ท่าที่ ๒๓ ว ิ่งเหยาะเขา ้ เวท ี ร ู ปแถวเฉ ี ยง ท่าที่ ๒๒ ว ิ่งเหยาะร ู ปแถวหนา ้ กระดาน
ร าวงมาตรฐาน ร าวงเป็ นการละเล ่ นพ ้ ื นเม ื องท ี่คนไทยทางภาคกลางน ิ ยมเล ่ นกนมาก ั ในช ่ วงสงครามโลกคร ้ ั งท ี่๒ (พ.ศ. ๒๔๘๔ - พ.ศ. ๒๔๘๕) เร ี ยกกน ั วา ่ ร าโทน เพราะใช้โทน เป็ นเคร ื่องดนตร ี สา คญ ั ท ี่ใชป้ ระกอบการเล ่ น เคร ื่องดนตรีที่ใช้ ประกอบการเล ่ นร าโทนอ ี ก ๒ อยา ่ งค ื อ ฉิ่งและกรับ ส ิ่งท ี่ทา ใหก ้ ารเล ่ นร าโทนม ี ความสนุกสนานคึกคักมาก คือ จังหวะของโทน เพลงท ี่น ิ ยมร ้ องในสมย ั น ้ นจะ ั เล ื อกเพลงท ี่ม ี จง ั หวะสน ุ กค ึ กคก ั ท ่ าร ากร ็ าตามความสน ุ กสนานคร ้ ืนเครงให้ เขา ้ กบ ั จง ั หวะร าร ่ วมวงกน ัไดท ้ ุ กคนไม ่ วา ่ เดก ็ หร ื อผใ ู ้ หญ ่
พ.ศ. ๒๔๘๗ กรมศ ิ ลปากรไดน ้ า ร าโทนท ี่ชาวบา ้ นน ิ ยมเล ่ นกน ั มา ปร ั บปร ุ งบทร ้ องและท ่ าร าข ้ึ น เพ ื่อใหเ ้ป็ นแบบฉบบ ั ตามหลก ั นาฏศิลป์ ไทย โดยปร ั บปร ุ งท ่ าร าตามบทเพลงท ี่แต ่ งข ้ึ นใหม ่ จา นวน ๑๐ เพลง ได้แก ่ ๑. เพลงงามแสงเดือน ท ่ าร า สอดสร้อยมาลา ๒. เพลงชาวไทย ท ่ าร า ชักแป้งผัดหน้า ๓. เพลงร าซิมาร า ท ่ าร า ร าส ่ าย ๔. เพลงค ื นเด ื อนหงาย ท ่ าร า สอดสร้อยมาลาแปลง ๕. เพลงดวงจน ั ทร ์ วน ั เพญ ็ ท ่ าร า แขกเตา ้ เขา ้ ร ั งและผาลาเพ ี ยงไหล ่
๖. เพลงดอกไม้ของชาติ ท ่ าร า ร ายว ั่ ๗. เพลงหญิงไทยใจงาม ท ่ าร า พรหมสี่หน้า และยูงฟ้อนหาง ๘. เพลงดวงจน ั ทร ์ ขวญ ั ฟ้ า ท ่ าร า ช้างประสานงา และจันทร์ทรงกลดแปลง ๙. เพลงยอดชายใจหาญ ท ่ าร า ชะน ี ร ่ ายไม ้ และจ ่ อเพล ิ งกาฬ ๑๐. เพลงบูชานักรบ ท ่ าร า ขัดจางนาง และจันทร์ทรงกลด (เที่ยวที่หนึ่ง) ล ่ อแกว ้ และขอแกว ้ (เที่ยวที่สอง)
การแสดงร าวงมาตรฐาน เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ค าร้อง : ท่านผหู้ ญิงละเอ ี ยด พิบูลสงคราม ท านอง :ครูเอ ้ ื อ สุนทรสนาน ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่ จันทร์ประจ าราตรี แต ่ ขวญ ั พ ี่ประจา ใจ ที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตย ถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอย
ท่าร าช้างประสานงา อธ ิ บายท ่ าร า: ม ื อท ้ ง ั สองขา ้ งจ ี บคว่า แลวพลิกกลับ ้ เป็ นจีบหงาย แขนเหยียดตึงไปข้างหน้า ท่าร าจันทร์ทรงกลดแปลง อธ ิ บายท ่ าร า: มว ้ นม ื อจ ี บจากท ่ าร าชา ้ งประสานงาลง เป็ นต ้ ง ั วงดา ้ นหนา ้ปลายน ิ ้ วช ้ ี ข ้ึ น งอขอศอกเล็กน้อย ้ การกา ้ วเทา ้ใหก ้ า ้ วตามจง ั หวะโดยกา ้ วเทา ้ ขวา กา ้ วเทา ้ ซา ้ ยเทา ้ ขวาวางหลง ั กา ้ วเทา ้ ซา ้ ยกา ้วเท้าขวา เท้าซ้ายวางหลังจนจบเพลง
เพลงยอดชายใจหาญ ค าร้อง : ท่านผหู้ ญิงละเอ ี ยด พิบูลสงคราม ท านอง :ครูเอ ้ ื อ สุนทรสนาน โอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี นอ ้ งขอร ่ วมช ี ว ี กอบกรณ ี ยก ์ิ จชาต ิ แม้สุดยากล าเค็ญ ไม ่ ขอเวน ้ เด ิ นตาม น้องจักสู้พยายาม ท าเต็มความสามารถ
ท่าร าชะนีร่ายไม้ และท่าจ่อเพลิงกาฬ อธ ิ บายท ่ าร า: ฝ่ ายหญิง ท ่ าร าชะน ี ร ่ ายไม ้ เร ิ่มตน ้ ม ื อซา ้ ยต ้ ง ั วงบน ม ื อขวาแบหงายแลว ้ เปล ี่ยนม ื อขวาต ้ ง ั วงบน ม ื อซา ้ ยแบหงาย สลบ ั กน ัไป ขณะเด ิ นใหร ้ าส ่ ายม ื อท ี่หงายไปดว ้ ยจนจบเพลง ฝ่ ายชาย ท ่ าร าจ ่ อเพล ิ งกาฬ ม ื อซา ้ ยต ้ ง ั วงบน ม ื อขวา จีบหงายระดับวงกลาง งอข้อศอกเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนกลับ เป็ นม ื อขวาต ้ ง ั วงบน ม ื อซา ้ ยจ ี บหงาย สลบ ั กน ัไปจนจบเพลง และกา ้ วเทา ้ไปตามจง ั หวะเพลง
การแสดงนาฏศ ิ ลป์ไทย นาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องและนาฏศ ิ ลป์ สากล ๑. การแสดงนาฏศ ิ ลป์ไทย นาฏศิลป์ ไทยเป็ นศิลปะการแสดงที่สร้างความเพลิดเพลิน สน ุ กสนาน นาฏศ ิ ลป์ เป็ นศ ิ ลปะท ี่เก ิ ดข ้ึ นจากการเล ี ยนแบบก ิ ร ิ ยาท ่ าทาง ของคนและสต ั ว ์ ม ี จ ุ ดม ุ ่ งหมายคลา ้ ยกบ ั อารยธรรมของอ ิ นเด ี ยค ื อ เป็ นการละเล ่ นเพ ื่อความผอ ่ นคลายและการบ ู ชาส ิ่งศก ั ด ์ ิ ส ิ ทธ ์ ิ การแสดง นาฏศิลป์ จะต้องประกอบด้วย การฟ้อนร า ดนตรี และการขับร้อง น ามา ผสมผสานจนเก ิ ดเป็ นการแสดงนาฏศ ิ ลป์ ท ี่สวยงาม การแสดงนาฏศ ิ ลป์ไทย แบ ่ งออกเป็ น โขน ละคร ร าและระบา และการแสดงพ ้ ื นเม ื อง ซ่ึ งม ี ร ู ปแบบ การแสดงท ี่แตกต ่ างกน ั ออกไป ดง ั น ้ ี
๑.๑ โขน โขนเป็ นการแสดงนาฏศ ิ ลป์ ช ้ น ั ส ู งผเ ู ้ ล ่ น จะต้องสวมศีรษะโขน ซึ่งเป็ นเอกลักษณ์ของ การแสดงโขน ม ี ล ี ลา ท ่ าร าท ่ าเตน ้ ประกอบบทพากย์ เจรจาและขบ ั ร ้ องการแต ่ งกายม ี ความสวยงาม เป็ นการแสดงที่มีแบบแผน เรื่องที่นิยมแสดง ค ื อเร ื่องรามเก ี ยรต ์ ิ ๑.๒ ละคร ละครเป็ นศ ิ ลปะการแสดงท ี่ถ ่ ายทอดออกมาเป็ นเร ื่องราว ม ี ล ี ลาท ่ าร าเขา ้ กบ ั เน ้ ื อร ้ อง บทร ้ อง ทา นองเพลงโดยจะใชว ้งปี่ พาทย์ ในการบรรเลง ม ี ท ้ ง ั ละครชาวบา ้ นและละครหลวง เร ื่องท ี่นา มาแสดง เช ่ น สง ั ขท ์ องอ ุ ณร ุ ท การแสดงโขนเร ื่องรามเก ี ยรต ์ิตอน จองถนน ที่มา: www.daily.bangkokbiznews.com/gallery 20111207
๑.๓ ร าและระบ า ร าและระบ าเป็ นการแสดงประกอบดนตรีและ บทขบ ั ร ้ อง ไม ่ เล ่ นเป็ นเร ื่องราวเนน ้ ท ่ าร าท ี่สวยงาม และพร้อมเพรียง ร ามีผู้แสดง ๑-๒ คน แบ ่ งเป็ น ร าเด ี่ยวและร าค ู ่ ร าเด ี่ยวเช ่ น ร าฉ ุ ยฉายร ามโนราห ์ บ ู ชายญ ั ร าค ู ่ เช ่ น หน ุ มานจบ ั นางเบญกาย ร าอวยพรระบ าม ี ผแ ู ้สดงต ้ ง ั แต ่ ๒ คนข ้ึ นไป เช ่ น ระบา มฤคระเร ิ ง ระบ าดาวดึงส์ ๑.๔ การแสดงพื้นเมือง การแสดงพ ้ ื นเม ื องเป็ นการแสดงท ี่เป็ นเอกลก ั ษณ ์ ของทอ ้ งถ ิ่น เก ิ ดจาก ภ ู ม ิปั ญญาของคนในทอ ้ งถ ิ่น เช ่ น ระบา เกบ ็ ใบชา ฟ้ อนเลบ ็ ร าส ี นวล ม ี ข ้ึ นเพ ื่อ จ ุ ดประสงคท ์ ี่แตกต ่ างกน ัไป เช ่ น ม ี การแสดงข ้ึ นเพ ื่อบ ู ชาส ิ่งศก ั ด ์ ิ ส ิ ทธ ์ ิ เพ ื่อความ สน ุ กสนาน เพ ื่อผอ ่ นคลายความเหน ็ ดเหน ื่อย ร าอวยพร
๒. การแสดงนาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องแต ่ ละภ ู ม ิ ภาคของไทย ชาติไทยมีเอกลักษณ์ประจ าชาติอันเป็ นศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณ ี อน ั ด ี งามท ้ ง ั ดา ้ นภาษาการแต ่ งกายว ิ ถ ี ช ี ว ิ ต ส ิ่งก ่ อสร ้ างโบราณสถาน โบราณวต ั ถ ุ รวมถ ึ งการละเล ่ นและการแสดงดนตร ี-นาฏศิลป์ โดยเฉพาะนาฏศิลป์ พื้นเมืองของไทย ซ่ึ งหมายถ ึ งศ ิ ลปะการละเล ่ น หร ื อการแสดงระบา ร า ฟ้ อน ประกอบดนตร ี ท ี่เป็ นเอกลก ั ษณ ์ เฉพาะในทอ ้ งถ ิ่นน ้ น ั ๆ อน ั เก ิ ดจากภ ูมิปัญญา ผสมผสานกบ ั ความสามารถความค ิ ดร ิ เร ิ่มสร ้ างสรรค ์ ว ิ ถ ี ช ี ว ิ ต ขนบธรรมเนียม ประเพณ ีในทอ ้ งถ ิ่น รวมเขา ้ ดว ้ ยกน ัไม ่ วา ่ จะเป็ นล ี ลาท ่ าร าการแต ่ งกาย ดนตรี และอ ุ ปกรณ ์ การแสดงโดยม ุ ่ งแสดงเพ ื่อความสน ุ กสนาน ร ื่นเร ิ ง พก ั ผอ ่ นหยอ ่ นใจ และความสามค ั ค ีในหม ู ่ คณะ
การแสดงนาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องตามลก ั ษณะภ ู ม ิประเทศ วฒ ั นธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวิถีชีวิตแบ่งเป็ น ๔ ภ ู ม ิ ภาค ดง ันี้ ๑. นาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องของภาคเหน ื อ จากสภาพแวดลอ ้ มและสภาพความเป็ นอยท ู ่ ี่เตม ็ไปดว ้ ยท ุ ่ งหญ้าและ ภ ู เขาน ้ น ั ทา ใหอ ้ ากาศเยน ็ สบายผค ู ้ นท ี่อาศย ั อยใ ู ่ นภาคเหน ื อม ี ก ิ ร ิ ยาท ่ าทางท ี่ น ุ ่ มนวลอ ่ อนหวาน จ ึ งทา ใหศ้ิ ลปะการแสดงม ี ความน ุ ่ มนวลอ ่ อนชอยสวยงาม ้
๑.๑ ฟ้อนบายศรี เป็ นนาฏศิลป์ ที่แสดงให้เห็นถึงการต้อนรับและการรับขวัญด้วย การฟ้ อนในพ ิ ธ ี บายศร ี ส ู ่ ขวญ ั ซ่ึ งจะม ี การทา บายศร ี ท ี่ประดบด้วยดอกไม้ ั และเคร ื่องหอมอยา ่ งสวยงาม ม ี การผก ู ดา ้ ยสายส ิ ญจนท ์ ี่ขอ ้ ม ื อ หลง ั จากน ้ น ั กจ ็ ะทา การเช ิ ญขวญ ั และฟ้ อนบายศร ีโดยท ่ าร าจะเป็ นท ่ าร าของชาวเหนือ ต ่ อมากไ็ ดม ้ี ว ิ วฒ ั นาการดด ั แปลงโดยม ี การผสมท ่ าร าของภาคกลางด้วย แต ่ ยง ั คงความน ุ ่ มนวลอ ่ อนชอ ้ ยการแต ่ งกายจะน ุ ่ งผา ้ ท ี่ม ี เชง ิ ท ี่ชายของผา ้ น ุ ่ ง เส ้ ื อแขนกระบอกยาวจรดขอ ้ ม ื อ ม ี ผา ้ แพรคาดไขวท ้ี่เส ้ ื อยาวจรดเข ่ า ผมเกลา ้ส ู งทด ั ดอกไมแ ้ ละอ ุ บะการฟ้ อนบายศร ี จะใชใ้ นงานมงคลเทา ่ น ้ น ั
๑.๒ ฟ้อนเล็บ ผฟ ู ้ ้ อนเลบ ็ จะตอ ้ งสวมเลบ ็ ยาวท ี่ทา ข ้ึ นจากกระดาษหร ื อวสดุอื่น ั การฟ้ อนเลบ ็ จะแตกต ่ างกน ั ออกไปตามแต ่ ละทอ ้ งถ ิ่น เช ่ น การฟ้ อนเลบของ ็ เช ี ยงใหม ่ การฟ้ อนเลบ ็ ของน ่ าน การแต ่ งกายจะน ุ ่ งผา ้ ม ี เช ิ งท ี่ชายผา ้ น ุ ่ ง สวมเส ้ ื อแขนกระบอกม ี สไบเลก ็ พน ั ทบ ั ปล ่ อยชายเส ้ ื อนอกผา ้ น ุ ่ งผมเกล้าเป็ น มวยต ิ ดดอกไมแ ้ ละหอ ้ ยอ ุ บะ น ิ ้ วม ื อท ุ กน ิ ้ วจะสวมเลบ ็ ยาวยกเวน ้ น ิ ้ วหว ั แม ่ ม ื อ มก ั จะใชแ ้สดงในโอกาสตอ ้ นร ั บแขกต ่ างเม ื อง หร ื อในเทศกาลสงกรานต ์ การฟ้อนเล็บภาคเหนือ
๒. นาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องของภาคกลาง เป็ นการแสดงนาฏศ ิ ลป์ ท ี่ถ ่ ายทอดใหเ ้ ห ็ นถ ึ ง วฒ ั นธรรม ประเพณ ี และอ ุ ปน ิ สย ั ของชาวภาคกลางท ี่น ิ ยมเล ่ นสน ุ กสนานร ื่นเร ิ งกน ั ๒.๑ ร ากลองยาวหรือร าเถิดเทิง ม ี ผส ู ้ น ั น ิ ษฐานวา ่ เป็ นการละเล ่ นของทหารพม ่ าท ี่เขา ้ มาทา สงครามกบ ั ไทยเม ื่อชาวไทยเห ็ นวา ่ เป็ นการละเล ่ นท ี่สน ุ กสนานและเล ่ นไดง ้่ ายจ ึ งแพร ่ หลาย การร ากลองยาวหร ื อร าเถ ิ ดเท ิ งเป็ นการแสดงท ี่ม ี ผร ู ้่ ายร าไปตามจงหวะกลองยาว ั น ิ ยมแสดงในงานสงกรานต ์ แห ่ นาคแห ่ พระแห ่ กฐ ิ น ต ่ อมากรมศ ิ ลปากรได ้ นา มาปร ั บปร ุ งและประด ิ ษฐท ์ ่ าร าใหส้ อดคลอ ้ งกลมกล ื นกน ั ผแ ู ้สดงจะแต ่ งกาย แบบไทยแต ่ ผช ู ้ ายยง ั ม ี ผา ้โพกศ ี รษะตามแบบชาวพม ่ าอย ู ่ เคร ื่องดนตรีที่ใช้ ประกอบการเล ่ นกม ็ี กลองยาว ฉ ิ่ง ฉาบ กร ั บ โหม ่ ง ร ากลองยาวหรือร าเถิดเทิง
๒.๒ ร าสีนวล เป็ นการแสดงท ี่ถ ่ ายทอดใหเ ้ ห ็ นถ ึ งท ่ วงท ่ าการร ่ ายร า ท ี่เป็ นนาฏศ ิ ลป์ พ ้ ื นเม ื องของไทยแสดงใหเ ้ ห ็ นถ ึ งความร ื่นเริง และ เป็ นการชก ั ชวนกน ั มาร ่ ายร าอยา ่ งสน ุ กสนาน เร ิ่มตน ้ การแสดงด้วย การขบ ั ร ้ องเพลงส ี นวล ซ่ึ งม ี ความหมายเก ี่ยวกบ ั บรรยากาศและ แสงสวา ่ งในตอนเชา ้ ท ี่ม ี ลก ั ษณะเป็ นส ี เหล ื องนวล ทา ใหคิดถึง ้ บรรยากาศท ี่สดช ื่น ผแ ู ้สดงกจ ็ ะแสดงท ่ วงท ่ าการร ่ ายร าท ี่ สื่อความหมายไปตามบทเพลง
๓. นาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องของภาคตะวน ั ออกเฉ ี ยงเหน ื อ เป็ นภาคท ี่ม ีประเพณ ี ท ี่เนน ้ ความสน ุ กสนานร ื่นเร ิ ง เช ่ น งานบ ุญบ ้ ง ัไฟ งานแห ่ นางแมวศ ิ ลปะการแสดงจ ึ งม ี ลก ั ษณะท ี่สน ุ กสนาน ๓.๑ เซิ้งบั้งไฟ เป็ นประเพณ ี ส ื บทอดมาจากการจ ุ ดบ ้ ง ัไฟ เพ ื่อบ ู ชาพระยาแถนบน สรวงสวรรคใ์ หช ้่ วยบน ั ดาลใหฝ้ นตกตามฤด ู กาลและส ื บเน ื่องมาจนกระทง ั่ถ ึ ง ปั จจ ุ บน ั การฟ้ อนร าและท ่ าร าต ่ าง ๆ จะไม ่ ม ี แบบแผนตายตว ั แต ่ จะเป็ นเพียง การยกม ื อร ่ ายร าไปตามจง ั หวะการร าเซ ิ ้ งบ ้ ง ัไฟ การร าเซิ้งบั้งไฟ ที่มา: www.weekendhobby.com/campwebboard question.aspid=6656
๓.๒ หมอล า หมอล ากลอน แบ ่ งไดเ ้ป็ น ๒ ชน ิ ด ไดแ ้ ก ่ หมอลา ช ิ งช ้ ู และหมอลา ประชันกัน แบ ่ งเป็ น หมอลา กลอนและหมอลา หม ู ่ หมอลา หม ่ ูมีผู้แสดงหลายคน นิยมแสดงเป็ นเรื่องราวโดยน าเอานิทานพ ้ ื นเม ื อง มาทา บทใหม ่ - หมอลา ช ิ งช ้ ูจะมีผู้แสดงเป็ นผู้หญิง ๑ คน และผู้แสดงชาย ๒-๓ คน สมม ุ ต ิ บทบาทของตนเองใหเ ้ป็ นพอ ่ คา ้ ขา ้ ราชการ ชาวนาโดยใหผ ้หญิง ู ้ เป็ นผู้เลือก ผู้แสดงชาย ๒-๓ คน จะต้องโต้คารมบอกความดีของตนเอง - หมอล าประชันกัน แบ ่ งเป็ นค ู ่ ชายหญ ิ งแสดงท ี ละหลายคนแลว ้ปะทะ คารมกน ั ส ่ วนใหญ ่ จะเป็ นเร ื่องของน ิ ทาน
๔. นาฏศ ิ ลป์ พ ื น ้ เม ื องของภาคใต ้ นาฏศ ิ ลป์ พ ้ ื นเม ื องของภาคใตน ้ บ ั เป็ นเอกลก ั ษณ ์ การแสดงพ ้ ืนบ้านที่ โดดเด ่ นเพราะชาวใตม ้ี ภาษาทอ ้ งถ ิ่น ประเพณ ี และวฒ ั นธรรมการแต ่ งกายและ การแสดงท ี่ผสมผสานกบ ั เพ ื่อนบา ้ นชาวมลาย ู ดง ั น ้ น ั นาฏศ ิ ลป์ พ ้ ืนเมืองของ ชาวใตจ ้ึ งม ี ท ้ ง ั ความสวยงามท ี่เป็ นทอ ้ งถ ิ่นและการผสมผสานวฒ ั นธรรม ๔.๑ ร าโนรา เป็ นการแสดงนาฏศ ิ ลป์ พ ้ ื นเม ื องของชาวไทยในภาคใตท ้ี่ถ ่ ายทอด ต ่ อกน ั มา ท ้ ง ั น ้ ี การร าโนราม ี ท ่ าร าซ่ึ งเช ื่อวา ่ ไดม ้ าจากความประทบ ัใจต ่ อ ธรรมชาต ิ ผร ู ้่ ายร าจะตอ ้ งม ี ความสามารถในการทรงตว ั การทอดแขน ต ้ งวง ั หร ื อล ี ลาการใชช ้่ วงขาในร ู ปแบบต ่ าง ๆ
การแต ่ งกายของโนราจะใชล ้ ู กปั ดประดบ ั ประดาหอ ้ ยร ้ อยเป็ นพ ้ ื น ทา ใหม ้ี ความสวยงามคลา ้ ยกบ ั ขนนก ท ี่ศ ี รษะจะสวม เทริด (อ่านว่า เซิด) การแต ่ งกายของโนราน ้ น ั จะตอ ้ งผา ่ นพ ิ ธ ีไหวค ้ ร ู โดยจะตอ ้ งนา เทร ิ ดและ เคร ื่องแต ่ งกายช ิ ้ นอ ื่น ๆ ต ้ ง ั บ ู ชาไวบ ้ นห ิ ้ ง เม ื่อสวมใส ่ เคร ื่องแต ่ งกาย จะตอ ้ งใชค ้ าถากา กบ ั โดยเฉพาะการสวมเทร ิ ดน ้ น ั จะตอ ้ งใช ้ ผา ้ ยน ั ตส ์ี ขาวโพกศ ี รษะก ่ อนสวมเทร ิ ดทบ ั การแสดงโนรา จะแสดงเพ ื่อความบน ั เท ิ งทว ั่ๆ ไป หร ื องานกศ ุ ลแต ่ไม ่ น ิ ยม แสดงในงานศพและงานมงคลสมรส การร าโนราของภาคใต้ ที่มา: www.ghostwiki.blogspot.com/ 201201blog-post_4099.html
๔.๒ รองเง็ง เป็ นการแสดงนาฏศิลป์ ที่เน้นความงดงามของลีลาการใช้เท้าและมือ ใหเ ้ ขา ้ กบ ั จง ั หวะกลองร ามะนา ฆอ ้ งและไวโอล ิ น โดยแบ ่ งฝ่ ายเป็ นชายหญิง เร ิ่มแรกฝ่ ายหญ ิ งจะร ้ องเพลงเช ิ ญชวนใหผ ้ ช ู ้ มร ่ วมเตน ้ ดว ้ ยเพลงท ี่ร้องเป็ น เพลงพ ้ ื นเม ื องของภาคใต ้ และเพลงเหล ่ าน ้ ี จะม ี ท ่ าเตน ้ ประกอบท ี่กา หนดเป็ น แบบแผนคลา ้ ยกบ ั การร าวงมาตรฐาน การเตน ้ จะเนน ้ ล ี ลาการเตน ้ ท ี่หลบหลีก หลอกล ่ อ ม ี การเล ่ นห ู เล ่ นตากน ั ระหวา ่ งผแ ู ้สดงชายและหญ ิ งรวมท ้ งแสดง ั ให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงของการแสดง
๓. การแสดงนาฏศ ิ ลป์ สากล นาฏศ ิ ลป์ สากลค ื อการแสดงท ี่ม ี พ ้ ื นฐานมาจากต ่ างชาต ิ ท ้ ง ั การเต้น แบบพ ้ ื นเม ื องการเตน ้ ร าสมย ัใหม ่ หร ื อการเตน ้ ท ี่ม ี แบบฉบบ ั มายาวนาน โดยมี การศ ึ กษาและถ ่ ายทอดจากประเทศหน่ึ งไปส ู ่ประเทศหน่ึ งจนท ุ กคนร ู ้ จก ั กน ั ทว ั่ ไปและปฏ ิ บต ัิได ้ ๓.๑ ลีลาศ ลีลาศ หมายถึง การเต้นเพื่อความสนุกสนาน โดยใชร ้่ างกายแทบท ุ กส ่ วน และม ีโอกาสพบปะกบ ั บ ุ คคลอื่น ในงานสังสรรค์หรืองานราตรีสโมสร ลีลาศ
ล ี ลาศม ี พ ้ ื นฐานมาจากการเตน ้ ร าพ ้ ื นเม ื อง ซ่ึ งเห ็ นไดจ ้ ากภาพตามผนง ั ถ ้ า สน ั น ิ ษฐานวา ่ ม ี มาประมาณ ๕๐,๐๐๐ ปี มาแลว ้ เก ิ ดข ้ึ นจากพ ิ ธ ี กรรมทางศาสนา ต ่ อมามน ุ ษยเ ์ ตน ้ ร าเพ ื่อแสดงความสน ุ กสนานร ื่นเร ิ งและตอ ้ งการถ ่ ายทอด ความร ู ้ส ึ กน ึ กค ิ ดผา ่ นการเคล ื่อนไหวการแสดงออกเหล ่ าน ้ ี จ ึ งไดว ้ิ วฒนาการ ั เร ื่อยมาตามความเป็ นอยแ ู ่ ละวฒ ั นธรรม ประเพณ ี ของชนแต ่ ละกล ุ ่ ม แต ่ ละเช ้ ื อชาต ิ เป็ นการเตน ้ พ ้ ื นเม ื องของชนชาต ิ ต ่ าง ๆ และพฒ ั นาร ู ปแบบของการเตน ้ ใหมี้ ท ่ าทางการเคล ื่อนไหวท ี่เป็ นมาตรฐานมากข ้ึ นจนเป็ นร ู ปแบบท ี่สากลน ิ ยม ปั จจ ุ บน ั การล ี ลาศเป็ นส ่ วนหน่ึ งของการแข ่ งขน ั ก ี ฬาในระดบ ั ประเทศและระดับโลก ที่มา
๓.๒ บัลเลต์ (Ballet) บัลเลต์ (Ballet) เป็ นการพฒ ั นาการเล ่ นมาจากการแสดงละครไมม์ (Mime) หรือ ละครใบ้ ใชผ ้ ช ู ้ ายแสดง บล ั เลตเ ์ป็ นการแสดงท ี่น ิ ยมเล ่ นในงานมงคล และงานพระราชพ ิ ธ ี ต ่ าง ๆ รวมถ ึ งการตอ ้ นร ั บแขกเม ื องดว ้ ยเร ิ่มแสดง ในประเทศอ ิ ตาล ี และน ิ ยมแพร ่ หลายไปทว ั่ยโ ุ รป ราวศตวรรษที่ ๑๘ ได้มีสถานฝึ กบัลเลต์หรือ ระบา ปลายเทา ้ อยา ่ งเป็ นทางการในหลายประเทศ เช ่ น เดนมาร ์ กออสเตร ี ยร ั สเซ ี ยอง ั กฤษ บัลเลต์หมายถึง การแสดงที่ประกอบด้วยการเต้นและดนตรี น าเสนอเป็น เน ้ ื อเร ื่องโดยใชก ้ ารเตน ้ เป็ นส ื่อ การแสดงบัลเลต์ ที่มา: www.proprofs.com/gamesjigsawtukft
บัลเลต์เร ิ่มแสดงโดยใชผ ้ ห ู ้ ญ ิ งแสดงท ี่ประเทศฝร ั่งเศสในพระราชวัง แวร์ซาย การแสดงบัลเลต์เป็ นการเต้นร าบนปลายเท้าที่ใช้อารมณ์ให้แสดงออก ทางส ี หนา ้ และท ่ าทางโดยไม ่ ม ี บทร ้ องและบทเจรจา ดง ั น ้ น ั ดนตร ี จ ึ งเป็ นส ิ่งสา คญ ั อยา ่ งยง ิ่ในการแสดง ต ่ อมาไดม ้ี การนา เอาการแสดงโอเปราเขา ้ มารวมกบ ั การแสดงบัลเลต์ จึงท าให้ผลงานที่ออกมาสามารถรวมศิลปะในทุกด้านไว้ได้ ครบถว ้ น ฉะน ้ น ั ผแ ู ้สดงโอเปราตอ ้ งม ี ความร ู ้ เร ื่องของการเตน ้ บล ั เลตด้วย ์ นักประพันธ์เพลงประกอบการแสดงบัลเลต์ท ี่ควรกล ่ าวถ ึ งค ื อ ไชคอฟสก ีประพน ั ธ ์ เพลงในเร ื่อง สวอนเลก(Swan Lake) ที่มีชื่อเสียงโด ่ งดง ั เป็ นท ี่ร ู ้ จก ั ท ้ ง ั เพลงและท ่ าเตน ้ รวมท ้ ง ั ตว ั ผป ู ้ ระพน ั ธ ์ เพลงไปทว ั่โลก
ผง ั สร ุ ปสาระส าคญ ั การแสดง นาฏศ ิ ลป์ นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง นาฏยศัพท์ เป็ นศพัทเ ์ ฉพาะทางนาฏศิลป์ ท ี่ใชใ้ นการร่ายร าท ้งร าไทย ั การแสดงโขน และละคร อิทธิพลด้านการแสดงของไทย ๑. โขนพฒันามาจากการเล่นชกันาคด ึ กดา บรรพ ์ กระบ ี่กระบองและหนงัใหญ่ ๒. ละครร า เป็ นศิลปะการร่ายร าดา เนินเร ื่อง ๓. ลิเก พัฒนามาจากการแสดงของชาวไทยมุสลิม ๔. ละครสากล สะท้อนการด าเนินชีวิตของคนในสังคม ภาษาท ่ า ภาษาท ่ าทางนาฏศ ิ ลป์ และการต ี บท ๑. ภาษาท่า เป็ นภาษาท ี่ใชเ ้ ร ี ยกการแสดงออกของมนุษย์ ๒. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ เป็ นท่าท ี่ใชใ้ นการแสดง ๓. การตีบท เป็ นการถอดค าประพันธ์มาเป็ นภาษา ท่าทางเคลื่อนไหวที่แสดงสื่อทางอารมณ์ การเคลื่อนไหว ร่างกายและแสดงส ี หนา ้ แววตาต่าง ๆ ส ื่อถ ึ งอารมณ ์ ความรู้สึก
การแสดง นาฏศ ิ ลป์ ร าวงมาตรฐาน ร าวงมาตรฐานจะม ี ท่าร าของแต่ละเพลงท ี่ม ี ลกัษณะเฉพาะ ระบ าเบ็ดเตล็ด ระบา เบด ็ เตลด ็ เป็ นการแสดงท ี่มุ่งเนนความงดงาม ้ ของเคร ื่องแต่งกายความพร ้ อมเพร ี ยงในการแสดงการแสดงระบา ใช้คนจ านวนมาก การแสดงนาฏศ ิ ลป์ไทย นาฏศ ิ ลป์ พ ื้นเม ื อง และนาฏศ ิ ลป์ สากล ๑. การแสดงนาฏศิลป์ไทยไดแ ้ ก่โขน ละครร าและระบา การแสดงพ ้ ื นเม ื อง ๒. นาฏศิลป์ พ ้ ื นเม ื องเป็ นการแสดงท ี่เป็ นเอกลกัษณ ์ เฉพาะทอ ้ งถิ่น ๓. นาฏศิลป์ สากลเป็ นการแสดงท ี่ม ี พ ้ ื นฐานมาจากต่างชาติ ผง ั สร ุ ปสาระส าคญ ั (ต่อ)