โครงสรา้ งการสอน วชิ า ลกู เสอื ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา……………… เวลา 20 ช่ัวโมง
สปั ดาหท์ ่ี ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ เวลา (ชม.) / สปั ดาห์
1 1
ปฐมนเิ ทศ 1. ปฏิบตั ิตนอยูใ่ นระบบหมไู่ ด้
2-3 2
2. ช้แี จงการเขา้ รว่ มกจิ กรรมต่าง ๆ ได้
คาปฏิญาณและกฎของ 1. บอกและปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณของ
ลูกเสือ กฎของลกู เสอื สามญั
2. วางแผนในอนาคตได้
4-5 ระเบียบแถว 1. ปฏิบัติตนท่ามือเปลา่ และทา่ มีไม้ 2
พลองตามระเบียบแถวได้ 2
6-7 การช่วยเหลอื ผ้อู ่ืน 1. แสดงวิธีปฐมพยาบาลบาดแผลท่ีเกิด
จากแมลงหรือสัตวม์ ีพษิ กัดตอ่ ยได้
2. แสดงวิธปี ฐมพยาบาลเมอื ถูกแดดเผา
ไฟไหม้ นา้ รอ้ นลวก และเป็นลมได้
8-10 การรู้จกั ดูแลตนเอง 1. แสดงวิธบี รรจสุ งิ่ ของลงเครอ่ื งหลังได้ 3
2. เตรียมเครื่องปัจจุบันพยาบาลเป็น
สว่ นตัวสาหรับเดินทางไกลได้
11-13 การเดนิ ทางไปยงั 1. บอกช่อื ทศิ ท้งั 8 ไดถ้ ูกตอ้ ง 3
สถานท่ตี ่าง ๆ 2. บอกวธิ ีใชเ้ ข็มทศิ ได้
3. บอกเคร่อื งหมายต่าง ๆ ในแผนท่ีได้
หาทศิ ทางโดยใชแ้ ผนที่และเขม็ ทศิ ได้
โครงสร้างการสอน วชิ า ลูกเสือ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา……………… เวลา 20 ชัว่ โมง
สปั ดาหท์ ่ี ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ เวลา (ชม.) / สปั ดาห์
14-20 7
4. เดินทางไกลไป - กลับ ตาม
ระยะทาง 10 กิโลเมตร ได้กฎและ
เครอ่ื งหมายจราจร
ทักษะในทางวิชา 1. บอกวิธีใช้มีดและขวานอย่าง
ลกู เสอื เหมาะสมกบั งานได้
2. บอกวิธีเก็บรักษามีดและขวานได้
แสดงวิธีบรรจสุ ่งิ ของลงเครื่องหลังได้
3. เตรียมเคร่ืองปัจจุบนั พยาบาลเป็น
ส่วนตวั สาหรบั เดินทางไกลได้
4. ผกู เง่ือนจากเชอื กที่มีขนาดเดียวกัน
และบอกประโยชน์ได้อย่างน้อย 1
เงื่อน
5. ผูกเง่ือนจากเชือกที่มีขนาดต่างกัน
และบอกประโยชน์ได้อย่างน้อย 1
เง่อื น
6. ผูกเงื่อนด้วยเชือกกับวัสดุอย่างใด
อย่างหน่ึงและบอกประโยชน์ได้อย่าง
น้อย 1 เง่อื น
สปั ดาห์ท่ี 1
โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท…ี่ ……………. ชอื่ ผสู้ อน……………………………………..
วิชา ลกู เสือ ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 1 คาบ
เรื่อง ปฐมนเิ ทศ
1. จุดประสงค์
1. ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระบบหมู่ได้
2. ชี้แจงการเขา้ รว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้
2. เน้ือหา
1. หมแู่ ละระบบหมลู่ กู เสือสามัญ
2. การปฏิบตั ติ นการเข้ารว่ มกจิ กรรม
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
1 1. แบง่ หมลู่ กู เสือสามญั ตามข้อบงั คบั คณะลกู เสอื แหง่ ชาติ
2. สนทนาถงึ ระบบหมู่ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
3. อธิบายถงึ การแตง่ เคร่ืองแบบและการเตรียมอปุ กรณ์
3. การวัดและประเมนิ ผล ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ ม ด้านทักษะและกระบวนการ
(A) (P)
ดา้ นความรู้
(K) 1. มีวนิ ัย 1. คิดวิเคราะห์
2. ใฝ่เรยี นรู้ 2. การตอบคาถาม
1. ซักถามการแต่งเครอื่ งแบบ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 3. ทาแบบฝึกหดั
4. กระบวนการกลุ่ม
4. สอ่ื / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
ภาพลกู เสือแตง่ เคร่อื งแบบ
ลงช่อื ………………………………………………………ครผู ู้สอน ลงชอื่ ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่อื ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
สปั ดาห์ท่ี 2-3
โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท…ี่ ……………. ชอื่ ผสู้ อน……………………………………..
วิชา ลกู เสือ ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 จานวน 2 คาบ
เรอื่ ง คาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื
1. จุดประสงค์
1. บอกและปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณของกฎของลูกเสือสามัญ
2. วางแผนในอนาคตได้
2. เนือ้ หา
1. คาปฏิญาณของลกู เสอื สามัญ
2. กฎของลกู เสือสามญั
3. การวางแผนปฏิบตั ิงานเพื่อความเจรญิ ก้าวหนา้
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
2-3 1. พิธีเปิด ( ธงขึ้น สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ กฎลกู เสือ ” 5 นาที
3. สอนตามเนอ้ื หา 30 นาที
3.1 ผ้กู ากบั ทบทวนคาปฏญิ าณและกฎ
3.2 ผกู้ ากับนัดหมายนายหมลู่ ูกเสอื และแนะนาการวางแผนการปฏบิ ตั ติ ามคาปฏญิ าณและ
กฎนอกเวลาเรียน
3.3 ให้นายหมสู่ นทนากบั ลูกเสอื ในหมขู่ องตน
3.4 ใหน้ ายหมลู่ กู เสือเสนอผลงาน
4. เล่าเร่อื งส้ันทีเ่ ปน็ คติ 5 นาที
5. พิธปี ดิ ( นัดหมาย ตรวจเครื่องแตง่ กาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
3. การวัดและประเมินผล ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นิยม ด้านทกั ษะและกระบวนการ
(A) (P)
ด้านความรู้
(K) 1. มีวนิ ัย 1. คิดวเิ คราะห์
2. ใฝ่เรยี นรู้ 2. การตอบคาถาม
1. บอกและปฏบิ ัติตามคาปฏิญาณ 3. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 3. ทาแบบฝกึ หัด
ของกฎของลกู เสอื สามญั 4. กระบวนการกลุ่ม
2. วางแผนในอนาคตได้
4. ส่อื / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบรายงาน
2. แผนภมู เิ พลง
ลงชอื่ ………………………………………………………ครูผู้สอน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ ากา
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชอ่ื ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ตัวอยา่ งบนั ทึกการสนทนาระหวา่ งนายหมู่กับสมาชิกในหมู่
1. ชื่อลกู เสือ……………………………………………………หมู่……………………………
2. ประวตั ิสว่ นตวั อาย…ุ ……..ปี อยบู่ า้ นเลขท่ี……………ถนน……………………………..
หมทู่ ่ี……………….ตาบล……………….อาเภอ…………จงั หวัด…………………………
3. ความเจริญก้าวหน้าทางลูกเสือของตน (ให้ใส่เครื่องหมาย / ลงใน 0 เฉพาะข้อท่ีเข้าใจเป็นความจริง ปฏิบตั ิไดห้ รือเคยปฏิบตั ิ
มาแลว้ เทา่ นั้น
- กอ่ นมาเป็นลกุ เสือสามัญ เคยเป็นลกู เสอื สารองมาแลว้
- ประวัตขิ องผใู้ หก้ าเนดิ ลกู เสือโลก
- พระราชประวตั ิของพระราชทานกาเนิดลกู เสือไทย
- การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจบั มือซ้ายของลูกเสือ
- คติพจน์ของลูกเสอื
- คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ
- การบาเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนอยา่ งนอ้ ย 2 ครั้ง
- ระเบยี บแถมมือเปลา่ ท่าถือพลอง สญั ญาณมือ และสญั ญาณนกหวดี
- เตรียมอุปกรณต์ ่าง ๆ ไปอยู่ค่ายพกั แรมได้โดยไมต่ ้องมผี ูช้ ว่ ยเหลือ
- บอกสถานท่ีสาคัญในท้องถิ่นให้ผ้อู นื่ เขา้ ใจได้
- ทิศทง้ั 8 และการใชเ้ ข็มทศิ
- เดนิ ทางไกลพร้อมกบั เพ่ือนลกู เสือ ระยะทางไป – กลบั 10 กโิ ลเมตร
- เครอ่ื งหมายจราจร และปฏิบตั ิตามเคร่อื งหมายจราจรได้
- วธิ ีใช้เกบ็ รกั ษามีด และขวาน
- ผูกเงอ่ื นประมง ผกู รน่ คนลาก อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดได้ 1 เงื่อน
- ผูกเงอื่ นขดั สมาธิ ขัดสมาธิ 2 ชน้ั อย่างหน่งึ อยา่ งใดได้ 1 เงื่อน
- ผูกเง่ือนผูกซงุ ตะกรุดเบ็ด ผู้รั้ง กับวัสดอุ ยา่ งหน่ึงอย่างใดได้ 1 เงือ่ น
- ผกู แนน่ เช่น ผูกประกบ ผกู ทแยง ผกู กากบาทได้
- ลกั ษณะและสัญญาณเกีย่ วกับกาลอากาศในทอ้ งถน่ิ
- ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชนด์ ว้ ยการทางานอดิเรก คือ
1……………………………………………………………………………………………………………………….
2……………………………………………………………………………………………………………..………..
3……………………………………………………………………………………………………………………….
4. การปฏิบัตติ ามคาปฏิญาณและกฎของลกุ เสอื
- เม่ือไดร้ บั มอบหมายงานไดก้ ระทาจนสาเรจ็ ไม่เหลวไหล
- ไดป้ ฏิบัติตนแสดงความจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ อ์ ย่เู สมอ
- ได้บาเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ สว่ นรวมอยา่ งน้อยวนั ละ 1 ครั้ง
- นอกจากเพอ่ื นในกองแล้ว ลูกเสอื ต่างกองตา่ งอาเภออกี อย่างนอ้ ย 2 คน
- ไม่เคยถูกผู้บงั คับบญั ชาลงโทษเกี่ยวกบั การประพฤตติ นไมเ่ รยี บรอ้ ย
- เคยช่วยเหลือสตั ว์ทไ่ี ด้รับอันตรายอยา่ งนอ้ ย 1 ครั้ง
- ไม่เคยถกู ลงโทษจากบิดามารดา หรอื ผูบ้ งั คับบัญชาเนอ่ื งจากไมท่ าตามคาสง่ั
- ไมเ่ คยหลกี งานทไี่ ด้รับมอบหมายหรือใหท้ างานรว่ มกบั ผอู้ ืน่
- ได้สะสมเงินจากนา้ พกั นา้ แรงของตนเองฝากออมสนิ ไวแ้ ล้ว
- เคยกระทาความผดิ มาแล้วแตข่ ณะนี้กลบั ประพฤตเิ ป็นคนดแี ละจะไม่ปฏบิ ัติในทางเส่อื มเสยี โดยเด็ดขาด
5. ควรวางแผนเพื่อความเจริญก้าวหนา้ ในอนาคตของตนเอง
- เม่ือจบลูกเสือโตรีแล้วจะเรยี นวชิ าลกู เสือโทให้ไดห้ มดทกุ วิชา
- เมอื่ สาเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาแล้วจะสมัครชั้นมัธยมศึกษาและเลือกเรียนวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และ
วสิ ามัญต่อไป
- เมื่อสาเร็จการศกึ ษาแล้วตอ้ งการประกอบอาชพี
ลงชือ่ …………………………………………..…..ผู้บันทึก
นายหมู่
คาปฏญิ าณของลกู เสอื
คาปฏิญาณของลูกเสือไม่มีคาว่า “อย่า” หรือ “ตอ้ ง” คือไม่มีการห้ามหรือบังคับ แตเ่ ปน็ คาปฏญิ าณหรือคาม่ันสัญญาของ
ลูกเสือ และผู้บังคับบัญชาได้กล่าวรับรอง ดว้ ยเกียรตขิ องตนเองและด้วยความสมัครใจ ส่วนกฎของลูกเสือได้กาหนดไว้เป็นกลาง
เพ่ือให้ลูกเสือไดถ้ ือเปน็ หลักปฏิบัติในชวี ิตประจาวัน และโดยผู้บังคับบัญชาลูกเสือจะต้องเคร่งครัดในการปฏิบัตติ ามกฎของลูกเสือ
เปน็ พิเศษ เพ่ือบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ตัวอย่างท่ีดีแกล่ ูกเสอื
คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ ทาให้ลูกเสือมีความจงรักภักดตี ่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้จักบาเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชน์แก่ผู้อนื่ มีระเบียบวินัย อยู่ในกรอบประเพณีอนั ดงี าม และไม่ก่อให้เกิดความยุ่งยากใด ๆ ในบ้านเมือง ดังน้ันจึงอาจ
กลา่ วได้วา่ การลกู เสือเปน็ กาลงั ส่วนหนึ่งในการสรา้ งความม่ันคงให้แก่ประเทศชาติ
คาวา่ “ปฏญิ าณ” ตามพจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ สถาน แปลวา่ “การให้คาม่ันโดยสุจรติ ”
ลูกเสือจะต้องสานึกวา่ เขากล่าวคาปฏญิ าณด้วยความสมัครใจของเขาเอง อนึ่งเขาจะต้องเข้าใจดว้ ยวา่ ผู้จะเรียกว่า “คน
จริง” เพ่ือให้คนอืน่ นับถือและเชอ่ื ถือได้น้ันจะต้องรักษาคาพูด โดยเฉพาะที่เป็นคาปฏญิ าณหรือคามั่นสัญญาของตน กล่าวคือ ข้า
สัญญาว่าจะทาอยา่ งไรแลว้ ต้องทาเหมือนปากพูดทกุ อยา่ ง ดงั น้ันคาปฏิญาณที่กล่าวว่าดว้ ยเกยี รติของข้า ขา้ สัญญาวา่
ข้อ 1 ขา้ จะจงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
ข้อ 2 ขา้ จะชว่ ยเหลือผู้อ่นื ทุกเมือ่
ข้อ 3 ข้าจะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลกู เสือ
จากคาปฏญิ าณข้อที่ 1 นน้ั แสดงใหเ้ ห็นวา่ ลกู เสอื มหี นา้ ท่ดี ังต่อไปน้ี
ก. หน้าทีต่ ่อชาติ
ชาติไทย คือ แผ่นดินและน่านน้าท่ีรวมกันเรียกว่า “ประเทศไทย” ประกอบดว้ ยประชาชนพลเมืองที่รวมกันเรียกวา่ “คน
ไทย”
ธงชาติ เป็นเคร่ืองหมายแทนชาติ ฉะนั้นธงชาติจึงเปน็ สิ่งที่ควรแก่การเคารพ เป็นหน้าท่ีของลูกเสือทุกคน จะต้องแสดงความ
เคารพในโอกาสทเ่ี ชญิ ธงชาติขน้ึ สูย่ อดเสา และเวลาเชิญธงชาตลิ งจากยอดเสา
พธิ ีเชิญธงชาตขิ ้ึนสู่ยอดเสาหรือพิธเี ชญิ ธงชาติลงจากยอดเสานี้ เป็นพิธีสาคัญอย่างหนึ่งของลูกเสือ ซ่ึงจะต้องกระทาด้วยความ
เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้เชิญธงชาติลง ควรถือว่าเป็นเกียรตทิ ่ีได้รับมอบหมายให้ทางานน้ี และจะต้อง
ระมัดระวังไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของธงสัมผัสพืน้ ดินเป็นอันขาด ลูกเสือไม่ควรกระทาการใด ๆ ในอนั ที่จะนามาซ่ึงความเสื่อมเสีย
เกยี รติของธงชาติ เชน่ นาพืน้ ธงไปปูพน้ื เชด็ ส่ิงของหรือเหยียบย่าและกองไว้แทบเท้า
ธงชาตไิ ทย เรียกว่า “ธงไตรรงค์” แปลวา่ ธงสามสี ลูกเสือควรจะทราบดว้ ยวา่ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร สัญลักษณ์อีก
อย่างหนงึ่ ของธงชาติ คือ เพลงชาติ ลูกเสอื และผูบ้ งั คบั บัญชาลูกเสอื ทุกคน จะตอ้ งสามารถร้องเพลงชาติไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ข. หน้าที่ต่อศาสนา
ลูกเสือจะนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ เพราะทุกศาสนาก็มีความมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือสอนให้บุคคลเป็นคนดี และทาใจให้
ผ่องใสบริสทุ ธ์ิ
ค. หนา้ ท่ตี ่อพระมหากษตั ริย์
ผู้กากับลูกเสือพึงหาวิธกี ารตา่ ง ๆ ที่จะทาให้ลูกเสือสนใจพระราชกรณีกิจของพระมหากษัตริย์ โดยเน้นถึงเวลาที่พระองค์ทรง
อทุ ศิ ใหแ้ ก่บ้านเมอื ง และเสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปทรงเยย่ี มเยยี นประชาชน ในท้องถน่ิ ตา่ ง ๆ ท่วั ราชอาณาจักร
พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นพระประมขุ ของชาติ เป็นที่ร่วมแหง่ ความเคารพสกั การะ และความสามคั คขี องคนไทยทงั้ ชาติ
ง. การบาเพญ็ ประโยชนต์ ่อผูอ้ นื่
การบาเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อืน่ เป็นหลักสาคัญประการหน่ึงของลูกเสือ และเปน็ สิ่งท่ีทาให้การลูกเสือมีช่อื เสียง ไดร้ ับการยกย่องจาก
ประชาชนโดยทั่วไปโอกาสที่ลูกเสือจะบาเพญ็ ประโยชน์นั้น ควรเริ่มจากส่ิงท่ีใกล้ตัวเดก็ ก่อน แล้วขยายออกไปตามวัย และ
ความสามารถของเด็ก กล่าวคือ
1. บ้านเมอื งของลกู เสือ ควรสง่ เสรมิ ให้เด็กทางานในบา้ นหรือบาเพ็ญประโยชนต์ ่อครอบครัว เพือ่ เป็นการเพาะนิสยั ทด่ี ใี ห้แก่เดก็
2. โรงเรียนหรอื ท่ีตัง้ กองลกู เสอื ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสือควรสง่ เสริมให้เดก็ ไดท้ างานเป็นประโยชน์ตอ่ เพื่อน ตอ่ ห้องเรียน ตอ่ โรงเรียน
ให้มากท่ีสดุ โดยสอนใหล้ ูกเสอื ตระหนกั วา่ งานเป็นส่ิงทม่ี ีเกียรติ งานเท่านัน้ เปน็ เครือ่ งวดั คณุ คา่ ของคน
กฎของลกู เสอื
กฎของลกู เสือมี 10 ข้อ ลูกเสอื จะตอ้ งจาใหไ้ ด้ รู้ความหมายและปฏิบัติเป็นกจิ วตั รจนเกดิ เป็นนสิ ยั ประจาตัวมีดงั นี้
ข้อ 1 ลูกเสอื มีเกียรติเช่อื ถอื ได้
ข้อ 2 ลกู เสอื มีความจงรักภักดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และซือ่ ตรงต่อผู้มพี ระคณุ
ข้อ 3 ลกู เสอื มหี น้าทกี่ ระทาตนให้เป็นประโยชนแ์ ละช่วยเหลอื ผ้อู ืน่
ข้อ 4 ลูกเสอื เปน็ มิตรของคนทกุ คน และเป็นพ่นี ้องกบั ลูกเสอื อน่ื ท่วั โลก
ข้อ 5 ลูกเสอื เปน็ ผสู้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย
ข้อ 6 ลกู เสอื มีความเมตตากรณุ าต่อสตั ว์
ข้อ 7 ลูกเสอื เช่ือฟังคาส่งั สอนของบิดามารดาและผู้บังคับบญั ชาด้วยความเคารพ
ข้อ 8 ลกู เสอื มใี จรา่ เริง และไม่ย่อท้อตอ่ ความยากลาบาก
ข้อ 9 ลกู เสอื เป็นผมู้ ัธยสั ถ์
ข้อ 10 ลูกเสอื ประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ
กฎของลูกเสือ 10 ข้อน้ี ได้ดัดแปลงมาจากกฎของลูกเสือข้อ 10 ตามธรรมนูญของสมัชชาลูกเสือโลกที่ว่า “ลูกเสือเปน็ ผู้สะอาด
ในทางความคิด วาจา และการกระทา”
ขอ้ 1 ลกู เสือมีเกยี รติเชอ่ื ถือได้
ลูกเสือที่แท้จริงถือว่า เกียรตขิ องเขาสาคัญกว่าส่ิงใด เกียรตขิ ิงเขาเป็นส่ิงศักดส์ิ ิทธิ์ คนที่รู้จักรักษาเกียรติเป็นผู้ที่เช่ือถือได้
เสมอ เขาจะไม่กระทาส่ิงใด ๆ ท่ีเสียเกียรติ เช่น พูดเท็จกับผู้บังคับบัญชาหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา และเขาจะทาตัวเปน็
ที่นับถือของคนท่ัวไป ในฐานะที่เป็นลูกเสือท่านต้องไม่ยอมให้สิ่งยั่วยวนใจ ไม่ว่าจะลึกลับหรือรุนแรงเพยี งใด มาชักจูงให้ท่าน
กระทาการใดๆ ทไ่ี ม่สุจรติ หรือเปน็ สงิ่ ทีน่ า่ สงสัย ท่านจะไม่ละเมิดคาม่ันสญั ญาเป็นอนั ขาด
ข้อ 2 ลกู เสือมีความจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และซอื่ ตรงต่อผมู้ พี ระคณุ
ในฐานะท่ีเป็นพลเมืองดี ท่านจะต้องระลึกไวเ้ สมอว่า ท่านเป็นคนหนึ่งในคณะ หรือเปน็ อฐิ ก้อนหนึ่งในกาแพงท่านต้องทา
หน้าทีข่ องทา่ นให้ดีที่สดุ และซื่อตรงกับผู้ทีเ่ กยี่ วข้องกบั ท่าน เช่น พอ่ แม่ พ่ี น้อง ท่านจะต้องไม่ทาลายเกียรติของท่านดว้ ยการ
เล่นไม่ซ่ือ นอกจากน้ันท่านต้องไม่ทาให้ผู้ที่ไว้วางใจท่านไม่วา่ ชายหรือหญิงต้องผิดหวงั บรรพบุรุษของท่าน ไดท้ างานด้วยความ
แข็งแรง ดว้ ยความทรหด และตายดว้ ยความองอาจเพื่อรักษาบ้านเมืองไว้ให้ท่าน ขออย่าให้บรรพบุรุษของท่านมองมาจากสวรรค์
แลเหน็ ท่านเที่ยวเตรเ่ อามือใสก่ ระเป๋าโดยไม่ได้ทาประโยชน์อะไรเพื่อบ้านเมอื งเลย
ข้อ 3 ลกู เสอื มหี นา้ ทีก่ ระทาตนให้เป็นประโยชนแ์ ละช่วยเหลอื ผอู้ ่ืน
ลูกเสือจะพยายามให้ความเมตตากรุณา เพื่อบาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ประชาชนอยู่เสมอ ความคิดของเขามีวา่ ทุกคนตอ้ งตาย แต่
ทา่ นควรจะทาใจของท่านก่อนเวลาจากโลกน้ีไปตามวิถีทางของธรรมชาติ ท่านควรจะทาความดีบ้าง ฉะนั้นจงทาทันที เพราะท่าน
ไมร่ ู้เลยว่าเมือ่ ใดทา่ นจะตอ้ งล่วงลบั ไป
ขอ้ 4 ลูกเสือเปน็ มิตรของคนทกุ คน และเป็นพน่ี ้องกับลูกเสืออ่นื ท่ัวโลก
ในฐานะท่ีเป็นลูกเสือ ท่านต้องยอมรับรู้ว่าคนอน่ื เป็นเพ่ือมนุษย์ และท่านต้องไม่รังเกียรติความแตกต่าง ในเร่ืองของความคิด
วรรณะ ศาสนา หรอื ชาติบ้านเมอื ง ทา่ นต้องขจดั อคตขิ องท่าน และมองหาจุดดีของคนอ่ืน สว่ นจุดชั่วน้ันคนโง่ย่อมวิจารณ์ได้ ถ้า
ท่านแสดงไมตรีจิตตอ่ คนชาตอิ ่ืนได้เชน่ นี้ กน็ บั วา่ ทา่ นไดก้ ่อให้เกิดสนั ติภาพ และไมตรจี ิตระหว่างประเทศ และมวลมนษุ ยชาตไิ ด้
ขอ้ 5 ลูกเสือเป็นผ้สู ภุ าพเรียบร้อย
ในฐานะท่ที ่านเปน็ ลกู เสอื ทา่ จะต้องสุภาพและคานึงถงึ ผหู้ ญิง คนแก่ เด็กและบุคคลท่ัวไป แต่ยิ่งกว่าน้ันท่านจะต้องสุภาพต่อ
ฝ่ายตรงข้ามกับท่านด้วย รวมความว่าท่านจะต้องเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพบุรุษ คือ ผู้ปฏิบตั ิตามกฎแห่งการบาเพ็ญประโยชน์ของ
ลูกเสอื
ขอ้ 6 ลกู เสือมีความเมตตากรณุ าตอ่ สตั ว์
สตั ว์ทงั้ หลายมีความรักและความหวงแหนชีวติ ของตนยิง่ กว่าส่งิ ใด ตา่ งก็ดิ้นรนต่อสู้ เพอ่ื ให้มชี ีวติ อย่รู อดปลอดภัยจากอนั ตราย
ทุกชีวิตปรารถนาความสุข ความรัก ความอบอุน่ และการช่วยเหลือเกื้อกูล แต่เกลียดกลัวและหวาดระแวงต่อการล่วงเกิน
เบยี ดเบยี น และการทารา้ ยภารกจิ อันสาคัญของลูกเสือ คือ การชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่นให้พ้นจากความทุกขแ์ ละการบริการแกผ่ ู้อ่ืนให้ได้รับ
ความสขุ ดงั นัน้ ลูกเสือทุกคนควรจะเปน็ ผมู้ ีความรกั และความเมตตากรุณาตอ่ สัตวด์ ว้ ย
ข้อ 7 ลกู เสือเชอื่ ฟังคาสง่ั สอนของบิดามารดาและผบู้ ังคับบัญชาดว้ ยความเคารพ
ในฐานะท่ีเปน็ ลูกเสอื ท่านย่อมบังคับตนเองและเตม็ ใจเชื่อฟังคาส่ังของพ่อแม่ ครู อาจารย์ นายหมู่ และผู้กากับลูกเสือ โดย
ชอบด้วยเหตุผลไม่มีการโต้แย้ง ชมุ ชนที่มีวนิ ัยเป็นชุมชนท่ีมีความสุข แตว่ ินัยต้องเกิดมาจากภายใน มิใชถ่ ูกบงั คับจากภายนอก
ดงั นัน้ ควรปฏบิ ัตติ นเป็นตัวอยา่ งท่ดี แี ก่ผูอ้ นื่ จึงเป็นสิง่ ทีม่ คี ณุ คา่ มาก
ข้อ 8 ลกู เสอื มีใจร่าเริง และไมย่ ่อท้อต่อความยากลาบาก
ในฐานะที่เป็นลูกเสือ คนด่นื ๆ จะคอยมองดูท่านและคิดอยู่เสมอว่า ท่านคงไม่หัวเสียและจะยืนหยัดต่อสู้ด้วยความเข้มแข็ง
และรา่ เริงอดทนในเมือ่ มีเหตุการณฉ์ ุกเฉินเกิดขน้ึ
ข้อ 9 ลกู เสอื เปน็ ผ้มู ัธยสั ถ์
ในฐานะท่ีท่านเป็นลูกเสือ ท่านจะมองไปข้างหน้าและจะไม่ยอมเสียเวลา หรือเสียเงินสาหรับความสุข คาสาราญในปจั จุบัน
แตจ่ ะใชโ้ อกาสนั้นเพ่ือให้ไดบ้ รรลุความสาเร็จในหน้าท่ีที่ท่านกระทา ทั้งนี้เพ่ือว่าจะไดไ้ ม่ตอ้ งเป็นภาระแก่ผู้อืน่ แตก่ ลับจะเป็นการ
ชว่ ยเหลอื ผ้อู น่ื ได้อกี ดว้ ย
ขอ้ 10 ลูกเสือประพฤตชิ อบด้วยกาย วาจา ใจ
ในฐานะที่ทา่ นเปน็ ลูกเสือ ท่านต้องมใี จสะอาด คิดแต่เร่ืองเป็นมงคล สามารถควบคุมสติและจิตใจของตนเอง ไม่ให้ฟุ้งซ่านใน
รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และของมึนเมาจนเกินกวา่ เหตุ ท่านตอ้ งเป็นตวั ของตวั เอง และเปน็ ตัวอย่างท่ีดีแก่ผู้อ่นื ในทุกสิ่งทุก
อยา่ งท่ที า่ นคดิ พดู และกระทา โดยเฉพาะทา่ นควรมีสัมมาอาชวี ะ คือ มีอาชีพสุจรติ เพื่อเปน็ ความสขุ ของตนเองและสงั คม
คติพจน์
ลูกเสือท่ัวไป “เสียชีพอย่าเสยี สัตย”์
ลูกเสอื สารอง “ทาดีที่สดุ ”
ลูกเสือสามัญ “จงเตรียมพรอ้ ม”
ลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญ่ “มองไกล”
ลกู เสอื วิสามญั “บริการ”
สัปดาห์ที่ 4-5
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท…่ี ……………. ช่อื ผสู้ อน……………………………………..
วิชา ลกู เสอื ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 2 คาบ
เรื่อง ระเบียบแถว
1. จดุ ประสงค์
1. ปฏบิ ตั ิตนทา่ มือเปล่าและท่ามีไม้พลองตามระเบียบแถวได้
2. เน้อื หา
1. ระเบียบแถวทา่ มือเปลา่
2. ระเบียบแถวทา่ ถอื ไม้พลอง
คาบที่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4-5 1. พธิ เี ปดิ ( ธงขึ้น สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ ลูกเสือธีรราช ” 5 นาที
3. สอนตามเนอื้ หา 30 นาที
3.1 ทบทวนระเบียบแถวทา่ มอื เปล่า
3.2 ทบทวนระเบยี บแถวทา่ ถือไมพ้ ลอง 5 นาที
4. เลา่ เรื่องส้นั ท่เี ป็นคติ 10 นาที
5. พธิ ีปดิ ( นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแตง่ กาย ธงลง เลิก )
3. การวดั และประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม ด้านทักษะและกระบวนการ
(K) (A) (P)
1. ปฏบิ ัติตนทา่ มือเปลา่ และท่ามไี ม้ 1. มีวินัย 1. คดิ วิเคราะห์
พลองตามระเบียบแถวได้ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 2. การตอบคาถาม
3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน 3. ทาแบบฝึกหดั
4. กระบวนการกลมุ่
4. สอื่ / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. นกหวดี
2. ไมพ้ ลอง
3. แผนภูมเิ พลง
ลงชื่อ………………………………………………………ครูผู้สอน ลงชอื่ ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่อื ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
การฝกึ เปน็ บุคคลทา่ มือเปลา่
1. ท่าตรง
คาบอก “แถว – ตรง”
การปฏิบตั ิ ยืนให้ส้นเท้าชิด และอยู่ในแนวเดียวกัน ปลายเท้าแบะออกข้างละเท่า ๆ กัน ห่างกันประมาณ 1 คืบ
(ทามุม 45 องศา) เข่าเหยียดตึงและบีบเข้าหากัน ลาตัวยืดตรงอกผาย ไหล่เสมอกัน แขนท้ังสองข้างห้อยอยู่ข้างลาตัวและ
เหยียดตรงพลิกศอกไปข้างหน้าเล็กน้อย จนไหล่ตงึ นิ้วมือเหยียดและชิดกัน น้ิวกลางติดขาตรงก่ึงกลาง ประมาณแนวตะเข็บ
กางเกง เปดิ ฝา่ มือเลก็ นอ้ ย ลาคอยดื ตรงไมย่ น่ื คาง ตาแลตรงไปข้างหนา้ ได้ระดบั น้าหนกั ตัวอยูบ่ นเท้าทงั้ สองเท่า ๆ กนั และนงิ่
หมายเหตุ 1. ท่าตรงเป็นท่าเบอ้ื งต้น และเปน็ รากฐานของการปฏิบตั ิท่าอื่น ๆ
2. ใชเ้ ปน็ ท่าสาหรบั แสดงการเคารพไดท้ า่ หนึ่ง
2. ทา่ พกั
ก. พักตามปกติ
คาบอก “พัก”
การปฏิบัติ หย่อนเข่าขวาก่อน ต่อไปจึงหย่อนและเคล่ือนไหวส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย และเปลี่ยนเข่าพักได้ตามสมควร
แตเ่ ท้าท้ังสองคงอยู่กับที่ ห้ามพูดคุย เม่ือได้ยินคาบอกวา่ “แถว” ให้ยืดตัวขึ้น และจัดทุกส่วนของร่างกายอยู่ในท่าตรง
นอกจากเข่าขวา ครัน้ เม่ือไดย้ นิ คาบอกวา่ “ตรง” ใหก้ ระตกุ เข่าขวาโดยเร็ว และแขง็ แรง กลับไปอยูใ่ นลักษณะของทา่ ตรง
ข. พักตามระเบยี บ
คาบอก “ตามระเบยี บ - พัก”
การปฏิบตั ิ แยกเท้าซ้ายออกไปทางซา้ ยประมาณ 30 ซม. (หรอื ประมาณเกือบครงึ่ ก้าวปกติ) อย่างแข็งแรงและองอาจ
พร้อมกับจับมือไขว้หลัง ให้หลังมือเข้าหาตัว มือขวาทับมือซ้าย หลังมือซ้ายแนบติดกับลาตัวในแนวก่ึงกลางหลัง และอยู่ใต้
เข็มขัดเล็กน้อย ขาทั้งสองตงึ น้าหนักตวั อยู่บนเท้าทั้งสองเท่า ๆ กัน และน่ิงเม่ือได้ยินคาว่า “แถว - ตรง” ให้ชักเท้าซ้ายชิด
เท้าขวาอยา่ งแข็งแรง พรอ้ มกับมือทั้งสองกลับ ไปอยูใ่ นลกั ษณะท่าตรงตามเดิม
ค. พกั ตามสบาย
คาบอก “ตามสบาย – พัก”
การปฏิบัติ หย่อยเข่าขวาก่อน เช่นเดียวกับ “พกั ” ต่อไปจึงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสบาย และพูดจากันได้ แตเ่ ท้าข้าง
หน่ึงตอ้ งอยูก่ ับที่ ถา้ มไิ ดร้ บั อนญุ าตใหน้ ั่งจะนง่ั ไมไ่ ด้
เมื่อไดย้ นิ คาว่า “แถว – ตรง” ให้ปฏบิ ัตอิ ยา่ งเดยี วกับทา่ พักปกติ
ง. พกั นอกแถว
คาบอก “พกั แถว”
การปฏิบัติ ตา่ งคนต่างแยกออกจากแถวทันทีแตต่ ้องอยู่บริเวณใกล้เคียงนั้นและไม่ทาเสียงอึกทึกเม่ือไดย้ ินคาบอกว่า
“แถว” ให้รีบกลับมาเข้าแถวตรงที่เดิมโดยเร็ว ในรูปแถวเดมิ และเม่ือจัด แถวเรียบร้อยแล้วให้อยู่ในท่าตรงจนกวา่ จะมีคาสั่ง
ต่อไป
หมายเหตุ สาหรับท่าพักทา่ พกั เปน็ ท่าเปลยี่ นอิรยิ าบทจากทา่ ตรง เพื่อผอ่ ยคลายความเคร่งเครยี ดตามโอกาสตา่ ง ๆ คือ
1. พกั ตามปกติ ใช้พกั ในโอกาสระหวา่ งการฝึก – สอน เพื่ออธิบาย หรอื แสดงตัวอย่างแก่ ลกู เสือ
2. พักตามระเบยี บ ใชพ้ ักในโอกาสเกี่ยวกบั พธิ กี ารตา่ ง ๆ เชน่ การตรวจพลสวนสนาม หรืออยใู่ นแถวกองเกียรตยิ ศ ฯลฯ
3. พักตามสบาย ใชพ้ ักในโอกาสที่ตอ้ งรอรับคาสั่ง เพ่ือปฏิบัติต่อไปเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เช่น เม่ือผู้ควบคุมแถวต้องไปรับคาสั่ง
จากผู้บังคับบญั ชา เป็นตน้
4. พกั นอกแถวใช้พักในโอกาสทต่ี อ้ งรอรับคาสง่ั เพอ่ื ปฏบิ ตั ติ อ่ ไปเป็นระยะเวลานาน ๆ
หนั อยู่กบั ที่
1. ขวาหัน
คาบอก “ขวา – หนั ”
การปฏิบตั ิ ทาเป็น 2 จงั หวะ คือ
จังหวะท่ี 1 เปิดปลายเทา้ ขวา และยกส้นเท้าซ้าย ทันใดน้ันให้หันตวั ไปทางขวาจนได้ 90 องศา หมุนเท้าท้ังสองไปโดยให้
สน้ เท้าและปลายเท้าซง่ึ เป็นหลกั นน้ั ติดอยกู่ บั พนื้ นา้ หนกั ตวั อยทู่ ี่เท้าขวา ขาซา้ ยเหยียดตงึ บิดสน้ เทา้ ซา้ ยออกข้างนอกพอตงึ
จังหวะท่ี 2 ชกั เทา้ ซา้ ยมาชิดเทา้ ขวาในลักษณะทา่ ตรงโดยเร็วและแขง็ แรง
2. ซา้ ยหนั
คาบอก “ซ้าย – หนั ”
การปฏิบตั ิ ทาเปน็ 2 จงั หวะ อย่างเดียวกับทา่ ขวาหนั โดยเปลี่ยนคาวา่ “ขวา” เป็น ”ซา้ ย”
1. กลับหลังหนั
คาบอก “กลบั หลงั – หนั ”
การปฏบิ ตั ิ ทาเปน็ 2 จังหวะ คือ
จังหวะที่ 1 ทาเช่นเดียวกับท่าขวาหันจังหวะที่ 1 แตห่ ันเลยไปจนกลับหน้าเปน็ หลัง ครบ 180 องศา และให้ปลายเท้าซ้าย
ไปหยุดอยู่ข้างหลังเฉียงซ้ายประมาณครึง่ กา้ ว และในแนวสน้ เท้าขวา
จังหวะท่ี 2 ทาเชน่ เดียวกับทา่ ขวาหันจังหวะท่ี 2
ท่าเดิน – ท่าหยุด
ทา่ เดิน
คาบอก “หนา้ – เดิน”
การปฏิบัติ โน้มน้าหนักตวั ไปข้างหน้า พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายออกเดินก่อน ขาเหยียดตรงปลายเท้างุ้ม ส้นเท้าสูงจากพ้นื
ประมาณ 1 คืบ เม่อื จะวางเท้าและก้าวเท้าต่อไปให้โน้มน้าหนักตวั ไปข้างหน้า ตบเต็มฝ่าเท้าอย่างแรง ทรงตัวและศีรษะอยู่ในท่า
ตรง แกว่งแขนตามธรรมดาเฉยี งไปข้างหนา้ และขา้ งหลังพองาม เม่ือแกว่งแขนไปข้างหน้าข้อศอกงอเล็กน้อย เมื่อแกวง่ แขนไปข้าง
หลังให้แขเหยียดตรงตามธรรมชาติ หันหลังมือออกนอกลาตัว แบมือให้นิ้วมือเรียงชิดติดกัน ความยาวของก้าว 40 - 60
เซนติเมตร (นบั จากสน้ เทา้ ถงึ ส้นเท้า) รกั ษาความยาวของกา้ วให้คงท่ี อัตราความเร็วในการเดินนาทีละ 90 – 100 กา้ ว
ทา่ หยุด
คาบอก “แถว - หยดุ ”
การปฏิบัติ ในขณะที่กาลังเดนิ ตามปกติ เม่ือได้ยินคาบอกว่า “แถว – หยุด” ไม่ว่าเท้าข้างใดข้างหน่ึงจะตกถึงพื้นก็ตามให้
ปฏบิ ตั ิเป็น 2 จงั หวะ คือ จงั หวะที่ 1 ก้าวเทา้ ไปอกี 1 กา้ ว
จังหวะท่ี 2 ชกั เท้าหลังชดิ เทา้ หน้าในลักษณะท่าตรงอยา่ งแข็งแรง
หมายเหตุ 1) ท่าหยุดโดยธรรมดา ผู้บอกแถวควรบอกใหต้ กเท้าขวา
2) เมื่อใช้คาบอกว่า “แถว” ลงเท้าใดให้บอกคาว่า “หยุด” ลงเท้าน้ันในก้าวต่อไป เช่น บอก “แถว” ลง
เทา้ ขวา เมอื่ ก้าวเท้าซ้ายตอ่ ไป และลงเท้าขวาอีกเป็นคร้งั ท่ี 2 จงึ บอกคาวา่ ”หยดุ ”
ท่าถอื พลอง
1. ทา่ ตรง – พกั ท่าตรงและท่าพกั ในเวลาถอื ไม้พลอง เหมือนกบั ทา่ มอื เปล่า ไมพ้ ลองอยใู่ นทา่ เรียบอาวุธ18
ไม้พลองในท่าเรยี บอาวุธ คือลูกเสืออยู่ในท่าตรง ถือไม้พลองดว้ ยมือขวา ตน้ ไม้พลองอยปู่ ระมาณโคนนิ้วก้อยเทา้ ขวา และชิด
กับเท้าขวา ไม้พลองอยู่ในระหว่างน้ิวหัวแม่มือกับน้ิวช้ี น้ิวหัวแม่มือจับไม้พลองชดิ ขา นิ้วอื่นอกี 4 น้ิว จับไม้พลองเฉียงลงเบอ้ื ง
ล่าง นิ้วเรียงชิดติดกนั ปลายไมพ้ ลองอย่ใู นร่องไหลข่ วาลาไม้พลองตั้งตรงแนบตัว
สาหรับพักตามระเบียบ เหมือนกับท่ามือเปล่า มือขวาท่ีถือไม้พลองให้เล่ือนข้ึนมาเสมอเอว แล้วผลักไม้พลองไปข้างหลังเฉียง
ไปข้างประมาณ 45 องศา มือซ้ายไพลห่ ลัง โดยมือแบตามธรรมชาติ นิว้ เรียงชดิ ตดิ กัน
2. ทา่ วันทยาวุธ – เรยี บอาวธุ ท่าวันทยาวุธเป็นทา่ แสดงความเคารพ ใชค้ าบอกว่า “วันทยา – วธุ ” ให้ลกู เสอื ทาจังหวะ
เดยี วโดยยกแขนซา้ ยขน้ึ มาเสมอแนวไหล่ศอกงอไปข้างหน้าให้ตัง้ ฉากกับลาตวั ฝา่ มือแบคา่ รวบนว้ิ หัวแมม่ อื กับนวิ้ ก้อยจรดกัน
คงเหลือนิว้ ชี้ น้ิวกลาง และนว้ิ นาง เหยยี ดตรงและชดิ ติดกนั ให้ข้างปลายนิว้ ช้ีแตะไมพ้ ลอง หรอื ไมง้ ่ามในร่องไหล่ขวา เมอื่ เลกิ
ทาความเคารพใชค้ าบอก “เรียบ – อาวุธ” ให้ลูกเสอื ลดแขนซา้ ยมาอยู่ทเ่ี ดิมโดยเรว็ ถา้ ผ้รู บั การเคารพมาทางขวา(ซ้าย)หรอื ตรงหน้า
ตรงหน้า
จะบอกโดยกล่าวทิศทางท่ีมาเสียก่อนก็ไดว้ ่า “ขวา (ซ้ายหรือตรงหน้า) ระวัง – วันทยา – วธุ ” ให้ลูกเสือทาวันทยาวุธ มือซ้าย
ดันไม้พลองขึน้ ไปอยูใ่ นทา่ แบกอาวธุ ดังเดิม พร้อมกบั หันหนา้ แลตรง ลดแขนขวาลง แขนแกว่งตอ่ ไปในท่าเดนิ ตามปกติ
3. ท่าแบกอาวุธ – เรียบอาวุธ ท่าแบกอาวธุ ใชค้ าบอกวา่ “แบก – อาวุธ” ให้ลูกเสือทาเป็น 2 จังหวะ จังหวะท่ี 1 ยกไม้
พลองดว้ ยมือขวาผ่านหน้าเฉียดลาตัวไปทางซ้าย ให้ตน้ ไม้พลองอยู่ในอ้งุ มือซ้าย ลาไม้พลองต้ังอยู่ตรงร่องไหล่ซ้าย มือขวาคงจับ
ไมพ้ ลองอยูท่ ่เี ดมิ ศอกงอไปขา้ งหน้าแนวเดียวกับไหล่ จังหวะที่ 2 ดันไม้พลองด้วยมือซ้าย พร้องกับส่งไม้พลองด้วยมือขวา ให้
ไม้พลองพาดขึ้นไปบนบ่าซ้าย แขนซ้ายท่อนบนแนบชิดติดลาตัว ศอกซ้ายงอ หน้าแขนตั้งได้ฉากกับลาตัว ขณะเดียวกันลดมือ
ขวาลงในทา่ ตรงโดยเร็ว
ขอ้ ควรระวัง ขณะท่ีลกู เสอื ทาทา่ แบกอาวุธ จงั หวะที่ 2 ระวังอยา่ ให้ศีรษะเคลื่อนหลบไม้พลอง ทรงศีรษะให้คงท่ีเหมือนอยู่
ในทา่ ตรงเสมอ ใหแ้ ขนซ้ายอยใู่ นลกั ษณะที่ถกู ตอ้ งและไม่เคลอ่ื นไหว ปลายไมพ้ ลองจงึ จะไดร้ ะดับและไมเ่ อยี งไปมา
เรียบอาวุธ ใช้คาบอก “เรียบ – อาวธุ ” ให้ลูกเสือทาเปน็ 3 จังหวะ จังหวะที่ 1 ยกมือขวาขึ้นจับไม้พลอง ศอกงอไป
ข้างหน้าในแนวเดียวกับไหล่ พร้อมกับเหยียดแขนซ้ายโดยลดไม้พลองลงชิดกับลาตัว จังหวะท่ี 2 นาไม้พลองดว้ ยมือขวามาไว้
ข้างลาตัวในร่องไหล่ขวา (แขนซ้ายเหยียดเกือบสุดระยะที่มือขวาจับไม้พลองในท่าเรียบอาวุธ) ขณะเดียวกันยกมือซ้ายขึ้นกันไม้
พลองท่รี อ่ งไหล่ขวา ศอกงอไปข้างหนา้ ในแนวเดยี วกับไหล่ จังหวะที่ 3 ลดแขนซ้ายลงอย่ใู นท่าเรยี บ
อาวุธตามเดิม (ในจังหวะนี้เหยียดแขนขวาลงสุดระยะที่มือขวาจับไม้พลองอยู่ในท่าเรียบอาวธุ ตน้ ไม้พลองอยู่ในท่าเรียบอาวุธ
ตน้ ไม้พลองจรดพ้นื )
ข้อสังเกต ตอนเหยียดแขนขวาจากจังหวะที่ 2 ลงสุดระยะท่ีมือขวาจับไม้พลองในท่าเรียบอาวุธในจังหวะท่ี 3 จะรู้สึก
ว่าต้นไม้พลองจรดพ้ืน
สัปดาห์ท่ี 6-7
โรงเรียนขจรเกียรตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท…่ี ……………. ชอ่ื ผสู้ อน……………………………………..
วชิ า ลกู เสอื ชั้น ประถมศกึ ษาปีที่ 5 จานวน 2 คาบ
เรือ่ ง การชว่ ยเหลอื ผอู้ ืน่
1. จุดประสงค์
1. แสดงวิธปี ฐมพยาบาลบาดแผลท่เี กิดจากแมลงหรือสัตวม์ พี ษิ กัดต่อยได้
2. แสดงวิธีปฐมพยาบาลเมือถกู แดดเผา ไฟลวก นา้ รอ้ นลวก และเปน็ ลมได้
2. เนอ้ื หา
1. การปฐมพยาบาลเมือ่ ถูกแมลงหรอื สตั วม์ ีพษิ กัดต่อย
2. การปฐมพยาบาลเมือถกู แดดเผา ไฟลวก น้าร้อนลวก และเป็นลม
คาบท่ี กิจกรรมการเรียนการสอน
6-7 1. พิธีเปดิ ( ธงขึ้น สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ เช้ือโรคติดตอ่ ” 5 นาที
3. สอนตามเนอ้ื หา 30 นาที
- แบง่ กลมุ่ เรียนเปน็ ฐาน ให้ผู้กากับอธบิ ายและสาธิต แล้วใหล้ กู เสือปฏิบัตดิ ังนี้
ฐานที่ 1 การปฐมพยาบาลเมือ่ แมลงมีพษิ กัดตอ่ ย
ฐานท่ี 2 การปฐมพยาบาลเมอื่ ถกู งแู ละสนุ ขั กดั
ฐานที่ 3 การปฐมพยาบาลเมื่อถกู แดดเผา ไฟลวก น้ารอ้ นลวก
ฐานที่ 4 การปฐมพยาบาลเมื่อคนเป็นลม
4. เล่าเรือ่ งสั้นทเี่ ป็นคติ 5 นาที
5. พธิ ปี ิด ( นดั หมาย ตรวจเครอื่ งแตง่ กาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
3. การวัดและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม ด้านทกั ษะและกระบวนการ
(K) (A) (P)
1. แสดงวิธปี ฐมพยาบาลบาดแผลที่ 1. มวี นิ ยั 1. คิดวิเคราะห์
เกิดจากแมลงหรอื สัตวม์ พี ิษกัดตอ่ ย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 2. การตอบคาถาม
ได้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน 3. ทาแบบฝึกหดั
2. แสดงวธิ ปี ฐมพยาบาลเมือถกู แดด 4. กระบวนการกลุ่ม
เผา ไฟลวก นา้ รอ้ นลวก และเป็น
ลมได้
4. ส่อื / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. ภาพแมลงและสตั ว์ทมี่ พี ษิ
2. แผนภมู ิเพลง
ลงช่อื ………………………………………………………ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่อื ………………………………………………………ผ้บู รหิ าร
(……………………………………………………)
การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล คือ การช่วยเหลอื เบอ้ื งต้นแกผ่ ูท้ ีไ่ ด้รบั บาดเจบ็ จากอุบัติเหตุ หรือจากการเจ็บป่วย เพ่ือ
- ช่วยชีวิตผปู้ ว่ ย
- ช่วยมิให้ผปู้ ่วยต้องทุพพลภาพ
- เพอ่ื ให้หายเป็นปกตไิ ดโ้ ดยเร็ว
- หลักทวั่ ไปของการปฐมพยาบาล
- อยา่ ต่นื เต้นตกใจ
- ปฏิบัติการด้วยความรวดเรว็ ว่องไว และละเอยี ดรอบครอบ
- ปลอบใจผปู้ ่วยใหส้ งบ ใหค้ วามอบอนุ่ นอนในท่าสบาย ไมข่ ัดตอ่ การปฐมพยาบาล
- ขยายเคร่อื งแตง่ กายใหห้ ลวม เพ่ือผปู้ ว่ ยจะได้หายใจสะดวก
- อย่าให้คนมามุงดู
- รบี ติดตอ่ แพทยห์ รอื พยาบาลทอ่ี ยใู่ กล้ทีส่ ุด แล้วรบี นาสง่ สถานพยาบาลโดยเร็วทส่ี ุด
- พยายามอยา่ ให้ผปู้ ว่ ยทราบวา่ ตนเองอาการสาหสั หรอื อย่าใหผ้ ูป้ ่วยเหน็ บาดแผลของตนเอง
- พยายามปฐมพยาบาลต่อสิ่งทเี่ ปน็ อนั ตรายมากเสยี กอ่ น เช่นการห้ามเลือดกอ่ นท่จี ะให้การปฐมพยาบาลกระดูกหักต่อไป
- ถ้าผู้ไดร้ ับบาดเจ็บมีอาการอาเจียน ให้ผู้ปว่ ยนอนศีรษะต่า ตะแคงหน้าไปข้างใดข้างหน่ึง เพื่อกันมิให้ส่ิงท่ีอาเจียนเข้าไปใน
หลอดลม หรือปอด
ขอ้ ควรระวงั
อยา่ ลมื ชว่ ยผายปอดเมื่อจาเป็น เช่น มกี ารหยุดหายใจ
อย่า ลมื เอาฟนั ปอมหรอื หมากฝรงั่ ฯลฯ ออกจากปากผปู้ ว่ ยทห่ี มดสติ
อยา่ ปล่อยให้เลือดไหลออก โดยไม่มีการห้ามเลอื ด
อยา่ ลืมสงั เกตอาการชอ็ กท่ีมอี ยู่
อยา่ ใหผ้ ้ปู ว่ ยที่สลบและหมดสติด่ืมน้าหรือกนิ ยา
อยา่ แตะต้องบาดแผลของผูป้ ่วยดว้ ยมือทไี่ ม่สะอาด ปิดบาดแผลดว้ ยผ้าสะอาดกอ่ นนาส่งแพทย์
อยา่ ทาให้ผิวหนังของผู้บาดเจ็บพองไหม้ เพราะการวางกระเป๋านา้ รอ้ นหรือขวดนา้ รอ้ นโดยไมห่ อ่ หุ้มก่อน
อยา่ เคลอื่ นยา้ ยผปู้ ว่ ยทีก่ ระดกู หกั หรือสงสยั ว่ากระดูกหกั โดยไม่ไดเ้ ขา้ เฝอื กชั่วคราวไวเ้ สียกอ่ น
อย่า เคล่อื นยา้ ยผปู้ ว่ ยโดยไม่จาเปน็ เพราะอาจทาใหอ้ ันตรายเพิม่ มากขนึ้
วิธีการปฐมพยาบาลผปู้ ่วย
1. วธิ ปี ฐมพยาบาลบาดแผลธรรมดา
1. ปล่อยใหเ้ ลอื ดออกจนเหน็ ว่าแผลสะอาดพอสมควรแลว้ ให้ใช้ยาฆา่ เชื้อโรค เช่น แอลกอฮอล์ 70 % หรือทิงเจอร์ไอโอดีน
ทารอบ ๆ บาดแผลปลอ่ ยให้แหง้ แลว้ ใส่ยาแผลสด เชน่ ยาแดง
2. วิธปี ฐมพยาบาลผู้ถกู ไฟไหมห้ รอื น้าร้อนลวก
1. แผลที่ถูกของรอ้ นลวกไมแ่ ตกใชข้ ี้ผึ้ง วาสลินบริสุทธิ์ น้ามนั พชื ป้ายแผล
ปดิ ด้วยผ้าก็อส หรือผ้าพันแผล 2 ช้ัน เพื่อป้องกันมิให้ถูกอากาศภายนอก และเพอ่ื ชว่ ยบรรเทาความเจ็บปวด หรือปวดแสบ
ปวดร้อนถา้ ถกู ลวกทีมอื ระหวา่ งท่หี าเคร่อื งช่วยปฐมพยาบาลอย่นู ้นั ใหเ้ อามือไปแชใ่ นน้าอุ่น เพ่อื ระงบั ความเจ็บปวด
ถ้าไม่มีข้ึนผ้ึง เราอาจใช้ผงโซดาเช้ือขนมปังผสมน้าเหลว ๆ ทาบนผ้าก็อส หรือผ้าบาง ๆ ปดิ ปากแผล แผลไฟไหม้เกรียมดา
หนังและเนื้อพองใชผ้ ้าก็อสจุ่มน้าผสมกรดแทนนิค 5 %ถ้าไม่มียาดังกล่าว ให้ใชผ้ ้าก็อสที่ฆ่าเช้อื โรค แล้วชุบน้าดีเกลือหรือโซดา
เชื้อขนมปงั ผสมน้าก็ไดข้ ณะแต่งบาดแผล ควรใช้ช้อนสะอาด หรือถ้วยสะอาดฆ่าเชอ้ื โนคแล้วตักกรดผสมน้ารดแผลจนกวา่ แพทย์
จะทาการรกั ษาถา้ หากคนไข้กระหายน้า ให้ดืม่ เพียงเลก็ นอ้ ย อย่าดืม่ นา้ มากนกั และกอ็ ย่าใหน้ ้าเยน็ จดั
3. วิธีปฐมพยาบาลคนเป็นลม
การเป็นลมเนื่องมาจากเลือดไปเล้ียงสมองน้อยชั่วคราว สาเหตเุ น่ืองจากร่างกายออ่ นเพลียควรปฐมพยาบาลดังน้ีให้ผู้ปว่ ยนอน
ลงให้ศีรษะต่ากว่าเท้า ถ้าคนเจ็บกาลังโงนเงนจะล้ม อย่าให้ล้มเป็นอันขาดให้ศีรษะของผู้ป่วยนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่ง เพ่ือ
ป้องกนั ไมใ่ ห้ล้ินตกลงไปปิดทางเดินหายใจช่วยคลายเข็มขดั หรือเสื้อผ้าของผปู้ ว่ ยใหห้ ลวม ๆ เพ่ือจะได้หายใจได้สะดวกนาผปู้ ว่ ยเข้า
ไปอยู่ในร่ม หรือในท่ีท่ีมีกาบังแสงแดดถ้ามีเสมหะหรือเศษอาหารตดิ อยู่มาก ให้เอามือหรือผ้าเชด็ หน้าพันนิ้วล้วงเข้าไปให้เสมหะ
หรอื เศษอาหารน้ันออกมาให้ไดด้ ูอาการคนไข้ คนเป็นลมธรรมดาจะฟืน้ ภายใน 1 – 2 นาที ถา้ เปน็ ลมนานกว่า 5 นาทีข้นึ ไป ให้
รบี นาสง่ แพทยใ์ หด้ มยาเพ่อื กระตุ้นให้คนไข้รู้สึกตัว หา้ มรับประทานยาหรอื น้าจนกว่าจะรู้สกึ ตัว
4. วิธปี ฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ถกู งกู ดั
ตอ้ งตรวจดูรอยเขี้ยวงูที่บาดแผล ถ้าหากเป็นงพู ิษกัด จะมีรอยเขี้ยวท่ีบาดแผลลึกอยู่ 2 รอย และบาดแผลจะมีลักษณะเขี้ยว
ชา้ ด้วยพิษงู ถ้าเป็นงทู ี่ไม่มีพิษขอบเข้ียวที่บาดแผลจะมีลักษณะแผลลึกเท่า ๆ กัน เป็นลักษณะของฟันธรรมดาถ้ารู้ว่าถูกงพู ิษกัด
ให้ใชเ้ ชอื กรัดเหนือบาดแผล ห่างแผลประมาณ 4 – 5 ซม.ระหว่างบาดแผลกับหัวใจ ระวังอย่าให้แน่นเกินไปจะเกิดอาการบวม
พยายามบบี โลหติ บริเวณบาดแผลให้ออกมาก ๆ อาจจะใชม้ ีดคม ๆ กีดปากแผลให้กวา้ ง แล้วบีบโลหิตออกให้มากท่ีสุด การรีด
พษิ งอู าจจะใชป้ ากสะอาด ๆ ดดู ทบี่ รเิ วณปากแผลก็ได้ ควรดดู ติดต่อกันทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงล้างบาดแผลดว้ ยด่างทับทิมแก่ ๆ หรือ
ใช้เกล็ดด่างทับทิมปิดแผลถ้าคนไข้มีอาการเป็นลม ควรให้ดื่มกาแฟแก่ ๆ หรือชาร้อน ๆ ห้ามดม่ื สุราเป็นอนั ขาดรีบนาผู้ป่วยส่ง
แพทยใ์ ห้เรว็ ทส่ี ุด
5. วิธีปฐมพยาบาลแมลงกัดตอ่ ย
ต้องพยายามเอาเหล็กไนออกเสียก่อน ถ้าหากมีลูกกุญแจท่ีมีรูอยู่ตรงปลาย ให้เอาปลายลูกกุญแจกดลงท่ีตรงเหล็กไนฝังอยู่
เหล็กไนก็จะโผล่ข้ึนมา ใชป้ ากคีมคีบออกมาเม่ือเหล็กไนออกแล้ว ใชส้ าลีชบุ น้ายาที่เป็นดา่ งอ่อน ๆ เช่นแอมโมเนีย โซดา
คาร์บอเนต น้าปูนใส หรือน้าเกลือ ปิดแผลไวถ้ ้าหากมีอาการปวด ให้รับประทานยาแก้ปวดถ้าถูกแมลงกัดหรือต่อยบริเวณคอ
หรอื ใบหนา้ จนบวม ทาใหห้ ายใจไม่สะดวก ควรรบี นาส่งแพทย์ทาการรกั ษาโดยเรว็
6. วิธีปฐมพยาบาลแมงมุมกดั
ใชเ้ ชือกรัดบริเวณเหนือบาดแผล เพื่อป้องกันมิให้พิษไหลเข้าสู่หัวใจใช้ปากสะอาดดูดบาดแผลแล้วบ้วนพิษทิ้ง หรือใชม้ ีดกรีด
ปากแผลให้กว้าง แล้วบีบโลหิตออกเพ่ือรีดพิษแมงมุมออกก็ได้ใช้เหล็กเผาไฟแล้วจี้ที่บาดแผล เพ่ือทาลายพิษก็ได้ทาแผลด้วย
ทิงเจอรไ์ อโอดนี ถ้าบรเิ วณแผลบวมมาก ใชถ้ งุ น้าแข็งประคบอาการจะยุบเรว็ ขึ้นถ้าชีพจรเดินเบา อาจใชย้ าบารุงหวั ใจกไ็ ด้
7. วธิ ปี ฐมพยาบาลผิวหนงั ถลอก
ใชย้ าฆ่าเชือ้ อ่อน ๆ ชะล้างแผลหรือใชแ้ อลกอฮอล์ชบุ สาลีเช็ดแผลให้สะอาด อย่าใช้น้าล้างแผล เพราะอาจทาให้เลือดไหล
ออกมาไดใ้ ช้ยาทาแผลสดให้ทั่วบริเวณผิวหนังท่ีถลอก อาจไม่ตอ้ งใชผ้ ้าปิดบาดแผลก็ได้ ถ้าบาดแผลน้ันไม่อยู่ในตาแหน่งที่สกปรก
หรือถูกน้าได้ง่าย
8. วิธีปฐมพยาบาลข้อเท้าแพลง
ข้อเท้าแพลงเนื่องจากข้อต่าที่ข้อเท้าเท้าเคล่ือนออกจากกันแล้วกลับเข้าท่ีเดิมความเจ็บปวดยังมีอยู่เพราะกล้ามเน้ือส่วนนั้นถูก
กระทบกระเทือนมากเกินไป การปฐมพยาบาลควรปฏิบตั ิดงั ตอ่ ไปน้ีใช้ความเย็นประคบบริเวณข้อต่อเพอื่ มิให้โลหิตตกภายในมาก
เกินไป จะเปน็ ผลทาให้หายเร็วยิ่งข้ึนให้อวัยวะส่วนน้ันได้อยู่นิ่ง โดยใช้ผ้า Bandage พนั หรือจะให้อวัยวะส่วนนั้น อยู่นิ่งๆ ใน
ทา่ ทีผ่ ู้ปว่ ยไมบ่ าดเจบ็ เมอ่ื ครบ 24 ชวั่ โมงแล้ว ให้ใช้นา้ มนั นวดบริเวณท่ีเจ็บปวดนนั้
สัปดาห์ที่ 8-10
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นท…่ี ……………. ช่อื ผสู้ อน……………………………………..
วชิ า ลูกเสือ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 3 คาบ
เร่ือง การร้จู ักดแู ลตนเอง
1. จดุ ประสงค์
1. แสดงวธิ บี รรจสุ ่ิงของลงเครอ่ื งหลังได้
2. เตรยี มเครอ่ื งปัจจบุ นั พยาบาลเปน็ สว่ นตวั สาหรบั เดนิ ทางไกลได้
2. เน้อื หา
1. การบรรจุสงิ่ ของตา่ ง ๆ ลงในเครือ่ งหลงั สาหรับการไปอยู่ค่ายพักแรม
2. การเตรียมเครอื่ งปัจจุบนั พยาบาลเป็นส่วนตวั สาหรบั การเดินทางไกล
คาบที่ กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-3 1. พธิ เี ปิด ( ธงข้ึน สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ หนกู บั แมว ” 5 นาที
3. สอนตามเนื้อหา 30 นาที
3.1 กากบั และลกู เสือรว่ มกนั อภปิ รายเก่ียวกับเคร่ืองใชท้ จี่ าเป็นในการอยคู่ ่ายพกั แรม
3.2 ผู้กากับอธิบายและสาธิตการบรรจเุ ครื่องหลงั
3.3 ผ้กู ากับอธบิ านถงึ ความสาคัญของเครอ่ื งปัจจุบันพยาบาล และสงิ่ ท่ีควรเตรียม
3.4 ใหแ้ ตล่ ะหมไู่ ปทาบัญชรี ายชอื่ ตามรายการตอ่ ไปนี้ แล้วนามารายงาน
- เครอ่ื งใช้สว่ นตัว
- เครื่องปจั จุบนั พยาบาล
3.5 ให้ลกู เสอื เล่นเกมทดสอบ “ เกมเกบ็ ของลงเครื่องหลัง ”
4. เลา่ เร่ืองส้ันที่เป็นคติ 5 นาที
5. พิธปี ดิ ( นัดหมาย ตรวจเครื่องแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
3. การวัดและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ดา้ นทักษะและกระบวนการ
(K) (A) (P)
1. การบรรจสุ ่งิ ของต่าง ๆ ลงในเคร่อื ง 1. มวี นิ ยั 1. คดิ วิเคราะห์
หลงั สาหรับการไปอยคู่ ่ายพักแรม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. การตอบคาถาม
2. การเตรียมเครอ่ื งปจั จบุ ันพยาบาล 3. มุง่ ม่ันในการทางาน 3. ทาแบบฝกึ หัด
เป็นสว่ นตวั สาหรบั การเดนิ ทางไกล 4. กระบวนการกลุ่ม
4. สอ่ื / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. เคร่ืองหลงั
2. เคร่ืองปจั จุบนั พยาบาล
3. เคร่อื งใช้ที่จะนาไปอยคู่ า่ ยพักแรม
4. แผนภูมเิ พลง
ลงช่ือ………………………………………………………ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชือ่ ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)
การบรรจุส่ิงของลงในเครอ่ื งหลงั
ครื่องหลัง (ย่าม) ในการเดินทางไกลระยะส้ัน ๆ ใช้เวลาไม่นาม ลูกเสืออาจไม่ต้องเตรียมอาหารไปรับประทาน ถ้าไปไกล
และใช้เวลานานถึงคร่งึ วันก็จะตอ้ งเตรยี มอาหารสาเร็จรูปไปรับประทาน เช่น ข้าวห่อ ข้าวตม้ มัด หรืออาหารห่ออย่างอ่นื ใน
กรณีเช่นนีล้ กู เสือจะต้องมเี คร่อื งหลัง (ย่าม) เพื่อใส่อาหารสาเร็จรูปและสิ่งของจาเปน็ อนื่ ๆ นอกจากน้ีควรมีกระติกน้าที่สะอาด
ไปรบั ประทานด้วย
ในการเดนิ ทางไกลข้นั ตอ่ ไป ลกู เสือจะตอ้ งนาภาชนะหุงตม้ และอาหารสด อาหารแห้งไปประกอบอาหารรบั ประทานเอง
หลักในการบรรจุเคร่อื งหลงั
1. ของทีจ่ ะใช้ทหี ลังควรจดั ลงกอ่ น เชน่ ผา้ ห่ม เส้อื ลาลอง ถงุ เทา้ ฯลฯ
2. ของทีจ่ ะใชก้ อ่ นควรจดั ลงบรรจทุ ีหลัง ของประเภทเคร่อื งครัว เปน็ ตน้
3. เส้อื กนั ฝน กลอ่ งยา ไฟฉาย ควรเอาไวห้ ลังสุด จะได้อยขู่ า้ งบนเวลาใชจ้ ะไดห้ ยิบออกใช้ไดง้ ่าย
การเตรียมเครอื่ งปัจจุบนั พยาบาลสว่ นตวั สาหรับการเดนิ ทางไกล
ในการปฏิบัติกิจกรรมเดินทางไกล บางครั้งลูกเสืออาจเกิดอาการเจ็บป่วยหรือไม่สบาย ดงั นั้น ควรเตรียมเคร่ืองปัจจุบนั
พยาบาลสว่ นตวั ไปดว้ ย ดังนี้
1. ยาประเภทตา่ ง ๆ เช่น ยาลม ยาแกป้ วดลดไข้ ยาแกป้ วดท้อง ฯลฯ
2. อปุ กรณป์ ฐมพยาบาลเช่น ผา้ พนั แผล ผ้าก๊อซ สาลี ฯลฯ
สปั ดาห์ที่ 11-13
โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้
ภาคเรียนท…่ี ……………. ชื่อผสู้ อน……………………………………..
วชิ า ลกู เสือ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 3 คาบ
เรอ่ื ง การเดินทางไปยงั สถานท่ีต่าง ๆ
1. จุดประสงค์
1. บอกช่ือทิศทงั้ 8 ได้ถกู ต้อง
2. บอกวิธใี ชเ้ ขม็ ทิศได้
3. บอกเครื่องหมายตา่ ง ๆ ในแผนทไ่ี ด้
4. หาทิศทางโดยใชแ้ ผนท่ีและเขม็ ทิศได้
2. เน้อื หา
1. ทศิ และการใช้เขม็ ทิศ
2. มาตราส่วนและเครอื่ งหมายบนแผนท่ี
คาบท่ี กิจกรรมการเรยี นการสอน
1-3 1. พิธเี ปิด ( ธงขึน้ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เพลง “ ทศิ ” 5 นาที
3. สอนตามหลกั สตู ร 30 นาที
3.1 แบ่งหม่ลู ูกเสอื เรยี นตามฐานโดยผกู้ ากับอธิบายและสาธติ แล้วฝึกลูกเสือปฏิบัติ
ฐานท่ี 1 การใช้เขม็ ทศิ การวางแผนที่ให้ถกู ทศิ ทาง
ฐานที่ 2 มาตราสว่ น เครอ่ื งหมาย และเสน้ ทางทก่ี าหนดบนแผนที่
3.2 ผกู้ ากับสรุปแล้วใหล้ ูกเสอื จดบนั ทกึ
3.3 เกมทดสอบ “ ทศิ ”
4. เล่าเร่ืองสน้ั ท่ีเปน็ คติ 5 นาที
5. พธิ ีปดิ ( นัดหมาย ตรวจเครื่องแต่งกาย ธงลง เลิก ) 10 นาที
3. การวัดและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยม ด้านทกั ษะและกระบวนการ
(P)
(K) (A)
1. คิดวเิ คราะห์
1. บอกชือ่ ทิศทั้ง 8 ได้ถกู ต้อง 1. มวี ินัย
2. การตอบคาถาม
2. บอกวธิ ีใช้เข็มทศิ ได้ 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ทาแบบฝึกหดั
3. บอกเครอ่ื งหมายตา่ ง ๆ ในแผนทไ่ี ด้ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน
4. กระบวนการกลมุ่
4. หาทศิ ทางโดยใช้แผนท่แี ละเข็มทศิ ได้
4. สอ่ื / อุปกรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
1. เขม็ ทิศ
2. แผนภมู ทิ ศิ ทงั้ 8 ทิศ
3. แผนภูมแิ สดงเครอื่ งหมายบนแผนที่
4. แผนที่
5. แผนภมู ิเพลง
ลงชือ่ ………………………………………………………ครูผู้สอน ลงชอ่ื …………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงชือ่ ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
ทศิ
ทิศ 8 ทศิ อาจบอกได้เป็น 2 ลกั ษณะ คือ บอกเป็นทศิ และบอกเปน็ องศา เช่น
1. ทศิ เหนือ 0 องศา(หรอื 360 องศา) อดุ ร = N
2. ทศิ ตะวันออกเฉยี งเหนือ 45 องศา อีสาน = NE
3. ทศิ ตะวันออก 90 องศา บูรพา = E
4. ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใต้ 135 องศา อาคเนย์ = SE
5. ทศิ ใต้ 180 องศา ทกั ษิณ = S
6. ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 225 องศา หรดี = SW
7. ทศิ ตะวนั ตก 270 องศา ประจิม = W
8. ทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนอื 315 องศา พายัพ = NW
การใชเ้ ข็มทศิ
1. ให้วางเขม็ ทศิ ในแนวราบให้นงิ่
2. ค่อย ๆ หมนุ กรอบ ให้ N ตรงกับปลายเขม็ ทิศ
3. จะไดท้ ศิ ทั้ง 8 ตามต้องการ
การวางแผนที่ให้ถกู ทศิ ทาง
ในการใช้แผนที่จะให้ประโยชน์มากน้อยเพียงไรนั้น ข้ึนอยู่กับผู้ใช้สามารถวางแผนที่ให้ถูกทิศทางและสามารถหาตาแหน่งของ
ตนเองไดใ้ นแผนที่
ตามปกตดิ ้านบนของแผนท่ีจะเป็นทิศเหนือ ฉะน้ัน เม่ือวางเข็มทิศลงบนแผนท่ีแล้วจะต้องหันแผนท่ีให้ดา้ นบนตรงกับทิศเหนือ
แม่เหล็ก (Magnetic North) หรือถ้าในแผนท่ีมีเส้น Magnetic North Lime ก็จงหันแผนที่ให้ตรงกับทิศเหนือในเข็มทิศ ก็
เป็นอันวาแผนทีอ่ ยู่ในตาแหนง่ ทถี่ ูกทิศทางแลว้
มาตราสว่ น (Scale) คือ อตั ราส่วนระหว่างระยะในแผนที่กับระยะทางในภูมิประเทศ เราสามารถคานวณหรือวัดระยะทาง
โดยใชส้ ตู ร
มาตราส่วน = ระยะในแผนท่ี
ระยะในภูมปิ ระเทศ
ชนดิ ของมาตราส่วนมี 3 ชนดิ 1
50,000
1. มาตราเศษสว่ น เช่น หรอื 1:50,000 /หมายความวา่ หนึ่งหนว่ ยของระยะ แผนท่ีจะเท่ากับ 50,000 ซม.
2. มาตราสว่ นคาพูด จะบอกเปน็ ตวั อกั ษรเป็นภาษาพู เช่น 1 นว้ิ ตอ่ 1 ไมล์ หรอื 1 นว้ิ ต่อ 1 กิโลเมตร เปน็ ตน้
3. มาตราส่วนเป็นบรรทัด จะพิมพ์ไว้ ณ ที่ขอบดา้ นล่างของแผนท่ี ถ้าผู้ใช้แผนท่ีตอ้ งการทราบว่าระยะในแผนท่ีระหว่าง 2
ตาบล หรือ 2 จุด มีความยาวเท่าไรในภูมิประเทศ เราก็ใช้มาตรส่วนเส้นบรรทัดวัดระยะในแผนที่ จะทราบระยะจริงในภูมิ
ประเทศได้เลย โดยไมต่ อ้ งคานวณทมี่ าตราสว่ น เสน้ บรรทดั จะมหี น่วยแสดงไวเ้ ปน็ ไมล์ เมตร หลา หรือไมล์ทะเล
การเดนิ ทางไกล
ในการเดนิ ทางไกลน้ัน ควรคานึงถงึ ส่งิ ต่อไปนี้
1. ควรเลือกเส้นทางที่ผ่านภมู ิประเทศที่แปลก ๆ เร้าความอยากรู้อยากเห็น เพื่อให้ลูกเสือได้ใช้ความสังเกตจดจาลักษณะภูมิ
ประเทศท่ีผ่านไป และลงบนั ทกึ หวั ข้อสาคัญไวเ้ ปน็ รายงานโดยละเอียด
2. การเดินทางไกลไม่ควรนาลูกเสือไปตามถนนหนทางในเมือง หรือผ่านชมุ ชน อย่างน้อยควรมีภมู ิประเทศเป็นปา่ เขาทุ่งนา
หากไมข่ ลกุ ขลกั นัก ลูกเสอื ควรมีแผนทีต่ ดิ ตวั ไปด้วย และเดนิ ตามแผนทน่ี ้ันโดยใชเ้ ข็มทศิ ช่วย
3. รายงานทีก่ ล่าวนั้น กลา่ วถงึ ลกั ษณะภูมิประเทศ 2 ขา้ งทาง อาชพี พลเมือง ที่ต้งั ค่ายพักแรมสภาพถนนหนทาง ต้นไม้ นก
และสัตว์ท่พี บเห็น และบนั ทึกภารกจิ ทที่ าในวันหน่งึ ๆ ซ่ึงควรทาแผนทส่ี ังเขปประกอบไวด้ ว้ ย
4. การเดนิ ทางไกลพกั แรมอย่างน้อยปีหนง่ึ ควรมีการเดินทางไกล 1 ครัง้ หรือ 2 ครัง้ (สาหรับพกั แรมใหญ่ สว่ นการสอบ
ประโยชนข์ องการเดนิ ทางไกล
1. ฝกึ ความอดทน ความรอบคอบ และความไม่ประมท
2. รูจ้ ักตระเตรียมการ และส่ิงจาเป็นในการเดินทางไกล
3. เป็นคนมคี วามสังเกตดี
4. มคี วามระมดั ระวงั ตวั ต่ออนั ตรายทีจ่ ะเกิดข้ึนโดยไมป่ ระมาท
5. มคี วามสามคั คี ช่วยเหลือกนั เพราะอยู่รว่ มกนั เปน็ หมคู่ ณะ
6. ได้ใชช้ ีวติ กลางแจง้
7. รจู้ ักชว่ ยตนเอง เช่น ร้จู กั ประกอบอาหาร ทาทพ่ี ัก ฯลฯ
การปฏบิ ัตติ นในการเดนิ ทางไกล
1. เดนิ ตามระบบหมู่ และรักษาระเบยี บวนิ ยั โดยเคร่งครดั
2. เม่ือเดนิ บนถนน จงเดนิ ใหถ้ กู ต้องตามกฎของการจราจร
3. ไม่แวะดมื่ เครื่องดมื่ หรือซอ้ื ขนมรบั ประทาน และหา้ มข้ึนรถโดยสารทุกชนดิ
1. ทาตวั เปน็ มิตรท่ีดีของคนทกุ คน เพอื่ เผยแพร่เกียรตคิ ุณของการลกู เสอื และบาเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อผอู้ ่นื
2. มคี วามสามัคคภี ายในหมขู่ องตน และเอื้อเฟอ้ื เผ่อื แผต่ ่อกนั
3. รู้จักอนุรักษธ์ รรมชาติ
4. ขณะเดินทางไม่ทาให้ผู้อืน่ ได้รบั ความเดอื ดรอ้ นหรือเสยี หาย
5. ไม่ทาลายทรัพยส์ ินของผอู้ ื่น หรอื ของทางราชการ
กฎและเครอื่ งหมายจราจร
1. สญั ญาณไฟฟา้
ไฟแดง ให้รถทุกคนั หยุดทหี่ ลงั แนวเสน้ หยดุ
ไฟเหลอื ง ใหร้ ถทกุ คันเตรยี มหยดุ ท่หี ลงั แนวเสน้ หยุดใหร้ ถทกุ คันเตรียมผา่ นไปได้
ไฟเขยี ว ใหร้ ถทุกคันผา่ นไปได้
2. สัญญาณมือ เมอื่ ต้องการใหร้ ถหยุด มี 2 ทา่ คือ
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี (ตารวจจราจร) ยืนและเหยียดแขนท้ังสองข้างออกไปเสมอระดับไหล่ และตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับข่ีซึ่งขับ
รถมาทางด้านท่ีเหยยี ดแขนท้งั สองขา้ งของพนกั งานเจ้าหนา้ ทต่ี อ้ งหยุดรถ
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และแยกแขนท่อนล่างต้ังฉากกับแขนท่อนบนและต้ังฝ่ามือขึ้น ส่วนแขนซ้ายเหยียดออกไปเสมอ
ระดับไหล่ ผขู้ ับขีซ่ ่งึ ขับรถมาทางดา้ นหนา้ และดา้ นหลังของพนกั งานเจ้าหน้าทต่ี อ้ งหยดุ รถ
ความปลอดภยั บนทอ้ งถนน
1. การเดินถนน
- อย่าหยอกลอ้ กนั กลางถนน
- ควรเดินบนทางเทา้ ถา้ ไมม่ ี ควรเดนิ ชดิ ขอบถนนด้านขวา
- การเดินในเวลาค่าคนื ไมค่ วรสวมเสือดา
2. การขา้ มถนน
- ต้องขา้ มในท่ีมีทางขา้ ม (ทางม้าลาย) ถ้าทางแยกที่มสี ญั ญาณไฟจราจรควรข้ามขณะทม่ี ีสญั ญาณไฟแดงให้รถหยุด
- ถ้าถนนไมม่ ที างมา้ ลาย ควรยนื ขอบทางเท้ากอ่ น ดูทางดา้ นขวามือ ล้วมองทางดา้ นซ้ายมือ แลว้ มองทางด้านขวามืออีก
ครั้ง เมือ่ แนใ่ จไมม่ ีรถในระยะใกล้แล้วจึงขา้ มถึงกงึ กลางถนน ใหม้ องซ้ายอีกครั้งเพื่อความแนใ่ จ
- อย่าเหมอ่ หรอื ชกั ช้าขณะขา้ มถนน
- ข้ามถนนเวลามฝี นตกต้องระมัดระวงั มากขน้ึ เพราะผูข้ ับขีอ่ าจมอไมเ่ ห็น และหยุดรถได้ยาก
- ถ้ามรี ถจอดอยตู่ อ้ งมองให้แนใ่ จกอ่ น
สปั ดาห์ท่ี 14-20
โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ัฒนา
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนท…่ี ……………. ชื่อผสู้ อน……………………………………..
วิชา ลูกเสอื ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 7 คาบ
เรือ่ ง ทักษะในทางวิชาลกู เสือ
1. จดุ ประสงค์
1. ผกู เง่อื นจากเชอื กทม่ี ีขนาดเดยี วกันและบอกประโยชน์ไดอ้ ยา่ งน้อย 1 เง่อื น
2. ผกู เง่ือนจากเชือกทม่ี ีขนาดต่างกนั และบอกประโยชน์ได้อยา่ งน้อย 1 เงอื่ น
3. ผกู เง่ือนด้วยเชือกกับวสั ดุอย่างใดอย่างหนึง่ และบอกประโยชน์ไดอ้ ย่างน้อย 1 เง่ือน
2. เน้อื หา
1. การผูกเงอ่ื นโดยใชเ้ ชือกที่มีขนาดเดียวกนั
2. การผกู เงื่อนโดยใช้เชอื กท่มี ีขนาดต่างกัน
3. การผูกเง่ือนโดยใช้เชอื กกบั วสั ดุอยา่ งใดอย่างหนึ่ง
คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน
1-7 1.พิธีเปิด ( ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก ) 10 นาที
2. เกม “ รถไฟด่วน ” 5 นาที
3. สอนตามเน้อื หา 30 นาที
3.1 ลกู เสอื ช่วยกนั อภปิ รายถึงประโยชนข์ องเชอื กในชวี ติ ประจาวัน
3.2 ผู้กากับสรปุ การใชเ้ ง่อื นดังน้ี
- การใช้เชือกทม่ี ีขนาดเดียวกัน
- การใชเ้ ชือกกับวัสดุอย่างใดอยา่ งหน่งึ
3.3 แบง่ หมลู่ กู เสือเรียนตามฐานตา่ ง ๆ ดงั นี้
ฐานที่ 1 เงื่อนทใ่ี ช้เชอื กขนาดเดียวกนั ประกอบด้วยเงื่อนประมง เง่ือนผกู รน่
และเงื่อนผกู คนลาก
ฐานที่ 2 เง่ือนทใ่ี ชเ้ ชือกท่มี ีขนาดตา่ งกนั ประกอบดว้ ยเงอ่ื นขดั สมาธิ และเงือ่ น
ขัดสมาธิ 2 ช้นั
ฐานท่ี 3 ใชเ้ ชอื กผกู กับวสั ดุอย่างใดอย่างหนึง่ ประกอบด้วยเงอ่ื นผกู ซงุ เงือ่ น
ตะกรดุ เบด็ และเง่ือนผูกร้งั
3.4 ผ้กู ากบั ลกู เสือทบทวนสรุปผลการเรียนจากฐาน
3.5 เกมทดสอบปิดตาผกู เงื่อน
4. เลา่ เรื่องสนั้ ที่เป็นคติ 5 นาที
5. พธิ ีปิด ( นดั หมาย ตรวจเคร่ืองแตง่ กาย ธงลง เลกิ ) 10 นาที
3. การวัดและประเมนิ ผล ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นิยม ด้านทกั ษะและกระบวนการ
(A) (P)
ด้านความรู้
(K) 1. มวี นิ ัย 1. คดิ วิเคราะห์
2. ใฝ่เรียนรู้ 2. การตอบคาถาม
1. ผูกเง่อื นจากเชอื กทม่ี ขี นาด 3. มุ่งม่ันในการทางาน 3. ทาแบบฝึกหัด
เดียวกันและบอกประโยชน์ไดอ้ ย่าง 4. กระบวนการกลมุ่
น้อย 1 เงอ่ื น
4. ส่ือ / อปุ กรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. เชือก
2. แผนภมู ิเงื่อน
ลงชื่อ………………………………………………………ครูผู้สอน ลงชอื่ ……………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)
ลงช่ือ………………………………………………………ผูบ้ รหิ าร
(……………………………………………………)
การผกู เงือ่ นโดยใช้เชือกขนาดเดียวกัน
1. เง่อื นประมง
เปน็ เง่ือนทใ่ี ชส้ าหรับต่อเชื่อท่ีมขี นาดเดียวกนั ซงึ่ เปน็ ท่ีรู้จักกันอกี ชอื่ หนงึ่ วา่
“เงอ่ื นหวั ลา้ นชนกนั ” นน่ั เอง
ประโยชน์ของเง่อื นประมง
1. ใชต้ ่อเชอ่ื ที่มขี นาดเดียวกัน
2. ใชต้ ่อเชอ่ื ที่มีขนาดเลก็ หรอื ใช้ตอ่ สายเอน็ ตกปลาซ่ึงชาวประมงนิยมใชท้ ว่ั ไป
3. ใชต้ ่อเช่อื ทีม่ ขี นาดใหญ่ เพอ่ื ใชล้ ากจงู เพราะสามารถรับกาลงั ลากไดด้ ี
4. ใชผ้ ูกคอขวดเพ่ือเป็นการถอื ห้วิ
5. ใชผ้ กู สายไฟเพ่อื ทากบั ระเบิด
วิธผี ูกเงอ่ื นประมง
ขั้นที่ 1 ให้ปลายเชือกซอ้ นกนั ดงั รปู
ขน้ั ท่ี 2 ผูกปลายเชือก ก รอบตัวเชือก A ด้วยผกู ขัดชน้ั เดียวธรรมดา
ข้ันท่ี 3 ผูกปลายเชอื ก ข รอบตวั เชือก B
ขน้ั ท่ี 4 ดึงเสน้ เชือก A , B ให้ปมเง่ือนเชือกเข้าไปชนกนั
2. เงอ่ื นขดั สมาธิ 2 ช้ัน
ใชค้ ล้องผกู กบั สมอ ขอ หรอื บว่ ง ใชต้ อ่ เชือกทมี่ ขี นาดต่างกันมาก หรอื ต่อเชือกเปยี กน้า เชอื กไนลอ่ น
การผูกเงื่อนโดยใชเ้ ชือกผูกวสั ดุอน่ื
1. เงอ่ื นผูกซงุ
เง่ือนผูกซุงเป็นเงอ่ื นทีใ่ ช้สาหรับผกู สง่ิ ของตา่ ง ๆ ใหแ้ น่น เปน็ เงื่อนท่มี ลี ักษณะพิเศษคือ ผูกง่าย แก้ง่าย แต่เป็นเงื่อน
ทย่ี งิ่ ดึงยง่ิ แน่น ยิ่งดงึ แรงมากเท่าไรกจ็ ะย่งิ แนน่ มากเทา่ น้นั
ประโยชน์ของเง่อื นผูกซงุ
1. ใช้ผกู กบั วัตถุทเ่ี ป็นทอ่ นยาว ๆ เช่น ทอ่ นซุง เสา เป็นตน้
2. ใชผ้ กู สัตว์ เรือ หรอื แพ ไว้กับหลกั
3. ใชผ้ ูกหินแทนสมอเรอื หรือผกู หนิ แทนสมอบกก็ได้
4. ใชเ้ ปน็ เง่อื นเริ่มต้นในการผกู ทแยง
ขั้นท่ี 1 สอดเชอื กใหค้ ลอ้ งรอบตน้ ซุงหรอื เสา
ขั้นที่ 2 งอปลายเชือกคล้องตัวเชือก
ขน้ั ท่ี 3 พันปลายเชือกรอบเสน้ ตัวเอง 3 - 5 รอบ ดึงตัวเชือกให้เง่อื นแนน่
2. เงอื่ นตะกรดุ เบด็
เงื่อนตะกรุดเบด็ นับเปน็ เงื่อนท่ีสาคัญของวิชาลูกเสือ เพราะใชผ้ ูกเงื่อนอื่น ๆ อกี หลายเง่ือน เช่น เง่ือนผูกแน่น เงื่อน
ประกบ เง่อื นกากบาท
ประโยชนข์ องเงอ่ื นตะกรดุ เบ็ด
เป็นเง่อื นที่ใชใ้ นงานต่าง ๆ มากมาย เชน่ ผูกสิง่ ของตา่ ง ๆ ผกู เหลก็ ผูกร้ัว ผูกตอม่อในการสร้างสะพาน ผูกรอกแขวน
ผูกสมอเรือ ผกู เบ็ด เป็นตน้
วธิ ผี ูกเงอื่ นตะกรดุ เบ็ด
ขั้นที่ 1 พนั เชือกใหเ้ ป็นบว่ งสลับกนั
ข้นั ท่ี 2 เล่ือนบว่ งให้เขา้ ไปซ้อนจนทับกันเปน็ บ่วงเดียว
ขน้ั ที่ 3 นาบ่วงจากขั้นท่ี 2 สวมลงในเสาแลว้ ดึงปลายเชือกจดั เงื่อนใหแ้ น่น
3. เงื่อนผูกรั้ง
ประโยชนข์ องเงื่อนผูกร้ัง ใชผ้ กู เสาเต็นท์ ผูกสตั ว์ ผกู บ่วงตา่ ง ๆ สามารถเลอื่ นเชือกให้หย่อนและตงึ ได้ ผูกห่วงต่าง ๆ
เพราะเล่ือนเชอื กใหห้ ย่อนหรอื ตึงได้
วิธกี ารผกู เง่อื นผกู ร้ัง
การผูกแน่น
การผูกแนน่ เป็นการผูกวัตถุใหต้ ิดแนน่ เข้าด้วยกันโดยใชเ้ ชอื กหรือวัสดอุ ื่นหรือวัสดคุ ล้ายเชือก ซ่ึงมีประโยชน์ตอ่ ลูกเสือเปน็
อยา่ งมาก ในการเข้าคา่ ยพกั แรมหรอื การเดนิ ทางไกล เป็นต้น การผกู แน่นมี 3 คือ
1. ผูกประกบ
2. ผกู ทแยง
3. ผกู กากบาท
1. ผกู ประกบ ประโยชน์
1. ใช้ตอ่ ไม้หลาย ๆ ทอ่ นเขา้ ดว้ ยกนั ให้ยาว
2. ใชผ้ ูกต่อไมใ้ นการก่อสรา้ ง
3. ใช้ผกู ตอ่ พลองทาเสาธงลอย
วิธีการผกู
วิธที ่ี 1 ผกู ประกบ 2 ท่อน
ข้ันที่ 1 เอาไมท้ ีจ่ ะตอ่ มาวางซอ้ นขนานกันโดยให้ปลายท่ีจะต่อซ้อนกันราว 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 ของความยาวของไม้
จากนั้นเอาเชอื กผูกเง่ือนตะกรุดเบด็ ที่เสาต้นใดต้นหน่ึง แล้วบิดปลายเชือกเข้ากับตัวเชือก (แตง่ งาน) ใช้ลิ่มขนาดเท่าเส้นเชือกยัด
ระหวา่ งเสา “ตามรปู ” ใชเ้ ชอื ก 2 เสน้ เวลาผูกจริงผูกทลี ะเสน้
ข้ันท่ี 2 พนั เชือกรอบไม้ทั้งสองอันให้เชือกเรียงกันพันจานวนรอบจนกวา้ งเท่ากับความกวา้ งของไม้ท้ังสองอนั สอดเชือก
เขา้ กลางระหว่างไม้ทง้ั สอง ซึ่งยังห่างกันอยู่เพราะมีลม่ิ ยดั ไว้เพื่อเตรยี มพนั หกั คอไก่
ขนั้ ท่ี 3 หักคอไกโ่ ดยสอดเชอื กในระหวา่ งไม้พนั รอบเชือกที่พนั อยเู่ ดมิ ดึงลิ่มออก รดั หักคอไกใ่ หแ้ นน่
วิธีท่ี 2 ผูกประกบ 3 ทอ่ น
วธิ ีการผูก เริ่มดว้ ยผูกตะกรุดเบ็ดที่เสาต้นกลาง แต่งงานเชือกแล้วพันรอบเสาท้ังสามให้เชือกเรียงกันจนกว้างเท่าความ
กว้างของเสาทั้งสามต้น หักคอไก่รดั จนแนน่ ลงท้ายดว้ ยผกู ตะกรดุ เบด็ ท่เี สาต้นรมิ เป็นอนั สาเร็จ
1. ผูกทแยง ประโยชน์
1. ใชผ้ กู นง่ั ร้านในการก่อสรา้ ง
2. ผูกไม้ค้ายันเสาป้องกันเสาลม้
3. ใชผ้ กู ตอมอ่ เสาสะพาน
วธิ ผี กู
ขนั้ ที่ 1 ใชป้ ลายเชอื กดา้ นหนึง่ คลอ้ งรอบไม้เสาทง้ั สองต้น และผูกดว้ ยเงอื่ นผกู ซงุ
ขนั้ ท่ี 2 ดงึ ปลายเชือกลงทางขวา เพ่อื ใหเ้ งื่อน แนน่ แล้วพนั รอบเสาท้ังสอง 3 - 4 รอบ
ขัน้ ท่ี 3 พันทแยงรอบเสาทงั้ คู่ 3 รอบ
ข้ันท่ี 4 หักคอไก่ 2 - 3 รอบ ขน้ั ที่ 5 ลงดว้ ยเง่อื นตะกรดุ เบด็
2. ผกู กากบาท ประโยชน์
1. ใชผ้ กู นงั่ ร้านในการก่อสร้าง
2. ใชผ้ ูกตอม่อเสาสะพาน
วธิ ีการผูก
ขนั้ ท่ี 1 ผูกเง่อื นตะกรดุ เบด็ ทหี่ ลักอนั ต้ัง (อันนอนก็ได)้ แลว้ แตง่ งานปลายเชอื กสว่ นท่เี หลอื ให้เข้ากนั ใหเ้ รียบร้อย
ข้ันท่ี 2 ออ้ มเชือกลอดใต้ไม้อนั นอนทางดา้ นขวา ดงึ ให้ตงึ มือพาดข้ามอันตง้ั ดา้ นบน ลอดอันนอนด้านซ้ายข้ึนมาพาดข้าม
อันต้ังด้านล่าง ลอดอนั นอนด้านขวาเป็นอันครบรอบ พนั อยา่ งน้ีสัก 3– 4 รอบ ดงึ ให้ตงึ ทุก ๆ รอบ
ขน้ั ท่ี 3 หักคอไก่
หักคอไก่ คอื การพนั รอบอ้อมเงื่อนในขั้นท่ี 2 เพื่อรดั เชือกให้ตงึ จะไดไ้ มร่ ูดลง
ขั้นท่ี 4 เมอื่ หักคอไกไ่ ด้ 2 - 3 รอบ และดึงเชือกให้ตึงแลว้ ใหจ้ บลงดว้ ยเง่อื นตะกรดุ เบ็ดท่ไี มอ้ นั นอนซึ่งเปน็ คนละอันกับ
อนั ขน้ึ
หมายเหตุ การผูกกากบาทมีลาดบั ขัน้ การผกู ดงั นี้
1. ขึน้ ตน้ ด้วยเงอื่ นตะกรดุ เบ็ดที่หลักตน้ หนึ่ง
2. แตง่ งานเชอื กกบั ปลายเชอื ก
3. พนั เชอื กออ้ มหลักทง้ั สอง
4. คักคอไก่เพอ่ื รดั เชือกให้แนน่
5. ลงท้ายด้วยเงอื่ นตะกรดุ เบด็ ทหี่ ลักคนละต้นกับข้อ 1