The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลแล่งเรียนรู้6สค66_กศน.ตำบลผาบิ้ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานผลแล่งเรียนรู้6สค66_กศน.ตำบลผาบิ้ง

รายงานผลแล่งเรียนรู้6สค66_กศน.ตำบลผาบิ้ง

รายงานผลการดำเนินงาน โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กศน.ตำบลผาบิ้ง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเลย


ก คำนำ ตามที่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเลย ได้ให้นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 1.ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ ข้อที่ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบ ยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2.ด้านการสร้าง สมรรถนะและทักษะคุณภาพ ข้อที่ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็น สำหรับแต่ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข้อที่ 1 กิจกรรมพัฒนาวิชาการ จึงจัดโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ใน ชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการสรุปผลการ ดำเนินงานของ กศน.ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยดำเนินการในวันที่ 6 สิงหาคม 2566 รายงานผลการดำเนินงานโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต นี้สามารถนำมาเป็นบทเรียนและพัฒนาในการจัดกิจกรรม สกร. ต่อไปได้ อย่างเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ ซึ่งสามารถดำเนินการจัดกิจกรรม สกร. ได้อย่างครบวงจร (PDCA) กศน.ตำบลผาบิ้ง จึงหวังว่าเอกสารเล่มนี้ที่จะบ่งบอกถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการและจะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรม สกร. ทั้งในการบริหารงาน การพัฒนาคน และการทำงานที่ตรงตามความต้องการ ของผู้เรียน ผู้รับบริการและชุมชนและสามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ และขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและให้ ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามทุกท่านไว้ณ โอกาสนี้ด้วย จัดทำโดย กศน.ตำบลผาบิ้ง


ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ 19 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน 22 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 25 ภาคผนวก - โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต - บัญชีลงเวลาผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต - แบบประเมินความพึงพอใจโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิ ปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต - รูปภาพกิจกรรมโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต คณะผู้จัดทำ


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมา ตามนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและกระจายโอกาส ทางการศึกษาใน สังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นแก่ประชากร ทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกาย/ทางการเรียนรู้ ชนกลุ่มน้อย โดยสนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัย และพัฒนาการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการจัดการศึกษาชุมชนเพื่อมุ่ง ให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิต การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นการจัด กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมความรู้ ความสามารถของบุคคลเพื่อให้สามารถจัดการกับตนเองและ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความสุขตามสภาพและความสงบสุข ความปลอดภัยในสังคม โดยการบูรณาการองค์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เสริมสร้างความสามารถให้กับบุคคลเพื่อให้มีการพัฒนาด้านความรู้ด้านต่าง ๆ ได้ เป็นอย่างดีสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ กศน.ตำบลผาบิ้ง เห็นความสำคัญในการพัฒนาให้ผู้เรียน ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และสามารถถอดบทเรียนเพื่อบูรณาการด้านการจัดการเรียนการสอนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นในท้องถิ่นของตนเอง 2. เพื่อให้นักศึกษานำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 1.3 กลุ่มเป้าหมาย เชิงปริมาณ นักศึกษา กศน.ตำบลผาบิ้ง จำนวน 50 คน เชิงคุณภาพ ผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมความรู้ เข้าใจ ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ในท้องถิ่นของตนเองนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข


2 1.4 ขอบเขตในการทำกิจกรรม กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ดำเนินการ ระยะเวลา 1.ประชุมบุคลากรผู้ที่ เกี่ยวข้อง ชี้แจงรายละเอียด/ขอมติที่ ประชุม บุคลากร 26 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 25 ก.ค. 2566 2.เขียนโครงการเสนอ ขออนุมัติ ขออนุมัติโครงการ เจ้าหน้าที่งาน 1 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 26 ก.ค. 2566 3.แต่งตั้งคณะทำงาน มอบหมายงาน บุคลากร 25 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 3 ส.ค. 2566 4.จัดเตรียมสถานที่ วัสดุ สื่อ และอุปกรณ์ จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ใน โครงการฯ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ ตามหน้าที่ บุคลากร 2 คน กศน. ตำบลวังสะพุง 4 ส.ค. 2566 5.ดำเนินการตาม โครงการฯ ตามกำหนดการที่ แนบ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่นในท้องถิ่นของ ตนเอง 2. เพื่อให้นักศึกษานำ ความรู้มาปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม นักศึกษา กศน. ตำบลผาบิ้ง 50 คน กศน. ตำบลวังสะพุง 6 ส.ค. 2566 6.ติดตามประเมินผล / สรุปรายงาน ประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อแล้วเสร็จ - ผู้นิเทศติดตาม - ครู กศน.ตำบล - ครู ศรช. 1 คน 1 คน 1 คน กศน. ตำบลวังสะพุง 10 ส.ค. 2566 1.5 ขอบเขตพื้นที่การจัดกิจกรรม กศน.ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย 1.6 ขอบเขตระยะเวลาการจัดกิจกรรม วันที่ 6 สิงหาคม 2566 เวลา 08.00 น. - 16.30 น. 1.7 เครือข่าย 1. ผู้นำชุมชนอำเภอวังสะพุง 2. ภูมิปัญญาในพื้นที่ ฯลฯ


3 บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2.1 วัฒนธรรม วัฒนธรรม โดยทั่วไปหมายถึง รูปแบบของกิจกรรมมนุษย์และโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ที่ทำให้กิจกรรม นั้นเด่นชัดและมีความสำคัญ วิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นพฤติกรรมและสิ่งที่คนในหมู่ผลิตสร้างขึ้น ด้วยการเรียนรู้ จากกันและกัน และร่วมใช้อยู่ในหมู่พวกของตน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย และ ความเหมาะสม แต่ ถ้าเป็นในวิชาหน้าที่พลเมืองจะแปลว่าสิ่งที่มนุษย์ เปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญงอกงาม และสืบต่อกันมา วัฒนธรรมส่วนหนึ่งสามารถแสดงออกผ่าน ดนตรี วรรณกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม การละครและ ภาพยนตร์ แม้บางครั้งอาจมีผู้กล่าวว่าวัฒนธรรมคือเรื่องที่ว่าด้วยการบริโภคและสินค้าบริโภค เช่น วัฒนธรรม ระดับสูง วัฒนธรรมระดับต่ำ วัฒนธรรมพื้นบ้าน หรือวัฒนธรรมนิยม เป็นต้น แต่นักมานุษยวิทยาโดยทั่วไปมัก กล่าวถึงวัฒนธรรมว่า มิได้เป็นเพียงสินค้าบริโภค แต่หมายรวมถึงกระบวนการในการผลิตสินค้าและการให้ ความหมายแก่สินค้านั้น ๆ ด้วย ทั้งยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและแนวการปฏิบัติที่ทำให้วัตถุและ กระบวนการผลิตหลอมรวมอยู่ด้วยกัน ในสายตาของนักมานุษยวิทยาจึงรวมไปถึงเทคโนโลยี ศิลปะ วิทยาศาสตร์ รวมทั้งระบบศีลธรรม วัฒนธรรมในภูมิภาคต่าง ๆ อาจได้รับอิทธิพลจากการติดต่อกับภูมิภาคอื่น เช่น การเป็นอาณานิคม การค้าขาย การย้ายถิ่นฐาน การสื่อสารมวลชนและศาสนา อีกทั้งระบบความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนามี บทบาทในวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาโดยตลอด 2.2 ประเภทของวัฒนธรรม วัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. วัฒนธรรมทางวัตถุคือ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อความสุขทางกาย อัน ได้แก่ ยานพาหนะ ที่อยู่อาศัย ตลอดจนเครื่องป้องกันตัวให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง 2. วัฒนธรรมทางจิตใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ เพื่อให้เกิดปัญญาและมีจิตใจ ที่งดงาม อันได้แก่ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม คติธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดีและระเบียบแบบแผนของ ขนบธรรมเนียมประเพณี นักมานุษยวิทยาส่วนใหญ่มักใช้คำ "วัฒนธรรม" ไปในเชิงของวิสัยสามารถของคนทั่วไปในการบ่งชี้ จัด หมวดหมู่และสื่อถึงประสบการณ์ของตนในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ คนเราใช้วิสัยสามารถดังกล่าวสำหรับบ่งชี้ เรื่องราวและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดในหมู่มนุษย์ด้วยกันมานานมากแล้ว อย่างไรก็ตาม นักวานรวิทยาหรือไพรเมตวิทยา ก็ได้บ่งชี้ลักษณะวัฒนธรรมดังกล่าวในวานรหรือไพรเมตซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีสายพันธุ์ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุดมา นานแล้วเช่นกัน และโดยนักโบราณคดีจะมุ่งเฉพาะไปที่วัฒนธรรมที่เป็นเรื่องราวเท่านั้น (ซากเรื่องราวที่เกิดจาก กิจกรรมของมนุษย์) ขณะเดียวกัน นักมานุษยวิทยาสังคมก็มองไปที่ปฏิสัมพันธ์ของสังคม สถานภาพและสถาบัน ส่วนนักมานุษยวิทยาวัฒนธรรมก็เน้นที่บรรทัดฐานและคุณค่า การแบ่งแยกแนวกันนี้ แสดงให้เห็นถึงเงื่อนไขที่แตกต่างกันที่ขึ้นอยู่กับงานที่ต่างกันของนักมานุษยวิทยา และความจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นจุดการวิจัยที่ต้องชัดเจน จึงไม่จำเป็นว่าจะเป็นการสะท้อนถึงทฤษฎีของ วัฒนธรรมซึ่งย่อมแตกต่างไปตามเชิงของเรื่องราว เชิงสังคม และเชิงบรรทัดฐาน (norm) รวมทั้ง ไม่จำเป็นต้อง สะท้อนถึงการแข่งขันกันเองในระหว่างทฤษฎีต่าง ๆ ของวัฒนธรรม


4 2.3 ประเพณี ประเพณี (อังกฤษ: tradition) เป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เป็นเอกลักษณ์และมี ความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ฯลฯ อันเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมของสังคมเชื้อชาติต่างๆ กลายเป็นประเพณีประจำชาติและถ่ายทอดกันมาโดยลำดับ หากประเพณีนั้นดีอยู่แล้วก็รักษาไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ หากไม่ดีก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเทศะ พระยาอนุมานราชธน ได้ให้ความหมายของคำว่าประเพณีไว้ว่า ประเพณี คือ ความประพฤติที่ชนหมู่ หนึ่งอยู่ในที่แห่งหนึ่งถือเป็นแบบแผนกันมาอย่างเดียวกัน และสืบต่อกันมานาน ถ้าใครในหมู่ประพฤติออกนอก แบบก็ผิดประเพณี หรือผิดจารีตประเพณี คำว่าประเพณี ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน ได้กำหนดความหมายประเพณีไว้ว่า ขนบธรรมเนียมแบบแผน ซึ่งสามารถแยกคำต่างๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบแบบอย่าง ธรรม เนียมมีความหมายว่า ที่นิยมใช้กันมา และเมื่อนำมารวมกันแล้วก็มีความหมายว่า ความประพฤติที่คนส่วนใหญ่ ยึดถือเป็นแบบแผน และได้ทำการปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเป็นต้นแบบที่จะให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้ประพฤติปฏิบัติ ตามกันต่อไป โดยสรุปแล้ว ประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนที่กำหนดพฤติกรรมในสถานการณ์ต่างๆ ที่คนใน สังคมยึดถือปฏิบัติสืบกันมา ถ้าคนใดในสังคมนั้นๆฝ่าฝืนมักถูกตำหนิจากสังคม ลักษณะประเพณีในสังคม ระดับประเทศชาติ มีทั้งประสมกลมกลืนเป็นอย่างเดียวกัน และมีผิดแปลกกันไปบ้างตามความนิยมเฉพาะ ท้องถิ่น แต่โดยมากย่อมมีจุดประสงค์ และวิธีการปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีเฉพาะส่วนปลีกย่อยที่เสริมเติม แต่งหรือตัดทอนไปในแต่ละท้องถิ่น สำหรับประเพณีไทยมักมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อในพระพุทธศาสนาและ พราหมณ์มาแต่โบราณ 2.4 ประเภทของประเพณี ประเพณีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. จารีตประเพณี หรือกฎศีลธรรม หมายถึง สิ่งซึ่งสังคมใดสังคมหนึ่งยึดสือและปฏิบัติสืบกันมาอย่าง ต่อเนื่องและมั่นคง เป็นเรื่องของความผิดถูก มีเรื่องของศีลธรรมเข้ามาร่วมด้วย ดังนั้นสมาชิกในสังคมต้องทำ ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่าเป็นผิดเป็นชั่วจะต้องถูกตำหนิหรือได้รับการลงโทษจากคนในสังคมนั้น เช่น ลูกหลานต้องเลี้ยงดู พ่อแม่เมื่อท่านแก่เฒ่า ถ้าใครไม่เลี้ยงดูถือว่าเป็นคนเนรคุณหรือลูกอกตัญญู จารีตประเพณีของแต่ละสังคมนั้น ย่อมไม่เหมือนกัน เพราะมีค่านิยมที่ยึดถือต่างกัน การนำเอาจารีตประเพณีของตนไปเปรียบเทียบกับของคนอื่น แล้วตัดสินว่าดีหรือเลวกว่าของตนย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเชื่อของ แต่ละสังคมย่อมแตกต่างกันไป 2. ขนบประเพณี หรือสถาบัน หมายถึง ระเบียบแบบแผนที่สังคมได้กำหนดไว้แล้วปฏิบัติสืบต่อกันมา ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ทางตรง ได้แก่ ประเพณีที่มีการกำหนดเป็นระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติอย่างชัด แจ้งว่าบุคคลต้องปฏิบัติอย่างไร เช่น สถาบันโรงเรียน ทางอ้อม ได้แก่ ประเพณีที่รู้กันโดยทั่วๆไป โดยไม่ได้วาง ระเบียบไว้แน่นอน แต่ปฏิบัติไปตามคำบอกเล่า หรือตัวอย่างจากที่ผู้ใหญ่หรือบุคคลในสังคมปฏิบัติ เช่น ประเพณีเกี่ยวกับการเกิด การตาย การแต่งงาน ซึ่งเป็นประเพณีเกี่ยวกับชีวิต หรือประเพณีเกี่ยวกับเทศกาล ตรุษ สารท การขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น 3. ธรรมเนียมประเพณีหมายถึง ประเพณีเกี่ยวกับเรื่องธรรมดาสามัญที่ทุกคนควรทำ มีความผิดถูก เหมือนจารีตประเพณี เป็นแนวทางในการปฏิบัติที่ทุกคนปฏิบัติกันทั่วไปจนเกิดความเคยชินและไม่รู้สึกเป็น ภาระหน้าที่เพราะเป็นสิ่งที่มีมานานและใช้กันอย่างแพร่หลายส่วนมากเป็นมารยาทในด้านต่างๆ เช่น การแต่ง


5 กาย การพูด การรับประทานอาหาร การเป็นแขกไปเยี่ยมผู้อื่น ฯลฯเราอาจแบ่งประเภทของประเพณีไทยออกได้ อีก 4 ประเภท คือ - ประเพณีที่เกี่ยวกับชีวิตหรือประเพณีครอบครัว ได้แก่ประเพณีการเกิด ประเพณีการบวช ประเพณี การแต่งงาน ประเพณีงานศพ - ประเพณีท้องถิ่นของชุมชนหรือประเพณีส่วนรวมตามเทศกาล ประเพณีการชักพระ ประเพณี สงกรานต์ ประเพณีงานบุญบั้งไฟ ประเพณีการรับประทานอาหาร - ประเพณีท้องถิ่น ได้แก่ ประเพณีที่เกียวกับอาชีพ เช่น ภาคใต้ ได้แก่ การลงขันลงหิน การทำขันและ เครื่องลงยา การทำผ้าบาติก การทำโสร่งปาเต๊ะ ประเพณีการแต่งกาย ประเพณีการแต่งกาย ประเพณีการละเล่น ในงานนักขัตฤกษ์ เช่น การละเล่นหนังตะลุง มโนราห์ เป็นต้น - ประเพณีราชการ คือประเพณีที่ทางราชการเป็นผู้กำหนดขึ้น จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ รัฐพิธีและ พระราชพิธี - รัฐพิธีเป็นพิธีประจำปีที่ทางราชการกำหนดขั้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเป็นองค์ประธาน หรือโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์เสด็จไปแทนพระองค์ ได้แก่ รัฐพิธีที่ระลึกวันจักรี ตรง กับวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี รัฐพิธีวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี - พระราชพิธี หมายถึง พิธีที่จัดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ เป็นพิธีหลวง ได้แก่ พระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธี กาญจนาภิเษก(วโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2539) 2.5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546, หน้า 826) ได้ให้ความหมายของคำว่า ภูมิปัญญา ไว้ว่า “พื้นความรู้ความสามารถ” ภูมิปัญญาหมายถึงทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นแต่ละ แห่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคน หรือเป็นลักษณะสากล ที่หลายถิ่นมีคล้ายกันก็ได้ ภูมิปัญญา ชาวบ้านในแต่ละ ถิ่นเกิดจากการแสวงหาความรู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคม ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ภูมิ ปัญญานี้จึงเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและชาวบ้าน เช่น การประกอบพิธีกรรมของชุมชน หรือประเพณีการ รวมกำลังช่วยกันทำงานใหญ่หลวงเกินวิสัยที่จะทำสำเร็จได้โดยคนเดียวเป็นต้น ภูมิปัญญาหมายถึง แบบแผนการ ดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าแสดงถึงความเฉลียวฉลาดของบุคคล และสังคม ซึ่งได้สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมาภูมิ ปัญญาจะเป็นทรัพยากรของบุคคลหรือ ทรัพยากรความรู้ก็ได้ทรัพยากรความรู้ที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญา ได้แก่ ความรู้ในสาขาอาชีพหรือวิชาการด้านต่างๆ เช่น การคัดเลือกพันธุ์ข้าว การถนอมอาหาร วัฒนธรรม ศิลปะ จารีตประเพณี เป็นต้นส่วนทรัพยากรบุคคลที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญา ได้แก่ ชาวนาผู้ประสบความสำเร็จในการผลิต พราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญในบายศรี เป็นต้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น (local wisdom) หรือ ภูมิปัญญาชาวบ้าน (popular wisdom) เป็นคำที่รู้จักกันมานานพอสมควร เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง หลายแง่มุม ซึ่งมีนักวิชาการได้ให้ ความหมายไว้ในแง่มุมต่างกัน ดังนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หรือภูมิปัญญาชาวบ้าน (Popular Wisdom) หรือปัญญาชน ชาวบ้านหรือปัญญาชนท้องถิ่น (Intellectual Organic) หมายถึง “พื้นเพรากฐานของความรู้ของชาวบ้าน หรือ ความรอบรู้ของชาวบ้านที่เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์สืบเนื่องต่อกันมาทั้งทางตรง คือ ประสบการณ์ด้วย ตนเองหรือทางอ้อมซึ่งเรียนรู้จากผู้ใหญ่ หรือความรู้ที่สะสมสืบต่อกันมา" (สามารถ จันทร์สูรย์,2533 อ้างถึงใน สำเนียง สร้อยนาคพงษ์,2535:24) ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาแห่งชีวิต ทำให้สังคมดำรงอยู่ได้มาเป็น เวลานาน เพราะสังคมเปรียบเสมือนมนุษย์ หากไม่มีสอนหรือปัญญาย่อมไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้(ประเวศ


6 วสี,2534) อ้างถึงใน นิลุบล คงเกตุ,2540 หน้า 43) วันเพ็ญ พวงพันธุ์บุตร (2542:108) ให้ทัศนะเกี่ยวกับภูมิ ปัญญาไทยว่า หมายถึงองค์ความรู้ทั้งหลายที่มีการสั่งสมและถ่ายทอดสืบต่อกันมาของชาติไทย โดยการคิดค้น ปรับเปลี่ยนผสมผสานกับความรู้ใหม่ และพัฒนาให้เหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มีความเป็นเอกลักษณ์ของ ตนเอง รุ่ง แก้วแดง (2543:204) ได้กล่าวถึงภูมิปัญญาไทยว่า หมายถึง องค์ความรู้ความสามารถและทักษะของ คนไทย อันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเลือกสรรเรียนรู้พัฒนาและถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับยุคสมัย รัตนะ บัวสนธิ์ (2535:35) กล่าวว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึงกระบวนทัศน์ชองบุคคลที่มีต่อตนเอง ต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กระบวนทัศน์ดังกล่าวมีรากฐานจากคาสอนทางศาสนา คติ จารีตประเพณีที่ได้รับการถ่ายทอด สั่งสอนและ ปฏิบัติสืบเนื่องกันมา ปรับเข้ากับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงแต่ละสมัย ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อความสงบสุข ของส่วนที่เป็นชุมชน และปัจเจกบุคคล สรุปได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดขึ้นได้เอง และ นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา เป็นเทคนิควิธีเป็นองค์ความรู้ของชาวบ้าน ทั้งทางกว้างและทางลึกที่ชาวบ้านคิดทำ โดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินชีวิตในท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย 2.6 ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายร่วมถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้าน คิดค้นขึ้น แล้วนามาปรับปรุงแก้ไขพัฒนา แก้ปัญหา เป็นทั้ง สติปัญญาและองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้าน ดังนั้นจึงมีความครอบคลุมเนื้อหาสาระและ แนวทางดำเนินชีวิตในวงกว้าง ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบไปด้วยองค์ความรู้ใน หลายวิชาดังที่ สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2541) ได้จำแนกไว้รวม 10 สาขา คือ 1. สาขาเกษตรกรรม หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะ และเทคนิคด้าน การเกษตรกับเทคโนโลยีโดยการพัฒนาบนพื้นฐาน คุณค่าดั้งเดิม ซึ่งคนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน การแก้ปัญญา การเกษตร เป็นต้น 2. สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (ด้านการผลิตและการบริโภค) หมายถึง การรู้จักประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลผลิตเพื่อ ชะลอการนำเข้าตลาด เพื่อแก้ปัญหาด้านการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรมอันเป็นกระบวนการให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองทาง เศรษฐกิจได้ ตลอดทั้งการ ผลิตและการจัดจำหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา กลุ่มหัตถกรรม และอื่นๆ เป็นต้น 3. สาขาการแพทย์ไทย หมายถึง ความสามารถในการจัดการป้องกัน และรักษาสุขภาพของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ 4. สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งอนุรักษ์การพัฒนา และใช้ประโยชน์จากคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล และยั่งยืน 5. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน หมายถึง ความสามารถในด้านบริหารจัดการค้าการสะสมและบริการ กองทุนและธุรกิจในชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตราและโภคทรัพย์เพื่อเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน 6. สาขาสวัสดิการ หมายถึง ความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคนให้เกิด ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 7. สาขาศิลปกรรม หมายถึง ความสามารถในการผลิตผลงานทางด้านศิลปะ สาขาต่างๆ เช่น จิตกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ทัศนศิลป์คีตศิลป์เป็นต้น


7 8. สาขาจัดการ หมายถึง ความสามารถในการบริหารการจัดการดำเนินงานด้านต่างๆ ทั้งขององค์กร ชุมชน องค์กรทางสังคมอื่นๆ ในสังคมไทย เช่น การจัดการองค์กรของกลุ่มแม่บ้านระบบผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เป็น ต้น กรณีของการจัดการศึกษาเรียนรู้นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาสาขาการจัดการที่มีความสำคัญ เพราะการจัด การศึกษาเรียนรู้ดี หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาและถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาไทยที่มีประสิทธิผล 9. สาขาภาษาและวรรณกรรม หมายถึง ความสามารถผลิตผลงานเกี่ยวกับด้านภาษา ทั้งภาษาถิ่น ภาษาโบราณ ภาษาไทย และการใช้ ภาษา ตลอดทั้งด้านวรรณกรรมทุกประเภท 10. สาขาศาสนาและประเพณีหมายถึง ความสามารถประยุกต์และปรับใช้หลักธรรมคำสอนทาง ศาสนาความเชื่อและประเพณีดั้งเดิมที่มีคุณค่า ให้เหมาะสมต่อการประพฤติปฏิบัติให้บังเกิดผลดีต่อบุคคล และ สิ่งแวดล้อม เช่น การถ่ายทอดหลักศาสนา การบวชป่า การประยุกต์ประเพณี บุญประทายข้าว เป็นต้น


8 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ 3.1 วิธีการดำเนินการตามระบบการดำเนินงานครบวงจร (PDCA) การวางแผน (Plan) 1. ประชุมรับนโยบายการดำเนินงาน บุคลากร กศน.ตำบลผาบิ้ง ประชุมเพื่อวางแผนจัดโครงการตามแผนการดำเนินงาน กำหนดชื่อ โครงการ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดำเนินการสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2. สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ กศน.ตำบลผาบิ้ง สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยการใช้แบบสำรวจความ ต้องการในการเข้าร่วมโครงการ และได้กลุ่มเป้าหมายตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงาน กศน.ตำบลผาบิ้ง วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจความต้องการสของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ และนำ ข้อมูลที่วิเคราะห์ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูล เพื่อจัดทำสื่อต่าง ๆ 4. จัดเตรียมข้อมูลรายละเอียดและสื่อต่างๆเพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์รับสมัคร กศน.ตำบลผาบิ้ง นำข้อมูลที่วิเคราะห์ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูล เพื่อจัดทำสื่อต่าง ๆ และ ประชาสัมพันธ์รับสมัครให้ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ การนำไปปฏิบัติ (DO) 1. สรุปข้อมูลพื้นฐานและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย กศน.ตำบลผาบิ้ง ได้นำข้อมูลจากการสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ สรุปข้อมูล พื้นฐานและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจัดทำโครงการ 2. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ กศน.ตำบลผาบิ้ง จัดทำโครงการ หลักการและเหตุผล กำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ขอบเขตใน การทำกิจกรรม ขอบเขตพื้นที่การจัดกิจกรรม ขอบเขตระยะเวลาการจัดกิจกรรม และเครือข่าย 3. ประสานเครือข่าย / วิทยากร กศน.ตำบลผาบิ้ง ดำเนินการจัดทำหนังสือเชิญวิทยากรเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ และ ประสานเครือข่ายในการขอความความอนุเคราะห์ใช้สถานที่ในการจัดโครงการ 4. ดำเนินการฝึกอบรมตามโครงการ กศน.ตำบลผาบิ้ง ดำเนินการจัดโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนใน ตำบลวังสะพุงเข้าอบรมในโครงการ 5. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน กศน.ตำบลผาบิ้ง จัดทำรายงานผลการดำเนินงานโดยการสรุปผล อภิปรายผล หลังเสร็จสิ้นโครงการ และนำเสนอรายผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารสถานศึกษา การตรวจสอบ (Check) 1. ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ กศน.ตำบลผาบิ้ง ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีต่อการจัด กระบวนการเรียนรู้โดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการทำแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ


9 2. ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของวิทยากรที่มีต่อความสำเร็จของโครงการและกระบวนการ บริหารจัดการของสถานศึกษา กศน.ตำบลผาบิ้ง ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของวิทยากรที่มีต่อความสำเร็จของโครงการ และกระบวนการบริหารจัดการของสถานศึกษา โดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการทำแบบประเมินความพึงพอใจในการ เข้าร่วมโครงการ 3. นิเทศติดตามผลโครงการ กศน.ตำบลผาบิ้ง ได้ลงพื้นที่เพื่อนิเทศติดตามผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากการจัดโครงการเสร็จสิ้น โดย ใช้แบบนิเทศติดตามผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากการจัดโครงการเสร็จสิ้น ปรับปรุงแก้ไข (Act) 1. วิเคราะห์ปัญหา/ข้อเสนอแนะ กศน.ตำบลผาบิ้ง นำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการมาวิเคราะห์ข้อมูล จาก แบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 2. สรุปปัญหา/ข้อเสนอแนะ กศน.ตำบลผาบิ้ง สรุปปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการมาวิเคราะห์ข้อมูล จาก แบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 3. หาวิธีการดำเนินการปรับปรุง แก้ไข โครงการ/กิจกรรมต่อไป กศน.ตำบลผาบิ้ง นำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อดำเนินการปรับปรุง แก้ไข โครงการ/กิจกรรมต่อไป โดยการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น 3.2 ดัชนีชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ ตัวชี้วัดผลผลิต ร้อยละ 80 ของนักศึกษา ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นในท้องถิ่น ของตนเอง ตัวชี้วัดผลลัพธ์ นักศึกษานำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข


10 3.3 วิธีการดำเนินการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ดำเนินการ ระยะเวลา 1.ประชุมบุคลากรผู้ที่ เกี่ยวข้อง ชี้แจงรายละเอียด/ขอมติที่ ประชุม บุคลากร 26 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 25 ก.ค. 2566 2.เขียนโครงการเสนอ ขออนุมัติ ขออนุมัติโครงการ เจ้าหน้าที่งาน 1 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 26 ก.ค. 2566 3.แต่งตั้งคณะทำงาน มอบหมายงาน บุคลากร 25 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 3 ส.ค. 2566 4.จัดเตรียมสถานที่ วัสดุ สื่อ และอุปกรณ์ จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ใน โครงการฯ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ ตามหน้าที่ บุคลากร 2 คน กศน. ตำบลวังสะพุง 4 ส.ค. 2566 5.ดำเนินการตาม โครงการฯ ตามกำหนดการที่ แนบ 1. เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่นในท้องถิ่นของ ตนเอง 2. เพื่อให้นักศึกษานำ ความรู้มาปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม นักศึกษา กศน. ตำบลผาบิ้ง 40 คน กศน. ตำบลผาบิ้ง 6 ส.ค. 2566 6.ติดตามประเมินผล / สรุปรายงาน ประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อแล้วเสร็จ - ผู้นิเทศติดตาม - ครู กศน.ตำบล - ครู ศรช. 1 คน 1 คน 1 คน กศน. ตำบลวังสะพุง 10 ส.ค. 2566


11 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ ตอนที่1 ข้อมูลทั่วไป ตารางที่1 แสดงเพศผู้เข้าร่วมโครงการ เพศ จำนวน (คน) ชาย 25 หญิง 15 รวมทั้งหมด 40 จากตารางที่ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเพศชาย จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5 และเพศหญิง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 37.5 ซึ่งรวมทั้งหมด 40 คน ตารางที่2 แสดงอายุเข้าร่วมโครงการ อายุ 15 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึ้นไป รวมทั้งหมด จำนวน (คน) 35 5 - - - 40 จากตารางที่ 2 ผู้เข้าร่วมโครงการมีอายุ 15 - 30 ปีจำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 87.5 และอายุ 31- 40 ปี จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 12.5 ซึ่งรวมช่วงอายุทั้งหมด 40 คน ตารางที่ 3 แสดงระดับการศึกษาเข้าร่วมโครงการ ระดับการศึกษา จำนวน (คน) ประถมศึกษา - มัธยมศึกษาตอนต้น 20 มัธยมศึกษาตอนปลาย 20 รวมทั้งหมด 40 จากตารางที่ 3 ผู้เข้าร่วมโครงการกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 คน คิดเป็น ร้อยละ 50 และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ซึ่งรวมทั้ง 2 ระดับชั้นทั้งหมด 40 คน ตารางที่ 4 แสดงอาชีพเข้าร่วมโครงการ อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว รับจ้าง เกษตรกร อื่นๆ รวมทั้งหมด จำนวน (คน) - - - 40 40 จากตารางที่ 4 ผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบอาชีพอื่นๆ (ว่างงาน) จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งรวมผู้ประกอบอาชีพทั้งหมด 40 คน


12 ตอนที่2 ระดับความพึงพอใจ ตารางที่ 5 แสดงระดับความพึงพอใจด้านเนื้อหา ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย มากที่สุด มาก เหตุ ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ 1 ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 1 เนื้อหาตรงตามความต้องการ 40= 100% 2 เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ 40= 100% 3 เนื้อหาปัจจุบัน ทันสมัย 40= 100% 4 เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 40= 100% สรุป 100% จากตารางที่ 5 ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจด้าน เนื้อหา ดังนี้เนื้อหาตรงตามความต้องการ เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ เนื้อหาปัจจุบัน ทันสมัย และเนื้อหา มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต คิดเป็นร้อยละ 100 ตามลำดับ ตารางที่ 6 แสดงระดับความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย มากที่สุด มาก เหตุ ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 1 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 40= 100% 2 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 40= 100% 3 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 40= 100% 4 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 40= 100% 5 วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 40= 100% สรุป 100% จากตารางที่ 6 ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจด้าน กระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม ดังนี้การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับ วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา และวิธีการวัดผล/ ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์คิดเป็นร้อยละ 100 ตามลำดับ


13 ตารางที่ 7 แสดงระดับความพึงพอใจต่อวิทยากร ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย มากที่สุด มาก เหตุ ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร 1 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด 40= 100% 2 วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม 40= 100% 3 วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม 40= 100% สรุป 100% จากตารางที่ 7 ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจต่อ วิทยากร ดังนี้วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด และวิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม และวิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 100 ตามลำดับ ตารางที่ 8 แสดงระดับความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย มากที่สุด มาก เหตุ ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ 4 ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก 1 สถานที่ วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก 40= 100% 2 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดกาเรียนรู้ 40= 100% 3 การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา 40= 100% สรุป 100% จากตารางที่ 8 ผู้เข้าร่วมโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจด้าน การอำนวยความสะดวก ดังนี้ การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศ เพื่อให้เกิดกาเรียนรู้และสถานที่ วัสดุอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก คิดเป็นร้อยละ 100 ตามลำดับ


14 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผล ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเพศชาย จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5 และเพศหญิง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 37.5 คิดเป็นร้อยละ 36 และมีอายุ 15 - 30 ปีจำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 87.5 และอายุ 31-40 ปี จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 12.5 ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบอาชีพอื่นๆ (ว่างงาน) จำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และมีประเด็นวัดความพึงพอใจในการจัดโครงการฯ ดังนี้ความพึงพอใจด้าน เนื้อหา คิดเป็นร้อยละ 100 ความพึงพอใจต่อวิทยากร คิดเป็นร้อยละ 100 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัด กิจกรรมการอบรม คิดเป็นร้อยละ 100 และความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก คิดเป็นร้อยละ 100 ตามลำดับ จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 40 คน 5.2 อภิปรายผล การจัดโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในด้านเนื้อหาตรงตามความต้องการและเพียงพอ มีความเป็น ปัจจุบันและทันสมัย มีการเตรียมความพร้อมก่อนอบรม กิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม พร้อมทั้งมี การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา การจัดโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ดำเนินการตามเป้าหมายของโครงการ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ ซึ่งนักศึกษาทุกคนได้รับฟังบรรยายเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมให้ผู้เรียนได้ ซักถาม ตอบคำถาม รับฟังคำแนะนำจากครูวิทยากร และได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ในสถานที่จริง 5.3 ข้อเสนอแนะ ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่มีข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม


ภาคผนวก โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต 1. ชื่อโครงการ โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการ เรียนรู้ตลอดชีวิต 2. สอดคล้องจุดเนนการดำเนินงาน ประจำปงบประมาณ พ.ศ.2566


1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ ข้อที่ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติและ นโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ ข้อที่ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ที่เน้น การพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละ กลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข้อที่ 1 กิจกรรมพัฒนาวิชาการ 3. หลักการและเหตุผล ตามนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและกระจายโอกาส ทางการศึกษาใน สังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรม ให้เกิดขึ้นแก่ประชากร ทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกาย/ทางการเรียนรู้ ชนกลุ่มน้อย โดยสนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัย และพัฒนาการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการจัดการศึกษาชุมชนเพื่อมุ่ง ให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิต การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นการจัด กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมความรู้ ความสามารถของบุคคลเพื่อให้สามารถจัดการกับตนเองและ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความสุขตามสภาพและความสงบสุข ความปลอดภัยในสังคม โดยการบูรณาการองค์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เสริมสร้างความสามารถให้กับบุคคลเพื่อให้มีการพัฒนาด้านความรู้ด้านต่าง ๆ ได้ เป็นอย่างดีสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง เห็นความสำคัญในการพัฒนาให้ผู้เรียน ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ใน ชุมชนให้เกิดความรู้ความเข้าใจของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และสามารถถอดบทเรียนเพื่อบูรณาการด้านการ จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นในท้องถิ่นของตนเอง 4.2 เพื่อให้นักศึกษานำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 5.เป้าหมาย เชิงปริมาณ นักศึกษา สกร.อำเภอวังสะพุง ทั้ง 10 ตำบลๆ ละ 50 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 500 คน เชิงคุณภาพ ผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมความรู้ เข้าใจ ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในท้องถิ่นของตนเองนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข 6. วิธีดำเนินการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ดำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ 1.ประชุม บุคลากรผู้ที่ เกี่ยวข้อง ชี้แจงรายละเอียด/ขอมติที่ ประชุม บุคลากร 27 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 25 ก.ค. 2566 - 2.เขียนโครงการ เสนอขออนุมัติ ขออนุมัติโครงการ เจ้าหน้าที่งาน 2 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 26 ก.ค. 2566 -


กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ดำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ 3.แต่งตั้ง คณะทำงาน มอบหมายงาน บุคลากร 20 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 3 ส.ค. 2566 - 4.จัดเตรียม สถานที่ วัสดุ สื่อ และอุปกรณ์ จัดเตรียมเอกสารที่ใช้ใน โครงการฯ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ ตามหน้าที่ บุคลากร 20 คน สกร.อำเภอ วังสะพุง 4 ส.ค. 2566 5.ดำเนินการตาม โครงการฯ ตามกำหนดการที่ แนบ 1.เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา แหล่งเรียนรู้ด้าน วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิ ปัญญาท้องถิ่นในท้องถิ่น ของตนเอง 2. เพื่อให้นักศึกษานำ ความรู้มาปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม นักศึกษาอำเภอ วังสะพุง ทั้ง 10 ตำบล ตำบลละ 40 คน 400 คน กศน.ตำบล ทั้ง 10 แห่ง 6 ส.ค. 2566 58,000 บาท 6.ติดตาม ประเมินผล / สรุปรายงาน ประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อแล้วเสร็จ - ผู้นิเทศติดตาม - ครู กศน.ตำบล 4 คน ครู กศน. ตำบล ทั้ง 10 แห่ง กศน.ตำบล ทั้ง 10 แห่ง 10 ส.ค. 2566 - 7. วงเงินงบประมาณ ใช้งบประมาณ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่ากิจกรรม พัฒนาคุณภาพผู้เรียน รหัสงบประมาณ 20002420016004100105 แหล่งของเงิน 6611410 เพื่อเป็นค่าจ่าย ในการจัดกิจกรรม จำนวน 58,000 บาท (สามพันหกร้อยบาทถ้วน) ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1. ค่าอาหาร จำนวน 400 คน x 70 บาท x 1 มื้อ จำนวนเงิน 28,000 บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 400 คน x 25 บาท x 2 มื้อ จำนวนเงิน 20,000 บาท 3. ค่าวัสดุโครงการ จำนวนเงิน 10,000 บาท (ห้าหมื่นแปดพันบาทถ้วน) รวมเงินทั้งสิ้น 58,000 บาท หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายถัวเฉลี่ยตามที่จ่ายจริง 8. แผนการใช้จ่ายงบประมาณ กิจกรรมหลัก ไตรมาส 1 (ต.ค.-ธ.ค.65) ไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค.66) ไตรมาส 3 (เม.ย.-มิ.ย.66) ไตรมาส 4 (ก.ค.-ก.ย.66) โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ใน ชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต - - - 58,000 บาท 9.ผู้รับผิดชอบโครงการ 9.1 ครู 9.2 ครู อาสาสมัคร ฯ


9.3 ครู กศน.ตำบล 10 ตำบล 9.4 ครู ศรช. 10. เครือข่าย 10.1 ผู้นำชุมชนอำเภอวังสะพุง 10.2 ภูมิปัญญาในพื้นที่ ฯลฯ 11.โครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 11.1 กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 11.2 โครงการการศึกษาตามอัธยาศัย 12.ผลที่คาดว่าจะได้รับ(Out come) ผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมความรู้ เข้าใจ ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในท้องถิ่นของตนเองนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ใน สังคมอย่างมีความสุข 13.ตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ 13.1 ตัวชี้วัดผลผลิต ( Out put ) ร้อยละ 80 ของนักศึกษา ได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นใน ท้องถิ่นของตนเอง 13.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์( Out comes ) นักศึกษานำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิต อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 14.การประเมินผล 14.1 ภาพถ่ายกิจกรรม 14.2 ประเมินความพึงพอใจ 14.3 รายงานผล ผู้เสนอโครงการ


ลงชื่อ………......……………........… (นางดวงเดือน สุขบัว) ครูผู้ช่วย ลงชื่อ………......……………........… (นายทวีวัฒน์ เหลาสุพะ) ครูชำนาญการ ผู้อนุมัติโครงการ ลงชื่อ.............................................. (นางพิชามณชุ์ ลำมะนา) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอวังสะพุง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง กำหนดการ โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ณ ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย วันที่ 6 สิงหาคม 2566 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง


************************************************************************ เวลา 08.00 – 08.30 น. - ลงทะเบียน เวลา 08.30 – 09.00 น. - พิธีเปิดโครงการ เวลา 09.00 – 09.30 น. - ละลายพฤติกรรม เวลา 09.30 – 12.00 น. - เรื่อง ความสำคัญและความเป็นมาของวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยวิทยากร ครู กศน.ตำบล/ครู ศรช. - แบ่งกลุ่มนักศึกษาทำกิจกรรม ยกตัวอย่างแหล่ง เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ในท้องถิ่นของตำบลวังสะพุง พร้อม นำเสนอ เวลา 12.00 - 13.00 น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 – 16.00 น. - นำนักศึกษาศึกษาแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ วัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น ใน ท้องถิ่นของตำบลวังสะพุง โดยวิทยากร ครู กศน.ตำบล/ครู ศรช. เวลา 16.00 น. – 16.30 น. - สรุป/ปิดโครงการ หมายเหตุ กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เวลา 10.20 น. - 10.30 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 12.00 น. - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน


แบบประเมินความพึงพอใจ โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต วันที่ 6 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ กศน.ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ***************************************************************************************** คำชี้แจง : แบบประเมินความพึงพอใจนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ ขอให้ตอบตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด และผลที่ได้จะนำมาปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1. เพศ ชาย หญิง 2. ช่วงอายุ 15 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41- 50 ปี 51- 60 ปี 60 ปีขึ้นไป 3. ระดับการศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อื่นๆ............................................ 4. อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว เกษตร ลูกจ้าง/รับจ้าง อื่นๆ.............................................. ส่วนที่ 2 : ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ ( ขีด ช่องระดับความพึงพอใจ ) ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ มาก หมายเหตุ ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่1 ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 1 เนื้อหาตรงตามความต้องการ 2 เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ 3 เนื้อหาปัจจุบัน ทันสมัย 4 เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตอนที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 5 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 7 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 9 วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์


ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ มาก หมายเหตุ ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร 10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด 11 วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม 12 วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ตอนที่ 4 ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก 13 สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก 14 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดกาเรียนรู้ 15 การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


รูปภาพกิจกรรม โครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต วันที่ 6 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ กศน.ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย


คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นางพิชามญชุ์ ลำมะนา ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอวังสะพุง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอวังสะพุง นายทวีวัฒน์ เหลาสุพะ ครูชำนาญการ นางดวงเดือน สุขบัว ครู นางบัวคำ จันทวัน ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นางลำใย อันทะระ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน คณะทำงาน นางดารนีนุช รัตนมงคล ครู กศน.ตำบลผาบิ้ง นางสาวปลายมาศ จันทวัน ครูศรช.ตำบลผาบิ้ง รวบรวม / เรียบเรียงข้อมูล นางดารนีนุช รัตนมงคล ครู กศน.ตำบลผาบิ้ง นางสาวปลายมาศ จันทวัน ครูศรช.ตำบลผาบิ้ง ภาพประกอบออกแบบรูปเล่ม/พิมพ์ นางดารนีนุช รัตนมงคล ครู กศน.ตำบลผาบิ้ง นางสาวปลายมาศ จันทวัน ครูศรช.ตำบลผาบิ้ง


Click to View FlipBook Version