The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

6122040080 ใบงานที่ 5 (หนังสือ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tnttoloveru, 2021-01-19 04:41:44

6122040080 ใบงานที่ 5 (หนังสือ)

6122040080 ใบงานที่ 5 (หนังสือ)

โปรแกรมตารางงาน

หน่วย การใช้สตู รและฟังกช์ ันในการคานวณ รหสั วชิ า 20204-2103

นายอษั ฎาา แสนคามา



คำนำ

หนงั สอื เรยี นวชิ ำโปรแกรมตำรำงงำน รหสั วิชำ 20204-2103 เล่มน้ี เรยี บเรยี ง
ขนึ้ เพื่อใช้ประกอบกำรเรยี นกำรสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ตำมหลักสตู ร
ประกำศนยี บัตรวชิ ำชพี (ปวช.) พุทธศักรำช 2562 ของสำนกั งำนคณะกรรมกำร
อำชวี ศึกษำ กระทรวงศึกษำธกิ ำร
เน้ือหำของหนงั สือมดี ว้ ยกันท้งั หมด 8 หนว่ ยกำรเรยี น ประกอบด้วย
1โครงกำรสร้ำง สักลักษณ์ และลำดบั ควำมสำคญั ของเคร่ืองหมำยทีใ่ ชในกำร
คำนวณ
2ข้อผดิ พลำดทอ่ี ำดเกดิ ข้ึน
3กำรสรำ้ งสตู รคำนวณ
4กำรแกไ้ ข
5กำรคัดลอกสตู ร
6กำรอำ้ งอิงตำแหน่งเซลล์
7กำรคำนวณอำ้ งอิงตำแหน่งเซลลข์ ้ำงแผน่ งำน
8ส่วนประกอบของฟงั ก์ชนั ศูนย์หนังสือ
เมอื งไทย หวงั เป็นอยำ่ งยิ่งวำ่ หนงั สือเรียนวชิ ำ โปรแกรมตำรำงงำน เลม่ นี้ จะ
สำมำรถให้ควำมรู้และเกดิ ประโยชน์แก่ผูส้ อน ผเู้ รียน ตลอดจนผสู้ นใจศึกษำ
ทัว่ ไปเป็นอยำ่ งดี หำกมีข้อผดิ พลำดประกำรใดผเู้ รยี บเรียงและฝำ่ ยวชิ ำกำร ศนู ย์
หนังสือ เมอื งไทย ขอนอ้ มรับคำตชิ มเพอ่ื เปน็ ประโยชนใ์ นกำรปรับปรงุ แกไ้ ขใน
โอกำสต่อไป

โปรแกรมตารางงาน

หนว่ ย การใช้สตู รและฟังกช์ ันในการคานวณ
รหสั วชิ า 20204-2103

จกุ ประสงคร์ ำยวิชำ

1.เข้ำใจหลกั กำรทำงำยของโปรแกรมตำรำงงำน
2.เข้ำใจเกย่ี วกบั สว่ นประกอบเคร่ืองมอื ของโปรแกรมตำรำงงำน
3.สำมำรถใชเ้ ครือ่ งมือ และคำส่งั ของโปรแกรมตำรำงงำน
4.สำมำรถใชส้ ตู รคำนวณและฟงั กช์ นั ต่ำงๆ Pivot Table Macro ของโปรแกรมตำรำงงำน
5.มีเจตคติและกจิ นสิ ยั ที่ดีในกำรปฎบิ ตั งิ ำนคอมพิวเตอร์ดว้ ยควำมละเอยี ดรอบคอบ และถกู ต้อง

สมรรถนะรำยวิชำ

1.แสดงควำมรู้เก่ยี วกบั หลกั กำรทำงำนของโปรแกรมตำรำงงำน
2.แสดงควำมรเู้ กี่ยวกบั หลกั กำรกำรใช้เครื่องมอื ของโปรแกรมตำรำงงำน
3.ใช้เครือ่ งมอื และคำสง่ั เพือ่ จัดกำรเกย่ี วกับตำรำงงำน
4.สรปุ จัดทำรำยงำน และแสดงผลข้อมูลในรูปตำรำงงำนและแผนภมู ติ ำมลกั ษณะงำน

คำอธบิ ำย

ศึกษำและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั หลกั กำรทำงำนของโปรแกรมตำรำง หลักกำรใช้เครอ่ื งมอื และคำสง่ั ของ
โปรแกรมในกำรสร้ำง แก้ไขและตกแต่งขอ้ มลู จดั กำรเกี่ยวกบั ไฟล์ขอ้ มลู กำรใชส้ ูตรคำนวณและ
ฟังกช์ นั ต่ำงๆ กำรสร้ำงำยงำนในรูปแผนภูมิและตำรำงวเิ ครำะหข์ อ้ มลู Pivot Table Macro และ
กำรพมิ พเ์ อกสำรทำงเครอ่ื งพมิ พ์

สารบญั

บทท1ี่ การใชส้ ูตรฟงั ก์ชันในการคานวณ

หนา้

1.1โครงการสรา้ ง สักลกั ษฎณ์ และลาดบั ความสาคญั ของเครอื่ งหมายทใี่ ชใ้ นการ1คานวณ
1.2ขอ้ ผดิ พลาดท่อี าดเกดิ ขน้ึ
3
1.3การสรา้ งสตู รคานวณ
4
1.4การแกไ้ ข
5
1.5การคดั ลอกสตู ร
6
1.6การอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลล์
8
1.7การคานวณอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลล์ขา้ งแผน่ งาน
10
1.8สว่ นประกอบของฟังกช์ ัน
11
1.9ประเภทของฟังกช์ นั
12

บทท1่ี การใช้สูตรฟงั กช์ ันในการคานวณ

1.1 โครงการสรา้ ง สักลักษฎณ์ และลาดบั ความสาคญั ของเคร่อื งหมายท่ีใชใ้ นการคานวณ

1. โครงสรำ้ ง
กำรใชส้ ูตรคำนวณจะตอ้ งพิมพเ์ ครอ่ื งหมำยเทำ่ กบั (=) นำหนำ้ เสมอตำมดว้ ยตัวแปร และ

ตัวดำเนนิ กำร ตัวแปรน้ีอำจเปน็ ค่ำคงท่ี ตำแหน่งเซลล์ หรือฟังกช์ นั กไ็ ด้ โดยผลลัพธ์จะอยู่บน
เซลล์ใดเซลล์ใดเซลลห์ น่ึงทเ่ี ลือกไว้ ยกตัวอยำ่ งเชน่ =A1+B1, =C2-D3, =(D3/C2)*( A1+B1),
=(G3-B1)-(F4*G4), =2*3 เปน็ ต้น
2. สญั ลกั ษณ์

สญั ลักษณท์ ใี่ ช้เป็นเครอื่ งหมำยในกำรคำนวณมดี งั น้ี
เคร่ืองหมำยที่ใชใ้ นกำรคำนวณ

1

3. ลำดับควำมสำคญั ของเครือ่ งหมำยในกำรคำนวณ
กำรคำนวณนน้ั จะมีลำดบั ควำมสำคญั ของเครือ่ งหมำยกำรคำนวณต่ำงกนั ซึ่งโปรแกรมจะ

คำนวณจำกลำดับควำมสำคญั แรกไปยังลำดบั ควำมสำคญั รองลงมำตำม
ลำดบั แต่ถำ้ เคร่อื งหมำยคำนวณอยใู่ นระดับเดียวกัน โปรแกรมจะคำนวณจำกซำ้ ยไปขวำ

ลำดบั ควำมสำคัญของเครือ่ งหมำยในกำรคำนวณ

2

1.2 ขอ้ ผิดพลาดท่ีอาดเกดิ ข้ึน
ขอ้ ผิดพลาดท่อี าจเกิดขนึ้

กำรคำนวณด้วยสูตรหรือคำนวณด้วยฟงั ก์ชนั อำจมีขอ้ ผดิ พลำดได้ เมอื่ มกี ำรทำงำน
เก่ียวกับสตู รหรอื ฟงั ก์ชนั กำรคำนวณของโปรแกรมอำจทำใหผ้ ลลัพธไ์ มถ่ กู ต้อง โปรแกรมจะ
แสดงข้อควำมบอกข้อผดิ พลำดปรำกฏอยใู่ นเซลล์ ซง่ึ มสี ำเหตุหลำยอยำ่ งดว้ ยกัน ยกตัวอยำ่ ง
ดงั ตอ่ ไปน้ี

ขอ้ ผดิ พลำดท่อี ำจเกดิ ขนึ้

3

1.3 การสร้างสตู รคานวณ

การสร้างสตู รคานวณ
ในกำรสรำ้ งสูตรคำนวณสำมำรถปอ้ นสตู รคำนวณไดโ้ ดยใชเ้ ครอ่ื งหมำยเท่ำกบั (=) นำหนำ้

เสมอถำ้ ไม่ใส่เครือ่ งหมำยเท่ำกับโปรแกรมจะเขำ้ ใจวำ่ เปน็ ขอ้ ควำม กำรคำนวณโปรแกรม
สำมำรถคำนวณไดห้ ลำยแบบ ยกตัวอย่ำงเช่น
1. กำรคำนวณคำ่ คงท่ี
1. คลกิ เลอื กเซลลท์ ่ใี ส่สตู ร
2. พมิ พ์เครอ่ื งหมำยเทำ่ กับ (=) ตำมดว้ ยค่ำคงท่ี โดยพมิ พล์ งในเซลลห์ รือแถบสูตรก็ได้
3. กด Enter
2. กำรคำนวณอำ้ งอิงตำแหน่งเซลล์
กำรคำนวณอำ้ งองิ ตำแหนง่ เซลล์ สำมำรถพิมพ์หรือใชเ้ มำสส์ ำมำรถปฏบิ ัตไิ ดด้ งั นี้
1. คลกิ เลือกเซลลท์ ่จี ะใส่สตู ร
2. พิมพเ์ คร่ืองหมำยเท่ำกบั (=) ตำมด้วยตำแหนง่ เซลล์โดยพิมพ์ลงในเซลล์
3. กด Enter

3. กำรคำนวณอ้ำงองิ ตำแหนง่ เซลลโ์ ดยใชเ้ มำส์
1. คลิกเลือกเซลลท์ ี่จะใส่สูตรพิมพ์เครื่องหมำยเท่ำกบั (=)
2. ใช้เมำสค์ ลกิ เลอื กเซลลแ์ รกทตี่ อ้ งกำรคำนวณ
3. พมิ พเ์ ครอื่ งหมำยกำรคำนวณ ตำมทีต่ อ้ งกำร
4. ใช้เมำสค์ ลกิ เลอื กเซลลท์ ส่ี องแลว้ กด Enter

4

1.4 การแก้ไข

การแก้ไขสูตร
สตู รคำนวณทีพ่ ิมพไ์ ปแล้วถำ้ มขี อ้ ผดิ พลำดเรำสำมำรถแก้ไขได้ 3 วิธีสำมำรถปฏิบตั ิได้ดังนี้

1. แกไ้ ขแถบสตู ร
1. ใช้เมำสค์ ลิกเลือกเซลลส์ ตู รทต่ี อ้ งกำรแก้ไข
2. ใชเ้ มำสค์ ลิกแถบสตู รแลว้ ทำกำรแกไ้ ขสตู รให้ถกู ตอ้ ง

2. ใชฟ้ งั กช์ นั F2
ใช้เมำสค์ ลกิ เลอื กเซลลส์ ตู รที่ต้องกำรแก้ไขกดฟังกช์ นั F2 ทำกำรแกไ้ ขสูตรในเซลลใ์ ห้

ถกู ต้อง
3. ดับเบิลคลิกในเซลลส์ ูตร
ใชเ้ มำสด์ บั เบลิ คลกิ เซลลส์ ูตรท่ีตอ้ งกำรแกไ้ ข แลว้ ทำกำรแก้ไขสตู รในเซลลใ์ ห้ถูกต้อง

5

1.5การคดั ลอกสตู ร

การคดั ลอกสตู ร
กำรคดั ลอกสตู รกำรคำนวณโดยอ้ำงองิ ตำแหนง่ เซลลม์ ขี อ้ ดคี ือ มีควำมรวดเร็ว มีควำมถกู

ตอ้ งของข้อมลู และทส่ี ำคัญสำมำรถคัดลอกสตู รคำนวณท่มี ลี ักษณะหรอื รูปแบบเดียวกนั ไมต่ ้อง
เสยี เวลำในกำรพมิ พ์สูตรใหม่ให้เสียเวลำ ซง่ึ สำมำรถปฏบิ ตั ิได้ 3 วิธดี งั นี้
1. ใชเ้ มำส์
1. ใชเ้ มำสค์ ลกิ เซลลส์ ตู รต้นฉบบั เลอื่ นเมำสไ์ ปตำแหน่งมุมด้ำนขวำลำ่ งให้สญั ลกั ษณเ์ มำส์
แสดงกำกบำทสดี ำ
2. กดป่มุ เมำสด์ ำ้ นซ้ำยค้ำงไวล้ ำกไปตำแหน่งทตี่ อ้ งกำร แลว้ ปลอ่ ยเมำส์

2. ใชแ้ ปน้ พิมพ์
1. ใช้เมำส์คลุมดำเซลลส์ ตู รตน้ ฉบับและเซลลท์ ต่ี อ้ งกำรคัดลอกสตู ร
2. กดฟงั กช์ ัน
3. กด Ctrl+Enter

3. ใชค้ ำสั่งคัดลอก
1. ใชเ้ มำสค์ ลุมดำเซลล์สตู รตน้ ฉบับ
2. เลอื กคัดลอก

6

3. คลมุ ดาเซลล์ทีต่ อ้ งการคดั ลอก
4. เลือกวาง
5. ผลลพั ธ์

7

1.6การอา้ งองิ ตาแหน่งเซลล์
การอา้ งองิ ตาแหน่งเซลล์

กำรอำ้ งองิ ตำแหนง่ เซลล์เพื่อใช้ในกำรคำนวณมีรูปแบบกำรอำ้ งองิ 3 รปู แบบดังน้ี
1. กำรอ้ำงองิ เซลลแ์ บบสมั พทั ธ์
กำรอำ้ งองิ เซลลแ์ บบสมั พทั ธ์ (Relative Reference) เมอื่ เซลล์ถูกคดั ลอกไปตำแหน่งเซลลอ์ ่นื
ตำแหน่งเซลล์จะถูกเปลย่ี นตำมโดยอัตโนมตั ิ เชน่ เซลล์ E2 ใสส่ ูตร =C2*D2 เม่ือคดั ลอกสตู รไป
ตำแหน่ง E3 สตู รจะเปลี่ยนเปน็ =C3*D3 ใหโ้ ดยอัตโนมตั ิ ยกตวั อย่ำงเช่น

8

2. กำรอ้ำงอิงเซลลแ์ บบสมบรู ณ์
กำรอำ้ งองิ เซลลแ์ บบสมบูรณ์ (Absolute Reference) เป็นกำรกำรกำหนดค่ำของตำแหนง่
เซลลไ์ มใ่ หม้ ีกำรเปลย่ี นแปลง เชน่ $D$2 หมำยถึง เซลล์ D2 จะคงทไี่ ม่เปล่ียนแปลงไมว่ ำ่ จะ
คัดลอกสูตรไปเซลลใ์ ดกต็ ำม จะมคี ำ่ เหมือนเดมิ ถ้ำต้องกำรใสเ่ ครือ่ งหมำย $ ให้อตั โนมตั ใิ ห้
คลุมดำดำแล้วกด F4 ยกตวั อย่ำงเชน่

3. กำรอ้ำงองิ เซลล์แบบผสม
กำรอ้ำงองิ เซลลแ์ บบผสม (Mixed Reference) เปน็ กำรผสมระหวำ่ งกำร

อำ้ งอิงแบบสัมพทั ธแ์ ละแบบสมบรู ณ์ จะใช้ในกรณที ต่ี ้องกำรให้ตำแหน่งเซลลเ์ ปลี่ยนบ้ำง
หรอื คงที่บ้ำง เชน่ F$2 หมำยถึง F จะเปลย่ี นแปลงเมอ่ื มีกำรคัดลอกสตู รไปคอลมั นอ์ น่ื
แต่ 2 จะคงทีไ่ ม่เปลย่ี นแปลงตำมหมำยเลขบรรทัดของแถวท่ีถูกคดั ลอก

9

1.7การคานวณอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลล์ขา้ งแผ่น

การคานวณอา้ งองิ ตาแหนง่ เซลลข์ า้ มแผน่ งาน
กำรคำนวณขำ้ มแผ่นงำนเปน็ กำรอ้ำงองิ เซลลท์ อ่ี ย่คู นละแผ่นงำน มีรูปแบบกำรคำนวณดงั น้ี

“=ชื่อของแผน่ งำนตำมดว้ ยเครื่องหมำย !ชื่อเซลล์ทอ่ี ้ำงองิ ถงึ ” เชน่ Sheet1!A5+Sheet2!A6ใน
กำรสรำ้ งสูตรคำนวณสำมำรถใช้เมำสเ์ ลอื กตำแหนง่ เซลลห์ รือใชค้ ยี ์บอรด์ พิมพส์ ูตรยกตวั อยำ่ ง
ดังนี้

กำรหำผลรวมของยอดขำยประจำเดือน มกรำคม กุมภำพันธ์ และมีนำคมซง่ึ ข้อมลู อย่คู นละ
แผ่นงำน สำมำรถปฏิบัตไิ ดด้ ังน้ี
1. สร้ำงตำรำงข้อมูลเดอื นมกรำคม กมุ ภำพันธ์ และมนี ำคม ให้อยู่คนละแผน่ งำน
2. ใชเ้ มำสค์ ลกิ เซลลท์ ีต่ อ้ งกำรคำนวณพมิ พส์ ตู รดงั น้ี
=มกรำคม!E10+กมุ ภำพนั ธ์!E10+มนี ำคม!E8

10

1.8สว่ นประกอบของฟงั กช์ นั

สว่ นประกอบของฟงั กช์ นั
กำรใช้ฟังก์ชนั (Function) คำนวณค่ำต่ำงๆ เป็นกำรคำนวณท่ีมคี วำมสะดวกรวดเร็วเพยี งแค่

พิมพฟ์ งั ก์ชันและใส่ค่ำ อำร์กวิ เมนต์ (Argument) กส็ ำมำรถคำนวณไดแ้ ลว้ โปรแกรมตำรำง
คำนวณ (Microsoft Office Excel 2013) มฟี งั กช์ นั ให้ใช้งำนมำกมำย แตล่ ะฟงั กช์ ันใชง้ ำน
แตกต่ำงฟังกช์ นั มสี ่วนประกอบดงั น=้ี ช่ือฟงั ก์ชนั
(คำ่ Argument1, คำ่ Argument2, คำ่ Argument) เช่น =SUM(A1+D2), =MAX(B2:B9),
=AVERAGE(D4:F6) เป็นตน้

11

1.9ประเภทของฟังกช์ นั

ประเภทของฟังกช์ นั
1. ฟังก์ชันทำงคณิตศำสตร์
2. ฟังก์ชันทำงตรรกะศำสตร์
3. ฟงั กช์ นั ทเ่ี กยี่ วกบั วันท่ี
4. ฟงั ก์ชันทเ่ี กยี่ วกับเวลำ
5. ฟงั ก์ชนั ที่เกี่ยวกบั กำรเงิน
6. ฟังก์ชนั ทเ่ี กี่ยวกับตวั อกั ษร
7. ฟงั ก์ชันทำงสถิติ
8. ฟงั ก์ชนั ในกำรค้นหำขอ้ มลู
9. ฟังก์ชนั ทำงด้ำนวิศวกรรม
10. ฟงั ก์ชนั ในกำรจัดกำรฐำนขอ้ มูล

12



ผจู้ ัดทา

นายอัษฎาา แสนคามา
รหัสนักศกึ ษฎา 6122040080
ปัจจุบนั ศกึ ษฎา สาขาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ


Click to View FlipBook Version
Previous Book
FAILPENGURUSAN5CEMERLANG
Next Book
PENGENALAN SENI DALAM PENDIDIKAN