลและความรบั ผิดชอบ

(๑) สามารถใหค้ วามช่วยเหลอื และอานวยความสะดวกในการแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งใน
บทบาทของผูน้ า หรือในบทบาทของผ้รู ่วมทีมทางาน

(๒) มีความรบั ผดิ ชอบในการกระทาของตนเองและรบั ผดิ ชอบงานในกลุ่ม

(๓) สามารถเป็นผู้ริเริ่มแสดงประเด็นในการแก้ไขสถานการณ์ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม พร้อมท้ัง
แสดงจุดยืนอยา่ งพอเหมาะทัง้ ของตนเองและของกลมุ่

มคอ.๒ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ภาควชิ าพระพุทธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั ๕๕

๕) ด้านทักษะการวิเคราะหเ์ ชิงตวั เลข การส่ือสาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
(๑) สามารถใชเ้ ทคนคิ ทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู และแปลความหมายข้อมูล

ทง้ั เชิงปริมาณและคณุ ภาพ
(๒) สามารถแปลงขอ้ มลู เปน็ ข่าวสารท่ีมีคุณภาพและเหมาะสมต่อการสื่อสารท้ังกับบุคคลและกลุ่ม

คนในสถานการณ์ทหี่ ลากหลาย
(๓) สามารถสือ่ สารอยา่ งมีประสิทธภิ าพทั้งการพูด การฟัง และการเขียน พร้อมทั้งเลือกใช้รูปแบบ

ของสอ่ื การนาเสนอได้อย่างเหมาะสม
(๔) สามารถใชส้ ารสนเทศและเทคโนโลยีสื่อสารอยา่ งเหมาะสม

มคอ.๒ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา ภาควชิ าพระพทุ ธศาสนา คณะพทุ ธศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๕๖

แผนทีแ่ สดงการกระจายความรับผดิ ชอบมาตรฐานการเรียนรู้จากหลักสูตรสู่รายวชิ า
( Curriculum Mapping)

๕. ทั กษะกา ร

รหสั วชิ า รายวชิ า ๑. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทักษะทาง ๔. ทักษะความสัมพันธ์ วิ เ ค ร า ะ ห์ เ ชิ ง
ปญั ญา ระห ว่า ง บุค คล แ ล ะ ตั ว เ ล ข ก า ร
ความรับผดิ ชอบ สื่อสาร และการ
ใช้ เท คโ นโ ล ยี

สารสนเทศ

๑ ๒๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓

๑. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป

๓๐ หน่วยกติ

ก. วิชาบังคบั ๑๘ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๐๑ มนษุ ยก์ ับสังคม                   
Man and Society

๐๐๐ ๑๐๒ กฎหมายทว่ั ไป                   
General Law

๐๐๐ ๑๐๗ เทคนิคการศึกษา

ระดับอุดมศกึ ษา          o         
Technique of

Higher Learning

๐๐๐ ๑๐๘ ปรัชญาเบ้ืองตน้

Introduction to                    

Philosophy

๐๐๐ ๑๐๙ ศาสนาท่ัวไป                   
Religions

๐๐๐ ๑๑๔ ภาษากับการสอ่ื สาร

Language and                   

Communication

๐๐๐ ๑๑๕ ภาษาศาสตรเ์ บ้ืองต้น

Introduction to                    

Linguistics

๐๐๐ ๑๓๙ คณติ ศาสตรเ์ บ้ืองตน้                   
Basic Mathematics

๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น
Introduction to                    

Logic

๐๐๐ ๒๓๘ สถิติเบอ้ื งตน้ และการ

วจิ ัย                   
Basic Statistics

and Research

ข. วชิ าเลอื ก ๑๒ หนว่ ยกติ

๐๐๐ ๑๐๓ การเมอื งกบั การ

ปกครองของไทย                   
Politics and Thai

Government

๐๐๐ ๑๐๔ เศรษฐศาสตร์ใน

ชวี ิตประจาวัน                   
Economics in

Daily Life

๐๐๐ ๑๐๕ มนุษย์กับสง่ิ แวดลอ้ ม                  

๕๘

Man and 

Environment

๐๐๐ ๑๐๖ เหตุการณโ์ ลก

ปัจจุบัน                   
Current World

Affairs

๐๐๐ ๑๑๖ ภาษาอังกฤษเบอ้ื งตน้                   
Basic English

๐๐๐ ๑๑๗ ภาษาอังกฤษชัน้ สงู                   
Advanced English

๐๐๐ ๑๑๘ ภาษาสันสกฤต                   

เบ้อื งตน้

Basic Sanskrit

๐๐๐ ๑๑๙ ภาษาสนั สกฤตชั้นสูง
Advanced Sanskrit                    

๐๐๐ ๑๒๐ ภาษาไทยเบอ้ื งตน้                   
Basic Thai

๐๐๐ ๑๒๑ ภาษาไทยช้นั สงู                   
Advanced Thai

๐๐๐ ๑๒๘ ภาษาจีนเบื้องตน้                   
Basic Chinese

๐๐๐ ๑๒๙ ภาษาจนี ชน้ั สงู                   
Advanced Chinese

๐๐๐ ๑๓๐ ภาษาญปี่ ุ่นเบอ้ื งตน้                   
Basic Japanese

๐๐๐ ๑๓๑ ภาษาญี่ปุน่ ช้ันสูง                   

Advanced

Japanese

๐๐๐ ๑๓๕ ภาษาฮนิ ดีเบือ้ งต้น                   

Basic Hindi

๐๐๐ ๑๓๖ ภาษาฮินดีช้ันสูง                   
Advanced Hindi

๐๐๐ ๒๑๑ วฒั นธรรมไทย                   
Thai Culture

๐๐๐ ๒๑๒ มนษุ ยก์ ับอารยธรรม

Man and                   

Civilization

๐๐๐ ๒๑๓ ชวี ติ กบั จติ วิทยา

Life and                   

Psychology

๐๐๐ ๒๔๑ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ

และประยกุ ตวิทยา                   
Physical Science

and Technology

๐๐๐ ๒๔๒ พ้ืนฐานคอมพวิ เตอร์

และเทคโนโลยี                   

สารสนเทศ

๕๙

๐๐๐ ๒๖๔ Introduction to                   
๐๐๐ ๒๖๕ Computer and                   
Information
Technology

สนั ตศิ กึ ษา
Peace Education

ภาวะผู้นา
Leadership

๐๐๐ ๒๖๖ หลักธรรมาภิบาล
Good overnance                    

 ความรับผดิ ชอบหลกั  ความรบั ผิดชอบรอง

แผนท่แี สดงการกระจายความรับผดิ ชอบมาตรฐานการเรยี นรูจ้ ากหลกั สูตรส่รู ายวิชา Curriculum Mapping)

 ความรับผิดชอบหลกั  ความรบั ผดิ ชอบรอง

๕. ทกั

รหัสวชิ า รายวิชา ๑.คุณธรรม จรยิ ธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทกั ษะทาง ๔. ทกั ษะความสมั พันธ์ วเิ ครา
ปญั ญา ระหว่างบุคคลและ ตวั เลข
ความรับผิดชอบ สือ่ สาร
ใชเ้ ทค

สารสน

๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑

๑. หมวดวชิ ากลุ่มนพระพทุ ธศาสนา

๓๐ หนว่ ยกิต

ก. กลมุ่ วิชาภาษาบาลแี ละ o                
พระพุทธศาสนา ๑๔ หน่วยกิต                
๐๐๐ ๑๔๔ วรรณคดีบาลี                
               
Pali Literature

๐๐๐ ๑๔๕ บาลไี วยากรณ์
Pali Grammar

๐๐๐ ๑๔๖ แตง่ แปลบาลี
Pali Composition
and Translatio

๐๐๐ ๑๔๗ พระไตรปิฎกศึกษา

๐๐๐ ๑๔๘ พระวินยั ปฎิ ก                 
๐๐๐ ๑๔๙ Vinaya Pitaka                 

พระสุตตันตปิฎก
Suttanta Pitaka

๐๐๐ ๑๕๐ พระอภธิ รรมปฎิ ก                 
Abhidhamma

๖๐

๕. ทัก

รหสั วิชา รายวิชา ๑.คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทกั ษะทาง ๔. ทกั ษะความสมั พนั ธ์ วเิ ครา
ปัญญา ระหว่างบุคคลและ ตัวเลข
ความรบั ผิดชอบ สอ่ื สาร
ใชเ้ ทค

สารสน

๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑

ข. กล่มุ วชิ าพระพุทธศาสนาท่วั ไป
๑๒ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๕๘ ประวัตพิ ระพทุ ธศาสนา                 
๐๐๐ ๒๕๙ History of                 
Buddhism                 
               
เทศกาลและพิธกี รรม                 
พระพุทธศาสนา
Buddhist Festival                 
and Traditions
                
๐๐๐ ๒๖๐ การปกครองคณะสงฆ์                 
ไทย Thai Sangha                 
Administration                 
                
ธรรมะภาค
 ภาษาอังกฤษ

Dhamma in English

๐๐๐ ๒๖๒ ธรรมนิเทศ
Research and
Literary Works on
Buddhism

๐๐๐ ๒๖๓ งานวิจัยและ
วรรณกรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา
Dhamma
Communications

ค. กลุ่มวชิ าวปิ สั สนาธรุ ะ ๔ หน่วยกติ

๐๐๐ ๑๕๑ ธรรมะภาคปฏิบัติ ๑
๐๐๐ ๑๕๒ Buddhist Meditation
๐๐๐ ๒๕๓ I
๐๐๐ ๒๕๔
๐๐๐ ๓๕๕ ธรรมะภาคปฏบิ ัติ ๒
Buddhist Meditation
II

ธรรมะภาคปฏบิ ัติ ๓
Buddhist Meditation
III

ธรรมะภาคปฏิบัติ ๔
Buddhist Meditation
IV

ธรรมะภาคปฏบิ ัติ ๕
Buddhist Meditation

๖๑

๕. ทกั

รหสั วิชา รายวชิ า ๑.คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทกั ษะทาง ๔. ทักษะความสมั พันธ์ วเิ ครา
ปัญญา ระหว่างบคุ คลและ ตวั เลข
ความรบั ผดิ ชอบ สอ่ื สาร
ใช้เทค

สารสน

๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓๔ ๕ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑

V

๐๐๐ ๓๕๖ ธรรมะภาคปฏบิ ัติ ๖                 
๐๐๐ ๔๕๗ Buddhist Meditation                 
VI

ธรรมะภาคปฏบิ ตั ิ ๗
Buddhist Meditation
VII

รหัส รายวชิ า ๑. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ๒. ความรู้ ๓. ทักษะทางปญั ญา ๔. ทักษะ ๕. ทกั ษะการ
วิชา ๑๒๓๔๕ ๑๒๓๔ ความสมั พนั ธ์ วิเคราะห์เชงิ ตัวเลข
ระหวา่ งบคุ คลและ
ความรับผิดชอบ การส๖ื่อ๒สาร และการ

ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ

๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๑ ๒๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔

ีมวิ ันยและความรับ ิผดชอบ
ีม ้นาใจ ีม ิจตอาสา
ีมความ ื่ซอ ัสตย์ ก ัตญ ูญ
เห็น ุคณ ่คา ิศลปวัฒนธรรม
ประพฤ ิตตนเ ็ปนแบบอย่าง ี่ทดี
่ตีมอควสัางคมรู้ม ความเ ้ขาใจ
ใ ้ชความรู้มาอธิบาย
ีมความรู้ในศาสตร์
ีมความรอบรู้เ ่ทา ัทน
สามารถเ ้ขาใจความก้าวห ้นา
เ ็ปน ู้ผไ ่ฝรู้
สามารถ ิคดวิเคราะห์
สามารถประยุกต์ความรู้
ีมความ ุ่มง ั่มน
รายวิชาปฏิ ับติ
การทางานป็น ีทม
เ ็ปนสมา ิชก ี่ทดีข
ีมม ุนษยสัมพันธ์
ตระห ันกใน ุคณ ่คาของ ิศลปะ
สามารถใ ้ชภาษาในการ ื่สอสาร
วิเคราะห์เ ิชงตัวเลข
ใ ้ชเทคโนโลยีสารสนเทศ
ส ุรปประเ ็ดนและ ื่สอสาร

หมวดวชิ าเฉพาะ วชิ าแกน              
๓๓ หนว่ ยกติ              

๑๐๑ หลกั พุทธธรรม
๓๐๖ Principles of

Buddhism
Bu

๑๐๑ พทุ ธปรชั ญาเถรวาท
๓๐๗ Theravada

Buddhist
Philosophy

๑๐๑ ธรรมบทศึกษา                      
๓๐๘ Dhammapada

Studies
Dh

๑๐๑ วสิ ุทธิมัคคศกึ ษา              
๓๐๙ Visuddhimaga              
             
Studies
Studies

๑๐๑ นเิ ทศศาสตรใ์ น
๓๑๐ พระไตรปิฎก

Communication
in Tipitaka
Commun

๑๐๑ พระพุทธศาสนา
๓๑๑ มหายาน

Mahayana
Budhism

๑๐๑ พทุ ธศลิ ปะ
๓๑๓ Buddhist Arts                       

Bu

๑๐๑ ธรรมะภาค
๓๑๔ ภาษาองั กฤษช้ันสูง                       

Advance

Dhamma in

Advance English

๑๐๑ จิตวิทยาใน                      
๓๑๕ พระไตรปฎิ ก

Dhamma in

Advance English

๖๓

Ad                      

๑๐๑ ศึกษาอสิ ระทาง
๓๑๖ พระพุทธศาสนา

Independent
Study on
Buddhism
Study

๑๐๑ สัมมนา                      
๓๑๗ พระพทุ ธศาสนา

Seminar on
Buddhism

หมวดวชิ าเฉพาะ

วชิ าเฉพาะดา้ น

๓๒ หน่วยกิต

๑๐๑ พระพุทธศาสนากบั                      

๓๐๑ วทิ ยาศาสตร์

Buddhism and

Science

๑๐๑ พระพุทธศาสนากบั
๓๐๒ สังคมสงเคราะห์

ศาสตร์                       
Buddhism and
Social Works

๑๐๑ ศกึ ษาศาสตร์ใน                      
๓๑๙ พระไตรปิฎก                      
Education in
๑๐๑ Tipitaka
๓๒๑
Jataka ชาดกศึกษา
Studies Jataka Studies

๑๐๑ พระพุทธศาสนากบั

๓๒๒ ภูมปิ ญั ญาไทย
Buddhism and                       

Thai Thoughts

B

๑๐๑ พระพุทธศาสนาใน

๓๒๓ โลกปัจจบุ นั
Buddhism in                       

Temporary

World

๑๐๑ ชีวิตและผลงาน

๓๒๔ ของปราชญท์ าง   

๖๔

พระพทุ ธศาสนา                

Life and Works

of Buddhist

Scholars

๑๐๑ พระพทุ ธศาสนากบั

๔๐๓ นเิ วศวทิ ยา
Buddhism and                       

Ecology

๑๐๑ ธรรมประยกุ ต์                      

๔๐๔ Applied

Dhamma

๑๐๑ พระพทุ ธศาสนากบั

๔๐๕ เศรษฐศาสตร์
Buddhism and                       

conomics

๑๐๑ รัฐศาสตร์ใน                      

๓๒๗ พระไตรปิฎก

Political Science

in Tipitaka

๑๐๑ พระพุทธศาสนา

๔๓๐ กบั สทิ ธมิ นุษยชน

Buddhism and
Humanฅ Rights                       

Humanฅ

Rights

๑๐๑ พระพทุ ธศาสนากับ
๔๓๑
การพฒั นาทย่ี ่งั ยนื
Develo
Buddhism and                      

Sustainable

๑๐๑ มงั คลตั ถทปี นี
๔๓๒ ศึกษา

Mangalattha                       
dipani Studies

๑๐๑ พระพทุ ธศาสนา

๔๓๗ กับสาธารณสขุ
Buddhism                       

and Health

Care

๑๐๑ มลิ ินทปัญหาศึกษา

๖๕

๔๓๘ Milindapanha                       
Studies

หมวดวชิ าเฉพาะ วชิ าเลอื ก                      
เฉพาะสาขา ๙ หนว่ ยกิต                      

๑๐๑ เปรียบเทียบเถร
๓๑๘ วาทกับมหายาน

(Comparision
between
Theravada and
Mahayana)

๑๐๑ อักษรจารกึ ใน
๓๒๐ พระไตรปิฎก

Tipitaka Scripts

๑๐๑ พระพทุ ธศาสนากับ                      

๔๒๙ สนั ติภาพ

Buddhism and

Peace

หมวดวชิ าเลอื กเสรี ๖

หน่วยกติ

๑๐๑ นวัตกรรมและ

๓๒๖ เทคโนโลยี

สารสนเทศทาง

พระพทุ ธศาสนา
Innovation and                       

Information

Technology in

Buddhism

๑๐๑ วรรณกรรม

๓๒๗ พระพุทธศาสนา                      

ร่วมสมัย

Contemporary

Literary Works

on Buddhism

๑๐๑ พระพุทธศาสนากบั

๔๓๑ การเมอื งการ                      

ปกครอง

Buddhism and

Politics

๖๖

หมวดท่ี ๕ หลักเกณฑ์ในการประเมินผลนสิ ติ

๑. กฎระเบียบหรอื หลกั เกณฑ์ ในการให้ระดบั คะแนน (เกรด)
การวัดผลและการสาเร็จการศึกษาเป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วย

การศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี (ภาคผนวก)
๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธข์ิ องนสิ ติ

๒.๑. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรขู้ ณะนสิ ิตยงั ไมส่ าเร็จการศึกษา
(๑) ให้กาหนดระบบการทวนสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนิสิตเป็นส่วนหน่ึงของระบบการประกัน

คุณภาพภายในของสถาบันอุดมศึกษาที่จะต้องทาความเข้าใจตรงกันท้ังสถาบัน และนาไปดาเนินการจนบรรลุผล
สัมฤทธ์ิ ซ่ึงผปู้ ระเมนิ ภายนอกจะตอ้ งสามารถตรวจสอบได้

(๒) การทวนสอบในระดบั รายวิชาควรให้นิสิตประเมินการเรียนการสอนในระดับรายวิชา มีคณะกรรมการ
พิจารณาความเหมาะสมของขอ้ สอบให้เป็นไปตามแผนการสอน มีการประเมินขอ้ สอบโดยผู้ทรงคณุ วุฒภิ ายนอก

(๓) การทวนสอบในระดับหลักสูตรสามารถทาได้โดยมีระบบประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษา
ดาเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรแู้ ละรายงานผล

๒.๒. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นรู้หลงั จากนิสิตสาเรจ็ การศกึ ษา
การกาหนดกลวิธีการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ของนิสิต ควรเน้นการทาวิจัยสัมฤทธิผลของการ

ประกอบอาชีพของบัณฑิต ท่ที าอยา่ งตอ่ เน่อื งและนาผลวจิ ยั ทไี่ ด้ยอ้ นกลบั มาปรับปรุงกระบวนการการเรียนการสอน
และหลกั สตู รแบบครบวงจร รวมทั้งการประเมนิ คณุ ภาพของหลักสูตรและหน่วยงานโดยองค์กรระดับสากล โดยการ
วิจยั อาจจะทาดาเนนิ การดังตัวอย่างต่อไปน้ี

(๑) ภาวะการได้งานทาของบัณฑิต ประเมินจากบัณฑิตแต่ละรุ่นที่จบการศึกษา ในด้านของระยะเวลาใน
การหางานทา ความเหน็ ตอ่ ความรู้ ความสามารถ ความมัน่ ใจของบัณฑิตในการประกอบการงานอาชพี

(๒) การตรวจสอบจากผู้ประกอบการ โดยการขอเข้าสัมภาษณ์ หรือ การแบบส่งแบบสอบถาม เพื่อ
ประเมินความพึงพอใจในบัณฑิตที่จบการศึกษาและเข้าทางานในสถานประกอบการน้ัน ๆ ในคาบระยะเวลาต่างๆ
เชน่ ปีที่ ๑ ปที ่ี ๕ เป็นตน้

(๓) การประเมินตาแหน่ง และหรือความก้าวหนา้ ในสายงานของบัณฑิต
(๔) การประเมินจากสถานศกึ ษาอืน่ โดยการส่งแบบสอบถาม หรือ สอบถามเมื่อมีโอกาสในระดับความพึง
พอใจในด้านความรู้ ความพรอ้ ม และสมบัตดิ า้ นอื่น ๆ ของบัณฑิตจะจบการศึกษาและเข้าศึกษาเพื่อปริญญาที่สูงข้ึน
ในสถานศึกษาน้นั ๆ
(๕) การประเมินจากนิสิตเก่า ท่ีไปประกอบอาชีพ ในแง่ของความพร้อมและความรู้จากสาขาวิชาที่เรียน
รวมทั้งสาขาอื่น ๆ ที่กาหนดในหลักสูตร ที่เก่ียวเน่ืองกับการประกอบอาชีพของบัณฑิต รวมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอ
ข้อคดิ เหน็ ในการปรับหลกั สูตรให้ดยี ิ่งข้ึนดว้ ย
(๖) ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาประเมินหลักสูตร หรือ เป็นอาจารย์พิเศษ ต่อความพร้อม
ของนสิ ติ ในการเรยี น และสมบัตอิ ่นื ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกบั กระบวนการเรียนรู้ และการพฒั นาองค์ความรู้ของนิสิต
(๗) ผลงานของนิสิตที่วัดเป็นรูปธรรมได้ซ่ึง อาทิ (ก) จานวนโครงงานที่นิสิตได้จัดทาและได้รับการยอมรับ
จากสงั คมจนไดร้ บั การจดสิทธิบัตร, (ข) จานวนรางวัลทางสังคมและวิชาชีพ, (ค) จานวนกิจกรรมการกุศลเพ่ือสังคม
และประเทศชาติ, (ง) จานวนกจิ กรรมอาสาสมัครในองค์กรท่ีทาประโยชน์ตอ่ สงั คม

๖๗

๓. เกณฑก์ ารสาเร็จการศกึ ษาตามหลักสตู ร
นสิ ิตผสู้ าเร็จการศึกษาต้องมีคณุ สมบัติดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) สอบได้หน่วยกิตสะสมครบตามหลักสูตรที่เข้าศึกษาภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ เท่า ของเวลา

การศกึ ษาตามหลักสตู รและมคี า่ เฉลย่ี สะสมไม่ต่ากวา่ ๒.๐๐
(๒) ผ่านการฝึกภาคปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการฝึก

ภาคปฏิบัตวิ ิปัสสนากัมมัฎฐาน
(๓) ไมม่ พี ันธะดา้ นหน้สี นิ ใด ๆ กบั มหาวทิ ยาลัย

หมวดท่ี ๖ การพัฒนาคณาจารย์

๑. การเตรยี มการสาหรับอาจารย์ใหม่
(๑) มีการปฐมนิเทศแนะแนวการเป็นครูแก่อาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของมหาวิทยาลัย/

สถาบัน คณะตลอดจนในหลกั สูตรท่ีสอน
(๒) ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพ่ิมพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพ่ือส่งเสริมการสอนและการวิจัยสาย

ตรงในสาขาวิชาบาลีสันสกฤตอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและวิชาชีพใน
องคก์ รต่าง ๆ การประชมุ ทางวชิ าการท้งั ในประเทศและ/หรือตา่ งประเทศ หรอื การลาเพอื่ เพิ่มพนู ประสบการณ์
๒. การพฒั นาความรแู้ ละทกั ษะให้แก่คณาจารย์

๒.๑. การพฒั นาทกั ษะการจัดการเรียนการสอน การวดั และการประเมินผล
(๑) ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างเสริมประสบการณ์เพื่อส่งเสริมการสอนและการวิจัยสาย

ตรงในสาขาวิชาบาลีสันสกฤตอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและวิชาชีพใน
องค์กรต่าง ๆ การประชุมทางวชิ าการทง้ั ในประเทศและ/หรือตา่ งประเทศ หรือการลาเพื่อเพ่มิ พูนประสบการณ์

(๒) การเพม่ิ พูนทกั ษะการจดั การเรยี นการสอนและการประเมินผลใหท้ นั สมัย
๒.๒. การพัฒนาวิชาการและวิชาชีพด้านอ่นื ๆ

(๑) การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมบรกิ ารวิชาการแก่ชุมชนที่เกยี่ วขอ้ งกบั การพัฒนาความรู้และคุณธรรม
(๒) มกี ารกระต้นุ อาจารยท์ าผลงานทางวิชาการสายตรงในสาขาวชิ าบาลีสนั สกฤต
(๓) ส่งเสริมการทาวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและมีความเช่ียวชาญ
ในสาขาวิชาชีพ เป็นรอง
(๓) จัดสรรงบประมาณสาหรับการทาวิจยั
(๔) จัดให้อาจารยท์ กุ คนเข้ารว่ มกลุ่มวจิ ัยต่าง ๆ ของคณะ
(๕) จัดใหอ้ าจารย์เข้าร่วมกจิ กรรมบรกิ ารวิชาการต่าง ๆ ของคณะ

๖๘

หมวดท่ี ๗ การประกันคุณภาพหลักสูตร

๑. การบริหารหลักสตู ร
การบริหารจัดการหลักสูตรจัดให้ดาเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรที่กาหนดโดย สกอ. ตาม

รายละเอยี ดต่อไปนี้
๑.๑ จัดให้มีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรจานวน ๕ ท่าน ซึ่งมีคุณสมบัติและมีผลงานวิชาการเป็นไปตาม

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘ ทาหน้าท่ีในการบริหาร
และพัฒนาหลกั สูตรและการเรยี นการสอน ต้ังแตก่ ารวางแผน การควบคมุ คุณภาพ การติดตามประเมินผล และการ
พัฒนาหลักสตู รตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษา และมีหนา้ ท่ใี นการเป็นอาจารย์ผู้สอน

๑.๒ จัดให้มีอาจารย์ประจาหลักสูตร ซึ่งมีคุณสมบัติและมีผลงานวิชาการเป็นไปตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘ ทาหน้าที่รับผิดชอบตามพันธกิจ
ของการอุดมศกึ ษาและปฏิบตั ิหนา้ ท่ีเต็มเวลา และมหี นา้ ที่ในการเปน็ อาจารย์ผูส้ อน

๑.๓ มกี ารควบคมุ ภาระงานและผลงานทางวิชาการของอาจารย์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เร่ืองเกณฑ์มาตรฐานหลกั สตู รระดบั ปรญิ าตรี พ.ศ. ๒๕๕๘

๑.๔ จัดให้มีคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรเพ่ือรับผิดชอบในการวางแผนปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรอย่าง
ตอ่ เน่อื งทกุ ๆ ๕ ปี

๑.๕ มผี ลการดาเนินการบรรลุตามเป้าหมายตัวบ่งชี้ท้ังหมดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ๒ ปีการศึกษาเพื่อติดตาม
การดาเนินการตาม TQF ตอ่ ไป ทง้ั น้เี กณฑก์ ารประเมนิ ผา่ น คือ มีการดาเนินงานตามข้อ ๑ – ๕ และอย่างน้อยร้อย
ละ ๘๐ ของตวั บง่ ชี้ผลการดาเนินงานท่ีระบไุ ว้ในแตล่ ะปี

๒. บัณฑติ
๒.๑ หลักสูตรมีการติดตามคุณภาพของบัณฑิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้หรือผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

ของหลักสูตร โดยพิจารณาจากข้อมูลผลลัพธ์การเรียนรู้ และการมีงานทาของบัณฑิต นอกจากนั้นยังติดตามความ
ตอ้ งการของตลาดแรงงานและสงั คม

๒.๒ คณะพุทธศาสตร์ สำรวจความพึงพอใจและความคาดหวังของผู้ใช้บัณฑิตเป็นประจาทุกปี และแจ้ง
ผลการสำรวจให้กับคณะกรรมการบริหารหลักสูตรได้ทราบเพื่อเป็นขอ้ มูลสำหรับการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร
และการจัดการเรียนการสอน หลักสูตรกาหนดว่า ผู้ใช้บัณฑิตจะต้องมีคะแนนความพึงพอใจมากกว่า ๓.๕
(จากระดับ ๕)

๓. นิสิต

๓.๑ มีการวางแผนกระบวนการรับนิสิตอย่างมีระบบและกลไก โดยกำหนดคุณสมบัติของนิสิตให้
สอดคล้องกับลักษณะธรรมชาติของหลักสูตร เกณฑ์ในการคัดเลือกมีความโปร่งใส ชัดเจน มีเครื่องมือในการ
คัดเลือกนสิ ติ ที่มคี วามพร้อมสามารถสาเรจ็ การศึกษาได้ตามระยะเวลาท่ีหลกั สูตรกำหนด

๓.๒ มีกระบวนการในการส่งเสริมและพัฒนานิสิต มีการวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบมี
กลไกท่ีนาไปส่กู ารปฏิบัติและมีการประเมินผลเพื่อนามาปรับปรุงและพัฒนา โดยการจัดกิจกรรมการพัฒนาความรู้
ในรูปแบบต่างๆ ทั้งกจิ กรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมีกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีมีจิตสานึก
สาธารณะ

๓.๓ มีกระบวนการในการดูแลให้คำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษา และมีการวางระบบการป้องกันหรือ

๖๙

การบริหารจัดการความเสี่ยงของนิสิต เพื่อให้นิสิตสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามระยะเวลาที่หลักสูตร
กาหนด

๓.๔ มีการรักษาอัตราความคงอยู่ อัตราความสำเร็จการศึกษา โดยการควบคุมติดตามและประเมินผล
ความพึงพอใจของนิสิตต่อหลักสูตร และมีการจัดรายงานผลการจัดการข้อร้องเรียนของนิสิต เพื่อนามาพัฒนา
คุณภาพหลักสตู ร

๔. อาจารย์
หลักสูตรมีกระบวนการบริหารและพัฒนาอาจารย์ ต้งั แต่ระบบการรับอาจารย์ใหม่ การคัดเลือกอาจารย์

โดยให้ความสำคัญกับคุณสมบัติความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาบาลีและสันสกฤต และความมุ่งม่ันในการ
ผลิตผลงานทางวิชาการ โดยมรี ายละเอยี ดดังนี้

๔.๑ การรับอาจารย์ใหม่
มกี ารคดั เลือกอาจารยใ์ หม่ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยโดยอาจารย์ใหม่จะต้อง

มีวุฒิ ก า ร ศึก ษ า ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า โ ท ขึ้น ไ ป ใ น ส า ข าวิชาภาษาบาลีและสันสก ฤตห รื อ ส า ข า วิ ช า ท่ีเ ก่ีย ว ข้อ ง โ ด ย
จะต้องสอบผ่านภาษาองั กฤษตามเกณฑท์ มี่ หาวทิ ยาลัยกาหนด

ทงั้ นี้ การรับอาจารย์ใหม่จะต้องนำไปสู่การมีอัตรากาลังท่ีเหมาะสมกับจำนวนนิสิตท่ีรับเข้ามา
ศกึ ษาในหลกั สูตร

๔.๒ การบรหิ ารอาจารย์
หลกั สูตรมีการกาหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

อย่างชดั เจน โดยมอบหมายภาระงานตามความเหมาะสมกับคณุ วุฒิ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์
ส่งเสริมจูงใจสนบั สนุนในการพฒั นาผลงานทางวิชาการ มีระบบยกย่องและธารงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ทาให้
อตั ราการคงอยูข่ องอาจารย์อย่ใู นระดบั สูง และมคี ะแนนความพึงพอใจของอาจารย์มากกวา่ ๓.๕ (จากระดบั ๕)

ทงั้ นี้ โดยบทบาทหน้าท่ีของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและผู้สอน จะต้องประชุมร่วมกันใน
การวางแผนจัดการเรียนการสอน ประเมินผลและให้ความเห็นชอบการประเมินผลทุกรายวิชา เก็บรวบรวมขอ้ มูล
เพ่ือเตรียมไว้สำหรับการปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนปรึกษาหารือแนวทางท่ีจะทาให้บรรลุเป้าหมายตามหลักสูตร
และไดบ้ ณั ฑติ เปน็ ไปตามคณุ ลกั ษณะบัณฑิตทพ่ี ึงประสงค์

๔.๓. การส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์
หลักสูตรสนับสนุนให้อาจารย์ทุกรูป/คน ได้รับการพัฒนาด้านวิชาการหรือวิชาชีพ ส่งเสริมให้

อาจารย์พัฒนาตนเองในการสร้างผลงานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยอาจารย์ทุกท่านจะต้องผลิตผลงานทาง
วิชาการใหไ้ ด้ ดังน้ี

(๑) ผลงานวจิ ัย จานวน ๑ เรอื่ ง ในรอบ ๒ ปี
(๒) บทความทางวิชาการท่ีตีพิมพ์ในวารสารท่ีอยู่ในฐาน TCI จานวน ๑ เรอ่ื งต่อปี
(๓) เอกสารประกอบการสอน /หนังสือ/ตำรา/งานแปล ประเภทใดประเภทหนึ่ง จำนวน ๑

เรือ่ งต่อปี
ทงั้ นี้ คณะพทุ ธศาสตร์จะต้องพัฒนาระบบและกลไกภายในท่ีเอ้ือต่อการพัฒนาผลงานทาง
วิชาการดังกล่าวข้างต้น ในขณะเดียวกันในด้านประสิทธภาพการสอนของอาจารย์จะต้องได้รับผลการประเมิน
ความพงึ พอใจจากนิสิตมีคะแนนความพึงพอใจมากกวา่ ๓.๕ (จากระดบั ๕)

๕. หลักสตู ร การเรียนการสอนและการประเมินผเู้ รียน
หลักสตู รมกี ารบริหารจดั การให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง ต้งั แต่การออกแบบหลักสูตร

๗๐

มีการควบคุมกำกับการจัดทารายวิชา การวางระบบผู้สอบและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชามี
การประเมินผู้เรียน การกำกับให้มีการประเมินตามสภาพจริง มีวิธีการประเมินที่หลากหลาย การจัดกิจกรรมการ
เรยี นการสอนสอดคลอ้ งกบั กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิอุดมศึกษาโดยมีรายละเอียดดังนี้

๕.๑ สาระของรายวิชาในหลักสตู ร
หลกั สตู รจัดการเรียนการสอนให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนตรงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ท่ีกำหนด

ในรายวิชาและหลักสูตร โดยใช้กระบวนการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเป็นเคร่ืองในการกากับให้เป็นไป
ตามท่กี าหนดไวใ้ น มคอ.๒

๕.๒ การวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรจัดผู้สอนให้เหมาะสมกับรายวิชาท่ีสอน ตามความรู้ความสามารถและความชำนาญใน

เน้ือหา ทั้งนี้คานึงถึงสาขาวิชา ประสบการณ์ทำงาน และผลงานทางวิชาการของผู้สอน โดยมีการกำกับให้อาจารย์
ทุกท่านจะต้องมีการทาประมวลการสอนรายวิชา(มคอ.๓)ทุกรายวิชา และมีการประเมินการจัดการเรียนการสอน
(มคอ.๕) ทกุ รายวิชา รวมทงั้ มีการประเมนิ หลกั สูตร(มคอ.๗) อย่างครบถ้วน

ส่งเสริมให้อาจารย์จัดกิจกรรมที่เป็นกระบวนการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเข้ากับ
พนั ธกจิ ดา้ นการวิจยั การบริการวิชาการและการทำนบุ ารงุ ศิลปวฒั นธรรมอยา่ งครบถว้ น

๕.๓ การประเมนิ ผ้เู รียน
หลักสูตรมีการประเมินผลการเรียนรู้ของนิสิตโดยใช้การประเมินตามสภาพจริง โดยมีเคร่ืองมือ

การประเมินที่หลากหลาย ท้ังข้อสอบแบบปรนัย อัตนัย การบ้าน รายงานที่มอบหมาย การสอบปากเปล่า
การสังเกตพฤตกิ รรม การวัดทกั ษะการปฏิบตั งิ าน เปน็ ต้น

๖. สง่ิ สนบั สนุนการเรียนรู้
หลักสูตรโดยการสนับสนุนของคณะพุทธศาสตร์ จัดเตรียมความพร้อมทางกายภาพท้ังห้องเรียน

สภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้ รวมทั้งจัดสิ่งอานวยความสะดวกและสิ่งสนับสนุนการศึกษา ประกอบด้วย
ห้องสมุดคณะพุทธศาสตร์ ฐานขอ้ มูลทรัพยากรการเรียนรู้ วารสารวิชาการเพ่ือการสืบค้นให้เพียงและทันสมัย
มีการบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพียงพอและทั่วถึงตามความต้องการของนิสิต โดยมีกา รปรับปรุงสิ่ง
สนับสนุนการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยตลอดเวลาโดยอาศัยผลการประเมินความพึงพอใจของนิสิตต่อส่ิงสนบั สนุน
การเรยี นร้มู ากกว่า ๓.๕ คะแนน (จากระดับ ๕

๗. ตัวบง่ ชผี้ ลการดาเนินงาน (Key Performance Indicators)
ผลการดาเนินการบรรลุตามเป้าหมายตัวบ่งชี้ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเน่ือง ๒ ปีการศึกษาเพื่อติดตามการ

ดาเนินการตาม TQF ต่อไป ทั้งนี้เกณฑ์การประเมินผ่าน คือ มีการดาเนินงานตามข้อ ๑–๕ และอย่างน้อยร้อยละ
๘๐ ของตัวบ่งช้ผี ลการดาเนินงานทรี่ ะบุไว้ในแตล่ ะปี

ดชั นีบง่ ชผ้ี ลการดาเนนิ งาน ปีที่ ปีที่ ปีท่ี ปที ่ี ปีที่
๑๒๓๔๕

๑. อาจารย์ประจาหลักสูตรอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ มีส่วนร่วมในการประชุม X X X X X
เพ่อื วางแผน ติดตาม และทบทวนการดาเนนิ งานหลักสูตร

๒. มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๒ ท่ีสอดคล้องกับมาตรฐาน X X X X X
คณุ วฒุ ิสาขา/สาขาวชิ า

๗๑

ดชั นีบ่งชี้ผลการดาเนินงาน ปที ี่ ปีท่ี ปที ี่ ปที ่ี ปที ี่
๑๒๓๔๕

๓. มีรายละเอยี ดของรายวิชา และประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ X X X X X
มคอ.๓ และ มคอ.๔ อย่างน้อยก่อนการเปิดสอนในแต่ละภาคการศึกษา

ให้ครบทุกรายวิชา

๔. จัดทารายงานผลการดาเนินการของรายวิชา และประสบการณ์ X X X X X
ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ.๕ &๖ ภายใน ๓๐วัน หลังสิ้นสุดภาค

การศึกษาท่เี ปิดสอนใหค้ รบทุกรายวชิ า

๕. จัดทารายงานผลการดาเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๗ ภายใน X X X X X
๖๐วนั หลงั ส้นิ สุดปกี ารศกึ ษา

๖. มกี ารทวนสอบผลสัมฤทธ์ขิ องนิสิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ ท่ีกาหนด X X X X X
ในมคอ.๓ &๔ (ถ้าม)ี อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ ๒๕ ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่

ละปีการศกึ ษา

๗. มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอน หรือ - X X X X
การประเมินผลการเรียนรู้ จากผลการประเมินการดาเนินงานที่รายงาน

ใน มคอ.๗ ปีทแี่ ลว้

๘. อาจารย์ใหม่ (ถ้ามี) ทุกคน ได้รับการปฐมนิเทศหรือคาแนะนาด้านการ X X X X X
จัดการเรียนการสอน

๙. อาจารย์ประจาทุกคนได้รับการพัฒนาทางวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ X X X X X
อย่างน้อยปีละหน่งึ ครง้ั

๑๐. จานวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ถ้ามี) ได้รับการพัฒนา X X X X X
วชิ าการ และ/หรอื วชิ าชพี ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๕๐ตอ่ ปี

๑๑. ระดับความพึงพอใจของนิสิตปีสุดท้าย/บัณฑิตใหม่ท่ีมีต่อคุณภาพ - - - X X
หลักสูตร เฉลยี่ ไม่น้อยกว่า ๓.๕ จากคะแนน ๕.๐

๑๒. ระดับความพึงพอใจของผ้ใู ชบ้ ัณฑิตท่ีมีต่อบัณฑิตใหม่ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า - - - - X
๓.๕ จากคะแนนเต็ม ๕.๐

๗๒

หมวดท่ี ๘
การประเมิน และปรบั ปรุงการดาเนินการของหลักสตู ร

๑. การประเมินประสิทธผิ ลของการสอน
๑.๑. การประเมนิ กลยุทธ์การสอน
ช่วงก่อนการสอนควรมีการประเมินกลยุทธ์การสอนโดยทีมผู้สอนหรือระดับภาควิชา และ/หรือ การ

ปรึกษา หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรหรือวิธีการสอน ส่วนช่วงหลังการสอนควรมีการวิเคราะห์ผลการประเมิน
การสอนโดยนสิ ติ และการวเิ คราะห์ผลการเรยี นของนิสติ

ด้านกระบวนการนาผลการประเมินไปปรับปรุง สามารถทาโดยรวบรวมปัญหา/ข้อเสนอแนะเพื่อ
ปรับปรงุ และกาหนดประธานหลักสตู รและทมี ผสู้ อนนาไปปรับปรงุ และรายงานผลต่อไป

๑.๒. การประเมนิ ทักษะของอาจารยใ์ นการใช้แผนกลยุทธก์ ารสอน
การประเมนิ ทักษะดังกลา่ วสามารถทาโดยการ
(๑) ประเมินโดยนิสิตในแตล่ ะวชิ า
(๒) การสังเกตการณข์ องผรู้ ับผิดชอบหลกั สตู ร/ประธานหลักสูตร และ/หรือทมี ผ้สู อน
(๓) ภาพรวมของหลักสตู รประเมนิ โดยบณั ฑิตใหม่
(๔) การทดสอบผลการเรยี นร้ขู องนิสิตเทียบเคยี งกบั สถาบันอ่นื ในหลักสูตรเดยี วกนั

๒. การประเมินหลกั สตู รในภาพรวม
การประเมินหลักสตู รในภาพรวม โดยสารวจข้อมูลจาก
(๑) นิสิตปสี ุดท้าย/ บณั ฑติ ใหม่
(๒) ผ้วู า่ จา้ ง
(๓) ผทู้ รงคณุ วุฒิภายนอก
รวมท้งั สารวจสมั ฤทธิผลของบณั ฑติ

๓. การประเมินผลการดาเนินงานตามรายละเอยี ดหลกั สูตร
ใหป้ ระเมินตามตวั บ่งชผ้ี ลการดาเนินงานที่ระบุไว้ในหมวด ๗ ข้อ ๗ โดยคณะกรรมการประเมินอย่างน้อย

๓ คน ซ่ึงต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาเดียวกันอย่างน้อย ๑ คน (ควรเป็นคณะกรรมการประเมินชุด
เดยี วกับการประกนั คณุ ภาพภายใน)

๔. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรบั ปรุงหลักสูตรและแผนกลยทุ ธก์ ารสอน
(๑) รวบรวมข้อเสนอแนะ/ขอ้ มูล จากการประเมนิ จากนิสิต ผใู้ ช้บัณฑิต ผทู้ รงคุณวุฒิ
(๒) วิเคราะหท์ บทวนขอ้ มูลขา้ งตน้ โดยผู้รับผดิ ชอบหลกั สูตร / ประธานหลักสูตร
(๓) เสนอการปรับปรงุ หลักสตู รและแผนกลยทุ ธ์

๗๓

คาอธิบายรายวชิ าหลกั สูตรพทุ ธศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

๑. หมวดวิชาศึกษาทวั่ ไป

๑) วชิ าบังคบั จานวน ๑๘ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๐๑ มนษุ ย์กับสังคม ๒(๒-๐-๔)

(Man and Society)

ศึกษาความหมายและความเป็นมาเก่ียวกับมนุษย์กับสังคม ตามหลักการทางมนุษยศาสตร์

และสังคมศาสตร์ พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสังคม สถาบันสังคม

ประชาสงั คม กระบวนการทางสังคมและวัฒนธรรม การวิเคราะหป์ ัญหาสงั คมไทยในปัจจุบัน

๐๐๐ ๑๐๒ กฎหมายท่ัวไป ๒(๒-๐-๔)

(General Law)

ศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป ท่ีมาของระบบกฎหมาย ลักษณะทั่วไปและประเภทของ

กฎหมาย กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชนท่ีเก่ียวกับพระสงฆ์ กฎหมายที่พระสงฆ์ควรรู้เป็นการเฉพาะ

และกฎหมายศาสนาอ่นื

๐๐๐ ๑๐๗ เทคนคิ การศกึ ษาระดับอดุ มศึกษา (๒)(๒-๐-๔)

(Technique of Higher Learning)

ศึกษาเทคนิคการศกึ ษาระดับอุดมศึกษา เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง การใชห้ อ้ งสมุด การสบื คน้ ข้อมูล

ทางอนิ เตอรเ์ นต็ วิธีแสวงหาความรู้ ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ การเขียนรายงานและภาคนิพนธ์

๐๐๐ ๑๐๘ ปรชั ญาเบือ้ งต้น ๒(๒-๐-๔)

(Introduction to Philosophy)

ศึกษาความหมายและขอบเขตของปรัชญา ความสัมพันธ์ระหว่างปรัชญา ศาสนาและวิทยาศาสตร์

สาขาปรชั ญา และสาระสาคญั ของปรัชญาสาขาตา่ งๆ พัฒนาการของปรัชญาตะวนั ออกและปรัชญาตะวันตก

๐๐๐ ๑๐๙ ศาสนาท่วั ไป ๒(๒-๐-๔)

(Religions)

ศึกษาความหมาย ลักษณะ ความสาคัญ คุณค่าของศาสนา ประวัติ พัฒนาการ หลักในการศึกษาศาสนา

หลักคาสอน พธิ กี รรมและจุดมงุ่ หมายของศาสนาต่าง ๆ วิเคราะห์ลักษณะที่เป็นสากลร่วมกันและต่างกันของศาสนา

ปัจจุบัน อิทธิพลของศาสนาต่อสังคมโลก วิธีการเผยแผ่ศาสนา ความร่วมมือระหว่างศาสนา และท่าทีของ

ศาสนาตา่ ง ๆ ในประเทศไทย

๐๐๐ ๑๑๔ ภาษากบั การสอ่ื สาร ๒(๒-๐-๔)

(Language and Communication)

ศกึ ษาความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับภาษากบั การสอื่ สาร การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารผ่านทักษะการเรียนรู้ภาษา

๔ ด้าน ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่านและการเขียนภาษาไทยเพ่ือการสื่อสารในชีวิตประจาวัน และศึกษาระเบียบ

งานสารบรรณ

๗๔

๐๐๐ ๑๑๕ ภาษาศาสตรเ์ บื้องตน้ ๒(๒-๐-๔)

(Introduction to Linguistics)

ศึกษาความหมายของภาษาและภาษาศาสตร์ สาขาของวิชาภาษาศาสตร์ ลักษณะทั่วไปของภาษา ความรู้

ท่ัวไปเกี่ยวกับสัทศาสตร์ (Phonetics) สรศาสตร์ (Phonemics) สัทอักษรสากล สัทอักษรไทย และหลักวิเคราะห์

ภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร์

๐๐๐ ๑๓๙ คณติ ศาสตร์เบือ้ งต้น ๒(๒-๐-๔)

(Basic Mathematics)

ศึกษาหลักพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ข้อความ ประโยคเปิด ประพจน์ ตัวบ่งช้ีปริมาณ ค่าความจริง

ตัวเชื่อมข้อความ และนิเสธ การหาค่าความจริง การสมมูลกัน การให้เหตุผล เซต ความหมายเซต ประเภท

เซต เซตย่อย การเท่ากันของเซต การดาเนินการของเซต พีชคณิตของเซต และการประยุกต์เซต จานวนจริ ง

ระบบจานวนจริง คุณสมบัติของจานวนจรงิ สมการ อสมการ คา่ สมั บูรณ์ ความสัมพันธ์ ฟังก์ช่นั ฟงั ชั่นเชิงซ้อน

แมตรกิ ซ์ การดาเนินการแมตริกซ์ การเท่ากัน การบวก การคูณ ดีเทอร์มเิ นนท์ อินเวอร์ส แมตริกซ์

๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้น ๒(๒-๐-๔)

(Introduction to Logic)

ศึกษานิมิต คาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน วิภาค การนิยามความหมาย ญัตติประพจน์ในแบบต่างๆ การแบ่ง

ญัตติ ความเปน็ ปฏิปักษ์แห่งญัตติ ญัตติผสม การให้เหตุผล ปรัตถานุมานและปฤจฉาวาทีแบบต่างๆ ศึกษาหลักการ

และวิธีการให้เหตุผลจากบทสนทนาของพระพุทธเจ้าในอนัตตลักขณสูตรหรือในสูตรอ่ืนๆ บทสนทนาในคัมภีร์กถา

วัตถุ ญาณวิทยาของนิกายสรวาสติวาท วิภาษวาทีของนาคารชุน เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างระหว่าง

ตรรกศาสตรต์ ะวนั ตก กับตรรกศาสตร์ตะวันออก โดยเฉพาะหลักการเชงิ ตรรกในคมั ภรี ์

๐๐๐ ๒๓๘ สถติ ิเบื้องต้นและการวิจยั ๒(๒-๐-๔)

(Basic Statistics and Research)

ศึกษาหลักพ้ืนฐานทางสถิติ การจัดเก็บข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การแจกแจงความถ่ี การหาค่า

แนวโน้มเขา้ สูส่ ว่ นกลาง การกระจายปกติ และความเบ้ ส่วนเบีย่ งเบน ความแปรปรวน ความน่าจะเป็น ค่าสถิติ

Z T และ F ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง การทดสอบสมมุติฐาน การวิจัยลักษณะและประเภทการวิจัย

ขั้นตอนการวจิ ยั รปู แบบการวิจัย การเขยี นโครงร่างการวจิ ัยและการเขยี นรายงานผลการวจิ ยั

๒) วชิ าเลือก จานวน ๑๒ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๐๓ การเมอื งกับการปกครองของไทย ๒(๒-๐-๔)

(Politics and Thai Government)

ศึกษาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง พัฒนาการการเมืองการปกครองของไทย สถาบัน

ทางการเมือง และการปกครองของไทย กระบวนการทางการเมืองของไทย การจัดระเบียบการปกครองของไทย

และพระพุทธศาสนากับการเมอื งการปกครองของไทย

๐๐๐ ๑๐๔ เศรษฐศาสตรใ์ นชีวติ ประจาวัน ๒(๒-๐-๔)

(Economics in Daily Life)

ศึกษาหลักการเบ้ืองต้นทางเศรษฐศาสตร์ ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจาวันรูปแบบ

ต่าง ๆ ของระบบเศรษฐกิจ การทางานของกลไกราคาในตลาด บทบาทของภาครัฐและภาคเอกชนในระบบ

เศรษฐกจิ เงนิ ตราและสถาบันการเงิน เนน้ การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันในเรื่องท่ีเก่ียวข้องเป็นข้อมูลประกอบ

การศึกษาและศึกษาเศรษฐศาสตรต์ ามแนวพทุ ธ

๗๕

๐๐๐ ๑๐๕ มนุษยก์ บั ส่ิงแวดลอ้ ม ๒(๒-๐-๔)

(Man and Environment)

ศึกษาสภาพแวดล้อมท่ีเก่ียวกับมนุษย์ แนวคิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการส่ิงแวดล้อมให้เกิด

ประโยชน์ การแกป้ ญั หาทเ่ี กิดขึน้ กบั สิ่งแวดล้อม หลกั คาสอนทางพระพทุ ธศาสนาท่เี กยี่ วกับสิ่งแวดล้อม และบทบาท

ของพระสงฆต์ อ่ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมในประเทศไทย

๐๐๐ ๑๐๖ เหตุการณโ์ ลกปจั จุบัน ๒(๒-๐-๔)

(Current World Affairs)

ศึกษาเหตุการณ์สาคัญท่ีเกิดขึ้นในโลก ทั้งมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ความร่วมมือและ

ความขัดแย้งที่เกิดข้ึนในสังคมโลก ประเทศไทยกับเหตุการณ์สาคัญของโลก ความร่วมมือของชาวพุทธในเวทีโลก

บทบาทของพระพุทธศาสนากับการแก้ไขปัญหาความขดั แย้งในโลกปจั จุบนั

๐๐๐ ๑๑๖ ภาษาอังกฤษเบ้ืองตน้ ๒(๒-๐-๔)

(Basic English)

ศึกษากฎเกณฑแ์ ละการใชภ้ าษาองั กฤษเก่ียวกับการใชค้ านาหน้านาม (Article) การใช้กาล (Tense) การ

สร้างประโยค (Sentence) การใช้บุรพบท (Preposition) สันธาน (Conjunction) ฝึกทักษะเบื้องต้นในการฟัง พูด

อ่านและเขียนในลักษณะท่ีสัมพันธ์กัน เน้นด้านการอ่านและความเข้าใจภาษาอังกฤษ ซ่ึงมีรูปประโยคและคาศัพท์

ตา่ ง ๆ

๐๐๐ ๑๑๗ ภาษาอังกฤษช้ันสูง ๒(๒-๐-๔)

(Advanced English)

ศึกษาโครงสร้างประโยคตามหลกั ไวยากรณ์และฝึกทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน เน้นการอ่าน การ

เขียนและความเขา้ ใจขอ้ ความภาษาองั กฤษ ซึง่ มคี าศพั ท์และโครงสร้างประโยคสมั พันธ์กบั เอกสารท่ีใชศ้ ึกษา

๐๐๐ ๑๑๘ ภาษาสนั สกฤตเบ้ืองต้น ๒(๒-๐-๔)

(Basic Sanskrit)

ศึกษาโครงสร้างของภาษาสันสกฤต อักษร เคร่ืองหมาย ระบบเสียง การเปลี่ยนแปลงอักษรและเสียง การ

เขียน การอ่านคาศัพท์ ส่วนประกอบของนามศัพท์ การแจกรูปนามศัพท์สระการันต์ สระสนธิ บุรุษสรรพนาม นิยม

สรรพนาม ปฤจฉาสรรพนาม สัมพันธสรรพนาม กริยาศัพท์ ส่วนประกอบของกริยาอาขยาต การประกอบรูปเป็น

อาขยาตกรรตุวาจกจากธาตุ การแจกรปู กริยา แปลและแต่งประโยคสนั สกฤตทเ่ี หมาะสมกบั ไวยากรณท์ ี่ไดศ้ กึ ษา

๐๐๐ ๑๑๙ ภาษาสนั สกฤตชนั้ สงู ๒(๒-๐-๔)

(Advanced Sanskrit)

ศึกษานามศัพท์ การแจกรูปนามศัพท์ พยัญชนะการันต์ พยัญชนะสนธิ สังขยาศัพท์ อัพยยศัพท์ กริยา

ศพั ท์ การประกอบรปู เปน็ อาขยาตกรรตุวาจกจากธาตุ กริยาอาขยาตกรรมวาจก ภาววาจก ณิชันตกรรตุวาจก ณิ

ชันตกรรมวาจก การสลับเปลี่ยนประโยคกรรตุวาจกเป็นกรรมวาจก ประโยคคาถาม ประโยคปฏิเสธ แปลและแต่ง

ประโยคสนั สกฤตท่ีเหมาะสมกบั ไวยากรณ์ทีไ่ ด้ศึกษา

๐๐๐ ๑๒๐ ภาษาไทยเบื้องตน้ ๒(๒-๐-๔)

(Basic Thai)

ศึกษาหน่วยเสียงพยัญชนะ หน่วยเสียงสระ หน่วยเสียงวรรณยุกต์ หน่วยคา ระบบไวยากรณ์

ความหมายในภาษาไทย ฝกึ ทกั ษะการฟัง พูด อ่าน เขยี นภาษาไทย ฟังคาสั่ง คาบรรยาย จดบันทึกเรื่องท่ีฟัง

พูด ทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ ขออนุญาต แนะนาตัวเอง แนะนาผู้อ่ืน บอกช่ือสิ่งของท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน

สนทนาไดท้ ง้ั คาทแ่ี สดงความหมายรูปธรรมและนามธรรม

๗๖

๐๐๐ ๑๒๑ ภาษาไทยชัน้ สูง ๒(๒-๐-๔)

(Advanced Thai)

ศึกษาวิเคราะหห์ น่วยเสียงพยญั ชนะ หน่วยเสียงสระ หน่วยเสียงวรรณยุกต์ หน่วยคา ระบบ

ไวยากรณ์ ความหมายในภาษาไทย ฝึกทักษะการฟังข่าวจากวิทยุ โทรทัศน์ การพูดวาทศิลป์ การอ่าน

หนังสอื พิมพ์และตาราวิชาการ การเขียนบทความ และฝึกแต่งกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ในภาษาไทย

๐๐๐ ๑๒๘ ภาษาจีนเบอื้ งต้น ๒(๒-๐-๔)

(Basic Chinese)

ศึกษาโครงสร้างของภาษาจีนในเรื่องระบบเสียง ระบบคา และระบบประโยค ฝึกการอ่าน การเขียน

ภาษาจนี และการฝึกสนทนาโดยอาศัยขอ้ มลู จากสถานการณ์ปัจจบุ นั

๐๐๐ ๑๒๙ ภาษาจนี ชัน้ สูง ๒(๒-๐-๔)

(Advanced Chinese)

ฝกึ ทักษะในการฟงั พูด อ่าน และเขยี นภาษาจีน เนน้ การสนทนาโดยอาศัยขอ้ มูลจากสถานการณป์ จั จุบนั

๐๐๐ ๑๓๐ ภาษาญป่ี นุ่ เบ้ืองต้น ๒(๒-๐-๔)

(Basic Japanese)

ศึกษาโครงสร้างของภาษาญี่ปุ่น ในเร่ืองระบบเสียง ระบบคา และระบบประโยค ฝึกการอ่าน เขียน

ภาษาญ่ปี ่นุ และการสนทนาโดยอาศัยข้อมลู จากสถานการณป์ ัจจุบนั

๐๐๐ ๑๓๑ ภาษาญีป่ ่นุ ชั้นสงู ๒(๒-๐-๔)

(Advanced Japanese)

ฝึกทักษะในการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาญ่ีปุ่น เน้นการสนทนาโดยอาศัยข้อมูลจากสถานการณ์

ปจั จบุ ัน

๐๐๐ ๑๓๕ ภาษาฮนิ ดเี บอื้ งต้น ๒(๒-๐-๔)

(Basic Hindi)

ศึกษาโครงสร้างของภาษาฮินดี ในเร่ืองระบบเสียง ระบบคา และระบบประโยค ฝึกการฟัง อ่านเขียน

สนทนาภาษาฮนิ ดี และระบบไวยากรณพ์ น้ื ฐานท่ีนยิ มใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

๐๐๐ ๑๓๖ ภาษาฮินดชี ้ันสงู ๒(๒-๐-๔)

(Advanced Hindi)

ฝึกทักษะในการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาฮินดี เน้นการสนทนา โดยอาศัยข้อมูลจากสถานการณ์

ปัจจุบัน

๐๐๐ ๒๑๑ วัฒนธรรมไทย ๒(๒-๐-๔)

(Thai Culture)

ศึกษาความหมายและเนื้อหาของวัฒนธรรม พัฒนาการของวัฒนธรรมไทย ประเภทของวัฒนธรรม

พระพุทธศาสนากบั วัฒนธรรม การอนุรักษ์ การเผยแพร่และสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทยกับการพัฒนา

ผลกระทบของวัฒนธรรมต่างชาตติ ่อวัฒนธรรมไทย

๐๐๐ ๒๑๒ มนุษย์กบั อารยธรรม ๒(๒-๐-๔)

(Man and Civilization)

ศกึ ษาความเปน็ มาและพัฒนาการของมนษุ ย์ ต้ังแตส่ มัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยปัจจุบัน ความหมาย

ของอารยธรรม บ่อเกิดและพัฒนาการของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกในยุคต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่าง

โครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของสังคมตะวันออกและตะวันตก ที่ก่อให้เกิดผลกระทบและความคิด

๗๗

สร้างสรรค์ในรูปแบบตา่ งๆ การแลกเปล่ยี นกนั ระหวา่ งอารยธรรมตะวนั ออกกับตะวนั ตก และอิทธิพลของอารยธรรม

ทั้งสองทมี่ ตี ่อสงั คมและวฒั นธรรมไทย ต้ังแต่อดีตจนถงึ ปจั จุบัน

๐๐๐ ๒๑๓ ชีวิตกับจิตวทิ ยา ๒(๒-๐-๔)

(Life and Psychology)

ศึกษาพัฒนาการและองค์ประกอบของชีวิต ความสัมพันธ์ของจิตวิทยากับการดารงชีวิต วิเคราะห์

คุณสมบัติของจิตใจลักษณะต่างๆ ผลของสุขภาพจิตท่ีมีต่อพฤติกรรมของมนุษย์และการดารงอยู่ร่วมกันในสังคม

และสง่ิ แวดล้อม

๐๐๐ ๒๔๑ วทิ ยาศาสตร์กายภาพและประยุกตวิทยา ๒(๒-๐-๔)

(Physical Science and Technology)

ศกึ ษาหลกั พ้ืนฐานทางวทิ ยาศาสตร์ ประวัติและผลงานของนักวิทยาศาสตร์ในยุคสมัยต่างๆ ความคิด

เกี่ยวกับเอกภพ ระบบสุริยะ เทคโนโลยี เทคโนโลยีทางการเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรม การลดต้นทุนการ

ผลิต การเพ่ิมผลผลิต การขนส่ง การสื่อสาร เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยาศาสตร์กับ

ชีวติ ประจาวนั พระพทุ ธศาสนากบั วิทยาศาสตร์

๐๐๐ ๒๔๒ พ้ืนฐานคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๒(๒-๐-๔)

(Introduction to Computer and Information Technology)

ศึกษาบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประวัติของคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ระบบดิจิทัล ภาษาคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ประเภทต่างๆ แพลตฟอร์ม

คอมพิวเตอร์ ระบบการประมวลผล การวิเคราะห์ออกแบบและพัฒนาระบบ ข้อมูลและการบริหารข้อมูล

เครือข่ายและการส่ือสาร อินเทอร์เน็ตและเวิลด์ไวด์เว็บ ภัยคุกคามและความม่ันคงของระบบ จริยธรรมและ

สังคมไซเบอร์

๐๐๐ ๒๖๔ สันตศิ กึ ษา ๒(๒-๐-๔)

(Peace Education)

ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับความขัดแย้ง ความรุนแรง สันติภาพและปฏิบัติการจัดการความขัดแย้ง

โดยสนั ติวิธี ซึ่งประกอบด้วยแนวคิดและแนวปฏิบัติของนักสันติวิธีท้ังตะวันออก ตะวันตกและศาสนาต่างๆ เพื่อให้

เกดิ ความร้แู ละความเขา้ ใจในการปอ้ งกนั แก้ไขและเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งและความรุนแรง อีกทั้งพัฒนาทักษะใน

กระบวนการการเสรมิ สร้างความปรองดองให้เกิดข้ึนในสังคมพหุวัฒนธรรมและมีขันติธรรมในการฟังและอยู่ร่วมกับ

ศาสนาและชาตพิ ันธตุ์ ่างๆอยา่ งสันติสุข

๐๐๐ ๒๖๕ ภาวะผ้นู า ๒(๒-๐-๔)

(Leadership)

ศกึ ษาแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นาที่นาการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์งานในศตวรรษที่ ๒๑ รวมถึง

ศึกษาคุณลักษณะและบทบาทของผู้นากับการใช้การส่ือสารท่ีเอ้ืออาทร ผู้นากับความเห็นท่ีถูกต้องดีงามและความ

เปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นา วิสัยทัศน์ผู้นา ผู้นากับการสร้างความสัมพันธ์แห่งกรุณา

โดยอาศัยองค์ความรู้ภาวะผู้นาตามทฤษฎีตะวันตกและภาวะผู้นาในทางพระพุทธศาสนา ถอดบทเรียนภาวะผู้นา

ของบุคคลสาคัญท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรทั้งในประเทศและระดับโลกที่สามารถนาองค์กรไปสู่ความสาเร็จ

และเกดิ สนั ตสิ ขุ แกส่ งั คมและชมุ ชนท้ังในประเทศและระดบั โลก

๗๘

๐๐๐ ๒๖๖ หลกั ธรรมาภิบาล ๒(๒-๐-๔)

( Good Governance)

ศึกษาความหมาย องค์ประกอบ ความสาคัญของหลักธรรมาภิบาล ๖ ประการ คือ หลักนิติธรรม

หลกั คุณธรรม หลกั ความโปร่งใส หลักความมีส่วนรว่ ม หลักความรบั ผดิ ชอบและหลกั ความคุ้มค่า

๒. หมวดวิชาเฉพาะ ๑๐๔ หน่วยกิต

๑) วชิ ากลุ่มพระพุทธศาสนา ๓๐ หนว่ ยกิต

ก. กลุ่มวิชาภาษาบาลีและพระพทุ ธศาสนา ๑๔ หน่วยกติ

๐๐๐ ๑๔๔ วรรณคดีบาลี ๒(๒-๐-๔)

(Pali Literature)

ศกึ ษาประวัติความหมายประเภทและพัฒนาการของคัมภีรพ์ ระไตรปิฎก อรรถกถา ฎกี า อนุฎีกา โยชนา

และปกรณ์วเิ สส วรรณกรรมบาลใี นประเทศไทย และคุณค่าของวรรณกรรมบาลตี ่อสังคมไทย

๐๐๐ ๑๔๕ บาลีไวยากรณ์ ๒(๒-๐-๔)

(Pali Grammar)

ศึกษาการเขียน การอา่ นภาษาบาลี ฐานกรณ์ การออกเสียงพยญั ชนะสังโยค การเชอ่ื มอักษรด้วยสนธิ

กิรโิ ยปกรณ์ ประเภทและวธิ ีแจกคานาม สงั ขยา อัพยยศพั ท์ กิริยาอาขยาต นามกติ ก์ กิริยากติ ก์ สมาส

และตทั ธิต

๐๐๐ ๑๔๖ แต่งแปลบาลี ๒(๒-๐-๔)

(Pali Composition and Translation)

ศึกษาการแต่งบาลี การแปลบาลีทั้งโดยอรรถและโดยพยัญชนะให้ถูกต้องตามหลกั ภาษา การแตง่ และการ

แปลประโยคพเิ ศษและสานวนทีค่ วรทราบ การแปลบาลีเปน็ ไทยและแปลไทยเปน็ บาลีจากหนงั สอื ที่กาหนด

๐๐๐ ๑๔๗ พระไตรปิฎกศกึ ษา ๒(๒-๐-๔)

(Tipitaka Studies)

ศกึ ษากาเนิด ความเป็นมาและพฒั นาการของคัมภีรพ์ ระไตรปฎิ ก การจาแนกโครงสร้างและเน้ือหาสาระ

พระไตรปิฎก คาอธิบายโดยย่อของพระอรรถกถาจารย์ การรักษาสืบทอดโดยมขุ ปาฐะและลายลกั ษณ์อักษร ลาดบั

คัมภรี ์ทางพระพุทธศาสนา ความเป็นมาของพระไตรปิฎก ในประเทศไทย และประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการศกึ ษา

พระไตรปฎิ ก

๐๐๐ ๑๔๘ พระวินัยปฎิ ก ๒(๒-๐-๔)

(Vinaya Pitaka)

ศกึ ษาประวตั ิ ความเปน็ มา ความหมาย โครงสร้างของพระวนิ ัยปิฎก เลือกศกึ ษาวเิ คราะหเ์ นื้อหาสาระท่ี

สาคญั ในคัมภีร์มหาวภิ ังค์ ภิกขุนีวิภังค์ มหาวรรค จุลวรรคและปริวาร โดยอาศยั อรรถกถาและฎกี าประกอบและ

ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการศึกษาพระวนิ ยั ปิฏก

๐๐๐ ๑๔๙ พระสตุ ตนั ตปิฎก ๒(๒-๐-๔)

(Suttanta Pitaka)

ศึกษาประวัติ ความเป็นมา ความหมาย โครงสรา้ งของพระสตุ ตันตปฎิ ก เลอื กศึกษาวิเคราะห์พระสตู ร

ท่สี าคัญ คอื พรหมชาลสูตร มหาปรินพิ พานสูตร อัคคัญญสตู ร รวมทง้ั ประเดน็ สาคัญทน่ี ่าสนใจ จากนกิ ายท้ัง ๕

๗๙

นิกาย คอื ทีฆนิกาย มัชฌมิ นิกาย สังยตุ ตนิกาย อังคุตตรนกิ าย และขทุ ทกนิกาย โดยอาศัยอรรถกถาและฎีกา

ประกอบ

๐๐๐ ๑๕๐ พระอภธิ รรมปฎิ ก ๒(๒-๐-๔)

(Abhidhamma Pitaka)

ศกึ ษาประวตั ิ ความเปน็ มา ความหมาย โครงสร้างของพระอภิธรรมปฎิ ก เนอื้ หาสาระ ประเดน็ ที่น่าสนใจ

ในพระอภิธรรมปฏิ กท้งั ๗ คมั ภีร์ โดยเน้นใหเ้ ขา้ ใจหลกั ปรมัตถธรรม คอื จติ เจตสกิ รูปและนพิ พาน โดยอาศยั

อรรถกถาและฏกี าประกอบ

ข. กลุม่ วิชาพระพทุ ธศาสนาทวั่ ไป ๑๒ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๕๘ ประวัตพิ ระพทุ ธศาสนา ๒(๒-๐-๔)

(History of Buddhism)

ศึกษาประวัติศาสนาพระพุทธศาสนาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสาคัญและลักษณะเด่นของ

พระพุทธศาสนา การแยกนิกายของพระพุทธศาสนา การขยายตัวของพระพุทธศาสนาเข้าไปในนานาประเทศ และ

อิทธิพลของพระพุทธศาสนาต่อวัฒนธรรมในประเทศน้ันๆ รวมทั้งศึกษาขบวนการและองค์การใหม่ๆ ในว งการ

พระพุทธศาสนายคุ ปจั จบุ ันและอนาคต

๐๐๐ ๒๕๙ เทศกาลและพิธกี รรมพระพุทธศาสนา ๒(๒-๐-๔)

(Buddhist Festival and Traditions)

ศึกษาเทศกาลและพิธีกรรมที่สาคัญทางพระพุทธศาสนา ความหมาย คุณคา่ ของเทศกาลและพิธกี รรมนัน้ ๆ

ใหส้ ามารถปฏิบัติไดถ้ ูกต้อง

๐๐๐ ๒๖๐ การปกครองคณะสงฆ์ไทย ๒(๒-๐-๔)

(Thai Sangha Administration)

ศึกษาพฒั นาการของระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย ต้งั แตส่ มยั สโุ ขทัยถึงปจั จุบนั ศึกษาและวเิ คราะห์

เนื้อหาพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆฉ์ บบั ต่างๆ กฎ ระเบียบ คาส่ังและประกาศทสี่ าคญั ของคณะสงฆ์ การประยุกต์การ

ปกครองและการบรหิ ารในปจั จุบนั สาหรับคณะสงฆ์ไทย

๐๐๐ ๒๖๑ ธรรมะภาคภาษาอังกฤษ ๒(๒-๐-๔)

(Dhamma in English)

ศกึ ษาศพั ทธ์ รรมะทางพระพุทธศาสนาท่นี ิยมใชก้ นั แพรห่ ลายในภาษาอังกฤษ และหนังสอื ท่สี าคัญทาง

พระพุทธศาสนา ทน่ี ักปราชญ์ไดร้ จนาไวใ้ นภาษาองั กฤษ

๐๐๐ ๒๖๒ ธรรมนเิ ทศ ๒(๒-๐-๔)

(Dhamma communication)

ศึกษาหลักการและวิธกี ารเผยแผ่พระพุทธศาสนา ศลิ ปะการเขียนบทความ การพูดในที่ชมุ ชน การพัฒนา

บุคลิกภาพเกี่ยวกับการพูด การเทศนา การแสดงปาฐกถาธรรม การอภปิ ราย และการใช้ส่ือประกอบการบรรยาย

๐๐๐ ๒๖๓ งานวจิ ัยและวรรณกรรมทางพระพทุ ธศาสนา ๒(๒-๐-๔)

(Research and Literary Works on Buddhism)

ศึกษางานวิจัยทางพระพุทธศาสนา และวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ต้ังแต่อดีตจนถึง

ปัจจุบัน วิเคราะห์วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาที่น่าสนใจ เช่น เตภูมิกถาของพญาลิไท มังคลัตถทีปนีของ

พระสิริมังคลาจารย์ กาพย์มหาชาติของพระเจ้าทรงธรรม สังคีติยวงศ์ของสมเด็จพระวันรัต (แก้ว) วัดพระเชตุพน

พระมงคลวิเสสกถาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส แก่นพุทธศาสน์ของพุทธทาส

กรรมทีปนีของพระพรหมโมลี (วลิ าส ญาณวโร) พุทธธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พุทธวิทยา

๘๐

ของอาจารย์พร รัตนสวุ รรณ และงานวจิ ัยและวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา ในมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช

วทิ ยาลัย

ค. กลมุ่ วิชาวปิ ัสสนาธรุ ะ ๔ หนว่ ยกิต

๐๐๐ ๑๕๑ ธรรมะภาคปฏบิ ตั ิ ๑ (๒)(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation I)

ศกึ ษาความเป็นมา ความหมาย หลกั การ วธิ ีการ และประโยชนข์ องการปฏบิ ัติกรรมฐาน อารมณข์ อง

สมถกรรมฐาน ๔๐ วิปสั สนาภูมิ ๖ สตปิ ัฏฐาน ๔ หลกั ธรรมท่คี วรรู้ ได้แก่ ภาวนา ๓ นิมติ ๓ สมาธิ ๓

รปู ฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ วสี ๕ นิวรณ์ ๕ อุปกเิ ลส ๑๖ ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจในการปฏิบตั ิและนาไปใช้

ฝึกปฏบิ ัตวิ ิปัสสนากรรมฐานโดยการเดินจงกรม ๑ ระยะ นั่งกาหนด ๑ ระยะ หรือ ๒ ระยะ

๐๐๐ ๑๕๒ ธรรมะภาคปฏิบัติ ๒ ๑(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation II)

ศกึ ษาหลักการและวิธกี ารปฏบิ ตั ิกายานุปัสสนาสตปิ ัฏฐานในมหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร และอานาปานสติสูตร

วธิ ีการปฏิบัตวิ ปิ ัสสนากรรมฐานทั้งแบบสมถยานกิ ะ และวิปสั สนายานกิ ะ หลักธรรมท่คี วรรู้ ไดแ้ ก่ สกิ ขา ๓

วชิ ชา ๓ และสามญั ญลักษณะ ๓ ฝึกปฏิบตั วิ ิปสั สนากรรมฐานโดยการเดนิ จงกรม ๒ ระยะ น่ังกาหนด ๒ ระยะ

ส่งและสอบอารมณ์

๐๐๐ ๒๕๓ ธรรมะภาคปฏิบตั ิ ๓ (๒)(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation III)

ศกึ ษาหลักการและวิธปี ฏิบตั ิเวทนานปุ สั สนาสตปิ ฏั ฐานในมหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร วธิ กี ารปรบั อนิ ทรีย์ ๕

หลกั ธรรมทค่ี วรรู้ได้แก่ วิปลั ลาส ๓ อภญิ ญา ๖ วิสทุ ธิ ๗ วิชชา ๘ ฝกึ ปฏิบตั ิวิปัสสนากรรมฐานโดยการเดนิ จงกรม

๓ ระยะ น่งั กาหนด ๓ ระยะ สง่ และสอบอารมณ์

๐๐๐ ๒๕๔ ธรรมะภาคปฏิบัติ ๔ ๑(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation IV)

ศกึ ษาหลักการและวธิ ปี ฏบิ ัตจิ ิตตานปุ สั สนาสตปิ ฏั ฐาน ในมหาสตปิ ัฏฐานสตู ร กระบวนการเกิดของ

ไตรสกิ ขาและไตรลกั ษณ์ หลักธรรมท่คี วรรู้ได้แก่ วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ วิปัสสนาญาณ ๑๖ ปฏิบัตวิ ิปัสสนากรรมฐาน

โดยการเดนิ จงกรม ๔ ระยะ นั่งกาหนด ๔ ระยะ สง่ และสอบอารมณ์

๐๐๐ ๓๕๕ ธรรมะภาคปฏิบัติ ๕ (๒)(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation V)

ศึกษาหลักการและวิธีการปฏบิ ัติวปิ สั สนากรรมฐาน ตามแนวธมั มานปุ สั สนาสติปัฏฐานในมหาสตปิ ัฏฐาน

สตู ร กระบวนการเกิดดบั ของรปู นามตามแนวปฏิจจสมปุ บาท หลักธรรมที่ควรรู้ ไดแ้ ก่ โพธิปักขยิ ธรรม ๓๗

ฝึกปฏบิ ัตวิ ปิ สั สนากรรมฐานโดยการเดินจงกรม ๕ ระยะ น่ังกาหนด ๕ ระยะ สง่ และสอบอารมณ์

๐๐๐ ๓๕๖ ธรรมะภาคปฏบิ ัติ ๖ ๑(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation VI)

ศึกษาหลักการและวิธีการปฏิบตั วิ ปิ ัสสนากรรมฐาน ในพระสูตรท่เี ช่ือมโยงกับมหาสติปฏั ฐานสตู ร เชน่

อปัณณกสูตร สติสตู ร อาการบรรลุมรรคผลและคุณธรรมของพระอรยิ บุคคล ฝกึ ปฏบิ ัติวิปสั สนากรรมฐานโดย

การเดนิ จงกรม ๖ ระยะ น่ังกาหนด ๖ ระยะ สง่ และสอบอารมณ์

๘๑

๐๐๐ ๔๕๗ ธรรมะภาคปฏิบตั ิ ๗ ๑(๑-๒-๔)

(Buddhist Meditation VII)

ศกึ ษาวธิ กี ารปฏิบตั ิกรรมฐาน สภาวธรรมที่เกิดดับในขณะปฏิบตั ิฯ วิธีแกส้ ภาวธรรมของสานักปฏบิ ตั ธิ รรม

ในสมัยปจั จุบัน เปรยี บเทียบกับมหาสตปิ ัฏฐานสตู ร ฝึกปฏบิ ัตวิ ิปัสสนากรรมฐานโดยการเดินจงกรม และนง่ั กาหนด

ส่งและสอบอารมณ์

๒) วชิ าแกนพระพทุ ธศาสนา ๓๓ หน่วยกติ

๑๐๑ ๓๐๖ หลกั พุทธธรรม ๓ (๓-๐-๖)

(Principles of Buddhism)

ศึกษาหลักพุทธธรรมที่สาคัญในพระไตรปิฎก เน้นอริยสัจ ปฏิจจสมุปบาท เบญจขันธ์ ไตรลักษณ์

โพธิปักขยิ ธรรม กรรม สังสารวฏั และนพิ พานโดยใชค้ มั ภรี ์อรรถกถาและฎีกาประกอบ

๑๐๑ ๓๐๗ พทุ ธปรชั ญาเถรวาท ๓(๓-๐-๖)

(Theravada Buddhist Philosophy)

ศึกษาอภปิ รัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ และสนุ ทรยี ศาสตร์ในพุทธปรัชญาเถรวาท เปรียบเทยี บกบั

ปรชั ญาตะวนั ตกและปรัชญาตะวนั ออก

๑๐๑ ๓๐๘ ธรรมบทศึกษา ๓(๓-๐-๖)

(Dhammapada Studies)

ศึกษาความหมาย ประวัติ โครงสร้าง หลักธรรมสาคัญของธรรมบท เน้นหลักธรรมสาคัญ แนวคิด

เชิงเศรษฐกิจ สังคมวฒั นธรรมอนิ เดยี อิทธิพลและคณุ ค่าของธรรมบททมี่ ตี ่อวถิ ชี ีวติ และภูมิปัญญาไทย

๑๐๑ ๓๐๙ วสิ ุทธมิ ัคคศึกษา ๓(๓-๐-๖)

(Visuddhimagga Studies)

ศึกษาความหมาย ประวัติ โครงสร้างและหลักธรรมสาคัญของวิสุทธิมรรค และอิทธิพลของวิสุทธิมรรคที่มี

ต่อวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาและวถิ ชี ีวติ ไทย

๑๐๑ ๓๑๐ นิเทศศาสตร์ในพระไตรปฎิ ก ๓(๓-๐-๖)

(Communication in Tipitaka)

ศึกษาความหมายและขอบข่ายของนิเทศศาสตร์ คาสอนสาคัญที่เกี่ยวกับหลักการ รูปแบบ วิธีการส่ือ

คาสอนของพระพุทธเจา้ และสาวก และจริยธรรมกับการส่ือสารในพระไตรปิฎก

๑๐๑ ๓๑๑ พระพุทธศาสนามหายาน ๓(๓-๐-๖)

(Mahayana Budhism)

ศกึ ษากาเนิดและพฒั นาการของมหายานในอินเดยี การเผยแผ่มหายานเขา้ สปู่ ระเทศต่าง ๆ หลกั ธรรม

พิธีกรรม และนิกายสาคัญของมหายาน

๑๐๑ ๔๑๓ พุทธศิลปะ ๓(๓-๐-๖)

(Buddhist Arts)

ศกึ ษาพฒั นาการของพทุ ธศิลปะในอนิ เดยี และคลื่นพระพุทธศาสนาทเ่ี ข้าสปู่ ระเทศไทย ซึ่งสัมพันธ์กับสกุล

ศลิ ปะสมยั ตา่ ง ๆ จนเกดิ เปน็ สกลุ ศิลปะในประเทศไทย ทง้ั ดา้ นประตมิ ากรรม จติ รกรรม และสถาปัตยกรรม ปรัชญา

ธรรมทางวัตถุและความงามจากพุทธศิลปะสมัยต่าง ๆ ในประเทศไทยโดยอาศยั พุทธลักษณะ

๘๒

๑๐๑ ๔๑๔ ธรรมะภาคภาษาอังกฤษชน้ั สงู ๓(๓-๐-๖)

(Dhamma in Advance English)

ศกึ ษาหนังสอื ธรรมะทปี่ ราชญ์ทางพระพุทธศาสนาได้รจนาไวเ้ ป็นภาษาอังกฤษตามทกี่ าหนดให้

๑๐๑ ๔๑๕ จติ วิทยาในพระไตรปฎิ ก ๓(๓-๐-๖)

(Psychology in Tipitaka)

ศกึ ษาคาสอนเรอ่ื งจติ และเจตสิกในพระไตรปิฎก เปรียบเทียบกับเร่ืองจิตวิทยาตะวันตกปัจจุบัน พฤติกรรม

ของมนุษยต์ ามแนวจรติ ๖ และการพฒั นาจติ ดว้ ยสมถะและวิปสั สนา

๑๐๑ ๔๑๖ ศึกษาอสิ ระทางพระพุทธศาสนา ๓(๐-๖-๖)

(Independent Study on Buddhism)

ศึกษาค้นคว้าวิจัยอิสระที่สามารถประยุกต์ใช้ในกิจการทางพระพุทธศาสนา โดยความเห็นชอบและ

ควบคุมดูแลของอาจารยท์ ีป่ รึกษา

๑๐๑ ๔๑๗ สัมมนาพระพทุ ธศาสนา ๓(๓-๐-๖)

(Seminar on Buddhism)

ศกึ ษาแนวคิด รปู แบบ วิธีการและดาเนนิ การสมั มนาปัญหาเกีย่ วกบั พระพทุ ธศาสนาในประเด็นต่าง ๆ โดย

เสนอผลงานการค้นคว้าและรายงานประกอบการสมั มนา

๓) วิชาเฉพาะดา้ นพระพุทธศาสนา ๓๒ หน่วยกติ

๑๐๑ ๓๐๑ พระพทุ ธศาสนากับวิทยาศาสตร์ ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Science)

ศกึ ษาความหมาย ลกั ษณะ ขอบขา่ ยและวธิ ีการแสวงหาความจริงของพระพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์ โดย

สามารถศึกษาวิเคราะห์ทฤษฎีวิวัฒนาการ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์ และทัศนะของ

นกั วิทยาศาสตร์ท่มี ตี ่อพระพุทธศาสนา รวมท้งั เข้าใจถงึ ผลกระทบทางวทิ ยาศาสตรท์ มี่ ีต่อโลกและพระพทุ ธศาสนา

๑๐๑ ๓๐๒ พระพทุ ธศาสนากบั สงั คมสงเคราะห์ ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Social Works)

ศึกษาความหมาย และขอบข่ายของสังคมสงเคราะห์ หลักการ รูปแบบ และวิธีการสังคมสงเคราะห์ใน

พระไตรปิฎก เนน้ พระจริยาของพระพุทธเจ้า บทบาทและความสาคัญของพระสงฆ์ในการสงั คมสงเคราะห์

๑๐๑ ๓๑๙ ศึกษาศาสตร์ในพระไตรปิฎก ๒(๒-๐-๔)

(Education in Tipitaka)

ศกึ ษาความหมายและขอบขา่ ยของศกึ ษาศาสตร์ ทฤษฎที างศกึ ษาศาสตร์ หลักธรรมสาคัญในพระไตรปิฎกท่ีเก่ียวกับ

การศกึ ษา บูรณาการโดยเนน้ เป้าหมายของการศึกษาตามไตรสกิ ขา กระบวนการจัดการศึกษาแบบกัลยาณมิตร และ

โยนิโสมนสิการ วธิ สี อนของพระพทุ ธเจา้ คุณธรรมแลจริยธรรมของครู

๑๐๑ ๓๒๑ ชาดกศกึ ษา ๒(๒-๐-๔)

(Jataka Studies)

ศกึ ษาโครงสรา้ ง เน้ือหา และแนวคดิ ท่ปี รากฏในชาดก อิทธพิ ลของชาดกท่ีมีตอ่ วรรณกรรมทาง

พระพุทธศาสนา ศลิ ปะ และวิถชี วี ิต

๘๓

๑๐๑ ๓๒๒ พระพุทธศาสนากบั ภูมปิ ญั ญาไทย ๒(๒-๐-๔)
(Buddhism and Thai Thoughts)

ศึกษาภูมปิ ญั ญาไทยท่ีไดร้ บั อทิ ธิพลจากพระพุทธศาสนาในด้านสงั คม เศรษฐกิจ การเมืองและ

ศลิ ปวฒั นธรรม

๑๐๑ ๓๒๓ พระพุทธศาสนาในโลกปจั จุบนั ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism in Temporary World)

ศึกษาสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาในโลกปัจจุบัน ผลกระทบของลทั ธกิ ารเมืองและศาสนาอ่นื ๆตอ่

พระพุทธศาสนา อิทธิพลของพระพุทธศาสนาทม่ี ีต่อสงั คมโลก และบทบาทขององค์การพระพุทธศาสนาระดับ

นานาชาติ

๑๐๑ ๓๒๔ ชวี ิตและผลงานของปราชญท์ างพระพทุ ธศาสนา ๒ (๒-๐-๔)

(Life and Works of Buddhist Scholars)

ศกึ ษาชีวประวตั แิ ละผลงานด้านการรจนาและแปลหนงั สือ ตารา และคัมภรี ์พระพุทธศาสนาของ

นกั ปราชญท์ างพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน

๑๐๑ ๔๐๓ พระพทุ ธศาสนากับนิเวศวิทยา ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Ecology)

ศึกษาความหมายและขอบขา่ ยของนเิ วศวิทยา หลักธรรมสาคัญในพระไตรปิฎกท่ีเก่ียวกับนิเวศวิทยา เน้น

ความสัมพันธร์ ะหว่างมนษุ ย์กับระบบนิเวศ มนุษย์กับธรรมชาติ แนวทางการอนรุ กั ษ์และระบบนิเวศวิทยา

๑๐๑ ๔๐๔ ธรรมประยกุ ต์ ๒(๒-๐-๔)

(Applied Dhamma)

ศึกษา หลั กธ ร รมใน พร ะพุ ทธศา ส น าเ พ่ื อนา มา ป ระยุ กต์ ใช้ แ ล ะบู ร ณา กา ร ใน กา ร พั ฒน า คุณภา พชี วิ ต

แกป้ ัญหาชวี ติ และสงั คม

๑๐๑ ๔๐๕ พระพุทธศาสนากับเศรษฐศาสตร์ ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Economics)

ศึกษาความหมายและขอบข่ายของเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์แนวคิดและทฤษฎีหลักทางเศรษฐศาสตร์

จรยิ ธรรมของผู้ผลิตและผบู้ ริโภคตามแนวหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา เปรียบเทียบเศรษฐศาสตร์แนวพุทธศาสตร์

กับเศรษฐศาสตร์ทัว่ ไป รวมท้งั ศึกษาปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

๑๐๑ ๔๒๗ รัฐศาสตรใ์ นพระไตรปฎิ ก ๒ (๒-๐-๔)

(Political Science in Tipitaka)

ศึกษาความหมายและขอบข่ายของรัฐศาสตร์ วิเคราะห์แนวคิดและทฤษฎหี ลักทางรฐั ศาสตร์ใน

พระไตรปิฎก รูปแบบ วธิ กี ารปกครองตามแนวนติ ิรัฐ หลกั ธรรมาภบิ าล หลักธรรมของผบู้ รหิ าร เปรียบเทียบ

ประยุกตแ์ ละบรู ณาการรฐั ศาสตร์ตามแนวพทุ ธศาสตร์กับรัฐศาสตรท์ ว่ั ไป

๑๐๑ ๔๓๐ พระพุทธศาสนากบั สทิ ธมิ นุษยชน ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Human Rights)

ศกึ ษาหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชนตามหลักคาสอนทางพระพุทธศาสนา โดยเปรียบเทียบกับปฏญิ ญาสากลว่าสิทธิ

มนษุ ยชน รฐั ธรรมนูญของไทยและพระราชบัญญตั ิของไทยว่าดว้ ยสิทธมิ นษุ ยชน ตลอดจน

หลักสิทธมิ นษุ ยชนของนานาอารยประเทศ

๘๔

๑๐๑ ๔๓๑ พระพุทธศาสนากับการพฒั นาท่ียั่งยนื ๒(๒-๐-๔)
(Buddhism and Sustainable Development)

ศึกษาหลักการพัฒนาทยี่ ัง่ ยนื ตามแนวพระพุทธศาสนา โดยเนน้ หลกั การพัฒนามนุษย์ สังคม ธรรมชาติ

และส่งิ แวดลอ้ ม

๑๐๑ ๔๓๒ มังคลัตถทีปนศี ึกษา ๒(๒-๐-๔)

(Mangalatthadipani Studies)

ศึกษาโครงสรา้ ง และเนื้อหาสาระของมงั คลตั ถทปี นี อิทธิพลของมังคลัตถทีปนีทมี่ ีตอ่ วรรณกรรมทาง

พระพุทธศาสนาและวถิ ชี วี ิตไทย

๑๐๑ ๔๓๗ พระพทุ ธศาสนากบั สาธารณสุข ๒(๒-๐-๔)

(Buddhism and Health Care )

ศึกษาความหมายและขอบข่ายสาธารณสุขศาสตร์ทั้งการแพทยส์ มยั ใหม่และการแพทย์แผนไทย คาสอน

ในพระไตรปฎิ กและอรรถกถาท่เี ก่ียวกับเรื่องโรค การบริโภคปัจจยั ๔ การบริหารรา่ งกาย การรกั ษาพยาบาล

การพักผ่อน และและการดูแลสขุ ภาพจริยธรรมของผูร้ ักษาพยาบาล

๑๐๑ ๔๓๘ มิลนิ ทปัญหาศึกษา ๓(๓-๐-๖)

(Milindapanha Studies)

ศึกษาความเป็นมาของมิลินทปัญหา เน้ือหาสาระ สานวนภาษาวิธีการตอบปัญหาและแนวคิดทาง

ปรัชญา

๔) วชิ าเลอื กเฉพาะสาขาพระพุทธศาสนา ๙ หน่วยกิต

๑๐๑ ๓๑๘ เปรยี บเทยี บเถรวาทกับมหายาน ๓(๓-๐-๖)

(Comparision between Theravada and Mahayana)

ศกึ ษาเปรียบเทยี บสถานะและพระจริยาของพระพทุ ธเจา้ สถานะและบทบาทของพระโพธิสตั ว์ คาสอน

เร่ืองธรรมกาย ทศบารมี ไตรลักษณ์ ปฏจิ จสมุปบาท นพิ พาน และพธิ ีกรรมสาคัญของนกิ ายทั้งสอง

๑๐๑ ๓๒๐ อักษรจารึกในพระไตรปฎิ ก ๓(๓-๐-๖)

(Tipitaka Scripts)

ศึกษาอกั ษรต่าง ๆ ทใี่ ช้จารกึ พระไตรปฎิ ก คือ อักษรเทวนาครี สิงหล ขอม พมา่ มอญ อกั ษรธรรม

ล้านนา และอักษรโรมนั ใหส้ ามารถอา่ นออก เขียนได้

๑๐๑ ๔๒๙ พระพทุ ธศาสนากับสนั ติภาพ ๓(๓-๐-๖)
(Buddhism and Peace)

ศึกษาหลักคาสอนสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาทเี่ กี่ยวกับสนั ตภิ าพ หลักการและวิธีการแก้ปัญหาความ
ขัดแย้งแนวพทุ ธ โดยเน้นรูปแบบและวธิ กี ารสงั ฆสามัคคี และใชแ้ นวคิดเร่ืองสันตภิ าพทางตะวนั ตกมาเทียบเคยี ง

๕) หมวดวชิ าเลอื กเสรี ๖ หน่วยกิต

เลอื กวชิ าทีเ่ ปดิ สอนในมหาวทิ ยาลัย จานวน ๓ รายวิชา รวม ๖ หน่วยกิต


Click to View FlipBook Version