ชดุ สื่อประกอบการสอน
กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ
เรื่อง ท่านาฏยศพั ทใ์ นราวงมาตรฐาน
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๓
เรื่อง
นาฏยศพั ท์
หวั ข้อ
ความหมายของ “นาฏศพั ท”์
นาฏยศพั ทห์ มวดนามศพั ท์
นาฏศพั ทห์ มวดกริยาศพั ท์
นาฏยศพั ทห์ มวดนาฏยศพั ทเ์ บด็ เตลด็
ความหมาย “นาฏยศพั ท”์
ศพั ทเ์ ฉพาะท่ีใช้ในทางนาฏศิลป์ ไทย
ใช้เรียกช่ือท่ารา ใช้อธิบายความหมาย
ของศพั ทแ์ ละใช้ในการอธิบายลกั ษณะ
ของอากปั กิริยาการเคล่ือนไหวทาง
นาฏศิลป์ ไทย
ลกั ษณะของนาฏยศพั ท์
หมวดนามศัพท์ หมวดเบด็ เตลด็
หมวดกริ ิยาศัพท์
หมวดนามศพั ท์
ศพั ทท์ ี่ใช้เรียกช่ือท่าราต่างๆ และชื่อท่า
ที่บอกกิริยาอาการของท่านัน้ ๆ เช่น ตงั้ วง
จีบ สลดั มือหรอื สะบดั จีบ คลายมือหรือ
คลายจีบ มว้ นมือ ฉายมือ ปาดมือ รวม
มอื ประเท้า ก้าวเท้า ยกเท้า กระทุ้ง
กระดก เป็นต้น
ตงั้ วง
คือ การเรียงนิว้ ท้งั ๔ นิว้ ชิด
ติดกนั นิว้ หัวแม่มือหลบเข้าหา
ฝ่ ามือเลก็ น้อย โค้งแขนให้ได้
สัดส่วน ไม่งอมากจนทาให้
ข้อศอกแหลม และไม่ยืดมาก
จนเกือบตงึ หักข้อมือออกไป
หาลาแขนด้านนอกวง
ลกั ษณะของต้งั วง
วงหบน้าพพรระะ ประกอบด้วย ววงงหบนน้านนาางง
วงกลล่างางพพรระะ วงบน ววงงกลล่าางงนนาางง
วงกลาง
วงหน้า
วงล่าง
จีบ
ลกั ษณะของจีบ
คือ การทาให้
จีบหงาย นิ้วหวั แม่มือจรดจขีบค้อวา่
จบี ปรกข้าง สดุ ท้ายของนิ้วชี้ท่ี
เหยียดตึง นิ้วท่ีเหลือก็
เหยียดตึงกรีดออกไป
หกั ข้อมือเข้าหาจลีบปารแกหขนน้า
จีบหลงั จีบล่อแก้ว
สลดั มือหรือสะบดั จีบ
คือ กิริยาของมอื ท่ีเริ่มจากมือท่ี
จีบหงาย แล้วปล่อยให้มอื แบนิ้วชี้พืน้
จีบพหงาลยิกมือเปป็ ลน่อยตมืองั้ แวบ ง ถ้าจพละิกเทป็นาตหงั้ วงลายครจงัีบ้ ควา่
กพ็ ลิกมอื เป็นจีบหงายอีกครงั้
พลิกจีบควา่ เป็นจีบหงาย
คลายมือหรอื คลายจีบ
คือ กิริยาท่ีเริ่มจากมอื ท่ีจีบควา่ แล้ว
พลิกข้อมือหงายขึน้ คลายจีบออกจนมือแบ
หงายนิ้วชี้พืน้ กลบั ตงั้ ฝ่ ามือขึน้ เป็นตงั้ วง
จีถบค้าวจา่ ะทาหลาจยีบหคงรายงั้ กก็ ลบั ปจลีบ่อยคมอืวแา่ บอีกครพงัล้ ิกเป็นตงั้ วง
กลบั เป็นจีบควา่
มว้ นมอื
คือ กิริท่ีเร่ิมจากจีบหงาย จีบควา่
คลายจีบออกเป็นตงั้ วง แล้วพลิกข้อมือ
ให้ปลายนิ้วชี้พืน้ ถ้าจะทาหลายครงั้ ก็
กลบั ไปจีบหงายอีกครงั้
จีบหงาย จีบควา่ พลิกเป็นตงั้ วง ปล่อยมอื แบ
กลบั เป็นจีบหงาย
ฉายมือ
คือ กิริยามือท่ีเป็นวงตะแคงอยู่
เสมออก แลว้ วาดฝ่ ามอื ที่ตะแคงมา
ข้างๆลาตวั แล้วเหยียดแขนตึง
มือที่ตะแคงอย่เู สมออก วาดแขนมาข้างลาตวั
เหยียดแขนตึง
ตงั้ วง ปาดมือ
คือ มอื ที่ตงั้ วงกอดขย้อ่มู แอื ล้วกดข้อมือให้ฝ่ า
มือขนานกบั พืน้ เคลอื่ นมอื เขา้ หาลาตวั
หยิบจีบเบาๆ (แต่มิใช่กระทาจีบโดหยยิบตจีบรง)
รวมมือ
คือ กิริยาของมือ
หนึ่งตงั้ วง อีกมอื หนึ่งจีบ
อย่ใู กล้ชิดกนั
ประเท้าพระ ประเท้า
คือ กิริยาของเท้าหนึ่งวางกบั อีก
เท้าหน่ึงที่รบั น้าหนักตวั เชิดปลายเท้า
เปผรยะเทอ้าจนมางกู เท้าขึน้ เลก็ น้อย แล้วตบจมกู
เท้ากบั พืน้ เบาๆแล้วยกเท้าขึน้ แต่ก่อน
ประเท้าต้องย่อเข่า
ยกเท้า
คือยกกหานร้ยา กเท้าขึน้ หกั ข้อเยทก้าขขา้ ึ้นง
เชิดปลายจมกู และเบนปลายเท้าชี้ไป
ทางขาท่ียกเลก็ น้อย เท้าที่ยกให้อยู่
ระดบั ครงึ่ น่องของขาท่ียืน และส้นเท้า
ห่างกบั เท้าท่ียืนประมาณ ๑ คืบ
ยกหน้าพระ ยกหน้านาง ยกข้างพระ ยกข้างนาง
ก้าวหน้า ก้าวเท้า ก้าวขา้ ง
ก้าวหน้าพระ ก้าวข้างพระ
ก้าวไขว้
คือ การนาเท้าทกี่ย้าวกไขไว้ปวางราบกบั พืน้
ใหก้ป้าวลหนา้ายนาเงท้าเฉียงไปทางเท้าท่ีก้าวก้าวขา้ งนาง
กระท้งุ
คือ อาการของ
เท้าขา้ งหน่ึงท่ีวางอยู่
ขา้ งหลงั โดยจมกู เท้า
ส้นเท้าเปิ ดอยู่ แล้ว
กระแทกเท้าลงกบั
พืน้ เบาๆ
กระดก
กครือะดกกาหรลยงั กเท้าขึน้ ไป ขากอรีกะดขก้าเงสหี้ยนว่ึงท่ี
ยืนต้องย่อเข่า แล้วดนั เข่าที่ยกไปข้างหลงั
มากๆให้น่องชิดกบั ท้องขาส่วนบนมาก
ที่สดุ หกั ข้อเท้าลงให้ปลายนิ้วเท้าชี้พืน้
หมวดกิริยาศพั ท์
ศพั ทท์ ่ีใช้เรียกท่าท่ีจะทาให้ราได้งดงามขนึ้
กิริยาศพั ทแ์ บง่ เป็น ๒ ประเภท
ศพั ทเ์ สริม ศพั ทเ์ สื่อม
ศพั ทเ์ สริม
ศสไใตลจหตพันปนา่วใเกมาลวั เหปพมทตชทถนม้มาสตงั่าาว้ั่อืคึงกลักตไท์คมกกกกคทรปหใาต่อขจ้อตาล่ี่งอามห่ีลดาเอวลนทกึง้รอยงสรงเา้ั้นาร้ัเ่ามหซ่ไ่ใปกปไแิยเปงรไรยหมเปครหหกิหยตฏ่ึปงามจิกยเงดฏั ิงยือมิ้เทนฏิิรลไะ่บเหศลตดิอไค่าบคขมล่มอ้าิไมีบตร่แหัน่ขคีทยวัตวั้ปม่อืา้ษอินอ่่โใใ้นตาตางั้อิี่ยรงหผหะยขไงล้ิากจเ้่งร้้่อููป้ึน้ท้าาะทกง้า็่วงทีท่าราให้ถกู ต้อง
ศพั ทเ์ สื่อม
ถรพไลเแผไจไเากกลมูออมามะลร้ทูื่อรตส่คดไยต่าะง่นง็รดวศอ้ดอี่ไาึงดคอ้ลตาอกยมขเงคไพูงักองเงหาาบวางมาย่ไอกตตมกวากทาาวงมวรล่สืดงา่ามรจมราารมลท์กร่ราผตง่กตงะการ็ัมแร้ขวาา่ทาตร้ีู่ใเึงคขงวราัา่กรหมองทาชรไ่ารอรอะจาางทหแ้ฐไน็า้เะ่ีททแชงวมากขารขาลดตวผ่ีงลน่ีบกัีใย่อใง่็บัาทร้รูหดหาทกกนี่าดฐาร้ลวู้ถบ่าีัทูเจาาง่าลัหกูจน่าลงัปรือ้นตหงรันาฏหยา่ึ้อเงวคิปบวะงไล็หนตะไัป่อปริกอไงอืเามีกลทรแ่ไทก็ ่บวดต่นางอ้ร่ทห้ทอะก่วนียทดใงึ่งห่ีไบัทม้ผที ่ ู้่ี
หมวดนาฏยศพั ทเ์ บด็ เตลด็
ททด่าี่้วเนซวตหรอยงึ่น่งออียอกึ่เศอจงกกกคไกาาะพปันจกัวรรรขอมยอาทา่าื่อมะนงอราัีคากยอทย์เยงากางคกวีกลคืนะเี่ถบืนฏผลาทเาดานขะาื่อเึงหจรอรศ้่าูมจริเนคคนาทอปหขีบคาขกิีบลลหมไมรนรงี่ัมจอหยอรลปส่ียอื่ึม่ืองทอศจวีคง์า่ืองกันไัมง้มายงพจับุั้วจวทษงือยส่าีบพนทีบาัแยณเงอมทรลขแ์ทคงะะ่ีะหแ้าลแี่แแขรกใขนขมะลขบ้าจนากนะาานงถตริรสเงยทตง้วปแริยืบเ็ี่แอยึนงนงตฉากทยกกัข่งศพากอษนกัรอพาั เกด์าใชงะลทนื่อายผิงม์งรู้ า
ยนื เครอ่ื ง
ยืนเครอื่ งลิง ยยืนนื เเคครรอื่่อื งงพนราะง
ยืนเครอื่ งยกั ษ์
ราวงมาตรฐาน
ราวงเป็ นการแสดงทพ่ี ฒั นามา
จากการเล่นราโทน เป็ นการเล่น
เพ่ือความสนุกสนาน สามัคคี
ราวงมาตรฐานเป็ น ราวงมาตรฐานมบี ทเพลง ๑๐
ศิลปะการแสดงทแ่ี สดง เพลง และมที ่ารากาหนดไว้
ถงึ เอกลกั ษณ์ของชาติ ตามแต่ละบทเพลง เพื่อให้การ
แสดงเป็ นแบบแผน
แสดงเป็ นคู่ ก่อนรา ฝ่ ายหญงิ และ ก่อนราแต่ละเพลง
ชาย-หญงิ ชายทาความเคารพกนั ดนตรีนา ๑ วรรค
กค่ี ู่กไ็ ด้ เพื่อเตรียมตวั ให้รา
ด้วยการไหว้ พร้อมเพรียงกนั
มคี วามพร้อม
เพรียงในการรา รูปแบบและลกั ษณะ พนมมือไหว้
ระยะคู่ไม่ห่างหรือ การแสดงราวง ซ่ึงและกนั ก่อน
มาตรฐาน
ชิดเกนิ ไป ออกจากวง
ใช้ท่าราตามที่
กาหนดไว้แต่ละ
เพลงเท่าน้ัน
การแต่งกายราวง
มาตรฐาน
พืน้ บ้าน ราตีสโมสร รัชกาลที่ ๕ สากลนิยม
บทเพลงและท่าราที่
ใช้ในราวงมาตรฐาน
๑. เพลงงามแสงเดือน ๒. เพลงชาวไทย
สอดสร้อยมาลา
ชกั แป้งผดั หน้า
๒. เพลงราซิมารา ๒. เพลงคืนเดือนหงาย
ราส่าย สอดสร้อยมาลาแปลง
๕. เพลงดวงจนั ทร์วนั เพญ็
แขกเต้าเข้ารงั ผาลาเพียงใหล่
๖. เพลงดอกไม้ของชาติ
รายวั ่
๗. เพลงหญงิ ไทยใจงาม
พรหมส่ีหน้า ยงู ฟ้อนหาง
๘. เพลงดวงจนั ทร์ขวญั ฟ้า
ช้างประสานงา จนั ทรท์ รงกลดแปลง
๙. เพลงยอดชายใจหาญ
(ญ) ชะนีรา่ ยไม้
(ชาย) จ่อเพลิงกาฬ
(ญ) ขดั จางนาง ๑๐. เพลงบูชานักรบ
(ช) จนั ทรท์ รงกลด
๑๐. เพลงบูชานักรบ
(ช) ขอแก้ว (ญ) ล่อแก้ว
สรปุ
นาฏยศพั ท์ นับว่าเป็นสิ่งท่ีสาคญั มากต่อการ
เรียนนาฏศิลป์ ไทย ซ่ึงทาให้ผเู้ รียนนาฏศิลป์ เข้าใจ
ศพั ทท์ ่ีใช้ในทางนาฏศิลป์ ทาให้สามารถปฏิบตั ิได้
ถกู ต้อง นอกจากนี้ยงั เป็นการช่วยให้ผสู้ อนนาฏศิลป์
ในการฝึ กหดั ผเู้ รียน ได้รวดเรว็ ขึน้ เน่ืองจากผเู้ รียนมี
ความร้แู ละเข้าใจในคาต่างๆท่ีผสู้ อนใช้ในการสอนนัน่
กค็ ือ “นาฏยศพั ท”์ และสามารถปฏิบตั ิได้เป็นอย่างดี
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑. คาศพั ทท์ ี่ใช้เรียกชื่อท่ารา อธิบายคาศพั ทท์ างนาฏศิลป์
เรียกว่าอะไร
ก. นาฏยศพั ท์ ข. ภาษท่า
ค. นาฏยศิลป์ ง. ตงั้ วง
๒. ข้อใดไมใ่ ช่ศพั ทเ์ ฉพาะทางด้านนาฏศิลป์ ไทย
ก. นามศพั ท์ ข. กิริยาศพั ท์
ค. เบด็ เตลด็ ง. นาฏยกะ
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๓. ตงั้ วงและจีบ จดั อย่ใู นนาฏยศพั ทใ์ ด
ก. นามศพั ท์ ข. กิริยาศพั ท์
ค. เบด็ เตลด็ ง. นาฏยกะ
๔. ข้อใดเป็นประเภทของนาฏยศพั ทห์ มวดกิริยาศพั ท์
ก. ศพั ทเ์ ส่ือม-เบด็ เตลด็ ข. ศพั ทเ์ สริม-ศพั ทเ์ ส่ือม
ค. ศพั ทเ์ สริม-เบด็ เตลด็ ง. เบด็ เตลด็ -นามศพั ท์
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๕. ข้อใดเป็นลกั ษณะมอื ท่ีเรียกว่า “จีบล่อแก้ว”
ก. ข. ค. ง.
๖. ข้อใดคือภาพลกั ษณะของกระดกเสี้ยว
ก. ข. ค. ง.
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๗. รปู ในข้อใดคือ การปฏิบตั ิ ตงั้ วงบน
ก. ข. ค. ง.
๘. ข้อใด คือ ความหมายของนาฏยศพั ทเ์ บด็ เตลด็
ก. ศพั ทท์ ี่ใช้เรียกท่ารา ข. ศพั ทท์ ่ีใช้บอกท่วงทีท่ีไม่ถกู ต้อง
ค. ศพั ทท์ ี่นอกเหนือจาก นามศพั ทแ์ ละกิริยาศพั ท์
ง. ศพั ทท์ ่ีทาให้ได้งดงามขนึ้
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๙. ข้อใด คือ นาฏยศพั ทท์ ่ีใช้สืบทอดกนั มาและมี
ความหมายเป็นที่เข้าใจในวงการนาฏศิลป์ ไทย
ก. ยนื เครอ่ื ง ข. กดไหล่
ค. คลายมือ ง. ยกเท้า
๑๐. ประโยชน์ของนาฏยศพั ท์ คือถกู ต้องท่ีสดุ ข้อใด
ก. ช่วยให้ผรู้ ามีความตงั้ ใจมากขึน้ ข. ช่วยให้ผรู้ าไม่เบอื่
ค. ช่วยให้ผรู้ าเข้าใจศพั ทท์ างนาฏศิลป์ และสามารถปฏิบตั ิได้ถกู ต้อง
ง. ช่วยให้ผรู้ า ราได้สวยงามขึน้
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑๑. ลกั ษณะของเท้าท่ีวางข้างหลงั ด้วยจมกู เท้า เป็น
นาฏยศพั ท์ ที่เรียกว่าอะไร
ก. ประเท้า ข. ก้าวเท้า
ค. กระทุ้งเท้า ง. ยา่ เท้า
๑๒. ราวงมาตรฐานมีวิวฒั นาการมาจากการแสดงพืน้ บา้ นใด
ก. ราเกี่ยวข้าว ข. ราโทน
ค. ราวงพืน้ เมือง ง. ราวงย้อนยคุ
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑๓. ราวงมาตรฐานมีทงั้ หมด 10 เพลง เพลงดวงจนั ทรข์ วญั ฟ้า เป็น
เพลงลาดบั ที่เท่าใด
ก. 2 ข. 4
ค. 6 ง. 8
๑๔. ท่าราที่ใช้ในการแสดงราวงมาตรฐาน ท่าพรหมสี่หน้า มี
ความหมายใด
ก. ร่งุ เรือง ข. เศรา้ โศก
ค. ยกย่องสรรเสริญ ง. มีความสขุ
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑๕. ท่าราใดเป็นท่าท่ีใช้ในเพลงยอดชายใจหาญ
ก. สอดสร้อยมาลา, ยงู ฟ้อนหาง ข. ชะนีรา่ ยไม้, จ่อเพลิงกาฬ
ค. พรหมสี่หน้า, ช้างประสานงา ง. ยงู ฟ้อนหาง, ชกั แป้งผดั หน้า
๑๖. ข้อใดเป็นนาฏยศพั ทท์ ี่ใช้ในการฝึ กราวงมาตรฐานเพลงชาวไทย
ทงั้ หมด
ก. สอดมอื , จีบหงาย, กระท้งุ เท้า ข. จีบควา่ , สอดมอื , ยกเท้า
ค. จีบปรกข้าง, ตงั้ วง, ยา่ เท้า ง. จีบควา่ , กระทุ้งเท้า, ยา่ เท้า
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑๗. ท่าราใดเป็นท่าท่ีใช้ในเพลงดวงจนั ทรข์ วญั ฟ้า
ก. สอดสร้อยมาลา, ยงู ฟ้อนหาง ข. ชะนีรา่ ยไม้, จ่อเพลิงกาฬ
ค. พรหมส่ีหน้า, ช้างประสานงา ง. ช้างประสานงา, จนั ทรท์ รงกลด
๑๘. ข้อใดเป็นนาฏยศพั ทท์ ี่ใช้ในการฝึ กราวงมาตรฐานเพลง
คืนเดือนหงายทงั้ หมด
ก. ตงั้ วง, จีบหงาย, กระท้งุ เท้า ข. จีบควา่ , สอดมือ, ยกเท้า
ค. จีบปรกข้าง, ตงั้ วง, ยา่ เท้า ง. จีบควา่ , กระทุ้งเท้า, ยา่ เท้า
แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
๑๙. ข้อใดเป็นนาฏยศพั ทท์ ี่ใช้ในการฝึ กราวงมาตรฐานเพลง
ดวงจนั ทรข์ วญั ฟ้าทงั้ หมด
ก. ตงั้ วง, จีบหงาย, กระทุ้งเท้า ข. จีบควา่ , สอดมือ, ยกเท้า
ค. จีบหงาย, ตงั้ วง, กระทุ้งเท้า ง. จีบควา่ , กระทุ้งเท้า, ยา่ เท้า
๒๐. นาฏยศพั ทม์ ีประโยชน์ในด้านใดมากที่สดุ
ก. ใช้ในการส่ือสาน ข. ใช้ในการฝึ กนาฏศิลป์ ไทย
ค. เป็นคาที่รจู้ กั ในวงการนาฏศิลป์ ง. ใช้ในการชมนาฏศิลป์ ไทย
จดั ทาโดย
ครู กรรณิการ์ บญุ ทวี
โรงเรียนบา้ นเวียงฝาง
สังกดั สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3