ก วิทยาศาสตร์ ป.3 หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง อากาศรอบตัวเรา ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 จัดท าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ ส าหรับนักเรียน และครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม โดยเน้นการ พัฒนาทั้งด้านความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การ แก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร การตัดสินใจ การน าความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจ าวัน ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น นักเรียนเป็นส าคัญ ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง อากาศ รอบตัวเรา ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จะช่วยสนับสนุนให้นักเรียนได้รับ การพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ปาริชาติ จันทร์ย้อย
ข วิทยาศาสตร์ ป.3 เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข สารบัญ (ต่อ) ค ผังมโนทัศน์ ง ค าแนะน าการใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ 1 แบบทดสอบก่อนเรียน 2 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ 10 ส่วนประกอบของอากาศ 11 Workshop ส่วนประกอบของอากาศ 12 ความส าคัญของอากาศ 15 Workshop ออกซิเจนในอากาศ 18 สมบัติของอากาศ 21 Workshop อากาศมีตัวตนสัมผัสได้ 22 Workshop อากาศมีน้ าหนัก 24
ค วิทยาศาสตร์ ป.3 เรื่อง หน้า Workshop อากาศต้องการที่อยู่ 26 Workshop อากาศมีแรงดัน 28 การเคลื่อนที่ของอากาศ 30 Workshop การเคลื่อนที่ของอากาศ 34 มลพิษทางอากาศ 37 แบบทดสอบหลังเรียน 40 บรรณานุกรม 48 ภาคผนวก
ง วิทยาศาสตร์ ป.3 ร อ ความส าคัญของอากาศ สมบัติของอากาศ ส่วนประกอบของอากาศ การเคลื่อนที่ของอากาศ มลพิษทางอากาศ
1 วิทยาศาสตร์ ป.3 หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง อากาศรอบตัวเรา ส าหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 มีกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 ส่วนประกอบของอากาศ เรื่องที่ 2 ความส าคัญของอากาศ เรื่องที่ 3 สมบัติของอากาศ เรื่องที่ 4 การเคลื่อนที่ของอากาศ เรื่องที่ 5 มลพิษทางอากาศ ให้นักเรียนศึกษารายละเอียดของกิจกรรมการเรียนรู้ทุกขั้นตอนอย่าง รอบคอบ โดยศึกษาจุดประสงค์ของกิจกรรม วิธีการท ากิจกรรม รวมทั้งการบันทึก ผลการท ากิจกรรม โดยน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ ในกรณีมีข้อสงสัยนักเรียนสามารถสอบถามครูผู้สอนได้
2 วิทยาศาสตร์ ป.3 ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ให้เวลาท า 1 ชั่วโมง เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ จ านวน 30 ข้อ คะแนนเต็ม 30 คะแนน 2. เขียนชื่อ นามสกุล และกรอกข้อมูลต่าง ๆ ลงในหัวกระดาษค าตอบให้ชัดเจน 3. ในการท าข้อสอบ ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย X ลงในช่องว่างในกระดาษค าตอบ โดยให้เลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. แก๊สไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบหลักของอากาศ เพราะเหตุใด ก. เพราะเป็นแก๊สที่มีปริมาณมากที่สุด ข. เพราะเป็นแก๊สที่สิ่งมีชีวิตขาดไม่ได้ ค. เพราะเป็นแก๊สที่มีความจ าเป็นต่อพืช ง. เพราะเป็นแก๊สที่น ามาใช้ประโยชน์ได้ 2. แก๊สใดเป็นส่วนประกอบของอากาศที่สิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจ ก. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ข. แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ค. แก๊สออกซิเจน ง. แก๊สอาร์กอน 3. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของอากาศ ก. ฝุ่นละออง ค. ไอน า ข. ควันไฟ ง. แร่
3 วิทยาศาสตร์ ป.3 4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. เมื่อเราหายใจเข้าจะได้รับแก๊สอื่น ๆ ด้วย ข. หายใจเข้าและหายใจออกเป็นแก๊สชนิดเดียวกัน ค. เราหายใจเพื่อต้องการแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ง. ลมหายใจออกมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ 5. ในอากาศมีแก๊สใดที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตของพืช ก. แก๊สออกซิเจน เพราะพืชใช้ในการหายใจ ข. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะพืชใช้ในการสร้างอาหาร ค. แก๊สไฮโดรเจน เพราะพืชใช้ในการเจริญเติบโต ง. ถูกทั้ง ก. และ ข. 6. เวลาเราจุดไฟ แก๊สอะไรที่ช่วยให้ไฟติดได้ ก. แก๊สออกซิเจน ข. แก๊สไนโตรเจน ค. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ง. แก๊สอาร์กอน 7. ในอากาศมีน้ าเป็นส่วนประกอบ อยู่ในรูปของสิ่งใด ก. ลูกเห็บ ข. ไอน้ า ค. น้ าค้าง ง. ฝน
4 วิทยาศาสตร์ ป.3 8. ข้อใดไม่ใช่ความส าคัญของอากาศ ก. อากาศเคลื่อนที่ท าให้เกิดลม ข. อากาศช่วยให้เกิดการลุกไหม้ของเชื้อเพลิง ค. อากาศช่วยให้สิ่งก่อสร้างจากหินปูนกัดกร่อน ง. อากาศน ามาใช้ประโยชน์ในการเติมลมยางรถยนต์ 9. อากาศมีความส าคัญต่อมนุษย์อย่างไร ก. ใช้ในการหายใจ ข. ท าให้ร่างกายแข็งแรง ค. ท าให้ร่างกายเจริญเติบโต ง. ท าให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง 10. ถ้านักเรียนเดินผ่านบริเวณที่มีควันและฝุ่นละอองมาก เราควรท าอย่างไร ก. ใส่หมวก ข. ใส่เสื้อแขนยาว ค. ใส่หน้ากากอนามัย ง. อยู่เฉย ๆ ไม่ปฏิบัติตามข้อใด 11. ข้อใดเป็นแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดปริมาณการเกิดมลพิษทางอากาศ ก. ลดการใช้พาหนะส่วนตัว โดยใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน ข. เลือกใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาทนทาน ค. จุดไฟเผาตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเมล็ดข้าว ง. เปิดตู้เย็นบ่อย ๆ โดยปรับอุณหภูมิให้ต ่า
5 วิทยาศาสตร์ ป.3 12. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. ฝุ่นละอองจากการคมนาคม ข. ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ค. ควันจากการสูบบุหรี่ ง. ทุกข้อที่กล่าวมา 13. วิธีใดช่วยลดปัญหาอากาศเป็นพิษได้เหมาะสมที่สุด ก. ใช้โฟมหมุนเวียนหลาย ๆ ครั้ง ข. คัดแยกประเภทขยะและทิ้งลงในถังขยะให้ถูกประเภท ค. รณรงค์ไม่ให้มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ง. น าของไปทิ้งบริเวณที่รกร้างห่างไกลชุมชน 14. ยานพาหนะชนิดใด ไม่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. รถที่ใช้แก๊ส ข. รถที่ใช้น้ ามันดีเซล ค. รถที่ใช้พลังงานสุริยะ ง. รถที่ใช้น้ ามันเบนซิน 15. สิ่งใดที่ช่วยท าให้อากาศบริสุทธิ์ได้ ก. น้ าหอมปรับอากาศ ข. ต้นไม้ ค. เครื่องปรับอากาศ ง. การบูร
6 วิทยาศาสตร์ ป.3 16. ใครที่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. ลิปดาทิ้งเศษขยะไว้ท าให้มีกลิ่นเหม็น ข. ของขวัญเผาขยะบริเวณหน้าบ้าน ค. เกิดภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศญี่ปุ่น ง. ทุกข้อที่กล่าวมา 17. ป่าไม้ช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างไร ก. ไอน้ าระเหยไปสู่บรรยากาศ ข. ปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกมาสู่อากาศ ค. สะท้อนแสงดวงอาทิตย์ออกไปจากโลก ง. ป่าไม้ช่วยดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 18. ฝุ่นละอองท าให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างไร ก. ท าให้เกิดพังผืดและแผลในปอด ข. ท าให้เกิดโรคปอด ค. ท าให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ง. ถูกต้องทุกข้อ 19. เมื่อุณหภูมิของอากาศในบริเวณต่าง ๆ ไม่เท่ากัน จะท าให้เกิดสิ่งใด ก. ลม ข. ฝน ค. เมฆ ง. ไอน้ า
7 วิทยาศาสตร์ ป.3 20. ลมมีลักษณะการเคลื่อนที่อย่างไร ก. ตามแนวตั้ง ข. ตามแนวราบ ค. ตามแนวดิ่ง ง. ถูกทั้ง ก. และ ค. 21. สาเหตุที่ท าให้เกิดลมคืออะไร ก. เมฆ ข. ไอน้ า ค. ความร้อน ง. ดวงอาทิตย์ 22. ข้อใดอธิบายการเคลื่อนที่ของอากาศได้ถูกต้อง ก. อากาศร้อนขยายตัวลอยสูงขึ้น อากาศเย็นจมตัวลงและไหลเข้ามาแทนที่ ข. อากาศเย็นขยายตัวลอยสูงขึ้น อากาศร้อนจมตัวลงและไหลเข้ามาแทนที่ ค. อากาศร้อนจมตัวลงและไหลออกไป อากาศเย็นขยายตัวและไหลเข้ามา แทนที่ ง. อากาศเย็นจมตัวลงและไหลออกไป 23. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของลมโดยตรง ก. ตากผ้า ข. เปิดพัดลม ค. เล่นเรือใบ ง. เล่นว่าว
8 วิทยาศาสตร์ ป.3 24. กีฬาชนิดใดที่ต้องใช้ลมในการเล่น ก. เล่นชักเย่อ ข. เล่นว่าว ค. เล่นเจตสกี ง. เล่นแบดมินตัน 25. ลมเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยใด ก. อากาศมีตัวตน ข. อากาศต้องการที่อยู่ ค. อากาศเคลื่อนที่ ง. อากาศมีน้ าหนัก 26. ข้อใดคือการน าพลังงานลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการด ารงชีวิตมากที่สุด ก. การเล่นว่าว ข. การผลิตไฟฟ้า ค. การแข่งขันเรือใบ ง. การเล่นเซิร์ฟ 27. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของลมที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ก. ใช้แล่นเรือใบ ข. ใช้หมุนกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า ค. ท าให้อากาศบริสุทธิ์ ง. พัดพาตะกอนให้เคลื่อนที่
9 วิทยาศาสตร์ ป.3 28. ข้อใดคือโทษของลม ก. ท าให้เกิดพายุ ข. ท าให้อากาศเย็น ค. ท าให้เล่นกีฬาสะดวก ง. ท าให้ผ้าแห้งเร็ว 29. . จากภาพ ถ้ามีลมพัดผ่าน ตลอดเวลาจะท าให้เกิดผลอย่างไร ก. พัดพาเมล็ดพืชไปงอกและเจริญเติบโตในที่ต่าง ๆ ข. หมุนกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า ค. หมุนระหัดวิดน้ า ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา 30. หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จะเกิดผลอย่างไร ก. ท าให้บ้านเรือนและทรัพย์สินต่าง ๆ เสียหาย ข. ท าให้ฝนตกหนักจนอาจเกิดน้ าท่วมได้ ค. ถูกทั้ง ก. และ ข. ง. ไม่มีข้อใดถูก
10 วิทยาศาสตร์ ป.3 มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟ้าอากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.3/1 ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยายความส าคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 3.2 ป.3/2 ตระหนักถึงความส าคัญของอากาศ โดยการน าเสนอแนว ทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ ว 3.2 ป.3/3 อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 3.2 ป.3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบุส่วนประกอบของอากาศได้ (K) 2. บรรยายความส าคัญของอากาศได้ (K) 3. อธิบายเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศ ต่อสิ่งมีชีวิตได้ (K) 4. ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และรับผิดชอบได้ (P) 5. เสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ (A) 6. ตระหนักถึงความส าคัญของอากาศ (A)
11 วิทยาศาสตร์ ป.3 1. แก๊สไนโตรเจน ร้อยละ 78 เป็นก๊าซที่มี ปริมาณมากที่สุดในอากาศ มีประโยชน์ คือ ช่วย เจือจางความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศ ท าให้ ออกซิเจนมีความเข้มข้นพิเหมาะส าหรับสิ่งมีชีวิตที่ จะน าไปใช้ได้เพราะออกซิเจน เป็นเชื้อเพลิงของไฟ อาจจะท าให้เกิดการติดไฟที่ง่ายถ้าควบคุมไม่ดี 2. แก๊สออกซิเจน ร้อยละ 21 เป็นก๊าซที่ส าคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต เพราะ สิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจ เมื่อสิ่งมีชีวิตหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป ก็จะเกิดการเผาไหม้ กับอาหารภายในเซลล์ และให้พลังงานออกมา ซึ่งจะถูกเซลล์น าไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของการด ารงชีวิต เช่น การเคลื่อนไหว การเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ เป็นต้น อีก ทั้งก๊าซออกซิเจนยังเป็นองค์ประกอบส าคัญของการเผาไหม้ท าให้เกิดการติดไฟ ให้ พลังงานความร้อนและแสงสว่าง ถ้าไม่มีออกซิเจนก็จะจุดไฟไม่ติด ปรุงอาหารไม่ได้ 3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไอน้ า และสิ่งเจือปนอื่น ๆ ร้อยละ 1 เป็น ส่วนประกอบของอากาศส่วนที่เหลือ โดยมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณร้อยละ 0.04 เป็นแก๊สที่พืชใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการสร้างอาหารของพืช ซึ่งผลจากการสร้างอาหารของพืชจะท าให้ได้พลังงาน แก๊สออกซิเจน และน้ า และ เป็นของเสียจากการหายใจของพืชและสัตว์ ส่วนที่เหลือ ได้แก่ ไอน้ า ซึ่งเกิดจากการ กลายเป็นไอของน้ า และสิ่งเจือปนอื่น ๆ เช่น ฝุ่นละออง และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก เช่น แบคทีเรีย รา ไวรัส
12 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement วันนี้อากาศร้อนและมีควันจากท่อไอเสียรถยนต์ด้วย จึงสงสัยว่าอากาศ แบบนี้เราจะอยู่ได้ไหม แล้วอากาศดีเป็นอย่างไร 02 Problem & Question อากาศประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครได้รับประโยชน์จากอากาศบ้าง 03 Hand-On Activity 1. น ากระดาษที่เจาะรู และติดกาว 2 หน้าหรือเทปกาว 2. น าไปแขวนไว้มนสถานที่ต่าง ๆ 5 จุด เช่น ในห้องครัว บริเวณท่อไอเสีย หน้าบ้าน หน้าเครื่องปรับอากาศ และบริเวณที่ทิ้งขยะ จากนั้นทิ้งไว้ 2 วัน 3. สังเกตและบันทึกสิ่งที่เห็นที่ติดมากับกระดาษ ด้วยแว่นขยายหรือกล้อง ไมโครสโคป 4. รวบวรมข้อมูลและวิเคราะห์สิ่งที่เจือปนมากับอากาศ
13 วิทยาศาสตร์ ป.3 04 Definition อากาศ (Air)ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้ า และฝุ่นละออง สิ่งมีชีวิตทุกชนิดใช้ อากาศในการหายใจ 05 Materials 1. กระดาษเจาะรู 5 แผ่น 3. เชือกร้อยกระดาษ 2. เทปกาว 2 หน้า 4. กล้องไมโครสโคปหรือแว่นขยาย 06 Observing &Data collection สถานที่เก็บ ตัวอย่าง สิ่งที่พบ ผลกระทบของสิ่งที่พบใน อากาศ เขม่า ควัน เศษฝุ่น ละออง ไอน้ า หายใจไม่สะดวก และไม่สบายได้ ตัวอย่าง หน้าบ้าน ห้องครัว เครื่องปรับอากาศ ท่อไอเสียรถยนต์ บริเวณที่ทิ้งขยะ
14 วิทยาศาสตร์ ป.3 07 Classification & Communication สิ่งที่ปะปนมาในอากาศมีอะไรบ้าง....................................................................... .......................................................................................................................... สถานที่ใดจากการสังเกตน่าจะส่งผลเสียต่อตัวเรามากที่สุดเพราะอะไร............... ..........................................................................................................................
15 วิทยาศาสตร์ ป.3 อากาศเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างไม่จ ากัดสามารถหมุนเวียนมาใช้ ใหม่ได้ตลอดเวลาอากาศเป็นปัจจัยส าคัญในการด ารงชีวิตและเจริญเติบโตของ สิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ และพืชต้องการแก๊สออกซิเจนจากอากาศเพื่อหายใจ พืช ต้องการแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างอาหาร และอากาศยังมีประโยชน์ในด้าน ต่าง ๆ อีกมากมาย ประโยชน์กับสิ่งต่าง ๆ เช่น นก เครื่องบิน บอลลูน และว่าว ใช้ใน การเคลื่อนที่ในอากาศ ซึ่งความส าคัญของอากาศสามารถแบ่งออกง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ความส าคัญต่อการมีชีวิตของคน สัตว์ และ พืช อากาศเป็นแหล่งที่ให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะ เป็นคน สัตว์ และพืช โดย คนและสัตว์ ใช้แก๊ส ออกซิเจนในการสร้างพลังงานให้กับร่างกายของคน และสัตว์ พืช จะใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการ สังเคราะห์แสง เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน 2. อากาศเป็นตัวกลางของเสียง อากาศเป็นสื่อ หรือตัวกลางเพื่อให้ได้ยินเสียง เราสามารถได้ยินเสียง ต่าง ๆ เช่น เสียงพูดหรือเสียงร้องของสัตว์ ฯลฯ ได้เป็น เพราะอากาศเป็นตัวกลางของเสียง หากไม่มีอากาศจะ ท าให้เราไม่ได้ยินเสียง
16 วิทยาศาสตร์ ป.3 3. ช่วยในการเผาไหม้ แก๊สออกซิเจนในอากาศ จะท าให้เกิดกระบวนการเผาไหม้ เพื่อให้ความร้อนและ แสงสว่างแก่มนุษย์ และมนุษย์ยังน าความร้อนจากการ เผาไหม้ไปใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า อากาศ จึงเป็นส่วนส าคัญใน 3 องค์ประกอบของการเกิดไฟ 4. ช่วยปรับอุณหภูมิของโลก โดยเมื่ออากาศ ได้รับความร้อยจากดวงอาทิตย์ อากาศจะเคลื่อนที่ขึ้น สูง ท าให้เกิดลมหมุนเวียน ก่อให้เกิดไอน้ าลอยขึ้นเป็น เมฆตกลงมากลายเป็นฝน วัฏจักรของน้ าปรับอุณหภูมิ ของโลกให้เหมาะสมกับการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบน โลก 5. ช่วยลดแรงต้านทานของสิ่งต่าง ๆ อากาศมี มวล ถึงแม้จะสัมผัสไม่ได้ อากาศจึงช่วยท าให้เกิดแรง ต้านทานวัตถุต่าง ๆ วัตถุที่ตกมาจากฟ้า หรือ อุกกาบาต ให้กลายเป็นอนุภาคเล็ก ๆ และยังช่วยให้ เกิดแรงต้านกับวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนที่ลงอย่าง ปลอดภัย เช่น บอลลูน หรือการลงจอดของเครื่องบิน 6. เครื่องช่วยลดแรงเสียดทานในยาง เมื่อ อากาศอยู่ในยางรถยนต์ จะเกิดมีแรงดันทุกทิศทางจึง สามารถยกสิ่งของต่าง ๆ ขึ้นจากพื้นได้เพราะว่ามี แรงดัน และยังสามารถลดแรงเสียดทานช่วยให้รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว
17 วิทยาศาสตร์ ป.3 7. ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย์ โดยแก๊สโอโซนในชั้นบรรยากาศจะกรอง หรือดูดซับ รังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง และโรคต้อกระจก แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีหน้าที่ ช่วยเก็บความร้อนให้กับโลก ชั้นบรรยากาศช่วย ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ได้ถึง 97- 99%
18 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement สงสัยว่า อากาศสามารถท าให้เกิดการเผาไหม้ได้จริงหรือ ถ้าในอากาศไม่ มีแก๊สออกซิเจน จะเป็นอย่างไร 02 Problem & Question อากาศประกอบด้วยแก๊สออกซิเจนจริงหรือไม่ 03 Hypothesis ถ้าแก๊สออกซิเจนในอากาศก่อให้เกิดการเผาไหม้ แล้วถ้าไม่มีอากาศก็จะ เผาไหม้ไม่ได้ ตัวแปรต้น คือ ถ้วยแก้วต่างขนาดกัน ตัวแปรตาม คือ ระยะเวลาการดับของเทียน ตัวแปรควบคุม คือ ขนาดของเทียน
19 วิทยาศาสตร์ ป.3 04 Hands-On Activity 1. ใช้ปากกามาร์คเกอร์เขียนหมายเลข 1-4 โดยเริ่มจากขวดเล็กสุดไปหาใหญ่ สุด 2. ท านายผลระยะเวลาที่เทียนจะยังติดอยู่ของขวดแต่ละใบลงในตาราง 3. เริ่มจากแก้วใบเล็กสุดก่อน จุดเทียนแล้วครอบด้วยขวด จับเวลาเมื่อเทียน ดับลง บันทึกผล 4. ท าการทดลองซ้ ากับขวดที่เหลือ บันทึกผล 05 Materials 1. เทียนถ้วย 4 อัน 4. นาฬิกาจับเวลา 2. ถ้วยแก้ว 4 ขนาด 5. สมุดบันทึก 3. ไฟแช็ค 6. ปากกามาร์คเกอร์ 06 Data Collection ถ้วยแก้ว ประมาณการ เวลาที่เกิดขึ้นจริง ขวดแก้ว 1 ขวดแก้ว 2 ขวดแก้ว 3 ขวดแก้ว 4
20 วิทยาศาสตร์ ป.3 07 Analysis & Discussion เทียนในขวดใบไหนดับช้าที่สุด เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น.................................... .......................................................................................................................... ขนาดของขวดแก้วมีผลต่อการดับของเทียนหรือไม่ เพราะเหตุใด......................... .......................................................................................................................... 8 Conclusion อากาศมีความส าคัญต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร............................................................ .......................................................................................................................... อากาศมีความส าคัญต่อสิ่งอื่น ๆ หรือไม่ พร้อมยกตัวอย่าง................................. ..........................................................................................................................
21 วิทยาศาสตร์ ป.3 อากาศเป็นสสาร สถานะเป็นแก๊ส ที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ มี ตัวตนสัมผัสได้ มีน้ าหนัก ต้องการที่อยู่ และมีแรงดันกับวัตถุ 1. อากาศมีตัวตน สัมผัสได้ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนฟ้า ในน้ า ในดิน ทั้งในร่างกายคน สัตว์ และพืช 2. อากาศมีน้ าหนัก เนื่องจากอากาศเป็นสสาร ชนิดหนึ่ง และมีรูปร่างไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตาม อุณหภูมิ หรือความดัน หรือขึ้นอยู่กับภาชนะที่บรรจุ เช่นเดียวกับของเหลว 3. อากาศต้องการที่อยู่ เนื่องจากอากาศเป็น สสารที่สัมผัสได้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง จึงต้องการที่อยู่ เพียงแต่มองไม่เห็นเพราะอยู่ในสถานะแก๊สนั่นเอง 4. อากาศมีแรงดันทุกทิศทาง เนื่องจากโมเลกุล ของอากาศไม่ได้ยึดติดกัน ท าให้อากาศสามารถ เคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทาง และเมื่อได้รับแรงมา จะท าให้ อากาศเคลื่อนที่ได้ทุกทิศทางนั้นเอง
22 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement เมื่อเราวิ่งไปวิ่งมา หรือแม้แต่โบกมือก็รู้สึกว่าสัมผัสอะไรได้บางอย่าง 02 Problem & Question อากาศมองไม่เห็น แต่มีตัวตนจริง และมีทุกหนทุกแห่งหรือไม่ 03 Hypothesis ถ้าอากาศอยู่ทุกหนทุกแห่งจริง ในฟองน้ า ดิน ในถุงพลาสติก ในแก้ว มี อากาศหรือไม่ 04 Hands-On Activity 1. น าฟองน้ าจุ่มใส่ลงไปในอ่างน้ า และบีบ สังเกตการทดลอง 2. ใส่ดินลงไปในถ้วยแก้ว แล้วเทน้ า สังเกตการทดลอง 3. น าน้ าใส่ถุงพลาสติกและปิดปากถุง สังเกตผลการทดลอง 4. น้ ากระดาษใส่แก้ว คว่ าแก้วกดลงในน้ า สังเกตผลการทดลอง อุปกรณ์ 1. ฟองน้ า 2. ถ้วยแก้ว 3. ดิน 4. ถุงพลาสติก 5. กระดาษ
23 วิทยาศาสตร์ ป.3 05 Analysis & Discussion อากาศอยู่ใน 1. ฟองน้ าหรือไม่.................................. 2. ในดินหรือไม่.................................... 3. ในถุงหรือไม่..................................... 4. ท าไมกระดาษไม่เปียก...................... 6 Conclusion อากาศมีตัวตนและมีอยู่ทุกหนทุกแห่งหรือไม่ .......................................................................................................................... ..........................................................................................................................
24 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement ถ้าอากาศมีตัวตน แต่มองไม่เห็นจะมีน้ าหนักหรือไม่ 02 Problem & Question เมื่ออากาศมีตัวตนแต่มองไม่เห็น จะมีน้ าหนักได้อย่างไร 03 Hypothesis ถ้าอากาศมีน้ าหนักจริงในลูกโป่งที่เป่าลมจะวัดน้ าหนักได้หรือไม่ 04 Hands-On Activity 1. เป่าลูกโป่ง 2 ลูกให้มีขนาดเท่ากัน แล้วน าไปแขวนไว้กับไม้บรรทัด ดังรูป 2. ปรับสมดุลให้ไม้บรรทัดอยู่ในต าแหน่งขนานกับพื้นโลห 3. เจาะลูกโป่งให้แตกข้างหนึ่ง สังเกตการเปลี่ยนแปลง 4. น าลูกโป่งที่มีเป่าอากาศเข้าไป ชั่งและเปรียบเทียบ กับลูกโป่งที่ไม่ได้เป่าลม อุปกรณ์ 1. ลูกโป่ง 2. ไม้บรรทัด 3. ตาชั่ง 4. เชือก 5. หนังยาง
25 วิทยาศาสตร์ ป.3 05 Analysis & Discussion 1. เมื่อเจาะลูกโป่งแล้ว ไม้บรรทัดเป็นอย่างไร .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... 2. เปรียบเทียบน้ าหนักลูกโป่งที่มีอากาศอยู่ ลูกโป่งที่ไม่มีอากาศเป็นอย่างไร .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... 6 Conclusion อากาศมีน้ าหนักหรือไม่ .......................................................................................................................... ..........................................................................................................................
26 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement เมื่อปิดปากถุงอาหาร ท าไมถุงพลาสติกถึงพองออก เพราะอากาศมีอยู่ทุก ที่และต้องการที่อยู่เหมือนกัน 02 Problem & Question อากาศอยู่ที่ไหน 03 Hypothesis อากาศต้องการที่อยู่จริงหรือไม่ 04 Hands-On Activity 1. คว่ าแก้วน้ าใบที่ 1 ลงไปในอ่างด้วยมือข้างหนึ่ง 2. คว่ าแก้วใบที่ 2 ลงไปในอ่างด้วยมืออีกข้างหนึ่ง 3. ค่อยๆ เอ๊ยงแก้วน้ าใบที่ 2 สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น อุปกรณ์ 1. น้ า 2. ถ้วยแก้ว 3. อ่างน้ า
27 วิทยาศาสตร์ ป.3 05 Analysis & Discussion เมื่อปล่อยอากาศออกจากแก้วใบที่ 2 อากาศจะเคลื่อนที่ แล้วหาที่อยู่ใหม่ใช่ หรือไม่ สังเกตได้จากอะไร .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... 6 Conclusion อากาศต้องการที่อยู่หรือไม่ .......................................................................................................................... ..........................................................................................................................
28 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement น้ ายาเป่าฟองที่มีที่เป่าเป็นรูปหัวใจและดาว เมื่อน ามาลองเป่าเล่น ปองที่ ออกมากลับเป็นลูกกลม ๆ ไม่เป็นรูปดาวหรือหัวใจ จึงสงสัยว่าเป็นเพราะอาหาศ หรือเปล่านะ 02 Problem & Question อะไรท าให้ลูกโป่งพองออกเป็นลูกกลม ๆ 03 Hypothesis อากาศมีแรงดันทุกทิศทางจริงหรือไม่ 04 Hands-On Activity 1. ดัดลวดก ามะหยี่เป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น ดาว หัวใจ สี่เหลี่ยม 2. น าลวดที่ดัดไปจุ่มในน้ ายาล้างจานผสมน้ า ทดลองเป่าฟอง 3. สีงเกตลักษณะฟองที่เป่าออกมา อุปกรณ์ 1. ลวดก ามะหยี่ 2. น้ ายาล้างจาน 3. แก้วน้ า
29 วิทยาศาสตร์ ป.3 05 Analysis & Discussion 1. ฟองที่เป้าออกมามีลักษณะอย่างไร ในฟองมีอะไรอยู่ .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... 2. เพราะอะไรฟองที่เป่าถึงไม่มีรูปร่างตามแบบลวดก ามะหยี่ .......................................................................................................................... .......................................................................................................................... 6 Conclusion อากาศมีแรงดันหรือไม่ .......................................................................................................................... ..........................................................................................................................
30 วิทยาศาสตร์ ป.3 อุณหภูมิ (Temperature) หมายถึง ปริมาณของระดับความร้อน หรือความ เย็นใด ๆ หรือการวัดค่าเฉลี่ยของพลังงานจลน์ ซึ่งเกิดขึ้นจากอะตอมแต่ละตัว หรือ แต่ละโมเลกุลของสสาร เมื่อเราใส่พลังงานความร้อนให้กับสสาร อะตอมของมันจะ เคลื่อนที่เร็วขึ้น ท าให้อุณหภูมิสูงขึ้น แต่เมื่อเราลดพลังงานความร้อน อะตอมของ สสารจะเคลื่อนที่ช้าลง ท าให้อุณหภูมิลดต่ าลง สามารถวัดระดับอุณหภูมิได้จาก เครื่องมือวัดที่เรียกว่า เทอร์มอมิเตอร์ (Thermometer) มีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส (มีหน่วยวัดไม่เกิน 100 °C ) หรือองศาฟาเรนไฮต์ (มีหน่วยวัดไม่เกิน 212 °F )
31 วิทยาศาสตร์ ป.3 การเคลื่อนที่ไปในแนวราบของอากาศ เมื่ออากาศได้รับความร้อนจะขยายตัว ลอยตัวสูงขึ้นท าให้ความหนาแน่นของอากาศบริเวณนี้ลดลง อากาศบริเวณใกล้เคียง ที่มีอุณหภูมิต่ ากว่าความหนาแน่นมากกว่าจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเรียกว่า “การเคลื่อนที่ ของอากาศหรือลม” อากาศจะเกิดการเคลื่อนที่อยู่เสมอ บางเวลาเคลื่อนที่น้อย บางเวลา เคลื่อนที่มาก ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เช่น มีลมพัด มีเมฆ มีฝนตก ถ้าอุณหภูมิ สองบริเวณมีความแตกต่างกันมาก จะท าให้ความหนาแน่นของอากาศบริเวณนั้น แตกต่างกันมากด้วย ท าให้เกิดลมที่มีกระแสลมพัดมีความเร็วสูง เรียกว่า “พายุ”
32 วิทยาศาสตร์ ป.3 ลม (Wind) คือ อากาศซึ่งเคลื่อนที่เนื่องจากความแตกต่างด้านความกด อากาศ (Air pressure) ของสองบริเวณ โดยจะเคลื่อนที่จากบริเวณซึ่งมีความกด อากาศสูง ไปสู่บริเวณที่มีความกดอากาศต่ า โดยมีอุณหภูมิเป็นปัจจัยส าคัญที่ ก่อให้เกิดความกดอากาศต่ า ตามทฤษฎีการพาความร้อน คือ ในสภาพที่อุณหภูมิ สูงมากกว่า 27 องศาเซลเซียส มวลอากาศร้อนจะขยายตัว ท าให้มีน้ าหนักเบาและ ลอยตัวขึ้น ท าให้มวลอากาศบริเวณนั้นเบาบางลง เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะเกิด เป็นความกดอากาศต่ า ท าให้อากาศที่อยู่บริเวณข้างเคียงซึ่งมีความหนาแน่นกว่า เคลื่อนที่เข้ามาสู่บริเวณนั้น เกิดเป็นลมขึ้น
33 วิทยาศาสตร์ ป.3 เกิดจากความร้อนซึ่งแตกต่างกัน ระหว่างบริเวณทะเลและพื้นดินตาม ชายฝั่งเวลากลางวัน ผืนแผ่นดินตามชายฝั่งมีอุณหภูมิสูงกว่าทะเล อากาศจึงมี ความหนาแน่นน้อยกว่าลอยตัวสูงขึ้น อากาศเย็นจากทะเลจึงพัดมาแทนที่ ลมจาก ทะเลนี้เรียกว่า ลมทะเล (sea breeze) ส่วนเวลาบ่ายและเย็น เกิดขึ้นในทิศตรงกัน ข้ามกับลมทะเล คือพื้นน้ ามีอุณหภูมิสูงกว่าผืนแผ่นดิน อากาศจึงมีความหนาแน่น น้อยกว่าลอยตัวสูงขึ้น อากาศเย็นบริเวณพื้นดินจึงพัดออกไปแทนที่ เรียกว่า ลมบก (land breeze)
34 วิทยาศาสตร์ ป.3 01 Inspiration & Engagement เราจะสังเกตเห็น กังหันที่ติดอยู่ที่หน้าบ้านจะหมุนเมื่อมีลมพักมา และจะ เห็นลูกศรชี้ไปทางที่ลมพัดมา จึงสงสัยว่าลมพัดมาได้อย่างไร อะไรท าให้ลม เคลื่อนที่ได้ 02 Problem & Question การเคลื่อนที่ของอากาศเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจริงหรือ 03 Hypothesis อุณหภูมิมีผลต่อการเคลื่อนที่ของอากาศ ตัวแปรต้น คือ จ านวนเทียนที่จุด ตัวแปรตาม คือ ผลของการเคลื่อนที่ของกังหัน ตัวแปรควบคุม คือ ขนาดของกังหัน
35 วิทยาศาสตร์ ป.3 04 Hands-On Activity 1. น าถ้วยอลูมิเนียมฟอยด์ทรงกลมมาตัดเป็น 6 แฉก เสียบเข็มหมุดที่จุด กึ่งกลางถ้วย น าไปประกอบเข้ากับไม้เสียบลูกชิ้น น าไปปักบนดินน้ ามัน วัด อุณหภูมิด้านบน และล่าง ก่อนท าการทดลอง 2. น าเทียนไปตั้งไว้ใต้กังหัน จุดเทียน 1 อัน และวัดอุณหภูมิบน ล่างอีกครั้ง หนึ่ง สังเกตการเคลื่อนที่ของใบพัด 3. จุดเทียน 4 อัน และวัดอุณหภูมิบน ล่าง อีกครั้งหนึ่ง สังเกตการเคลื่อนที่ ของใบพัด 05 Materials 1. ถ้วยอลูมิเนียมฟอยด์ 4. เทอร์มอมิเตอร์ 2. เข็มหมุด 5. เทียนถ้วย 3. ไม่เสียบลูกชิ้น 6. ดินน้ ามัน 06 Data Collection จุดเทียน อุณหภูมิก่อนจุดเทียน อุณหภูมิหลังจุดเทียน อุณหภูมิ ใบพัดหมุนหรือไม่ อุณหภูมิ ใบพัดหมุนหรือไม่ ด้านบน ด้านบน ด้านล่าง ด้านล่าง จุดเทียน 1 อัน จุดเทียน 4 อัน
36 วิทยาศาสตร์ ป.3 07 Analysis & Discussion การจุดเทียน 1 อัน กับ 4 อันมีผลแตกต่างกันอย่างไร.......................................... .......................................................................................................................... อุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างด้านบนและด้านล่างจะท าให้เกิดอะไรขึ้น............... .......................................................................................................................... 8 Conclusion อุณกภูมิที่สูงขึ้นจะมีผลกับการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างไร .......................................................................................................................... ..........................................................................................................................
37 วิทยาศาสตร์ ป.3 มลพิษทางอากาศ คือ สภาพอากาศที่มีสิ่งเจือปนในปริมาณมากและเป็น ระยะเวลานานพอที่ท าให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ รวมถึงท าให้เกิดผลเสียต่อวัสดุต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน สิ่งเจือปนใน อากาศที่ท าให้เกิดมลพิษ เรียกว่า สารมลพิษ อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม ดังนี้ 1. สารมลพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 2. สารมลพิษที่เกิดขึ้นโดยกิจกรรมของมนุษย์
38 วิทยาศาสตร์ ป.3 สารมลพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นสิ่งเจือปนในอากาศที่เกิดขึ้นโดย ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ควันเถ้าถ่าน และแก๊สบางชนิดที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ป่า และการปะทุของภูเขาไฟ ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้จะถูกกระแสลมพัดพาให้ ล่องลอยอยู่ในอากาศและตกลงสู่พื้นในเวลาต่อมา ฝุ่นละอองเหล่านี้ก่อให้เกิด ผลเสียต่อระบบหายใจของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมทั้งการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
39 วิทยาศาสตร์ ป.3 สารมลพิษที่เกิดขึ้นโดยกิจกรรมของมนุษย์ ถือเป็นสาเหตุส าคัญที่สุดของ การเกิดมลพิษทางอากาศของโลก เนื่องจากการเพิ่มจ านวนประชากรอย่างรวดเร็ว ท าให้ความต้องการใช้พลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ การเผาไหม้ทั้งในภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม การผลิต กระแสไฟฟ้า การเผาขยะ กิจกรรมเหล่านี้มีการปล่อยแก๊สต่างๆ เช่น แก๊ส คาร์บอนมอนอกไซด์ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมถึงควันและฝุ่นละอองต่าง ๆ ออกสู่บรรยากาศของโลก น าไปสู่ปัญหาสุขภาพในระบบยหายใจในสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แก๊สบางชนิดท าปฏิกิริยากับน้ าฝนจะท าให้เกิดฝนกรด เมื่อสัมผัสกับโลหะและ หินปูนจะท าให้เกิดการผุพังได้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็น ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลก
40 วิทยาศาสตร์ ป.3 ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ให้เวลาท า 1 ชั่วโมง เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ จ านวน 30 ข้อ คะแนนเต็ม 30 คะแนน 2. เขียนชื่อ นามสกุล และกรอกข้อมูลต่าง ๆ ลงในหัวกระดาษค าตอบให้ชัดเจน 3. ในการท าข้อสอบ ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย X ลงในช่องว่างในกระดาษค าตอบ โดยให้เลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียว 1. แก๊สไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบหลักของอากาศ เพราะเหตุใด ก. เพราะเป็นแก๊สที่มีปริมาณมากที่สุด ข. เพราะเป็นแก๊สที่สิ่งมีชีวิตขาดไม่ได้ ค. เพราะเป็นแก๊สที่มีความจ าเป็นต่อพืช ง. เพราะเป็นแก๊สที่น ามาใช้ประโยชน์ได้ 2. แก๊สใดเป็นส่วนประกอบของอากาศที่สิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจ ก. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ข. แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ค. แก๊สออกซิเจน ง. แก๊สอาร์กอน 3. ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของอากาศ ก. ฝุ่นละออง ค. ไอน า ข. ควันไฟ ง. แร่
41 วิทยาศาสตร์ ป.3 4. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. เมื่อเราหายใจเข้าจะได้รับแก๊สอื่น ๆ ด้วย ข. หายใจเข้าและหายใจออกเป็นแก๊สชนิดเดียวกัน ค. เราหายใจเพื่อต้องการแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ง. ลมหายใจออกมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ 5. ในอากาศมีแก๊สใดที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตของพืช ก. แก๊สออกซิเจน เพราะพืชใช้ในการหายใจ ข. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะพืชใช้ในการสร้างอาหาร ค. แก๊สไฮโดรเจน เพราะพืชใช้ในการเจริญเติบโต ง. ถูกทั้ง ก. และ ข. 6. เวลาเราจุดไฟ แก๊สอะไรที่ช่วยให้ไฟติดได้ ก. แก๊สออกซิเจน ข. แก๊สไนโตรเจน ค. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ง. แก๊สอาร์กอน 7. ในอากาศมีน้ าเป็นส่วนประกอบ อยู่ในรูปของสิ่งใด ก. ลูกเห็บ ข. ไอน้ า ค. น้ าค้าง ง. ฝน
42 วิทยาศาสตร์ ป.3 8. ข้อใดไม่ใช่ความส าคัญของอากาศ ก. อากาศเคลื่อนที่ท าให้เกิดลม ข. อากาศช่วยให้เกิดการลุกไหม้ของเชื้อเพลิง ค. อากาศช่วยให้สิ่งก่อสร้างจากหินปูนกัดกร่อน ง. อากาศน ามาใช้ประโยชน์ในการเติมลมยางรถยนต์ 9. อากาศมีความส าคัญต่อมนุษย์อย่างไร ก. ใช้ในการหายใจ ข. ท าให้ร่างกายแข็งแรง ค. ท าให้ร่างกายเจริญเติบโต ง. ท าให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง 10. ถ้านักเรียนเดินผ่านบริเวณที่มีควันและฝุ่นละอองมาก เราควรท าอย่างไร ก. ใส่หมวก ข. ใส่เสื้อแขนยาว ค. ใส่หน้ากากอนามัย ง. อยู่เฉย ๆ ไม่ปฏิบัติตามข้อใด 11. ข้อใดเป็นแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดปริมาณการเกิดมลพิษทางอากาศ ก. ลดการใช้พาหนะส่วนตัว โดยใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน ข. เลือกใช้ถุงพลาสติกที่มีความหนาทนทาน ค. จุดไฟเผาตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเมล็ดข้าว ง. เปิดตู้เย็นบ่อย ๆ โดยปรับอุณหภูมิให้ต ่า
43 วิทยาศาสตร์ ป.3 12. ข้อใดเป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. ฝุ่นละอองจากการคมนาคม ข. ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ค. ควันจากการสูบบุหรี่ ง. ทุกข้อที่กล่าวมา 13. วิธีใดช่วยลดปัญหาอากาศเป็นพิษได้เหมาะสมที่สุด ก. ใช้โฟมหมุนเวียนหลาย ๆ ครั้ง ข. คัดแยกประเภทขยะและทิ้งลงในถังขยะให้ถูกประเภท ค. รณรงค์ไม่ให้มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ง. น าของไปทิ้งบริเวณที่รกร้างห่างไกลชุมชน 14. ยานพาหนะชนิดใด ไม่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. รถที่ใช้แก๊ส ข. รถที่ใช้น้ ามันดีเซล ค. รถที่ใช้พลังงานสุริยะ ง. รถที่ใช้น้ ามันเบนซิน 15. สิ่งใดที่ช่วยท าให้อากาศบริสุทธิ์ได้ ก. น้ าหอมปรับอากาศ ข. ต้นไม้ ค. เครื่องปรับอากาศ ง. การบูร
44 วิทยาศาสตร์ ป.3 16. ใครที่ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก. ลิปดาทิ้งเศษขยะไว้ท าให้มีกลิ่นเหม็น ข. ของขวัญเผาขยะบริเวณหน้าบ้าน ค. เกิดภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศญี่ปุ่น ง. ทุกข้อที่กล่าวมา 17. ป่าไม้ช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างไร ก. ไอน้ าระเหยไปสู่บรรยากาศ ข. ปล่อยแก๊สไนโตรเจนออกมาสู่อากาศ ค. สะท้อนแสงดวงอาทิตย์ออกไปจากโลก ง. ป่าไม้ช่วยดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 18. ฝุ่นละอองท าให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างไร ก. ท าให้เกิดพังผืดและแผลในปอด ข. ท าให้เกิดโรคปอด ค. ท าให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ง. ถูกต้องทุกข้อ 19. เมื่อุณหภูมิของอากาศในบริเวณต่าง ๆ ไม่เท่ากัน จะท าให้เกิดสิ่งใด ก. ลม ข. ฝน ค. เมฆ ง. ไอน้ า
45 วิทยาศาสตร์ ป.3 20. ลมมีลักษณะการเคลื่อนที่อย่างไร ก. ตามแนวตั้ง ข. ตามแนวราบ ค. ตามแนวดิ่ง ง. ถูกทั้ง ก. และ ค. 21. สาเหตุที่ท าให้เกิดลมคืออะไร ก. เมฆ ข. ไอน้ า ค. ความร้อน ง. ดวงอาทิตย์ 22. ข้อใดอธิบายการเคลื่อนที่ของอากาศได้ถูกต้อง ก. อากาศร้อนขยายตัวลอยสูงขึ้น อากาศเย็นจมตัวลงและไหลเข้ามาแทนที่ ข. อากาศเย็นขยายตัวลอยสูงขึ้น อากาศร้อนจมตัวลงและไหลเข้ามาแทนที่ ค. อากาศร้อนจมตัวลงและไหลออกไป อากาศเย็นขยายตัวและไหลเข้ามา แทนที่ ง. อากาศเย็นจมตัวลงและไหลออกไป 23. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของลมโดยตรง ก. ตากผ้า ข. เปิดพัดลม ค. เล่นเรือใบ ง. เล่นว่าว