The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by trainerbio1.63 teacher, 2020-05-18 00:35:59

การตอบสนองของพืชในลักษณะการเคลื่อนไหว

การตอบสนองของพืช

พืชจะตอบสนอง ส่ิงท่ีมากระตุน้ หรือเรียกวา่ “สิ่งเรา้ ” ในรูปแบบการเคล่ือนไหวต่อสิ่งแวดลอ้ ม
ภายนอก เช่น แสง แรงโนม้ ถ่วงของโลก โดยทิศทางการตอบสนองจะแบง่ ออกเป็น 2 แบบ

ทรอพซิ มึ ( Tropism )

 การตอบสนองของพืชตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มท่ีมี ทิศทางสมั พนั ธก์ บั ส่ิงเรา้ ภายนอก
 เพ่ือ สรา้ งการเจริญเติบโตท่ีเหมาะสม
 มี 2 แบบ 1. การเบนเขา้ หาส่ิงเรา้ ( Positive tropism )

2. การเบนออกจากส่ิงเรา้ ( Negative tropism )

ใบไมข้ องกลว้ ยไมเ้ บนเขา้ หาแสง

การเบนเขา้ หาแสงของดอกคุณนายต่ืนสาย คือ การเบนเน่ืองจากแสง ( phototropism )
เป็นการตอบสนองที่มีทิศทางสมั พนั ธก์ บั ทิศทางของแสง

การเบนเน่ืองจากความโนม้ ถว่ ง การเบนเน่ืองจาก แรงโนม้ ถ่วงของโลก
ในโบราณสถานโรมนั ประเทศอิตาลี
( Gravitropism )

1 การเคลื่อนไหวเขา้ หาแรงโนม้ ถ่วงของโลก

( positive gravitropism )
รากของพืชจะเจริญไปในทิศเดียวกบั แรงโนม้ ถว่ งของโลก

2 การเคลื่อนไหวหนีแรงโนม้ ถ่วงของโลก

( negative gravitropism )
ลาตน้ ของพืชจะเจริญไปในทิศตรงขา้ มกบั แรงโนม้ ถว่ งของ
โลกเสมอ

การตอบสนองของพืชท่ีตอบสนองตอ่ แรงโนม้ ถว่ งของโลกโดยรากพืชจะเจริญ เขา้ หาแรงโนม้ ถ่วงของโลก
( positive geotropism ) เน่ื องจากเม่ือรากอยูใ่ นแนวนอน ปลายรากดา้ นบนและดา้ นลา่ งจะมีการกระจายของ
ปริมาณออกซินไม่เท่ากนั โดยออกซินจะลาเลียงไปสูป่ ลายรากดา้ นลา่ งมากกวา่ ดา้ นบน ทาใหร้ ากเจริญเขา้ หาแรง

โนม้ ถว่ งของโลก เพ่ือรับน้า แร่ธาตุจากดินสว่ นปลายยอดพืช ( ลาตน้ ) จะเจริญเติบโตใน ทิศทาง ตรงกนั ขา้ มกบั แรง
โนม้ ถ่วงของโลก ( negative geotropism ) เพ่ือชูใบรบั แสงสวา่ ง

การตอบสนองต่อสารเคมี ( Chemotropism )

เป็นการตอบสนองของพืชโดยการเจริญเขา้ หาหรือหนีจากสารเคมีบางอยา่ งท่ีเป็นส่ิงเรา้

เชน่ การงอกของละอองเรณูบนสว่ นยอดของรงั ไขเ่ ขา้
หาไขโ่ ดยมีสารเคมีบางอยา่ ง เชน่ กลูโคส หหรือกรดมาลิก
( malic acid ) เป็นส่ิงเรา้ พวกราจะเคล่ือนไหวเขา้ หา
สารเคมีพวกเพปโทน ( peptone ) หรือ
แอสพาราจีน ( asparagine ) ซ่ึงเป็นอาหารเสมอ

การตอบสนองต่อน้า ( hydrotropism )

เป็นการตอบสนองของพืชท่ีตอบสนองตอ่ ความช้ืน ซ่ึงรากของพืช
จะงอกไปสูท่ ่ีมีความช้ืน ซ่ึงจะทาใหพ้ ืชเจริญเติบโตไดด้ ี เพราะน้ามี
ความจาเป็นและสาคญั ตอ่ การเจริญเติบโตของพืช

การตอบสนองต่อการสมั ผสั ( thigmotropism )

เป็นการตอบสนองของพืชตอ่ การสมั ผสั
เชน่ การเจริญของมือเกาะ ท่ีย่ืนออกไปพนั หกั หรือเกาะ

ตน้ ไมอ้ ่ืน หรือ พืชพวกท่ีลาตน้ ไปรอบ ๆ เป็นเกลียว
เชน่ ตาลึง ตน้ พลู ตน้ องุน่ ตน้ พริกไทย

แนสติกมูฟเมนต์ ( nastic movement )

การตอบสนองแบบน้ีมกั จะเกิดการเปล่ียนแปลงของแรงดนั เดง่ ( turgor pressure )
หรือการเปล่ียนแปลงปริมาณน้าภายในเซลล์ หรืออาจเกิดจากอตั ราการเจริญเติบโตท่ีไมเ่ ทา่ กนั ของ
สว่ นตา่ ง ๆ ของพืช

• การบานของดอกไม้ เกิดจากกลุม่ เซลลด์ า้ นในหรือดา้ นบนของกลีบดอกยืดตวั หรือขยายขนาดมากกวา่
กลุม่ เซลลด์ า้ นนอกหรือดา้ นลา่ ง

• การหบุ ของดอกไม้ เกิดจากกลุม่ เซลลด์ า้ นนอก หรือดา้ นลา่ งของกลีบดอกยืดตวั หรือขยายขนาดมากกวา่
กลุม่ เซลลด์ า้ นในหรือดา้ นบน

• ตวั อย่าง ดอกบวั สว่ นมากมกั จะหุบในตอนกลางคืนและบานในตอนกลางวนั
ดอกกระบองเพชรสว่ ยมากจะบานในตอนกลางคืนและหุบในตอนกลางวนั

การหุบและบานของดอกบวั

การเคล่ือนไหวที่เกิดเน่ืองจากการเปล่ียนแปลงแรงดนั เต่ง ( turgor movement )

ปกติพืชจะมีการเคล่ือนไหวตอบสนองตอ่ การสมั ผสั ( ส่ิงเรา้ จากภายนอก ) ชา้ มากแตม่ ีพืชบางชนิดท่ีตอบสนองไดเ้ ร็ว
โดยการสมั ผสั จะไปทาใหก้ ารเปล่ียนแปลงของปริมาณน้าภายในเซลล์ ทาใหเ้ กิด แรงดนั เต่ง ( turgor pressure )
ของเซลลเ์ ปล่ียนแปลงไป ซ่ึงเป็นไปอยา่ งรวดเร็วและไมถ่ าวร ซ่ึงมีหลายรูปแบบ เชน่
• การหุบของตน้ ไมยราบ
• การหุบของใบพืชพวกท่ีมีการเปล่ียนแปลงรูปร่างไปเพ่ือจบั แมลง

การหุบใบของตน้ ไมยราบ

เป็น การหบุ ของใบจากการสะเทือน

เน่ืองจากตรงบริเวณโคนกา้ นใบและโคนกา้ นใบยอ่ ยจะมีกลุม่
เซลลพ์ าเรงคิมา เรียกวา่ พลั ไวนัส ( pulvinus ) ซ่ึงเป็นเซลลท์ ่ีมี
ขนาดใหญแ่ ละผนังเซลลบ์ าง มีความไวสูงตอ่ ส่ิงเรา้ ท่ีมากระตุน้ เชน่
การสมั ผสั เม่ือส่ิงเรา้ มาสมั ผสั หรือมากระตุน้ จะมีผล ทาใหแ้ รงเตง่
ของกลมุ่ เซลลด์ งั กลา่ วเปล่ียงแปลงอยา่ งรวดเร็ว คือ เซลลจ์ ะสูญเสีย
น้าใหก้ บั เซลลข์ า้ งเคียงทาใหใ้ บหุบลงทนั ที หลงั จากน้ันสกั ครู่น้าจะซึม
ผา่ นสูเ่ ซลลพ์ สั ไวรสั อีก แรงดนั เตง่ ในเซลลเ์ พ่ิมข้ึนทาใหแ้ รงดนั เตง่
และใบกางออก

การกางใบและการหุบใบโดยพลั ไวนัส ของใบยอ่ ยตน้ ไมยราบ

Petiole กา้ นใบ Stipule หูใบ
Pulvinus พลั วินัส

ตาแหน่งของ พลั ไวนัส ( pulvinus ) หรือกระเปาะ ของตน้ ไมยราบ

การหบุ ของใบพืชพวกที่มีการเปลี่ยนแปลงรปู ร่างไปเพื่อจบั แมลง

เชน่ ใบของตน้ หมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง ตน้ กาบหอยแครง ตน้ หยาดน้าคา้ ง พืชพวกน้ีถือวา่ เป็นพืชกินแมลง จะมีการเปล่ียนแปลง
รูปร่างของใบเพ่ือทาหนา้ ท่ีจบั แมลง ภายในใบจะมีกลุ่มเซลลห์ รือขนเล็ก ท่ีไวต่อสิ่งเรา้ อย่ดู า้ นในของใบ เมื่อแมลงบิน
มาถกู หรือมาสมั ผสั จะเกิดการสญู เสียน้า ใบจะเคล่ือนไหวหุบทนั ที แลว้ จะปลอ่ ยเอนไซมอ์ อกมายอ่ ยโปรตีนของแมลง
ใหเ้ ป็นกรดอะมิโน จากน้ันจึงดูดซึมท่ีผิวดา้ นในน้ันเอง

ใบของตน้ หมอ้ ขา้ วหมอ้ แกงลิง ตน้ กาบหอยแครง ตน้ หยาดน้าคา้ ง

นอกจากน้ียงั มี การตอบสนองของพืชบางอยา่ งเป็นการตอบสนอง ท่ี
ไมไ่ ดม้ าจากส่ิงเรา้ ภายนอก แตเ่ ป็นผลมาจากธรรมชาติของพืชท่ีควบคุม
โดยพนั ธุกรรม เชน่ การเคล่ือนไหวท่ีเกิดเฉพาะส่วนยอดของพืช สาเหตุ
เน่ืองจากดา้ นสองดา้ นของลาตน้
( บริเวณยอดพืช ) เติบโตไมเ่ ทา่ กนั ทาใหย้ อดพืชโยกและแกวง่ ไปแกวง่ มา
ขณะท่ีปลายยอดกาลงั เจริญเติบโต เป็ นการตอบสนองท่ีเกิดจากการ
กระตุน้ จากส่ิงเรา้ ภายในจาพวกฮอรโ์ มนโดยเฉพาะออกซิน ซ่ึง

การเคลื่อนไหวแบบส่ายหรือแกว่งยอดไปมา เรียกว่า นูเทชนั
( nutation ) จะเห็นไดช้ ดั เจนในพืชท่ีมีลาตน้ พนั หลกั


Click to View FlipBook Version