บทเจริญพระพทุ ธมนต
สวดมนตข า มป
เสริมสริ มิ งคลท่วั ไทย สง ทา ยปเ กา วิถีใหม
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
กรมก�รศ�สน�
กระทรวงวฒั นธรรม
บทเจริญพระพุทธมนต์
สวดมนตข์ ้ามปี เสรมิ สริ มิ งคลท่ัวไทย ส่งทา้ ยปีเกา่ วิถใี หม่
พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
ผ้จู ดั พิมพ ์ กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม
ปีที่พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
จ�ำ นวนพิมพ์ ๓,๐๐๐ เลม่
ท่ปี รึกษา อธบิ ดีกรมการศาสนา
นายเกรยี งศกั ดิ์ บญุ ประสทิ ธ ์ิ ทีป่ รกึ ษากรมการศาสนา
นายมานสั ทารัตนใ์ จ ทป่ี รึกษากรมการศาสนา
นายชวลิต ศริ ภิ ิรมย ์ รองอธบิ ดกี รมการศาสนา
นายสำ�รวย นกั การเรียน ผอู้ ำ�นวยการสำ�นกั พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
นางสาวฐิตมิ า สุภภัค เลขานกุ ารกรมการศาสนา
นางสุรีย์ เกาศล
คณะท�ำ งาน
นางตะวันฉาย บ�ำ รุงพงศ ์ ผอู้ �ำ นวยการกลมุ่ สง่ เสรมิ เครอื ขา่ ยคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
นายเจนยุทธ์ ปาระกุล นกั วิชาการศาสนาชำ�นาญการ
นายเอกสิทธ์ิ คลา้ ยแดง นกั วชิ าการศาสนาช�ำ นาญการ
นางสาวพลอยชนนี สุขปานประดษิ ฐ์ นักวิชาการศาสนาปฏิบัตกิ าร
นางสาวธนาภรณ์ เงินเหรียญ เจา้ พนกั งานธุรการปฏบิ ัติงาน
นางสาวฤดี ฉลาดสนุ ทรวาท ี นกั วชิ าการศาสนา
นายสมานมติ ร วงศถ์ ามาตย์ เจ้าหน้าทว่ี ิเคราะห์โครงการ
นายธนยั นนั ท์ ธนเรืองนติ ย์ เจา้ หน้าท่วี เิ คราะหโ์ ครงการ
พมิ พ์ท ี่ โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำ�กัด
๗๙ ถนนงามวงศว์ าน แขวงลาดยาว เขตจตุจกั ร กรงุ เทพมหานคร ๑๐๙๐๐
โทร. ๐-๒๕๖๑-๔๕๖๗ โทรสาร ๐-๒๕๗๙-๕๑๐๑
นายโชคดี ออสุวรรณ ผู้พมิ พผ์ ู้โฆษณา
ค�ำ นำ�
รัฐบาลได้มีนโยบายในการทำ�นุบำ�รุงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
และศาสนาอน่ื ๆ รวมทง้ั สนบั สนนุ ใหอ้ งคก์ ารทางศาสนามบี ทบาทส�ำ คญั ในการ
ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างสันติสุข
ความปรองดองสมานฉันท์ในสังคม โดยเน้นเสริมรากฐานให้ประเทศ
เกดิ ความเขม้ แขง็ ควบคไู่ ปกบั การพฒั นาคนและสงั คมใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ
และมีคุณภาพ เพอ่ื น�ำ ไปส่กู ารพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืน
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม ไดข้ บั เคลอ่ื นการด�ำ เนนิ งาน
ภายใตน้ โยบายของรฐั บาลธ�ำ รงรกั ษาไวซ้ ง่ึ สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
ให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างม่ันคง จึงได้กำ�หนดจัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี
เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๔” เพ่ือถวาย
พระราชกศุ ลแดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ี
และพระบรมวงศานวุ งศ์ รว่ มรกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยทดี่ งี าม และสง่ เสรมิ
ใหป้ ระชาชนทกุ พน้ื ทร่ี ว่ มท�ำ บญุ รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนา ปฏบิ ตั ธิ รรม ฟงั พระธรรม
เทศนา ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ต้อนรับปีพุทธศักราชใหม่ ระหว่างวันท่ี
๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔ ถึงวนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕
บทเจริญพระพุทธมนต์สวดมนต์ข้ามปีฉบับนี้ เป็นส่วนหน่ึงของ
การสง่ เสรมิ ใหผ้ ทู้ ส่ี วดมนตเ์ กดิ สมาธิ ลด ละ เลกิ อบายมขุ ในชว่ งเทศกาลสง่ ทา้ ยปเี กา่
ต้อนรับปีใหม่ ก้าวเข้าสู่พุทธศักราช ๒๕๖๕ ด้วยความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
เสริมสร้างค่านิยมที่ดีแก่สังคมไทย รวมท้ังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา
ใหธ้ ำ�รงอยสู่ ืบไป
(นายเกรยี งศกั ด์ิ บญุ ประสทิ ธ)์ิ
อธบิ ดกี รมการศาสนา
พระพทุ ธธรรมิศราชโลกธาตุดลิ ก
วดั อรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
ความสําคญั
พระพทุ ธปฏมิ าประธานในพระอโุ บสถวดั อรณุ ราชวราราม ราชวรมหาวหิ าร
กรงุ เทพมหานคร เปน็ พระพทุ ธรปู สาํ คญั ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ เปน็ ทเี่ คารพบชู าของพทุ ธศาสนกิ ชน
ภายในพระเศียรบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และภายในพระพุทธอาสน์ประดิษฐาน
พระบรมอัฐิของพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย
พุทธศลิ ป์
พระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับ
ขัดสมาธิราบ สร้างจากโลหะผสมทอง ขนาดหน้าตัก ๓ ศอกคืบ หรือ ๑.๗๕ เมตร
ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และทรงปัน้ หนุ่ พระพักตรพ์ ระพทุ ธธรรมศิ ราชโลกธาตุดลิ กดว้ ยพระองคเ์ อง
ประวัติ
พระพทุ ธรปู องคน์ ้ีเดมิ ยงั ไมม่ พี ระนาม หลอ่ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยทรงปั้นหุ่นพระพักตร์พระพุทธรูปองค์นี้
ด้วยพระองค์เอง ประดิษฐานบนฐานชุกชี โปรดให้หล่อพัดยศ พระประธาน
เป็นรูปพัดแฉกขนาดใหญ่ ตั้งไว้กง่ึ กลางเบอ้ื งพระพกั ตรร์ ะหวา่ งพระอคั รสาวก
เชน่ เดยี วกบั ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราชทรงสร้างถวาย
พระพทุ ธเทวปฏมิ ากร วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ราชวรมหาวหิ าร ซง่ึ สมเดจ็
พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ ทรงวนิ ิจฉัยว่า
“การสรา้ งพดั ยศถวายพระพทุ ธปฏมิ าซง่ึ แทนองคส์ มเดจ็ พระสมั มา
สัมพุทธเจ้าน้ี เป็นคตินิยมแต่โบราณอันมีท่ีมาจากพุทธประวัติ ท่ีพระเจ้า
ปเสนทโิ กศลสรา้ งพดั งาถวายพระพทุ ธองคส์ าํ หรบั ทรงถอื ในเวลาประทานพระธรรม
เทศนา”
ในรชั กาลท่ี๔พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงบรู ณปฏสิ งั ขรณ์
วัดและโปรดให้อัญเชิญพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
บรรจใุ นพระพทุ ธอาสน์ ตกแตง่ ผา้ ทพิ ยป์ ระดบั ลายพระราชลญั จกรเปน็ รปู ครฑุ
แล้วถวายนามพระพุทธรูปองค์น้ี ว่า “พระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก”
ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม
ราชวรมหาวิหาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ
ไปทรงบัญชาการดับไฟด้วยพระองค์เอง และโปรดให้อัญเชิญพระบรมอัฐิออก
หลังจากนั้นโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ให้มั่นคงแข็งแรง แล้วอัญเชิญพระบรมอัฐิ
คนื ดังเดมิ
สวดมนตข์ า้ มปี วิถชี ีวติ ของชาวพทุ ธ
การกา้ วข้ามปีเกา่ อย่างมคี ุณคา่ ต้อนรบั ปีใหม่อย่างมีปญั ญา ด้วยการ
เจริญพระพทุ ธมนตข์ ้ามปี เป็นสงิ่ ทช่ี าวพุทธใหค้ วามสำ�คัญและพึงปรารถนา เนอ่ื งจาก
พระพทุ ธมนตท์ กุ บทเปน็ มนตห์ รอื ค�ำ สอนของพระพทุ ธเจา้ และเปน็ หนทางหนง่ึ ทส่ี ามารถ
นอ้ มน�ำ ก�ำ ลงั แหง่ ความศรทั ธาและปัญญามาสู่ทุกชีวิต เพราะการเจริญพระพุทธมนต์
หรือสวดมนต์ นอกจากจะเป็นการรำ�ลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยอันเป็นท่ีพ่ึงที่นับถือ
สงู สดุ ของชวี ติ แลว้ ยงั เปน็ การสรา้ งกศุ ลอนั ประเสรฐิ ใหก้ บั ตนเอง ครอบครวั และสงั คม
การเจริญพระพุทธมนต์ข้ามปี จึงเป็นประโยชน์ท้ังแก่ตนเองและสังคม
เป็นการพัฒนาปัญญาทางธรรมให้เกิดขึ้นจากความศรัทธาในส่ิงท่ีดีงาม ซึ่งจะเป็น
แรงผลกั ดนั ใหม้ ชี วี ติ อยอู่ ยา่ งมคี ณุ คา่ การเขา้ รว่ มเจรญิ พระพทุ ธมนตห์ รอื รว่ มสวดมนตข์ า้ มปี
เพ่ือความเป็นสิริมงคล เสริมสิ่งท่ีดีงามให้เกิดขึ้นและขจัดส่ิงไม่ดีให้ผ่านพ้นไป
พร้อมกับปีเก่า ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับปีใหม่ท่ีก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง โดยมี
พระพุทธศาสนาเป็นเคร่ืองยึดเหน่ียวจิตใจ เป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมในมิติ
ทางศาสนา สืบสานรักษา และต่อยอดประเพณีและวัฒนธรรมไทยได้อย่างมั่นคง
และยง่ั ยนื
การสวดมนต์ไหว้พระเป็นกิจวัตรสำ�คัญประการหน่ึงท่ีเป็นอุบายฝึกจิต
และฝึกสมาธิภาวนาได้เปน็ อย่างดี เพราะในขณะสวดมนต์ จติ ของผู้สวดจะตอ้ งจดจ่อ
อยู่ที่บทสวดจึงจะสวดได้อย่างถูกต้อง ถ้าจิตฟุ้งซ่านแล้วอาจทำ�ให้สวดผิดได้
ผู้สวดมนตเ์ ป็นประจำ�ไดร้ ับอานสิ งสต์ า่ ง ๆ เช่น ตัดความกงั วลได้ ปลอ่ ยวางความคดิ
อย่างอื่นเสียได้ จิตระลึกถึงพระพุทธคุณและคำ�ส่ังสอนของพระพุทธองค์ จิตสงบ
มีสติครอง เป็นต้น และเม่ือสวดเป็นประจำ�แล้วทำ�ให้เป็นจิตใจที่ม่ันคง นอกจาก
ไดร้ บั อานสิ งส์จากการบ�ำ เพญ็ บญุ โดยส่วนตัวแล้ว ยังเกดิ ประโยชนต์ อ่ พระพทุ ธศาสนา
อันเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สืบทอดประเพณีที่ดีงามและจรรโลง
สบื ต่ออายพุ ระพุทธศาสนา
สวดมนต์ข้ามปี ท�ำ ดีท่ัวไทย สุขใจได้บญุ
กระทรวงวฒั นธรรม โดยกรมการศาสนา ได้ริเร่มิ จดั กิจกรรม “สวดมนต์
ขา้ มป”ี ในวดั เปน็ ครง้ั แรก เมอ่ื ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘ ภายใตโ้ ครงการสง่ ทา้ ยปเี กา่ วถิ ไี ทย
ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนเข้าวัดใกล้ชิดพระศาสนามากยิ่งขึ้น
ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซ่ึงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีย่ิงจากทุกภาคส่วน
และได้ดำ�เนินการมาอย่างต่อเน่ืองเรื่อยมา กระทรวงวัฒนธรรมได้บูรณาการ
กับหน่วยงานและภาคส่วนที่เก่ียวข้องในการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยมีเด็ก เยาวชน
และประชาชนเขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่มิ มากขึน้ ตามล�ำ ดับ
ในระยะเวลา ๑๕ ปที ผ่ี า่ นมา การจัดกจิ กรรมสวดมนตข์ ้ามปีของรัฐบาล
โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้สร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน
ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และระดับโลก เป็นการส่งเสริม
การเขา้ สศู่ กั ราชใหมด่ ว้ ยเสยี งสวดมนต์ จนกลายเปน็ วถิ ปี ฏบิ ตั ปิ กตขิ องพทุ ธศาสนกิ ชน
โดยท่ัวไป
พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับหน่วยงานท่เี ก่ียวข้อง
กำ�หนดจัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลท่ัวไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีใหม่
พุทธศักราช ๒๕๖๔” ระหว่างวนั ท่ี ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕
เพ่อื เปน็ การสร้างค่านยิ มท่ดี ีของสงั คมไทย สง่ เสริมใหป้ ระชาชน ลด ละ เลิกอบายมุข
ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเกา่ ตอ้ นรับปีใหม่ กา้ วเข้าสู่พทุ ธศกั ราชใหม่ ๒๕๖๕ ด้วยความ
เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมท้ังถวายพระราชกุศล
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรม
วงศานุวงศ์ ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) และสอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล
ประเพณี พิธีทางศาสนาและพธิ กี ารต่างๆ ของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข
เร่มิ ตน้ ปใี หม่ รว่ มสืบสาน รกั ษา และต่อยอดวถิ ีวฒั นธรรมไทย
กจิ กรรมสง่ ทา้ ยปเี กา่ ตอ้ นรบั ปใี หม่ เปน็ กจิ กรรมทม่ี ปี ระโยชนแ์ ละมคี ณุ คา่
ต่อวิถีชีวิตของคนไทย ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากทุกภาคส่วนได้เข้ามา
มีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุน ซึ่งถือว่ากิจกรรมน้ีเป็นของทุกคน จึงเป็นโอกาสท่ีดี
ที่คนไทยทุกคนจะร่วมกันฟื้นกระแสวัฒนธรรมท่ีดีงาม ด้วยการส่งเสริมความเป็นไทย
รักษาไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง ให้เกิดความภาคภูมิใจ มีจิตส�ำนึกพฤติกรรมความเป็นไทย
ในชีวิตประจ�ำวัน ดังนี้
๑. มคี วามภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย
๒. มอี ธั ยาศยั ไมตรี มนี ำ้� ใจทกั ทาย ยม้ิ แยม้ กลา่ วค�ำสวสั ดี ขอบคณุ ขอโทษ
๓. มีความกตัญญกู ตเวทตี อ่ ผู้มีพระคณุ
๔. แต่งกายและมีมารยาทงดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะ แสดง
ความเคารพดว้ ยการไหว้ การกราบ วางตนอยา่ งสภุ าพ ออ่ นนอ้ ม มนี ำ�้ ใจ มคี วามเกรงใจ
ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกนั
๕. ร่วมกจิ กรรมทีเ่ ก่ยี วข้องกบั ประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย สง่ เสรมิ
การละเล่นพ้ืนเมืองและสามารถชักชวน แนะน�ำให้ผู้อ่ืนปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย
๖. เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
รวมถงึ ภาคถิน่
๗. น�ำภมู ปิ ญั ญาไทยมาใชใ้ หเ้ หมาะสมในวถิ ชี วี ติ แนะน�ำใหผ้ อู้ นื่ มสี ว่ นรว่ ม
ในการสบื ทอดภมู ปิ ัญญาไทย
คติความเช่ือเร่อื งการสวดมนต์
คติความเช่ือการสวดมนต์ของไทยน้ัน ได้ถือตามเหตุการณ์ใน
สมยั พทุ ธกาล โดยมเี รอื่ งเลา่ วา่ เมอ่ื คราวเกดิ โรคระบาดทเี่ มอื งเวสาลี ท�ำใหค้ นและสตั ว์
ตายเป็นจ�ำนวนมาก พระอานนท์จึงได้ไปยัง ณ ที่นั้นแล้ว สวด “รัตนสูตร” โรคน้ัน
ไดร้ ะงบั ไป
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประชวร โปรดให้พระจุนทเถระสวด
“โพชฌังคปริตร” ถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้หายจากอาการประชวร คร้ังหน่ึง
หมู่ภิกษุไปบ�ำเพ็ญสมณธรรมในป่าถูกพวกอมนุษย์รบกวนพระพุทธองค์โปรดให้
สวด “กรณยี เมตตสตู ร” ภัยเหลา่ น้นั ก็หมดไป
อานสิ งส์การสวดมนต์
การสวดมนต์น้นั สามารถสวดได้ทุกวัน ทกุ เทศกาล ดงั นน้ั การสวดมนต์
เป็นประจ�ำทุกวันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ท่ีสวดเป็นประจ�ำ เช่น เด็ก จะเรียนเก่ง
สมความปรารถนา (มีสมาธิในการเรียน) ผู้ใหญ่วัยท�ำงาน จะช่วยให้ท�ำงาน
ไดม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ จติ ใจแจม่ ใส มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการท�ำงาน ผสู้ งู อายุ (ทม่ี กั มภี าวะ
ความจ�ำเริ่มถดถอย) จะช่วยฟื้นฟูความจ�ำได้ เป็นต้น นอกจากน้ัน คนที่สวดมนต์
เป็นประจ�ำจะเปน็ คนท่ีมีจติ ใจให้ออ่ นโยน สงบเยน็ ไม่มีใจคิดร้าย หรอื เบยี ดเบียนผูอ้ ืน่
อนั จะท�ำใหส้ ังคมไทยเป็นสังคมทน่ี า่ อยู่ น่าร่นื รมยย์ ิง่ ขนึ้
ในโอกาสเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ ถือเป็นโอกาสมงคล ขอเชิญชวนทุกท่าน
รว่ มกัน “สวดมนต์ข้ามป”ี เปน็ การเริ่มต้นดี เสรมิ สิริมงคล กา้ วเข้าส่ปู ีใหม่
การเตรยี มตวั เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ขา้ มปี
ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมสวดมนตข์ า้ มปี อนั จะไดร้ บั อานสิ งสจ์ ากการปฏบิ ตั ิ
บูชาและอามิสบูชาอย่างสมบูรณ์ ด้วยจิตใจที่ดี และเปี่ยมด้วยความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่
ความมเี มตตาและกรุณาตอ่ กนั ควรปฏบิ ตั ิตน ดังน้ี
๑. การเตรียมกาย เม่ือไปวัดหรือสถานที่ท่ีเหมาะสม ควรแต่งกาย
ดว้ ยเสื้อผา้ สขี าวเรียบ หรือสีท่ไี ม่ฉดู ฉาด ไมห่ ลวมไมค่ บั เกนิ ไป เนื่องจากจะไมค่ ล่องตวั
ไมป่ ระดบั รา่ งกายดว้ ยเครอื่ งประดบั ไมใ่ ชเ้ ครอ่ื งประทนิ ผวิ เชน่ นำ�้ หอม และขอเชญิ ชวน
แตง่ ผา้ ไทยหรอื พนื้ บา้ น อนั เปน็ การสบื สาน รกั ษา และตอ่ ยอดภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทย
๒. รับประทานอาหารแต่พอดี ไม่อิ่มจนอึดอัด แต่เพ่ือประทังความหิว
เพราะหากมีอาการหิวจะท�ำ ใหจ้ ติ ใจไม่สบายไปดว้ ย ควรงดเวน้ อาหารทอี่ าจทำ�ใหเ้ กดิ
อาการท้องเสยี และหลกี เลยี่ งของมนึ เมาทุกชนิด
๓. เชิญชวนครอบครัว เพ่ือนบ้าน เข้าร่วมสวดมนต์ ณ วัดใกล้บ้าน
หรือสถานท่ีที่มีการจัดท่ีเหมาะสม และถือโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ เพื่อประโยชน์สุข
ทัง้ แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม
บทสวดมนตท์ ่นี ยิ มใชใ้ นการสวดมนต์ขา้ มปี
บทที่นำ�มาใช้ในการสวดมนต์นั้น เป็นการนำ�พระพุทธพจน์อันเป็น
คำ�ส่ังสอนของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกบ้าง เป็นคำ�
ทแ่ี ตง่ ขน้ึ มาภายหลงั บา้ ง มาเปน็ บทสวดมนต์ โดยถอื กนั วา่ บทสวดมนตห์ รอื พระพทุ ธมนต์
เป็นคำ�ศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดป้องอันตรายต่าง ๆ ได้ และเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า
พระปริตร
บทพระพุทธมนต์ท่ีนำ�มาใช้เป็นบทสวดมนต์ข้ามปีน้ัน ไม่มีกำ�หนดที่
แนน่ อนชัดเจนลงไป สุดแท้แตค่ วามสะดวกและความเหมาะสมในแต่ละสถานที่ แต่ที่
นิยมโดยทั่วไปจะนำ�บทสวดมนต์ท่ีมีในเจ็ดตำ�นาน สิบสองตำ�นาน ซ่ึงเป็นที่คุ้นเคย
สำ�หรบั พุทธศาสนิกชนเปน็ อย่างดีมาใชเ้ ปน็ บทสวดในการสวดมนตข์ า้ มปี
ในที่น้ีจะขอนำ�ความหมายโดยย่นย่อของพระพุทธมนต์ที่ปรากฏ
ในหนังสอื เล่มน้มี าแสดงไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. บทชุมนุมเทวดา เป็นบทท่ีอัญเชิญเทวดามาร่วมฟังพระปริตร หรือ
มารว่ มในพธิ ี โดยขอใหเ้ ทวดามคี วามสขุ ปราศจากทกุ ข์ และชว่ ยคมุ ครองมนษุ ยใ์ หพ้ น้ ภยั
๒. บทนอบนอ้ มพระผมู้ พี ระภาคเจา้ เปน็ บททเี่ รม่ิ ตน้ กอ่ นทจ่ี ะมพี ธิ กี รรม
ทางพระพุทธศาสนา เรียกกันโดยท่ัวไปว่า บทไหว้ครู เป็นบทท่ีถวายความเคารพ
แด่พระพุทธเจ้า ถึงแม้ว่าพระองค์จะเสด็จปรินิพพานไปแล้วแต่พระคุณยังคงอยู่มิได้
ลว่ งลบั ตามพระองคไ์ ป บทนอบนอ้ มน้ี จะกลา่ ว ๓ ครง้ั ทง้ั นก้ี เ็ พอ่ื เปน็ การท�ำ ใจใหแ้ นบสนทิ
กับพระคุณจริง ๆ ไม่โยกโคลงกวัดแกว่งไปได้ง่าย ๆ เปรียบเหมือนเชือก ๓ เกลียว
ย่อมจะแนน่ และเหนียวกว่า ๑ เกลียว หรือ ๒ เกลียวเป็นแน่
๓. บทไตรสรณคมน์ เริ่มแรกเป็นบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติข้ึน
ในพธิ บี รรพชาอุปสมบท ตอ่ มาได้น�ำ มาใช้ในการเริ่มต้นพิธี กรรมทางพุทธศาสนาทว่ั ไป
เป็นบทท่ีแสดงถึงการยอมรับพระพทุ ธ พระธรรมและพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึง่ ท่ีระลกึ
๔-๕. บทนมการสิทธิคาถา แยกเป็นบทสัมพุทเธ เป็นการกล่าวนอบน้อม
พระพุทธเจ้า ๓, ๕๘๔, ๑๙๒ พระองค์ และด้วยอานุภาพของการนอบน้อมก็ขอให้
ภยันตรายทั้งปวงจงพินาศไป บทโย จักขุมา เป็นบทท่ีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ประพันธ์ข้ึนใช้แทนบทสัมพุทเธ เน้ือหาของบทน้ีแสดง
ความนอบนอ้ มตอ่ พระพทุ ธ พระธรรมพระสงฆ์ และดว้ ยเดชของพระพทุ ธเจา้ พระธรรม
พระสงฆ์ ขอใหม้ ีชยั ชนะมคี วามสำ�เรจ็ ปราศจากอันตราย
๖. บทนโมการอัฏฐกคาถา โดยท่ัวไปเรียกว่า นโม ๘ บท เป็นบทที่
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่ หวั รชั กาลท่ี ๔ ทรงแตง่ ขน้ึ ในครงั้ ทท่ี รงพระผนวช
เป็นพระภกิ ษุ เนอ้ื หาของบทนีว้ ่าด้วยการนอบนอ้ ม ๘ คร้ัง คือ ในบทนีม้ คี �ำ ว่า “นโม”
๘ คร้งั ใชส้ วดต่อจากบท สมั พทุ เธ หรือบทนมการสิทธคิ าถา นยิ มสวดในงานมงคล
๗. บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร บทท่ีมีความสำ�คัญยิ่ง เพราะเป็น
พระธรรมเทศนากณั ฑแ์ รกทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงแสดง มคี วามหมายวา่ ท�ำ กงลอ้ แหง่ ธรรม
ใหห้ มนุ ไป คือ การน�ำ พระพทุ ธศาสนาใหแ้ ผข่ ยายไปท่ัวทุกทศิ
๘. บทมงคลสตู ร หมายถงึ บททีว่ ่าด้วยมงคล พระพทุ ธเจ้าไดต้ รสั สอน
ถึงหลักธรรมท่ีนำ�ความสุข ความเจริญ ซ่ึงเรียกว่า มงคลอันสูงสุด ๓๘ ประการ
เมื่อบุคคลประพฤตปิ ฏิบัตติ ามจะเปน็ ผู้ไม่พ่ายแพ้ ประสบความส�ำ เรจ็ ในทุกท่ี
๙. บทรตนสูตร หมายถึง บททแ่ี สดงอานภุ าพของพระรตั นตรัยโดยตรง
เม่ือเทวดาและมนุษย์รคู้ ุณค่าของพระรตั นตรยั ยอมรบั นบั ถอื บูชาพระรัตนตรัยเปน็ ที่
พงึ่ ทีร่ ะลกึ แล้วย่อมกอ่ ให้เกิดพลงั ใจในการตอ่ สู้ ฟนั ฝา่ เพอ่ื ชัยชนะตอ่ อุปสรรค ปญั หา
ตลอดจนภยั ทงั้ หลายทงั้ ปวงได้
๑๐. บทกรณียเมตตสูตร บทท่ีว่าด้วยการเจริญเมตตา พระพุทธเจ้า
ตรัสมุ่งหมายการแผ่จิตที่เก้ือกูล ปรารถนาดีให้แก่ตนเองและสรรพสัตว์ ปรารถนา
ให้ตนเองและสรรพสัตว์ไม่มีเวรต่อกัน ไม่เบียดเบียนกัน มีแต่สุข ไร้ทุกข์ ปราศจาก
ความขุ่นเคอื งใจ ไร้พยาบาท
๑๑. บทขนั ธปรติ ร บททม่ี คี วามหมายวา่ บทสวดปอ้ งกนั พญางู สว่ นสาเหตุ
ที่ตงั้ ชอื่ วา่ ขันธปริตร นนั้ อาจหมายถงึ มนตป์ ้องกันตัว (จากพญาง)ู ทงั้ นี้ เนอ่ื งจาก
ขันธ แปลวา่ ตวั หรือกาย น่นั เอง ในปรติ รนี้ พระพุทธเจ้าตรสั สอนเร่ืองเมตตากรุณา
๑๒. บทเมตตานิสังสสุตตปาฐะ บทที่กล่าวถึงอานิสงส์ของเมตตา
๑๑ ประการ คือ หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นท่ีรักของมนุษย์ เป็นที่รัก
ของอมนษุ ย์ เทวดารักษา ไฟ ยาพษิ ศัสตราไมก่ ลำ้� กราย จติ ใจเป็นสมาธิไดเ้ รว็ สหี นา้
ผอ่ งใส ไมห่ ลงตาย เมอ่ื ยงั ไม่ถงึ นิพพานไปเกิดในพรหมโลก
๑๓. บทโมรปริตร บทที่หมายถึงคาถาส�ำหรับป้องกันตัวของพญานกยูง
กล่าวคือ เม่ือพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกยูง ได้เจริญมนต์เป็นประจ�ำท�ำ
ใหแ้ คลว้ คลาดจากภยันตราย ดังนั้น โบราณาจารย์ จึงได้น�ำมาเปน็ บทสวดมนต์เพ่อื ให้
แคล้วคลาดจากอันตราย ปรติ รนเ้ี ป็นการกล่าวถึงการแสดงความนอบน้อม
๑๔. บทจนั ทปรติ ตปาฐะ บททปี่ ระกาศขอใหพ้ ระพทุ ธองคเ์ ปน็ ทพี่ งึ่ เสมอื น
จันทิมเทพบุตรประกาศว่ามีพระพุทธองค์เป็นท่ีพ่ึง ท�ำให้พ้นภัยจากอสุรินทราหู
ด้วยพุทธานุภาพ
๑๕. บทสุริยปริตตปาฐะ บทท่ีประกาศขอให้พระพุทธองค์เป็นท่ีพึ่ง
เสมือนสุริยเทพบุตรประกาศว่ามีพระพุทธองค์เป็นที่พ่ึง ท�ำให้พ้นภัยจากอสุรินทราหู
ดว้ ยพทุ ธานุภาพ
๑๖. บทวัฏฏกปริตร บททีห่ มายถงึ ปริตรของนกคุ่ม คอื เมือ่ พระโพธสิ ัตว์
เสวยพระชาติเป็นนกคุ่มได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าในอดีต ระลึกถึงพระธรรมคุณ
ต้ังสัจจาธษิ ฐานขอใหไ้ ฟปา่ มอดดบั
๑๗. บทอนสุ สรณปาฐะ หรอื บทพระพทุ ธคณุ พระธรรมคณุ พระสงั ฆคณุ
๑๘. บทอาฏานาฏิยปริตร บทท่ีกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้าในอดีต
ทงั้ หลายจนถงึ องคป์ จั จุบนั ตอ่ จากนน้ั กบ็ รรยายถึงทา้ วมหาราชทงั้ ๔ วา่ ใครเปน็ อะไร
มีหน้าที่อะไร และสุดท้าย ก็สรุปพระคุณของพระรัตนตรัย เชื่อกันว่า ผู้ใดสวด
อาฏานาฏยิ รกั ขาแลว้ บรรดายกั ษแ์ ละภตู ผปี ศี าจทงั้ หลายจะไมท่ �ำอนั ตรายและคมุ้ ครอง
รักษาใหป้ ลอดภยั
๑๙. บทอังคุลิมาลปริตร บทที่เป็นค�ำกล่าวของพระองคุลิมาลท่ีกล่าวว่า
เมอ่ื ไดเ้ กดิ ในอริยชาติแล้ว ไมเ่ คยจงใจฆ่าเลย และด้วยการกล่าวค�ำสตั ย์นี้ ขอให้ผูท้ อี่ ยู่
ในครรภจ์ งมีแตค่ วามสวัสดี
๒๐. บทโพชฌังคปริตร บทที่ว่าด้วยองค์ธรรมท่ีเป็นไปเพ่ือตรัสรู้
มี ๗ ประการ คอื (๑) สติ ความระลกึ ได้ (๒) ธมั มวิจยะ ความสอดส่องธรรม (๓) วริ ยิ ะ
ความเพียร (๔) ปตี ิ ความอมิ่ เอมใจ (๕) ปัสสทั ธิ ความสงบใจ (๖) สมาธิ ความต้งั ใจมน่ั
(๗) อเุ บกขา ความวางเฉย
๒๑. บทอภยปริตร บทที่เป็นการขอให้ลางร้าย ส่ิงไม่เป็นมงคล
เสยี งนกเสยี งกา ทไี่ มเ่ ปน็ มงคล บาปเคราะห์ ฝนั รา้ ยพนิ าศไปดว้ ยพทุ ธานภุ าพ ธรรมานภุ าพ
และสงั ฆานภุ าพ ตอนกลาง เปน็ การอญั เชญิ เหลา่ เทพยดาทไ่ี ดอ้ ญั เชญิ มารว่ มในงานมงคล
รว่ มฟังสวด ร่วมรับส่งิ ทีเ่ ปน็ มงคล กลับวิมานไป และขอใหเ้ ทพยดาทัง้ หลายไดใ้ ห้ทาน
รกั ษาศลี เจรญิ ภาวนา และตอนทา้ ยเปน็ การขอใหอ้ านภุ าพของพระพทุ ธเจา้ พระปจั เจก
พทุ ธเจ้า และพระอรหนั ต์ทงั้ หมดปกปอ้ งคุ้มครองรักษา
๒๒. บทสักกัตวา บทท่ีสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ว่า
ยอดเยย่ี ม และดว้ ยเดชแหง่ พระพทุ ธ พระธรรมและพระสงฆ์ ขอให้ส่ิงไม่ดีมลายสญู ไป
๒๓. บทนตั ถิ เม บททว่ี า่ ดว้ ยทพ่ี งึ่ อนั ประเสรฐิ คอื พระพทุ ธเจา้ พระธรรม
และพระสงฆ์
๒๔. บทยังกิญจิ บทท่ีว่าด้วยรัตนะหรือส่ิงมีค่าในโลกน้ี คือ พระพุทธ
พระธรรม และพระสงฆ์
๒๕. บทมงคลจักรวาฬใหญ่ บทที่อ้างอานุภาพพระพุทธเจ้า พระธรรม
และพระสงฆ์ ให้ก�ำจัดทกุ ข์โศกโรคภัยทง้ั ปวง
๒๖. บทรตนัตตยัปปภาวาภิยาจนคาถา บทท่ีพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประพันธ์ขึ้น เป็นคาถาท่ีขอให้อานุภาพของพระรัตนตรัย
ขจัดอุปสรรคทั้งปวง ความสวัสดีมีแก่ประเทศไทย และขอให้เทวดาค้มุ ครองรักษา
๒๗. บทสุขาภิยาจนคาถา บทที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฉิม)
วัดโมลีโลกยารามแต่งข้ึน โดยขอให้อานุภาพของพระปริตรท่ีได้สาธยายแล้ว
เกิดความสุขสวัสด์ิในราชตระกูล เทวดาคุ้มครอง ฝนตกต้องตามฤดูกาล
อาณาประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสขุ
๒๘. บทเทวตาอุยโยชนคาถา บทท่วี ่าด้วยการขอให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์
และเหล่าเทวดาท่มี ารว่ มอนุโมทนาบญุ ขอใหก้ ลบั ไป
๒๙. บทพุทธชัยมงคลคาถา หรือบทถวายพรพระ บทที่ว่าด้วยชัยชนะ
๘ ประการอนั เปน็ มงคลของพระพุทธเจา้
๓๐. บทชยปรติ ร บททส่ี วดเพอ่ื ใหเ้ กดิ ชยั มงคลในการท�ำ พธิ มี งคลตา่ ง ๆ
๓๑. บทภวตุ สพั พมงั คลงั บททอ่ี า้ งอานภุ าพแหง่ พระรตั นตรยั เพอ่ื ใหเ้ กดิ
สรรพมงคล เทวดาคุม้ ครองรกั ษา
๓๒. บทนักขัตตยักข์ บทที่อ้างอานุภาพพระปริตรท่ีได้สาธยายแล้ว
กำ�จัดอุปสรรคอนั ตรายทง้ั ปวง
๓๓. บทชัยมงคลคาถา บทคาถาสวดเพ่ือให้เกิดมีชัยมงคลในการทำ�พิธี
มงคลต่าง ๆ โดยกล่าวถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระกรุณาเป็นท่ีพึ่งของ
สรรพสัตว์ เป็นสัจวาจาให้เกิดชัยมงคลในมงคลพิธี ดังที่พระองค์ได้ทรงชนะมาร
ทโ่ี คนโพธพิ ฤกษ์
บทเจรญิ พระพทุ ธมนต์ ๑
๒
๔
๕
๖
๘
๑๑
๑๓
๒๙
๓๔
๓๙
๔๓
๔๕
๔๘
๕๑
๕๔
๕๘
๖๑
๖๔
๖๗
๖๘
๗๑
๗๓
๗๕
๗๖
๗๗
๘๐
๘๓
๒๘. ๘๖
๒๙. ๘๘
๓๐. ๙๓
๓๑. ๙๕
๓๒. ๙๖
๓๓. ๙๘
2 บทเจรญิ พระพทุ ธมนต
บทเจรญิ พระพทุ ธมนต 3
4 บทเจรญิ พระพทุ ธมนต
บทเจรญิ พระพทุ ธมนต 5
6 บทเจรญิ พระพทุ ธมนต
บทเจรญิ พระพทุ ธมนต 7
8 บทเจรญิ พระพทุ ธมนต
บทเจรญิ พระพทุ ธมนต 9
10 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 11
12 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 13
14 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 15
16 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 17
18 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 19
20 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 21
22 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 23
24 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 25
26 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 27
28 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 29
30 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 31
32 บทเจริญพระพทุ ธมนต
บทเจริญพระพทุ ธมนต 33
34 บทเจริญพระพทุ ธมนต