The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.2 หน่วยที่ 10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.2 หน่วยที่ 10

ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.2 หน่วยที่ 10

เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ (ศ ๓.๒ ม.๒/๑) หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๐ ตัวชี้วัด


ผังสาระการเรียนรู้ ความหมายของ นาฏศิลป์ พื้นเมือง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ วัฒนธรรมและนาฏศิลป์ พื้นเมืองของไทย ๔ ภูมิภาค ที่มาของการแสดง นาฏศิลป์ พื้นเมือง นาฏศิลป์พื้นเมือง


นาฏศิลป์พื้นเมือง หมายถึง ศิลปะการแสดงร่ายรำประกอบดนตรีได้แก่ ระบำ รำ ฟ้อนต่าง ๆ ที่นิยมเล่นกันหรือแสดงกันในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะ สภาพแวดล้อม ความเชื่อ ศาสนา ภาษา อุปนิสัย และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในแต่ละ ท้องถิ่น นาฏศิลป์พื้นเมืองของไทย แบ่งออกเป็น ๔ ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคใต้ การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองเป็นการแสดงที่ แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าและมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน


การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง เป็นการแสดงที่เกิดขึ้นมาจากพิธีกรรม ความเชื่อและ ประเพณีที่คนในอดีตจะประกอบพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา บรรพบุรุษ จึงเกิดการฟ้อนรำ เพื่อ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พึงพอใจ และยังเป็นการแสดงที่เกิดขึ้นจากการละเล่นพื้นเมืองที่คนใน ท้องถิ่นนิยมเล่นกันในงานเทศกาลเพื่อความ สนุกสนาน จึงเกิดการร่ายรำ การแสดงที่ สร้างความบันเทิงให้กับคนในท้องถิ่น ระบำตารีกีปัส เป็นการแสดงพื้นเมืองภาคใต้ ที่มาของภาพ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


๑. นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ ๑.๑ วัฒนธรรมภาคเหนือ ภาคเหนือ เป็นภาคที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย มีคนไทยหลายเชื้อชาติและได้รับอิทธิพล ทางวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศเมียนมาและลาว จึงเรียกวัฒนธรรม ภาคเหนือว่าเป็น วัฒนธรรมไทยล้านนา วัฒนธรรมทางสังคม ชาวเหนือ จะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่และมีนิสัยรักสงบ รักธรรมชาติ เป็นมิตร อ่อนโยน โอบอ้อมอารี จึงได้ชื่อว่า เป็นถิ่นไทยงาม


วัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัย ชาวเหนือมัก จะสร้างบ้านด้วยไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผา และใบตองตึง มีไม้กาแลไขว้เป็นสัญลักษณ์ที่ หน้าจั่ว วัฒนธรรมด้านภาษา ชาวเหนือจะมีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นภาษาท้องถิ่น เรียกว่า ค าเมือง มีลักษณะการใช้ภาษาและการพูดจาที่ไพเราะ อ่อนหวาน เนิบช้า แต่จะมีสำเนียง แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ภาษาเหนือ เช่น ลกัษณะบา ้ นที่อยอู่าศยัของชาวเหน ื อ


ภาษาเหนือ ภาษากลาง กางจ้อง กางร่ม ยะหยัง ท าอะไร เปื้อน เพื่อน


วัฒนธรรมด้านอาหาร เป็นอาหารไทยล้านนา มีหลายประเภท โดยจะรับประทานข้าวเหนียว กับน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง น้ำพริกปู แคบหมู และผักสด นอกจากนั้นยังมีผักกาดจอ ลาบหมู อาหารภาคเหนือ วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย ลักษณะการแต่งกายของชาวเหนือจะแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ แต่ละกลุ่มชน ผู้หญิงมักจะสวมเสื้อคอกลมหรือคอจีนแขนยาว ห่มสไบทับและเกล้าผม ส่วน ผู้ชายสวมเสื้อคอกลมหรือคอจีน สวมกางเกงป้ายหน้า มีผ้าคาดเอว ผ้าพาดบ่า หรือผ้าโพกศีรษะ หรือสวมเสื้อม่อฮ่อม สวมกางเกงสามส่วน มีผ้าคาดเอว เครื่องประดับเป็นเครื่องเงินและทอง


๑.๒ ลักษณะเฉพาะของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมที่ส่งผลให้ลักษณะการ แสดงนาฏศิลป์มีความอ่อนหวาน นุ่มนวล เช่น ฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บ ฟ้อนดาบ ฟ้อนชมเดือน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่มีความฮึกเหิม สนุกสนาน ตื่นเต้น ลักษณะการแต่งกายในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองจะแต่งกายตามวัฒนธรรมของชาวเหนือ อาจมีการดัดแปลงให้สวยงามมากขึ้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการแสดง ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง จะใช้วงดนตรีพื้นบ้าน เช่น วงกลองแอว วงสะล้อ ซอ ซึง ตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ ตีกลองสะบัดชัย จุดประสงค์ของการตีกลองสะบัดชัย คือ ๑. ใช้ตีบอกสัญญาณ เช่น ตีบอกสัญญาณการโจมตีของข้าศึก ตีสัญญาณบอกข่าว ๒. ใช้เป็นมหรสพ


๓. ใช้เป็นเครื่องประโคมฉลองชัยชนะ ๔. ใช้เป็นเครื่องประโคมเพื่อความสนุกสนาน การแสดงตีกลองสะบัดชัย ลักษณะการแสดง จะเป็นการตีกลองสะบัดชัยด้วยลีลาท่าทางโลดโผนต่าง ๆ ซึ่งกลองสะบัดชัย ประกอบด้วย กลองสองหน้าขนาดใหญ่ ๑ ลูก กลองขนาดเล็กหรือเรียกว่า ลูกตุบ ๒-๓ ลูก


การตีกลองจะมีจังหวะในการตี ซึ่งแบ่งลักษณะการตีออกเป็นแบบต่าง ๆ ดังนี้ ตีเรียกคน เช่น มีการประชุมกันก็จะตีเฉพาะกลองใหญ่ โดยตีจากจังหวะช้าและเร่งเร็วขึ้น ตีบอกเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ ไล่ขโมย จะตีเฉพาะกลองใหญ่ มีจังหวะเร่งเร็วติด ๆ กัน ตีบอกวันพระ วันโกน จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ มีฉาบและฆ้องประกอบจังหวะด้วย ตีในงานบุญ จะตีทั้งกลองใหญ่และลูกตุบ มีจังหวะเร่งเร็วเสมอต้นเสมอปลาย โดยมี คนใช้แส้ไม้ไผ่ที่เรียกว่าไม้แสะ ฟาดหน้ากลองให้จังหวะ แต่ไม่มีฉาบและฆ้องประกอบ การตีกลองสะบัดชัยเป็นที่นิยมแพร่หลาย มีการประกวดหรือแข่งขันกันทุกปี มีการคิด ประดิษฐ์ท่าทางใหม่ ๆ มีการแปรขบวน ต่อตัว พ่นไฟ จึงเป็นการแสดงที่เป็นมรดกและเป็น เอกลักษณ์ของภาคเหนือ


๒. นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง ๒.๑ วัฒนธรรมภาคกลาง ภาคกลาง มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย และส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพราะมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน จึงเหมาะแก่การทำเกษตรกรรม และได้ชื่อว่า เป็นอู่ข้าวอู่น้ าของไทย วัฒนธรรมทางสังคม คนในภาคกลางจะมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย รักพวกพ้อง ให้ความช่วยเหลือ และพึ่งพาอาศัยกัน ส่วนใหญ่จะตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ เพราะเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะที่อยู่อาศัยของคนในภาคกลางจะมีใต้ถุนสูงเพื่อป้องกัน น้ำท่วม และใช้เก็บเครื่องมือและผลิตผลทางการเกษตร มีหลังคาทรงจั่ว เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ สะดวกและทำให้ฝนที่ตกลงมาไม่ค้างอยู่บนหลังคา เพื่อให้น้ำฝนระบายไหลลงมาได้รวดเร็ว


วัฒนธรรมด้านภาษา ภาษาในภาคกลางจะมีภาษาพูด และภาษาเขียนที่เป็นภาษากลาง แต่อาจมีลักษณะสำเนียงที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง ราชบุรี นครปฐมจะมีสำเนียงเหน่อ ส่วนกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี จะมีสำเนียงการพูดเป็น ภาษากลางที่ชัดเจน วัฒนธรรมด้านอาหาร อาหารของภาคกลางมีลักษณะ ดังนี้ • อาหารประเภทเครื่องแกงและแกงกะทิ เช่น แกงมัสมั่น แกงส้ม • อาหารที่มีการประดิษฐ์ให้มีความสวยงาม เช่น ลูกชุบ ช่อม่วง จ่ามงกุฎ ข้าวแช่ หรืออาหาร ที่ตกแต่งด้วยการแกะสลักเพื่อความสวยงาม • อาหารที่มีเครื่องเคียง เช่น น้ำพริกลงเรือ มีเครื่องเคียงเป็นผักและหมูหวาน สะเดาน้ำปลาหวาน จะรับประทานกับปลาดุกย่าง อาหารว่างและขนมหวาน เช่น กระทงทอง ขนมสอดไส้ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมชั้น


วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย ในอดีตคนภาคกลางผู้หญิงจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนกระบอก ต่อมาเปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าซิ่น สวมเสื้อแขนกระบอก ผู้ชายนุ่งกางเกงขาสามส่วน สวมเสื้อคอกลม แขนสั้นเน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายเป็นการแต่งกายแบบชาวบ้าน แต่ถ้าเป็นการแต่งกายใน วัฒนธรรมหลวงจะเป็นเครื่องชุดไทยต่าง ๆ เช่น ชุดไทยพระราชนิยม ชุดไทยจักรี เครื่องประดับ ที่สวยงาม ซึ่งใช้ในงานต่าง ๆ ๒.๒ ลักษณะเฉพาะของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง ลักษณะของการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลางจะมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคน ในภาค สะท้อนถึงการประกอบอาชีพ มีความเรียบง่าย เน้นความสนุกสนาน บันเทิง เพื่อผ่อนคลายหลังจากการทำงานเสร็จ บางการแสดงมีดนตรีประกอบ เช่น รำเถิดเทิง ระบำ ชาวนา และบางการแสดงเป็นการขับร้อง หรือเรียกว่า ด้นสด


ตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง ระบ าชาวนา ระบ าชาวนา เป็นการแสดงที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนภาคกลาง ทำนองเพลงระบำชาวนาแต่งโดย อาจารย์มนตรี ตราโมท และท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้ออกแบบท่ารำ ลักษณะการแสดง ผู้แสดงจะแสดงท่ารำประกอบทำนองเพลง ไม่มีบทขับร้อง มีจังหวะ สนุกสนาน และมีอุปกรณ์ประกอบการแสดงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำนา เช่น เมล็ดข้าว เคียวเกี่ยวข้าวรวงข้าว กระด้ง เป็นการร่ายรำท่าทางการทำนาตั้งแต่หว่านข้าว ไถนา เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว การแต่งกายจะเป็นชุดพื้นบ้านที่เรียบง่ายคือ ผู้หญิงจะสวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งโจงกระเบนสีดำ ผู้ชายสวมเสื้อม่อฮ่อม นุ่งกางเกงสามส่วน ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง เช่น กลองยาว โทน ฉิ่ง ฉาบ กรับ


๓. นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ๓.๑ วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง มีเทือกเขา และมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงเป็นภาคที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณี ซึ่งสิ่ง เหล่านี้บ่งบอกถึงความเชื่อ ค่านิยม และการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมทางสังคม ชาวอีสานจะมีวิถีชีวิตที่ เรียบง่าย มีความเป็นกันเอง ใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ อยู่ง่าย กินง่าย มีน้ำใจ ชาวอีสานจะมีความเชื่อ เกี่ยวกับเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงทำให้เกิด ประเพณีต่าง ๆ มากมาย เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีแห่นางแมว ประเพณีบุญบั้งไฟ


วัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัย คนในภาคอีสานจะสร้าง บ้านเรือนด้วยการฝังเสา เป็นบ้านเรือนไม้ไม่นิยม เจาะช่องหน้าต่าง มีประตูช่องออกทางด้านหน้าเรือน ไว้ป้องกันลม เพราะในฤดูหนาวมีลมพัดแรง หลังคา เป็นทรงจั่วเหมือนเรือนไทยภาคกลาง ลกัษณะที่อยอู่าศยัของ คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัฒนธรรมด้านภาษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีลักษณะสำเนียงที่แตกต่างกันไป หรือ เรียกว่า ภาษาถิ่นอีสาน ในวัฒนธรรมกลุ่มอีสานเหนือและกลางจะมีสำเนียงลาว กลุ่ม วัฒนธรรมอีสานใต้จะมีสำเนียงเขมร กลุ่มวัฒนธรรมโคราชจะมีสำเนียงโคราช แต่ลักษณะของ คำและความหมายจะคล้ายกัน สามารถเข้าใจกันได้ทั่วทั้งภาค เช่น


ภาษากลาง ขี้ตั๋ว โกหก พอกะเทิน ไม่มากไม่น้อย สะเดิด สะดุ้ง ภาษาถิ่นอีสาน


วัฒนธรรมด้านอาหาร อาหารอีสาน เป็นอาหารที่รู้จักและนิยมทั่วไป เป็นสิ่งที่สะท้อนถึง วัฒนธรรมวิถีชีวิตของชาวอีสานที่มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย กินง่าย โดยหาสิ่งของในท้องถิ่นมา ดัดแปลงปรุงเป็นอาหาร อาหารอีสานจะมีรสชาติเผ็ด เค็ม และเปรี้ยว และเครื่องปรุงที่ขาด ไม่ได้เลย คือ ปลาร้า และจะรับประทานข้าวเหนียวเป็นส่วนใหญ่ อาหารอีสาน เช่น ลาบ ก้อย ส้มตำ อ่อม หมก หม่ำ ซุบหน่อไม้ อาหารอีสาน


วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมทอผ้าเป็นกิจกรรมยามว่าง หลังจากฤดูทำนา การแต่งกายจึงใช้ผ้าที่มีลวดลายสวยงาม ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่นที่มีลายสวยงาม ยาวคลุมเข่า สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ ผมเกล้ามวย สวมเครื่องประดับเงิน ผู้ชายจะนุ่ง กางเกงขาก๊วย สวมเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอวหรือพาดบ่า ลักษณะการแต่งกายจะ แตกต่างกันไปตามโอกาส และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีผ้าที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จัก คือ ผ้าไหม ซึ่งเป็นผ้าที่มีความสวยงามเพราะคน ในภาคนี้ประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จึงมีการทอผ้าไหมลวดลายต่าง ๆ ผ้าไหม เป็ นผ้าที่มีความสวยงาม เป็ นเอกลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


๓.๒ ลักษณะเฉพาะของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ลักษณะการแสดงนาฏศิลป์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะแบ่งออกเป็นกลุ่มวัฒนธรรม คือ กลุ่มอีสานเหนือ กลุ่มอีสานใต้ และกลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราช ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันดังนี้ กลุ่มอีสานเหนือ จะได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากประเทศลาว ซึ่งได้แก่ เซิ้ง ฟ้อน และลำ เช่น เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งโปงลาง เซิ้งแหย่ไข่มดแดง ฟ้อนภูไท เซิ้งสวิง เซิ้งกะหยัง เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง เช่น แคน พิณ ซอ โปงลาง โหวด ฉิ่ง ฉาบ กรับ กลุ่มอีสานใต้ ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งได้แก่ เรือม เช่น เรือมลูดอันเร (รำกระทบสาก) รำกระโน็บติงต็อง (รำตั๊กแตนตำข้าว) เครื่องดนตรีที่ใช้ ประกอบการแสดง เช่น กลองกันตรึม ปี่สไล รำมะนา พิณ


กลุ่มอีสานเฉพาะเมืองโคราช เป็นกลุ่มวัฒนธรรมเฉพาะในเขตจังหวัดนครราชสีมามีลักษณะ การแสดงที่โดดเด่น คือ การเล่นเพลงโคราช ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการละเล่นประเภทเพลงฉ่อย ลำตัดของภาคกลาง มีความสนุกสนาน เป็นการใช้ปฏิภาณไหวพริบของผู้ขับร้อง ตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) เซิ้งแหย่ไข่มดแดง ลักษณะการแสดง เริ่มตั้งแต่เดินออกจากบ้านฝ่ายหญิงจะถือคุใส่น้ำและเศษผ้าเหน็บไว้ที่ เอว ฝ่ายชายถือไม้ยาวผูกตะกร้าที่ปลายไม้สำหรับแหย่รังมดแดง และเริ่มมองหารังมดแดง จากนั้นเป็นท่าแหย่มดแดงได้เทลงในคุใส่น้ำ นำผ้ากวนมดแดง เพื่อแยกตัวมดแดงออกจาก ไข่มดแดง เทน้ำออกจากคุ สุดท้ายเป็นท่าเก็บอุปกรณ์และเดินทางกลับบ้าน


เซิ้งแหย่ไข่มดแดง ที่มา :http://www.isan.clubs.chula.ac.th/ folkdance/?transaction=kalsin08.php เครื่องแต่งกาย ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อคอกลมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว และ โพกศีรษะ ฝ่ายหญิงนุ่งผ้าซิ่นสั้นแค่เข่า สวมเสื้อ แขนกระบอกคอกลม ห่มสไบ ผมเกล้ามวย ติดดอกไม้ สวมเครื่องประดับเงิน ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง คือ วงโปงลาง พื้นเมือง ใช้เพลงลายสุดสะแนน ลายเซิ้งบั้งไฟ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ คุใส่น้ำ ตะกร้าผูกปลายไม้ยาว ผ้าสำหรับกวนมดแดง


๔. นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ๔.๑ วัฒนธรรมภาคใต้ ภาคใต้มีลักษณะภูมิประเทศติดกับชายฝั่งทะเล ประชากรในภูมิภาคส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ประมง และทำสวนยางพารา เป็นภูมิภาคที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรม มาจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศมาเลเซีย ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม วัฒนธรรมทางสังคม ชาวใต้จะมีวิถีชีวิตที่ เรียบง่าย รักเพื่อนพ้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เข้มแข็ง ห้าวหาญ มีความอดทน ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพประมง และทำสวนยางพารา การท าสวนยางพารา


วัฒนธรรมด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะที่อยู่อาศัยของชาวใต้จะเป็นบ้านหรือเรือน ซึ่งชาวใต้จะ เรียกว่า เริน มี ๒ ลักษณะ คือ เรือนเครื่องผูกและเรือนเครื่องสับ • เรือนเครื่องผูก คือ เรือนที่นำวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยืนต้นขนาดเล็กมาประกอบ กันเป็นตัวเรือน โดยการผูกยึดด้วยเชือก หรือเถาวัลย์ แต่ไม่คงทนถาวร สามารถ ซ่อมแซมได้ง่าย • เรือนเครื่องสับ คือ เรือนที่ตกแต่ง ด้วยไม้เหลี่ยม ที่ใช้ขวานตกแต่ง จึงเรียก เรือนเครื่องสับ มีใต้ถุนสูงเพื่อป้องกัน น้ำท่วม และมีช่องระบายลม เรือนเครื่องสับ เร ื อนเคร ื่องผูก


ภาษากลาง วัฒนธรรมด้านภาษา ภาษาใต้หรือเรียกอีกอย่างว่าภาษาปักษ์ใต้ ในแต่ละจังหวัดจะมีสำเนียงที่ แตกต่างกันไป และบางจังหวัดจะมีการใช้ภาษายาวีด้วย เช่น จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา ภาษาใต้ หรอยจังหู อร่อยมาก หวิบอย่างแรง โกรธมาก พันพรือ อย่างไร


อาหารภาคใต้ วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย การแต่งกายของชาวใต้ ผู้หญิงนิยมนุ่งผ้าซิ่นยาวคลุมถึงข้อเท้า มีลวดลาย เรียกว่า ผ้าบาติกหรือปาเต๊ะ สวมเสื้อรัดรูปปล่อยชาย ผู้ชายจะนิยมนุ่งโสร่ง สวมเสื้อปล่อยชาย วัฒนธรรมด้านอาหาร ภาคใต้ เป็นภาคที่มีพื้นที่ติด ชายฝั่งทะเล ประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ ทำให้อาหารของชาวใต้เป็นอาหารทะเลที่มีรสจัด และมีกลิ่นเครื่องเทศ โดยเฉพาะขมิ้นเพราะช่วยดับ กลิ่นคาวของอาหารทะเลได้ดี อาหารปักษ์ใต้จึงมีสี ออกเป็นสีเหลือง ๆ เช่น แกงไตปลา แกงเหลือง


๔.๒ ลักษณะเฉพาะของนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ จะแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ของชาวใต้ เช่น ระบำร่อนแร่ ระบำกรีดยาง ลักษณะการแสดงจะมีจังหวะ และทำนองที่คึกคัก สนุกสนาน บางการแสดงอาจผสมผสานกับวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย เข้าไปด้วย การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้แบ่งออกตามลักษณะพื้นที่ ดังนี้ • ภาคใต้ตอนบน เช่น โนรา เพลงบอก เพลงเรือ • ภาคใต้บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เช่น โนรา กาหลอ โต๊ะครึม • ภาคใต้บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น รองเง็ง • ภาคใต้ตอนล่าง เช่น ลิเกฮูลู กรือโต๊ะ ชีละ ซึ่งการแสดงแต่ละการแสดงจะมีลักษณะรูปแบบการแสดงที่แตกต่างกันไป ใช้แสดงในงาน รื่นเริง หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ สร้างความสุข สนุกสนานให้กับคนในท้องถิ่น


ระบ าปาเต๊ะ ตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ระบ าปาเต๊ะ ลักษณะการแสดง เป็นการแสดง ขั้นตอนการทำผ้าปาเต๊ะ โดยนำขั้นตอน การทำมาผสมผสานเป็นท่ารำโดยเริ่มจาก ท่าแบกภาชนะใส่เทียนไปเคี่ยวบนไฟร้อน ท่าถือกรอบไม้ออกมาขึงผ้าเพื่อเขียน ลวดลาย ท่าย้อมผ้า ท่านำผ้าที่ย้อมมาตาก และท้ายการแสดงทุกกลุ่มก็จะออกมา ร่ายรำ


ผังสรุปสาระส าคัญ


Click to View FlipBook Version