The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nussara_nstru409, 2021-11-21 02:56:40

Benchmarking

Benchmarking

รายงาน

เรอ่ื ง เครอื่ งมือการบริหารจดั การสถานศึกษาสมยั ใหม่ Benchmarking

จดั ทาโดย
นายดียาอดุ ดีน กนู า
รหสั นักศึกษา 6419050033

เสนอ
ดร.เชาวนี แก้วมโน

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564
เป็นส่วนหน่ึงของวิชา 905 – 502 หลกั การและทฤฎีการบริหารการศึกษา

คณะศึกษาศาสตรแ์ ละศิลปะศาสตร์
สาขาวิชาการบริหารศึกษา
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่



คำนำ

รำยงำนน้ีจดั ทำขน้ึ เพอ่ื เป็นสว่ นหน่ึงของวชิ ำ 905 – 502 หลกกำรและทฤฎกี ำรบ
รหิ ำรกำรศกึ ษำ เพอ่ื เป็นแนวทำงในกำรศกึ ษำและเครอ่ื งมอื สมยั ใหม่ เรอ่ื ง Benchmarking
โดยไดศ้ กึ ษำผำ่ นแหล่งควำมรตู้ ่ำงๆ อำทเิ ชน่ ตำรำ หนงั สอื และแหล่งควำมรูจ้ ำกเวบ็ ไซต์
ต่ำงๆ

ผจู้ ดั ทำคำดหวงั เป็นอยำ่ งยงิ่ ว่ำกำรจดั ทำรำยงำนในครงั้ น้ีจะเนขอ้ มลู ทเ่ี ป็น
ประโยชน์ต่อผทู้ ส่ี นใจศกึ ษำเกย่ี วกบั แนวคดิ ทฤษฎหี ลกั กำรบรหิ ำรกำรศกึ ษำ
เรอ่ื ง Benchmarking เป็นอยำ่ งดี

นายดียาอดุ ดีน กนู า
ผจู้ ดั ทา

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้ำ
คำนำ ก
สำรบญั ข
บทนำ 1
1
- เทคนิคกำรบรหิ ำรสมยั ใหม่และกำรบรหิ ำร 7
เครอ่ื งมอื กำรบรหิ ำรสมยั ใหม่ 7
20
- Benchmarking 20
บทสรปุ 22
24
- กำรนำ benchmarking ไปใชใ้ นองคก์ ร
กำรนำ Benchmarking มำใชใ้ นสถำนศกึ ษำ
บรรณนุกรม

บทนา การบริหารโดยยึดวตั ถปุ ระสงค์ 1
เทคนิคการบริหารสมยั ใหม่
(Management by Objective : MBO)
ในปัจจบุ นั กำรบรหิ ำรงำนหรอื กำรจดั กำร
องคก์ รมคี วำมจำเป็นตอ้ งใชศ้ ำสตร์ ในกำรบรหิ ำรงำน กำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงค์
อยำ่ งหลกี เลย่ี งไมไ่ ด้ เน่อื งจำกโลกในยุคปัจจุบนั เป็น (MBO) นนั้ เทคนิคกำรบรหิ ำรงำนแบบหน่ึงท่ี
ระบบทุนนิยม หรอื บรโิ ภคนยิ มทแ่ี สวงหำกำไร และมี ไดร้ บั ควำมนิยมแพรห่ ลำยมำก ถกู สรำ้ งขน้ึ มำ
กำรแขง่ ขนั เพอ่ื ใหเ้ หนอื กวำ่ คแู่ ขง่ ทงั้ ในเชงิ บรหิ ำรงำน โดยชอบนกั วชิ ำกำรคนหน่งึ ชอ่ื Peter F.
และกำรพฒั นำองคก์ ร ใหบ้ รรลุผลตำมเป้ำหมำยของ Drucker ซง่ึ ไดน้ ำเสนอแนวคดิ เรอ่ื งน้ีเป็นคน
องคก์ ร แรก ทส่ี หรฐั อเมรกิ ำเมอ่ื ค.ศ. 1974 ในหนงั สอื
ของเขำชอ่ื The Practice of Management
กำรนำเทคนคิ กำรบรหิ ำรสมยั ใหมม่ ำปรบั ใช้ Drucker ซง่ึ ชใ้ี หเ้ หน็ วำ่ ทกุ องคก์ ำรตอ้ งมี
ใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ ยอ่ มขน้ึ อยกู่ บั ผนู้ ำของผบู้ รหิ ำร เป้ำหมำย
ระดบั สงู สดุ อกี ทงั้ กำรสอ่ื สำรในองคก์ ำรทม่ี ปี ระสทิ ธภิ ำพ
ควำมรว่ มมอื รว่ มใจของบุคลำกรทุกคนในองคก์ ำรเป็น
สำคญั

1. แนวคิดเก่ียวกบั การบริหารโดยยดึ วตั ถปุ ระสงค(์ MBO) 2
แนวควำมคดิ ของกำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงค์ (MBO)
2. ความหมายของการบริหารโดยยึดวตั ถุประสงค์ (MBO)
มคี ุณลกั ษณะพเิ ศษหลำยอยำ่ ง
ตำมทศั นะของเสนำะ ตเิ ยำว์ (2542 : 36) วลิ เลยี ม เจ (William J, 1970 : 112) กล่ำว
วำ่ กำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงค์ (MBO)
กำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงคห์ รอื เรยี กยอ่ ๆ วำ่ MBO คอื กำรสรำ้ งขอบเขตและมำตรฐำนของงำน
ซง่ึ มแี นวคดิ สำคญั 4 อยำ่ ง ทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล สำหรบั ตำแหน่งทท่ี ำหน้ำท่ี
ทำงดำ้ นบรหิ ำรระดบั ต่ำงๆ
1. ผบู้ งั คบั บญั ชำกบั 2. ผบู้ งั คบั บญั ชำกบั
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำตกลง ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำตกลง ปีเตอร์ (Peter, 2008 : 312) ไดใ้ หค้ ำจำกดั
ควำมกำรบรหิ ำรโดยวตั ถุประสงค์ (MBO)
รว่ มกนั รว่ มกนั คอื หลกั ของกำรบรหิ ำรทจ่ี ะจดั ใหแ้ ตล่ ะ
บุคคลไดท้ ำงำนและมคี วำมรบั ผดิ ชอบอยำ่ ง
3. ผบู้ งั คบั บญั ชำกบั 4. ผบู้ งั คบั บญั ชำกบั เตม็ ท่ี
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำตกลง ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำตกลง
สรุ พนั ธ์ ยนั ทอง (2546 : 26) ไดก้ ล่ำววำ่
รว่ มกนั รว่ มกนั กำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงค(์ MBO) เป็น
ระบบกำรบรหิ ำรรปู แบบหน่งึ ทม่ี กี ำรกำหนด
วตั ถุประสงคร์ ว่ มทงั้ ระบบองคก์ ำร

3. กระบวนการบริหารโดยยดึ วตั ถปุ ระสงค(์ MBO) 3

กำรบรหิ ำรโดยยดึ วตั ถุประสงค์ (MBO) 4. องคป์ ระกอบที่สาคญั ของการบริหาร(MBO)
งำนมี 4 ขนั้ ตอนท่ี สำคญั ดงั น้ี
2. ควำมรคู้ วำมสำมำรถ
1. กำรให้ 1. กำรกำหนดวตั ถุประสงค์ ของผบู้ รหิ ำร ผบู้ รหิ ำรระดบั
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำเสนอ กบั กำรวำงแผน
ต่ำง ๆ
วตั ถุประสงค์

4. กำร 2. กำรพจิ ำรณำ
ประเมนิ ผล กำหนด
3. กำรจดั ใหส้ มำชกิ ของ 4. กำรจดั ใหม้ รี ะบบขอ้ มลู
เมอ่ื สน้ิ สดุ วตั ถุประสงค์ กลมุ่ ปฏบิ ตั งิ ำนในองคก์ ำร ยอ้ นกลบั เกย่ี วกบั กำร
ปฏบิ ตั งิ ำน
3. กำรตดิ ตำมและ ไดเ้ ขำ้ มำมสี ว่ นรว่ ม
ทบทวนเป้ำหมำย

5 ประโยชน์ของการบริหารโดยยดึ วตั ถปุ ระสงค์ (MBO)

1. ชว่ ยใหม้ กี ำรกำหนด 2. กอ่ ใหเ้ กดิ กำร 3. เป็นเครอ่ื งมอื ชว่ ย
วธิ กี ำรวดั ทแ่ี น่นอน ประสำนงำนในกลมุ่ แกไ้ ขปัญหำสำคญั ใน

ผปู้ ฏบิ ตั งิ ำน หน่วยงำน

4

การบริหารแบบมีส่วนรว่ ม (Participative Management)

กำรมสี ว่ นรว่ มมคี วำมสำคญั ตอ่ กำรบรหิ ำรจดั กำรกจิ กำรใด ๆ ใหป้ ระสบควำมสำเรจ็ กำรพฒั นำ ในยุคทผ่ี ำ่ นมำเป็นกำร
พฒั นำทเ่ี น้นหนกั ในดำ้ นเศรษฐกจิ อุตสำหกรรม วทิ ยำศำสตรเ์ ทคโนโลยี ทำใหก้ ำรนำทรพั ยำกรธรรมชำตมิ ำใชเ้ พอ่ื ผลประโยชน์

1. ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนรว่ ม 2. แนวคิดทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกบั การบริหารแบบมีส่วนรว่ ม

สมยศ นำวกี ำร กลำ่ ววำ่ กำรบรหิ ำรแบบมสี ว่ น 1.ควำมตอ้ งกำรสมั ฤทธผิ์ ล 2.ควำมตอ้ งกำรควำมผกู พนั
รว่ ม หมำยถงึ กระบวนกำรของกำรใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชำมสี ว่ น
เกย่ี วขอ้ งในกระบวนกำรตดั สนิ ใจ เน้นกำรมสี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
อยำ่ งแขง็ ขนั ของบุคคล

สมเดช สแี สง ไดส้ รปุ ควำมหมำยของกำร 3.ควำมตอ้ งกำรมอี ำนำจบำรมี
บรหิ ำรแบบมสี ว่ นรว่ มไวว้ ำ่ กำรบรหิ ำรแบบมสี ว่ นร่วม เป็น
กำรบรหิ ำรทเ่ี ปิดโอกำสใหพ้ นกั งำนทกุ ระดบั ไดม้ สี ่วนรว่ มใน
กำรบรหิ ำรกจิ กำรภำยในขอบเขตหน้ำทข่ี องตน

จำกทก่ี ลำ่ วมำสรปุ ไดว้ ำ่ กำรบรหิ ำรแบบมสี ว่ น
รว่ ม หมำยถงึ กระบวนกำรทบ่ี ุคคลไดม้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในกำร
ปฏบิ ตั งิ ำนทงั้ ทำงดำ้ นกำรแสดงควำมคดิ เหน็ กำรตดั สนิ ใจ
กำรรบั ผดิ ชอบ กำรวำงแผนกำรปฏบิ ตั งิ าน

5

3. องคป์ ระกอบของการบริหารแบบมีส่วนรว่ ม

สวอนสเบริ ก์ (Swanaburg, 1996 : 391-394 ) แบง่ องคป์ ระกอบของกำรบรหิ ำรแบบมสี ว่ นรว่ มดงั น้ี
1. กำรไวว้ ำงใจกนั (Trust) ซง่ึ เป็นปัจจยั ยำพน้ื ฐำนของกำรมสี ว่ นรว่ ม
2. ควำมยดึ มนั่ ผกู พนั (Commitment)
3. กำรตงั้ เป้ำหมำยและวตั ถุประสงคร์ ว่ มกนั (Goals and Objectives)
4. ควำมเป็นอสิ ระต่อควำมรบั ผดิ ชอบในงำน (Autonomy)

4. ประโยชน์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม

1.กอ่ ใหเ้ กดิ ควำม 2. ลดควำมขดั แยง้ 3. สรำ้ งบรรยำกำศ 4. ชว่ ยใหผ้ รู้ ว่ มงำน
สำมคั ครี ะหวำ่ ง ในกำรทำงำน ทด่ี ใี นกำรทำงำน มสี ขุ ภำพจติ ดี
ผบู้ รหิ ำรและ 7. ชว่ ยใหก้ ำรใช้
งบประมำณเป็นไป 8. ชว่ ยพนกั งำนเกดิ
ผรู้ ว่ มงำน อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ ควำมรสู้ กึ วำ่ เขำเป็น

5. สรำ้ งควำมเป็น 6. ลดคำ่ ใชจ้ ำ่ ยและ สว่ นหน่งึ ของ
ประชำธปิ ไตยใน ใชท้ รพั ยำกร องคก์ ำร

องคก์ ำร

5. วิธีการใช้การบริหารแบบมีส่วนรว่ มสมยั ใหม่ 6

5.1 ระดบั บคุ คล 5.2 ระดบั กล่มุ

5.1.1 กำรฝึกอบรมใหม้ คี วำมรสู้ กึ ไว 5.2.1 กำรรวมกลุ่มแบบ
1. ใหเ้ ขำ้ ใจและยอมรบั ธรรมชำตขิ องมนุษย์ ครอบครวั (Family Grouping)
2. ใหร้ จู้ กั ยอมรบั และพฒั นำตนเอง
3. ไดเ้ ขำ้ ใจและยอมรบั ผอู้ ่นื ใหม้ ำกขน้ึ 5.2.2 กำรฝึกอบรมเพยี งในนำม
4. ใหม้ มี นุษยส์ มั พนั ธด์ ขี น้ึ หมำยถงึ บคุ คลถกู รวมเขำ้ เป็นกลมุ่ แต่
ไมไ่ ดส้ อ่ื สำรดว้ ยวำจำ จะเป็นกำร
5.1.2 กำรวเิ ครำะหก์ ำรตดิ ตอ่ ประชมุ พรอ้ มกนั ทโ่ี ต๊ะเพอ่ื แกป้ ัญหำ
(Transactional Analysis)เป็นวธิ กี ำรตดิ ตอ่ ท่ี
แลกเปลย่ี น 5.2.3 เทคนคิ เดลไพ เป็น
ภำษำและไมใ่ ชภ่ ำษำระหวำ่ งบุคคล กระบวนกำรรวบรวมทศั นะควำม
คดิ เหน็ อยำ่ งเป็นอสิ ระทม่ี คี วำม
5.1.3. กำรนงั่ สมำธิ แบบควบคุมจติ ใจ สดของเป็นอนั หน่งึ อนั เดยี วกนั
(Transacendental Maditation) คอื กำรนงั่
สมำธเิ พอ่ื ลดควำมเครยี ด

7

บทนา
Benchmarking

Benchmarking คอื กระบวนกำรแลกเปลย่ี นควำมรู้ แลกเปลย่ี นประสบกำรณ์และแลกเปลย่ี นวธิ ปี ฏบิ ตั ิ

ทเ่ี ป็นเลศิ (Best Practices) กบั องคก์ รอ่นื ภำยใตก้ ฎกตกิ ำสำกล
โดยมแี นวคดิ วำ่ องคก์ รใดองคก์ รหน่งึ นนั้ ไมไ่ ดเ้ กง่ ไปทุกเรอ่ื งมอี งคก์ รทเ่ี กง่ กวำ่ ในบำงเรอ่ื ง
ดงั นนั้ กำรศกึ ษำจำกประสบกำรณ์ตรงขององคก์ รอน่ื แลว้ นำมำประยกุ ตใ์ หเ้ หมำะสม จะชว่ ยประหยดั

เวลำและลดกำรดำเนินงำนแบบลองผดิ ลองถกู ทำใหท้ รำบถงึ ศกั ยภำพหรอื ขดี ควำมสำมำรถทแ่ี ทจ้ รงิ ขององคก์ ร
ของตนเองทำใหส้ ำมำรถเพมิ่ ประสทิ ธภิ ำพในกำรทำงำน และเพมิ่ ศกั ยภำพในกำรแขง่ ขนั

Benchmarking จงึ เป็นเสน้ ทำงลดั สคู่ วำมเป็นเลศิ อยำ่ งกำ้ วกระโดด ผลทไ่ี ดร้ บั จำกกำรทำ
Benchmarking คอื ทำใหร้ วู้ ำ่ ใครหรอื องคก์ รใดเป็นผปู้ ฏบิ ตั ไิ ดด้ ที ส่ี ุดและมวี ธิ ปี ฏบิ ตั อิ ยำ่ งไร เพ่อื องคก์ รอ่นื
จะนำมำปรบั ปรงุ ผลกำรดำเนนิ งำนของตนโดยเลอื กสรรและนำวธิ ปี ฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ เหล่ำนนั้ ไปประยกุ ตใ์ ช้
ในกระบวนกำรทำงำนของตนเองซง่ึ ไมใ่ ชก่ ำรลอกเลยี นแบบแต่เป็นกำรสรำ้ งสรรคผ์ ลงำนใหมๆ่ อนั เกดิ
จำกกำรเรยี นรู้

8

ความหมายของ Benchmarking

Benchmarking คอื วธิ กี ำรในกำรวดั และเปรยี บเทยี บ
ผลติ ภณั ฑ์ บรกิ ำร และวธิ กี ำรปฏบิ ตั กิ บั องคก์ รท่ี สำมำรถทำไดด้ กี วำ่
เพอ่ื นำผลของกำรเปรยี บเทยี บมำใชใ้ นกำรปรบั ปรงุ องคก์ รของตนเอง

Benchmark คอื เกณฑเ์ ปรยี บเทยี บสมรรถนะ ทใ่ี ห้
ควำมสำคญั ในเรอ่ื งของกำรวดั เปรยี บเทยี บ ควำมสำมำรถ โดยมนี ัยท่ี
แสดงถงึ วำ่ ผทู้ ด่ี ที ส่ี ุดหรอื เกง่ ทส่ี ดุ

Best Practices คอื วธิ กี ำรปฏบิ ตั ทิ ท่ี ำใหอ้ งคก์ รประสบ
ควำมสำเรจ็ หรอื คอื กำรปฏบิ ตั ทิ น่ี ำใหอ้ งคก์ รสู่ ควำมเป็นเลศิ โดยมี
คณุ ลกั ษณะทส่ี ำคญั คอื มแี นวปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นเลศิ อยำ่ งเหน็ ไดช้ ดั มสี ว่ น
สำคญั ทท่ี ำใหผ้ ลกำร ดำเนินงำนเป็นเลศิ ไดร้ บั กำรยอมรบั จำกบุคคล
หรอื องคก์ รทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้

9

ประเภทของ Benchmarking 2. กำรแบ่งประเภทตำมผทู้ เ่ี รำไป
เปรยี บเทยี บดว้ ย
สำมำรถแบง่ ประเภทของ Benchmarking ไดเ้ ป็น 2 ประเภทหลกั ๆ คอื
1. กำรแบง่ ประเภทตำมวตั ถุประสงคข์ องกำรทำ Benchmarking
2. กำรแบง่ ประเภทตำมผทู้ เ่ี รำไปเปรยี บเทยี บดว้ ย

1. การแบง่ ประเภทตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการทา เป็นกำรเปรยี บเทยี บตวั วดั หรอื เป็นกำรทำ Benchmarking กบั
ควำมสำมำรถในกำรปฏบิ ตั ิ ผทู้ เ่ี ป็นคแู่ ขง่ (Competitor)
Benchmarking โดยตรง

เป็นกำรเปรยี บเทยี บเฉพำะ เป็นกำรเปรยี บเทยี บ
ผลของกำรปฏบิ ตั งิ ำน กระบวนกำรทำงำนหรอื
วธิ กี ำรปฏบิ ตั งิ ำนระหว่ำง

องคก์ ร

เป็นกำรเปรยี บเทยี บกบั ผทู้ อ่ี ยู่ เป็นกำรทำ Benchmarking กบั
ในอตุ สำหกรรมเดยี วกนั องคก์ รใดกต็ ำม
เป็นกำรเปรยี บเทยี บควำม เป็นกำรเปรยี บเทยี บกลยุทธ์
พงึ พอใจของลกู คำ้ วำ่ ลกู คำ้ ระหวำ่ งองคก์ รเรำกบั องคก์ ร

มคี วำมพงึ พอใจ ทป่ี ระสบควำมสำเรจ็

หลกั การท่ีสาคญั ในการทา Benchmarking 10

คอื กำรคน้ หำ Benchmark และวธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ด่ี ที ส่ี ุด หรอื Best
Practices นนั่ เอง แลว้ จงึ ศกึ ษำเปรยี บเทยี บและนำมำประยุกตใ์ ชเ้ พอ่ื ทำใหต้ นเอง
ดกี วำ่

11

ประโยชน์ของการทา Benchmarking

กำรทำ Benchmarking ทำใหอ้ งคก์ รสำมำรถตอบคำถำม 4 ขอ้ น้ไี ดเ้ รำอยทู่ ต่ี ำแหน่งไหนใน
ธุรกจิ Where are we? ใครเป็นผทู้ เ่ี ก่งทส่ี ุด Who is the best? คนทเ่ี ก่งทส่ี ดุ เขำทำ
อยำ่ งไร How do they do it? เรำจะทำอยำ่ งไรใหเ้ ก่งกวำ่ เขำ How can we do it better? นนั่
คอื ทำใหอ้ งคก์ ร “รเู้ ขำ รเู้ รำ”

1. กำร Benchmark เป็นแนวทำงในกำรพฒนำตนเองอยำ่ งเป็นระบบตอ่ เน่อื งและเป็นรปู ธรรมท่ี
สำมำรถวดั และตรวจสอบได้ มใิ ชแ่ คเ่ พยี งนึกหรอื คดิ เอำเองเทำ่ นนั้

2. กำร Benchmark เป็นกำรสงั่ สมควำมรู้ ทกั ษะ และ ประสบกำรณ์ทจ่ี ะเป็นประโยชน์ ในกำร
แกป้ ัญหำขององคก์ รในอนำคต

3. กำร Benchmark มใิ ชเ่ ทคนิคกำรปฏบิ ตั กิ ำรเพอ่ื สรำ้ งคณุ ภำพ ประสทิ ธภิ ำพและผลติ ภำพใน
กำรผลติ และบรกิ ำรเทำ่ นนั้

12

ขอบเขตของการทา Benchmarking

กำรทำ Benchmarking ไมไ่ ดจ้ ำกดั อยเู่ พยี งแคก่ ำรกำรกระทำทก่ี ระบวนกำรใดกระบวนกำร
หน่งึ หรอื ระดบั ใดระดบั หน่งึ เทำ่ นนั้ benchmarking สำมำรถนำไปใชไ้ ดท้ วั่ ทกุ ทใ่ี นองคก์ ร ทงั้ ระดบั กล
ยทุ ธแ์ ละระดบั ปฏบิ ตั กิ ำร หรอื benchmarking กระบวนกำรโดยเปรยี บเทยี บทป่ี ัจจยั นำเขำ้
(Input) กระบวนกำร (Process) หรอื ผลลพั ธ์ (Output) ของกระบวนกำร เรำสำมำมำรถ
ทำ benchmarking ไดท้ กุ เรอ่ื งแลว้ แตว่ ำ่ จะนำไปใชเ้ รอ่ื งอะไร

แนวทางการทา Benchmarking 13

แนวทำงกำรทำ Benchmarking สำมำรถเลอื กทำได้ 2 แนวทำงคอื
1. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบกลุ่ม
2. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบเดย่ี ว

1. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบกลมุ่

เป็นกำรทำ Benchmarking โดยเขำ้ ไปรวมกลุ่มกบั องคก์ รอ่นื
ทม่ี คี วำมตอ้ งกำรจะทำ Benchmarking เหมอื นกนั

ข้อดี - ไมเ่ สยี เวลำในกำรหำคเู่ ปรยี บเทยี บ
ข้อเสีย
- สรำ้ งเครอื ขำ่ ยกำรแลกเปลย่ี นขอ้ มลู
- ไมส่ ำมำรถทำตำมสงิ่ ทต่ี อ้ งกำรไดท้ ุกอยำ่ ง
- กำรเกบ็ ขอ้ มลู วเิ ครำะหข์ อ้ มลู ตอ้ งทำตำมทก่ี ลุม่ กำหนด

แนวทางการทา Benchmarking 14

แนวทำงกำรทำ Benchmarking สำมำรถเลอื กทำได้ 2 แนวทำงคอื
1. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบกลมุ่
2. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบเดย่ี ว

2. แนวทำงกำรทำ Benchmarking แบบเดย่ี ว

เป็นกำรทอ่ี งคก์ รสำมำรถเลอื กหวั ขอ้ ทต่ี นเองมคี วำมสนใจทจ่ี ะทำ
Benchmarking ไดส้ ำมำรถเลอื ก ผทู้ จ่ี ะเป็นคเู่ ปรยี บเทยี บได้

ขอ้ ดี - ควบคมุ ระยะเวลำได้
- เลอื กหวั ขอ้ ทส่ี นใจจะทำBMได้

ขอ้ เสยี - ใชเ้ วลำนำนกวำ่ แบบกลุ่ม
- ถำ้ เป็นองคก์ รเลก็ จะหำผเู้ ปรยี บเทยี บยำก

กระบวนการทา Benchmarking 15

กำรทำ Benchmarking เป็นกำรพฒั นำตนเองอยำ่ งเป็นระบบต่อเน่อื งและเป็นรปู ธรรม ทส่ี ำมำรถ
วดั และตรวจสอบได้ มขี นั้ ตอนในกำรทำ 4 ขนั้ ตอน ดงั น้ี

1. เราอยทู่ ่ีไหน กำหนด 2. ใครเก่งที่สดุ ดำเนินกำรวดั
เป้ำหมำยในกำรเปลย่ี นแปลง ตนเองตำมตวั ชว้ี ดั ทก่ี ำหนด
และพฒั นำขององคก์ ร ระบุถงึ และเปรยี บเทยี บผลกบั องคก์ ร

ตวั ชว้ี ดั (KPIs) ชนั้ นำในกลุ่ม

3. เขาทาอยา่ งไร วเิ ครำะห์ 4. เราจะทาอยา่ งไรให้
ชว่ งหำ่ ง (Gap) ของสมรรถนะ ดีกว่า จำกผลกำรศกึ ษำ
ต่ำงๆ หำสำเหตุทเ่ี กดิ ขน้ึ และ วเิ ครำะหน์ ำมำประยกุ ตใ์ ชก้ บั
ศกึ ษำวธิ กี ำรปฏบิ ตั ทิ ด่ี ี ของ องคก์ ร เพอ่ื สรำ้ งคณุ ภำพ
ประสทิ ธภิ ำพ และประสทิ ธผิ ล
องคก์ รชนั้ นำ

16

ลกั ษณะสาคญั ของ Benchmarking

เป็นวธิ กี ำรสรำ้ งเป้ำหมำยของวธิ กี ำรปฏบิ ตั ิ และพฒั นำงำนใหม้ คี ุณภำพทด่ี ี โดยขน้ึ อยกู่ บั องคก์ รท่ี
เลอื กวธิ กี ำรปฏบิ ตั งิ ำนทค่ี ดิ วำ่ ดที ส่ี ดุ สำหรบั ธรุ กจิ หรอื งำนนนั้ ซง่ึ เป็นหน่ึงในเครอ่ื งมอื ใหม่ สำหรบั ระบบงำนท่ี
ตอ้ งกำรคณุ ภำพมลี กั ษณะทส่ี ำคญั ดงั น้ี

1.กำรหำขอ้ เทจ็ จรงิ ดว้ ยวธิ ปี ฏบิ ตั งิ ำนทม่ี รี ะบบทด่ี ที ส่ี ุด

2.เป็นวธิ กี ำรสรำ้ งเป้ำหมำยของวธิ ปี ฏบิ ตั แิ ละพฒั นำงำนใหม้ ี
คณุ ภำพทด่ี ี
3.เป็นกระบวนกำรกำรเปรยี บเทยี บตวั ของเรำเองกบั บรษิ ทั ทด่ี ี
ทส่ี ุด

4.เป็นเครอ่ื งมอื ใหมส่ ำหรบั ระบบงำนทต่ี อ้ งกำรคณุ ภำพ

17

กรณีศึกษาขนั้ ตอนการทา Benchmarking

องคก์ รทน่ี ำเอำ Benchmarking มำใชเ้ ป็นองคก์ รแรกคอื Xerox Corporation ประเทศ สหรฐั อเมรกิ ำ ขนั้ ตอนกำรทำ
Benchmarking ของ Xerox Corporation ประกอบดว้ ย 4 ขนั้ ตอนหลกั คอื

1. กำรวำงแผน (Planning)

2. กำรวเิ ครำะห์ (Analysis)

3. กำรบรู ณำกำร (Integration)

4. กำรปฏบิ ตั ิ (Action)

2. การวิเคราะห์ (Analysis) 18

1. การวางแผน (Planning) ขนั้ ตอนหลกั การวิเคราะห์ (Analysis)
ประกอบด้วย 2 ขนั้ ตอนยอ่ ย คือ
ขนั้ ตอนหลกั กำรวำงแผน (Planning)
ประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอนยอ่ ย คอื

เป็นกำรกำหนดหวั ขอ้ กำร เป็นกำรกำหนดองคก์ ร - Determine Current Performance Gap
ทำ Benchmarking โดย เปรยี บเทยี บ หรอื กำร • เป็นกำรหำชว่ งหำ่ งระหวำ่ งตวั เรำกบั องคก์ ร
พจิ ำรณำวำ่ องคก์ รควรมี คดั เลอื กผทู้ จ่ี ะมำเป็นผู้
กำรปรบั ปรงุ เรอ่ื งใดก่อน เปรยี บเทยี บขอ้ มลู กบั เรำ ทเ่ี รำไปเปรยี บเทยี บดว้ ย

เป็นกำรกำหนดวธิ กี ำร - Project Future Performance Levels
เกบ็ ขอ้ มลู และกำรเกบ็ • กำรคำดคะเนควำมแตกต่ำงกบั คเู่ ปรยี บเทยี บ

ขอ้ มลู ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนำคต

3. การบรู ณาการ (Integration) 4. การปฏิบตั ิ (Action) 19
ขนั้ ตอนหลกั กำรบรู ณำกำร (Integration) ขนั้ ตอนหลกั กำรปฏบิ ตั ิ (Action)

ประกอบดว้ ย 2 ขนั้ ตอนยอ่ ย คอื ประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอนยอ่ ย คอื
เป็นกำรนำผลของกำรรวบรวมขอ้ มลู
- Communicate Benchmark findings & ทงั้ หมด มำจดั ทำเป็นแผนปฏบิ ตั กิ ำร
gain Acceptance ทช่ี ดั เจน
• เป็นขนั้ ตอนของกำรนำผลทไ่ี ดจ้ ำกกำร
เป็นกำรนำแผนไปสกู่ ำรปฏบิ ตั ิ และ
วเิ ครำะหข์ อ้ มลู มำสอ่ื ใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งยอมรบั กำรควบคมุ และกำกบั ดแู ลใหผ้ ลเป็นไป
ตำมแผนทว่ี ำงไว้
- Establish Functional Goals
เป็นกำรสอบทวนผลโดยเทยี บคำ่ กบั ผู้
ทด่ี ที ส่ี ุดหรอื คเู่ ปรยี บเทยี บ

20

การนา benchmarking ไปใช้ในองคก์ ร

กำรใช้ Benchmarking เป็นเครอ่ื งมอื ในกำรพฒั นำองคก์ รทำใหอ้ งคก์ รสำมำรถ
ตงั้ เป้ำหมำยทต่ี รงกบั ควำมเป็นจรงิ ไดส้ ำมำรถเพม่ิ ผลติ ภำพขององคก์ ร ทำให้องคก์ รมอง
ตวั เองไดด้ ขี น้ึ ทำใหอ้ งคก์ รไดท้ รำบถงึ สมรรถนะของตนเองเมอ่ื เทยี บกบั องค์กรอ่นื อกี ทงั้
เป็นกำรกระตนุ้ ใหพ้ นกั งำนเกดิ กำรปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อองคก์ รใน
ดำ้ นกำรสรำ้ งควำมพงึ พอใจของลกู คำ้ กำรลดระยะเวลำในกำรผลติ /ใหบ้ รกิ ำร กำรลดของ
เสยี กำรเพม่ิ ประสทิ ธภิ ำพในกำรทำงำนกำรสง่ มอบ และกำรลดตน้ ทนุ นนั่ คอื กำรนำ
Benchmarking มำใชเ้ ป็นเครอ่ื งมอื ในกำรพฒั นำองคก์ รตอ้ งสำมำรถเขำ้ ใจถงึ กระบวนกำร
อยำ่ งน้อย
4 ขนั้ ตอน คอื

21

- UNDERSTANDING เป็นกำรสรำ้ ง -MIRROR&FUNCTION เป็นกำรสะทอ้ น
ภำพกระบวนกำรทงั้ กระบวนกำรหลกั และ
ควำมเขำ้ ใจในหลกั กำร วธิ กี ำร และผลท่ี
จะไดร้ บั ขององคก์ ร สนบั สนุนขององคก์ ร

- TIME&ANALYSIS เมอ่ื ทรำบ - IMPROVEMENT เป็นกำรปรบั ปรงุ
กระบวนกำรทำงธุรกจิ และกจิ กรรมท่ี องคก์ รโดยนำเครอ่ื งมอื กำรพฒั นำองคก์ ร
เชอ่ื มต่อกนั ในกระบวนกำรแลว้ กำร
ตำ่ งๆ มำใช้
วเิ ครำะหอ์ งคป์ ระกอบตำ่ งๆ

22

การนา Benchmarking มาใช้ในสถานศึกษา

ในวงกำรตำ่ งๆทงั้ วงกำรธรุ กจิ รฐั วสิ ำหกจิ รฐั บำล หรอื แมก้ ระทงั่ รำ้ นคำ้ ทวั่ ๆไป จำเป็นตอ้ งมกี ำร
ปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงไปสสู่ ง่ิ ทด่ี ขี น้ึ อยตู่ ลอดเวลำ ในกำรน้จี ำเป็นตอ้ งเรม่ิ ตน้ จำกกระบวนกำร Benchmark กบั ผู้
ทด่ี กี วำ่ หรอื ดที ส่ี ุดเป็นอนั ดบั แรก ซง่ึ วงกำรบรหิ ำรทวั่ ไปต่ำงยอมรบั กนั วำ่ Benchmark เป็นขนั้ ตอน
มำตรฐำนสำกลทท่ี ำไดโ้ ดยงำ่ ย วงกำรศกึ ษำกเ็ ชน่ เดยี วกนั สถำนศกึ ษำเป็นหน่วยงำนทร่ี บั ผดิ ชอบจดั กำรศกึ ษำ
และเพอ่ื ใหก้ ำรพฒั นำงำนเพอ่ื เขำ้ สมู่ ำตรฐำนทงั้ 3 ดำ้ น

บทบาทของผบู้ ริหารสถานศึกษาในการทา Benchmarking 23

ผบู้ รหิ ำรเป็นบุคคลทม่ี คี วำมสำคญั ตอ่ กำรดำรงอยแู่ ละพฒั นำกำรของสถำนศกึ ษำ สถำนศกึ ษำจะ
เขำ้ สมู่ ำตรฐำนทงั้ 3 ดำ้ นหรอื ลม้ เหลวขน้ึ อยกู่ บั ควำมรคู้ วำมสำมำรถของผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำโดยตรง เพรำะ
กำรตดั สนิ ใจและแกไ้ ขปัญหำของผบู้ รหิ ำรจะกระทบในวงกวำ้ งแกส่ ถำนศกึ ษำเชน่ เดยี วกบั งำนอ่นื ๆภำยใน
สถำนศกึ ษำ

กำรรเิ รมิ่ ผบู้ รหิ ำร กำรสสี ว่ นรว่ ม ผบู้ รหิ ำร กำรสง่ เสรมิ ผบู้ รหิ ำร
สถำนศกึ ษำจะตอ้ งเป็นผนู้ ำ สถำนศกึ ษำควรมสี ว่ นรว่ มทงั้ สถำนศกึ ษำตอ้ งสง่ เสรมิ แลละ

ในกำรเปลย่ี นแปลง ทำงตรงและทำงออ้ ม สนบั สนุนโครงกำรตำ่ งๆ

กำรเป็นตน้ แบบ ผบู้ รหิ ำร เปิดโอกำส ผบู้ รหิ ำร ตดิ ตำมผล ผบู้ รหิ ำร
สถำนศกึ ษำตอ้ งประพฤตติ น สถำนศกึ ษำตอ้ งใหโ้ อกำสแก่ สถำนศกึ ษำตอ้ งแสดงควำม

เป็นแบบอยำ่ งทด่ี ี บุคลำกร ใสใ่ จ

บรรณานุกรม

บุญดี บุญญำกจิ และ กมลวรรณ ศริ พิ ำนิช (2548) Benchmarking : ทำงลดั สคู่ วำมเป็นเลศิ ทำงธุรกจิ .
สถำบนั เพมิ่ ผลผลติ แหง่ ชำติ
พรี ศกั ดิ ์วรสนุ ทโรสถ (2542) Benchmarking :ทฤษฎบี รหิ ำรทก่ี ลมกลนื Benchmarking และ TQM.
บรษิ ทั พี ระเซลแอนดเ์ ซอรว์ สิ จำกดั
http://www.thaindc.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=539427084&Ntype=6
http://www.thaischool.in.th/_files_school/62102138/data/62102138_1_20111203-140843.pdf
http://pasudecharin.blogspot.com/2014/02/benchmarking-2002.html
https://www.gotoknow.org/posts/427856


Click to View FlipBook Version