ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับดินแดนอื่นๆ
รายวิชาประวัติศาสตร์ (ส22106)
เสนอ
คุณครูญานี อนันอาจ
จัดทำโดย
ด.ช.ณัฐวิชช์ ภัทรพิสิทธิ์พร ม.2/11 เลขที่ 10
ด.ช.พีรภัทร รัตนวราหะ ม.2/11 เลขที่ 16
ด.ช.เอธัศ ศรีวิลาศ ม.2/11 เลขที่ 19
ด.ญ.จันทร์จิรา แสงจันทร์ ม.2/11 เลขที่ 22
ด.ญ.ชาลิสา สาจุ้ย ม.2/11 เลขที่ 26
คุณพ่อคะ วันนี้เราจะไปไหนกัน วันนี้เราจะไปอยุธยากันลูก
หรอคะ
วันนี้พ่อจะมาเล่าเกี่ยวกับความสัมพันธ์
โห สวยมากเลยค่ะ ระหว่างอยุธยากับดินแดนอื่น ๆ ให้ฟัง
เรามาเริ่มกับความ ความสัมพันธ์ของอยุธยากับจีน
สัมพันธ์กับจีนกันเล้ย ลูกรู้มั้ยว่าจีนกับอยุธยามีความสัมพันธ์
กันอย่างไร
มีความสัมพันธ์ทางการค้าใช่ไหมคะ ถูกต้อง
อยุธยาดำเนินความสัมพันธ์กับจีนในลักษณะรัฐบรรณาการซึ่ง
มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองและทางการค้า
โดยถ้ารัฐใดแต่ง
ตั้งทูตพร้อมกับนำเครื่องราชบรรณาการไปถวายแก่จักรพรรดิจีน
ราชสำนักจีนถือว่าเข้ามาอ่อนน้อม จีนจะให้การรับ
รองกษัตริย์นั้นๆ และอณุญาตให้ซื้อขายกับจีนได้
สำหรับสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับจีนเริ่มปรากฏ
ชัดเจนมากขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เป็นต้นมา
ความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับการ
ค้าใช่มั้ยคะ
ถูกต้อง
เดี๋ยวเราจะเล่าให้
เพื่อนๆฟังนะคะ
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็น
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายเป็นหลักและมีความสัมพันธ์ทางด้าน
การเมืองบ้าง
ราชสำราชสำนักอยุธยาได้มีการติดต่อกับญี่ปุ่น
อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในพุทธศักราช 2149
ความสัมพันธ์กับเปอร์เซียปัจจุบันเป็นประเทศ
อิหร่านเป็นรัฐชาวอาหรับ ตั้งอยู่บริเวณอ่าว
เปอร์เซียในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับเปอร์เซียมักจะเกี่ยว
กับทางด้านการค้าซึ่งมีมานานแล้ว ทั้งยังเปิดโอกาส
ให้ชาวเปอร์เซียรืเข้ามารับราชการในราชสำนัก
อยุธยา
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับโปรตุเกส
โปรตุเกสเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่อยุธยามีความ
สัมพันธ์ด้วยโดยมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าขาย
ด้านการเมือง และด้านวัฒนธรรม
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับโปรตุเกสเริ่มขึ้นใน
พุทธศักราช 2054ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
เมื่อกองเรือของโปรตุเกสเข้าโจมตีมะละกาและยึดเมืองไว้แต่เมื่อโปรตุเกสทราบว่ามะละกา
เป็นเมืองประเทศราชของอยุธยาจึงส่งทูตเดินทางมายังราชสำนักเมื่อกองเรือของโปรตุเกส
เข้าโจมตีมะละกาและยึดเมืองไว้แต่เมื่อโปรตุเกสทราบว่ามะละกาเป็นเมืองประเทศราชของ
อยุธยาจึงส่งทูตเดินทางมายังราชสำนักอยุธยาเพื่อทำสัญญาระหว่างกันในพ.ศ. 2054
ผลของสัญญาทำให้อยุธยามีการติดต่อค้าขายกับ
โปรตุเกสมากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับฮอลันดา
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับฮอลันดา
เกี่ยวข้องกับทางด้านการค้าขายและด้านการเมือง
อยุธยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับฮอลันดาในสมัยสมเด็จพระนเรศวร
มหาราชเมื่อฮอลันดาส่งคณะทูตเดินทางมาเจรจาทางไมตรีและขอ
ตั้งสถานีการค้าที่เมืองปัตตานีอย่างเป็นทางการ
ในพ.ศ. 2146 เป็นสำเร็จอยุธยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับฮอลันดาในสมัย
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อฮอลันดาส่งคณะทูตเดินทางมาเจรจาทาง
ไมตรีและขอตั้งสถานีการค้าที่เมืองปัตตานีอย่างเป็นทางการในพ.ศ. 2146
เป็นผลสำเร็จ
จนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมอยุธยากับ
ฮอลันดาได้มีการทำจนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระเจ้า
ทรงธรรมอยุธยากับฮอลันดาได้มีการทำสนธิสัญญาการค้า
ระหว่างในพ.ศ. 2160
แต่เมื่อถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองฮอลันดาส่ง
เรือรบปิดท่าเรือเมืองตะนาวศรีในพ.ศ. 2191 อยุธยาจึง
ตัดสิทธิพิเศษทางการค้าที่ฮอลันดาเคยได้รับ
ภายหลังต่อมาอยุธยาเกิดความบาดหมางกับฮอลันดาอีกในสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ทางการค้า
ของทั้งสองฝ่ายจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชาวจีนได้ร้องสถานีการค้า
ของฮอลันดาที่กรุงศรีอยุธยา
ทำให้ฮอลันดาเข้าใจว่าอยุธยาและให้การสนับสนุนชาวจีนเหล่านี้ จึงส่ง
เรือรบของฮอลันดาปิดอ่าวไทยจนในที่สุดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ได้ทรงเปิดการเจรจาและทำสัญญากับฮอลันดาเมื่อวันที่ 22 สิงหา
คมพ.ศ. 2002
สาระสำคัญสาระสำคัญของสัญญานี้ว่าฮอลันดาได้สิทธิผูกขาดการส่ง
หนังกวางและหนังวัวออกจากราชอาณาจักรอยุธยาต้องไม่จ้างชาวจีน
และชาวญี่ปุ่นมาเป็นรูปเรือสำเภาและที่สำคัญคนในบังคับของ
ฮอลันดาถ้ากระทำความผิดไม่ต้องขึ้นศาลอยุธยา
ความสัมพันธ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของอาณาจักร
อยุธยาซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของฮอลันดาทำให้สมเด็จพระนารายณ์
มหาราชต้องทรงดำเนินนโยบายหันไปกระชับความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสให้
มากขึ้นเพื่อดึงฝรั่งเศสมาถ่วงดุลอำนาจทำให้ฮอลันดาค่อยค่อยลดปริมาณ
การค้าและถอนตัวจากอยุธยาในที่สุด
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับอังกฤษ
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับอังกฤษจะเกี่ยวกับทางด้าน
การค้าขายและในบางช่วงมีความสัมพันธ์ด้านการเมืองด้วย
อยุธยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับอังกฤษในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมพระองค์
ทรงอนุญาตให้อังกฤษมาตั้งสถานีการค้าที่อยุธยาได้แต่ ได้รับการขัดขวาง
จากฮอลันดาในที่สุดอังกฤษจึงปิดกิจการบริษัทอินเดีย ตะวันออกของอังกฤษ
ในกรุงศรีอยุธยาเมื่อพ.ศ. 2167
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชอยุธยาเริ่มฟื้ นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง
อังกฤษอีกครั้งหนึ่งเพราะพระองค์ทรงต้องการให้อังกฤษเข้ามาถ่วงดุลอำนาจกับ
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชอยุธยาเริ่มฟื้ นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง
อังกฤษอีกหนึ่ง
พระองค์ทรงต้องการให้อังกฤษเข้ามาถ่วงดุลอำนาจพระองค์ทรงต้องการให้อังกฤษเข้ามาถ่วง
ดุลอำนาจกับฮอลันดาซึ่งกำลังเข้ามามีอิทธิพลและพยายามครอบงำการบริหารบ้านเมืองของพระ
มหากษัตริย์อยุธยาอังกฤษจึงเข้ามาตั้งสถานีการค้าในกรุงศรีอยุธยาอีกในพ.ศ. 2204 โดยมุ่งค้าขาย
เพียงอย่างเดียวไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอยุธยากับฮอลันดา
เนื่องมาจากอังกฤษไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันการค้ากับฮอลันดา
ขณะเดียวกันอังกฤษต้องเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาในทวีปยุโรปและเมื่อเรือ
ขายของของอังกฤษถูกโจรปล้นสะดมในนั่นน้ำเมืองมะริดจนต้องสู้เรากลับ
อยุธยาที่เมืองมะริดทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับอังกฤษห่างเหินไป
จนสิ้นสมัยอยุธยา
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับฝรั่งเศษ
อยุธยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสทางด้านศาสนาจากนั้นก็ขยาย
ไปถึงความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
อยุธยาต้องการให้ฝรั่งเศสถ่วงดุลอำนาจกับฮอลันดา
อยุธยาเริ่มมีความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระ
นารายณ์มหาราชที่ทรงต้องการให้ฝรั่งเศษมาถ่วง
ดุลอำนาจกับฮอลันดา
ท่าทีที่เป็นมิตรของอยุธยาทำให้พ่อค้าชาวฝรั่งเศษต้อเข้ามาติดต่อค้าขาย
ด้วย จนบริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศสเข้ามาตั้งสถานีการค้าแห่ง
แรกในกรุงศรีอยุธยาเมื่อพ.ศ. 2223 ต่อมาฝรั่งเศสส่งคณะทูตที่มีชื่อว่า
เชอร์วาเลีย เดอ โชมองเป็นหัวหน้าเดินทางมายังอยุธยา
เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและโน้มน้าวให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเข้ารีต
เปลี่ยนไปนับถือคริสต์ถ้าศาสนาเพื่อให้ราชสำนักอยุธยาอุปถัมภ์การเผย
แพร่คริสต์ศาสนาและขอสิทธิพิเศษทาง
การค้า
ต่อมาภายหลังอยุธยาได้แต่งคณะทูตที่ออกพระวิสุทธสุนทร เดินทางไป
ฝรั่งเศสอีกเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทำไมตรี เดินทางไปฝรั่งเศสอีกเพื่อ
เชื่อมสัมพันธ์ทำไมตรีกับฝรั่งเศสให้แน่นแฟ้นมากขึ้นแต่รักก็ยังไม่พอใจ
กับผลประโยชน์ที่ได้จากอยุธยาประกอบกับออกญาวิไชเยนทร์ ตำแหน่ง
เสนาบดีกรมคังได้มีจดหมายส่วนตัวไปยังราชสำนักฝรั่งเศสชี้แจงให้
ฝรั่งเศสเห็นความสำคัญของเมืองมะริดพร้อมทั้งแสดงตนว่าจะช่วย
ฝรั่งเศสให้มีอิทธิพลเหนือเมืองมะริดเพื่อแข่งขันอำนาจกับฮอลันดา
นอกจากนี้ยังเสนอให้ฝรั่งเศสส่งทหารประจำการอยู่ที่นอกจากนี้ยังเสนอให้
ฝรั่งเศสส่งทหารประจำการอยู่ที่อยุธยาดังนั้นเมื่อออกญาวิสุทธิ์สุนทรเดินทาง
กลับอยุธยาฝรั่งเศสจึงส่งลาลูแบร์และเสรีพร้อมทหารจำนวนหนึ่งเดินทางมายัง
อยุธยาเพื่อทำสัญญาฉบับใหม่กับอยุธยาเมื่อพ.ศ. 2230 การที่ฝรั่งเศสส่ง
ทหารเข้ามาประจำการที่อยุธยานั้นแท้จริงแล้วฝรั่งเศสมีแผนการที่จะยึดเมือง
มะริดและเมืองบางกอกไว้เป็นของตน
แต่พระเพทราชาขุนนางคนสำคัญได้แต่พระเพทราชาขุนนางคนสำคัญได้ทราบเรื่องนี้ก่อนจึง
ก่อการยึดอำนาจขณะที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชประชวรหนักพร้อมทั้งจับออกญาวิชัยเยนทร์
ประหารชีวิตจากนั้นได้สั่งคุมขังชาวฝรั่งเศสคนสำคัญและทหารฝรั่งเศสในเมืองลพบุรีเอาไว้แต่
ภายหลังเจรจาสงบศึกกันได้โดยพระเพทราชาให้ชาวฝรั่งเศสอพยพออกนอกพระราชอาณาจักร
หลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับฝรั่งเศสก็ลดน้อยลงและห่างเหินกันในที่สุด
ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากันสเปน
อยุธยามีความสัมพันธ์กับสเปนค่อนข้างน้อย เมื่อ
เทียบกับชาติตะวันตกอื่นๆ คงมีเพียงการติดต่อกัน
ทางด้านการค้าขายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เล่ากันนานมากเลย สรุปคือ
ค่ะคุณพ่อ แล้วสรุป
ว่าอย่างไรหรอคะ
กล่าวโดยสรุป อาณาจักรอยุธยามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งกับรัฐที่อยู่ใกล้เคียง
และกับรัฐที่อยู่ห่างไกลออกไปทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ส่วนใหญ่ก็เป็นไปเพื่อผล
ประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจและการค้า ความมั่นคงของราชอาณาจักร และวัฒนธรรม
นโยบายส่วนใหญ่ มีลักษณะของการสร้างความเป็นมิตรไมตรี การถ่วงดุลอำนาจ และ
การเผชิญหน้าทางทหาร