The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3 เทอม1-63-ผสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-06-07 05:23:56

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3 เทอม1-63-ผสาน

โครงสร้างและแผนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.3 เทอม1-63-ผสาน

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมินผล

จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การ

ประเมินผล

ความรคู้ วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่

เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ ผ่านเกณฑ์การ

2. การฝกึ ใหม้ ีสตแิ ละสมาธิ ประเมนิ

ทักษะ/ 1.แสดงการปฏบิ ตั ดิ ้วยการกาหนด 1. ใบงานเร่ือง การฝกึ 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่

กระบวนการ (P) รอู้ ิรยิ าบถ และฝึกการฟัง อ่าน คดิ ให้มีสตแิ ละสมาธิ ผา่ นเกณฑ์การ

ถาม และเขียน ประเมนิ

คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถือวา่

รับผดิ ชอบต่องานที่ส่งั และส่งงาน พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ

ได้ทันตามทก่ี าหนด ประเมนิ

2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้

3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ในการ

ทางาน

7. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

7.1 ส่อื การเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี นสงั คมศกึ ษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 การบรหิ ารจิตและเจริญปัญญา

2. แบบฝกึ หดั สังคมศึกษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 การฝกึ ใหม้ สี ตแิ ละสมาธิ

7.2 แหล่งการเรียนรู้

1) ห้องเรยี น

2) หอ้ งสมุด

3) อินเทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .........................................ครูผูส้ อน ลงชอื่ .........................................ฝ่ายวิชาการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงช่ือ.........................................ผบู้ ริหาร
(.............................................................)

สปั ดาห์ท่ี 14

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี 1 / ……….. ชื่อผสู้ อน ................................................................
กลุ่มสาระ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 3 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรยี นท่ี 6 ศาสนพธิ ี เรอ่ื ง ศาสนพธิ ี (การอาราธนาศลี )

1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ส 1.2

เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ิตนเป็นศาสนกิ ชนท่ดี แี ละธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนบั ถือ
ตวั ช้วี ัดท่ี ป.3/2

เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวันสาคญั ทางศาสนาตามทก่ี าหนดไดถ้ กู ตอ้ ง

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอาราธนาศลี และการสมาทานศีลเปน็ ศาสนพธิ ีเบอ้ื งตน้ ของการนาพทุ ธศาสนกิ ชนเข้าสหู่ ลกั ปฏิบัตกิ าร
บาเพ็ญความดตี ามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายการอาราธนาศีล และการสมาทานศีล (K)
2. ปฏบิ ัตโิ ดยการท่องคาอาราธนาศีลและการสมาทานศีล (P)

3. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้และมุ่งมนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถนิ่
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
ปฏบิ ตั ิโดยการทอ่ งคาอาราธนาศลี และการสมาทาน
ศีล

5. กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นา คาบท่ี 1

ขั้นกระตุ้นความสนใจ
1. ครตู ดิ คาอาราธนาศีล 5 และคาสมาทานศีล 5 บนกระดานและร่วมกนั สนทนา โดยครใู ช้คาถาม

นกั เรยี นที่นบั ถอื พระพุทธศาสนาจะตอ้ งรักษาศีลก่ีข้อเปน็ เบอื้ งต้น (รักษาศลี 5 ข้อ)

ขน้ั สอน

ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูแบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน เพอื่ ฝกึ ทอ่ งคาอาราธนาศลี และสมาทานศีลจากน้ันให้แต่ละกลุ่ม

ออกมาทอ่ งและสาธิตการอาราธนาศีล 5 และการสมาทานศีล 5 ข้อหนา้ ชน้ั เรยี น โดยครคู อยให้คาแนะนาและอธบิ าย
เพ่มิ เติมเม่ือจบการท่องและสาธิตของนกั เรียน

2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนา โดยครใู ชค้ าถามและสรุปการแสดงความคิดเหน็ ของนักเรียนเป็นแผนภาพ
ลงบนกระดาน ดังน้กี ารสมาทานศีล และรักษาศลี 5 ข้อ มผี ลดีต่อตนเองและสงั คมอย่างไร

ขน้ั สรปุ

ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ใหน้ กั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นกี้ ารอาราธนาศีล และการสมาทานศีลเปน็ หลักปฏบิ ัติเบอื้ งต้น

เพือ่ นาพทุ ธศาสนกิ ชนเข้าส่หู ลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาเพ่ือเปน็ แนวทางในการปฏบิ ัติตนในการใช้ชีวิตประจาวัน
ขน้ั ตรวจสอบผล

1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรยี น
6. การวดั และประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
70% ข้ึนไป ถือ
ความรูค้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุน้ ว่าผ่านเกณฑ์
เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ การประเมนิ
2. อธบิ ายการอาราธนาศลี และ
ทกั ษะ/ การสมาทานศีล 1. ใบงานเรอ่ื ง การ 70% ขน้ึ ไป ถือ
กระบวนการ (P) 1.ปฏบิ ตั ิโดยการท่องคาอาราธนา อาราธนาศีล และการ วา่ ผ่านเกณฑ์
ศีลและการสมาทานศลี สมาทานศีล การประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) 1. แบบสังเกต 70% ขน้ึ ไป ถือ
1. สงั เกตจากการเรยี นมีความ พฤตกิ รรม วา่ ผา่ นเกณฑ์
รับผดิ ชอบต่องานท่ีส่ังและส่งงาน การประเมนิ
ได้ทันตามทกี่ าหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุ่งมน่ั ในการ
ทางาน

7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้

1.หนงั สอื เรยี นสังคมศกึ ษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ศาสนพธิ ี
2. แบบฝกึ หัดสงั คมศึกษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6 การอาราธนาศีล
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้

1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอร์เนต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .........................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ .........................................ฝา่ ยวิชาการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงชื่อ.........................................ผู้บรหิ าร
(.............................................................)

สัปดาห์ที่ 15

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี 1 / ……….. ชื่อผสู้ อน ................................................................
กลมุ่ สาระ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 7 ศาสนาตา่ งๆในประเทศไทย เรอ่ื ง ศาสนาต่างๆทค่ี นไทยนบั ถอื

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานท่ี ส 1.1

รูแ้ ละเขา้ ใจประวัตคิ วามสาคัญศาสดาหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาอืน่ มี
ศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดม่นั และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรมเพ่ืออยูร่ ่วมกนั อย่างสนั ติสขุ

ตวั ชี้วัดที่ ป.3/7
บอกชอื่ ความสาคัญและปฏบิ ัตติ นได้อยา่ งเหมาะสมตอ่ ศาสนวัตถุศาสนสถานและศาสนบุคคลของศาสนาอื่น

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคล เป็นองค์ประกอบที่สาคัญของศาสนาตา่ งๆการปฏิบตั ิตนได้อย่าง

เหมาะสมเป็นการแสดงความเคารพต่อศาสนา
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ศาสนาตา่ งๆท่คี นไทยนับถือ (K)
2. นักเรียนสามารถอธบิ ายถงึ ศาสนาตา่ งๆที่คนไทยนับถือได้ (P)

3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรแู้ ละมงุ่ มนั่ ในการทางาน (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถน่ิ

นกั เรียนสามารถอธบิ ายถึงศาสนาต่างๆทค่ี นไทยนับถอื ได้ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นา คาบที่ 1

ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ

1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
2. นกั เรียนรวมกล่มุ เดมิ (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) แล้วครแู จกภาพเกยี่ วกบั ศาสนบุคคล ศาสนวตั ถุ และศา

สนสถานใหน้ ักเรียน กลมุ่ ละ 3 ภาพ
3. ครนู าบัตรคา 3 บัตรคา ไปติดบนกระดานหนา้ ช้ันเรยี น ดงั น้ี

1) ศาสนบุคคล ,ศาสนวตั ถุ ,ศาสนสถาน
นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาภาพทกี่ ลุ่มไดร้ บั ไปติดบนกระดานหนา้ ช้ันเรียนให้สอดคลอ้ งกบั ข้อความศาสนบุคคล ศาสนวัตถุ
และศาสนสถาน

ขน้ั สอน

ข้นั สารวจคน้ หา
1. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาความรู้เรื่อง ศาสนบคุ คล ศาสนวัตถุ และศาสนสถาน จากหนังสอื เรยี น
หนงั สือคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ และห้องสมุด แล้วนาความรู้ท่ไี ด้จากการศึกษามาเปน็ พ้ืนฐานในการทา ใบงาน เร่อื ง ศาสน
บุคคล ศาสนวัตถุ และศาสนสถาน
2. ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอคาตอบในใบงานที่ 6.1 หนา้ ชั้นเรยี น โดยมคี รตู รวจสอบความถูกต้อง
3. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด

ขน้ั สรปุ

ขั้นขยายความเข้าใจ

1. ให้นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ศาสนาท่ีคนไทยนบั ถอื สามารถบอกเลา่ ถึงลกั ษณะของแต่ละศาสนาได้

ขั้นตรวจสอบผล

1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนักเรยี น

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล

พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชน้ั เรียน

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์ วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การ

ประเมนิ ผล

ความรู้ความ 1. สงั เกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื วา่

เขา้ ใจ (K) คาถาม ความคดิ ผา่ นเกณฑก์ าร

2. ศาสนาต่างๆทีค่ นไทยนับถือ ประเมิน

ทกั ษะ/ 1.นกั เรียนสามารถอธิบายถึง 1. ใบงานเรอื่ ง ศาสนา 70% ขน้ึ ไป ถือว่า

กระบวนการ (P) ศาสนาต่างๆท่คี นไทยนบั ถอื ได้ ต่างๆทีค่ นไทยนบั ถือ ผ่านเกณฑก์ าร

ประเมนิ

คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 70% ขึ้นไป ถอื ว่า

รับผิดชอบต่องานท่ีสั่งและส่งงาน พฤติกรรม ผ่านเกณฑก์ าร

ไดท้ นั ตามที่กาหนด ประเมนิ

2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้

3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ

ทางาน

7. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1.หนังสือเรียนสังคมศึกษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 ศาสนต่างๆในประเทศไทย
2. แบบฝกึ หัดสังคมศึกษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ศาสนาต่างๆที่คนไทยนบั ถือ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) หอ้ งสมดุ
3) อินเทอรเ์ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.........................................ครผู สู้ อน ลงช่อื .........................................ฝ่ายวิชาการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงช่อื .........................................ผ้บู ริหาร
(.............................................................)

สัปดาหท์ ี่ 16

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี 1 / ……….. ช่ือผ้สู อน ................................................................
กลมุ่ สาระ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน ......1...... คาบ
หน่วยการเรียนที่ 7 ศาสนาตา่ งๆในประเทศไทย เร่ือง การปฏิบัติตนท่ีเหมาะสมต่อศาสนวัตถุ ศาสน
สถาน ศาสนบุคคล

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด

มาตรฐานที่ ส 1.1

ร้แู ละเข้าใจประวัติความสาคญั ศาสดาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนบั ถอื และศาสนาอ่นื มี
ศรทั ธาท่ีถกู ต้อง ยึดม่ันและปฏิบัตติ ามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสนั ติสุข

ตัวชี้วัดที่ ป.3/7
บอกชอ่ื ความสาคัญและปฏบิ ัตติ นได้อยา่ งเหมาะสมต่อศาสนวตั ถุศาสนสถานและศาสนบคุ คลของศาสนาอน่ื

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

ศาสนวตั ถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคล เป็นองค์ประกอบท่สี าคัญของศาสนา ศาสนกิ ชนผนู้ ับถือศาสนาควร
ปฏบิ ตั ติ นดว้ ยความเคารพ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. การปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสมตอ่ ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน ศาสนบุคคล(K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ นที่เหมาะสมตอ่ ศาสนวตั ถุ ศาสนสถาน ศาสนบุคคลได้ (P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นร้แู ละมุ่งม่นั ในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ติ นทเี่ หมาะสมต่อศาสนวตั ถุ
ศาสนสถาน และศาสนบคุ คลได้

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นา คาบที่ 1

ขั้นกระตุน้ ความสนใจ

4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
5. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1) แลว้ ครแู จกภาพเก่ียวกับศาสนบุคคล ศาสนวัตถุ และศา

สนสถานใหน้ กั เรยี น กลุม่ ละ 3 ภาพ
6. ครูนาบตั รคา 3 บตั รคา ไปตดิ บนกระดานหน้าช้ันเรยี น ดงั น้ี

2) ศาสนบุคคล
3) ศาสนวัตถุ
4) ศาสนสถาน
นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาภาพทก่ี ลุ่มได้รับไปตดิ บนกระดานหนา้ ช้นั เรียนให้สอดคล้องกับขอ้ ความศาสนบุคคล ศาสนวัตถุ
และศาสนสถาน

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ศาสนบุคคล ศาสนวตั ถุ และศาสนสถาน จากหนงั สือ

เรยี น หนังสอื คน้ คว้าเพ่ิมเติม และห้องสมุด แล้วนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศึกษามาเปน็ พน้ื ฐานในการทา ใบงาน เรื่อง
ศาสนบคุ คล ศาสนวัตถุ และศาสนสถาน

2. ตวั แทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอคาตอบในใบงานที่ 6.1 หน้าช้ันเรียน โดยมคี รูตรวจสอบความถกู ต้อง
3. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

ขน้ั สรุป

ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ใหน้ ักเรยี นและครูร่วมกนั สรุป ศาสนาที่คนไทยนบั ถอื สามารถบอกเลา่ ถึงลกั ษณะของแต่ละศาสนาได้

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล

พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชนั้ เรียน

6. การวัดและประเมินผล

การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงค์ วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การ

ประเมนิ ผล

ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบ 1.คาถามกระตุ้น 70% ขึ้นไป ถอื วา่

เข้าใจ (K) คาถาม ความคิด ผ่านเกณฑ์การ

2. การปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมตอ่ ศา ประเมนิ

สนวัตถุ ศาสนสถาน ศาสนบคุ คล

ทกั ษะ/ 1.นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติตนที่ 1. ใบงานเรื่อง ศาสนา 70% ขึน้ ไป ถือวา่

กระบวนการ (P) เหมาะสมต่อศาสนวัตถุ ศาสน ตา่ งๆท่คี นไทยนับถือ ผา่ นเกณฑ์การ

สถาน ศาสนบคุ คลได้ ประเมิน

คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 70% ขน้ึ ไป ถอื วา่

รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทสี่ ่งั และส่งงาน พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์การ

ไดท้ นั ตามท่ีกาหนด ประเมิน

2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้

3. สังเกตจากการมุ่งมั่นในการ

ทางาน

7. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

7.1 ส่อื การเรียนรู้

1.หนงั สือเรยี นสังคมศึกษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 7 ศาสนตา่ งๆในประเทศไทย

2. แบบฝึกหัดสังคมศึกษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 นักเรยี นสามารถปฏิบัติตนที่ เหมาะสมต่อศาสนวัตถุ

ศาสนสถาน ศาสนบุคคลได้

7.2 แหล่งการเรยี นรู้

1) หอ้ งเรียน

2) ห้องสมุด

3) อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .........................................ครผู สู้ อน ลงชอื่ .........................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงชอ่ื .........................................ผู้บรหิ าร
(.............................................................)

สปั ดาห์ที่ 17-18

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนท่ี 1 / ……….. ช่ือผูส้ อน ................................................................

กลมุ่ สาระ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (หนา้ ที่พลเมอื ง) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 2 คาบ

หน่วยการเรียนท่ี 7 ประเพณีและวัฒนธรรมไทย เรื่อง ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานท่ี ส 3.1

รู้และเข้าใจประวัตคิ วาม สาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื และศาสนาอนื่
มศี รทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดม่นั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมเพอื่ อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป.3/1

บอกชอื่ ความสาคญั และปฏบิ ตั ิตนไดอ้ ย่างเหมาะสมต่อศาสนวัตถศุ าสนสถานและศาสนบุคคลของศาสนาอ่นื

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

ศาสนวัตถุ ศาสนสถาน และศาสนบุคคล เป็นองค์ประกอบทส่ี าคัญของศาสนา ศาสนิกชนผู้นับถอื ศาสนาควร
ปฏบิ ตั ิตนดว้ ยความเคารพ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายความหมายของประเพณีและวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ได้ (k)
2. ยกตวั อย่างประเพณีและวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินได้(P)
3. มคี วามสนใจใฝเ่ รียนรู้และมุง่ มั่นในการทางาน (A)
4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ
ยกตัวอยา่ งประเพณแี ละวฒั นธรรมในท้องถ่นิ ได้ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5. กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นา คาบท่ี 1

ขัน้ กระต้นุ ความสนใจ
1. ครสู นทนากับนักเรียนถงึ ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทยทนี่ ักเรียนร้จู กั และเคยเขา้ ร่วม
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
3. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั ประเพณีที่สาคญั ตา่ ง

4. ครแู บ่งกลมุ่ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั คน้ ควา้ ประวัติความเป็นมาและความสาคัญของแต่ละประเพณี พร้อมท้ังวาดเปน็
แผนผังความคดิ ลงในกระดาษบรฟู

คาบที่ 2

ขน้ั สอน

ขั้นสารวจค้นหา
1. ครไู ดแ้ บ่งกลมุ่ ให้นกั เรยี นคน้ ควา้ ประวัติประเพณีสาคญั ตา่ งๆจากชัว่ โมงทีแ่ ล้ว
2. แตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น โดยมีครูตรวจสอบความถูกต้อง
3. นักเรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ

ขน้ั สรุป

ขั้นขยายความเข้าใจ
1. ให้นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ประเพณีและวัฒนธรรมที่เกดิ ขึ้นมาต้ังแต่สมัยบรรพบุรุษของเรา

ขั้นตรวจสอบผล
1. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล

พฤติกรรมการทางานกล่มุ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรียน
6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมินผล วธิ ีการวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
70% ข้ึนไป ถอื ว่า
ความร้คู วาม 1. สงั เกตจากการซักถาม ตอบ 1.คาถามกระต้นุ ผา่ นเกณฑ์การ
เข้าใจ (K) คาถาม ความคดิ ประเมนิ
2. ประเพณแี ละวฒั นธรรมใน
ทกั ษะ/ ทอ้ งถิ่นได้ 1. ใบงานเรอ่ื ง 70% ขึน้ ไป ถอื วา่
กระบวนการ (P) 1.ยกตวั อยา่ งประเพณแี ละ ประเพณแี ละ ผ่านเกณฑ์การ
วัฒนธรรมในทอ้ งถิ่นได้ วฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน ประเมนิ
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1. แบบสงั เกต 70% ขนึ้ ไป ถอื วา่
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม พฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑก์ าร
รับผดิ ชอบต่องานที่ส่งั และส่งงาน ประเมิน
ได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทางาน

7. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้

1.หนงั สือเรียนสงั คมศกึ ษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ศาสนตา่ งๆในประเทศไทย
2. แบบฝกึ หัดสงั คมศึกษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ประเพณแี ละวฒั นธรรมในไทย
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) ห้องสมุด
3) อินเทอร์เนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .........................................ครูผูส้ อน ลงช่อื .........................................ฝา่ ยวิชาการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงชอ่ื .........................................ผูบ้ ริหาร
(.............................................................)

สปั ดาหท์ ี่ 19-20

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี 1 / ……….. ช่ือผูส้ อน ................................................................

กลุ่มสาระ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (หน้าท่ีพลเมอื ง) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 จานวน 2 คาบ

หนว่ ยการเรียนท่ี 7 ประเพณีและวฒั นธรรมไทย เร่อื ง วันสาคญั ของไทย

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ส 2.2

เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยดึ มั่น ศรัทธาและธารงรักษา ไว้ซึ่งการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

ตวั ช้วี ัด ป.3/1

ระบบุ ทบาทหน้าที่ของสมาชิกของชุมชนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ตามกระบวนการประชาธิปไตย

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขา้ รว่ มกิจกรรมตา่ งๆ เก่ียวกับชาติและกจิ กรรมในวนั สาคญั ของชาติ และการมวี นิ ยั ในตนเองนนั้

จดั เปน็ สว่ น หนึง่ ในการแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายความหมายของวันสาคญั ของไทยได้ (k)
2. สามารถอธบิ ายเหตกุ ารณส์ สาคัญต่างๆท่ีเกิดข้ึนในแตล่ ะวนั สาคญั ได้(P)
3. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรแู้ ละมุง่ ม่ันในการทางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน

สามารถอธบิ ายเหตุการณ์สาคญั ตา่ งๆท่ีเกิดขนึ้ ในแต่ละ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

วันสาคญั ได้
5. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นา คาบที่ 1

ขน้ั กระตุน้ ความสนใจ

1. นกั เรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคิด
2. นกั เรียนรวมกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1) แลว้ ครแู จกภาพเหตุการณ์สาคัญต่างๆทเ่ี กดิ ขนึ้ ในแต่

ละวนั สาคัญ จากนนั้ ให้นกั เรียนลองบอกว่าเหตกุ ารณใ์ นภาพเป็นของวนั สาคญั ใด ตามความรเู้ ดิมของ
นกั เรยี น
3. ครแู บ่งกลุ่มใหน้ ักเรยี นคน้ หาประวัติวนั สาคญั ดงั นี้

1) วันวสิ าขบชู า
2) วันมาฆบชู า
3) วนั อาสาฬหบูชา
4) วนั เข้าพรรษา
5) วนั สงกรานต์
6) วนั พชื มงคล
4. ครูอธิบายเพิ่มเติม และสงั เกตการณ์ทางานของแต่ละกลุม่

ขน้ั สอน คาบท่ี 2

ขน้ั สารวจค้นหา
1. ครไู ดแ้ บ่งกลมุ่ ใหน้ กั เรียนค้นควา้ ประวัตวิ ันสาคัญต่างจากชั่วโมงที่แล้ว
2. แตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น โดยมีครูตรวจสอบความถูกต้อง
3. นักเรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคิด

ขน้ั สรุป

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ

1. ใหน้ ักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ประวัติของวันสาคญั ของไทย

ขน้ั ตรวจสอบผล

1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพื่อตรวจสอบความเข้าใจกอ่ นเรยี นของนักเรียน

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล

พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชั้นเรียน

6. การวดั และประเมินผล

การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์ วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล

ความรคู้ วาม 1. สังเกตจากการซกั ถาม ตอบคาถาม 1.คาถาม 70% ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น

เข้าใจ (K) 2. อธบิ ายความหมายของวันสาคัญของไทย กระตุ้น เกณฑก์ ารประเมิน

ได้ ความคดิ

ทกั ษะ/ 1.สามารถอธิบายเหตุการณ์สาคญั ต่างๆที่ 1. ใบงานเร่ือง 70% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น

กระบวนการ (P) เกดิ ขนึ้ ในแตล่ ะวันสาคญั ได้ วนั สาคญั ของ เกณฑก์ ารประเมิน

ชาติ

คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) 1. สงั เกตจากการเรยี นมีความรบั ผิดชอบตอ่ 1. แบบสงั เกต 70% ขึ้นไป ถือว่าผา่ น

งานท่ีส่งั และสง่ งานไดท้ นั ตามที่กาหนด พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ

2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรยี นรู้

3. สงั เกตจากการมุง่ มน่ั ในการทางาน

7. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้

1.หนงั สือเรียนสงั คมศกึ ษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ศาสนาต่างๆในประเทศไทย
2. แบบฝกึ หัดสงั คมศึกษาฯ ป.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 วนั สาคญั ของไทย
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรยี น
2) หอ้ งสมุด
3) อินเทอร์เน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.........................................ครผู ู้สอน ลงช่ือ.........................................ฝา่ ยวิชาการ
(.............................................................) (...................................................................)

ลงชื่อ.........................................ผบู้ รหิ าร
(.............................................................)


Click to View FlipBook Version