The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3 หน่วยที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3 หน่วยที่ 1

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.3 หน่วยที่ 1

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ดนตรี-ทัศนศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)


องค์ประกอบ หน ่ วยการเร ี ยนร ้ ู ท ี ่ ๑ งานดนตรี


องค์ประกอบ งานดนตรี องค์ประกอบดนตรี การเปรียบเทียบ องค์ประกอบในงาน ดนตรีและศิลปะ จังหวะ เสียง ท านอง การประสานเสียง พื้นผิวของดนตรี คีตลักษณ์ การใช้องค์ประกอบในการสร้างสรรค์ งานดนตรีและศิลปะแขนงอื่น เทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์ งานดนตรีและศิลปะแขนงอื่น ผง ั สาระการเร ี ยนร ้ ู เปรียบเทียบองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและงานศิลปะอื่น (ศ ๒.๑ ม.๓/๑) ตัวชี้วัด


๑. จังหวะ (Rhythm) ๒. เสียง (Tone) ๓. ท ำนอง (Melody) ๔. กำรประสำนเสียง (Harmony) ๕. พ ้ ื นผว ิ (Texture) ๖. คีตลักษณ์ (Form) องค์ประกอบของดนตรีที่ส าคัญ มีดังนี้ องคป์ ระกอบของดนตร ี แต ่ ละขอ ้ น ้ น ั ม ี ลก ั ษณะต ่ ำง ๆ ท ี่ทำ ใหบทเพลงมี ้ ควำมสมบ ู รณ ์ไพเรำะ ซ่ึ งม ี ลก ั ษณะดง ั น ้ ี องค์ประกอบดนตรี


๑. จังหวะ (Rhythm) จง ั หวะเป็ นควำมสม ั พน ั ธ ์ ระหวำ ่ งเส ี ยงกบ ั เวลำองคป์ ระกอบท ี่เก ี่ยวขอ ้ งกบ ั เวลำ ประกอบด้วย ๑.๑ ความเร็วของจังหวะ (tempo) ดนตร ี ม ี กำรกำ หนดอต ั รำควำมเร ็ วของแต ่ ละบทเพลงโดยม ี เคร ื่องม ือที่ เป็ นตว ั กำ หนดควำมเร ็ วเร ี ยกวำ ่ เมโทรนอม (Metronome) หร ื อเร ี ยกวำ ่ เคร ื่องกำ หนดจง ั หวะโดยตว ั เลขกำ หนดควำมเร ็ ว หมำยถ ึ งจำ นวนจง ั หวะ ท ี่เคำะต ่ อ ๑ นำท ี เช ่ น ถำ ้ ต ้ ง ั ควำมเร ็ วไวท ้ี่๖๐ เคร ื่องกำ หนดจงหวะจะเคำะ ั ๖๐ คร ้ ั ง ต ่ อ ๑ นำที


ทำงดนตร ี จะม ี กำรจด ั กล ุ ่ มจง ั หวะเป็ น ๒ ๓ ๔ จังหวะ (ใน ๑ ห้องเพลง) ตำมธรรมชำต ิ ของควำมหนก ั เบำของจง ั หวะท ี่เก ิ ดข ้ึ น ๑.๒ อัตราจังหวะ (Meter)


๒. เสียง (Tone) เส ี ยง เก ิ ดจำกกำรสน ั่ของแหล ่ งกำ เน ิ ดเส ี ยงและเส ี ยงเปล ี่ยนแปลงได้ เม ื่อแหล ่ งกำ เน ิ ดเส ี ยงม ี กำรสน ั่ท ี่แตกต ่ ำงกน ั เช ่ น เสียงกีตาร์เก ิ ดจำกกำรสน ั่ของสำยก ี ตำร ์ เม ื่อถูกดีด เสียงระฆัง เก ิ ดจำกกำรสน ั่สะเท ื อนของตว ั ระฆง ั เม ื่อถกตีด้วยไม้ ู เสียงกลอง เก ิ ดจำกกำรสน ั่สะเท ื อนของหนง ั กลอง เม ื่อถ ู กต ี ดว ้ ยไม้กลอง เส ี ยงพ ู ดของมน ุ ษย ์ เก ิ ดจำกกำรสน ั่สะเท ื อนของเส้ นเส ี ยงท ี่อยภาำยในล ำคอ ู ่


๓. ท านอง (Melody) จำกกำรผสมผสำนของ “จังหวะและเสียง” น ้ ี ทำ ใหเ ้ พลงแต ่ ละเพลง ม ี ท ่ วงทำ นองจง ั หวะและใหค ้ วำมร ู ้ส ึ กของเพลงท ี่แตกต ่ ำงกน ั ออกไป ซ่ึ งจะเป็ นส ิ่งท ี่แสดงถ ึ ง “ความเป็ นเอกลักษณ์เฉพาะ”ของเพลงเพลงน ้ น ั ทำ นอง เก ิ ดจำกกำรผสมผสำนระหวำ ่ งจง ั หวะ(ส ้ น ั-ยำว) และเสียง (สูง-ต ่ำ) ท ี่ไล ่ เร ี ยงกน ั หร ื อสลบ ั กน ัไป ในทำงดนตร ี ถ ื อวำ ่ “ท านอง”เป็ นกำรเคล ื่อนท ี่และผสมผสำนกนของ ั เสียงในแนวนอน คือ แนวท ำนองจะเคลื่อนที่ไปข้ำงหน้ำตำมจังหวะที่ด ำเนินไป เรื่อย ๆ


การประสานเสียงคือ เสียงสูง-ต ่ำ หรือท ำนองที่เข้ำไปสอดแทรก ทำ นองเด ิ มเพ ื่อใหเ ้ ก ิ ดควำมไพเรำะ หนก ั แน ่ น แต ่ ส ิ่งท ี่สำ คญของกำร ั ประสำนเส ี ยงค ื อกำรผสมกลมกล ื นกน ั ระหวำ ่ งเส ี ยงร ้ องและทำ นอง ๔. การประสานเสียง (Harmony) ในทำงดนตร ี ถ ื อวำ ่ “กำรประสำนเสียง” เป็ นกำรผสมผสำนกน ั ของ เส ี ยงในแนวต ้ ง ั ค ื อกำรผสมผสำนกน ั ของเส ี ยงในแนวต ้ ง ั ค ื อกำรผสมเสียงใน ช ่ วงเวลำจง ั หวะเด ี ยวกน ั


Company Logo ..


๕. พื้นผิว (Texture) พื้นผิวทางดนตรี (Musical Texture) เป็ นลักษณะกำรจัดควำมสัมพันธ์ ระหวำ ่ งทำ นองและกำรประสำนเส ี ยงในดนตร ี กำรจด ัประเภาทของพ ้ ื นผว ิ ดนตร ี ท ี่ควรร ู ้ จก ั ม ี ดง ั น ้ ี เป็ นพ ้ ื นผว ิ ของดนตร ี ทำ นองเด ี ยวไม ่ ม ี ดนตร ีประกอบ ส ่ วนใหญ ่ จะเป็ น ประเภาทบทสวดต ่ ำง ๆ ม ี เพ ี ยงเส้ นเด ี ยวท ี่เล ่ นทำ นอง ๕.๑ พื้นผิวแบบโมโนโฟนิก (Monophonic Texture)


เป็ นกำรประสำนเส ี ยงท ี่ม ี แนวทำ นองหลก ั เด ่ นเพ ี ยงทำ นองเด ี ยว ส ่ วนแนวอ ื่น ๆ จะเป็ นเส ี ยงแนวทำ นองประสำน ใชค ้ อร ์ ดในกำรประสำนเสียง เส ี ยงท ี่เพ ิ่มเขำ ้ มำเป็ นเส ี ยงท ี่ช ่ วยทำ ใหท ้ ำ นองม ี ควำมไพเรำะข ้ น ึ ม ี ลก ั ษณะเส้ นเส ี ยง ดง ั น ้ ี ๕.๒ พื้นผิวแบบโฮโมโฟนิก (Homophonic Texture)


Company Logo


๖. คีตลักษณ์ (Form) บทเพลงโดยทว ั่ ไปจะม ี กำรกำ หนดร ู ปแบบและท ่ อนเพลงไวอ ้ ยำ ่ ง ชด ั เจน ซ่ึ งเร ี ยกวำ ่ คีตลักษณ์หรือรูปแบบ ร ู ปแบบของบทเพลงจะข ้ึ นอยก ู ่ บ ั ควำมประสงคข ์ องผป ู ้ ระพน ัธ์เพลง ที่ต้องกำรบทเพลงที่มีรูปแบบปกติหรือรูปแบบซับซ้อน ซึ่งรูปแบบที่ควรรู้จัก ไดแ ้ ก ่ ๑. ร ู ปแบบเอกบท (Unitary Form) บทเพลงท ี่ม ี ทำ นองหลก ั ท ี่ม ี ท ่ อนเด ี ยว สญ ั ลก ั ษณ ์ ท ี่ใช้ในเพลง เอกบทคือ A และอำจม ี กำรซ ้ ำ ทำ นองกน ั เช ่ น AAAA ซ่ึ งท ่ อนท ี่เพ ิ่มข ้ึ นมำ ไม ่ ควรม ี ทำ นองท ี่ต ่ ำงจำกเด ิ มมำกนก ั


๒. ร ู ปแบบทวบ ิ ท (Binary Form) เป็ นบทเพลงที่มีท ำนองหลัก ๒ ท ่ อน หร ื อมำกกวำ ่ แต ่ ทำ นอง ท ี่เพ ิ่มข ้ึ นตอ ้ งม ี ทำ นองชำ ้ ต ่ อกน ั มำโดยไม ่ สลบ ั ทำ นอง สญลักษณ์ที่ใช้ ั ในเพลงทวิบท คือ AB นอกจำกน ้ ี ยง ั ม ี กำรซ ้ ำ กน ั หลำย ๆ เท ี่ยวกไ็ ด ้ เช ่ น ซ ้ ำ ทำ นองแบบ AABB ๓. ร ู ปแบบตร ี บท (Ternary Form) เป็ นเพลงที่มีท ำนองหลัก ๒ ทำ นองแต ่ นำ ทำ นอง A ย้อนกลับมำ บรรเลงใหม ่ ซ่ึ งทำ นองจะขด ั แยง ้ ตรงกลำงของทำ นองเด ิ ม สญ ั ลก ั ษณ์ที่ใช้ ในบทเพลงตรีบท คือ ABA เป็ นลักษณะของเพลงไทยสำกลในปัจจุบัน


ดนตร ี เป็ นศ ิ ลปะแขนงหน่ึ งท ี่สร ้ ำงสรรคข ์้ึ นมำเพ ื่อใหม ้ น ุ ษยเ ์ ก ิ ดควำม ผอ ่ นคลำยเป็ นศ ิ ลปะท ี่ละเอ ี ยดอ ่ อน สำมำรถเขำ ้ ถ ึ งจ ิ ตใจมน ุ ษยไ์ ดในขณะ ้ บรรเลงกำรฟั งดนตร ี จ ึ งม ีปั จจย ัในเร ื่องของเวลำมำกำ หนด ซ่ึ งสำมำรถ เปร ี ยบเท ี ยบองคป์ ระกอบในงำนดนตร ี และศ ิ ลปะได ้ ดง ั น ้ ี การเปรียบเทียบองค์ประกอบในงานดนตรีและศิลปะ


Company Logo ในทำงทศ ั นศ ิ ลป์ พ ้ ื นผว ิ เป็ นผว ิ นอกของส ิ่งต ่ ำง ๆ ร ั บร ู ้ไดโดยกำรสัมผัส ้ หร ื อกำรมอง เช ่ น มน ั วำว หยำบ ขร ุ ขระศ ิ ลปิ นจะใชร ้ ู ปแบบของพ ้ ื นผว ิ และกำร ใหน ้ ้ ำ หนก ั เพ ื่อสร ้ ำงควำมกลมกล ื นหร ื อควำมแตกต ่ ำงในขณะท ี่พ ้ ืนผิวทำงดนตรี เป็ นลก ั ษณะของว ิ ธ ี กำรจด ั กำรกบ ั องคป์ ระกอบต ่ ำง ๆ ทำงดนตร ี เช ่ น จง ั หวะ เส ี ยงประสำน แนวทำ นอง ซ่ึ งม ีไดท ้ ้ ง ั บำงและหนำ ม ี ทำ นองเด ี ยวท ี่โดดเด ่ น ออกมำเหนือคอร์ดที่บรรเลงประกอบหรือมีหลำยแนวท ำนอง ในเพลง ๆ หนึ่ง อำจพบพ ้ ื นผว ิ แบบเด ี ยวหร ื อหลำยแบบกไ็ ด ้ ๑. พื้นผิว (Texture)


Company Logo ในทำงทัศนศิลป์ รูปแบบเป็ นโครงสร้ำงของวัตถุที่มีควำมกว้ำง ยำว และลึก ที่เป็ นสำมมิติหรือมีควำมกว้ำงและควำมยำว ซึ่งเป็ นสองมิติในงำนศิลปะ อำจพบรูปแบบที่เป็ นเรขำคณิต รูปแบบธรรมชำติไปจนถึงรูปแบบอิสระ ในขณะที่ ร ู ปแบบทำงดนตร ี เป็ นโครงสร ้ ำงของบทเพลงอำจจะม ี เพ ี ยงท ่ อนเด ี ยวหร ื อ หลำยท ่ อน ร ู ปแบบในทำงดนตร ี ม ี ส ่ วนช ่ วยอยำ ่ งมำกในกำรส ื่อสำรระหวำ ่ ง ผป ู ้ ระพน ั ธ ์ กบ ั ผฟ ู ้ ั ง เรำสำมำรถร ั บร ู ้ ร ู ปแบบทำงดนตร ี ผำ ่ นกำรเปล ี่ยนแปลงท ี่เก ิ ดข ้ึ น ในแต ่ ละช ่ วง เม ื่อทำ นองช ุ ดเก ่ ำจบไปและม ี ทำ นองใหม ่ เก ิ ดข ้ึ นตำมมำแสดงวำ ่ ดนตร ีไดด ้ ำ เน ิ นมำถ ึ งท ่ อนใหม ่ แลว ้ ๒. ร ู ปแบบ (Forms)


Company Logo ส ี เก ิ ดจำกปรำกฎกำรณ ์ ท ี่แสงตกกระทบต ่ อวต ั ถ ุ และสะทอ ้ นส ู ่ นยน์ตำ ั เป็ นองคป์ ระกอบทำงศ ิ ลปะท ี่ม ี ผลทำงจ ิ ตว ิ ทยำต ่ ออำรมณ ์ ควำมร ู ้ส ึ กอยำ ่ งมำก นอกจำกน ้ ี ส ี ท ี่ใชใ้ นงำนศ ิ ลปะยง ั เตม ็ไปดว ้ ยพลง ัในกำรส ื่อควำมหมำยในเชิง สญ ั ลก ั ษณ ์ เช ่ น ส ี แดงใหค ้ วำมร ู ้ส ึ กร ้ อนและม ี ช ี ว ิ ตช ี วำ ส ี เหล ื องส ื่อถ ึ งควำมร ุ ่ งเร ื อง มง ั่คง ั่ในทำงดนตร ี ส ี สน ั ของเส ี ยง (tone color หรือ timbre) เป็ นลักษณะของเสียง ท ี่กำ เน ิ ดจำกแหล ่ งกำ เน ิ ดเส ี ยงท ี่แตกต ่ ำงกน ั แหล ่ งกำ เน ิ ดเส ี ยงดง ั กล ่ ำวเป็ นไดท ้ ้ ง ั เส ี ยงของมน ุ ษยแ ์ ละเคร ื่องดนตร ี ชน ิ ดต ่ ำง ๆ นอกจำกน ้ ี เรำยง ั สำมำรถสร ้ำงสีสันได้ บนเคร ื่องดนตร ี ชน ิ ดเด ี ยวกน ั เช ่ น บำสซ ู น เม ื่อเล ่ นเส ี ยงต่ำ จะม ี เส ี ยงท ี่ค ่ อนขำ ้ งหนก ั แน ่ น แต ่ เม ื่อเล ่ นช ่ วงเส ี ยงท ี่ส ู งข ้ึ นจะม ี เส ี ยงท ี่น ุ ่ มนวลไพเรำะมำก นอกจำกน ้ ี ก ี ตำร ์ ไฟฟ้ ำยง ั ม ี เคร ื่องม ื อท ี่สร ้ ำงเส ี ยงเอฟเฟกตไ์ ดห ้ ลำยแบบ ไม ่ วำ ่ จะเป็ นเส ี ยงแตกพร ่ ำ รุนแรง (distortion) หร ื อเส ี ยงท ี่ม ี ควำมกง ั วำนส ู งแบบคอร ั ส ๓. สี (Color)


๑. การใช้องค์ประกอบในการสร้างสรรค์งานดนตรีและศิลปะแขนงอื่น กำรเปรียบเทียบองค์ประกอบในงำนศิลปะจะมีวิธีกำรเปรียบเทียบ โดยใชอ ้ งคป์ ระกอบและเทคน ิ คต ่ ำง ๆ ซ่ึ งม ี ลก ั ษณะ ดง ั น ้ ี ผู้สร้ำงสรรค์ผลงำนจ ำเป็ นจะต้องรู้จักและเข้ำใจในองค์ประกอบ ท ุ ก ๆ ส ่ วนเป็ นอยำ ่ งด ี เส ี ยก ่ อน วำ ่ ม ี ควำมหมำยและควำมสำ คญ ั อยำงไร ่ เพ ื่อใหก ้ ำรนำ มำประยก ุ ตใ์ ชเ ้ป็ นไปไดอ ้ ยำ ่ งถ ู กตอ ้ งและเก ิ ดประโยชน์มำกที่สุด


๒. เทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานดนตรีและศิลปะแขนงอื่น งำนด้ำนศิลปะทุกแขนง มีควำมจ ำเป็ นมำกที่ต้องใช้ควำมคิดสร้ำงสรรค์ แรงบน ั ดำลใจและจ ิ นตนำกำรเพอ ื่สร ้ ำงสรรคผ ์ ลงำนข ้ึ นมำเพ ื่อถ ่ ำยทอดอำรมณ์ ควำมร ู ้ส ึ กแนวค ิ ด เพ ื่อส ื่อออกมำใหก ้ บ ั ผท ู ้ี่มำชมผลงำนศ ิ ลปะใหไ้ ดซ ้ ำบซ ้ึ งกบ ั ผลงำนผำ ่ นทำงประสำทสม ั ผส ั ของร ่ ำงกำย เทคนิคส ำหรับกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน ศ ิ ลปะน ้ น ั ไม ่ ม ี ขอ ้ จำ กด ั แต ่ อยท ู ่ ี่วำผู้สร้ำงสรรค์ ่ ผลงำนจะจับเอำประเด็น หรือมีแรงบันดำลใจ ในเร ื่องอะไร ท ี่ตอ ้ งกำรแสดงผำ ่ นทำงผลงำน ออกมำและเม ื่อนำ มำผสมผสำนกบ ั องคป์ ระกอบ ของศ ิ ลปะแขนงน ้ น ั ๆ กจ ็ ะทำ ใหผ ้ ลงำนออกมำมี ควำมน ่ ำสนใจแปลกใหม ่ไม ่ เหม ื อนใครและส ื่อถึง ประเดน ็ ของงำนไดอ ้ ยำ ่ งชด ั เจน วงโปงลางสะออน วงดนตรีที่ผสมผสานกับศิลปะพื้นบ้าน


องค์ประกอบ งานดนตรี องค์ประกอบ ดนตรี องค์ประกอบดนตรีมีควำมส ำคัญ ต ่ อบทเพลง เพรำะเป็ นส ิ่งท ี่ท ำให้ บทเพลงมีควำมสมบูรณ์ ไพเรำะ น ่ ำฟั ง อ ี กท ้ ง ั เป็ นส ิ่งท ี่ท ำให้ผู้ฟัง เขำ ้ใจบทเพลงมำกข ้ึ น องคป์ ระกอบทำงศ ิ ลปะเป็ นส ิ่งที่ ใช้ในกำรสร้ำงสรรค์งำนศิลปะ เม ื่อม ี กำรนำ ดนตร ี มำเก ี่ยวข้อง จะทำ ใหเ ้ ก ิ ดกำรสร ้ ำงสรรค ์ ผลงำนดำ ้ นศ ิ ลปะท ี่น ่ ำสนใจ ผง ั สร ุ ปสาระส าคญ ั การเปรียบเทียบ องค์ประกอบใน งานดนตรีและศิลปะ


Click to View FlipBook Version