Ten Essential Traditional Craftsmenship ช่างสิบหมู่ วิชาวิทยาการคำ นวณ และทัศนศิลป์ ธนภรณ์ มนตรีเลิศรัศมี มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 5 เลขที่ 11 ช่างหลวง
คำ นำ รายงานเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาทัศนศิลป์ และวิชาวิทยาการคำ นวณ เพื่อให้ใด้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องของ ช่างสิบหมู่ โดยได้ศึกษาผ่านทางแหล่งความรู้ จากเว็บไซต์ต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตโดยรายงานเล่มนี้ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวกับช่างสิบหมู่ ว่า มีอะไรบ้าง เป็นมาอย่างไรและมีส่วนในงานศิลปกรรมไทย อย่างไร ผู้จัดทำ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำ เอกสารฉบับนี้จะมี ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับ ช่างสิบหมู่เป็นอย่างดี ธนภรณ์ มนตรีเลิศรัศมี
สารบัญ ที่มาของช่างสิบหมู่ หน้าที่ของช่างสิบหมู่ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างรัก ช่างบุ ช่างปูน ๑ ๘ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐
การมีอยู่ของช่างสิบหมู่ปรากฏเป็นหลักฐานมา ตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว โดยมีอยู่ในทำ เนียบศักดินา พลเรือนและทหารในกฎหมายเก่า (กฎหมายตราสาม ดวง) ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031)สันนิษฐานว่าตระกูลช่างในสมัยอยุธยา น่าจะมีมากกว่า 10 หมู่ ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๑
อย่างไรก็ตาม งานประณีตศิลป์สาขาต่าง ๆ ที่เจริญ ก้าวหน้าในสมัยอยุธยาตอนปลายต้องสลายตัวไปหลัง การเสียกรุงฯครั้งที่ 2 เพราะช่างฝีมือบางส่วนถูก กวาดต้อนไป ส่วนที่เหลือมีการรวบรวมขึ้นใหม่ในสมัย กรุงธนบุรีและจัดตั้งเป็นสำ นักช่างอย่างเป็นทางการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ช่างเหล่านี้สร้างสรรค์ ปราสาทและพุทธสถานในกรุงเทพฯ ให้วิจิตรงดงาม เหมือนครั้งกรุงศรีอยุธยา ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๒
สำ นักช่างสิบหมู่ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ยัง แบ่งออกเป็นสำ นักช่างประจำ “วังหลวง”และ “วัง หน้า”คือเป็นคนละสังกัดกัน ต่อมาหมู่ช่างในสังกัดวัง หน้าได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมการ ประกาศยกเลิกตำ แหน่งกรมพระราชวังบวร หรือ ตำ แหน่งพระมหาอุปราช (วังหน้า) เมื่อ พ.ศ. 2428 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ยังเป็นช่วงเวลาที่มีการแบ่งสำ นักช่างสิบ หมู่เป็นกรมอย่างเช่นเจนว่ามีประเภทใดบ้าง ซึ่ง สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดิวงศ์ ทรงตรัสประทาน แก่ พระยาอนุมานราชธน ไว้ว่า ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๓
“ช่างสิบหมู่เป็นแต่ชื่อกรมที่รวบรวมช่างไว้ มีสิบหมู่ ด้วยกัน ไม่ใช่ช่างในบ้านเมืองมีแต่สิบอย่างเท่านั้น พระวรวงศ์เธอพระเจ้าประดิษฐ์วรการ ผู้ซึ่งได้ควบคุม ช่างสิบหมู่เมื่อรัชกาลที่ 5ได้แต่งโคลงบอกชื่อช่างที่ ท่านได้ควบคุมไว้ มีดังนี้ ‘เขียนกระดาษแกะหุ่นปั้น ปูนรัก บุฮา กลึงหล่อไม้สูงสลัก ช่างไม้’ จำ นวนหมู่ช่างในโคลงนี้ นับได้13 หมู่ เกินกว่าชื่อ ไปสามหมู่ คิดว่าจะเติมขึ้นทีหลัง ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๔
จากโคลงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า “ช่างสิบหมู่” ใน สมัยรัชกาลที่ 5แท้จริงมีถึง 13 หมู่ ซึ่งยังไม่รวมหมู่ช่าง ที่เป็นช่างมหาดเล็กและช่างทหารในฯ จากโคลงจะพบ หมู่ช่าง ได้แก่ 1. ช่างเขียน 2. ช่างกระดาษ 3. ช่างแกะ 4. ช่างหุ่น 5. ช่างปั้น 6. ช่างปูน 7. ช่างรัก 8. ช่างบุ 9. ช่างกลึง 10. ช่างหล่อ11. ช่างไม้สูง 12. ช่างสลัก และ 13. ช่างไม้ ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๕
สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อศิลปวัฒนธรรมยุโรปหลั่งไหลเข้ามา ในสยามอย่างและมีอิทธิพลต่อรูปแบบงานก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมราชสำ นักอย่างสูง งานศิลปกรรม แบบไทยในวัดวาอารามจึงประสบภาวะซบเซา จน ทำ ให้ความสำ คัญของช่างสิบหมู่ค่อย ๆ ถูกลดทอน ลง จนถูกโยกไปรวมกับ “กรมช่างมหรสพ” ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๖
ภายหลังมีการก่อตั้ง “กรมศิลปากร” ช่างสิบ หมู่จึงถูกโยกมาอยู่ในสังกัดกรมศิลปากร กระทั่ง พ.ศ. 2481 มีการจัดตั้ง “กองสถาปัตยกรรม” ขึ้น ในสังกัดกรมศิลปากร ซึ่งกองนี้ทำ หน้าที่ของงาน ช่างสิบหมู่ ระหว่าง พ.ศ. 2495-2518 ช่างสิบหมู่ในสังกัด กรมศิลปากรถูกโยกย้ายไป-มา ระหว่างกระทรวง วัฒนธรรมกับกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของ ชาติ กระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กรมศิลปากร (พร้อมด้วยสำ นักช่างสิบหมู่) จึงมาอยู่กับกระทรวง วัฒนธรรมอย่างถาวรจวบจนปัจจุบัน ความเป็นมาแต่โบราณ ของ “ช่างสิบหมู่” ๗
“ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” เป็นคำ ไทย ภาษาอังกฤษ คือTen EssentialTraditional Craftsmenship ทำ หน้าที่ราชการจำ เพาะด้านการช่าง ที่เกี่ยวข้องกับงาน ศิลปกรรมต่างๆ ทั้งในด้านวิจิตร ศิลป์และประณีตศิลป์ภายในพระบรมราชูปถัมภ์ มาแต่โบราณ แต่เดิมกรมช่างสิบหมู่และข้าราชการ ซึ่งเป็นช่างต่างๆ ในกรมมีหน้าที่รับสนองพระราช ประสงค์ในองค์พระมหากษัตริย์รวมถึงทำ หน้าที่ รวบรวมช่างมีฝีมือเพื่อเป็นกำ ลังในกิจการงาน ศิลปกรรม รุ่นต่อๆ ไปด้วย “ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” ๘
อิสริยา เลาหตีรานนท์ โดยสำ นักงานราชบัณฑิตยสภา ได้อธิบายถึง “กรมช่างสิบหมู่” ไว้ว่า “ช่างสิบหมู่ คือ หน่วยงานที่รวมช่างประณีตศิลป์ไว้เพื่อปฏิบัติงานถวาย พระมหากษัตริย์หรืองานราชการ เดิมงานเหล่านี้ กระจัดกระจายสังกัดในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายทหาร และพลเรือน ปัจจุบันเป็นหน่วยงานระดับสำ นักในกรม ศิลปการกระทรวงวัฒนธรรม” “ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” ๙
ช่างสิบหมู่ในสมัยโบราณนั้นอยู่ในกำ กับดูแลของ ราชสำ นัก ทำ งานก่อสร้างและตกแต่งเหล่าปราสาท ราชมณเฑียรตำ หนัก เรือนหลวง วัดวาอาราม และ สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เพื่อสร้างความงดงามทางศิลปกรรม ตามพระราชประสงค์ ทั้งนี้ การทำ งานของช่างสิบหมู่ จะประสานงานกับช่างมหาดเล็กและช่างทหารใน พระบรมราชูปถัมภ์ด้วย สำ หรับสำ นักช่างสิบหมู่ในสมัยใหม่ (ปัจจุบัน) ประกอบด้วยหมู่ช่างผู้เชี่ยวชาญงานช่างแขนงต่าง ๆ “ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” ๑๐
เขียนลายและภาพทั้ง 4 หมวดได้แก่ “กนก นารี กระบี่ และคชะ” เรียงตามลำ ดับคือ“ตัวกนก” แบบต่าง ๆ ภาพมนุษย์ชาย-หญิง เทวดา-นางฟ้า ภาพวานรอมนุษย์อสูรและภาพสัตว์ต่าง ๆ ทั้ง สัตว์หิมพานต์และสัตว์ตามธรรมชาติโดยยึดหลัก “คดให้ได้วงตรงให้ได้เส้น” ๑. ช่างเขียน (Drawing and Painting) ๑๑
แบ่งเป็น ๓ ประเภท • งานเขียนระบายสีนำ้ กาว • งานเขียนนำ้ ยาปิดทองรดนำ้ หรือลายรดนำ้ • งานเขียนระบายสีกำ มะลอ ๑๖ ๑. ช่างเขียน (Drawing and Painting)
ทั้งงานแกะตราแกะลายและแกะภาพ หรือ เรียกรวมกันว่า “แกะสลัก” เริ่มต้นจากการแกะ ขุดหรือการแรเส้นโดยใช้สิ่วขนาดเล็ก ขุดเส้นเดิน บนแผ่นไม้เรียบ หรืองานแกะแรวัสดุที่เป็นโลหะ เงิน-ทอง ช่างผู้เชี่ยวชาญงานโลหะแต่ละประเภท จะทำ งานร่วมกับช่างแกะด้วย ๒. ช่างแกะ (Carving) ๑๒
หรืออีกชื่อว่า “ช่างฉลัก” มีหน้าที่ประดับสถาน ที่สลักเสาให้สวยงาม แบ่งเป็น ช่างสลักกระดาษ สำ หรับใช้ประดับสิ่งก่อสร้างชั่วคราว เช่น พลับ เพลา พระเมรุ ฯลฯและช่างสลักของอ่อนที่เรียก ว่า “เครื่องสด” เช่น การสลักเผือก มัน ฟักทอง ฯลฯ ๓. ช่างสลัก (Engraving) ๑๓
งานกลึงเป็นงานสลักเสลาเกลาแต่งที่ต้องใช้ ความประณีตโดยมากใช้กับงานไม้และงาช้าง เครื่องมือกลึงจะต้องคมกลิบตลอดเวลา หาก กลึงสิ่งของใหญ่ ๆ จะใช้ “กงหมุน” หากเป็น สิ่งของขนาดย่อมและไม่ประณีตจะใช้เครื่องกลึง “คานดีด” ๔. ช่างกลึง (Turning) ๑๔
เกี่ยวข้องกับการหล่อโลหะ เช่น การหล่อกลอง มโหระทึก หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ การหล่อ พระพุทธรูปโลหะทำ ได้โดยการใช้ขี้ผึ้งทำ เป็นหุ่น แล้วละลายขี้ผึ้งจนเกิดที่ว่างในแม่พิมพ์ แล้วจึงเท โลหะหรือทองที่กำ ลังหลอมละลายเข้าแทนที่ จะได้ เป็นรูปหล่อโลหะสำ ริดเรียกวิธีนี้ว่า “ไล่ขี้ผึ้ง” ๕. ช่างหล่อ (Casting) ๑๕
ทำ งานด้านการปั้นพระพุทธรูปเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจใช้ดินเหนียวอย่างเดียว ปั้นด้วยดินแล้วติด กระดาษทับเพื่อรักษาเนื้อดิน หรือแม้แต่ปั้นด้วย กระดาษโดยมีลวดตาข่ายเป็นโครงภายใน ๖. ช่างปั้น (Molding and Sculpting) ๑๖
“หุ่น” ในที่นี้คือ“ตัว” หรือ“รูปร่าง”คือ การประกอบสร้างรูปของคน สัตว์ หรือสิ่งของ ที่ต้องทำ เป็นรูปร่างดังนั้น ช่างหล่อช่างปั้น และช่างหุ่นจึงมีงานสัมพันธ์กันและอาจสร้าง งานด้วยคน ๆ เดียวกัน ๗. ช่างหุ่น (Model Building) ๑๗
แบ่งเป็น ๔ ประเภท ๑. งานช่างหุ่นต่ออย่าง ๒. งานช่างหุ่นรูป ๓. งานช่างผูกหุ่น • งานผูกหุ่นรูปภาพ • งานผูกหุ่นเขาจำ ลอง ๔. งานช่างหุ่นเชิด • หุ่นกระบอก • หุ่นซัก • หุ่นละครเล็ก ๙ ๗. ช่างหุ่น (Model Building)
ประกอบด้วยช่างผสมรัก ลงรักพื้น ช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก และช่างมุก เพื่อการทำ ลวดลาย ประดับมุก “รัก”คือยางไม้ที่ได้จากต้นรักนั่นเอง ซึ่งสามารถนำ มาใช้งานทางศิลปกรรมได้โดยเฉพาะ งานปิดทองในการทำ “ลายรดน้ำ ” ๘. ช่างรัก (Lacquering) ๑๘
“บุ”คือการตีแผ่ให้แบน ทั้งเป็นแผ่นเรียบ ๆ และเป็นรูปร่างต่าง ๆ ช่างบุต้องชำ นาญด้านงาน โลหะทุกชนิดเช่น ทองแดง เงิน นาก และทองคำ อุปกรณ์คือ ทั่งและค้นเหล็ก ซึ่งมีหลายขนาดและ รูปร่างต่างกันไป ๙. ช่างบุ (Metel Beating) ๑๙
งานปูนจะมีทั้งงานซ่อมและสร้างแบ่งเป็น หมู่ปูนก่อเป็นเพียงการเรียงอิฐไม่ต้องประณีต หมู่ปูนฉาบ คือการตกแต่งอิฐที่ก่อให้เรียบงาม และหมู่ปูนปั้น หมู่นี้จะสร้างงานให้มีความ งดงามทางศิลปะลายปูนปั้นต้องทำ ตอนปูนยัง ไม่แข็งตัว ๑๐. ช่างปูน (Plastering) ๒๐
บรรณานุกรม https://www.silpa-mag.com/art/article_96093
โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ ๑๔๖ ถนนเทศบาลาย ๑ แขวงวัดกัลยาณื เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐