The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลักษณะและประเภทการอ่าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สายพิณ ปากเกร็ด, 2020-06-13 04:26:34

ลักษณะและประเภทของการอ่าน

ลักษณะและประเภทการอ่าน

หนว่ ยท่ี ๑ รอบร้กู ารอา่ น

เร่อื ง ลักษณะและประเภทของการอา่ น

๑.อา่ นในใจ ๒.อา่ นออกเสยี ง

อา่ นออกเสยี ง อา่ นร้อยแกว้
อ่านรอ้ ยกรอง

การอา่ นแปลความ

การอา่ นขยายความ อา่ นในใจ การอา่ นจับใจความ
กาอ่านวเิ คราะห์ การอ่านตคี วาม

การอ่านเพ่ือประเมนิ คา่

การอา่ นอยา่ งมีวิจารณญาณ

องคป์ ระกอบของการอา่ น

เข้าใจความหมายของคา
เขา้ ใจความหมายของกล่มุ คา
เขา้ ใจประโยค
การเข้าใจยอ่ หนา้

ปจั จัยท่ที าใหก้ ารอ่านประสบความสาเรจ็

๑. มคี วามรเู้ กีย่ วกับระบบการเขียน รจู้ กั ย่อหน้า การวรรคตอน
ประโยคใจความสาคัญ ประโยคขยาย การเนน้ ตัวอกั ษร

๒.มีความร้เู กี่ยวกับการใช้คา โวหาร สานวน สภุ าษิต
๓.ความสามารถในการตีความ
๔.ความรรู้ อบตัวของผ้อู ่าน

๕.ร้เู หตผุ ลในการอ่าน

การอ่านจับใจความ

๑.๒ การอ่านจบั ใจความส่วนรวม

วิธีการอ่าน
1) สงั เกตส่วนประกอบของงานเขยี น เช่น ช่ือเรื่อง คานาวัตถุประสงค์ ของผเู้ ขยี นวา่ เป็นงานเกี่ยวกบั

อะไร และเขียนเพอ่ื อะไร
2) วิเคราะหจ์ ดุ มุ่งหมายงานเขยี นวา่ เขยี นด้วยวตั ถปุ ระสงคใ์ ด
3) จัดลาดบั เน้ือหาใหม่ตามความสาคัญ
4)ใชก้ ารต้งั คาถามกว้าง ๆ วา่ ใคร ทาอะไร ทไี่ หน เม่ือไร อย่างไร และทาไม เพอ่ื หาความสมั พันธ์ในการ

ดาเนนิ เร่อื ง

๑.๒ การอ่านจับใจความสาคัญ

ใจความสาคัญคอื ใจความหลกั ของเรือ่ งเป็นการอา่ นที่ละเอียดมากข้นึ เพือ่ จบั ใจความสาคญั ของงานเขียนแตล่ ะยอ่ หน้า
วิธีการอา่ นจับใจความสาคัญ
- อ่านวิเคราะหค์ าหรอื ประโยค โดยการตคี วามหมายของศัพทย์ ากในข้อเขียน
- วเิ คราะห์จุดมุง่ หมายงานเขียนวา่ เขียนดว้ ยวัตถปุ ระสงคใ์ ด
- วเิ คราะหน์ ้าเสียงวา่ เปน็ ไปในทานองใด ประชดประชัน ลอ้ เลยี น ฯลฯ
- วิจารณ์เนอ้ื หาสาระของงานเขียน

ใจความสาคญั ในแต่ละยอ่ หน้ามีลักษณะดงั นี้

๑.ใจความสาคญั อยตู่ ้นยอ่ หน้า

“ การศึกษาคัมภรี ์ฤคเวท ช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจประเทศอินเดีย จากอดีต

ถึงปัจจุบนั ได้อย่างถกู ต้อง เพราะอารยธรรมอินเดียมีความเป็นหน่ึงเดียวสืบเน่ือง
ยาวนานมาต้งั แต่โบราณถึงปัจจุบนั ดว้ ย พาหนะท่ีสาคญั คือคมั ภีร์ฤคเวท ความ
เป็นไปในปัจจุบนั ของศาสนา ปรัชญา ศีลธรรม วรรณคดี ตลอดจนพฤติกรรม
ทางสงั คมในอินเดียลว้ นมีพ้นื ฐานมาจากคมั ภีร์ฤคเวทท้งั สิ้น ความรู้สึกนึกคิด
ของคนอินเดียปัจจุบนั โดยทวั่ ไปกเ็ หมือนกบั ที่ปรากฏในคมั ภีร์ฤคเวทเป็น ส่วน
ใหญ่ อิทธิพลของคมั ภีร์ฤคเวทต่อพฤติกรรมในชีวติ ของชาวอินเดียไดร้ ับการ
ยอมรับอยา่ งกวา้ งขวางในทุกท่ีตลอดเวลา”

ตวั ท่ีพมิ พส์ ีแดง เป็นใจความสาคญั ของยอ่ หนา้ น้ี

๒) ใจความสาคญั อยูก่ ลางย่อหน้า
“การเลยี นแบบเน้อื หาโครงสรา้ งและโวหารกวีอยุธยาท่ีปรากฏในสมัยต้นรตั นโกสินทร์น้ี แสดง

วา่ กวีรตั นโกสนิ ทรไ์ ม่นยิ มแตง่ เร่อื งนอกขนบนยิ ม แตง่ อะไรกเ็ ลียนแบบ กวีเกา่ แมแ้ ตล่ กั ษณะคาประพนั ธ์กม็ ีการ
พยายามเลยี นแบบของเก่า เช่น พระยาตรังแตง่ โคลงกวีโบราณโดยยกตวั อย่างโคลงโบราณแล้วกแ็ ตง่ ตามแบบน้นั ๆ”

ตัวท่ีพมิ พส์ แี ดง เปน็ ใจความสาคัญของยอ่ หนา้ น้ี

๓) ใจความสาคญั อยู่ทา้ ยยอ่ หนา้
“ วรรณกรรมของศาสนาฮนิ ดู ประกอบไปดว้ ยรสทกุ รสคลกุ เคลา้ ประสมประสาน ปะปนกัน ถ้าจะ

เปรียบวรรณกรรมของฮินดู เปรยี บไดเ้ สมอื นป่าใหญซ่ ง่ึ เตม็ ไปด้วยพรรณไมน้ านาชนดิ เป็นไม้เลก็ บา้ งใหญ่บา้ งไมช้ นดิ ดมี ี
คา่ กม็ ี ไมไ้ ร้ค่ากม็ ี ไมแ้ ก่นไมก้ ระพ้ี ไม้มพี ษิ และไม้ทใ่ี ชเ้ ปน็ สมุนไพรก็มไี ม้เหลา่ น้ีขึ้นปะปนกนั ไปฉะนั้นบคุ คลทเี่ ปน็ สามัญ
ชนยอ่ มพจิ ารณาได้โดยยากนอกจากนกั พฤกษศาสตรเ์ ท่าน้ันทจี่ ะสามารถแยกแยะได้ว่าเปน็ ไมช้ นิดใด ดว้ ยเหตุน้ี
วรรณกรรมฮินดูจงึ มที ัง้ ดที ีส่ ุดและเลวรา้ ยทส่ี ดุ แลว้ แตผ่ ใู้ ดจะใชว้ ิจารณญาณเลือกสรรนามาใช้”

ตัวท่ีพิมพส์ แี ดง เปน็ ใจความสาคัญของย่อหน้านี้

๔) ใจความสาคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายย่อหน้า เช่น

“ บรรณานุกรมวรรณคดเี ปรียบเทยี บเป็นสอ่ื ทสี่ าคัญมาก มหี นา้ ที่รวมขา่ วสารและเผยแพรไ่ ป
ยงั นกั วรรณคดที กุ ชาติ เป็นเครือ่ งมอื ชิ้นที่จาเป็นอยา่ งยงิ่ สาหรบั ผูท้ ศ่ี ึกษาวชิ าวรรณคดีเปรียบเทยี บ ถึงแม้วา่ วชิ านี้
จะไมม่ ีกฎเกณฑท์ ี่แนน่ อนตายตวั แตก่ ย็ ังพอมีแนวทางทเ่ี ดินรว่ มกันได้ บรรณานกุ รมเหล่าน้ไี ดแ้ ยกทางเสน้ ท่ี
สาคญั ๆไวใ้ ห้เหน็ อย่างเดน่ ชัด รวมทั้งแนวทางยอ่ ยๆ ที่ตา่ ง ความคดิ เห็นกนั ซึ่งล้วนแตม่ ปี ระโยชนต์ อ่ การศึกษาและ
การตรวจสอบทงั้ น้นั ”

ตัวที่พมิ พ์สีแดง เปน็ ใจความสาคัญของย่อหนา้ น้ี

***การอา่ นจับใจความสาคัญนี้ ตอ้ งสังเกตประโยคใจความหลกั และ
ใช้การขดี เสน้ บนั ทกึ เรื่องราวย่อๆ ด้วยสานวนภาษาของเราเอง***

การอ่านตีความ

การอา่ นตคี วาม คือ การอ่านทผ่ี อู้ ่านจะต้องใช้สติปญั ญาตคี วามหมายของคาและข้อความทงั้ หมด โดยพจิ ารณาถงึ
ความหมายโดยนยั หรอื ความหมายแฝงทผี่ ู้เขยี นต้องการจะสือ่ ความหมาย ซง่ึ ทัง้ นีผ้ ้อู า่ นจะสามารถตคี วามหมายของ
คาสานวนไดถ้ กู ตอ้ งหรอื ไมน่ ั้นจาเปน็ ตอ้ งอาศยั เนื้อความแวดลอ้ มของขอ้ ความนั้นๆบางคร้งั ต้องอาศัยความรหู้ รอื
ประสบการณ์ปจั จุบันเป็นเครื่องชว่ ยตดั สนิ

การอา่ นตคี วามมีหลกั เกณฑใ์ นการอา่ นดงั น้ี
การอา่ นตีความอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ผ้อู ่านตอ้ งพจิ ารณาความหมายโดยอาศยั บรบิ ทน้าเสยี งของผเู้ ขียน
เจตคติ ภูมิหลงั ของเหตุการณ์ประกอบด้วย

ขอ้ ปฏบิ ตั ิในการอา่ นตคี วาม
- อ่านเรอ่ื งให้ละเอยี ดโดยพยายามจบั ประเดน็ สาคญั ของเรอื่ งใหไ้ ด้
- หาเหตุผลอย่างรอบคอบเพื่อพิจารณาว่ามีความหมายถงึ ส่ิงใด
- ทาความเขา้ ใจกบั ถ้อยคาทีไ่ ดจ้ ากการตคี วาม
- เรียบเรยี งถ้อยคาให้มีความหมายชัดเจนและมีเหตมุ ผี ลเป็นหลกั สาคญั
ตวั อยา่ งการอา่ นตีความ

“เหน็ ช้างขขี้ ี้ตามชา้ ง” ตีความไดว้ ่า จะทาอะไรควรดูฐานะของตน ไม่ควรเอาอย่างคนทีม่ ี
ฐานะดีกว่าเรา

การอา่ นอย่างมีวจิ ารณญาณ

๓. การอ่านอยา่ งมวี จิ ารณญาณ การอา่ นชนดิ นเี้ ป็นการอ่านที่คอ่ นข้างยาก เพราะตอ้ งใช้การหาเหตผุ ลมาใช้ใน
การวจิ ารณ์

ขอ้ ควรปฏิบัตใิ นการอ่านอยา่ งใชว้ จิ ารณญาณ
๓.๑ พจิ ารณาความหมายของข้อความทอ่ี า่ น
๓.๒ พิจารณาความต่อเน่ืองของประโยคว่ามีเหตุผลสอดรับกนั หรือไม่
๓.๓ พจิ ารณาความตอ่ เน่อื งของใจความหลักและใจความรอง
๓.๔ แยกแยะขอ้ เท็จจริงออกจากความคดิ เหน็ และความรู้สกึ
๓.๕ พิจารณาว่ามีความรเู้ นอ้ื หา หรือมคี วามคดิ แปลกใหมน่ ่าสนใจหรอื ไม่

การอ่านวิเคราะห์

๔. การอา่ นวิเคราะห์ การอา่ นชนิดน้ีเป็นการอ่านเพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เปน็ การแยกแยะทาความเขา้ ใจ
องค์ประกอบหรอื โครงสรา้ งของหนงั สือแต่ละประเภท

ข้อควรปฏิบัตใิ นการอา่ นวเิ คราะห์
๔.๑ ศกึ ษารปู แบบของงานประพันธ์วา่ เปน็ รูปแบบใด
๔.๒ แยกเนอ้ื เรือ่ งออกเปน็ ส่วน ๆ ให้เห็นวา่ ใครทาอะไร ทไี่ หน อย่างไร เมอื่ ไร
๔.๓ แยกพิจารณาแต่ละสว่ นใหล้ ะเอยี ดลงไปว่าประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
๔.๔ พจิ ารณากลวธิ ีในการนาเสนอ

การวเิ คราะหก์ ารอ่านจะตอ้ งคานงึ ถงึ รปู แบบ กลวิธใี นการประพนั ธ์ เนือ้ หาหรือเน้อื เรื่องและสานวนภาษา การอา่ น
วิเคราะห์ควรปฏิบตั ดิ ังตอ่ ไปนี้

- ดรู ปู แบบงานประพนั ธว์ า่ ใช้รปู แบบใด อาจเปน็ นทิ าน บทละคร นวนยิ าย เรอื่ งส้นั บทความ
บทละคร ฯลฯ

- แยกเน้ือเร่ืองเป็นส่วนๆให้เหน็ วา่ ใคร ทาอะไร ทไี่ หน เม่อื ไร อย่างไร
- พจิ ารณาแตล่ ะสว่ นให้ละเอยี ดลงไปว่าประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
- พจิ ารณาให้เหน็ ว่าผ้เู ขียนใช้กลวิธีเสนอเรอ่ื งอย่างไร

การอ่านเพอื่ ประเมินคณุ ค่า

๕. การอ่านเพ่ือประเมนิ คุณค่า การอ่านวธิ ีน้ี หมายถึงการที่ผอู้ ่านใชอ้ ารมณ์ความรู้สึกส่วนตวั ในการ
ประเมินค่างานเขียนซ่ึงอาจจะมีเร่ืองของอารมณ์และความรู้สึกส่วนตวั เขา้ ร่วมดว้ ย การประเมินคุณค่าท่ีดี
ตอ้ งปราศจากอารมณ์และในการประเมินคุณค่าน้นั ตอ้ งประเมินตามลกั ษณะของหนงั สือดว้ ย เช่น ถา้ เป็น
ตารา เอกสารทางวิชาการตอ้ งประเมินในเรื่องความรู้ การใชภ้ าษา ฯลฯ ถา้ เป็นหนงั สือสารคดีหรือ
บทความ ควรประเมินความคิดเห็นของผเู้ ขียน หรือหนงั สือพิมพต์ อ้ งประเมินจากความน่าเชื่อถือของข่าว
และอคติของผเู้ ขียน การอ่านประเมินค่า มีวธิ ีการอ่านดงั น้ี

๕.๑ พจิ ารณาความถูกต้องของภาษาจากเร่ืองทอ่ี า่ น ภาษาที่ไม่ถูกตอ้ งจะทาให้เกิดความคลาดเคล่ือนไปจาก
ความหมายท่ีแท้จริง ความถกู ต้องของภาษามหี ลายลกั ษณะ เชน่ การใช้คาผดิ ความหมาย การเรยี งคาใน
ประโยคผดิ การไม่ร้จู ักเวน้ วรรคตอน เป็นตน้ นบั เปน็ องคป์ ระกอบสาคญั ตอ่ การส่ือความหมาย
๕.๒ พจิ ารณาความตอ่ เนอื่ งของประโยค ว่าเป็นขอ้ ความทไี่ ปกนั ได้ ไม่ขัดแยง้ กัน หรือข้อความทีใ่ ห้
ความกา้ วหน้าแกก่ ัน หากขอ้ ความใดมีเนื้อหาสับสนวนุ่ วาย ไมเ่ ข้ากับหลักสามขอ้ นี้ใหถ้ ือว่าเป็นเรื่องท่ไี มค่ วร
อ่าน
๕.๓ พจิ ารณาความต่อเน่อื งของความหมาย ความหมายทีต่ อ่ เนื่องต้องมีแกนหลกั ในการเชือ่ มโยง
ความหมาย เชน่ การเขยี นชีวประวัติ อาจใช้ชว่ งเวลาของชีวติ เปน็ แกนหลัก เป็นต้น

๕.๔ อ่านแลว้ ตอ้ งแยกข้อเท็จจรงิ ออกจากความคิดเห็น และความร้สู ึก จากเรอื่ งที่อา่ นดงั ตัวอยา่ ง เชน่
“ประเทศหนึ่งๆตา่ งมรี ะบอบการปกครองแตกตา่ งกนั ออกไป ประเทศรสั เซียไดช้ ือ่ ว่าเปน็ ประเทศท่ี

ปกครองด้วยระบบสงั คมนิยม ไมม่ ศี าสนา ไมม่ ีพระมหากษัตริย์ ถ้าขา้ พเจา้ ตอ้ งมชี วี ติ อยูท่ ีน่ ่ันคงจะอึดอดั ใจมิใช่นอ้ ย
เพราะขา้ พเจา้ ถอื วา่ ท้ังสองสถาบันนีค้ ือ ศูนยร์ วมจิตใจของทกุ คน”

ข้อเทจ็ จริง - ประเทศหนงึ่ ๆตา่ งมรี ะบอบการปกครองของตนเองไม่เหมือนประเทศอ่นื ประเทศ
รสั เซยี มกี ารปกครองตามระบอบสังคมนิยม ไม่มศี าสนา ไม่มพี ระมหากษตั ริย์

ความรู้สึก – ถา้ ขา้ พเจา้ ต้องมชี วี ิตอยทู่ ่ีนน่ั คงจะอดึ อดั ใจมิใช่นอ้ ย
๕.๕ พิจารณาดูความสัมพนั ธ์ของหลักการและตวั อยา่ ง วา่ มคี วามจรงิ เพียงไร สมเหตุผลหรอื ไม่ ก่อนท่จี ะเชอ่ื ใน
เรอ่ื งทีอ่ ่านนน้ั
๕.๖ ประเมนิ ข้อเท็จจรงิ ความคิดเหน็ และความรู้สึก วเิ คราะห์ความเปน็ ไปในความคิดของผู้เขียน กับความคิดเหน็
สว่ นตวั ของเรา ผลลพั ธแ์ หง่ การประเมินน้นั จะเปน็ ความคดิ สร้างสรรคใ์ ห้กับเราหรอื ไม่

สรปุ การอา่ น มคี วามสาคัญทงั้ ดา้ นการศึกษา การงานและชวี ติ ส่วนตัว ผู้อา่ นท่ดี คี วรตั้งวัตถุประสงค์ในการอา่ น
ให้ชัดเจน เข้าใจกระบวนการอา่ น เพราะการอา่ นมใิ ชแ่ ต่เพยี งเข้าใจความหมายของคา อ่านคาถกู ออกเสยี งได้
ถกู ตอ้ งเทา่ นนั้ แต่การอา่ นสามารถทาให้ผอู้ า่ นประสบความสาเร็จในชีวิตการเรียน การทางาน สามารถนาสิ่งที่
ไดร้ บั จากการอา่ นไปใช้ในชวี ิตประจาวันเพ่อื พฒั นาตนเอง และประเทศชาติตอ่ ไป การอา่ นนั้นมิใช่เป็นพรสวรรค์
แตเ่ กดิ จากการฝกึ ฝนและการเรยี นรู้ ดังนัน้ จึงไม่ควรท้อถอย ผอู้ ่านควรตงั้ ใจไว้เสมอวา่ การอา่ นมีประโยชนท์ าให้
รูเ้ ท่าทันโลก และเหตกุ ารณ์ สรา้ งบคุ ลิกภาพให้เป็นคนมีความเชือ่ มั่นในตนเอง ซ่ึงเป็นสง่ิ สาคญั ในปัจจุบันนอ้ี ีก
ด้วย

แหล่งขอ้ มูล https://sites.google.com/site/phasathiykabkarchi/kha-xthibay-raywicha


Click to View FlipBook Version