ใบงานท่ี
8.1 การทำบญั ชเี พอ่ื วเิ คราะห์การใช้จา่ ย
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นวิเคราะห์ตารางรายรบั -รายจา่ ยท่กี ำหนดให้ แล้วนำขอ้ มลู มาตอบคำถาม
รายรับ (บาท) รายจ่าย (บาท) จำนวนเงินทเ่ี หลอื (บาท)
ไดร้ ับเงินจากแม่ 60
ค่าอาหาร 20 40
รวม 60 บาท 35
ค่าของเลน่ 5 20
13
ค่าขนม 15 5
เหลือเงิน 5 บาท
คา่ สมดุ 7
ค่ารถ 8
รวม 55 บาท
1. จากตารางรายรบั -รายจา่ ย แสดงให้เหน็ ว่าอย่างไร
2. จากตารางรายรับ-รายจ่าย ควรจะลดการใช้จ่ายในด้านใดบ้าง
3. ถา้ ลดค่าใช้จ่ายในข้อ 2 จะมีเงนิ เหลอื เก็บจำนวนเท่าใด
4. นกั เรียนสามารถนำเงินท่ีเหลือเก็บไปทำสิง่ ใดจึงเหมาะสมท่สี ุด
ใบงานที่
8.1 การทำบัญชเี พื่อวเิ คราะหก์ ารใชจ้ า่ ย
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหต์ ารางรายรบั -รายจา่ ยทก่ี ำหนดให้ แล้วนำข้อมูลมาตอบคำถาม
รายรบั (บาท) รายจา่ ย (บาท) จำนวนเงนิ ท่เี หลือ (บาท)
ได้รบั เงินจากแม่ 60
คา่ อาหาร 20 40
รวม 60 บาท 35
ค่าของเล่น 5 20
13
ค่าขนม 15 5
เหลือเงิน 5 บาท
คา่ สมดุ 7
ค่ารถ 8
รวม 55 บาท
1. จากตารางรายรบั -รายจ่าย แสดงใหเ้ ห็นว่าอย่างไร
2. จากตารางรายรับ-รายจา่ ย ควรจะลดการใช้จา่ ยในด้านใดบ้าง
3. ถ้าลดค่าใช้จา่ ยในขอ้ 2 จะมีเงินเหลอื เก็บจำนวนเท่าใด
4. นักเรียนสามารถนำเงินทเ่ี หลือเก็บไปทำสิ่งใดจึงเหมาะสมทส่ี ดุ
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
สัปดาห์ท่ี 13
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 2 / ……… ชอ่ื ผูส้ อน ............................................................................................................
กลุม่ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 4 ประชาธิปไตยในชนั้ เรยี น โรงเรยี น และชุมชน เรอื่ ง การวางแผนการใชจ้ า่ ยของตนเอง
1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานที่ ส 3.1เข้าใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใชท้ รัพยากรทม่ี ีอยู่จำกดั ได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมทั้งเขา้ ใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพอ่ื การดำรง ชีวติ อย่างมีคุณภาพ
ตวั ชีว้ ดั ที่ ป.3/2วิเคราะหก์ ารใช้จ่ายของตนเอง
2.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การวางแผนหารายได้ทสี่ ุจริตและเหมาะสมเปน็ ส่งิ ท่ีดซี ง่ึ สามารถทำไดห้ ลายวธิ ีและการนำเงนิ ทีเ่ หลือมาใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสม
นั้นจะทำให้มเี งินเหลอื เกบ็ ออมเพมิ่ ขนึ้
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. วางแผนการหารายไดท้ ส่ี ุจริตและเหมาะสมได้
2. วางแผนการนำเงนิ ที่เหลอื มาใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสมได้
4.สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- วางแผนการแสวงหารายได้ทีส่ จุ รติ และเหมาะสม
- วางแผนการนำเงนิ ทีเ่ หลือจ่ายมาใช้อย่างเหมาะสม
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
1. ครนู ำขา่ วเก่ยี วกบั เด็กหารายไดช้ ่วยเหลอื พ่อแม่ และขา่ วเก่ยี วกับลูกช่วยเหลอื พ่อแม่ทำงาน ขายของ ปลูกพืช
ฯลฯ เพื่อเปน็ การแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ เสริมรายไดข้ องครอบครวั ทำใหค้ รอบครัวมีรายไดเ้ พ่ิมขน้ึ มาเล่าให้นักเรยี นฟงั
ข้ันสอน
1. นักเรยี นรวมกลุ่ม แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกันศกึ ษาความร้เู รอ่ื ง การวางแผนหารายได้ที่สุจริตและเหมาะสม จาก
หนงั สอื เรยี น
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหข์ ่าวในใบงาน เรอื่ ง รายไดท้ ส่ี ุจริต โดยใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนผลดั กนั แสดง
ความคิดเหน็ ทีละคนแบบเล่าเร่อื งรอบวง
3. สมาชกิ ในกลมุ่ ร่วมกันอภิปรายสรุป และตรวจสอบความถูกตอ้ ง
4. ตัวแทนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอคำตอบในใบงาน หน้าชน้ั เรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง
5. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ
6. นักเรยี นสรปุ แนวทางการหารายได้ทส่ี จุ ริตและเหมาะสม เพื่อชว่ ยเหลือครอบครวั และลดรายจา่ ยที่ฟมุ่ เฟือย
7. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนทำใบงาน เรื่อง การวางแผน หารายได้ที่สจุ รติ และเหมาะสม
8. ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพเด็กๆ ท่นี ำเงินมาฝากธนาคาร หรือเกบ็ ออมเงิน แลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็น
ว่า การกระทำดังกลา่ วเปน็ แบบอย่างท่ดี ีในเรอ่ื งใดบ้าง
9.นักเรยี นรวมกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1) แล้วใหแ้ ต่ละกล่มุ ร่วมกันศึกษาความรูเ้ รื่อง การวางแผนนำ
เงินทีเ่ หลอื มาใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม จากหนงั สอื เรยี น ในประเด็น ดงั น้ี
1)นำเงนิ ส่วนหนงึ่ ไปฝากธนาคาร 2)ใชจ้ ่ายในชีวติ ประจำวัน 3) ชว่ ยเหลอื การกศุ ล
10.นักเรียนแต่ละคนเขียนผงั มโนทศั นแ์ สดงการวางแผนนำเงนิ ทเ่ี หลือมาใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสมของตนเอง
ข้ันสรุป
1.นกั เรียนสรุปแนวทางการหารายได้ท่สี ุจริตและเหมาะสม เพ่ือชว่ ยเหลือครอบครัวและลดรายจา่ ยทฟ่ี ุ่มเฟือย
2.นกั เรียนชว่ ยกนั สรุปการวางแผนนำเงินท่ีเหลอื มาใช้จ่ายอย่างเหมาะสมเกี่ยวกบั การนำเงนิ ไปฝากธนาคารและ
การใชจ้ า่ ยเงนิ อย่างเหมาะสม แล้วนำไปปฏิบตั ิและรายงานให้
6.การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ 1.สังเกตจากการซักถาม 1.คำถามกระต้นุ ความคิด 70%ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
ตอบคำถาม ประเมิน
ความรคู้ วามเขา้ ใจ(K) 2.ใบงานการวางแผน หา
รายไดท้ ่ีสจุ รติ และเหมาะสม 70%ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑก์ าร
ทักษะกระบวนการ(P) 1.การวเิ คราะหเ์ รื่อง การ 1.ใบงานการวางแผน หา ประเมนิ
วางแผน หารายไดท้ ่ีสจุ ริตและ รายได้ท่ีสจุ รติ และเหมาะสม
คณุ ลักษณะนิสยั (A) เหมาะสม 70%ขึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑก์ าร
1.สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1.แบบสังเกตพฤติกรรม ประเมนิ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง
งานไดท้ นั ตามที่กำหนด
2.สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3.สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทำงาน
7.สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
2) แบบวดั และบนั ทึกผลการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
3) เกมจับคู่
4) บัตรภาพ
5) บัตรคำ
6) ใบงาน การวางแผน หารายได้ทีส่ ุจรติ และเหมาะสม
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
-
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
-
ลงชอื่ ...........................................ผสู้ อน
ลงช่ือ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงช่อื ...........................................ผู้อำนวยการ
สปั ดาห์ท่ี 14
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 2 / ……… ชือ่ ผู้สอน ............................................................................................................
กลมุ่ สาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 4 ประชาธปิ ไตยในชั้นเรยี น โรงเรียน และชุมชน เรื่อง ทรัพยากรท่ีมีอยู่จำกดั มีผลตอ่ การผลติ และบรโิ ภคสนิ คา้
และบรกิ าร
1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานท่ี ส 3.1เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลติ และการบริโภค การใชท้ รพั ยากรที่มีอยูจ่ ำกัดได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมท้งั เขา้ ใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพื่อการดำรง ชวี ิตอยา่ งมคี ุณภาพ
ตัวช้วี ัดที่ ป.3/1อธบิ ายไดว้ า่ ทรัพยากรทีม่ ีอย่จู ำกดั มผี ลตอ่ การผลติ และบรโิ ภคสนิ ค้าและบริการ
ตัวช้ีวัดท่ี ป.3/3อธบิ ายได้วา่ ทรพั ยากรท่มี ีอยู่จำกดั มผี ลต่อการผลติ และบริโภคสนิ ค้าและบรกิ าร
2.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ผู้ผลติ เปน็ ผทู้ ี่นำเอาปัจจยั การผลติ มาแปรรปู เพื่อให้เกดิ เปน็ สนิ ค้า ผบู้ ริโภคเปน็ ผู้ซ้อื สินคา้ หรือบรกิ ารของผูผ้ ลติ ไปใช้
ประโยชน์ตามความต้องการของตน
3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของผูผ้ ลติ และผ้บู ริโภคได้
4.สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- ความหมายของผผู้ ลิตและผู้บริโภค
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
1. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน แลว้ ครูนำภาพกิจกรรมเกยี่ วกบั ผู้ผลิตและผ้บู ริโภคมาแจกให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั จดั กลุ่มภาพผู้ผลติ และผู้บรโิ ภค ใครทำเสร็จกอ่ นและถูกต้องเป็นฝา่ ยชนะ แล้วครู
ชมเชยทกุ คนทีต่ อบถูกสมาชิกแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวางแผนศึกษาความรูเ้ กย่ี วกบั ผู้ผลติ จากหนงั สือ
ข้นั สอน
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มเรยี บเรยี งและสรุปข้อมลู โดยผลัดกันอธิบายและตรวจสอบความร้ซู ่ึงกันและกัน จากน้ัน
รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในสว่ นท่บี กพรอ่ ง แลว้ สรุปผลตามประเดน็ ความรู้ ดังนี้
1) ความหมายของผผู้ ลติ
2) ตวั อย่างผูผ้ ลติ
2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มนำความรทู้ ่ีไดจ้ ากการศึกษาและการสรุปข้อมลู มาเป็นพื้นฐานในการเขียนผังมโนทัศน์แสดง
ความหมายของผผู้ ลิตและตัวอย่างผ้ผู ลิต
3. ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผงั มโนทัศนห์ นา้ ชนั้ เรียน ครตู รวจสอบความถูกต้อง และให้ขอ้ เสนอแนะ
เพม่ิ เติม
4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
5. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาความรูเ้ ก่ียวกับผบู้ ริโภค จากหนังสอื เรยี น
6. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเข้าใจวา่ ผู้บริโภค หมายถงึ ผทู้ ซี่ ื้อสินคา้ หรือบริการของผู้ผลิตไปใชป้ ระโยชนต์ ามความ
ต้องการของตน
7. นกั เรียนแต่ละคนยกตวั อย่างผู้บรโิ ภค คนละ 1 ตวั อยา่ ง แลว้ บันทึกคำตอบลงในสมุด
8. เมอื่ นักเรียนแตล่ ะคนหาคำตอบได้แล้ว ให้จบั คู่กับเพอ่ื น ผลัดกันอภปิ รายคำตอบให้คู่ของตนฟงั แล้วชว่ ยกัน
ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ พร้อมปรบั ปรุงแก้ไขหากมขี ้อบกพรอ่ ง
9. ครสู ่มุ นกั เรยี นทลี ะคนออกมานำเสนอตวั อย่างผู้บริโภค หน้าชนั้ เรยี น ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งและให้
ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ
10. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนทำใบงาน เรื่อง ผู้ผลติ และผูบ้ รโิ ภค เป็นการบ้าน เสร็จแลว้ นำสง่ ครูตรวจ
ขน้ั สรุป
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้เก่ียวกบั ผ้ผู ลติ และผู้บริโภค
6.การวดั และประเมินผล วิธีการวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ 1.สังเกตจากการซกั ถาม 1.คำถามกระตนุ้ ความคิด 70%ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
ตอบคำถาม ประเมิน
ความรคู้ วามเข้าใจ(K) 2.ใบงานผผู้ ลิตและผบู้ ริโภค
1.การวิเคราะห์ผู้ผลิตและ 1.ใบงานผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภค 70%ขน้ึ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์การ
ทักษะกระบวนการ(P) ผ้บู รโิ ภค ประเมนิ
1.สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1.แบบสังเกตพฤติกรรม 70%ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑก์ าร
คณุ ลักษณะนิสัย(A) รบั ผิดชอบตอ่ งานทีส่ ั่งและส่ง ประเมนิ
งานไดท้ นั ตามท่ีกำหนด
2.สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3.สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทำงาน
7.สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
2) แบบวดั และบันทึกผลการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
3) เกมจบั คู่
4) บตั รภาพ
5) บตั รคำ
6) ใบงานผูผ้ ลิตและผูบ้ ริโภค
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งสมดุ
8.กิจกรรมเสนอแนะ
-
ลงชอ่ื ...........................................ผู้สอน
ลงชอ่ื ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................ผู้อำนวยการ
บตั รภาพ
ภาพชาวนา ภาพแมค่ ้า
ภาพชาวประมง ภาพคนเดินซือ้ ของในร้านคา้
ภาพคนซื้อยาจากรา้ นขายยา ภาพเจ้าของโรงงาน
ภาพเจา้ ของเครอ่ื งปัน้ ดินเผา ภาพชาวไร่
ภาพชาวสวน ภาพคนขบั รถยนต์
ใบงานที่
9.1 ผผู้ ลิตและผ้บู ริโภค
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาคาทก่ี าหนดเตมิ ลงในชอ่ งว่างใหส้ มั พนั ธ์กนั
ผ้ผู ลิต ผ้บู ริโภค
1. คุณลุงยง่ิ สานตะกรา้ ไมไ้ ผแ่ ละสานเก้าอห้ี วายไวข้ ายนกั ท่องเทย่ี ว
คณุ ลงุ ยงิ่ เป็น
2. สดี าอยากรบั ประทานสม้ ตา แต่ไม่อยากเดนิ ไปซอ้ื จงึ ไปเดด็ มะละกอหลงั บา้ นมาทาสม้ ตารบั ประทานเอง
สดี าเป็น
3. อานสั เจา้ ของฟารม์ เหด็ นาเหด็ ไปสง่ ทต่ี ลาด แลว้ อานสั กไ็ ปซอ้ื หวั เชอ้ื เหด็ มาเพม่ิ
อานสั เป็น
4. ชะเอมเลย้ี งปลาดกุ ปลาหมอ ปลานิล และปลูกพรกิ
ชะเอมเป็น
5. เวฟอยากรบั ประทานปลาดุกย่าง จงึ ไปขอซอ้ื จากบ่อเลย้ี งปลาของชะเอม
เวฟเป็น
6. ววิ โทรศพั ทส์ งั่ พชิ ซ่ามารบั ประทานทบ่ี า้ นกบั ครอบครวั
ววิ เป็น
7. แววไปเกบ็ ผกั บงุ้ ทค่ี ลองทา้ ยหมบู่ า้ นมาทาอาหารรบั ประทาน
แววเป็น
ใบงานท่ี
9.1 ผผู้ ลิตและผบู้ ริโภค
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาคาทก่ี าหนดเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งใหส้ มั พนั ธก์ นั
ผ้ผู ลิต ผ้บู ริโภค
1. คุณลงุ ยงิ่ สานตะกรา้ ไมไ้ ผแ่ ละสานเกา้ อห้ี วายไวข้ ายนกั ท่องเทย่ี ว
คณุ ลงุ ยงิ่ เป็น ผผู้ ลติ
2. สดี าอยากรบั ประทานสม้ ตา แตไ่ ม่อยากเดนิ ไปซอ้ื จงึ ไปเดด็ มะละกอหลงั บา้ นมาทาสม้ ตารบั ประทานเอง
สดี าเป็น ผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภค
3. อานสั เจา้ ของฟารม์ เหด็ นาเหด็ ไปสง่ ทต่ี ลาด แลว้ อานสั กไ็ ปซอ้ื หวั เชอ้ื เหด็ มาเพมิ่
อานสั เป็น ผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภค
4. ชะเอมเลย้ี งปลาดกุ ปลาหมอ ปลานลิ และปลูกพรกิ
ชะเอมเป็น ผผู้ ลติ
5. เวฟอยากรบั ประทานปลาดุกย่าง จงึ ไปขอซอ้ื จากบอ่ เล้ยี งปลาของชะเอม
เวฟเป็น ผบู้ รโิ ภค
6. ววิ โทรศพั ทส์ งั่ พชิ ซ่ามารบั ประทานทบ่ี า้ นกบั ครอบครวั
ววิ เป็น ผบู้ รโิ ภค
7. แววไปเกบ็ ผกั บงุ้ ทค่ี ลองทา้ ยหมบู่ า้ นมาทาอาหารรบั ประทาน
แววเป็น ผบู้ รโิ ภค
สัปดาหท์ ่ี 15
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนที่ 2 / ……… ชือ่ ผู้สอน ............................................................................................................
กลุม่ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 4 ประชาธิปไตยในช้ันเรยี น โรงเรียน และชมุ ชน เรื่อง ทรพั ยากรที่มีอย่จู ำกดั มีผลต่อการผลติ และบรโิ ภคสินค้า
และบริการ
1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐานท่ี ส 3.1เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใชท้ รัพยากรท่ีมอี ยู่
จำกัดได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและคุ้มคา่ รวมท้งั เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่ือการดำรง ชีวติ อย่างมี
คุณภาพ
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป.3/1อธิบายไดว้ า่ ทรพั ยากรที่มีอยู่จำกดั มผี ลตอ่ การผลติ และบริโภคสินค้าและบรกิ าร
ตวั ช้วี ัดที่ ป.3/3อธิบายไดว้ ่าทรพั ยากรที่มีอยู่จำกัดมผี ลตอ่ การผลิตและบริโภคสินคา้ และบรกิ าร
2.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ทรัพยากรทเ่ี รานำมาใชใ้ นการผลติ เปน็ สนิ คา้ และบรกิ ารมอี ยอู่ ยา่ งจำกัด ซงึ่ เปน็ ปญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ ดงั นั้นผูผ้ ลติ
และผบู้ รโิ ภคจึงควรใชท้ รัพยากรอย่างคมุ้ ค่าให้เกิดประโยชนส์ งู สุด
3.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกปญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกจิ ได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
- ปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกจิ พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
1. ครูนำขา่ วเกี่ยวกับการผลติ สินคา้ น้อยลงหรอื ลดลงทำให้ราคาสินค้าสงู ขนึ้ เช่น ข่าวน้ำตาลวกิ ฤติสอ่ ขาดแคลนและแพง
มาเล่าใหน้ ักเรียนฟัง
2. ครูใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเหน็ โดยการตอบคำถาม เชน่
- ขา่ วนแ้ี สดงถึงการขาดแคลนในการผลิตอะไร
- ผลทต่ี ามมาจากข้อ 1 คอื อะไร
ขั้นสอน
1. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1) แล้วใหแ้ ต่ละกลุม่ รว่ มกนั ศึกษาความร้เู ร่อื ง ปัญหาพ้ืนฐานทาง
เศรษฐกิจ จากหนังสือเรยี นหรือบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรอื หนังสอื คน้ คว้าเพ่มิ เติม หรือห้องสมุด
แลว้ บันทกึ ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
3. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อธบิ ายความรูเ้ ร่อื ง ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกจิ ในประเด็นต่อไปน้ี
1) การผลติ ต่างๆ มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด และยกตวั อย่าง
2) ความต้องการใช้สินค้าและบริการมีอยา่ งไม่จำกัด
3) ผลของการใชท้ รัพยากรที่มอี ยู่อย่างจำกดั ทำให้เกิดปัญหา
4. นักเรยี นแต่ละกลุม่ จบั คกู่ ันเป็น 2 คู่ แล้วให้แตล่ ะคู่ทำใบงาน เรื่อง ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
5. สมาชกิ แตล่ ะคู่นำคำตอบในใบงาน มาเล่าสกู่ ันฟังแลว้ ชว่ ยกนั เสนอแนะเพม่ิ เตมิ และสรุปเป็นคำตอบของกลุ่ม
ขนั้ สรุป
1. ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอคำตอบในใบงานท่ี 9.2 หนา้ ชน้ั เรียน ครูตรวจสอบความถกู ต้อง
2. นกั เรยี นช่วยกันสรุปปญั หาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ครอู ธบิ ายเพิ่มเติม
6.การวดั และประเมินผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จดุ ประสงค์
1.สงั เกตจากการซกั ถาม 1.คำถามกระต้นุ ความคิด 70%ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์การ
ความรู้ความเขา้ ใจ(K) ประเมิน
ตอบคำถาม
ทักษะกระบวนการ(P) 70%ขึน้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย(A) 2.ใบงานปัญหาพน้ื ฐานทาง ประเมนิ
70%ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
เศรษฐกิจ ประเมนิ
1.การวเิ คราะหเ์ ร่ืองปญั หา 1.ใบงานปญั หาพนื้ ฐานทาง
พน้ื ฐานทางเศรษฐกจิ เศรษฐกจิ
1.สงั เกตจากการเรียนมีความ 1.แบบสังเกตพฤติกรรม
รบั ผิดชอบตอ่ งานท่สี ัง่ และส่ง
งานได้ทนั ตามท่ีกำหนด
2.สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3.สงั เกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
7.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
2) แบบวดั และบันทึกผลการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
3) เกมจับคู่
4) บัตรภาพ
5) บัตรคำ
6) ใบงานปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งสมดุ
8.กิจกรรมเสนอแนะ
-
ลงช่อื ...........................................ผ้สู อน
ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงช่ือ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สัปดาหท์ ่ี16
โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 2 /……… ช่ือผูส้ อน ............................................................................................................
กลุ่มสาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 4 ประชาธปิ ไตยในชัน้ เรียน โรงเรียน และชมุ ชน เรื่อง ทรพั ยากรที่มีอยจู่ ำกดั มผี ลต่อการผลิตและบรโิ ภคสนิ คา้
และบรกิ าร
1.มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานท่ี ส 3.1เขา้ ใจและสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลิตและการบริโภค การใชท้ รัพยากรท่ีมีอยู่จำกัดได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่อื การดำรง ชีวิตอย่างมคี ุณภาพ
ตัวชี้วัดท่ี ป.3/1อธบิ ายไดว้ ่าทรพั ยากรทม่ี ีอย่จู ำกัดมีผลต่อการผลติ และบรโิ ภคสินค้าและบรกิ าร
ตัวช้วี ัดท่ี ป.3/3อธบิ ายได้ว่าทรัพยากรท่ีมีอยูจ่ ำกัดมีผลต่อการผลติ และบรโิ ภคสินค้าและบริการ
2.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การใชท้ รัพยากรอย่างคุ้มค่าใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ของผู้ผลติ และผบู้ รโิ ภคเป็นแนวทางในการแกป้ ัญหาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายวิธีการแกป้ ญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น
- วธิ ีการแกป้ ัญหาพ้นื ฐานทางเศรษฐกิจ พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา
5.กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ
1. ครูให้นักเรยี นแต่ละคนเขยี นแสดงความคิดเห็นของตนเองว่า เพราะเหตุใด ผู้ผลิตจึงต้องศึกษาและตัดสนิ ใจอยา่ ง
รอบคอบว่าจะผลติ สินคา้ อะไร ปริมาณเท่าไหร่ และใชท้ รัพยากรอะไร
2. ครูสุ่มนักเรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเหน็ หน้าช้นั เรยี น เพือ่ นนกั เรียนคนอืน่ แสดงความคดิ เหน็ เพ่มิ เติมในส่วนที่
แตกตา่ ง
ข้นั สอน
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทบทวนความรเู้ กีย่ วกับปัญหาพืน้ ฐาน ทางเศรษฐกิจ จากหนังสือเรียน
2. ครูนำตวั อยา่ งปญั หาพน้ื ฐานทางเศรษฐกจิ มาให้นักเรียนวเิ คราะหว์ จิ ารณ์เกี่ยวกับแนวทางการแกป้ ญั หา ดงั น้ี
“มีหมบู่ ้านแห่งหน่ึง หมูบ่ ้านน้ีมผี ้คู นอาศัยอยู่ 12 ครอบครัว หม่บู ้านนี้มีความขยันขนั แขง็ ในการปลูกพชื และมีน้ำใจให้
กันและกนั คนในหมบู่ ้านมีอาชพี ปลูกขา้ วโพด ทำให้ท้งั หมู่บ้านเต็มไปด้วยขา้ วโพด แตเ่ นื่องจากในช่วงน้ีราคาขา้ วโพดตกตำ่
เพราะสินค้าคือขา้ วโพดซ่ึงมมี ากเกินความตอ้ งการของผบู้ ริโภค ทำให้ทกุ คนในหม่บู า้ นขาดรายได้เข้าสู่หมู่บา้ น”
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มทบทวนความรู้เกีย่ วกบั ปญั หาพื้นฐาน ทางเศรษฐกจิ จากหนงั สือเรยี น
4. ครูนำตวั อย่างปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจมาใหน้ กั เรยี นวเิ คราะห์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปญั หา ดังนี้
“มีหมู่บา้ นแห่งหน่ึง หมู่บา้ นน้ีมผี ู้คนอาศยั อยู่ 12 ครอบครวั หมบู่ า้ นนีม้ คี วามขยนั ขนั แข็งในการปลูกพชื และมนี ้ำใจให้
กันและกนั คนในหมบู่ ้านมีอาชพี ปลูกข้าวโพด ทำให้ทง้ั หมู่บา้ นเต็มไปด้วยขา้ วโพด แตเ่ น่ืองจากในช่วงนี้ราคาขา้ วโพดตกตำ่
เพราะสินค้าคือข้าวโพดซ่ึงมมี ากเกินความตอ้ งการของผบู้ ริโภค ทำให้ทกุ คนในหมบู่ ้านขาดรายได้เข้าสูห่ มบู่ ้าน”
ขน้ั สรุป
1. นักเรยี นชว่ ยกันสรุปการแก้ปญั หาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ
6.การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การประเมินผล
การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1.สงั เกตจากการซักถาม 1.คำถามกระต้นุ ความคิด 70%ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ความรคู้ วามเข้าใจ(K) ตอบคำถาม 70%ขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมิน
ทกั ษะกระบวนการ(P) 1.การวิเคราะหเ์ ร่ืองการ - 70%ข้นึ ไปถือว่าผ่านเกณฑก์ าร
ประเมนิ
คุณลักษณะนิสยั (A) แก้ปญั หาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ
1.สังเกตจากการเรียนมีความ 1.แบบสงั เกตพฤติกรรม
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ง่ั และส่ง
งานได้ทันตามที่กำหนด
2.สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้
3.สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทำงาน
7.สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
2) แบบวดั และบันทึกผลการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
3) เกมจับคู่
4) บัตรภาพ
5) บัตรคำ
6) ใบงานปัญหาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งสมดุ
8.กิจกรรมเสนอแนะ
-
ลงช่อื ...........................................ผ้สู อน
ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงช่ือ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สปั ดาห์ที่ 19
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ……… ชอ่ื ผูส้ อน ............................................................................................................
กลมุ่ สาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 4 ประชาธิปไตยในช้นั เรยี น โรงเรียน และชมุ ชน เรอื่ ง การแขง่ ขันทางการค้าทมี่ ผี ลทำให้ราคาสินค้าลดลง
1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานที่ ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจในสังคมโลก
ตัวช้ีวดั ท่ี ป.3/3 อธบิ ายเหตุผลการแข่งขันทางการคา้ ที่มผี ลทำให้ราคาสนิ ค้าลดลง
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแข่งขนั ทางการค้าจะทำใหเ้ กิดการพฒั นาและปรับปรุงการผลิต ส่งผลให้สนิ ค้ามคี ณุ ภาพดขี นึ้ ผู้บริโภคจงึ มโี อกาสเลอื ก
ซอื้ สินค้าจากหลายแหลง่
3.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายผลกระทบของการแขง่ ขันทางการคา้ ได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
- การแขง่ ขันทางการค้าทม่ี ีผลทำใหร้ าคาสนิ ค้าลดลง พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา
5.กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำ
1. ครใู หน้ ักเรยี นดภู าพสินค้าประเภทเดียวกันแต่มหี ลายชนิดหรือหลายรปู แบบ เช่น ผงซกั ฟอก ปากกา และรถยนต์
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
ขัน้ สอน
1. ครนู ำขอ้ ความเกย่ี วกบั การแขง่ ขนั ทางการค้ามาใหน้ ักเรียนอา่ น แล้วช่วยกนั สรปุ เกี่ยวกบั ลักษณะสำคญั ในการแข่งขัน
ทางการคา้ และผลของการแข่งขัน
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
3. ครูอธิบายความรู้เร่ือง การแขง่ ขนั ทางการค้า ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1)การลดราคา
2)การเพม่ิ ปริมาณ
3)การเพ่มิ คณุ คา่
ขั้นสรปุ
1.นกั เรียนช่วยกันสรปุ การแข่งขนั ทางการคา้ ครูอธิบายเพ่ิมเติม
6.การวัดและประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
จุดประสงค์
70%ขนึ้ ไปถือว่าผ่านเกณฑก์ าร
ความรคู้ วามเข้าใจ(K) 1.สังเกตจากการซกั ถาม 1.คำถามกระตนุ้ ความคิด ประเมิน
ทักษะกระบวนการ(P) 70%ขน้ึ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์การ
คณุ ลักษณะนสิ ัย(A) ตอบคำถาม ประเมนิ
70%ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์การ
1.การวเิ คราะห์เรื่องการ - ประเมิน
แข่งขันทางการคา้
1.สงั เกตจากการเรียนมีความ 1.แบบสังเกตพฤติกรรม
รบั ผิดชอบต่องานทส่ี ่ังและสง่
งานได้ทนั ตามท่ีกำหนด
2.สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3.สังเกตจากการมงุ่ มน่ั ในการ
ทำงาน
7.สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
2) แบบวัดและบนั ทึกผลการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
3) เกมจบั คู่
4) บัตรภาพ
5) บัตรคำ
6) ใบงานปญั หาพนื้ ฐานทางเศรษฐกิจ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งสมุด
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
-
ลงชอ่ื ...........................................ผู้สอน
ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชือ่ ...........................................ผู้อำนวยการ
สปั ดาห์ที่ 17
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 2 / ……… ชื่อผู้สอน ............................................................................................................
กลุ่มสาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 จำนวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 4 ประชาธิปไตยในช้ันเรยี น โรงเรียน และชุมชน เร่อื ง ภาษที เี่ ก่ียวข้องในชวี ติ ประจำวัน
1.มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตวั ช้วี ดั ที่ ป.3/2 บอกความสำคญั ของภาษีและบทบาทของประชาชนในการเสยี ภาษี
2.สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ภาษที ร่ี ัฐบาลจัดเก็บนน้ั มีทง้ั ทางตรงและทางอ้อมซงึ่ ทำใหร้ ัฐมรี ายไดน้ ำไปพัฒนาประเทศ
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกภาษีทเี่ กีย่ วข้องในชีวิตประจำวนั ได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
- ภาษที เ่ี กย่ี วข้องในชีวิตประจำวัน พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นำ
1. ครูนำใบเสรจ็ ท่ีซ้ือสนิ ค้ามาใหน้ ักเรียนดู แลว้ ถามนักเรียนวา่ เคยเหน็ ใบเสรจ็ แบบน้ีทีไ่ หนบ้าง เช่น
- หา้ งสรรพสนิ คา้ - ซุปเปอรม์ ารเ์ กต
- หา้ งร้าน - รา้ นขายของทวั่ ไป
2. ครสู ่งใบเสร็จใหน้ ักเรียนดู จากน้ันใหน้ กั เรียนดรู ายละเอยี ดในใบเสรจ็ นั้น แลว้ ครูเสนอแนะใหน้ ักเรียนดูค่าภาษีทเี่ ราต้อง
จา่ ย
ขน้ั สอน
1.นักเรยี นรวมกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาความร้เู รือ่ ง ประเภทของภาษี จาก
หนังสอื เรยี นหรอื บทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรอื หนงั สือคน้ คว้าเพมิ่ เติม หรือห้องสมดุ ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1) ภาษที างตรง
2) ภาษีทางอ้อม
2.นกั เรยี นนำความรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษามาบันทึกลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
3.ครอู ธบิ ายความรู้เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั ตวั อยา่ งของภาษแี ตล่ ะประเภทหรือใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเพ่ิมเติมจากใบความรู้ เร่อื ง
ประเภทของภาษี
4.นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ สรุป
1.นักเรียนชว่ ยกนั สรุปประเภทของภาษี ครอู ธิบายเพม่ิ เติม
6.การวัดและประเมินผล วธิ กี ารวดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 70%ข้นึ ไปถือว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมิน
ความรู้ความเข้าใจ(K) 1.สังเกตจากการซักถาม 1.คำถามกระตนุ้ ความคิด 70%ข้นึ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ าร
ตอบคำถาม ประเมิน
70%ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑก์ าร
ทกั ษะกระบวนการ(P) 1.การวเิ คราะห์ประเภทของ - ประเมนิ
ภาษี
คุณลกั ษณะนสิ ัย(A) 1.สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1.แบบสังเกตพฤติกรรม
7.สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ่งั และส่ง
งานได้ทันตามที่กำหนด
2.สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3.สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ
ทำงาน
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
2) แบบวัดและบนั ทึกผลการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
3) เกมจับคู่
4) บตั รภาพ
5) บตั รคำ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งสมุด
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
-
ลงชอ่ื ...........................................ผู้สอน
ลงชื่อ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชือ่ ...........................................ผู้อำนวยการ
สปั ดาหท์ ี่ 18
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 2 / ……… ช่ือผสู้ อน ............................................................................................................
กลมุ่ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน ......1...... คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 4 ประชาธิปไตยในช้ันเรยี น โรงเรยี น และชมุ ชน เรอื่ ง ภาษที เี่ ก่ียวข้องในชวี ติ ประจำวัน
1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ งๆ ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.3/2 บอกความสำคญั ของภาษแี ละบทบาทของประชาชนในการเสียภาษี
2.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ประชาชนผมู้ รี ายไดต้ ามเกณฑท์ ี่รฐั บาลกำหนดไว้ มีหน้าท่ีตอ้ งเสยี ภาษใี ห้แก่รัฐบาลตามกฎหมาย
3.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกผลดีของการเสยี ภาษขี องประชาชนได้
4.สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
- ภาษีทีเ่ กีย่ วข้องในชีวติ ประจำวนั พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศึกษา
5.กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
1.นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
2.สมาชิกกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1) รว่ มกันทบทวนความรูเ้ ก่ียวกบั บทบาทหน้าที่ของประชาชนในการเสียภาษี
แลว้ ต้ังคำถามให้นกั เรียนร่วมกันคน้ หาคำตอบ ดังน้ี
1) นกั เรียนคดิ ว่า ถา้ เราไม่มกี ารจดั เก็บภาษี จะเกิดผลดหี รอื ผลเสยี ตอ่ ประเทศอย่างไร
2) นักเรียนคิดวา่ เราเกย่ี วข้องกับการบรกิ ารที่รัฐจัดให้อย่างไรบา้ ง
3) นกั เรยี นคดิ ว่า ถา้ เราไม่ชว่ ยกันรักษาสาธารณสมบตั ิของชุมชน จะเกดิ ผลเสยี อยา่ งไร
ขนั้ สอน
1.นักเรยี นรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1) แลว้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ ร่วมกันศึกษาความรู้เร่อื ง ภาษีทเ่ี ก่ียวข้องใน
ชวี ิตประจำวนั จากหนังสือเรียนหรอื บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรือหนงั สอื ค้นควา้ เพิ่มเติม หรอื ห้องสมุด
ในประเด็นต่อไปนี้
2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั วางแผนในการทำงาน กำหนดขัน้ ตอนในการเขียนผังมโนทัศน์ เร่อื ง ภาษี โดยศึกษาค้นคว้า
ข้ันสรุป
1.นักเรยี นช่วยกนั สรปุ ภาษที ี่เกีย่ วขอ้ งในชวี ติ ประจำวนั ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติม
6.การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์ 1.สังเกตจากการซักถาม 1.คำถามกระต้นุ ความคิด 70%ขึน้ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
ความรคู้ วามเขา้ ใจ(K) ตอบคำถาม 70%ขึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑก์ าร
ทกั ษะกระบวนการ(P) ประเมิน
คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1.การวเิ คราะห์ภาษีทเี่ ก่ยี วข้อง - 70%ขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ
7.ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ ในชีวิตประจำวนั
1.สงั เกตจากการเรยี นมีความ 1.แบบสังเกตพฤติกรรม
รบั ผดิ ชอบต่องานทส่ี ั่งและสง่
งานไดท้ ันตามที่กำหนด
2.สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3.สงั เกตจากการมงุ่ มัน่ ในการ
ทำงาน
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.3
2) แบบวดั และบนั ทึกผลการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3
3) เกมจับคู่
4) บตั รภาพ
5) บัตรคำ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ห้องสมดุ
8.กจิ กรรมเสนอแนะ
-
ลงชือ่ ...........................................ผูส้ อน
ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ