Hormones
and
functions
จัดทำโดย
นางสาวโกลัญญา จันทรอาภา ม. 6/2 เลขที่27
นำเสนอ
นาย ธนากร จันทนากร
ฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Hypothalamic–adenohypophyseal axis releasing hormones หรือ Hypophysiotropic hormone
หรือ Hypothalamic hormones ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Corticotropin releasing hormone (CRH) หรือ Corticotropin releasing
factor(CRF) ทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้าที่ชื่อ
Adrenocorticotropic hormone (ACTH)/ชื่ออื่นคือ Adrenocorticotropin หรือ
Corticotropinที่ทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมหมวกไต
• Gonadotropin releasing hormone(GnRH) ชื่ออื่น คือ Luteinizing hormone-releasing hormone
(LHRH), และ Luteinizing hormone-releasing factor (LRF) มีหน้าที่ควบคุมต่อมใต้สมองส่วนหน้าใน
การหลั่งฮอร์โมน Luteinizing hormone (LH ชื่ออื่นคือ Lutropin และ Lutrophin) และฮอร์โมน
Follicle-stimulating hormone (FSH)เพื่อควบคุมการทำงาน/การสร้าง/การหลั่งฮอร์โมนของอวัยวะใน
ระบบสืบพันธ์ คือ รังไข่ หรือ อัณฑะ
ฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Somatostatin (SS) หรือ Growth-hormone-inhibiting hormone(GHIH) อีกชื่อคือ Somatotropin release
inhibiting factor(SRIF) ทำหน้าที่ส่วนใหญ่ต้านการหลั่ง Growth hormone(GH หรือ ฮอร์โมนเพื่อการเจริญ
เติบโต)จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ส่วนน้อยกว่าจะต้านการหลัง TSH จากต่อมใต้สมองฯ
• Growth hormone releasing hormone (GHRH) ทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่ง GHจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Thyrotropin releasing hormone(TRH) หรือ Th
yrotropin-releasing factor(TRF)ทำหน้าที่ควบคุม
การทำงานของ Thyroid stimulating hormone(TSH)จากต่อมใต้สมองส่วนหน้าที่ควบคุมการทำงาน
ของต่อมไทรอยด์ในการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน
ฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Prolactin-releasing hormone (PRH) มีหน้าที่กระตุ้นต่อมใต้สมองส่วนหน้าในการหลั่งฮอร์โมนโปรแลก
ติน(Prolactin)ที่เกี่ยวข้องหลักกับการหลั่งน้ำนม นอกจากนั้น คือ ช่วยการใช้พลังงานของร่างกาย การทำงานของ
ระบบสืบพันธ์ และการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
• Prolactin inhibiting hormone (PIH) มีหน้าที่ต้า
นการหลั่ง Prolactin จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า
• Melanocyte-stimuยlัaงtสinาgมาhรoถrสmร้าoงnไeด้(จMาSกHผ)ิวมหีหนันง้า
แทีล่คะวจบาคกุมต่อกมารใตส้สร้มางอเงม็ส่ดวสนีขหอน้งาผิวหนัง ฮอร์โมนชนิดนี้
ฮอร์โมนที่ควบคุมต่อมใต้สมองส่วนหลัง
• Antidiuretic hormone (ADH) หรือ Vasopressin(VP) หรือ Arginine vasopressin(AVP) หรือ Argipressin
เป็นฮอร์โมนที่สร้างที่ไฮโปธาลามัส แล้วนำมาเก็บไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ซึ่งต่อมใต้สมองส่วนหลังจะหลั่งฮอร์โมน
นี้เพื่อคงสมดุลของน้ำในร่างกายผ่านทางการทำงานของไต
• Prolactin inhibiting hormone (PIH) มีหน้าที่ต้านการ
หลั่ง Prolactin จากต่อมใต้สมองส่วนOxytocin(OXY
หรือ OXT หรือ OT) เป็นฮอร์โมนสร้างจากไฮโปธาลามัสและมาเก็บไว้มี่ต่อมใต้สมองส่วนหลังซึ่งต่อมใต้สมองส่วน
หลังจะหลั่งฮอร์โมนนี้เพื่อควบคุมการบีบตัวของมดลูก และการหลั่งน้ำนม
ต่อมไพเนียล
• เป็นต่อมเล็กๆช่วยสร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน(Melatonin) ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของต่อมเพศในช่วง
ระยะก่อนหนุ่มสาว แต่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นอาจมีผลต่อการตกไข่และประจำเดือนในเพศหญิง
ต่อมไท
รอยด์
• เป็นต่อมที่มีนาดใหญ่กว่าทุกต่อมไร้ท่ออื่นๆ มี 2 ข้าง อยู่บริเวณลูกกระเดือกข้างละต่อมผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือ
ไทร็อกซิน(Thyroxin) โดยใช้ไอโอดีนเป็นวัตถุดิบในการสร้างฮอร์โมน ฮอร์โมนไทร็อกซินมีหน้าที่สำคัญดังนี้
1.ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกสมองและระบบประสาท 2.ช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อเป็นผู้ใหญ่
3.ช่วยควบคุมอัตราเมตาบอลิซึมในร่างกาย
• ส่วนที่เป็นกระดูก ไต ลำไส้เล็ก จะผลิตฮอร์โมน แคลซิโทนิน(Calcitonin) ทำหน้าที่ควบคุมดุลยภาพของ
แคลเซียมร่วมกับพาราทอร์โมน
ต่อมพาราไทรอยด์
• เป็นต่อมไร้ท่อประเภทที่จำเป็นต่อชีวิต (Essentail endocrine gland) ขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว ฝังอยู่ด้านหลังของ
ต่อมไทรอยด์ด้านละ 2 ต่อม รวมเป็น 4 ต่อม ทำหน้าที่ผลิต และหลั่งฮอร์โมน "พาราทอร์โมน" (Parathormone) ซึ่งเป็น
สารพอลิเพปไทด์ ประกอบด้วยกรดอะมิโน 84 โมเลกุล ทำหน้าที่ร่วมกับแคลซิโทนิน และวิตามินดี มีหน้าที่ผลิตพาราทอร์
โมน (PTH) หรือ พาราไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของแคลเซียม และฟอสฟอรัส ในเลือด และเนื้อเยื่อให้ปกติ
ต่อมหมวก
ไตส่วนใน
• ต่อมนี้ส่วนนี้สร้างฮอร์โมนที่ร่างกายใช้ ตอบสนองต่อความเครียด ที่เรียกว่า “ฮอร์โมนเพื่อการต่อสู้หรือเพื่อการหนี(
Fight or Flight hormone)” ซึ่งฮอร์โมนจากต่อมฯส่วนใน จัดเป็นฮอร์โมนที่ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้
การทำงานของต่อมฯส่วนในจะอยู่ในการกำกับควบคุมของ”ระบบประสาทอัตโนมัติ” ส่วนที่เรียกว่า “ระบบประสาท
ซิมพาทีติก(Sympathetic nervous system”
ตับอ่อน
1. เอ หรือแอลฟาเซลล์ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 20 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนกลูคากอน
2. บี หรือเบตาเซลล์มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 75 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน
3. ดีหรือเดต้าเซลล์ มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 5-10 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนโซมาโทสเตทิน (somatostatin)
4. พีพี หรือเอฟเซลล์ เพนคริเอติก พอลิเปปไทด์ มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 1-2 ของไอเลตส์ออฟแลงเกอร์ฮานส์ ทำหน้าที่ผลิตเพนคริเอติก
พอลิเปปไทด์ (pancreatic polypeptide) ทำหน้าที่ลดการดูดซึมอาหารที่กระเพาะและลำไส้ (gastrointestinal function)
ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่คล้ายๆกันคือควบคุมสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด
อัณฑะ
อัณฑะ (testis) เป็นอวัยวะเพศของผู้ชาย อยู่ในถุงอัณฑะ (scrotum) มีอยู่ 2 ข้างซ้ายและขวา ระยะ
แรกอยู่ในช่องท้อง ก่อนคลอดเล็กน้อยจึงออกมาอยู่ในถุงอัณฑะ ทำให้อุณหภูมิของอัณฑะต่ำกว่าอุณหภูมิ
ของร่างกายประมาณ 2 องศาเซนเซียส ทำหน้าที่ในการผลิตสร้างตัวอสุจิและผลิตฮอร์โมนเพศชายที่
สำคัญได้แก่เทสโทสเทอโรน (testosterone)
รังไข่
รังไข่ตั้งอยู่ที่อุ้งเชิงกราน 2 ข้างของมดลูก ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์และเป็นต่อมไร้ท่อโดยผลิตฮอร์โมนเพศหญิง คือ
ฮอร์โมน เอสโทรเจน (estrogen) ทำหน้าที่ทำให้เพศหญิงมีความสามารถในการสืบพันธุ์ และแสดงลักษณะเพศหญิง
เจริญเติบโต เช่น กระตุ้นการเจริญของกล้ามเนื้อเรียบและกระดูก และ โพรเจสเทอโรน (progesterone) ซึ่งเป็นสเต
รอยด์ระดับของฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของรอบประจำเดือน ทำหน้าที่กระตุ้นผนังมดลูกชั้นในให้หนาขึ้น
และกระตุ้นต่อมน้ำนมให้เจริญ
รก
• สร้างฮอร์โมน hCG ที่คอร์ปัสลูเทียมในรังไข่ ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอาหาร อากาศและของเสียจากทารก
ในครรภ์ของทารกในครรภ์
ไทมัส
• ไทโมซินเป็นฮอร์โมที่สร้างจากต่อมไทมัส ซึ่งมีโครงสร้างเป็นสาย พอลิเปปไทด์ ที่มีกรดอะมิโนต่อกันเป็นสาย มีโครงสร้าง
หลายแบบ เช่น ไทโมซินแอลฟาหนึ่ง และไทโมซินเบตาสี่ ทำหน้าที่กระตุ้นการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวประเภทลิมโฟไซท์
(lymphocyte หรือ T cell) ที่ยังอ่อนอยู่ (immature lymphocyte) แล้วปรับสภาพไปเป็นลิมโฟไซท์ที่เจริญเต็มที่
(mature lymphocyte)
กระเพราะอาหาร
แกสตริน (gastrin) สร้างจากเนื้อเยื่อชั้นในของกระเพาะอาหาร มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำย่อยและ
กรดไฮโดรคลอริก และการหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อน รวมทั้งการควบคุมการเคลื่อนไหวของกระเพาะ
อาหารและลำไส้เล็ก
ลำไส้เล็กส่วนดูโอดินัม
ซีครีติน (secretin) หลั่งจากลำไส้เล็กส่วนต้น หรือดูโอดีนัม( duodenum) กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งน้ำย่อยและกระตุ้นตับให้
หลั่งน้ำดีออกมาย่อยอาหาร ส่วน CCK ถูกกระตุ้นจากถุงน้ำดีและตับอ่อน ทำหน้าที่กระตุ้นการบีบตัวของถุงน้ำดีและตับ
อ่อนหลังหลั่นเอนไซม์
ไต
ผลิตฮอร์โมน Erythropoietin ที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง หน้าที่คือการสร้างปัสสาวะซึ่งจะช่วยขับ
ของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ และช่วยในการรักษาความปกติของน้ำและเกลือแร่
ของร่างกาย