โครงสรา้ งการสอน วชิ า ลูกเสือ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา……………… เวลา 20 ชวั่ โมง
สปั ดาหท์ ี่ ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ จุดประสงค์ เวลา (ชม.) / สัปดาห์
1-2 ปฐมนเิ ทศ 1. บอกส่วนประกอบของลูกเสือได้ 2
2. เข้ารว่ มกิจกรรมตามหมูค่ ณะและกอง
ลูกเสอื ได้
3. บอกการเตรยี มตวั เพอ่ื เรียนวชิ า
ลกู เสือในแต่ละชนั้ ได้
3-5 คำปฏิญาณและกฎของ 1. ท่องคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสามัญได้ 3
ลูกเสือสามญั 2. ปฏบิ ตั ติ ามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ
สามัญได้
6-7 การใช้เงือ่ นผูกแนน่ ทำเสา 1. ผกู แน่นแบบตา่ ง ๆ ไดถ้ ูกต้องและมน่ั คง 2
ธงลอย 2. สามารถใช้เงื่อนผูกแนน่ ทำเสาธงลอยได้
2
8-9 การใช้เงือ่ นผูกแนน่ ผูก สามารถนำเงื่อนผกู แนน่ ไปผกู ตอม่อสะพานได้
ตอมอ่ สะพาน
10-11 การปรุงอาหารแบบชาว 1. บอกวิธีปรุงอาหารแบบชาวปา่ มา 5 วิธี 2
ปา่ 2. แสดงวิธีปรุงอาหารแบบชาวป่า
โครงสรา้ งการสอน วชิ า ลกู เสือ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา……………… เวลา 20 ชั่วโมง
สปั ดาห์ที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ จุดประสงค์ เวลา (ชม.) / สัปดาห์
โครงการบุกเบิก
12-15 1. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกิจกรรม 4
2. ความต้ังใจในการปฏิบัตกิ ิจกรรม
16-17 3. ทำโครงการบกุ เบิก หมู่ละ 1 โครงการ 2
4. ตรวจผลงานแต่ละหมู่
18 1
กาลอากาศ 1. บอกฤดกู าลต่าง ๆ ในประเทศไทยได้
19-20 2. บอกทิศทางลมและลมประจำฤดกู าลทีพ่ ัด 2
ผา่ นประเทศไทยได้
3. บอกลักษณะอากาศตามฤดกู าลในประเทศ
ไทยได้
งานอดเิ รกและเร่ืองที่ 1. สามารถแสดงออกซึ่งทักษะและความสนใจ
สนใจ ของตนเองได้
2. มีส่วนร่วมในการปฏิบัตกิ จิ กรรมรว่ มกับ
ลกู เสืออ่ืนได้
การอนรุ ักษ์ธรรมชาติ 1. บอกความสำคัญของการอนรุ กั ษ์ธรรมชาติ
ได้
2. ปฏิบตั ิตามโครงการอนุรักษธ์ รรมชาติได้
สัปดาหท์ ี่ 1-2
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นที 1/……………… ชื่อผ้สู อน.......................................................
หน่วยการเรียนรู้ วชิ าการลูกเสือ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 2 คาบ
เรอ่ื ง ปฐมนเิ ทศ
1. สาระสำคญั
การเตรียมตวั ทด่ี ี ช่วยให้การทำงานประสพความสำเรจ็
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกสว่ นประกอบของลูกเสอื ได้
2. เข้ารว่ มกิจกรรมตามหม่คู ณะและกองลกู เสอื ได้
3. บอกการเตรยี มตวั เพอ่ื เรยี นวชิ าลกู เสอื ในแตล่ ะช้ันได้
3. สาระการเรียนรู้
การปฐมนิเทศ
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 1. พิธเี ปดิ ประชุมกอง ( ธงขนึ้ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนื้อหา
ผ้กู ำกบั อภปิ ราย กจิ กรรมลกู เสอื คอื อะไร มปี ระโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคมอย่างไร
3.1 ช้แี จงเร่อื งการแตง่ กายทถ่ี กู ต้อง และเน้อื หาหลกั สตู รของวิชาลกู เสือ
3.2 ผู้กำกบั จัดแบ่ง กอง หมู่ ตามความเหมาะสม
3.3 เลือกนายหมู่ และรองนายหมู่ และส่งรายชื่อสมาชิก
3.4 ชี้แจงตำแหนง่ หน้าทคี่ วามรับผิดชอบของสมาชกิ
4. ผกู้ ำกบั เลา่ เร่ืองสั้นท่เี ปน็ ประโยชน์
5. พธิ ปี ิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวัดและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(K) (A) (P)
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ ม 1) มีวินยั 1. คดิ วิเคราะห์
กจิ กรรม 2) ใฝ่เรยี นรู้ 2. การตอบคำถาม
2. ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิ 3) รกั ชาติ ศาสนา กษัตริย์ 3. ทำแบบฝึกหดั
กจิ กรรม 4. กระบวนการกลุ่ม
3. บอกความสำคัญของกจิ การ 5. ความสนใจ
ลูกเสือ 6. การเข้าร่วมกิจกรรม
4. บอกตำแหนง่ และหน้าทีข่ อง
สมาชกิ ภายในหมู่
6. ส่อื / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. ภาพการแต่งกาย ลกู เสอื - เนตรนารี
2. ภาพกิจกรรมลกู เสือ
3. นกหวดี
7. ชนิ้ งานทแี่ สดงผลการเรยี นรู้
ใบความรู้ใบงาน
ลงชื่อ...........................................ผสู้ อน
ลงช่อื ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชื่อ...........................................ผอู้ ำนวยการ
สปั ดาหท์ ่ี 3-5
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 1/……………. ชื่อผูส้ อน........................................................
หนว่ ยการเรียนรู้ วชิ าการลกู เสือ ชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน 3 คาบ
เรื่อง คำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สามัญ
1. สาระสำคญั
การปฏบิ ตั ิตามคำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื ชว่ ยใหเ้ ยาวชนเป็นพลเมอื งดีมวี นิ ยั ยึดมนั่ ในคำสัญญา
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ท่องคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สามญั ได้
2. ปฏบิ ัตติ ามคำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สามญั ได้
3. สาระการเรียนรู้
1. ทอ่ งคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญได้
2. ปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สามัญได้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1-3 1. พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเน้ือหา
3.1 ผู้กำกับให้ลกู เสอื ทอ่ งคำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สามัญแล้วรว่ มกนั อภปิ รายถึงความหมายของ
คำปฏญิ าณและกฎ
3.2 รว่ มกันอภปิ รายถึงวธิ ีปฏบิ ัติตามคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื
3.3 ใหล้ ูกเสือแตล่ ะหมู่อภปิ รายการปฏิบตั ิตามคำปฏิญาณและกฎโดยผกู้ ำกบั กำหนดหวั ขอ้ ให้แลว้
นำมารายงานหรอื แสดงบทบาทสมมติ
3.4 ผกู้ ำกับตดิ ตามการปฏบิ ัตติ นตามคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ
4. ผกู้ ำกับเลา่ เรือ่ งสั้นทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธีปดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวัดและประเมนิ ผล ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(A) (P)
ดา้ นความรู้
(K) 1) มีวินยั 1. คดิ วิเคราะห์
2) ใฝเ่ รียนรู้ 2. การตอบคำถาม
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ ม
กจิ กรรม
2. ความตั้งใจในการปฏิบัติ 3) รกั ชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ 3. ทำแบบฝกึ หดั
กจิ กรรม 4. กระบวนการกลุ่ม
3. ทอ่ งคำปฏญิ าณและกฎของ 5. ความสนใจ
ลกู เสอื สามญั 6. การเข้ารว่ มกจิ กรรม
4. ตรวจผลงาน
6. สื่อ / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. แผนภมู เิ พลง
2. แผนภูมคิ ำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื
7. ชน้ิ งานทแี่ สดงผลการเรยี นรู้
ใบความร้ใู บงาน
ลงช่ือ...........................................ผู้สอน
ลงชอ่ื ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ
คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื
1. คำปฏิญาณของลกู เสอื สามัญ
คำปฏญิ าณ เปน็ ถ้อยคำทกี่ ล่าวออกมาด้วยความจริงใจ เพอ่ื เป็นหลกั ยดึ เหน่ยี วใหล้ ูกเสอื ปฏบิ ตั ิในสง่ิ ทดี่ แี ละถูกต้อง คำ
ปฏิญาณของลูกเสือสามัญ คือ คำมั่นสัญญาทีล่ ูกเสือสามญั ทุกคนจะต้องให้ไว้แก่ผู้บงั คับบัญชา ต่อหนา้ แถวในพธิ ีเข้าประจำกอง
หรือพิธีการของลูกเสือ เป็นถ้อยคำที่กล่าวออกมาด้วยความจริงใจและสมัครใจ คำกล่าวนี้สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตการเป็นลูกเสือ
เพราะเมื่อกล่าวแล้วจะต้องปฏิบัติตามให้ได้ เป็นการส่งเสริมให้ลูกเสือรักเกียรติของตน เพื่อความเป็นพลเมืองดีของชาติ โดย
อาศยั หลกั คำปฏญิ าณเปน็ อดุ มการณน์ ำไปปฏบิ ัตใิ นชีวิต ดงั นี้
ดว้ ยเกยี รตขิ องขา้ ข้าสัญญาว่า
ขอ้ 1 ขา้ จะจงรักภักดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
ข้อ 2 ขา้ จะช่วยเหลือผอู้ ่ืนทกุ เมื่อ
ขอ้ 3 ข้าจะปฏิบตั ิตามกฎของลูกเสอื
ความหมายของคำปฏญิ าณ
ข้อ 1 “ขา้ จะจงรักภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
หมายถึงลูกเสือจะต้องมีศรัทธา มีความเชื่อมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ของตน ซึ่งแสดงออกด้วยการ
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมเทิดทูนสถาบนั ชาตศิ าสนา พระมหากษัตริยด์ ้วยความซอื่ สัตย์ โดยปฏิบตั ิสถาบันท้ัง
สาม ดงั นค้ี ือ
ชาติ หมายถึง กลุ่มชนที่มีความรู้สึกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ขนบธรรมเนียมประเพณี
และวัฒนธรรมอย่างเดียว หรืออยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเดียวกัน ชาติไทยจึงมีความหมายถึงกลุ่มคนไทยที่อาศัยบน
แผ่นดินไทยที่อาศัยบนแผ่นดินไทย มีภาษาขนบธรรมเนียมประเพณีแบบเดียวกัน ถ้าไม่มีชาติไทยก็จะไม่มีประเทศไทย คนไทย
จะตอ้ งอาศัยชาตอิ ื่น ชาตมิ ีความสำคัญมากลูกเสือจึงตอ้ งปฏิบัตติ ่อชาติ ดงั นี้
1. ประพฤตติ นเป็นพลเมอื งดี
2. เคารพ ปฏิบัติตนตามธรรมเนยี มและประเพณี
3. เคารพปฏิบัตติ ามกฎหมายบา้ นเมือง
4. รักคนในชาติและหวงแหนแผ่นดินที่เกิดของตน เมื่อศัตรูมารุกราน จะต้องป้องกันประเทศอย่างกล้าหาญและ
เสียสละ
ศาสนา เป็นลัทธิความเชื่อของคน ซึ่งเป็นเคร่ืองเหนี่ยวให้ทุกคนกระทำความดี จะทำให้สังคมสงบสุข ลูกเสือจึงต้อง
ปฏิบัติตอ่ ศาสนาดังน้ี
1. ปฏิบัตติ ามคำสอนของศาสนา
2. ปฏิบตั ติ ามพิธีกรรมทางศาสนา
3. เคารพสกั การะตวั แทนของศาสนาดว้ ยความจริงใจและไมแ่ สดงอาการลบหลู่ศาสนา
พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นประมุขของคณะลูกเสอื แห่งชาติและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาว
ไทย ลกู เสอื ต้องปฏิบตั ติ ่อพระองค์ดังน้ี
1. แสดงความเคารพตอ่ พระองค์ท่านและพระบรมฉายาลักษณ์
2. ไม่กระทำการใด ๆ ให้เส่อื มเสียพระเกยี รตคิ ณุ และตอ้ งชว่ ยปอ้ งกนั มใิ ห้คนอืน่ กระทำเชน่ น้ันดว้ ย
ขอ้ 2 “ขา้ จะช่วยเหลือผ้อู ืน่ ทกุ เม่อื ”
หมายถึง ลูกเสือจะต้องประพฤติปฏิบัติในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นในทุกโอกาสทุกสถานการณ์ เท่าที่จะทำได้โดย
เริ่มตั้งแต่ในครอบครัว ลูกเสือต้องช่วยบิดามารดาทำงานบ้านที่ตนสามารถช่วยเหลอื ได้ ในสังคมนอกบ้าน ลูกเสือควรช่วยเหลือ
เด็ก ๆ คนชรา คนพิการ ควรบำเพ็ญประโยชน์โดยการพัฒนาถนน สวนสาธารณะ วัด เป็นต้น และเมื่ออยู่โรงเรียนควร
ช่วยงานของครูและโรงเรียน
ขอ้ 3 “ข้าจะปฏิบตั ิตามกฎของลกู เสือ”
กฎของลูกเสอื เป็นแนวทางปฏิบตั เิ พ่อื ความเปน็ พลเมอื งดีตามอุดมการณ์ของลกู เสือ
2. กฎของลูกเสอื สามญั
กฎของลกู เสอื เปรียบเหมอื นศีลใหล้ กู เสือยึดเหน่ยี ว เพ่ือนำไปปฏบิ ตั ใิ นชีวิตประจำวันลูกเสือตอ้ งจำใหไ้ ด้ และปฏิบัติเปน็
กิจวัตรจนเกิดเปน็ นสิ ัยประจำตวั
กฎลูกเสือมี 10 ข้อดังน้คี อื
ขอ้ 1 ลูกเสอื มเี กียรติเชื่อถือได้
ขอ้ 2 ลกู เสอื มีความจงรักภักดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์และซื่อตรงตอ่ ผู้มพี ระคณุ
ข้อ 3 ลูกเสือมีหน้าทก่ี ระทำตนใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ละช่วยเหลอื ผู้อน่ื
ขอ้ 4 ลกู เสอื เปน็ มิตรของคนทกุ คนและเป็นพ่นี ้องกบั ลูกเสอื อ่นื ทว่ั โลก
ขอ้ 5 ลูกเสือเป็นผสู้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย
ข้อ 6 ลูกเสอื มคี วามเมตตากรณุ าต่อสตั ว์
ข้อ 7 ลกู เสือเช่อื ฟังคำส่งั ของบิดามารดาและผบู้ งั คับบัญชาด้วยความเคารพ
ข้อ 8 ลูกเสือมีใจร่าเริงและไมย่ อ่ ท้อต่อความยากลำบาก
ข้อ 9 ลกู เสอื เป็นผ้มู ัธยสั ถ์
ข้อ 10 ลูกเสือประพฤตชิ อบดว้ ย กาย วาจา ใจ
ความหมายของกฎของลกู เสือ
ข้อ 1 “ลูกเสอื มเี กยี รตเิ ชื่อถอื ได”้
คนที่มีเกียรติยอ่ มเป็นคนมีชื่อเสียง ได้รับความยกย่องนับถือและเป็นคนเชื่อถือไดเ้ มื่อเป็นคนมีเกยี รตจิ ะต้องรักษาเกียรติ
ของตนโดยทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับผู้อื่น เมื่อได้รับมอบหมายงาน จะต้องตั้งใจทำงานนั้นให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่
หลกี เลี่ยงงาน ไมผ่ ัดวนั ประกนั พรงุ่ ถ้าลกู เสอื ปฏิบัติดงั ท่กี ลา่ วมาแล้ว ลูกเสอื จะเปน็ ผูม้ ีเกียรตเิ ช่ือถอื ได้
ขอ้ 2 “ลูกเสือมีความจงรักภักดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และซอ่ื ตรงต่อผมู้ ีพระคณุ ”
สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันสูงสุดของประเทศ มีความสำคัญต่อคนไทยทุกคน ลูกเสือจะต้องมี
ความจงรักภักดีต่อสถาบันท้ัง 3 โดยลูกเสือต้องเป็นพลเมืองดีของประเทศ และอาจรับใช้ชาติโดยสมัครเป็นทหาร ลูกเสือ
จะต้องประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา โดยทำความดี ละเว้นการทำความชั่ว เคารพและเทิดทูนพระมหากษัตริย์อย่าง
จริงใจ นอกจากนี้ ลูกเสือจะต้องกตัญญูรู้คุณ และซื่อตรงต่อผู้มีพระคณุ เช่น บิดามารดา ญาติผู้ใหญ่และครูอาจารย์ เป็นต้น
โดยการทำประโยชนใ์ ห้แก่ท่านเมือ่ มโี อกาส
ขอ้ 3 “ลูกเสอื มีหนา้ ท่ีกระทำตนให้เป็นประโยชนแ์ ละชว่ ยเหลือผอู้ ื่น”
หน้าที่เป็นสิ่งสำคัญท่ีจะต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีลูกเสือจะต้องทำหน้าที่ของตนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและควร
กระทำทุกครั้งที่มีโอกาส การทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น ควรเริ่มตั้งแต่ในครอบครัว ลูกเสือต้องช่วยงานบ้าน
ต่อมา ควรช่วยเหลืองานของโรงเรียนและสุดท้ายควรช่วยเหลืองานของชุมชน หรือสังคม เช่น ทำความสะอาดถนน พัฒนา
โรงเรียน พาเด็กข้ามถนน เป็นต้น เมื่อลูกเสือปฏิบัติหน้าที่แล้วแม้จะไม่ได้รับสิ่งตอบแทน แต่ก็ทำให้มีความภาคภูมิใจในผลงาน
ของตนเอง ซงึ่ เปน็ แรงบันดาลใจให้ปฏบิ ตั ิหน้าทีน่ ี้ตอ่ ไป
ขอ้ 4 “ลูกเสอื เป็นมิตรของคนทกุ คนและเป็นพน่ี ้องกับลูกเสอื อ่ืนทว่ั โลก”
ในชีวิตประจำวัน ลูกเสือจะได้พบปะกับบุคคลต่าง ๆ ซึ่งลูกเสือควรเป็นมิตรกับบุคคลเหล่านั้นโดยการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
โอบอ้อมอารี มีใจเมตตากรุณาต่อผู้อื่น เมื่อกระทำดังนั้น บุคคลต่างๆ ก็จะเป็นมิตรกับลูกเสือด้วย สมาชิกลูกเสือมีอยู่ทั่วโลก
เปน็ จำนวนมาก ถึงแมจ้ ะมเี ชอื้ ชาติศาสนาตา่ งกัน ก็ถอื ว่าเป็นพ่นี ้องกนั
ข้อ 5 “ลูกเสอื เปน็ ผ้สู ุภาพเรยี บร้อย”
ความสภุ าพเรยี บร้อยเปน็ คุณสมบัตขิ องผดู้ ี ลูกเสอื ควรแสดงกริ ยิ าทา่ ทางอย่างสภุ าพ ออ่ นโยน มีสัมมาคารวะ ไม่พดู จา
หยาบคาย แต่งกายอย่างเรยี บร้อยถูกระเบียบของโรงเรียน
ขอ้ 6 “ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสตั ว์”
สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับคนและมีประโยชน์แก่คน เช่น สุนัขช่วยเฝ้าบ้านแมวช่วยจับหนู นกให้ความเพลิดเพลิน
เป็นต้น ดังนั้น ลูกเสือจึงควรมีความเมตตากรุณาแก่สัตว์ไม่รังแกหรือทรมานสัตว์ ควรให้อาหารแก่สัตว์ ควรให้อาหารแก่สัตว์ท่ี
หวิ โหย รกั ษาบาดแผลของสัตวต์ ามความสามารถของตน
ขอ้ 7 “ลูกเสอื เชือ่ ฟงั คำส่ังของบดิ ามารดา และผูบ้ งั คบั บัญชาดว้ ยความเคารพ”
บิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราจนเติบโต มีประสบการณ์มากกว่าเรา เมื่อท่านสั่งสอนสิ่งใดก็ตาม เราควรเช่ือ
ฟังและปฏิบัติตาม จึงจะได้ชื่อเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ สำหรับผู้บังคับบัญชา เป็นผู้สั่งสอนให้ความรู้แก่ลูกเสอื
ลูกเสือควรเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งเช่นเดียวกัน นอกจากเชื่อฟังคำสั่งแล้ว ลูกเสือต้องให้ความเคารพแก่บิดา มารดา และ
ผบู้ ังคบั บัญชาด้วย
ข้อ 8 “ลูกเสือมใี จรา่ เรงิ และไม่ยอ่ ท้อต่อความยากลำบาก”
คนทห่ี นา้ ตาย้มิ แยม้ แจม่ ใส อารมณด์ ีเปน็ ผู้มีสขุ ภาพจิตดี ใคร ๆ ก็อยากพดู คยุ ดว้ ยลูกเสือจึงควรทำจิตใจให้รา่ เริง สดช่ืน
อยู่เสมอ ถึงแม้ว่าอาจจะมีปัญหารบกวนจิตใจก็ไม่ควรแสดงอาการท้อแท้ เบื่อหน่าย ควรหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้โดยไม่ย่อท้อ
ต่อความยากลำบาก
ขอ้ 9 “ลูกเสือเปน็ ผู้มธั ยสั ถ์”
ลูกเสือได้เงินค่าใช้จ่ายจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองซึ่งหาเงินมาด้วยความยากลำบาก ลูกเสือจึงต้องช่วยเหลือท่าน
โดยการใช้เงินอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย ซื้อสิ่งของที่จำเป็นเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายควรเก็บสะสมไว้ในยามที่จำเป็น เป็นการ
ชว่ ยแบ่งเบาภาระของบดิ ามารดาดว้ ย
ข้อ 10 “ลกู เสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ”
ลกู เสอื เป็นผไู้ ดร้ ับการยกย่องวา่ เปน็ คนดี จึงควรประพฤติตนเปน็ คนดที ง้ั กาย วาจา และใจ โดยการทำความดี พูดจาดี
ไมใ่ ชว้ าจาหยาบคาย คดิ แต่สง่ิ ดีและเปน็ มงคลแกต่ นการประพฤตดิ งั กลา่ วจะชว่ ยให้ลกู เสือเป็นคนดอี ย่างสมบูรณ์
คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นข้อปฏิบัติที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชนเพราะช่วยให้เยาวชนเป็นคนดีและมี
คณุ ภาพ ตามทช่ี าติและสังคมตอ้ งการ เยาวชนเหล่านี้จะชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมและประเทศใหเ้ จรญิ กา้ วหน้าต่อไป ดังน้นั ลกู เสือ
สามัญทกุ คนจะตอ้ งท่องจำคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื ได้อย่างแมน่ ยำแล้วนำไปประพฤตปิ ฏิบตั อิ ยา่ งจริงจงั
แนวทางทีล่ ูกเสือควรปฏบิ ัติเพ่ือให้บรรลุผลตามคำปฏิญาณและกฎ ดังนี้
1. รบั ผิดชอบงานที่ไดร้ บั มอบหมายจนสำเรจ็
2. แสดงความจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริยอ์ ยา่ งสมำ่ เสมอ
3. บำเพญ็ ตนเป็นประโยชนท์ กุ วนั
4. ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเพอ่ื นต่อหมู่คณะของตนและตา่ งหมูค่ ณะอย่างสม่ำเสมอ
5. ปฏิบัตติ นดว้ ยความถูกตอ้ งเรยี บร้อยเสมอ
6. เมตตาและชว่ ยเหลือสัตว์และไม่รังแกสตั ว์
7. เชื่อฟังบิดา มารดา ครู อาจารย์
8. ไม่หลกี เลี่ยงงานทไ่ี ด้รับมอบหมายและทำงานรว่ มกับผู้อื่นได้
9. ประหยัดด้วยการออมทรัพย์
10. เม่อื ทำผดิ ตอ้ งยอมรบั ผดิ แล้วกลับตัวกลบั ใจเป็นคนดี ไมท่ ำความผดิ ซำ้ อกี
ในฐานะที่ลูกเสือได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือมาแล้วในลูกเสือโทดังนั้นในระดับของลูกเสือเอกนี้จึงให้
ลูกเสือร่วมอภิปรายกับผู้กำกับลูกเสือ โดยกระทำเป็นหมู่ ๆ ละ 1 หัวข้อว่าลูกเสือมีความเข้าใจเกี่ยวกับคำปฏิญาณและกฎของ
ลูกเสอื อยา่ งไรบา้ ง
3. การแสดงรหสั
รหัส เป็นสัญลักษณ์แสดงให้รู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน จะแสดงด้วยเครื่องหมายท่าทางหรือการออกเสียงก็ได้ สำหรับรหัส
ลกู เสือน้ัน ใช้มือเปน็ รหสั เพ่อื แสดงใหร้ ถู้ งึ ความเป็นพี่นอ้ งลูกเสอื ร่วมโลก ผูท้ ไ่ี ม่แตง่ เครือ่ งแบบกแ็ สดงรหสั ได้
การแสดงรหัสของลูกเสือสามัญ มี 2 แบบ คือ แบบของลูกเสืออังกฤษแนบข้อศอกชิดลำตัว และแบบของลูกเสือ
สหรัฐอเมรกิ า ยกข้อศอกตง้ั ฉากกบั ลำตัว ลกู เสอื ไทยแสดงรหสั แบบลกู เสือองั กฤษ ดังน้ี
1. ยนื อยใู่ นท่าตรง
2. งอพับข้อศอก ยกมือเสมอไหล่ แนบข้อศอกชิดลำตัว หันฝ่ามือออกไปข้างหน้าเหยียดนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางชี้ตรง
ข้ึนข้างบน เอานิว้ หัวแม่มืองอกดปลายน้วิ กอ้ ยไว้เป็นรปู วงกลม
นิ้วทัง้ สามทเ่ี หยียดข้นึ ไปมคี วามหมายถึงหัวลูกศรของรปู เฟลอร์ เดอ ลสี ์ ในเคร่ืองหมายลกู เสอื นว้ิ ทงั้ สาม หมายถงึ คำ
ปฏิญาณของลูกเสือ 3 ข้อ และการที่น้ิวหัวแม่มือสอดรัดน้ิวก้อยน้ันเป็นการแสดงถึงความรักใคร่เหมือนญาติโอกาสที่จะแสดง
รหัส
1. ใช้แสดงเมอื่ ลูกเสอื กลา่ วคำปฏญิ าณ พธิ กี ารเขา้ ประจำกองและกล่าวทบทวนคำปฏิญาณ
2. ใชแ้ สดงเมอ่ื พบกบั ลกู เสอื ชาตเิ ดยี วกนั หรอื ลกู เสอื นานาชาติ เพอ่ื แสดงว่าเปน็ พวกเดียวกนั
4. การจับมือซ้าย
เมื่อลูกเสือแสดงรหัสต่อกันแล้วต้องยื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ โดยปกติตามประเพณีสากลนั้น การจับมือทักทาย
นิยมใช้มือขวา แต่สำหรับลูกเสือทั่วโลกใช้มือซ้าย และในระหว่างที่จับมือทักทายกันน้ันสีหน้าต้องยิ้มแย้มแจ่มใสเพื่อแสดงความ
ยินดีที่ได้โอกาสมาพบกันและแสดงถึงความเป็นพี่น้องกัน ในการจับมือซ้ายตามแบบของลูกเสือนั้น ก็เหมือนกับการจับมือขวา
ตามธรรมดาของคนท่วั ไป เพยี งแตเ่ ปล่ยี นมือขวาเปน็ มือซ้ายเทา่ น้นั
สปั ดาหท์ ่ี 6-7
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/……………. ช่อื ผสู้ อน........................................................
หน่วยการเรียนรู้ วิชาการลูกเสอื ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 2 คาบ
เรอ่ื ง การใช้เงอื่ นผกู แนน่ ทำเสาธงลอย
1. สาระสำคญั
การผกู แนน่ เปน็ การผกู เงอ่ื นเชือกที่สามารถนำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ผูกแน่นแบบตา่ ง ๆ ได้ถูกต้องและม่ันคง
2. สามารถใชเ้ งือ่ นผูกแน่นทำเสาธงลอยได้
3. สาระการเรียนรู้
1. ผูกแนน่ แบบต่าง ๆ ได้ถกู ตอ้ งและม่ันคง
2. สามารถใช้เงอ่ื นผูกแน่นทำเสาธงลอยได้
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1-2 1. พิธเี ปดิ ประชุมกอง (ธงขึน้ สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก )
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนือ้ หา
3.1 ผู้กำกบั นำสนทนาถงึ ความปลอดภัยในการใชเ้ ชือกผกู แนน่ แล้วซกั ถามถงึ ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากการผูกแน่น
3.2 ทบทวนการผกู แน่นแบบตา่ ง ๆ เช่น การผูกทแยง การผกู กากบาทและการผูกประกอบ
3.3 แบง่ หม่ลู ูกเสือฝกึ ปฏิบตั ิ โดยผู้กำกบั อธบิ ายและสาธิตการใช้เงื่อนผูกแนน่ ทำเสาธงลอย
4. ผกู้ ำกบั เลา่ เรื่องส้ันทีเ่ ป็นประโยชน์
5. พิธีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจ ธงลง เลิก)
5. การวัดและประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(P)
(K) (A)
1. คดิ วเิ คราะห์
1. แสดงวธิ ีผกู แน่น เชน่ ผกู 1) มีวนิ ัย 2. การตอบคำถาม
3. ทำแบบฝึกหัด
ทแยง ผกู กากบาท และผกู ประกบ 2) ใฝเ่ รียนรู้ 4. กระบวนการกลุ่ม
5. ความสนใจ
2. ทำเสาธงลอยโดยใชเ้ ง่ือนผูก 3) รักชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ 6. การเขา้ ร่วมกิจกรรม
แน่น
6. สื่อ / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แผนภูมิเพลง
2. ไมพ้ ลอง 1 อัน เชือก 15 เส้น
3. ปนู ขาวหรอื เครื่องหมาย
4. นกหวีด
5. แผนภมู หิ รือหุน่ จำลอง เสาธงลอย
7. ช้นิ งานที่แสดงผลการเรยี นรู้
ใบความรใู้ บงาน
ลงชอื่ ...........................................ผู้สอน
ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................ผ้อู ำนวยการ
สัปดาหท์ ่ี 8-9
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 1/……………. ช่ือผู้สอน........................................................
หนว่ ยการเรยี นรู้ วชิ าการลกู เสือ ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 2 คาบ
เรอื่ ง การใชเ้ งือ่ นผูกแน่นผกู ตอมอ่ สะพาน
1. สาระสำคัญ
การผูกแนน่ เปน็ การผกู เงือ่ นเชือกท่สี ามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สามารถนำเงอ่ื นผกู แนน่ ไปผกู ตอมอ่ สะพานได้
3. สาระการเรยี นรู้
สามารถนำเงอ่ื นผูกแน่นไปผกู ตอมอ่ สะพานได้
คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-2 1. พิธีเปิดประชุมกอง (ธงขนึ้ สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก )
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนอ้ื หา
3.1 ผ้กู ำกับนำสนทนาถงึ การทำตอม่อสะพาน
3.2 ทบทวนการผกู แนน่ แบบตา่ ง ๆ เช่น การผกู ทแยง การผูกกากบาท และการผกู ประกบ
3.3 แบง่ หมลู่ ูกเสือฝกึ ปฏิบัติ โดยผกู้ ำกับอธบิ ายและสาธติ วิธผี ูกตอมอ่ สะพาน
4. ผู้กำกับเลา่ เรื่องสัน้ ที่เป็นประโยชน์
5. พธิ ปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวัดและประเมนิ ผล ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(A) (P)
ดา้ นความรู้
(K) 1) มีวนิ ัย 1. คดิ วิเคราะห์
2) ใฝ่เรียนรู้ 2. การตอบคำถาม
1. แสดงวิธีผูกแน่นแบบตา่ ง ๆ 3) รักชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์ 3. ทำแบบฝกึ หดั
2 .แสดงวธิ ีผกู ตอม่อสะพาน โดย 4. กระบวนการกล่มุ
ใชเ้ งอื่ นผกู แนน่ 5. ความสนใจ
6. การเข้ารว่ มกจิ กรรม
6. ส่อื / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรียนรู้
1. แผนภูมิเพลง
2. แผนภมู กิ ารผกู แน่น เชน่ ผกู ทแยง ผกู กากบาท และผกู ประกบ
3. แผนภูมิหรือภาพตอม่อสะพาน
4. ไม้พลอง 6 อนั เชอื ก 9 เส้น
5. ปูนขาวหรือเคร่อื งหมาย
7. ชิน้ งานที่แสดงผลการเรยี นรู้
-
ลงชื่อ...........................................ผ้สู อน
ลงช่อื ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................ผู้อำนวยการ
การผกู เง่อื น
การผูกเงื่อนเป็นทักษะที่สำคัญอย่างหน่ึงในการประกอบกิจกรรมที่จำเป็นของลูกเสือจะต้องเรียนรู้ และฝึกให้เกิดความ
ชำนาญในการใช้เง่อื นใหเ้ หมาะสมกบั กิจกรรมทจี่ ะใชไ้ ด้อย่างถกู ต้อง รวดเร็วไม่ผิดพลาดเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้
2.1 เง่อื นบ่วงสายธนู
เง่ือนบ่วงสายธนูเปน็ เงื่อนท่ผี ูกเป็นบ่วงคงที่ ไม่รดู ไม่เลือ่ น
วธิ ีการผูกเงอื่ นบว่ งสายธนู มีดังนี้คือ
ทำบ่วงนอกตัว (เพอ่ื ช่วยเหลือหรอื คล้องผูอ้ ื่น)
1. ขดเชือกให้เป็นบ่วงคล้ายเลข 6 แล้วสอดปลาย 2. ปลายเชือกที่สอดเข้าในบ่วง อ้อมหลังเลข 6
เชือกอกี ด้านเขา้ ไปในบ่วง
แลว้ พนั ลงมาสอดลงในบ่วง
3. มือท้ังสองจับท่ีเง่อื นจดั ให้เรยี บร้อย 4. ใช้มือซา้ ยประคองที่เงื่อน แลว้ ใช้มือซา้ ยดึงปลาย
เชือกดา้ นบนขึ้น
5. เมือ่ รูดเชอื กเส้นบนแลว้ เง่ือนจะแนน่
2.2 เงอื่ นเก้าอ้ี
เป็นเงอ่ื นทีใ่ ชก้ ู้ภยั ชว่ ยคนจากที่สงู มีวิธีการผกู ดงั น้ี
1. นำเชอื กมาทำใหเ้ ปน็ 2 หว่ งซ้อนกัน
2. ดึงขอบบ่วง 1 ลอดเข้าไปในบ่วงที่ 2 และดึงบ่วง
ที่ 2 ลอดเข้าไปในบ่วงที่ 1 เวลาดึงบวงให้ดึงพร้อม ๆ
กนั
3. ขดปลายเชือกทั้งสองเป็นบ่วง 3 สอดบ่วงที่ 2 เข้า
ไปในบ่วง 3 และสอดบ่วงที่ 1 เข้าไปในบ่วง 4 ค่อย ๆ
ดงึ เชือกให้แนน่ จะได้เงอื่ นเกา้ อ้ตี ามตอ้ งการ
2.3 การผูกเชอื กพันหลกั
เปน็ การผกู เงือ่ นพันหลกั หรอื ต้นไมใ้ ห้แนน่ ไมใ่ ห้หลดุ ง่าย เชน่ การผูกเรือ มีวิธีการผกู ดงั น้ี
เงือ่ นกระหวัดไม้
1. นำปลายเชอื กพันรอบเสา 2 รอบ แลว้ กลบั มา
พนั ทต่ี น้ เชอื ก สอดปลายเข้าด้านใน 2 รอบ
2. ดงึ ตน้ เชอื ก ปลายเชือกจะรูดชดิ เสาแนน่
สปั ดาห์ท่ี 10-11
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/………………. ชื่อผสู้ อน........................................................
หน่วยการเรียนรู้ วิชาการลูกเสือ ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 2 คาบ
เรือ่ ง การปรุงอาหารแบบชาวป่า
1. สาระสำคญั
การปรุงอาหารแบบชาวปา่ เป็นการดำเนนิ ชีวิตตามธรรมชาตพิ ืน้ ฐานของการช่วยเหลือตนเองในการอยู่
คา่ ยพกั แรมของลูกเสือ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ปรุงอาหารแบบชาวปา่ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
1 1. พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ธงข้นึ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนอ้ื หา
3.1 ผ้กู ำกับนำสนทนาถึงความสำคญั ของการปรุงอาหารตามธรรมชาตเิ ม่อื ลูกเสอื ตอ้ งไปอยคู่ า่ ยพกั แรม
3.2 แบ่งหม่ลู กู เสอื เรยี นตามฐาน โดยผกู้ ำกบั อธบิ ายและสาธิตแลว้ ใหล้ ูกเสือฝึกปฏบิ ตั ิ ดังนี้
ฐานที่ 1 การป้ิงหรือยา่ ง
ฐานที่ 2 การอบ
ฐานที่ 3 การทอด
3.3 ผกู้ ำกบั สรปุ เสนอแนะ
4. ผกู้ ำกับเล่าเรอ่ื งสนั้ ที่เป็นประโยชน์
5. พธิ ปี ดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจ ธงลง เลิก)
5. การวัดและประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ด้านทกั ษะและกระบวนการ
(P)
(K) (A)
1. คดิ วิเคราะห์
1. บอกวธิ ีปรงุ อาหารแบบชาวป่า 1) มีวินยั 2. การตอบคำถาม
3. ทำแบบฝกึ หดั
มา 5 วธิ ี 2) ใฝเ่ รยี นรู้ 4. กระบวนการกลุ่ม
5. ความสนใจ
2. แสดงวธิ ีปรงุ อาหารแบบชาวป่า 3) รกั ชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ 6. การเขา้ ร่วมกิจกรรม
6. สื่อ / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แผนภมู เิ พลง
2. อปุ กรณท์ ีน่ ำมาประกอบอาหาร เชน่ ไข่ ปลา เน้อื สตั ว์
3. ไมข้ ีด ฟืน ก้อนหนิ
4. กระทะ ตะหลิว หมอ้
7. ช้นิ งานท่แี สดงผลการเรยี นรู้
-
ลงช่ือ...........................................ผู้สอน
ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................ผ้อู ำนวยการ
การปรงุ อาหารแบบชาวป่า
ลูกเสือที่เดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรมจำเป็นต้องเตรียมอาหารติดตัว รวมทั้งเครื่องครัวที่จำเป็นให้น้อยชิ้นที่สุด
พยายามใชว้ สั ดใุ นทอ้ งถนิ่ มาช่วยในการประกอบอาหารการทำอาหารแบบง่าย ๆ เปน็ การช่วั คราวน้ี ได้แก่ การป้ิง ยา่ ง เผา ซ่ึง
เราเรยี กว่าอาหารแบบชาวปา่
3.1 การปง้ิ การย่าง
เป็นการทำอาหารให้สุกโดยนำเนื้อสัตว์มาหนีบ
แล้วนำไปปิ้งหรือย่างบนกองไฟแล้วหมุนพลิกเนื้อสัตว์
กลบั ไปกลบั มาเพ่อื ใหส้ ุกทั่วกนั หากจะป้ิงไข่จะต้องใช้
ไฟออ่ น ๆ และหม่นั พลกิ จงึ จะสกุ ทั่ว
3.2 การเผา
เป็นการทำให้สกุ ดว้ ยการนำอาหารวางบนกองไฟ
ถ้าเป็นเนื้อสัตว์จะห่อด้วยใบไม้หลาย ๆ ชั้นตามปกติ
จะห่อด้วยใบตองหรืออาจพอกด้วยดินเหนียว เช่น ใช้
ดินเหนียวพอกปลาก่อนนำไปเผาแต่ถ้าเป็นหัวเผือก
หรือหวั มันสามารถวางบนกองไฟไดเ้ ลย
3.3 การอบ
เป็นการทำอาหารให้สุกด้วยการนำภาชนะมา
ครอบอาหารแล้วใช้ความร้อนจากไฟที่สุมนอกภาชนะ
หรืออาจขุดหลุมลึกพอประมาณนำเนื้อสัตว์ห่อใบตอง
หลาย ๆ ชั้น ใส่ในหลุมแล้วกลบด้วยดินหนาประมาณ
1 นิ้ว จากนั้นจึงสุมไฟเหนือดินที่กลบ สำหรับ
ระยะเวลานั้นให้คะเนโดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
ความรอ้ นท่ีสุมถา้ มากอาหารกจ็ ะสุกเรว็ ข้ึน
สปั ดาห์ท่ี 12-15
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท่ี 1/………………. ชอื่ ผสู้ อน........................................................
หน่วยการเรยี นรู้ วิชาการลกู เสอื ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 4 คาบ
เร่อื ง โครงการบกุ เบกิ
1. สาระสำคญั
การทำโครงการบกุ เบกิ เป็นการนำความรแู้ ละทักษะทางวิชาการลูกเสอื ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
2. ความตง้ั ใจในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
3. ทำโครงการบกุ เบิก หมลู่ ะ 1 โครงการ
4. ตรวจผลงานแต่ละหมู่
3. สาระการเรยี นรู้
1. ทำโครงการบกุ เบกิ หมลู่ ะ 1 โครงการ
2. ตรวจผลงานแต่ละหมู่
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-4 1. พธิ เี ปดิ ประชุมกอง (ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก )
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนื้อหา
3.1 ให้ลกู เสือดูรปู ภาพหรือหนุ่ จำลองโครงการบกุ เบิกแลว้ ร่วมกนั อภิปรายถึงวิธที ำ
3.2 แบ่งหมู่ลกู เสือทำโครงการบกุ เบกิ หมลู่ ะ 1 โครงการตามทไ่ี ดว้ างแผนไวพ้ รอ้ มทง้ั ทำรายละเอยี ด
อปุ กรณ์ของโครงการนำเสนอ
3.3 ตวั แทนหมูร่ ายงานผลการทำโครงการบกุ เบิก
4. ผูก้ ำกับเล่าเรอื่ งส้นั ทเ่ี ป็นประโยชน์
5. พธิ ีปิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวัดและประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม ด้านทักษะและกระบวนการ
(P)
(K) (A)
1. คดิ วเิ คราะห์
1. ทำโครงการบกุ เบิก หมลู่ ะ 1 1) มีวนิ ยั 2. การตอบคำถาม
3. ทำแบบฝึกหัด
โครงการ 2) ใฝเ่ รียนรู้ 4. กระบวนการกลมุ่
5. ความสนใจ
2. ตรวจผลงานแต่ละหมู่ 3) รักชาติ ศาสนา กษัตรยิ ์ 6. การเขา้ รว่ มกิจกรรม
6. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แผนภูมเิ พลง
2. ภาพหรือหนุ่ จำลองโครงการบกุ เบกิ
3. เชือก ไม้พลอง รอก
7. ชนิ้ งานที่แสดงผลการเรยี นรู้
-
ลงชื่อ...........................................ผู้สอน
ลงชื่อ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
ลงช่อื ...........................................ผูอ้ ำนวยการ
1. โครงการบกุ เบิก
การบุกเบิกเป็นการฝึกทักษะและส่งเสริมประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ลูกเสืออาจประสบในขณะอยู่ค่ายพกั
แรม ท้งั ยงั เปน็ การทบทวนความรู้ในเรอื่ งเงื่อนเชอื ก ซึ่งสามารถนำมาใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ดงั นี้
1.1 การทำบันได
อปุ กรณ์ 6 อัน
7 อัน
พลอง 23 แหง่
ลูกบนั ได 12 ฟุต
ผูกแน่น
เชือก
งานผูกแน่นสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ จงจำไว้ว่าการผูกประกบสำหรับผูกขาประกบนั้นเริ่มด้วยตะกรุดเบ็ดที่ไม้อันหนึ่ง แล้ว
พันรอบไมท้ ั้งสองเข้าด้วยกันใหแ้ น่น หกั คอไก่ระหว่างไม้ท้ังสองจบลง ด้วยตะกรดุ เบ็ดท่ีไมอ้ กี อันหนึ่ง
ก่อนผูกลูกบันได ต้องคำนึงว่าที่ใดรับน้ำหนัก ให้ผูกตะกรุดเบ็ดตรงนั้นก่อนเสมอ ฉะนั้นก่อนผูกลูกบันได จึงต้องผูก
ตะกรดุ เบด็ บนแม่บนั ได ใต้ลูกบันไดก่อนทุกครง้ั ไป
บางครั้งจะพบว่าเชือกยึดฐานบันไดมีความสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีมันอาจถ่างออกไปเกินต้องการ เมื่อมีการเล่นโดย
เพม่ิ ให้มีบนั ไดอีกดา้ นหน่ึง แล้วแข่งกันแบบวงิ่ ผลัด โดยไต่ข้นึ ไปทางดา้ นหนงึ่ และลงอกี ทางด้านหน่งึ
การใช้เชือกสองเส้นที่ผูกกับฐานบันไดทั้งสอง จึงจำเป็นเพื่อยึดฐานไว้มิให้แยกออกไปขณะคนวิ่งขึ้นไปเหยียบโดยเฉพาะ
ข้นึ บันไดอันบนสดุ ก็ย่อมจะกดฐานบนั ไดใหแ้ ยกออกอย่เู สมอดว้ ย
1.2 การทำสะพานไม้โยก
อปุ กรณ์ 2 อัน
2 อัน
ไมท้ เี่ ปน็ ขาหย่งั 5 แห่ง
ไมย้ ดึ ขาหยัง่ 1 อัน
ผกู แนน่ 2 เส้น
ไมค้ ำ้ ยนั
เชือก
สะพานไม้โยกมีไว้สำหรับส่งคนข้ามฟากร่อนน้ำ ลำธารแคบหรือรอยแอ่งลึกของร่องน้ำเพื่อความสะดวกที่จะไม่ต้องลง
จากตลงิ่ ข้างหนง่ึ และต้องไต่ขึน้ บนทางชนั อกี ด้านหนง่ึ ซง่ึ เห็นได้ชดั เจนตามรปู ภาพ
ทอ้ งน้ำซึง่ เป็นดินเหนยี วจะยึดขาหยง่ั ไม่ให้ล่ืนไถลขณะโยกขาหย่ังไปขา้ งหน้าเพ่อื ส่งลูกเสือขา้ มไปยังอีกฝ่ังหนึง่
ไม้ขาหยั่งอาจใช้ไม้ไผ่ลำโตหรือไมไ้ ผ่ที่มีเปลือกหนาแข็งแรงแทนไม้จริงได้ เพราะมีน้ำหนักเบา คานบนที่ลูกเสอื ขึ้นไปยืน
อยนู่ นั้ จะเป็นสว่ นกำหนดให้สามารถส่งลกู เสอื ไปได้ไกลตามที่ตอ้ งการ
การทำสะพานไม้โยกเป็นงานที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกันเป็นหมู่ เพราะทุกคนต้องช่วยกนั ดึง ดัน และโหนตัวกระโดด
ข้ามไปยังอีกฝั่งหน่ึงตามทต่ี อ้ งการ
สปั ดาห์ท่ี 16-17
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่ี 1/………………. ชื่อผสู้ อน........................................................
หน่วยการเรียนรู้ วชิ าการลกู เสอื ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 2 คาบ
เร่อื ง กาลอากาศ
1. สาระสำคัญ
การศึกษาเรอ่ื งราวเกี่ยวกบั กาลอากาศในประเทศไทย เปน็ ประโยชน์ต่อการดำรงชวี ิต
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกฤดกู าลต่าง ๆ ในประเทศไทยได้
2. บอกทศิ ทางลมและลมประจำฤดกู าลทพ่ี ดั ผา่ นประเทศไทยได้
3. บอกลักษณะอากาศตามฤดกู าลในประเทศไทยได้
3. สาระการเรียนรู้
1. บอกฤดูกาลตา่ ง ๆ ในประเทศไทยได้
2. บอกทศิ ทางลมและลมประจำฤดูกาลทีพ่ ัดผ่านประเทศไทยได้
3. บอกลักษณะอากาศตามฤดกู าลในประเทศไทยได้
คาบท่ี กจิ กรรมการเรียนการสอน
1-2 1. พธิ ีเปิดประชมุ กอง (ธงข้ึน สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเน้อื หา
3.1 ผกู้ ำกบั นำสนทนาถงึ ลกั ษณะอากาศท่ีเกิดข้ึนตามฤดูกาล
3.2 ผกู้ ำกบั อธิบายเกี่ยวกบั เครื่องมือทใ่ี ช้บอกสญั ญาณเก่ียวกบั กาลอากาศ เช่น เทอร์โมมเิ ตอร์
ไฮโดรมเิ ตอร์ บารอมเิ ตอร์
3.3 แบง่ กลุม่ ลกู เสือดำเนนิ การอภปิ ราย ตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
กลุ่มท่ี 1 ฤดรู ้อน ฤดูฝน ฤดหู นาว
กลมุ่ ท่ี 2 ลกั ษณะอากาศในแต่ละฤดกู าล
กล่มุ ที่ 3 ลมบก ลมทะเล ลมประถ่ิน ลมประจำฤดกู าล
4. ผกู้ ำกบั เลา่ เร่ืองส้ันทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธปี ิดประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวดั และประเมนิ ผล
ด้านความรู้ ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านิยม ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
(K) (A) (P)
1. บอกฤดูกาลตา่ ง ๆ ในประเทศ 1) มีวินัย 1. คดิ วิเคราะห์
ไทย 2) ใฝเ่ รียนรู้ 2. การตอบคำถาม
2. บอกทิศทางลม และลมประจำ 3) รักชาติ ศาสนา กษัตริย์ 3. ทำแบบฝึกหัด
ฤดกู าลท่ีพัดผ่านประเทศไทย 4. กระบวนการกลุ่ม
3. บอกลักษณะอากาศตามฤดกู าล 5. ความสนใจ
ในประเทศไทย 6. การเข้ารว่ มกจิ กรรม
6. สือ่ / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แผนภมู เิ พลง
2. ภาพหรอื เครือ่ งมอื ท่บี อกสัญญาณเกี่ยวกบั กาลอากาศ เช่น เทอรโ์ มมเิ ตอร์ ไฮโดรมเิ ตอร์ และบารอมิเตอร์
7. ช้ินงานท่ีแสดงผลการเรยี นรู้
-
ลงชื่อ...........................................ผ้สู อน
ลงชือ่ ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงชือ่ ...........................................ผูอ้ ำนวยการ
การจัดทำสถิติกาลอากาศประจำวนั
ในการจัดทำสถิติกาลอากาศประจำวัน หมายถึงลูกเสือจะต้องบันทึกสภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละวันภายใน 1 วัน
สภาพอากาศในชว่ งเช้า กลางวัน เย็นและกลางคนื น้นั มีสภาพอย่างไร เช่น ร้อน เย็นสบาย อากาศหนาวหรือมีฝน โดยลกู เสือ
จะต้องทำการบนั ทึกรายละเอียดเหลา่ นเ้ี ป็นเวลา 1 เดือน เพือ่ นำส่งใหผ้ ู้กำกับลูกเสอื โดยบันทึกตามหัวข้อตอ่ ไปน้ี
1. วัน เดอื น ปี
2. เวลา
3. อุณหภมู ิ
4. สภาพอากาศ
ตวั อยา่ งการบันทกึ สถิติกาลอากาศประจำวัน
วนั เดอื น ปี เวลา อณุ หภมู ิ สภาพอากาศ
24 กันยายน 2550 อากาศเย็น ฝนตกชกุ
เชา้ 24 องศา
25 กันยายน 2550 บ่าย 28 องศา อากาศเยน็ ทอ้ งฟ้าโปร่ง
เย็น 26 องศา อากาศเย็น มีเมฆหนาทบึ
ลงชื่อ…………………………………..
ผู้บนั ทกึ
1.
สปั ดาหท์ ่ี 18
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่ 1/……………. ช่อื ผสู้ อน........................................................
หน่วยการเรยี นรู้ วชิ าการลูกเสือ ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ
เรือ่ ง งานอดเิ รกและเรือ่ งทส่ี นใจ
1. สาระสำคญั
การทำงานอดิเรกและสง่ิ ท่นี ่าสนใจ เป็นการรู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถแสดงออกซงึ่ ทักษะและความสนใจของตนเองได้
2. มีสว่ นรว่ มในการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกบั ลูกเสอื อน่ื ได้
3. สาระการเรียนรู้
การทำงานอดิเรกและส่งิ ทน่ี ่าสนใจ
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
1 1. พิธีเปดิ ประชมุ กอง (ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนือ้ หา
3.1 ผกู้ ำกับนำสนทนาถงึ เรอ่ื งท่นี า่ สนใจ และความสามารถเฉพาะบคุ คล เชน่ ทักษะและ
ความสามารถพิเศษ
3.2 ผกู้ ำกับเสนอแนะการสอนวิชาพิเศษ ซึ่งจะดำเนินการใหล้ กู เสือท่มี ที ักษะในวชิ าพิเศษที่กำหนดไว้
โดยให้เลอื กคนละ 2 วชิ า
3.3 จัดกจิ กรรมใหล้ กู เสอื มีสว่ นรว่ มตามทกั ษะและความสามารถ
4. ผู้กำกบั เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเี่ ปน็ ประโยชน์
5. พธิ ปี ดิ ประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจ ธงลง เลิก)
5. การวัดและประเมนิ ผล ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ด้านทักษะและกระบวนการ
(A) (P)
ดา้ นความรู้
(K) 1) มีวนิ ัย 1. คดิ วเิ คราะห์
2) ใฝ่เรียนรู้ 2. การตอบคำถาม
1. ความกลา้ แสดงออกและ 3) รกั ชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ 3. ทำแบบฝกึ หดั
เช่อื มนั่ ในตนเอง 4. กระบวนการกลุม่
2. การมสี ว่ นรว่ ม 5. ความสนใจ
6. การเขา้ ร่วมกจิ กรรม
6. สอ่ื / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. แผนภูมิเพลง
2. ตวั อยา่ งแผนภูมเิ ครือ่ งหมายวิชาพเิ ศษลูกเสือสามญั
7. ชน้ิ งานทแ่ี สดงผลการเรยี นรู้
-
ลงชอ่ื ...........................................ผ้สู อน
ลงชือ่ ...........................................ฝา่ ยวิชาการ
ลงช่ือ...........................................ผูอ้ ำนวยการ
สัปดาหท์ ่ี 19-20
โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นที่ 1/………………. ชือ่ ผสู้ อน........................................................
หนว่ ยการเรียนรู้ วชิ าการลูกเสือ ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน 2 คาบ
เรอื่ ง การอนุรกั ษ์ธรรมชาติ
1. สาระสำคัญ
การอนุรกั ษ์ธรรมชาติ ชว่ ยรกั ษาความสมดุลย์ทางธรรมชาติ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความสำคญั ของการอนุรกั ษ์ธรรมชาตไิ ด้
2. ปฏิบตั ิตามโครงการอนรุ ักษ์ธรรมชาติได้
3. สาระการเรียนรู้
ปฏิบตั ติ ามโครงการอนรุ ักษธ์ รรมชาติได้
คาบที่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
1-2 1. พิธเี ปดิ ประชุมกอง (ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเน้ือหา
3.1 ผู้กำกับนำสนทนาถงึ สถานการณส์ ่งิ แวดล้อมในปัจจบุ นั
3.2 รว่ มกนั อภปิ รายถึงความสำคัญและแนวทางอนรุ กั ษ์ธรรมชาติ เชน่ ดิน นำ้ ป่าไม้ สัตวป์ ่า เปน็
ตน้
3.3 แบ่งหมู่ลกู เสอื เขียนรายงานการอนรุ ักษธ์ รรมชาตหิ มู่ละ 1 เรอื่ ง
3.4 นำลกู เสอื ไปเข้าร่วมโครงการอนรุ ักษธ์ รรมชาติ
4. ผู้กำกบั เล่าเรอ่ื งส้ันทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธีปดิ ประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจ ธงลง เลกิ )
5. การวัดและประเมนิ ผล ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(A) (P)
ด้านความรู้
(K) 1) มีวนิ ยั 1. คิดวเิ คราะห์
2) ใฝเ่ รยี นรู้ 2. การตอบคำถาม
1. บอกความสำคัญของการ 3) รักชาติ ศาสนา กษตั รยิ ์ 3. ทำแบบฝึกหดั
อนรุ กั ษ์ธรรมชาติ 4. กระบวนการกลุ่ม
2. ตรวจผลงาน 5. ความสนใจ
6. การเข้าร่วมกิจกรรม
6. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แผนภมู เิ พลง
2. ภาพธรรมชาติทีอ่ ดุ มสมบูรณ์ เชน่ แหลง่ ดนิ แหลง่ นำ้ ปา่ ไม้ สัตว์
7. ช้นิ งานทีแ่ สดงผลการเรยี นรู้
-
ลงชื่อ...........................................ผู้สอน
ลงช่ือ...........................................ฝ่ายวิชาการ
ลงชอ่ื ...........................................ผ้อู ำนวยการ