2
คำนำ
ชุดวิชาการทำมันมันสมุนไพรใบบัวบกอำเภอสุไหงปาดี จัดทำขึ้นเพ่ือเป็นหลักสูตรท้องถ่ินของ
สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เน่ืองจาก
ตำบลริโก๋ อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประชาชนตำบลริโก๋ ผลผลิตทางการเกษตรท่ีสำคัญ ได้แก่ยางพารา
ลองกอง ทเุ รยี น ข้าว ตามสภาพพนื้ ท่เี ป็นป่าสมบรู ณ์และการประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ของเกษตรกร
จากการศึกษามีเกษตรกรสวนผลไม้อำเภอสไุ หงปาดี ได้คิดค้นหาวิธีการหารายได้เสริมให้กับครอบครัว
จึงได้จัดทำชุดการวิชาการการทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบกในตำบลริโก๋ข้ึนเพ่ือใช้ประกอบการเรียนการสอนหลักสูตร
วิชาชีพระยะสั้น ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี สำหรับประชาชน
กลุ่มเป้าหมายและผู้ที่สนใจท่ัวไปสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจลงมือฝึกปฏิบัติตาม
ข้ันตอนสามารถทำน้ำมันสมุนไพรใบบวั บกไดท้ ่ีนำเสนอในชุดวิชานี้ได้
สำหรับรายงานทางวิชาการเกี่ยวกับการทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก มีไว้ไม่มากนัก
จัดอบรมการการทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก เป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นๆ เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้
ความเข้าใจท่ีถูกตอ้ งท้ังภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ในระยะเวลาต่อมา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี ซ่ึงมีพันธกิจและเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา
อาจเสริมสร้างรายได้จนกลายเป็นอาชีพแก่ประชาชน จึงทำการเปิดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น วิชาการทำ
นำ้ มนั สมุนไพรใบบวั บก
3
สารบญั
คำนำ ........................................................................................................................ หน้า
สารบญั ........................................................................................................................ (๑)
โครงสร้างชุดวิชาการเลยี้ งผึง้ โพรงไทยในอำเภอสุไหงปาดี........................................... (๒)
ตอนที่ ๑ ความร้เู บื้องต้นเกยี่ วกับใบบัวบกและกระพังโหม ......................................... ๔
๘
เรื่องท่ี ๑.๑ ชนดิ ของใบบัวบกและกระพังโหมในประเทศไทย................... ๑๑
เรอ่ื งที่ ๑.๒ แหล่งที่มาของใบบวั บกและกระพังโหม.................................. ๑๔
เรื่องที่ ๑.๓ เทคนิคการปลูกและการดูแลรกั ษาใบบัวบกและกระพังโหม..... ๑๖
ตอนท่ี ๒ ลักษณะทั่วไปของใบบวั บกและกระพังโหม.................................................... ๑๘
เรอ่ื งที่ ๒.๑ ลกั ษณะของใบบัวบกและกระพังโหม....................................... ๒๐
ตอนที่ ๓ ประโยชนข์ องลักษณะท่วั ไปของใบบวั บกและกระพงั โหม............................... ๒๔
เรอ่ื งที่ ๓.๑ สรรพคุณและประโยชน์ลักษณะทว่ั ไปของใบบัวบกและกระพงั โหม ๒๙
ตอนท่ี ๔ การเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการทำน้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก......................... ๓๑
ตอนที่ ๕ สรปุ สาระสำคญั ................................................................................................ ๓๓
4
โครงสร้างชุดวชิ าการทำสมุนไพรใบบัวบก ตามหลกั สตู รวชิ าชพี ระยะส้นั
แบบเขียนหลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเนอ่ื ง
หลกั สตู รการทำน้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก จำนวน ๑๐ ชัว่ โมง
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี
ความเปน็ มาของหลักสูตร
จากนโยบายการดำเนินงานของสำนักงาน กศน. มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาด้านอาชีพ ใน ๕ กลุ่มอาชีพ
ประกอบด้วยอาชีพด้านเกษตรกรรมดา้ นอุตสาหกรรมด้านพาณิชยกรรมด้านความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละดา้ นอำนวยการและอาชีพ
เฉพาะทางโดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายผู้รบั การฝกึ อบรมดา้ นอาชีพสามารถนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ไดจ้ รงิ และสรา้ งรายไดท้ ่ีมน่ั คง
สภาพสังคมปัจจุบันมนุษย์เราได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ
การเมือง สังคมและส่ิงแวดล้อมเป็นอย่างมาก ประชากรมนุษย์เพ่ิมขึ้นเร่ือย ๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไป
อย่างรวดเร็วไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกมุมโลก มนุษย์จึงประสบปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะด้าน
การดำรงชพี และชวี ิตความเป็นอยู่ของประชาชน ดังน้ันสงิ่ ที่ทุกคนควรตระหนัก คอื ทรัพยากรทมี่ ีอยู่และการใช้
ทรัพยากรในชีวิตประจำวันจำเป็นอย่างยิ่งท่ีมนุษย์จะต้องลดการใช้ทรัพยากร และคำนึงถึงการใช้ทรัพยากร
ไดอ้ ย่างคุ้มคา่
จากการทำเวทีประชาคมของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี
พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดีประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม เช่น การทำสวนยางพารา
และการทำสวนผลไม้ ปัจจุบันสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะยางพารามีราคาตกต่ำ ประชาชน
มีความเดือดร้อน รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ประกอบกับสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงข้ึน ประชาชน
จึงมีความต้องการฝึกอาชีพเพื่อเป็นช่องทางการประกอบอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว
ทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบกนับได้ว่าเป็นอาชีพอิสระที่ผู้สนใจสามารถนำมาทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม
สามารถเรียนรู้ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกท้ังงานประดิษฐ์ที่เกิดข้ึนมาจากความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะท่ีสวยงาม
สามารถจำหน่ายได้ นบั เปน็ ช่องทางหน่งึ ในการประกอบอาชพี ต่อไป
หลกั การของหลักสูตร
๑. เป็นหลกั สตู รทม่ี งุ่ เน้นให้ผูเ้ รียน มคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกบั ทำนำ้ มันสมนุ ไพรใบบัวบก
๒. เป็นหลกั สตู รท่มี ุ่งเน้นให้ผูเ้ รยี นมที กั ษะเก่ียวกบั การทำน้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก
๓. เปน็ หลกั สตู รท่ีมงุ่ เน้นให้ผเู้ รยี นไดแ้ ลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝกึ ปฏิบตั ิการทำนำ้ มันสมนุ ไพรใบบวั บก
๔. เป็นหลักสูตรท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนนำความรู้และทักษะการทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบกไปประกอบ
เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักเพ่อื ให้เกิดรายได้
จดุ มุง่ หมาย
- เพอื่ ให้ผเู้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกย่ี วกับการทำน้ำมันสมุนไพรใบบวั บก
- เพือ่ ให้ผู้เรียนมีทักษะ และสามารถในการทำนำ้ มนั สมุนไพรใบบัวบกตามข้นั ตอนได้ถูกต้อง
- เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพการทำน้ำมนั สมุนไพรใบบัวบก
เปา้ หมาย
๑. ผทู้ ไ่ี มม่ อี าชีพ
๒. ผู้ทีม่ อี าชพี และตอ้ งการพัฒนาอาชพี
๓. ผู้ที่สามารถอ่านออกเขียนได้
5
ระยะเวลา
ระยะเวลาเรียนตลอดหลกั สูตร จำนวน ๑๐ ชั่วโมง โดยแบง่ เปน็
- ภาคทฤษฎี จำนวน ๔ ช่ัวโมง ๓๐ นาที
- ภาคปฏิบัติ จำนวน ๕ ชั่วโมง ๓๐ นาที
โครงสร้างหลกั สูตร
ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ เน้อื หา การจัดกระบวนการเรียนรู้ จำนวนช่ัวโมง
การเรียนรู้
๑. ช่ อ ง เพอื่ ใหผ้ ู้เรียน ช่ อ ง ท า ง ก า ร ขน้ั นำ ทฤษฎี ๑ ชม.
ท า ง ก า ร ๑ . รู้ เ ข้ า ใ จ ประกอบอาชพี วิทยากรทักทายผู้เรียนและให้ผู้เรียน ปฏบิ ัติ -
ป ระกอ บ เ ก่ี ย ว กั บ ๑ . ค ว า ม รู้ แนะนำตวั เองเป็นรายบคุ คล รวม ๑ ชม.
อาชีพ ความสำคัญ ของ ความสามารถ ขั้นสอน
น้ำมันสมุนไพรใบ ๒.การลงทนุ - วทิ ยากรบรรยายเกย่ี วกับความสำคัญใน
บวั บก ๓.การจัดหาวัสดุ การประกอบอาชีพการทำน้ำมันสมุนไพร
๒.สามารถอธิบาย อุปกรณ์ ใบบัวบกพร้อมให้ผู้เรียนร่วมแสดงความ
เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ๔.ความต้องการ คดิ เห็น
ประกอบอาชีพการ ของตลาด - วิทยากรให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจาก
ทำน้ำมันสมุนไพร ๕.กระบวนการ เอกสาร พร้อมให้ผู้เรียนร่วมแสดงความ
ใบ บั ว บ ก ที่ มี ใน ผลิต คดิ เหน็
ชมุ ชน ขัน้ สรปุ
- ผเู้ รียนและวิทยากรร่วมกนั สรุปองค์
ความรู้
วั ส ดุ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี น วัสดุ อปุ กรณ์ ใน ขน้ั นำ ทฤษฎี ๑ ชม.
อุ ป ก ร ณ์ ๑ . รู้ เ ข้ า ใ จ การทำน้ำมนั - วิท ยาก รท บ ท วน เนื้ อ ห าเก่ีย วกั บ ปฏิบตั ิ ๑ ชม.
ในการทำ เ ก่ี ย ว กั บ สมนุ ไพรใบบวั บก ความสำคัญ และความเป็นไปได้ในการ รวม ๒ ชม.
น้ ำ มั น ความสำคัญ และ ๑.วสั ดุอุปกรณ์ ประกอบอาชีพการทำน้ำมันสมุนไพรใบ
ส มุ น ไพ ร ความเป็นไปได้ใน การทำน้ำมัน บัวบก
ใบบัวบก การประกอบอาชีพ สมนุ ไพรใบบัวบก ขน้ั สอน
ก า ร ท ำ น้ ำ มั น ๒.วิธีการใชว้ ัสดุ - วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์
สมุนไพรใบบัวบก อุปกรณ์การทำ การทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบกพร้อมให้
๒.สามารถอธิบาย นำ้ มนั สมุนไพรใบ ผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเหน็
เ กี่ ย ว กั บ วั ส ดุ บัวบก - ผู้เรียนศึกษาเอกสารเก่ียวกับ วัสดุ
อุ ป ก ร ณ์ ก าร ท ำ อุปกรณ์การทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก
น้ำมันสมุนไพรใบ พร้อมให้ผเู้ รยี นร่วมแสดงความคดิ เห็น
บัวบก ข้ันสรปุ
๓.สามารถใช้วัสดุ - ผู้เรียนและวิทยากรร่วมกันสรุปองค์
อปุ กรณไ์ ดถ้ กู ต้อง ความรู้ดังกล่าว
6
โครงสร้างหลกั สูตร (ต่อ)
ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เนอ้ื หา การจดั กระบวนการเรียนรู้ จำนวนช่ัวโมง
๒. ทักษะการ เพ่ือใหผ้ ู้เรียน ทั ก ษ ะ ท ำ น้ ำ มั น ข้ันนำ ทฤษฎี ๑ ชม.
ท ำน้ ำมั น ๑.รู้ เขา้ ใจ เก่ยี วกบั สมนุ ไพรใบบัวบก - วิทยากรทบ ทวนเนื้อห า ปฏิบตั ิ ๒ ชม.
ส มุ น ไพ ร ข้ั น ต อ น วิ ธี ท ำ น้ ำ มั น ๑ .ข้ั น ต อ น วิ ธี ท ำ เก่ียวกับวัสดุอุปกรณ์ทำน้ำมัน รวม ๓ ชม.
ใบบวั บก สมุนไพ รใบบั วบ ก ๒ . น้ ำมั น ส มุ น ไพ รใบ สมุนไพรใบบวั บก
สามารถอธิบายเก่ียวกับการ บัวบก/ฝึกปฏิบัติทำ ขั้นสอน
ปฏิบัติการทำนำ้ มันสมุนไพร น้ ำมั น ส มุ น ไพ รใบ - วิทยากรบรรยายเก่ียวกับ
ใบบวั บก บัวบก ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับการ
๓.สามารถทำน้ำมนั สมุนไพร ๒.วิธีการใช้ และเก็บ ทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก
ใบบัวบกตามข้ันตอนได้ รักษาคุณภาพน้ำมัน พร้อมให้ผู้เรียนร่วมแสดง
ถกู ตอ้ ง สมนุ ไพร ความคิดเหน็
- วิทยากรสาธิตวิธีการทำ
น้ำมันสมุนไพรใบบัวบกพร้อม
ให้ ผู้เรียนร่วมแส ดงความ
คดิ เหน็
- ผู้เรียนฝึกป ฏิ บัติ การท ำ
น้ำมันสมุนไพรใบบัวบกพร้อม
ให้ ผู้เรียนร่วมแสดงควา ม
คิดเหน็
ขน้ั สรุป
- ผู้เรยี นและวิทยากรร่วมกนั
สรุปองค์ความรูด้ ังกลา่ ว
๓. การบรรจุ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี น การบรรจุภณั ฑ์ ขัน้ นำ ทฤษฎี ๑ ชม.
ภัณฑ์ ๑ . รู้ เข้ า ใ จ เกี่ ย ว กั บ ๑.ความหมายของ - วิทยากรให้ผู้เรียนบอกชนิด ปฏิบตั ิ ๒ ชม.
ความหมาย วัสดุ และการ การบรรจุภณั ฑ์ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆท่ีจำหน่าย รวม ๓ ชม.
บรรจุภัณฑ์น้ำมันสมุนไพร ๒ .ก า ร พิ จ า ร ณ า ใน ชุ ม ช น ข อ งต น เอ งว่ามี
ใบบวั บก เลือกใช้ชนิดของวัสดุ อะไรบา้ ง มาพอสงั เขป
๒. สามารถอธิบายเก่ียวกับ สำหรบั บรรจภุ ณั ฑ์ ขน้ั สอน
ความหมาย วัสดุ และการ - ผลติ ภัณฑ์ - วิทยากรอธิบายเกี่ยวกับ
บรรจุภัณฑ์น้ำมันสมุนไพร - การบรรจุ เกี่ยวกับความหมายของการ
ใบบัวบกได้ - การเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ของน้ำมันสมนุ ไพร
๓ . สาม ารถ บ รรจุ ภั ณ ฑ์ - การขนสง่ ใบบัวบก พร้อมให้ผู้เรียนร่วม
น้ำมันสมุนไพรใบบัวบกตาม ๓.การบรรจุภัณฑ์ แสดงความคิดเห็น
ข้ันตอนได้ถกู ตอ้ ง น้ำมันสมุนไพรใบ - วิทยากรอธิบายเกี่ยวกับการ
บวั บก พิจารณาเลือกใช้ชนดิ ของวัสดุ
7
โครงสรา้ งหลักสตู ร (ต่อ)
ที่ เร่ือง จุดประสงค์ จำนวนช่วั โมง
การเรยี นรู้ เนอ้ื หา การจดั กระบวนการเรียนรู้
วิ ธี ก า ร บ ร ร จุ ภั ณ ฑ์ น้ ำ มั น
สมุนไพรใบบัวบก พร้อมให้
ผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็น
- วิทยากรสาธิตสาธิตวิธีการ
บรรจุภัณฑ์น้ำมันสมุนไพรใบ
บัวบก พร้อมให้ผู้เรียนร่วม
แสดงความคิดเห็น
- วิ ท ย า ก ร ใ ห้ ผู้ เรี ย น ฝึ ก
ป ฏิ บั ติ ก าร วิ ธี ก าร บ ร ร จุ ภั ณ ฑ์
น้ำมันสมุนไพรใบบัวบก พร้อม
ให้ผ้เู รียนรว่ ม
แสดงความคิดเห็น
ข้นั สรุป
- วิท ย าก รแ ล ะ ผู้ เรีย น ร่ว ม
ส น ท น าแ ล ก เป ล่ี ย น ค ว าม
คิดเห็นและสรุปองคค์ วามรู้
๔ ก า ร ท ำ เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียน การทำบัญชี ขั้นนำ ทฤษฎี ๓๐ นาท.ี
บั ญ ชี ๑ . รู้ เ ข้ า ใ จ บ อ ก ครัวเรือน - วิ ท ย า ก ร ให้ ผู้ เรี ย น บ อ ก ปฏบิ ตั ิ ๓๐ นาท.ี
ครวั เรอื น ความหมาย และประโยชน์ ๑ . ความห มาย ประโยชน์ของการจดบันทึก รวม ๑ ชม.
การทำบัญชีครวั เรือน แล ะป ระโย ช น์ รายรับ – รายจ่าย มาพอสงั เขป
๒ .ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ของการทำบัญชี ขนั้ สอน
ความหมาย และประโยชน์ ครวั เรอื น - วิทยากรอธิบายความหมาย
การทำบัญชีครัวเรือนได้ ๒. การจดบันทึก ประโยชน์ และสาธิตการทำ
ถกู ตอ้ ง รายรบั - รายจา่ ย บัญชคี รวั เรือน
๓ .ส า ม า ร ถ ท ำ บั ญ ชี - วิ ท ย า ก ร ใ ห้ ผู้ เรี ย น ฝึ ก
ครัวเรอื นไดถ้ ูกต้อง ปฏิบัติการจดบันทึกรายรับ -
รายจ่าย
ขน้ั สรปุ
- วิท ย าก รแ ล ะ ผู้ เรี ย น ร่ว ม
สนทนาแลกเปล่ียน และสรุป
องค์ความรู้
8
ตอนที่ ๑
ความรู้เบือ้ งตน้ เก่ยี วกบั เกี่ยวกับใบบัวบกและกระพงั โหม
ความรู้เบือ้ งตน้ เกยี งกบั ใบบวั บก
ใบบัวบก พืชพื้นบ้านท่ีเรามักได้ยินถงึ สรรพคุณ “แก้ช้ำใน” ของ “น้ำใบบัวบก” ท่ีหากินกันได้ยากข้ึน
ทุกทีในทุกวันนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของใบบัวบกจะถูกมองข้ามไป เพราะวงการแพทย์ในสหรัฐฯ
และยุโรปต่างก็กำลังหันมาสนใจพืชสมุนไพรชนิดนี้กันมากขึ้น และทุกวันน้ี หากเราสำรวจดูร้านขายสมุนไพร
เพื่อสุขภาพ ก็อาจจะได้เห็นสารสกัดใบบัวบกกลายมาเป็นยาสมุนไพรหรืออาหารเสริม ที่อาจทำให้หลายคน
สนใจอยากจะลอง แต่ลองอ่านเรื่องนี้ดูก่อน เพราะใบบัวบกก็เหมือนสมุนไพรชนิดอ่ืน ท่ีอาจมีประโยชน์
แต่กม็ ผี ลขา้ งเคยี งทีต่ ้องระวังเช่นกัน
ขอแนะนำให้รจู้ ักกับ "ใบบวั บก"
ใบบัวบก (Gotu Kola หรือ Centella asiatica) เป็นพืชพ้ืนถ่ินของเอเชีย หลายประเทศในเอเชีย
รวมทงั้ ประเทศไทย ต่างก็ใช้ประโยชนจ์ ากใบบัวบกมาต้ังแต่สมัยโบราณ ทั้งประเทศจีน อนิ โดนีเซีย และอนิ เดีย
(อายุรเวท) โดยเชื่อกันว่าใบบัวบกมีสรรพคุณที่หลากหลาย ท้ังส่งเสริมการทำงานของสมอง เยียวยาผิว
และบำรุงตับและไต ซ่ึงสรรพคุณเหล่าน้ีของใบบัวบก ก็ดูจะได้รับการยืนยันจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
หลายชิ้นถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษาวิจัยในหนูทดลอง และยังต้องการงานวิจัยเพื่อพิสูจน์เพิ่มเติม
แต่ก็ดูเหมือนว่า ใบบัวบกเป็นพืชสมุนไพรท่ีปลอดภัย และน่าสนใจสำหรับการเยียวยาอาการโรคบางอย่าง
หากก็มีคำเตือนจากศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแมร่ีแลนด์ ในสหรัฐฯ ว่า ไม่ควรกินสมุนไพรชนิดน้ีนานกว่า
หกสปั ดาหต์ ดิ ต่อกัน โดยไมป่ รึกษาแพทย์ และผทู้ มี่ ปี ระวัติโรคตบั หรือเคยมรี อยโรคมะเรง็ ผิวหนังไม่ควรกิน
ประโยชน์ดีๆ ของ ใบบัวบก
งานวจิ ัยทางวทิ ยาศาสตรย์ นื ยันถึงประโยชน์สขุ ภาพหลายอย่างของใบบัวบก โดยเฉพาะในเร่ืองเหลา่ นี้
9
ชว่ ยเยียวยาเส้นเลือดขอด
ใบบัวบกมีสารเคมีที่เรียกว่า TTFCA (triterpenic fraction of Centella asiatica)เป็นสารเคมีท่ีมี
ประโยชน์ต่ออาการเส้นเลือดขอด เนื่องจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตนิ เนอื้ เย่ือเกย่ี วพันที่จำเป็น
ในการสร้างความแข็งแรงของเยื่อบุและผนังเส้นเลือด เส้นเลือดที่แข็งแรงทำให้มีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอด
น้อยลง คอลลาเจนและอิลาสตินก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวสุขภาพดี ที่มักสูญเสียไปเม่ืออายุมากขึ้น
อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของใบบัวบกในการรักษาเส้นเลือดขอด ยังไม่ได้รับการยืนยันโดยการวิจัย
ทางวิทยาศาสตร์ ใบบัวบกยังอาจช่วยเรื่องภาวะเลอื ดไปเล้ียงหลอดเลือดดำไม่เพียงพอ ด้วยการลดอาการบวม
และเพ่ิมการไหลเวียนโลหิต ภาวะเลือดไปเล้ียงหลอดเลือดดำไม่เพียงพอเป็นอาการโรคซ่ึงเลือดของคุณ
ไหลเวยี นไม่ดี อาจเกดิ จากเสน้ เลอื ดขอด และยงั มีสว่ นในการทำใหเ้ กิดภาพท่ีไม่นา่ ดขู องเส้นเลือดเหล่านี้ดว้ ย
ชว่ ยในการสมานแผล
สารเคมีท่ีเรียกว่าไตเตอร์ปิโนอิดส์ (triterpenoids) ในใบบัวบก ดูจะช่วยเร่งการสมานแผลให้หายเร็ว
ข้ึน ด้วยการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในบริเวณที่เป็นแผล ทำให้ผิวแข็งแรง และเพ่ิมการไหลเวียนโลหิตไปยัง
บริเวณแผล การศึกษาในปี ๒๐๐๖ ซ่ึงเผยแพรใ่ นวารสาร Journal of Lower Extremity Wounds ได้สำรวจ
ผลกระทบของใบบัวบกท่ีมีตอ่ แผลในหนูทดลอง และพบว่าแผลที่รักษาโดยใบบัวบกนน้ั หายเรว็ กว่าแผลท่ีไม่ได้
รับการรักษา ถึงแม้จะยังไม่มีการทดลองในมนุษย์ แต่นี่ก็ดูจะยืนยันถึงประโยชน์ของสมุนไพรชนิดน้ีในฐานะ
ของยารักษาแผล
ลดอาการวติ กกงั วล
การศึกษาในสตั ว์ทดลองเมือ่ ปี ๒๐๑๖ พบว่า ใบบัวบกส่งผลต่อหนูตัวผู้ท่ีอดนอนเป็นเวลา ๗๒ ช่วั โมง
การนอนไม่พอเป็นสาเหตุของอาการวิตกกังวล เกิดความเสียหายจากการออกซิเดชั่น และเส้นประสาทอักเสบ
เมื่อหนูได้รับสารสกัดใบบัวบกติอต่อกันห้าวัน ก่อนถูกทำให้อดนอน จะมีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงอาการวิตกกังวล
น้อยลงอย่างมีนยั สำคัญ การศึกษาอกี ช้นิ หน่ึงในวารสาร Journal of Clinical Psychopharmacology เมื่อปี
๒๐๐๐ ผูป้ ่วยท่กี ินสารสกดั ใบบัวบกมอี าการสะด้งุ ตกใจจากเสียงใหมท่ ่ีได้ยินลดลง เม่ือเทยี บกบั ผู้ทไ่ี ม่ไดก้ นิ
บำรงุ สมอง
การศึกษาช้ินเล็กๆ ช้ินหน่ึงเมื่อปี ๒๐๑๖ ซึ่งเปรียบเทียบผลของการกินสารสกัดใบบัวบกและ
กรดโฟลกิ ในการเพ่ิมการทำงานของกระบวนการเกี่ยวกับการรับรู้ของสมอง หลังจากเกดิ โรคหลอดเลือดสมอง
ถึงแม้ผลของสารสกัดใบบวั บกกับกรดโฟลกิ จะมีประโยชน์พอๆ กนั ในการปรับปรุงการทำงานของสมองในเรอื่ ง
ที่เกี่ยวกับการรับรู้ แต่ใบบัวบกดูจะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการปรับปรุงการทำงานของส่วนท่ีเกี่ยวกับ
ความจำประสิทธิภาพในด้านนี้และการทำงานของระบบประสาท ทำให้ใบบัวบกมีแนวโน้มในการรักษาโรค
อัลไซเมอร์ได้ ในการศึกษาเมื่อปี ๒๐๑๒ ในหนูทดลองพบว่า สารสกัดใบบัวบกส่งผลในแง่บวกต่อพฤติกรรม
ผิดปกติในหนูท่ีเป็นโรคอัลไซเมอร์ สารสกัดใบบัวบกยังแสดงให้เห็นในการศึกษาในแล็บและในหนูทดลองว่า
มีผลกระทบปานกลางต่อการปกป้องเซลล์สมองจากสารพิษ ซึ่งนี่อาจจะช่วยปกป้องเซลล์สมองจากคราบพลาค
ทส่ี ัมพันธก์ บั อัลไซเมอร์ได้
เยียวยาข้อตอ่ อกั เสบ
คุณสมบัติต้านอักเสบของใบบัวบก อาจมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคข้อต่ออักเสบ เน่ืองจากมีงานวิจัย
ในปี ๒๐๑๔ ท่ีพบว่าหนูทดลองท่ีกินใบบัวบก มีการอักเสบท่ีข้อต่อลดลง และการสึกกร่อนของกระดูกและ
กระดกู ออ่ นลดลง
10
เยียวยาผิวแตกลาย
จากการรีวิวงานวิจัยเมื่อปี ๒๐๑๓ ใบบัวบกสามารถลดร้ิวรอยของผิวแตกลายได้ เชื่อกันว่า
สารไตเตอปิโนอิดส์ในใบบัวบก ท่ีช่วยเพ่ิมการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผิว
แตกลายได้รวมไปถึงการเยยี วยารอยแตกลายที่มีอยกู่ ่อนแล้วดว้ ย
ผลขา้ งเคียงขอบใบบัวบก
การรับประทานใบบัวบกในรูปของสารสกัดที่ขนาด ๓๐๐ มก.เป็นเวลา ๒๑ วันในมนุษย์
ไม่พบผลข้างเคียง แต่ในบางคนพบว่า การใช้ครีมท่ีมีส่วนผสมของใบบัวบกสกัดอาจทำให้เกิดอาการคันผิว
และหากดืม่ ใบบัวบกในรูปของชามากเกินไป ก็พบว่าอาจมีอาการคลื่นไส้ งว่ งซมึ ปวดศีรษะ หรือความดันเลือด
ต่ำได้ผลข้างเคียงของใบบัวบกพบได้ยาก แต่ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงมักปรากฏในรูปของอาการภูมิแพ้ท่ี
ผิวหนัง ปวดศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และง่วงซึม ซึ่งมักจะเกิดในกรณีที่รับประทานในปริมาณสูง
มากๆ ไม่แนะนำให้เด็กรับประทานใบบัวบก รวมทั้งผู้ใหญ่วัย ๖๕ ปีขึ้นไป ก็ควรรับประทานแต่น้อย
ใบบัวบกอาจปลอดภัยสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ ในกรณีท่ีใช้ทาลงบนผิว แต่ไม่ควรรับประทาน เพราะยังไม่เป็นที่
ทราบแน่ชัดถึงความปลอดภัยในการกินใบบัวบก รวมท้ังยังไม่มขี ้อมูลว่าปลอดภัยสำหรบั สตรที ี่กำลงั ในนมบุตร
เพราะฉะนน้ั ควรหลีกเลยี่ ง
ผู้ที่เป็นโรคตับ ไม่ควรรับประทาน เพราะมีข้อกังวลอยู่ว่าใบบัวบกอาจทำลายตับได้ เพราะฉะน้ัน
ผู้ท่ีเป็นโรคตับ เช่น ตับอักเสบ ควรหลีกเล่ียงใบบัวบก เนื่องจากอาจทำให้อาการแย่ลงได้ นอกจากน้ีสำหรับ
ผู้ที่รับการผ่าตัด ใบบัวบกอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โดยเฉพาะเมือใช้กับยาท่ีในระหว่างผ่าตัดและ
หลงั ผ่าตดั ดังนนั้ จึงควรหยดุ ใช้บวั บกสองสัปดาหก์ อ่ นการผา่ ตดั
ปฏกิ ริ ยิ ากับยาทคี่ วรระวงั
หากคุณกินยาบางชนิดอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินสารสกัดใบบัวบก เน่ืองจากใบบัวบกอาจทำปฏิกิริยา
กบั ยาบางชนดิ ไดแ้ ก่
• ยาท่ีส่งผลต่อตับ เนืองจากใบบัวบกมีสารท่ีอาจทำร้ายตับได้ การกินร่วมกับยาโรคตบั จึงอาจทำให้เกิด
ความเสยี หายแตต่ บั ได้
• ยาลดคอเลสเตอรอล (รวมท้ังยาสแตติน) ในการศึกษาในสัตว์ทดลอง ใบบัวบกทำให้ ระดับ
คอลเสเตอรอลสูงข้ึน จึงมีโอกาสท่ีจะทำให้เกิดแบบเดียวกันในมนุษย์ ถึงแม้จะยังไม่มีการทดลองใน
มนุษย์กต็ าม
• ยาเบาหวาน จากการทดลองในสัตว์ ใบบัวบกดูจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มข้ึน เพราะฉะนั้น
ผู้ทเ่ี ปน็ โรคเบาหวานควรปรกึ ษาแพทย์กอ่ นการกินใบบัวบก
• ยาขับปสั สาวะ ใบบัวบกอาจทำหน้าท่ีคลา้ ยยาขับปสั สาวะ ซ่ึงอาจทำให้ร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกไป
การรับประทานใบบัวบกคู่กับยาขับปัสสาวะ จึงอาจทำให้ร่างกายขับน้ำออกมามากเกินไป ทำให้เสีย
สมดุลของระดบั อิเลคโทรไลต์ในรา่ งกาย
• ยาระงับประสาท เนื่องจากใบบวั บกสามารถออกฤทธค์ิ ล้ายยาระงับประสาท จึงอาจทำใหย้ ารักษาโรค
วิตกกงั วลหรอื โรคนอนไม่หลับมีฤทธิ์แรงข้ึน
11
เรอื่ งที่ ๑.๑
ชนิดของใบบัวบกและกระพังโหมในประเทศไทย
ชนิดของใบบัวบกในประเทศไทย บรรดาพืชผักของไทย ทีน่ ับเป็นสมุนไพรมากมายคุณค่า หลากหลาย
ประโยชน์ จริงอยู่มีมากมายหลายชนิด และหนึ่งในบรรดาผักที่เป็นสมุนไพรน้ัน “บัวบก” คงอยู่ในอันดับต้น ๆ
ท่ีคนไทยเรารู้จักมาเน่ินนาน อาจจะเป็นผักตัวแรกด้วยซ้ำไป เห็นเป็นวลี เป็นคำเก่าที่ชาวบ้านนักแต่ง และครู
เพลง จารึกไว้ถึงสมุนไพรแก้ช้ำใน ชอกช้ำ อกหัก ต้องรักษาด้วยน้ำต้มใบบัวบก ตราบทุกวันนี้ก็ยังให้ค่า
ใบบัวบกแก้ช้ำในกนั อยู่
บั วบ ก ชื่อสามัญ เรียก Gotu Kola เป็ น พื ช ใน วงศ์ UMBELLIFERAE มีช่ือวิท ยาศาสตร์ว่า
Centella asiatica (Linn.) Urban ชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นไทย ภาคเหนือและภาคอีสาน เรียก ผักหนอก
ภาคใต้ เรียก ผักแว่น เป็นพืชล้มลุก อายุยืนหลายปี ลักษณะต้น หรือเถาเล้ือยตามผิวดิน มีข้อปล้อง ออกราก
ใบ ดอก ผล เมล็ด ตามข้อ ใชเ้ ปน็ อาหาร เป็นผัก เปน็ ยาสมุนไพร และใช้นำไปขยายพนั ธปุ์ ลูก
ใบบัวบก
ลักษณะของใบบัวบก เป็นใบเดี่ยว มีก้านใบยาว ชูใบคล้ายกางร่ม ใบท่ีมีลักษณะกลม ฐานเว้าลึก
คล้ายรูปร่างของไต ขอบใบหยัก ผิวใบเรียบ ด้านล่างใบมีขนส้ันบางๆ ดอก ออกเป็นช่อ ออกจากข้อ คล้ายร่ม
มีข้อละ ๒-๓ ช่อ แต่ละช่อมีดอก ๓-๔ ดอก แต่ละดอกมี ๕ กลีบ สีม่วงอมแดง และจะเจริญเป็นผลเป็นเมล็ด
ขยายพันธุ์ต่อไปได้ บัวบกเป็นพืชเขตร้อน ชอบท่ีลุ่มชื้นแฉะเล็กน้อย เช่น ตามขอบคันนา คันดินริมหนอง
สระ คลองน้ำ ชอบแสงรำไร มีเถาเลือ้ ยไปตามผวิ ดิน บางทีเรียกวา่ ไหล ส่วนนแ้ี หละที่ใชน้ ำไปปกั ชำ ขยายพนั ธ์ุ
ปลูกตอ่ อายุไดไ้ ปหลายฤดู ขยายพันธุ์ไดร้ วดเรว็ เจริญเตบิ โตได้เร็วมาก
บัวบกปลูกแพร่พันธ์ุได้ตลอดปี แต่จะมีมากช่วงฤดูฝน ช่วงฤดูแล้งจะปรับตัวให้ใบเล็กลง ก้านส้ันลง
แต่มีความแข็งแกร่ง ออกใบยอดเป็นกระจุกท่ีข้อ ซ่ึงคือลำต้นจริงของพืชชนิดน้ี เป็นท้ังจุดกำเนิดไหล ใบ ราก
ดอก ทุกส่วนของบัวบกใหป้ ระโยชน์แก่คนเราทงั้ ส้ิน
12
บัวบก ให้คุณค่าทางอาหาร และสารประกอบที่สำคัญมากมายหลายชนิด ตัดมาท้ังเถา ราก ต้น ใบ
ดอก ๑๐๐ กรัม เป็นผักท่ีให้พลังงานแก่คนถงึ ๔๔ กโิ ลแคลอรี ประกอบดว้ ย เส้นใยอาหาร ๒๖ กรมั แคลเซียม
๑๔๖ กรัม ฟอสฟอรัส ๓๐ มิลลิกรัม เหล็ก ๓.๙ มิลลิกรัม วิตามินเอ ๑๐๙๖๒ IU วิตามินบีหนึ่ง ๐.๒๔
มิลลกิ รมั วติ ามินบีสอง ๐.๐๙ มิลลิกรัม ไนอะซนิ หรือวติ ามินบสี าม ๐.๘ มลิ ลกิ รมั วติ ามนิ ซี ๔.๐ มลิ ลิกรัม
บัวบกใชเ้ ป็นผักเคียงอาหาร โดยใช้ตน้ ราก เถา ใบ ดอกอ่อน แกลม้ กับน้ำพริกต่างๆ กะปิคั่ว แกงเผ็ด
ลาบ ก้อย ซุบหน่อไม้ ตำคั่วขนุน หรือยำมะหนุน กินกับหมี่กรอบ ผัดไทย คือว่าจะเป็นผักเคียง ผักแกล้ม
ใช้แบบสดๆ รสชาติมัน ขมเล็กน้อย กล่ินหอม ตอนเก็บบัวบกมากิน เพียงแต่จับถอนต้นท่ีอยู่กลางๆ ตัดเถา
ดา้ นหน่ึง ถอนตน้ ออกมา ยอดและเถาจะถกู ถอนออกมาเปน็ พวงยาว หลายยอด ล้างน้ำให้สะอาด รบั ประทาน
ได้หมด แต่ถ้ายาวมากๆ ดูไม่สวย ก็เด็ดเถาเป็นช่วงๆ ก็ได้อย่าลืมว่าทุกส่วนของบัวบกมีคุณค่า ให้ประโยชน์
ท้ังหมด แต่ต้องล้างน้ำให้สะอาด ระวังไข่พยาธิ ไข่หอยทาก หรือมีส่ิงแปลกปลอมติดอยู่อันตรายต่อร่างกาย
และไม่อร่อยนัก มีความนิยมดื่มน้ำใบบัวบกกันมาก เขาว่าน้ำคั้นจากใบบัวบก ปรุงน้ำตาล ใส่น้ำแข็ง
เป็นเครอื่ งดม่ื สมุนไพรท่ีนิยมแพร่หลายกนั ในขณะน้ี
บัวบก พืชสมุนไพร คนจีนถือว่า น้ำใบบัวบกเป็นยาแก้ช้ำใน ทำให้เลือดกระจายตัว หายจากอาการฟกช้ำ
ดำเขียว เปน็ ยาบำรุงกำลงั หมอไทยเรารู้มานานแล้วว่า บัวบกท้ังต้นเถา ราก ใบ ดอก มีสรรพคุณแก้ออ่ นเพลีย
เม่ือยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท บำรุงสายตา บำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ ลดอาการสมองเสื่อม
อัลไซเมอร์ บำรุงโลหิต รักษาภาวะโลหิตจาง รักษาแผลสด แผลหลังผ่าตัด ห้ามเลือด ถอนพิษไฟไหม้น้ำร้อน
ลวก แก้ชำ้ ใน ลดอาการอกั เสบ
ใบัวบกเสริมสร้างและกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลาเจน และอิลาสติก ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปล่ัง
ลดความเครียด คลายความกังวลซึมเศร้า แก้วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ บรรเทาอาการเจ็บคอ แก้ร้อนใน
กระหายน้ำ ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาระดับความดันในร่างกาย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
คณุ ประโยชนอ์ กี มากมาย นบั ๑๐๐ อยา่ ง
13
ชนิดของกระพังโหม
กระพังโหมมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ เช่น ชนิดใบใหญ่ ลักษณะของใบจะเป็นรูปไข่ มีขนส้ันขึ้น
ปกคลุม เรยี กว่า "กระพังโหมใหญ่" หรือ "ตดหม"ู , ชนิดใบเล็ก ลักษณะของใบจะมลี ักษณะเปน็ รูปเรียวยาวหรือ
รูปหอก เรียกว่า "กระพังโหมเล็ก" หรือ "ตดหมา", ชนิดใบใหญ่ไม่มียางไม่มีขน มีกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ เรียกว่า
"ย่านพาโหม"
สายพันธุ์ของกระพังโหมนั้นมีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธ์ุแต่ละสายพันธ์ุจะให้ความรู้สึกแตกต่าง
กันพรอ้ มทั้งลักษณะของต้นท่ีแตกตา่ งกันออกไปด้วยเช่นพันธุ์ทเ่ี ป็นชนิดใบใหญ่จะมลี กั ษณะของใบทีเ่ ป็นรูปใคร
มีขนสั้นเล็ก ๆข้ึนปกคลุมบริเวณใบโดยคนท่ัวไปจะเรียกว่ากระพังโหมใหญ่หรือศัพท์ที่เรียกง่ายๆว่า “ตดหมู”
ถัดมาจะเป็นต้นกระพังโหม ชนิดใบเล็กจะมีลักษณะของใบเรียวยาว เหมือนกับรปู หอก จึงได้ช่ือว่ากระพังโหม
เล็กหรือเรียกอีกชื่อได้ว่า “ตดหมา”และชนิดต่อมาจะเป็นชนิดใบใหญ่ท่ีไม่มียางและไม่มีขนปกคลุมมีกลิ่น
ค่อนข้างเหม็นแต่ว่าเป็นกล่ินท่ีอ่อนๆผู้คนทั่วไปเรียกว่า “ย่านพาโหม” และสุดท้ายจะเป็นต้นกระพังโห มแท้
ที่เวลาเราเด็ดใบและเถาของต้นออกมาจะมียางเป้ือนออกมาด้วยเป็นจำนวนมาก แต่สำหรับต้นท่ีไม่มยี างเป้ือน
ออกมาน้ันเราจะเรียกวา่ “ย่านพาโหม”อยา่ งทเ่ี ราไดก้ ลา่ วไวข้ ้างต้น
ตดหมูตดหมา” เปน็ ช่ือของพืชชนิดหน่ึงที่กำลังมีกระแสโด่งดังอยู่ในโลกโซเชียลเก่ียวกับสรรพคุณช่วย
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งหลายคนท่ีติดตามข่าวสารเก่ียวกับสมุนไพรคงเคยได้ยินหรือได้เห็นผ่านหูผ่านตา
มาบ้าง ต้นตดหมูตดหมาเป็นไม้ล้มลุก มีช่ือวิทยาศาสตร์คือ Paederia linearis Hook.f. และมีชื่อพ้องท่ีเรียก
แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถ่ินเช่น ตำยานตัวผู้ พังโหม ย่านพาโหม หญ้าตดหมา เป็นต้น ลักษณะของต้น
ตดหมูตดหมา เป็นพืชเถาเล้ือย มีขนสีขาวปกคลุม ใบเรียงตรงข้าม ใบผอมยาว ปลายใบแหลม ดอกมีลักษณะ
เปน็ ชอ่ แบบกลุ่มย่อย ออกตามง่ามใบ ช่อดอกมีก่ิงแขนง บนกิง่ แขนงมีจะดอกซง่ึ มักจะออกเปน็ กลมุ่ ดอกมีกลีบ
เลี้ยงขนาดเล็กเป็นซี่ ผลกลมรูปไข่ ทั้งส่วนกลีบดอกและผลมีขนปกคลุม ส่วนใบ ลำต้น และรากจะมีกลิ่นแรง
สรรพคุณของต้นตดหมูตดหมาตามตำราพ้ืนบ้านคือ ส่วนใบ ใช้แก้ท้องเสีย แก้ตัวร้อน แก้ธาตุพิการ แก้คัน
แก้ปวดฟัน ถอนพิษงู ส่วนเถา ใช้แก้ซาง แก้ท้องเสีย แก้ไข้ตัวร้อน รักษารำมะนาด ขับพยาธิไส้เดือน ดอก
ใช้ขับน้ำนมและแก้ไข้จับส่ัน ผล ใช้แก้ไข้จับสั่น หืดไอ แก้ริดสีดวงทวาร ขับน้ำนม ส่วนราก ใช้ต้มกับน้ำดื่ม
แก้อาการทอ้ งอืดทอ้ งเฟ้อ
14
เร่ืองที่ ๑.๒
แหลง่ ที่มาของใบบัวบกและกระพังโหม
บัวบกหรือใบบัวบก มีถิ่นกำเนิดเดิมในทวีปแอฟริกา ต่อมาจึงถูกนำเขา้ มาปลูกในทวีปเอเชียท่ีประเทศ
อนิ เดียและประเทศในแถบอเมริกาใต้ อเมริกากลาง รวมถึงประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชีย
เหนือ ปัจจุบัน บัวบกได้แพร่กระจายไปท่ัวโลก ท้ั งในประเทศเขตร้อน และเขตอบอุ่น ซึ่งพบว่า
มีการแพร่กระจายในประเทศแถบอเมริกา ยุโรป แอฟรกิ า
สายพัน์ใบบัวบกพันธุ์ไหนที่เหมาะแก่การนำมาเป็นสมุนไพร และการเพาะปลูก บัวบกเป็น
พ ืช ส ม ุน ไพ ร ที ่ป ร ะ ช า ช น น ิย ม รับ ป ร ะ ท า น ให ้ส า ร ที ่ส ำ ค ัญ ม า ก จ ึง เป ็น ที ่ม า ข อ ง ใบ บ ัว บ ก
“บัวบกจะให้ผลผลิตมากหรือน้อยนั้น จะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่การให้ปุ๋ย
การดูแลรักษาตลอดถึงสภาพแวดล้อมสภาพดินและภูมิอากาศ
สำหรับบัวบก มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica และมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละ
ท้องถิ่น เช่น ภาคกลางเรียกว่า บัวบก ภาคเหนือเรียกว่า ผักหนอก และภาคใต้เรียกว่าผักแว่น เป็นพืช
เขตร้อนพบขึ้นทั่วไปตามที่ชื้นแฉะ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเลื้อยไปตามพื้นดิน แตกรากฝอยตามข้อ ใบเดี่ยว
เรียงสลับ หรือออกเป็นกระจุกๆ ละ ๓-๕ ใบ สารสำคัญที่พบในบัวบกเป็นสารกลุ่มไตรเทอปินอยด์
ไกลโคไซด์ หลายชนิด เช่น กรดเอเชียติก สารเอเชียติโคไซด์ และกรดแมดิแคสซิค หรือสารแมดิเคส
ส่วนที่มีสรรพคุณทางยาคือใบและราก สามารถนำมารักษาอาการช้ำใน บำรุงหัวใจ บำรุงตับไต
และสมอง บำรุงประสาท และความจำ ช่วยขับปัสสาวะ รักษาบาดแผลเปื่อย แก้โรคเรื้อน โรคบิด
ลดอาการปวดศีรษะ และอาการเป็นไข้ น้ำใบบัวบกคั้นสดจัดเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำที่ดีชนิดหนึ่ง
การรับประทานใบบัวบกจะช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสาร GABA (Gamma-Amino Butyric Acid) ซึ่งเป็นสาร
สื่อประสาทในระบบส่วนกลางช่วยให้ผ่อนคลายและนอนหลับได้ดี และช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น มีความจำดี
ขึ้นสามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น น้ำใบบัวบกคั้นสดจัดเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายน้ำ บำรุงกำลัง
ก า ร ศึก ษ า วิจัย เพื ่อ ห า พ ัน ธุ์ที ่เห ม า ะ ส ม ใน ก า ร น ำ ม า ป ลูก เพื ่อ เพิ ่ม มูล ค่ า แ ล ะ ส ร้า ง ท า ง เลือ ก
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเฉพาะการนำมาผลิตเป็นน้ำใบบัวบกพร้อมดื่ม ตลอดถึงใบบัวบกแห้ง
และใบบัวบกทำเป็นสมุนไพร แบบชนิดผงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์
และเป็นคำตอบสำหรับการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกนำไปเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ต่อไป
15
กระพังโหมเป็นพรรณไม้เถาเล้อื ยท่เี ปน็ ไม้ ประเภทลม้ ลกุ โดยตัวของกระพังโหมจะเลือ้ ยไปตามต้นไม้
หรือเครือไม้ต่าง ๆ โดยลำต้นมีขนาดเล็ก ใบและลำต้นมียางสี เมื่อสัมผัสและนำมาขยี้นั้นจะได้กลิ่นเหม็นอย่าง
รุนแรง สามารถนำไปขยายพันธ์ุได้โดยวิธีการเพาะต้นอ่อนและนำเมล็ดมาเพาะนั่นเอง เป็นไม้ที่พบได้
ตามธรรมชาติทั่วไปอย่างเช่นป่าเต็งรังหรือป่าผลัดใบ บริเวณริมสวนหรือว่าในสวนของตัวบ้าน แม้กระทั่งใน
บรเิ วณทรี่ กร้างไม่มีผู้คนอย่ตู ้นกระพงั โหมก็เกดิ ขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ
กระพังโหมเป็นไม้เถาท่ีมีขนาดเล็ก มีกล่ินเหม็นเล็กน้อยบริเวณยอดอ่อนน้ันจะมีขนข้ึนมาปกคลุมและ
ยางของต้นกระพังโหมจะเป็นสีขาว ลักษณะของใบจะเป็นใบเรียวทรงแคบ ส่วนของใบและดอกสามารถนำมา
รับประทานได้ในส่วนของรากใช้เป็นยารักษาสรรพคุณต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกระพังโหมน้ันในประเทศ
อินเดียประเทศจีนและอินโดนีเซียนิยมนำดอกและใบพร้อมกับผลต้มน้ำ เพ่ือฆ่าเช้ือและชะล้างสิ่งสกปรกอยู่
ในลำคอ ถอื ว่าเป็นอกี หน่งึ สรรพคณุ ทเ่ี ขาสามารถรักษาและกำจัดเชื้อโรคไดน้ นั่ เอง
16
เรอื่ งท่ี ๑.๓
เทคนคิ การปลกู และดแู ลรักษาใบบวั บกและกระพงั โหม
เทคนิคการปลกู และดูแลรกั ษาบวั บก
๑. การเตรียมการก่อนปลกู
๑.๑ การเตรียมดิน ไถยกร่องเพ่ือตากดินแล้วทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ วัน ไถพรวนดินให้ร่วนซุยจากนั้น
จึงขุดแต่งให้เป็ นรูปแปลง ยก ร่องเป็นแปลงปลูกกว้าง ๓ เมตร ระหว่างแปลงปลูกจัดเป็นร่องน้ำหรือทางเดิน
กว้าง ๕๐ เซนติเมตร ลึก ๑๕ เซนติเมตร เพ่ือให้มีการระบายน้ำท้ิงได้ดี เม่ือทำแปลงเสร็จให้ใส่อินทรีย์วัตถุ
หว่านลงบนแปลงให้ทวั่ แลว้ รด นำ้ ใหช้ ุ่ม
๑.๒ การเตรียมพันธุ์ การปลูกบัวบกแต่เดิมใช้วิธีปลูกด้วยเมล็ด โดยนำมาเพาะในกระบะ เมื่อต้นกล้า
แข็งแรงหรือมีอายุ ๑๕ - ๒๕ วัน จึงย้ายกล้าลงปลูกในแปลงทำการดูแลรักษา ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ต่อมาได้พัฒนา
เป็นการปลูก โดยใช้ไหลหรือ ลำต้นโดยใช้ไหลหรือลำต้นของบัวบกท่ีแตกจากต้นแม่ โดยทำการขุดไหล
หรือลำต้นน้ันให้ติดดิน จากน้ัน นำดินมาพอกท่ีรากให้เป็นก้อนแล้วเก็บพักไว้ในท่ีร่ม แล้วพรมน้ำเล็กน้อย
จึงเก็บไว้อย่างน้อย ๑ วัน พอวันท่ี ๒ สามารถจะนำแขนงน้ันไปปลูกได้เลย หรือหากไม่สะดวกที่จะเก็บพักไว้
กส็ ามารถจะขุดแขนงมาแล้วปลกู ไดเ้ ลยก็ได้
๒. การปลกู
๒.๑ วิธีปลูก เม่ือปลกู เสร็จแลว้ ใหท้ าการรดน้ำใหช้ ุ่ม
๒.๒ การเตรยี มดนิ ขุดหลมุ ลกึ ๓-๔ ซม. ปลูกหลุมละ ๑ ตน้
๒.๓ ระยะปลูก ระยะระหวา่ งตน้ และระยะระหว่างแถว ๑๕x๑๕ เซนติเมตร
๒.๔ จำนวนตน้ ต่อไร่ ๗๐,๐๐๐-๗๒,๐๐๐ ตน้
๓. การดูแลรกั ษา
๓.๑. การใส่ปุ๋ย ครั้งแรกใสป่ ุ๋ยหลังจากปลูก ๑๕ - ๒๐ วนั โดยใส่ปุ๋ยสตู ร ๑๖-๒๐-๐ อัตรา ๕ กิโลกรัม
ต่อไร่ การใส่ปุ๋ยคร้ังท่ีสอง จะห่างจากการใส่คร้ังแรก ๑๕ - ๒๐ วันโดยเปลี่ยนเป็นใส่ปุ๋ยสูตร ๔๖-๐-๐ อัตรา
๓ กิโลกรัมต่อไร่ การใส่ปุ๋ย คร้ังที่สามจะห่างจากการใส่คร้ังสอง ๑๕ -๒๐ วันโดยเปล่ียนเป็นใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ
๑๕-๑๕-๑๕ ในอัตรา ๕๐ กิโลกรัม/ไร่ ทุกคร้ังที่มีการใส่ปุ๋ยเสร็จแล้วจะต้องรดน้ำให้ชุ่ม สำหรับอัตรา
การใส่ปุ๋ยทุกคร้ังจะดูการ เจริญเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ของดินและความสมบูรณ์ของต้นบัวบกด้วย
จงึ จะทำให้เกดิ ประโยชน์อย่างคุ้มค่า
๓.๒ การให้น้ำ สามารถให้น้ำได้ ๒ วิธีคือ ระบบมินิสปริงเกอร์ ซึ่งเปิ ดให้นำาเช้าและเย็น
ช่วงละ ๑๐-๑๕ นาที หากเป็นการใช้ สายยางเดินฉีดน้ำให้รดจนกว่าจะชุ่มเพราะใบบัวบกจะเจริญเติบโตได้ดี
เมื่อไดร้ ับความช้ืนที่เหมาะสม
๔. การป้องกันก าจัดศัตรูพืช - โรคโคนเน่ารากเน่าของบัวบก ให้ใช้เช้ือไตรโคเดอร์มาหว่านในแปลง
ปลูกหรือใช้วิธีเขตกรรม - หนอนกินใบ ถ้าพบจำนวนไม่มากจะเก็บตัวมันออกไปท าลายทิ้งหรือหากพบว่า
มี จำนวนมากใช้สารสกัด จากสะเดาฉีดพ่นเพื่อก าจัด หรือให้น าเมล็ดลางสาดจำนวน ๑.๕ กิโลกรัม มาบด
นำไปผสมกับน้ำ ๑ ปี๊บ หมัก ท้ิงไว้ประมาณ ๑๒ ชั่วโมง หลังจากนั้นนำมากรองเอาแต่เฉพาะน้ำไปฉีดพ่น
ใหท้ ่วั แปลง
17
๕. การปฏิบัติกอ่ นและหลังการเก็บเกีย่ ว ตน้ เถาบัวบกออกมาลา้ งน้ำ ทำความสะอาดเกบ็ ใบเหลืองเศษ
วัชพืชอ่ืน ๆ ออกจากนั้นใช้มีดบางตัดบริเวณ โคนต้นให้ได้ความยาวประมาณ ๑ คืบนับจากปลายใบลงมา
นำต้นเถาบัวบกออกมาล้างน้ำ ตากแดดให้ แห้งสนิทห้ามตากแดดจัดเพราะการตากแดดจัด จะทำให้ใบบัวบก
สีซดี
๖. ข้อมูลอ่ืนๆ สารสำคญั และสรรพคุณ บวั บก (Centella asiatica) เป็นพืชสมุนไพรที่สำคัญชนิดหนึ่ง
และเป็นตัวยาหนึ่งในตำรับอายุรเวท เนื่องจากสารสกัดจากบัวบกมีคุณสมบัติในการสมานแผล รักษา
การอักเสบ เพ่ิมความจำและต้านมะเร็ง นอกจากน้ันสารออกฤทธิ์ท่ีสำคญั ในบวบกซ่ึงได้แก่ กรดเอเชียติก
(asiatic acid) เอเชียติโคไซด์ (asiaticoside) กรดมาเดคาสสิก (madecassic acid) และ มาเดคาสโซไซด์
(madecassoside) และ ป้องกันการเกิดบีตาแอมิลอยด์ (b-amyloid) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและ
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) การใชป้ ระโยชน์ สวนทใี่ ช ท้ังตน วธิ ีใช้ นำใบมารับประทานเปนผกั สด หรือคั้นน้ำ
ทำเปนเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์บัวบกเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หลากหลาย เช่น ยาใช้ภายนอก เร่งการสมานแผล
เคร่ืองสำอางลดรอยเห่ียวยน่ ผลิตภัณฑอ์ าหารเสริม บารงุ สมองในผสู้ ูงอาย
18
ตอนท่ี ๒
ลักษณะทั่วไปของใบบัวกและกระพงั โหม
ใบบัวบกไม้ล้มลุก อยู่ในจำพวกผัก ประเภทเลื้อย มีลำต้นเลื้อยไปตามดินท่ีชื้นแฉะ เรียกว่า ไหล
มรี ากงอกออกตามขอ้ ของลำต้น
ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบงอกเป็นกระจุกออกจากข้อ ข้อละ ๒-๑๐ ใบ ลักษณะใบรูป ไต
รูปร่างกลมฐานใบโคง้ เว้าเข้าหากนั ขอบเปน็ คล่นื หยักเล็กนอ้ ยแผ่นใบสีเขียวมีขนเล็กนอ้ ยกา้ นใบสีเขียวยาว
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่มตามซอกใบ มีประมาณ ๒-๕ ช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อยประมาณ ๔ – ๕ ดอก
ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกมี ๕ กลีบ สีม่วงเข้มอมแดงสลับกัน ก้านช่อดอกจะมีความยาวประมาณ ๐.๕-๕ ซม.
ร้วิ ประดับจะมปี ระมาณ ๒-๓ ใบ เกสรตัวผู้นน้ั จะส้ัน
ผล เปน็ ผลแห้งแตก ลกั ษณะแบน มีเสน้ ผา่ ศูนย์กลางยาวประมาณ ๓-๔ มม. เมล็ดสีดำ
ต้นใบบวั บก
ดอกใบบวั บก
19
ลักษณะของต้นกระพังโหม
ต้นกระพังโหมเป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยและประเภทล้มลุกโดยต้นไม้น้ันจะพลาดหรือ
ให้ไปกับพื้นดินหรือว่าและไปกับต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่โดยทั้งนี้ลำต้นของต้นกระพังโหมน้ันจะมีขนาดเล็กและใบ
มียางสีออกมาถ้าเราขย้ีแล้วจะได้กล่ินเหม็นอย่างรุนแรง นอกจากนี้เขายังมีใบเป็นใบเล้ียงเดี่ยวท่ีออกใบเป็นคู่
ตรงขา้ มกนั บรเิ วณของใบน้ันจะมีสีเขียวลกั ษณะของเนอ้ื ใบคอ่ นข้างบางเส้นใบจะมีลักษณะโคง้ จะปลดกับปลาย
ใบใหค้ วามสวยงามท่เี ป็นธรรมชาติอกี รูปแบบหน่งึ
ในส่วนของดอกกระพังโหมนั้นจะ ออกดอกเป็นช่อให้ความรู้สึกสวยงามเป็นอย่างมากโดยดอก
จะออกเป็นช่อเล็ก ๆ ซง่ึ ออกตามซอกของใบกระบงั โฮมและกา้ นของกระพัง ใหค้ วามรู้สกึ เป็นธรรมชาตสิ วยงาม
แต่ละช่อนัน้ จะมดี อกประมาณ ๒-๓ ดอกขึ้นไปโดยกลีบดอกจะให้ความรู้สึกสวยงามท้ังหมดในดอกนั้นมีกลีบอยู่
๕ จีบแต่ละดอกจะมีขนาดเล็กเป็นพิเศษบริเวณปลายกลีบจะแยกออกจากกันให้ความร้สู ึกเป็นธรรมชาติที่พริ้ว
ไหวดอกจะออกเป็นสีแดง ประสมสีม่วงและชมพู ผสมกันแต่บริเวณปลายดอกภายนอกจะเป็นสีขาวยิ่งให้
ความรู้สึก ธรรมชาตทิ ี่พล้ิวไหวและเหมอื น มีชีวติ อยู่ตลอดเวลา ภายในดอกจะมีเกสรทั้งหมด ๖ อัน ๕ อันแรก
จะเป็นเกสรตัวผแู้ ละอกี ๑ อันจะเป็นเกสรตัวเมียอยทู่ า่ มกลางเกสรตัวผเู้ พ่อื รอเวลาผสมพนั ธ์ุ
สำหรับลักษณะของผลดอกกระพังโหมน้ันจะมีลักษณะเป็นวงกลม และวงรีประพนธ์กันไปแต่ละจุดท่ีออกผล
จะมีประมาณ ๑๐-๒๐ ผลเลยก็ว่าได้ท้ังนี้เม่ือผลอ่อนอยู่จะมีลักษณะเป็นสีเขียวอ่อนแต่เมื่อแก่เต็มวัย
จะมีลกั ษณะเปน็ สีน้ำตาลอ่อน
20
เร่ืองที่ ๒.๑
ลักษณะของใบบัวบกและกระพงั โหม
ลกั ษณะของใบบัวบก
ใบบัวบก (Gotu Kola) เป็นพืชผักสมุนไพร ที่เป็นที่รู้จักกันดี เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุยืน
ใบมีลักษณะกลมเล็กๆ มีใบคล้ายใบบัว มีสีเขียว มีรสชาติหวานขม มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว มีถิ่นกำเนิดในทวีป
เอเชีย เป็นท่ีนิยมปลูกกันท่ัวไป ในหลายประเทศ เป็นพืชผักสมุนไพรไทย ท่ีมีมาแต่โบราณ มีประโยชน์และ
สรรพคณุ หลายอย่าง ใช้ทำเมนูเครื่องดื่มตา่ งๆได้ นำมารับประทานเปน็ ผักเคยี งได้
ใบบัวบก (Bai-Bua-Bok) เป็นพืชผักสมุนไพร เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุยืน เจริญเติบโตได้ง่าย
มีลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วย ก้านใบยาวโดยรอบ ใบมีลักษณะกลมเล็กๆ มีใบคล้ายใบบัว ขอบใบจะมีรอยหยัก
รอบนอก มีสีเขียว มีรสชาติหวานขม มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว และมีก้านใบยาวรองรับ ดอกมีลักษณะคล้ายร่ม
ก้านช่อดอกส้ัน กลีบดอกจะมีสีม่วงอมแดง ผลดิบจะมีสีแดง ผลแก่สีน้ำตาลแตกออกได้ นิยมนำมาทำเมนู
เครือ่ งดื่มตา่ งๆได้
ลำต้น เป็นพืชล้มลุกขนาดเลก็ มีอายยุ ืน เลือ้ ยแผ่ตามดิน ลำตน้ กลมเล็กๆ มีออกเป็นข้อๆต่อกนั ออกมา
มกี ้านใบออกเป็นกระจกุ ตามข้อต่อ มสี ีเขียว
ใบ เป็นใบเด่ียว ออกเรียงสลับ มีลักษณะกลมเล็กๆ คล้ายใบบัว ผิวใบเรียบ ขอบใบมีรอยหยัก มีก้าน
ใบยาวรองรบั มสี ีเขียว กา้ นใบจะออกเป็นกระจกุ ตามข้อต่อ
ราก เป็นระบบรากแกว้ มีลักษณะกลมๆ แทงลงลึกในดนิ มรี ากแขนงและรากฝอยเล็กๆ และสามารถ
มรี ากแตกออกตามข้อต่อได้ มีสีน้ำตาล
21
ดอก ออกเป็นชอ่ มลี ักษณะคลา้ ยรม่ ก้านช่อดอกสั้น กลบี ดอกจะมีสีมว่ งอมแดง
ผล มลี ักษณะแบนรเี ลก็ ๆ ไม่มีเนื้อ ผลออ่ นมีสแี ดง ผลแก่มีสีน้ำตาล แตกออกได้
เมลด็ มลี ักษณะรเี ลก็ ๆ อยใู่ นผลแก่ แลว้ จะแตกออก เมลด็ มีสนี ้ำตาล
ลกั ษณะของกระพงั โหม
ตน้ กระพังโหม จัดเป็นพรรณไม้เถาเลื้อยประเภทล้มลุก เล้ือยพาดพันไปตามพ้ืนดินหรือเล้ือยพันต้นไม้
อ่ืน ลำต้นมีขนาดเล็ก ลำต้นและใบมียางสี เม่ือขยี้ดมจะมีกลิ่นเหม็น ขยายพันธ์ุด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและ
การเพาะต้นอ่อน พบข้ึนทั่วไปในป่าธรรมชาติ เช่น ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง บริเวณในสวนต่าง ๆ หรือในที่
รกรา้ งว่างเปลา่ ทว่ั ไป
22
ใบกระพงั โหม ใบเปน็ ใบเด่ียว ออกเปน็ คูต่ รงข้ามกัน แผ่นใบเป็นสเี ขียว เน้อื ใบบาง เส้นใบโค้งจรดกัน
ท่ีใกล้ ๆ ขอบใบ ก้านใบสนั้
ดอกกระพังโหม ออกดอกเป็นช่อดอกเล็ก ๆ โดยจะออกตามซอกใบหรือโคนก้านใบ มีช่อละ
ประมาณ ๒-๓ ดอก กลีบเล้ียงดอกจะมี ๕ กลีบ มีขนาดเล็ก ปลายกลีบแยกกัน กลีบด้านนอกเป็นสีขาว
ส่วนกลีบด้านในเป็นสีม่วงแดงหรือสีชมพูประด้วยสีม่วงจุดสีน้ำตาล ดอกมีเกสรเพศผู้ ๕ อัน และเกสรเพศเมีย
๑ อัน อยู่ตรงกลาง
23
ผลกระพงั โหม ผลมีลกั ษณะกลม ผลอ่อนเปน็ สีเขียว เมอ่ื แกจ่ ะเปน็ สีนำ้ ตาล
24
ตอนที่ ๓
ประโยชนข์ องใบบัวบกและกระพงั โหม
ประโยชนท์ างยา
ใบ รสขมเย็น เป็นยาดับร้อน ลดอาการอักเสบบวม แก้ปวดท้อง แก้ดีซ่าน แก้บิด
ใบสดต้มกับน้ำซาวข้าวด่ืมแก้น่ิวในระบบทางเดินปัสสาวะ มีสาร Asiaticoside
ทำยาทาแกแ้ ผลโรคเรื้อน
ตน้ เป็นยำบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อน
ลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แก้พิษงูกัด ปวดศีรษะข้างเดียว
ขับปัสสาวะ แก้เจ็บคอ เป็นยาห้ามเลือด ส่าแผลสด แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน
แกช้ ำ้ ใน
เมล็ด รสขมเยน็ แกบ้ ดิ แกไ้ ข้ แกป้ วดศีรษะ
ทัง้ ตน้ รสหอมเย็น บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ช้ำใน แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ
รักษาบาดแผล แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้โรคปวดศีรษะข้างเดียว (ไมเกรน)
แก้โรคเรอ้ื น แก้กามโรค แกต้ บั อักเสบ
สรรพคณุ และประโยชน์ของใบบัวบก
สมุนไพรบัวบก มชี ื่อท้องถ่ินอื่น ๆ ว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผักแวน่ (ภาคใต้), กะโต่ เป็นต้น จัดเป็น
พชื สมุนไพรที่มตี ้นกำเนดิ ในแถบเอเชีย เป็นพชื ล้มลุกขนาดเลก็ มกี ลน่ิ ฉุน มีรสขมหวาน
เมอ่ื พูดถึงบัวบก สมุนไพรชนิดน้ีข้ึนมาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกไปว่ามนั แค่ชว่ ยแก้อาการช้ำในเฉย ๆ (ส่วนอาการ
อกหักนี้ไม่เกี่ยวกันนะ) แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกน้ันมีสรรพคุณมากมาย เพราะได้รับ
การกล่าวขานเก่ียวการรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะ
อาหาร มีฤทธ์กิ ลอ่ มประสาท ช่วยบำรงุ สมอง เพ่มิ ความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อย่างเช่น บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์
มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี ๑ วิตามินบี ๒ วิตามินบี ๖
วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และกรดอะมิโน อย่างเช่น แอสพาเรต
กรดกลตู ามิก เซรนี ทรีโอนนี อะลานีน ไลซีน ฮีสทดี ิน เปน็ ต้น
ใบบวั บกเหมาะสำหรับคนที่ข้ีรอ้ น มภี าวะแกรง่ หรอื มคี วามร้อนช้นื เพราะเป็นสมนุ ไพรทม่ี ฤี ทธิ์เปน็ ยาเย็น
ประโยชนข์ องใบบัวบก
๑. บวั บกเป็นพืชทีม่ ีแคลเซียมในระดบั ปานกลางถงึ สูง แต่มีระดับสารออกซาเลตที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ในปรมิ าณต่ำ
๒. ใบบวั บกชว่ ยคืนความออ่ นเยาว์ ย้อนอายุและวัย
25
๓. ใชเ้ ปน็ ยาอายุวัฒนะ
๔. ชว่ ยเสรมิ สร้างและกระต้นุ การสรา้ งคอลลาเจนและอีลาสตนิ
๕. มสี ารต่อตา้ นอนุมูลอสิ ระ ชว่ ยต่อตา้ นการเสือ่ มของเซลลต์ ่าง ๆในรา่ งกาย
๖. ประโยชนข์ องใบบัวบก ชว่ ยบำรงุ และรักษาสายตา ฟน้ื ฟรู อบดวงตา เพราะบวั บกมีวิตามินเอสูง
๗. ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใช้ใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นเอาแต่น้ำนำมาหยดที่ตา
๓-๔ ครั้งต่อวนั
๘. ชว่ ยบำรงุ ประสาทและสมองเหมอื นใบแปะกว๊ ย
๙. ชว่ ยทำใหค้ วามจำดขี ้นึ และทำใหม้ ปี ฏิภาณไหวพริบเพิม่ มากขน้ึ
๑๐.ชว่ ยเพ่ิมความจำในผู้สูงอายุ
๑๑.เช่อื วา่ ใบบัวบกมีส่วนชว่ ยเพม่ิ ไอคิว ความฉลาด และความสามารถในการเรียนรู้
๑๒.ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยชะลออาการของโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ สตรีวัยทอง โรคอัลไซเมอร์หรือ
อาการหลงลมื ระยะสั้นได้
๑๓.ชว่ ยเพิ่มสมาธิ แก้สมาธิสั้น
๑๔.ชว่ ยเพิ่มความสามารถในการตดั สินใจเฉพาะหน้า
๑๕.ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ปวดศรี ษะขา้ งเดยี ว
๑๖.ช่วยแก้อาการวิงเวียนศรี ษะ
๑๗.ช่วยผอ่ นคลายความเครียด
๑๘.ช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซ่ึงเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ จึงช่วย
ผ่อนคลายและทำให้หลับงา่ ยข้นึ
๑๙.ช่วยทำให้เลือดไปเลีย้ งสว่ นตา่ ง ๆ ไดด้ ียิ่งขึน้
๒๐.ช่วยกระตุ้นการสร้างเนอ้ื เยื่อใหม่
๒๑.ใช้เปน็ ยาบำรุงกำลงั บำรงุ ร่างกาย
๒๒.ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย
๒๓.ช่วยบำรงุ หัวใจ
๒๔.ช่วยฟืน้ ฟูสุขภาพจากโรคภัยไขเ้ จ็บต่าง ๆ
๒๕.ช่วยทำใหจ้ ติ ใจสดช่นื อารมณ์แจม่ ใส
๒๖.ช่วยทำใหห้ น้าตาสดใสเหมอื นเป็นวยั รุ่น
๒๗.ใช้เป็นยาอายวุ ฒั นะ
๒๘.ช่วยบำรงุ เสียง
๒๙.ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บวั บกสดประมาณ ๑ กำมือ นำมาตำค้นั เอาน้ำแลว้ เติมนำ้ สม้ สายชู
๑-๓ ช้อนแกง แลว้ จิบกนิ บอ่ ย ๆ
๓๐.ชว่ ยแก้กระหายน้ำ
๓๑.ใบบวั บกมสี รรพคณุ ชว่ ยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน
๓๒.ใบบวั บกมีสารยับยัง้ หรือชะลอการขยายตวั ของเซลล์มะเร็ง ชว่ ยตอ่ ต้านโรคมะเร็ง
๓๓.ช่วยรกั ษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับนำ้ ตาลในเลอื ดในผ้ปู ่วยโรคเบาหวานไดด้ ี
๓๔.ช่วยรักษาโรคดซี า่ นจากภาวะร้อนชน้ื ด้วยการใชบ้ วั บก ๓๐กรัม น้ำตาลทรายกรวด ๓๐ กรมั ตม้ น้ำดืม่
๓๕.ชว่ ยรักษาโรคโลหติ จาง
๓๖.ชว่ ยรกั ษาอาหารหืด
26
๓๗.ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้ต้นสด ๑ กำมือต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือจะใช้บัวบก
สด ๆ ทัง้ ต้นประมาณ 30 กรมั นำมาคน้ เอาน้ำ เติมน้ำตาลเลก็ น้อยแลว้ ดมื่ กินประมาณ ๕-๗ วนั
๓๘.ช่วยรกั ษาโรคลมชัก
๓๙.ชว่ ยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
๔๐.ชว่ ยรกั ษาอาการเต้านมอักเสบเปน็ หนองในระยะแรก ด้วยการใชบ้ วั บกและเปลือกของลูกหมาก ๑ ผล
นำมาตม้ กบั เหลา้ ดื่ม
๔๑.ช่วยแก้คนเป็นบา้
๔๒.ช่วยรกั ษาโรคที่เก่ยี วกบั เลอื ด
๔๓.ช่วยลดความดันเลอื ด เพมิ่ ความยืดหยนุ่ ให้หลอดเลือด และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลอื ด
๔๔.ชว่ ยรักษาโรคท่ีมสี มุฏฐานจากเสมหะ
๔๕.ชว่ ยแก้อาการอ่อนเพลยี เม่อื ยล้า
๔๖.ชว่ ยแกไ้ ข้
๔๗.ช่วยห้ามเลือดกำเดา เพราะทำให้เลือดเดิน แต่เลือดจะไม่ออกจากเส้นเลือดและยังทำให้เลือดเย็น
อกี ด้วย
๔๘.ช่วยแกอ้ าการช้ำใน บาดเจ็บจากการกระทบกระแทก
๔๙.เป็นพืชที่ย่อยไดง้ า่ ย
๕๐.ช่วยทำใหเ้ จรญิ อาหาร รบั ประทานอาหารได้มากข้ึน
๕๑.ช่วยแกอ้ าการทอ้ งเสีย
๕๒.สารสกัดจากใบบวั บกมฤี ทธปิ์ อ้ งกันและยบั ยัง้ การเกิดโรคมะเร็งลำไสใ้ หญ่ได้เปน็ อยา่ งดี
๕๓.ช่วยแกอ้ าการเร่ิมที่จะเปน็ บิด
๕๔.ช่วยรกั ษาโรคบิดหรือมีมกู เลอื ดปนเมื่อขบั ถา่ ย
๕๕.ช่วยรกั ษากระเพาะอาหารเป็นแผล
๕๖.ใชเ้ ป็นยาระบาย ชว่ ยระบายทอ้ ง แกล้ ม
๕๗.ใชเ้ ปน็ ยาขบั ปัสสาวะ
๕๘.แก้อาการปัสสาวะติดขัด ด้วยการใช้ใบบัวบกประมาณ ๕๐ กรัม นำมาตำแล้วพอกบริเวณสะดือ
เมอ่ื ถา่ ยปัสสาวะคลอ่ งดีแลว้ ค่อยเอาออก
๕๙.ชว่ ยขับความรอ้ นชน้ื ทางเดินปสั สาวะ ปอ้ งกันการเกดิ นิ่ว
๖๐.ชว่ ยรกั ษาโรคน่วิ ทางเดนิ ปสั สาวะด้วยการใช้บวั บก ๕๐ กรัมต้มกบั น้ำซาวข้าวครง้ั ท่ี ๒ แล้วนำมาด่มื
๖๑.ชว่ ยรักษาอาการมหี นองออกจากปสั สาวะ
๖๒.ชว่ ยแก้อาการนำ้ ดใี นร่างกายมากเกินไป
๖๓.ช่วยรักษาโรคม้ามโต
๖๔.ช่วยรกั ษาอาการติดเช้ือของไวรัสตบั อักเสบ
๖๕.แกอ้ าการปวดขอ้ รูมาตอยด์
๖๖.ใชเ้ ป็นยาห้ามเลอื ด ใสแ่ ผลสด ด้วยการใชใ้ บสดประมาณ ๒๐ ใบนำมาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
๖๗.ชว่ ยรักษาแผลให้หายเร็วยงิ่ ข้นึ ชว่ ยเรง่ การสรา้ งเนื้อเยอ่ื
๖๘.ช่วยแก้อาการฟกช้ำ ด้วยการใช้ใบบัวบกมาทุบให้แหลกแล้วนำมาโปะบริเวณที่ฟกช้ำ หรือจะใช้
ใบบวั บกประมาณ ๔๐ กรัม ต้มกับเหล้าแดงประมาณ ๒๕๐ cc. ประมาณ ๑ ชั่วโมงแล้วนำมาด่มื
27
๖๙.ใช้บัวบกตำนำมาพอกรักษาความร้อนบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือใช้รักษาอาการด้วยการใช้น้ำค้ัน
บวั บกนำมาผสมกบั แป้งข้าวเหนยี วทำเปน็ แป้งเหลว พอกบรเิ วณที่เปน็
๗๐.ช่วยรกั ษาพิษจากแมลงสัตวก์ ัดต่อย
๗๑.ช่วยรักษาโรคผิวหนังตา่ ง ๆ เชน่ โรคเร้ือน โรคสะเกด็ เงนิ หดิ หัด เป็นต้น
๗๒.ชว่ ยระงบั การเจริญเตบิ โตของเชือ้ แบคทีเรียทเ่ี ป็นสาเหตทุ ำใหเ้ กิดหนอง
๗๓.ชว่ ยลดอาการอักเสบของแผลได้เป็นอยา่ งดีและใชท้ ารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกดว้ ย
๗๔.ชว่ ยรกั ษาผวิ หนงั เป็นดา่ งขาว
๗๕.ใช้เป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ท้ังต้นสด
ของบัวบกประมาณ ๓ ต้นนำมาล้างนำ้ ให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วนำมาพอกแผลไฟไหม้
๗๖.บัวบกมีการนำมาผลิตเป็นแคปซูลวางจำหน่าย มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสมองเป็นหลัก
(Brain tonic)
๗๗.ปัจจุบันมีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปัจจุบันในรูปแบบผงใช้โรยแผล และในรูปแบบเม็ดรับประทาน
เพ่ือรักษาแผลผ่าตัด แผลสด ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือฝีหนองได้ และยังช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็น
อกี ดว้ ย
๗๘.ช่วยแกอ้ าการกา้ งปลาตดิ คอ ดว้ ยการนำบัวบกไปตม้ นำ้ แล้วคอ่ ย ๆ กลนื นำ้ ลงคอ
๗๙.ใบและเถาบัวบกใช้รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกกะปิค่ัว หมี่กรอบ ก๋วยเต๋ียวผัดไทย ลาบ ก้อย
แกงเผ็ด ยำใบบัวบก ซปุ หน่อไม้ เป็นตน้
๘๐.น้ำค้ันจากใบบัวบกนำมาทำเป็นนำ้ มันบัวบกใช้ชโลมศีรษะ มีสรรพคณุ ช่วยบำรุงหนังศีรษะและเส้นผม
ช่วยทำใหเ้ สน้ ผมดกดำ แก้ปญั หาผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
๘๑.น้ำใบบัวบกเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนเป็นอย่างมาก เพราะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นดับร้อนใน
รา่ งกายได้สารพดั
๘๒.สารสกัดจากใบบวั บก มีคณุ สมบัตชิ ว่ ยลดการระคายเคืองผิวและปลอดภัยต่อรา่ งกาย
๘๓.สารสกดั จากใบบัวบกมกี ารนำมาใช้เพ่ือเปน็ สว่ นผสมในการผลติ เครื่องสำอาง
๘๔.มีการนำสารสกดั จากใบบัวบกมาใช้ทำเป็นวสั ดปุ ดิ แผล
๘๕.ลบรอยตีนกาตื้น ๆ ด้วยน้ำใบบัวบก ด้วยการนำบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นจนละเอียด
แลว้ นำน้ำทไี่ ด้มาใช้สำลชี บุ นำ้ ทาทั่วบริเวณหางตาหรอื ท่วั ใบหน้า ท้งิ ไว้ประมาณ ๑๕ นาทแี ลว้ ล้างออก
โดยควรทาทุกวันกอ่ นนอน
๘๖.มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาผลิตเป็นสบู่ใบบัวบก ซ่ึงผู้ผลิตอ้างว่าช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าขาว
กระจ่างใส ผวิ หน้าเต่งตงึ ได้
28
ประโยชนข์ องกระพังโหม
• ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอก สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้ มีรสขมกลิ่นเหม็นเขียว (กล่ินหอม)
มีสรรพคุณช่วยระบายความร้อนในร่างกาย โดยจะออกยอดมากในช่วงฤดูฝน บ้างมีจำหน่ายในตลาด
สดในบางท้องถิ่น ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ จะใช้ยอดอ่อนและใบอ่อนเป็นผักสด
รับประทานร่วมกับน้ำพริก ชาวอีสานใช้รับประทานร่วมกับลาบก้อย ส่วนชาวใต้จะนำไปซอยให้
ละเอียดเป็นผักที่ใช้ผสมปรุงเป็นข้าวยำ ส่วนดอกจะมีการรับประทานเป็นผักสดในบางท้องท่ี แต่ก็
ไม่เป็นที่นิยมมากนัก บางคนจะใช้น้ำคั้นจากเถาและใบมาผสมปรุงเป็นขนมข้ีหนู เพื่อให้ขนมข้ีหนู
เป็น สีเขยี ว สว่ นในอนิ เดียจะนำมาปรงุ ในซุปเพอื่ ช่วยบำรุงกำลังให้คนชราทฟี่ ื้นไขห้ รือคนชรากนิ
• ชาวบ้านจะนิยมนำต้นกระพังโหมมาปลูกไว้ใกล้ ๆ บริเวณบ้านเพ่ือเก็บมารับประทานได้สะดวก
(แตก่ ารปลูกควรทำรา้ นใหเ้ ล้ือยหรอื ปลกู บรเิ วณริมรว้ั )
• เกษตรกรท่ีเลี้ยงหมู มีการใช้สมนุ ไพรชนดิ น้ีเป็นยาลดไขด้ ้วย ด้วยการดึงเอาเถามาทุบให้พอแหลกหรือ
ให้มนี ำ้ ออกมา แลว้ เอาเถาน้นั มาลบู ไปตามตัวหมทู เี่ ป็นไข้ จะทำให้ไข้ของหมลู ดลง
• ใช้เป็นยาถา่ ยพยาธใิ นสัตว์เลีย้ ง
• ในประเทศอินเดียมีการพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันจากสมุนไพรชนิดน้ีมาใช้เป็นยาทาแก้ปวดข้อ
และปวดหลัง
29
เรอ่ื งที่ ๓.๑
สรรพคุณของใบบัวบกและกระพงั โหม
สรรพคุณและประโยชน์ของใบบัวบก
สมุนไพรบัวบก มชี ื่อท้องถ่ินอื่น ๆ ว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผักแวน่ (ภาคใต้), กะโต่ เป็นต้น จัดเป็น
พืชสมนุ ไพรทม่ี ตี น้ กำเนิดในแถบเอเชีย เป็นพืชล้มลุกขนาดเลก็ มกี ลน่ิ ฉุน มีรสขมหวาน
เม่ือพดู ถงึ บัวบก สมุนไพรชนิดนีข้ ึ้นมาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกไปว่ามันแค่ช่วยแก้อาการช้ำในเฉย ๆ (ส่วนอาการ
อกหักน้ีไม่เกี่ยวกันนะ) แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกน้ันมีสรรพคุณมากมาย เพราะได้รับการ
กล่าวขานเก่ียวการรักษาโรคไดห้ ลายชนิด อยา่ งโรคลมชัก โรคผิวหนงั ท้องเสีย ท้องอดื แผลในกระเพาะอาหาร
มีฤทธิ์กลอ่ มประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพม่ิ ความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อย่างเช่น บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิ
แคสโซซัยด์ ซ่ึงมีฤทธ์ิช่วยต้านการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี ๑ วิตามินบี ๒ วิตามินบี ๖
วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตโุ ซเดียม และกรดอะมิโน อย่างเช่น แอสพาเรต กรดก
ลตู ามิก เซรนี ทรโี อนนี อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เป็นตน้
ใบบวั บกเหมาะสำหรับคนที่ขี้รอ้ น มีภาวะแกรง่ หรือมคี วามรอ้ นชืน้ เพราะเป็นสมุนไพรท่ีมฤี ทธิ์เป็นยาเยน็
สรรพคุณของกระพงั โหม
๑. ใบและเถาสดมีกล่นิ เหม็น ใช้กินเป็นยาอายุวัฒนะ แก้ธาตุพิการ แก้ตานซาง แก้ดีร่ัว ช่วยเจริญอาหาร
(ใบและเถา)
๒. ใบสดใช้ตำพอกอุดรูฟันแก้ปวดฟันและแก้รำมะนาด (ใบ) ส่วนผลก็มีสรรพคุณช่วยแก้ปวดฟันเช่นกัน
และใชท้ าฟนั ให้เปน็ สดี ำ (ผล)
๓. ใชเ้ ป็นยารักษาอาการอักเสบบริเวณปากและคอ (ทัง้ ตน้ )
๔. ใบและเถาใช้กินเป็นยาแก้ไข้ แก้ตัวร้อน (ใบและเถา) ส่วนทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ไข้รากสาด ใช้ต้มด่ืมแก้
พิษไข้ (ทั้งต้น)[1] เม่ือเวลาเป็นไข้ให้ใช้น้ำต้มจากเถาหรือใบ นำมาใช้เช็ดตัวหรือนำผ้าสะอาดชุบน้ำต้ม
มาวางไวบ้ นศีรษะ ก็จะทำให้อาการไขล้ ดลงไดเ้ ปน็ อย่างดี (เถา)
๕. รากสดใช้ฝนกับน้ำหยอดตาแก้พิษ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ตามัวได้ดีมาก ในสมัยก่อนนิยมใช้กันอย่าง
แพรห่ ลาย (ราก)
๖. ช่วยทำใหอ้ าเจยี น ด้วยการใชร้ ากหรือเปลือกนำมาต้มกับนำ้ ดื่ม (ราก, เปลอื ก)
๗. ทง้ั ต้นใช้ปรงุ เปน็ ยาขบั นำ้ นม (ทั้งต้น)
๘. ใช้เป็นยาแก้ท้องเสยี ซ่งึ จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่าสารสกดั จากกระพงั โหมสามารถแก้อาการ
ท้องเสยี ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ (ใบและเถา, ทั้งตน้ )
๙. ใชเ้ ปน็ ยาแก้บิด (ทั้งต้น)
๑๐.ใบและเถาใช้เป็นยาขับลม เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ใบและเถา) ในภาคอีสานถ้ามีอาการท้องอืด เมื่อกิน
ยอดกระพังโหมจะช่วยขับลมได้เป็นอย่างดี (ใบ) ส่วนน้ำต้มจากรากก็มีสรรพคุณเป็นยาขับลมด้วย
เชน่ กัน (ราก)
๑๑.ใช้เปน็ ยาขับพยาธิไสเ้ ดอื นในเด็ก (ใบและเถา)
30
๑๒.ท้ังต้นใช้ต้มด่ืมเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยถอนพิษต่าง ๆ (ทั้งต้น) หมอยาพ้ืนบ้านในประเทศฟิลิปปินส์
จะนำใบมาต้มและนำมาตำให้แหลก แล้วนำมาโปะลงบนท้องจะช่วยแก้ปัสสาวะขัด ทำให้สามารถ
ขับปสั สาวะออกมาได้ นอกจากนี้ถา้ นำใบมาต้มดืม่ กช็ ่วยขบั นว่ิ ออกจากกระเพาะปสั สาวะไดด้ ว้ ย (ใบ)
๑๓.ใชเ้ ป็นยารกั ษาโรคเรมิ โรคงูสวดั (ไมร่ ะบุสว่ นทใ่ี ช้)
๑๔.รากใชเ้ ป็นยาแก้โรคดซี ่าน (ราก)
๑๕.ใชเ้ ป็นยารกั ษาบาดแผล (ใบและเถา, ท้งั ต้น)
๑๖.ใช้ใบหรือท้ังต้นรวมรากแบบสดบดให้ละเอียดใช้เป็นยาทาหรือตำพอกบาดแผลท่ีถูกงูกัด จะเป็นยา
ถอนพษิ กอ่ นนำผ้ถู ูกงูกัดไปพบแพทย์
๑๗.ช่วยเหลอื แกป้ วดแสบปวดรอ้ นท่ีผวิ หนงั (ใบ, ท้งั ตน้ )
๑๘.หมอยาพนื้ บา้ นในประเทศฟลิ ิปปนิ สจ์ ะใชน้ ้ำตม้ จากใบนำมาอาบเปน็ ยารักษาโรคไขขอ้ (ใบ)
๑๙.นอกจากน้ยี งั ใช้กระพงั โหมเป็นยาใช้ถอนพิษสรุ ายาสูบ พิษจากอาหาร (ไม่ระบุสว่ นทใี่ ช้)
31
ตอนที่ ๔
การเตรียมวัสดุ อปุ กรณใ์ นการทำนำ้ มันสมุนไพรใบบวั บก
วสั ดอุ ุปกรณ์
๑ มะพร้าว ๒. กระพงั โหม
๓. ใบบวั บก ๔.นำ้ มันสมุนไพรใบบวั บก
32
วสั ดุ
๑. กะทิ ๕๐๐ กรมั
๒. กระพังโหม ๕๐๐ กรัม
๓. ใบบวั บก ๕๐๐ กรัม
วธิ ใี ช้
ลา้ งแผลใหส้ ะอาดแลว้ ทาแผลสด แผลแห้ง แผลเรอื้ รัง และแผลไฟไหม้ น้ำมันลวก และฟกชำ
ข้ันตอนการทำ
1. นำใบบวั บก ใบกระพงั โหมมาปน่ั และค่ันเอาแต่นำ้
2. นำน้ำบัวบก กระพังโหม และหวั กะทิ มาเค้ียวจนแตกมนั เป็นสเี หลือง
3. นำนำ้ มนั ท่ไี ด้มากรองกบั ผา้ ขาว ตง้ั ใหเ้ ยน็ และบรรจขุ วด
33
ตอนท่ี ๕
สรุปสาระสำคญั
๑. เกร่นิ นำ
กระบวนการ
จากรากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนทรัพยากรท่ีมีอยู่ในชุมชนเกิดจากครอบครัวและชุ มชน
ลว้ นเป็นรากฐานภูมิปัญญาท้องถ่นิ จนกลายเป็นผลติ ภณั ฑ์ท่กี ่อให้เกิดรายไดแ้ ละสร้างความเข้มแข็งให้กบั ชมุ ชน
ภายใต้การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาปากท้องของคนในชุมชน ความเข้มแข็งของท้องถิ่น จะเป็นรากฐาน
การพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนในชุมชน โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ใช้กระบวน
การเรียนรู้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาท้ังระยะส้ันและระยะยาว ในการใช้ระดม
ความคิดเห็นหรือการต้ังวงประชุมแลกเปล่ียนเรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีการส่ือสาร
แลกประสบการณ์ นำข้อมูลข่าวสาร เพื่อเล่าสู่กันฟัง ทำให้เกิดความเข้าใจถึงสภาพปัญหา ความต้องการ
ทแี่ ทจ้ ริงของชมุ ชน โดยการใชก้ ระบวนการมสี ่วนร่วมมีขั้นตอนสำคญั คอื
๑.การศึกษาวเิ คราะหป์ ญั หาชมุ ชน
๒.ศึกษาแนวทางในการแกป้ ัญหา
๓.วางแผนการดำเนินการเพอ่ื ปฏิบตั ิตามแผน
๔.ถอดบทเรียนหลังจากการฝึก
๕.ตดิ ตามและประเมนิ ผล
เพื่อความเข้าใจสภาพปัญหา ความต้องการของชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนิน การ
และพฒั นารูปแบบผลติ ภัณฑ์ของชมุ ชนนำไปสกู่ ารพัฒนาทีย่ ั่งยืน
๑. ขน้ั ตอนการปฏิบัตทิ ่ีเปน็ เลิศในการทำน้ำมันสมนุ ไพรใบบวั บก ใช้วงจรเดมม่งิ (PDCA)
มาตรวจสอบกระบวนการปฏิบัตงิ าน
PLAN DO
การวางแผน ลงมือทานา้ มนั
ศกึ ษาวธิ ีการทา สมนุ ไพรใบบวั บก
นา้ มนั สมนุ ไพร TEAM
ใบบวั บก
ACTION CHECK
ประเมนิ การทานา้ มนั สารวจความเรียบรอ้ ย
สมนุ ไพรใบบวั บก และนาไปใช้
34
วงจร P = PLAN การวางแผน
DEMMING D = DO การลงมือทำ
C = CHECK การตรวจสอบผลงาน
A = ACTION การพฒั นาเพ่อื ปรบั ปรุง
PDCA + (plus) TEAM MODEL <<<พีดีซีเอ พลสั ทมี โมเดล>>>
Plan
วางแผน
ระดมความคิด /
. วางแผน/ ออกแบบ
35
กรรมวิธกี ารทำน้ำมนั สมุไพรใบบวั บก
ลงมDอืOทำ
การเคย่ี วนำ้ กะทิ น้ำใบบัวบก และนำ้ กระพงั โหม
อธบิ ายขนั้ ตอนกระบวนการ
หลังเค่ียวกะทจิ นแตกมัน
ได้น้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก บรรจุใส่ขวด
36
ผลิตภณั ฑ์น้ำมนั สมนุ ไพรใบบวั บก
CHECK
การตรวจสอบผลงาน
แผลโดนนำ้ รอ้ นลวก วันทแี่ รก แผลโดนน้ำร้อนลวก วันทสี่ าม แผลโดนน้ำร้อนลวก วันทเ่ี กา้
หลงั จากทานำ้ มนั สมนุ ไพรใบบวั บก หลังจากทานำ้ มนั สมุนไพรใบบวั บก
สอบถามความพึงพอใจผู้ท่ไี ดใ้ ช้ผลติ ภณั ฑ์น้ำมนั สมุนไพรใบบัวบก โดยใชแ้ บบ
ประเมนิ ผา่ น https://forms.gle/Uge4xvqghbNknsnp6
37
ACTION
ประเมิน
เผยแพรผ่ า่ นสอื่ ออนไลนต์ ่างๆ
นาผลการตอบแบบประเมนิ มาพฒั นารูปแบบผลิตภณั ฑ์
38
วตั ถุประสงค์ของวธิ ี หรอื แนวทางปฏบิ ัติทเี่ ปน็ เลิศ
๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำผลติ ภณั ฑน์ ำ้ มันสมนุ ไพรใบบวั บก ซ่งึ เปน็ พืชท่ีมีอยใู่ นท้องถิน่
๒. รูจ้ กั ใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์และเกดิ องคค์ วามรู้
๓. สามารถนำไปประกอบอาชีพเพอื่ เป็นรายได้เสรมิ ให้กับครอบครัว
เป้าหมาย
ตวั ชวี้ ัดเชิงปริมาณ กลมุ ประชากรในพืน้ ที่ตำบลริโก๋ อําเภอสไุ หงปาดี จาํ นวน ๑๐ คน
ตัวช้ีวัดเชิงคุณภาพ กลุ่มประชากรมีทักษะการประกอบอาชีพ สามารถนำความรู้สร้างรายได้
ให้กับครอบครวั รวมถึงการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ทดี่ ขี ึน้
๒. ลำดับข้นั ตอนการดำเนินกิจกรรมพฒั นา Flow Chart (แผนภูม)ิ ของวิธีหรอื แนวทางปฏิบตั ิทเ่ี ป็นเลิศ
ข้ันท่ี ๑
การวิเคราะหช์ ุมชน
โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน.ตำบลริโก๋ ได้ดำเนินการตามความต้องการของประชาชน
ในพืน้ ที่ และได้มกี ารกำหนดทิศทางพัฒนาชุมชน ท้องถนิ่ หรือพ้ืนที่การเรียนรู้ การสร้างงานใหม่ การเพ่ิมมูลค่า
ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพเดิมในชุมชน โดยมีความสอดคล้องกับต้นทุนท่ีมีในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มีแนวทาง
การฝึกอาชีพประกอบกระบวนการ มีการผ่านการทำเวทีประชาคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมสำรวจต้องการ
ของกลมุ่ เปา้ หมายและนำมาเพอื่ การวเิ คราะห์ข้อมูลชุมชน ดังนี้
ประชมุ ช้ีแจ้งทำความเข้าใจในการดำเนนิ กจิ กรรมร่วมกัน และหาแนวทางการดำเนินกิจกรรม
เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายได้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เพ่ือสร้างเข้าใจและรับรู้รายละเอียด
ร่วมกัน ให้ส่วนราชการ และผู้เก่ียวข้องสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม และวิทยากรบรรยายให้ความรู้
ตามความถนัด เช่น ปลัดประจำตำบล เกษตรอำเภอ พัฒนาชุมชนอำเภอ กศน. ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ผู้นำชุมชน
เปน็ ต้น
การวเิ คราะห์ขอ้ มูลชุมชน (จุดอ่อน จดุ แขง็ โอกาส )
จุดออ่ น
๑.๑ ไมม่ เี งนิ ทนุ ในการประกอบอาชีพ
๑.๒ ประชาชนขาดความรดู้ า้ นการปรบั ปรงุ คุณภาพผลผลิต
๑.๓ ขาดการส่งเสริมและชว่ ยเหลือหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องอย่างตอ่ เนื่อง
ดา้ นเศรษฐกจิ
- รายไดข้ องครัวเรือนไม่เพยี งพอกับคา่ ใชจ้ ่าย
- ประชากรขาดความกระตือรอื ร้นในการพัฒนาอาชพี
- ประชากรในพื้นที่ว่างงาน,ตกงานเปน็ จำนวนมาก
- ไม่มีทด่ี ินทำกิน ท่ีทำกนิ ไม่เพียงพอ
ด้านสงั คม
- เด็กและเยาวชนในพื้นท่ี สว่ นใหญ่นิยมตามกระแสวฒั นธรรมตา่ งชาตเิ พ่ิมมากขนึ้
- ผสู้ ูงอายุและผูด้ ้อยโอกาสยงั ไดร้ บั การดูแลทางด้านสวัสดิการยังไมท่ ัว่ ถึง
- ผสู้ ูงอายุขาดการดแู ลอย่างเหมาะสม
- ครอบครวั แยกกนั อยู่
39
ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
- ทรพั ยากรทางธรรมชาติเสื่อมโทรม เชน่ ดินขาดคุณภาพสารอาหาร แข็งตัว ทำใหพ้ ืชตา่ งๆหาอาหาร
ไมไ่ ด้ เกษตรกร ตอ้ งหาธาตอุ าหารตา่ งๆใส่บำรุงพืชทำให้มีรายจา่ ยเพ่มิ มากขน้ึ
- การใช้ดินและป่าอยา่ งไม่มรี ะบบและขาดการดแู ล
- สภาพดินที่ทำกนิ เสือ่ มโทรมและขาดธาตุในดิน
- ทดี่ ินว่างเปลา่ ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน์
ด้านสาธารณสขุ
- ประชาชนในหมู่บ้านยงั ขาดความรู้ ความเขา้ ใจในการกำจัดขยะท่ีเปน็ ระบบและปลอดภยั
- ในช่วงฤดฝู นประชาชนในพืน้ ท่ี ต้องพบกบั ปัญหาการแพรร่ ะบาดของโรคไขเ้ ลือดออก
จุดแขง็
๑. การมีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นเพอื่ ประโยชนข์ องชุมชน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ ของครวั เรือน
ทัง้ หมด
๒. การเปน็ สมาชกิ กลมุ่ ต่างๆในหม่บู ้าน คิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของครวั เรือนท้ังหมด
๓. การใช้แหลง่ สินเชอ่ื เพ่ือการผลิต คดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ ของครวั เรือนทัง้ หมด
ดา้ นเศรษฐกจิ
- ประชาชนสว่ นใหญใ่ นพืน้ ท่ี มีการดำเนินชีวติ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเฉพาะการหา
อาชพี เสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มด้วยหลักการพ่ึงตนเอง ทำเองขายเอง ทำให้ไดร้ บั ผลกำไรเพม่ิ มากขนึ้
- ประชาชนส่วนใหญ่ในพืน้ ที่ มีอาชีพค้าขาย
ด้านสังคม
- เด็กและเยาวชนในพ้ืนท่ี สว่ นใหญ่มีความกระตือรือรน้ และเอาใจใส่ในการศึกษาเล่าเรียน
- ประชาชนส่วนใหญ่มีส่วนรว่ มในการพฒั นา
- ประชาชนสว่ นใหญม่ ีความเอื้อเฟ้ือเผอ่ื แผ่ตอ่ กนั
- สามารถดูแลตนเองและครอบครัว
- สามารถสนองตอบความต้องการของสงั คมได้
ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
- มีทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่อดุ มสมบูรณ์
- สภาพหม่บู า้ นมีการพัฒนาใหส้ ะอาดและน่าอยู่
- ประชาชนรู้จกั ท่จี ะเลือกใชท้ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ด้านสาธารณสุข
- ประชาชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย หรือการออกแรงออกกำลัง
อยา่ งสม่ำเสมอ สง่ ผลทำให้มสี ุขภาพรา่ งกายทแ่ี ขง็ แรงเพ่ิมขึน้
การวิเคราะหป์ จั จัยภายนอก หรือสภาพแวดล้อมภายนอก
โอกาส
๑. มีเจา้ หนา้ ที่ทหารรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในหมบู่ า้ น
๒. มีงบประมาณช่วยเหลือ กลมุ่ อาชีพในหมู่บา้ น
๓. มีเจา้ หน้าทท่ี หารรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน
40
อุปสรรค
๑. มีทรพั ยากรธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณ์ แตย่ ังไมร่ ู้จักนำมาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนส์ งู สุด
๒. ประชาชนส่วนใหญไ่ มค่ ่อยให้ความรว่ มมือในการมีสว่ นร่วมในการพฒั นาหมู่บา้ น
๓. ประชาชนไม่รูจ้ กั คณุ คา่ ของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งมเี หตุมีผล
ขน้ั ท่ี ๒
จัดเวทีประชาคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลชุมชนเพ่ือหาจุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาส
โดยสร้างเวทีการแสดงความคิดเห็น และความต้องการในการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับ
ครอบครัวและชุมชน
สำรวจเวทีประชาคม และประชมุ เครอื ขา่ ย
ขั้นที่ ๓
ฝึกอบรมหลักสูตร การทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก ตามความต้องการของชุมชน มีการแบ่ง
การฝึกเป็น ๓ ระยะ คือ ก่อนการดำเนินกิจกรรมแนะแนว เพ่ือให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญและช่องทาง
การประกอบอาชีพ ระหว่างการฝึกอาชพี กำหนดระยะเวลาการเรียน มีการฝึกภาคทฤษฏี ภาคปฏิบัติ และฝึก
ประสบการณ์ ก่อนจบหลักสูตรมีการวิเคราะห์การบริหารจัดการการประกอบอาชีพแบบเป็นกลุ่มหรือ
รายบคุ คล
กรรมวธิ ีการทำนำ้ มันสมนุ ไพรใบบัวบก บา้ นบาลกู า หมู่ที่ ๔ ตำบลรโิ ก๋
ใบบวั บก ใบกระพงั โหม กะทิ
41
การเตรียมอปุ กรณว์ ตั ถดุ ิบก่อนทา
ขนั้ ตอนการทานา้ มนั สมนุ ไพรใบบวั บก
สามารถรบั ชมเพมิ่ เติมไดท้ ่ี
https://www.youtube.com/watch?v=jmtOn7GSA-
M&t=24s
42
ขน้ั ท่ี ๔
ถอดบทเรียนหลังจากการฝึกพัฒนาทักษะอาชีพ เพ่ือกระตุ้นให้เกิดช่องทางการประกอบอาชีพและ
การสรา้ งรายได้ให้คนในครอบครัวและชุมชน
ข้นั ท่ี ๕
ประชุมเพ่ือตดิ ตามและสรุปผลการดำเนนิ งานกจิ กรรม
นเิ ทศติดตามการดำเนนิ งานการทำ
น้ำมนั สมนุ ไพรใบบวั บก
ผลิตภณั ฑ์น้ำมนั สมุนไพรใบบัวบก
43
2.2 แผนผงั แสดงขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน
1. ประชมุ ชี้แจ้งทา 2. จดั เวทีประชาคม 3. เตรียมความพรอ้ ม
ความเขา้ ใจในการ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และถอดบทเรยี นแก่
ดาเนิ นกิจกรรมร่วมกนั วิเคราะห์ข้อมลู คณะกรรมการและ
ชุมชนเพ่อื หาจดุ อ่อน
6 ถอดบทเรียน จดุ แขง็ และโอกาส ตวั แทน
หลงั จากการฝึ ก กลมุ่ เป้าหมายใน
พฒั นาทกั ษะอาชีพ 5. ฝกึ อบรมพัฒนา 4. ปรชะชุมุมชนแนวทาง
ทกั ษะอาชีพ ตาม การดาเนิ นกิจกรรม
ความตอ้ งการของ รว่ มภาคีเครอื ขา่ ย
และส่วนราชการใน
ชมุ ชน พน้ื ท่ีและหาแนว
ทางการพฒั นาอาชีพ
7. ประชุมเพ่อื ติดตาม 8. สรปุ ผลการ
ผลการดาเนิ นงาน ดาเนิ นงานกิจกรรม
กิจกรรม
๓. ผลการดำเนินการ
๓.๑ เชงิ ปรมิ าณ
ที่ ชอ่ื โครงการ/ เป้าหมาย ผลการดำเนนิ งาน (คน) การนำไปใช้ประโยชน์
กิจกรรม/หลักสูตร (คน) ชาย หญิง รวม ลดรายจา่ ย เพมิ่ รายได้ พัฒนา
คุณภาพชีวติ
1. -หลักสูตรการทำ ๑๐ คน - ๑๐ ๑๐ - ๓ ๗
นำ้ มันสมุนไพรใบ
บวั บก
๓.๒ เชิงคุณภาพ
- ผู้เรยี นทจ่ี บหลกั สูตร สามารถฝึกทักษะการประกอบอาชีพได้
- ผู้เรียนท่ีจบหลักสูตร สามารถนำความรู้ที่ได้ ไปใช้ในการต่อยอดอาชีพ และสามารถผลิต จำหน่าย
เพมิ่ รายได้ใหก้ บั ครอบครัว
- ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะการถ่ายทอดความรู้ ด้านการพัฒนาคุณภาพ รูปแบบ
มาตรฐานของสนิ คา้ เพม่ิ ขน้ึ เพอื่ จงู ใจผซู้ ื้อ จดั หาแหลง่ จำหนา่ ยสินค้า การรวมกลมุ่ และการจดั ตงั้ กลุ่มอาชพี
44
ผลลพั ธ์ที่ได้รบั
๑. ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการสามารถฝกึ ทกั ษะการประกอบอาชีพเพ่ือสรา้ งรายได้
๒. ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการท่ีจบหลักสูตรส่งเสริมอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้
ในการต่อยอดอาชีพ และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆนำไปสู่การสรา้ งรายได้ใหก้ ับตนเอง ชมุ ชนตอ่ ไป
ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของโครงการ
ปญั หาอุปสรรค
- การจัดต้ังกลุ่ม และการดำเนินการในการบริหารจัดการล่าช้า เนื่องจากการฝึกทักษะอาชีพกระจุก
อยูใ่ นช่วงไตรมาสใดไตรมาสหนึง่ การดำเนนิ การจงึ ไมต่ อ่ เน่ือง
ขอ้ เสนอแนะ
- สถานศึกษาหรือสำนักงาน กศน.ควรสนับสนุนสอื่ การเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึน้
แนวทางการดำเนินงานต่อไป
- ครู กศน.ประสานงาน กับกลุ่มเป้าหมายและวิทยากร และกลุ่มงานอาชีพเพ่ือขอจัดตั้งการฝึกอบรม
ตามระเบยี บ ก่อนและหลังการจดั การดำเนนิ งานให้เรยี บร้อยแล้ว
- พัฒนาหลักสูตรบูรณาการร่วมกับการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือให้มีการรองรับการจัดการศึกษา
เพ่อื พฒั นาอาชีพตามความตอ้ งการของชมุ ชน และกลุ่มเป้าหมาย
- หลกั สูตรให้ได้การรบั รองการพฒั นาหลักสูตรจากคณะกรรมการสถานศึกษาต้นสงั กัด
๗. การเผยแพร่
45
คณะผจู ดั ทำ
ท่ีปรกึ ษา หมีนหวงั ประธานกรรมการสถานศึกษา
นายไพโรจน์ หะรอแม ประธานกรรมการ กศน.ตำบลรโิ ก๋
นายอร่าม วฒั นสิทธ์ิ ผูอำนวยการ กศน.อำเภอสไุ หงปาดี
นางหทัยกาญจน์ สิงหะ ครูผชู วย
นายนรุ อสั วาน วจีอสิ มยั ครูอาสาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี นตำบลรโิ ก๋
นางสาวมธุรา สิงหะ ครู กศน.ตำบลรโิ ก๋
นางยามลี ะห์
ผู้สนับสนุนขอ้ มลู สิงหะ ครผู ชู วย
นายนรุ อสั วาน วจีอสิ มยั ครูอาสาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรยี นตำบลริโก๋
นางสาวมธรุ า สิงหะ ครู กศน.ตำบลรโิ ก๋
นางยามีละห์
เรียบเรยี ง/พมิ พ/์ ทาน
นายนุรอสั วาน สิงหะ ครูผชู วย
ครูอาสาสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรยี นตำบลริโก๋
นางสาวมธุรา วจีอสิ มยั ครู กศน.ตำบลรโิ ก๋
นางยามลี ะห์ สงิ หะ
46