The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.นวัตกรรมใบบัวบก64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by singhayamilah, 2021-10-01 04:32:16

1.นวัตกรรมใบบัวบก64

1.นวัตกรรมใบบัวบก64

กศน.ตำบลรโิ ก๋
ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศัยอำเภอสุไหงปำดี
สำนักงำนส่งเสรมิ กำรศึกษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอัธยำศัยจังหวัดนรำธิวำส

สำนักงำนปลัดกระทรวงศกึ ษำธิกำร

2

คำนำ

ชุดวิชาการทำสมุนไพรใบบัวบก อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จัดทำข้ึนเพ่ือเป็นหลักสูตรท้องถิ่นของ
สถานศึกษา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสไุ หงปาดี จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากอำเภอ
สุไหงปาดี มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประชาชนอำเภอสุไหงปาดี ผลผลิตทางการเกษตรท่ีสำคัญ ได้แก่
ยางพาราลองกอง ทุเรยี น ข้าวตามสภาพพ้ืนทเ่ี ป็นป่าสมบรู ณ์และ การประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ของเกษตรกร

บรรดาพืชผักของไทย ท่ีนับเป็นสมุนไพรมากมายคุณค่า หลากหลายประโยชน์ จรงิ อยู่มีมากมายหลาย
ชนิด และหนึ่งในบรรดาผักท่ีเป็นสมุนไพรนั้น “บัวบก” คงอยู่ในอันดับต้นๆ ท่ีคนไทยเรารู้จักมาเนิ่นนาน
อาจจะเปน็ ผักตัวแรกดว้ ยซำ้ ไป เหน็ เปน็ วลี เปน็ คำเกา่ ที่ชาวบ้านนักแต่ง และครูเพลง จารกึ ไวถ้ ึงสมนุ ไพรแกช้ ้ำ
ใน ชอกชำ้ อกหกั ตอ้ งรกั ษาดว้ ยนำ้ ต้มใบบัวบก ตราบทกุ วันนีก้ ็ยังให้ค่าใบบัวบกแก้ชำ้ ในกันอยู่

บัวบก ช่ือสามัญเรียก Gotu Kola เป็นพืชในวงศ์ UMBELLIFERAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Centella
asiatica (Linn.) Urban ช่ือเรียกในภาษาท้องถ่ินไทย ภาคเหนือและภาคอีสาน เรียก ผักหนอก ภาคใต้ เรียก
ผักแว่น เป็นพืชล้มลุก อายุยืนหลายปี ลักษณะต้น หรือเถาเลื้อยตามผิวดิน มีข้อปล้อง ออกราก ใบ ดอก ผล
เมลด็ ตามข้อ ใชเ้ ป็นอาหาร เปน็ ผัก เปน็ ยาสมุนไพร และใชน้ ำไปขยายพันธุ์ปลูก

จากการศึกษามีเกษตรกรสวนผลไม้อำเภอสุไหงปาดี ได้คิดค้น หาวิธีการลอกเลียนแบบธรรมชาติ การปลูก
ใบบัวบกประสบความสำเร็จสามารถเก็บผลผลิตน้ำผึ้งขายเพิ่มรายได้ มีคุณค่าทางอาหาร และไม่เพียงพอกับ
ความต้องการของผู้บริโภค จึงได้จัดทำชุดการวิชาการทำสมุนไพรใบบัวบก ในอำเภอสุไหงปาดี ข้ึนเพ่ือใช้ประกอบ
การเรียนการสอนหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน ของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ
สุไหงปาดีสำหรับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและผู้ท่ีสนใจท่ัวไปสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความ
เขา้ ใจลงมือฝึกปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนสามารถทำสมุนไพรใบบัวบก ไดท้ ี่นำเสนอในชุดวิชาน้ีได้

สารบัญ 3

รายการ หน้า
คำนำ ................................................................................................... (1)
สารบัญ...................................................................................... ............. (2)
โครงสร้างชุดวิชาการทำสมุนไพรใบบวั บก.............................................. 3
บทท่ี 1 ประวัตคิ วามเปน็ มาเกยี่ วกับใบบวั บก.................... ................... 4-7
บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง..................................................................... 8-14
บทที่ 3 อปุ กรณ์และวธิ ีทำ..................................................................... 15-16
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน..................................................................... 17-28
บทที่ 5 บทสรุป..................................................................................... 29

4

โครงสร้างชดุ วิชาการทำสมุนไพรใบบัวบก ตามหลกั สตู รวชิ าชพี ระยะส้นั

ความเปน็ มาของหลักสตู ร

จากนโยบายการดำเนินงานของสำนักงาน กศน. มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาด้านอาชีพ ใน 5
กลุม่ อาชีพ ประกอบดว้ ย อาชีพดา้ นเกษตรกรรม ด้านอตุ สาหกรรม ดา้ นพาณิชยกรรม ด้านความคิดสรา้ งสรรค์
และด้านอำนวยการและอาชีพเฉพาะทาง โดยมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายผู้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพสามารถนำ
ความรู้ไปใช้ประโยชนไ์ ด้จรงิ และสร้างรายไดท้ ี่มน่ั คง

สภาพสังคมปัจจุบันมนุษย์เราได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ
การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ประชากรมนุษย์เพ่ิมข้ึนเรื่อย ๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไป
อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรทเี่ พมิ่ ข้ึนทุกมมุ โลก มนุษย์จึงประสบปัญหาตา่ ง ๆ โดยเฉพาะดา้ น
การดำรงชีพและชวี ิตความเปน็ อยู่ของประชาชน ดังนั้นสง่ิ ที่ทุกคนควรตระหนัก คือ ทรพั ยากรท่มี อี ยู่และการใช้
ทรัพยากรในชีวติ ประจำวัน จำเป็นอย่างยิ่งทม่ี นุษย์จะต้องลดการใช้ทรัพยากร และคำนึงถึงการใช้ทรพั ยากรได้
อยา่ งคมุ้ ค่า

จากการทำเวทีประชาคมของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดีประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม เช่น การทำสวนยางพารา

และการทำสวนผลไม้ ปัจจุบันสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะยางพารามีราคาตกต่ำ ประชาชนมีความ

เดือดร้อน รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ประกอบกับสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น ประชาชนจึงมีความ

ต้องการฝึกอาชีพเพื่อเป็นช่องทางการประกอบอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว การทำน้ำมัน

สมนุ ไพรบวั บกนับได้วา่ เป็นอาชีพอิสระที่ผู้สนใจสามารถนำมาทำเปน็ อาชีพหลักหรืออาชีพเสริม สามารถเรียนรู้

ได้ง่าย ไม่ยุง่ ยาก อีกทั้งงานประดิษฐ์ท่ีเกิดข้ึนมาจากความคิดสร้างสรรค์ มีลักษณะท่ีสวยงาม สามารถจำหน่าย

ได้ นับเปน็ ช่องทางหนึ่งในการประกอบอาชีพต่อไป

หลักการของหลักสูตร

ประเภทของหลักสูตร

เป็นหลกั สตู รประเภทการฝกึ อบรมระยะส้นั

สาระสำคญั ของหลกั สตู ร

๑.ชอ่ งทางการประกอบอาชีพ จำนวน ๓ ชั่วโมง

๒.วัสดุ อุปกรณ์ ในการทำน้ำมนั สมุนไพรใบบัวบก จำนวน ๓ ช่ัวโมง

๓.ทักษะการทำนำ้ มันสมุนไพรใบบัวบก จำนวน ๓ ชั่วโมง

๔.การจดั การควบคุมคณุ ภาพ และ การทำบญั ชคี รัวเรือน จำนวน ๓ ชั่วโมง

จุดมงุ่ หมาย

๑, เพื่อใหผ้ เู้ รียนประยกุ ต์ ขั้นตอนในการทำน้ำมนั สาบเสอื ได้

๒. เพื่อให้ผเู้ รียนมที ักษะ และสามารถสร้างงานการทำนำ้ มนั สาบเสอื ตามขนั้ ตอนไดถ้ กู ต้อง

๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมองเหน็ ช่องทางการประกอบอาชีพ

เป้าหมาย

๑. ผทู้ ่ไี ม่มอี าชีพ

๒. ผทู้ ี่มีอาชพี และตอ้ งการพฒั นาอาชีพ

๓. ผู้ทีส่ ามารถอา่ นออกเขียนได้

5

บทท่ี ๑
ประวัติความเป็นมาเกย่ี วกบั ใบบวั บก

ความเปน็ มา

ใบบัวบก เป็นพืชท่ีเหมาะสำหรับเตรียมเป็นเคร่ืองด่ืมและอาหารหรือเป็นผัก คำว่าบัวบกมีสองชนิด
คือบัวบก หัว (Stephania erecta, Craib, Menisapermaceae) และบัวบกใบ หรือท่ีเรียกว่าผักหนอก
(Centella asiaica, Umbelliferae) เป็นพืชทขี่ ้ึนงา่ ยตามทช่ี ื้นแฉะ เป็นไม้ลม้ ลุกเนื้ออ่อน ใบกลมประมาณน้ิว
ครึ่ง ริมใบจัก ใบบัวบกเป็นยาบำรุง รักษาโรคผิวหนัง โรคประสาท ขับปัสสาวะ ต้นและใบเป็นยาบำรุงหัวใจ
แก้อ่อนเพลียเมื่อยล้า แก้ท้องเสยี อาการเร่ิมเป็นบิด ในด้านพฤกษเคมี พบว่าใบและรากบัวบก มีสารสำคัญคือ
ไทรเทอร์ปีนส์ พบกรดเอเชียติก เอเชียติโคไซด์ มาเดคอสซอล มาเดคาสสิก และอื่นๆ นอกจากนี้ประกอบด้วย
นำ้ มันหอมระเหยเล็กน้อย และฟลาโวนอยด์ นำ้ ที่ค้นั ได้ พบเอเชียติโคไซด์มากที่สุด มฤี ทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วย
เสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งอาการคัน ช่วยยับยั้งเชื้อกลาก สารสกัดด้วยน้ำยัง
สามารถช่วยลดการติดเช้ือที่เกิดหนอง ทำให้เหมาะสมในการใช้เป็นผลิตภัณฑ์ภายนอกลดการอักเสบของแผล
ในช่องปาก และอื่นๆ บัวบก ช่วยให้แผลเป็นจางลงได้ ซึ่งควรทาในช่วงที่เป็นแผลใหม่ และแผลไม่ใหญ่
จนเกินไป ใบบัวบก หรือผักหนอกมีประโยชน์ท้ังเป็นอาหาร เป็นยาเย็น แก้อ่อนเพลีย ยังใช้เป็นยาภายนอก
อกี ด้วย เป็นสมุนไพรธรรมดา แต่ก็มคี ณุ คา่ มากหลายสมควรปลูกไว้ใกลต้ วั

ต้นกระพังโหม เป็นพรรณไมเ้ ถาเลือ้ ยประเภทล้มลุก เล้ือยพาดพันไปตามพื้นดินหรือเลือ้ ยพันต้นไม้อื่น
ลำต้นมีขนาดเล็ก ลำต้นและใบมียางสี เม่ือขย้ีดมจะมกี ลิ่นเหม็น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการเพาะ
ต้นอ่อน พบขึ้นทั่วไปในป่าธรรมชาติ เช่น ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง บริเวณในสวนต่าง ๆ หรือในท่ีรกร้างว่าง
เปล่าท่ัวไป ใบและเถาสดมีกล่ินเหม็น ใช้กินเป็นยาอายุวัฒนะ แก้ธาตุพิการ แก้ตานซาง แก้ดีรั่ว ช่วยเจริญ
อาหาร ใบสดใช้ตำพอกอุดรฟู นั แก้ปวดฟันและแก้รำมะนาด ส่วนผลก็มีสรรพคณุ ช่วยแก้ปวดฟันเช่นกัน และใช้
ทาฟันให้เป็นสีดำ ใช้เป็นยารักษาอาการอักเสบบริเวณปากและคอ ใบและเถาใช้กินเป็นยาแก้ไข้ แก้ตัวร้อน
ส่วนทั้งต้นใช้เป็นยาแก้ไข้รากสาด ใช้ต้มด่ืมแก้พิษไข้ (ท้ังต้น)[1] เม่ือเวลาเป็นไข้ให้ใช้น้ำต้มจากเถาหรือใบ

6

นำมาใช้เช็ดตัวหรือนำผ้าสะอาดชุบน้ำต้มมาวางไว้บนศีรษะ ก็จะทำให้อาการไข้ลดลงได้เป็นอย่างดี รากสดใช้
ฝนกบั นำ้ หยอดตาแกพ้ ษิ แกต้ าฟาง ตาแฉะ ตามัวได้ดีมาก ในสมัยกอ่ นนิยมใช้กันอยา่ งแพรห่ ลาย

จากการทำเวทีประชาคมของ กศน.ตำบลริโก๋ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอสุไหงปาดี พบว่าประชากรในพ้ืนที่ตำบลริโก๋ มีความต้องการฝึกอาชีพ เพ่ือเป็นช่องทางการประกอบ
อาชีพที่สามารถสรา้ งรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว รวมไปถงึ สง่ เสรมิ ให้ประชากรรู้จักเพิ่มมูลคา่ ของใบบวั บกที่มี
อยู่ในท้องถ่ินของตนเอง และฝึกทักษะในการประกอบอาชีพ เพื่อเสริมสร้างการมีอาชีพมีงานทำ และใช้เวลา
ว่างให้เป็นประโยชน์ ประกอบกับในท้องถ่ินมีต้นใบบัวบกเป็นจำนวนมาก จึงได้เล็งเห็นความสำคัญและได้
พฒั นาหลักสูตรการทำน้ำมนั สมุนไพรใบบัวบกขึ้น ตามความตอ้ งการของชุมชน
จุดประสงค์

เมื่อศึกษาชุดวชิ าตอนน้ีแลว้ ผเู้ รยี นสามารถ
1. บอกชนดิ ของใบบัวบกในประเทศไทยได้
2. ประโยชน์ของใบบวั บก
3. ลกั ษณะของใบบัวบก
4. สรรพคณุ ของใบบัวบก

7

ชนดิ ของใบบวั บกในประเทศไทย

ชนดิ ของใบบัวบกในประเทศไทย บรรดาพืชผักของไทย ที่นับเป็นสมนุ ไพรมากมายคุณคา่ หลากหลาย
ประโยชน์ จรงิ อย่มู ีมากมายหลายชนดิ และหน่ึงในบรรดาผักทเ่ี ปน็ สมนุ ไพรนัน้ “บวั บก” คงอยใู่ นอันดับต้นๆ ท่ี
คนไทยเราร้จู ักมาเนิน่ นาน อาจจะเปน็ ผกั ตวั แรกดว้ ยซ้ำไป เห็นเปน็ วลี เป็นคำเกา่ ทชี่ าวบ้านนกั แตง่ และครู
เพลง จารึกไว้ถึงสมุนไพรแก้ช้ำใน ชอกชำ้ อกหกั ต้องรักษาดว้ ยน้ำต้มใบบวั บก ตราบทุกวนั น้กี ย็ ังให้ค่าใบ
บวั บกแก้ชำ้ ในกันอยู่

บวั บก ช่ือสามญั เรียก Gotu Kola เปน็ พืชในวงศ์ UMBELLIFERAE มีช่ือวทิ ยาศาสตรว์ า่ Centella
asiatica (Linn.) Urban ชื่อเรียกในภาษาท้องถ่ินไทย ภาคเหนือและภาคอสี าน เรียก ผักหนอก ภาคใต้ เรียก
ผักแวน่ เปน็ พืชล้มลกุ อายยุ ืนหลายปี ลักษณะตน้ หรอื เถาเล้อื ยตามผวิ ดนิ มีข้อปล้อง ออกราก ใบ ดอก ผล
เมลด็ ตามข้อ ใชเ้ ปน็ อาหาร เป็นผกั เปน็ ยาสมนุ ไพร และใช้นำไปขยายพนั ธ์ปุ ลกู

ใบบวั บก
ลกั ษณะของใบบวั บก เปน็ ใบเดีย่ ว มีก้านใบยาว ชใู บคลา้ ยกางร่ม ใบท่ีมลี ักษณะกลม ฐานเว้าลึก

คลา้ ยรูปรา่ งของไต ขอบใบหยัก ผวิ ใบเรยี บ ด้านลา่ งใบมขี นสัน้ บางๆ ดอก ออกเปน็ ช่อ ออกจากข้อ คล้ายร่ม มี
ข้อละ 2-3 ช่อ แตล่ ะช่อมดี อก 3-4 ดอก แตล่ ะดอกมี 5 กลบี สีมว่ งอมแดง และจะเจริญเปน็ ผลเป็นเมลด็
ขยายพนั ธุ์ต่อไปได้ บวั บกเป็นพืชเขตร้อน ชอบทีล่ มุ่ ชื้นแฉะเลก็ น้อย เช่น ตามขอบคันนา คันดนิ ริมหนอง สระ
คลองนำ้ ชอบแสงรำไร มเี ถาเลือ้ ยไปตามผิวดิน บางทเี รยี กวา่ ไหล ส่วนนี้แหละทใี่ ชน้ ำไปปกั ชำ ขยายพันธ์ุปลกู
ต่ออายุได้ไปหลายฤดู ขยายพันธ์ุได้รวดเร็ว เจรญิ เติบโตไดเ้ ร็วมาก

บวั บกปลูกแพร่พนั ธไุ์ ด้ตลอดปี แต่จะมมี ากชว่ งฤดูฝน ช่วงฤดูแล้งจะปรบั ตวั ใหใ้ บเล็กลง กา้ นสนั้ ลง แต่
มคี วามแข็งแกร่ง ออกใบยอดเปน็ กระจกุ ที่ข้อ ซงึ่ คือลำต้นจรงิ ของพืชชนดิ น้ี เป็นท้ังจดุ กำเนิดไหล ใบ ราก ดอก
ทุกส่วนของบัวบกให้ประโยชนแ์ กค่ นเราทั้งสิ้น

8

บวั บก ให้คณุ ค่าทางอาหาร และสารประกอบที่สำคัญมากมายหลายชนิด ตดั มาทั้งเถา ราก ต้น ใบ
ดอก 100 กรมั เป็นผักทใี่ ห้พลังงานแก่คนถงึ 44 กโิ ลแคลอรี ประกอบดว้ ย เส้นใยอาหาร 26 กรัม แคลเซียม
146 กรัม ฟอสฟอรสั 30 มิลลิกรมั เหลก็ 3.9 มิลลิกรัม วิตามนิ เอ 10962 IU วติ ามนิ บหี น่งึ 0.24 มลิ ลกิ รัม
วิตามินบีสอง 0.09 มลิ ลกิ รัม ไนอะซนิ หรือวิตามินบสี าม 0.8 มิลลกิ รมั วติ ามินซี 4.0 มิลลกิ รัม

บัวบกใชเ้ ป็นผักเคียงอาหาร โดยใชต้ น้ ราก เถา ใบ ดอกอ่อน แกลม้ กับนำ้ พริกต่างๆ กะปิค่วั แกงเผ็ด
ลาบ กอ้ ย ซุบหน่อไม้ ตำคั่วขนุน หรอื ยำมะหนุน กนิ กับหม่ีกรอบ ผัดไทย คือวา่ จะเป็นผักเคียง ผักแกล้ม ใช้
แบบสดๆ รสชาติมนั ขมเลก็ น้อย กลิ่นหอม
ตอนเก็บบวั บกมากิน เพียงแต่จับถอนต้นที่อยู่กลางๆ ตดั เถาดา้ นหนงึ่ ถอนต้นออกมา ยอดและเถาจะถูกถอน
ออกมาเปน็ พวงยาว หลายยอด ล้างน้ำให้สะอาด รบั ประทานไดห้ มด แต่ถา้ ยาวมากๆ ดูไม่สวย ก็เด็ดเถาเป็น
ชว่ งๆ กไ็ ด้อย่าลืมว่าทกุ ส่วนของบวั บกมีคณุ ค่า ใหป้ ระโยชน์ท้ังหมด แตต่ ้องล้างนำ้ ใหส้ ะอาด ระวงั ไข่พยาธิ ไข่
หอยทาก หรือมสี ่ิงแปลกปลอมติดอยู่อนั ตรายต่อรา่ งกาย และไม่อรอ่ ยนัก มีความนิยมดื่มน้ำใบบัวบกกนั มาก
เขาวา่ น้ำคนั้ จากใบบวั บก ปรงุ น้ำตาล ใส่น้ำแขง็ เป็นเคร่อื งดมื่ สมุนไพรที่นิยมแพรห่ ลายกันในขณะน้ี
บัวบก พชื สมนุ ไพร คนจีนถือว่า น้ำใบบวั บกเปน็ ยาแก้ช้ำใน ทำใหเ้ ลือดกระจายตวั หายจากอาการฟกชำ้ ดำ
เขียว เป็นยาบำรงุ กำลัง หมอไทยเรารมู้ านานแลว้ ว่า บวั บกทง้ั ต้นเถา ราก ใบ ดอก มีสรรพคณุ แก้อ่อนเพลีย
เมอื่ ยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหวั ใจ บำรุงประสาท บำรงุ สายตา บำรุงสมอง เพ่ิมความทรงจำ ลดอาการสมองเสื่อม
อัลไซเมอร์ บำรงุ โลหติ รักษาภาวะโลหติ จาง รักษาแผลสด แผลหลังผา่ ตดั หา้ มเลอื ด ถอนพษิ ไฟไหม้นำ้ ร้อน
ลวก แก้ช้ำใน ลดอาการอักเสบ

บัวบกเสรมิ สรา้ งและกระตุน้ ให้ร่างกายผลิตคอลาเจน และอลิ าสติก ช่วยใหผ้ วิ ชมุ่ ช้ืนเปลง่ ปลงั่ ลด
ความเครียด คลายความกังวลซมึ เศร้า แกว้ ิงเวยี นศีรษะ ปวดศรี ษะ บรรเทาอาการเจบ็ คอ แกร้ ้อนในกระหาย
น้ำ ลดระดับนำ้ ตาลในเส้นเลือด รกั ษาระดับความดันในร่างกาย รกั ษาแผลในกระเพาะอาหาร คุณประโยชน์อีก
มากมาย นับ 100 อยา่ ง

9

บทที่ ๒
เอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง

ใบบัวบก Centella asiatica Urban.
ชอื่ วิทยาศาสตร์ APIACEAE (UMBELLIFERAE)
ชื่อวงศ์ Asiatic Pennywort, Gotu kola
ชื่อสามัญ
ชอ่ื อนื่ ๆ

ภาคเหนือ ผักหนอก
กะเหรย่ี ง-แมฮ่ ่องสอน ปะหนะเอขาเดา๊ ะ
ภาคกลาง บวั บก
ภาคใต้ ผักแว่น

ลกั ษณะทาง ไม้ล้มลุก อยใู่ นจำพวกผัก ประเภทเลอื้ ย มีลำตน้ เลื้อยไปตามดินท่ชี นื้ แฉะ เรยี กว่า
พฤกษศาสตร์ ไหล มรี ากงอกออกตามข้อของลำต้น
ใบ เปน็ ใบเดี่ยว ออกเรยี งสลับ ใบงอกเป็นกระจกุ ออกจากข้อ ขอ้ ละ 2-10 ใบ
ประโยชนท์ างยา ลักษณะใบรูปไต รูปรา่ งกลม ฐานใบโคง้ เว้าเข้าหากนั ขอบเป็นคล่นื หยักเลก็ น้อย
แผน่ ใบสีเขียวมีขนเล็กน้อย ก้านใบสเี ขียวยาว
ดอก ออกดอกเป็นชอ่ แบบชอ่ ซร่ี ่มตามซอกใบ มีประมาณ 2-5 ชอ่ ช่อหนึ่งมีดอก
ย่อยประมาณ 4 – 5 ดอก ดอกมขี นาดเล็ก กลบี ดอกมี 5 กลีบ สีม่วงเขม้ อมแดง
สลับกนั ก้านชอ่ ดอกจะมีความยาวประมาณ 0.5-5 ซม. รวิ้ ประดับจะมีประมาณ 2-
3 ใบ เกสรตวั ผนู้ ้นั จะสนั้
ผล เปน็ ผลแห้งแตก ลกั ษณะแบน มีเสน้ ผา่ ศนู ย์กลางยาวประมาณ 3-4 มม. เมลด็ สี
ดำ

ใบ รสขมเยน็ เปน็ ยาดบั ร้อน ลดอาการอักเสบบวม แกป้ วดท้อง แก้ดีซ่าน แก้บดิ
ใบสดตม้ กบั น้ำซาวข้าวดื่มแก้น่วิ ในระบบทางเดินปสั สาวะ มสี าร Asiaticoside
ทำยาทาแกแ้ ผลโรคเรอื้ น

ตน้ เปน็ ยำบำรุงกำลัง บำรงุ หวั ใจ แก้อ่อนเพลยี เมือ่ ยลา้ รกั ษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อน
ลวก หรือมีการชอกช้ำจากการกระแทก แกพ้ ิษงูกัด ปวดศีรษะข้างเดยี ว ขบั
ปสั สาวะ แก้เจบ็ คอ เป็นยาห้ามเลือด สา่ แผลสด แกโ้ รคผิวหนัง ลดความดัน แก้
ช้ำใน

10

เมลด็ รสขมเย็น แก้บดิ แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ

ทัง้ ตน้ รสหอมเย็น บำรุงหวั ใจ บำรุงกำลงั แก้ชำ้ ใน แก้อ่อนเพลยี ขบั ปัสสาวะ รกั ษา
บาดแผล แกร้ อ้ นในกระหายน้ำ แกโ้ รคปวดศรี ษะข้างเดียว (ไมเกรน) แก้โรค
เรื้อน แก้กามโรค แกต้ บั อักเสบ

สรรพคุณและประโยชน์ของใบบัวบก
สมนุ ไพรบวั บก มีชอ่ื ท้องถน่ิ อื่น ๆ ว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผกั แวน่ (ภาคใต)้ , กะโต่ เปน็ ต้น จดั เปน็

พชื สมนุ ไพรทมี่ ีต้นกำเนดิ ในแถบเอเชีย เปน็ พชื ลม้ ลุกขนาดเลก็ มีกลน่ิ ฉุน มรี สขมหวาน
เม่ือพดู ถึงบัวบก สมนุ ไพรชนดิ น้ีข้นึ มาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกไปว่ามนั แค่ช่วยแก้อาการช้ำในเฉย ๆ (ส่วนอาการ
อกหักนี้ไมเ่ กี่ยวกนั นะ) แตใ่ นความเป็นจรงิ แลว้ บัวบกหรือใบบัวบกน้นั มีสรรพคุณมากมาย เพราะไดร้ บั การ
กล่าวขานเกย่ี วการรักษาโรคได้หลายชนดิ อย่างโรคลมชัก โรคผวิ หนัง ท้องเสยี ท้องอดื แผลในกระเพาะอาหาร
มีฤทธ์ิกล่อมประสาท ช่วยบำรงุ สมอง เพิม่ ความจำ ช่วยลดความอ่อนลา้ ของสมอง

ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อย่างเชน่ บราโมซัยด์ บรามโิ นซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิ
แคสโซซยั ด์ ซึ่งมีฤทธ์ิช่วยตา้ นการอักเสบ และยงั มกี รดมาดิแคสซคิ วติ ามนิ บี 1 วิตามนิ บี 2 วติ ามนิ บี 6 วติ ามิน
เอ วติ ามนิ เค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซยี ม ธาตโุ ซเดยี ม และกรดอะมิโน อยา่ งเชน่ แอสพาเรต กรดกลูตามิก
เซรีน ทรีโอนนี อะลานีน ไลซีน ฮีสทดี นิ เปน็ ต้น
ใบบัวบกเหมาะสำหรับคนท่ีขี้รอ้ น มภี าวะแกร่ง หรือมีความรอ้ นช้นื เพราะเป็นสมนุ ไพรทีม่ ีฤทธ์เิ ป็นยาเย็น

ประโยชนข์ องใบบัวบก

1. บัวบกเปน็ พชื ท่ีมีแคลเซยี มในระดับปานกลางถงึ สูง แต่มีระดับสารออกซาเลตท่ีเป็นอันตรายต่อรา่ งกาย
ในปรมิ าณต่ำ

2. ใบบวั บกช่วยคนื ความอ่อนเยาว์ ยอ้ นอายแุ ละวัย
3. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
4. ช่วยเสรมิ สรา้ งและกระตนุ้ การสรา้ งคอลลาเจนและอลี าสติน
5. มสี ารตอ่ ตา้ นอนมุ ลู อิสระ ช่วยต่อต้านการเส่อื มของเซลล์ต่าง ๆในรา่ งกาย
6. ประโยชน์ของใบบัวบก ชว่ ยบำรงุ และรกั ษาสายตา ฟ้ืนฟูรอบดวงตา เพราะบัวบกมีวิตามินเอสูง
7. ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใชใ้ บบวั บกลา้ งน้ำสะอาด ค้ันเอาแต่น้ำนำมาหยดทตี่ า 3-

4 คร้งั ตอ่ วัน
8. ชว่ ยบำรงุ ประสาทและสมองเหมือนใบแปะก๊วย
9. ชว่ ยทำใหค้ วามจำดีขึ้นและทำให้มีปฏภิ าณไหวพริบเพมิ่ มากข้นึ
10. ชว่ ยเพม่ิ ความจำในผสู้ งู อายุ

11. เชือ่ ว่าใบบวั บกมสี ว่ นชว่ ยเพิม่ ไอคิว ความฉลาด และความสามารถในการเรยี นรู้
12. ใบบัวบกมีสรรพคณุ ชว่ ยชะลออาการของโรคสมองเสื่อมในผู้สงู อายุ สตรวี ยั ทอง โรคอัลไซเมอร์หรอื

อาการหลงลมื ระยะส้นั ได้
13. ชว่ ยเพ่มิ สมาธิ แก้สมาธิสนั้
14. ช่วยเพ่ิมความสามารถในการตดั สนิ ใจเฉพาะหน้า

11

15. ชว่ ยแกอ้ าการปวดศรี ษะ ปวดศรี ษะขา้ งเดียว
16. ช่วยแก้อาการวงิ เวยี นศีรษะ
17. ชว่ ยผอ่ นคลายความเครยี ด
18. ช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสอื่ ประสาทที่ชว่ ยรักษาสมดลุ ของจติ ใจ จึงชว่ ยผอ่ น

คลายและทำให้หลับง่ายข้ึน
19. ช่วยทำใหเ้ ลือดไปเลี้ยงสว่ นตา่ ง ๆ ไดด้ ียิง่ ขึ้น
20. ช่วยกระตนุ้ การสร้างเน้ือเย่อื ใหม่
21. ใช้เป็นยาบำรงุ กำลงั บำรุงร่างกาย
22. ชว่ ยบำรงุ โลหติ ในร่างกาย
23. ชว่ ยบำรุงหวั ใจ
24. ชว่ ยฟ้ืนฟสู ุขภาพจากโรคภัยไขเ้ จบ็ ต่าง ๆ
25. ช่วยทำให้จิตใจสดชนื่ อารมณ์แจ่มใส
26. ช่วยทำใหห้ น้าตาสดใสเหมือนเปน็ วยั ร่นุ
27. ใชเ้ ปน็ ยาอายุวฒั นะ
28. ช่วยบำรงุ เสยี ง
29. ช่วยรกั ษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บัวบกสดประมาณ 1 กำมือ นำมาตำคัน้ เอาน้ำแลว้ เติมน้ำส้มสายชู

1-3 ชอ้ นแกง แลว้ จิบกนิ บ่อย ๆ
30. ชว่ ยแก้กระหายนำ้
31. ใบบวั บกมสี รรพคุณชว่ ยแก้อาการร้อนใน ตัวรอ้ น
32. ใบบัวบกมีสารยับยงั้ หรือชะลอการขยายตัวของเซลลม์ ะเร็ง ช่วยตอ่ ตา้ นโรคมะเร็ง
33. ช่วยรกั ษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดบั นำ้ ตาลในเลือดในผ้ปู ่วยโรคเบาหวานไดด้ ี
34. ช่วยรักษาโรคดีซ่านจากภาวะร้อนชน้ื ด้วยการใช้บัวบก 30 กรัม น้ำตาลทรายกรวด 30 กรัม ตม้ น้ำดมื่
35. ชว่ ยรักษาโรคโลหติ จาง
36. ชว่ ยรกั ษาอาหารหดื
37. ชว่ ยรกั ษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือต้มกบั น้ำแลว้ นำมาดื่ม หรือจะใช้บวั บกสด ๆ

ทง้ั ต้นประมาณ 30 กรัมนำมาคน้ เอาน้ำ เติมน้ำตาลเล็กน้อยแล้วด่ืมกินประมาณ 5-7 วัน
38. ช่วยรักษาโรคลมชกั
39. ชว่ ยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
40. ชว่ ยรักษาอาการเต้านมอักเสบเปน็ หนองในระยะแรก ด้วยการใชบ้ วั บกและเปลอื กของลูกหมาก 1 ผล

นำมาต้มกบั เหล้าด่ืม
41. ชว่ ยแก้คนเป็นบา้
42. ช่วยรกั ษาโรคท่เี ก่ยี วกบั เลือด
43. ชว่ ยลดความดนั เลอื ด เพ่มิ ความยดื หยนุ่ ใหห้ ลอดเลือด และชว่ ยเพมิ่ การไหลเวียนของเลือด
44. ช่วยรกั ษาโรคทม่ี สี มุฏฐานจากเสมหะ
45. ชว่ ยแกอ้ าการอ่อนเพลีย เม่ือยลา้
46. ชว่ ยแกไ้ ข้

12

47. ชว่ ยหา้ มเลอื ดกำเดา เพราะทำให้เลือดเดิน แต่เลือดจะไม่ออกจากเส้นเลือดและยงั ทำให้เลือดเย็นอีก
ด้วย

48. ชว่ ยแก้อาการชำ้ ใน บาดเจ็บจากการกระทบกระแทก
49. เปน็ พืชท่ียอ่ ยได้งา่ ย
50. ช่วยทำใหเ้ จริญอาหาร รบั ประทานอาหารได้มากข้ึน
51. ชว่ ยแก้อาการท้องเสยี
52. สารสกดั จากใบบัวบกมีฤทธิป์ ้องกนั และยบั ย้ังการเกดิ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไดเ้ ปน็ อย่างดี
53. ช่วยแก้อาการเริ่มท่ีจะเปน็ บิด
54. ชว่ ยรกั ษาโรคบดิ หรือมีมูกเลือดปนเมอื่ ขบั ถ่าย
55. ช่วยรักษากระเพาะอาหารเป็นแผล
56. ใชเ้ ป็นยาระบาย ชว่ ยระบายท้อง แก้ลม
57. ใช้เปน็ ยาขับปัสสาวะ
58. แกอ้ าการปัสสาวะตดิ ขัด ด้วยการใชใ้ บบวั บกประมาณ 50 กรมั นำมาตำแลว้ พอกบริเวณสะดือ เมื่อ

ถ่ายปัสสาวะคลอ่ งดีแล้วค่อยเอาออก
59. ช่วยขับความรอ้ นชื้นทางเดินปสั สาวะ ปอ้ งกนั การเกดิ นิ่ว
60. ชว่ ยรกั ษาโรคนิว่ ทางเดินปสั สาวะด้วยการใชบ้ วั บก 50 กรมั ตม้ กับนำ้ ซาวข้าวคร้งั ท่ี 2 แล้วนำมาด่ืม

61. ชว่ ยรักษาอาการมหี นองออกจากปัสสาวะ
62. ชว่ ยแกอ้ าการน้ำดีในร่างกายมากเกินไป
63. ช่วยรกั ษาโรคมา้ มโต
64. ชว่ ยรกั ษาอาการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบ
65. แก้อาการปวดข้อรมู าตอยด์
66. ใชเ้ ปน็ ยาหา้ มเลอื ด ใส่แผลสด ด้วยการใชใ้ บสดประมาณ 20 ใบนำมาลา้ งใหส้ ะอาด ตำพอกแผลสด
67. ช่วยรกั ษาแผลให้หายเร็วย่งิ ขึ้น ชว่ ยเร่งการสร้างเน้อื เยอื่
68. ช่วยแกอ้ าการฟกช้ำ ด้วยการใชใ้ บบัวบกมาทบุ ให้แหลกแล้วนำมาโปะบรเิ วณที่ฟกช้ำ หรือจะใช้ใบ

บวั บกประมาณ 40 กรัม ตม้ กับเหลา้ แดงประมาณ 250 cc. ประมาณ 1 ชัว่ โมงแลว้ นำมาดม่ื
69. ใช้บัวบกตำนำมาพอกรักษาความรอ้ นบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือใชร้ ักษาอาการด้วยการใช้น้ำคัน้

บวั บกนำมาผสมกับแป้งขา้ วเหนียวทำเป็นแปง้ เหลว พอกบรเิ วณทเ่ี ปน็
70. ช่วยรักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
71. ช่วยรกั ษาโรคผิวหนังต่าง ๆ เชน่ โรคเร้อื น โรคสะเกด็ เงิน หดิ หัด เป็นตน้
72. ชว่ ยระงบั การเจรญิ เติบโตของเชื้อแบคทีเรียทีเ่ ปน็ สาเหตุทำใหเ้ กดิ หนอง
73. ชว่ ยลดอาการอักเสบของแผลไดเ้ ป็นอย่างดีและใชท้ ารักษาแผลอักเสบจากการผา่ ตดั ได้อีกด้วย
74. ชว่ ยรกั ษาผิวหนังเปน็ ดา่ งขาว
75. ใชเ้ ป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้นำ้ ร้อนลวก ดว้ ยการใชท้ ้ังตน้ สด

ของบวั บกประมาณ 3 ตน้ นำมาล้างนำ้ ใหส้ ะอาด ตำใหแ้ หลกแลว้ นำมาพอกแผลไฟไหม้
76. บัวบกมกี ารนำมาผลิตเปน็ แคปซูลวางจำหน่าย มีสรรพคณุ ในการช่วยบำรุงสมองเปน็ หลัก (Brain

tonic)

13

77. ปจั จบุ นั มีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปจั จุบนั ในรปู แบบผงใชโ้ รยแผล และในรปู แบบเมด็ รับประทาน
เพื่อรักษาแผลผ่าตัด แผลสด ไฟไหม้ นำ้ ร้อนลวก หรือฝหี นองได้ และยงั ช่วยปอ้ งกันการเกิดแผลเปน็
อีกดว้ ย

78. ช่วยแก้อาการก้างปลาติดคอ ดว้ ยการนำบัวบกไปตม้ น้ำ แล้วคอ่ ย ๆ กลืนน้ำลงคอ
79. ใบและเถาบวั บกใช้รับประทานเป็นผกั สดกับนำ้ พริกกะปิค่วั หมี่กรอบ ก๋วยเต๋ียวผัดไทย ลาบ กอ้ ย แกง

เผด็ ยำใบบวั บก ซุปหนอ่ ไม้ เปน็ ตน้
80. น้ำคัน้ จากใบบวั บกนำมาทำเป็นน้ำมันบวั บกใชช้ โลมศรี ษะ มสี รรพคุณชว่ ยบำรงุ หนงั ศีรษะและเสน้ ผม

ชว่ ยทำให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมร่วง ผมหงอกกอ่ นวยั
81. น้ำใบบวั บกเปน็ เคร่ืองดื่มที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนเป็นอยา่ งมาก เพราะมีฤทธ์ิเป็นยาเย็นดับร้อนใน

รา่ งกายไดส้ ารพัด
82. สารสกดั จากใบบวั บก มีคณุ สมบตั ชิ ว่ ยลดการระคายเคืองผิวและปลอดภยั ตอ่ ร่างกาย
83. สารสกัดจากใบบัวบกมกี ารนำมาใชเ้ พื่อเปน็ ส่วนผสมในการผลติ เคร่ืองสำอาง
84. มกี ารนำสารสกดั จากใบบวั บกมาใช้ทำเป็นวัสดุปดิ แผล
85. ลบรอยตีนกาตนื้ ๆ ดว้ ยน้ำใบบัวบก ดว้ ยการนำบวั บกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปัน่ จนละเอยี ด แล้ว

นำน้ำทไี่ ด้มาใชส้ ำลชี ุบนำ้ ทาท่ัวบรเิ วณหางตาหรอื ทว่ั ใบหน้า ท้ิงไว้ประมาณ 15 นาทแี ล้วล้างออก โดย
ควรทาทุกวนั ก่อนนอน
86. มกี ารนำสารสกดั จากใบบวั บกมาผลิตเปน็ สบู่ใบบวั บก ซ่งึ ผ้ผู ลิตอา้ งว่าชว่ ยรักษาสวิ ทำให้ผิวหน้าขาว
กระจา่ งใส ผิวหน้าเต่งตึงได้

กระพังโหม
กระพังโหม ช่ือสามัญ Skunk-vine
กระพังโหม ช่ือวิทยาศาสตร์ Paederia foetida L. จัดอย่ใู นวงศเ์ ขม็ (RUBIACEAE)
สมุนไพรกระพงั โหม มีช่ือทอ้ งถ่นิ อน่ื ๆ ว่า ผักไหม (เชยี งใหม)่ , ตะมูกปาไหล (อดุ รธานี), กระเจียวเผือ
(สกลนคร), เครือไส้ปลาไหล (มหาสารคาม), ตดหมูตดหมา ผกั ไหม (ภาคเหนือ), กระเจียวเผอื เครอื ไสป้ ลาไหล
ตะมูกปาไหล (ภาคอีสาน), กระพังโหม ตดหมูตดหมา (ภาคกลาง), ย่านพาโหม (ภาคใต้), พงั โหม เปน็ ต้น
ลกั ษณะของกระพงั โหม

14

• ตน้ กระพังโหม จดั เปน็ พรรณไมเ้ ถาเลอ้ื ยประเภทล้มลุก เล้ือยพาดพันไปตามพื้นดินหรือเลือ้ ยพันต้นไม้
อ่นื ลำต้นมีขนาดเล็ก ลำตน้ และใบมยี างสี เม่ือขย้ีดมจะมกี ลิน่ เหม็น ขยายพนั ธด์ุ ว้ ยวิธีการเพาะเมล็ด
และการเพาะต้นอ่อน พบข้นึ ทวั่ ไปในป่าธรรมชาติ เช่น ป่าผสมผลดั ใบ ปา่ เตง็ รงั บรเิ วณในสวนต่าง ๆ
หรอื ในทร่ี กร้างวา่ งเปล่าทว่ั ไป

• บกระพังโหม ใบเปน็ ใบเดี่ยว ออกเป็นคูต่ รงขา้ มกนั แผน่ ใบเป็นสเี ขียว เนอ้ื ใบบาง เส้นใบโคง้ จรดกนั ที่
ใกล้ ๆ ขอบใบ ก้านใบส้ัน

• ดอกกระพังโหม ออกดอกเป็นช่อดอกเล็ก ๆ โดยจะออกตามซอกใบหรือโคนก้านใบ มชี ่อละประมาณ
2-3 ดอก กลีบเล้ยี งดอกจะมี 5 กลบี มขี นาดเล็ก ปลายกลีบแยกกนั กลบี ดา้ นนอกเปน็ สีขาว ส่วนกลบี
ดา้ นในเป็นสีมว่ งแดงหรือสีชมพูประดว้ ยสีมว่ งจุดสีนำ้ ตาล ดอกมเี กสรเพศผู้ 5 อัน และเกสรเพศเมยี 1
อนั อยู่ตรงกลาง[1]

• ผลกระพังโหม ผลมีลักษณะกลม ผลอ่อนเปน็ สเี ขยี ว เมื่อแก่จะเปน็ สีนำ้ ตาล
กระพังโหมมีอยู่ดว้ ยกันหลายสายพนั ธุ์ เช่น ชนดิ ใบใหญ่ ลกั ษณะของใบจะเปน็ รปู ไข่ มีขนสัน้ ขึ้นปกคลุม
เรียกว่า "กระพังโหมใหญ่" หรือ "ตดหม"ู , ชนดิ ใบเล็ก ลกั ษณะของใบจะมีลักษณะเปน็ รูปเรียวยาวหรอื รูปหอก
เรยี กว่า "กระพงั โหมเล็ก" หรอื "ตดหมา", ชนดิ ใบใหญ่ไมม่ ียางไม่มีขน มีกลน่ิ เหม็นอ่อน ๆ เรยี กว่า
"ยา่ นพาโหม" สว่ นกระพงั โหมแท้ ๆ ต้องเป็นชนิดที่เดด็ ใบและเถาสด ๆ จะมียางออกมา ส่วนชนิดที่ไมม่ ยี างจะ
เรยี กว่า "ย่านพาโหม"[1]
สรรพคุณของกระพังโหม
1. ใบและเถาสดมกี ลนิ่ เหม็น ใชก้ ินเปน็ ยาอายวุ ัฒนะ แก้ธาตุพกิ าร แก้ตานซาง แก้ดรี ่ัว ชว่ ยเจรญิ อาหาร

(ใบและเถา)
2. ใบสดใช้ตำพอกอดุ รูฟันแก้ปวดฟนั และแก้รำมะนาด (ใบ) ส่วนผลกม็ สี รรพคุณช่วยแกป้ วดฟนั เช่นกัน

และใช้ทาฟันให้เป็นสดี ำ (ผล)
3. ใชเ้ ปน็ ยารกั ษาอาการอักเสบบรเิ วณปากและคอ (ท้งั ต้น)
4. ใบและเถาใชก้ นิ เป็นยาแก้ไข้ แก้ตัวรอ้ น (ใบและเถา) ส่วนทง้ั ต้นใช้เป็นยาแก้ไขร้ ากสาด ใช้ต้มดมื่ แก้

พษิ ไข้ (ทั้งตน้ ) เม่ือเวลาเปน็ ไข้ใหใ้ ชน้ ้ำต้มจากเถาหรือใบ นำมาใชเ้ ชด็ ตัวหรือนำผา้ สะอาดชบุ น้ำตม้ มา
วางไว้บนศีรษะ ก็จะทำให้อาการไขล้ ดลงได้เป็นอยา่ งดี (เถา)
5. รากสดใช้ฝนกับนำ้ หยอดตาแกพ้ ิษ แก้ตาฟาง ตาแฉะ ตามัวได้ดีมาก ในสมยั ก่อนนยิ มใช้กนั อยา่ ง
แพร่หลาย (ราก)
6. ช่วยทำใหอ้ าเจยี น ด้วยการใช้รากหรอื เปลือกนำมาต้มกับน้ำดม่ื (ราก, เปลอื ก)
7. ทั้งต้นใช้ปรงุ เปน็ ยาขับน้ำนม (ท้ังตน้ )[1]
8. ใชเ้ ปน็ ยาแก้ท้องเสีย ซึง่ จากการวิจยั ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าสารสกดั จากกระพงั โหมสามารถแก้อาการ
ทอ้ งเสียไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ (ใบและเถา, ทงั้ ต้น
9. ใชเ้ ปน็ ยาแก้บิด (ทั้งตน้ )
10. ใบและเถาใชเ้ ป็นยาขบั ลม เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ใบและเถา) ในภาคอสี านถา้ มีอาการท้องอืด เม่ือกิน
ยอดกระพังโหมจะชว่ ยขบั ลมได้เปน็ อย่างดี (ใบ) ส่วนน้ำต้มจากรากก็มีสรรพคณุ เป็นยาขับลมดว้ ย
เช่นกัน (ราก)
11. ใชเ้ ปน็ ยาขบั พยาธิไส้เดือนในเด็ก (ใบและเถา)

15

12. ทัง้ ตน้ ใชต้ ้มด่ืมเป็นยาขบั ปสั สาวะ ชว่ ยถอนพิษต่าง ๆ (ทั้งต้น)[1] หมอยาพื้นบ้านในประเทศฟิลิปปินส์
จะนำใบมาตม้ และนำมาตำให้แหลก แลว้ นำมาโปะลงบนท้องจะช่วยแกป้ สั สาวะขดั ทำให้สามารถขับ
ปัสสาวะออกมาได้ นอกจากน้ีถา้ นำใบมาต้มด่มื กช็ ่วยขบั น่วิ ออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ดว้ ย (ใบ)[1]

13. ใชเ้ ป็นยารกั ษาโรคเรมิ โรคงสู วดั (ไมร่ ะบสุ ่วนที่ใช)้ [2]
14. รากใชเ้ ปน็ ยาแก้โรคดีซา่ น (ราก)[1]
15. ใชเ้ ป็นยารักษาบาดแผล (ใบและเถา, ทงั้ ต้น)[1]
16. ใชใ้ บหรอื ท้ังตน้ รวมรากแบบสดบดใหล้ ะเอียดใช้เป็นยาทาหรอื ตำพอกบาดแผลท่ีถูกงูกัด จะเป็นยา

ถอนพิษ ก่อนนำผูถ้ ูกงูกัดไปพบแพทย์
17. ชว่ ยเหลอื แกป้ วดแสบปวดร้อนทผี่ ิวหนงั (ใบ, ท้งั ต้น)[1],[3]
18. หมอยาพืน้ บ้านในประเทศฟิลิปปินส์จะใชน้ ้ำตม้ จากใบนำมาอาบเปน็ ยารักษาโรคไขข้อ (ใบ)[1]
19. นอกจากนยี้ ังใช้กระพังโหมเป็นยาใช้ถอนพษิ สุรายาสูบ พิษจากอาหาร (ไม่ระบุสว่ นทใี่ ช)้ [1]
ประโยชนข์ องกระพังโหม
• ยอดอ่อน ใบออ่ น และดอก สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้ มรี สขมกลิน่ เหมน็ เขียว (กลิน่ หอม) มี

สรรพคณุ ช่วยระบายความรอ้ นในรา่ งกาย โดยจะออกยอดมากในชว่ งฤดูฝน บ้างมีจำหน่ายในตลาดสด
ในบางท้องถิ่น ทางภาคเหนือ ภาคอสี าน และภาคใต้ จะใชย้ อดอ่อนและใบอ่อนเป็นผักสดรบั ประทาน
รว่ มกับนำ้ พริก ชาวอีสานใช้รับประทานร่วมกับลาบก้อย สว่ นชาวใตจ้ ะนำไปซอยใหล้ ะเอยี ดเปน็ ผกั ที่
ใช้ผสมปรงุ เป็นขา้ วยำ สว่ นดอกจะมีการรบั ประทานเป็นผักสดในบางท้องท่ี แตก่ ็ไมเ่ ป็นทน่ี ยิ มมากนกั
บางคนจะใชน้ ้ำคนั้ จากเถาและใบมาผสมปรุงเปน็ ขนมขี้หนู เพอ่ื ให้ขนมขห้ี นเู ปน็ สเี ขยี ว[1] ส่วนใน
อนิ เดียจะนำมาปรงุ ในซปุ เพื่อชว่ ยบำรงุ กำลังใหค้ นชราที่ฟ้ืนไข้หรอื คนชรากิน[3]
• ชาวบ้านจะนิยมนำต้นกระพังโหมมาปลูกไว้ใกล้ ๆ บรเิ วณบ้านเพอ่ื เกบ็ มารับประทานไดส้ ะดวก (แต่
การปลูกควรทำร้านให้เล้อื ยหรือปลูกบริเวณริมร้วั )[1]
• เกษตรกรที่เลยี้ งหมู มีการใชส้ มนุ ไพรชนิดนี้เปน็ ยาลดไข้ด้วย ดว้ ยการดึงเอาเถามาทุบให้พอแหลกหรอื
ใหม้ นี ้ำออกมา แล้วเอาเถาน้นั มาลบู ไปตามตัวหมทู เี่ ป็นไข้ จะทำให้ไข้ของหมลู ดลง[1]
• ใช้เป็นยาถา่ ยพยาธใิ นสตั ว์เลย้ี ง[1]
• ในประเทศอินเดียมกี ารพัฒนากระบวนการผลติ นำ้ มนั จากสมุนไพรชนดิ น้ีมาใช้เปน็ ยาทาแก้ปวดข้อ
และปวดหลัง

16

บทท่ี ๓
อปุ กรณ์และวิธีทำ

วัสดอุ ุปกรณ์

๑ มะพร้าว ๒. กระพงั โหม

๓. ใบบัวบก ๔.น้ำมันสมุนไพรใบบัวบก

17

วสั ดุ ๕๐๐ กรมั
๑. กะทิ ๕๐๐ กรัม
๒. กระพังโหม ๕๐๐ กรมั
๓. ใบบวั บก

วธิ ใี ช้

ลา้ งแผลใหส้ ะอาดแลว้ ทาแผลสด แผลแหง้ แผลเรือ้ รัง และแผลไฟไหม้ น้ำมนั ลวก และฟกชำ

ข้ันตอนการทำ
๑. นำใบบวั บก ใบกระพงั โหมมาปั่นและคน่ั เอาแตน่ ำ้
๒. นำน้ำบัวบก กระพังโหม และหวั กะทิ มาเค้ยี วจนแตกมนั เป็นสเี หลือง
๓. นำนำ้ มนั ท่ไี ด้มากรองกบั ผ้าขาว ตง้ั ให้เย็นและบรรจขุ วด

18

บทท่ี ๔
ผลการดำเนินงาน

๑. เกริน่ นำ
กระบวนการ
จากรากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนเกิดจากครอบครัวและชุมชน ล้วน

เป็นรากฐานภูมิปัญญาท้องถ่ินจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีก่อให้เกิดรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
ภายใตก้ ารมสี ่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาปากทอ้ งของคนในชุมชน ความเข้มแข็งของท้องถิ่น จะเป็นรากฐานการ
พัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนในชุมชน โดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ใช้กระบวนการ
เรียนรู้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนา เพ่ือแก้ไขปัญหาท้ังระยะส้ันและระยะยาว ในการใช้ระดมความคิดเห็น
หรือการต้ังวงประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีการส่ือสาร แลกประสบการณ์ นำข้อมูล
ข่าวสาร เพื่อเล่าสู่กันฟัง ทำให้เกิดความเข้าใจถึงสภาพปัญหา ความต้องการท่ีแท้จริงของชุมชน โดยการใช้
กระบวนการมสี ว่ นร่วมมขี ้ันตอนสำคญั คือ

๑.การศึกษาวิเคราะห์ปญั หาชมุ ชน
๒.ศกึ ษาแนวทางในการแก้ปัญหา
๓.วางแผนการดำเนนิ การเพื่อปฏิบตั ิตามแผน
๔.ถอดบทเรยี นหลงั จากการฝกึ
๕.ติดตามและประเมนิ ผล
เพ่ือความเข้าใจสภาพปัญหา ความต้องการของชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
และพฒั นารปู แบบผลติ ภัณฑ์ของชมุ ชนนำไปสกู่ ารพัฒนาที่ยง่ั ยนื

๑. ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิทเ่ี ป็นเลศิ ในการทำนำ้ มนั สมนุ ไพรใบบัวบก ใช้วงจรเดมม่งิ (PDCA) มา
ตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงาน

PLAN DO
การวางแผน ลงมือทานา้ มนั
สมนุ ไพรใบบวั บก
ศกึ ษาวธิ ีการทา
TEAM
นา้ มนั สมนุ ไพร
ใบบวั บก

ACTION CHECK
ประเมนิ การทานา้ มนั สารวจความเรียบรอ้ ย

สมนุ ไพรใบบวั บก และนาไปใช้

19

วงจร P = PLAN การวางแผน
DEMMING D = DO การลงมือทำ
C = CHECK การตรวจสอบผลงาน
A = ACTION การพฒั นาเพ่อื ปรบั ปรุง

PDCA + (plus) TEAM MODEL <<<พีดีซีเอ พลสั ทมี โมเดล>>>

Plan

วางแผน

ระดมความคิด /
วางแผน/ ออกแบบ

.

20

กรรมวิธกี ารทำน้ำมนั สมุไพรใบบัวบก

DO

ลงมอื ทำ

การเคย่ี วนำ้ กะทิ น้ำใบบัวบก และนำ้ กระพงั โหม

อธบิ ายขนั้ ตอนกระบวนการ

หลังเค่ียวกะทจิ นแตกมัน

ได้น้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก บรรจุใส่ขวด

21

ผลิตภณั ฑ์น้ำมนั สมนุ ไพรใบบวั บก

CHECK

การตรวจสอบผลงาน

แผลโดนนำ้ รอ้ นลวก วันทแี่ รก แผลโดนน้ำร้อนลวก วันทสี่ าม แผลโดนน้ำร้อนลวก วันทเ่ี กา้
หลงั จากทานำ้ มนั สมนุ ไพรใบบวั บก หลังจากทานำ้ มนั สมุนไพรใบบวั บก

สอบถามความพึงพอใจผู้ท่ไี ดใ้ ช้ผลติ ภณั ฑ์น้ำมนั สมุนไพรใบบัวบก โดยใชแ้ บบ

ประเมนิ ผา่ น https://forms.gle/Uge4xvqghbNknsnp6

22

ACTION
ประเมิน

23

เผยแพรผ่ า่ นส่ือออนไลนต์ ่างๆ
นาผลการตอบแบบประเมินมาพฒั นารูปแบบผลติ ภณั ฑ์

วตั ถปุ ระสงค์ของวิธี หรือแนวทางปฏิบตั ิทเ่ี ปน็ เลิศ
๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั การทำผลิตภัณฑ์น้ำมันสมุนไพรใบบวั บก ซ่งึ เปน็ พชื ทมี่ ีอยูใ่ นทอ้ งถ่ิน
๒. รู้จกั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์และเกิดองค์ความรู้
๓. สามารถนำไปประกอบอาชพี เพื่อเป็นรายได้เสริมใหก้ ับครอบครัว

เป้าหมาย
ตัวชว้ี ัดเชิงปรมิ าณ กลมุ ประชากรในพืน้ ที่ตำบลริโก๋ อําเภอสุไหงปาดี จาํ นวน ๑๐ คน
ตัวช้ีวัดเชิงคุณภาพ กลุ่มประชากรมีทักษะการประกอบอาชีพ สามารถนำความรู้สร้างรายได้ให้กับ

ครอบครวั รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชวี ิตทดี่ ขี ึ้น
๒. ลำดบั ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมพฒั นา Flow Chart (แผนภูม)ิ ของวธิ ีหรือแนวทางปฏิบัติท่ีเป็นเลศิ
ขน้ั ท่ี ๑

การวิเคราะหช์ มุ ชน

โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กศน.ตำบลริโก๋ ได้ดำเนินการตามความต้องการของประชาชน
ในพื้นท่ี และได้มีการกำหนดทิศทางพัฒนาชุมชน ท้องถิ่นหรือพ้ืนท่ีการเรียนรู้ การสร้างงานใหม่ การเพิ่มมูลค่า
ให้แกผ่ ูป้ ระกอบอาชีพเดิมในชุมชน โดยมีความสอดคล้องกับต้นทนุ ทม่ี ีในทอ้ งถ่ินเปน็ สำคญั ทงั้ นี้ มีแนวทางการ

24

ฝึกอาชีพประกอบกระบวนการ มีการผ่านการทำเวทีประชาคมแลกเปล่ียนเรียนรู้ พร้อมสำรวจต้องการของ
กลมุ่ เป้าหมายและนำมาเพอื่ การวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน ดงั นี้

ประชมุ ช้ีแจง้ ทำความเข้าใจในการดำเนินกิจกรรมรว่ มกัน และหาแนวทางการดำเนินกิจกรรม
เพ่ือสร้างภาคีเครือข่ายได้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เพื่อสร้างเข้าใจและรับรู้รายละเอียด
ร่วมกัน ให้ส่วนราชการ และผ้เู กยี่ วข้องสนับสนนุ การดำเนินกิจกรรม และวิทยากรบรรยายให้ความรู้ตามความ
ถนัด เชน่ ปลดั ประจำตำบล เกษตรอำเภอ พัฒนาชมุ ชนอำเภอ กศน. ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน ผ้นู ำชุมชน เปน็ ตน้

การวเิ คราะหข์ อ้ มูลชุมชน (จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส )
จดุ ออ่ น

๑.๑ ไม่มีเงนิ ทุนในการประกอบอาชพี
๑.๒ ประชาชนขาดความร้ดู ้านการปรับปรุงคุณภาพผลผลติ
๑.๓ ขาดการส่งเสริมและชว่ ยเหลือหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องอย่างต่อเนื่อง
ด้านเศรษฐกิจ
- รายไดข้ องครวั เรือนไม่เพียงพอกบั ค่าใชจ้ ่าย
- ประชากรขาดความกระตือรือร้นในการพฒั นาอาชพี
- ประชากรในพ้ืนทว่ี ่างงาน,ตกงานเปน็ จำนวนมาก
- ไมม่ ีทด่ี นิ ทำกิน ทที่ ำกินไม่เพียงพอ
ด้านสงั คม
- เดก็ และเยาวชนในพ้ืนที่ สว่ นใหญน่ ิยมตามกระแสวัฒนธรรมต่างชาติเพ่ิมมากขึ้น
- ผสู้ ูงอายแุ ละผดู้ ้อยโอกาสยังไดร้ ับการดูแลทางดา้ นสวสั ดิการยังไมท่ ั่วถึง
- ผู้สงู อายุขาดการดแู ลอย่างเหมาะสม
- ครอบครัวแยกกันอยู่
ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
- ทรัพยากรทางธรรมชาติเส่ือมโทรม เชน่ ดินขาดคุณภาพสารอาหาร แข็งตวั ทำให้พชื ต่างๆหาอาหาร
ไม่ได้ เกษตรกร ตอ้ งหาธาตุอาหารต่างๆใส่บำรุงพืชทำให้มีรายจ่ายเพิม่ มากขนึ้
- การใชด้ ินและป่าอยา่ งไม่มีระบบและขาดการดแู ล
- สภาพดินทท่ี ำกินเสอ่ื มโทรมและขาดธาตุในดิน
- ทดี่ นิ ว่างเปลา่ ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน์
ดา้ นสาธารณสขุ
- ประชาชนในหมู่บ้านยังขาดความรู้ ความเขา้ ใจในการกำจัดขยะที่เป็นระบบและปลอดภัย
- ในช่วงฤดฝู นประชาชนในพ้ืนท่ี ตอ้ งพบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก
จุดแขง็
๑. การมสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นเพ่อื ประโยชน์ของชุมชน คดิ เป็นร้อยละ ๗๐ ของครวั เรือน
ทงั้ หมด
๒. การเป็นสมาชกิ กลุ่มต่างๆในหมู่บา้ น คดิ เป็นร้อยละ ๗๐ ของครัวเรอื นทง้ั หมด
๓. การใช้แหล่งสินเชื่อเพือ่ การผลติ คดิ เป็นรอ้ ยละ ๗๐ ของครวั เรือนทั้งหมด

25

ด้านเศรษฐกจิ
- ประชาชนสว่ นใหญ่ในพ้นื ที่ มีการดำเนนิ ชีวิตตามแนวทางปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการหา

อาชีพเสริมเพือ่ สรา้ งรายได้เพ่ิมด้วยหลักการพึ่งตนเอง ทำเองขายเอง ทำให้ไดร้ ับผลกำไรเพม่ิ มากขน้ึ
- ประชาชนส่วนใหญ่ในพ้ืนที่ มีอาชีพค้าขาย

ดา้ นสงั คม
- เด็กและเยาวชนในพ้ืนที่ ส่วนใหญม่ คี วามกระตือรือร้นและเอาใจใส่ในการศึกษาเลา่ เรียน
- ประชาชนส่วนใหญ่มสี ่วนร่วมในการพฒั นา
- ประชาชนส่วนใหญ่มคี วามเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผต่ อ่ กัน
- สามารถดูแลตนเองและครอบครวั
- สามารถสนองตอบความตอ้ งการของสังคมได้

ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
- มีทรัพยากรธรรมชาติที่อดุ มสมบูรณ์
- สภาพหมู่บ้านมีการพัฒนาใหส้ ะอาดและน่าอยู่
- ประชาชนรู้จกั ทจ่ี ะเลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม

ดา้ นสาธารณสุข
- ประชาชนในหมู่บ้านสว่ นใหญ่ให้ความสำคญั กบั การออกกำลังกาย หรอื การออกแรงออกกำลงั อยา่ ง

สมำ่ เสมอ ส่งผลทำให้มีสขุ ภาพรา่ งกายทแ่ี ข็งแรงเพมิ่ ขึ้น
การวเิ คราะห์ปจั จัยภายนอก หรอื สภาพแวดล้อมภายนอก
โอกาส

๑. มีเจา้ หน้าที่ทหารรักษาความปลอดภยั ให้กับประชาชนในหมบู่ า้ น
๒. มงี บประมาณช่วยเหลือ กล่มุ อาชีพในหมู่บา้ น
๓. มเี จา้ หนา้ ท่ที หารรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

อุปสรรค
๑. มีทรัพยากรธรรมชาติท่ีอดุ มสมบูรณ์ แต่ยงั ไม่ร้จู ักนำมาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนส์ งู สุด
๒. ประชาชนสว่ นใหญ่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการมสี ่วนร่วมในการพัฒนาหมูบ่ ้าน
๓. ประชาชนไมร่ ูจ้ ักคณุ ค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีเหตมุ ีผล

26

ขน้ั ท่ี ๒
จัดเวทีประชาคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลชุมชนเพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง และโอกาส โดย

สร้างเวทีการแสดงความคิดเห็น และความต้องการในการพัฒนาทักษะอาชีพเพ่ือรายจ่ายเพ่ิมรายได้ให้กับ
ครอบครัวและชมุ ชน

สำรวจเวทีประชาคม และประชมุ เครือขา่ ย

ขัน้ ที่ ๓

ฝึกอบรมหลักสูตร การทำน้ำมันสมุนไพรใบบัวบก ตามความต้องการของชุมชน มีการแบ่ง
การฝึกเป็น ๓ ระยะ คือ ก่อนการดำเนินกิจกรรมแนะแนว เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญและช่องทางการ
ประกอบอาชีพ ระหว่างการฝึกอาชีพ กำหนดระยะเวลาการเรียน มีการฝึกภาคทฤษฏี ภาคปฏิบัติ และฝึก
ประสบการณ์ ก่อนจบหลักสูตรมีการวิเคราะห์การบริหารจัดการการประกอบอาชีพแบบเป็นกลุ่มหรือ
รายบุคคล

กรรมวิธีการทำน้ำมันสมนุ ไพรใบบัวบก บ้านบาลูกา หมู่ที่ ๔ ตำบลรโิ ก๋

ใบบวั บก ใบกระพงั โหม กะทิ

27

การเตรียมอปุ กรณว์ ตั ถดุ ิบก่อนทา

ขนั้ ตอนการทานา้ มนั สมนุ ไพรใบบวั บก
สามารถรบั ชมเพมิ่ เติมไดท้ ่ี

https://www.youtube.com/watch?v=jmtOn7GSA-
M&t=24s

28
ขน้ั ท่ี ๔

ถอดบทเรียนหลังจากการฝึกพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อกระตุน้ ใหเ้ กิดช่องทางการประกอบอาชีพและการ
สร้างรายไดใ้ ห้คนในครอบครัวและชมุ ชน

ข้นั ที่ ๕
ประชุมเพ่ือติดตามและสรุปผลการดำเนนิ งานกิจกรรม

นเิ ทศติดตามการดำเนนิ งานการทำ
นำ้ มันสมุนไพรใบบัวบก

ผลติ ภณั ฑ์น้ำมนั สมนุ ไพรใบบวั บก

29

2.2 แผนผงั แสดงขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน

1. ประชมุ ชี้แจง้ ทา 2. จดั เวทีประชาคม 3. เตรียมความพร้อม
ความเขา้ ใจในการ แลกเปล่ียนเรียนรู้ และถอดบทเรยี นแก่
ดาเนิ นกิจกรรมร่วมกนั วิเคราะห์ข้อมูล คณะกรรมการและ
ชุมชนเพือ่ หาจดุ อ่อน
6 ถอดบทเรียน จดุ แขง็ และโอกาส ตวั แทน
หลงั จากการฝึ ก กล่มุ เป้าหมายใน
พฒั นาทกั ษะอาชีพ 5. ฝกึ อบรมพัฒนา
ทกั ษะอาชพี ตาม ชมุ ชน
ความตอ้ งการของ 4. ประชมุ แนวทาง
การดาเนิ นกิจกรรม
ชมุ ชน ร่วมภาคีเครือข่าย
และส่วนราชการใน
พื้นที่และหาแนว
ทางการพฒั นาอาชีพ

7. ประชมุ เพ่ือติดตาม 8. สรปุ ผลการ
ผลการดาเนิ นงาน ดาเนิ นงานกิจกรรม
กิจกรรม

๓. ผลการดำเนนิ การ ผลการดำเนนิ งาน (คน) การนำไปใชป้ ระโยชน์
๓.๑ เชงิ ปรมิ าณ ชาย หญิง รวม
พัฒนา
ที่ ช่อื โครงการ/ เป้าหมาย - ๑๐ ๑๐ คุณภาพชวี ติ

กจิ กรรม/หลกั สูตร (คน)

ลดรายจ่าย เพ่มิ รายได้

1. -หลกั สตู รการทำ ๑๐ คน -๓ ๗
นำ้ มันสมุนไพรใบ
บัวบก

๓.๒ เชิงคุณภาพ

- ผู้เรียนท่จี บหลกั สตู ร สามารถฝึกทักษะการประกอบอาชีพได้
- ผู้เรียนท่ีจบหลักสูตร สามารถนำความรู้ท่ีได้ ไปใช้ในการต่อยอดอาชีพ และสามารถผลิต จำหน่าย
เพิม่ รายไดใ้ ห้กบั ครอบครัว
- ผู้ท่ีเข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะการถ่ายทอดความรู้ ด้านการพัฒนาคุณภาพ รูปแบบ
มาตรฐานของสินคา้ เพ่มิ ข้นึ เพอ่ื จงู ใจผซู้ ้ือ จดั หาแหลง่ จำหนา่ ยสินค้า การรวมกลมุ่ และการจดั ตั้งกลุ่มอาชีพ

30

บทที่ ๕
บทสรุป

ผลลพั ธท์ ่ีได้รบั
๑. ประชาชนผู้เขา้ ร่วมโครงการสามารถฝกึ ทักษะการประกอบอาชพี เพื่อสร้างรายได้
๒. ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการที่จบหลักสูตรส่งเสริมอาชีพระยะส้ันสามารถนำความรู้ไปใช้ในการต่อ

ยอดอาชีพ และสามารถผลิตผลิตภัณฑต์ ่างๆนำไปส่กู ารสรา้ งรายไดใ้ ห้กบั ตนเอง ชุมชนต่อไป

ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของโครงการ

ปญั หาอุปสรรค
- การจดั ต้งั กล่มุ และการดำเนินการในการบรหิ ารจดั การล่าช้า เน่ืองจากการฝึกทักษะอาชีพกระจุกอยู่

ในช่วงไตรมาสใดไตรมาสหน่งึ การดำเนินการจงึ ไมต่ ่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะ
- สถานศึกษาหรือสำนกั งาน กศน.ควรสนับสนนุ สอ่ื การเรยี นการสอนอย่างต่อเน่ืองและเพ่มิ ขนึ้

แนวทางการดำเนินงานต่อไป
- ครู กศน.ประสานงาน กับกล่มุ เปา้ หมายและวิทยากร และกลุ่มงานอาชีพเพื่อขอจัดต้ังการฝึกอบรม

ตามระเบียบ ก่อนและหลงั การจัดการดำเนนิ งานใหเ้ รยี บร้อยแลว้
- พฒั นาหลกั สตู รบรู ณาการร่วมกับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน เพอ่ื ให้มีการรองรับการจดั การศกึ ษาเพ่ือ

พฒั นาอาชีพตามความต้องการของชมุ ชน และกล่มุ เป้าหมาย
- หลกั สตู รใหไ้ ดก้ ารรับรองการพัฒนาหลักสตู รจากคณะกรรมการสถานศึกษาต้นสังกดั

๗. การเผยแพร่

31

คณะผจู ัดทำ

ท่ีปรกึ ษา หมีนหวงั ประธานกรรมการสถานศกึ ษา
นายไพโรจน์ หะรอแม ประธานกรรมการ กศน.ตำบลรโิ ก๋
นายอร่าม วัฒนสิทธิ์ ผอู ำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี
นางหทัยกาญจน์ สิงหะ ครผู ชู วย
นายนรุ อัสวาน วจอี สิ มยั ครูอาสาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี นตำบลรโิ ก๋
นางสาวมธุรา สิงหะ ครู กศน.ตำบลริโก๋
นางยามลี ะห์

ผสู้ นบั สนนุ ข้อมูล ครผู ชู วย
นายนรุ อสั วาน สงิ หะ ครูอาสาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียนตำบลรโิ ก๋
นางสาวมธุรา วจอี ิสมยั ครู กศน.ตำบลริโก๋
นางยามลี ะห์ สิงหะ

เรยี บเรยี ง/พมิ พ/์ ทาน ครผู ชู วย
นายนรุ อสั วาน สงิ หะ ครูอาสาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียนตำบลรโิ ก๋
นางสาวมธรุ า วจอี สิ มยั ครู กศน.ตำบลริโก๋
นางยามลี ะห์ สงิ หะ

32

กศน.ตำบลริโก๋
ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศัยอำเภอสุไหงปำดี
สำนักงำนส่งเสริมกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยจังหวัดนรำธิวำส


Click to View FlipBook Version