The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 3 หลักการออกแบบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patitta198855, 2022-12-22 00:13:02

บทที่ 3 หลักการออกแบบ

บทที่ 3 หลักการออกแบบ

เอกสารประกอบการสอน วิชาการผลิตเอกสารเพอื่ งานสานกั งาน ครูอรินทยา ใจเอ ผสู้ อน

หน่วยที่ 3
การออกแบบเอกสาร

2.1 ความหมายของการออกแบบ

การออกแบบ คอื อะไร ซ่ึงความหมายของคาวา่ “ออกแบบ” น้นั ถกู ใหค้ านิยาม หรือคาจากดั ความ
ไวห้ ลายรูปแบบมากมาย ตามความเขา้ ใจ การตีความหมาย และการส่ือสารออกมาดว้ ยตวั อกั ษรของแตล่ ะคน
ตวั อยา่ งความหมายของการออกแบบ เช่น

– การออกแบบ หมายถึง การรู้จกั วางแผนจดั ต้งั ข้นั ตอน และรู้จกั เลือกใชว้ สั ดุวธิ ีการเพ่ือทาตาม
ที่ตอ้ งการน้นั โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะรูปแบบ และคณุ สมบตั ิของวสั ดุแตล่ ะชนิด ตามความคดิ สร้างสรรค์ และ
การสร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ข้ึนมา เช่น การจะทาโตะ๊ ข้ึนมาสักหน่ึงตวั เราจะตอ้ งวางแผนไวเ้ ป็นข้นั ตอน โดยตอ้ งเริ่มตน้
จากการเลือกวสั ดุท่ีจะใชใ้ นการทาโต๊ะน้นั วา่ จะใชว้ สั ดุอะไรที่เหมาะสม ในการยดึ ต่อระหวา่ งจุดตา่ ง ๆ น้นั ควรใช้
กาว ตะปู สกรู หรือใชข้ อ้ ตอ่ แบบใด รู้ถึงวตั ถุประสงคข์ องการนาไปใชง้ าน ความแขง็ แรง และการรองรับน้าหนกั
ของโตะ๊ สามารถรองรับไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด สีสนั ควรใชส้ ีอะไรจึงจะสวยงาม เป็นตน้

– การออกแบบ หมายถึง การปรับปรุงแบบ ผลงานหรือสิ่งตา่ ง ๆ ท่ีมีอยแู่ ลว้ ใหเ้ หมาะสมและดูมีความ
แปลกใหมข่ ้นึ เช่น โตะ๊ ที่เราทาข้นึ มาใช้ เมื่อใชไ้ ปนาน ๆ ก็เกิดความเบ่ือหน่ายในรูปทรง หรือสี เราก็จดั การ
ปรับปรุงให้เป็น รูปแบบใหม่ใหส้ วยกวา่ เดิม ท้งั ความเหมาะสม ความสะดวกสบายในการใชง้ านยงั คงเหมือนเดิม
หรือดีกวา่ เดิม เป็นตน้

– การออกแบบ หมายถึง การรวบรวมหรือการจดั องคป์ ระกอบท้งั ที่เป็น 2 มิติ และ 3 มิติ เขา้ ดว้ ยกนั
อยา่ งมีหลกั เกณฑ์ การนาองคป์ ระกอบของการออกแบบมาจดั รวมกนั น้นั ผอู้ อกแบบจะตอ้ งคานึงถึงประโยชน์
ในการใชส้ อยและความสวยงาม อนั เป็นคุณลกั ษณะสาคญั ของการออกแบบ เป็นศิลปะของมนุษยเ์ นื่องจาก
เป็นการสร้างค่านิยมทางความงาม และสนองคณุ ประโยชน์ทางกายภาพใหแ้ ก่มนุษยด์ ว้ ย

– การออกแบบ หมายถึง กระบวนการที่สนองความตอ้ งการในส่ิงใหม่ ๆ ของมนุษย์ ซ่ึงส่วนใหญ่
เพือ่ การดารงชีวิตใหอ้ ยู่รอด และสร้างความสะดวกสบายมากยง่ิ ข้นึ

การออกแบบ (Design) คือศาสตร์แห่งความคดิ และตอ้ งใชศ้ ิลป์ ร่วมดว้ ย เป็นการสร้างสรรค์ และการแกไ้ ขปัญหา
ท่ีมีอยู่ เพือ่ สนองต่อจุดมุง่ หมาย และนากลบั มาใชง้ านไดอ้ ยา่ งน่าพอใจ ความน่าพอใจน้นั แบง่ ออกเป็น 3 ขอ้ หลกั ๆ
ไดด้ งั น้ี


เอกสารประกอบการเรียน วิชาการผลิตเอกสารเพื่องานสานกั งาน 1

1. ความสวยงาม เป็นส่ิงแรกที่เราไดส้ มั ผสั ก่อน คนเราแต่ละคนต่างมีความรับรู้เรื่อง ความสวยงาม กบั ความพอใจ
ในท้งั 2 เรื่องน้ีไมเ่ ทา่ กนั จึงเป็นส่ิงที่ถกเถียงกนั อยา่ งมาก และไมม่ ีเกณฑ์ ในการตดั สินใด ๆ เป็นตวั ที่กาหนด
อยา่ งชดั เจน ดงั น้นั งานที่เราไดม้ ีการจดั องคป์ ระกอบที่เหมาะสมน้นั ก็จะมองวา่ สวยงามไดเ้ หมือนกนั

2. มีประโยชน์ใช้สอยท่ีดี เป็นเร่ืองที่สาคญั มากในงานออกแบบทุกประเภท เช่นถา้ เป็นการออกแบบส่ิงของ เช่น
เกา้ อ้ี,โซฟา น้นั จะตอ้ งออกแบบมาใหน้ ง่ั สบาย ไมป่ วดเม่ือย ถา้ เป็นงานกราฟิ ก เช่น งานส่ือส่ิงพมิ พน์ ้นั ตวั หนงั สือ
จะตอ้ งอา่ นงา่ ย เขา้ ใจง่าย ถึงจะไดช้ ื่อวา่ เป็นงานออกแบบท่ีมีประโยชนใ์ ช้สอยท่ีดีได้

3. มแี นวความคดิ ในการออกแบบท่ีดี เป็นหนทางความคิด ที่ทาใหง้ านออกแบบสามารถตอบสนอง ตอ่ ความรู้สึก
พอใจ ช่ืนชม มีคุณค่า บางคนอาจใหค้ วามสาคญั มากหรือนอ้ ย หรืออาจไม่ใหค้ วามสาคญั เลยกไ็ ด้ ดงั น้นั บางคร้ัง
ในการออกแบบโดยใชแ้ นวความคดิ ท่ีดี อาจจะทาใหผ้ ลงาน หรือส่ิงท่ีออกแบบมีคณุ คา่ มากข้ึนกไ็ ด้

ดงั น้นั นกั ออกแบบ (Designer) คอื ผทู้ ี่พยายามคน้ หา และสร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ หาวิธีแกไ้ ข หรือหาคาตอบใหม่ ๆ
สาหรับปัญหาต่าง ๆ

ที่มา : http://allalike-design.blogspot.com/2010/12/blog-post.html

การออกแบบสรรพสิ่งตา่ ง ๆ ในโลกน้ีหากพิจารณาจะเห็นวา่ มีรูปร่าง รูปทรงที่แตกต่างกนั ออกไป
ท้งั น้ี เพราะสิ่งเหล่าน้ีประกอบดว้ ยส่วนประกอบภายในท่ีแตกต่างกนั เช่น ตน้ ไม้ ประกอบไปดว้ ย ราก ลาตน้ ก่ิง
ใบ และดอก หากมองลึกไปกจ็ ะพบวา่ ดอกน้นั มีส่วนประกอบยอ่ ยลงไปอีก เปรียบเสมือนกบั การออกแบบ
ท่ีประกอบดว้ ยโครงสร้างและองคป์ ระกอบที่สาคญั 2 ส่วน คอื ส่วนประกอบทางศิลปะของการออกแบบ และ
หลกั การจดั วางส่วนประกอบในการออกแบบ ดงั น้นั ไมว่ า่ จะเป็นงานออกแบบลกั ษณะใดก็ตามลว้ นตอ้ งอาศยั
ส่วนประกอบของงานศิลปะอนั ไดแ้ ก่ เสน้ รูปร่าง รูปทรง ลกั ษณะผิว สี เป็นตน้ เพ่ือนามาประกอบกนั เป็นผลงาน
ท่ีมีรูปแบบที่ดี และใชห้ ลกั การออกแบบที่มีประสิทธิภาพ เม่ือเป็นเช่นน้ีการที่จะเป็นผอู้ อกแบบและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
ที่ดีควรจะไดร้ ู้จกั และมีความรู้ความเขา้ ใจในองคป์ ระกอบมูลฐานของการออกแบบ เพื่อจะไดใ้ ชอ้ งคป์ ระกอบ
เหล่าน้ีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง บรรลุจุดมุ่งหมายและเกิดความสวยงาม

2.2 องค์ประกอบมูลฐานของการออกแบบ การจดั องค์ประกอบศิลป์ (Composition)

เป็นการจดั การตอ่ ส่วนประกอบ ของงานออกแบบ หรือองคป์ ระกอบศิลป์ นบั ไดว้ า่ เป็นหวั ใจ
ของงานออกแบบ สาหรับองคป์ ระกอบ มลู ฐานของงานออกแบบน้นั หมายถึง สิ่งซ่ึงปรากฏแก่สายตารอบ ๆ ตวั
โดยผอู้ อกแบบสามารถนามาประสมประสานใหเ้ กิดเป็นผลงาน ดงั น้นั ผอู้ อกแบบจึงจาเป็นตอ้ งศึกษาวเิ คราะห์
ถึงคณุ สมบตั ิ และบทบาทขององคป์ ระกอบมลู ฐานตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจอยา่ งแทจ้ ริงในขอ้ ดี และขอ้ จากดั ตา่ ง ๆ
เพ่อื จะไดน้ าขอ้ ดีขององคป์ ระกอบมลู ฐานมาใชก้ บั งานออกแบบอยา่ งมีประสิทธิภาพ และพยายามหลกี เล่ียง
ขอ้ จากดั ขององคป์ ระกอบมลู ฐาน เพ่ือมิให้ทาลายหรือลดคุณคา่ ของงานออกแบบ เช่น สีสม้ แดงเป็นสีวรรณะร้อน
มีคุณสมบตั ิทาใหผ้ ดู้ ูรู้สึกอบอนุ่ กระฉบั กระเฉง ผอู้ อกแบบควรนาสีสม้ แดงไปใชก้ บั งานกราฟิ กท่ีตอ้ งการ
ความรู้สึกร้อน เช่น ภาพโฆษณาการแขง่ ขนั กีฬา ปกหนงั สือ สงคราม เป็นตน้ แต่ไมค่ วรนาไปใชใ้ นงานกราฟิ ก


เอกสารประกอบการเรียน วิชาการผลิตเอกสารเพอื่ งานสานกั งาน 2

ท่ีตอ้ งการความรู้สึกสงบ เยอื กเยน็ เช่น ภาพ โฆษณาเรื่องราวทางศาสนา เพราะจะทาใหเ้ กิดความรู้สึกขดั แยง้ และ
ทาลายคณุ คา่ ของงาน ออกแบบน้นั องคป์ ระกอบมูลฐานของการออกแบบ ประกอบดว้ ยส่วนท่ีสาคญั ดงั น้ี
2.2.1 จดุ (Dot) จุดเป็นองคป์ ระกอบพ้ืนฐานที่สาคญั สาหรับการออกแบบ เพราะจุดเป็นตน้ กาเนิดของเสน้ และ
น้าหนกั ของภาพ ดงั จะเห็นไดว้ า่ ในการพิมพภ์ าพโทนต่อเนื่อง (Half Tone) การเกิดน้าหนกั อ่อนแก่ในภาพเป็นการ
ใชจ้ ุดในบริเวณท่ีเป็นน้าหนกั อ่อน เกิดจากจุดหรือเมด็ สกรีนท่ีเลก็ และห่าง ส่วนในบริเวณท่ีมีน้าหนกั เขม้ จะ
ประกอบดว้ ยจุดที่มีขนาดใหญแ่ ละหนาแน่น จะเห็นไดว้ า่ จุดสร้างความงามในธรรมชาติใหเ้ กิดข้ึนอีกมากมาย อาทิ
ลายจุดบนผวิ หนงั 7 ของเสือดาว จุดบนปี กผเี ส้ือ จุดบนใบไมจ้ ุดท่ีเกิดจากกอ้ นกรวด เมด็ ทราย เป็นตน้ การที่
ผอู้ อกแบบ จะนาจุดมาใชง้ านออกแบบสามารถใชไ้ ด้ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี

(1) การวางตาแหน่งของจุดลกั ษณะกระจาย มกั ใชใ้ นการออกแบบแนวนอน
(2) การวางตาแหน่งของจุดลกั ษณะเนน้ ช่องจงั หวะ เป็นการวางจุดโดยให้พกั เป็นระยะ
(3) การวางตาแหน่งของจุดลกั ษณะเป็นกล่มุ เป็นการทาใหจ้ ุดในงานออกแบบเกิดเอกภาพ สามารถ
กระทาไดใ้ นลกั ษณะตอ่ ไปน้ี

- การวางจุดหลายขนาดไวด้ ว้ ยกนั ลกั ษณะท่ีเหมือนกนั ของจุดจะทาใหเ้ กิดเอกภาพ
- การใชจ้ ุดขนาดเดียวกนั แต่ใชเ้ ส้นเชื่อมโยงเพอ่ื ทาให้จุดเกิดเอกภาพ
- การวางจุดในกรอบภาพ โดยใชจ้ ุดเป็นตวั เนน้ และกรอบภาพเป็นตวั สร้างเอกภาพ

2.2.2 เส้น (Line) เสน้ เกิดจากการเดินทางหรือต่อเน่ืองของจุดในลกั ษณะทิศทางเดียวกนั ในการออกแบบเส้น
อาจเกิดจากการลากพกู่ นั (Brush Stroke) การขดู ขีดดว้ ยดินสอ ปากกา ฯลฯ นกั ออกแบบถือวา่ เสน้ เป็นองคป์ ระกอบ
มลู ฐานที่สาคญั เนื่องจากเสน้ เป็นตน้ กาเนิดของ รูปร่าง รูปทรง ทิศทาง พ้ืนผวิ และแสงเงาในภาพได้ ในงานศิลปะ
ตะวนั ออกนิยมเนน้ ความงามท่ีเส้นรอบรูปมากกวา่ การใชส้ ีสร้างแสงเงา เพราะเส้นท่ีเนน้ น้าหนกั ตา่ งกนั สามารถ
สร้างแสงเงาในภาพได้ เช่น ในงานจิตรกรรมไทย สามารถสร้างความรู้สึกที่กลมในใบหนา้ จากการใชเ้ ส้นในดา้ น
ที่เป็นแสง และเสน้ หนกั ในดา้ นท่ีเป็นเงา เส้นในงานออกแบบประกอบดว้ ยเนน้ หลกั ที่สาคญั ไดแ้ ก่ เส้นนอน
เส้นต้งั เส้นเฉียง เส้นโคง้ เส้นซิกแซก และเส้นคล่ืน

(1) เสน้ นอน (Horizontal Line) เป็นเส้นท่ีแสดงถึงความรู้สึกสงบนิ่ง กวา้ งขวาง ผอู้ อกแบบสามารถ
นาอิทธิพลของเส้นนอนมาใชใ้ นการแกป้ ัญหาสาหรับการออกแบบ เพ่ือใหเ้ กิดผลตามความตอ้ งการได้ ตวั อยา่ งเช่น
คนที่มีลกั ษณะผอมสูง ถา้ ใชล้ วดลายเส้ือผา้ ที่เป็น 8 เสน้ นอน จะช่วยใหผ้ ดู้ ูเกิดความรู้สึกวา่ อว้ นได้ ในการออกแบบ
ท่ีตอ้ งการเนน้ ถึงความรู้สึกที่กวา้ งขวาง เช่น ภาพทะเล จึงควรวางภาพตามแนวนอนมากกวา่ แนวต้งั การวาง
ตาแหน่งแกนของ เส้นนอนไม่ควรวางในแนวกลางภาพเพราะจะทาใหพ้ ้ืนที่ส่วนบนและส่วนกลางมีความเท่ากนั
เกินไป ควรวางในตาแหน่งท่ีคอ่ นไปทางขา้ งบนหรือขา้ งล่างในอตั ราส่วน 2 ใน 3

(2) เส้นต้งั (Vertical Line) เป็นเส้นที่แสดงถึงความสงา่ งาม ความมี ระเบียบ แขง็ แรง ผอู้ อกแบบ
สามารถนาอิทธิพลของเสน้ ต้งั มาใชใ้ นการออกแบบเพ่อื โนม้ นา้ ว ความรู้สึกของผดู้ ูให้เกิดความรู้สึกดงั กลา่ ว
ตวั อยา่ ง การออกแบบอนุสาวรียซ์ ่ึงตอ้ งการแสดงถึงความ มีเกียรติยศเป็นตน้ ในการแกป้ ัญหาสาหรับคนอว้ นเต้ีย
ควรใชล้ วดลายเส้ือผา้ ท่ีเป็นเสน้ ต้งั จะช่วยให้ ความรู้สึกดีข้นึ และควรวางแกนของเสน้ ต้งั กบั กรอบภาพในแนวต้งั


เอกสารประกอบการเรียน วิชาการผลิตเอกสารเพอ่ื งานสานกั งาน 3

มากกวา่ กรอบภาพแนวนอน โดยตาแหน่งของแกนของเส้นต้งั ไม่ควรวางท่ีก่ึงกลางกรอบภาพ เพราะจะทาใหพ้ ้นื ที่
ซีกซา้ ยและซีกขวาเท่ากนั เกินไป ควรวางในตาแหน่งค่อนไปทางซา้ ยหรือขวา ในอตั ราส่วน 2 ใน 3

(3) เส้นเฉียง (Diagonal Line) เป็นเสน้ ที่แสดงถึงความรู้สึกที่เคลื่อนไหว ความไมแ่ น่นอนและ
เกิดทิศทาง ดงั น้นั ผอู้ อกแบบยอ่ มสามารถใชอ้ ิทธิพลจากเส้นเฉียงในงานออกแบบเพื่อใหผ้ ดู้ ูเกิดความรู้สึกดงั กล่าว
ได้ ตวั อยา่ งเช่น ในการออกแบบตวั อกั ษรซ่ึงตอ้ งการแสดง ถึงความรู้สึกรวดเร็ว ควรใชต้ วั อกั ษรในแนวเฉียง
มากกวา่ แนวต้งั

(4) เสน้ โคง้ (Curve Line) เป็นเสน้ ที่ใหค้ วามรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล แสดงถึงความออ่ นนอ้ ม
เศร้าโศก ผอู้ อกแบบสามารถนาอิทธิพลของเสน้ โคง้ มาใชเ้ ป็นแกนหลกั ในการ ออกแบบเพ่อื โนม้ นา้ วผดู้ ูใหเ้ กิด
ความรู้สึกดงั กล่าวไดใ้ นลกั ษณะต่อไปน้ี

- เสน้ โคง้ คร่ึงวงกลม เป็นเส้นรอบรูปของคนท่ีกาลงั เศร้าโศกสิ้นหวงั ในชีวิตหรือเป็นภาพ
ดวงอาทิตยก์ าลงั ลบั ขอบฟ้า จึงชกั นาใหผ้ ดู้ ูเกิดความรู้สึกเศร้าใจได้

- เสน้ โคง้ 1/4 ของวงกลม มาจากเส้นกรอบรูปของผคู้ นที่กาลงั โคง้ คานบั หรือโคง้ ตวั ไหว้
จึงก่อใหเ้ กิดความนอบนอ้ มถ่อมตนแก่ผดู้ ู

- เส้นโคง้ 1/6 ของวงกลม มาจากลกั ษณะของตน้ หญา้ ท่ีกาลงั ลู่ลม ก่อใหเ้ กิดความรู้สึกเริงร่า
ออ่ นหวานแก่ผดู้ ู

ในการใชเ้ สน้ โคง้ ผอู้ อกแบบไมค่ วรใหเ้ ส้นโคง้ อยูอ่ ิสระลอยกลางภาพ เพราะจะทาใหเ้ กิดความรู้สึก
วา่ มีแรงดีด เหมือนการท่ีเรางอไมซ้ ่ึงพร้อมที่จะดีดตวั เองกลบั สู่สภาพตรงตลอดเวลา ความรู้สึกไมส่ บายใจตอ่ การ
มองดูภาพ การออกแบบจึงควรจดั องคป์ ระกอบที่ช่วยยดึ ส่วนปลายของเส้นโคง้ อนั จะเกิดความรู้สึกสบายใจ

(5) เสน้ ซิกแซก (Zigzag Line) เป็นเส้นซ่ึงแสดงความรู้สึกเคล่ือนไหว รุนแรง ไม่แน่นอน ผอู้ อกแบบ
สามารถนาอิทธิพลของเส้นซิกแซกมาใชใ้ นการออกแบบ เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกแก่ผูด้ ูได้ นอกจากน้ี การใชเ้ ส้น
ซิกแซกยงั สามารถสร้างความรู้สึกไดว้ า่ เป็นการแบ่งมิติหรือ 9 พ้นื ที่ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในภาพได้ เช่น การใชเ้ ส้น
สีเทาในงานจิตกรรมไทย จนเป็นสญั ลกั ษณ์อยา่ งหน่ึงของงานศิลปกรรมไทย

(6) เสน้ คลื่น (Wave Line) เป็นเสน้ ท่ีใหค้ วามรู้สึกเคลื่อนไหวชา้ ๆ น่ิมนวลและเป็นจงั หวะ
แก่ผพู้ บเห็น นอกจากเส้นที่กลา่ วขา้ งตน้ ยงั มีเส้นตรง (Straight Line) ท่ีแสดงถึงความสงา่ ความเขม้ แขง็ ความเกล้ียง
ความง่าย ทาใหเ้ กิดความรู้สึกมนั่ คง แขง็ แรง และเสน้ ประ (Broken Line) ที่แสดงถึงความต่ืนเตน้ ความไม่เป็ น
ระเบียบ ความแตกแยก และความสับสน


เอกสารประกอบการเรียน วิชาการผลิตเอกสารเพ่ืองานสานกั งาน 4

2.2.3 รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form) รูปร่างและรูปทรง เกิดจากเสน้ ท่ีเดินทางครบวงจร ในการออกแบบ
มกั จะกล่าวถึงรูปร่างและรูปทรงควบคกู่ นั ไป แตโ่ ดยขอ้ เทจ็ จริงแลว้ รูปร่างจะมี 2 มิติ ไดแ้ ก่ ความกวา้ งกบั ความยาว
ในระนาบแบน เหมือนกบั การฉายไฟไปท่ีวตั ถแุ ลว้ เกิดเป็นเงาตกทอดที่ฉาก ลกั ษณะของเงาน้นั ถือวา่ เป็นรูปร่าง
ส่วนรูปทรงมี 3 มิติไดแ้ ก่ ความกวา้ ง ความยาว และความลึก ดงั น้นั อาจกลา่ วไดว้ า่ ตวั วตั ถคุ ือรูปทรง ส่วนเงา
ของวตั ถุคือรูปร่าง รูปร่าง และรูปทรงซ่ึงเป็นองคป์ ระกอบมูลฐานในการออกแบบน้นั สามารถจาแนกไดเ้ ป็น
3 ประเภท ไดแ้ ก่

(1) รูปเรขาคณิต เป็นรูปที่เกิดจากการสร้างข้ึนโดยใชเ้ ครื่องมือเรขาคณิต ไดแ้ ก่รูปวงกลม วงรี
สามเหลี่ยม ส่ีเหล่ียม หา้ เหล่ียม เป็นตน้ รูปในลกั ษณะน้ีจะมีความแขง็ กระดา้ ง ความมีระเบียบ จึงเหมาะสาหรับ
งานออกแบบซ่ึงตอ้ งการความแขง็ แรง มีระเบียบ เคร่งครัด เช่นงานท่ีเกี่ยวกบั การก่อสร้าง งานวิทยาศาสตร์ เป็นตน้

(2) รูปธรรมชาติ เป็นรูปที่เกิดจากการนาลกั ษณะความงามในธรรมชาติ มาใชใ้ นการออกแบบ รูปทรง
ในธรรมชาติท่ีก่อใหเ้ กิดแรงบนั ดาลใจในการออกแบบ ไดแ้ ก่ เปลวไฟ เปลือกหอย กอ้ นหิน คลื่น ใบไม้ เป็นตน้
การนารูปทรงในธรรมชาติมาใชใ้ นการออกแบบ ทาไดโ้ ดยการถา่ ยภาพ การเขียนภาพแบบเหมือนจริง เป็นตน้

(3) รูปอิสระ เป็นรูปที่ผูอ้ อกแบบใชจ้ ินตนาการสร้างข้ึนดว้ ยมืออิสระ โดยไม่ใชเ้ คร่ืองจกั รเขา้ ช่วย
อาจเกิดจากการดดั แปลงรูปทรงเรขาคณิต หรือเป็นการดดั แปลงจาก รูปทรงในธรรมชาติก็ได้

2.2.4 แสงและเงา (Light & Shade) แสงและเงา เป็นปัจจยั ที่ทาใหผ้ ดู้ ูเกิดความรู้สึกต่อลกั ษณะ 3 มิติ ของรูปทรง
ไดช้ ดั เจนยงิ่ ข้ึน ในการออกแบบกราฟิ ก ซ่ึงกระทาบนวสั ดุ 2 มิติ ผอู้ อกแบบสามารถใชแ้ สงเงาเพอื่ เนน้ ความลึกหรือ
มิติท่ีสามได้ โดยธรรมชาติของแสงยอ่ มตกกระทบบนผิววตั ถุไมเ่ ท่ากนั ดา้ นท่ีไดร้ ับแสงจะมีความจา้ ส่วนดา้ น
ที่ตรงขา้ มจะมีน้าหนกั มืดลงตามลาดบั การท่ีเรามองเห็นวตั ถไุ ดน้ ้นั เป็นผลมาจากการท่ีมีแสงสวา่ งมากระทบกบั
วตั ถุ ทาใหเ้ กิดเป็นบริเวณสว่าง และบริเวณมืด โดยบริเวณสวา่ งและบริเวณมืดจะค่อย ๆ กระจายค่า น้าหนกั (Tone)
ความออ่ นแก่อยา่ งกลมกลืน ปรากฏเป็นปริมาตรของรูปทรงวตั ถุ ดงั น้นั แสงและเงาจึงเก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั น้าหนกั
อยา่ งเหมาะสมไปทวั่ ภาพ โดยเกือบไม่คานึงถึงปริมาตรของรูปทรง เนน้ ความใกลไ้ กล ลึกต้ืน ดว้ ยบรรยากาศ
ของน้าหนกั แต่อยา่ งไรกต็ ามในทางศิลปะ การใหแ้ สงและเงาท่ีถือว่ามีคุณค่าทางความงามมากที่สุด นิยมให้
แสงเขา้ กระทบวตั ถทุ างดานขา้ งทามุมเฉียง 45 องศามากกวา่ ตาแหน่งอื่น

2.2.5. ช่องว่าง (Space) ช่องวา่ ง หมายถึง การกาหนดช่องวา่ งในตวั วตั ถหุ รือตวั รูป (Positive Space) และช่องวา่ ง
รอบตวั วตั ถหุ รือพ้ืน (Negative Space) การออกแบบในสมยั ก่อนมกั ไม่คานึงถึงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรูปแบบและ
พ้ืนท่ีเทา่ ใดนกั โดยผทู้ ี่ออกแบบจะมงุ่ ใหค้ วามสาคญั แก่ตวั รูปเป็นส่วนใหญ่ แต่โดยที่งานออกแบบเป็นภาพรวม
ของพ้ืนท่ีท้งั หมด ผอู้ อกแบบที่ดีจึงควรพิจารณาถึงความสมั พนั ธ์ตอ่ เนื่องระหวา่ งรูปและพ้นื ใหม้ ีความเหมาะสม
ทดั เทียมกนั


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพ่อื งานสานกั งาน 5

หลกั ในการสร้างความสาคญั ระหวา่ งรูปและพ้ืนใหม้ ีความทดั เทียมกนั และมีความสมั พนั ธ์กนั
สามารถกระทาไดด้ งั น้ี

(1) กาหนดใหพ้ ้ืนท่ีของรูปมีปริมาณใกลเ้ คียงกนั
(2) หลีกเล่ียงไมใ่ หต้ วั รูปลอยอยกู่ ลางพ้ืน แต่ควรใหต้ วั รูปตกชิดขอบภาพ เพื่อมิใหบ้ ริเวณพ้ืน
ลอ้ มรอบตวั รูป การใชบ้ ริเวณวา่ งในการออกแบบท้งั หลาย ผสู้ ร้างงานจะใชบ้ ริเวณวา่ งใหม้ ี ความสัมพนั ธ์กบั
ภาพรวมของวตั ถนุ ้นั ๆ

2.2.6 สี (Color) สีเป็นองคป์ ระกอบมูลฐานท่ีมีอิทธิพลต่อความรู้สึก และการรับรู้ของผดู้ ูเป็นอยา่ งยงิ่
ถา้ เปรียบเทียบระหวา่ งภาพสีกบั ภาพขาวดา จะพบวา่ มีภาพสียอ่ มแสดงความแตกตา่ งและใหร้ ายละเอียดแก่ผดู้ ู
ไดด้ ีกวา่ ภาพขาวดา เช่น ดอกไมส้ ีแดงกบั ใบไมส้ ีเขียว ถา้ เป็นภาพขาวดาจะมีน้าหนกั เท่าใกลเ้ คียงกนั แต่ถา้ เป็น
ภาพสี ผดู้ ูจะเห็นความแตกต่างกนั ของสีไดอ้ ยา่ งชดั เจน ผอู้ อกแบบจาเป็นตอ้ งเลือกใชส้ ีใหเ้ หมาะสมกบั จุดมุ่งหมาย
ของงานออกแบบ จึงจะเกิดประสิทธิภาพตอ่ ความรู้สึกของผดู้ ู อาทิ

สีแดง ใหค้ วามรู้สึกร้อน อนั ตราย
สีส้ม ใหค้ วามรู้สึกสวา่ ง อบอุ่น
สีเลือดหมู ใหค้ วามรู้สึกสง่า หนกั แน่น
สีน้าตาล ใหค้ วามรู้สึกเก่าแก่ ถ่อมตน
สีเหลือง ใหค้ วามรู้สึกสดใส งอกงาม
สีน้าเงิน ใหค้ วามรู้สึกสงบ จริงจงั
สีม่วง ใหค้ วามรู้สึกหนกั แน่น มีเลศนยั
สีดา ใหค้ วามรู้สึกหดหู่ เศร้า
สีขาว ใหค้ วามรู้สึกบริสุทธ์ิ สะอาด

2.2.7. ลกั ษณะพืน้ ผิว (Texture) ลกั ษณะพ้นื ผิว หมายถึง ความรู้สึกในการจาแนกความเรียบ หรือความขรุขระ
ของผิววตั ถจุ ากการสัมผสั ทางสายตา ลกั ษณะพ้ืนผิวที่มีความแตกต่างกนั ย่อมเร้าใหผ้ ดู้ ูเกิดความสนใจ
ความแปลกตา ไมน่ ่าเบื่อหน่าย เช่น ผนงั อาคารท่ีมี ลกั ษณะเรียบยอ่ มไม่สร้างความน่าสนใจแก่ผดู้ ู แตส่ ถาปนิก
ออกแบบโดยใชพ้ ้ืนผวิ ที่มีความแตกตา่ ง กนั เช่น การใชห้ ินลา้ ง หินขดั การประดบั หินกาบบนผนงั การใชผ้ ิว
คอนกรีตเปลือย ยอ่ มสร้างความน่าสนใจใหแ้ ก่ผดู้ ูไดด้ ีกวา่


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพ่ืองานสานกั งาน 6

2.3 หลกั การจดั วางส่วนประกอบในการออกแบบ

มนุษยท์ กุ คนยอ่ มรู้จกั องคป์ ระกอบมลู ฐานท่ีใชเ้ ป็นส่วนประกอบสาคญั ในงานออกแบบ ซ่ึงไดแ้ ก่
จุด เส้น สีแสงเงา รูปร่าง รูปทรง และลกั ษณะพ้ืนผิวเป็นอยา่ งดี แตจ่ ะมีบางคนเท่าน้นั ที่สามารถจดั องคป์ ระกอบ
เหลา่ น้นั ใหเ้ กิดคณุ ค่าทางความงาม และบางคนไม่สามารถจดั องคป์ ระกอบ ใหเ้ กิดความงดงามลงตวั ได้ ผอู้ อกแบบ
จึงจาเป็นตอ้ งศึกษาถึงหลกั การในการนาองคป์ ระกอบมลู ฐาน มารวมอยดู่ ว้ ยกนั อยา่ งมีระบบ ประดุจการที่กวี
นาถอ้ ยคาต่าง ๆ อนั เสมือนเป็นองคป์ ระกอบมลู ฐานมา ร้อยกรองโดยมีฉนั ทลกั ษณ์ลกั ษณ์เป็นเครื่องกาหนด
ซ่ึงเปรียบไดก้ บั หลกั ในการออกแบบนน่ั เอง หลกั การจดั วางส่วนประกอบในการออกแบบ มีดงั น้ี

2.3.1 การเน้นจดุ แห่งความสนใจ (Emphasis) การสร้างจุดแห่งความสนใจให้ เกิดข้นึ ในงานออกแบบ
โดยการกาหนดบริเวณใดบริเวณหน่ึงในภาพที่เหมาะสม ใหม้ ีลกั ษณะพิเศษกวา่ บริเวณอื่นเพื่อใชเ้ ป็นเคร่ืองดึงดูด
ความสนใจแก่ผดู้ ู งานออกแบบที่ขาดการเนน้ จะไมส่ ามารถหยดุ ผดู้ ูใหม้ ีความสนใจต่องานออกแบบได้ ตวั อยา่ งเช่น
ในคนื เดือนมืดซ่ึงมีแตด่ วงดาวกระจายเตม็ ทอ้ งฟ้า ยอ่ มไม่มีเสน่ห์ที่จะชวนใหผ้ ดู้ ูสนใจเหมือนกบั ทอ้ งฟ้าในคืน
เดือนหงาย ซ่ึงมีดวงจนั ทร์เป็นจุดแห่งความสนใจ โดยมีหม่ดู าวและกอ้ นเมฆเป็นองคป์ ระกอบรอง การเนน้ จุด
แห่งความสนใจสามารถ กระทาไดห้ ลายลกั ษณะดงั น้ี

(1) การเนน้ โดยการตดั กนั หมายถึงการทาให้ ส่วนประกอบจานวนหน่ึงที่มีความแตกต่างไปจาก
ส่วนประกอบอื่น เช่น เนน้ ดว้ ยขนาด เนน้ ดว้ ยรูปร่าง เนน้ ดว้ ยสี เนน้ ดว้ ยน้าหนกั เนน้ ดว้ ยพ้นื ผวิ

(2) การเนน้ โดยการแยกตวั ประกอบออกไป หมายถึงการเนน้ โดยใหส้ ่วนประกอบบางส่วนแยกตวั
ออกมาต่างหาก การเนน้ ดว้ ยวธิ ีน้ีเป็นการเนน้ ดว้ ยการนารูปร่าง หรือรูปทรงส่วนใหญ่อยรู่ วมกนั เป็นกลุ่มส่วน
ในส่วนหน่ึงของพ้นื ที่ รูปร่าง หรือ รูปทรงที่แยกตวั ออกมาจะกลายเป็นจุดเด่น

(3) การเนน้ โดยการจดั วางตาแหน่ง หมายถึงการเนน้ โดยผอู้ อกแบบจดั วางส่วนประกอบ
ในตาแหน่งท่ีเหมาะสม ไม่ใช่เป็นการตดั กนั ดว้ ย รูปร่างต่าง ๆ แตอ่ าจใชเ้ สน้ สี รูปร่าง รูปทรง ฯลฯ นามาจดั วาง
เนน้ ใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งที่น่าสนใจ เช่น การเนน้ โดยใชเ้ สน้ ชกั นาสายตา เนน้ โดยตาแหน่งในการจดั วางส่วนประกอบ
ต่าง ๆ ใหม้ ีทิศทางคลอ้ ยตามกนั ไป หรือใหเ้ ป็นแนวรัศมีจากจุดเด่น เพอ่ื เป็นการนาจุดแห่งความสนใจไปยงั
ตาแหน่งทิศทางในพ้ืนที่ท่ีกาหนด การกาหนดจุดแห่งความสนใจน้นั ควรใหม้ ีเพยี งจุดเดียวในภาพการที่จะอยู่
บริเวณใดในภาพน้นั ไมม่ ีกฎเกณฑท์ ่ีตายตวั แต่ไม่ควรอยใู่ นบริเวณก่ึงกลางภาพ และในบริเวณชิดขอบภาพ
มากเกินไป

2.3.2 ความสมดุล (Balance) ความสมดุลเป็นการกาหนดและจดั วาง องคป์ ระกอบมูลฐาน
ใหม้ ีน้าหนกั และขนาดในสดั ส่วนท่ีเทา่ ๆ กนั ท้งั สองขา้ ง งานออกแบบท่ีขาดความสมดุลจะก่อใหเ้ กิดความรู้สึก
วา่ ภาพน้นั เอียงได้ ซ่ึงการสร้างความสมดุลใหเ้ กิดข้นึ ในงานออกแบบ สามารถทาได้ 3 แบบ ไดแ้ ก่

(1) สมดุลแบบสมมาตร (Symmetrical Or Balance) หมายถึง การจดั วางภาพโดยวาง
องคป์ ระกอบใหซ้ ีกซา้ ยและซีกขวามีลกั ษณะเหมือนกนั ทุกประการ ตวั อยา่ งเช่น ลกั ษณะใบหนา้ คน ลกั ษณะลาย
ผีเส้ือ ลกั ษณะสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ ซ่ึงเม่ือแบ่งงานดงั กลา่ ว ออกเป็น 2 ซีกจะมีองคป์ ระกอบท่ีเหมือนกนั


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพอ่ื งานสานกั งาน 7

อยา่ งแทจ้ ริง สมดุลในลกั ษณะน้ีจะใหค้ วามรู้สึกท่ี เคร่งครัดเป็นระเบียบ หนกั แน่น เที่ยงตรง มนั่ คง และมีความ
น่าเคารพศรัทธาแก่ผพู้ บเห็น ความ สมดุลแบบสมมาตร บางคร้ังกเ็ รียก “สมดุลแท”้

(2) สมดุลแบบอสมมาตร (Asymmetrical Or Formal Balance) เป็น การจดั องคป์ ระกอบเพอื่ ให้
ผดู้ ูเกิดความรู้สึกวา่ องคป์ ระกอบในซีกซา้ ยและซีกขวามีปริมาณท่ีเทา่ ๆ กนั แมว้ า่ ลกั ษณะท่ีแทจ้ ริงจะไมเ่ หมือนกนั
ก็ตาม สมดุลในลกั ษณะน้ีจะใหค้ วามรู้สึกท่ีเป็นอิสระไม่ เคร่งครัด และถา้ วางองคป์ ระกอบในทิศทางที่แยง้ กนั
จะทาใหเ้ กิดการเคล่ือนไหวในภาพ ความสมดุลแบบอสมมาตร บางคร้ังเรียกวา่ “สมดุลในความรู้สึก” ซ่ึงแตกตา่ ง
จากความสมดุลแท้ เป็นความสมดุลที่เกิดความรู้สึกในการรับรู้จากภาพขององคป์ ระกอบตา่ ง ๆ

(3) สมดุลแบบรัศมี (Radical) เป็นการจดั วางองคป์ ระกอบใหม้ ีการกระจายหรือการรวมตวั
ท่ีจุดศูนยก์ ลาง นิยมใชใ้ นการออกแบบลวดลายตา่ ง ๆ เช่น ลายดาวเพดาน และเคร่ืองหมายการคา้ เป็นตน้

2.3.3 ความมีเอกภาพ (Unity) การจดั วางองคป์ ระกอบใหม้ ีการรวมตวั เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั
โดยไม่แตกแยก กระจดั กระจาย งานออกแบบท่ีขาดเอกภาพจะทาใหผ้ ดู้ ูเกิดความรู้สึกแตกแยกและไม่น่าสนใจ
การสร้างเอกภาพใหเ้ กิดข้นึ กบั งานออกแบบสามารถท่ีจะทาได้ หลายวธิ ี ดงั น้ี

(1) การนารูปร่าง รูปทรง มาวงซอ้ นทบั เก่ียวเน่ืองกนั การซอ้ นทบั กนั ยอ่ มสร้างความเป็น
อนั หน่ึงอนั เดียวกนั ใหเ้ กิดข้นึ ในภาพได้

(2) การใชร้ ูปร่าง รูปทรง ท่ีมีความกลมกลืนกนั แมว้ า่ ตวั ภาพมีลกั ษณะที่ แตกต่างกนั
แต่ถา้ ตอ้ งการออกแบบใหเ้ กิดเอกภาพอาจใชพ้ ้ืนรองรับภาพที่เหมือนกนั จะทาใหเ้ กิด เอกภาพ เช่น การใชร้ ูปอิสระ
ท้งั หมด หรือรูปเรขาคณิตท้งั หมดโดยไมป่ ะปนกนั ในแต่ละภาพ

(3) การใชพ้ ้นื รองรับภาพในลกั ษณะเดียวกนั แมว้ า่ ตวั ภาพจะมีลกั ษณะท่ีแตกต่างกนั
แตถ่ า้ ตอ้ งการออกแบบใหเ้ กิดเอกภาพอาจใชพ้ ้นื รองรับภาพท่ีเหมือนกนั จะทาใหเ้ กิดเอกภาพได้

(4) การใชเ้ ส้นชกั นาสายตาสู่จุดเดียวกนั ลกั ษณะของเส้นชกั นาสายตา รวมที่สู่จุดเดียวกนั
ยอ่ มทาใหผ้ ดู้ ูรู้สึกวา่ มีความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั หรือเกิดภาพพจน์

(5) การใชเ้ สน้ โยงเพ่อื ทาใหเ้ กิดเอกภาพ องคป์ ระกอบซ่ึงวางอยโู่ ดยกระจดั กระจาย ผอู้ อกแบบ
สามารถทาใหเ้ กิดการรวมตวั ไดโ้ ดยการใชเ้ ส้นโยงเพื่อใหเ้ ป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั

(6) การใชส้ ีวรรณะเดียวกนั เพื่อทาใหเ้ กิดเอกภาพ แมว้ า่ งานออกแบบจะ มีการใชร้ ูปร่าง
ท่ีไม่กลมกลืนกนั แตถ่ า้ ผอู้ อกแบบใชโ้ ครงสีท่ีเป็นวรรณะเดียวกนั ในพ้นื ท่ีส่วนใหญ่ของ ภาพก็จะช่วยใหง้ าน
ออกแบบน้นั เกิดเอกภาพได้ จะเห็นไดว้ า่ เอกภาพเป็นหลกั สาคญั ของการจดั วางองคป์ ระกอบทางศิลปะ

2.3.4 จังหวะ (Rhythm) ลกั ษณะของจงั หวะในการจดั ภาพ ไดแ้ ก่ การวาง องคป์ ระกอบมลู ฐาน
ใหม้ ีระยะตาแหน่งขององคป์ ระกอบเป็นช่วง ๆ ซ่ึงจะก่อใหเ้ กิดความรู้สึกเคล่ือนไหวต่อเนื่อง และความมีทิศทาง
แก่ผดู้ ูจงั หวะในการออกแบบ แบง่ ไดเ้ ป็น 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ จงั หวะชนิดซ้า จงั หวะชนิดช่วงระยะที่เป็นแบบแผน
คงที่ และจงั หวะชนิดช่วงระยะไม่คงท่ี


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพือ่ งานสานกั งาน 8

2.3.5 ความกลมกลืน (Harmony) ความกลมกลืนเป็นการจดั วางองคป์ ระกอบ ทางศิลปะซ่ึงมี
คณุ สมบตั ิใกลเ้ คยี งกนั เขา้ ไวด้ ว้ ยกนั อยา่ งพอเหมาะ ทาให้งานออกแบบน้นั เกิดความประสานกลมกลืน มีความเป็น
ระเบียบ และนาไปสู่ความมีเอกภาพ แต่ในบางกรณีถา้ หากความกลมกลืนมาจากสิ่งท่ีซ้ากนั เหมือนกนั หรือเท่ากนั
มากเกินไปอาจทาให้เกิดความน่าเบื่อได้ จึงตอ้ งจดั ใหค้ วามขดั แยง้ เขา้ ไปร่วมในผลงานน้นั บา้ งเพยี งเลก็ นอ้ ย
ก็จะทาใหเ้ กิดความน่าสนใจข้ึน ความกลมกลืนจึงเป็นการรวมกนั ของหน่วยยอ่ ยต่าง ๆ ไดแ้ ก่ เส้น รูปร่าง สี
ขนาด ฯลฯ ใหม้ ีความสัมพนั ธ์ ตอ่ เน่ืองกนั ในการออกแบบโดยไมม่ ีความขดั แยง้ กนั

2.3.6 ความขดั แย้ง (Contrast) ความขดั แยง้ เป็นการจดั วางส่วนประกอบมูลฐานของการออกแบบ
ไมใ่ หซ้ ้าซากกนั เช่น มีรูปร่าง สี ท่ีแตกต่างกนั ซ่ึงความขดั แยง้ จะตรงขา้ มกบั ความกลมกลืน และมีคุณคา่ ในงาน
ออกแบบของศิลปะและส่ิงพมิ พ์ เพราะสามารถนามาใชแ้ กไ้ ขสิ่งท่ีกลมกลืนกนั มาก ๆ จนเกิดความน่าเบ่ือหน่าย
ใหก้ ลบั กลายดูน่าสนใจข้นึ ได้ เช่น ดอกหางนกยงู สีแดงบานสะพรั่งเตม็ ตน้ มีความสวยงาม แต่ถา้ ในส่วนของสีแดง
หรือดา้ นหลงั ของสีแดงมีสีเขียวของใบไมร้ วมอยดู่ ว้ ย หรือฉากหลงั เป็นทอ้ งฟ้าสีน้าเงิน ก็จะทาใหส้ ีแดงน้นั มีความ
สวยงามและมีความน่าสนใจเพิ่มมากข้ึน เป็นตน้

2.3.7 สัดส่วน (Proportion) ในการออกแบบถือไดว้ า่ สัดส่วนมีความสาคญั มาก โดยสัดส่วนเป็น
กฎเกณฑข์ องเอกภาพที่เก่ียวขอ้ งกบั ความสมส่วนซ่ึงกนั และกนั ของขนาดในส่วนต่าง ๆ ของรูปทรง และ ระหวา่ ง
รูปทรง เช่น การที่เราพบเห็นคนหวั โตตวั เต้ีย คนคอยาวขาส้ัน อยใู่ นสงั คมแสดงใหเ้ ห็นถึงสัดส่วนที่ผิดไปจาก
ธรรมดาของบุคคลทว่ั ไป ในงานออกแบบมีการนาสดั ส่วนเขา้ มาใชเ้ พือ่ สร้างความรู้สึกทางสุนทรียภาพและอดุ มคติ
น้นั คือ การใชส้ ่วนประกอบมูลฐานทางการออกแบบ ไดแ้ ก่ เส้น สี แสงเงา ฯลฯ เขา้ มาใชไ้ ดอ้ ยา่ งมีความสัมพนั ธ์
เหมาะสมกลมกลืน แสดงวา่ การออกแบบน้นั ไดส้ ัดส่วน ท้งั น้ีเพราะภาพหรือวตั ถุท่ีมีสดั ส่วนงดงามจะช่วยส่งเสริม
ใหอ้ งคป์ ระกอบน้นั มีความสวยงามกลมกลืนกนั ส่วนประกอบอ่ืน ๆ ตามไปดว้ ย เช่น อาคารทางสถาปัตยกรรม
กบั สภาพแวดลอ้ มรอบอาคาร เฟอร์นิเจอร์ภายในอาคารที่มีความสมั พนั ธ์กบั สดั ส่วนของผใู้ ช้ การออกแบบกรอบ
รูปภาพ ปกหนงั สือ สมดุ ให้มีสดั ส่วนเหมาะสมกบั ขนาดกระดาษที่ใชเ้ ป็นตน้

2.3.8 ความเรียบง่าย (Simplicity) การวางองคป์ ระกอบในการจดั ภาพ ควรเนน้ ที่ความเรียบงา่ ย
ไมร่ กรุงรัง พบวา่ มีความแตกต่างของงานออกแบบในสมยั โบราณกบั งานออกแบบสมยั ใหม่ ไดแ้ ก่ การใชค้ วาม
เรียบงา่ ยในการออกแบบ โดยท่ีสมยั ก่อนมนุษยม์ ีระยะเวลาในการพิจารณางานออกแบบมากกวา่ มนุษยใ์ นปัจจุบนั
ทาใหผ้ อู้ อกแบบสมยั ใหม่จาเป็นจะตอ้ งตดั ทอนรายละเอียดของงานออกแบบ เพ่ือใหง้ ่ายต่อการรับรู้ของผดู้ ู และ
เหมาะสมกบั สภาพความเปล่ียนแปลงในสังคม สาหรับหลกั ในการจดั วางองคป์ ระกอบทางศิลปะน้นั มีหลาย
แนวทาง ไดแ้ ก่ การเนน้ จุด ความสนใจ ความสมดุล เอกภาพ จงั หวะ ความกลมกลืน ความขดั แยง้ ความมีสัดส่วน
และความเรียบง่าย เพราะสิ่งเหล่าน้ีเป็นหลกั การพ้นื ฐานสาคญั ในการที่จะทาใหง้ านออกแบบมีกฎเกณฑแ์ ละเกิด
ความสวยงามไดอ้ ยา่ งลงตวั สมบูรณ์โดยสามารถรับรู้ไดด้ ว้ ยสายตาและความรู้สึก


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพ่ืองานสานกั งาน 9

2.4 หลกั การออกแบบท่ดี ี

ผลงานการออกแบบที่มีคณุ ค่ายอ่ มตอ้ งมาจากหลกั การออกแบบท่ีดี ซ่ึงผทู้ ี่ทางานเกี่ยวขอ้ งกบั การ
ออกแบบน้นั ควรคิดพิจารณาอยเู่ สมอในการสร้างสรรคผ์ ลงานโดยยดึ หลกั การ ดงั ต่อไปน้ี

2.4.1 ควรจะเป็นการออกแบบที่มีลกั ษณะเหมาะสมตรงกบั ความมงุ่ หมายตาม ประโยชน์ใชส้ อย
มีความกลมกลืนตามหลกั เกณฑค์ วามงามของสังคม และความสามารถปรับปรุง เปล่ียนแปลงได้

2.4.2 ควรเป็นการออกแบบท่ีมีลกั ษณะงา่ ย มีจานวนผลิตผลตามความตอ้ งการ ของสังคมและ
มีกระบวนการผลิตไมย่ งุ่ ยากสลบั ซบั ซอ้ น

2.4.3 ควรจะมีสดั ส่วนที่ดี มีความกลมกลืนกนั ท้งั ส่วนรวม เช่น รูปแบบ ลกั ษณะผิว เสน้ สี เป็นตน้
และมีสดั ส่วนท่ีเหมาะสมในการใชง้ านดว้ ย

2.4.4 ควรมีความเหมาะสมกบั วสั ดุและวิธีการ มีคณุ ภาพ มีวิธีการใชง้ า่ ยสะดวก สามารถผลิตไดต้ รง
ตามความตอ้ งการของสงั คมปัจจุบนั

2.4.5 ควรมีลกั ษณะของการตกแต่งอยา่ งพอดี ไมร่ กรุงรัง
2.4.6 ควรมีโครงสร้างที่เหมาะสมกลมกลืนกบั วฒั นธรรม และความตอ้ งการของสงั คม
2.4.7 ไม่ควรสิ้นเปลืองเวลามากนกั

2.5 หน้าทแี่ ละประโยชน์ของการออกแบบด้วยเทคโนโลยี

คอมพวิ เตอร์ช่วยในการออกแบบมีหนา้ ท่ีสาคญั 2 ประการ ประการแรกคือ อานวยความสะดวก
ในการเขยี นแบบ (drafting) ของชิ้นงานท่ีตอ้ งการบนจอภาพ การใชค้ อมพวิ เตอร์ในการออกแบบ จะตดั ความยงุ่ ยาก
ในการเขียนแบบบนกระดาษดว้ ยมือ ซ่ึงเป็นงานท่ีละเอียด ตอ้ งการความสามารถสูง และกินเวลานานออกไป ท้งั น้ี
คอมพวิ เตอร์สามารถแสดงภาพบนจอจากขอ้ มลู ท่ีผอู้ อกแบบป้อนใหเ้ ป็นภาพ ท้งั ในระบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ได้
ตามตอ้ งการ ภาพในระบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติน้ี เกิดข้ึนจากการมองชิ้นงานจากทิศทางที่แตกต่างกนั คอมพิวเตอร์
สามารถออกแบบไดท้ ุกชนิด ต้งั แต่แบบอาคาร แบบบา้ นที่อยอู่ าศยั ขนาดสะพาน รถยนต์ เครื่องบิน วงจรไฟฟ้า
ของเลน่ ตลอดจนแบบโฆษณาตา่ ง ๆ แบบเหลา่ น้ีจะเก็บอยใู่ นหน่วยความจาของคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงผใู้ ชส้ ามารถ
เรียกแบบที่เกบ็ ไวน้ ้ี ออกมาแสดงบนจอภาพไดท้ นั ทีท่ีตอ้ งการ และอาจพิจารณาปรับปรุงแกไ้ ขใหม่ หรืออาจส่ังให้
นาแบบไปเขียนบนกระดาษดว้ ยเครื่องเขยี น (plotter) แบบอตั โนมตั ิกไ็ ด้

หนา้ ท่ีสาคญั ประการที่ 2 ของคอมพวิ เตอร์ในงานออกแบบไดแ้ ก่ การจาลอง (simulation) สภาพการทางานจริง
ของชิ้นงานที่ไดอ้ อกแบบไวใ้ นสภาวะตา่ ง ๆ เพือ่ ศึกษารายละเอียดของชิ้นงาน และวเิ คราะหห์ าประสิทธิภาพ
และคณุ ภาพของชิ้นงานน้นั โดยท่ีผอู้ อกแบบไมจ่ าเป็นตอ้ งสร้างชิ้นงานตน้ แบบ (prototype) ข้ึนมาทดลองจริง ๆ
นอกจากน้นั คอมพิวเตอร์ยงั ช่วยประหยดั เวลา ในการคานวณค่าตา่ ง ๆ ที่ตอ้ งการไดด้ ว้ ย


เอกสารประกอบการเรียน วิชาการผลิตเอกสารเพ่อื งานสานกั งาน 10

ประโยชน์ของการใช้คอมพวิ เตอร์ช่วยในการออกแบบสรุปได้เป็ น 4 ประการสาคัญดงั นี้

1. เพม่ิ ประสิทธิภาพในการออกแบบ
ในการเขียนแบบ คอมพวิ เตอร์สามารถช่วยผใู้ ชว้ าดรูปต่าง ๆ บนจอภาพไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และงา่ ยดาย

ผใู้ ชท้ ี่ไม่มีฝีมือในดา้ นการเขียนแบบก็สามารถวาดแบบที่ตอ้ งการไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และไดม้ าตรฐาน โดยอาศยั
คอมพวิ เตอร์ช่วย โดยผใู้ ชเ้ พียงแตบ่ อกลกั ษณะรูปร่างของชิ้นงานใหอ้ ยใู่ นรูปของขอ้ มูลต่าง ๆ ใหก้ บั คอมพิวเตอร์
กจ็ ะไดภ้ าพชิ้นงานน้นั ปรากฏบนจอภาพของคอมพวิ เตอร์ได้ ตวั อยา่ งเช่น ในการเขียนแบบอาคาร

2. เพม่ิ คุณภาพของงานออกแบบ
การท่ีคอมพวิ เตอร์สามารถรับภาวะทางดา้ นการคานวณตวั เลขตา่ ง ๆ การแสดงผล และการเขยี นแบบ

ไปจากผอู้ อกแบบได้ ทาใหผ้ อู้ อกแบบสามารถใชส้ มองและความสามารถของตนเองทางาน ในส่วนที่สาคญั อื่น ๆ
เช่น ความปลอดภยั ความสวยงาม ผลกระทบตอ่ สภาพแวดลอ้ มใหไ้ ดด้ ียงิ่ ข้ึน เนื่องจากมนุษยย์ งั ตอ้ งเป็นผกู้ าหนด
ตดั สินใจเลือกแบบและเปลี่ยนแปลงแกไ้ ขแบบใหก้ บั คอมพวิ เตอร์ คอมพวิ เตอร์จึงเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการ
ออกแบบใหก้ บั มนุษยเ์ ท่าน้นั แตถ่ า้ มีคอมพิวเตอร์ช่วย ผอู้ อกแบบจะสามารถทดสอบแนวความคดิ หรือหลกั การ
ใหม่ ๆ ในการออกแบบไดง้ ่าย หรือจะศึกษาผลของการเปล่ียนคา่ ตวั แปรของการออกแบบ ที่มีตอ่ คุณภาพของงาน
ออกแบบน้นั ไดง้ ่ายและสะดวกยง่ิ ข้นึ การปรับปรุงแกไ้ ขงานออกแบบท่ีไดท้ าไปแลว้ ก็ทาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

3. ลดต้นทนุ การออกแบบและการผลติ
การออกแบบโดยใชค้ อมพิวเตอร์ช่วยเป็นการออกแบบท่ีไมส่ ิ้นเปลืองท้งั วสั ดุและเวลา เพราะ

คอมพวิ เตอร์สามารถจาลองการทางาน หรือวเิ คราะหง์ านออกแบบใหไ้ ด้ โดยผอู้ อกแบบไม่ตอ้ งสร้างชิ้นงาน
ตน้ แบบข้ึนมาทดสอบจริง ๆ ในกรณีท่ีงานออกแบบมีคุณภาพไมต่ รงกบั ความประสงคข์ องผใู้ ช้ ผอู้ อกแบบ
จะทราบผลไดจ้ ากการวิเคราะห์ดว้ ยคอมพวิ เตอร์ และสามารถตดั งานออกแบบชิ้นน้นั ทิง้ ไป โดยไมต่ อ้ งนาไปสร้าง
ใหส้ ิ้นเปลืองเปลา่ ๆ การใชค้ อมพวิ เตอร์ช่วยกลน่ั กรองงานออกแบบไดเ้ ช่นน้ี นบั ไดว้ า่ เป็นประโยชน์ และคุม้ ค่า
ต่อการผลิตอยา่ งยงิ่ เพราะสามารถลดตน้ ทุนในการผลิตไดท้ างหน่ึง งานออกแบบที่ผา่ นข้นั ตอนน้ีไปแลว้ มกั จะ
เป็นงานท่ีมีคณุ ภาพดี และสามารถนาไปสร้างหรือผลิตในข้นั ต่อไปได้ การลดตน้ ทุนการผลิตอีกทางหน่ึงไดแ้ ก่
การเลือกใชว้ สั ดุท่ีเหมาะสม เช่น เลือกวสั ดุท่ีราคาถกู กวา่ แตค่ ณุ ภาพของงานชิ้นน้นั จะคงเดิม เป็นตน้ คอมพิวเตอร์
จะสามารถช่วยเราประเมินความสิ้นเปลืองวสั ดุ และเครื่องมือที่ใชใ้ นการผลิตชิ้นงานที่ออกแบบไวไ้ ด้

4. เป็ นแหล่งรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ในการออกแบบ
ตามปกติงานออกแบบโดยทว่ั ไป เม่ือทาเสร็จแลว้ เรายงั สามารถนาขอ้ มูลมาใชใ้ นการออกแบบ

คร้ังต่อไปได้ ความตอ้ งการ หรือความสนใจของสงั คมมนุษยม์ กั จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และเทคโนโลยี
เป็นไปไมไ่ ดท้ ี่เราจะออกแบบเพยี งคร้ังเดียว แลว้ ไดช้ ิ้นงานท่ีดีและเหมาะสมท่ีสุด จนไม่ตอ้ งแกไ้ ขหรือออกแบบ
ใหม่ในภายหลงั ของที่ดีและสวยที่สุดในปัจจุบนั อาจจะลา้ สมยั และไม่น่าดูในอีกไมก่ ี่ปี ขา้ งหน้ากไ็ ด้ ดว้ ยเหตุน้ี
การออกแบบชิ้นงาน แต่ละชิ้นงาน แต่ละประเภทจะตอ้ งเกิดข้นึ ซ้าแลว้ ซ้าอีก ดงั น้นั ขอ้ มลู ของการออกแบบงาน
แต่ละชิ้น จะตอ้ งเก็บไว้ เพื่อนามาใชป้ ระกอบในการออกแบบคร้ังต่อ ๆ ไป


เอกสารประกอบการเรียน วชิ าการผลิตเอกสารเพื่องานสานกั งาน 11

ในการออกแบบแต่ละคร้ังจะมีขอ้ มลู จานวนมากมายท่ีตอ้ งเก็บไวเ้ พอื่ ใชป้ ระโยชน์ภายหลงั แต่ถา้
เราเกบ็ ขอ้ มูลเหลา่ น้ีไวใ้ นรูปของเอกสารแลว้ กอ็ าจจะเกิดปัญหาต่าง ๆ ข้นึ ได้ เช่น เปลืองเน้ือท่ีในการเก็บ
เอกสารสูญหาย หรือกระจดั กระจาย ไม่เป็นระเบียบ และเกบ็ ขอ้ มูลซ้าซอ้ น ยงิ่ กวา่ น้นั ในกรณีที่มีขอ้ มูลเป็นจานวน
มาก ยอ่ มจะทาใหก้ ารคน้ หา (searching) การเปลี่ยนแปลง (modifying) การจดั ลาดบั (sorting) หรือการสอดแทรก
(inserting) เป็นไปอยา่ งไม่คอ่ ยสะดวกทนั ใจเทา่ ไรนกั ปัญหาเหล่าน้ี คอมพวิ เตอร์สามารถช่วยเราไดเ้ ป็นอยา่ งดี
เพราะเคร่ืองท่ีช่วยจาของคอมพวิ เตอร์ เช่น แผ่นจานแม่เหลก็ และแถบแม่เหลก็ เป็นเคร่ืองท่ีกินเน้ือท่ีนอ้ ย
แตส่ ามารถเก็บขอ้ มูลไดม้ าก รูปแบบของการเก็บขอ้ มลู ของ คอมพวิ เตอร์ก็มกั ทากนั อยา่ งมีกฎเกณฑ์ ซ่ึงมีช่ือเรียก
ทางวิชาการวา่ ฐานขอ้ มูล (data base) คอมพิวเตอร์ท่ีมีระบบ การจดั การฐานขอ้ มลู (data base management system)
ที่ดี จะแกป้ ัญหาต่าง ๆ ขา้ งตน้ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี และยงั ลดความ ซ้าซอ้ นของการเก็บขอ้ มลู ได้

ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=11&chap=5&page=t11-5-infodetail02.html


Click to View FlipBook Version