นวัตกรรมการศกึ ษาชนั้ เรยี น (Lesson Study)
และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2
ปกี ารศึกษา 2562
แผนกประถมศกึ ษา โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
นวัตกรรมการศกึ ษาช้ันเรียน (Lesson Study)
และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
คานา
ปัจจุบันการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ จาเป็นต้องเน้นในเร่ืองความรู้ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาส ตร์ และ
เน่ืองจากไมม่ วี ิธีการสอนใดดีทสี่ ดุ ทีจ่ ะช่วยให้นักเรียนแก้ปัญหาได้ นอกจากให้นักเรียนลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง นักเรียนควรได้เรียนรู้ ได้คิด อธิบาย และเปรียบเทียบ
แนวคิดที่หลากหลายจนเกิดเป็นกระบวนการแก้ปัญหาของตนเอง ทางโรงเรียนเล็งเห็นถึงความสาคัญจึงได้มีการนานวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน ( Lesson Study) และ
วธิ กี ารแบบเปิด (Open Approach) เขา้ มาใชใ้ นการเรยี นการสอนเพ่ือยกระดับคุณภาพการศกึ ษาในรายวชิ าคณติ ศาสตร์อย่างต่อเน่อื ง
หวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารการสรุปกิจกรรมการเรียนการสอนในหน่วยการคูณ ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 2/7 และ 2/8 ปีการศึกษ า 2562 เล่มนี้จะ
เป็นประโยชนต์ ่อการเรยี นการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ของผู้ที่ได้ศกึ ษาให้มีประสทิ ธภิ าพ ดียงิ่ ขน้ึ ไป
สารบญั หนา้
เร่อื ง 1
2-5
คานา 6-7
สารบญั 8-15
นวตั กรรมการศึกษาช้นั เรียน (Lesson Study) และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach) 16
แผนการจดั การเรียนการสอนด้วยนวัตกรรมการศกึ ษาชน้ั เรียน (Lesson Study) และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach) 17-23
ตัวอยา่ งกจิ กรรมจากหนงั สอื เพอ่ื สร้างสถานการณ์ปัญหา 24-25
ภาพการจัดกจิ กรรม
ใบงานและผลงาน
สะทอ้ นผลนวัตกรรมการศึกษาช้นั เรยี น (Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปิด (Open Approach)
ความคดิ เห็นของครูผสู้ อนเกยี่ วกบั การใช้นวัตกรรมการศกึ ษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
1
นวตั กรรมการศึกษาชนั้ เรียน (Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปิด (Open Approach)
การสอนคณิตศาสตรด์ ว้ ยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) มจี ดุ มุ่งหมาย คือการทาให้กจิ กรรมของนักเรียนและวธิ ีคิดทางคณิตศาสตร์จะต้องถูกนาออกมาใชอ้ ย่างเต็ม
ความสามารถ ตอ้ งให้นกั เรียนแตล่ ะคนมอี สิ ระในการพฒั นาความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาตามความสามารถและความสนใจของตน สงิ่ สดุ ท้ายคือตอ้ งปล่อยใหน้ ักเรียนได้พัฒนาความฉลาดทาง
คณติ ศาสตรข์ องเขา ดงั นัน้ ครูจงึ ตอ้ งสร้างกจิ กรรมห้องเรียนท่ีจะสง่ เสริมวธิ ีคิดทางคณิตศาสตรแ์ บบตา่ ง ๆ ขณะที่นักเรยี นทีม่ คี วามสามารถสงู กวา่ กส็ ามารถทจี่ ะใชว้ ิธีการทางคณิตศาสตร์อย่าง
หลากหลาย และนักเรยี นท่ีมีความสามารถด้อยกว่าก็ยงั คงสนุกสนานกับกับกิจกรรมทางคณิตศาสตรต์ ามความสามารถของตน ทาให้นกั เรยี นเปิดโอกาสการสืบเสาะดว้ ยวิธีการที่ตนเชอื่ มน่ั และ
นาไปสู่การแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ทมี่ ีความซบั ซอ้ นสงู ข้ึน ผลท่เี กิดขึน้ มคี วามเป็นไปได้ทน่ี ักเรียนจะเกิดการพัฒนาสงู ขึ้นท่ีจะแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของพวกเขา และในขณะเดยี วกันยังเป็น
การช่วยสง่ เสริมความคิดสรา้ งสรรคใ์ ห้นกั เรยี นแต่ละคน วิธีการแบบเปิด (Open Approach) จากัดความได้วา่ เป็นวิธีการสอนหนึ่งทีใ่ ชก้ จิ กรรมทีม่ ีปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหวา่ งวิชาคณติ ศาสตรแ์ ละ
นกั เรียน ได้เปดิ การใช้วิธีการในการแกป้ ัญหาที่หลากหลายจาเปน็ ต้องสรา้ งกจิ กรรมทมี่ ีปฏิสัมพันธร์ ะหว่างวธิ ีคดิ ทางคณิตศาสตร์ และพฤติกรรมการแกป้ ัญหาของนักเรียนให้ถูกเปดิ ออกมาอย่าง
ชดั เจน สามารถอธิบายได้ 3 ลักษณะ คอื
1) มกี ารพัฒนากจิ กรรมของเดก็ เพอ่ื วิธกี ารสอนแบบเปิดโดยเฉพาะ
2) ปัญหาท่ีกาหนดในวธิ ีการแบบเปิดตอ้ งอาศัยแนวคิดทางคณิตศาสตร์
3) วิธกี ารแบบเปดิ ควรสอดคล้องกันในกจิ กรรมสัมพันธร์ ะหวา่ ง ขอ้ 1 กับ ขอ้ 2
สงิ่ ทคี่ วรตระหนักอยา่ งมากตอ่ กระบวนการสร้างความเข้าใจ “วิธกี ารแบบเปดิ ” คอื ความสมั พันธร์ ะหว่างปัญหาและวธิ กี ารแก้ไข ปญั หาทใ่ี ช้ “วิธกี ารแบบเปดิ ” น้ีต้องเป็นปัญหาทไี่ ม่เกดิ
เป็นประจา ทงั้ สถานการณ์ของปัญหา กระบวนการแก้ปัญหาตามแบบท่ีกาหนด และการแก้ปัญหาแบบปลายเปิดในการนาไปปฏบิ ัติจรงิ ครูแตล่ ะคนย่อมจัดสภาพหอ้ งเรียนและจดุ มงุ่ หมายการ
สอนตามแนวทางของตน ดังนน้ั วธิ กี ารท่ใี ช้ใน “วธิ กี ารแบบเปิด” จงึ ข้นึ อยกู่ ับตัวปัญหา ซง่ึ ประกอบด้วยสถานการณ์ของปญั หากระบวนการแก้ปัญหาที่มีแนวทางให้ปฏิบตั ิและการแก้ปญั หาแบบ
ปลายเปิด สาหรับจุดเน้นสาคัญของวิธีการสอนดว้ ยวิธีแบบเปดิ (Open Approach) จะตอ้ งให้นักเรียนเปิดใจกว้างเก่ียวกบั คณิตศาสตร์ โดยมีเปา้ หมายให้นักเรยี นทุกคนได้เรียนคณิตศาสตร์ซงึ่
สอดคล้องกบั ศกั ยภาพทางคณติ ศาสตร์ของตน และระดับของการกาหนดการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง นอกจากนย้ี ังต้องการให้เด็กสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อยา่ งเต็มที่ในกระบวนการคดิ ทาง
คณติ ศาสตร์ รูปแบบในการเรยี นสอนวชิ าคณิตศาสตรโ์ ดยใช้วิธีการแบบเปดิ (Open Approach) มี 4 ข้นั ตอนดังนี้
1. ขนั้ การนาเสนอปัญหา (Posing open-ended problem)
2. ขัน้ การเรยี นรดู้ ้วยตนเองของนกั เรียน (Students’ self learning through problem solving)
3. ขั้นการอภิปรายร่วมกันท้งั ชน้ั เรียนและขยายแนวคดิ ในชัน้ เรียน (Whole class discussion and comparison)
4. ขั้นการสรปุ โดยการเชือ่ มโยงแนวคดิ ของนักเรยี นท่ีเกิดขึ้นในช้ันเรียน (Summarization through connecting students’ mathematical ideas emerged in the
classroom)
2
แผนการจัดการเรยี นการสอนด้วยนวตั กรรมการศกึ ษาช้นั เรยี น (Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปดิ (Open Approach)
สัปดาหท์ ี่ 14 คาบที่ 23
แผนการจัดการเรยี นรู้ (ฉบับย่อ) โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา การคาดการณ์ปญั หาจรงิ ของนกั เรียน (Students’ authentic problems) : นกั เรยี นแบ่งกลุม่ แครอทตามประโยคสัญลักษณท์ ่ีครูกาหนดได้
วิชาคณติ ศาสตร์ ระดับชน้ั ป. 2
การคาดการณ์แนวคิดของนกั เรียน
ชอ่ื ครผู ู้สอน: ................................. นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 วันท่ี ………………………..…
ช่ือโรงเรียน: โรงเรียนขจรเกยี รติ คาสั่งที่ 1: - นักเรยี นนาแครอทใส่ตะกรา้ ได้ และสรา้ งประโยคสัญลกั ษณ์การคณู ที่มจี านวนกลุ่มแตกต่างกนั ได้
พฒั นา จานวน ………..… คน เวลา ……………………….… - นกั เรยี นสงั เกตเห็นถงึ การสลบั ทข่ี องการคณู
- นักเรียนบางคนเขียนประโยคสัญลกั ษณก์ ารคณู แบบเดิม
ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้: การคูณ ชือ่ แผน : สลับที่กนั ม้ยั (การคณู )
ลาดับการสอน 4 ข้นั ตอนตามวิธกี ารแบบเปิด (Open Approach)
แผนที่ 23 /…...................กลมุ่ ....2....คน 1. ขน้ั นาเสนอสถานการณป์ ญั หา (15 นาท)ี
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ของหน่วยการเรยี นรู้: ลาดบั กิจกรรมการสอน 1.1 ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน (5 นาที)
-เขียนผลบวกใหอ้ ยใู่ นรูปของการคูณได้ (Flow of Lesson/ Sequence of Teaching): ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียน และร่วมกนั ทบทวนความรใู้ นสงิ่ ที่นกั เรียนเคยเรยี นมาเรอ่ื งการคูณ
-นักเรียนเขียนแสดงการคูณโดยใช้เคร่ืองหมาย 1.การแสดงแทนโลกจรงิ ของนกั เรียน 1.2 ขนั้ นาเสนอสถานการณป์ ัญหา (10 นาที)
ได้ (Representations of Real World): 1.ครูคยุ กับนกั เรียนเรื่องแครอททีค่ รูเก็บมาและจะนาใสใ่ นตะกร้าโดยครูมตี ะกร้า 3 และ 5 ใบ และมแี ครอทอยู่
-แสดงการหาผลคณู จานวนท่ีมีหนึ่งหลักกับ - ภาพแครอท ฝงั่ ละ 15 ผล ให้นักเรียนออกมาหยบิ แครอทใสล่ งไปในตะกรา้ โดยใหแ้ ตล่ ะตะกรา้ ของแตล่ ะฝัง่ มีจานวนเทา่ กนั แล้วให้
จานวนทม่ี ีหนงึ่ หลกั ได้ 2.การแสดงแทนด้วยสอื่ กึง่ รูปธรรม นักเรยี นสังเกต ครูถามนกั เรยี นว่าจะสามรถเขียนประโยคสญั ลกั ษณไ์ ดอ้ ย่างไร
-นกั เรยี นเขยี นประโยคสัญลกั ษณก์ ารคณู ได้ (Representations of Semi Concrete Aids): 2.ครแู จกใบกิจกรรมแลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั อา่ นคาสง่ั ในใบกิจกรรมของตนเอง
- การแบ่งกลมุ่ แครอท 2.ขน้ั นกั เรียนเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง(15นาที)
จดุ ประสงคข์ องแผน: 3.การแสดงแทนโลกคณิตศาสตร์ 1.นกั เรียนทาใบกิจกรรมเขียนประโยคสญั ลักษณ์การคณู จากภาพแครอทบนกระดานโดยใช้แนวคิดและวธิ ีการ
-นกั เรียนอธบิ ายการสลับท่ีของการคูณและ (Representations of Mathematical World): ของตนเอง
สามารถนาไปใช้ได้ - การเขยี นแทนด้วยตัวเลข 3. ขนั้ อภิปรายท้งั ชัน้ เรียน (12 นาท)ี
- การเขยี นประโยคสัญลกั ษณก์ ารคณู 1. ส่มุ ตวั แทนนักเรยี นออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน โดยใหน้ กั เรียนอธิบายแนวคิดของตนเอง
สาระสาคัญของแผน (Concept/ Main 2. ถามนกั เรยี นแตล่ ะคนทอ่ี อกมานาเสนอว่า “เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์การคณู ได้อยา่ งไร” “แตกตา่ งกัน
Ideas): โจทย์/สถานการณป์ ญั หา (Task/ Problem อยา่ งไร” และถามตอ่ วา่ แล้วไดค้ าตอบเป็นอยา่ งไร
- จานวนสองจานวนท่ีคณู กนั เม่ือสลบั ทร่ี ะหวา่ ง 4.ขน้ั สรปุ โดยการเชื่อมโยงแนวคดิ ของนกั เรียน(8นาที)
ตวั ต้งั กบั ตัวคณู ผลคูณยงั คงเท่าเดิม situation) 1. ครูเชือ่ มโยงแนวคิดของนักเรยี น ทีน่ กั เรียนไดพ้ ดู ออกมาให้เพอื่ นๆ ในห้องไดฟ้ ังอกี ครั้งหน่งึ
2.ครสู รุปความรู้ท่ีนกั เรียนไดร้ ับในชั่วโมงน้ี ซง่ึ มปี ระเด็นการสลับทีข่ องการคณู ว่าจานวนสองจานวนทนี่ ามา
ครูมแี ครอทจานวนหนึ่งให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ แครอท คูณกนั สามารถสลับทีก่ นั ได้โดยคาตอบยงั คงเดิม สรุปใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวคิดของนักเรยี นท่ีได้มาจากการทากจิ กรรม
ประโยคสัญลกั ษณ์ 3 x 5 และ 5 x 3 และจากทต่ี อบคาถามครผู สู้ อนท้ังหมด
สื่อหลกั (สอื่ สาหรบั สรา้ ง) :
-ภาพแครอท
-ใบกิจกรรมการสลับทข่ี องการคูณ
3
แผนการจัดการเรยี นการสอนดว้ ยนวตั กรรมการศกึ ษาช้นั เรียน (Lesson Study) และวธิ ีการแบบเปดิ (Open Approach)
สัปดาหท์ ่ี 14 คาบท่ี 24 การคาดการณป์ ัญหาจรงิ ของนกั เรียน (Students’ authentic problems) : หาผลลัพธโ์ ดยใชก้ ารคูณอยา่ งไร , คณู
อยา่ งไรให้เร็ว
แผนการจดั การเรยี นรู้ (ฉบับย่อ)
วชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 หนา้ 42 เล่ม 2
ชอื่ ครผู ูส้ อน : นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/….. วันที่.......กมุ ภาพนั ธ์ 2563 การคาดการณ์แนวคิดของนกั เรียน
………………………………… จานวน.......................คน เวลา ……………………… น. - นักเรียนหาผลคณู โดยการทอ่ งสตู รคณู - นักเรยี นใชก้ ารสลบั ทก่ี ารคณู มาชว่ ยหาคาตอบ
ชชอื่ ื่อโหรงนเร่วยี นยก: าโรรงเเรรยีียนนขรจรู้ : การคณู (4) คาบ : 24 ชอ่ื แผน: ลกู เตา๋ เสย่ี งทาย แผนท่ี - นกั เรียนนบั เพ่มิ ไปทลี ะเท่าๆ กนั ไปเทา่ กบั จานวนกลมุ่ - นักเรียนหาคาตอบโดยใช้การบวกซ้า
2/4 กลมุ่ 2 - นักเรียนหาคาตอบโดยการนับนว้ิ ไปทลี ะเทา่ ๆ กัน ไปเท่ากบั จานวนกลุ่ม
i ลาดับกิจกรรมการสอน ลาดับการสอน 4 ขั้นตอนตามวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ของหนว่ ยการเรยี นรู้ : (Flow of Lesson/ Sequence of 1. ขนั้ นาเสนอสถานการณป์ ัญหา (10 นาที)
1. นักเรียนใช้ความรู้เร่ืองตารางการคูณต้ังแต่ Teaching): 1. ครบู อกนักเรียนว่า “วนั นี้คุณครมู ีเกมมาให้นักเรยี นเล่น ใครอยากเล่นบ้าง เราจะต้องนาความรู้เรื่องการคูณมาใช้ในการ
ตารางการคูณของ 1 x จนถงึ ตารางการคูณของ 1.การแสดงแทนโลกจริงของนักเรยี น เล่นเกมนนี้ ะคะ คณุ ครูจะใหน้ ักเรยี นเล่นเกมกนั เปน็ กลมุ่ ”
9 xในการพจิ ารณาความลบั ของตารางการคณู (Representations of Real World): 2. ครูติดคาสั่งท่ี 1) เขียนคาตอบลงในช่องว่างของตาราง บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านและทาความเข้าใจ จากนั้นครู
2. นักเรียนเข้าใจการสลบั ท่ขี องการคูณ 2.การแสดงแทนดว้ ยสอ่ื ก่ึงรูปธรรม แจกตารางการคณู ท่ีใช้ในการเล่นเกมใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ แลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เตมิ ผลคณู ลงในชอ่ งวา่ ง
3. นักเรียนสามารถใช้ความรู้เก่ียวกับประโยค (Representations of Semi Concrete 3. ครูส่มุ นักเรียนออกมาเติมผลคูณในตารางการคณู ทีแ่ ตล่ ะกล่มุ สร้างข้ึน จากน้ันใหน้ ักเรียนภายในหอ้ งช่วยกนั ตรวจสอบว่า
สัญลักษณ์การคูณและผลคูณ ในการวางแผนการ Aids) : - ถูกตอ้ งหรือไม่ จากนนั้ ครตู ดิ คาสงั่ ที่ 2) มาเลน่ เกมกันเถอะ บนกระดาน
เลน่ เกมการคูณ 3.การแสดงแทนโลกคณติ ศาสตร์ 4. ครูตดิ รูปในหนังสือหน้า 42 บนกระดาน พรอ้ มทงั้ ปดิ คาตอบของแต่ละช่องไว้ จากนนั้ อธิบายกตกิ าใหน้ ักเรยี นฟัง
(Representations of Mathematical 2. ขั้นแก้ปญั หาเพอื่ เรียนรู้ด้วยตนเอง (15 นาท)ี
จุดประสงคข์ องแผน: World) : สามารถเติมคาตอบโดยใช้ตารางการ 1. นักเรยี นเติมผลคณู ลงในตารางการคูณ
1. นกั เรยี นสามารถเติมคาตอบโดยใช้ตารางการ คณู ตัง้ แต่ตารางการคณู ของ 1 x จนถงึ 2. นักเรียนนาบลอ็ กมาปิดผลคณู ให้ครบ 30 ชอ่ ง
คณู 1 ถึง 9 ตารางการคูณของ 9 x ได้ 3. นักเรยี นหาผลคณู เมื่อทอยลูกเต๋า
2. นกั เรยี นสามารถเห็นสมบตั ิการสลบั ที่การคณู 3. ขน้ั นาเสนอและอภปิ รายแนวคิดของนกั เรียน (10 นาท)ี
1. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันพจิ ารณาวา่ ผลคูณของแตล่ ะชอ่ งเป็นเทา่ ใด
สาระสาคัญของแผน (Concept/ Main โจทย/์ สถานการณป์ ญั หา โดยช่วยกันตรวจคาตอบไปทลี ะช่อง
Ideas): (Task/Problem situation) : 2. ครใู หน้ กั เรียนพจิ ารณาการเติมตัวเลขลงในช่องว่างของตนเองและ
การคณู หมายถึง การหาจานวนของวัตถุสิ่งของ กตกิ า เพื่อนในห้องวา่ ต่างหรอื เหมอื นกันอยา่ งไร
ที่มีหลายส่วนและแต่ละหน่วยจะเท่ากัน เราจะ 1) เขยี นคาตอบลงในชอ่ งว่างของตาราง 3. ครใู ห้นกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบหลงั จากเล่นเกมจบวา่ ใครทีค่ ูณได้
ทราบจานวนวัตถุส่ิงของในหน่ึงหน่วยหรือเป็น 2) มาเล่นเกมกันเถอะ อย่างรวดเร็วทีส่ ดุ และแต้มเยอะที่สดุ
วธิ ีการหาผลรวมท่ีใช้จานวนหนึ่งหนว่ ยทเี่ ทา่ กนั ใน 4. ขัน้ สรปุ โดยการเชอื่ มโยงแนวคดิ ของนักเรียน (10 นาท)ี
รูปของการบวกซ้า การแบง่ เปน็ หลายส่วน การคณู ส่ือหลัก(สอ่ื สาหรับสรา้ งสถานการณ์
มคี วามหมายตามการบวกซา้ และเทา่ ปญั หา) : - ใบกิจกรรม ตวั หมาก 30 อัน - ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกนั สรุปสงิ่ ท่ไี ดเ้ รียนรู้จากการเล่นเกมนี้
การนาความรเู้ กย่ี วกับตารางการคูณจาก 1 ถึง 9 ลกู เตา๋
สื่อเสริม(สอื่ สำหรบั ชว่ ยในการนาเสนอแนวคดิ
และการสลบั ที่ของการคูณมาใช้เล่นเกม ของนักเรียน) : กระดุมแม่เหลก็ รปู หนา้ 42
4
แผนการจัดการเรียนการสอนด้วยนวตั กรรมการศกึ ษาช้นั เรยี น (Lesson Study) และวิธีการแบบเปดิ (Open Approach)
สัปดาห์ท่ี 15 คาบที่ 25
แผนการจดั การเรยี นรู้ (ฉบับยอ่ ) การคาดการณ์ปัญหาจรงิ ของนกั เรียน (Students’ authentic problems) : การจดั ที่นั่ง จัดทนี่ งั่ อย่างไรดี
วิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 หน้า 83 เลม่ 2
การคาดการณแ์ นวคดิ ของนักเรยี น
ชอ่ื ครูผู้สอน : ……………… นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2/….. วันที่.......กมุ ภาพนั ธ์ 2563 - 3x5 และ 2x2 - 3x3 และ 2x5
ชื่อโรงเรียน : โรงเรียนขจรเกยี รติ จานวน.......................คน เวลา ……………………… น. - 3x1 และ 2x8 - นกั เรยี นคดิ ตามตวั เลขของตัวเอง
ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ : กจิ กรรมเสริม คาบ : 25 ชอื่ แผน: จดั ท่ีน่ังยังดีนะ? แผนท่ี 1/2 กลมุ่ 2 -ลาดับการสอน 4 ข้นั ตอนตามวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
จดุ ประสงค์การเรียนรขู้ องหนว่ ย ลาดับกจิ กรรมการสอน ขั้นที่ 1 การนาเสนอสถานการณ์ปญั หา (10 นาท)ี
การเรียนรู้ : (Flow of Lesson/ Sequence of
1. นักเรียนสามารถนาความรู้ Teaching): 1. คณุ ครกู ล่าวทักทายนกั เรียน จากนนั้ ทบทวนเกยี่ วกับการคณู วา่ เรยี นอะไรไปบา้ งแล้ว(การคูณสามารถสลบั ทไ่ี ด้)
เกย่ี วกบั การคณู ไปใช้ในชีวติ จริง(การ 1.การแสดงแทนโลกจรงิ ของนกั เรียน
จดั ทีน่ ง่ั )ได้ (Representations of Real World): 2. คุณครูพูดว่า “วันนี้คุณครูจะพานักเรียนไปเท่ียวท่ีขอนแก่น เราจะสามารถเดินทางด้วยอะไรได้บ้าง”(รถไฟ
2. นักเรียนเข้าใจเก่ียวกบั การคูณ ทน่ี งั่ บนเคร่ืองบิน
จสุดามปราะรสถงคคาข์ นอวงณแผคนา:ตอบจากการคูณ 2.การแสดงแทนด้วยส่อื กง่ึ รปู ธรรม เคร่ืองบิน เดิน จกั รยาน จักรยานยนต์ เรอื รถเมล์ รถทวั ร)์
นไดัก้ เรยี นนาความรเู้ กย่ี วกบั คูณมาใช้ (Representations of Semi
ในชีวิตประจาวันได้ Concrete Aids) : - 3. คุณครูพูดว่า “ครูจะพาไปด้วยเครื่องบิน ครูจองต๋ัวไปแล้ว แต่น่าเสียดายท่ีจองได้แค่ 19 คน เพราะที่เต็มเร็ว
3.การแสดงแทนโลกคณิตศาสตร์
สาระสาคัญของแผน (Concept/ Main (Representations of Mathematical มาก”
Ideas): World) : ประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู
การคูณ หมายถึง การหาจานวนของวัตถุสิ่งของ 4. คุณครูพูดว่า “จะมีเพียงแค่ 19 คนเท่าน้ันที่จะได้ไปขอนแก่น ทีนี้ทางเจ้าหน้าท่ีสนามบินก็ให้แผนผังท่ีนั่งครูมา
ที่มีหลายส่วนและแต่ละหน่วยจะเท่ากัน เราจะ โจทย/์ สถานการณ์ปัญหา
ทราบจานวนวัตถุส่ิงของในหน่ึงหน่วยหรือเป็น (Task/Problem situation) : บอกว่าให้ครเู ลือกที่นงั่ ให้เด็กๆ 19 คนว่าจะนง่ั ตรงไหนบา้ ง คุณครเู ลยจะต้องจดั ท่ีนั่งให้นักเรยี น 19 คนน้ี แต่ปัญหา
วิธีการหาผลรวมท่ีใช้จานวนหนึ่งหน่วยท่ีเท่ากัน นักเรียน 19 คนข้ึนเครื่องบิน พวกเขานั่ง
ในรูปของการบวกซ้า การแบ่งเป็นหลายส่วน การ ของครมู ีอยวู่ า่ จะจัดอย่างไรดีนะท่ีไม่ใหม้ ใี ครน่ังคนเดียว นกั เรียนช่วยคณุ ครพู ลอยไดไ้ หมคะ”
คณู มีความหมายตามการบวกซา้ และเท่า เก้าอี้ที่มีแถวละ 3 และแถวละ 2 พวกเขา
5. จากนั้นครตู ิดแถบสถานการณป์ ัญหา คาสั่ง และแจกสอื่ ให้นกั เรียนไปลองทา
จะน่งั อยา่ งไรโดยท่ีไมม่ ใี ครน่งั คนเดยี ว
ขั้นท่ี 2 การแก้ปัญหาเพื่อเรยี นรู้ด้วยตนเอง (15 นาท)ี
สื่อหลัก(ส่ือสาหรบั สร้างสถานการณ์
ปัญหา) : - ใบกิจกรรม 1. นกั เรียนลงมือแก้ไขปญั หาเปน็ กลุม่
สอื่ เสริม(สื่อสำหรับชว่ ยในการนาเสนอแนวคิด
ของนกั เรยี น) : กระดานท่นี ่ัง บลอ็ ก ขนั้ ที่ 3 การนาเสนอและอภิปรายแนวคิดของนกั เรียน (15 นาที)
1. นกั เรียนออกมานาเสนอแนวคดิ ของตนเอง
ขั้นที่ 4 การสรปุ โดยการเชือ่ มโยงแนวคิดของนักเรยี น (10 นาที)
1. คณุ ครถู ามวา่ “จากวธิ ที ัง้ หมดเราสามารถเชื่อมโยงเป็นการคูณได้ว่าอย่างไรบ้าง ถ้าคุณครูกาหนดให้ตัวตั้งคือ 3
คอื แถวทีน่ ่ังสามคน และ 2 คือแถวท่ีน่ังสองคน”
2. คณุ ครูถามวา่ “แลว้ ถา้ คุณครเู ปลย่ี นใจอยากเปล่ยี นจานวนเด็กที่ไปจะมีวิธีจัดท่ีนั่งแบบไหนบ้างนะ” ให้นักเรียน
ลองคิดเปน็ กลมุ่
3. คุณครูสรุปโดยถามนักเรียนว่า “วันน้ีเราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการคูณบ้าง” (เราสามารถใช้การคูณมาใช้ใน
ชีวติ ประจาวันได้)
5
แผนการจัดการเรยี นการสอนด้วยนวตั กรรมการศกึ ษาชัน้ เรียน (Lesson Study) และวธิ ีการแบบเปิด (Open Approach)
สปั ดาหท์ ่ี 15 คาบท่ี 26 โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา การคาดการณป์ ญั หาจรงิ ของนกั เรยี น (Students’ authentic problems) : นกั เรยี นสรา้ งโจทย์ปัญหาการคณู และประโยคสัญลกั ษณไ์ ด้
แผนการจัดการเรียนรู้ (ฉบบั ย่อ) การคาดการณ์แนวคดิ ของนักเรียน
วชิ าคณติ ศาสตร์ ระดับชั้น ป. 2
คาสง่ั ที่ 1: - นักเรียนเลือกสิง่ ของจากภาพมา 1 อยา่ ง และสามารถสร้างโจทยป์ ญั หาการคณู ได้
ชือ่ ครผู สู้ อน: นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 วนั ที่ ………………………..… - นกั เรยี นสรา้ งประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู ได้ถูกตอ้ งตามหลกั การคณู จานวนกลมุ่ x สมาชกิ ในกลุม่
.......................................... - นักเรียนบางคนเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู แบบสลับทม่ี า
ชชื่อ่ือโหรนงว่เรยียกนา:รโเรรงยี เนรยีรู้:นกขาจรรคเกณู ียรติ จานวน ………..… คน เวลา ……………………….…
ลาดบั การสอน 4 ข้นั ตอนตามวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
ช่อื แผน : มาสรา้ งโจทย์ปัญหาการคูณกนั เถอะ 1. ขน้ั นาเสนอสถานการณ์ปญั หา (15 นาท)ี
แผนที่ 26 /…...................กลมุ่ ....2....คน
1.1 ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรยี น (5 นาท)ี
จุดประสงค์การเรยี นรขู้ องหนว่ ยการเรยี นรู้: ลาดบั กิจกรรมการสอน ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น และรว่ มกนั ทบทวนความรูใ้ นสงิ่ ทน่ี ักเรยี นเคยเรียนมาเรอื่ งการคูณ
-เขียนผลบวกให้อย่ใู นรปู ของการคูณได้ (Flow of Lesson/ Sequence of Teaching): 1.2 ขั้นนาเสนอสถานการณป์ ัญหา (10 นาท)ี
-นกั เรียนเขียนแสดงการคณู โดยใชเ้ คร่ืองหมาย 1.การแสดงแทนโลกจรงิ ของนกั เรยี น 1.ครูคยุ กบั นกั เรยี นเร่ืองงานเลี้ยงสังสรรค์ปิดภาคเรยี นทเี่ ราจะไปเลยี้ งกันที่สวนหลวง ภายในงานมขี องกิน
(Representations of Real World): และสตั ว์เล้ียงอย่ดู ว้ ยมากมาย แลว้ ใหน้ ักเรียนสังเกต ครถู ามนักเรียนว่าจากภาพจะเอาการคณู มาชว่ ยหาจานวนของ
ได้ - ภาพงานเลยี้ ง สง่ิ ของแต่ละอย่างได้หรอื ไม่ และจะสามรถเขียนประโยคสญั ลักษณไ์ ดอ้ ย่างไร
-แสดงการหาผลคูณจานวนทมี่ หี นึ่งหลักกบั 2.การแสดงแทนดว้ ยสื่อกงึ่ รปู ธรรม 2.ครูแจกใบกิจกรรมแล้วให้นกั เรยี นช่วยกันอ่านคาสัง่ พรอ้ มกนั
จานวนท่มี หี นงึ่ หลกั ได้ (Representations of Semi Concrete Aids): 2.ข้ันนกั เรยี นเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง(15นาที)
-นกั เรียนเขียนประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณได้ - การแบง่ กล่มุ ของส่งิ ของในงานเล้ียง 1.นักเรียนทาใบกิจกรรมสร้างประโจทยป์ ญั หาการคณู และเขยี นประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคณู จากภาพทต่ี นเอง
3.การแสดงแทนโลกคณติ ศาสตร์ เลือกมาโดยใช้แนวคิดและวธิ ีการของตนเอง
จดุ ประสงคข์ องแผน: (Representations of Mathematical World): 3. ขน้ั อภปิ รายท้งั ช้นั เรียน (12 นาท)ี
- นกั เรยี นสามารถสร้างโจทยป์ ัญหาการคณู ได้ - การสร้างโจทย์ปญั หา 1. ส่มุ ตวั แทนนักเรียนออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรียน โดยให้นกั เรียนอธบิ ายแนวคดิ ของตนเอง
- นกั เรียนเขียนแสดงการคณู โดยใช้เครอ่ื งหมาย - การเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 2. ถามนกั เรียนแตล่ ะคนทอ่ี อกมานาเสนอว่า “เขยี นประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู ได้อย่างไร” “แตกต่างกัน
อยา่ งไร” และถามต่อว่าแล้วไดค้ าตอบเปน็ อยา่ งไร
ได้ 4.ขัน้ สรุปโดยการเชอ่ื มโยงแนวคดิ ของนักเรยี น(8นาที)
1. ครูเชอ่ื มโยงแนวคดิ ของนักเรยี น ทน่ี ักเรียนไดพ้ ดู ออกมาใหเ้ พื่อนๆ ในหอ้ งไดฟ้ งั อีกครั้งหน่งึ
สาระสาคัญของแผน (Concept/ Main โจทย์/สถานการณ์ปญั หา (Task/ Problem 2.ครูสรปุ ความร้ทู ่นี ักเรียนไดร้ ับในชั่วโมงนี้ ซ่งึ มีประเด็นการสรา้ งโจทยป์ ัญหาการคูณ การเขียนประโยค
Ideas): สัญลกั ษณก์ ารครู และการหาคาตอบ สรุปให้สอดคลอ้ งกบั แนวคิดของนกั เรยี นท่ีไดม้ าจากการทากิจกรรม และจากที่
-การสร้างโจทย์ปัญหาการคณู จากจานวนตอ้ ง situation) ตอบคาถามครผู สู้ อนทัง้ หมด
สร้างใหส้ อดคลอ้ งกับจานวนและเหมาะสมกบั
สถานการณ์ในชวี ติ จริง ในงานเลีย้ งสงั สรรคป์ ดิ ภาคเรยี นเราจะไปเลี้ยงกนั ที่
สวนหลวง ภายในงานมขี องกนิ และสตั วเ์ ล้ียงอยูด่ ้วย
มากมาย ครอู ยากใหน้ กั เรียนเลอื กสิ่งของมา 1 อยา่ ง
แลว้ นามาสรา้ งเปน็ โจทยป์ ัญหาการคณู
ส่อื หลกั (สอื่ สาหรับสร้าง) :
-ภาพงานเลย้ี ง
-ใบกิจกรรมงานเลย้ี งกับการสร้างโจทยก์ ารคณู
6
ตัวอยา่ งกิจกรรมจากหนังสือ เพ่อื สร้างสถานการณป์ ญั หา
คาบที่ 23 หนา้ 41
คาบท่ี 24 หนา้ 42
7
คาบที่ 25 หนา้ 83
คาบที่ 26 หนา้ 46-47
ภาพการจัดกิจกรรม 8
สัปดาหท์ ี่ 14 คาบท่ี 23
ประถมศกึ ษาปีที่ 2/7
ขน้ั ท่ี 1 ข้นั การอ่าน (Reading=R) – การนาเสนอโจทย/์ สถานการณ์ปัญหา ขั้นที่ 2 ข้ันขยายความเข้าใจ (Expanding=E) – การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั กจิ กรรมต่อเน่ือง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรียบเทียบรว่ มกนั ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั แสดงผลงาน (Display=D) – การสรปุ บทเรยี น
ทั้งช้นั เรยี น
9
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/8 ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง
ขั้นที่ 1 ขัน้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย/์ สถานการณ์ปัญหา
ขั้นที่ 3 ขนั้ กจิ กรรมต่อเน่อื ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บรว่ มกัน ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรุปบทเรยี น
ทง้ั ชัน้ เรียน
10
สปั ดาหท์ ี่ 14 คาบท่ี 24 ขนั้ ที่ 2 ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
ประถมศึกษาปที ี่ 2/7
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย์/สถานการณป์ ญั หา
ข้นั ท่ี 3 ขัน้ กจิ กรรมตอ่ เนือ่ ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บร่วมกัน ข้ันที่ 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรปุ บทเรยี น
ทัง้ ช้นั เรียน
11
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/8 ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ขั้นที่ 1 ขัน้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย/์ สถานการณ์ปัญหา
ขั้นที่ 3 ขนั้ กจิ กรรมต่อเน่อื ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บรว่ มกัน ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรุปบทเรยี น
ทง้ั ชัน้ เรียน
สปั ดาหท์ ่ี 15 คาบท่ี 25 12
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/7
ขนั้ ที่ 2 ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย์/สถานการณป์ ญั หา
ข้นั ท่ี 3 ขนั้ กจิ กรรมตอ่ เนือ่ ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บร่วมกัน ข้ันที่ 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรปุ บทเรยี น
ทัง้ ช้นั เรียน
13
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/8 ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ขั้นที่ 1 ขัน้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย/์ สถานการณ์ปัญหา
ขั้นที่ 3 ขนั้ กจิ กรรมต่อเน่อื ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บรว่ มกัน ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรุปบทเรยี น
ทง้ั ชัน้ เรียน
สปั ดาหท์ ่ี 15 คาบท่ี 26 14
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/7
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง
ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย์/สถานการณ์ปัญหา
ข้นั ท่ี 3 ขนั้ กจิ กรรมตอ่ เนือ่ ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทียบรว่ มกัน ข้ันท่ี 4 ข้ันแสดงผลงาน (Display=D) – การสรปุ บทเรยี น
ทัง้ ช้นั เรียน
15
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/8 ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Expanding=E) – การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ขั้นที่ 1 ขัน้ การอา่ น (Reading=R) – การนาเสนอโจทย/์ สถานการณ์ปัญหา
ขั้นที่ 3 ข้ันกจิ กรรมต่อเน่อื ง (Activity=A) – การอภิปรายและเปรยี บเทยี บรว่ มกัน ขนั้ ท่ี 4 ขัน้ แสดงผลงาน (Display=D) – การสรุปบทเรยี น
ทง้ั ชัน้ เรียน
16
ใบงานและผลงาน
ใบงานเร่อื งการคณู
17
สะทอ้ นผลนวตั กรรมการศกึ ษาชนั้ เรียน (Lesson Study) และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้ห้อง ป.2/7,ป.2/8
เป็นโมเดล : บทสนทนาในสปั ดาห์ที่ 14
วันศกุ ร์ ท่ี 14 กุมภาพันธ์ 2563
ผเู้ ขา้ รว่ มประชุม เกษกลุ
บญุ สิทธ์ิ
1. นายเพม่ิ ศกั ด์ิ ณ ถลาง
2. นางสาวเพชรดา ณ นคร
3. นางนงคน์ ิด สมิ ลา
4. นางศิริพัฒน์ โททัสสะ
5. นางสาวสิทธิณี ใสศรี
6. นางสาวอภญิ ญา ไมตรจี ิตร
7. นางสาวสุมาลิน
8. นางสาวธดิ ารตั น์
คาบที่ 23 18
ผ้สู ะทอ้ นผล
ครนู งค์นดิ รายละเอียด
สืบเน่ืองมาจากคาบที่แล้วเร่ืองการเขียนประโยคสัญญาลักษณ์การคูณ สร้างสถานการณ์การปลูกแครอท เป็นสวนของครูโบว์และ
ครอู ภิญญา ของครูแครอทปลูกที่เกาะราชา ของครูโบว์ปลูกไว้ 3 แปลงๆละ 4 ของครูแครอทปลูกไว้ 4 แปลงๆละ 3 ให้เด็กออกติดแครอทท่ี
ครูศิรพิ ัฒน์ บนกระดานแล้วก็เขียนประโยคสัญลักษณ์ใหเ้ ดก็ บอกแนวคดิ ของตัวเอง ส่วนใหญ่เด็กทาได้เกือบทุกลุ่ม การสลับท่ีการคูณมีกลุ่มนี้
ที่เขียนเครื่องหมายคูณ แต่ท่ีจริงต้องเขียนเคร่ืองหมายเท่ากับ มี 2 กลุ่ม ท่ีเขียน 12 น้ีเป็นผลคูณ กลุ่มอ่ืนเขียนเท่ากับ ให้เด็ก
ครูสิทธิณี ออกไปอธิบายหน้าช้นั เรยี น เปน็ การคณู สลับท่ี มกี ารเปรยี บเทยี บของแต่ละกลมุ่
มีการสังเกตขั้นนาเสนอนกั เรยี นปลกู แครอท 3 แปลง เด็กสามารถทาไดแ้ ละสังเกตว่าแตล่ ะแปลงมนั มีคาตอบทเ่ี ท่ากันเขียน
ประโยคสญั ญาลกั ษณ์การคูณได้ถกู ทุกกลุ่ม ดูจากกลมุ่ กอ่ นแลว้ คูณด้วยกลมุ่ ละ ในการเขียนเหตผุ ลขา้ งลา่ งเดก็ สามารถเขียนได้
หลากหลาย บางคนกบ็ อกว่าคาตอบเหมอื นกนั ตัวเลขมันสลับกัน ทั้งค่มู ีผลลพั ธ์เท่ากัน สรปุ การสลับที่การคณู
สร้างสถานการณ์เหมือนกัน มีการติดบัตรตามช่อง เป็นช่องส่ีเหลี่ยม 4 ช่อง แล้วตั้งแครอทไว้ให้เด็กโดยไม่ได้บอกอะไร ให้เด็ก
ออกมาติด เด็กติดแถวแรก 5 หัว แถวที่ 2 5 หัว แถวที่ 3 2 หัว มีใครคิดต่างจากนี้ไหมให้ออกมาติด มีน็อตที่ออกมาติดแปลงละ
4 แล้วถามเขาว่าทาไมถึงตดิ แปลงละ 4 เด็กตอบว่าเพราะน่าจะเป็นการคูณเพราะหนูนับช่องได้ 3 ถ้าใส่ 5 มันคูณไม่ได้หนูก็เลยทา
ให้จานวนมนั เท่ากัน ให้เด็กสงั เกตว่ามีกี่แปลง แปลงหน่ึงมีการหัว เด็กมีกระบวนการมากขึ้น เด็กมีการสังเกตมากข้ึน ให้เด็กเขียน
ประโยคสญั ลกั ษณ์ มีการเปรียบเทยี บของแตล่ ะกลมุ่ เปน็ การสลับทเ่ี พราะตวั เลขเหมือนกนั มี 1 กลุ่มทีย่ ังมองไม่ออก 19
เดก็ มปี ัญหามากตรงการเขยี นชอ่ งตรงกลางเพราะว่าเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์อยา่ งนอ้ ยมนั ต้องมีเครือ่ งหมายเท่ากบั คาตอบ หรอื ไมก่ ็
เครือ่ งหมายเท่ากับส่ีเหล่ยี ม พอมันเปน็ 2 ชอ่ งตรงนี้ ชอ่ งตรงกลางจะเป็นปญั หากบั เดก็ มาก เดก็ ไม่รู้จะใสอ่ ะไรดี เพราะเด็กไมเ่ คย
เขียนสัมการสองขา้ งทเ่ี ท่ากนั ทมี่ ันไม่ใชส่ ีเ่ หล่ยี มหรือคาตอบ เด็กกเ็ ลยเขยี นออกมาในแนวน้หี มดเลย เดก็ เข้าใจในการสลบั ทีไ่ หม
เด็กเข้าใจแตแ่ ค่ไมส่ ามารถเขียนชอ่ งน้ีได้ เพราะเดก็ ยังไม่เคยเห็นการเขยี นประโยคสัญลักษณก์ ารคณู ทีเ่ ทา่ กนั
19
ครนู งคน์ ดิ กค็ ลา้ ยๆกนั ส่วนใหญเ่ ดก็ เขา้ ใจ
ครูสมุ าลิน เดก็ เขา้ ใจมากข้นึ สังเกตจากภาพที่ชัดเจน นอ็ ตออกมาพดู ก่อนทาใหเ้ พอื่ นๆ เข้าใจเดก็ สามารถทาได้ เดก็ จะมีปญั หาชอ่ งตรงกลาง
คาพูดทว่ี ่ามากกวา่ เท่ากับ แต่ตรงน้ีจงใจใหม้ ีปัญหาให้เด็กไดแ้ ก้ไข
คาบท่ี 24 20
ผ้สู ะทอ้ นผล
ครูอภญิ ญา รายละเอียด
ใหเ้ ด็กทบทวนการเขา้ ใจเก่ียวกับการคูณแม่ 1-9 เป็นเกมเก่ียวกับตารางการคูณ การคูณจานวนแถวคูณจานวนหลักท่ีเหลือให้เด็ก
ครูนงค์นิด เติมช่องเอง มีบางกลมุ่ ท่เี ขา้ ใจก็เลยให้กลุม่ แรกออกมาเตมิ ใหเ้ พอื่ นดใู นแถวแรกก่อน เม่อื เติมไดค้ รบแลว้ มีการทอยลูกเต๋าแล้วให้
ครศู ริ ิพฒั น์ เอาตวั เลขตามลกู เต๋ามาคูณกันแล้วได้คาตอบ ต้องมาดูว่าเด็กได้วางลูกหมากไว้ไหมถ้าวางไว้เด็กต้องเอาลูกหมากออก แต่ถ้าไม่ได้
วางไว้ใหน้ าลกู หมากมาวางตามคาตอบทไี่ ด้ ใครที่ได้หมากเยอะก็จะเป็นผู้ชนะ เด็กสามารถคูณได้และเข้าใจกติกา มีการเพิ่มหมาก
ครสู ิทธณิ ี และลดหมาก
ครูสุมาลิน กจิ กรรมน่าสนใจ ไดไ้ ปเดินดทู ุกๆ กลมุ่ แนวคิดของเดก็ เวลาเดก็ วางหมากเขาแตก่ ลมุ่ การวางหมากเปน็ รปู หวั ใจแต่ไมพ่ อก็ลื้อใหม่
ครูสทิ ธณิ ี แล้วก็ตัง้ ใหม่เดก็ มคี วามพยายามให้ออกมาเปน็ รปู ทรงตา่ งๆ คาบนี้เดก็ ทอ่ งสูตรคณู ได้มากข้ึนทาใหส้ นกุ สนานมากขึน้
ตอนแรกๆท่ีใหเ้ ด็กแกส้ ถานการณ์ปัญหาดเู หมือนว่าจะมอี ุปสรรคนดิ นงึ เด็กไมเ่ ขา้ ใจหลกั คูณกับแถว มอี ยู่ 4 – 5 กลุม่ ที่เด็กทาได้
ที่สามารถคูณได้ 8x4 แล้วต่อไปต้องเอา 8x7 แต่กลุ่มอื่นๆ เอา 8x4 แลว้ เอา 4x7 ตอ่ ลงมาเร่ือยๆ โดยที่แถวแรกเขายังคณู ไมจ่ บ
จนนอ้ งโบวแ์ รถกลมุ่ ท่ไี ด้วา่ ไปทาใหเ้ พือ่ นดูแถวแรกอ่ น แล้วเพ่ือนๆ ก็ทาได้ มกี ลุ่งนงึ ทเี่ อา 4x4 ได้ 8 ทาไมถึงได้ 8 แล้วเดก็ ก็ลบ
แล้วทาใหม่ ตารางน้ีเด็กยงั ไม่เคยเรียน
เดก็ ใช้เวลาท่ีเดก็ เข้าใจแลว้ ว่าการคูณในแต่ละช่องน้คี อื แถวคณู หลัก เด็กก็สามารถทาไดแ้ ค่แปปเดียว ประมาณ 5 นาทีสามารถเตมิ
ตัวนไี้ ด้ครบแลว้ การทางานเป็นทมี ไดด้ ีมาก ช่วยและสลับกันคณู ได้ดี วางหมากให้เปน็ รปู ร่างทส่ี วยงามสาหรบั เด็ก
สังเกตจากการเด็กวางหมาก มีบางกลุ่มทด่ี ูลกู เต๋าสลบั กัน สลับสกี นั กจ็ ะทาใหค้ ณู ผิด
ปรบั ปรงุ จากคาบของโบว์พยายามเน้นกตกิ าโดยใหเ้ ดก็ ทาในแถวแรกกอ่ นคอ่ ยเริม่ ทาในแถวท่ี 2 ตอ่ ทาให้ใชเ้ วลาในแถวแรกนาน
พอเดก็ เข้าใจใหเ้ ดก็ หาผลคณู ในชอ่ งตารางกอ่ น ถงึ จะเรม่ิ อ่านกตกิ าในข้อตอ่ ไป มี 3-4 กลุ่มที่ทอ่ งสตู รคณู ไดเ้ รว็ ที่เหลอื พอถึงแม่ 9
แม่ 8 เดก็ ยงั ท่องไม่คล่อง กลมุ่ ท่ีเข้าใจกติกากส็ ามารถเลน่ ไดต้ อ่ ไป
ครศู ริ ิพฒั น์ 21
ครูนงคน์ ดิ กจิ กรรมคล้ายๆ ห้อง 2/8 มกี ารปรับโดยให้เด็กคูณในแถวแรกก่อนเดก็ กท็ าได้ ตอ้ งอธิบายการคณู ในแต่ละแถวใหจ้ บก่อนเดก็ ก็ทา
ครสู มุ าลิน ได้ เด็กหอ้ งนี้ยงั ออ่ นไมค่ ลอ่ งแม่สตู รคณู ถ้าท่องต้ังแตแ่ ม่ 1 – 9 เด็กทอ่ งได้ แตถ่ ้าใหท้ อ่ งแม่ 9 เลยเด็กยงั ไม่คอ่ ยได้ มีอยสู่ ัก 3 –
ครอู ภิญญา 4 กลมุ่ ได้ที่ไปไดเ้ ร็ว
สังเกตตอนวางหมากจะวางเรยี งกนั เลยจนหมดหมาก ถา้ ห้อง 2/8 จะเรียงเป็นรปู ทรง
มีบางกลมุ่ ท่มี คี วามคดิ ท่ีดมี าก เด็กจะเหน็ ตัวเลข เชน่ 8x7=56 พอเห็นเลข 8 อกี ทนี่ ึง 7 อกี ทนี่ ึงแต่คนละสีเอาตัวเลขจับไปวางได้
เลย เป็นการสลบั ทก่ี นั
ทอยลกู เต๋า ถ้าทอยได้ 6x 9 6 สชี มพู และ 9 สีนา้ เงิน เด็กไม่ได้สนใจสลี กู เต๋าว่า 6 เป็นสีอะไร 9 เปน็ สอี ะไร เด็กมกี ารสลับสกี าร
คณู
22
สะทอ้ นผลนวตั กรรมการศกึ ษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปดิ (Open Approach)
รปู แบบการสอนคณิตศาสตร์โดยใชห้ อ้ ง ป.2/7,ป.2/8
เปน็ โมเดล : บทสนทนาในสปั ดาหท์ ่ี 15
วนั ศกุ ร์ ท่ี 21 กมุ ภาพันธ์ 2563
ผู้เขา้ ร่วมประชุม บญุ สิทธ์ิ
1. นางสาวเพชรดา ณ ถลาง
2. นางนงค์นดิ ณ นคร
3. นางศริ ิพฒั น์ ใสศรี
4. นางสาวสุมาลิน ไมตรจี ติ ร
5. นางสาวธดิ ารตั น์
คาบท่ี 26 23
ผู้สะทอ้ นผล
ครูนงคน์ ิด รายละเอียด
การสร้างโจทย์ปญั หาการคูณ มีการสรา้ งสถานการณ์การจัดปาร์ต้ีทส่ี วนหลวง มสี ตั ว์และคนตา่ งๆ ใหเ้ ด็กอ่านคาสง่ั บนกระดานและ
ครสู ุมาลิน แจกใบงานให้เด็กทา มีการให้เดก็ ยกตวั อยา่ ง 1 คน การสรา้ งโจทย์ปัญหาการคูณจะสร้างยงั ไงให้ดูภาพบนกระดานกอ่ น โอชยิ กมอื
ครูศริ ิพฒั น์ และสรา้ งโจทยป์ ัญหาตามภาพเลย ใหเ้ ด็กอา่ นคาสง่ั ซา้ อีกครงั้ เดนิ ไปดกู ลุ่มเมญ่าเขาทาเป็นโจทยล์ บครูเลยไปบอกวา่ ใหอ้ า่ นโจทย์
ใหม่ก็กลายเป็นวา่ เขาก็ได้แกไ้ ขใหม่เปน็ โจทย์การคณู กลมุ่ ของโอมเขาเข้าใจแตใ่ ช้คาพดู ไม่ถูก สรุปและแนวคดิ ป้อง นกเกาะกิ่งไม้
ครูสมุ าลิน สี่ก่งิ กลุ่มทีไ่ ม่สาเร็จคอื พอรช์ กับเอม่ี
เด็กสว่ นใหญ่ทาประโยคปัญหาได้ แตม่ บี างคนที่ยงั เรยี บเรียงคาพดู ไมถ่ ูกตอ้ ง
กิจกรรมเดยี วกับหอ้ งป.2/8 เรอ่ื งการสร้างโจทยป์ ัญหาการคูณ การแกป้ ญั หาคือกลุ่มท่ีทาได้เดก็ ก็ทา ตอนแรกใหเ้ ดก็ ยกตวั อยา่ ง
ทบทวนของแครอท ท่วี า่ ไปข้ึนเครอื่ งบินมที นี่ ่งั 3 แถวกับ 2 แถวก็เอาตัวน้ัน 3x3 2x5 แล้วใหเ้ ดก็ สรา้ งโจทย์ปญั หา แล้วก็ข้นึ
สถานการณ์วา่ ไปกินงานเลย้ี งท่สี วนหลวง และใหเ้ ดก็ ทาใบงาน มีกลุ่มท่ีทาไม่ได้มีอยู่ 4 กลุม่ สดุ ท้ายมนี ็อตบอกวา่ เปน็ การบวก
มากกว่า
การดูภาพและต้งั โจทยจ์ ากภาพท่หี ลากหลายไมว่ ่าจะเปน็ นก ขนม หรือเรือ ปญั หากม็ คี อื เดก็ ท่ที าไดก้ ท็ า เดก็ ทท่ี าไมไ่ ดเ้ ขาก็จะใช้
การบวกการลบแทน แต่ส่วนใหญท่ าได้
24
ความคดิ เหน็ ของครูผ้สู อนเก่ียวกับการใช้นวตั กรรมการศึกษาช้ันเรียน (Lesson Study) และวิธกี ารแบบเปดิ (Open Approach)
ประถมศึกษาปีท่ี 2/7 ครูศิริพัฒน์ : นักเรียนได้เกิดกระบวนการสังเกต ฝึกการคิดวิเคราะห์ ทางานเป็นกลุ่มและทางานตามคาส่ัง เป็นผู้นาและผู้ตามท่ีดี มีความ
สนใจและให้ความร่วมมือในการทากิจกรรม สามารถปฏิบัติตามคาสั่งท่ีครูติดบนกระดานได้ นักเรียนได้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดฃกับเพ่ือนในกลุ่มและยอมรับ
ความคดิ เห็นของเพ่อื นในกลมุ่ ได้ฝกึ ความกลา้ แสดงออกโดยการออกมาอภิปลายแนวคิดของแต่ละกลุ่มหน้าชั้นเรียน และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองว่าแนวคิด
ของกลุ่มตนเองสมบูรณ์หรือไม่โดยที่ครูไม่ต้องบอก จากนั้นครูเชื่อมโยงแนวคิดที่สมบูรณ์สรุปเน้ือหาในการเรียนอีกคร้ัง เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามในเรื่องที่ยังไม่
เขา้ ใจ นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนเพราะได้ทากิจกรรมด้วยตนเองทาใหน้ ักเรียนเข้าใจบทเรียนมากข้ึน
ประถมศึกษาปที ี่ 2/8 ครนู งคน์ ิด : นกั เรยี นได้เรยี นร้เู รือ่ งการคณู การคูณคอื การดาเนนิ การทางคณติ ศาสตรอ์ ยา่ งหนงึ่ ทาให้เกิดการเพม่ิ หรอื ลดจานวนจานวนหน่ึง
เป็นอัตราการคูณเป็นหนึ่งในส่ิงของการดาเนินการพ้ืนฐานของเลขคณิตมูลฐาน โดยท่ัวไปการคูณสามารถเขียนโดยใช้เคร่ืองหมายคูณ ( x) ระหว่างจานวนทั้งสอน (ใน
รูปแบบสัญภรณ์เติมกลาง) ตัวอย่าง เช่น 2 x 3 = 6 (อ่านว่า 2 คูณ 3 เท่ากับ 6) ตัวอย่าง สถานการณ์ท่ีแสดงถึงความหมายของการคูณ การคูณในแง่ของการบวกซ้าๆ
กัน ของจานวนท่ีเท่ากัน หรือการรวมกันของกลุ่มที่เท่ากัน เช่น 3+3+3+3+ = 4 x 3 หรือ 4 แนวคิดของตนเองได้ และได้แลกเปล่ียนแนวคิดของตนเองและเพื่อนที่มี
แนวคดิ ที่หลากหลาย ได้ฝกึ การทางานเปน็ กระบวนการกลมุ่ ฝกึ การยอมรับความคดิ เห็นอยา่ งมเี หตุและผลได้
ประถมศึกษาปีที่ 2/7 ครูสิทธินี : ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 2
เป็นการจัดการเรียนรู้ท่ีให้นักเรียนแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง จากสถานการณ์ที่ครูผู้สอนนาเสนอ โดยลักษณะสถานการณ์ปัญหาน้ันจ ะชีวิตประจาวันและส่ิงท่ี
นกั เรยี นคุ้นเคย เนอ้ื หาระดบั ชนั้ ประถมศึกษาชน้ั ปที ี่ 2 จะลดความเป็นรูปธรรม(โลกจริงของนักเรียน)ให้เป็นอยูใ่ นขนั้ กงึ่ รูปธรรม(กง่ึ โลกคณติ ศาสตร)์ ซ่ึงนักเรียนจะสามารถ
แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้เมื่อมีส่ือที่แทนโลกจริงของนักเรียน แต่เม่ือนักเรียนแก้ปัญหาที่เป็นโลกคณิตศาสตร์ที่เป็นลักษณะปัญหาเดี ยวกัน นักเรียนบางคนสามารถ
เชือ่ มโยงจากสิง่ ท่ีไดเ้ รียนรจู้ ากการแก้ปญั หาก่อนหน้ามาใชใ้ นการแกป้ ัญหาใหมไ่ ด้ และมนี กั เรยี นบางส่วนทีไ่ ม่สามารถเช่ือมโยงสิ่งที่ได้เรียนจากการแก้ปัญหาก่อนหน้ามาใช้
ในการแก้ปัญหาใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามซ่ึงที่นักเรียนสามารถพัฒนาตลอด 1 ปีในการจัดการเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรมการศึกษาช้ันเรียนและวิธีการแบบเปิด คือ
25
กระบวนการคิดของนกั เรียน นกั เรียนมคี วามพยายามคดิ เพ่อื หาวธิ กี ารแก้ปญั หาดว้ ยตนเอง โดยที่ไม่ถามความถูก-ผิดจากครูผู้สอน และอีกที่พัฒนาควบคู่กับกาารคิดของ
นักเรียน คือ ทักษะการให้เหตผุ ลของนกั เรียน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 2/8 ครอู ภิญญา : การเรยี นคณิตศาสตรโ์ ดยใช้นวัตกรรม open approach & lesson study ในระดบั ชัน้ ป.2 ทาใหน้ กั เรยี นได้ลงมือแก้ปัญหา
ดว้ ยตนเอง และเกิดการแลกเปลยี่ นแนวคดิ ท่ีแตกตา่ งกนั เชน่ ในเรอ่ื งการสรา้ งรูปรา่ ง นักเรียนสามารถสร้างรูปได้แตกต่างกัน เกิดความคิดท่ีสร้างสรรค์ นักเรียนเรียนรู้ได้
อย่างอสิ ระ มีการทางานเป็นกลุ่ม คอยช่วยเหลือและแลกเปล่ียนแนวคิดซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม ทาให้เกิดแนวคิดที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนา ไปปรับใช้ในสถานการณ์ท่ี
เหมาะสมต่อไปได้
ผลจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารแบบเปิดเป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการนาเสนอปัญหาปลายเปิดให้กับนักเรียนได้ใช้ความรู้ และประสบการณ์ท่ีมีอยู่
ในการแก้ปัญหาน้ัน ให้โอกาสนักเรียนได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเองมากข้ึน ทาให้ในการจัดกิจกรรมแต่ละคร้ังจะได้แนวทางการแก้ปัญหาในปริม าณท่ีมาก หลากหลาย
แนวคิด ได้ประสบการณใ์ นการคน้ พบสง่ิ ใหม่ รวมถงึ การได้นาเสนอหรอื อภิปรายและเปลยี่ นแนวคดิ ของตนเองกบั ผูอ้ ่ืน
ขอ้ สงั เกตดา้ นพฤติกรรมของนกั เรียน
1.ในการจดั กิจกรรมแบบกลุม่ ผ้เู รียนที่เรียนอ่อนไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้อื่น เร่ิมได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม เกิดความ
มน่ั ใจในตนมากขน้ึ
2.บรรยากาศของการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยวธิ กี ารแบบเปิด เอ้อื ตอ่ การแสดงความคิดเห็น โดยการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกันเองกับนักเรียน ทาให้นักเรียน
ลดความกังวล กลา้ แสดงความคิดเหน็ ตามความเข้าใจของนักเรียนและมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลุม่ มากข้ึน
ข้อเสนอแนะ
1.ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้วิธีการแบบเปิดแต่ละครั้ง ควรมีการชี้แจงการทากิจกรรมแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียดและแจ้งจุด มุ่งหมายในการ
จัดการเรยี นการสอนอย่างชัดเจน
2.ในบทบาทครูผสู้ อนตอ้ งเขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล จงึ ตอ้ งมีความอดทน ไม่ใจร้อนสรุปกิจกรรม เพอ่ื เปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนแสดงศกั ยภาพอยา่ งเต็มที่ ซึ่งทา
ให้ไดว้ ธิ กี ารและคาตอบทส่ี มบูรณท์ ีส่ ุด
3.ควรจัดกิจกรรมการเรยี นรูก้ บั เวลาใหส้ อดคล้องกัน เพอื่ ให้เปน็ ไปตามแผนการจัดการเรียนรู้ทเี่ ตรียมไว้