ใบความรู้ ประเภทของตะไบและหลกั การตะไบ
ความหมายของการตะไบ
งานตะไบ หมายถึง การใชค้ มตะไบขดู ผวิ ของชิ้นงาน โดยมีจุดมุ่งหมายเพอื่ การปรับ
ขนาดความเรียบผวิ และรูปร่างของชิ้นงานใหไ้ ดต้ ามแบบสั่งงาน
ตะไบประกอบดว้ ยส่วนต่าง ๆ ท่ีสาคญั 6 ส่วน ประกอบดว้ ย กนั่ ตะไบ (Tang) โคน
(Heel) ผวิ หนา้ (Face) ขอบหรือสนั (Edge) ปลาย (Point) และดา้ มตะไบ
ชนิดของคมตดั ตะไบ
ชนิดของคมตัดตะไบ แบ่งออกเป็นหลายชนิดใหเ้ ลือกใชต้ ามความเหมาะสมกบั
วสั ดุชิ้นงาน
1. ตะไบคมตดั เดียว (Single cut file) คมตะไบจะเรียงแนวเดียวทามุม 65–85 องศา
กบั ขอบตะไบ ลกั ษณะคมตะไบแบบน้ี คมตดั จะตดั เฉือนเน้ือวสั ดุไดท้ ี่ละนอ้ ย
2. ตะไบคมตดั คู่ (Double cut file) เป็ นตะไบที่มีคมตดั 2 แนว ตดั ขวางซ่ึงกนั และกนั
โดยคมตะไบแนวแรกจะทามุม 70–80 องศา กบั ขอบตะไบ
3. ตะไบคมบุง้ (Rasp cut files) คมตดั คลา้ ยหนามเล็กหรือเป็ นจุดอยบู่ นผิวหนา้ ของ
ตะไบ เหมาะสาหรับตะไบลดขนาดวสั ดุอ่อน เช่น ไม้ เป็นตน้
4. ตะไบคมตดั โค้ง (Curved cut files) คมตดั เป็ นแถวโคง้ ตดั ขวางกับผิวหน้าของ
ตะไบและมีร่องไวเ้ พ่ือหักเศษวสั ดุ ทาให้ช่วยป้องกันการอุดตนั ของเศษวสั ดุได้ดี เหมาะ
สาหรับตะไบลดขนาดวสั ดุออ่ น
1
ใบความรู้ ประเภทของตะไบและหลกั การตะไบ
ชนิดและการใช้งานของตะไบ
ชนิดและการใช้งานของตะไบ
ชนิดของตะไบ หมายถึง รูปร่างหนา้ ตดั บริเวณส่วนปลายของตะไบ ตะไบที่ใชก้ นั อยทู่ ว่ั ไปสามารถแบ่ง
รูปร่างหนา้ ตดั ไดห้ ลายชนิด โดยมีลกั ษณะการใชง้ านแตกตา่ งกนั ดงั น้ี
1. ตะไบแบน (Flat file) มีหนา้ ตดั เป็ นรูปส่ีเหล่ียมผืนผา้ ผวิ หน้าราบท้งั สองดา้ นเป็ นตะไบที่ใชง้ านกนั มาก
ท่ีสุด
2. ตะไบแบนขอบเรียว (Warding file) ผิวหนา้ ตะไบขนานกนั ตลอดความยาวของตะไบ ขอบตะไบท่ีส่วน
ปลายมีลกั ษณะเรียว
3. ตะไบส่ีเหล่ียม (Square file) มีท้งั แบบเรียวและแบบขนาน ลกั ษณะของคมตดั ตะไบเป็ นแบบคมตดั คู่
นิยมใชใ้ นการตะไบชิ้นงานที่เป็นมุมฉาก เช่น ร่องลิ่ม
4. ตะไบสามเหล่ียม (Three square file) หนา้ ตดั รูปสามเหลี่ยม เหมาะสาหรับการตะไบร่องเหล่ียม บ่ามุม
ฉากฟันเกลียว หรือแตง่ ฟันเลื่อย เป็นตน้
5. ตะไบกลม (Round file) มีช่ือเรียกอีกอย่างหน่ึงวา่ ตะไบหางหนู (Rat tail file) ตะไบชนิดน้ีมีความเรียว
จากทา้ ยไปยงั ปลายตะไบนิยมใชใ้ นงานตะไบส่วนโคง้ หรือร่องโคง้ และรูกลมของชิ้นงาน
6. ตะไบคร่ึงวงกลม (Half round file) มีชื่อเรียกอีกอยา่ งหน่ึงว่าตะไบทอ้ งปลิง เป็ นตะไบที่มีลกั ษณะเรียว
จากทา้ ยไปยงั ปลายตะไบ หนา้ ตดั ของตะไบเป็ นรูปคร่ึงวงกลม ผิวหนา้ ดา้ นเรียบ ส่วนอีกดา้ นหน่ึงโคง้ คมตดั เป็ น
แบบคมตดั คู่ใชส้ าหรับงานตกแตง่ ผวิ ชิ้นงานที่เป็นส่วนโคง้
2
ใบความรู้ ประเภทของตะไบและหลกั การตะไบ
การปฏิบัตงิ านตะไบ
1. การเลือกความสูงโต๊ะปากกา มีวธิ ีการ คือ ให้ยืนเทียบกบั โตะ๊ ปากกา โดยให้แขนแนบลาตวั จากน้นั ยก
แขนข้ึนขนานกบั พ้นื ใหข้ อ้ ศอกสูงจากปากกาประมาณ 50–80 มิลลิเมตร
2. ระยะความสูงของผวิ งานท่ีจะตะไบกบั ขอบปากจบั ปากกาดา้ นบนตอ้ งไม่ห่างมาก ระยะท่ีเหมาะสม
3. การจบั ตะไบวางลงบนผวิ งานในทา่ ตะไบลาแขนจะขนานกบั พ้นื ถือวา่ พอเหมาะ
4. การจบั ตะไบ ใชม้ ือขา้ งที่ถนดั จบั ดา้ มตะไบโดยใหด้ า้ มตะไบอยภู่ ายในอุง้ มือ ใหน้ ิ้วท้งั 4 กา รอบดา้ มและ
นิ้วหัวแม่มือกดดา้ นบน ใช้แรงจากอุง้ มือดนั ให้ตะไบเคลื่อนไปด้านหน้า มือขา้ งท่ีไม่ถนัดจบั ท่ีปลายตะไบเพ่ือ
ควบคุมทิศทางและน้าหนกั การกดใหค้ งท่ีสม่าเสมอ
5. การยืนปฏิบตั ิงานตะไบ ผูป้ ฏิบตั ิงานตะไบยืนในท่าทางที่เหมาะสม โดยยืนหันหน้าเขา้ หาปากกาเอียง
ลาตวั ประมาณ 45 องศา
6. แรงในการกดตะไบให้ได้ผิวงานราบเรียบ แรงในการกดตะไบ ในข้นั เริ่มตน้ งานตะไบให้ใช้แรงกด
ดา้ นหนา้ มากกวา่ แรงกดดา้ นหลงั ข้นั กลางให้แรงกดดา้ นหนา้ และหลงั เท่ากนั และข้นั สุดทา้ ยแรงกดดา้ นหนา้ นอ้ ย
กวา่ ดา้ นหลงั
7. ตรวจสอบความเรียบของผิวชิ้นงานดว้ ยฉาก โดยให้เอียงฉากเล็กนอ้ ยเพ่ือให้มองเห็นแสงลอดผา่ นได้
ชดั เจน ส่วนตาแหน่งการตรวจสอบใหว้ างฉากหรือบรรทดั คมมีดตามแนวยาว
) )
3