ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์
ดลุ ยวัต เขม็ กลดั กลมุ่ 22
รหสั นักศกึ ษา 116410905092-5
รายงงานน้ีเปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศึกษาวิชาการค้นคว้าและการเขียนรายงานเชิงวิชาการ
สาขาวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564
ก
คำนำ
รายงานฉบับนจี้ ดั ทำขน้ึ เพื่อปฏบิ ัตกิ ารเขยี นรายงานการค้นคว้าที่ถูกต้องอย่างเป็นระบบ อัน
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชา 01-210-017 การค้นคว้าและการเขียนรายงานเชิงวิชาการ ซ่ึง
จะนำไปใช้ในการทำรายงานค้นคว้าสำหรับรายวิชาอื่นได้อีกต่อไป การที่ผู้จัดทำเลือกทำเรื่อง
“ซอฟต์แวร์ประยุกต์” เนื่องด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นจนสามารถนำมา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ น้ันเปน็ หนึ่งในเทคโนโลยที ่ีจะช่วยเหลือผู้ใช้ ให้เกิด
ความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงมีประโยชน์อย่างมากที่ได้นำเสนอความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
เก่ียวกบั ซอฟต์แวร์ประยุกต์
รายงานเลม่ น้ีกล่าวถึงเนื้อหาเกี่ยวกับความหมาย ความเป็นมา ประเภท และขั้นตอนในการ
ผลิตซอฟต์แวร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ประยุกต์และได้รับรู้
ประโยชน์ของซอฟต์แวร์ประยุกต์
ขอขอบคุณผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. พนิดา สมประจบ ที่กรุณาให้ความรู้และคำแนะนำโดย
ตลอด และขอขอบคุณบรรณารักษ์และเจา้ ท่ีของสำนักวทิ ยบริการและเทคโนโลยสี ารสนสนเทศ และ
ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์และโทคโนโลยี ที่ให้ความสะดวกในการค้นหาข้อมูล รวมไปถึงท่าน
เจ้าของหนังสอื บทความ ท่ผี ้เู ขียนใช้อ้างอิงทุกท่าน หามขี อ้ บกพร่องประการใด ผเู้ ขยี นข้อน้อมรับไว้
เพอื่ ปรับปรงุ ต่อไป
ดุลยวตั เข็มกลัด
21 ตลุ าคม 2564
สารบญั ข
คำนำ หน้า
บทที่ ก
1 บทนำ 1
1.1 ความหมายของซอฟต์แวร์ 2
1.2 วิวัฒนาการของซอฟตแ์ วร์ 3
1.3 ความแตกต่างของซอฟต์แวร์กบั ฮารด์ แวร์ 5
6
2 ประเภทของซอฟต์แวร์ 6
2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ 8
2.2 ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ 8
2.2.1 ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน 9
2.2.2 ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ทัว่ ไป 11
11
3 ขั้นตอนการพฒั นาซอฟต์แวร์ 12
3.1 การวิเคราะห์ 12
3.2 การออกแบบ 13
3.3 การเขียนโปรแกรม 14
3.4 การตรวจสอบซอฟตแ์ วร์ 14
15
4 ซอฟต์แวร์ประยุกตใ์ นอนาคต 16
4.1 ดา้ นธรุ กจิ 17
4.2 ด้านความปลอดภัย 19
4.3 ด้านชวี ติ ประจำวนั
5 สรุป
บรรณานุกรม
1
บทท่ี 1
บทนำ
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ให้ความสะดวกกับผู้ใช้งาน
สามารถช่วยเหลือได้หลายอย่าง ซอฟต์แวร์นั้นเป็นสว่ นประกอบสำคัญมากอยา่ งหนงึ่ ของคอมพิวเตอร์
เพราะเปน็ สว่ นประกอบทที่ ำหนา้ ท่ีรบั คำสง่ั ของผใู้ ช้ เพื่อใช้งานคอมพิวเตอรต์ ามท่ีผ้ใู ช้ตอ้ งการ
ณ ช่วงเวลาที่เทคโนโลยีมคี วามก้าวหน้าข้ึนอย่างรวดเร็ว ทำให้มนุษย์มีการปรับตัวหันมาเรม่ิ
ใช้เทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวนั มากขึ้น โดยการใชเ้ ทคโนโลยีในชวี ิตประจำวนั ของคนเรานั้นอาจเริ่มต้น
ต้งั แตต่ ืน่ นอน จากการต้ังคา่ นาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ การทำอาหารท่ดี ูวิธีทำจากคลิปวีดโี อ หรือการใช้
เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ตา่ ง ๆ มนษุ ยน์ น้ั มกี ารพึง่ พาเทคโนโลยีมากข้นึ เรอ่ื ย ๆ ในทกุ ๆ วันทั้งเพื่อใช้สำหรับงาน
หรือเพือ่ ใชส้ ำหรบั ความต้องการสว่ นตัว เช่น ใชเ้ พ่อื การสนทนา ใช้เพ่ือความบนั เทิง ใชเ้ พือ่ ความรู้
ใช้เพื่อช่วยเหลือ เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกในปัจจุบันนั้นมีหลายอย่าง เช่น
โทรศัพท์มือถือ โดยโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นเทคโนโลยีที่สามารถรับรู้ความก้าวหน้าได้ง่ายทีส่ ุด เพราะ
เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาอย่างช้านาน โดยอดีตโทรศัพท์มือถือเป็นเทคโนโลยีที่ใช้แค่สำหรับการสนทนา
เท่านั้น แต่ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อให้โทรศัพท์สามารถใช้งานได้หลากหลายมากข้ึน
อย่างการมี ซอฟต์แวร์กล้องถ่ายรูป ซอฟต์แวร์ฟังเพลง หลังจากนั้นก็มีซอฟต์แวร์ประยุกต์ต่างๆ เพ่ือ
ตอบสนองความตอ้ งการของผ้ใู ชม้ ากขน้ึ
เทคโนโลยีอกี ชนดิ ทชี่ ว่ ยสร้างความสะดวก คอื คอมพิวเตอร์ เป็นเทคโนโลยีที่ถกู สร้างขึ้นเพ่ือ
ช่วยเหลือมนุษยโ์ ดยตรง ทำหน้าท่สี มองกล ใชส้ ำหรบั การแก้ปัญหาต่างๆ ที่ทั้งง่ายและซบั ซ้อนในตอน
แรก แต่ตอ่ มาเร่ิมมีการพฒั นาซอฟต์แวร์ต่างๆ ทที่ ำใหค้ อมพิวเตอร์ มปี ระโยชน์และสามารถใช้งานได้
ง่ายมากขึน้ ซงึ่ ปจั จุบันคอมพิวเตอร์กม็ กี ารพัฒนาจนถึงขั้นทส่ี ามารถพกพาไดแ้ ล้วเรียกวา่ โนต้ บุ๊ก
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีส่วนใหญ่นั้นต้องมี ซอฟต์แวร์ เพราะว่า ซอฟต์แวร์ เป็นส่วนสำคัญที่
ทำให้เทคโนโลยที ำตามสิง่ ทผี่ ู้ใช้ต้องการ การท่ีเทคโนโลยมี กี ารความก้าวหน้าและพัฒนา ก็จะส่งผลให้
เกิดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มากขึ้นที่จะส่งผลต่อทั้งธุรกิจ ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ความปลอดภัย แต่ถึง
อย่างน้นั กอ็ าจจะมี ซอฟตแ์ วร์ ท่กี อ่ ใหเ้ กิดผลเสยี แก่เราได้ ดงั นนั้ เราควรศกึ ษาซอฟต์แวร์เพ่ือให้เข้าใจ
และสามารถใช้งานที่จะก่อใหเ้ กิดความสะดวกกับผใู้ ช้
2
1.1 ความหมายของซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
ซอฟต์แวร์จึงหมายถงึ ลำดับข้นั ตอนการทำงานท่ีเขียนข้ึนดว้ ยคำสงั่ ของคอมพิวเตอร์ คำสัง่ เหล่าน้ีเรียง
กนั เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากทีท่ ราบมาแลว้ วา่ คอมพิวเตอรท์ ำงานตามคำสง่ั การทำงานพ้ืนฐาน
เป็นเพียงการกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ
หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะ
เป็นลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำงานแตกต่างกันได้มากมาย
ด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทำให้
คอมพิวเตอรท์ ำงานได้
การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรม
คอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทำบญั ชีทีย่ ุ่งยากซับซ้อน บริษัท
ขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีขอ้ มูล
ต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารใหส้ วยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการ
ให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบ
คอมพวิ เตอร์ หากขาดซอฟตแ์ วร์คอมพวิ เตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จงึ เป็นสิ่งทจ่ี ำเปน็ และ
มคี วามสำคญั มาก และเป็นส่วนประกอบหนง่ึ ท่ีทำให้ระบบสารสนเทศเปน็ ไปได้ตามทตี่ อ้ งการ
นอกจากในคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ก็มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ที่ทำงานเหมือนกับ
ตอนอยู่ในคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ได้มีการพัฒนาต่อโดยมีจุดประสงค์หลักคือ เพื่อให้เกิดความ
เขา้ ถึงงา่ ยขึ้น ไมจ่ ำเปน็ ต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคก็สามารถใช้เป็นได้อย่างไมย่ าก สามารถใช้งานได้ท้ัง
ในคอมพิวเตอร์ และ โทรศัพทม์ ือถือ สง่ ผลให้เกิดชุดโปรแกรมชนิดใหม่ เรียกวา่ แอปพลิเคชัน
3
1.2 วิวัฒนาการของซอฟต์แวร์
ประวัติของคำว่า ซอฟต์แวร์ มาจาก จอห์น ดับเบิลยู. เทอร์กีย์ (John W. Turkey) ในปี
พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) ได้นิยามเรียกใช้คำว่า ซอฟต์แวร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยแนวคิดของ
ซอฟต์แวร์ปรากฏครั้งแรกในเรียงความของแอลัน ทัวริง บิดาของวิทยาการคอมพิวเตอร์ กล่าวกันว่า
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชิ้นแรกของโลกเขียนโดยเอดา ไบรอน เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับเครื่อง
วิเคราะห์ (analytical engine) ของชาร์ลส แบบเบจ
ในแง่คำอธิบายทางกายภาพ อาจกล่าวได้ว่า ซอฟต์แวร์มีความสัมพันธ์ควบคู่กับคำว่า
ฮาร์ดแวร์ กลา่ วคอื ซอฟต์แวร์ เปน็ ชอื่ เรยี กเพ่ือใชเ้ ปรียบต่างกบั ฮาร์ดแวร์ ซึง่ เปน็ ลกั ษณะทางกายภาพ
ในการเก็บและประมวลผลของซอฟต์แวร์ ในคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์จะถูกเรียกใช้งานในแรมและ
ประมวลผลผ่านซพี ยี ู
ชุดของคำสั่งหรือโปรแกรม จะเป็นลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของ
คอมพิวเตอร์ที่ถูกเขียนหรือพัฒนาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์อีกชั้นหนึ่ง คำสั่งเหล่านี้จะเรียงกันเป็น
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ทำงานโดยหลักการพื้นฐานของภาษษคอมพิวเตอร์ที่มาจากข้อมูลที่เป็นตัว
เลขฐานสอง ซง่ึ ใช้แทนขอ้ มลู ท่ีเป็นตัวเลข ตัวอกั ษร รูปภาพ วดี ีโอ และเสียงพดู ก็ไดเ้ ช่นเดียวกนั
การวิวัฒนาการของซอฟต์แวร์เป็นกระบวนการที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ต้องการ
การปรับปรุงการบำรุงรักษาและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยังคง
ทำงานได้ ในแง่นี้การวิวัฒนาการของซอฟต์แวร์ได้รับแรงผลักดันจากความต้องการทางธุรกิจและ
ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่างไรก็ตามปัจจัย
ผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาซอฟต์แวร์มักจะเป็นปัจจัยภายในที่มุ่งเน้นไปที่ทีมวิศวกรรมที่ผลิต
ผลิตภัณฑ์และ บริษัท ที่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการทำกำไร The Imperial College of London
ประเทศอังกฤษประกาศใช้กฎหมายพื้นฐานสามประการแรกในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในช่วงต้น
ทศวรรษ 1970 ซึ่งได้ขยายไปถึงแปดกฎหมายในปี 2011 ความพยายามอื่น ๆ ได้ถูกนำมาใช้ในการ
ประเมนิ กระบวนการทีใ่ ชแ้ บบจำลองเชน่ Linear Sequential Model และ Prototype
ปัจจัยผลักดันพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงในสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์นั้นมี
ลักษณะคล้ายกับแรงจูงใจที่ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ อัพเกรดเครื่องจักรอุตสาหกรรมหรือขั้นตอนการ
ปฏิบัติงานมาตรฐานเมื่อความต้องการทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีการใช้ซอฟต์แวร์มากขึ้นความ
ต้องการใหม่ของมันจะเห็นได้ชัดว่าจะต้องทำงานในรุ่นที่ใหม่กว่าของผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ทั้งหมดมี
การเปิดตัวด้วยข้อผิดพลาดที่ไม่รู้จักมาก่อนดังนั้นจึงต้องทำการแก้ไขและบำรุงรักษาเป็นระยะเพื่อ
แก้ไขสถานการณ์เช่นช่องโหว่ความปลอดภัยที่อาจทำให้ บริษัท เสี่ยงต่อการถูกโจมตีผ่านซอฟต์แวร์
กุญแจสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ก็คือความจริงที่ว่าโปรแกรมดังกล่าวจะต้องปรับให้เข้ากับการ
4
ทำงานกับอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ที่เกิดขึน้ ใหม่หลายประเภทและภายในสถาปตั ยกรรมระบบปฏิบัติการ
ท่หี ลากหลายเพ่อื ให้โปรแกรมน้ันมคี วามน่าสนใจท่กี ว้างขน้ึ
การตอบสนองความต้องการทั้งหมดเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าโปรแกรม
ซอฟต์แวร์ยังคงทำงานได้หรือไม่และเนื่องจากสินทรัพย์ซอฟต์แวร์นั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของ
เศรษฐกิจข้อมูลในปี 2554 การวิวัฒนาการของซอฟต์แวร์ได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานของการปรับตัว
และการเติบโตทางธุรกิจ Meir Lehman นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ Imperial College of
London ได้รับเครดิตในการสรา้ งกฎหมายของ Lehman ซึ่งกำหนดกระบวนการของการววิ ัฒนาการ
ของซอฟต์แวร์และนกั พัฒนาที่มีแนวทางในการคดิ สรา้ งภาพซอฟต์แวร์ กฎหมายของ Lehman ต้ังอยู่
บนพื้นฐานของซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเมื่อความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและแนวโน้มที่
หลีกเล่ียงไมไ่ ด้กค็ ือความซับซ้อนทีเ่ พ่ิมมากขน้ึ
เลห์แมนได้กล่าวว่าธรรมชาติของการวิวัฒนาการซอฟต์แวร์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงตาม
ธรรมชาติเช่นการกลายพันธุ์ในแมลงวันผลไม้วิธีที่เมืองขยายตัวเมื่อเวลาผ่านไปและโครงสร้างทาง
ทหารปรับปรุงระบบอาวุธอย่างไร กฎสามข้อแรกของกระบวนการจำลองแนวโน้มเหล่านี้ใน
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องการเพิ่มความซับซ้อนและสิ่งที่เรียกว่าวิวัฒนาการของ
โปรแกรมขนาดใหญ่ การเปล่ียนแปลงอย่างต่อเน่ืองหมายถึงความจริงที่วา่ โปรแกรมจะต้องปรับให้เข้า
กับสภาพธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันและสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนที่เพิ่มข้ึน
เนื่องจากโปรแกรมจะต้องตอบสนองความต้องการที่ไม่คาดคิด Large Program Evolution หมายถึง
ความจำเป็นในการแก้ไขข้อผิดพลาดและการออกใหม่ของโปรแกรมที่ผูกติดอยู่กับความต้องการของ
ตลาด
ในบรรดากฎหมายที่เหลืออยู่ห้าข้อในวิวัฒนาการซอฟต์แวร์หมายเลขสี่คือเสถียรภาพของ
องค์กรและหมายถงึ ความจริงท่ีวา่ การเติบโตของโปรแกรมต้องใช้ชีวิตของตนเองโดยไม่คำนึงถงึ ระดับ
ของทรัพยากรที่อุทิศให้กับมันและหมายเลขห้าคือการอนุรักษ์ความคุ้นเคย ที่ระบุว่าการเติบโตที่
เพิ่มขึ้นของโปรแกรมหลกี เลี่ยงไม่ได้ หมายเลขหกในแปดกฎหมายของ Lehman คือการเติบโตอยา่ ง
ต่อเนื่องซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและหมายเลขเจ็ดคือคุณภาพท่ี
ลดลงซึ่งเน้นถึงความจริงที่ว่าซอฟต์แวร์ทั้งหมดเผชิญกับข้อ จำกัด ในการใช้งานที่ไม่สามารถทำได้
กฎหมาย Lehman สดุ ทา้ ยสำหรบั การพฒั นาซอฟต์แวรค์ ือระบบป้อนกลบั (Feedback System) ซง่ึ
เชื่อมโยงกันทุกกองกำลังที่มีผลต่อความมีชีวิตของโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว
เพือ่ ให้ประสบความสำเร็จหรอื ลา้ สมัยและหลกี เลยี่ งไมไ่ ด้ทหี่ ลกี เล่ยี งไม่ได้
5
1.3 ความแตกตา่ งของซอฟตแ์ วร์กบั ฮาร์ดแวร์
คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็นสองส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ส่วนประกอบทั้งหมด
ของคอมพิวเตอร์อยู่ภายใต้หมวดหมู่ใดประเภทหนึ่งเหล่านี้ ฮาร์ดแวร์คือลักษณะทางกายภาพของ
คอมพวิ เตอร์สิง่ ทเ่ี ราสามารถสัมผัสไดใ้ นขณะทีซ่ อฟต์แวร์นั้นเป็นลักษณะท่ีไม่ใชท่ างกายภาพ วธิ ีที่ง่าย
ที่สุดในการแยกความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เราเห็นเมื่อคอมพิวเตอร์ปิดอยู่คือฮาร์ดแวร์ใน
ขณะทส่ี ิง่ ท่ีเราเหน็ บนหน้าจอคือซอฟต์แวร์
ฮาร์ดแวรเ์ ปน็ ส่วนประกอบท่แี ท้จรงิ ทคี่ อมพิวเตอร์ของคณุ เชน่ จอภาพ แปน้ พมิ พ์ ฯลฯ หาก
ไม่มีฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จะไม่มีอยู่และซอฟต์แวร์จะไม่มีอะไรทำงาน ในทางกลับกันซอฟต์แวร์น้ัน
เป็นโปรแกรมใด ๆ ท่ีคุณโหลดลงคอมพิวเตอร์เชน่ ระบบปฏิบตั ิการเซิร์ฟเวอร์ เว็บเบราวเ์ ซอร์ เคร่ือง
เล่นสื่อเป็นต้นเป็นรหัสและคำแนะนำที่บอกถึงวิธีการใช้งานฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ รหัสนี้สามารถดู
และดำเนินการโดยใช้ฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์ทำหน้าที่เป็นระบบการนำส่งสำหรับโซลูชันซอฟต์แวร์ มัน
ให้บางสง่ิ บางอย่างสำหรบั ซอฟต์แวร์ท่ใี ชง้ านได้
คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ อย่างไรก็ตามหากไม่พบ
ระบบปฏิบัติการหรือล่ามคอมพิวเตอร์จะสร้างข้อผิดพลาดหรือนั่งที่หน้าจอสีดำ ซอฟต์แวร์ช่วยให้
คอมพิวเตอร์สามารถทำงานท่ีเฉพาะเจาะจงได้ โปรแกรมเพิ่มเติมชว่ ยให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถ
เพม่ิ เตมิ
เมื่อติดตั้งแล้วฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนไปไม่บ่อยนักเนื่องจากไม่ค่อยมีปัญหา
อย่างไรก็ตามมันจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและมีแนวโน้มที่จะมีความล้มเหลวเพิ่มขึ้นในระยะ
สุดท้ายของชีวิต ในทางกลับกันซอฟต์แวร์ไม่เสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไปและไม่มีอัตราความล้มเหลว
เพิ่มขึ้นตลอดอายุการใช้งาน มันมีแนวโน้มท่ีจะล้าสมยั แต่มันถูกสร้างขึน้ พร้อมแกไ้ ขปรับปรุงหรือลบ
บนคอมพิวเตอร์
6
บทท่ี 2
ประเภทของซอฟตแ์ วร์
ซอฟท์แวร์หรือชุดคำสงั่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท แบ่งตามสภาพการทำงาน ได้แก่
ซอฟตแ์ วร์ระบบ (System software) และซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ (Application software)
2.1 ซอฟตแ์ วร์ระบบ
ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ (System software) คือ ซอฟต์แวร์ทใี่ ช้จัดการกับระบบ คือดำเนนิ งาน
พ้ืนฐานตา่ ง ๆ ของระบบคอมพวิ เตอร์ เช่น รบั ข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแลว้ แปลความหมายให้
คอมพิวเตอรเ์ ข้าใจ นำข้อมลู ไปแสดงผลบนจอภาพหรือนำออกไปยังเครอื่ งพิมพ์ จดั การขอ้ มลู ใน
ระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจำรอง
หน้าท่ีของซอฟตแ์ วร์ระบบ
1.ใช้ในการจดั การหนว่ ยรบั เข้าและหนว่ ยส่งออก เชน่ รับการกดแปน้ ต่าง ๆ บนแผงแป้น
อักขระ สง่ รหสั ตัวอกั ษรออกทางจอภาพหรอื เครือ่ งพิมพ์ ติดตอ่ กบั อปุ กรณ์รบั เข้า และส่งออกอ่นื ๆ
เช่น เมาส์ อุปกรณส์ งั เคราะห์เสียง
2. ใชใ้ นการจัดการหน่วยความจำ เพ่อื นำข้อมลู จากแผ่นบันทกึ มาบรรจยุ งั หนว่ ยความจำหลัก
หรือในทำนองกลับกัน คือนำขอ้ มูลจากหนว่ ยความจำหลักมาเกบ็ ไว้ในแผน่ บนั ทึก
3. ใชเ้ ป็นตัวเช่ือมตอ่ ระหว่างผู้ใชง้ านกบั คอมพิวเตอร์ สามารถใชง้ านได้งา่ ยข้ึน เชน่ การขอดู
รายการสารบบในแผน่ บันทึก การทำสำเนาแฟ้มข้อมลู
ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเปน็ 4 ชนดิ
1. ระบบปฏบิ ัตกิ าร (Operating System: OS)
2. โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program)
3. ดไี วซไ์ ดเวอร์ (Device Driver)
4. ตัวแปลภาษา (Language Translator)
7
1. ระบบปฏบิ ัตกิ าร หรือท่ีเรยี กยอ่ ๆ ว่า โอเอส (Operating System: OS) เป็นซอฟตแ์ วร์
ใชใ้ นการดูแลระบบคอมพวิ เตอร์ เครื่องคอมพวิ เตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้
ระบบปฏิบัติการท่นี ิยมใชก้ นั มากและเปน็ ทีร่ ู้จกั กันดเี ชน่
1. ระบบปฏบิ ตั ิการดอส (DOS)
2. วินโดวส์ (Windows)
3. แมค (Mac)
4. ยูนกิ ซ์ (UNIX)
5. ลีนุกซ์ (LINUX)
2. โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program) เปน็ โปรแกรมทที่ ำหนา้ ท่ีเพ่ิมประสิทธภิ าพ
ของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ ทำให้เคร่อื งทำงานงา่ ยข้นึ เร็วขึ้น และการป้องกนั การรบกวนโดยโปรแกรมท่ี
ไมพ่ ึงประสงค์ เช่น โปรแกรมปอ้ งกันไวรัส , โปรแกรม Defrag เพอื่ จัดเรยี งข้อมูลบนฮาร์ดดสิ ก์ใหม่
ทำใหก้ ารอา่ นข้อมูลเรว็ ขนึ้ , โปรแกรมยกเลกิ การตดิ ตั้งโปรแกรม Uninstall Program , โปรแกรม
บีบอัดไฟล์ (WinZip-WinRAR) เพ่ือทำให้ไฟลม์ ีขนาดเล็กลง , โปรแกรมการสำรองข้อมลู (Backup
Data)
3. ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver) เป็นโปรแกรมท่ที ำหนา้ ท่ีติดต่อกับคอมพิวเตอร์ในสว่ นการ
รับเข้าและการส่งออก ของแต่ละอุปกรณ์ โดยปกตโิ ปรแกรม windows มีอยู่ในเคร่ืองคอมพิวเตอรจ์ ะ
มไี ดเวอรต์ ิดต้ังมาให้แลว้ โดยไม่ตอ้ ง ทำการติดตั้งไดเวอร์เอง เช่น ไดเวอรส์ ำหรับเมาส์ , ไดเวอร์
คียบ์ อร์ด, ไดเวอร์เคร่ืองพิมพ์ แต่ถ้าอปุ กรณ์ใดไมส่ ามารถใชง้ านร่วมกับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้ก็ต้องหา
ไดเวอรม์ าตดิ ตง้ั เพอ่ื ให้สามารถใชง้ านได้ ซึ่งต้องเป็นไดเวอร์ทพี่ ัฒนามาของแต่ละบรษิ ัทผู้ผลติ อปุ กรณ์
4. ตัวแปลภาษา (Language Translator) คอื โปรแกรมที่ทำหนา้ ทแ่ี ปลภาษาระดบั ตำ่ หรือ
ระดับสูงเพ่ือให้เคร่อื ง คอมพิวเตอรเ์ ขา้ ใจวา่ ต้องการใหท้ ำอะไร เช่น เมือ่ โปรแกรมเมอร์ได้เขียน
โปรแกรมเสร็จโดยเขียนในลกั ษณะภาษาระดับต่ำ หรอื ภาษาระดบั สูง (โปรแกรมภาษา C) เสรจ็ ก็
ต้องมีตัวแปลภาษาเพื่อใหเ้ คร่อื งคอมพวิ เตอร์อา่ นเข้าใจ เพราะเคร่ืองคอมพิวเตอรจ์ ะเข้าใจเฉพาะตวั
เลข 0 กับ ตวั เลข 1 เทา่ น้ัน
8
2.2 ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์
ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ (Application software) หมายถึง โปรแกรมท่ีทำให้เครื่องคอมพวิ เตอร์
ทำงานเฉพาะอย่างตามความตอ้ งการของผู้ใช้ ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์ที่ได้รบั ความนยิ ม เชน่ โปรแกรม
ประมวลผลคำ โปรแกรมคำนวณ โปรแกรมจดั การฐานข้อมูล โปรแกรมคน้ หาข้อมูลทางอินเทอร์เนต็
เป็นต้น ซ่ึงซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท
2.2.1 ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตเ์ ฉพาะงาน
เป็นซอฟตแ์ วร์ที่พัฒนาขน้ึ เพือ่ นำไปประยุกตใ์ ช้กบั งานขององค์กรใดองค์กรหนึง่
โดยเฉพาะ หรือออกแบบและพัฒนาสำหรับนำไปใชง้ านเฉพาะด้าน ข้นึ โดยผผู้ ลติ ซอฟต์แวร์ทม่ี ี
ความชำนาญในดา้ นน้นั ๆ โดยทีผ่ ูเ้ ขียนหรอื พัฒนาซอฟต์แวรน์ ้ีขนึ้ เรียกว่า โปรแกรมเมอร์
(Programmer) โดยผา่ นการวิเคราะห์ (Analysis) ออกแบบ (Design) พฒั นา (Implement)
และทดสอบ (Testing) และทำให้โปรแกรมสามารถทำงานได้ถูกต้องก่อนที่จะนำมาใช้งาน
โดยโครงสร้างของซอฟตแ์ วรเ์ ฉพาะทางมกั จะประกอบดว้ ย ฐานขอ้ มลู เพอื่ ใช้เกบ็ ข้อมลู ต่างๆ เช่น
ข้อมลู ลกู คา้ ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลรายได้ เปน็ ตน้ ซงึ่ งานหลักของซอฟตแ์ วร์ใช้งานเฉพาะทาง จะ
ประกอบดว้ ยส่วนทำงานตา่ ง ๆ เช่น
1. ซอฟตแ์ วรส์ ำหรบั งานธุรกิจ
การประยุกต์ใช้งานดว้ ยซอฟต์แวรส์ ำหรับงานธรุ กิจมกั เน้นการใชง้ านทว่ั ไป
แตอ่ าจจะนำมาประยุกต์ใชโ้ ดยตรงกบั งานธรุ กิจบางอยา่ งได้
2. ซอฟต์แวร์ระบบงานจัดจำหน่าย
ซอฟตแ์ วรจ์ ะมีหนา้ ทห่ี ลัก คือ การซอื้ ขายสินคา้ เปน็ หลกั โดยมกี ารเก็บ
ข้อมูลในลักษณะของจำนวนสินคา้ ทมี่ ีอยูแ่ ละสนิ คา้ ท่ีขายออกไปในแต่ละวัน ซ่งึ มี
การเก็บขอ้ มลู รายได้ในแต่ละการขายแต่ละครง้ั เปน็ ตน้ ได้แก่ ระบบงานรับใบส่ังซ้ือ
สนิ คา้ ระบบงานบรหิ ารสินค้าคงคลงั และระบบงานประวัติการขาย
3. ซอฟต์แวร์ระบบงานดา้ นบัญชี
ซอฟต์แวรใ์ นลกั ษณะน้สี ว่ นใหญจ่ ะเกี่ยวข้องกบั ธรุ กรรมทางการเงิน ซึ่ง
รายละเอยี ดหรือข้อมลู ทง้ั หมดจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล และสามารถดงึ ข้อมลู มา
คำนวณตามความต้องการของผูใ้ ชง้ านได้ ได้แก่ ระบบงานบัญชีเจ้าหน้ี บญั ชลี ูกหน้ี
บัญชสี ินทรัพยถ์ าวรและค่าเสื่อมราคาสะสม บญั ชแี ยกประเภททว่ั ไป และบัญชี
เงนิ เดอื น เป็นต้น
9
2.2.2 ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ทั่วไป
เป็นซอฟตแ์ วร์ทบ่ี รษิ ัทคอมพิวเตอรต์ ่างๆ ได้สรา้ งขน้ึ และวางขายทั่วไปในท้องตลาด
โดยผใู้ ชส้ ามารถหาซอื้ มาประยุกตใ์ ช้งานทว่ั ไปได้ ซ่งึ ซอฟต์แวรป์ ระเภทนี้ไม่ไดม้ ุ่งเน้นเฉพาะ
สำหรบั งานใดงานหนง่ึ แต่ผใู้ ชง้ านจะตอ้ งเป็นผนู้ ำไปประยุกต์ใช้กบั งานของตน โดยผู้ใชอ้ าจ
ต้องมีการสรา้ งหรือพัฒนาชนิ้ งานขึ้นเองภายใต้ซอฟต์แวร์ที่ตอ้ งการ ส่วนราคาของซอฟต์แวร์
ใชง้ านทว่ั ไปนจี้ ะไม่สูงมากและบางซอฟต์แวร์กส็ ามารถดาวน์โหลดได้ฟรี โดยซอฟต์แวร์ใช้
งานทว่ั ไปจะนยิ มเรียกอกี ชื่อหนึง่ ว่า ซอฟต์แวรส์ ำเรจ็ ยกตัวอย่างเช่น
1. ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูล (Database Management Software)
คอมพิวเตอรส์ ามารถใช้จัดเก็บข้อมูลและจัดการกบั ข้อมูลท่ีจดั เก็บไว้ในเครอื่ ง
คอมพวิ เตอร์ ซ่ึงการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทีส่ ัมพันธก์ ันไว้ในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เรยี กว่า
ฐานข้อมลู (Database) ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลเป็นโปรแกรมท่ีทำหนา้ ที่สร้าง
ฐานขอ้ มูลและจดั การกบั ข้อมูลให้เปน็ ระบบ เพ่ือใหง้ า่ ยต่อการจดั การข้อมูลได้อย่าง
รวดเร็ว ไม่วา่ จะเปน็ การเรยี กคน้ ขอ้ มูล การปรับปรุงข้อมูล การเพ่ิมข้อมลู และการ
ลบข้อมลู ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลที่นยิ มใช้เช่น Dbase , Paradox , Foxbase ,
Microsoft Access เป็นต้น
2. ซอฟตแ์ วร์ประมวลผลคำ (Word Processing Software) เป็น
ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ใชใ้ นการสรา้ ง แกไ้ ข เพิ่ม แทรก ลบ และจดั การรูปแบบเอกสาร
ทำใหเ้ อกสารมรี ปู แบบท่สี วยงาม นา่ สนใจ ซึง่ เอกสารท่ีผู้ใช้พมิ พไ์ ว้จะถูกจดั เปน็
แฟ้มข้อมูล (File) สามารถแก้ไขเพม่ิ เตมิ ได้และสงั่ พิมพ์ทางเคร่ืองพมิ พไ์ ด้ดว้ ย
ซอฟต์แวรป์ ระมวลผลคำที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office Word , Adobe
Indesign , CorelDraw , WordPerfect , OpenOffice เปน็ ต้น
3. ซอฟตแ์ วร์ทำการคำนวณ (Caculation Software) เป็นซอฟตแ์ วรท์ ี่
ชว่ ยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ใชห้ ลักการเสมือนมโี ต๊ะทำงาน ท่ีมี
กระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครอ่ื งมือคลา้ ยปากกา ยางลบ และเคร่ืองคำนวณเตรยี ม
ไว้ให้เสรจ็ บนกระดาษมชี อ่ งใหใ้ สต่ ัวเลข ขอ้ ความหรือสูตร สามารถสงั่ ให้คำนวณ
ตามสตู รหรือเง่ือนไขท่ีกำหนด นอกจานี้ ผู้ใช้ยงั สามารถสร้างกราฟ เพอ่ื นำเสนอได้
อยา่ งงา่ ยดาย ซอฟตแ์ วรท์ ่นี ยิ มใช้ เชน่ Microsoft Office Excel เปน็ ต้น
10
4. ซอฟตแ์ วร์นำเสนอข้อมลู (Presentation Software) เป็นโปรแกรมที่
ใชใ้ นการนำเสนอขอ้ มลู ด้วยคอมพวิ เตอร์ สร้างเอกสารที่ประกอบด้วยตวั อักษร
รปู ภาพ แผนผัง ภาพเคลอื่ นไหว นยิ มใช้ในการนำเสนอข้อมูลในการบรรยายในชน้ั
เรยี นหรือการประชมุ ซอฟต์แวรท์ ่นี ยิ มใช้ เชน่ Microsoft Office PowerPoint ,
OpenOffice Impress เป็นต้น
5. ซอฟตแ์ วรท์ างดา้ นกราฟฟิกและมัลติมเี ดีย (Graphics and
Multimedia Software) เป็นโปรแกรมที่พฒั นาขึน้ เพ่อื ชว่ ยทำงานด้านกราฟฟกิ
และมลั ตมิ เี ดยี เช่น ตกแต่งภาพ วาดรปู ปรับเสยี ง ตดั ตอ่ ภาพเคลอ่ื นไหว
สรา้ งสรรคง์ านสิง่ พิมพ์ ไมว่ า่ จะเป็นหนังสือ นติ ยสาร หนงั สือพิมพ์ หนังสอื
อิเล็กทรอนกิ สต์ า่ งๆ รวมถงึ การสร้างและออกแบบพัฒนาเวบ็ ไซต์ ให้มรี ูปแบบ
สวยงาม ทันสมยั เหมาะสมกับสอ่ื แต่ละประเภท เป็นโปรแกรมท่งี า่ ยต่อการศึกษา
เรยี นรดู้ ้วยตัวเอง มลี ูกเลน่ หลากหลาย สามารถสัง่ งานตามความตอ้ งการได้ง่าย ซง่ึ
ถอื เปน็ โปรแกรมหนึ่งท่ีมปี ระโยชน์ต่อผ้ใู ช้งานทุกระดับ
6. ซอฟต์แวร์การใช้งานบนเว็บไซตแ์ ละการติดต่อส่ือสาร (Web Site
and Communications Software) เปน็ โปรแกรมท่ีพฒั นาเพอ่ื การติดต่อสอื่ สาร
ผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ ซ่งึ การเตบิ โตของเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ ทำให้มี
ผู้พัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานเฉพาะอย่างเพ่ิมข้นึ เชน่ โปรแกรมสำหรับตรวจสอบ
อีเมล การท่องเวบ็ ไซต์ การจัดการและดูแลเวบ็ ไซต์ การส่งขอ้ ความ รวมถงึ การ
ประชมุ ทางไกลผา่ นเครอื ข่าย เป็นต้น
11
บทที่ 3
ข้นั ตอนการพฒั นาซอฟต์แวร์
การพัฒนาซอฟต์แวร์ท่ีใช้กนั ท่ัวไป จะแบ่งออกเป็นขนั้ ตอน ดังนี้ การวิเคราะห์ การออกแบบ
การเขียนโปรแกรม และการตรวจสอบซอฟตแ์ วร์
3.1 การวเิ คราะห์
การวเิ คราะห์ปญั หา เป็นข้นั ตอนแรกของการพัฒนาโปรแกรม เป็นการศึกษารายละเอียด
พืน้ ฐานท่จี ำเป็นต้องใช้ในการพฒั นาโปรแกรม ได้แก่ สงิ่ ทต่ี ้องการ รปู แบบของผลลัพธ์ ข้อมูลนำเข้า
ตวั แปรที่ใช้ และวธิ ีการประมวลผล ดังนี้
1. สิง่ ท่ีตอ้ งการ (Requirement) คือ การกำหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องงานท่ีต้องการให้
คอมพิวเตอร์ทำงาน เชน่ รวมคะแนนสอบคดั เลือก จดั ลำดับทสี่ อบได้ พมิ พ์รายชอ่ื ผู้สอบได้ คำนวณ
ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดาของพนักงาน งานทจ่ี ะให้คอมพวิ เตอรท์ ำงานน้ันอาจจะมีหลายอยา่ ง จงึ ต้อง
เขียนรายละเอียดเปน็ ข้อๆ ไว้ เพราะในการเขียนโปรแกรมเพ่ือส่ังให้คอมพิวเตอรท์ ำงานน้ัน จะตอ้ ง
ทราบแนช่ ัดว่าทำงานอะไรบา้ ง มิฉะนน้ั โปรแกรมทเ่ี ขียนอาจทำงานไม่ถูกตอ้ งครบถ้วนตามทก่ี ำหนด
2 รูปแบบของผลลพั ธ์ (Output) คือ การกำหนดและออกแบบรปู แบบของรายงานว่าผลลัพธ์
ท่ตี อ้ งการในการออกแบบรายงาน ประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น การออกเป็นรายงานแสดงรายละเอียด
ประกอบด้วยหัวรายงาน รายละเอยี ดของข้อมลู หรอื ออกเปน็ รายงานสรปุ การวางแผนเพ่อื ที่จะ
ออกเปน็ รายงาน ชว่ ยทำใหเ้ ราทราบวา่ จะต้องนำข้อมูลอะไรเข้าไปในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ จึงจะได้
รายงานทีม่ รี ายละเอียดตามท่ีเราตอ้ งการ
3 ขอ้ มูลนำเขา้ (Input) คือ ข้อมลู ท่ีจะตอ้ งนำเข้ามาในคอมพวิ เตอร์ เพ่ือใช้ในการ
ประมวลผลใหไ้ ด้ผลลพั ธต์ ามท่ีเราตอ้ งการ
4 ตวั แปรท่ใี ช้ (Variable) คือ ช่ือทต่ี ้งั ขน้ึ เพือ่ ใชเ้ ก็บข้อมูลทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลง ขอ้ มลู ท่ีเปน็
คา่ เริ่มต้น หรอื ขอ้ มูลที่ได้จากการประมวลผล เพราะข้อมลู ทจี่ ะนำเข้ามาประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์
มไิ ด้มชี ุดเดยี วแต่มหี ลายชดุ เม่ือประมวลผลชดุ ทห่ี นึ่งเสรจ็ แลว้ ก็จะนำเขา้ ข้อมูลชุดต่อไปมา
ประมวลผล เพราะฉะนั้นเราต้องต้ังตวั แปรขึน้ มาเพื่อใช้ในการเกบ็ ข้อมลู เม่ือพจิ ารณาจากขอ้ มลู
นำเข้าแลว้ ใหพ้ ิจารณาจากสว่ น Output ด้วย เพราะจะต้องตง้ั ตวั แปรขึน้ มาเพื่อใชเ้ กบ็ ข้อมูลต่างๆ ที่
ไดจ้ ากการคำนวณหรือประมวลผล
5 วธิ กี ารประมวลผล (Process) คือ ขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ไดผ้ ลลัพธ์ตามท่ตี ้องการและ
การกำหนดเง่ือนไขต่างๆ ซึ่งผู้ทจี่ ะเขียนโปรแกรมจะต้องเข้าใจการทำงานตง้ั แต่การรับข้อมูล การ
ประมวลผล จนกระท่งั ขัน้ ตอนการแสดงผลตามทีก่ ำหนดหรือออกแบบไว้
12
3.2 การออกแบบ
คือการนำปญั หาทว่ี เิ คราะห์ได้จากข้นั ตอนท่ี1 มาวางแผนอย่างเป็นข้ันตอนวา่ จะต้องเขยี น
โปรแกรมเพื่อแก้ปญั หาอย่างไรการวางแผนอยา่ งเปน็ ข้ันตอนนี้เรยี กวา่ อลั กอริทึม (Algorithm) ซง่ึ
อลั กอริทมึ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ รหสั จำลอง (Pseudo-code) คือการเขยี นอลั กอริทมึ โดยใช้
ประโยคภาษาองั กฤษทีส่ ื่อความหมายงา่ ยๆสามารถอ่านแล้วเขา้ ใจไดโ้ ดยทนั ทหี รือผงั งาน
(Flowchart) คอื การเขียนอัลกอรทิ ึมโดยใช้สัญลกั ษณร์ ปู ภาพเป็นตวั ส่ือความหมายจากโจทย์ ทท่ี ำให้
ผู้ออกแบบสามารถเขยี นลำดับการทำงานและขน้ั ตอนของการประมวลผลของโปรแกรมได้ โดยไมต่ ้อง
กังวลกับรูปแบบคำสง่ั ภาษาคอมพวิ เตอร์การจัดทำหรือเขยี นโปรแกรม โดยไมม่ ีการวางแผนก่อน
ล่วงหนา้ จะก่อใหเ้ กดิ ความยุ่งยากในการแก้ไขโปรแกรม และก่อให้เกิดความยงุ่ ยากแกผ่ ูใ้ ช้โปรแกรม
เคร่ืองมือต่างๆ ที่ชว่ ยในการออกแบบโปรแกรม
ในการออกแบบซอฟต์แวร์ จะเป็นงานพฒั นาทางดา้ นเทคนิคเพื่อแบ่งแยกงานใหเ้ ป็นหนว่ ย
ยอ่ ยเรยี ก มอดูล (MODULE) ที่สามารถแยกจดั การเฉพาะส่วนได้โดยง่าย การนำระบบใหญ่มา
แบ่งยอ่ ยเปน็ ส่วนเล็ก ๆ และสามารถนำมาเช่ือมรวมกนั เป็นระบบใหญถ่ ือเปน็ ส่วนสำคัญ ทช่ี ่วยให้งาน
ใหญส่ ำเรจ็ ลงได้ เพราะการสร้างระบบซอฟตแ์ วร์ขนาดใหญ่แตเ่ พยี งลำพงั เปน็ เร่ืองสุดวิสัยเหนือกำลงั
ของคนคนเดียว การแยกสว่ นแบ่งงานกันทำจะทำให้ผ้พู ัฒนาแต่ละคนสามารถทำงานเฉพาะในส่วน
ของตนไดด้ ี ขณะเดยี วกันจะง่ายแก่การบำรงุ รักษาในอนาคตอีกด้วย
3.3 การเขยี นโปรแกรม
เป็นการนำเอาผังงานซ่งึ ไดจ้ ากการออกแบบโปรแกรม มาเขยี นเป็นโปรแกรมสั่งให้
คอมพวิ เตอร์ทำงานด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ เชน่ ภาษาซี ภาษาจาวา แล้วแตว่ า่ งานน้นั เหมาะสมกบั
ภาษาใด ผ้เู ขยี นโปรแกรมจะต้องมีความสนใจต่อรปู แบบ กฎเกณฑก์ ารใช้ภาษานั้นๆ และควรมี
คำอธบิ ายดว้ ยวา่ โปรแกรมนี้ทำไรได้บ้าง เพ่ือให้โปรแกรมน้ันมคี วามกระจ่าง ชัดเจน และงา่ ยตอ่ การ
ตรวจสอบ
13
3.4 การตรวจสอบซอฟตแ์ วร์
เป็นการนำเอาโปรแกรมท่ีเขียนแล้วเขา้ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ เพ่อื ตรวจสอบรูปแบบกฎเกณฑ์
ของภาษา และผลการทำงานของโปรแกรมน้นั ถ้าพบข้อผิดพลาดก็แก้ไขให้ถูกต้อง ข้อผิดพลาดทีม่ ัก
พบบอ่ ยๆ ในการสง่ั ใหโ้ ปรแกรมทำงานมีอยู่ 3 แบบคอื
1. ข้อผดิ พลาดทางไวยากรณ์ภาษา (Syntax Error) เกิดจากการเขียนชดุ คำส่งั ไม่ถูกต้องตาม
ไวยากรณ์ของภาษาคอมพวิ เตอร์นั้นๆ
2. ขอ้ ผดิ พลาดระหวา่ งการประมวลผล (Runtime Error) เกิดขณะท่ีโปรแกรมกำลัง
ประมวลผลหรือกำลงั ทำงานอยู่ โดยอาจจะเป็นความผดิ พลาดจากการป้อนข้อมลู เขา้ สู่ระบบ แล้วไม่
สามารถประมวลผลได้
3. ข้อผิดพลาดทางวิธีการคิด (Logical Error) เกิดจากเขียนคำสัง่ ในภาษานัน้ ๆ ได้ถูกตอ้ ง
ตามหลังไวยากรณ์ แต่เมื่อสั่งให้โปรแกรมทำงาน ผลลัพธ์ท่ีได้อาจจะเปน็ การคำนวณผดิ พลาด ไมต่ รง
กบั ความต้องการของผใู้ ช้ เปน็ ข้อที่แก้ไขไดย้ ากทส่ี ดุ จึงจำเปน็ ต้องมีการทดสอบหลายๆ ครง้ั เพ่อื
พจิ ารณาว่าได้ผลลัพธถ์ กู ต้องตามข้ันตอนการประมวลผลที่ออกแบบไว้ หรือเป็นไปตามความต้องการ
ของผ้ใู ชง้ านหรือไม่
โปรแกรมท่เี ขียนถูกต้องตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ของภาษา อาจจะใหผ้ ลลพั ธ์ของการ
ประมวลผลไมถ่ ูกต้อง ดังนัน้ ผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นต้องทดสอบและตรวจสอบวา่ โปรแกรม
ประมวลผลถูกต้องหรอื ไม่ วิธีที่นยิ มใชค้ ือ สมมติข้อมูลตัวแทน (Data Test) เพอ่ื ตรวจสอบเงื่อนไข
ตา่ งๆ และวธิ กี ารคำนวณวา่ โปรแกรมทีเ่ ขียนข้นึ มานนั้ ถูกต้องหรือไม่
14
บทท่ี 4
ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตใ์ นอนาคต
ในอนาคตทเ่ี ทคโนโลยีมีการพัฒนา ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ อาจมกี ารพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ชนิด
ใหมห่ ลายชนิด เช่น ดา้ นธรุ กจิ ดา้ นความปลอดภัย ดา้ นชีวิตประจำวัน เปน็ ต้น
4.1 ด้านธรุ กจิ
ในอนาคตการซื้อขายสินค้าและบรกิ ารบางอย่างอาจจะลดหรอื หายไป เนื่องจากมเี ทคโนโลยี
เขา้ มาทดแทน ซ่ึงซอฟตแ์ วร์ด้านธุรกจิ ในปจั จุบนั นน้ั มหี ลายชนิด เช่น Google Sheet ใชส้ ำหรบั การ
เก็บข้อมลู หรือแมแ้ ตธ่ นาคารก็มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกตใ์ นโทรศัพท์ เพอื่ สร้างความสะดวกแก่
ผู้ใช้งาน ดงั น้ันซอฟต์แวร์ประยุกตก์ ็จะมีการพฒั นาต่อไปด้วย เช่น
1. Amazon Go คือการซื้อของในรา้ นสะดวกซื้อผา่ น ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ Amazon Go
โดยผ้ซู ้อื แค่เดินเข้ารา้ น Amazon Go แลว้ เลอื กผลิตภัณฑ์ แลว้ เดินออก ระบบจะตดั เงินจากบญั ชี
Amazon Account โดยอตั โนมตั ติ ามยอดสนิ คา้ ที่ซ้อื พรอ้ มใบเสร็จ ความนา่ สนใจของธุรกิจไม่
เพยี งแตจ่ ะเปน็ เทรนดช์ ็อปปิ้งแนวใหมแ่ ล้ว แต่เป็นการนำ เทคโนโลยี แบบเดยี วกบั รถยนตไ์ ร้คนขับ
เขา้ มาชว่ ยให้การช็อปปง้ิ เป็นเรือ่ งง่ายด้วยระบบ Computer Vision ระบบคอมพิวเตอรป์ ระมวลผล
จากภาพ, Sensor Fusion เซนเซอร์ติดตั้งตามจดุ ตา่ งๆ และ Deep Learning ระบบการเรียนร้เู ชงิ
ลกึ ซึ่งทำหน้าทตี่ ิดตาม ประมวลผลตลอดขั้นตอนการจบั จา่ ยของคุณ และไมว่ า่ ลูกค้าจะหยิบสนิ ค้า
แล้วเปล่ยี นใจไมเ่ อา เพยี งแค่นำกลบั ไปวางคืนทชี่ ้ัน เทคโนโลยีดังกล่าวจะตดิ ตาม และตรวจจบั สนิ คา้
ได้อย่างแม่นยำ
2. การใชซ้ อฟต์แวร์ประยุกต์กับ AI ในดา้ นธรุ กิจ ปจั จบุ นั มหี ลายบริษัทเรมิ่ หนั มาใช้ AI ใน
การช่วยเหลือในธรุ กจิ มากขน้ึ ซ่ึงแตล่ ะบรษิ ัทได้พัฒนา ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ ขึน้ มาเพ่ือให้คำสง่ั AI ให้
ทำตาม เชน่
Domino’s Robotic Unit หรือ DRU คือ หนุ่ ยนตส์ ง่ พซิ ซ่าในรูปแบบยานพาหนะ
ขนส่งไรค้ นขบั ตัวแรกของโลก ภายใตแ้ บรนด์ Domino Pizza รปู ลกั ษณ์ภายนอกคล้ายรถสี่
ล้อ มชี อ่ งที่บรรจุพซิ ซา่ ได้ถึง 10 ถาด ทำหน้าทเ่ี ป็นทง้ั เตาอบและตูเ้ ยน็ แบบใช้พลังงานต่ำ จงึ
เก็บของรอ้ นกด็ ี เกบ็ ของเยน็ ก็ได้ ทำให้อาหารที่สง่ ถงึ มือลูกค้ามีความสดใหมเ่ หมือนทานท่ี
รา้ น
Sephora Reservation Assistant คอื ผูช้ ว่ ยนดั หมายแต่งหนา้ กับผูเ้ ช่ียวชาญดา้ น
ความงามของ Sephora ผ่าน Chatbot บน Facebook Messenger เพยี งแค่ลกู คา้ บอกวา่
15
พวกเขาอยู่ท่ีไหน บอทจะค้นหาตำแหน่งร้านที่ใกลท้ ่สี ดุ พร้อมทำนัดหมายตามวันและเวลาที่
ลูกค้าสะดวกใหโ้ ดยอัตโนมตั ิ
4.2 ดา้ นความปลอดภัย
ในปจั จบุ นั มหี ลายบริษทั ท่ีพัฒนา ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทจ่ี ะสรา้ งความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ เพ่ือ
ลดการก่อเหตุอาชญากรรม จากผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งซอฟตแ์ วรเ์ หล่านน้ี น้ั จะส่งผลต่อไปยงั อนาคต เช่น
1. Blockchain คอื เทคโนโลยีตวั ช่วยดา้ นความปลอดภยั และความนา่ เช่ือถือ ในการทำ
ธรุ กรรมการเงนิ โดยไมต่ ้องอาศัยคนกลาง เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศของธรุ กจิ แบบ B2B
(Business to Business) สามารถโอนโดยไม่ตอ้ งแปลงสกุลเงินไดเ้ ลย บุคคลทั้งสองฝัง่ สามารถ
แลกเปลี่ยนขอ้ มูลกันได้ แม้บุคคลทั้งสองจะไมเ่ คยรูจ้ กั กนั มาก่อน บล็อกเชนจึงเหมาะแก่การนำไป
ประยกุ ตใ์ ช้กบั การทำธุรกรรมออนไลน์ หรอื FinTech เชน่ การรบั จา่ ย โอน หรือวิเคราะห์ข้อมลู หุ้น
เพื่อตัดสินใจลงทนุ บนออนไลน์ ซ่งึ มีท้งั ความสะดวก ปลอดภยั รวดเร็ว และสำคญั ทสี่ ดุ คือ ประหยัด
คา่ ใชจ้ ่าย
2. AI Security โดยตัว AI และ Machine Learning จะช่วยปรับปรงุ และป้องกนั ด้านความ
ปลอดภัยตา่ งๆ ต้งั แตช่ ่วยตรวจหาขอ้ มลู การโจมตีทางไซเบอร์ล่วงหนา้ ไปจนถึงชว่ ยหนว่ ยงานดา้ น
รักษาความปลอดภยั เชงิ ปอ้ งกันอาชญากรรมและการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย โดยส่วนใหญเ่ จา้ หนา้ ที่
ระบบปฏิบตั ิการดา้ นความปลอดภัยขององคก์ รจะใช้ AI คอยชว่ ยตรวจสอบการเข้าถึงเครือข่ายต่างๆ
และตอบสนองทันทเี มื่อพบความผิดปกติ เราสามารถฝึกให้ AI เรียนร้ขู ้อมูลเปน็ พนั ล้านชุดท้ังจาก
แหลง่ ข้อมลู ทม่ี ีโครงสร้างและไม่มโี ครงสรา้ ง รวมท้ังบลอ็ คและข่าวสารต่างๆ ซงึ่ AI จะใช้ Machine
Learning ชว่ ยปรบั ปรงุ ความรู้เก่ียวความมน่ั คงปลอดภัยทางไซเบอร์ของตัวเอง
3. Duo Security ระบบยืนยนั ตวั ตนแบบไมใ่ ชร้ หัสผ่าน Duo เปน็ ส่วนหน่งึ ของแพลตฟอร์ม
Zero Trust ระดับชนั้ นำของซสิ โก้ โดยทำหน้าทีป่ กป้องการเขา้ ถึงแอพพลเิ คช่ันหรือระบบไอที
ทั้งหมดสำหรับผู้ใช้ทกุ คนจากทกุ อปุ กรณ์ ผลิตภัณฑ์น้ีไดร้ ับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถใช้
งานบนโครงสร้างพน้ื ฐานทุกประเภท และปทู างสอู่ นาคตท่ีปราศจากรหัสผา่ น ท้ังยังช่วยใหอ้ งค์กร
สามารถคุ้มครองแอพพลเิ คชั่นทีต่ ดิ ตง้ั ในองค์กรและบนระบบคลาวดไ์ ด้อย่างไรร้ อยต่อ โดยไมต่ ้องใช้
ผลติ ภณั ฑห์ ลายตวั ในการตรวจสอบตัวตนผูใ้ ช้ และไม่ก่อให้เกิดชอ่ งวา่ งด้านความปลอดภัย
16
4.3 ด้านชวี ิตประจำวนั
เทคโนโลยีเปน็ ตวั เร่งความเร็วของโลกทำใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเรว็ ในด้านวถิ ีชีวิต
และระบบต่างๆ เทคโนโลยจี ะเตมิ เต็มสง่ิ ที่ขาดให้กับมนุษย์ ซึง่ ในอนาคตจะมี ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ ที่
ช่วยสร้างความสะดวกสะบายให้แก่มนุษย์มากขึน้ เชน่
1. Smart Home ระบบบ้านอัจฉรยิ ะ เป็นการนำอปุ กรณ์ทีส่ ามารถส่งสัญญานผา่ น
อนิ เตอร์เน็ตได้ มาทำงานรว่ มกับซอฟท์แวร์ประยุกต์ บนโทรศัพท์มอื ถือ ทำให้เราสามารถควบคมุ
ระบบไฟฟ้า อุปกรณเ์ คร่ืองใช้ไฟฟ้า หรือ ระบบรกั ษาความปลอดภยั ต่างๆ ภายในบา้ นด้วยการกดปุ่ม
ส่ังการผา่ นโทรศัพท์มือถือ หรือใช้ เสียงพดู (Voice Command) ชว่ ยในการเปดิ ปดิ หรือควบคมุ การ
ทำงานของส่ิงของในบ้าน นอกจากจะช่วยให้การอยู่อาศยั และ การดูแลบา้ นมคี วามสะดวกสบาย
ทันสมัยมากขึ้น ยังช่วยเร่อื งความปลอดภัย และชว่ ยประหยดั ทัง้ เวลา และค่าไฟฟ้ามากยิง่ ขึน้
2. Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีที่คอมพิวเตอรจ์ ำลองสภาพแวดล้อมเสมอื นขนึ้ โดย
ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการมองเหน็ แสดงทั้งบนจอคอมพิวเตอร์ หรอื อุปกรณ์แสดงผลสามมิติ โดย
ผ้ใู ช้สามารถโต้ตอบกับสิ่งแวดลอ้ มเสมือนได้ทั้งการใช้อปุ กรณ์นำเข้ามาตรฐานเชน่ แปน้ พิมพ์ หรอื
เมาส์ สภาพแวดลอ้ มจำลองยังสามารถทำใหค้ ล้ายกับโลกจรงิ ได้ เช่น การจำลองสำหรับการฝึกนกั บนิ
หรือในทางตรงกนั ข้ามมนั ยังสามารถทำใหแ้ ตกต่างจากความเป็นจริงได้อกี ด้วย เชน่ เกมตา่ ง ๆ
3. Self-Driving Cars คอื รถยนตท์ ม่ี คี วามสามารถในการมองเหน็ และเขา้ ใจสภาพแวดลอ้ ม
รอบ ๆ ตัวของรถ และสามารถขบั เคลื่อนจากท่ีนึงไปยังอีกท่นี ึงได้อยา่ งปลอดภยั และไม่ต้องการคำสงั่
ในการบงั คับจากมนุษย์ โดยผ่านการควบคุมจากสมองซง่ึ ก็คือ AI ทอี่ ยู่ในตวั รถหรือบน Cloud ซง่ึ
Self-Driving Cars นั้นใช้เทคโนโลยที ง้ั 4 ดา้ นนี้เข้าดว้ ยกนั นั่นก็คอื Computer Vision , Deep
Learning , Robotic , Navigation เป็นต้น
17
บทที่ 5
สรุป
จะเหน็ ได้ว่าเทคโนโลยีทถี่ กู พัฒนาขน้ึ มาส่วนใหญ่ ต่างก็มีซอฟต์แวร์ทคี่ อยทำหน้าทีร่ บั คำส่ัง
จากผู้ใชเ้ พ่ือไปสั่งให้ตวั ฮารด์ แวร์ทำงานได้ตามทผ่ี ู้ใช้ต้องการ การทีเ่ ทคโนโลยขี องเรามีแค่ฮารด์ แวร์ก็
ไม่อาจทำใหเ้ ทคโนโลยนี ้ันทำงานได้ ต้องมีซอฟต์แวร์ควบคู่ไปดว้ ย ซึง่ ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ ก็เป็น
ซอฟต์แวร์หนงึ่ ทมี่ ีจุดประสงค์หลกั คอื ทำงานตามคำส่ังของผู้ใชเ้ พอ่ื ใหผ้ ใู้ ชม้ ีความสะดวก ประยุกต์
ตามซง่ึ ทผี่ ใู้ ชต้ ้องการ
ซอฟต์แวร์ หมายถงึ ส่วนทีท่ ำหน้าท่ีเปน็ คำส่งั ท่ีใช้ควบคมุ การทำงานของเครือ่ งคอมพิวเตอร์
หรอื อาจเรยี กวา่ “โปรแกรม” ก็ได้ ซึ่งหมายถึงคำสง่ั หรือชดุ คำสัง่ สามารถใช้เพอ่ื สง่ั ให้คอมพิวเตอร์
ทำงาน เราต้องการใหเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร์ทำอะไรก็เขยี นเป็นคำสั่งท่จี ะต้องส่งั เป็นขนั้ ตอน และแตล่ ะ
ขน้ั ตอนต้องทำอยา่ งละเอยี ดและครบถ้วน ซึ่งซอฟต์แวร์กแ็ บ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื
1.ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบเปน็ โปรแกรมท่ีถูกเขียนข้ึนมาเพื่อใช้ในการควบคุมการ
ทำงานของเครื่องคอมพวิ เตอร์ ทำให้การตดิ ต่อประสานกันระหว่าง อปุ กรณ์แตล่ ะชิ้น โปรแกรมแตล่ ะ
โปรแกรม ใหส้ ามารถทำงานร่วมกันได้โดยไมม่ ีปญั หา System Software ทีร่ ู้จกั และเป็นทน่ี ิยมกัน
มาก เชน่ Windows , OSX, Linux เปน็ ต้น
2.ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ เป็นชุดคำสัง่ ท่ีเขียนขนึ้ มาเป็นโปรแกรมท่ีทำให้เครื่องคอมพวิ เตอร์
สามารถทำงานไดเ้ ฉพาะได้ พูดง่ายๆ ก็คือ โปรแกรมทเ่ี รากำลงั ใชก้ นั อยทู่ ุกวันนีน้ เ่ี อง ซอฟต์แวร์
ประยกุ ตย์ งั แบ่งไดอ้ ีก 2 ประเภท คือ ซอฟตแ์ วรส์ ำหรับงานท่ัวไป เชน่ ซอฟต์แวร์นำเสนองาน
ซอฟต์แวร์การติดต่อส่อื สารและเข้าถึงข้อมลู และอกี ประเภท คือ ซอฟต์แวรส์ ำหรบั งานเฉพาะด้าน
ซง่ึ จะทำขน้ึ เพ่ือใช้งานเฉพาะเท่านั้น เชน่ โปรแกรมสำหรับควบคมุ เครื่องจกั รกล
โดยตัว ซอฟต์แวร์ประยุกต์ นั้นในปัจจุบัน เปน็ ซอฟต์แวร์ที่มกี ารพัฒนามากพอสมควร
เน่ืองจากความต้องการของผ้ใู ช้มีมากขน้ึ จึงต้องมีการประยุกตแ์ ละพัฒนาซอฟตแ์ วร์ข้ึนมาใหม่มากขึ้น
ตามความต้องการของผู้ใช้ และเมอื่ มกี ารประยกุ ต์และพัฒนาข้ึนของซอฟต์แวร์ ยอ่ มส่งผลใหเ้ กิด
ซอฟตแ์ วร์ประยุกตช์ นิดใหม่ ทีผ่ ่านการ วิเคราะห์ ออกแบบ เขียนโปรแกรม และตรวจสอบซอฟต์แวร์
ซึง่ จะส่งผลไปยงั อนาคต เพราะวา่ ในอนาคตกจ็ ะเกดิ ความต้องการใหม่ และซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตใ์ น
ปจั จบุ นั กจ็ ะเป็นรากฐานในการพฒั นาและประยุกต์ใช้ โดยซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ในปัจจบุ ันไดเ้ ขา้ มามี
ส่วนรว่ มในชวี ิตประจำวันของเรามากมาย เช่น ซอฟต์แวรจ์ ัดการฐานข้อมูล ซอฟต์แวรท์ ำการคำนวณ
ซอฟตแ์ วรน์ ำเสนอข้อมลู ซอฟต์แวรป์ ระมวลผลคำ ซอฟต์แวร์ทางด้านกราฟฟิกและมลั ตมิ เี ดีย และ
ซอฟตแ์ วรก์ ารใชง้ านบนเวบ็ ไซต์และการตดิ ต่อส่ือสาร เป็นต้น
18
จะเห็นได้วา่ ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ น้นั มกั จะอยู่ในชวี ติ ประจำวันของใครหลายคน จึงเป็นเร่ือง
ทคี่ วรศึกษาและเลือกใช้ ซอฟตแ์ วร์ประยุกตใ์ ห้เหมาะสมกบั ส่งิ ที่ผู้ใชต้ ้องการ เพราะ มนั จะสง่ ผลให้
เกิดผลดีแกผ่ ้ใู ชง้ าน นอกจากน้ใี นอนาคตก็อาจจะต้องมีการพ่งึ พาซอฟต์แวร์ประยุกต์ มากขึน้ จะเห็น
ได้จากเร่ิมมีการพัฒนาและใช้งาน ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ในโทรศัพท์ซ่ึงสามารถเขา้ ถึงไดง้ า่ ยขึ้น รัฐบาล
เรม่ิ หนั มาพฒั นาและใช้งาน ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เพื่อช่วยเหลอื และตอบสนองความต้องการของ
ประชาชน ร้านอาหารกเ็ ร่ิมมีการใช้ ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ เป็นสอื่ กลางในการส่งั อาหารและบรกิ ารสง่
อาหารไปยังผสู้ ง่ั ซ้อื ดงั นน้ั การศกึ ษาความหมายและวิธใี ช้ ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ จะช่วยให้เกิดผลดตี อ่
ชวี ติ ทัง้ ในปัจจบุ ันและอนาคต
19
บรรณานุกรม
พนารตั น์ ศรีเชษฐา. วิศวกรรมซอฟตแ์ วร์ (Software Engineering). เขา้ ถึงไดจ้ าก
มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี
http://portal5.udru.ac.th/ebook/pdf/upload/175v0E4649415vmev5mv.pdf
[สืบคน้ เม่ือ 23 สิงหาคม 2564]
จารกึ ชกู ิตติกลุ . การสอนซอฟตแ์ วรก์ ารเขียนโปรแกรม. . มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี.
สานกั วทิ ยบริการ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ. : , 2546.
[สืบคน้ เม่ือ 23 สงิ หาคม 2564]
สมศกั ดิ์ จรสั วศนิ กลุ . การออกแบบการบริหารโครงการสาหรับการพัฒนาซอฟตแ์ วร์
ประยุกต.์ ปรญิ ญาโท(วทิ ยาศาสตรค์ อมพิวเตอร)์ . จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
สานกั งานวทิ ยทรพั ยากร.: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2540.
[สบื คน้ เม่ือ 23 สิงหาคม 2564]
ศภุ ชยั ชวู งษว์ ฒั นะ. การพัฒนาซอฟตแ์ วรเ์ พือ่ ใช้ในการตรวจสอบการพัฒนาซอฟตแ์ วร์
ประยกุ ต.์ ปรญิ ญาโท(วทิ ยาศาสตรค์ อมพวิ เตอร)์ . จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
สานกั งานวิทยทรพั ยากร. : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2540.
[สืบคน้ เม่ือ 23 สงิ หาคม 2564]
ชญั ญาณภ์ ชั จนั ทรชติ . การประเมนิ ความเสย่ี งเพ่อื การตัดสนิ ใจพัฒนาซอฟตแ์ วร.์
ปรญิ ญาโท(วิศวกรรมซอฟตแ์ วร)์ . จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . สานกั งานวิทยทรพั ยากร.
: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2559.
[สืบคน้ เม่ือ 23 สิงหาคม 2564]
20
บรรณานุกรม (ต่อ)
จดิ าภา มหาธนเศรษฐ์. ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกตแ์ ละซอฟตแ์ วรร์ ะบบ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
:https://medium.com/@n.jidapa.jks/ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกตแ์ ละซอฟตแ์ วรร์ ะบบ-811f025d8cf
[สบื คน้ เม่ือ 23 สงิ หาคม 2564]
“ความแตกตา่ งระหวา่ งฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วร”์ [ออนไลน]์ เขา้ ถึงไดจ้ าก
: https://th.strephonsays.com/difference-between-hardware-and-software
[สบื คน้ เม่ือ 5 กนั ยายน 2564]
“แนวโนม้ ของการพฒั นาซอฟตแ์ วร”์ [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
: https://nutdnuy.medium.com/แนวโนม้ ของการพฒั นาซอฟตแ์ วร-์ 7b5c46ba8391
[สืบคน้ เม่ือ 5 กนั ยายน 2564]
“ววิ ฒั นาการของซอฟตแ์ วร”์ [ออนไลน]์ เขา้ ถึงไดจ้ าก
: https://www.netinbag.com/th/internet/what-is-software-evolution.html
[สบื คน้ เม่ือ 5 กนั ยายน 2564]
“ฮารด์ แวรค์ อมพวิ เตอร”์ [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
: ฮารด์ แวรค์ อมพวิ เตอร์ - วิกิพีเดยี (wikipedia.org)
[สืบคน้ เม่ือ 5 กนั ยายน 2564]
“ซอฟตแ์ วรใ์ นอนาคต” [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
: http://www.rmutphysics.com/charud/scibook/computer/evolution/Future_Software
[สืบคน้ เม่ือ 5 กนั ยายน 2564]