The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชายุวกาชาด ป.5 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-12-03 10:39:27

โครงสร้างและแผนการสอน วิชายุวกาชาด ป.5 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชายุวกาชาด ป.5 เทอม 2/2563

โครงสร้างการสอนยุวกาชาด ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา..................... จานวน 20 ชว่ั โมง

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
... (ชม.) คะแนน
ผ่าน/
9 งานของยุวกาชาด 1. บอกระเบยี บและข้อ คนเราจะอยรู่ ว่ มกันด้วย 3 ไม่ผา่ น

ปฏบิ ัตขิ องยุวกาชาดได้ ความผาสุกนน้ั จะต้องรูจ้ กั (ส.1-3) ผา่ น/
ไมผ่ า่ น
อยา่ งถูกต้องได้ ท่จี ะช่วยเหลอื ซ่งึ กันและกนั
ผ่าน/
2. ยกตัวอยา่ งและร่วม รู้จักการรบั และการให้อย่าง ไมผ่ ่าน

ปฏิบัติตามข้อปฏบิ ัตขิ องยุว พอดีมคี วามเหมาะสม ไม่

กาชาดตามความเหมาะสม เปน็ ท่เี ดอื ดร้อนแก่ตนเอง

ได้ และผู้อนื่ และตอ้ งถือว่า

3. เขา้ ร่วมกจิ กรรมการ การบาเพ็ญประโยชนเ์ ป็น

เรียนรู้ดว้ ยความสนใจและ หัวใจของกิจกรรมยวุ

ความกระตือรือรน้ กาชาด และเปน็

จุดประสงคส์ าคัญของ

สภากาชาดไทยในการ

ฝึกอบรมสมาชิกยุวกาชาด

10 กจิ กรรมบาเพญ็ 1. บอกวิธีการเขา้ รว่ ม คนเราจะอยู่รว่ มกันดว้ ย 4

ประโยชน:์ การเข้า โครงการบาเพ็ญประโยชน์ ความผาสุกนน้ั จะต้องรจู้ กั (ส.4-7)

ร่วมโครงการบาเพญ็ ตามความเหมาะสมได้ ท่ีจะช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั

ประโยชน์ 2. ยกตัวอย่างและรว่ ม รจู้ ักการรบั และการให้อยา่ ง

ปฏิบัติโครงการบาเพ็ญ พอดีมคี วามเหมาะสม ไม่

ประโยชนต์ ามความ เปน็ ทีเ่ ดอื ดร้อนแกต่ นเอง

เหมาะสมได้ และผ้อู น่ื และตอ้ งถือวา่

3. เข้าร่วมปฏิบัตโิ ครงการ การบาเพ็ญประโยชน์เปน็

บาเพ็ญประโยชน์รว่ มกบั หัวใจของกจิ กรรมยวุ

ผู้อื่นด้วยความสนใจและ กาชาด และเป็น

กระตือรอื รน้ จุดประสงคส์ าคัญของ

สภากาชาดไทยในการ

ฝึกอบรมสมาชิกยวุ กาชาด

10 กิจกรรมบาเพ็ญ 1. อธบิ ายและแสดงวธิ กี าร การประดิษฐเ์ คร่ืองใช้และ 3

ประโยชน:์ ประดิษฐ์เคร่ืองใชแ้ ละของ ของเล่นจากวสั ดุเป็นสง่ิ ที่ (ส.8-9,11)

(การประดิษฐ์ เลน่ จากวสั ดุได้ สมาชกิ ยุวกาชาดควรได้

เครื่องใช้และของเลน่ 2. นาสง่ิ ประดิษฐ์และของ ฝึกหัดและเรยี นรู้ในการฝึก

จากวัสดุ) เล่นมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ ปฏบิ ัติซึ่งผลงานทงั้ 2 อยา่ ง

ได้ ดงั กล่าวสามารถนามาใช้

ประโยชนค์ วบคู่กัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ

โครงสร้างการสอนยวุ กาชาด ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา..................... จานวน 20 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
... (ชม.) คะแนน

3. เขา้ ร่วมกิจกรรมการ นามาใชเ้ ป็นเครื่องมือใน ผ่าน/
ไม่ผ่าน
เรยี นรู้เกยี่ วกบั การประดษิ ฐ์ กจิ กรรมสร้างเสริม

เครอื่ งใช้และของเลน่ สมั พันธภาพระหวา่ งสมาชิก

จากวสั ดุรว่ มกบั ผู้อื่นดว้ ย ยวุ กาชาดต่างประเทศได้

ความสนใจและ เป็นอยา่ งดี

กระตือรือร้น

ประเมินผลระหวา่ งภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา.................... (ส.10)

9 กจิ กรรมบาเพญ็ 1. บอกวธิ กี ารและให้ กิจกรรมสมั พนั ธ์ชมุ ชนเป็น 4

ประโยชน:์ กิจกรรม ความสาคัญของการปฏิบัติ สว่ นหนึ่งในการบาเพ็ญ (ส.12-15)

สัมพันธ์ชมุ ชน กิจกรรมสัมพันธ์ชุมชนได้ ประโยชน์ ซงึ่ เป็นหวั ใจของ

2. แสดงการใหค้ วาม งานยวุ กาชาด เพราะ

ช่วยเหลอื คนชราในทอ้ งถิน่ จุดมุ่งหมายของการกาชาด

และการเข้าร่วมกจิ กรรม ท่ปี รากฏอยู่ในคาปฏิญาณ

สัมพนั ธ์ชุมชนอย่าง ตนของยวุ กาชาดข้อ 2 ซึ่ง

เหมาะสมได้ กลา่ วไวว้ า่ “ขา้ ฯ จะเป็น

3. เข้ารว่ มปฏบิ ัติกจิ กรรม มติ รกบั คนทว่ั ไป และจะ

สัมพันธ์ชุมชนร่วมกับผอู้ ื่น บาเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์

ดว้ ยสนใจและกระตอื รือร้น แก่สว่ นรวม” กิจกรรม

สัมพนั ธ์ชมุ ชนในรูปของการ

ช่วยเหลอื ชมุ ชน ซ่ึงจัดเป็น

งานบาเพ็ญประโยชน์ท่ี

สมาชกิ ยุวกาชาดควรปฏิบัติ

แตก่ อ่ นท่สี มาชิกยวุ กาชาด

จะไดเ้ ข้าไปชว่ ยเหลอื ชมุ ชน

นนั้ สมาชิกยุวกาชาดควร

ต้องทาความเข้าใจสภาพ

ปัญหาและความตอ้ งการ

ของชมุ ชนก่อน จึงจะ

สามารถเลือกชนดิ ของงาน

นามาเป็นวธิ ีการบาเพญ็

ประโยชน์ได้ตรงตามความ

ต้องการของชุมชนมากทสี่ ดุ

ซงึ่ ในชมุ ชนมกั พบปญั หาใน

โครงสรา้ งการสอนยุวกาชาด ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา..................... จานวน 20 ช่วั โมง

หน่วยที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
... (ชม.) คะแนน

เร่ืองท่เี กย่ี วข้องกับสภาพท่ี ผา่ น/
ไม่ผ่าน
อยอู่ าศัย ขยะมูลฝอย
ศีลธรรมจรรยา สิง่ เสพติด
ปญั หาการศึกษา และ

ปัญหาทางดา้ นเศรษฐกิจ

10 ระเบียบวินัยในการ 1. อธบิ ายระเบียบวินบั ของ ระเบยี บวินัยเป็นการช่วย 4

ฝึกปฏบิ ตั ิตามคาสัง่ ยวุ กาชาดได้ พัฒนาบคุ ลิกภาพและ (ส.16-19)

2. แสดงการใช้คาสง่ั และวิธี ทา่ ทางของสมาชิกยวุ

ปฏิบตั ติ ามคาส่ังของผ้สู งั่ กาชาด โดยการใช้คาส่งั

ดว้ ยความมีระเบียบวนิ ัยได้ และปฏบิ ัติท่ีถูกต้องจะช่วย

3. เข้าร่วมกิจกรรมการ ให้การฝกึ ระเบยี บแถวมี

เรียนร้แู ละฝกึ ปฏิบตั ิ ระเบียบวนิ ยั และยงั ชว่ ย

ระเบียบวนิ ยั ในการเดิน ส่งเสริมใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาด

ร่วมกบั ผูอ้ นื่ ดว้ ยความสนใจ มบี คุ ลิกภาพท่ีดี เปน็

และกระตอื รือร้น ระเบยี บและสง่างาม

ประเมนิ ผลปลายภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา..........................

สปั ดาหท์ ี่ 1-3

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนที่ ……2…/…….……... ชอ่ื ผ้สู อน ……………………………………...….…….
แผนการจัดกจิ กรรมยวุ กาชาด ชัน้ .....ประถมศึกษาปีที่ 5……. จานวน……3…...คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 9 เรือ่ ง งานของยุวกาชาด

1. สาระสาคญั

ยุวกาชาดต้องฝึกฝนตนเองทง้ั รา่ งกายและจิตใจ เพ่ือการเตรียมพรอ้ มชว่ ยเหลือเพ่ือนมนุษยใ์ นทกุ โอกาสทส่ี ามารถ
กระทาได้ สามารถฝึกโดยเริ่มจากบุคคลใกลช้ ิด เช่น ครอบครัว ญาติ พ่ีน้อง ชมุ ชน วัด โรงเรยี น ฯลฯ ทง้ั น้ีโดยไมห่ วงั
อามจิ สินจา้ งหรือสินตอบแทนใดๆ

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกระเบียบและขอ้ ปฏิบัติของยุวกาชาดได้อย่างถูกต้องได้
2. ยกตวั อย่างและรว่ มปฏบิ ัติตามข้อปฏิบตั ขิ องยวุ กาชาดตามความเหมาะสมได้
3. เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ดว้ ยความสนใจและความกระตอื รอื รน้

3. สาระการเรียนรู้

คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน

1-3 การดาเนนิ กจิ กรรมการเปดิ –ปดิ กิจกรรมยุวกาชาด
ผู้นากลุ่มยุวกาชาด หรือรองผู้นากลุ่มยุวกาชาด หรือครูผู้สอน ควรจัดกิจกรรม

ตามลาดับขนั้ ดงั น้ี

ขนั้ ตอนที่ 1: พธิ ีเปิดกจิ กรรมยุวกาชาด (เขา้ แถวรปู ครึง่ วงกลม

ชักธงยุวกาชาดขน้ึ สู่ยอดเสา สงบน่ิง กลา่ วคาปฏญิ าณ

ตนยวุ กาชาด ตรวจและรายงาน นัดหมายและชี้แจง)

ขนั้ ตอนท่ี 2: ใหส้ มาชิกยวุ กาชาดร่วมเล่นเกมหรือร้องเพลงตามทีผ่ นู้ ากลุ่มยวุ กาชาด

หรือรองผูน้ ากล่มุ

ยุวกาชาด หรือครูผสู้ อนนาปฏบิ ตั ิ

ข้นั ตอนท่ี 3: การดาเนนิ กิจกรรมการเรียนรู้ การจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด ผู้นากลุ่มยวุ

กาชาดหรือรองผนู้ ากลุม่ ยุวกาชาด หรือครูผู้สอน สามารถแบง่ ลักษณะการจดั

กิจกรรมไดต้ ามความเหมาะสม ดังนี้

ครั้งที่ 1 เรอื่ งงานของยุวกาชาด:
1. ใหส้ มาชิกยุวกาชาดจัดแถวและเดนิ แถวตามการใช้คาส่งั ของผูส้ ง่ั
เพอื่ ทบทวนความรู้เก่ียวกับระเบียบแถว
2. ใหส้ มาชิกยุวกาชาดแตล่ ะหนว่ ยแสดงความคดิ เห็นร่วมกันหา
ความหมายและความสาคญั ของยุวกาชาด ตลอดจนโครงการท่ี

สมาชกิ ยวุ กาชาดเคยได้ปฏิบัติมา
3. ผ้นู ากลุม่ หรือรองผู้นากลุ่มหรอื ครผู ้สู อนนาตัวอย่างงานของยวุ
กาชาดและโครงการอ่นื ๆ
4. มอบหมายใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดร่วมกนั จัดกจิ กรรมประชาสัมพนั ธ์
งานของยวุ กาชาด โดยนามานาเสนอในครง้ั ต่อไป

ครงั้ ท่ี 2 เรือ่ งงานของยุวกาชาด (ตอ่ )
สมาชกิ ยวุ กาชาดร่วมแต่ละกลุม่ ร่วมกนั ปรกึ งานตามท่ีกาหนดไว้

คร้ังที่ 3 เร่อื งงานของยุวกาชาด (ตอ่ )
1. ใหส้ มาชิกยุวกาชาดแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนองานของยุวกาชาด
และโครงการท่เี กี่ยวข้องกบั ยวุ กาชาด
2. ให้แตล่ ะกลมุ่ ผลดั เปลี่ยนกันนาเสนอปัญหาและอปุ สรรค
ตลอดจนวธิ ีการแกไ้ ขปัญหาอุปสรรคและผลท่ีไดร้ ับจากการปฏบิ ัติ
รวมกนั

ขั้นตอนท่ี 4: การวัดและการประเมินผลการเรยี นรู้

1.วดั และประเมนิ ผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมของของสมาชกิ

ยุวกาชาดโดยประเมินจากความสนใจและความตัง้ ใจในการเข้ารว่ ม

2.วดั และประเมนิ ผลจากการซกั ถามสมาชิกยุวกาชาด โดยการ

สนทนาเกย่ี วกับงานของยวุ กาขาดและโครงการท่ีเกย่ี วข้อง

3. วัดและประเมินผลจากการทดสอบ โดยให้สมาชิกยวุ กาชาดปฏบิ ัติ

กิจกรรมจรงิ

ขั้นตอนที่ 5: พธิ ีเปดิ กจิ กรรมยวุ กาชาด (เขา้ แถวรปู ครงึ่ วงกลม ตรวจและ

รายงาน นดั หมายและชแี้ จง ชักธงยุวกาชาดลง

เลกิ แถว)

4. สือ่ /อปุ กรณ์ /แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี นยวุ กาชาด ป.5

2. ภาพแสดงงานของยวุ กาขาดและโครงการท่เี กย่ี วข้อง

3. แผนภมู ิแสดงวิธีการเลน่ เกมและอุปกรณ์ประกอบ

4. แผนภมู เิ พลงและเครือ่ งดนตรปี ระกอบจงั หวะ

5. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
1.วดั และประเมินผลจากการสงั เกตพฤตกิ รรมของสมาชิกยุวกาชาด โดยประเมนิ จากความสนใจและความ
ต้งั ใจในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2.วัดและประเมนิ ผลจากการซักถามสมาชิกยุวกาชาด โดยการนาเสนอของแตล่ ะกลมุ่
3.วดั และประเมนิ ผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยวุ กาชาด
1) ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจริง
2) ทาแบบทดสอบด้านความรู้ประจาหน่วยการเรยี นรู้
4. วดั และประเมินผลด้านทกั ษะกระบวนการโดยการใช้แบบประเมิน
5. วัดและประเมินผลดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ลงชอื่ .......................................................ผู้สอน
ลงชือ่ .......................................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงชอ่ื .......................................................ผูอ้ านวยการ

สปั ดาห์ที่ 4-7

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนที่ ……2…/…...……... ชอื่ ผสู้ อน ……………………………………...….…….
แผนการจดั กิจกรรมยุวกาชาด ชน้ั .....ประถมศึกษาปที ี่ 5……. จานวน……4…...คาบ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 10 เรื่องกจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์:การเข้ารว่ มโครงการบาเพ็ญประโยชน์

1. สาระสาคัญ

คนเราจะอยรู่ ่วมกนั ด้วยความผาสุกนัน้ จะตอ้ งรู้จักทจี่ ะชว่ ยเหลือซง่ึ กันและกนั รูจ้ ักการรับและการใหอ้ ยา่ งพอดมี ี
ความเหมาะสม ไม่เปน็ ท่เี ดือดรอ้ นแกต่ นเองและผูอ้ นื่ และต้องถือว่าการบาเพ็ญประโยชน์เปน็ หัวใจของกิจกรรมยุวกาชาด
และเปน็ จดุ ประสงคส์ าคัญของสภากาชาดไทยในการฝึกอบรมสมาชิกยวุ กาชาด

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกวิธีการเข้าร่วมโครงการบาเพ็ญประโยชนต์ ามความเหมาะสมได้
2. ยกตวั อยา่ งและร่วมปฏิบัติโครงการบาเพญ็ ประโยชนต์ ามความเหมาะสมได้
3. เข้าร่วมปฏิบัติโครงการบาเพ็ญประโยชนร์ ว่ มกบั ผู้อ่นื ด้วยความสนใจและกระตือรือรน้

3. สาระการเรยี นรู้

คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน

1 การดาเนนิ กิจกรรมการเปดิ –ปดิ กจิ กรรมยุวกาชาด
ผูน้ ากลุม่ ยุวกาชาด หรอื รองผู้นากลมุ่ ยวุ กาชาด หรือครูผสู้ อน ควรจดั กิจกรรม

ตามลาดบั ขั้น ดงั นี้

ขน้ั ตอนที่ 1: พิธเี ปดิ กจิ กรรมยวุ กาชาด (เขา้ แถวรปู ครึง่ วงกลม

ชกั ธงยวุ กาชาดข้นึ สู่ยอดเสา สงบน่ิง กลา่ วคาปฏญิ าณ

ตนยุวกาชาด ตรวจและรายงาน นดั หมายและช้ีแจง)

ขน้ั ตอนท่ี 2: ให้สมาชิกยุวกาชาดร่วมเล่นเกมหรือร้องเพลงตามท่ผี ู้นากลุ่มยวุ กาชาด

หรือรองผูน้ ากลมุ่

ยวุ กาชาด หรอื ครผู ูส้ อนนาปฏบิ ัติ

ขน้ั ตอนท่ี 3: การดาเนนิ กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมยวุ กาชาด ผู้นากลุ่มยุว

กาชาดหรือรองผูน้ ากลุ่มยวุ กาชาด หรือครูผูส้ อน สามารถแบง่ ลักษณะการจดั

กจิ กรรมไดต้ ามความเหมาะสม ดงั นี้

ครงั้ ที่ 1 เร่อื งการเขา้ รว่ มโครงการบาเพ็ญประโยชน์:
1. ใหส้ มาชิกยุวกาชาดจัดแถวและเดินแถวตามการใชค้ าส่งั ของผูส้ ัง่
เพ่ือทบทวนความรู้เกี่ยวกับระเบยี บแถว
2. ใหส้ มาชกิ ยุวกาชาดแตล่ ะหน่วยแสดงความคดิ เหน็ รว่ มกันหา
ความหมายและความสาคัญของการบาเพ็ญประโยชนข์ องสมาชิกยุว

กาชาดตลอดจนโครงการทสี่ มาชกิ ยุวกาชาดเคยไดป้ ฏิบัติมา
3. ผนู้ ากลมุ่ หรือรองผู้นากลุ่มหรอื ครผู ้สู อนนาตัวอย่างการเขา้ รว่ ม
โครงการบาเพ็ญประโยชนข์ องยวุ กาชาดในในโครงการรักษาความ
สะอาดท่สี าธารณะในชมุ ชน ให้สมาชิกยุวกาชาดทราบแนวทางและ
ตวั อย่างนาการปฏิบัติ
4. มอบหมายให้สมาชกิ ยวุ กาชาดร่วมกนั จดั กิจกรรมในโครงการ
บาเพ็ญประโยชน์ โดยเลอื กนาไปปฏบิ ัติรว่ มกันในการเปดิ –ปิด
กจิ กรรมฯ แลว้ นาผลมารายงานผลการปฏิบตั กิ ารเปิด–ปิด
กจิ กรรมฯ

ครั้งที่ 2 เรอ่ื งการเข้ารว่ มโครงการบาเพ็ญประโยชน์ (ตอ่ )
2-4 สมาชกิ ยุวกาชาดร่วมปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในโครงการฯ ตามท่ีกาหนดไว้

ครง้ั ท่ี 3 เร่ืองการเขา้ ร่วมโครงการบาเพญ็ ประโยชน์ (ต่อ)
สมาชกิ ยุวกาชาดรว่ มปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในโครงการฯ ตามท่ีกาหนดไว้

ครั้งท่ี 4 เรอ่ื งการเข้ารว่ มโครงการบาเพ็ญประโยชน์ (ตอ่ )

1. ให้สมาชิกยวุ กาชาดออกมารายงานผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมใน

โครงการฯ ท่ีได้ปฏบิ ัติ โดยนาเสนอปัญหาอุปสรรค

2. ให้แตล่ ะกลมุ่ ผลดั เปลยี่ นกนั นาเสนอปญั หาและอปุ สรรค

ตลอดจนวิธกี ารแกไ้ ขปญั หาอุปสรรคและผลที่ได้รบั จากการปฏิบัติ

รวมกนั

3. ผู้นากลุ่มหรือรองผูก้ ล่มุ หรือครผู ู้สอน ให้ความรแู้ ละ

ขอ้ เสนอแนะแนวทางการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมแล้วมอบหมายใหส้ มาชกิ

ยวุ กาชาดแตล่ ะคนเตรียมอุปกรณ์มาปฏิบัติ กิจกรรมงานประดษิ ฐ์ใน

การเปดิ –ปดิ กจิ กรรมฯ คร้งั ต่อไป

ข้นั ตอนท่ี 4: การวัดและการประเมนิ ผลการเรียนรู้

2.วดั และประเมนิ ผลจากการสงั เกตพฤตกิ รรมของของสมาชกิ

ยุวกาชาดโดยประเมินจากความสนใจและความตง้ั ใจในการเขา้ ร่วม

2.วัดและประเมนิ ผลจากการซกั ถามสมาชิกยุวกาชาด โดยการ

สนทนาเก่ียวกับ หลกั การกาชาดและความหมายของหลกั การกาชาดใน

แตล่ ะข้อ และแนวทางในการนาหลักการกาชาดไป

3. วัดและประเมนิ ผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยวุ กาชาดปฏิบัติ

กิจกรรมจริง

ขน้ั ตอนท่ี 5: พธิ เี ปิดกจิ กรรมยุวกาชาด (เขา้ แถวรปู ครง่ึ วงกลม ตรวจและ

รายงาน นัดหมายและช้แี จง ชักธงยุวกาชาดลง

เลิกแถว)

4. สือ่ /อปุ กรณ์ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนยุวกาชาด ป.5
2. ภาพแสดงลักษณะการบาเพญ็ ประโยชน์ในลกั ษณะตา่ ง ๆ ของสมาชิกยุวกาชาด
3. แผนภูมแิ สดงวิธกี ารเลน่ เกมและอุปกรณ์ประกอบ

4. แผนภูมเิ พลงและเคร่อื งดนตรปี ระกอบจังหวะ

5. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1.วัดและประเมนิ ผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมของสมาชิกยุวกาชาด โดยประเมินจากความสนใจและความ
ตง้ั ใจในการเข้าร่วมกจิ กรรม
2.วดั และประเมนิ ผลจากการซกั ถามสมาชิกยวุ กาชาด โดยการสนทนาเกย่ี วกับประวัติการก่อต้ังยวุ กาชาดไทย
และววิ ฒั นาการเครอื่ งแบบยวุ กาชาดไทย
3.วัดและประเมนิ ผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยุวกาชาด
1) ปฏิบัติกิจกรรมจริง
2) ทาแบบทดสอบด้านความรู้ประจาหน่วยการเรยี นรู้
4. วดั และประเมินผลด้านทกั ษะกระบวนการโดยการใชแ้ บบประเมนิ
5. วัดและประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ลงชอื่ .......................................................ผสู้ อน

ลงช่ือ.......................................................ฝา่ ยวชิ าการ

ลงช่ือ.......................................................ผูอ้ านวยการ

สัปดาห์ท่ี 8-9, 11

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี ……2…/…....……... ชือ่ ผู้สอน ……………………………………...….…….
แผนการจดั กจิ กรรมยุวกาชาด ชน้ั ....ประถมศกึ ษาปที ่ี 5… จานวน……3…...คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน:์ (การประดษิ ฐ์เครือ่ งใช้และ
ของเลน่ จากวัสด)ุ

1. สาระสาคญั

การประดิษฐ์เครือ่ งใช้และของเล่นจากวสั ดุเปน็ สิ่งทสี่ มาชิกยวุ กาชาดควรไดฝ้ กึ หดั และเรียนรูใ้ นการฝกึ ปฏิบตั ิซง่ึ
ผลงานทัง้ 2 อยา่ งดังกล่าวสามารถนามาใช้ประโยชนค์ วบคู่กนั โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนามาใช้เป็นเครื่องมือในกิจกรรมสร้าง
เสรมิ สมั พนั ธภาพระหวา่ งสมาชิกยวุ กาชาดต่างประเทศได้เป็นอยา่ งดี

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายและแสดงวิธีการประดษิ ฐ์เครื่องใชแ้ ละของเลน่ จากวัสดุได้
2. นาสิง่ ประดษิ ฐแ์ ละของเลน่ มาใช้ในโอกาสต่าง ๆ ได้
3. เขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้เกยี่ วกบั การประดิษฐ์เครอ่ื งใชแ้ ละของเล่นจากวัสดุร่วมกับผู้อื่นด้วยความสนใจและ
กระตือรือรน้

3. สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนการสอน

คาบท่ี การดาเนินกิจกรรมการเปดิ –ปดิ กิจกรรมยุวกาชาด
1 ผนู้ ากลุ่มยุวกาชาด หรือรองผู้นากล่มุ ยวุ กาชาด หรือครผู สู้ อน ควรจดั กจิ กรรม

ตามลาดับขน้ั ดงั น้ี

ขั้นตอนท่ี 1: พธิ เี ปดิ กจิ กรรมยุวกาชาด (เข้าแถวรปู ครึ่งวงกลม ชกั ธงยุว

กาชาดขึ้นส่ยู อดเสา สงบนิ่ง กล่าวคาปฏญิ าณตนยุว

กาชาด ตรวจและรายงาน นดั หมายและชี้แจง)

ขัน้ ตอนที่ 2: ให้สมาชกิ ยุวกาชาดร่วมเล่นเกมหรอื ร้องเพลงตามทผ่ี นู้ ากลมุ่ ยวุ

กาชาดหรือรองผู้นากลุ่มยุวกาชาด หรอื ครูผู้สอนนาปฏบิ ัติ

ข้นั ตอนท่ี 3: การดาเนินกจิ กรรมการเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมยุวกาชาด ผนู้ ากลุ่มยวุ

กาชาด หรือรองผ้นู ากลุ่มยวุ กาชาด หรอื ครูผสู้ อน สามารถแบง่ ลักษณะการจัด

กิจกรรมไดต้ ามความเหมาะสม ดังน้ี

ครัง้ ท่ี 1 เร่ืองการจัดทาบตั รอวยพร
1. ให้สมาชิกยวุ กาชาดสนทนาร่วมกันเพอ่ื ทบทวนความรู้และการ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมในการเปดิ –ปิดกิจกรรมฯ ครง้ั ที่ผ่านมา เพื่อทบทวน
ความรู้
2. ใหแ้ ตล่ ะหน่วยระดมความคิดเหน็ เกยี่ วกับวธิ กี ารและความสาคัญ
ของการสร้างเสรมิ สัมพนั ธภาพกับผ้อู ่ืนและในหม่คู ณะของตนเอง โดย

ผลัดเปลย่ี นกนั สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอ
3. ผ้นู ากลุ่มหรอื รองผู้นากลมุ่ หรือครูผ้สู อนนาตวั อย่างบตั รอวยพรใน
รปู แบบต่าง ๆ ใหส้ มาชิกยุวกาชาดร่วมกนั ศึกษาถึงแนวทางและวธิ ีการ
ประดิษฐ์เพือ่ จดั ทาบตั รอวยพรรว่ มกัน
4. มอบหมายให้สมาชิกยวุ กาชาดแต่ละคนจัดเตรยี มอุปกรณ์ในการ
ทางานประดิษฐ์มาฝึกปฏิบัตใิ นการเปดิ –ปิดกจิ กรรมฯ ครงั้ ต่อไป

2-3 ครั้งท่ี 2 เรือ่ งการงานประดษิ ฐ์ (ต่อ)
1. ใหค้ วามรแู้ ละข้อควรระมดั ระวังในการใช้อุปกรณป์ ระกอบการ
ประดษิ ฐ์ ให้สมาชกิ ยวุ กาชาดรับทราบ
2. ใหส้ มาชิกยวุ กาชาดแตล่ ะคนประดษิ ฐ์สง่ิ ของเคร่อื งใช้ตามรูปแบบท่ี
สนใจ โดยนาผลงานมานาเสนอในการการเปิด–ปิดกจิ กรรมฯ คร้งั
ตอ่ ไป

ครัง้ ท่ี 3 เรอื่ งการประดิษฐ์สิ่งของเคร่อื งใช้จากวสั ดุ
1. ใหส้ มาชิกยวุ กาชาดแต่ละคนนาผลงานการประดิษฐ์ พร้อมข้อความ
บรรยายทเี่ ขียน อ่านให้เพื่อน ๆ ฟงั โดยให้ร่วมกันแก้ไขข้อความ
ดังกลา่ วใหม้ คี วามเหมาะสมร่วมกัน
2. ให้ความรใู้ นเรอ่ื งการประดิษฐ์สิง่ ของจากวัสดุโดยการอธิบายและ
สาธิตวธิ ีการใช้อุปกรณ์การตัดกระดาษและวิธีสรา้ งให้สมาชิกยุวกาชาด
ดแู ละให้สอบถามในประเด็นท่ีสงสยั เพ่ิมเติม
3. ให้สมาชิกยวุ กาชาดแต่ละคนประดิษฐสิ่งของและนาผลงานท่ี
ประดษิ ฐ์แลกเปลี่ยนใหเ้ พ่ือนสมาชิกยุวกาชาดในหน่วยอืน่ หรือต่าง
โรงเรียน
4. มอบหมายให้สมาชิกยวุ กาชาดศึกษาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 15
กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ (3) กิจกรรมสมั พนั ธภาพ

ข้นั ตอนท่ี 4: การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วัดและประเมนิ ผลจากการสังเกตพฤติกรรมของสมาชิกยวุ กาชาด
โดยประเมินจากความสนใจและความตง้ั ใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
2. วัดและประเมินผลจากการซักถามสมาชกิ ยุวกาชาด โดยการ
สนทนาเกย่ี วกบั วิธีการและความสาคญั ของการประดษิ ฐ์สง่ิ ของกบั
ผอู้ ่นื และในหมคู่ ณะของตนเอง
3. วดั และประเมนิ ผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาด
1) ปฏบิ ัติกิจกรรมจรงิ
2) ทาแบบทดสอบด้านความรู้
4. วัดและประเมนิ ผลด้านทักษะกระบวนการโดยการใชแ้ บบประเมนิ
ตอนที่ 2 (ข้อมูล ทใ่ี ช้ประกอบดไู ดจ้ ากตารางวิเคราะห์โครงสร้าง
หนว่ ยการเรยี นรู้ฯ)
5. วดั และประเมินผลด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะ
อันพึงประสงคใ์ นภาคผนวก (ขอ้ มูลท่ใี ชป้ ระกอบดูได้จากตาราง
วเิ คราะห์โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้ฯ)

ข้ันตอนที่ 5: พิธีเปิดกิจกรรมยุวกาชาด (เขา้ แถวรูปครึ่งวงกลม

ตรวจและรายงาน นดั หมายและช้ีแจง ชักธงยวุ กาชาด

ลง เลิกแถว)

4. สื่อ/อุปกรณ์ /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี นยุวกาชาด ป. 5
2. ตัวอย่างของส่ิงประดิษฐ์
3. อุปกรณแ์ ละสง่ิ ของที่ใชป้ ระกอบการประดษิ ฐ์
4. แผนภูมแิ สดงวิธกี ารเลน่ เกมและอปุ กรณ์ประกอบ
5. แผนภูมิเพลงและเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ

5. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

1.วดั และประเมนิ ผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมของสมาชกิ ยุวกาชาด โดยประเมินจากความสนใจและความ
ต้ังใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
2.วัดและประเมินผลจากการซกั ถามสมาชิกยุวกาชาด โดยการสนทนาเกี่ยวกบั วธิ กี ารและความสาคัญของการ
ประดษิ ฐส์ ิ่งของกบั ผอู้ น่ื และในหมู่คณะของตนเอง
3. วดั และประเมนิ ผลจากการทดสอบ

1) ปฏบิ ัติกิจกรรมจริง
2) ทาแบบทดสอบ
4. วัดและประเมินผลดา้ นทักษะกระบวนการโดยการใช้แบบประเมนิ

ลงช่อื .......................................................ผู้สอน
ลงช่อื .......................................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงชอื่ .......................................................ผอู้ านวยการ

ภาคเรยี นท่ี ……2…/…………... สปั ดาห์ท่ี 12-15
แผนการจดั กจิ กรรมยุวกาชาด
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ช่ือผสู้ อน ……………………………………...….…….
ช้ัน ....ประถมศกึ ษาปที ่ี 5… จานวน……4…...คาบ
เรอ่ื ง กิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน:์ กจิ กรรมสมั พันธช์ ุมชน

1. สาระสาคัญ

กจิ กรรมสัมพนั ธช์ ุมชนเป็นสว่ นหนง่ึ ในการบาเพ็ญประโยชน์ ซึ่งเป็นหวั ใจของงานยุวกาชาด เพราะจุดมุ่งหมายของ
การกาชาดทปี่ รากฏอยู่ในคาปฏญิ าณตนของยุวกาชาดข้อ 2 ซ่งึ กลา่ วไว้วา่ “ขา้ ฯ จะเปน็ มิตรกบั คนท่ัวไป และจะบาเพ็ญตน
ให้เปน็ ประโยชนแ์ กส่ ่วนรวม” กจิ กรรมสมั พันธ์ชมุ ชนในรูปของการช่วยเหลือชมุ ชน ซึง่ จดั เปน็ งานบาเพ็ญประโยชน์ท่ีสมาชกิ
ยวุ กาชาดควรปฏบิ ตั ิ แต่กอ่ นทส่ี มาชิกยวุ กาชาดจะไดเ้ ข้าไปช่วยเหลอื ชมุ ชนน้ัน สมาชิกยุวกาชาดควรตอ้ งทาความเข้าใจ
สภาพปญั หาและความต้องการของชมุ ชนก่อน จึงจะสามารถเลือกชนดิ ของงานนามาเปน็ วิธีการบาเพญ็ ประโยชน์ได้ตรงตาม
ความต้องการของชุมชนมากท่ีสดุ ซึ่งในชุมชนมกั พบปัญหาในเร่อื งทีเ่ ก่ยี วข้องกับสภาพทอ่ี ยู่อาศยั ขยะมลู ฝอย ศีลธรรม
จรรยา ส่งิ เสพตดิ ปัญหาการศึกษา และปัญหาทางด้านเศรษฐกจิ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกวิธกี ารและให้ความสาคญั ของการปฏิบัติกจิ กรรมสัมพันธช์ มุ ชนได้
2. แสดงการใหค้ วามชว่ ยเหลือคนชราในท้องถ่ินและการเข้าร่วมกิจกรรมสมั พนั ธช์ ุมชนอย่างเหมาะสมได้
3. เขา้ ร่วมปฏบิ ัตกิ จิ กรรมสมั พันธ์ชมุ ชนรว่ มกับผูอ้ น่ื ดว้ ยสนใจและกระตือรือรน้

3. สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน

คาบท่ี การดาเนินกจิ กรรมการเปดิ –ปดิ กจิ กรรมยุวกาชาด
1-4 ผนู้ ากลุ่มยุวกาชาด หรอื รองผู้นากลุ่มยุวกาชาด หรอื ครผู ู้สอน ควรจัดกจิ กรรม

ตามลาดบั ขั้น ดังนี้

ข้ันตอนที่ 1: พธิ เี ปิดกจิ กรรมยวุ กาชาด (เขา้ แถวรปู ครึ่งวงกลม ชักธงยุว

กาชาดข้นึ ส่ยู อดเสา สงบนิ่ง กล่าวคาปฏญิ าณตนยวุ

กาชาด ตรวจและรายงาน นัดหมายและชี้แจง)

ข้ันตอนท่ี 2: ใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดรว่ มเลน่ เกมหรอื ร้องเพลงตามท่ีผู้นากลุ่มยุว

กาชาดหรอื รองผนู้ ากลุ่มยวุ กาชาด หรอื ครูผู้สอนนาปฏบิ ัติ

ข้ันตอนที่ 3: การดาเนินกิจกรรมการเรยี นรู้ การจัดกิจกรรมยุวกาชาด ผู้นากลมุ่ ยวุ

กาชาด หรือรองผนู้ ากลุ่มยวุ กาชาด หรอื ครูผูส้ อน สามารถแบง่ ลกั ษณะการจดั

กจิ กรรมไดต้ ามความเหมาะสม ดังน้ี

คร้ังที่ 1 เร่ืองกจิ กรรมสัมพันธช์ มุ ชน

1. ใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดแตล่ ะคนออกมานาเสนอผลการส่งบตั รอวย
พรทีป่ ระดษิ ฐใ์ หเ้ พื่อน สมาชิกในหน่วยฟงั และประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจาก
กจิ กรรมดังกลา่ ว

2. ใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดอาสาสมัครออกมานาเสนอผลการศกึ ษา
เกย่ี วกับกจิ กรรมสัมพันธช์ มุ ชนใหเ้ พ่อื นสมาชิกฟัง
3. ใหค้ วามรเู้ กีย่ วกบั ความหมาย ความสาคัญ และความสมั พนั ธ์ของ
กจิ กรรมสัมพันธช์ ุมชนให้สมาชิกยุวกาชาดทราบ
4. มอบหมายให้สมาชิกยุวกาชาดแตล่ ะหน่วยออกไปสารวจเกยี่ วกบั
จานวนสถิติของคนชราในชมุ ชนและท้องถิน่ โดยนามาเสนอในการ
เปิด–ปดิ กิจกรรมฯ คร้ังต่อไป

ครง้ั ท่ี 2 เร่อื งกจิ กรรมสัมพนั ธ์ชุมชน (ต่อ)
1. ใหแ้ ตล่ ะหนว่ ยออกมานาเสนอเก่ียวกับผลการสารวจสถติ ขิ อง
คนชราในชุมชนและท้องถิน่ เพื่อให้สมาชิกยวุ กาชาดร้แู หลง่ /สถานที่
ที่คนชราพกั อาศยั
2. ใหค้ วามร้เู ก่ยี วกับคณุ ค่าของคนชรา เพื่อสร้างจติ สานกึ ให้สมาชกิ
ยุวกาชาดเห็นคุณคา่ ในความสาคัญของคนชรา
3. ใหค้ วามรเู้ กี่ยวกับแนวทางในการจัดกิจกรรมสาหรับการชว่ ยเหลือ
คนชราในทอ้ งถน่ิ
4. มอบหมายใหส้ มาชิกยุวกาชาดแตล่ ะคนออกไปปฏิบัติกิจกรรมการ
ชว่ ยเหลือคนชรา ในท้องถนิ่ โดยใหบ้ นั ทึกผลการปฏิบตั ิมานาเสนอ
ในการเปิด–ปิดกิจกรรมฯ

ครัง้ ท่ี 3 เร่ืองกจิ กรรมสมั พันธ์ชมุ ชน (ตอ่ )
สมาชกิ ยุวกาชาดออกมาปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการชว่ ยเหลอื คนชราใน
ทอ้ งถ่นิ และชมุ ชน ในรปู แบบการปฏบิ ัตเิ ดียว/หรือเปน็ หนว่ ย หรอื
หมู่คณะในกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม โดยบนั ทึก
รายละเอยี ดลงในแบบบนั ทึก

คร้งั ที่ 4 เร่อื งกจิ กรรมสมั พนั ธ์ชุมชน (ต่อ)
1. ใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดแตล่ ะคนผลัดเปล่ยี นกันออกมานาเสนอผล
การปฏบิ ัติกจิ กรรม และให้ความรู้สึกท่ีไดร้ บั จากการปฏบิ ัติกจิ กรรม
2. ใหเ้ พอื่ น ๆ รว่ มกนั วิจารณ์ถงึ แนวทางและผลการปฏิบัติตลอดจน
ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ
3. สมาชิกยุวกาชาดสรุปความรทู้ ่ไี ด้รบั ร่วมกัน โดยบนั ทึกแนวทางใน
การนาไปประยกุ ต์ ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ลงในสมุดบนั ทึก

ขน้ั ตอนท่ี 4: การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วัดและประเมินผลจากการสงั เกตพฤติกรรมของสมาชิกยุวกาชาด โดยประเมนิ
จากความสนใจและความต้ังใจในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
2. วดั และประเมินผลจากการซกั ถามสมาชกิ ยุวกาชาด โดยการสนทนาเกี่ยวกับ
ความหมาย ความสาคัญ และความสมั พันธ์ของกิจกรรมสัมพันธช์ มุ ชนแนวทางการ
จดั กจิ กรรมสาหรบั คนชราในการป้องกันช่วยเหลอื ป้องกันชุมชน และผลการปฏิบตั ิ
กจิ กรรมการชว่ ยเหลอื คนชราในท้องถ่ินและชุมชน
3. วดั และประเมนิ ผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยวุ กาชาด

1) ปฏิบัติกจิ กรรมจริง

2) ทาแบบทดสอบด้านความรู้

4. วัดและประเมินผลดา้ นทักษะกระบวนการโดยการใชแ้ บบประเมนิ

5. วัดและประเมนิ ผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง

ประสงค์

ขั้นตอนที่ 5: พิธีเปดิ กจิ กรรมยวุ กาชาด (เขา้ แถวรปู คร่ึงวงกลม ตรวจและ

รายงาน นัดหมายและชแ้ี จง ชกั ธงยวุ กาชาดลงเลิกแถว)

4. ส่อื /อุปกรณ์ /แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี นยุวกาชาด ป. 5
2. ภาพตวั อยา่ งกิจกรรมการแสดงวธิ ีการช่วยเหลือคนชราในทอ้ งถ่นิ และชมุ ชน
3. แผนภูมิแสดงวธิ กี ารเล่นเกมและอุปกรณ์ประกอบ
4. แผนภูมเิ พลงและเคร่อื งดนตรีประกอบจงั หวะ

5. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

1.วดั และประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมของของสมาชิกยุวกาชาด โดยประเมินความสนใจและความ ตงั้ ใจใน
การเขา้ รว่ มกิจกรรม
2. วดั และประเมนิ ผลจากการซักถามสมาชกิ ยุวกาชาด โดยการสนทนาเกี่ยวกับความสาคัญของการใช้ผ้ากันเปื้อน
การใช้เส้ือและการปฏบิ ตั ิในการใช้ผ้ากันเปอ้ื นขณะพยาบาลผู้ปว่ ย และข้อดแี ละข้อเสียของการใชแ้ ละไม่ใช้ผ้ากัน
เปือ้ น
3. วดั และประเมินผลจากการทดสอบ โดยให้สมาชิกยวุ กาชาด

1) ปฏบิ ัติกิจกรรมจริงโดยสวมใสผ่ า้ กนั เป้ือน
2) ทาแบบทดสอบดา้ นความรู้
4. วัดและประเมนิ ผลด้านทักษะกระบวนการโดยการใช้แบบประเมิน

ลงชือ่ .......................................................ผสู้ อน
ลงช่อื .......................................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงชอ่ื .......................................................ผอู้ านวยการ

สัปดาหท์ ี่ 16-19

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ……2…/…....……... ชอ่ื ผสู้ อน ……………………………………...….…….
แผนการจดั กจิ กรรมยวุ กาชาด ชัน้ ....ประถมศึกษาปที ี่ 5… จานวน……4…...คาบ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 10 เร่อื ง…………ระเบียบวนิ ยั ในการฝึกปฏิบัตติ ามคาส่ัง.........

1. สาระสาคัญ

ระเบียบวินยั เปน็ การช่วยพฒั นาบุคลิกภาพและทา่ ทางของสมาชิกยุวกาชาด โดยการใช้คาส่ังและปฏบิ ตั ทิ ่ีถกู ต้องจะ
ช่วยใหก้ ารฝึกระเบยี บแถวมรี ะเบยี บวนิ ัย และยังช่วยส่งเสริมให้สมาชิกยวุ กาชาดมีบุคลกิ ภาพท่ดี ี เปน็ ระเบียบและสงา่ งาม

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายระเบยี บวนิ ับของยวุ กาชาดได้
2. แสดงการใช้คาสั่งและวิธีปฏิบตั ิตามคาสั่งของผสู้ งั่ ด้วยความมีระเบียบวินยั ได้
3. เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้และฝึกปฏบิ ตั ิระเบียบวินัยในการเดินรว่ มกบั ผู้อืน่ ด้วยความสนใจและกระตือรือรน้

3. สาระการเรยี นรู้

คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน

1-4 การดาเนินกิจกรรมการเปดิ –ปิดกจิ กรรมยุวกาชาด
ผนู้ ากลุ่มยวุ กาชาด หรอื รองผู้นากลมุ่ ยวุ กาชาด หรอื ครผู ้สู อน ควรจดั กจิ กรรม

ตามลาดบั ข้นั ดงั น้ี

ขัน้ ตอนท่ี 1: พธิ ีเปิดกจิ กรรมยุวกาชาด (เข้าแถวรปู ครงึ่ วงกลม ชักธงยุวกาชาด

ข้ึนสู่-ยอดเสา สงบนิ่ง กล่าวคาปฏิญาณตนยวุ

กาชาด ตรวจและรายงาน นดั หมายและชีแ้ จง)

ขัน้ ตอนที่ 2: ให้สมาชกิ ยุวกาชาดร่วมเล่นเกมหรอื ร้องเพลงตามที่ผู้นากลุม่ ยุว

กาชาด หรือรองผนู้ ากลุม่ ยวุ กาชาด หรือครผู ้สู อนนาปฏิบตั ิ

ขัน้ ตอนท่ี 3: การดาเนินกจิ กรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมยุวกาชาด ผ้นู ากลุ่มยวุ

กาชาดหรอื รองผนู้ ากลุ่มยุวกาชาด หรือครผู สู้ อน สามารถแบ่งลักษณะการจัด

กิจกรรมไดต้ ามความเหมาะสม ดงั นี้

คร้งั ที่ 1 เรอ่ื งระเบียบวินยั ในการหันเวลาเดนิ
1. สมาชกิ ยุวกาชาดสนทนาร่วมกันศึกษาเก่ยี วกบั การเปิด–ปิด
กิจกรรมฯ คร้ังทผ่ี า่ นมาเพ่ือทบทวนความรู้
2. ผนู้ ากลุม่ หรือรองผู้นากลุ่มหรอื ครูผู้สอนสุม่ สมาชิกยวุ กาชาดแตล่ ะ
หนว่ ยออกมาปฏิบตั โิ ดยใช้คาส่ังต่าง ๆ กนั เช่น “หนา้ –เดิน” “ตาม
สบาย–เดิน” “ครึง่ กา้ ว–เดิน” “เปลยี่ นเทา้ ” “ซอยเท้า–นา” หรอื
แถว–หยดุ ” และให้แตล่ ะหน่วยปฏบิ ัติ หากพบหนว่ ยใดปฏิบตั ไิ ม่

ถกู ตอ้ งใหป้ รบั ปรุงแก้ไข
3. ให้ความรปู้ ระกอบการสาธิตการใชค้ าสง่ั และวธิ ีปฏิบัตกิ ารทาขวา
หนั โดยให้สมาชิกยุวกาชาดเข้าแถวตอนเรยี งหนงึ่ ตามหน่วย ปฏบิ ตั ิ
ตาม
4. ให้แต่ละหน่วยส่งตัวแทนออกมาผลดั เปล่ยี นเปน็ ผใู้ ช้คาสัง่ ใหเ้ พ่ือนๆ
ปฏบิ ัติ โดยมอบหมายใหส้ มาชกิ ทกุ คนไปฝึกปฏบิ ัติเพ่มิ เติมนอกเวลา
เรียน

คร้ังที่ 2 เรื่องระเบียบวินยั ในการหันเวลาเดิน (ตอ่ )
1. ใหส้ มาชิกยุวกาชาดรว่ มกันทบทวนทกั ษะการทาขวาหัน
2. ใหค้ วามร้ปู ระกอบการสาธิตการใชค้ าสง่ั และวิธีปฏิบตั ิการทาซ้าย
หนั และกลับหลังหัน ตามลาดบั โดยให้สมาชิกยวุ กาชาดเข้าแถว
ตอนเรียงหนงึ่ ตามหน่วยปฏิบตั ติ าม
3. มอบหมายใหส้ มาชิกยุวกาชาดไปฝึกปฏิบตั ิการแสดงทา่ การหนั
เวลาเดนิ จากการฝึกปฏิบัติทีผ่ า่ นมา เพื่อเพ่ิมทักษะในการปฏิบัติ

ครั้งท่ี 3 เร่อื งระเบียบวินัยในการหนั เวลาเดิน (ต่อ)
1. แตล่ ะหนว่ ยออกมาแสดงทา่ ทางการหนั เวลาเดนิ ทง้ั การทาขวาหัน
การทาซ้ายหันและกลบั หลังหัน โดยปฏิบัตติ ิดต่อกนั หน่วยใดปฏิบัติ
ไมถ่ ูกตอ้ งให้แกไ้ ขปรับปรุงให้ถกู ต้อง
2. มอบหมายใหแ้ ตล่ ะหน่วยไปฝึกปฏิบตั ิการใช้คาสง่ั และการปฏิบัติ
ระเบียบวินยั ในการเดนิ และการหนั เวลาเดนิ เพอ่ื มาแสดงการปฏิบตั ิ
ให้เพอ่ื นสมาชกิ ดรู ่วมกันในการปฏิบัติกจิ กรรมฯ ครั้งต่อไป

ครง้ั ท่ี 4 เรอ่ื งทบทวนระเบียบวินัยในการเดินและการหันเวลาเดนิ

1. ให้แต่ละหน่วยผลัดเปลีย่ นกนั ออกมาแสดงการปฏิบัติตามการใช้
คาสั่งของผนู้ ากลมุ่ หรือรองผู้นากลุ่มหรือครูผสู้ อนไหนการปฏบิ ัติ เพ่ือ
ทบทวนระเบียบวินัยในการเดนิ
2. ใหส้ มาชิกยวุ กาชาดแต่ละหน่วยร่วมลงคะแนนให้หน่วยทป่ี ฏิบัตไิ ด้
ถูกต้องเป็นระเบียบและปฏบิ ตั ไิ ด้ดีท่สี ดุ โดยการปรบมอื ให้กาลังใจแก่
หนว่ ยดงั กลา่ ว

ข้ันตอนที่ 4: การวัดและการประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วัดและประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมของสมาชิกยุวกาชาด
โดยประเมนิ จากความสนใจและความตง้ั ใจในการเข้าร่วมกิจกรรม
2. วัดและประเมินผลจากการซักถามสมาชิกยวุ กาชาด โดยการ
สนทนาเกยี่ วกับความหมายของคาปฏญิ าณตนและคาปฏญิ าณตน
ของยุวกาชาดความหมายและวัตถุประสงค์ของคาปฏญิ าณตนของยุว
กาชาด
3. วัดและประเมินผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยุวกาชาด

1) ปฏบิ ัติกิจกรรมจริงให้กลา่ วคาปฏญิ าณตนของยวุ กาชาด

2) ทาแบบทดสอบดา้ นความรู้

4. วดั และประเมนิ ผลด้านทักษะกระบวนการโดยการใชแ้ บบ

ประเมนิ

ขน้ั ตอนท่ี 5: พธิ เี ปดิ กิจกรรมยวุ กาชาด (เข้าแถวรูปคร่ึงวงกลม ตรวจและ

รายงาน นัดหมายและชี้แจง ชักธงยุวกาชาดลง

เลิกแถว)

4. สื่อ/อปุ กรณ์ /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียนยุวกาชาด ป. 5
2. ภาพแสดงการปฏิบัติในทา่ การหันเวลาเดนิ
3. แผนภมู แิ สดงวธิ ีการเลน่ เกมและอปุ กรณ์ประกอบ
4. แผนภมู เิ พลงและเคร่อื งดนตรปี ระกอบจงั หวะ

5. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

1.วดั และประเมินผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมของสมาชิกยวุ กาชาดโดยประเมินจากความสนใจและความ
ตั้งใจในการเข้าร่วมกจิ กรรม

2.วัดและประเมินผลจากการซักถามสมาชิกยวุ กาชาด โดยการสนทนาเก่ยี วกับคาสง่ั ในการปฏิบัตติ า่ งๆ
3. วัดและประเมินผลจากการทดสอบ โดยใหส้ มาชิกยุวกาชาด

1) ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมจรงิ
2) ทาแบบทดสอบดา้ นความรู้
4. วัดและประเมินผลดา้ นทักษะกระบวนการโดยการใช้แบบประเมิน
5. วัดและประเมนิ ผลดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ลงชื่อ.......................................................ผสู้ อน
ลงชอื่ .......................................................ฝ่ายวชิ าการ
ลงชอ่ื .......................................................ผ้อู านวยการ


Click to View FlipBook Version