โรงเรียนบ้านบางกะปิ งานวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2565 ชื่องานวิจัย การฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ช ื่ อคุณครูนางสาวปาริชาติ จันทร์ย้อย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ว 13101) การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะกระบวนการคิดและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา วิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง อากาศรอบตัวเรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 ก่อนและ หลังจากการทำแบบฝึกหัด โดยมีประชากร คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 430 คน กลุ่ม ตัวอย่าง คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบฝึก ทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง อากาศรอบตัวเรา” และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัว เรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 หลังการเรียนรู้สูงกว่า ก่อนการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ซึ่งเป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
บทนำ การคิด เป็นความสามารถที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ซึ่งมีแตกต่างกันในแง่ของคุณภาพการคิด บางคนคิด แล้วมีประโยชน์ บางคนคิดแล้วมีโทษ บางคนคิดสับสน บางคนคิดอย่างเป็นระบบ มนุษย์ทุกคน สามารถพัฒนาความคิดได้ถ้าได้รับการ ฝึกฝนอย่างเหมาะสม และถ้ามนุษย์ทุกคนคิดเป็น ก็จะสร้างสรรค์สิ่งที่ ดีมีประโยชน์ให้กับตนเองและสังคมได้อย่างมากมาย ปัจจุบันการคิด เป็นเรื่องสำคัญยิ่งในการจัดการศึกษาที่ต้องพัฒนาและฝึกฝน จนเกิดเป็นทักษะ การคิด และ กระบวนการคิด ให้ติดตัวผู้เรียนไปตลอดชีวิต เพราะโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่าง มากและรวดเร็วทั้งด้าน เทคโนโลยี วิทยาการ ข้อมูลต่างๆ ที่จะเข้ามาสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตมนุษย์จึงต้อง มีข้อมูล หรือสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้นให้ คิดมากขึ้น การคิดอย่างมีจุดหมาย มีทิศทาง ทักษะกระบวนการคิด ที่ดี รอบคอบจะทำให้คำตอบหรือบทสรุปมีคุณภาพ เชื่อมโยงไปสู่การกระทำ หรือการดำรงชีวิตที่ เหมาะสม การพัฒนาการคิดมีการกำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 แนวทางการจัดการศึกษามุ่งเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และมีความสุขในการเรียน ครู จึง ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการ คิด แต่การ เรียนการสอนที่แต่ละคนได้รับจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับ ความสามารถของผู้จัดการเรียนการ สอนและผู้เรียนที่ร่วมมือร่วมใจกันในการส่งและรับข้อมูลสื่อสารที่ ถูกต้องให้มีความเข้าใจตรงกันสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง มี การประเมินผลเพื่อให้เป็นการวัดการเรียนการสอนครูและของผู้เรียน พร้อมทั้งหาวิธีการเพิ่มทักษะประสมผลสำเร็จในการ เรียน การเพิ่มทักษะอาจจะ เป็นการทำงาน/ การบ้านส่งทุกครั้ง เพื่อผู้จักการเรียนการสอนจะได้รับทราบข้อผิดพลาด / ความถูกต้อง ของงานที่ผู้เรียนทำส่งไปพร้อมทั้งนี้ผู้เรียนต้องหมั่นค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ซึ่งแหล่งข้อมูลที่พร้อม จะให้ความร่วมมือ เช่นห้องสมุด อินเตอร์เน็ตถือว่าเป็นสิ่งที่บรรจุข้อมูลข่าวสารทั่วโลกไว้มาก การทำงาน กลุ่มนั้นเป็นการ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้งานนั้นสำเร็จไปด้วยดี เพราะทุกคนได้แสดงความ คิดเห็นให้เหตุผลที่ถูกต้องทุกคน ยอมรับได้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน พัฒนา สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าอีกทั้งยังสามารถกู้ วิกฤติให้กับประเทศ นอกเหนือจากการพัฒนาตนเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม และสามารถดำรงชีวิต ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นผลดีแก่นักเรียนที่ขยันเรียนและชอบ ทำงาน และนักเรียนบางคนเมื่อ ไม่อยากเรียนก็จะไม่เอาอะไรเลยเท่ากับเป็นกาฝากเป็นภาระให้กับเพื่อนๆ ผู้สอนจึงได้มี การเก็บข้อมูลและ ทำวิจัยขึ้นมาเพื่อนำมาปรับปรุงและเป็นแนวการจักการเรียนการสอนในครั้งต่อๆ ไป จากหลักการที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ผู้วิจัยในฐานะครูผู้สอนจึงสนใจที่จะศึกษาการฝึกทักษะ กระบวนการคิดทางการ เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง “ ส่วนประกอบของอากาศ” ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่จะ แก้ไขข้อบกพร่อง พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนช่วยพัฒนาคุณภาพ การคิด ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ช่วยให้นักเรียน สามารถเรียนรู้ และปฏิบัติด้วยตนเองได้ และส่งผล ต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้เป็นอย่างดี
จุดมุ่งหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดความมุ่งหมายไว้ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ก่อนและหลังการทำแบบฝึกทักษะ ความสำคัญของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้ทราบผลของการศึกษาการฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ โดยใช้ หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และสามารถเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียนรู้ จากการเรียนการสอนวิธีดังกล่าวได้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการ จัดการเรียนการสอนต่อไป นอกจากนี้ผลของการวิจัยยังทำให้นักเรียนสามารถคิดด้วยตัวเองได้อย่างถูกต้องจากการฝึกฝน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ความคิดสร้างสรรค์และความชำนาญการ รวมทั้งสามารถนำไปใช้และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ต่อไปได้ ขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 430 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ 1. ตัวแปรอิสระ ได้แก่หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” 2. ตัวแปรตาม ได้แก่ 2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2.2 ทักษะการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดสร้างสรรค์
นิยามศัพท์เฉพาะ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนของนักเรียนที่ได้จากการทำแบบทดสอบความคิด เป็น ข้อสอบที่ครูผู้สอนสร้างขึ้น 2. การคิดวิเคราะห์ หมายถึง การจำแนกแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วนๆ เพื่อค้นหา ว่าทำมาจากอะไร มีองค์ประกอบอะไร ประกอบขึ้นมาได้อย่างไร มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน อย่างไร 3. การคิดสังเคราะห์ หมายถึง การรวบรวม / หลอมรวมองค์ประกอบ/ ส่วนประกอบย่อยๆ ของ วัตถุ สิ่งของเรื่องราวหรือความคิดให้เป็นสิ่งใหม่แนวคิดใหม่ภายใต้โครงสร้างใหม่อย่างเหมาะสมตรงตาม วัตถุประสงค์ 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การคิดพิจารณาไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบมีข้อมูล เพียงพอ น่าเชื่อถือ เพื่อแก้ปัญหาหรือตัดสินใจ เชื่อ / ทำ อย่างมีเหตุผล 5. การคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดได้หลายแง่หลายมุม คิดแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม อาจ ดัดแปลงจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือจินตนาการในการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ หรือหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยวิธีการ ใหม่ ที่มีการพิสูจน์และได้รับการยอมรับแล้ว สมมติฐานในการวิจัย การฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน วิธีดำเนินการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. การกำหนดเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย 3. การกำหนดระยะเวลาในการวิจัย 4. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5. การกำหนดแบบแผนการวิจัย 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใช้ประชากร เป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 430 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวนนักเรียน 45 คน
2. การกำหนดเนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้เนื้อหาการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ประถมศึกษาปีที่ 3 3. การกำหนดระยะเวลาในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 4. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1. หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.) หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” มีขั้นตอนการสร้างดังนี้ 1.1 ขั้นเตรียม 1.1.1 ศึกษาหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตร จุดประสงค์สาระการเรียนรู้และขอบข่าย เนื้อหากลุ่มสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ประถมศึกษาตอนต้น 1.1.2 ศึกษารายละเอียด หลักการและแนวคิด รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึก ทักษะ 1.1.3 ศึกษารายละเอียดเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ (เรื่องส่วนประกอบของอากาศ) 1.1.4 วิเคราะห์เนื้อหาและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม มโนมติ เนื้อหาวิชา และกิจกรรม การ เรียนการสอน 1.2 ขั้นสร้าง สร้างหนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โดยจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนได้ลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบในหน้าที่ และความเชี่ยวชาญชำนาญการ มีความรู้ ความ เข้าใจอย่างลึกซึ้ง สามารถหาคำตอบได้อย่างถูกต้อง 2.) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” มีขั้นตอนดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวัดผลประเมินผล และการสร้างข้อสอบ 2.2 ศึกษาจุดประสงค์ และเนื้อหากลุ่มสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย จำนวน 10 ข้อ 2.4 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างจริง
5. การกำหนดแบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามแบบแผนการ วิจัย One Group Pre-test - Post-test Design ดังแสดงในตาราง 1 ตารางที่ 1 แบบแผนการวิจัย One Group Pretest - Posttest Design ก่อนเรียน ทดลอง หลังเรียน Pr X Po Pr แทน การทดสอบก่อนการทดลอง Po แทน การทดสอบหลังการสอบ X แทน แบบฝึกทักษะวิชาวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ดำเนินการจัดการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างโดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” 3. นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์ โดยใช้วิธีการทางสถิติเพื่อ ตรวจสอบสมมุติฐานต่อไป ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการประเมินผลก่อนเรียนและหลังเรียน การทำแบบทดสอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 จำนวน 45 คน สัญลักษณ์ที่ใช้นำเสนอข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล จากสูตรที่ใช้ N = แทนจำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง X = แทนคะแนนเฉลี่ย
ตารางที่ 1 ค่าสถิติพื้นฐานคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง “ อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 จำนวน 45 คน นักเรียนคนที่ คะแนนก่อนเรียน (20 คะแนน) คะแนนหลังเรียน (20 คะแนน) นักเรียนคนที่ คะแนนก่อนเรียน (20 คะแนน) คะแนนหลังเรียน (20 คะแนน) 1 10 13 24 17 19 2 14 17 25 18 19 3 16 19 26 18 20 4 15 18 27 18 20 5 6 16 28 11 16 6 7 12 29 15 18 7 19 18 30 13 16 8 6 11 31 8 17 9 13 18 32 17 19 10 16 17 33 19 19 11 9 14 34 18 18 12 10 16 35 18 18 13 12 16 36 11 10 14 11 12 37 13 15 15 13 17 38 8 13 16 18 19 39 12 13 17 11 6 40 11 17 18 13 16 41 10 15 19 14 12 42 8 2 20 13 18 43 14 19 21 16 19 44 11 8 22 12 17 45 12 26 23 15 19 คะแนนรวม 576 696 คะแนนเฉลี่ย 13.09 15.81
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3/6 การทดสอบ N X X ก่อนเรียน 45 567 13.09 หลังเรียน 45 696 15.81 จากตารางที่ 2 ปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี่ที่ 3/6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นโดย เฉลี่ยเท่ากับ 2.72 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สรุป สาระสำคัญได้ดังนี้ จุดมุ่งหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดความมุ่งหมายไว้ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางด้านกระบวนการคิดวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการทำแบบฝึกทักษะ สมมติฐานในการวิจัย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ดำเนินการจัดการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างโดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” 3. เมื่อเสร็จสิ้นการจัดการเรียนรู้แล้ว ทำการทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4. นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะห์ โดยใช้วิธีการทางสถิติเพื่อ ตรวจสอบสมมติฐานต่อไป การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัว เรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการทำแบบฝึกทักษะโดย การหาค่า t - test Dependent
สรุปผลการวิจัย การฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สรุปผลได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดย ใช้หนังสือเสริม ทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนมีค่า เท่ากับ 13.09 ส่วนหลัง เรียนมีค่าเท่ากับ 15.81 ตามลำดับ 2. คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์เรื่อง “อากาศ รอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนรู้ อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาการฝึกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้หนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง “อากาศรอบตัวเรา” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง มีการให้นักเรียนซักถามเพื่อให้ เกิดความกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และมีความ เชื่อมั่นในตนเอง ข้อเสนอแนะ ครูควรอธิบายแนะนำขั้นตอน ประโยชน์และความสำคัญของการทำหนังสือเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ให้ผู้เรียน ได้รับทราบ พร้อมทั้งอธิบายถึงความสำคัญของทักษะหรือคุณสมบัติของผู้เรียนที่ต้องการพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้าน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้ผู้เรียนเข้าใจตรงกัน
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ.(2545) หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ องค์การรับส่ง สินค้าและ พัศดุภัณฑ์ . กมลรัตน์ เหล้าสุวรรณ . (2523). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีราชา. กาญจนา วัฒนายุ. การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. สถาบันพัฒนาผู้บริหาร การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. กุศมา แสงเดช.(2545) การวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูประถมศึกษา. กรุงเทพฯ :แม็ค. คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน. (2546). แนวทางการ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน. ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. บุญชม ศรีสะอาด. (2541). การพัฒนาการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เวิลดิ์มีเดีย พัชนี เชยจรรยา. (2541) แนวคิดหลักนิเทศศาสตร์. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ข้าวฟ่าง. ล้วน สายยศ และอัคณา สายยศ. (2531). หลักการวิจัยการศึกษา . พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : บริษัทศึกษาจำกัด วรรณวิไล พันธุ์สีดา (2543) การวิจัยในชั้นเรียนขั้นพื้นฐานสำหรับครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. (2542, มกราคม). “ยุทธศาสตร์การสอน,” วารสารวิชาการ.2(1) : 51-79. สุชา จันทน์เอม และสุรางค์ จันทน์เอม. (2518). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : พีระพัฒนา. สุนีย์ ธีรดากร. (2525). จิตวิทยาการศึกษา. นนทบุรี: สถานสงเคราะห์หญิงปากเกร็ด