คัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ฉัร์ฉั ฉั นฉั นททศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์ สสมมเเด็ด็ ด็ จด็ จพพรระะจุจุจุ ล จุ ลจจออมมเเกกล้ล้ ล้ าล้ าเเจ้จ้ จ้ าจ้ าออยู่ยู่ยู่หัยู่หั หั วหั ว
คัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ฉัร์ฉั ฉั นฉั นททศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์ เป็นคัมภีร์ที่รวบรวมความรู้หลากหลายจากตำ ราเรื่องอื่น ๆ ในชุด โดย แบ่งเนื้อหาออกเป็น ตอน ดังนี้ ๑. บทไหว้ครู ซึ่งเป็นการไหว้พระรัตนตรัย ไหว้เทพเจ้าของ พราหมณ์ ไหว้หมอชีวกโกมารภัจจ์ ๒. กล่าวถึงความสําคัญของแพทย์ ๓. กล่าวถึงคุณสมบัติของแพทย์ที่พึงมี ๔. กล่าวถึงโรคและการรักษา เช่น ลักษณะของหญิงที่มีน้ำ นมดีหรือ น้ำ นมชั่ว ธาตุทั้ง ๕ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ ที่เป็นสาเหตุของ การเกิดโรค อาการไข้ป่วงและการรักษา อาการท้องร่วงลักษณะต่าง ๆ วิธีสังเกตนิมิตของผู้ใกล้ตาย อาการโรคลมทราง เป็นต้น ๕. เป็นคําเตือนแพทย์ให้ศึกษาคัมภีร์ฉันทศาสตร์ ๖. ลักษณะของแพทย์ที่ดี ๗. คําขอพรของผู้ประพันธ์
คัมภีร์ฉันทศาสตร์กล่าวถึงจรรยาของแพทย์ทับ ๘ ประการ-โรคทรางสมุฏฐานแห่งไข้- อติสารมรนญาณสูตร พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์กล่าวถึงพรหมปุโรหิตแรกปฐมกาล-การปฏิสนธิ แห่งทารก-ก าเนิด โลหิตระดูสตรีครรภ์ทวานก าเนิดโรคกุมารและยา รักษาฯ พระคัมภีร์ธาตุวิภังค์กล่าวถึงความพิการของธาตุทั้ง ๔ พระคัมภีร์สรรพคุณ (แลมหาพิกัต)กล่าวถึงสรรพคุณของสมุนไพรที่มี คุณค่าทางยาหรือเภสัช พระคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัยกล่าวถึงความรู้ในการวินิจฉัยโรค พระคัมภีร์วรโยคสารกล่าวถึงองค์แห่งแพทย์ ๓๐ ประการฯ พระคัมภีร์มหาโชตรัต กล่าวถึงโรคสตรี พระคัมภีร์ชวดารกล่าวถึงโรคลมและโรคเลือด พระคัมภีร์โรคนิทาน กล่าวถึงเหตุและสมมุติฐานของโรค พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์กล่าวถึงเหตุที่ธาตุสี่ไม่ปกติและการแก้ไข พระภัมภีร์ธาตุบรรจบ กล่าวถึงโรคอุจจาระธาตุฯ พระคัมภีร์มุจฉาปักขันทิกากล่าวถึงโรคบุรุษสตรี พระคัมภีร์ตักกะศิลากล่าวถึงโรคระบาดอย่างร้ายแรง ไข้พิษทั้งปวงฯ พระคัมภีร์ไกษยกล่าวถึงโรคที่ทำ ให้ร่างกายทรุดโทรมไม่แข็งแรง คัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ฉัร์ฉั ฉั นฉั นททศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์
ตำ ราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ เป็นตำ ราแพทย์ของไทยโบราณ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้รวบรวมขึ้นไว้ เพื่อเป็นหลักฐานและเผยแพร่การ แพทย์แผนโบราณและตำ รายาพื้นบ้านของไทย ซึ่งตำ ราแพทยศาสตร์ สงเคราะห์ ได้ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่งต่อประเทศชาติ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง แบ่งเป็นเรื่องราวต่าง ๆ เรียกว่า “คัมภีร์” โดยภายในเล่มประกอบไปด้วย ๑๔ คัมภีร์ ตำตำตำตำรราาแแพพททยยศศาาสสตตร์ร์ ร์สร์สงงเเคครราาะะห์ห์ ห์ห์
ตำตำตำตำรราาแแพพททยยศศาาสสตตร์ร์ ร์สร์สงงเเคครราาะะห์ห์ ห์ห์ คัมภีร์ฉันทศาสตร์กล่าวถึงจรรยาของแพทย์ทับ ๘ ประการ-โรคทรางสมุฏฐานแห่งไข้- อติสารมรนญาณสูตร พระคัมภีร์ปฐมจินดาร์กล่าวถึงพรหมปุโรหิตแรกปฐมกาล-การปฏิสนธิ แห่งทารกกำ เนิด โลหิตระดูสตรีครรภ์ทวานก าเนิดโรคกุมารและยา รักษาฯ พระคัมภีร์ธาตุวิภังค์กล่าวถึงความพิการของธาตุทั้ง ๔ พระคัมภีร์ สรรพคุณ (แลมหาพิกัต)กล่าวถึงสรรพคุณของสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยา หรือเภสัช พระคัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัยกล่าวถึงความรู้ในการวินิจฉัยโรค พระคัมภีร์วรโยคสารกล่าวถึงองค์แห่งแพทย์ ๓๐ ประการฯ พระคัมภีร์มหาโชตรัต กล่าวถึงโรคสตรี พระคัมภีร์ชวดารกล่าวถึงโรคลมและโรคเลือด พระคัมภีร์โรคนิทาน กล่าวถึงเหตุและสมมุติฐานของโรค พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์กล่าวถึงเหตุที่ธาตุสี่ไม่ปกติและการแก้ไข พระภัมภีร์ธาตุบรรจบ กล่าวถึงโรคอุจจาระธาตุฯ พระคัมภีร์มุจฉาปักขันทิกากล่าวถึงโรคบุรุษสตรี พระคัมภีร์ตักกะศิลากล่าวถึงโรคระบาดอย่างร้ายแรง ไข้พิษทั้งปวงฯ พระคัมภีร์ไกษยกล่าวถึงโรคที่ทำ ให้ร่างกายทรุดโทรมไม่แข็งแรง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ประชุมคณะแพทย์ หลวง เพื่อสืบค้นและรวบรวมตำ ราแพทย์จากที่ต่าง ๆ มาตรวจสอบ ชำ ระให้ตรงกับฉบับดั้งเดิม แล้วส่งมอบให้กรมพระอาลักษณ์เขียนลงสมุด ไทย ด้วยอักษรไทยที่มีชื่อเรียกว่า “เส้นหรดาล (แร่ชนิดหนึ่ง ประกอบ ด้วยธาตุสารหนูและกํามะถัน)” หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ให้ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าให้ตั้ง “โรงเรียนราชแพทยาลัย” ได้โปรดให้จัดพิมพ์ตำ ราแพทย์ หลวงสำ หรับโรงเรียนขึ้นใช้เป็นครั้งแรก เรียกว่า “ตำ ราแพทยศาสตร์ สงเคราะห์” แต่พิมพ์ได้เพียง ๓ เล่มก็ต้องยกเลิก เพราะไม่มีทุนในการจัด พิมพ์ ต่อมาพระยาพิศณุประสาทเวช (คง ถาวรเดช) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน การแพทย์แผนไทยของราชแพทยาลัย และผู้จัดการโรงเรียนเวชสโมสร ได้กราบทูลขอประทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม พระยาดำ รงราชานุภาพ (นายกสภาหอสมุดวชิรญาณ) ในการจัดพิมพ์ ตำ ราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวงจำ นวน ๒ เล่มจบสมบูรณ์ขึ้น เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ เพราะเล็งเห็นความ จำ เป็น 2 ประการคือ ๑. ราษฎรที่ป่วยจะต้องมีตำ ราด้านการแพทย์ เพื่อเป็นคู่มือไว้รักษา ตนเอง ๒. อนุรักษ์ตำ ราแพทย์แผนไทยไว้ให้คนรุ่นหลัง ต้ต้ ต้ นต้ นกำกำกำกำเเนินิ นิ ดนิ ดแแห่ห่ ห่ งห่ งตำตำตำตำรราาแแพพททยยศศาาสสตตร์ร์ ร์สร์สงงเเคครราาะะห์ห์ ห์ห์
ลักษณะคำ ประพันธ์ของคัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์นั้นมี อยู่ 2 ประเภทด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เป็นกาพย์ยานี ๑๑ สำ หรับตอนที่ กล่าวถึงลักษณะทับ (ลักษณะโรคแทรกซ้อน) ๘ ประการ ใช้คำ ประพันธ์ ประเภทร่าย ลัลั ลั กลั กษษณณะะคำคำคำคำปปรระะพัพั พั นพั นธ์ธ์ ธ์ธ์
ข้าขอประนมหัตถ์ พระไตรรัตนาถา ตรีโลกอมรามา อภิวาทนาการ อนึ่งข้าอัญชลี พระฤๅษีผู้ทรงญาณ แปดองค์เธอมีฌาน โดยรอบรู้ในโรคา ถถออดดคำคำคำคำปปรระะพัพั พั นพั นธ์ธ์ ธ์ธ์คัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ฉัร์ฉั ฉั นฉั นททศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์ แแพพททยยศศาาสสตตร์ร์ ร์สร์สงงเเคครราาะะห์ห์ ห์ห์ ขอกราบไหว้พระรัตนตรัยและฤาษีครูแพทย์ทั้ง ๘ องค์ ซึ่งเป็นปฐมครูผู้สอน เป็นครูผู้ ประสิทธิ์ประสาทวิชาการแพทย์และเภสัชกรรมแผนโบราณ และเป็นผู้รอบรู้เกี่ยวกับ โรคภัยต่าง ๆ ตตออนนที่ที่ ที่ที่๑๑ บบททไไหหว้ว้ ว้ คว้ ครูรูรูรู ไหว้คุณพระอิศวเรศ ทั้งพรหมเมศทุกชั้นฟ้า สาปสวรรค์ซึ่งหว้านยา ประทานทั่วโลกธาตรี ไหว้ครูกุมารภัจ ผู้เจนจัดในคัมภีร์ เวชศาสตรบรรดามี ให้ทานทั่วแก่นรชน ไหว้ครูผู้สั่งสอน แต่ปางก่อนเจริญผล ล่วงลุนิพพานดล สำ เร็จกิจประสิทธิ์พร ขอการกราบไหว้พระอิศวรและพระพรหม ซึ่งเป็นผู้ที่ประทานสมุนไพรให้แก้มวล มนุษย์ชาติทั่วโลก รวมไปถึงการกราบไหว้หมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำ พระองค์ของพระพุทธเจ้าและพระเจ้าพิมพิสาร นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการไหว้ บรรดาครูอาจารย์ที่สั่งสอนในวิชาแพทย์ด้านต่าง ๆ
จะกล่าวคำ ภีร์ฉัน ทศาสตร์บรรพ์ที่ครูสอน เสมอดวงทินกร แลดวงจันทร์กระจ่างตา ส่องสัตว์ให้สว่าง กระจ่างแจ้งในมรรคา หมอนวดแลหมอยา ผู้เรียนรู้คัมภีร์ไสย์ เรียนรู้ให้ครบหมด จนจบบทคัมภีร์ใน ฉันทศาสตร์ท่านกล่าวไข สิบสี่ข้อจงควรจำ ตตออนนที่ที่ ที่ที่๒๒ คคววาามมสำสำสำสำคัคั คั ญคั ญขขอองงคัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ฉัร์ฉั ฉั นฉั นททศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์ ตตออนนที่ที่ ที่ที่๓๓ เเนื้นื้ นื้อนื้อเเรื่รื่ รื่อรื่องงที่ที่ ที่เที่เกี่กี่ กี่ยกี่ยววกักั กั บกั บคคววาามมสำสำสำสำคัคั คั ญคั ญขขอองงออวัวั วั ยวั ยววะะ อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมีมากหลาย ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา ดวงจิตคือกระษัตริย์ ผ่านสมบัติอันโอฬาร์ ข้าศึกคือโรคา เกิดเข่าฆ่าในกายเรา เปรียบแพทย์คือทหาร อันชำ นานรู้ลำ เนา ข้าศึกมาอย่างใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา คัมภีร์ฉันทศาสตร์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ และพระจันทร์ ที่คอยส่องแสงสว่างชี้ ทางชีวิตให้แก่ผู้คน รวมถึงหมอนวด และหมอยาที่ต้องเรียนรู้คัมภีร์แพทย์ (คัมภีร์ไสย์) โดยมีทั้งสิ้น ๑๔ ข้อ ร่างกายของคนเราทั้งชาย และหญิงเสมือนเมืองแห่งหนึ่ง โดยมีพระราชาเป็นหัวใจ และเปรียบแพทย์เป็นทหาร ที่ทำ หน้าที่ปกป้องดูแลบ้านเมืองและต่อสู้กับข้าศึก ซึ่งก็ คือโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่มาทำ ให้ร่างกายของเราอ่อนแอ หรือเสียชีวิตได้
ให้ดำ รงกระษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย ปิตตํ คือ วังหน้า เร่งรักษาเขม่นหมาย อาหารอยู่ในกาย คือเสบียงเลี้ยงโยธา หนทางทั้งสามแห่ง เร่งจัดแจงอยู่รักษา ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิดทางได้จะเสียที เป็นแพทย์มีสำ คัญ โอกาสนั้นมีอยู่สาม เคราะห์ร้ายขัดโชคนาม บางทีรู้เกินรู้ไป บางทีรู้ไม่ทัน ด้วยโรคนั้นใช่วิสัย ตน บ รู้ทิฏฐิใจ ถือว่ารู้ขืนกระทำ จบเรื่องที่ตนรู้ โรคนั้นสู้ว่าแรงกรรม ไม่สิ้นสงสัยทำ สุดมือม้วยน่าเสียดาย บางทีก็มีชัย แต่ยาให้โรคนั้นหาย ท่านกล่าวอภิปราย ว่าชอบโรคนั้นเป็นดี กล่าวกันว่าแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคและความรู้มากมาย ไม่สามารถ รักษาคนให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ นั่นเป็นเพราะโรคบางชนิดนั้นร้ายแรงเกินไป ราวกับเพลิงป่า ประกอบกับการดื้อยายังทำ ให้รักษาโรคยากขึ้นด้วย แต่ถ้ามีอาการไม่ หนัก ไม่รุนแรง ย่อมรักษาได้ง่ายกว่า แพทย์มีโอกาสจะรักษาโรค ไม่ สำ เร็จมีอยู่ 3 ประการด้วยกัน คือ หนึ่ง วินิจฉัยโรค เกินจริง สอง ไม่รู้จักโรคนั้นมาก่อน แล้วโทษว่าเป็นเวรกรรมของผู้ป่วย และสาม แม้ว่าแพทย์อาจสามารถรักษาโรคให้หายได้ แต่เป็นเพราะได้ยารักษาโรคที่ดี ไม่ได้มา จากความสามารถของแพทย์แต่อย่างใด
ตตออนนที่ที่ ที่ที่๓๓ ลัลั ลั กลั กษษณณะะขขอองงแแพพททย์ย์ ย์ ที่ย์ ที่ ที่คที่คววรรจจะะเเป็ป็ป็นป็น ผู้ใดจะเรียนรู้ พิเคราะห์ดูผู้อาจารย์ เที่ยงแท้ว่าพิศดาร ทั้งพุทธไสยจึ่งควรเรียน แต่สักเป็นแพทย์ได้ คัมภีร์ไสยไม่จำ เนียร ครูนั้นไม่ควรเรียน จำ นำ ตนให้หลงทาง เราแจ้งคัมภีร์ฉัน ทศาสตร์อันบุราณปาง ก่อนกล่าวไว้เป็นทาง นิพพานสุศิวาไลย อย่าดูหมิ่นและดูถูกว่าการเป็นหมอนั้นง่าย ถึงแม้จะมีตำ รับตำ ราให้เรียนรู้มากมาย แต่ก็อย่าได้ประมาทใจ แพทย์บางคนอาจทำ ได้แค่รักษาตามตำ รา แต่เที่ยวอวดรู้ว่าตัว เองมีความชำ นาญ เเลืลื ลือลือกกคครูรูรู อ รู อาาจจาารรย์ย์ ย์ ที่ย์ ที่ ที่มีที่มี มีคมีคววาามมรู้รู้รู้เรู้เป็ป็ป็นป็นออย่ย่ ย่ าย่ างงดีดี ดีดี ออย่ย่ ย่ าย่ าดูดูดู ห ดู หมิ่มิ่ มิ่ นมิ่ นตำตำตำตำรราา ออย่ย่ ย่ าย่ าออววดดรู้รู้รู้รู้ อย่าหมิ่นว่ารู้ง่าย ตำ รับรายอยู่ถมไป รีบด่วนประมาทใจ ดังนั้นแท้มิเป็นการ ลอกได้แต่ตำ รา เที่ยวรักษาโดยโวหาร อวดรู้ว่าชำ นาญ จะแก้ไขให้พลันหาย อย่าดูหมิ่นและดูถูกว่าการเป็นหมอนั้นง่าย ถึงแม้จะมีตำ รับตำ ราให้เรียนรู้มากมาย แต่ก็อย่าได้ประมาทใจ แพทย์บางคนอาจทำ ได้แค่รักษาตามตำ รา แต่เที่ยวอวดรู้ว่าตัว เองมีความชำ นาญ
โรคคือครุกรรม บรรจบจำ อย่าพึงทาย กล่าวเล่ห์อุบายหมาย ด้วยโลกหลงในลาภา บ้างจำ แต่เพศไข้ สิ่งเดียวได้สังเกตมา กองเลือดว่าเสมหา กองวาตาว่ากำ เดา คัมภีร์กล่าวไว้หมด ไยมิจดมิจำ เอา ทายโรคแต่โดยเดา ให้เชื่อถือในอาตมา รู้น้อยอย่าบังอาจ หมิ่นประมาทในโรคา แรงโรคว่าแรงยา มิควรถือว่าแรงกรรม ออย่ย่ ย่ าย่ ารัรั รั กรั กษษาาโโรรคคโโดดยยกกาารรคคาาดดเเดดาา โโททษษว่ว่ ว่ าว่ าเเป็ป็ป็นป็นแแรรงงกกรรรรมม โรคภัยคือกรรมหนักหรือบาปหนัก แพทย์ที่ดีไม่ควรรักษาโรคเพราะหวังในทรัพย์สินเงิน ทอง และไม่ควรใช้เฉพาะการสังเกตอย่างเดียวแล้วอ้างว่ารู้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักโรคนั้น จริง ๆ ไม่ควรเดาสุ่มแต่ควรเชื่อถือในตำ รามากกว่า นอกจากนี้หากรู้น้อยก็ไม่ควรอวด ตัว แล้วเที่ยวโทษว่ารักษาไม่ได้เพราะเวรกรรม แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะให้ยาไม่ดี อนึ่งท่านได้กล่าวถาม อย่ากล่าวความบังอาจอำ เภอใจว่าตัวจำ เพศไข้นี้อันเคยยา ใช่โรคสิ่งเดียวดาย จะพลันหายในโรคา ต่างเนื้อก็ต่างยา จะชอบโรคอันแปรปรวน บางทีก็ยาชอบ แต่เคราะห์ครอบจึ่งหันหวน หายคลายแล้วทบทวน จะโทษยาก็ผิดที ออย่ย่ ย่ าย่ าวิวิ วิ นิวิ นิ นิจนิจฉัฉั ฉั ยฉั ยโโรรคคแแค่ค่ ค่ ว่ค่ ว่ ว่ าว่ าตตนนเเคคยยรัรั รั กรั กษษาาโโรรคคมมาาก่ก่ ก่ อก่ อนน อย่าบังอาจกล่าวตามอำ เภอใจว่าการรักษาโรคนั้นง่าย เพราะเคยรักษามาแล้ว โรค ภัยนั้นไม่ได้มีชนิดเดียว แต่มีมากมายหลายชนิด อีกทั้งคนไข้แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ใช้ว่าเป็นโรคเดียวกันแล้วจะต้องใช้ยาชนิดเดียวกันเสมอไป
อวดยาครั้นให้ยา เห็นโรคาไม่ถอยหนี กลับกล่าวว่าแรงผี ที่แท้ทำ ไม่รู้ทำ เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไม่เกรงกรรม รู้น้อยบังอาจทำ โรคระยำ เพราะแรงยา โรคนั้นคือโทโส จะภิยโยเร่งวัฒนา แพทย์เร่งกระหน่ำ ยา ก็ยิ่งยับระยำ เยิน ออย่ย่ ย่ าย่ าปปรระะมมาาททใในนกกาารรรัรั รั กรั กษษาาโโรรคค โโรรคคยิ่ยิ่ ยิ่งยิ่งหหนันั นั กนั ก เเพพรราาะะใให้ห้ ห้ ยห้ ยาามมาากกเเกิกิ กิ นกิ นไไปป เมื่อเห็นว่าคนไข้ไม่หายเสียที แพทย์กลับให้ยาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจแรงเกินไป และทำ ให้คนไข้อาการหนักขึ้น เปรียบโรคภัยได้กับความโกรธ ที่ยิ่งเมื่อเติมเชื้อไฟ จะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ออย่ย่ ย่ าย่ าออววดดรู้รู้รู้รู้คคววรรพิพิ พิจพิจาารรณณาาปปริริ ริมริมาาณณยยาาใให้ห้ ห้ เห้ เหหมมาาะะสสมม รู้แล้วอย่าอวดรู้ พินิจดูอย่าหมิ่นเมิน ควรยาหรือยาเกิน กว่าโรคนั้นจึ่งกลับกลาย ถนอมทำ แต่พอควร อย่าโดยด่วนเอาพลันหาย ผิโรคนั้นกลับกลาย จะเสียท่าด้วยผิดที ไม่ควรอวดรู้ ต้องพิจารณาเรื่องปริมาณยาที่จะให้กับคนไข้อย่างถี่ถ้วน เพราะหาก คนไข้เกิดแพ้ยา อาจทำ ให้อาการหนักมากขึ้น
บ้างได้แต่ยาผาย บรรจุถ่ายจนถึงดี เห็นโทษเข้าเป็นตรี จึ่งออกตัวด้วยตกใจ บ้างรู้แต่ยากวาด เที่ยวอวดอาจไม่เกรงภัย โรคน้อยให้หนักไป ดังก่อกรรมให้ติดกาย หหมมออบบาางงคคนนรู้รู้รู้เรู้เพีพี พียพียงงยยาาแแขขนนงงหหนึ่นึ่ นึ่งนึ่งแแต่ต่ ต่ อต่ อววดดรู้รู้รู้รู้ ทำทำทำทำใให้ห้ ห้โห้โรรคคหหนันั นั กนั กขึ้ขึ้ ขึ้ นขึ้ นไได้ด้ ด้ด้ แพทย์บางคนรู้จักแค่ยาระบาย (ยาผาย มีคุณสมบัติในการขับลม) พออาการหนักขึ้น รุนแรงขึ้นก็ตกใจทำ อะไรไม่ถูก ส่วนยากวาด (ยาที่ต้องนำ มาบดให้ละเอียด ใช้ผสมกับ น้ำ แล้วนำ มาป้ายหรือล้วงกวาดที่ลำ คอ) แต่เที่ยวอวดรู้ว่าตัวเองรู้จักยามากมายหลาย ชนิด ทำ ให้โรคที่ตัวเองรักษาอยู่ จากเบากลายเป็นหนัก ซึ่งถือเป็นการก่อกรรมกับผู้อื่น