A
ARALIACEAE
วงศ์มอื พระนารายณ์ ARALIACEAE
ไมต้ น้ หรอื ไมพ้ มุ่ บางครง้ั เปน็ ไมเ้ ถา ใบ
มที ง้ั ใบเดย่ี วและใบประกอบ เรยี งสลบั มนี อ้ ย
ท่อี อกตรงข้ามกนั หรอื เรยี งเป็นวงรอบก่ิง ช่อ
ดอกแบบซ่ีร่ม บางครั้งแยกแขนง หรือดอก
ออกเปน็ กลมุ่ ออกตามงา่ มใบและปลายกง่ิ ดอก
สมบรู ณเ์ พศ กลบี เลย้ี งมกั มี 5 กลบี กลบี ดอก
สว่ นใหญม่ ี 5 กลบี บางคร้งั มีมากถึง 10 กลีบ
โคนกลบี บางครง้ั เชอื่ มตดิ กนั เกสรเพศผตู้ ง้ั แต่
3 อันขนึ้ ไป รังไข่ 1 อนั อยู่ในฐานดอก มนี อ้ ย
ทอี่ ยเู่ หนอื ฐานดอกหรอื จมอยใู่ นฐานดอกเปน็
บางส่วน มีตั้งแต่ 1 ช่องขึ้นไป แต่ละช่องมี
ไข่ออ่ น 1 หน่วย ผลสด มี 1 ถงึ หลายเมล็ด
กAรrtาhมroชpา้ งh,yตll้าuงm diversifolium Blume
กHรeะdจeบั roตpน้ sis maingayi C. B. Clarke
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 50 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
A
ARALIACEAE
วงศ์มอื พระนารายณ์ ARALIACEAE
คนั หามเสอื , กาโบบารุ Sนc้ิวhมeอื fพfleรrะaฤาsษuี bulata (Miq.) Viguier
Schefflera heterophylla (Wall. ex G. Don) Harms.
Tตr้าeงvบeุกsia burckii Boerl.
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 51 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
A
ARALIDIACEAE
วงศค์ ดนกกดู ARALIDIACEAE
ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม ใบเดี่ยว เวียนสลับ แผ่นใบมักจักลึก โคนก้านใบแบนแผ่หุ้มกิ่ง
ช่อดอกแบบแยกแขนง ออกท่ีปลายกิ่งหรือใกล้ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น กลีบเล้ียง
5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 5 อัน
รังไข่ฝ่อ ดอกเพศเมียมีเกสรเพศผู้ฝ่อ 5 อัน รังไข่ฝังอยู่ในฐานดอก ส่วนใหญ่มี 3 ช่อง
แต่มกั มไี ข่ออ่ นเพียง 1 หน่วย ผลสดสว่ นใหญม่ ี 1 เมลด็
พชื ในวงศน์ ี้มเี พียงชนิดเดยี ว คือ คดนกกดู หรอื พรมคด Aralidium pinnatifidum
(Jungh. & de Vriese) Miq.
Aคrดaนliกdกiuูดm pinnatifidum (Jungh. & de Vriese) Miq.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 52 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
A
ARISTOLOCHIACEAE
วงศ์กระเชา้ สีดา ARISTOLOCHIACEAE
ไมล้ ้มลกุ มกั มเี หงา้ ใตด้ นิ มีท้ังลำ�ต้น
ตั้งตรงและเป็นเถาเล้ือย มีน้อยท่ีเป็นไม้พุ่ม
ใบเด่ียว เรียงสลับ แผ่นใบบางครั้งหยักลึก
คล้ายใบประกอบรูปฝ่ามือหรือน้ิวมือ ดอก
มกั เบีย้ ว สมบูรณเ์ พศ ออกเด่ียว เปน็ กระจกุ
หรอื เป็นชอ่ สนั้ ๆ ตามงา่ มใบ กงิ่ ท่ไี รใ้ บ และ
ลำ�ต้น วงกลีบรวมเชื่อมติดกัน บางคร้ังปอง
เปน็ กระพ้งุ ปลายแยก 2-3 แฉก หรอื เชื่อม
กนั โดยตลอด เกสรเพศผู้ 6-36 อนั ก้านชูอับ
เรณมู กั เชอ่ื มตดิ กนั รงั ไข่ 1 อนั จมอยใู่ นฐานดอก
มี 4-6 ชอ่ ง แตล่ ะชอ่ งมไี ขอ่ ่อนมาก ผลแหง้
แตก มีเมล็ดมาก
กAรriะstเชoา้loผcมี hดia minutiflora Ridl.
หThูหoมtีดteอaกเpลa็กrviflora Ridl. Tหhูหoมtีใtหiaญs่ p. CN 8110
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 53 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
A
ASCLEPIADACEAE
วงศน์ มต�ำ เลยี ASCLEPIADACEAE
ไมล้ ม้ ลกุ และไมเ้ ถามนี อ้ ยทเ่ี ปน็ ไมพ้ มุ่ Dสรisอ้ cยhโidนiรaาalbida Griff.
หรือไม้ต้น มียางขาวข้นคลา้ ยน้ำ�นม ใบเดีย่ ว
ออกตรงข้ามเป็นคู่หรือเรียงเป็นวงรอบกิ่ง
บางครั้งลดรูปเป็นเกล็ดหรือหายไป ช่อดอก
แบบซี่ร่ม แบบกระจะ แยกแขนง กระจุก
บางครั้งดอกออกเป็นกลุ่มหรือออกเดี่ยว
ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง 5 กลีบแยกกัน
หรอื เชอ่ื มตดิ กนั เปน็ รปู ถว้ ย รปู ระฆงั หรอื รปู ทอ่
กลบี ดอก 5 กลบี โคนเชอ่ื มตดิ กนั เกสรเพศผู้
5 อัน ก้านชูอับเรณูและเกสรเพศเมียเชื่อม
ติดกันเป็น 5 พู คล้ายมงกุฎอยู่กลางดอก
รงั ไขอ่ ยเู่ หนอื ฐานดอก มี 2 อนั ปลายเชอ่ื มกนั
แต่ละอันมี 1 ช่อง มีไขอ่ อ่ นจ�ำ นวนมาก ผล
แห้งแตกด้านข้าง เมล็ดส่วนใหญ่มีขนคล้าย
เสน้ ไหมเปน็ ปยุ ตดิ ทป่ี ลาย
นมหนู
Dischidia astephana Scort. ex King & Gamble.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 54 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
A
ASCLEPIADACEAE
วงศ์นมตำ�เลีย ASCLEPIADACEAE
Hนมoyเมaียcoriacea Blume. ทHับoyทaรวlaง,cuนnมoเมsียa Blume.
นHมoyเมaยี m, นicมrนanอ้ tยh,aอูบHีแoกoแkน. f. ตHาoบyaดาrรeาvoluta Wight
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 55 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BALANOPHORACEAE
วงศข์ นนุ ดนิ BALANOPHORACEAE
พชื เบยี นลม้ ลกุ ไรส้ เี ขยี วสงั เคราะหแ์ สง เบยี นอาหารจากรากของไมอ้ น่ื โคนมกั เปน็
ปมใหญ่ ใบเปน็ เกลด็ เรยี งซอ้ นสลบั กนั ชอ่ ดอกคลา้ ยหางกระรอก เปน็ แทง่ หรอื ดอกเรยี งชดิ กนั
เปน็ กอ้ น ออกทป่ี ลายล�ำ ดอกแยกเพศอยตู่ า่ งตน้ ดอกเพศผมู้ วี งกลบี รวม 3-4 กลบี บางครง้ั
โคนกลีบเช่อื มติดกัน เกสรเพศผ้มู ีต้งั แต่ 3 อันข้นึ ไป ดอกเพศเมียไร้กลีบรวม รังไข่ 1 อัน
อยเู่ หนอื ฐานดอกหรอื อยใู่ นฐานดอก มี 1-3 ชอ่ ง แตล่ ะชอ่ งมไี ขอ่ อ่ น 1 หนว่ ย ผลสดหรอื แหง้
ไมแ่ ตก มกั มี 1 เมลด็
กBaากlaหnมoาpกhฤoาษraี (ดglอoกbเoพsศaเมJียu)ngh.
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 56 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BALSAMINACEAE
วงศ์เทยี น BALSAMINACEAE
ไมล้ ม้ ลกุ อวบน�ำ้ บรเิ วณทตี่ ดิ กา้ นใบ
มกั บวมโปนเปน็ ขอ้ ใบเดยี่ วเรยี งสลบั หรอื ออก
ตรงขา้ มกนั เปน็ คู่ ชอ่ ดอกสน้ั บางครง้ั ดอกออก
เดย่ี ว ออกตามงา่ มใบ ดอกเบย้ี ว สมบรู ณเ์ พศ
กลีบเล้ียง 3-5 กลีบ กลีบในสุดใหญ่กว่า
กลีบอื่น โคนกลีบโหนกเป็นถุง หรือยื่นเป็น
ระยางค์เรยี วยาว กลบี ดอก 3-5 กลีบ กลบี
นอกสุดใหญ่กว่ากลีบอ่ืน กลีบที่เหลือเช่ือม
ตดิ กนั เกสรเพศผู้ 5 อนั อบั เรณเู ชอ่ื มกนั คลมุ
เกสรเพศเมยี รงั ไข่ 1 อัน อยูเ่ หนือฐานดอก
มี 5 ชอ่ ง แตล่ ะชอ่ งมักมไี ขอ่ อ่ นจ�ำ นวนมาก
ผลสดหรือแห้ง ส่วนใหญ่แก่แล้วแตก มักมี
เมล็ดมาก
Iเmทียpนaดtiอeกnขsาmว,aเcทroยี sนeขpาaวla Hook. f.
Iเmทียpนaแtiดeงn,sหpญlaา้ tเyทpียeนtala L.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 57 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BARRINGTONIACEAE
วงศจ์ กิ BARRINGTONIACEAE (LECYTHIDACEAE)
ไม้ต้น ใบเด่ียว เรียงเวียนสลับ มัก
เรียงชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายก่ิง โคนใบมัก
สอบเรียวเป็นครีบลงมาตามก้านใบ ช่อดอก
แบบกระจะ คลา้ ยหางกระรอก หรือกระจุก
บางครั้งดอกออกเดี่ยว ออกตามง่ามใบและ
ปลายกง่ิ ดอกสมบรู ณเ์ พศ กลบี เลย้ี ง 4-6 กลบี
กลบี ดอก 4-6 กลีบ โคนกลบี มักเชื่อมติดกัน
เกสรเพศผู้มีมาก โคนก้านชูอับเรณูมักเชื่อม
ติดกัน รังไข่ 1 อัน อยู่ในฐานดอก มี 2-6
ช่องหรือมากกว่า แต่ละช่องมีไข่อ่อนตั้งแต่
1 หนว่ ยขน้ึ ไป ผลมที งั้ ชนดิ ผลสดและผลแหง้
มกี ลีบเลยี้ งประดับปลายผล มเี มลด็ ตงั้ แต่ 1
เมล็ดข้นึ ไป
Bจaกิ rนriาngtonia acutangula (L.) Gaertn.
Bจaกิ rใrบinใgหtญon่, iจaกิ mสาaยcใrบoใcหaญrp่ a Hassk.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 58 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BARRINGTONIACEAE
วงศ์จิก BARRINGTONIACEAE (LECYTHIDACEAE)
จBaกิ rนriมn,gจtoิกnปiา่a, จกิ ใหญ่ Kurz
macrostachya
Bจaกิ rเขrinา,gtจaกิ nนiaมปsีกcortechinii King จBaิกrปriา่ n,gจtoกิ nสiาaยspicata Blume
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 59 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BEGONIACEAE
วงศ์ดาษตะกว่ั BEGONIACEAE
ไม้ล้มลุก อวบนำ้� มักมีเหง้าใต้ดิน
ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบมีหลายแบบ
สว่ นใหญ่เบี้ยว บางคร้งั จกั เปน็ แฉก ชอ่ ดอก
มักแยกแขนงแบบก้านร่ม หรอื ดอกออกเปน็
กระจกุ ทป่ี ลายกา้ นชอ่ มนี อ้ ยทด่ี อกออกเดย่ี ว
ออกตามง่ามใบ ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้มี
วงกลบี รวม 2-4 กลบี เกสรเพศผมู้ มี าก โคน
ก้านชูอับเรณูมักเช่ือมติดกัน ดอกเพศเมียมี
วงกลบี รวม 2-5 หรอื 6 กลบี รงั ไข่ 1 อนั อยู่ใน
ฐานดอกซึ่งเป็นครีบ มี 2-3 ช่อง แตล่ ะชอ่ ง
มกั มีไขอ่ ่อนจ�ำ นวนมาก ผลมคี รีบ มีทั้งผลสด
และผลแหง้ แตก มีเมล็ดมาก
Bกeา้ มgoกnงุ้ ia paupercula King
สBeม้ gกoงุ้ nia pseudisoptera Irmsch. ดBeาดgoตnะiกaั่วsinuata Wall. ex Meisner
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 60 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
ไม้ต้น ไม้พุ่ม หรือไม้เลื้อย บางครั้ง B
มรี ะยางคเ์ กีย่ วพนั ไม้อืน่ ใบมีท้งั ใบเด่ยี วและ
ใบประกอบ แผ่นใบย่อยมักมีต่อมที่โคนใบ BIGNONIACEAE
สว่ นใหญอ่ อกตรงขา้ มกนั หรอื ออกเปน็ วงรอบกง่ิ
ชอ่ ดอกแบบกระจะ แยกแขนง หรอื เป็นกลุ่ม วงศ์แค BIGNONIACEAE
มักออกบรเิ วณปลายกง่ิ ดอกมกั เบย้ี ว สมบรู ณ์
เพศ กลบี กลบี เลย้ี งเชอ่ื มตดิ กนั เปน็ รปู ทอ่ รปู แตร อPaโี ปjaงnelia longifolia (Willd.) K. Schum.
หรอื รปู ระฆงั ปลาย 5 แฉก กลบี ดอกเชอื่ มตดิ
กนั เปน็ รูปแตรหรือระฆงั ปลายแยก 5 กลีบ
เกสรเพศผู้มักมี 2 คู่ แต่ละคู่ยาวไม่เท่ากัน
รังไข่ 1 อัน อยู่เหนือฐานดอก มี 1-2 ช่อง
แต่ละช่องมีไข่อ่อนจำ�นวนมาก ผลส่วนใหญ่
คลา้ ยฝกั รปู ทรงกระบอก หรอื แบน แหง้ แตก
เมลด็ มีปีกคล้ายเยอ่ื บางๆ ลอ้ มรอบ มนี ้อยท่ี
ผลสดหรือผลแหง้ ไมแ่ ตก และเมลด็ ไมม่ ีปีก
แคชาญชัย, แคป่า
Radermachera glandulosa (Blume) Miq.
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 61 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BOMBACACEAE
วงศท์ ุเรียน BOMBACACEAE
ไมต้ น้ ใบเดย่ี วหรอื ใบประกอบรปู มอื
หรอื นว้ิ มอื เรยี งสลบั โคนและปลายกา้ นใบมกั
บวมและงอโค้งเหมือนหัวเข่า ดอกออกเดย่ี ว
เป็นกลุ่ม หรือเป็นช่อสั้นๆ ออกตามง่ามใบ
ปลายกง่ิ กง่ิ ทไ่ี รใ้ บ และล�ำ ตน้ ดอกสมบรู ณเ์ พศ
กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยก 4-5 แฉก
บางครงั้ 2 แฉก กลบี ดอก 5 กลบี แยกกัน
หรอื เชอ่ื มตดิ กนั ทโ่ี คน เกสรเพศผมู้ มี าก กา้ นชู
อับเรณเู ช่ือมติดกนั 5 กลุ่ม หรอื เชื่อมรวมกนั
เป็นหลอด รังไข่ 1 อนั อยเู่ หนือฐานดอก มี
2-5 ชอ่ ง แตล่ ะช่องมไี ขอ่ อ่ น 2 หนว่ ยข้นึ ไป
ผลแก่แตกเป็นกลีบ เปลือกเรียบ เป็นตุ่ม
หรอื มหี นาม เมลด็ มักมีเสน้ ใยหรือมเี ยื่อหุ้ม
พบในบรเิ วณเสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติ งBวิ้oปmา่ bดaอxกขaาnวceps Pierre
3 สกลุ คือ สกลุ งิ้ว (Bombax) สกุลชา้ งไห้
(Neesia) และสกลุ ทุเรยี น (Durio)
Dทuเุ รrยีioนปduา่ ลlcูกisแดBeง,ccท.ุเรียนแดง ทDuุเรrยีioนรgาraกvเขeาolens Becc.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 62 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BOMBACACEAE
วงศ์ทเุ รยี น BOMBACACEAE
ทDuุเรrียioนนgrกiffithii (Mast.) Bakh. Dทuเุ รrยีioนดloอwนi,aชn้าuเsรยี Sนcort. ex King
Dทuเุ รrยีioนปmา่ a,cทroุเรpยี hนyนllกus (King) Ridl. ชDา้uกriะoเรmยี นan, sทoุเรnยี i น(Gปaา่ mble) Bakh.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 63 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BOMBACACEAE
วงศท์ ุเรียน BOMBACACEAE
Dทuุเรrียioนผwี yatt-smithii Kostermans ทDuเุ รrียioนzibethinus Merr.
ชNา้eงeแsหiaกs,yทnเุ aรยีnนdผraี Mast.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 64 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BURSERACEAE
วงศ์มะเล่ือม BURSERACEAE
ไม้ต้น มีกล่ินเฉพาะตัว เปลือกต้น มCaะเnลaื่อrมiuเmขาlittorale Blume
ชั้นนอกมักมีชันติดอยู่ เม่ือตัดมียางใสหรือ
ขาวขุ่น ซึมออกมา ใบประกอบรูปขนนก
ปลายค่ี เรยี งเวยี นสลบั ใบยอ่ ยออกตรงขา้ มกนั
เปน็ คู่ และมใี บยอ่ ยทป่ี ลายแกนกลางอกี 1 ใบ
โคนและปลายก้านใบย่อยมักพองเป็นข้อ
งอโคง้ คลา้ ยหวั เขา่ ทง้ั สองดา้ น ชอ่ ดอกแยกแขนง
ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกส่วนใหญ่
แยกเพศ กลบี เลย้ี ง 3-5 กลบี มกั เช่ือมตดิ กัน
อย่างน้อยที่โคนกลีบ กลีบดอก 3-5 กลีบ
ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 3-5 อัน บางครั้ง
6-10 อนั ดอกเพศเมียมีรงั ไข่ 1 อนั อยู่เหนอื
ฐานดอก มี 3-5 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน
2 หนว่ ย ผลมกั เป็นผลสด มี 1 เมลด็
พบในบรเิ วณทางศกึ ษาธรรมชาติ 3 สกลุ
คือ สกลุ มะเล่ือม (Canarium) สกลุ กอกเขา
(Dacryodes)
Cสมanอaขrนium pilosum Benn.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 65 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
B
BURSERACEAE
วงศ์มะเล่ือม BURSERACEAE
Dกอaกcrเขyoาdes rostrata (Blume) H. J. Lam
กSaาบntอirอ้ iaย laevigata Blume
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 66 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CAPPARACEAE
วงศก์ ุม่ CAPPARACEAE
ไม้ต้น ไม้พ่มุ ไม้เล้ือย หรอื ไม้ล้มลุก
หูใบบางคร้ังเปลี่ยนเป็นหนาม ใบเดี่ยวหรือ
ใบประกอบ รปู มอื หรอื นว้ิ มอื เรยี งสลบั ชอ่ ดอก
แบบกระจะหรือกระจุก บางคร้ังแยกแขนง
มีน้อยที่ดอกออกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ
เหนือง่ามใบ และปลายกิ่ง ดอกมักเบี้ยว
สมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมักมี
อยา่ งละ 4 กลีบ เกสรเพศผ้มู ีมาก รงั ไข่ 1 อัน
อยู่เหนือฐานดอก ส่วนใหญ่มี 2 ช่อง ก้าน
รงั ไขม่ กั ยาว ชรู งั ไขแ่ ละเกสรเพศเมยี ขนึ้ เสมอ
กบั อบั เรณู มไี ขอ่ อ่ นจ�ำ นวนมาก ผลมที ง้ั ผลสด
และผลแหง้ แตก
เCลa็บpเpหaยrีย่ isวใloหnญg่estipitata Heine
ชCaิงชp่ีparis micracantha DC. Cกุม่raนtำ้�eva magna (Lour.) DC.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 67 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CAPRIFOLIACEAE
วงศ์อูนปา่ CAPRIFOLIACEAE
ไมต้ น้ ไมพ้ ุม่ หรือไมเ้ ถา มีบ้างท่ีเป็น
ไม้ล้มลุก ใบเด่ียว ออกตรงข้ามกัน แผ่นใบ
บางครง้ั จกั ลกึ คลา้ ยใบประกอบ ชอ่ ดอกแบบ
แยกแขนงหรือช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายกิ่ง
ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ
กลีบดอก 4-5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน
เกสรเพศผู้ 4-5 อัน โคนก้านชูอับเรณูติดท่ี
หลอดของกลีบดอก รังไข่อยู่ในฐานดอก มี
1-8 ชอ่ ง แตล่ ะช่องมไี ข่ออ่ นตง้ั แต่ 1 หน่วย
ขึน้ ไป ผลส่วนใหญเ่ ปน็ ผลสด มกั มี 1 เมล็ด
C อViุนb,eอrnนู uปm่า sambucinum Blume
CELASTRACEAE
วงศ์หยู าน CELASTRACEAE
ไมต้ น้ หรือไม้พมุ่ บางคร้ังรอเล้ือยหรอื ไมเ้ ถา ส่วนใหญ่เมอ่ื หกั ก่ิงหรอื ฉีกแผ่นใบจะมี
เสน้ ใยเหนยี ว ยดื ตามรอยหกั หรอื ฉกี นน้ั ใบเดย่ี ว ออกตรงขา้ มกนั เปน็ คหู่ รอื เรยี งสลบั ชอ่ ดอก
ส่วนใหญ่แยกแขนง มีน้อยท่ีช่อดอกแบบกระจะหรือกระจุก ออกตามง่ามใบ และปลายก่ิง
ดอกมีทั้งสมบูรณ์เพศและแยกเพศ กลีบเล้ียง 3-5 กลีบ แยกกันหรือโคนกลีบเช่ือมติดกัน
กลีบดอก 3-5 กลีบ เกสรเพศผู้มจี ำ�นวนเทา่ กับกลีบดอก รังไข่ 1 อัน มกั อย่เู หนือฐานดอก มี
2-5 ช่อง มีไขอ่ ่อนชอ่ งละ 2 หน่วย ผลส่วนใหญเ่ ปน็ ผลสด บางคร้งั แห้งแตก เมล็ดบางครั้ง
มเี ย่ือหมุ้ หรอื มีปกี
พบในบริเวณทางศึกษาธรรมชาติ 4 สกุลคือ สกุลหูยาน (Bhesa) สกุลกระจับนก
(Euonymus) สกุลพวมพร้าว (Lophopetalum) และสกุลตาไก่ (Salacia) สกุลหูยาน
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 68 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CELASTRACEAE
วงศ์หูยาน CELASTRACEAE
และสกุลพวมพร้าว เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่
ส่วนสกลุ กระจบั นก และสกลุ ตาไก ่ เปน็ ไมพ้ มุ่
และไมพ้ มุ่ รอเลอ้ื ย การเรยี งตวั ของใบในสกลุ
หยู านเรยี งแบบเวยี นสลบั กา้ นใบยาว ปลายกา้ น
งอแบบหัวเข่า ผลสดแตกด้านข้างเมื่อแก่
เมล็ดมีเย่ือหุ้ม ส่วนสกุลพวมพร้าว ใบเรียง
ตรงขา้ ม กา้ นใบสน้ั ผลแหง้ แตกตามรอยตะเขบ็
ตัง้ แตป่ ลายจรดโคน เมลด็ มีปกี
ข อ้ แตกตา่ งของสกุลกระจบั นก และ
สกลุ ตาไก่ คอื สกลุ กระจบั นกเปน็ ไมพ้ มุ่ ผลแก่
แตกออกเป็นกลีบต้ังแต่ปลายจรดโคน ส่วน
สกลุ ตาไกเ่ ปน็ ไมพ้ มุ่ รอเลอ้ื ยหรอื ไมเ้ ถา ผลสด
ไมแ่ ตก
ตBhูมeพsรaะ,pหaูยnาicนuใlบaใtหaญA่,rกnล. ฮู าบาโด๊ะ
กEuระoจnับymนกus cochinchinensis Pierre กEuระoดnูกyไmกu่ s javanicus Blume
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 69 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CELASTRACEAE
วงศห์ ยู าน CELASTRACEAE
เLกoลp็ดhปopลeาtหaมluอm, ซjaซี vปี aูยnูicum (Zoll.) Turcz. Rดeาวisสsaามntแiaฉกin, dอiะcลaอ(สWะiตllาd.) N. Halle
ตSaาสlaม้ cia grandflora Kurz
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 70 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CELASTRACEAE
วงศ์หูยาน CELASTRACEAE
C Sตaาสla้มc,iaหลruมุ bนrกaแLดaงwson Cกhรlะoดraกู nไกth่ us erectus (Buch.-Ham.) Verdc.
CHLORANTHACEAE
CวงHศLเ์ OนยีRมAอNน้ TH(กAรCะEดAูกEกบ)
ไมล้ ม้ ลกุ ไมพ้ มุ่ หรือไม้ตน้ ขนาดเล็ก
ใบเด่ียว ออกตรงขา้ มหรือเรียงเปน็ วงรอบก่งิ
ลำ�ต้นหรือก่ิงบริเวณที่ติดกับก้านใบโปนพอง
เปน็ ขอ้ ชอ่ ดอกเรยี วคลา้ ยหางกระรอกมกั แยก
แขนง ออกตามปลายยอดหรอื ปลายกง่ิ ดอก
ส่วนใหญ่สมบูรณ์เพศ ไม่มีกลีบเล้ียงหรือ
กลบี ดอก เกสรเพศผู้ 1-3 อัน ก้านชอู ับเรณู
เชอ่ื มติดกันเป็นกาบหุ้มรังไข่ รังไข่ 1 อัน อยู่
เหนือฐานดอก มี 1 ชอ่ ง มไี ข่ออ่ น 1-2 หน่วย
ผลสด มี 1 เมลด็
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 71 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CHRYSOBALANACEAE
วงศ์มะพอก (เลือดแรด) CHRYSOBALANACEAE
ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม ใบเด่ียว เรียงสลับ
ช่อดอกแบบกระจะ บางคร้ังแยกแขนงหรือ
ออกเป็นกระจุก ออกตามปลายก่ิงและตาม
ง่ามใบใกลป้ ลายกง่ิ ดอกมกั เบย้ี ว สมบรู ณเ์ พศ
มีนอ้ ยท่ีแยกเพศ กลบี เลย้ี ง 5 กลบี โคนกลีบ
เชอ่ื มตดิ กนั เปน็ รปู ถว้ ย หรอื รปู ระฆงั กลบี ดอก
5 กลีบ หรือหายไป เกสรเพศผู้ตง้ั แต่ 2 อัน
ข้ึนไป รงั ไข่ 1 อนั อยเู่ หนอื ฐานดอก มี 1 ชอ่ ง
มักมีไขอ่ ่อน 1 หนว่ ย ผลส่วนใหญเ่ ปน็ 2 ฝา
เนือ้ แขง็ มี 1 เมล็ด
Aเลtือuดnแaรlดaใtบifoใหliญa ่(Hend.) Kosterm.
Aเลtอืuดnแaรmด annodes (Kosterm.) Kosterm.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 72 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
COMBRETACEAE
ไม้ต้น ไม้พุ่ม หรือไม้เถา ใบเดี่ยว วงศ์สมอ COMBRETACEAE
ส่วนใหญ่ออกตรงข้ามกัน มีน้อยท่ีเรียงสลับ
ช่อดอกแบบกระจะ คล้ายหางกระรอก หรือ
แยกแขนง ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง
ดอกสมบรู ณเ์ พศ หรอื มที ง้ั ดอกเพศผแู้ ละดอก
สมบูรณ์เพศในช่อเดียวกัน กลีบเลี้ยงเชื่อม
ตดิ กนั เปน็ รปู ถว้ ยหรอื รปู ทอ่ ปลายจกั 4-5แฉก
กลีบดอก 4-5 กลีบ หรือหายไป เกสรเพศผู้
มีจำ�นวนสองเท่าของกลีบเล้ียง รังไข่ 1 อัน
อยเู่ หนอื ฐานดอก บางครงั้ เชอ่ื มติดกบั หลอด
กลีบเลย้ี ง มี 1 ช่อง มไี ขอ่ อ่ น 2 หน่วย ผลมี
ทัง้ ผลสดและผลแห้ง บางครัง้ มปี กี
พบในบรเิ วณทางเดนิ ศกึ ษาธรรมชาติ Cอวoดmเชbอืreกtum latifolium Blume
3 สกลุ คอื สกลุ ตง่ิ ตง่ั (Getonia หรอื Caly-
copteris) สกุลอวดเชือก (Combretum)
และสกุลสมอ (Terminalia) ในจำ�นวนนี้
สกุลต่ิงตั่งและสกุลอวดเชือกเป็นไม้พุ่มรอ
เลือ้ ยหรอื ไมเ้ ถา ส่วนสกลุ สมอเปน็ ไมต้ น้
ตGิง่eตtoัง่ nia floribunda (Roxb.) Lam.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 73 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
COMBRETACEAE
วงศ์สมอ COMBRETACEAE
สTeมrอmพinิเภaกlia bellirica (Gaertn.) Roxb. สTeมrmอดinีงaูlia citrina (Gaertn.) Roxb. ex Fleming
อTeู่ชrดminalia foetidissima Griff.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 74 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
COMPOSITAE
วงศ์ทานตะวัน COMPOSITAE
ไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่ม บางครั้งเป็นไม้เล้ือยหรือไม้เถา หายากที่เป็นไม้ต้น ใบเด่ียว
บางครัง้ แฉกลกึ หรอื ใบประกอบ ส่วนใหญ่เรียงสลบั บางครงั้ ออกตรงข้ามกนั ช่อดอกแบบ
กระจุก ดอกเรียงชิดกันแน่นบนปลายก้านช่อ บางครั้งแยกแขนงมีช่อแบบกระจุกหลายช่อ
แต่ละช่อมีใบประดับเรียงซ้อนสลับกันเป็นวงคล้ายกลีบเลี้ยง ดอกมีทั้งสมบูรณ์เพศและ
แยกเพศ กลีบเลี้ยงลดรูปเป็นเส้นขนหรือเป็นเกล็ด กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นแผ่น
หรือเป็นท่อ ซ่ึงเรียงเป็นวงอยู่ชั้นนอกและชั้นในตามลำ�ดับ เกสรเพศผู้ 5 อัน รังไข่ 1 อัน
อยู่ในฐานดอก มี 1 ชอ่ ง มไี ขอ่ ่อน 1 หน่วย ผลแห้งไม่แตก
ในบริเวณทางศึกษาธรรมชาติ พบไม้ต้น 1 ชนิด คือ กระพรวมพร้าว Vernonia
arborea Buch.-Ham.
Vพeวrมnพonรา้iaวarborea Buch.-Ham.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 75 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CONNARACEAE
วงศค์ �ำ รอก CONNARACEAE
ไมพ้ มุ่ หรอื ไมพ้ มุ่ รอเลอ้ื ย ใบประกอบ
แบบขนนกปลายค่ี บางครง้ั ลดรปู คลา้ ยใบเดย่ี ว
ใบย่อยออกตรงข้ามกันเป็นคู่และท่ีปลาย
แกนกลางอีก 1 ใบ ช่อดอกมักแยกแขนง
ออกตามง่ามใบและปลายก่ิง ดอกบางครั้ง
เบย้ี ว สมบรู ณเ์ พศ กลบี เลย้ี ง 5 กลบี โคนกลบี
บางครั้งเชื่อมติดกัน กลีบดอก 5 กลีบ
เกสรเพศผู้ 5-10 อัน โคนก้านชูอับเรณูมัก
เชอ่ื มตดิ กนั เปน็ แผน่ รงั ไขอ่ ยเู่ หนอื ฐานดอก ม ี
1-5 อนั แตล่ ะอนั มี 1 ชอ่ ง มีไขอ่ ่อนชอ่ งละ
2 หนว่ ย ผลแก่แตกดา้ นเดยี ว มกั ม ี 1 เมล็ด
และมีเยือ่ หมุ้
Aมgะeเคlaรeาะaขbนorneensis (Hook. f.) Merr.
เAถgาeสla้มeชaิง้ trinervis (Llanos) Merr.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 76 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CONNARACEAE
วงศ์ค�ำ รอก CONNARACEAE
Cถอoบnnแaถrบus monocarpus L. subsp. malayensis Leenh.
Cถอoบnnแaถrบuตsน้ p,laถอnบchแoถnบiปa่าnus Schellenb.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 77 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CONVOLVULACEAE
วงศผ์ ักบ้งุ CONVOLVULACEAE
ไม้ล้มลุก ไม้เถา หรือไม้เลื้อย มักมี ยAา่ rนgyตrาeนia mollis (Burm. f.) Choisy
น้ำ�ยางสีขาวคล้ายนำ้�นม มีน้อยมากที่เป็น
ไม้พุ่ม ไม้ต้น หรือพืชเบียน และไม่มีน้ำ�ยาง
ใบเดย่ี ว บางครง้ั แผน่ ใบจกั ลกึ เปน็ ใบประกอบ
รปู มอื หรอื นว้ิ มอื เรยี งสลบั ชอ่ ดอกแบบกระจกุ
กระจะ และแยกแขนง ออกตามง่ามใบและ
ปลายกงิ่ ดอกสมบรู ณเ์ พศ กลบี เลย้ี ง 5 กลบี
มักแยกกัน มีน้อยที่โคนกลีบเชื่อมติดกัน
กลีบดอกมักเช่ือมติดกันเป็นรูปแตร ปลาย
ขยายแยกเปน็ 5 พู หรืออยา่ งนอ้ ยโคนกลบี
ดอกเชอื่ มตดิ กนั เปน็ หลอด ปลายแยก 5 กลบี
เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูมักเช่ือมกับ
หลอดกลบี ดอก รงั ไข่ 1 อนั อยเู่ หนอื ฐานดอก
ส่วนใหญ่มี 2 ช่อง มีน้อยที่มีมากกว่า หรือ
นอ้ ยกวา่ แตล่ ะชอ่ งมไี ขอ่ อ่ น 2 หนว่ ย ผลมที งั้
ชนดิ ผลสดและผลแหง้ มเี มลด็ 1 เมลด็ ขน้ึ ไป
เAถrาgyหrลeงiaดอsกpแhดaงerocephala (prain) Hoogl.
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 78 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CRYPTERONIACEAE
วงศก์ ระทงลอย CRYPTERONIACEAE
ไมต้ น้ หรอื ไมพ้ มุ่ ใบเดย่ี ว ออกตรงขา้ มกนั เปน็ คู่ ชอ่ ดอกคลา้ ยหางกระรอก แยกแขนง
ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกส่วนใหญ่สมบูรณ์เพศ มีน้อยที่แยกเพศ กลีบเลี้ยง 4-5
กลีบ โคนกลีบเช่ือมติดกัน กลีบดอก 4-5 กลีบ บางครั้งหายไป เกสรเพศผู้จำ�นวน 1-2
เท่าของกลบี เลีย้ ง รงั ไข่ 1 อนั มที ง้ั ทีอ่ ยู่เหนือฐานดอก และจมอยู่ในฐานดอก มี 2-5 ช่อง
แต่ละช่องมไี ข่ออ่ น 2 หน่วยขน้ึ ไป ผลแกแ่ ลว้ แตก มักมีเมล็ดมาก
พบในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1 ชนิด คือ กระทงลอย (Crypteronia
paniculata Blume)
กCรryะpทtงeลroอnยi,aสpอaมniculata Blume
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 79 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C นHo�ำ้ เdตgา้sผonี, iปaอmแยacrocapa (Blume) Cogn.
CUCURBITACEAE
วงศ์แตง CUCURBITACEAE
ไมล้ ม้ ลกุ สว่ นใหญเ่ ปน็ เถาเลอ้ื ย มกั มี
น้ำ�เลี้ยงใสหรือสีนำ้�ตาลอ่อน มีระยางค์เกาะ
เกย่ี วพนั ไมอ้ น่ื ใบเดย่ี ว เรยี งสลบั แผน่ ใบหยกั
เปน็ พู หรอื จกั ลกึ คลา้ ยใบประกอบรปู มอื หรอื
นวิ้ มือ มีเสน้ ใบหลัก 3-7 เสน้ ออกจากโคน
แผน่ ใบ ชอ่ ดอกมีหลายรปู แบบ บางคร้งั ดอก
ออกเด่ยี ว ดอกส่วนใหญ่แยกเพศ กลีบเล้ยี ง
และกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ โคนกลีบมัก
เช่ือมติดกัน บางครั้งเป็นรูปท่อหรือรูประฆัง
มีน้อยท่ีแยกกันเป็นอิสระ ดอกเพศผู้มีเกสร
เพศผู้ 3-5 อนั กา้ นชูอับเรณบู างครัง้ เชอื่ มติด
กันเป็นหลอดหรือเป็นกลุ่ม ดอกเพศเมีย
มีรังไข่ 1 อัน อยู่ในฐานดอก มี 1-3 ช่อง
แต่ละช่องมีไข่อ่อนตั้งแต่ 1 หน่วยข้ึนไป
ผลมกั เป็นชนดิ ผลสด มนี ้อยที่ผลแหง้ แตก
ขTrกี้ icาhแoดsงanthes quinquangulata A. Gray
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 80 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
C
CUNONIACEAE
วงศ์หูหมเี ขา CUNONIACEAE
ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม ใบประกอบแบบขนนก ออกตรงข้ามกัน หรือเรียงเป็นวงรอบก่ิง
ช่อดอกคล้ายหางกระรอก หรือแยกแขนง ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกสมบูรณ์เพศ
กลบี เลย้ี ง 4-5 กลบี บางครง้ั โคนกลบี เชอื่ มตดิ กนั กลบี ดอก 4-5 กลบี หรอื หายไป เกสรเพศผู้
มกั มี 8-10 อัน บางคร้ังมี 4-5 อนั หรือมมี าก รังไข่อยู่เหนอื ฐานดอก มักมี 1 อัน บางคร้ัง
ปลายรงั ไข่แยก 2 แฉก มี 2 ช่อง แต่ละช่องมไี ข่อ่อนต้ังแต่ 2 หนว่ ยขึ้นไป ผลสว่ นใหญแ่ ห้ง
แตก มีนอ้ ยทผ่ี ลสด หรือแห้งไมแ่ ตก
Wหูหeมinีเขmาannia blumei Planch.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 81 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DILLENIACEAE
วงศส์ า้ น DILLENIACEAE
ไมต้ น้ ไมพ้ มุ่ ไมเ้ ถา หรอื ไมล้ ม้ ลกุ ใบเดยี่ วเรยี งสลบั หรอื เวยี นสลบั กา้ นใบแบน บางครงั้
โคนกา้ นแผเ่ ปน็ กาบรอบกง่ิ หรอื ล�ำ ตน้ ชอ่ ดอกแบบกระจะ กระจกุ หรอื บางครงั้ ดอกออกเดยี่ ว
ออกตามงา่ มใบและปลายกงิ่ ดอกสมบรู ณเ์ พศ กลบี เลยี้ ง 3-5 กลบี หรอื มากกวา่ กลบี ดอก 4-5
กลบี หรอื หายไป เกสรเพศผมู้ มี าก รงั ไขอ่ ยเู่ หนอื ฐานดอก มตี งั้ แต่ 1 อนั ขน้ึ ไป แตล่ ะอนั มี 1 ชอ่ ง
แต่ละช่องมีไข่ออ่ นตง้ั แต่ 1 หนว่ ยข้นึ ไป ผลสดหรอื แห้งแตก มกั หุ้มดว้ ยกาบซึ่งพัฒนามาจาก
กลีบเลยี้ ง เมลด็ มเี ยื่อห้มุ
พบในบริเวณทางศึกษาธรรมชาติ 3 สกลุ คือ สกุลส้านเต่า (Acrotrema) สกุลส้าน
(Dillenia) และสกุลรสสุคนธ์ (Tetracera) ในจำ�นวนน้สี กุลสา้ นเปน็ ไม้ตน้ สกุลรสสุคนธ์เป็น
ไมเ้ ถา ทงั้ สองสกลุ นเ้ี มอ่ื ตดั เปลอื กและเนอื้ ไมจ้ ะมเี สยี งซา่ คลา้ ยฟองน�ำ้ อดั ลม สว่ นสกลุ สา้ นเตา่
เปน็ ไม้ล้มลุกขนาดเลก็
Aสา้crนoเtตrา่ema costatum Jack มDะilตleาnดia, ซinโี ปdica L.
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 82 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DILLENIACEAE
วงศ์ส้าน DILLENIACEAE
Dสา้ilนleใnหiญa ่obovata (Blume) Hoogland Dส้าilนleใnหiญa ่,reซtโี iปcuกlาaจtาa King
เTถeาtrอaรcคerนaธi์ndica (Christm. & Panz.) Merr. รTeสtrสaุคceนraธl์aureiri (Finet & Gagnep.) Pierre ex Craib
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 83 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไมย้ าง DIPTEROCARPACEAE
ไมต้ น้ สว่ นใหญม่ ลี �ำ ตน้ และเรอื นยอด
ขนาดใหญส่ งู เดน่ มกั มยี างและชนั ทเ่ี ปลอื กตน้
ใบเด่ียว เรียงสลับ ช่อดอกแบบแยกแขนง
ออกท่ีง่ามใบและปลายก่ิง ดอกสมบูรณ์เพศ
กลบี เลย้ี ง 5 กลบี โคนกลบี สว่ นมากเชอ่ื มตดิ กนั
เป็นรูปถ้วย หรือรูปท่อ กลีบดอก 5 กลีบ
ซ้อนกันคล้ายกังหัน โคนเชื่อมติดกัน เกสร
เพศผู้ตั้งแต่ 5 อันขึ้นไป รังไข่ส่วนใหญ่อยู่
เหนอื ฐานดอก มี 3 ช่อง แต่ละช่องมไี ข่อ่อน
2 หน่วย ผลเมล็ดเด่ียวเปลือกแข็ง และมัก
มปี กี ซ่ึงพฒั นามาจากกลีบเลย้ี ง
Aกรnะisบoาpกtทerอaงcurtisii Dyer ex King
กAรnะiบsoาpกtเกeลraย้ี งlaevis Ridl. ชAาn้ มisว่oงptera scaphula (Roxb.) Kurz
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 84 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไม้ยาง DIPTEROCARPACEAE
Dยาipงtเeขrาo,cยaาrงpบuเู sกะ๊acutangulus Vesque
Dยาipงtปeาroยc,aยrาpงuกsระcoเบs้ือtaงtถuว้ sยC, .กFว.ู Gaertn. Dยาipงtเeสrีย้ oนcarpus gracilis Blume
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 85 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไม้ยาง DIPTEROCARPACEAE
Dยาipงtยeูงr,oกcูวaงิrpus grandiflorus (Blanco) Blanco
ยDาipงtใeตr,้oยcาaงrมpนัuใsสh, aมsินsยeะltบiiาBบlีume Dยาipงtมeนั roหcมaู,rลpะuกsวู kงิ errii King
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 86 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ มย้ าง DIPTEROCARPACEAE
ยDาipงtแeขroง็ ,cยaาrpงคuวsนretusus Blume ตHะoเpคeยี aนชbันraตcาtหeaนtู a Burck
Hตะoเpคeียaนสdาryมoเสb้นalanoides Miq. Hตะoเpคeียaนรlaาtกif,oมliาaตาSกyจูmงิ .
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 87 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไม้ยาง DIPTEROCARPACEAE
Hตะoเpคeียaนคmวoนntana Symington ตHะoเpคeียaนทoอdงo,raจtอื aงาRoxb.
Hสยopาดea�ำ pedicellata (Brandis) Symington ตHะoเpคeียaนแsaกnว้ gal Korth.
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 88 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ มย้ าง DIPTEROCARPACEAE
ตHะoเpคeยี aนขsuาbวlanceolata Symington Nตeะoเคbียalนaชnoนั cตaาrpแuมsวh,eจimือiงi า(Kมinัสg) P. S. Ashton
Pไขa่เrขaยี sวh,oดreาaมาsอteแี lตlata Kurz Sสhยoาขreาaว,aกssาaลmอ ica Dyer
พรHรaณlaไ-มBa้ปlaา่ 89 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไมย้ าง DIPTEROCARPACEAE
สShยoานreวaลbracteolata Dyer Sสhยoาเrหeaลือcงu,rซtiาsiยi อDปyรeาrโeนxะ King
กShาลoอre,aกาfaลgอuมeาtแiaซna F. Heim แShอoก๊ r,eกaเู บglauca King
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 90 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ มย้ าง DIPTEROCARPACEAE
เSคhยีoนreทaราgยra, tตisือsiรmอื aเบ(าWะall. ex Kurz) Dyer Sเตh็งoตrาeนa,ี gหuลisันoต(นั Blanco) Blume
สShยoาแreดaง,leแpซrยoอsแuมlaเฆMาะiq. สShยoาลreกู aยาloวngisperma Roxb.
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 91 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ ม้ยาง DIPTEROCARPACEAE
Sชhันoหrอeยa macroptera Dyer EสS.hยJoา.ขreSนtaruogcnherlolpehxloSiyamington
สShยoาลreูกaกลoมvata Dyer Sพhะoยrอeมaนpกaเขrvาi,foสlยiaาเDหyลeอื rง
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 92 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศ์ไม้ยาง DIPTEROCARPACEAE
Sสhยoาดre�ำ a pauciflora King
Sพhะoยrอeมa roxburghii G. Don
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 93 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ มย้ าง DIPTEROCARPACEAE
หShมoาrกeอa่อsนingkawang (Miq.) Miq. Vสaกั tปicีกa bella Slooten
สVaักtเขicาa cuspidata (Ridl.) Symington จVaนั tทicนaก์ ะmพa้อinแgดaงyi Dyer
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 94 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
D
DIPTEROCARPACEAE
วงศไ์ มย้ าง DIPTEROCARPACEAE
พVaนั tจic�ำ aบาnลitาe,nรsือKเสinาgะบาละ พVaันtจicำ�a odorata (Griff.) Symington
Vสaักt,icสaักเsขtาapfiana (King) Slooten Vรือaเtสicาaะ umbonata (Hook. f.) Burck
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 95 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
E Dพiลoับspคyันr,oพs ลaับrgขeนntea Griff.
EBENACEAE
วงศ์มะเกลอื EBENACEAE
ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม ใบเดี่ยว ส่วนใหญ่
เรียงสลบั มีนอ้ ยทอ่ี อกตรงขา้ มหรอื เรียงเปน็
วงรอบก่ิง ช่อดอกแบบกระจุกหรือเป็นกลุ่ม
มีน้อยท่ีดอกออกเด่ียว ออกตามง่ามใบ กิ่ง
ทไี่ รใ้ บ และตามล�ำ ตน้ ดอกสว่ นใหญแ่ ยกเพศ
ดอกเพศผแู้ ละเพศเมียอยู่ต่างตน้ กนั หายาก
ทส่ี มบรู ณเ์ พศ กลีบเล้ยี งส่วนใหญ่ 3-5 กลีบ
บางครง้ั มีถึง 8 กลีบ โคนกลีบมกั เชอ่ื มตดิ กัน
กลบี ดอกเชอื่ มตดิ กนั เปน็ รปู ทอ่ หรอื รปู ระฆงั
ปลายแยก 3-8 กลีบ ดอกเพศผู้มเี กสรเพศผู้
ตัง้ แต่ 3 อันข้ึนไป ก้านชูอับเรณูมักเช่ือมตดิ
กับหลอดกลีบดอก ดอกเพศเมยี มรี ังไข่ 1 อัน
อยูเ่ หนือฐานดอก มี 2-16 ชอ่ ง แต่ละช่องมี
ไข่อ่อน 1-2 หน่วย ผลส่วนมากเป็นผลสด
มกี ลบี เลยี้ งประดบั ขว้ั ผล มเี มลด็ ตง้ั แต่ 1 เมลด็
ข้นึ ไป
Dทiา้ oวsแpสyนroปsมcauliflora Blume Dดงioนsำ�้p,yนroาsงกdอ้ ictyoneura Hiern
พรHรaณlaไ-มBa้ปla่า 96 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
E
EBENACEAE
วงศม์ ะเกลือ EBENACEAE
พDiลoบัspกyลrว้oยs,fดru�ำ tปeลsอceดns Blume ตDะioโsกpจyันro, sบาhเaนsงseltii Zoll.
เDทioพsพpนyrมo,sกlลaแูtiปseบpุรaงla Ridl. กDะioลsิงp,yดroนั sหมpีilosanthera Blanco
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 97 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
E
EBENACEAE
วงศ์มะเกลือ EBENACEAE
Dขา้ioวsเpมyา่ rเoหsลtก็ o,pจoนั sปiaา่ Buch.-Ham. พDiลoับspเขyาro, sไหuมn้ dulata Wall. ex G. Don
Dดำ�ioตsะpโyกr,oกsูมwงุ allichii King & Gamble
พรHรaณlaไ-มBaป้ la่า 98 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา
E
ELAEOCARPACEAE
วงศ์มะกอกนำ้� ELAEOCARPACEAE
ไม้ต้นหรือไม้พ่มุ มักแตกกง่ิ ทอดระยะแบบต้นหูกวาง (Terminalia branching) ใบ
เดีย่ วเรียงสลับเป็นกลมุ่ ท่ีปลายก่งิ มีน้อยทีอ่ อกตรงขา้ มกัน ชอ่ ดอกแบบกระจะ หรือกระจุก
บางครั้งดอกออกเดี่ยว ออกตามง่ามใบและก่ิงท่ีไร้ใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ
4-6 กลีบ หรือบางครั้งไม่มีกลีบดอก ปลายกลีบดอกจักเป็นชายครุย เกสรเพศผู้มีมาก
รังไข่อยู่เหนือฐานดอก มีต้ังแต่ 2 ช่องขึ้นไป แต่ละช่องมักมีไข่อ่อน 2 หน่วย ผลสด
หรอื ผลแห้งแตก มีเมล็ดต้ังแต่ 1 เมล็ดขึน้ ไป
มี 2 สกุล คือ สกุลสะท้อนรอกหรือมะกอกนำ้� (Elaeocarpus) และสกุลก่อเรียน
(Sloanea) ท้ังสองสกุลต่างกันอย่างเด่นชัดท่ีผล กล่าวคือสกุลสะท้อนรอกหรือมะกอกน้ำ�
ผลสด มเี มล็ดแข็ง ผวิ ขรุขระ 1 เมล็ด สว่ นสกุลก่อเรยี น ผลแห้งแตกปลาย มักมีหลายเมล็ด
กาลน กระสนุ พราน
Elaeocarpus floribundus Blume Elaeocarpus macrocerus (Turcz.) Merr.
พรHรaณlaไ-มBaป้ laา่ 99 ฮHาaลlaา--Bบaาlaลา