The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทเรียนสำเร็จรูปหน่วยการเรียนรู้เรื่อง อาหารและสารอาหาร ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kattalee T., 2020-06-06 10:34:55

บทเรียนสำเร็จรูปหน่วยการเรียนรู้เรื่อง อาหารและสารอาหาร ป.6

บทเรียนสำเร็จรูปหน่วยการเรียนรู้เรื่อง อาหารและสารอาหาร ป.6

ป.6 บทเรียนสำเร็จรปู วชิ าวิทยาศาสตร์
ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ ง อาหารและสารอาหาร

ของ
......................................................................... เลขท่ี .......

ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6
ครูกทั ลี ไตรภมู ิ ครปู ระจำวชิ า

โรงเรยี นบา้ นท่งุ ตำเสา “ชูสินอุปถมั ภ์”
สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสตูล

กระทรวงศกึ ษาธิการ

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม

คำอธิบายรายวิชา

รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 เวลา 120 ชว่ั โมง

ศกึ ษาการเรียนรแู้ บบนักวิทยาศาสตร์ สารอาหาร การเลือกรบั ประทานอาหารใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถว้ นใน
สัดสว่ นที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสขุ ภาพ ระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การรอ่ น การใช้
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน แรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถู การต่อ
วงจรไฟฟา้ อย่างง่าย การตอ่ เซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รมและการนำไปใช้ประโยชน์ การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและ
แบบขนานและการนำไปใช้ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา เทคโนโลยี
อวกาศ กระบวนการเกิดหนิ อคั นี หนิ ตะกอน และหนิ แปร และวัฏจักรหินลักษณะและสมบัติของหินและแร่ การใช้
ประโยชน์ของหินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์และสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก
ลมทะเล และมรสุม ผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทยลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะ
ชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ
ในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การออกแบบ การเขียนโปรแกรมและการตรวจหาข้อผิดพลาด การ
คน้ หาข้อมูลในอินเทอร์เนต็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการทางานรว่ มกนั

ใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ สงั เกต รวบรวมข้อมลู จดั กระทำและสื่อความหมายขอ้ มลู สร้างแบบจำลอง
และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น
พ้นื ฐานและทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารเบื้องตน้ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น อธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้
เหตุผลเชิงตรรกะ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาและตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ค้นหาข้อมูลใน
อินเทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางานรว่ มกนั

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวติ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกนั อยา่ งปลอดภยั เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของตนเคารพใน
สทิ ธิของผูอ้ ่นื มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธ

ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

ตัวช้ีวัดรวม ๓๐ ตัวชว้ี ดั

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ ก

โครงสรา้ งรายวิชา พน้ื ฐานวิทยาศาสตร์

รายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ ชอื่ กจิ กรรม เวลา ตัวชีว้ ดั
(ชว่ั โมง)

หนว่ ยที่ 1 อาหาร บทที่ 1 สารอาหารและระบบย่อยอาหาร 7 ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและ

และการย่อยอาหาร 1. เรื่องท่ี 1 สารอาหาร กจิ กรรมที่ 1 ในแต่ บอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละ

ละวันเรา รับประทานอาหารเหมาะสม ประเภทจากอาหารที่ตนเอง

หรอื ไม่ อยา่ งไร รบั ประ ทาน

ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการ

2.เรื่องที่ 2 ระบบย่อยอาหาร กิจกรรมที่ 2 เลือกรับประทานอาหารให้ ได้

อวัยวะในระบบย่อย อาหารมีลักษณะและ 5 สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ี

หน้าที่อย่างไร กิจกรรมท้ายบทที่ 1 เหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ัง

สารอาหารและระบบย่อย อาหาร ความปลอดภัยต่อสุขภาพ

ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึงความ

สำคัญของสารอาหารโดยการเลือก

รับประทานอาหารที่มีสารอาหาร

ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับ

เ พ ศ แ ล ะ ว ั ย ร ว ม ท ั ้ ง ป ล อ ด ภั ย ต่ อ

สุขภาพ

ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลอง

ระบบย่อยอาหารและบรรยายหน้าที่

ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร

รวมทั้งอธิบายการ ย่อยอาหารและ

การดูดซมึ สารอาหาร

ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึงความ

สำคัญของระบบย่อยอาหารโดยการ

บอกแนวทางในการดูและรักษา

อวัยวะในระบบยอ่ ย อาหารให้ทำงาน

เปน็ ปกติ

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ ข

หนว่ ยการเรยี นรู้ ช่อื กิจกรรม เวลา ตัวช้ีวดั
(ชั่วโมง)

หน่วยที่ 2 การแยก บทท่ี 1 การแยกสารเนอ้ื ผสมอย่างง่าย 11 ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบ

สาร เนอื้ ผสม 1. เรื่องที่ 1 วิธีการแยกสารเนื้อผสมอ่าง เทียบการ แยกสารผสมโดยการหยิบ

งา่ ย กิจกรรมที่ 1.1 แยกของแขง็ ในสารเนื้อ ออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด

ผสมออกจากกันได้อย่างไร กิจกรรมที่ 1.2 การรินออก การกรอง และการ

แยกของแข็งกับ ของเหลวในสารเนื้อผสม ตกตะกอน โดยใช้หลักฐาน เชิง

ออกจากกนั ได้ อยา่ งไร กิจกรรมที่ 1.3 แยก ประจักษ์ รวมทั้งระบุวธิ ี แก้ปัญหาใน

สารแม่เหล็กใน สารเนื้อผสมได้อย่างไร ชีวิตประจำวนั เกยี่ วกับการแยกสาร

กิจกรรมที่ 1.4 ใช้ประโยชน์จากการ แยก

สารเนื้อผสมอย่างง่ายได้อย่างไร กิจกรรม

ท้ายบทที่ 1 การแยกสารเนอ้ื ผสมอย่างง่าย

หน่วยที่ 3 หนิ และ บทท่ี 1 หนิ วัฏจักรหนิ และซากดึกดำบรรพ์ 15 ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบกระบวน

ซากดกึ ดำบรรพ์ 1. เรื่องที่ 1 กระบวนการเกิดหิน วัฏจักร การเกิด หินอัคนี หินตะกอน และ

หิน และ การนำหินและแร่ไปใช้ประโยชน์ หินแปรและอธิบายวัฏจักรหินจาก

กิจกรรมที่ 1.1 องค์ประกอบของหิน มี แบบจำลอง

อะไรบ้าง กิจกรรมที่ 1.2 กระบวนการเกิด ว 3.2 ป . 6/2 บ ร ร ย า ย แ ล ะ ย ก

หิน และวัฏจักรหินเป็นอย่างไร กิจกรรมที่ ตวั อยา่ งการ ใชป้ ระโยชนข์ องหนิ และ

1.3 หนิ และแร่มีประโยชน์ อย่างไรบ้าง แร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลท่ี

2. เรื่องที่ 2 การเกิดซากดึกดำบรรพ์และ รวบรวมได้

การนำไปใช้ประโยชน์ กิจกรรมที่ 2.1 ซาก ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจำลองท่ี

ดึกดำบรรพ์เกิดขึ้น ได้อย่างไร กิจกรรมที่ อธิบายการเกิดซากดึกดำบรรพ์และ

2.2 ซากดึกดำบรรพ์ มีประโยชน์อย่างไร คาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของ

กิจกรรมท้ายบทที่ 1 หิน วัฏจักรหิน และ ซากดึกดำบรรพ์

ซากดกึ ดำบรรพ์

สอบ 2 -

รวมจำนวนชั่วโมง 40 -

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า ค

คำนำ

บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ใช้ในการเรียนในช่วงสถานการณ์การแพร่
ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้โรงเรียนไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ นักเรียน
ผู้ปกครองและครูจึงจำเป็นต้องหาทางออกร่วมกัน ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านด้วยวิธีการ
เรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television : DLTV) ซึ่งจะเริ่ม
ทดลองใช้ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เนื่องด้วยในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 6 รหัสวิชา ว 16101 ในปีการศึกษา 2563 นี้ เป็นการกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หรือที่มักเรียกกันว่า “หลักสูตรใหม่” แต่ใบ
กิจกรรมที่ใช้ใน DLTV รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานยังคงเป็น “หลักสูตรเก่า” ครูผู้สอนจึงได้จัดทำ
บทเรยี นสำเรจ็ รูปเล่มนเ้ี พ่ือให้นักเรยี นไดใ้ ชใ้ นการศึกษาในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้

ครูผู้สอนหวังว่า บทเรียนสำเร็จรูปรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว 16101 หน่วยการเรียนรู้
ที่ 1 เรื่อง อาหารและสารอาหาร จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนอย่างยิ่ง หากผิดพลาดประการใด
ครูผสู้ อนก็ขออภัย ณ โอกาสนีด้ ว้ ย

กัทลี ไตรภูมิ
12/พ.ค./63

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ ง

สารบัญ หนา้

เร่ือง ก

คำอธิบายรายวิชา ง
โครงสร้างรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน จ
คำนำ 1
สารบญั 2
แบบทดสอบก่อนเรียน 2
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 : อาหารและสารอาหาร 5
5
- สารอาหาร 5
- ธงโภชนาการ 7
- แนวทางการเลือกรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกับเพศและวัย 7
- ระบบย่อยอาหาร 9
- ขั้นตอนการย่อยอาหาร 10
- อวัยวะที่มีหน้าที่ย่อยอาหาร 11
แบบฝึกหัด เรื่อง อาหารและสารอาหาร 1 12
แบบฝกึ หัด เรื่อง อาหารและสารอาหาร 2 13
แบบฝกึ หัด เรื่อง อาหารและสารอาหาร 3 15
แบบฝกึ หัด เรื่อง อาหารและสารอาหาร 4 16
แบบฝกึ หัด เรอื่ ง อาหารและสารอาหาร 5 18
แบบฝกึ หัด เร่ือง ระบบย่อยอาหาร 1 19
ตัวอยา่ งขอ้ สอบ O-NET
แบบทดสอบหลังเรียน
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ จ

แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร

คำชีแ้ จง : แบบทดสอบก่อนเรียนมีจำนวน 5 ขอ้ ให้นักเรยี น วงกลมหนา้ ตัวเลือกที่ถูกท่ีสดุ (5 คะแนน)

ข้อท่ี 1 อาหารในขอ้ ใดใหส้ ารอาหารครบถ้วนตามทรี่ ่างกายตอ้ งการ

ก. ขา้ วไข่เจียวกงุ้ สับ ข. ก๋วยเตีย๋ วตม้ ยำทะเล

ค. โรตีนำ้ แกง ง. ข้าวหมกไก่ทอด

ข้อท่ี 2 หมวยป่วยเป็นโรคเหน็บชา หมวยขาดสารอาหารในข้อใด

ก. วิตามิน B2 ข. วติ ามิน K

ค. วิตามนิ B1 ง. ฟอสฟอรสั

ข้อท่ี 3 เดก็ ชายพีระป่วยเปน็ โรคปากนกกระจอก แสดงว่าเด็กชายพรี ะขาดสารอาหารในข้อใด

ก. วิตามนิ B2 ข. ไอโอดีน

ค. วิตามิน D ง. ฟอสฟอรัส

ขอ้ ท่ี 4 เอนไซม์อะไมเลสพบไดใ้ นอวัยวะใด ข. หลอดอาหาร และ ลำไสเ้ ล็ก
ก. ปาก และ กระเพาะอาหาร ง. ปาก และ ลำไสเ้ ล็ก
ค. กระเพาะอาหาร และ ลำไสใ้ หญ่

ขอ้ ท่ี 5 อวัยวะใดเกดิ การย่อยมากทสี่ ุด ข. หลอดอาหาร
ก. ปาก ง. กระเพาะอาหาร
ค. ลำไส้เล็ก

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 1

หน่วยที่ 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร

เรื่องที่ 1 สารอาหาร (Nutrient)

ใบความรู้

สารอาหาร หมายถงึ สารที่มีอยใู่ นอาหาร ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้
แบ่งออกเปน็ 6 ประเภท คอื คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วติ ามนิ เกลอื แร่ และนำ้ โดยใน 1 วัน เราควร
รับประทานอาหารทมี่ ีสารอาหารครบท้ัง 6 ประเภท

ถา้ ตอ้ งการจำแนกสารอาหารตามเกณฑ์การได้รับพลังงานจากสารอาหาร สามารถแบ่งสารอาหาร
ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คอื

1. สารอาหารทใี่ ห้พลังงาน ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
2. สารอาหารท่ไี ม่ให้พลังงาน ไดแ้ ก่ วิตามนิ เกลือแร่ และน้ำ

1. คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรต พบในอาหารจำพวก ขา้ ว แป้ง เผอื ก

มัน และนำ้ ตาล ใหพ้ ลังงานแก่รา่ งกาย 4 กโิ ลแคลอรีต่อกรัม
(4 Kcal/g) ช่วยควบคมุ การทำงานของร่างกายใหเ้ ป็นปกติ

ถา้ ขาดสารอาหารประเภทนี.้ ..จะทำใหร้ ่างกายออ่ นแอ
ไม่มีแรง ซูบผอม ความตา้ นทานโรคมีนอ้ ย อาจจะเกดิ
โรคแทรกซอ้ นได้ง่าย

2. โปรตีน
โปรตีน พบในเนอ้ื สัตว์ ไข่ นม ถวั่ เมลด็ แหง้ และงา เปน็ สารอาหาร

ทใี่ หพ้ ลังงานแก่รา่ งกาย 4 กิโลแคลอรีต่อกรมั (4 Kcal/g) ทำให้ร่างกาย
เจริญเติบโต มีสุขภาพดี เสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนท่สี กึ หรอ ช่วยควบคุม
การทำงานของร่างกายใหเ้ ปน็ ปกติ

ถ้าขาดสารอาหารประเภทน.ี้ ..จะทำให้ร่างกายซูบผอม ตัวซีด
เหน่ือยง่าย ผมร่วง อ่อนเพลีย เลือดจาง

3. ไขมัน
ไขมันพบในนำ้ มันและไขมนั จากพืชและสัตว์ ให้พลังงานแก่รา่ งกาย

9 กิโลแคลอรีต่อกรัม (9 Kcal/g) ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและควบคมุ การ
ทำงานของร่างกายใหเ้ ปน็ ปกติ

ถ้าขาดสารอาหารประเภทน.ี้ .. จะทำใหร้ ่างกายซูบผอม ผวิ หนังเหยี่ วย่น
และอาจทำให้ขาดวิตามินชนิดอ่ืนไปดว้ ย

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 2

4. วติ ามนิ
วติ ามนิ พบในผลไม้ พืช ผัก ช่วยเสริมสรา้ งการทำงานของร่างกาย

ใหเ้ ปน็ ปกติ ทำให้ร่างกายเจรญิ เติบโต มีสุขภาพดี ถ้าขาดวิตามนิ อาจทำให้
เป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคตาฟาง ที่เกดิ จากการขาดวติ ามินเอ, โรคเลอื ดออก
ตามไรฟัน ทเี่ กิดจากการขาดวิตามินซี เปน็ ต้น

ตาราง แสดงแหล่งอาหาร ความสำคัญและผลจากการขาดวิตามนิ ชนดิ ต่าง ๆ

วติ ามนิ แหล่งอาหาร ความสำคัญ ผลจากการขาดวติ ามนิ

วิตามนิ ที่ละลายในไขมัน

วติ ามนิ A ตบั น้ำมันตับปลา ไข่ นม เนย ช่วยในการเจริญเติบโต เดก็ ไมเ่ จริญเตบิ โต
(เรตนิ อล) ผักและผลไมท้ ี่มีสเี ขียว บำรงุ สายตา ผวิ หนังแห้ง หยาบ
และเหลอื ง มองไม่เหน็ ในที่สลัว

วติ ามนิ D นม เนย ไข่ ตบั จำเปน็ ในการสรา้ งกระดูกและ โรคกระดูกอ่อน
(แคลซเิ ฟอรอล) นำ้ มันตับปลา ฟัน ช่วยเพ่ิมอัตราการดดู ซึม

แคลเซียมและฟอสฟอรัส

วติ ามนิ E ผักสีเขียว นำ้ มันจากพชื เช่น ทำใหเ้ มด็ เลอื ดแดงแข็งแรงและ โรคโลหิตจาง หญงิ มีครรภ์อาจ
(แอลฟาโทโคเฟอรอล) นำ้ มันรำ น้ำมันถั่วเหลอื ง
ไม่เปน็ หมัน ทำให้แทง้ ได้ ผู้ชายอาจเปน็ หมัน

วติ ามนิ K ผักสีเขียว ตบั ช่วยในการแขง็ ตัวของเลือด เลือดแขง็ ตัวช้ากว่าปกติ
(แอลฟาฟลิ โลควโิ นน)

วิตามินที่ละลายในน้ำ

วติ ามนิ B1 ข้าวซ้อมมอื หรือข้าวกลอ้ ง ช่วยบำรงุ ระบบประสาท โรคเหน็บชา

(ไทอามีน) เนอ้ื สัตว์ ตับ ถั่ว ไข่ และการทำงานของหัวใจ เบื่ออาหาร ออ่ นเพลีย

ช่วยใหก้ ารเจริญเติบโตเปน็ ไป

วติ ามนิ B2 ตบั ไข่ ถั่ว นม ยีสต์ อย่างปกติ ทำให้ โรคปากนกกระจอก
(ไรโบเฟลวนิ )
ผวิ หนา้ ล้ิน ตามีสขุ ภาพดี ผิวหนังแหง้ และแตก ล้นิ อักเสบ

แขง็ แรง

ช่วยในการทำงานของระบบ เบ่ืออาหาร อ่อนเพลีย

วติ ามนิ B3 เนอ้ื สัตว์ ตับ ถั่ว ข้าวซอ้ มมือ ประสาท กระเพาะอาหาร ลำไส้ ผวิ หนังเป็นผื่นแดง ต่อมาสีจะ

(ไนอาซนิ ) หรือข้าวกล้อง ยีสต์ จำเปน็ สำหรบั สุขภาพของ คล้ำหยาบ และอักเสบเมอ่ื ถูก

ผิวหนัง ลิ้น แสงแดด

วติ ามนิ B6 เนอ้ื สัตว์ ตบั ผัก ถั่ว ช่วยการทำงานของ เบื่ออาหาร
(ไพรดิ อกซนิ ) ระบบย่อยอาหาร ผิวหนังเปน็ แผล
มีอาการทางประสาท

วติ ามนิ B12 ตับ ไข่ เนือ้ ปลา จำเป็นสำหรบั การสรา้ ง
(ไซยาโนโคบาลามนิ ) เมด็ เลือดแดง ช่วยใหก้ ารเจรญิ โรคโลหติ จาง ประสาทเส่ือม
เตบิ โตในเดก็ เป็นไปตามปกติ

วติ ามนิ C ผลไม้และผักต่างๆ เช่น ทำใหห้ ลอดเลือดแขง็ แรง โรคเลือดออกตามไรฟัน
(กรดแอสคอร์บกิ ) มะขามปอ้ ม ผลไมจ้ ำพวกส้ม ช่วยรักษาสุขภาพ หลอดเลอื ดฝอยเปราะ
มะละกอ ฝรั่ง กล้วยนำ้ ว้า ของฟันและเหงือก
มะเขือเทศ คะน้า กะหล่ำปลี เปน็ หวัดง่าย

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 3

5. เกลอื แร่
เกลือแร่ พบในผลไม้ ผัก ช่วยเสรมิ สรา้ งการทำงานของรา่ งกาย

ใหเ้ ปน็ ปกติ ทำใหร้ ่างกายเจริญเติบโต มีสขุ ภาพดี ตลอดจนเปน็ ส่วน
ประกอบหลักของอวัยวะ เช่น กระดูกและฟนั รา่ งกายต้องการเกลอื แร่
ในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้ เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ เช่น แคลเซียม
ฟอสฟอรัส ไอโอดนี เหล็ก แมกนเี ซียม และโซเดียม

ตาราง แสดงแหล่งอาหาร ความสำคัญและผลของการขาดแร่ธาตบุ างชนดิ

แร่ธาตุ แหล่งอาหาร ความสำคัญ ผลจากการขาดเกลอื แร่
แคลเซียม
นม เนอื้ ไข่ ผักสเี ขียวเขม้ เปน็ ส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูก เดก็ เจรญิ เติบโตไมเ่ ตม็ ที่
ฟอสฟอรัส สัตว์ทกี่ ินทัง้ เปลอื กและกระดกู และฟัน ช่วยในการแขง็ ตัวของ ในหญิงมีครรภจ์ ะทำใหฟ้ นั ผุ
ฟลูออรีน เลอื ด ช่วยในการทำงานของ
แมกนีเซียม เช่น กุ้งแห้ง ปลา ประสาทและกลา้ มเน้ือ
โซเดียม
เหลก็ นม เน้ือสัตว์ ไข่ ถั่ว ช่วยในการสร้างกระดกู และฟัน อ่อนเพลีย
ไอโอดีน ผักบางชนิด เช่น เหด็ มะเขอื เทศ การดูดซึมคาร์โบไฮเดรต กระดูกเปราะและแตกง่าย
การสรา้ งเซลล์ประสาท

เปน็ ส่วนประกอบของสารเคลอื บ

ชา อาหารทะเล ฟัน ทำใหก้ ระดูกและฟันแขง็ แรง ฟันผุง่าย

ป้องกันฟันผุ

อาหารทะเล เปน็ ส่วนประกอบของเลือด และ เกิดความผิดปกติของระบบ
ถั่ว นม ผักสีเขียว กระดูก ช่วยในการทำงานของระบบ ประสาทและกล้ามเนอ้ื

ประสาทและกลา้ มเน้ือ

เกลอื แกง ไข่ นม ควบคุมปรมิ าณนำ้ ในเซลล์ เกดิ อาการคล่ืนไส้

ให้คงที่ เบ่ืออาหาร ความดันเลอื ดต่ำ

ตับ เนอื้ สัตว์ เครื่องในสตั ว์ เปน็ ส่วนประกอบของเอนไซม์บาง โรคโลหติ จาง อ่อนเพลีย
ถั่ว ไข่ ผักสีเขียว ชนิดและฮีโมโกลบนิ
ในเมด็ เลอื ดแดง

อาหารทะเล เกลอื สมุทร เป็นส่วนประกอบของฮอรโ์ มน ในเดก็ ทำใหส้ ตปิ ัญญา
เกลอื เสรมิ ไอโอดีน ไทรอกซนิ ซงึ่ ผลติ จากต่อมไทรอยด์ เสื่อม ร่างกายแคระแกรน ใน
ผูใ้ หญ่ จะทำใหเ้ ปน็ โรคคอพอก

6. นำ้
ร่างกายมนษุ ย์มนี ้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 60% ของนำ้ หนักตัว

นำ้ ทำหนา้ ทลี่ ำเลียงอาหารและสารต่าง ๆ ไปทั่วร่างกาย ถา้ ร่างกายขาดน้ำ
จะทำใหอ้ ุณหภูมขิ องร่างกายสูง เกดิ ตะคริว หมดแรง หนา้ มืด วิงเวียน จน
เสียชีวิตได้ ดงั นัน้ ในแต่ละวนั เราตอ้ งด่ืมน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วหรือ
รับประทานผกั ผลไม้ที่มีนำ้ สะสมอยู่มาก เช่น แตงโม ส้ม สับปะรด
แตงกวา โดยทั่วไปมนุษย์จะขาดนำ้ ได้ไม่เกิน 7 วนั ปริมาณน้ำที่จำเป็นต้อง
ดม่ื ต่อวนั ขึ้นอย่กู ับความรอ้ นของอากาศและกิจกรรมของมนุษย์

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 4

ธงโภชนาการ
การรับประทานอาหารในแต่ละวัน ควร
คำนึงถึงสารอาหารและปริมาณพลังงานที่
ควรได้รับในแต่ละวันและควรรับประทานให้
ได้สัดส่วนตามธงโภชนาการของกระทรวง
สาธารณสขุ ท่แี บ่งสัดสว่ นของอาหารท่ีควร
รับประทานใน 1 วัน
ได้ดังรูป

แนวทางการเลอื กรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกับเพศและวัย

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 5

หน่วยท่ี 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร

เรื่องท่ี 2 ระบบยอ่ ยอาหาร (Digestive System)

ใบความรู้

ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ที่ทาหน้าที่ร่วมกันในการย่อยอาหารและการดูดซึม
สารอาหารเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด แล้วถูกลำเลียงต่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ส่วนต่าง ๆ ของ
ร่างกายได้นำไปใช้ประโยชน์ในการเจริญเติบโตของร่างกาย สร้างพลังงาน และกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อการ
ดำรงชีวิตของมนุษย์ ระบบย่อยอาหารเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก ลิ้น ฟัน หลอดอาหาร กระเพาะ
อาหาร ลำไสเ้ ลก็ ตับ ตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก

ปาก (Mouth) ต่อมนำ้ ลาย
คอหอย (Pharynx) (Salivary glands)

หลอดอาหาร (Esophagus)

ถงุ น้ำดี กระเพาะอาหาร
(Gallbladder) (Stomach)

ลำไสใ้ หญ่ ลำไสเ้ ลก็
(Large Intestine) (Small Intestine)

ทวารหนัก
(Anus)

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 6

ขนั้ ตอนการย่อยอาหาร

การย่อยอาหารในร่างกายมนษุ ย์มี 2 ขัน้ ตอน ดังนี้

การย่อยเชิงกล (Mechanical digestion) เป็นกระบวนการทำให้อาหารมีขนาดเล็กลง เพื่อ

สะดวกต่อการเคลื่อนที่และการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่อไป โดยการบดเคี้ยว รวมทั้งการบีบตัวของทางเดินอาหาร
ยังไม่สามารถทำให้อาหารมีขนาดเล็กสุด จึงไม่สามารถดูดซึมเข้าเซลล์ได้ อวัยวะในระบบย่อยอาหารที่มีการ
ย่อยเชิงกล ไดแ้ ก่ ปาก(ฟัน) หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่

การย่อยทางเคมี (Chemical digestion) เป็นการย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กที่สุด โดยการ

เกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีระหวา่ ง อาหาร กับ นำ้ โดยตรง และจะใช้เอนไซม์หรือน้ำย่อยเขา้ เร่งปฏิกริ ิยาผลจากการย่อย
ทางเคมีเมื่อถึงจุดสุดท้าย จะได้สารโมเลกุลเล็กที่สุดที่สามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ ซึ่งอาหารที่ต้องมีการย่อย
ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ส่วนเกลือแร่ และวิตามินจะดดู ซึมเขา้ สู่ร่างกายได้โดยตรง

อวัยวะที่มีหน้าทยี่ ่อยอาหาร

1. ปาก

เปน็ อวัยวะแรกในระบบยอ่ ยอาหาร มีส่วนประกอบดังนี้
-ฟนั ทำหน้าที่บดเคีย้ วอาหารใหม้ ีขนาดเลก็ ลง
-น้ำลาย ทำหนา้ คลุกเคลา้ อาหารให้เขา้ กัน
-นำ้ ย่อยหรอื เอนไซม์อะไมเลส ทำหน้าที่ย่อยแป้งใหก้ ลายเปน็ น้ำตาล

ในปากจะมีต่อมน้ำลาย (Salivary Gland) ผลิตน้ำย่อย
อะไมเลส (Amylase) หรือไทยาลิน (Ptyalin) ย่อยแป้งให้เป็น
น้ำตาลมอลโทส ต่อมนำ้ ลายมี 3 ต่อมหลักดังภาพ
-- ในปากมีท้งั การย่อยเชงิ กล (ฟนั ) และการย่อยเชงิ เคมี (นำ้ ลาย)--

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 7

2. หลอดอาหาร
เป็นแค่ทางผ่านของอาหาร ไม่ได้มีหน้าที่ย่อยอาหารใดๆ เพียงแค่มีการ

บีบตัวของกลา้ มเนือ้ หลอดอาหารทำใหอ้ าหารไหลลงไปทกี่ ระเพาะอาหารเท่านัน้

-- ในหลอดอาหารมีการย่อยเชงิ กล (หลอดอาหารบีบ/ดันก้อนก้อนอาหารให้ลง
ไปนกระเพาะอาหาร) --

3. กระเพาะอาหาร
มีหน้าที่ย่อยอาหาร เนื้อเยื่อภายในกระเพาะอาหารจะมีลักษณะหยักๆ

และหนา ภายในมีกรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก(HCl) และมีน้ำย่อยหรือ
เอนไซม์เพปซินที่ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง และพบ เอนไซม์เรน
นิน ช่วยเปลี่ยนเคซีน (Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนในน้ำนมแล้วรวมกับ
แคลเซียมทำให้มีลักษณะเปน็ ล่ิมๆจากนัน้ จะถกู เพปซินย่อยต่อไป

-- ในหลอดอาหารมีการย่อยเชงิ เคมี --

4. ลำไส้เล็ก
เป็นบรเิ วณที่เกิดการย่อยและดูดซึมสารอาหารมากที่สุด มีเอนไซม์ที่หลั่ง

มาจากตับอ่อน และตับจะหลั่งน้ำดีเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี และส่งออกมาเพื่อทำให้ไขมัน
แตกตัว ตับอ่อนจะหลั่งเอนไซม์มายังลำไส้เลก็ เพ่ือทำหน้าที่ย่อยดงั นี้
-เอนไซม์ทรปิ ซิน ย่อยโปรตีนใหเ้ ป็นกรดอะมโิ น
-เอนไซม์ไลเปส ย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมัน

-- ในลำไสเ้ ล็กมกี ารย่อยเชงิ เคมี --

6. ลำไสใ้ หญ่
เป็นบริเวณไม่มีการย่อยเกิดขึ้นแล้ว มีแค่การดูดซึมน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่

ร่างกายเท่านั้น เป็นบริเวณที่ลำเลียงกากอาหารไปยังไส้ตรง ส่งไปทางทวาร
หนัก และถูกขับออกมาเป็นอจุ จาระ

-- ในสำไสใ้ หญม่ ีการย่อยเชิงกล --

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 8

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 1 คะแนนที่ได้

คำชีแ้ จง ตอนที่ 1 ให้นักเรยี นเตมิ คำตอบลงในช่องวา่ งใหถ้ ูก

คะแนนเตม็ 10

สารอาหาร คือ สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย ซึ่งได้มาจาก
กระบวนการย่อยอาหารของร่างกายแล้วร่างกายนำไปใชป้ ระโยชน์ เช่น ให้พลังงานหรอื เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ
มี 6 ประเภท ไดแ้ ก่

1............................................... 2............................................... 3...............................................

4............................................... 5............................................... 6...............................................

คำชแี้ จง ตอนที่ 2 ให้นักเรยี นวิเคราะหร์ ายการอาหารที่กำหนดให้และระบุวา่ อาหารน้ันมีสารอาหารที่
ได้รับจากส่วนประกอบใดบ้าง

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 9

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 2 คะแนนที่ได้

คำชแี้ จง ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรยี นระบุปริมาณพลังงานที่ควรได้รับของแต่ละช่วงวัยและเพศ
และตอบคำถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกต้อง

คะแนนเต็ม 10

1.1 นักเรยี นหญงิ อายุ 12 ปี พลังงาน 1.2 เดก็ แรกเกิดหญงิ อายุ 1 ปี พลังงาน
KCal KCal

1.3 กรรกรหญิง อายุ 30 ปี พลังงาน 1.4 นักกฬี าชาย อายุ 25 ปี พลังงาน
KCal KCal

1.5 ชายชรา อายุ 60 ปี พลังงาน 1.6 นักเรยี นชาย อายุ 17 ปี พลังงาน
KCal KCal

คำชีแ้ จง ตอนที่ 2 ให้นักเรยี นระบปุ ระเภทของอาหารและปรมิ าณที่ควรทานลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 10

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 3 คะแนนที่ได้
คะแนนเตม็ 15
คำชแี้ จง ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรยี น ทำเครื่องหมาย √ หน้าข้อที่ถูก และทำเครอื่ งหมาย X
หนา้ ข้อที่ผิด

1. ……… คุณแม่ที่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ นนั่ คือตัวออ่ นในครรภ์มีอายุ 5 เดอื น

2. ……… ในช่วงอายุ 11-12 ปี เพศหญงิ มีการเจริญเติบโตของร่างกาย ทัง้ ส่วนสูงและนำ้ หนักหนักมากกวา่

เพศชาย

3. ……… คำว่า “สมสว่ น” หมายถงึ นำ้ หนักตรงตามเกณฑ์กับอายเุ ท่านัน้

4. ……… ผักและผลไมใ้ ห้สารอาหารประเภทวติ ามินเทา่ นน้ั

5. ……… สารอาหารมี 6 ประเภท ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วติ ามนิ เกลอื แร่ และน้ำ

6. ……… ขา้ วโพด เผือก มันฝรั่ง ใหส้ ารอาหารประเภทโปรตีน

7. ……… สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ใหพ้ ลังงานแก่ร่างกาย 9 กโิ ลแคลอรีต่อกรัม (9 Kcal/g)

8. ……… สารอาหารประเภทไขมัน สามารถทำการทดสอบสารอาหารได้โดยใช้ “กระดาษสาหรอื กระดาษไข

ทดสอบ”

9. .……… อาการโรคเลือดจางเกิดจากรา่ งกายขาดวิตามิน D

10. ……… สารหารประเภท โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่รา่ งกาย

************************************************************************

คำชีแ้ จง ตอนที่ 2 ให้นักเรยี นจับคู่ความสัมพันธ์ของข้อความทางซ้ายและขวา (เติมอักษรภาษาองั กฤษ)

1. .......... การทดสอบแป้ง A. ไขมัน
2. .......... การทดสอบนำ้ ตาล B. คาร์โบไฮเดรต
3. .......... ไข่ไก่ ถั่วเหลอื ง เน้ือวัว C. โปรตีน
4. .......... เนย ชีส D. วิตามนิ
5. .......... เสน้ หม่เี หลอื ง หมี่หยก E. เกลอื แร่
F. นำ้
G. สารละลายไอโอดนี
H. สารละลายเบเนดกิ ส์ + ความร้อน
I. โซเดียมไฮดรอกไซด์ + ความรอ้ น

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 11

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 4 คะแนนที่ได้
คะแนนเตม็ 10
คำชีแ้ จง ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรยี น สำรวจอาหารที่นักเรียนรับประทานในแต่ละมื้อใน 1 วัน
พรอ้ มทั้งบอกสารอาหารทไี่ ด้รับและปรมิ าณพลังงานที่ได้รับในแต่ละมอื้

บันทกึ ขอ้ มูลเบ้ืองตน้

ข้อมูลตัวฉัน ฉันชื่อ ................................................................................... ฉันอายุ ............ ปี ........... เดือน

ปรมิ าณพลังงานที่ฉันต้องได้รับใน 1 วนั ................................ กโิ ลแคลอรี

วนั นฉ้ี นั ได้รับพลังงานจากการรับประทานอาหาร ................................ กโิ ลแคลอรี

** นักเรียนสามารถเสริ ์จปรมิ าณพลังงานของอาหารที่นักเรียนรับประทานได้ เช่น กว๋ ยจ๊บั ไก่ 1 ชาม ใหพ้ ลังงาน 240 กโิ ลแคลอรี

ตัวอย่าง อาหารมอื้ เชา้

ช่ืออาหาร สารอาหารที่ไดร้ ับ ปริมาณพลังงาน

ตัวอย่าง ขา้ วมันไก่ - โปรตีน จาก เนือ้ ไก่ 596 กิโลแคลอรี
- คาร์โบไฮเดรต จาก ขา้ ว
- ไขมัน จาก น้ำมัน
- วติ ามนิ จาก ผกั
- เกลอื แร่ จาก เครื่องปรงุ รส/ผัก

อาหารมอื้ เชา้

ชื่ออาหาร สารอาหารที่ไดร้ ับ ปรมิ าณพลังงาน

…………………………………………… …………………………………………………….… ……………………………
กโิ ลแคลอรี
…………………………………………… ……………………………………………………….
…………………………………………… ……………………………
…………………………………………………….… กิโลแคลอรี
……………………………………………
………………………………………………………. ปรมิ าณพลังงาน
……………………………………………
…………………………………………… อาหารมอื้ เที่ยง

ชื่ออาหาร …………………………………………………….…

……………………………………………………….

…………………………………………………….…

……………………………………………………….

อาหารมอื้ เย็น
สารอาหารที่ไดร้ ับ

…………………………………………… …………………………………………………….… ……………………………
กโิ ลแคลอรี
…………………………………………… ……………………………………………………….
……………………………………………
…………………………………………………….…

……………………………………………………….

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 12

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 5 คะแนนที่ได้

คำชแี้ จง ตอนที่ 1 ให้นักเรยี น อ่านขอ้ มูลในตารางแล้วตอบคำถามต่อไปนี้

คะแนนเต็ม 10

ศึกษาข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม : เดก็ คนหน่ึงตอ้ งไดร้ บั ปรมิ าณพลังงาน 1,700 กโิ ลแคลอรีต่อวัน
โดยรับประทานอาหารตามรายการต่อไปนี้

มอ้ื อาหาร อาหาร ส่วนประกอบในอาหาร ปรมิ าณพลังงานใน
เชา้ อาหารที่ไดร้ ับ
เที่ยง - ข้าว ประมาณ 2 ทัพพี (กโิ ลแคลอรี)
560
เย็น - เนอ้ื หมู ประมาณ 4 ชอ้ นกินข้าว
380
- ซอสถ่วั เหลือง ประมาณ 1 ชอ้ นชา
400
ข้าวผดั หมู 1 จาน - นำ้ ตาลทราย ประมาณ 1/2 ชอ้ นชา

- น้ำมันพืช 3 ชอ้ นโต๊ะ

- มะเขือเทศ หอมใหญ่ และต้นหอมรวมกัน ประมาณ

1 ทัพพี

- เส้นก๋วยเตี๋ยว ประมาณ 2 ทพั พี

- กุง้ ประมาณ 3 ช้อนกนิ ขา้ ว

- คะนา้ ประมาณ 1/2 ทัพพี
ก๋วยเตี๋ยวเสน้ ใหญ่ - แครอท ประมาณ 1/2 ทัพพี
ราดหน้ากุ้ง
1 จาน - แปง้ ข้าวโพด ประมาณ 1/4 ทัพพี

- ซีอวิ๊ ขาว ประมาณ 2 ชอ้ นโต๊ะ

- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

- กระเทยี ม พริกไทย และน้ำตาล

- ขา้ ว ประมาณ 2 ทัพพี

- ไก่ ประมาณ 2 ชอ้ นกินขา้ ว

- นำ้ มันพชื 3 ชอ้ นโต๊ะ

ขา้ วหนา้ ไก่ 1 จาน - นำ้ มันงา 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอวิ๊ ขาว น้ำมันหอย อย่างละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

- ซีอวิ๊ ดำ 1 ชอ้ นชา

- แปง้ มัน ประมาณ 1/4 ทัพพี

- พรกิ ไทยเล็กน้อย

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 13

แบบฝกึ หัด เร่อื ง อาหารและสารอาหาร 5 (ต่อ)

1. จากข้อมูลตารางข้างต้น เด็กชายคนนี้จะได้รับปริมาณพลังงานจากอาหารเท่าใด และเพียงพอต่อ
ความต้องการพลังงานของร่างกายหรือไม่ อย่างไร

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

2. ถ้าได้รับปริมาณพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอ เด็กชายคนนี้ควรเลือกรับประทานอาหารอะไร
เพิ่มเตมิ จากตารางต่อไปนี้ เพ่ือให้ได้พลังงานเพียงพอกับความตอ้ งการของร่างกาย เพราะเหตใุ ด

ตอบ ……………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. สรุปแลว้ เดก็ ชายคนนีร้ ับประทานอาหารไดส้ ดั สว่ นตามธงโภชนาการหรือไม่ อย่างไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 14

แบบฝกึ หัด เร่อื ง ระบบย่อยอาหาร 1 คะแนนที่ได้
คะแนนเต็ม 10
คำชแี้ จง ตอนที่ 1 ให้นักเรยี น เตมิ คำตอบในช่องว่างให้ถูกตอ้ ง พร้อมโยงเสน้ จบั คู่
หนา้ ท่อี วยั วะในระบบย่อยอาหารใหถ้ ูกตอ้ ง

1. อวัยวะที่เกดิ การย่อยมากที่สดุ 1...............................................

2. อวัยวะที่มีการบีบ/ดันกอ้ นอาหาร 2...............................................
3. เม่อื เราหวิ ขา้ วจะมีการหลั่งกรด
ไฮโดรคลอรกิ ออกมา 3...............................................

4. เปน็ ทางออกของกากอาหาร 4...............................................
5. อวัยวะไม่เกดิ การยอ่ ย แต่เกิดการ 5...............................................
ดูดกลับของนำ้ และแร่ธาตุ 6...............................................

กระเพาะอาหาร
ทวารหนัก
ลำไสเ้ ลก็
ลำไสใ้ หญ่
หลอดอาหาร

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 15

ตัวอย่างขอ้ สอบ O-NET
เรื่อง อาหารและสารอาหาร + การเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย

คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นวงกลมคำตอบทถี่ ูกตอ้ งทสี่ ุด
1. กราฟแสดงการเติบโตด้านความสูงของเพศหญงิ และเพศชายในชว่ งอายตุ ่าง ๆ

ขอ้ ใดอธบิ ายกราฟได้ถูกตอ้ ง
1. อัตราการเจริญเติบโดของเพศหญงิ และเพศชายไม่แตกต่างกัน
2. ช่วงอายุ 10 – 14 ปี เพศหญิงและเพศชายมกี ารเจริญเตบิ โตเท่าๆ กัน
3. ช่วงอายุ 15 – 20 ปี เพศชายมีการเจริญเติบโตมากกวา่ เพศหญิง
4. หลังอายุ 20 ปี ทัง้ เพศหญงิ และเพศชายหยดุ การเจรญิ เติบโต

2. จากรปู ธงโภชนาการทรี่ ะบสุ ัดส่วน สำหรับเดก็ หญงิ อายุ 10 ปี ทมี่ ีร่างกายสมส่วน ซ่ึงควรได้รับ
พลังงานประมาณวันละ 1,600 กโิ ลแคลอรี A และ B ในธงโภชนาการควรเป็นอาหารประเภทใด

1. A คือโปรตีน B คือไขมัน
2. A คือนำ้ ตาล B คอื ไขมัน
3. A คอื ข้าว B คอื ผลไม้
4. A คือขา้ ว B คอื น้ำตาล นำ้ มนั เกลือ

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หนา้ 16

3. ตารางปริมาณอาหารประเภทต่าง ๆ ในอาหาร 4 ชนิด

ชนิดอาหาร โปรตีน (กรัม) ปรมิ าณประเภทสารอาหาร
2 ไขมัน (กรัม) คาร์โบไฮเดรต (กรมั )
A 2 13
B 1 22
C 3 14
D 11

กำหนดให้ โปรตีน 1 กรัม ใหพ้ ลังงาน 4.5 กโิ ลแคลอรี่ 4. D
คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4.5 กโิ ลแคลอรี่
ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9.0 กิโลแคลอรี่

อาหารชนิดใดใหพ้ ลังงานสูงสดุ
1. A 2. B 3. C

4. ในการตรวจหาชนิดของวิตามินในผักชนิดต่าง ๆ

ชนิดของผัก วติ ามนิ ในผัก
1 A B1 D
2 A B2 C
3 B1 B2 C
4 AD K

ถา้ วิตามนิ B1 B2 และ C ละลายนำ้ ได้ A D และ K ละลายไดใ้ นไขมัน ผักชนดิ ทเี่ มื่อล้างน้ำแล้วสญู เสีย

วติ ามินนอ้ ยทสี่ ุด

1. ชนิดที่ 1 2. ชนดิ ที่ 2 3. ชนดิ ที่ 4 4. ชนิดที่ 4

5. ตารางจำนวนคนไทยทขี่ าดสารอาหารชนิดต่าง ๆ จากการสำรวจในปี พ.ศ.2540

ชนิดของสารอาหารที่ขาด จำนวนคนไทย
โปรตีน 20,000 คน
ธาตเุ หลก็ 5,000 คน
8,000 คน
วติ ามิน บี1 1,500 คน
ไอโอดีน

เพื่อใหค้ นไทยมีสขุ ภาพดีถว้ นหน้า ควรรณรงค์ใหบ้ ริโภคอาหารประเภทใดเป็นอนั ดบั แรก

1. บรโิ ภคขา้ วใหม้ าก ๆ 2. บริโภคนมและเน้อื สัตว์เพิ่มข้ึน

3. บรโิ ภคผักและผลไม้ใหม้ ากขน้ึ 4. บรโิ ภคอาหารที่ปรงุ ดว้ ยเกลอื ไอโอดีนเปน็ ประจำ

วิทยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 17

แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร

คำชีแ้ จง : แบบทดสอบก่อนเรียนมีจำนวน 5 ขอ้ ให้นักเรยี น วงกลมหน้าตัวเลอื กที่ถูกท่ีสดุ (5 คะแนน)

ข้อท่ี 1 อาหารในขอ้ ใดใหส้ ารอาหารครบถ้วนตามทรี่ ่างกายต้องการ

ก. ข้าวไข่เจียวกงุ้ สับ ข. ก๋วยเตี๋ยวตม้ ยำทะเล

ค. โรตีนำ้ แกง ง. ขา้ วหมกไก่ทอด

ข้อท่ี 2 หมวยป่วยเปน็ โรคเหน็บชา หมวยขาดสารอาหารในข้อใด

ก. วติ ามนิ B2 ข. วิตามิน K

ค. วิตามิน B1 ง. ฟอสฟอรสั

ข้อท่ี 3 เด็กชายพีระป่วยเป็นโรคปากนกกระจอก แสดงว่าเด็กชายพรี ะขาดสารอาหารในขอ้ ใด

ก. วติ ามิน B2 ข. ไอโอดีน

ค. วติ ามนิ D ง. ฟอสฟอรัส

ขอ้ ท่ี 4 เอนไซม์อะไมเลสพบไดใ้ นอวัยวะใด ข. หลอดอาหาร และ ลำไสเ้ ล็ก
ก. ปาก และ กระเพาะอาหาร ง. ปาก และ ลำไสเ้ ล็ก
ค. กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่

ขอ้ ท่ี 5 อวัยวะใดเกดิ การย่อยมากทสี่ ุด ข. หลอดอาหาร
ก. ปาก ง. กระเพาะอาหาร
ค. ลำไส้เลก็

วทิ ยาศาสตร์ครูปาล์ม หน้า 18

เฉลย แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 1 อาหารและการย่อยอาหาร

คำชีแ้ จง : แบบทดสอบก่อนเรียนมีจำนวน 5 ข้อ ให้นักเรยี น วงกลมหน้าตัวเลือกที่ถูกท่ีสดุ (5 คะแนน)

ขอ้ ท่ี 1 อาหารในขอ้ ใดใหส้ ารอาหารครบถ้วนตามทรี่ ่างกายต้องการ

ก. ขา้ วไข่เจียวกงุ้ สับ ข. ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล

ค. โรตีน้ำแกง ง. ขา้ วหมกไก่ทอด

ข้อท่ี 2 หมวยป่วยเป็นโรคเหน็บชา หมวยขาดสารอาหารในข้อใด

ก. วิตามิน B2 ข. วิตามนิ K

ค. วิตามนิ B1 ง. ฟอสฟอรสั

ข้อท่ี 3 เดก็ ชายพีระป่วยเป็นโรคปากนกกระจอก แสดงว่าเดก็ ชายพรี ะขาดสารอาหารในขอ้ ใด

ก. วิตามิน B2 ข. ไอโอดีน

ค. วิตามิน D ง. ฟอสฟอรัส

ขอ้ ท่ี 4 เอนไซม์อะไมเลสพบได้ในอวัยวะใด ข. หลอดอาหาร และ ลำไสเ้ ล็ก
ก. ปาก และ กระเพาะอาหาร ง. ปาก และ ลำไส้เล็ก
ค. กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่

ขอ้ ท่ี 5 อวัยวะใดเกดิ การย่อยมากทสี่ ุด ข. หลอดอาหาร
ก. ปาก ง. กระเพาะอาหาร
ค. ลำไสเ้ ลก็

วทิ ยาศาสตร์ครปู าล์ม หนา้ 19


Click to View FlipBook Version