สัปดาห์ที่ 11
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ชื่อผู้สอน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 5 การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญา เรอ่ื ง การฝึกสวดมนตไ์ หว้พระและแผเ่ มตตา
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ส 1.1
เขา้ ใจประวตั ิ ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถอื และ
ศาสนาอื่น มีศรทั ธาท่ีถูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่อื การอย่รู ว่ มกนั อย่างสันติสขุ
ตัวชีว้ ดั ป.2/6
เห็นคณุ ค่าและสวดมนต์ แผเ่ มตตา มสี ตเิ ปน็ พ้นื ฐานของสมาชใิ นพระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตาม
แนวทางของศาสนาทีต่ นนบั ถือตามทกี่ าหนด
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การกล่าวบทสวดมนตไ์ หว้พระ และแผ่เมตตาอย่างตั้งใจ มีกิรยิ าเรียบรอ้ ย สงบ จะส่งผลใหเ้ รามสี มาธิใน
การทาสง่ิ ต่าง ๆ จงึ ถือเปน็ ส่วนหนึ่งของการบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญา ทาใหเ้ ราใชช้ ีวิตไดอ้ ย่างมคี วามสุข
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. การฝกึ สวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตา (K)
2. สามารถสวดมนตไ์ หวพ้ ระ แผ่เมตตา และฝึกสมาธิไดอ้ ยา่ งถูกต้อง(P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมงุ่ มัน่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
สามารถสวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตา และฝึก พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สมาธิได้อย่างถูกต้อง
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ข้ันนา
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูใหน้ ักเรยี นทค่ี รูฝึกการนั่งสมาธิ การสวดมนต์ และแผ่เมตตา ออกมาสาธิตการนั่งสมาธิ การสวด
มนต์ และแผ่เมตตา ใหเ้ พอื่ นดู ดงั นี้
1) การสวดมนต์ (คานมัสการพระรัตนตรยั )
2) การแผเ่ มตตา และการนง่ั สมาธิ
2. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง การนง่ั สมาธิ การสวดมนต์ และแผเ่ มตตา จากหนังสอื เรียน
ขน้ั สอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันให้แต่ละกล่มุ ฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นการนง่ั สมาธิ
การสวดมนต์ และแผ่เมตตา ดังนี้
1) การสวดมนต์ (คานมัสการพระรัตนตรยั )
2) การแผ่เมตตา และการน่ังสมาธิ
2. สมาชิกในแตล่ ะกล่มุ ผลัดกนั เสนอแนะการปฏบิ ตั ติ นในการฝึกซอ้ ม การสวดมนต์ (คานมสั การพระ
รตั นตรยั การแผ่เมตตา และการนั่งสมาธิ ของสมาชกิ โดยมีครูช่วยให้คาแนะนาและตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั สรุป
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
1. ใหน้ ักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้
2. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปความสาคญั สวดมนตไ์ หว้พระ แผ่เมตตา และฝึกสมาธิ
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียน
6. การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
การวดั และ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
ประเมนิ ผล ว่าผ่านเกณฑ์
จดุ ประสงค์ คาถาม ความคิด การประเมนิ
ความรคู้ วาม
เข้าใจ (K) 2. การฝกึ สวดมนตไ์ หว้พระ 70% ขน้ึ ไป ถอื
ว่าผ่านเกณฑ์
ทกั ษะ/ และแผ่เมตตา การประเมนิ
กระบวนการ (P)
1.สามารถสวดมนตไ์ หว้พระ 1. ใบงาน การฝึก
แผเ่ มตตา และฝกึ สมาธไิ ด้ สวดมนต์ไหว้พระ
อย่างถูกตอ้ ง และแผเ่ มตตา
คณุ ลักษณะ 1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถือ
นิสยั (A) รับผดิ ชอบต่องานที่สัง่ และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทันตามท่กี าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นสังคมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การบริหารจิตและเจรญิ ปัญญา
แบบฝึกหัดสังคมศกึ ษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 การฝกึ สวดมนต์ไหวพ้ ระและแผ่เมตตา
ใบงานเรอ่ื ง การฝกึ สวดมนต์ไหว้พระและแผ่เมตตา
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมดุ
3) อินเทอรเ์ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(.................................................)
สัปดาห์ท่ี 12
...
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ช่ือผ้สู อน.....................................................................
กล่มุ สาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 5 การบริหารจิตและเจริญปัญญา เร่ือง การฝึกใหม้ ีสติและสมาธิ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ส 1.1
เข้าใจประวัติ ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนับถอื และ
ศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทีถ่ ูกต้อง ยดึ ม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ือการอย่รู ่วมกนั อยา่ งสันตสิ ขุ
ตัวชวี้ ดั ป.2/6
เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติเป็นพื้นฐานของสมาชิในพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นาจติ ตาม
แนวทางของศาสนาทต่ี นนับถือตามที่กาหนด
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การกล่าวบทสวดมนตไ์ หวพ้ ระ และแผ่เมตตาอยา่ งตั้งใจ มีกริ ิยาเรียบร้อย สงบ จะส่งผลใหเ้ รามสี มาธใิ น
การทาส่ิงต่าง ๆ จงึ ถือเปน็ ส่วนหน่งึ ของการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญา ทาใหเ้ ราใช้ชีวติ ได้อยา่ งมีความสขุ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. การฝึกใหม้ สี ติและสมาธิ (K)
2. แสดงการปฏิบตั ิดว้ ยการกาหนดรอู้ ริ ยิ าบถ และฝึกการฟัง อา่ น คิด ถาม และเขยี น (P)
3. มคี วามสนใจใฝ่เรยี นรแู้ ละมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ
แสดงการปฏิบัติด้วยการกาหนดรู้อิริยาบถ และ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
ฝึกการฟงั อ่าน คิด ถาม และเขยี น
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นา
ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูให้นกั เรียนเล่าความรูส้ กึ ขณะทน่ี ง่ั สมาธิ ซ่งึ นักเรยี นสามารถตอบได้อย่างหลากหลาย แลว้ ใหน้ กั เรียน
แสดงความคดิ เหน็ ถงึ ประโยชน์ของการฝึกสติและทาสมาธิ
2. ครูให้ตวั แทนนกั เรยี นทีค่ รเู ตรียมฝกึ ซอ้ มไว้มาสาธิตการฝึกการยนื การเดิน การน่งั และการนอนอย่างมสี ติ
3. นกั เรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
4.
ขน้ั สอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครใู หน้ ักเรียนทกุ คนปฏบิ ัตติ ามแบบอย่างในการฝึกการยนื การเดนิ การนั่ง และการนอนอย่างมสี ติ
2. ครูสรุปให้นกั เรียนเขา้ ใจเกีย่ วกบั การพัฒนาจิตตามหลกั ของ พระพุทธศาสนา
3. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
4. นักเรียนแตล่ ะคนปฏบิ ตั ิตนในอริ ยิ าบถต่างๆ ดว้ ยตนเองอย่างมสี ติ
5. ครอู า่ นเรือ่ งสนั้ ในเอกสารประกอบการสอนใหน้ ักเรียนฟัง 2 ครง้ั จากนน้ั ใหอ้ าสาสมัครสรุปใจความสาคัญ
ของขอ้ ความทค่ี รอู า่ น แลว้ ครูชมเชยนักเรียนที่มีสมาธิในการฟงั
6. ครแู จกบัตรขอ้ ความใหน้ กั เรียนอา่ น จากนั้นใหอ้ าสาสมคั รออกมาสรปุ ใจความสาคญั หนา้ ช้ันเรยี น แล้วให้
นกั เรียนคนอ่นื ตงั้ คาถามจากการอา่ น
ขน้ั สรปุ
ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ
1. ใหน้ ักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้
2. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความสาคัญของการฝึกสมาธิ
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจกอ่ นเรียนของนกั เรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรียน
6. การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
การวัดและ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขึ้นไป ถอื
ประเมนิ ผล คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์
จดุ ประสงค์ 2. การฝึกใหม้ สี ตแิ ละสมาธิ การประเมนิ
ความร้คู วาม
เขา้ ใจ (K)
ทกั ษะ/ 1.แสดงการปฏิบตั ดิ ้วยการ 1. ใบงาน การฝึก 70% ขนึ้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) กาหนดรอู้ ิรยิ าบถ และฝกึ การ สมาธิ วา่ ผา่ นเกณฑ์
ฟัง อ่าน คดิ ถาม และเขียน การประเมนิ
คุณลักษณะ 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
นสิ ัย (A) รบั ผิดชอบต่องานท่สี ่งั และส่ง พฤติกรรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ ันตามทีก่ าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มนั่ ในการ
ทางาน
7. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียนสังคมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 การบริหารจิตและเจรญิ ปญั ญา
แบบฝกึ หดั สังคมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 การฝกึ ให้มสี ติและสมาธิ
ใบงานเร่อื ง การฝึกใหม้ สี ตแิ ละสมาธิ
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมุด
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................ครผู สู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(.................................................)
สัปดาหท์ ี่ 13
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ช่ือผู้สอน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 5 การบริหารจิตและเจริญปัญญา เรื่อง การเขา้ ร่วมกิจกรรมและวนั สาคญ
ทางศาสนา
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 1.2
ยดึ มนั่ ในศีลธรรมการกระทาความดี ค่านยิ มทีด่ ีงามและศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตัวช้วี ดั ป.2/2
ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และวนั สาคญั ทางศาสนาตามท่ีกาหนดได้ถกู ต้อง
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนา เปน็ วนั ท่มี เี หตุการณ์สาคัญเกี่ยวกบั พระพุทธเจ้าและพระพทุ ธศาสนา ซง่ึ
ชาวพุทธควรศึกษาประวัติเบื้องตน้ ให้เข้าใจและสามารถเขา้ รว่ มกจิ กรรมในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาได้อย่าง
ถูกตอ้ ง
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. การเขา้ ร่วมกิจกรรมและพธิ ีกรรมกบั วัน สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา (K)
2. นกั เรียนเห็นความสาคัญของการเขา้ ร่วมกจิ กรรมและพิธกี รรมกบั วนั สาคัญทาง พระพทุ ธศาสนา (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
นักเรียนเห็นความสาคัญของการเข้าร่วม พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
กิจกรรมและพิธีก รรมกั บวัน สาคัญ ทาง
พระพทุ ธศาสนา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นา
ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูถามนักเรยี นวา่ เคยเข้ารว่ มกจิ กรรมท่ีเกย่ี วกับวันสาคัญทางศาสนาอะไรบ้าง
2. ครูใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การเข้ารว่ มกจิ กรรมวนั สาคญั ทางศาสนาต่างๆ
3. นักเรียนตอบคาถามเกย่ี วกบั กจิ กรรมกระตุน้ ความคิด
ขน้ั สอน
ข้ันสารวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรยี นดรู ูปภาพทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั วนั สาคัญทางศาสนาจากนนั้ ให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ว่าเก่ยี วข้อง
กนั อย่างไร
2. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกีย่ วกบั การปฏิบัตติ นขณะรว่ มกิจกรรมวนั สาคญั ทางศาสนา
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
4. นกั เรียนเขยี นแผนภาพสรปุ ความคิดเก่ยี วกบั ประโยชน์ของการเข้ารว่ มกิจกรรมวนั สาคญั ทางพระพุธศาสนา
ขน้ั สรปุ
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
1. ใหน้ ักเรียนและครูร่วมกันสรปุ ความรู้
2. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความสาคัญของการเขา้ ร่วมกิจกรรมสาคัญทางพระพุทธศาสนา
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนกั เรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและ วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ขน้ึ ไป ถือ
ความรคู้ วาม ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด การประเมนิ
ทักษะ/ 2. การเข้ารว่ มกิจกรรมและ 70% ขึน้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) วา่ ผ่านเกณฑ์
พธิ กี รรมกบั วนั สาคัญทาง การประเมนิ
คุณลกั ษณะ
นิสยั (A) พระพุทธศาสนา 70% ขึน้ ไป ถอื
ว่าผ่านเกณฑ์
1.นกั เรียนเหน็ ความสาคญั ของ 1. ใบงาน การเขา้ การประเมนิ
การเข้าร่วมกิจกรรมและ รว่ มกิจกรรมและ
พธิ กี รรมกับวัน สาคญั ทาง พิธกี รรมกับวัน
พระพุทธศาสนา สาคัญทาง
พระพทุ ธศาสนา
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต
รบั ผดิ ชอบต่องานที่สัง่ และส่ง พฤตกิ รรม
งานได้ทนั ตามทกี่ าหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นสงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
แบบฝกึ หัดสงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 การเข้ารว่ มกิจกรรมและพิธีกรรมกับวัน สาคัญ
ทาง พระพทุ ธศาสนา
ใบงานเรื่อง การเข้าร่วมกจิ กรรมและพธิ กี รรมกับวัน สาคญั ทาง พระพุทธศาสนา
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอื่ ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)
สัปดาหท์ ่ี 14
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ชื่อผู้สอน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 6 วนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา เร่ือง ศาสนพิธี
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ส 1.2
ยึดมนั่ ในศลี ธรรมการกระทาความดี ค่านยิ มทดี่ งี ามและศรัทธาในพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน
นบั ถือ
ตัวชี้วัด ป.2/2
ปฏบิ ัติตนในศาสนพิธี พธิ กี รรม และวนั สาคัญทางศาสนาตามทก่ี าหนดได้ถูกตอ้ ง
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันทีม่ เี หตกุ ารณ์สาคัญเกีย่ วกบั พระพุทธเจา้ และพระพทุ ธศาสนา ซ่ึง
ชาวพุทธควรศึกษาประวตั ิเบอ้ื งต้นให้เขา้ ใจและสามารถเข้ารว่ มกิจกรรมในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาได้อย่าง
ถูกตอ้ ง
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ศาสนพธิ ี (K)
2. นกั เรยี นเห็นความสาคัญของการเขา้ ร่วมศาสนพธิ ที างศาสนา (P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุง่ มั่นในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่
นักเรียนเห็นความสาคัญของการเข้าร่วมศาสน พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
พิธีทางศาสนา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขัน้ นา
ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ
1. ครูให้นกั เรียนทายปญั หาตอ่ ไปนี้
- นักเรียนรู้จักวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาหรอื ไม่ ถ้ารู้จัก รูจ้ ักวันสาคญั ใดบ้าง
- ศาสนพธิ ี หรือ พธิ ีกรรมทางศาสนามอี ะไรบา้ ง
2. ครูเฉลยคาตอบพรอ้ มท้ังอธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ ักเรียนทราบเกย่ี วกับความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาและ
ศาสนาอ่ืน และกิจกรรม พธิ กี รรมท่เี กี่ยวเนอ่ื งกบั วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา
ขน้ั สอน
ขนั้ สารวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ศึกษาความรู้เรอื่ งศาสนพิธีจากวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
โดยให้เลือกศกึ ษาวนั สาคญั ดงั น้ี
1) วนั มาฆบชู า 2) วนั วิสาขบูชา 3) วนั อัฏฐมบี ชู า 4) วนั อาสาฬหบชู า
4. นักเรียนเขียนแผนภาพสรุปความคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของการเข้าร่วมศาสนพิธี
ขน้ั สรปุ
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ให้นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปความรู้
2. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น
ขั้นตรวจสอบผล
4. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเข้าร่วมศาสนพิธี
5. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนกั เรียน
6. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ช้นั เรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และ วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถือ
ความรู้ความ คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) 2. ศาสนพิธี การประเมิน
ทักษะ/ 1.นักเรยี นเห็นความสาคัญของ 1. ใบงาน การเขา้ 70% ขึ้นไป ถือ
กระบวนการ (P) การเข้าร่วมศาสนพิธีทาง รว่ มศาสนพิธที าง ว่าผ่านเกณฑ์
ศาสนา ศาสนา การประเมิน
คณุ ลักษณะ 1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
นสิ ยั (A) รับผดิ ชอบต่องานทสี่ ่งั และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
งานไดท้ ันตามท่กี าหนด การประเมิน
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมัน่ ในการ
ทางาน
7. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนสังคมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6 วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
แบบฝกึ หดั สังคมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 ศาสนพิธี
ใบงานเรอ่ื ง การเขา้ ร่วมศาสนพธิ ีทางศาสนา
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมุด
3) อนิ เทอรเ์ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................) (..................................................)
ลงช่ือ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)
สัปดาห์ที่ 15 -16
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท.่ี ....1…../………..…................... ชื่อผ้สู อน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 7 ศาสนาต่างในประเทศไทย เรื่อง ศาสนาต่างในประเทศไทย
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ส 1.1
เขา้ ใจประวตั ิ ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือและ
ศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทถ่ี กู ต้อง ยึดมน่ั และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพื่อการอยรู่ ว่ มกนั อย่างสันติสุข
ตัวช้วี ดั ป.2/7
บอกชือ่ ศาสนา ศาสดา และความสาคญั ของคัมภีรข์ องศาสนาทต่ี นนับถือและศาสนาอืน่ ๆ
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนทาความดี และมหี ลกั ธรรมคาสอนท่บี ัญญัติไวใ้ นคมั ภรี ์ เพอ่ื ใหศ้ าสนิกชนของ
แตล่ ะศาสนานามาปฏบิ ตั ิ เพ่ือเป็นแนวทางในการดาเนินชีวติ ซ่ึงจะสง่ ผลใหเ้ กิดความสงบสุข ศาสนาท่ีสาคัญ
ในประเทศไทย
ไดแ้ ก่ พระพทุ ธศาสนา ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาฮินดู และศาสนาสกิ ข์
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ศาสนต่างๆในประเทศไทย (K)
2. นักเรียนบอกประวัติของศาสนาต่างๆในประเทศไทยได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่เรียนรแู้ ละมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน
นกั เรยี นบอกประวัตขิ องศาสนาต่างๆในประเทศ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
ไทยได้
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ข้นั นา
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ครถู ามนกั เรยี นว่านบั ถือศาสนาอะไร จากนั้นถามตอ่ ไปวา่ นกั เรยี นรจู้ ักศาสนาอะไรบ้างให้นกั เรียน
แสดงความคิดเห็น
2. ครอู ธิบายศาสนาในประเทศไทยที่คนไทยนบั ถอื มากและพบเห็นไดท้ ั่วไป
ศาสนาพทุ ธ
ศาสนาอสิ ลาม
ศาสนาคริสต์
ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู
3. จากนัน้ อธบิ ายประวัติความเป็นมา ศาสดา คัมภีร์ ของแตล่ ะศาสนา
ขน้ั สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา
1. ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 5-6 คน ศึกษาความรู้ศาสนาต่างๆในประเทศไทย ดงั น้ี
ศาสนาพุทธ
ศาสนาอิสลาม
ศาสนาครสิ ต์
ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู
2. .ให้แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนนักเรียนออกมาอภปิ รายในหัวข้อที่กลุม่ ตนเองเลือก โดยครูชว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเติม
3. ครูให้นักเรียนเขยี นแผนภาพความคิดเป็นการสรุปประวัติความเปน็ มาของทั้ง ศาสนาพทุ ธ ศาสนา
อสิ ลาม ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาพรามหณ์
คาบที่ 2
4. ครูนารปู ภาพ ศาสดา คมั ภรี ์ สัญลกั ษณ์ต่างๆของแต่ละศาสนามาให้นกั เรียนดู จากนั้นใหน้ ักเรยี นตอบ
คาถามว่าเป็นศาสนาใด
5. ครแู บง่ กลุ่มใหน้ ักเรียนตัง้ คาถามเก่ียวกับศาสนาตา่ งๆที่นักเรยี นเรยี นมาจากชวั่ โมงที่แล้วแล้วนามาถาม
กบั เพอื่ นๆเพื่อให้นกั เรียนเกดิ ความเข้าใจในเน้ือหามากขน้ึ
ขน้ั สรุป
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรู้
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความสาคัญของการเขา้ ร่วมศาสนพิธี
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนกั เรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
6. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล
การวัดและ
ประเมนิ ผล
จุดประสงค์
ความร้คู วาม 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถอื
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคิด วา่ ผา่ นเกณฑ์
2. ศาสนต่างๆในประเทศไทย การประเมิน
ทักษะ/ 1.นักเรียนบอกประวตั ิของ 1. ใบงาน ประวตั ิ 70% ขนึ้ ไป ถอื
กระบวนการ (P) ศาสนาต่างๆในประเทศไทยได้ ของศาสนาต่างๆใน ว่าผ่านเกณฑ์
ประเทศไทยได้ การประเมิน
คณุ ลักษณะ 1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขนึ้ ไป ถือ
นสิ ัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และส่ง พฤติกรรม ว่าผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามท่ีกาหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการม่งุ มน่ั ในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนสงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ศาสนาตา่ งๆในประเทศไทย
แบบฝึกหัดสงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 ศาสนาต่างๆในประเทศไทย
ใบงานเร่ือง ประวตั ศิ าสนาต่างๆในประเทศไทย
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(............................................) (..................................................)
ลงชื่อ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)
สัปดาหท์ ี่ 17 - 18
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ช่ือผ้สู อน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 7 ศาสนาต่างในประเทศไทย เรื่อง การปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของศาสนา
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ส 1.1
เข้าใจประวัติ ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ตี นนับถือและ
ศาสนาอน่ื มศี รทั ธาท่ถี กู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพือ่ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสขุ
ตัวช้ีวัด ป.2/7
บอกชอ่ื ศาสนา ศาสดา และความสาคัญของคัมภีรข์ องศาสนาท่ตี นนับถือและศาสนาอนื่ ๆ
2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ศาสนาทกุ ศาสนาสอนให้คนทาความดี และมีหลักธรรมคาสอนท่ีบัญญตั ิไว้ในคมั ภีร์ เพือ่ ใหศ้ าสนิกชนของ
แตล่ ะศาสนานามาปฏบิ ัติ เพอ่ื เปน็ แนวทางในการดาเนินชวี ติ ซงึ่ จะสง่ ผลใหเ้ กิดความสงบสุข ศาสนาท่สี าคัญ
ในประเทศไทย ได้แก่ พระพทุ ธศาสนา ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาฮินดู และศาสนาสกิ ข์
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. การปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนา (K)
2. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนา (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรู้และมุง่ ม่นั ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่นิ
นักเรียนสามารถปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
สาวกของศาสนา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นา
ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
2. นกั เรียนรวมกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) แลว้ ครูแจกภาพเกย่ี วกับศาสนบุคคล ศาสนวตั ถุ
และศาสนสถานให้นกั เรยี น กลมุ่ ละ 3 ภาพ
3. ครนู าบตั รคา 3 บัตรคา ไปตดิ บนกระดานหน้าชน้ั เรยี น ดังนี้
1) ศาสนบคุ คล
2) ศาสนวัตถุ
3) ศาสนสถาน
4. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาภาพทก่ี ลุ่มได้รับไปตดิ บนกระดานหนา้ ชนั้ เรียนให้สอดคล้องกับข้อความ ศาสนบุคคล
ศาสนวัตถุ และศาสนสถาน
ขน้ั สอน
ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครูให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน ศกึ ษาความรเู้ ร่ืองศาสนาตา่ ง ๆ ในประเทศไทย โดยใหเ้ ลือก
ศึกษาศาสนา ดังนี้
1) พระพทุ ธศาสนา
2) ศาสนาอิสลาม
3) ศาสนาคริสต์
4) ศาสนาฮินดู
5) ศาสนาสกิ ข์
2. ให้นกั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษา แลกเปลีย่ นความคดิ เหน็ และร่วมกันอภิปราย โดยการศกึ ษาจากหนังสือเรียน
3. หากนักเรียนมขี ้อสงสัยให้สอบถามได้จากครผู ูส้ อน
4. สมาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ ทไี่ ด้ทาการศึกษาเก่ยี วกับศาสนาต่าง ๆในประเทศไทย ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
จากนน้ั ใหส้ ่งตัวแทนกลุ่มมาอธบิ ายสาระสาคัญใหส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ ฟัง
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเก่ียวกบั ศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย
คาบท่ี 2
6. ครใู ห้นกั เรียนเขยี นแผนภาพความคดิ การปฏิบตั ติ นตอ่ สาวกของศาสนา ศาสนพิธี และพธิ กี รรมต่างๆใน
วนั สาคัญทางศาสนา
7. จากน้ันให้นักเรยี นออกมานาเสนอทีต่ นเองสรุปออกมาให้เพื่อนๆฟัง ครชู ่วยเพิม่ เตมิ
ขน้ั สรุป
ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้
2. ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็
ขั้นตรวจสอบผล
1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความสาคญั ของการปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อสาวกของศาสนา
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนกั เรียน
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
4.
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และ วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ 70% ข้นึ ไป ถือ
ความร้คู วาม คาถาม ความคิด ว่าผา่ นเกณฑ์
เขา้ ใจ (K)
ทักษะ/ 2. การปฏิบัตติ นอย่าง 1. ใบงาน ประวัติ การประเมิน
กระบวนการ (P) เหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนา ของศาสนาตา่ งๆใน
1.นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติตน ประเทศไทยได้ 70% ขึ้นไป ถอื
อยา่ งเหมาะสมต่อสาวกของ วา่ ผ่านเกณฑ์
ศาสนา การประเมิน
คุณลกั ษณะ 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ข้ึนไป ถอื
นิสยั (A) รับผดิ ชอบต่องานทส่ี ่ังและส่ง พฤตกิ รรม ว่าผา่ นเกณฑ์
งานได้ทนั ตามท่กี าหนด การประเมนิ
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่
เรียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นสงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 การปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนา
แบบฝึกหัดสังคมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อสาวกของ
ศาสนา
ใบงานเรอื่ ง การปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมตอ่ สาวกของศาสนา
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) ห้องสมุด
3) อินเทอรเ์ น็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 19
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ชื่อผู้สอน.....................................................................
กล่มุ สาระ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 7 ศาสนาต่างในประเทศไทย เรื่อง การปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบียบ
หนา้ ทใี่ นชีวติ ประจาวนั
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ส 2.1
เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหน้าทีข่ องการเปน็ พลเมอื งดี มคี ่านิยมท่ดี งี าม และธารงรักษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่รว่ มกนั ในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสันติสุข
2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเป็นสมาชิกทีด่ ีของครอบครวั และโรงเรยี น เชน่ กตญั ญูกตเวทีและเคารพรับฟังคาแนะนาของพอ่ แม่
ญาตผิ ้ใู หญ่ และครูรูจ้ กั กลา่ วคาขอบคณุ ขอโทษ การไหว้ผใู้ หญ่ ปฏิบัตติ าม ข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ
ของครอบครวั และโรงเรยี น มีสว่ นร่วมในกิจกรรมของครอบครัวและโรงเรียน มีเหตผุ ลและยอมรับฟังความคดิ เหน็
ของผู้อน่ื มรี ะเบยี บ วนิ ยั มนี ้าใจ ประโยชน์ของการปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครัวและโรงเรียน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. การปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ หนา้ ท่ีในชวี ติ ประจาวนั (K)
2. นกั เรียนสามารถการปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบยี บ หน้าทใี่ นชีวติ ประจาวนั ได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้และมงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถิน่
นักเรียนสามารถการปฏิบัติตามข้อตกลง กติกา พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
กฎ ระเบยี บ หน้าทใ่ี นชวี ิตประจาวันได้
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
คาบท่ี 1
ขน้ั นา
ขนั้ กระตุ้นความสนใจ
1. ครสู ร้างบรรยากาศและส่ิงแวดล้อมในการเรยี นร้ทู เี่ หมาะสมเพ่อื กระตุ้นให้นักเรยี นอยากเรียนรู้ เช่น จัด
นัง่ เรยี นแบบรปู ตวั U นงั่ เรียนเปน็ กลุ่ม นานักเรียนศกึ ษานอกห้องเรียน เชน่ หอ้ งประชมุ ห้องโสตทศั นศึกษา
สนามหญา้ ใต้รม่ ไม้
2. ครแู จง้ ผลการเรยี นรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
3. ครซู ักถามนักเรียนว่า หน้าทข่ี องนกั เรยี นคืออะไร และถ้าเราไมท่ าหน้าทีข่ องเราจะมีผลอยา่ งไร จากน้ัน
ครูเล่านทิ านอีสปให้นกั เรยี นฟัง โดยใชข้ ้อมูลในใบความรทู้ ่ี ๑ เรื่องท้องกบั ตัว
4. ครสู รปุ ความรแู้ ลว้ เช่อื มโยงไปสเู่ นอื้ หาที่จะเรียน
ขน้ั สอน
ขั้นสารวจค้นหา
1. ครใู ห้ความรแู้ ก่นกั เรียนเกย่ี วกับข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าที่ทีต่ ้องปฏบิ ตั ิในห้องเรยี นและ
โรงเรยี น โดยใช้ขอ้ มูลจากหนังสอื เรียน รายวิชาเพิม่ เติม หน้าทพี่ ลเมือง 3 ป. 3 และจากแหลง่ การเรียนรู้อน่ื ๆ
เช่น เอกสาร อินเทอร์เนต็
2. ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4–6 คน อภิปรายรว่ มกนั วา่ หากนกั เรียนละเลยหนา้ ทใี่ นการทาความ
สะอาดหอ้ งโดยไมป่ ฏิบตั เิ วรทาความสะอาดหอ้ งประจาวันจะกอ่ ให้เกดิ ผลอยา่ งไรบ้าง ใหเ้ ขยี นแผนทคี่ วามคิดสรปุ
เรอื่ งดงั กล่าว
3. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอผลการการอภิปรายท่ีกลุม่ ของตนดาเนินการหน้าหอ้ งเรียนจากนั้นครู
กล่าวชมเชยนกั เรยี นที่ไดร้ ่วมกนั ทากิจกรรม
4. ครอู ธิบายหรือเสรมิ ความร้วู ่า เม่อื เรามีหน้าที่ เรากต็ ้องปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ของเราให้ครบถว้ น สมบูรณ์ และ
ถกู ต้องตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ และระเบยี บตามทีไ่ ดก้ าหนดไว้ เชน่ นกั เรียนมีหน้าทเ่ี รยี นหนงั สอื นักเรยี นก็ต้อง
ต้งั ใจเรียนและเชอื่ ฟังครู นักเรยี นเปน็ สมาชิกของโรงเรยี น นกั เรยี นก็ตอ้ งปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น โดย
การแตง่ กายใหถ้ กู ระเบยี บ มาโรงเรียนใหท้ ันเขา้ แถวเคารพธงชาติ ช่วยกันดูแลและรักษาความสะอาดของโรงเรยี น
5. ในขณะปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของนกั เรยี น ให้ครูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของ
นักเรยี นตามแบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลและเปน็ กลมุ่
ขน้ั สรุป
ข้นั ขยายความเขา้ ใจ
1 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ รอื่ ง ข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ และหน้าท่ที ่ีต้องปฏบิ ัติใน
ห้องเรียนและโรงเรียน โดยให้นักเรยี นบนั ทกึ ขอ้ สรปุ ลงในแบบบนั ทกึ ความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่
ความคิดหรอื ผังมโนทศั นล์ งในสมุด พร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม
2. ครูใหน้ กั เรยี นนาความรูท้ ไ่ี ด้เรยี นมาไปประพฤติปฏิบัตใิ หเ้ หมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณใ์ น
ชวี ิตประจาวัน
ขนั้ ตรวจสอบผล
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปความสาคญั ของการปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมตาม กฎระเบียบและหน้าที่ของ
ตนเอง
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ช้ันเรยี น
6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และ วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การ
ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขน้ึ ไป ถือ
ความรูค้ วาม คาถาม ความคิด วา่ ผ่านเกณฑ์
เข้าใจ (K) 2. การปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง การประเมนิ
กตกิ า กฎ ระเบยี บ หนา้ ท่ีใน
ชีวติ ประจาวนั
ทกั ษะ/ 1.นกั เรียนสามารถการปฏิบัติ 1. ใบงาน การ 70% ขนึ้ ไป ถือ
กระบวนการ (P) ตามขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง ว่าผ่านเกณฑ์
ระเบียบ หนา้ ทใี่ น กตกิ า กฎ ระเบยี บ การประเมิน
คุณลกั ษณะ ชวี ิตประจาวนั ได้ หน้าท่ใี น
นสิ ัย (A) ชีวิตประจาวนั 70% ขน้ึ ไป ถอื
1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม วา่ ผา่ นเกณฑ์
รบั ผิดชอบต่องานท่ีสงั่ และส่ง 1. แบบสงั เกต การประเมนิ
งานได้ทนั ตามท่กี าหนด พฤติกรรม
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สังเกตจากการม่งุ ม่ันในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
หนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ (หน้าท่ีพลเมือง) ป.2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การปฏิบัติตามข้อตกลง
กตกิ า กฎ ระเบยี บ หนา้ ทีใ่ นชีวติ ประจาวนั
แบบฝกึ หัดสงั คมศกึ ษาฯ ป.2 (หน้าทพี่ ลเมือง) หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 การปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง กติกา
กฎ ระเบยี บ หนา้ ท่ใี นชวี ิตประจาวัน
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครูผูส้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)
สปั ดาหท์ ี่ 20
โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.ี่ ....1…../………..…................... ชื่อผ้สู อน.....................................................................
กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 2 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 2 การปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ เร่ือง มารยาทไทย
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ส 2.1
เข้าใจและปฏิบัติตนตามหนา้ ทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นยิ มท่ดี ีงาม และธารงรักษาประเพณแี ละ
วัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทย และ สังคมโลกอย่างสันตสิ ขุ
2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเป็นสมาชกิ ที่ดขี องครอบครัวและโรงเรียน เช่น กตญั ญูกตเวทแี ละเคารพรบั ฟังคาแนะนาของพ่อแม่
ญาตผิ ใู้ หญ่ และครูรจู้ กั กล่าวคาขอบคณุ ขอโทษ การไหวผ้ ู้ใหญ่ ปฏิบตั ิตาม ขอ้ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ
ของครอบครัวและโรงเรียน มีสว่ นร่วมในกิจกรรมของครอบครัวและโรงเรยี น มีเหตผุ ลและยอมรบั ฟังความคดิ เหน็
ของผอู้ ื่น มีระเบยี บ วินยั มนี ้าใจ ประโยชน์ของการปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิก ที่ดขี องครอบครวั และโรงเรยี น
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. มารยาทการนั่ง เดิน ยนื พูด และการแตง่ กาย (K)
2. นกั เรียนสามารถการปฏิบัติตนเกีย่ วกับมารยาทการนง่ั เดนิ ยืน พดู และการแต่งกายอย่างเหมาะสม(P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรูแ้ ละมุ่งมน่ั ในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
นักเรียนสามารถการปฏิบัติตนเก่ียวกับมารยาท พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
การนั่ง เดิน ยืน พูด และการแต่งกายอย่าง
เหมาะสม
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
คาบที่ 1
ข้ันนา
ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
1. ครูทักทายนกั เรยี นดว้ ยการพดู วา่ สวัสดีค่ะ จากน้ันสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนว่ามีการตอบกลบั มา
อยา่ งไร
2.ครพู ดู คุยกบั นักเรียนตอ่ วา่ ตอนเช้าใครมาสง่ นกั เรยี น นักเรยี นไหวข้ อบคุณผูป้ กครองและทักทายคุณครู
และเพ่ือนๆบา้ งไม่ และทกั ทายว่าอยา่ งไร
ขน้ั สอน
ขั้นสารวจคน้ หา
1. ครูอธบิ ายลักษณะของมารยาท ว่า มอี ะไรบ้างทีน่ กั เรยี นตอ้ งรแู้ ละนาไปปฏบิ ตั ิ
2. ครสู รา้ งสถานการณจ์ าลอง เช่น เม่อื นกั เรียนเดนิ ผา่ นคณุ ครู นกั เรยี นมาส่งงานคณุ ครูท่ีโต๊ะ แล้วให้
นกั เรยี นสงั เกตสถานการณจ์ ากนน้ั ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ เกดิ อะไรขึ้นและตอ้ งแก้ไขอย่างไร
3. ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนออกมาแสดงบทบาทสมมตใิ นหวั ขอ้ ดังน้ี
มารยาทการเดนิ
มารยาทการพูด
มารยาทการนง่ั
มารยาทการแต่งกาย
มารยาทการยืน
4. ในขณะปฏบิ ตั กิ ิจกรรมของนักเรยี น ใหค้ รูสงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของ
นกั เรยี นตามแบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบคุ คลและเป็นกล่มุ
ขน้ั สรุป
ขน้ั ขยายความเข้าใจ
1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรูเ้ ร่อื ง มารยาทไทย
2. ครูใหน้ ักเรียนนาความรทู้ ่ีได้เรียนมาไปประพฤติปฏบิ ัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ใน
ชีวติ ประจาวนั
ข้ันตรวจสอบผล
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความสาคัญของการปฏบิ ตั ติ นแบบมารยาทไทยของตนเอง
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชนั้ เรียน
6. การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ าร
การวัดและ ประเมนิ ผล
ประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตนุ้ 70% ข้นึ ไป ถือ
จดุ ประสงค์ คาถาม ความคิด ว่าผ่านเกณฑ์
ความรู้ความ 2. มารยาทการนัง่ เดิน ยืน พดู การประเมิน
เข้าใจ (K) และการแตง่ กาย
70% ขนึ้ ไป ถอื
ทกั ษะ/ 1. . นักเรียนสามารถการ 1. ใบงาน มารยาท วา่ ผ่านเกณฑ์
กระบวนการ (P) ปฏบิ ตั ติ นเกยี่ วกับมารยาทการ การน่งั เดิน ยนื พูด การประเมิน
นง่ั เดิน ยืน พดู และการแต่ง และการแต่งกาย
คณุ ลกั ษณะ กายอย่างเหมาะสม
นสิ ยั (A)
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถอื
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานท่สี งั่ และส่ง พฤตกิ รรม วา่ ผ่านเกณฑ์
งานได้ทนั ตามที่กาหนด การประเมิน
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่
เรยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน
7. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
หนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ (หน้าท่ีพลเมือง) ป.2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การปฏิบัติตามข้อตกลง
กติกา กฎ ระเบียบ หน้าที่ในชวี ิตประจาวัน
แบบฝกึ หัดสงั คมศึกษาฯ ป.2 (หน้าทพี่ ลเมอื ง) หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 มารยาทไทย
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(............................................) (..................................................)
ลงชอ่ื ................................................... ผู้บรหิ าร
(.................................................)