The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.1 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-11-22 09:14:16

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.1 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาภาษาไทย ป.1 เทอม 2/2563

2. นักเรยี นเข้ากลมุ่ เพือ่ ศกึ ษาเรือ่ ง ต้ังเอ๋ย ตัง้ ไข่ นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั น้ี

- ไข่มีรปู รา่ งอย่างไร
- ยกตวั อยา่ งขนมทม่ี ีส่วนประกอบจากไข่ มขี นมอะไรบา้ ง
- เมอื่ นาไขไ่ ก่มาต้งั เล่นแลว้ ทาไมไขไ่ กจ่ งึ ตงั้ ไมไ่ ด้
ขน้ั ที่ 2ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3. นกั เรยี นดซู ดี กี ารอ่านออกเสยี งบทอาขยาน แล้วสนทนาซกั ถามนักเรยี นโดยใช้
คาถามดังนี้
-บทอาขยานท่นี กั เรียนอา่ นมีใจความอย่างไร
-ข้อคดิ ทีไ่ ด้จากบทอาขยานคอื
4.นกั เรยี นคิดประเมนิ เพื่อเพิม่ คณุ ค่าโดยครูถามคาถามดังตอ่ ไปน้ี
-นักเรยี นสามารถนาเรอื่ งบทอาขยานไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อยา่ งไร
ขั้นที่ 3ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากิจกรรมต้ังคาถามและตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่าน กลุ่มละ 5 ขอ้
* กตกิ าในการตั้งคาถาม คณุ ครูแบ่งจานวนหน้าท่แี ตล่ ะกลมุ่ แต่ต้องรบั ผิดชอบในการตัง้
คาถามเพอื่ ป้องกันไมใ่ ห้การต้ังคาถามของแตล่ ะกลุม่ ไมใ่ ห้ซ้ากนั
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคิดท่ไี ด้จากการอ่าน
ขั้นท่ี 4ขัน้ ส่อื สารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหนา้ ชั้นเรยี น แล้วให้เพอื่ นตอบคาถาม

ข้นั ที่ 5ขนั้ ประเมนิ เพ่ือเพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีเรียน ไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมอยา่ งไร

คาบที่ 3-4 ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
1.นักเรยี นดูภาพลอยกระทง แล้วร่วมกันสนทนาโดยครถู ามคาถามดังนี้
การเขียนประโยค
จากภาพ ภาพลอย -จากภาพเปน็ กิจกรรมอะไรบา้ ง
กระทง -นักเรยี นเคยไปลอยกระทงหรือไม่
2.นักเรยี นรว่ มกันศึกษาเรอ่ื งการเขียนประโยคจากภาพ แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ช้
คาถามดงั นี้

-การเขียนประโยคจากภาพมคี วามสาคญั อย่างไร
-องค์ประกอบของการเขียนประโยคจากภาพมอี ะไรบา้ ง
-การเขยี นประโยคจากภาพมีประโยชนอ์ ย่างไร
ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
3.นกั เรียนรว่ มกันวเิ คราะห์เร่อื งการเขยี นประโยคจากภาพ
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมินเพือ่ เพิม่ คุณคา่ โดยครถู ามคาถามดงั น้ี
-นักเรยี นสามารถนาเร่อื งทเี่ รยี นไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบัติ
5. นักเรียนเขา้ กลุ่มทากิจกรรมการเขียนประโยคจากภาพตามหวั ข้อท่ีสมาชกิ ในกลมุ่
สนใจที่จะศกึ ษา
6. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความสาคัญของการเขยี นประโยคจากภาพ
ขั้นท่ี 4 ขัน้ ส่อื สารและนาเสนอ
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน เพอ่ื นกล่มุ อนื่ ร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็น
8. นกั เรยี นรวบรวมเลม่ การคัดลายมือ ไว้ที่มมุ หอ้ งเรยี นเพ่อื ใหเ้ พอ่ื นๆไดศ้ กึ ษาตอ่ ไป
ขั้นที่ 5 ข้นั ประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
9. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เร่ืองทเ่ี รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสังคมได้อย่างไร

คาบที่ 5-6 ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มูล
มาตรา ก กา 1. นักเรยี นฟังเพลง มาตรา ก กา และฝึกรอ้ งเพลงมาตรา ก กา 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสงั เกตคาทีม่ มี าตรา ก กา ในเพลง สมุ่ เรยี กนักเรยี นโดยใช้ไม้เรยี กเลขท่ใี ห้

ออกมาเขยี นคาบนกระดานดา
3. นักเรียนเขา้ กลมุ่ เพอ่ื ศึกษาเรอ่ื ง มาตรา ก กา แล้วร่วมสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดังนี้
- มาตรา ก กา มีตัวสะกดหรอื ไม่
- ยกตวั อย่างคาในมาตรา ก กา

ขั้นท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
4. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะห์คาตอ่ ไปน้ี มา ปลา ไกล แล้วร่วมกันสนทนาโดยใช้คาถาม

ดังนี้
-คาท้ังสามเหมอื นและตา่ งกนั อย่างไร

5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรู้ท่ีได้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ข้ันท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรูห้ ลงั การปฏบิ ัติ
6. นักเรยี นเล่นเกมจับคูค่ ามาตรา ก กา กับภาพ และฝกึ อา่ นคาจากบตั รคา (คาจาก

แบบฝึกหดั )
7. นักเรียนร่วมกนั สรปุ เรอ่ื งมาตรา ก กา และครูอธิบายเพิ่มเตมิ ดงั นี้
คาในมาตรา ก กา ประกอบด้วย พยัญชนะตน้ สระ และวรรณยกุ ต์ ไมม่ ี

ตวั สะกด
8. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ในขณะที่นักเรียนช่วยกนั คิดครูเดินตรวจดูความถูกตอ้ ง

ขั้นท่ี 4 ขนั้ ส่อื สารและนาเสนอ
9. นักเรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหัด โดยครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพอ่ื ให้นกั เรยี นนาเสนอที

ละคน เพอ่ื นๆช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั ที่ 5ข้นั ประเมินเพอ่ื เพิม่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ

10.นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เก่ยี วกบั เรอ่ื งที่เรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสังคมได้อยา่ งไร
3.3 คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรียนรู้ มีวนิ ัย ม่งุ มั่นในการทางาน

ซื่อสัตยส์ จุ รติ อยอู่ ย่างพอเพยี ง รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ

6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

การประเมิน วิธกี าร เคร่อื งมอื

ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั
- แบบประเมนิ การอา่ น
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทกั ษะการอา่ น - แบบประเมนิ การเขียนประโยคจากภาพ
- ทักษะการเขยี น - แบบฝกึ หดั
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - คาถาม
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ - สังเกตพฤติกรรมในการร่วม
คา่ นยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลมุ่
- สงั เกตพฤติกรรมความ
กระตอื รือร้นในการรว่ มกจิ กรรม

7. สื่อ/ แหลง่ การเรยี นรู้ 2. บัตรภาพ 3. หนังสือภาษาไทย 2
5. วดี ีทศั น์ 6. หนงั สือวรรณคดีลานา
1. บตั รคา
4. เพลง
7. ไมเ้ รยี กเลขท่ี

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอื่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาห์ท่ี 6

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนที่..……../.…........... ชอ่ื ผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี……1 ..... จานวน……6.….คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ..……8…... เรอ่ื ง........พูดเพราะ.....................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด

มาตรฐานที่ ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการดาเนินชีวติ และมี
นสิ ยั รักการอ่าน

ตวั ชีว้ ัดที่ ป 1/3 ตอบคาถามเกี่ยวกบั เรอื่ งที่อ่าน
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 1/4 เลา่ เรอ่ื งย่อจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/5 คาดคะเนเหตุการณ์จากเรือ่ งทีอ่ ่าน
ตัวชี้วัดที่ ป 1/8 มีมารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี น
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/2 เขยี นสอื่ สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 1/3 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพือ่ จับใจความหรือขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลักของข้อความ หรือเรอ่ื งทีอ่ ่าน
การอ่านจับใจความสาคญั ถอื เป็นทักษะสาคญั ทใ่ี ช้ในการอา่ นเพอ่ื การสื่อสารมากทส่ี ดุ เพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศึกษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ

การเขยี นประโยคจากคา ชว่ ยพัฒนาทกั ษะการคดิ การเขียน รจู้ ักการเชอ่ื มโยงประโยคจากคาที่เหน็ ให้ เป็นเร่ืองราวให้
สัมพนั ธก์ ัน
มาตรา กง คาทีม่ ี ง เปน็ ตวั สะกดทุกคา จดั เป็นคาในมาตรา กง

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจบั ใจความสาคญั (K)
2. รูแ้ ละเขา้ ใจหลกั การเขียนประโยคจากคา (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กง (K)
4. สรุปความรู้เรือ่ งมาตรา กง (K)
5. อา่ นเร่ืองได้คล่องแคลว่ รวดเรว็ และถูกต้องตามอกั ขรวธิ ี (P)
6. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องทีอ่ ่าน (P)
7. เขียนประโยคจากคาได้ (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กง (P)
9. อา่ นออกเสียงคาในมาตรา กง (P)
10. เห็นความสาคัญของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A)
11. กระตอื รอื ร้นในการเข้ารว่ มกจิ กรรมการเขียนประโยคจากภาพ (A)
12. เห็นความสาคญั ของการเรยี นรูค้ วามหมายของคา (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถ่ิน

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจับใจความนิทาน การ
เขียนประโยคจากคา มาตรา กง
2.กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)

5. กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั ที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมลู
คาบที่
1. นกั เรยี นดูตัวอย่างนทิ าน แล้วอ่านออกเสียง แล้วรว่ มแสดงความคิดเหน็ จากนิทานท่ี
คาบท่ี 1-2 อ่าน
การอา่ นจบั ใจความ
นทิ าน - นกั เรียนเคยอา่ นนิทานเรือ่ งนี้หรือไม่
- นิทานเรอื่ งนใ้ี หข้ อ้ คดิ อย่างไร
- นักเรียนจะนาขอ้ คิดจากนทิ านไปปฏิบัติตนอย่างไร ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบ
เพ่ือโยงเขา้ สูส่ าระการเรยี นรู้ นักเรยี นทบทวนเกยี่ วกบั การอา่ นจบั ใจความสาคญั โดย
ครใู ชค้ าถามดงั น้ี

- การอ่านสรุปใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใช้ทกั ษะอะไรบ้างในการอา่ นสรปุ ใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไม้เรยี กเลขที่ เพ่ือให้นักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถาม
คาถามกอ่ นจะเรียกเลขทเ่ี พือ่ ให้ทุกคนไดค้ ดิ ในแตล่ ะคาถามควรใหน้ ักเรียนนาเสนอ 4-
5 คน
2. นกั เรยี นเข้ากลุ่มเพ่อื ศึกษาการอ่านนทิ าน โดยใช้คาถามดงั น้ี
- นกั เรยี นมีเทคนคิ ในการอา่ นจับใจความนทิ านอยา่ งไร
- นักเรยี นเคยเล่านทิ านให้เพือ่ นฟังหรือไม่
ขน้ั ที่ 2 ขัน้ คิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ คราะห์เก่ยี วกับเรือ่ งทอี่ า่ น โดยครูใช้คาถามดังนี้
- ตัวละครสาคญั ในเรือ่ งมีใครบ้าง แต่ละตัวมีนสิ ยั อย่างไร
- เรอื่ งทีน่ กั เรียนอา่ นเกยี่ วขอ้ งกับอะไร
4. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คุณค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- จากการศกึ ษานกั เรียนสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนเข้ากลุ่มทากิจกรรมการตั้งคาถามและตอบคาถามจากเร่อื งทอ่ี า่ น กลมุ่ ละ 5
ข้อ
* กติกาในการตัง้ คาถาม คุณครูแบง่ จานวนหน้าทีแ่ ต่ละกลุ่มแต่ต้องรบั ผิดชอบในการตงั้
คาถาม เพ่ือป้องกนั ไม่ใหก้ ารตั้งคาถามของแต่ละกลมุ่ ไม่ใหซ้ า้ กนั
6. นักเรยี นรว่ มกันสรุปข้อคดิ ทไี่ ดจ้ ากการอ่าน
ขัน้ ท่ี 4 ขน้ั สือ่ สารและนาเสนอ
7. แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอคาถามหน้าชัน้ เรยี น แล้วให้เพอื่ นตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ เพอื่ เพ่มิ คุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
8. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ยี วกับเร่ืองทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมอยา่ งไร

คาบที่ 3-4 ขน้ั ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1. นกั เรียนดบู ตั รคาและบตั รภาพ แลว้ ให้นักเรยี นอา่ นพร้อมกนั
การเขยี นประโยค ตัวอยา่ งบัตรคา โกรธ แย่ง กลาง สัตว์ ชอบใจ
จากคา 2.นกั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษาเรอ่ื งการเขยี นประโยคจากคา แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้คาถาม

ดงั น้ี
-การเขยี นประโยคจากคามีความสาคัญอย่างไร
-องค์ประกอบของการเขียนประโยคจากคามีอะไรบ้าง

-การเขียนประโยคจากคามีประโยชน์อยา่ งไร
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ

3. ครนู าบัตรคามาใหน้ กั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละฝึกเขยี นประโยค แลว้ สนทนาโดยครู
ถามคาถามดงั นี้

- โกรธหมายถงึ อะไร
- แย่งหมายถงึ อะไร
4. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ คิดประเมนิ เพอ่ื เพมิ่ คณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้

- นกั เรยี นสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ท่ี 3 ขนั้ ปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ

5. นักเรียนเขา้ กลุม่ ทากจิ กรรมการเขียนประโยคจากคาตามหวั ข้อที่สมาชกิ ในกลุ่มสนใจ
ทจ่ี ะศกึ ษา

6. นักเรยี นร่วมกนั สรุปความสาคัญของการเขยี นประโยคจากคา
7.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั
ข้นั ที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาเสนอ
8. นักเรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอการเขยี นประโยคจากคาหน้าชนั้ เรียน เพ่ือนกล่มุ อน่ื
ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั ที่ 5ข้ันประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี

- นกั เรียนสามารถนาความร้เู กยี่ วกบั เรอ่ื งท่เี รยี นไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร

คาบท่ี 5-6 ขัน้ ที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
มาตรา กง 1. นกั เรยี นฟงั เพลง มาตรา กง และฝกึ ร้องเพลงมาตรา กง 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสังเกตคาทมี่ มี าตรา กง ในเพลง สุ่มเรียกนักเรยี นโดยใช้ไม้เรยี กเลขทีใ่ ห้ออกมา
เขยี นคาบนกระดานดา
3. นักเรยี นเข้ากลุ่มเพ่ือศกึ ษาเรื่อง มาตรา กง แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังน้ี

- มาตรา กง เป็นคาทส่ี ะกดด้วยพยญั ชนะอะไร
- ยกตวั อย่างคาในมาตรา กง
ขั้นท่ี 2 ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ
4. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหค์ าตอ่ ไปน้ี ลงิ ผ้งึ อ่งึ อา่ ง แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยใช้คาถาม
ดังนี้

-คาทั้งสามเหมอื นหรือแตกต่างกันอยา่ งไร
5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปนี้

- นกั เรยี นสามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างไร

ข้นั ท่ี 3 ขั้นปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
6. นกั เรียนเลน่ เกมจบั ค่คู ามาตรา กง กบั ภาพ และฝึกอา่ นคาจากบัตรคา (คาจาก

แบบฝกึ หดั )
7. นักเรยี นเขา้ กลุม่ ทากิจกรรมคิดคามาตรา กง
8. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เร่ืองมาตรา กง และครูอธิบายเพม่ิ เติมดงั น้ี

คาในมาตรา กง ประกอบด้วย พยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ และ ง เปน็ ตวั สะกด
9. นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ในขณะที่นกั เรียนช่วยกนั คดิ ครเู ดินตรวจดูความถกู ต้อง

ขั้นที่ 4 ขน้ั สอ่ื สารและนาเสนอ
10. นกั เรยี นนาเสนอการทาแบบฝกึ หดั โดยครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขที่ เพือ่ ใหน้ ักเรียนนาเสนอ

ทีละคน เพื่อนๆชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 5ขน้ั ประเมินเพอื่ เพ่ิมคณุ คา่ บริการสงั คมและจติ สาธารณะ

11. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กยี่ วกับเรอ่ื งทเี่ รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

การประเมนิ วิธกี าร เครือ่ งมือ

ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด
- แบบประเมนิ การอา่ น
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทกั ษะการอา่ น - แบบประเมินการเขียนประโยคจากคา
- ทกั ษะการเขยี น - แบบฝึกหัด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์ - คาถาม
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ - สังเกตพฤตกิ รรมในการรว่ ม
ค่านยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
- สังเกตพฤติกรรมความ
กระตือรือรน้ ในการรว่ มกิจกรรม

7. ส่ือ/ แหลง่ การเรยี นรู้ 2. บัตรภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 2
5. วีดีทศั น์ 6. นทิ าน
1. บตั รคา
4. เพลง
7. ไม้เรียกเลขท่ี

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร สัปดาห์ที่ 7
(...........................................................)

สัปดาหท์ ่ี 7

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี..……..…../.…........... ชือ่ ผสู้ อน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่……1..... จานวน……6….คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ..……9…... เร่ือง................เกอื บไป.............................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานท่ี ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชวี ติ และมี
นิสัยรักการอ่าน

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป 1/1 บอกขอ้ คิดที่ได้จากการอา่ นหรือการฟังวรรณกรรมรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรองสาหรับเดก็
ตวั ชว้ี ดั ที่ ป 1/2 บอกความหมายของคาและขอ้ ความท่ีอ่าน
ตวั ชี้วดั ที่ ป 1/3 ตอบคาถามเกย่ี วกับเรือ่ งทอ่ี ่าน
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป1/8 มมี ารยาทในการอา่ น
มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสื่อสารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 1/3 มมี ารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การอ่านจับใจความสาคญั คือ การอา่ นเพ่อื จับใจความหรอื ขอ้ คดิ ความคิดสาคัญหลกั ของข้อความ หรอื เรื่องท่ีอ่าน
การอา่ นจบั ใจความสาคัญ ถอื เปน็ ทักษะสาคัญทใ่ี ช้ในการอา่ นเพ่อื การสอื่ สารมากท่ีสดุ เพราะเปน็ พ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ
การเขยี นประโยคจากภาพชว่ ยพฒั นาทักษะการคดิ การเขยี น รูจ้ กั การเชื่อมโยงประโยคจากภาพทีเ่ หน็ ให้ เป็นเรอ่ื งราวให้สมั พันธ์
กัน
มาตรา กม คาท่ีมี ม เปน็ ตวั สะกดทกุ คา จัดเป็นคาในมาตรา กม

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2. ร้แู ละเข้าใจหลักการเขียนประโยคจากภาพ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กม(K)
4. สรุปความรเู้ ร่ืองมาตรา กม (K)
5. อ่านเรื่องไดค้ ล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ต้องตามอักขรวธิ ี (P)
6. แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเร่อื งทอี่ า่ น (P)
7. เขยี นประโยคจากภาพได้ (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กม (P)
9. อา่ นออกเสียงคาในมาตรา กม (P)
10. เหน็ ความสาคญั ของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A)
11. กระตือรือร้นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเขียนประโยคจากภาพ (A)
13. เห็นความสาคญั ของการเรียนรู้ความหมายของคา (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถน่ิ

สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1.ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจับใจความเรอื่ ง เกอื บไป
การเขยี นประโยคจากภาพ(ภาพเกย่ี วกับวนั พ่อ) มาตรา
กม
2.กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)

5. กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน
ข้ันท่ี 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
คาบท่ี 1. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังนี้

คาบที่ 1-2 - นักเรยี นเคยมีประสบการณเ์ กี่ยวกับเรอื่ งที่ทาให้รู้สกึ ตืน่ เตน้ ตกใจ บา้ งหรอื ไม่
- นักเรียนควรปฏบิ ตั ิตนอย่างไรเม่อื เกิดอาการตกใจ ยกตวั อย่าง ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั
การอา่ นจับใจความ ตอบ เพอ่ื โยงเขา้ สู่สาระการเรยี นรู้ นักเรียนทบทวนเก่ียวกับการอ่านจับใจความ
เกอื บไป สาคญั โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี

- การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร
- นักเรยี นใชท้ กั ษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ

*ในการตอบคาถามให้ครใู ชไ้ มเ้ รยี กเลขท่ี เพือ่ ให้นักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถามกอ่ นจะ
เรยี กเลขท่เี พอ่ื ให้ทุกคนได้คิด ในแต่ละคาถามควรให้นักเรียนนาเสนอ 4-5 คน

2. นักเรียนเข้ากลุ่มเพื่อศึกษาเรอ่ื ง เกอื บไป นกั เรยี นร่วมกันสนทนาโดยครใู ช้
คาถามดังนี้

- พอ่ กบั ภูผาขี่ช้างชือ่ อะไร
- ภผู ารไู้ ด้อย่างไรว่าเพือ่ นชา้ งเดนิ ตามมา
- เพราะเหตใุ ดใบโบก และใบบวั จึงยืนตวั แขง็ ไมโ่ บกหู ไม่แกวง่ หาง
ข้นั ท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกันวิเคราะหเ์ ก่ียวกบั เรื่องทอ่ี ่าน โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- ตวั ละครสาคัญในเรอ่ื งมใี ครบา้ ง เกดิ เหตกุ ารณอ์ ะไรขึ้นกบั ใบโบก ใบบวั
- เรื่องที่นักเรียนอา่ นเก่ียวขอ้ งกบั อะไร
4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ คิดประเมนิ เพื่อเพิม่ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปน้ี
- จากการศึกษานกั เรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเรื่องทอ่ี ่าน กลมุ่ ละ 5
ขอ้
* กตกิ าในการต้งั คาถาม คณุ ครแู บง่ จานวนหนา้ ทแี่ ตล่ ะกลุ่มแตต่ ้องรบั ผดิ ชอบในการตั้ง
คาถาม เพ่ือปอ้ งกัน ไม่ให้การต้งั คาถามของแต่ละกลมุ่ ไม่ให้ซา้ กัน
6. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอา่ น
ขน้ั ที่ 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอคาถามหน้าช้ันเรียน แลว้ ให้เพ่อื นตอบคาถาม
ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คณุ ค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ
8. นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเรือ่ งทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสังคมอยา่ งไร

คาบท่ี 3-4 ขั้นที่ 1 ขนั้ รวบรวมข้อมูล
1.นักเรยี นดูภาพเกย่ี วกบั วันพอ่ แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครถู ามคาถามดังน้ี
การเขยี นประโยค
จากภาพ (ภาพ -เปน็ รูปของรัชกาลใด
เกี่ยวกบั วันพ่อ) -จากภาพเป็นภาพเกยี่ วกับอะไร
-นักเรียนเคยรว่ มกจิ กรรมวันพอ่ หรือไม่
2.นักเรียนร่วมกันศกึ ษาเร่ืองการเขยี นประโยคจากภาพ แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้

คาถามดงั นี้
-การเขยี นประโยคจากภาพมคี วามสาคญั อยา่ งไร
-องค์ประกอบของการเขยี นประโยคจากภาพมอี ะไรบ้าง
-การเขยี นประโยคจากภาพมปี ระโยชนอ์ ย่างไร

ข้ันที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความ
3.นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหเ์ รื่องการเขยี นประโยคจากภาพ
4. นักเรยี นแต่ละกลุม่ คิดประเมินเพือ่ เพม่ิ คณุ คา่ โดยครถู ามคาถามดังน้ี
-นักเรยี นสามารถนาเรือ่ งท่ีเรียนไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อยา่ งไร

ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความร้หู ลังการปฏิบัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลุม่ ทากจิ กรรมการเขียนประโยคจากภาพตามหวั ขอ้ ที่สมาชกิ ในกลุ่ม

สนใจที่จะศึกษา
6. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความสาคญั ของการเขียนประโยคจากภาพ

ขน้ั ที่ 4 ขั้นสื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน เพอื่ นกลุ่มอ่นื รว่ มกันแสดงความ

คดิ เหน็
8. นกั เรยี นรวบรวมเลม่ การคดั ลายมือ ไวท้ ี่มุมห้องเรยี นเพอ่ื ใหเ้ พือ่ นๆไดศ้ กึ ษาตอ่ ไป

ขั้นท่ี 5 ขั้นประเมนิ เพอื่ เพิม่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
9. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความร้เู กยี่ วกบั เรอื่ งทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร

คาบท่ี 5-6 ข้นั ที่ 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
มาตรา กม 1. นักเรยี นฟังเพลง มาตรา กม และฝกึ รอ้ งเพลงมาตรา กง 1-2 รอบ
2. นักเรยี นสงั เกตคาที่มีมาตรา กม ในเพลง สมุ่ เรียกนักเรียนโดยใช้ไม้เรยี กเลขทใ่ี ห้

ออกมาเขียนคาบนกระดานดา
3. นกั เรยี นศกึ ษาเรือ่ ง มาตรา กม แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้คาถามดังน้ี
- มาตรา กม เปน็ คาที่สะกดด้วยพยญั ชนะอะไร
- ยกตวั อยา่ งคาในมาตรา กม

ข้นั ที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. ครสู มุ่ แจกบตั รคาและบัตรภาพให้นักเรียนเป็นกลมุ่ เชน่ ส้อม ชาม กระดมุ รม่ และ

สังเกตบตั รคาบนกระดาน ใหท้ ุกคนชว่ ยกันพจิ ารณาคาในมาตรา กม
5. ครูให้นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทาย

คาตอบของปรศิ นาตอ่ ไปน้ี

- อะไรเอย่ ... ตัดโคนไมต่ าย ตัดปลายไม่เน่า (ผม)
- อะไรเอย่ ... มาไม่เห็น เย็นจึงรู้ (ลม)
- อะไรเอย่ ... หุบเท่ากระบอก ดอกเท่ากระดง้ (รม่ )
6. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ คดิ ประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี

- นักเรียนสามารถนาความรู้ท่ีได้รบั ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร
ขัน้ ที่ 3 ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ

7. นกั เรียนเล่นเกมจบั ค่คู ามาตรา กม กับภาพ และฝึกอา่ นคาจากบัตรคา (คาจาก
แบบฝึกหดั )

8. นักเรยี นเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมคดิ คามาตรา กม
9. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ เรอ่ื งมาตรา กม และครอู ธิบายเพมิ่ เติมดงั นี้

คาในมาตรา กม ประกอบด้วย พยญั ชนะต้น สระ วรรณยุกต์ และ ม เป็นตัวสะกด
10. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด ในขณะท่ีนกั เรียนชว่ ยกนั คิดครเู ดนิ ตรวจดูความถกู ต้อง
ขั้นที่ 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
12. นักเรียนนาเสนอคามาตรา กม โดยครูใชไ้ ม้เรยี กเลขท่ี เพ่ือใหน้ ักเรยี นนาเสนอทีละ
คน เพอื่ นๆชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ท่ี 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
13. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้

- นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กยี่ วกับเรื่องทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร
3.3 คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มีวินยั มงุ่ มั่นในการทางาน
ซ่ือสัตยส์ ุจริต อยู่อยา่ งพอเพยี ง รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ

6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

การประเมิน วธิ ีการ เครอ่ื งมอื

ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั
- แบบประเมนิ การอา่ น
ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P) - ทกั ษะการอา่ น - แบบประเมินการเขียนประโยคจากภาพ
- ทักษะการเขยี น - แบบฝกึ หัด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - คาถาม
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ - สงั เกตพฤติกรรมในการรว่ ม
ค่านยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
- สังเกตพฤตกิ รรมความ
กระตือรอื ร้นในการรว่ มกิจกรรม

7. สื่อ/ แหลง่ การเรียนรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 2 4. เพลง
6. หนงั สือภาษาพาที 7. ไมเ้ รียกเลขที่
1. บตั รคา
5. วีดีทัศน์

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 8

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี..……../.…....... ชื่อผู้สอน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ี่……1..... จานวน……6….คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ..……9…... เรื่อง......เกือบไป.......................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด

มาตรฐานท่ี ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 เขยี นสื่อสารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตวั ชี้วัดท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานท่ี ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมิปญั ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 1/3 เรียบเรียงคาเปน็ ประโยคงา่ ย ๆ
มาตรฐานท่ี ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่าและนามาประยุกตใ์ ช้
ในชีวติ จรงิ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป 1/1 บอกขอ้ คดิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านหรอื การฟงั วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เด็ก
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 1/2 ท่องจาบทอาขยานตามทกี่ าหนด และบทร้อยกรอง ตามความสนใจ

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลกั ของขอ้ ความ หรือเร่ืองทอ่ี า่ น
การอ่านจบั ใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคญั ท่ีใช้ในการอ่านเพื่อการสื่อสารมากทีส่ ดุ เพราะเปน็ พนื้ ฐานสาคญั ในการศกึ ษาหา
ความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ

การเขยี นประโยคจากภาพ ชว่ ยพัฒนาทักษะการคิด การเขยี น ร้จู กั การเชื่อมโยงประโยคจากภาพที่เห็นให้ เปน็ เรอ่ื งราว
ใหส้ มั พันธก์ ัน

มาตราเกย คาทีม่ ี ย เป็นตวั สะกดทกุ คา จัดเป็นคาในมาตรา เกย

3. จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2.รูแ้ ละเข้าใจหลกั การเขียนประโยคจากภาพ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กม (K)
4. สรุปความรู้เรื่องมาตรา กม (K)
5. อา่ นเรือ่ งได้คลอ่ งแคลว่ รวดเรว็ และถกู ตอ้ งตามอักขรวธิ ี (P)
6. แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็นจากเร่อื งทอ่ี ่าน (P)
7. เขียนประโยคจากภาพได้ (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กม (P)
9. อา่ นออกเสยี งคาในมาตรา กม (P)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1.ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจับใจความเรือ่ ง แมวเอ๋ย
แมวเหมียว การเขยี นประโยคจากภาพ(ภาพวันรฐั ธรรมนญู )
มาตรา เกย
2.กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั ที่ 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู
คาบที่
1. ครเู ปดิ วดี ีทัศน์ บทอาขยาน แมวเอย๋ แมวเหมียว ให้นกั เรยี นฟัง และร้องตาม 2 รอบ
คาบท่ี 1-2 2. ให้นักเรยี นฝกึ อ่านบทอาขยาน แมวเอ๋ยแมวเหมียว เป็นทานองเสนาะ 1-2 รอบ
การอา่ นจับ-ใจความ บ้านใครเลีย้ งแมวบา้ ง
3. นักเรยี นเข้ากลุ่มเพ่ือศกึ ษาบทอาขยาน แมวเอย๋ แมวเหมียว โดยครูใช้คาถามดงั น้ี

- บา้ นใครเลยี้ งแมวบา้ ง
- แมวมลี กั ษณะนิสยั อย่างไร
*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รียกเลขท่ี เพ่ือให้นักเรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถาม
กอ่ นจะเรียกเลขที่เพอื่ ให้ทกุ คนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรให้นกั เรยี นนาเสนอ 4-5 คน
ข้ันท่ี 2 ข้นั คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
4. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับเร่ือง แมวเอย๋ แมวเหมยี ว โดยครูส่มุ ถาม

นกั เรยี น
- เหมียว เหมียว เป็นเสียงร้องของสตั วใ์ ด (แมว)
- แมวชอบกินขา้ วกบั อะไร (ปลาทู)
- แมวชอบว่งิ ไลจ่ ับสตั วช์ นดิ ใด (หนู)
- เพราะเหตใุ ดจึงกลา่ ววา่ แมวมีความกตญั ญู (ชว่ ยจับหน)ู

*ในการตอบคาถามใหค้ รูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพือ่ ให้นกั เรยี นตอบทีละคน โดยถามคาถาม
ก่อนจะเรียกเลขทเ่ี พื่อให้ทกุ คนไดค้ ดิ ในแตล่ ะคาถามควรใหน้ ักเรยี นนาเสนอ 4-5 คน
ขนั้ ที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ

5. นักเรยี นเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมการตง้ั คาถามและตอบคาถามจากเร่ืองทอ่ี ่าน กลมุ่ ละ 5
ข้อ

* กตกิ าในการต้ังคาถาม คณุ ครแู บ่งจานวนหน้าทแี่ ตล่ ะกลมุ่ แต่ต้องรบั ผิดชอบในการตั้ง
คาถาม เพือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้การต้ังคาถามของแต่ละกลมุ่ ไมใ่ หซ้ ้ากนั

6. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ข้อคิดทไี่ ดจ้ ากการอ่าน
ขั้นท่ี 4 ข้ันสือ่ สารและนาเสนอ

7. แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอคาถามหน้าชน้ั เรียน แล้วให้เพ่อื นตอบคาถาม
ข้นั ท่ี 5 ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ

8. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กีย่ วกับเรอ่ื งท่ีเรยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมอย่างไร

คาบที่ 3-4 ขน้ั ท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
1.นกั เรียนดูภาพเกย่ี วกบั วันพอ่ แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครถู ามคาถามดังนี้
กำรเขยี นประโยค
จำกภำพ (ภำพวนั -ภาพท่ีเหน็ นกั เรยี นรู้จักหรอื ไม่
รัฐธรรมนูญ) -จากภาพเป็นภาพเก่ยี วกับอะไร
2.นักเรยี นรว่ มกนั ศึกษาเร่อื งการเขยี นประโยคจากภาพ แลว้ ร่วมสนทนาโดยครูใช้
คาถามดังน้ี
-การเขยี นประโยคจากภาพมีความสาคัญอยา่ งไร
-องคป์ ระกอบของการเขยี นประโยคจากภาพมอี ะไรบ้าง
-การเขียนประโยคจากภาพมีประโยชนอ์ ย่างไร
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความ
3.นักเรียนร่วมกันวิเคราะหเ์ รอ่ื งการเขยี นประโยคจากภาพ

4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมินเพ่อื เพิม่ คุณค่าโดยครูถามคาถามดงั น้ี
-นกั เรยี นสามารถนาเร่อื งทเ่ี รียนไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏบิ ตั ิ
5. นกั เรียนเขา้ กลุ่มทากจิ กรรมการเขยี นประโยคจากภาพตามภาพที่กาหนดให้
6. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคัญของการเขยี นประโยคจากภาพ ครอู ธิบายเพ่ิมเติม

เกยี่ วกับการเขียนประโยคจากภาพวนั รัฐธรรมนูญ
ขน้ั ท่ี 4 ข้ันส่อื สารและนาเสนอ

7. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน เพ่ือนกลุม่ อืน่ รว่ มกันแสดงความ
คดิ เห็น

8. นกั เรยี นรวบรวมเลม่ การคัดลายมอื ไว้ท่มี มุ ห้องเรยี นเพอื่ ให้เพือ่ นๆไดศ้ ึกษาต่อไป
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ

9. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกีย่ วกับเรือ่ งที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร

คาบที่ 5-6 ขน้ั ท่ี 1 ข้ันรวบรวมข้อมลู
มาตราเกย
1. นกั เรียนฟังเพลง มาตรา เกย และฝกึ รอ้ งเพลงมาตรา เกย 1-2 รอบ

2. นกั เรียนสังเกตคาทีม่ ีมาตรา เกย ในเพลง สมุ่ เรียกนักเรยี นโดยใช้ไม้เรียกเลขทีใ่ ห้

ออกมาเขยี นคาบนกระดานดา

3. นกั เรียนร่วมกนั ศกึ ษาเรื่อง มาตรา เกย แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังน้ี

- มาตรา เกย เป็นคาที่สะกดด้วยพยัญชนะอะไร

- ยกตัวอยา่ งคาในมาตรา เกย

ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ

4. นกั เรียนสงั เกตบัตรคาบนกระดานดา และคาตอบจากปริศนาคาทาย

5. ครูให้นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทาย

คาตอบของปรศิ นาตอ่ ไปน้ี

ฉนั คอื อะไร หลายใบเรียกหวี

ลองกนิ ดซู ิ หลายหวีเรียกเครอื (กลว้ ย)

ฉันคอื อะไร ใช้ทาขนมปัง

สเี หลอื งสวยจัง ไดฟ้ งั โปรดเฉลย (เนย)

ฉนั คืออะไร รไู้ หมมฟี ัน

กินไมไ้ มพ่ ร่นั คู่ฉันชา่ งไม้ (เลื่อย)

7. ครูใหส้ ัญญาณเรม่ิ เล่น ใหอ้ าสาสมคั รออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน ครแู ละเพือ่ น

นกั เรียนในช้ันช่วยกันตรวจสอบความถูกตอ้ งทีละกลมุ่ และนับจานวนทท่ี าไดถ้ กู ต้องกล่มุ ใด

ถูกตอ้ งมากกวา่ จะเปน็ ผูช้ นะเพ่ือนในห้องชว่ ยกันปรบมือให้หรอื ครอู าจมีแรงเสริมให้ เช่นดาว
คะแนนกลุ่ม

8. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คิดประเมนิ เพ่อื เพิม่ คณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรู้ที่ได้รบั ไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างไร

ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ปฏิบตั ิและสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ
9. นักเรยี นเล่นเกมจับคูค่ ามาตรา เกย กบั ภาพ และฝกึ อ่านคาจากบตั รคา (คาจาก

แบบฝกึ หดั )
10.นกั เรยี นเข้ากลุ่มทากจิ กรรมคดิ คามาตรา เกย
11. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เรื่องมาตรา เกย และครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ ดงั นี้
คาในมาตรา เกย ประกอบด้วย พยญั ชนะตน้ สระ วรรณยุกต์ และ ย เป็น

ตวั สะกด
12. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ในขณะทน่ี ักเรียนช่วยกันคดิ ครเู ดนิ ตรวจดูความถูกต้อง

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ
13. นกั เรยี นนาเสนอการทาแบบฝึกหัด โดยครูใช้ไม้เรียกเลขที่ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นนาเสนอ

ทีละคน เพ่ือนๆชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้ันที่ 5 ขัน้ ประเมินเพือ่ เพิม่ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ

14. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกับเรื่องทเ่ี รยี นไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมได้อย่างไร

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

การประเมนิ วธิ กี าร เคร่อื งมอื

ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หดั
- แบบประเมินการอ่าน
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอ่าน - แบบประเมินการเขียนประโยคจาก
- ทกั ษะการเขยี น ภาพ
- ทักษะการคดิ วิเคราะห์ - แบบฝกึ หัด
- คาถาม
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ - สงั เกตพฤตกิ รรมในการรว่ มกิจกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
คา่ นิยม (A) การทางานกลมุ่
- สงั เกตพฤตกิ รรมความกระตือรือรน้
ในการร่วมกิจกรรม

7. ส่ือ/ แหล่งการเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 2
5. วีดที ัศน์ 6. หนงั สอื วรรณคดีลานา
1. บัตรคา 8. ปริศนาคาทาย
4. เพลง
7. ไมเ้ รยี กเลขท่ี

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .............................................ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชอ่ื ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 11

สปั ดาห์ที่ 11

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่..….…../.…......... ชอื่ ผูส้ อน ……………………………………………………..
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี…….... จานวน…6…….คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ..…10……... เร่อื ง........เพอื่ นทรี่ ใู้ จ.........................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด

มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความร้แู ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัย
รักการอา่ น

ตัวชี้วัดท่ี ป 1/1 บอกขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/2 บอกความหมายของคา และข้อความท่ีอา่ น
ตัวชว้ี ัดท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเกย่ี วกับเรื่องท่ีอา่ น
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี น
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/2 เขียนสอื่ สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานท่ี ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ที่ ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอ่านจบั ใจความสาคัญ คือ การอา่ นเพอ่ื จับใจความหรือขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลกั ของขอ้ ความ หรอื เร่ืองที่อา่ น
การอ่านจบั ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคัญทใ่ี ช้ในการอ่านเพ่อื การสือ่ สารมากท่สี ดุ เพราะเปน็ พ้นื ฐานสาคญั ในการศกึ ษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ
การเขยี นประโยคจากคา ช่วยพัฒนาทกั ษะการคิด การเขียน รู้จักการเชือ่ มโยงประโยคจากคาทเี่ หน็ ให้ เปน็ เรือ่ งราวให้สัมพนั ธก์ ัน
มาตรา เกอว คาทีม่ ี ว เปน็ ตัวสะกดทุกคา จัดเป็นคาในมาตรา เกอว

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมาย และหลกั การอา่ นจับใจความสาคัญ (K)
2. รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การเขยี นประโยคจากคา (K)

3. บอกความหมายของคาในมาตรา เกอวK)
4. สรุปความรูเ้ รอื่ งมาตรา เกอว (K)
5. อ่านเรอื่ งได้คล่องแคลว่ รวดเร็วและถูกตอ้ งตามอกั ขรวิธี (P)
6. แยกข้อเท็จจริงและขอ้ คดิ เหน็ จากเร่ืองทีอ่ ่าน (P)
7. เขยี นประโยคจากคาได้ (P)
8. เขียนคาในมาตรา เกอว (P)
9. อา่ นออกเสยี งคาในมาตรา เกอว (P)
10. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
11. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมการเขยี นประโยคจากคา (A)
12. เหน็ ความสาคัญของการเรียนรูค้ วามหมายของคา (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความเรอื่ ง เพื่อนรู้
ใจ การเขียนประโยคจากคา มาตรา เกอว
2.กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)
3.คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude (A)ใฝ่เรยี นรู้ มีวนิ ัย
มุ่งม่นั ในการทางาน ซือ่ สัตยส์ จุ รติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง รัก
ความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ

5. กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขัน้ ที่ 1 ขั้นรวบรวมข้อมูล
คาบที่ 1. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังนี้

คาบท่ี 1- 2 - นักเรยี นมเี พอื่ นรูใ้ จหรอื ไม่
- นกั เรียนควรปฏบิ ตั ิตนอย่างไรกบั เพื่อน ยกตวั อยา่ ง ใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบ
การอา่ นจบั ใจความ เพื่อโยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้ นักเรียนทบทวนเกย่ี วกบั การอา่ นจบั ใจความสาคัญ โดย
เพอื่ นท่ีรู้ใจ ครใู ชค้ าถามดงั นี้
- การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
- นกั เรียนใช้ทกั ษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพือ่ ให้นกั เรียนตอบทีละคน โดยถาม
คาถามกอ่ นจะเรียกเลขทีเ่ พือ่ ให้ทกุ คนได้คิด ในแต่ละคาถามควรให้นกั เรยี นนาเสนอ 4-
5 คน

2. นักเรียนเขา้ กลมุ่ เพ่อื ศึกษาเร่ือง เพอ่ื นรใู้ จ นักเรียนร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั น้ี

- ใบโบกและใบบัวถกู เล้ียงไว้ท่ีใด
- ดนิ โปง่ มปี ระโยชน์อย่างไร
- ดินโปง่ มรี สชาตอิ ย่างไร
ขน้ั ท่ี 2 ข้นั คิดวิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวเิ คราะหเ์ ก่ยี วกบั เรอื่ งทีอ่ า่ น โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- ตวั ละครสาคญั ในเรื่องมีใครบ้าง แต่ละตัวมนี ิสัยอย่างไร
- เร่ืองท่นี ักเรยี นอ่านเกย่ี วข้องกับอะไร
4. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพอ่ื เพิม่ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- จากการศึกษานักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งไร
ข้นั ท่ี 3 ขั้นปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบัติ
5. นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากิจกรรมการต้ังคาถามและตอบคาถามจากเรือ่ งท่อี า่ น กลมุ่ ละ 5
ขอ้
* กติกาในการตงั้ คาถาม คุณครูแบ่งจานวนหน้าทแี่ ตล่ ะกลุม่ แต่ต้องรบั ผดิ ชอบในการตั้ง
คาถาม เพ่ือปอ้ งกนั ไม่ให้การตงั้ คาถามของแต่ละกลุ่มไมใ่ ห้ซา้ กนั
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปข้อคิดทีไ่ ดจ้ ากการอา่ น

ขน้ั ที่ 4 ขนั้ ส่อื สารและนาเสนอ
7. แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอคาถามหน้าช้นั เรยี น แล้วให้เพื่อนตอบคาถาม

ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมินเพ่ือเพมิ่ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
8. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับเรอ่ื งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมอย่างไร

คาบที่ 3-4 ขน้ั ที่ 1 ขัน้ รวบรวมข้อมลู
1. นกั เรยี นดบู ตั รคาและบตั รภาพ แลว้ ให้นักเรียนอา่ นพร้อมกัน
การเขยี นประโยค ตัวอย่างบตั รคา ร่างกาย คอก ปอ้ น แขน นอนตะแคง
จากคา 2.นักเรยี นรว่ มกันศกึ ษาเรอื่ งการเขียนประโยคจากคา แล้วรว่ มสนทนาโดยครูใช้คาถาม

ดงั น้ี
-การเขยี นประโยคจากคามีความสาคญั อย่างไร
-องคป์ ระกอบของการเขยี นประโยคจากคามีอะไรบ้าง
-การเขียนประโยคจากคามีประโยชน์อย่างไร

ขั้นท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. ครูนาบตั รคามาให้นกั เรยี นร่วมกันวเิ คราะหแ์ ละฝกึ เขยี นประโยค แลว้ สนทนาโดยครู

ถามคาถามดงั นี้
- รา่ งกายหมายถึงอะไร
- คอกหมายถงึ อะไร

4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรูท้ ่ีไดร้ ับไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร

ขนั้ ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ
5. นกั เรียนเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรม การเขยี นประโยคจากคา
6. นักเรียนสรุปความสาคัญการเขยี นประโยคจากคา
7. นักเรียนทาแบบฝกึ หัด

ขั้นท่ี 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
8. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลการเขียนประโยคจากคาหน้าชั้นเรียน เพ่ือนกลมุ่ อืน่

ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ที่ 5ข้ันประเมินเพื่อเพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

9.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกย่ี วกับเร่อื งท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร

คาบที่ 5-6 ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มลู
มาตราเกอว
1. นกั เรียนฟังเพลง มาตรา เกอว และฝกึ รอ้ งเพลงมาตรา เกอว 1-2 รอบ

2. นักเรียนสังเกตคาทม่ี ีมาตรา เกอว ในเพลง สมุ่ เรียกนักเรียนโดยใชไ้ มเ้ รียกเลขที่ให้

ออกมาเขียนคาบนกระดานดา

3. นักเรียนศึกษาเรือ่ ง มาตรา เกอว จากวีดีทศั น์

4. นักเรยี นศึกษาเรื่อง มาตรา เกอว แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั นี้

- มาตรา เกอว เป็นคาท่ีสะกดด้วยพยัญชนะอะไร

- ยกตัวอย่างคาในมาตรา เกอว

ขน้ั ท่ี 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความ

5. ครูสุ่มแจกบัตรคาและบตั รภาพให้นักเรียนเป็นกลมุ่ เช่น ขา้ ว นว้ิ เร็ว หิว วา่ ว

นกั เรียนสงั เกตบตั รคาและคาตอบจากปรศิ นาคาทาย

6. ครูให้นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทาย

คาตอบของปริศนาตอ่ ไปนี้

ฉันคืออะไร ลอยเดน่ บนฟา้

กระพริบบางเวลา เรียกวา่ อะไร (ดาว)

ฉันคอื อะไร เล้ียงไว้ในบา้ น

ปลาทูในจาน เป็นอาหารของฉนั (แมว)

ฉันคืออะไร มไี ว้เกย่ี วขา้ ว

ใช้เอียเสยี งยาว ชาวนาชอบใช้ (เคียว)

7. ครูให้สัญญาณเรมิ่ เลน่ ให้อาสาสมัครออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน ครูและเพอื่ น

นักเรยี นในชน้ั ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้องทีละกลุ่มและนับจานวนที่ทาไดถ้ ูกตอ้ งกลุม่ ใด

ถูกตอ้ งมากกว่าจะเปน็ ผู้ชนะเพื่อนในหอ้ งชว่ ยกันปรบมอื ให้หรอื ครูอาจมีแรงเสริมให้ เช่นดาว

คะแนนกลมุ่

8. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ คดิ ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณคา่ โดยครูใช้คาถามดงั ต่อไปน้ี

- นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ไดร้ บั ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร

ขนั้ ที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ

9. นกั เรยี นเล่นเกมจับคู่คามาตรา เกอว กบั ภาพ และฝกึ อา่ นคาจากบตั รคา (คาจาก

แบบฝึกหัด)

10. นกั เรียนเขา้ กลุม่ ทากจิ กรรมคดิ คามาตรา เกอว

11. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เรือ่ งมาตรา เกอว และครูอธบิ ายเพม่ิ เติมดงั น้ี

คาในมาตรา เกอว ประกอบดว้ ย พยัญชนะต้น สระ วรรณยุกต์ และ ว เปน็ ตัวสะกด

12. นกั เรียนทาแบบฝึกหัด ในขณะที่นักเรยี นชว่ ยกันคิดครเู ดินตรวจดูความถูกตอ้ ง

ข้ันท่ี 4 ขัน้ สอ่ื สารและนาเสนอ

13. นกั เรียนนาเสนอการทาแบบฝกึ หัด โดยครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขท่ี เพื่อให้นักเรียนนาเสนอ

ทีละคน เพอื่ นๆชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขน้ั ท่ี 5ข้ันประเมินเพือ่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ
14. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามดังนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เก่ยี วกบั เรอ่ื งท่ีเรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร

6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ วธิ ีการ เครื่องมือ
- การตอบคาถาม - คาถาม
การประเมิน - ทาแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด
ด้านความรู้ (K) - ทักษะการอ่าน - แบบประเมินการอ่าน
- ทกั ษะการเขยี น - แบบประเมินการเขยี นประโยคจากคา
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - แบบฝึกหัด
- คาถาม
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม (A) - สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
กจิ กรรม การทางานกลุ่ม

- สังเกตพฤติกรรมความ
กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม

7. ส่ือ/ แหล่งการเรยี นรู้ 2. บัตรภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 2
5. วีดที ศั น์ 6. หนังสอื ภาษาพาที
1 บัตรคา 8. ปริศนาคาทาย
4. เพลง
7. ไม้เรียกเลขที่

8. กิจกรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ

(...........................................................) (...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 12

ลงช่อื ..............โ..ร...ง...เ..ร..ีย....น...ข....จ...ร...เ..ก...ยี...รผตู้บิพริหัฒารนา

(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 12

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่..……../.….......... ชื่อผูส้ อน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี……1..... จานวน……6….คาบ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ..……10…..… เรื่อง................เพ่อื นที่รใู้ จ…...........................

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐานที่ ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ และมนี สิ ยั
รักการอา่ น

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 1/6 อา่ นหนงั สือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอา่ น
ตัวชี้วัดที่ ป 1/8 มีมารยาทในการอ่าน
มาตรฐานท่ี ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสอื่ สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/2 เขยี นสือ่ สารด้วยคาและประโยคงา่ ยๆ
ตวั ช้วี ดั ท่ี ป 1/3 มมี ารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การอา่ นจบั ใจความสาคัญ คอื การอ่านเพ่อื จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความ หรือเร่ืองท่ีอ่าน
การอา่ นจับใจความสาคญั ถอื เปน็ ทักษะสาคัญทใี่ ช้ในการอา่ นเพ่อื การสอ่ื สารมากท่ีสุด เพราะเป็นพนื้ ฐานสาคญั ในการศกึ ษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ

การเขียนประโยคจากคา ช่วยพฒั นาทกั ษะการคิด การเขียน รจู้ กั การเชือ่ มโยงประโยคจากคาทเ่ี หน็ ให้ เปน็ เร่ืองราวให้
สัมพันธ์กัน

มาตรกน คาที่มีเสยี งตวั สะกดเหมอื นเสียง น ทุกคา ไมว่ ่าจะใช้ น ณ ญ ร ล ฬ เปน็ ตวั สะกด จดั เปน็ คาในมาตรา กน

3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายความหมาย และหลกั การอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. รแู้ ละเขา้ ใจหลักการเขยี นประโยคจากภาพ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กน(K)
4. สรปุ ความร้เู รอื่ งมาตรา กน (K)
5. อา่ นเร่ืองไดค้ ล่องแคลว่ รวดเรว็ และถูกต้องตามอกั ขรวธิ ี (P)
6. แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรื่องท่อี ่าน (P)
7. เขยี นประโยคจากภาพได้ (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กน (P)
9. อ่านออกเสียงคาในมาตรา กน (P)
10. เหน็ ความสาคัญของการอา่ นและมารยาทในการอ่าน (A)
11. กระตือรือร้นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเขยี นประโยคจากภาพ (A)
12. เห็นความสาคญั ของการเรยี นรู้ความหมายของคา (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

1.ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจับใจความหนังสือท่ีนักเรียน
สนใจและเหมาะสมกบั วัย การเขยี นประโยคจากภาพมาตรา กน
2.กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน

คาบท่ี

คาบที่ 1 ข้ันที่ 1 ข้นั รวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรียนฟงั ครูเลา่ นทิ าน แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
การอ่านจบั ใจความ -นิทานเรอื่ งน้เี กยี่ วกับอะไร
หนังสอื ทีน่ ักเรียน -นักเรยี นชอบอ่านนิทานหรือไมเ่ พราะอะไร
สนใจและเหมาะกบั * ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพือ่ ให้นกั เรยี นตอบทลี ะคน โดยถาม
วยั คาถามก่อนจะ

เรียกเลขทเี่ พือ่ ให้ทุกคนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรใหน้ กั เรยี นนาเสนอ 4-5 คน
2. นักเรยี นทบทวนเกย่ี วกบั การอา่ นสรุปใจความ โดยใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- การอ่านสรุปใจความคืออะไร

- นักเรยี นใชท้ กั ษะอะไรบ้างในการอ่านสรปุ ใจความ
3. นักเรยี นศกึ ษาเรอ่ื งหนงั สือทน่ี กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวัย แลว้ ร่วมสนทนาโดย
ครูใชค้ าถามดงั นี้

- หนังสอื เลม่ น้ีมปี ระโยชน์อยา่ งไร
- นักเรียนชอบอ่านหนงั สอื เลม่ ใด
ขน้ั ท่ี 2 ข้นั คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
4. นักเรยี นรว่ มกันวิเคราะหเ์ กี่ยวกับการเลือกอ่านหนังสือท่เี หมาะสมกับวยั โดยให้ดู
หนงั สือดงั นี้ หนังสอื นยิ าย
หนงั สอื นิทาน หนังสอื เรยี น แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ชค้ าถามดงั นี้
- ตวั ละครสาคัญในเรือ่ งมใี ครบ้าง แต่ละตัวมนี สิ ัยอย่างไร

- จากเรือ่ งท่ีอ่านนกั เรียนได้ขอ้ คดิ อะไร
4. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใชค้ าถามดงั ต่อไปน้ี

- จากการศกึ ษานกั เรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ตั ิ

5. นกั เรยี นเข้ากลุม่ ทากิจกรรมการอา่ นและสรปุ ความนทิ าน ดงั นี้
-ตวั ละครทส่ี าคัญ
-เหตกุ ารณ์เกดิ ขนึ้ ทไ่ี หน
-ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการอ่านนิทาน

6. นักเรยี นร่วมกันสรุปความสาคญั ของการเลอื กอ่านหนังสอื ตามความสนใจ

ข้นั ที่ 4 ขัน้ สอ่ื สารและนาเสนอ
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอกจิ กรรมการอา่ นและสรุปความนทิ านหนา้ ช้ันเรียน

ข้ันที่ 5ข้นั ประเมินเพ่อื เพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ
8. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรูเ้ กย่ี วกบั เร่อื งทีเ่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร

คาบท่ี 3-4 ขั้นท่ี 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
1. นกั เรยี นดภู าพ แลว้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เพ่อื เชื่อมโยงเข้าสบู่ ทเรียน
การเขียนประโยค
จากภาพ (ภาพวนั โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
เดก็ )

- เด็กๆในภาพกาลังทาอะไร

- นักเรยี นคดิ วา่ เหตกุ ารณด์ ังกลา่ วเกิดขึ้นเวลาใดเพราะอะไร
2 นกั เรียนศึกษาเร่อื งการเขยี นบรรยายภาพ แล้วรว่ มสนทนาโดยครใู ช้คาถามดงั น้ี

- การเขียนบรรยายภาพหมายถงึ อะไร
- ในการเขยี นบรรยายภาพต้องคานึงถึงอะไรบา้ ง
- การเขียนบรรยายภาพมีขั้นตอนอยา่ งไร
ขน้ั ที่ 2 ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรปุ ความ
3. นกั เรียนดูตวั อยา่ งการเขียนประโยคจากภาพ แล้วรว่ มกนั วเิ คราะห์ประโยคจากภาพ
4. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ คิดประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรทู้ ีไ่ ดร้ บั ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างไร
ขั้นท่ี 3 ข้ันปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
5. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ ทากิจกรรม ฝกึ เขียนประโยคจากภาพวนั เดก็ และตวั แทนกลมุ่ อ่านให้
เพ่ือนฟงั หน้าช้ันเรยี น
6. นกั เรียนสรุปขั้นตอนการเขยี นประโยคจากภาพวันเด็ก
7.นกั เรยี นทาใบงานเร่ืองการเขียนประโยคจากภาพวนั เดก็
ข้นั ท่ี 4 ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ
8. นักเรียนนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูใชไ้ ม้เรียกเลขท่เี รยี กนกั เรียนออกมา
นาเสนอประมาณ 4-5 คน

ข้นั ที่ 5ขนั้ ประเมินเพื่อเพม่ิ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ
9.นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาความร้เู ก่ียวกบั เร่อื งทเี่ รียนไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร

คาบที่ 5-6 ขน้ั ที่ 1 ขั้นรวบรวมขอ้ มูล
มาตรากน 1. นักเรยี นฟังเพลง มาตรา กน และฝึกร้องเพลงมาตรา กน 1-2 รอบ
2. นกั เรยี นสงั เกตคาทม่ี มี าตรา กน ในเพลง สุม่ เรียกนักเรียนโดยใช้ไม้เรยี กเลขท่ีให้

ออกมาเขยี นคาบนกระดานดา
3. นกั เรยี นเขา้ กลมุ่ เพือ่ ศึกษาเรอ่ื ง มาตรา กน แลว้ รว่ มสนทนาโดยครูใช้คาถามดงั น้ี
- มาตรา กน เป็นคาท่ีสะกดดว้ ยพยญั ชนะอะไร
- ยกตวั อย่างคาในมาตรา กน

ขั้นที่ 2 ข้นั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. ครูสุม่ แจกบตั รคาและบตั รภาพให้นักเรยี นเปน็ กลมุ่ เชน่ นา้ ตาล อาหาร ปลาวาฬ

คน ฝน นักเรยี นสงั เกตบตั รคาและคาตอบจากปรศิ นาคาทาย
5. นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทายคาตอบ

ของปริศนาต่อไปน้ี
- อะไรเอ่ย.... ตรงขา้ มคาว่ารอ้ น ขอบังอรเฉลยให้ที (เย็น)
- สายอะไรเอย่ .. หล่นจากฟากฟา้ ชนื่ ฉา่ อรุ า ชาวนาชอบใจ (สายฝน)

7. ครูใหส้ ญั ญาณเรม่ิ เลน่ ใหอ้ าสาสมคั รออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน ครูและเพื่อน
นกั เรยี นในช้นั ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้องทลี ะกล่มุ และนับจานวนทีท่ าไดถ้ ูกตอ้ งกลุ่มใด
ถูกต้องมากกว่าจะเป็นผูช้ นะเพอ่ื นในหอ้ งช่วยกันปรบมอื ให้หรอื ครูอาจมีแรงเสริมให้ เช่นดาว
คะแนนกลุ่ม

8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มคดิ ประเมนิ เพอ่ื เพิ่มคณุ คา่ โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรูท้ ่ีได้รับไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งไร

ขนั้ ท่ี 3 ข้ันปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ
9. นกั เรยี นเล่นเกมจับคู่คามาตรา กน กับภาพ และฝึกอ่านคาจากบัตรคา (คาจาก

แบบฝกึ หดั )
10. นกั เรยี นเขา้ กลุม่ ทากจิ กรรมคดิ คามาตรา กน
11. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เร่ืองมาตรา กน และครอู ธิบายเพิม่ เติมดงั นี้
คาทม่ี เี สียงตัวสะกดเหมอื นเสียง น ทุกคา ไม่ว่าจะใช้ น ณ ญ ร ล ฬ เป็น

ตวั สะกด จดั เป็นคาในมาตรา กน
12. นักเรยี นทาแบบฝกึ หัด ในขณะท่นี กั เรียนช่วยกันคิดครูเดนิ ตรวจดูความถกู ต้อง

ขน้ั ท่ี 4 ขนั้ สื่อสารและนาเสนอ
13. นกั เรยี นนาเสนอการคิดคามาตรา กน โดยครใู ช้ไม้เรียกเลขท่ี เพ่ือให้นกั เรียน

นาเสนอทลี ะคน เพ่อื นๆช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้ันที่ 5ข้นั ประเมินเพ่อื เพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

14. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรูเ้ กย่ี วกับเรอื่ งทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมได้อยา่ งไร

6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

การประเมิน วธิ กี าร เครอื่ งมือ

ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝึกหดั
- ทาแบบฝึกหัด - แบบประเมนิ การอา่ น
- แบบประเมินการเขียนประโยคจากภาพ
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทกั ษะการอ่าน - แบบฝกึ หัด

- ทักษะการเขียน

- ทักษะการคดิ วิเคราะห์

- คาถาม

ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ - สังเกตพฤตกิ รรมในการร่วม - แบบสงั เกตพฤติกรรม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลมุ่
- สังเกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรม

7. สื่อ/ แหล่งการเรยี นรู้

1. บตั รคา 2. บัตรภาพ 3. หนังสอื ภาษาไทย 2

4. เพลง 5. วดี ที ศั น์ 6. ปริศนาคาทาย

7. ไม้เรียกเลขท่ี

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงช่ือ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ที่ 13

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท่ี..……../.…......... ช่ือผ้สู อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี……1..... จานวน……6….คาบ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ..…10……..… เร่ือง.....เพ่ือนท่รี ูใ้ จ...….....................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพือ่ นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวิตและมนี ิสัย
รักการอ่าน

ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/6 อา่ นหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรือ่ งทีอ่ ่าน
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบตา่ งๆ เขียน
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป 1/2 เขยี นสอ่ื สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาส
ต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชว้ี ดั ที่ ป 1/1 ฟังคาแนะนา คาสงั่ ง่ายๆ และปฏิบัติตาม
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 ตอบคาถามและเล่าเรือ่ งทฟ่ี ังและดู ท้งั ทเ่ี ปน็ ความรู้และความบันเทิง
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/5 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
มาตรฐานที่ ท 4.1เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภูมปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วัดท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การอา่ นจับใจความสาคญั คอื การอ่านเพอื่ จับใจความหรอื ข้อคิด ความคิดสาคญั หลกั ของขอ้ ความ หรือเร่ืองทีอ่ า่ น
การอา่ นจบั ใจความสาคญั ถอื เป็นทกั ษะสาคัญท่ใี ช้ในการอ่านเพื่อการสอ่ื สารมากทส่ี ุด เพราะเป็นพ้นื ฐานสาคัญในการศกึ ษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝกึ ฝนให้เกดิ ความชานาญ

การฟัง คอื การรบั รูค้ วามหมายจากเสยี งทีไ่ ด้ยิน เปน็ การรับรสู้ ารทางหู ทัง้ ทีฟ่ ังจากบคุ คลโดยตรง และฟังจากจากสอ่ื
อเิ ลค็ ทรอนคิ ส์ตา่ ง ๆเพราะขา่ วสาร ความรแู้ ละศิลปะวิทยาการตา่ ง ๆท่มี นุษยถ์ ่ายทอดกนั ต้ังแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันยงั ใช้
วิธกี ารพูดอธิบายให้ฟงั แมจ้ ะมีหนังสอื บนั ทึกไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรแล้วก็ตาม

มาตรา กก คาท่ีมีเสยี งตัวสะกดเหมือนเสียง ก ทกุ คา ไม่วา่ จะใช้ ก ข ค ฆ เป็นตวั สะกด จัดเป็นคาในมาตรา กก

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายความหมาย และหลักการอา่ นจับใจความสาคญั (K)
2. อธิบายวิธกี ารเขยี นแสดงความคิดเห็นจากการฟังได้ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กก(K)
4. สรปุ ความรเู้ รือ่ งมาตรา กก (K)
5. อา่ นเร่อื งได้คล่องแคล่ว รวดเรว็ และถกู ต้องตามอกั ขรวิธี (P)
6. แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน (P)
7. เขียนแสดงความคดิ เหน็ จากการฟังได้ (P)
8. เขียนคาในมาตรา กก (P)
9. อา่ นออกเสยี งคาในมาตรา กก (P)
10. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่นิ
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

1.ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจบั ใจความหนงั สือที่ครู
กาหนดให้ การเขยี นแสดงความคิดเห็นจากการฟัง มาตรา
กก
2.กระบวนการจัดการเรียนรู้ : Process (P)

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน

คาบที่ 1-2 ข้ันที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นอา่ นหนงั สือท่คี รูกาหนดให้ แลว้ รว่ มกันสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังนี้

การอา่ นจับใจความ -หนังสอื เรื่องน้เี กีย่ วกบั อะไร

หนังสอื ทค่ี รู กาหนด -นักเรยี นชอบอา่ นหนังสอื หรอื ไม่เพราะอะไร

ให้ * ในการตอบคาถามให้ครูใช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพือ่ ให้นักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถาม

คาถามกอ่ นจะ

เรยี กเลขทเี่ พือ่ ให้ทุกคนไดค้ ิด ในแต่ละคาถามควรใหน้ กั เรียนนาเสนอ 4-5 คน

2. นกั เรียนทบทวนเกี่ยวกับการอ่านสรุปใจความ โดยใชค้ าถามดังตอ่ ไปน้ี
- การอา่ นสรปุ ใจความคืออะไร
- นักเรยี นใช้ทักษะอะไรบา้ งในการอ่านสรุปใจความ
3. นักเรียนศกึ ษาเร่ืองการเลือกอา่ นหนังสอื โดยครูใช้คาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
- หนงั สือแต่ละเลม่ นี้มีประโยชน์อยา่ งไร
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ
4. นักเรียนร่วมกนั วเิ คราะห์เก่ยี วกับการเลอื กอา่ นหนังสอื ท่คี รกู าหนดให้ โดยใหด้ ู
หนังสอื ดงั น้ี หนงั สอื นยิ าย
หนงั สอื นิทาน หนังสือเรียน แลว้ รว่ มสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังนี้
-หนงั สือแต่ละเล่มมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
5. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ คิดประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคุณคา่ โดยครูใชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้
- จากการศึกษานักเรียนสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งไร
ขัน้ ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5.นักเรียนเข้ากลมุ่ ทากจิ กรรมการอา่ นและสรปุ ความนิทาน ดงั น้ี

-ตวั ละครทส่ี าคัญ
-เหตกุ ารณ์เกิดข้ึนท่ไี หน
-ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากการอา่ นหนังสอื
6.นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคิดทีไ่ ดจ้ ากการอ่าน

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ
7. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอกิจกรรมการอา่ นและสรุปความนิทานหนา้ ช้ันเรียน

ขน้ั ท่ี 5ขั้นประเมินเพ่ือเพมิ่ คุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ
8.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- นกั เรยี นสามารถนาความรูเ้ กี่ยวกบั เรอ่ื งท่ีเรียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมไดอ้ ย่างไร

คาบท่ี 3-4 ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมลู
1. นกั เรียนฟงั เรอื่ งเทพารักษก์ ับคนตดั ตน้ ไม้ แลว้ ร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เพ่ือ
การเขยี นแสดง
ความคิดเห็นจาก เชอ่ื มโยงเขา้ ส่บู ทเรียน โดยครูใชค้ าถามดงั น้ี
การฟงั
- นักเรยี นเคยฟงั เร่ืองนี้หรอื ไม่
- นักเรียนคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดข้ึนเวลาใดเพราะอะไร
2. นกั เรยี นศกึ ษาเรอื่ งการเขียนแสดงความคดิ เหน็ จากการฟงั แลว้ ร่วมสนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั นี้
- การเขยี นแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั หมายถงึ อะไร

คาบที่ 5-6 - ในการเขียนแสดงความคดิ เหน็ จากการฟังตอ้ งคานึงถึงอะไรบา้ ง
มาตรากก - การเขยี นแสดงความคิดเห็นจากการฟงั มีขั้นตอนอย่างไร
ขัน้ ที่ 2 ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
3. นกั เรียนดูตวั อย่างการเขียนแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั แล้วร่วมกนั สนทนาโดยครู
ใชค้ าถามดังน้ี
-ในการเขียนแสดงความคดิ เหน็ จากการฟงั นักเรยี นต้องคานงึ ถงึ อะไรบ้าง
-จากตัวอยา่ งที่ศึกษา นกั เรียนคิดว่าเปน็ การเขียนแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั ท่ีดี
หรอื ไม่เพราะอะไร
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มคดิ ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นักเรยี นสามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
5. นักเรียนเขา้ กล่มุ ทากจิ กรรม ฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นจากการฟังและตัวแทนกล่มุ
อา่ นใหเ้ พื่อนฟังหน้าชนั้ เรียน
6. นกั เรยี นสรุปขน้ั ตอนการเขยี นแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั และครอู ธิบายเพิม่ เติม
ดงั น้ี
การเขยี นแสดงความคิดเห็นจากการฟังเป็นการเขียนถา่ ยทอดความคดิ และอธบิ าย
รายละเอยี ดของเรอ่ื งที่ฟงั โดยใช้ประสบการณเ์ ดิม
7.นักเรยี นทาใบงานเรอื่ งการเขียนแสดงความคดิ เห็นจากการฟัง
ขน้ั ที่ 4 ขน้ั สือ่ สารและนาเสนอ
8. นักเรยี นนาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยครใู ชไ้ ม้เรยี กเลขทเ่ี รียกนกั เรียนออกมา
นาเสนอประมาณ 4-5 คน
ข้ันท่ี 5ขนั้ ประเมินเพ่ือเพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
9.นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรู้เกี่ยวกบั เรื่องที่เรยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมไดอ้ ยา่ งไร

ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล
1. นักเรียนฟังเพลง มาตรา กก และฝึกรอ้ งเพลงมาตรา กก 1-2 รอบ
2. นกั เรียนสงั เกตคาท่มี ีมาตรา กก ในเพลง ส่มุ เรียกนักเรียนโดยใช้ไม้เรียกเลขทีใ่ ห้

ออกมาเขียนคาบนกระดานดา
3. นกั เรยี นศึกษาเรือ่ ง มาตรา กก แล้วร่วมสนทนาโดยครูใช้คาถามดังนี้
- มาตรา กก เป็นคาทส่ี ะกดด้วยพยัญชนะอะไรบา้ ง
- ยกตวั อยา่ งคาในมาตรา กก

ขั้นท่ี 2 ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
5. นักเรยี นรับบตั รคาและบตั รภาพเปน็ กลมุ่ เช่น เมฆ เลข รัก ปาก สนุ ัข นักเรียน

สงั เกตบตั รคาบนกระดานและคาในแถบประโยค
6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แต่ละกลุ่มรับแถบประโยคจากครู ช่วยกันหาคา

มาตรา กก จากแถบประโยคตอ่ ไปนี้
- วนั น้ีแม่พาฉนั ไปตลาด ไปซ้อื ผักกาด ดอกไม้ ขนมครก และหอ่ หมก
- สุนัขตัวหนึ่งกาลงั แทะกระดูกจนฝนตกเปียกโชค ไม่ยอมหลบฝน

7. นกั เรยี นเรมิ่ เล่นเกมเม่ือไดย้ ินสัญญาณ ให้อาสาสมัครออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน
ครแู ละเพอ่ื นนกั เรยี นในชั้นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องทีละกลุ่มและนบั จานวนทที่ าไดถ้ ูกตอ้ ง
กลมุ่ ใดถกู ต้องมากกวา่ จะเป็นผู้ชนะเพ่อื นในห้องชว่ ยกันปรบมอื ให้หรอื ครอู าจมีแรงเสริมให้ เชน่
ดาว คะแนนกลุ่ม

8. นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรทู้ ี่ไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งไร

ข้นั ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ
9. นักเรียนเลน่ เกมจบั คู่คามาตรา กก กบั ภาพ และฝกึ อา่ นคาจากบัตรคา (คาจาก

แบบฝกึ หดั )
10. นกั เรยี นเขา้ กล่มุ ทากิจกรรมคิดคามาตรา กก
11. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปเร่ืองมาตรา กก และครอู ธิบายเพิม่ เติมดังนี้
คาท่มี เี สยี งตัวสะกดเหมือนเสยี ง ก ทกุ คา ไมว่ า่ จะใช้ ก ข ค ฆ เปน็ ตวั สะกด

จดั เป็นคาในมาตรา กก
12. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัด ในขณะทน่ี ักเรยี นช่วยกนั คิดครูเดินตรวจดคู วามถกู ต้อง

ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ
13. นกั เรยี นนาเสนอการคิดคามาตรา กก โดยครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพ่ือใหน้ กั เรียน

นาเสนอทลี ะคน เพื่อนๆช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ท่ี 5ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพ่มิ คณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ

14. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั เร่อื งท่เี รียนไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมได้อยา่ งไร

6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

การประเมิน วธิ กี าร เครอ่ื งมือ

ด้านความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- ทาแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด

ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทกั ษะการอา่ น - แบบประเมินการอา่ น
- ทกั ษะการเขียน - แบบประเมินการเขยี นแสดงความคดิ เหน็
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ จากการฟัง
- แบบฝึกหัด

- คาถาม

ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ - สังเกตพฤติกรรมในการร่วม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
คา่ นยิ ม (A) กิจกรรม การทางานกลุ่ม
- สังเกตพฤติกรรมความ
กระตอื รือร้นในการร่วมกจิ กรรม

7. สื่อ/ แหลง่ การเรียนรู้

1. บตั รคา 2. บตั รภาพ 3. หนงั สอื ภาษาไทย 2

4. เพลง 5. ไม้เรียกเลขที่ 6. แถบประโยค

8. กิจกรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................ครูผู้สอน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(...........................................................) (...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 14

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี..……../.…......... ชื่อผ้สู อน ……………………………………………………..
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่……1..... จานวน……6….คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ..……11…..… เร่อื ง........…...ช้างน้อยน่ารกั ..................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานท่ี ท 1.1ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ิตและมีนิสัย
รกั การอ่าน

ตวั ชวี้ ดั ที่ ป 1/1 บอกข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสาหรบั เด็ก
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/2 บอกความหมายของคา และขอ้ ความท่ีอา่ น
ตัวชวี้ ัดท่ี ป 1/3 ตอบคาถามเก่ยี วกบั เรือ่ งท่ีอา่ น
ตวั ช้วี ดั ที่ ป 1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี น
รายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 1/2 เขียนส่อื สารด้วยคาและประโยคง่ายๆ
ตัวชว้ี ัดที่ ป 1/3 มีมารยาทในการเขียน
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทยการเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัดที่ ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอา่ นจับใจความสาคญั คือ การอ่านเพ่ือจับใจความหรอื ข้อคิด ความคดิ สาคญั หลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน
การอ่านจบั ใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคัญที่ใช้ในการอา่ นเพอื่ การส่อื สารมากทสี่ ดุ เพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคัญในการศึกษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกดิ ความชานาญ

การเขยี นเรื่องตามจนิ ตนาการ เปน็ การเขียนบรรยายความรู้สึกนึกคดิ และอารมณ์ในเชงิ สร้างสรรค์
มาตรากบ คาท่มี ีเสียงตวั สะกดเหมอื นเสียง บ ทกุ คา ไม่วา่ จะใช้ บ ป พ ฟ ภ เปน็ ตวั สะกด จัดเปน็ คาในมาตรา กบ

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจับใจความสาคัญ (K)
2. อธิบายหลกั การเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการได้ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กบ(K)

4. สรุปความรู้เรอ่ื งมาตรา กบ (K)
5. อ่านเรือ่ งได้คล่องแคล่ว รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
6. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คดิ เหน็ จากเร่อื งทอี่ ่าน (P)
7. เขียนเร่ืองตามจินตนาการไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กบ (P)
9. อ่านออกเสียงคาในมาตรา กบ (P)
10. เหน็ ความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอา่ น (A)
11. กระตือรอื ร้นในการทากจิ กรรม (A)
12. เหน็ ความสาคัญของการเรียนร้คู วามหมายของคา (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1.ความรู้ : Knowledge (K) การอ่านจบั ใจความช้างนอ้ ยน่ารกั
การเขยี นตามจินตนาการ มาตรา กบ
2.กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : Process (P)

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมลู
คาบที่
1. นักเรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคิด ดงั นี้
คาบท่ี 1-2 - นกั เรียนเคยเหน็ ช้างหรือไม่
- นักเรียนควรปฏิบตั ติ นอย่างไรกบั เพ่ือน ยกตัวอยา่ ง ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตอบ
การอ่านจบั ใจความ
ช้างนอ้ ยนา่ รกั เพอ่ื โยงเขา้ สู่สาระการเรียนรู้ นกั เรยี นทบทวนเก่ียวกับการอ่านจับใจความสาคญั โดย
ครูใชค้ าถามดงั นี้

- การอ่านสรปุ ใจความคอื อะไร
- นกั เรยี นใช้ทักษะอะไรบ้างในการอา่ นสรุปใจความ
*ในการตอบคาถามให้ครใู ช้ไมเ้ รียกเลขที่ เพื่อให้นักเรยี นตอบทลี ะคน โดยถาม
คาถามกอ่ นจะเรียกเลขที่เพ่อื ให้ทุกคนได้คิด ในแตล่ ะคาถามควรให้นกั เรียนนาเสนอ 4-
5 คน
2. นกั เรยี นเข้ากลมุ่ เพือ่ ศกึ ษาเรอ่ื ง ชา้ งนอ้ ยน่ารกั นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดังน้ี
- ทุกๆปี หมู่บ้านท่เี ลยี้ งช้าง จะนาช้างไปแสดงทไ่ี หน
- ทาไมจึงต้องนาช้างไปแสดงทุกปี

- ลกู ช้างใช้ส่ิงใดระบายสี
ขั้นที่ 2 ข้นั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ

3. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั วเิ คราะห์เกย่ี วกบั เร่ืองท่อี ่าน โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- ตัวละครสาคัญในเรื่องมใี ครบา้ ง แต่ละตวั มีนสิ ัยอยา่ งไร
- เรอ่ื งทนี่ กั เรียนอา่ นเก่ยี วข้องกบั อะไร

4. ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ คิดประเมินเพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าโดยครใู ช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
- จากการศกึ ษานักเรยี นสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันได้อย่างไร

ขนั้ ที่ 3 ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ
5. นกั เรียนเขา้ กลุ่มทากิจกรรมการตัง้ คาถามและตอบคาถามจากเรอื่ งท่อี ่าน กลมุ่ ละ 5

ข้อ
* กตกิ าในการต้งั คาถาม คุณครูแบง่ จานวนหน้าทแี่ ตล่ ะกล่มุ แตต่ อ้ งรับผิดชอบในการต้ัง

คาถาม เพือ่ ปอ้ งกัน ไมใ่ ห้การตั้งคาถามของแต่ละกล่มุ ไมใ่ ห้ซา้ กัน
6. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอา่ น

ขั้นท่ี 4 ข้ันส่ือสารและนาเสนอ
7. แต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาถามหนา้ ช้ันเรียน แล้วให้เพอ่ื นตอบคาถาม

ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
8. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดังต่อไปน้ี
- นกั เรียนสามารถนาความรูเ้ ก่ียวกับเร่ืองท่เี รยี นไปใช้ประโยชนใ์ นสงั คมอยา่ งไร

คาบท่ี 3-4 ข้ันท่ี 1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล
1. นกั เรยี นตอบคาถาม เกี่ยวกบั ความหมายของคาวา่ จินตนาการ
การเขียนเร่อื ง 2. นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ รอื่ ง การเขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
ตามจนิ ตนาการ - การเขียนตามจินตนาการมีประโยชน์อย่างไร

ขัน้ ที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรปุ ความ
3.นกั เรยี นดตู ัวอยา่ งการเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ แลว้ ร่วมกนั วิเคราะห์โดยครูใช้คาถาม

ดงั น้ี
-งานเขียนท่นี ักเรยี นอา่ นเป็นเรือ่ งราวเกีย่ วกับอะไร
-การเขียนตามจินตนาการมีลกั ษณะอยา่ งไร

4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มคิดประเมินเพื่อเพ่มิ คุณค่าโดยครใู ช้คาถามดงั ต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ท่ีไดร้ บั ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ขั้นที่ 3 ขนั้ ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรูห้ ลังการปฏบิ ัติ
5.นกั เรยี นฝึกเขียนเรอื่ งตามจินตนาการ

6.นักเรยี นร่วมกันสรุปเก่ียวกบั การเขยี นตามจินตนาการ และครูอธิบายเพ่มิ เติมดังนี้ การ
เขียนตามจนิ ตนาการ คอื การเขยี นเรอ่ื งทม่ี าจากความคดิ ความรู้สกึ ความใฝ่ฝนั ของผู้เขียนเอง
เปน็ การเขยี นแบบอสิ ระ ผเู้ ขียนควรมคี วามคิดสร้างสรรค์และชา่ งสังเกต
ขัน้ ที่ 4 ขัน้ ส่อื สารและนาเสนอ

7. นักเรยี นนาเสนอผลงาน โดยการจดั แสดงท่ปี า้ ยนิเทศ
ขั้นท่ี 5ขัน้ ประเมินเพ่ือเพม่ิ คุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ

8.นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คาถามดังนี้
- นักเรยี นสามารถนาความรู้เกย่ี วกบั เรอ่ื งทีเ่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ยา่ งไร

คาบที่ 5-6 ขัน้ ท่ี 1 ขั้นรวบรวมข้อมลู
มาตรากบ
1. นักเรยี นฟงั เพลง มาตรา กบ และฝึกร้องเพลงมาตรา กบ 1-2 รอบ

2. นกั เรียนสังเกตคาทม่ี มี าตรา กบ ในเพลง สุ่มเรียกนกั เรียนโดยใชไ้ ม้เรียกเลขที่ให้

ออกมาเขียนคาบนกระดานดา

3. นกั เรยี นศกึ ษาเรือ่ ง มาตรา กบ แลว้ ร่วมสนทนาโดยครใู ช้คาถามดังน้ี

- มาตรา กบ เป็นคาท่ีสะกดด้วยพยัญชนะอะไรบา้ ง

- ยกตวั อย่างคาในมาตรา กบ

ขั้นที่ 2 ขนั้ คดิ วเิ คราะห์และสรุปความ

4. นักเรยี นรบั บัตรคาและบตั รภาพเป็นกลมุ่ เช่น ยีราฟ ภาพ ธปู หบี รูป นักเรียน

สังเกตบตั รคาบนกระดานและคาตอบจากปริศนาคาทาย

5. ครูให้นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทาย

คาตอบของปรศิ นาต่อไปนี้

ตวั ฉนั เป็นสัตว์ ถนดั กระโดด

เจอสง่ิ ที่โปรด โลดร้อง อบ๊ อบ (กบ)

ฉันเปน็ ของใช้ ใกลไ้ กลถึงกัน

ยกสายฉับพลนั ทันใจคนรุ่นใหม่ (โทรศพั ท์)

ตัวฉนั คือใคร เคล่อื นไหวสข่ี า

คอยาวจรงิ หนา สงู กวา่ ช้างเอย (ยีราฟ)

7. ครใู หส้ ญั ญาณเริม่ เลน่ ใหอ้ าสาสมัครออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน ครูและเพอื่ น

นกั เรียนในชั้นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้องทีละกลมุ่ และนับจานวนทท่ี าไดถ้ ูกต้องกล่มุ ใด

ถูกตอ้ งมากกวา่ จะเป็นผชู้ นะเพอื่ นในห้องชว่ ยกันปรบมอื ใหห้ รือครอู าจมีแรงเสรมิ ให้ เชน่ ดาว

คะแนนกลุม่

8. นักเรียนแต่ละกลมุ่ คดิ ประเมนิ เพอ่ื เพิม่ คณุ คา่ โดยครูใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี

- นกั เรยี นสามารถนาความร้ทู ี่ไดร้ ับไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร

ข้ันท่ี 3 ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
9. นักเรยี นเลน่ เกมจับค่คู ามาตรา กบ กบั ภาพ และฝกึ อา่ นคาจากบัตรคา (คาจาก

แบบฝึกหัด)
10. นักเรียนเข้ากลุ่มทากิจกรรมคดิ คามาตรา กบ
11. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปเรอื่ งมาตรา กบ และครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ดังน้ี
คาท่มี เี สียงตัวสะกดเหมือนเสียง บ ทุกคา ไม่วา่ จะใช้ บ ป พ ฟ ภ เปน็

ตวั สะกด จัดเปน็ คาในมาตรา กบ
12. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ในขณะทน่ี กั เรยี นช่วยกันคดิ ครเู ดนิ ตรวจดูความถกู ตอ้ ง

ข้ันท่ี 4 ขั้นส่ือสารและนาเสนอ
13. นกั เรยี นนาเสนอคามาตรา กบ โดยครใู ช้ไมเ้ รยี กเลขท่ี เพื่อให้นกั เรยี นนาเสนอทีละ

คน เพอ่ื นๆช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั ท่ี 5ข้นั ประเมินเพื่อเพ่มิ คุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ

14. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามดังน้ี
- นักเรียนสามารถนาความรู้เกยี่ วกบั เร่อื งทเี่ รยี นไปใช้ประโยชน์ในสงั คมไดอ้ ย่างไร

6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

การประเมิน วิธกี าร เครอื่ งมือ

ดา้ นความรู้ (K) - การตอบคาถาม - คาถาม
- แบบฝกึ หดั
- ทาแบบฝึกหัด - แบบประเมินการอา่ น
- แบบประเมนิ การเขยี นตามจินตนาการ
ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอา่ น - แบบฝึกหัด
- คาถาม
- ทักษะการเขียน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม

- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์

ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ - สงั เกตพฤติกรรมในการร่วม
คา่ นยิ ม (A) กจิ กรรม การทางานกลุ่ม
- สงั เกตพฤตกิ รรมความ
กระตอื รือรน้ ในการร่วมกจิ กรรม

7. สื่อ/ แหลง่ การเรยี นรู้ 2. บตั รภาพ 3. หนงั สือภาษาไทย 2
5. ไมเ้ รยี กเลขที่ 6. ปริศนาคาทาย 7. หนงั สือภาษาพาที
1. บัตรคา
4. เพลง

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

. ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(...........................................................)
ลงชื่อ.............................................ครูผู้สอน
(...........................................................)

ลงชือ่ ................................................... ผู้บริหาร
(...........................................................)

สัปดาห์ท่ี 15

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี..……../.…............ ชื่อผูส้ อน ……………………………………………………..
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี……1..... จานวน……6….คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ..……11…..… เรอ่ื ง....ช้างนอ้ ยนา่ รัก....…...……...................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานท่ี ท 1.1ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิดเพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชวี ิตและมนี ิสยั
รกั การอ่าน

ตัวชี้วัดที่ ป 1/7 บอกความหมายของเครอ่ื งหมาย หรือสญั ลักษณ์ สาคญั ท่ีมักพบเหน็ ในชีวติ ประจาวัน
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป 1/8 มมี ารยาทในการอ่าน
มาตรฐานที่ ท 2.1ใช้กระบวนการเขียนเขียนสือ่ สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี น
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป 1/3 มีมารยาทในการเขยี น
มาตรฐานที่ ท 4.1เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วดั ท่ี ป 1/2 เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การอ่านจบั ใจความสาคัญ คือ การอ่านเพอื่ จบั ใจความหรอื ขอ้ คิด ความคิดสาคญั หลกั ของขอ้ ความ หรือเรือ่ งทีอ่ า่ น
การอ่านจับใจความสาคัญ ถือเปน็ ทักษะสาคญั ทใี่ ช้ในการอา่ นเพือ่ การส่ือสารมากที่สดุ เพราะเปน็ พืน้ ฐานสาคัญในการศกึ ษาหา
ความรู้ จงึ ควรฝึกฝนให้เกิดความชานาญ

สญั ลักษณ์ คอื ส่ิงทก่ี าหนดนิยมกันขึ้นเพื่อให้ใช้ความหมายแทนอีกส่ิงหนง่ึ เชน่ ตวั หนงั สือเปน็ สัญลกั ษณแ์ ทนเสียงพูด
เครอื่ งหมาย คอื ส่งิ ท่ีทาขน้ึ เพือ่ แสดงความหมายเพอ่ื จดจาหรอื กาหนดรู้ เช่น สัญญาณไฟจราจรเป็นเครื่องหมายแสดงใหร้ ะวัง
อันตราย

สัญญาณ คือ เคร่อื งหมายหรือเครือ่ งแสดงไวใ้ หเ้ ห็นหรอื ให้ได้ยนิ แมอ้ ยูใ่ นระยะไกล
มาตรากด คาที่มเี สยี งตวั สะกดเหมอื นเสียง ด ทุกคา ไม่วา่ จะใช้ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส เปน็ ตวั สะกด
จัดเปน็ คาในมาตรา กด

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่

1. อธบิ ายความหมาย และหลักการอ่านจบั ใจความสาคัญ (K)
2. อธิบายหลักการเขียนสัญลกั ษณ์ เคร่ืองหมาย และ สญั ญาณ (K)
3. บอกความหมายของคาในมาตรา กด(K)
4. สรปุ ความร้เู ร่ืองมาตรา กด (K)
5. อ่านเร่ืองได้คล่องแคล่ว รวดเรว็ และถูกตอ้ งตามอักขรวิธี (P)
6. แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรอื่ งทอี่ า่ น (P)
7. เขียนสญั ลกั ษณ์ เครื่องหมาย และ สัญญาณได้ (P)
8. เขยี นคาในมาตรา กด (P)
9. อา่ นออกเสยี งคาในมาตรา กด (P)
10. เห็นความสาคัญของการอ่านและมารยาทในการอ่าน (A)
11. กระตอื รือร้นในการทากจิ กรรม (A)
12. เห็นความสาคญั ของการเรียนรู้ความหมายของคา (A)

4. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

1.ความรู้ : Knowledge (K) การอา่ นจับใจความสญั ลกั ษณ์
เคร่ืองหมาย และ สญั ญาณ การเขียนสัญลักษณ์ เครอื่ งหมาย
และสัญญาณ มาตรา กด
2.กระบวนการจดั การเรยี นรู้ : Process (P)

5. กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขัน้ ท่ี 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มลู
คาบที่
1. นักเรียนร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
คาบท่ี 1-2 - นกั เรียนเคยเหน็ สัญลกั ษณ์ เครอ่ื งหมายและสัญญาณ อะไรบา้ ง
- นักเรยี นควรปฏิบัติตนอย่างไรเม่ือเหน็ สญั ลักษณ์ เครือ่ งหมายและสัญญาณ
การอ่านจบั ใจความ
สัญลักษณเ์ คร่อื ง ยกตวั อย่าง ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบ เพอ่ื โยงเขา้ สู่สาระการเรยี นรู้ นักเรยี นทบทวน
หมาย และ เกย่ี วกับการอา่ นจบั ใจความสาคญั โดยครูใช้คาถามดงั น้ี
สัญญาณ
- การอา่ นสรุปใจความคอื อะไร
- นกั เรียนใชท้ ักษะอะไรบา้ งในการอา่ นสรุปใจความ

*ในการตอบคาถามใหค้ รใู ช้ไมเ้ รียกเลขท่ี เพอ่ื ให้นักเรยี นตอบทีละคน โดยถาม
คาถามก่อนจะเรยี กเลขทีเ่ พื่อให้ทุกคนไดค้ ดิ ในแต่ละคาถามควรให้นักเรยี นนาเสนอ 4-
5 คน

2. นกั เรียนเขา้ กลุม่ เพ่ือศึกษาเรอ่ื ง ช้างนอ้ ยน่ารัก นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาโดยครูใช้
คาถามดงั นี้

- สัญลกั ษณ์ หมายถึงอะไร
- เครอ่ื งหมาย หมายถึงอะไร
- สญั ญาณ หมายถึงอะไร
ข้นั ท่ี 2 ขั้นคดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ตอบคาถามเก่ยี วกับภาพทค่ี รกู าหนดให้ดังนี้

4. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ คิดประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- จากการศกึ ษานกั เรียนสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไร

ขนั้ ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ตั ิและสรุปความร้หู ลังการปฏิบตั ิ
5. นักเรยี นเขา้ กลมุ่ ทากิจกรรมการต้ังคาถามและตอบคาถามจากเรื่องทอ่ี ่าน กลุ่มละ

5 ข้อ
* กติกาในการตัง้ คาถาม คุณครูแบง่ จานวนหน้าทีแ่ ต่ละกลมุ่ แต่ต้องรบั ผิดชอบในการตงั้

คาถาม เพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ หก้ ารตั้งคาถามของแต่ละกลมุ่ ไมใ่ ห้ซ้ากัน
6. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอา่ น

ขั้นที่ 4 ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ
7. แต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอคาถามหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ให้เพอื่ นตอบคาถาม

ขน้ั ที่ 5 ข้นั ประเมินเพือ่ เพ่ิมคุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ
8. นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั ตอ่ ไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรูเ้ กย่ี วกับเร่อื งทเี่ รียนไปใชป้ ระโยชน์ในสงั คมอยา่ งไร

คาบท่ี 3-4 ขั้นที่ 1 ข้ันรวบรวมขอ้ มลู
1. นักเรียนตอบคาถาม เก่ียวกบั ความหมายของคาว่า สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ
การเขยี นสญั ลกั ษณ์
เครือ่ งหมาย และ สัญญาณ
สญั ญาณ 2. นักเรียนศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง การเขยี นสญั ลักษณ์ เคร่อื งหมาย และสัญญาณ โดย

ครูใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
- การเขียนสญั ลักษณ์ เครอื่ งหมาย และสัญญาณ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร

ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความ
3.นกั เรยี นดูตัวอย่างการเขียนสญั ลักษณ์ เครื่องหมาย และสญั ญาณ แลว้ ร่วมกนั

วิเคราะห์โดยครูใช้คาถามดังนี้
-การเขยี นทนี่ ักเรียนเห็นเป็นสัญลกั ษณ์ เคร่ืองหมาย และสัญญาณเก่ียวกบั

อะไร
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดิ ประเมินเพื่อเพ่ิมคณุ ค่าโดยครูใช้คาถามดังต่อไปนี้
- นกั เรียนสามารถนาความรู้ท่ีได้รบั ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างไร

ขน้ั ท่ี 3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรูห้ ลังการปฏิบตั ิ
5.นกั เรียนฝึกเขียนสญั ลักษณ์ เครือ่ งหมาย และสญั ญาณ
6.นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกับการเขียนตามจนิ ตนาการ และครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมดงั นี้ การ

เขยี นตามจนิ ตนาการ คอื การเขยี นเรอื่ งทีม่ าจากความคิด ความรสู้ ึก ความใฝ่ฝัน ของผู้เขยี นเอง
เปน็ การเขยี นแบบอสิ ระ ผเู้ ขยี นควรมีความคิดสร้างสรรคแ์ ละช่างสงั เกต
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ

7. นกั เรียนนาเสนอผลงาน โดยการจดั แสดงท่ีป้ายนิเทศ
ข้นั ที่ 5ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ

8.นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
- นักเรียนสามารถนาความรเู้ กยี่ วกบั เร่ืองทเ่ี รยี นไปใช้ประโยชน์ในสังคมได้อย่างไร

คาบที่ 5-6 ขั้นที่ 1 ข้นั รวบรวมข้อมูล
มาตรากด
1. นกั เรยี นฟังเพลง มาตรา กด และฝึกรอ้ งเพลงมาตรา กด 1-2 รอบ

2. นกั เรียนสังเกตคาท่ีมมี าตรา กด ในเพลง สมุ่ เรียกนักเรียนโดยใชไ้ มเ้ รียกเลขท่ีให้

ออกมาเขยี นคาบนกระดานดา

3. นกั เรยี นศึกษาเรือ่ ง มาตรา กด แลว้ รว่ มสนทนาโดยครูใช้คาถามดังน้ี

- มาตรา กด เป็นคาท่ีสะกดดว้ ยพยัญชนะอะไรบา้ ง

- ยกตัวอย่างคาในมาตรา กด

ขน้ั ที่ 2 ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรุปความ

4. นักเรียนรับบัตรคาและบัตรภาพเปน็ กลมุ่ เชน่ มด ทิศ อูฐ เศษ ตรวจ วเิ คราะห์

บตั รคาและคาตอบจากปริศนาคาทาย

5. ครูให้นักเรียนเล่นเกมปริศนาคาทาย โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ช่วยกันทาย

คาตอบของปรศิ นาต่อไปน้ี

ฉนั คอื อะไร แล่นได้บนถนน

ต้องตดิ เคร่อื งยนต์ ทกุ คนเคยใช้ (รถ)


Click to View FlipBook Version