หลักสูตรการฝึกอบรม
“การย้อมผ้าไหมด้วยสี
ธรรมชาติ”
สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ห ลั ก สู ต ร ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม
“การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติ”
สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับ
วิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่สมัยอดีต ซึ่งวัตถุดิบที่นํามาสกัดเป็นสีย้อมหาได้
ง่ายในชุมชน เช่น ใบไม้ ดอกไม้ เปลือกไม้ และแก่นไม้ เป็นต้น ที่จะให้สีสันที่
แตกต่างกันไป เหล่านี้ล้วนแต่ได้จากแหล่งที่สามารถสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้
ดังนั้นจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยและไม่เกิดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม
อีกทั้งยังเป็นการลดการใช้สีสังเคราะห์ที่มีสารตั้งต้นเป็นสารเคมีอันตราย
หลายชนิด ส่งผลให้สีย้อมสังเคราะห์มีความเป็นพิษ ซึ่งยากต่อการสลายตัว
ทางชีวภาพ อีกทั้งสินค้าที่ผลิตจากผ้าที่ย้อมด้วยสีธรรมชาตินั้นกําลังเป็นที่
นิยมต่อคนทุกกลุ่ม เนื่องจากกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สินค้า
เป็นที่ต้องการต่อตลาดผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และทําให้ราคาสินค้าประเภท
นี้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น คณะผู้ดําเนินงาน เล็งเห็นถึงสภาพปัญหาดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่
สําคัญ จึงได้ดําเนินงานการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต โครงการ
พัฒนาทักษะชีวิต การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมี
ความรู้ความเข้าใจ เกิดทักษะสามารถนําไปต่อยอดสร้างรายได้ในครัวเรือน
การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติ และเป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาท้องถิ่น
ตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน โดยการสร้างงาน
สร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพอิสระ และเพิ่มพูนทักษะเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพ
บนพื้นฐานของการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้แก่บุคลากรใน
ท้องถิ่น ส่งผลให้มีการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนตามนโยบายของภาค
รัฐอันเป็นรากฐานสําคัญของการพัฒนาประเทศ
สารบัญ หน้า
เรื่อง 3
5
หลักสูตรการฝึกอบรม 5
เนื้อหาการฝึกอบรม 5
6
ความหมายและความสำคัญของเส้นไหม 8
ลักษณะสำคัญของเส้นไหม 9
ประเภทของเส้นไหม 12
การย้อมไหมด้วยสีจากธรรมชาติ 13
วิธีการย้อมไหมจากสีธรรมชาติ 14
15
บรรณาณุกรม
แบบทดสอบ
เฉลยแบบทดสอบ
ประวัติวิทยากร
3
ห ลั ก สู ต ร ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม
“การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติ”
สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วัตถุประสงค์โครงการ
1. เป็นหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้หลัก และนําไป
ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง
2. เน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับช่องทางการประกอบ
อาชีพ ทักษะการทําผ้าไหม
3. มุ่งให้ผู้เข้าอบรมนําความรู้ประสบการณ์ทักษะไปประยุกใช้ในชีวิตประจํา
วัน หรือประโยชน์ในการประกอบอาชีพ
4. เน้นการนําวัสดุเหลือใช้ในชุมชนมาประยุกต์ใช้
5. มุ่งปลูกฝังให้ผู้เข้าอบรมมีนิสัยรักการทํางาน
ระยะเวลาของหลักสูตร
ฝึกอบรมภาคทฤษฎีจำนวน 3 ชั่วโมง
ฝึกอบรมภาคปฏิบัติจำนวน 4 ชั่วโมง
คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
1. ผู้ที่ว่างงาน
2. ผู้ที่มีอาชีพและต้องการพัฒนาอาชีพ
3. ผู้ที่สนใจในการทําผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติ
ระยะเวลาของหลักสูตร
4
เนื้อหาวิชา ประกอบด้วยวิชาหลัก ดังนี้
1. ไหม
วัตถุประสงค์ รู้ความหมาย ความสําคัญ ลักษณะ ประเภท
คำอธิบายรายวิชา ศึกษาความหมาย ความสําคัญ ลักษณะ ประเภท
2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการย้อมผ้าไหม
วัตถุประสงค์ วิธีการย้อมผ้าไหม และกระบวนการย้อมผ้าไหม
คำอธิบายรายวิชา ศึกษาวิธีการย้อมผ้าไหม และกระบวนการย้อมผ้าไหม
3. การวัดและประเมินผล
3.1 แบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรม
3.2 ประเมินความรู้ ความสามรถและศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้รับ
การฝึกอบรม
ผู้จัดทำหลักสูตร
1. นางสาวสุมิตรา พะเนิกรัมย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาสังคมศึกษา
ลงชื่อ ......................................................... ผู้ขออนุมัติหลักสูตร
( นางสาวสุมิตรา พะเนิกรัมย์ )
ลงชื่อ ......................................................... ผู้อนุมัติหลักสูตร
( อาจารย์ภัทระ อินทรกำแหง )
อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา
เนื้อหาการอบรบหลักสุตร 5
ความหมายและความสำคัญ
ไหมเป็นเส้นใยโปรตีนธรรมชาติ มีความเหนียว ทนทาน และมันวาว
สามารถนำไปใช้ทอเป็นผืนผ้าได้อย่างงดงาม ไหมที่พบได้ทั่วไปส่วนมากมา
จากตัวอ่อนของตัวไหมหรือผีเสื้อไหมมัลเบอรรีชนิดที่เรียกว่า Bombyxmori
ซึ่งชักใยออกมาพันรอบตัวขณะเป็นดักแด้ก่อนจะเจาะออกมาเป็นผีเสื้อตัวเต็ม
วัย การดึงเส้นไหมออกจากดักแด้ หรือปลอกไหม เรียกว่า การสาวไหม ความ
เงามันวาวของเส้นไหมนั้น มาจากคุณสมบัติของโครงสร้างที่คล้ายปริซึม
สามเหลี่ยมของเส้นใยนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ผ้าไหม (ผ้าที่ทอจากเส้นไหม) จึงมี
ความมัน สะท้อนแสงเป็นประกายวับวาวจากมุมต่าง ๆ ที่ทำให้สะท้อนออก
เป็นสีต่างๆ
ลักษณะสำคัญของเส้นไหม
ไม่ทนต่อกรด ทนด่าง สวมใส่สบาย เหมาะกับทุก
และสารเคมีอื่น ๆ สภาพอากาศ
เนื้อผ้ามีความหนา เส้นใยเหนียวมาก ดูดความชื้นได้ดี
แน่นน้อย น้ำหนักเบา) ทนทาน แต่ดูแลรักษายาก
6
ประเภทของเส้นไหม
ในการสาวไหม ชาวบ้านจะทำการสาวไหมโดยการแยกเปลือกรังชั้นนอกและ
ชั้นใน ทำให้ได้เส้นไหม ประเภทต่าง ๆ คือ
1. เส้นไหมหลืบ หรือไหมเปลือก
เป็นเส้นไหมที่ได้จากรังไหมชั้นนอก รวมทั้งปุยไหม นิยมใช้เป็นเส้น
พุ่งในการทอผ้าและพิธีกรรมต่าง ๆ ลักษณะเส้นไหมจะใหญ่มาก มีปุ่มปม
และเนื้อหยาบแข็ง เนื่องจากมีกาวไหมเยอะ เมื่อสาวเอาไหมหลืบออกจากรัง
ไหมแล้วจะตักรังไหมออกจากหม้อต้มมาพักไว้ก่อน จากนั้นจึงจะนำรังไหม
นั้นไปสาวเอาไหมน้อย หรือไหมเครือต่อไป
2. เส้นไหมสาวเลย หรือเส้นไหมรวด
เป็นเส้นไหมที่ได้จากการสาวควบกันทั้งปุยและเส้นใยส่วนนอกของรัง
ไหมไปจนถึงเส้นใยส่วนในของรังไหมให้เสร็จในคราวเดียวไม่แบ่งชั้นของไหม
เส้นไหมที่สาวได้จึงมีทั้งส่วนที่เป็นไหมหลืบและไหมน้อยรวมอยู่ด้วยกัน เส้น
ไหมจึงไม่เรียบ หยาบ และมีขนาดไม่สม่ำเสมอ แต่ถ้าผู้สาวไหมที่มีชำนาญมาก
จะสาวได้เส้นไหมที่สม่ำเสมอดีเกือบเท่าไหมน้อยเลย ไหมสาวเลยนี้ปัจจุบันไม่
เป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเมื่อนำมาทอเป็นผ้าจะได้ผ้าไหมที่ไม่สวยเรียบ
เหมือนไหมน้อย
7
3. เส้นไหมน้อย หรือไหมเครือ หรือไหมยอด
เป็นเส้นไหมที่ได้จากเปลือกรังไหมชั้นในหลังจากสาวเอาไหมหลืบหรือไหม
เปลือกออกไปแล้ว การสาวเอาไหมน้อยนั้นจะต้องเปลี่ยนน้ำต้มก่อนจึงนำรัง
ไหมลงต้ม เส้นไหมที่ได้จะมีลักษณะเส้นเรียบ ขนาดสม่ำเสมอ สีสม่ำเสมอ รวม
ตัวกลม สะอาดไม่มีสิ่งปลอมปน นุ่มมือเมื่อสัมผัส นิยมใช้เป็นเส้นยืนในการทอ
ผ้า เมื่อทอเป็นผืนผ้าแล้วเนื้อผ้าจะนุ่ม เรียบ มีความเลื่อมมันของเส้นไหมใน
ระดับดีมาก มีความนุ่มนวลดี เส้นไหมมีความเหนียวสามารถนำมาทำเป็นเส้น
ยืนและเส้นพุ่งได้ ระดับความสม่ำเสมอของสี ดีสีเส้นไหมเป็นสีเหลืองทอง
4. เส้นไหมแลง
เป็นเส้นไหมที่อยู่เปลือกรังไหมชั้นในสุดจนเกือบจะถึงตัวดักแด้ เส้นไหม
จะมีขนาดเล็ก นิยมนำไปทอเป็นผ้าขาวม้า ที่เรียกว่า ไหมแลง เนื่องจาก สมัย
ก่อนการสาวไหมนั้นชาวบ้านจะนิยมทำในตอนเช้า เมื่อสาวเอาไหมน้อยไปแล้ว
แต่ยังเห็นว่าพอจะสาวเอาเส้นไหมออกจากรังไหมได้อีก ก็จะนำรังไหมนั้นมา
ต้มและสาวเอาเส้นไหมอีก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นหรือยามแลงของวัน
ที่สาวแล้ว จึงเรียกว่า ไหมแลง
8
การย้อมไหมด้วยสีจากธรรมชาติ
การย้อมสีจากธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่ได้มาจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น
เปลือก ใบ ผล ลำต้น แก่น และรากไม้ ซึ่งจะมีกรรมวิธีในการเตรียมน้ำย้อมสี
และวิธีการย้อมสีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและส่วนที่นำมาใช้ในการ
ย้อมสี แต่ละชนิดได้สีดังนี้
สีแดง สีเขียว
ดินลูกรัง ครั่ง เปลือกมะพร้าวแก่ เปลือกต้นเพกา ใบขี้เหล็ก ใบข้าว
คำแสด เปลือกงิ้วผา
สีน้ำตาล
สีเหลือง
เปลือกประดู่ ผลคูน
ประโหด ขมิ้น เข
สีชมพู
สีดำ
เปลือกงิ้วผา เปลือกลูกมะพร้าวสด
มะเกลือ เหง้ากล้วย ลูกกระบก
สีเทา
ลูกกระบก ขี้เถ้า หรือโคลน
9
วิธีการย้อมไหมจากสีธรรมชาติ
สีเหลืองจากขมิ้น
สีเหลืองจากขมิ้น วิธีการย้อมสีขมิ้น ดังนี้
1. เตรียมน้ำประมาน 1 ลิตร ต่อไหม 1 กิโลกรัม
2. เตรียมขมิ้นประมาณ 1 กิโลกรัม
3. เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ขมิ้นที่ต้องการย้อมลง (แน่นอนว่าต้องบดหรือทำให้
แตกออกจากกันก่อน สีถึงจะออก) แล้วคนให้เข้ากันกับน้ำในหม้อ
4. นำไหมมาจุ่มลงไปในหม้อ ประมาณ 30 นาที สีจากขมิ้นก็จะติดกับ
เส้นไหมเป็นสีเหลือง
5. แล้วนำเส้นไหมที่ย้อมแล้วไปตากให้แห้ง ก็จะได้สีเหลืองเหมือนเนื้อ
ขมิ้น จะได้สีที่เป็นเงางาม ติดทนมากกว่าสีเคมี
10
ม่วงอมน้ำตาลจากผลคูณ
สีม่วงอมน้ำตาลจากผลคูณ วิธีการย้อมสีขมิ้น ดังนี้
1. เตรียมผลคูน (ผลสีดำ ไม่แห้งเกินไป) ประมาณ 2 กิโลกรัม
2. เตรียมน้ำเปล่า ประมาณ 1 ลิตรต่อไหม 1 กิโลกรัม
3. ทุบผลคูนให้แตกออกจากกัน แล้วนำไปต้มกับน้ำที่เดือด น้ำนั้นจะดู
เหมือนเป็นสีดำ
4. นำเส้นไหม 1 กิโลกรัม ใส่ลงไปในหม้อ ต้มประมาณ 1 ชั่วโมง สีก็จะ
ติดกับเส้นไหม
5. แล้วเอาไหมที่ต้มในน้ำเดือดขึ้นมาตากให้แห้ง (เก็บเศษเปลือกผลคูน
ออกด้วย) เมื่อแห้งแล้วจะได้สีม่วงอมน้ำตาลหรือสีน้ำตาล จะได้สีที่
เป็นเงางาม สีติดทนมากกว่าสีเคมี
11
สีน้ำตาลแดงจากเปลือกมะขาม
สีน้ำตาลแดงจากเปลือกมะขาม วิธีการย้อมสีขมิ้น ดังนี้
1. เตรียมเปลือกมะขามประมาณ 3 กิโลกรัม
2. เตรียมน้ำเปล่าประมาณ 2 ลิตรต่อไหม 1 กิโลกรัม
3. เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เปลือกมะขาม 3 กิโลกรัม ลงไปในหม้อทันที รอ
จนกว่าสีของเปลือกมะขามจะออก
4. เมื่อสีของมะขามออกแล้ว เป็นสีแดงๆน้ำตาลๆ เข้มแล้ว ให้นำเปลือก
มะขามออกก่อน
5. แล้วนำไหม 1 กิโลกรัม จุ่มลงไปในหม้อ รอจนสีติด ประมาณ 1
ชั่วโมง สีก็จะติดไหม
12
บรรณาณุกรม
"ไหม". สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565. จาก https://th.wikipedia.org.
"ประเภทเส้นไหม". สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565. จากhttps://qsds.go.th.
"การย้อมไหมด้วยสีจากธรรมชาติ". สืบค้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565.
จาก https://sites.google.com › site › pha-him-mad-hmi.
13
แบบทดสอบ
คำชี้แจง ให้เลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การย้อมผ้าไหมแบ่งได้กี่ประเภท 8. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีแดงๆน้ำตาลๆ
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ควรใช้พืชชนิดใด
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท ก. ประโหด ข. คลั่ง
2. เส้นไหมมีกี่ประเภท ค. ขมิ้น ง. เปลือกมะขาม
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท 9. จากรูปภาพดังกล่าว เป็นการย้อมโดยใช้พืช
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท ชนิดใด
3. การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติมีกี่ขั้นตอน
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท
4. ข้อควรระวังในการย้อมสีธรรมชาติมีกี่ข้อ ก. ใบฝรั่ง
ก. 10 ข้อ ข. 11 ข้อ ข. เปลือกลูกมะพร้าวสด
ค. 12 ข้อ ง. 13 ข้อ ค. ลูกกระบก
5. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีเหลืองควรใช้ ง. เข
10. จากรูปภาพดังกล่าวเป็นพืชชนิดใด และให้สีอะไร
พืชชนิดใด
ก. เปลือกต้นเพกา ข. ขมิ้น
ค. มะเกลือ ง. เปลือกประดู่
6. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีดำควรใช้พืช
ชนิดใด ก. เปลือกประดู่ ตรึงด้วยสารส้มได้สีน้ำตาล
ข. ขมิ้น ให้สีเหลือง
ก. ใบข้าว ข. ผลคูณ ค. คำแสด ให้สีแดงส้ม
ง. เปลือกงิ้วผา ให้สีแดง สีชมพูอ่อน
ค. มะเกลือ ง. ประโหด
7. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีแดงควรใช้พืช
ชนิดใด
ก. ครั่ง ข. ใบข้าว
ค. ผลคูน ง. มะเกลือ
14
เฉลยแบบทดสอบ
คำชี้แจง ให้เลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1. การย้อมผ้าไหมแบ่งได้กี่ประเภท 8. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีแดงๆน้ำตาลๆ
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ควรใช้พืชชนิดใด
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท ก. ประโหด ข. คลั่ง
2. เส้นไหมมีกี่ประเภท ค. ขมิ้น ง. เปลือกมะขาม
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท 9. จากรูปภาพดังกล่าว เป็นการย้อมโดยใช้พืช
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท ชนิดใด
3. การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติมีกี่ขั้นตอน
ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท
ค. 2 ประเภท ง. 1 ประเภท
4. ข้อควรระวังในการย้อมสีธรรมชาติมีกี่ข้อ ก. ใบฝรั่ง
ก. 10 ข้อ ข. 11 ข้อ ข. เปลือกลูกมะพร้าวสด
ค. 12 ข้อ ง. 13 ข้อ ค. ลูกกระบก
5. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีเหลืองควรใช้ ง. เข
10. จากรูปภาพดังกล่าวเป็นพืชชนิดใด และให้สีอะไร
พืชชนิดใด
ก. เปลือกต้นเพกา ข. ขมิ้น
ค. มะเกลือ ง. เปลือกประดู่
6. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีดำควรใช้พืช
ชนิดใด ก. เปลือกประดู่ ตรึงด้วยสารส้มได้สีน้ำตาล
ข. ขมิ้น ให้สีเหลือง
ก. ใบข้าว ข. ผลคูณ ค. คำแสด ให้สีแดงส้ม
ง. เปลือกงิ้วผา ให้สีแดง สีชมพูอ่อน
ค. มะเกลือ ง. ประโหด
7. ถ้าเราต้องการย้อมไหมให้เป็นสีแดงควรใช้พืช
ชนิดใด
ก. ครั่ง ข. ใบข้าว
ค. ผลคูน ง. มะเกลือ
15
ประวัติวิทยากร
นางสาวสุมิตรา พะเนิกรัมย์
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
เบอร์ 0643973614
Line 0643973614
FB สุมิตรา พะเนิกรัมย์
Gmail [email protected]