The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Charuphong Ngoernklom, 2023-08-29 03:09:47

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย

ประวตั ศิาสตรส์มยั สโุขทยั หลงัจากมกีารสถาปนาอาณาจักรสโุขทยัขนึ้เป็นราชธานีและมพีอ่ขนุศรอีนิทราทติย์เป็นปฐมกษัตรยิ์ แลว้พระองคท์รงดแูลพระราชอาณาจักรและบำรงุราษฏรเป็นอยา่งดีพระมหากษัตรยิพ์ระองคท์ สี่าม พอ่ขนุรามคำแหงมหาราช ทรงพระปรชีาสามารถทงั้ในดา้นนริกุตศิาสตร์การปกครอง กฎหมาย วศิวกรรม ศาสนา ความสมัพันธร์ะหวา่งประเทศ เป็นตน้ผลงานของพระองคท์ ปี่รากฏใหเ้ห็น อาทิศลิาจารกึทคี่น้ พบในสมยัของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้เจา้อยหู่ วัทอี่ธบิายถงึความเป็นมา ลลีาชวีติของชาวสโุขทยั


โบราณ น ้ำ พระทยัของพระมหากษัตรยิ์การพพิากษาอรรถคดีฯลฯ นอกจากนยี้งัมผีลงานทางวศิวกรรม ชลประทาน คอืเขอื่นสรดีภงคท์เี่ป็นการกกัเกบ็น ้ำ ไวใ้ชใ้นยามแลง้มกีารทำทอ่ สง่น ้ำ จากตวัเขอื่นมาใช้ ในเมอืง พระมหากษัตรยิท์ที่รงทำนุบำรงุศาสนามากทสี่ดุคอืพระเจา้ลไิท ในรัชสมยัของพระองคม์กีารสรา้งวดั มากทสี่ดุกษัตรยิพ์ระองคส์ดุทา้ยในฐานะรัฐอสิระ คอืพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) ตอ่จากนัน้ อาณาจักรไดถ้กูแบง่ สว่นออกเป็นของอาณาจักรอยธุยา และอาณาจักรลา้นนา จนในทสี่ดุอาณาจักร ทงั้หมด กถ็กูรวมศนูย์เขา้เป็นดนิแดนสวนหนงึ่ของอาณาจักรอยธุยา ประวตั ศิาสตรส์มยั สโุขทยั อาณาจักรสโุขทยั (ราว พ.ศ. 1781 – 2117 อายรุาว 236 ปี) เป็นรัฐในอดตีรัฐหนงึ่ตงั้อยบู่ นทรี่าบลมุ่ แมน่ ้ำ ยม สถาปนาขนึ้ราวพทุธศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานกีารคา้ของรัฐละโว้หลงัจากนัน้ราวปี1782 พอ่ขนุบางกลางหาวและพอ่ขนุผาเมอืงไดร้ว่มกนักระทำการยดึอำนาจจากขอมสบาดโขลญลำพงเป็นผล สำเร็จ และไดส้ถาปนาเอกราชใหร้ัฐสโุขทยัเป็นอาณาจักรสโุขทยัและมคีวามเจรญิรงุ่ เรอืงตามลำดบัและ เพมิ่ถงึขดี สดุในสมยัพอ่ขนุรามคำแหงมหาราช กอ่นจะคอ่ย ๆ ตกต่ำและประสบปัญหาทงั้จากปัญหา ภายนอกและภายใน จนตอ่มาถกูรวมเป็นสว่นหนงึ่ของอาณาจักรอยธุยาไปในทสี่ดุ ทตี่งั้และอาณาเขต อาณาจักรสโุขทยัตงั้อยบู่ นเสน้ทางการคา้ผา่นคาบสมทุรระหวา่งอา่วเมาะตะมะและทรี่าบลมุ่ แมน่ ้ำ โขง ตอนกลาง มอีาณาเขตดงันี้ [3] 1. ทศิเหนอืมเีมอืงแพร่ (ปัจจบุนัคอืแพร)่เป็นเมอืงปลายแดนดา้นเหนอื สดุ 2. ทศิ ใต้มนีครสวรรค์(ปัจจบุนัคอืนครสวรรค)์เป็นเมอืงปลายแดนดา้นใต้ 3. ทศิตะวนัตก มเีมอืงฉอด (ปัจจบุนัคอืแมส่อด) เป็นเมอืงชายแดนทจี่ะตดิตอ่เขา้ไปยงัอาณาจักร มอญ 4. ทศิตะวนัออก มเีมอืงสะคา้ใกลแ้มน่ ้ำ โขงในเขตภาคอสีานตอนเหนอื การแทรกแซงจากอยธุยา หลงัจากพอ่ขนุรามคำแหงแลว้เมอืงตา่งๆเรมิ่ออ่นแอลงเมอืง สง่ผลใหใ้นรัชกาลพญาเลอไท และรัชกาล พญาไสลอื ไท ตอ้งสง่กองทพั ไปปราบหลายครัง้แตม่กั ไมเ่ ป็นผลสำเร็จ และการปรากฏตวัขนึ้ของ อาณาจักรอยธุยาทางตอนใตซ้งึ่กระทบกระเทอืนเสถยีรภาพของสโุขทยัจนในทา้ยทสี่ดุกถ็กูแทรก แทรงจากอยธุยา จนมฐีานะเป็นหวัเมอืงของอยธุยาไปในทสี่ดุโดยมพีระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) เป็นผปู้กครองสโุขทยั ในฐานะรัฐอสิระพระองคส์ดุทา้ย โดยขณะนัน้ดว้ยการแทรกแซงของอยธุยา รัฐ สโุขทยัจงึถกูแบง่ออกเป็น 4 สว่น คอื ● เมอืงสรวงสองแคว (พษิณุโลก) อนัเป็นเมอืงเอก มพีระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) เป็นผู้ ปกครอง ● เมอืงสโุขทยัเมอืงรอง มีพระยาราม เป็นผปู้กครองเมอืง ● เมอืงเชลยีง (ศรสี ชันาลยั ) มีพระยาเชลยีง เป็นผปู้กครองเมอืง ● เมอืงชากงัราว (กำแพงเพชร) มีพระยาแสนสอยดาว เป็นผปู้กครองเมอืง หลงัสนิ้รัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) พระยายทุธษิเฐยีรซงึ่เดมิทอียศู่ รสี ชันาลยั ไดเ้ขา้มา ครองเมอืงสองแคว (พษิณุโลก) และเมอื่แรกทสี่มเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จขนึ้ผา่นพภิพ เป็นพระ มหากษัตรยิก์รงุศรอียธุยา ปรากฏวา่ขณะนัน้พระยายทุธษิเฐยีรเกดินอ้ยเนอื้ต่ำ ใจทไี่ดเ้พยีงตำแหน่ง พระยาสองแคว เนอื่งดว้ยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเคยดำรไิวส้มยัทรงพระเยาวว์า่หากไดข้นึ้เป็น พระมหากษัตรยิ์จะชบุเลยี้งพระยายทุธษิฐริะใหไ้ดเ้ป็นพระรว่งเจา้สโุขทยัพ.ศ. 2011 พระยายทุธษิฐริะ จงึเอาใจออกหา่งจากสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไปขนึ้กบัพระเจา้ตโิลกราช กษัตรยิล์า้นนาในขณะนัน้ เหตกุารณน์ สี้ง่ผลใหเ้กดิการเฉลมิพระนามกษัตรยิล์า้นนาจากพระยาเป็นพระเจา้เพอื่ใหเ้สมอศกัดดิ์ว้ย กรงุศรอียธุยา พระนามพระยาตโิลกราช จงึไดร้ับการเฉลมิเป็นพระเจา้ตโิลกราช


หลงัจากทพี่ระยายทุธษิฐริะ นำ สโุขทยัออกจากอยธุยาไปขนึ้กบัลา้นนา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจงึ เสด็จจากกรงุศรอียธุยา กลบัมาพำนัก ณ เมอืงสรลวงสองแคว พรอ้มทงั้สรา้งกำแพงและคา่ยคูประตูหอ รบ แลว้จงึสถาปนาขนึ้เป็นเมอืง พระพษิณุโลกสองแคว เป็นราชธานฝี่ายเหนอืของอาณาจักรแทน สโุขทยั ในเวลาเจ็ดปีใหห้ลงั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจงึทรงตเีอาสโุขทยัคนื ได้แตเ่หตกุารณท์าง เมอืงเหนอืยงัไมเ่ขา้สภู่าวะทนี่่าไวว้างใจ จงึทรงตดั สนิพระทยัพำนักยงันครพระพษิณุโลกสองแควตอ่จน สนิ้รัชกาล สว่นทางอยธุยานัน้ทรงไดส้ถาปนาสมเด็จพระบรมราชาธริาชที่ 3 พระราชโอรส เป็นพระมหา อปุราช ดแูลอยธุยาและหวัเมอืงฝ่ายใต้ ดว้ยความทเี่ป็นคนละประเทศมากอ่น และมสีงครามอยดู่ ว้ยกนั ชาวบา้นระหวา่งสโุขทยัและอยธุยา จงึ มไิดป้รองดองเป็นน ้ำ หนงึ่ใจเดยีวกนัจงึตอ้งแยกปกครอง โดยพระมหากษัตรยิอ์ยธุยา จะทรงสถาปนา พระราชโอรส หรอืพระอนุชา หรอืพระญาติอนัมเีชอื้สายสโุขทยั ปกครองพษิณุโลกในฐานะราชธานฝี่าย เหนอืและควบคมุหวัเมอืงเหนอืทงั้หมด การสนิ้สดุ พ.ศ. 2127 หลงัจากชนะศกึทแี่มน่ ้ำ สะโตงแลว้พระนเรศวรโปรดใหเ้ทครัวหวัเมอืงเหนอืทงั้ปวง (เมอืง พระพษิณุโลกสองแคว เมอืงสโุขทยัเมอืงพชิยัเมอืงสวรรคโลก เมอืงกำแพงเพชร เมอืงพจิติร และเมอืง พระบาง) [4] ลงมาไวท้อี่ยธุยา เพอื่เตรยีมรับศกึ ใหญ่พษิณุโลกและหวัเมอืงเหนอืทงั้หมดจงึกลายเป็น เมอืงรา้ง หลงัจากเทครัวไปเมอืงใต้จงึสนิ้สดุการแบง่แยกระหวา่งชาวเมอืงเหนอืกบั ชาวเมอืงใต้และถอื เป็นการสนิ้สดุของรัฐสโุขทยั โดยสมบรูณ์เพราะหลงัจากนี้8 ปีพษิณุโลกไดถ้กูฟื้นฟอูกีครัง้แตถ่อืเป็น เมอืงเอกในราชอาณาจักร มใิชร่าชธานฝี่ายเหนอื ในดา้นวชิาการ มนี ักวชิาการหลายทา่นไดเ้สนอเพมิ่วา่เหตกุารณอ์กีประการ อนัทำ ใหต้อ้งเทครัวเมอืง เหนอืทงั้ปวงโดยเฉพาะพษิณุโลกนัน้อยทู่ เี่หตกุารณแ์ผน่ดนิ ไหวครัง้ใหญ่บนรอยเลอื่นวงัเจา้ ในราว พทุธศกัราช 2127 แผน่ดนิ ไหวครัง้นสี้ง่ผลใหต้วัเมอืงพษิณุโลกราพณาสญูแมแ้ตแ่มน่ ้ำ แควนอ้ย ก็ เปลยี่นเสน้ทางไมผ่า่นเมอืงพษิณุโลก แตไ่ ปบรรจบกบัแมน่ ้ำ โพ (ปัจจบุนัคอืแมน่ ้ำ น่าน) ทเี่หนอืเมอืง พษิณุโลกขนึ้ไป และยงัสง่ผลใหพ้ระศรรีัตนมหาธาตพุษิณุโลก หกัพังทลายในลกัษณะทบี่รูณะคนื ได้ ยาก ในการฟื้นฟจูงึกลายเป็นการสรา้งพระปรางคแ์บบอยธุยาครอบทบัลงไปแทน ทงั้หมด ความเจรญิรงุ่ เรอืง ดา้นเศรษฐกจิ ดาน้ เศรษฐกจิ[แกไข้ | แกไข้ตนฉบ้บั ] สภาพเศรษฐกจิสมยั สโุขทยัเป็นระบบเศรษฐกจิแบบเสรนียิม ดงัขอ้ความปรากฏในหลกั ศลิาจารกึหลกัที่ 1 "…ใครจักใครค่า้ชา้งคา้ ใครจักใครค่า้มา้คา้ ใครจักใครค่า้เงนิคา้ทองคา้…" และ "...เมอืงสโุขทยันดี้ี ในน ้ำ มปีลาในนามขีา้ว..." ประชาชนประกอบอาชพีเกษตรกรรมดว้ยระบบการเกษตรแบบพงึ่พาธรรมชาติ เชน่สงัคมไทยสว่นใหญใ่นชนบทปัจจบุนั ดาน้ สงคมัความเชอื่และศาสนา[แกไข้ | แกไข้ตนฉบ้บั ] การใชช้วีติของผคู้นในสมยั สโุขทยัมคีวามอสิระเสรีมเีสรภีาพอยา่งมากเนอื่งจากผปู้กครองรัฐใหอ้สิระแก่ ไพรฟ่ ้า และปกครองผใู้ตป้กครองแบบพอ่กบัลกูดงัปรากฏหลกัฐานในศลิาจารกึวา่ "…ดว้ยเสยีงพาทย์ เสยีงพณิเสยีงเลอื่น เสยีงขบั ใครจักมกัเลน่เลน่ ใครจักมกัหวัหวั ใครจักมกัเลอื่น เลอื่น…" ดาน้ความเชอื่และศาสนา[แกไข้ | แกไข้ตนฉบ้บั ] สงัคมยคุสโุขทยั ประชาชนมคีวามเชอื่ทงั้เรอื่งวญิญาณนยิม (Animism) ไสยศาสตร์ศาสนาพราหมณ์ ฮนิดูและพทุธศาสนา ดงัปรากฏหลกัฐานในศลิาจารกึหลกัที่ 1 ดา้นที่ 3 วา่ "…เบอื้งหวันอนเมอืงสโุขทยั


นมี้กีฎุวิหิารป่คูรอูยู่ มสีรดีภงส์มปี่าพรา้ว ป่าลาง ป่ามว่ง ป่าขาม มนี้ำ โคก มพีระขระพงุผีเทพยาดาในเขา อนันัน้เป็นใหญก่วา่ทกุผใีนเมอืงนี้ขนุผใู้ดถอืเมอืงสโุขทยันแี้ลว้ ไหวด้พีลถีกูเมอืงนเี้ทยี่ว เมอืงนดี้ีผไิหว้ บด่ ีพลบีถ่กูผใีนเขาอนันัน้บค่มุ้บเ่กรง เมอืงนหี้าย…" สว่นดา้นศาสนา ไดร้ับอทิธพิลจากพทุธศาสนานกิายเถรวาทแบบลงักาวงศจ์ากนครศรธีรรมราช ใน วนัพระ จะมภีกิษุเทศนาสงั่สอน ณ ลานธรรมในสวนตาล โดยใช้พระแทน่มนังคศลิาอาสน์เป็น อาสนะสงฆ์ในการบรรยายธรรมใหป้ระชาชนฟัง ยงัผลใหป้ระชาชนในยคุนนี้ยิมปฏบิตัตินอยใู่ นศลีธรรม มี การถอื ศลี โอยทานกนัเป็นปกตวิสิยัทำ ใหส้งัคมโดยรวมมคีวามสงบสขุรม่เย็น ดาน้การปกครอง[แกไข้ | แกไข้ตนฉบ้บั ] ดา้นการปกครองสามารถแยกกลา่วเป็น 2 แนว ดงันี้ ในแนวราบ[แกไ้ข | แกไ้ขตน้ฉบบั ] จัดการปกครองแบบพอ่ ปกครองลกูกลา่วคอืผปู้กครองจะมคีวามใกลช้ดิกบั ประชาชน ใหค้วามเป็นกนัเอง และความยตุธิรรมกบั ประชาชนเป็นอยา่งมาก เมอื่ประชาชนเกดิความเดอืดรอ้นไมไ่ดร้ับความเป็นธรรม สามารถรอ้งเรยีนกบัพอ่ขนุโดยตรงได้โดยไปสนั่กระดงิ่ทแี่ขวนไวท้หี่นา้ประตทูปี่ระทบัดงัขอ้ความใน ศลิาจารกึปรากฏวา่ "…ในปากประตมูกีระดงิ่อนัหนงึ่ไวห้นั้ไพรฟ่ ้าหนา้ใส…" นั่นคอืเปิดโอกาสให้ ประชาชนสามารถมาสนั่กระดงิ่เพอื่แจง้ขอ้รอ้งเรยีนได้ ในแนวดงิ่ [แกไ้ข | แกไ้ขตน้ฉบบั ] ไดม้กีารจัดระบบการปกครองขนึ้เป็น 4 ชนชนั้คอื พอ่ขนุเป็นชนชนั้ผปู้กครอง อาจเรยีกชอื่อยา่งอนื่เชน่เจา้เมอืง พระมหาธรรมราชา หากมโีอรสกจ็ะเรยีก "ลกูเจา้" ลกุขนุเป็นขา้ราชบรพิาร ขา้ราชการทมี่ตีำแหน่งหนา้ทชี่ว่งปกครองเมอืงหลวง หวัเมอืงใหญน่อ้ย และ ภายในราชสำนัก เป็นกลมุ่ คนทใี่กลช้ดิและไดร้ับการไวว้างใจจากเจา้เมอืงใหป้ฏบิตัหินา้ทบี่ำบดัทกุข์ บำรงุสขุแกไ่พรฟ่ ้า ไพรห่รอื สามญั ชน ไดแ้กร่าษฎรทวั่ไปทอี่ยใู่ นราชอาณาจักร (ไพรฟ่ ้า) ทาส ไดแ้กช่นชนั้ทไี่มม่อี สิระในการดำรงชวีติอยา่งสามญั ชนหรอื ไพร่ (อยา่งไรกต็ามประเด็นทาสนยี้งัคง ถกเถยีงกนัอยวู่ า่มหีรอื ไม)่ ความสมพั ันธก์บัตาง่ ชาต[ิแกไข้ | แกไข้ตนฉบ้บั ] จักรวรรดมิองโกล[แกไ้ข | แกไ้ขตน้ฉบบั ] กองทพัจักรวรรดมิองโกลแผแ่ สนยานุภาพโดดเดน่ทสี่ดุเป็นชว่งเดยีวกบัการตงั้กรงุสโุขทยั ในปีค.ศ. 1257 ซงึ่เป็นอาณาจักรของตนอยา่งแทจ้รงิเป็นครัง้แรก หลกัฐานสำคญั ในพงศาวดารหงวนฉบบัเกา่เลม่ที่ 2 แปลเรอื่งราวการตดิตอ่ระหวา่งอาณาจักรสโุขทยักบั ราชวงศม์องโกล ไดส้รปุไวว้า่กบุไลขา่นทรงปรกึษาขนุนางขา้ราชการระดบั สงูเกยี่วกบัการเตรยีมทพั ไป ปราบปรามแควน้ตา่งๆ ทางใต้มสี โุขทยัละโว้สมุาตรา และอนื่ๆ เป็นเมอืงขนึ้ปรากฏวา่ขนุนางชอื่เจยี่ หลู่ น่าตา๋ ไมเ่ห็นดว้ยและไดก้ราบบงัคมทลูเสนอแนะใหท้รงชกัชวนใหผ้นู้ำดนิแดนตา่งๆ ออ่นนอ้มยอม สนับสนุนกอ่น หากไมย่อมจงึยกกองทพั ไปโจมตีนคี่อืเหตผุลประการหนงึ่ทกี่บุไลขา่นทรงสง่คณะทตูไป เจรญิ สมัพันธไมตรีและขอใหส้ง่เครอื่งราชบรรณาการไปยงัราชสำนักมองโกล เพอื่แสดงความจงรักภกัดี ตอ่อาณาจักรมองโกล ปราฏวา่มอีาณาจักรในดนิแดนตา่งๆ กวา่ 20 อาณาจักรยอมรับขอ้เสนอ รวมทงั้ อาณาจักรสโุขทยัดว้ย (ชว่งระหวา่งประมาณ ค.ศ. 1282 พงศาวดารหงวนฉบบัเกา่เลม่ที่ 12 เป็นหลกัฐานสำคญัทกี่ลา่วถงึคณะทตูชดุแรกจากอาณาจักร มองโกลในสมยักบุไลขา่น เดนิทางมายงัอาณาจักรสโุขทยั ในเดอืนพฤศจกิายนปีค.ศ. 1282 ทตูคณะนี้ นำ โดยเหอจีจี่นายทหารระดบั สงูเป็นหวัหนา้คณะ แตข่ณะนั่งเรอืแลน่ผา่นฝั่งทะเลอาณาจักรจามปา ได้ ถกูจับกมุและถกูประหารชวีติผลจากคณะทตูนถี้กูประหารชวีติกอ่นจะเดนิทางไปยงัอาณาจักรสโุขทยั ทำ ใหอ้าณาจักรสโุขทยั ไมท่ราบวา่มองโกลพยายามสง่ทตูมาตดิตอ่


พงศาวดารหงวนฉบบัเกา่เลม่ที่ 17 กลา่วถงึคณะทตูมองโกลชดุทสี่องเดนิทางมายงัอาณาจักรสโุขทยั ในปีค.ศ. 1292 ภายหลงัจากขา้หลวงใหญฝ่ ่ายรักษาความสงบเรยีบรอ้ยของมณฑลกวางตงุ้ ไดส้ง่คน อญัเชญิพระราชสาสน์อกัษรทองคำของกษัตรยิแ์หง่อาณาจักรสโุขทยั ไปยงันครหลวงขา่นมาลกิ (ตา้ตู หรอื ปักกงิ่ปัจจบุนั ) คณะทตูมองโกลชดุทสี่องไดอ้ญัเชญิพระบรมราชโองการของกบุไลขา่นใหพ้อ่ขนุราม คำแหงเสร็จไปเฝ้า พระบรมราชโองการนแี้สดงใหเ้ห็นนโยบายของอาณาจักรมองโกลเรยีกรอ้งใหผ้นู้ำ ของอาณาจักรตา่งๆ ไปเฝ้ากบุไลขา่น แตม่ ไิดบ้งัคบั ใหเ้ป็นไปตามนี้ซงึ่จะเห็นไดว้า่พอ่ขนุรามคำแหงก็ มไิดป้ฏบิตัติามแตป่ระการใด พงศาวดารหงวนฉบบัเกา่เลม่ที่ 18 กบุไลขา่นไดส้ง่คณะทตูชดุทสี่ามมาสโุขทยั โดยไดอ้ญัเชญิ พระบรมราชโองการใหพ้อ่ขนุรามคำแหงเสด็จไปเฝ้า หากมเีหตขุดัขอ้งใหส้ง่ โอรสหรอืพระอนุชาและ อำมาตยผ์ ใู้หญเ่ ป็นตวัประกนั ซงึ่ปรากฏวา่พอ่ขนุรามคำแหงกม็ ไิดป้ฏบิตัติาม แตส่ง่คณะทตูนำเครอื่ง ราชบรรณาการไปแทน สภาพเศรษฐกจิสมยั สโุขทยัเป็นระบบเศรษฐกจิแบบเสรนียิม ดงัขอ้ความปรากฏในหลกั ศลิาจารกึหลกัที่ 1 "…ใครจักใครค่า้ชา้งคา้ ใครจักใครค่า้มา้คา้ ใครจักใครค่า้เงนิคา้ทองคา้ " และ "...เมอืงสโุขทยันดี้ีใน น ้ำ มปีลา ในนามขีา้ว..." ประชาชนประกอบอาชพีเกษตรกรรมดว้ยระบบเกษตรกรรมแบบยงัชพีและสง่ ออกเครอื่งถว้ยชามสงัคโลก ดา้นสงัคม การใชช้วีติของผคู้นในสมยั สโุขทยัมคีวามอสิระเสรีมเีสรภีาพอยา่งมากเนอื่งจากผปู้กครองรัฐใหอ้สิระแก่ ไพรฟ่ ้า และปกครองแบบพอ่กบัลกูดงัปรากฏหลกัฐานในศลิาจารกึวา่ "…ดว้ยเสยีงพาทย์เสยีงพณิ เสยีงเลอื่น เสยีงขบั ใครจักมกัเลน่เลน่ ใครจักมกัหวัหวั ใครจักมกัเลอื่น เลอื่น…" ดา้นความเชอื่และศาสนา สงัคมยคุสโุขทยั ประชาชนมคีวามเชอื่ทงั้เรอื่งวญิญาณนยิม (Animism) ไสยศาสตร์ศาสนาพราหมณฮ์นิดูและพทุธศาสนา ดงัปรากฏหลกัฐานในศลิาจารกึหลกัที่ 1 ดา้นที่ 5 วา่ "…เบอื้งหวันอนเมอืงสโุขทยันมี้กีฎุวิหิารป่คูรอูยู่ มสีรดีพงส์มปี่าพรา้ว ป่าลาง ป่ามว่ง ป่าขาม มนี้ำ โคก มี พระขระพงุผีเทพยาดาในเขาอนันัน้เป็นใหญก่วา่ทกุผใีนเมอืงนี้ขนุผใู้ดถอืเมอืงสโุขทยันแี้ลว้ ไหวด้พีลี ถกูเมอืงนเี้ทยี่ว เมอืงนดี้ีผไิหวบ้ด่ ีพลบีถ่กูผใีนเขาอนันัน้บค่มุ้บเ่กรง เมอืงนหี้าย…" สว่นดา้นศาสนา ไดร้ับอทิธพิลจากพทุธศาสนานกิายเถรวาทแบบลงักาวงศจ์ากนครศรธีรรมราช ใน วนัพระ จะมภีกิษุเทศนาสงั่สอน ณ ลานธรรมในสวนตาล โดยใชพ้ระแทน่มนังคศลิาอาสน์เป็นอาสนะสงฆ์ ในการบรรยายธรรมใหป้ระชาชนฟัง ยงัผลใหป้ระชาชนในยคุนนี้ยิมปฏบิตัตินอยใู่ นศลีธรรม มกีารถอื ศลี โอยทานกนัเป็นปกตวิสิยัทำ ใหส้งัคมโดยรวมมคีวามสงบสขุรม่เย็น ดา้นการปกครองของอาณาจักรสโุขทยั อาณาจักรสโุขทยั ปกครองดว้ยระบอบสมบรูณาญาสทิธริาชย์ซงึ่แบง่ออกไดเ้ป็น 2 ระยะ 1. แบบปิตรุาชาธปิ ไตย ในระยะแรกสโุขทยัมกีารปกครองแบบพอ่ ปกครองลกูเรยีกพระมหากษัตรยิ์ วา่ "พอ่ขนุ " ซงึ่เปรยีบเสมอืนพอ่ทจี่ะตอ้งดแูลคมุ้ครองลกูในสมยัพอ่ขนุรามคำแหงมหาราช โปรดใหส้รา้งกระดงิ่แขวนไวท้หี่นา้ประตพูระราชวงัเมอื่ประชาชนมเีรอื่งเดอืดรอ้นกใ็หไ้ปสนั่ กระดงิ่รอ้งเรยีน พระองคก์จ็ะเสด็จมารับเรอื่งราวรอ้งทกุข์และโปรดใหส้รา้งพระแทน่มนังคศลิา อาสนไ์ดก้ลางดงตาล ในวนัพระจะนมินตพ์ระสงฆม์าเทศนส์งั่สอนประชาชน หากเป็นวนัธรรมดา พระองคจ์ะเสด็จออกใหป้ระชาชนเขา้เฝ้าและตดั สนิคดคีวามดว้ยพระองคเ์อง การปกครองแบบนี้ ปรากฏในสมยักรงุสโุขทยัตอนตน้ 2. แบบธรรมราชา กษัตรยิผ์ทู้รงธรรม ในสมยัของพระมหาธรรมราชาที่๑ มกีำลงัทหารทไี่มเ่ขม้แข็ง ประกอบกบัอาณาจักรอยธุยาทกี่อ่ตงั้ขนึ้ใหมไ่ดแ้ผอ่ทิธพิลมากขนึ้พระองคท์รงเกรงภยัอนัตราย จะบงัเกดิแกอ่าณาจักรสโุขทยัหากใชก้ำลงัทหารเพยีงอยา่งเดยีว พระองคจ์งึทรงนำหลกัธรรม มาใชใ้นการปกครอง โดยพระองคท์รงเป็น แบบอยา่งในดา้นการปฏบิตัธิรรม ทำนุบำรงุพระพทุธ ศาสนา นอกจากนัน้พระมหาธรรมราชาที่๑ ทรงพระราชนพินธว์รรณกรรมเรอื่ง ไตรภมูพิระรว่ง ที่


ปรากฏแนวคดิแบบธรรมราชาไวด้ว้ย การปกครองแบบนใี้ชใ้นสมยักรงุสโุขทยัตอนปลาย ตงั้แต่ พระมหาธรรมราชาที่ 1 - 4 ดา้นการปกครองสว่นยอ่ยสามารถแยกกลา่วเป็น 2 แนว ดงันี้ ● ในแนวราบ จัดการปกครองแบบพอ่ ปกครองลกูกลา่วคอืผปู้กครองจะมคีวามใกลช้ดิกบั ประชาชน ใหค้วามเป็นกนัเองและความยตุธิรรมกบั ประชาชนเป็นอยา่งมาก เมอื่ประชาชนเกดิความ เดอืดรอ้นไมไ่ดร้ับความเป็นธรรม สามารถรอ้งเรยีนกบัพอ่ขนุโดยตรงได้โดยไปสนั่กระดงิ่ที่ แขวนไวท้หี่นา้ประตทูปี่ระทบัดงัขอ้ความในศลิาจารกึปรากฏวา่ "…ในปากประตมูกีระดงิ่อนัหนงึ่ ไวใ้ห้ไพรฟ่ ้าหนา้ใส…" นั่นคอืเปิดโอกาสใหป้ระชาชนสามารถมาสนั่กระดงิ่เพอื่แจง้ขอ้รอ้งเรยีน ได้ ● ในแนวดงิ่ไดม้กีารจัดระบบการปกครองขนึ้เป็น 4 ชนชนั้คอื ○ พอ่ขนุเป็นชนชนั้ผปู้กครอง อาจเรยีกชอื่อยา่งอนื่เชน่เจา้เมอืง พระมหาธรรมราชา หาก มโีอรสกจ็ะเรยีก "ลกูเจา้" ○ ลกูขนุเป็นขา้ราชบรพิาร ขา้ราชการทมี่ตีำแหน่งหนา้ทชี่ว่งปกครองเมอืงหลวง หวัเมอืง ใหญน่อ้ย และภายในราชสำนัก เป็นกลมุ่ คนทใี่กลช้ดิและไดร้ับการไวว้างใจจากเจา้ เมอืงใหป้ฏบิตัหินา้ทบี่ำบดัทกุขบ์ ำรงุสขุแกไ่พรฟ่ ้า ○ ไพรห่รอื สามญั ชน ไดแ้กร่าษฎรทวั่ไปทอี่ยใู่ นราชอาณาจักร (ไพรฟ่ ้า) ○ ทาส ไดแ้กช่นชนั้ทไี่มม่อี สิระในการดำรงชวีติอยา่งสามญั ชนหรอื ไพร่ (อยา่งไรกต็าม ประเด็นทาสนยี้งัคงถกเถยีงกนัอยวู่ า่มหีรอื ไม)่ รายพระนามพระมหากษัตรยิแ์ละรายชอื่ผปู้กครอง ลำดั บ รายพระนาม ตำแหน่ง ราชวงศ์ชว่งเวลา ตำนานกลา่ววา่พ.ศ. 1043 พระยาพาลรีาชแหง่อาณาจักรละโวเ้ป็นผกู้อ่ตงั้เมอืงสโุขทยั [6] รัฐอสิระ - พระยาพาลรีาช เจา้เมอืงสโุขทยั - พ.ศ. 1043 [7] - ไม่ ทราบปี - พระยาอภยั [8] เจา้เมอืงศรสี ชันาลยั - ไมท่ราบปี - พระอรณุกมุาร [9] เจา้เมอืงศรสี ชันาลยั - ไมท่ราบปี - พระยาพสจุราช [10] เจา้เมอืงศรสี ชันาลยั - ไมท่ราบปี - พระยาธรรมไตรโลก [11] เจา้เมอืงศรสี ชันาลยั - ไมท่ราบปี - สมเด็จพระรว่งเจา้บรม ราชาธริาช [12] พระรว่งเจา้สโุขทยั - พ.ศ. 1500 - พ.ศ. 1502 [13] - พระยาศรจี ันทราธบิดี [14] พระรว่งเจา้สโุขทยั (อดตีภกิษุ) พ.ศ. 1502 [15] - ไม่ ทราบปี 0 อแีดงเพลงิ [16] พระรว่งเจา้สโุขทยั - ไมท่ราบปี- พ.ศ. 1700 1 พอ่ขนุศรนีาวนำถมุพระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศน์าวนำถมุพ.ศ. 1700 - 1724 2 ขอมสบาดโขลญลำพง พระรว่งเจา้สโุขทยั ไมท่ราบแน่ชดั - พ. ศ. 1781 3 พอ่ขนุศรอีนิทราทติย์พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1781 – 1811


4 พอ่ขนุบานเมอืง พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1811 - 1822 5 พอ่ขนุรามคำแหงมหาราช พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1822 – 1842 6 พญาไสสงคราม พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1842 7 พระยาเลอไทย พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1842 – 1866 8 พระยางั่วนำถมุพระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1866 – 1890 9 พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลไิท) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1890 – 1911 10 พระมหาธรรมราชาที่ 2 (พญาลอื ไท) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1911 - 1921 รัฐบรรณาการอาณาจักรอยธุยา 10 พระมหาธรรมราชาที่ 2 (พญาลอื ไท) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1921 – 1942 11 พระมหาธรรมราชาที่ 3 (พญาไสลอื ไท) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1943 – 1962 12 พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรม ปาล) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 1962 – 1981 13 พระราเมศวร (สมเด็จพระ บรมไตรโลกนาถ) พระรว่งเจา้สโุขทยัราชวงศส์พุรรณ ภมูิ พ.ศ. 1981 - 1991 พ.ศ. 1991 - 2011 ไมไ่ดแ้ตง่ตงั้พระรว่งเจา้สโุขทยั สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถตอ้งการตดัอำนาจ ราชวงศพ์ระรว่ง จงึใหพ้ระยายทุธษิฐริะเป็นเพยีงพระยาสองแคว รัฐบรรณาการอาณาจักรลา้นนา 14 พระยายทุธษิฐริะ พระรว่งเจา้สโุขทยั และศรสี ชันาลยั ราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 2011 - 2017 เมอืงพระพษิณุโลกสองแคว ลำดั บ รายพระนาม ตำแหน่ง ราชวงศ์ชว่งเวลา พ.ศ. 2011 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ รวมเมอืงสรลวงสองแควและเมอืงชยันาท [17] เป็นเมอืง พษิณุโลก และยกขนึ้เป็นศนูยก์ลางอำนาจหวัเมอืงเหนอืแทนสโุขทยั 1 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตรยิ์ กรงุศรอียธุยา ราชวงศส์พุรรณภมูิพ.ศ. 2011 - 2031 2 พระเชษฐาธริาช พระมหาอปุราชแหง่ กรงุศรอียธุยา ราชวงศส์พุรรณภมูิพ.ศ. 2031 - 2034 3 พระอาทติยวงศ์(พระหน่อ พทุธางกรู) พระมหาอปุราชแหง่ กรงุศรอียธุยา ราชวงศส์พุรรณภมูิพ.ศ. 2034 - 2072


4 พระไชยราชา พระมหาอปุราชแหง่ กรงุศรอียธุยา ราชวงศส์พุรรณภมูิพ.ศ. 2072 - 2077 พ.ศ. 2077 - 2091 ไมไ่ดแ้ตง่ตงั้พระมหาอปุราช เนอื่งจากพระราชโอรสของสมเด็จพระไชย ราชาธริาชยงัทรงพระเยาว์ 5 สมเด็จพระมหาธรรม ราชาธริาชเจา้ เจา้ราชธานฝี่ายเหนอืราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 2091 - 2111 พ.ศ. 2112 เสยีกรงุศรอียธุยาครัง้ที่ 1 สมเด็จพระมหาธรรมราชาธริาชลงมาครองกรงุศรอียธุยา 6 พระนเรศวร [18][19] พระมหาอปุราชแหง่ กรงุศรอียธุยา ราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 2115 - 2133 7 สมเด็จพระเอกาทศรถ พระมหาอปุราชแหง่ กรงุศรอียธุยา ราชวงศพ์ระรว่ง พ.ศ. 2133 - 2148 สมเด็จพระเอกาทศรถทรงยกเลกิตำแหน่งพระมหาอปุราชขนึ้ไปครองเมอืงพษิณุโลก แตใ่หม้า ประทบัทพี่ระราชวงัจันทรเ์กษม ในเกาะเมอืงอยธุยาแทน รายพระนามผคู้รองเมอืงสโุขทยัและเมอืงพษิณุโลกสองแคว ขยาย ● ด ● ค ● ก ลำดบัพระรว่งเจา้พระมหาธรรมราชาและผคู้รองอาณาจักรสโุขทยัเรยีงตามปีพทุธศกัราช ระเบยีงภาพ ● มณฑปพระอจันะ วดั ศรชีมุแสดงถงึความรงุ่ เรอืงของอาณาจักรสโุขทยั ในยคุแรก ๆ ● วดัเขาพระบาทนอ้ย และพระเจดยี์(ไมเ้ครอื่งบนบางสว่นหลงเหลอือย)ู่


● วหิารหลวง (จำลอง) ศลิ ปะสมยั สโุขทยั ในเมอืงโบราณ


Click to View FlipBook Version