The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แหล่งท่องเที่ยว สันป่าตอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peeraya, 2023-09-01 00:37:00

แหล่งท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยว สันป่าตอง

แหล่ล่ ล่งล่ ท่ท่ ท่ อ ท่ องเที่ที่ ที่ยที่ ว สัสั สั น สั นป่ป่ป่ า ป่ าตอง


อ่างเก็บน้ำ หนองสะเรียม เป็นอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งน้ำ ทางการ เกษตรและแหล่งประมงที่สำ คัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตแบบพอเพียงแก่ราษฏรบ ริเวณใกล้เคียง ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการที่เกี่ยวของ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีพื้นที่ประมาณ 178 ไร่ โดยมีเกาะกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ เทศบาลตำ บลยุหว่า เป็นสถานที่พักผ่อน และออกกำ ลังกาย ที่ตั้ง บ้านต้นผึ้ง หมู่ 9 ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ


หนอง สะ เรียม 2


เก๊า ก๊ไม้ล ม้ านนา สัน สั ป่า ป่ ตอง


ร้านอาหารที่นี่ปิดตอนห้าโมง ครัวปิด 16.30


ห้องละ 800 ของเก๊าไม้ล้านนา ภายในห้องพักก็มีสิ่งอำ นวยความ สะดวกอย่างครบครัน ทั้งเตียงนอน ขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำ ในตัว และ โซนนั่งพักผ่อน แบบคลาสสิค ให้ทุก คนในครอบครัวได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยสำ หรับการมาพักผ่อนที่นี่ นั่นก็คือการเดินหามุมถ่ายรุปสวยๆ ทั่วทั้งรีสอร์ท เพราะ ที่นี่ถือว่าเป็นโลเคชันที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามมากๆ มีคาเฟ่ไว้ให้บริการด้วย ใครไม่ได้มาพักค้างแรมก็ สามารถแวะมาชิลหามุมถ่ายรูปสวย ที่คาเฟ่กันได้เช่นกัน


เวีย วี ง ท่า กาน


วียวีงท่ากาน แหล่งโบราณคดีเดีวียวีงท่ากาน ตั้งตั้อยู่ที่ยู่ ที่ บ้าบ้นท่ากาน ตำ บลบ้าบ้นกลาง อำ เภอสันสั ป่าป่ตอง จังจัหวัดวัเชียชีงใหม่ ทิศเหนือนืติดกับบ้าบ้นพระเจ้าจ้ทองทิพย์ ทิศใต้ ติดกับบ้าบ้นสันสักะวาน ทิศตะวันวัออก ติดกับบ้าบ้นหนองข่อข่ย ทิศตะวันวัตก ติดกับบ้าบ้ต้นกอก และบ้าบ้นต้นแหนหลวง


ลักษณะทั่วทั่ ไป เวียวีงท่ากาน มีลัมี ลักษณะเป็นป็เมือมืงรูปรูสี่เ สี่ หลี่ยมผืนผืผ้าผ้ขนาดกว้าว้ง ๔๖๐ x ๗๔๐ เมตร ความกว้าว้งของคูน้ำคูน้ำประมาณ ๘ เมตร สภาพคูน้ำคูน้ำคันดินดิล้อมรอบเป็นป็เขต เมือมืงนั้นนั้ยังยัมีสมีภาพตื้นเขินขิเหลือสภาพแนวคูน้ำคูน้ำคันดินดิ ให้เห้ห็นห็๓ ด้าด้น บริเริวณรอบ เมือมืงโบราณมีสมีภาพเป็นป็เนินนิสูงสูกว่าว่ที่นาโดยรอบ หลักฐานที่พบ ๑. เจดีย์ดีทย์รงมณฑป ฐานสี่เ สี่ หลี่ยม ย่อย่มุมไม้สิม้บสิหก ก่ออิฐก่อดินดิฉาบปูน กว้าว้ง ประมาณ ๓.๕ เมตร ส่วส่นยอดเจดีย์ดีพัย์งพัความสูงสูของเจดีย์ดีที่ย์ ที่ เหลือประมาณ ๓ เมตร ตัวเจดีย์ดีถูย์กถูลักลอบขุดเป็นป็ โพรง ๒. เป็นป็ โบราณสถาน อยู่ทยู่างทิศตะวันวัออกเฉียงเหนือนืของเจดีย์ดีห่ย์าห่งประมาณ ๒๐ เมตร ขนาดประมาณ๖.๘ x ๘ เมตร พื้นพื้ที่เนินนิ ปกคลุมลุด้วด้ยต้นไม้แม้ละวัชวัพืชพืพบ แนวอิฐส่วส่นฐานวางตัวตามทิศตะวันวัออก - ตะวันวัตก ยาวประมาณ ๔ เมตร สูงสู ประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ๓. ศิลปวัตวัถุที่ถุที่ พบตามบริเริวณเจดีย์ดี ย์ส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็พระพิมพิพ์ดิพ์นดิเผา ที่เรียรีกชื่อชื่ว่าว่ พระแผง(หรือรืกำ แพงห้าห้ร้อร้ย) พระสาม พระสิบสิสอง พระบัวบัเข็มข็พระคง พระเลี่ยง หลวง พระสามใบโพธิ์ พระร่มร่ โพธิ์ ซึ่งซึ่เป็นป็วัตวัถุที่ถุที่ มีรูมีปรูลักษณะศิลปกรรมของสมัยมัหริ ภุญภุไชย นอกจากนี้ก็ นี้ ก็พบมูยาสูบสู (กล้องยาสูบสู ) ตุ้มตุ้ตาชั่งชั่สัมสัฤทธิ์ ตุ้มตุ้แห ชามเวียวีง กาหลง คอสิงสิห์ดิห์นดิเผา ศิลปวัตวัถุที่ถุที่ สำ คัญอีกชิ้นชิ้หนึ่งนึ่คือ โถลายครามจีนจีสมัยมั ปลาย ราชวงศ์หยวน ขนาดสูงสูประมาณ ๓๘ เซนติเมตร เส้นส้ผ่าผ่ศูนย์กย์ลางตรงกลางโถ ประมาณ ๓๒ เซนติเมตร เส้นส้รอบวงประมาณ ๑๐๖เซนติเมตร มีหูมีเหูล็ก ๆ เป็นป็รูปรู มังมักร


การเดินดิทางจากตัวจังจัหวัดวัเชียชีงใหม่ ใช้เช้ส้นส้ทางสายเชียชีงใหม่-ม่ฮอด เป็นป็ระยะทางประมาณ 34 ก.ม. จนถึงทางแยกเข้าข้บ้าบ้นท่ากานบริเริวณปากท่างบ้าบ้นทุ้งทุ้เสี้ย สี้ ว เป็นป็ระยะทางเข้าข้ไปประมาณ 2 ก.ม. โดยผ่าผ่นพื้นพื้ที่บ้าบ้นต้นกอกสภา เมือมืงเก่าเวียวีงท่ากานมีลัมี ลักษณะเป็นป็เมือมืงรูปรูสี่เ สี่ หลี่ยมผืนผืผ้าผ้ยาว และมีกำมี กำแพงดินดิหรือรืคันดินดิล้อมรอบ 2 ชั้นชั้ ปัจจุบันบัเหลือแนวคูน้ำคูน้ำคันดินดิ ให้เห้ห็นห็ 3 ด้าด้นยกเว้นว้ด้าด้น ทิศใต้ ตัวเมือมืงโบราณมีสมีภาพเป็นป็เนินนิสูงสูพื้นพื้ โดยราบเป็นป็ที่ราบลุ่มลุ่ห่าห่งจากลำ น้ำ ปิงปิ ประมาณ 3 ก.ม. ทางทิศตะวันวัออกมีลำมี ลำน้ำ แม่ขม่านไหลผ่าผ่นห่าห่งจากตัวเมือมืง เวียวีงท่ากานประมาณ 2 ก.ม. นอกจากนี้ยั นี้ งยัมีลำมี ลำเหมือมืง(ลำ ห้วห้ย) สายเล็กๆ ชักชัน้ำ จากน้ำ แม่ขม่านมายังยัคูเคูมือมืงทางทิศใต้และยังยัมี ลำ เหมือมืงขนาดเล็ก ชักชัน้ำ เข้าข้มาใช้ภช้ายในเมือมืงทางทิศตะวันวัออก ซึ่งซึ่สันสันิษนิฐานว่าว่คงเป็นป็ระบบ ชลประทาน ที่สืบสืเนื่อนื่งมาตั้งตั้แต่สมัยมั โบราณ สภาพภายใต้ในตัวเมือมืงเดิมดิเป็นป็ ป่าป่ทึบต่อมามีกมีารโค่นต้นไม้ใม้หญ่หัญ่กหัล้างพื้นพื้ถางโพรงเพื่อพื่ทำ เป็นป็ที่อยู่อยู่าศัยพื้นพื้ที่บริเริวณชายเนินนิที่เป็นป็ที่นาทั้งทั้หมด ปัจจุบันบับ้าบ้นเรือรืนราษฎรส่วส่นใหญ่ตั้ญ่ ตั้งตั้อยู่ใยู่น ตัวเมือมืงชาวบ้าบ้นท่ากานส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็พวกชาวยองที่อพยพเข้าข้มาอยู่ตั้ยู่ ตั้งตั้แต่สมัยมัพระเจ้าจ้กาวิลวิะ ปกครองเมือมืง เชียชีงใหม่คม่นส่วส่นใหญ่พูญ่พูดภาษายอง คำ ว่าว่ “ท่ากาน” ชาวบ้าบ้นเล่าว่าว่มาจากคำ ว่าว่ “ต๊ะก๋า” ในตำ นานเล่าว่าว่เมื่อมื่ก่อน นี้มี นี้ กมีาเผือผืกตัว ใหญ่จญ่ะบินบิลงที่นี้ช นี้ าวบ้าบ้นกลัวว่าว่เมื่อมื่บินบิลงมาจะทำ ให้เห้กิดความเดือดืดร้อร้น ในหมู่บ้มู่าบ้นจึงจึพากันไล่กา หรือรืต๊ะก๋าไม่ใม่ห้มห้าลงก็เลยเรียรีกต่อกันมาว่าว่บ้าบ้นต๊ะก๋า ต่อมาเมือมืประมาณพ.ศ.2450 จ้าจ้อาวาสวัดวั ท่ากานได้เด้ปลี่ยนชื่อชื่ ใหม่เม่ ป็นป็บ้าบ้นท่ากาน เนื่อนื่งจากคำ ว่าว่บ้าบ้นต๊ะก๋า ไม่เม่ ป็นป็ภาษาเขียขีน จากหลักฐานทางด้าด้นเอกสารและตำ นานหลายฉบับบัเช่นช่ตำ นานมูลศาสนา พงศาวดารโยนกและ ตำ นานพื้นพื้เมือมืงเชียชีงใหม่กม่ล่าวโดยรวมไว้ว่ว้าว่เมือมืงท่ากาน เป็นป็เมือมืงที่มีปมีระวัติวั ติเกี่ยวกับนิยนิาย ปรัมรั ปราทางพุทธศาสนากล่าวถึงพระพุทธเจ้าจ้ว่าว่เคยเสด็จด็มาที่เมือมืงนี้ เมื่อมื่มาถึงยุคล้านนา และ จากการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี ได้พด้บโบราณวัตวัถุศิถุศิลปกรรมแบบหริภุริญภุไชยจำ นวนมาก เช่นช่ พระพิมพิพ์ดิพ์นดิเผาแบบต่าง ๆ พระพุทธรูปรูดินดิเผา เป็นป็หลักฐานที่ยืนยืยันยัว่าว่ชุมชนแห่งห่นี้นั นี้ บนัถือพุทธ ศาสนามาตั้งตั้แต่ พุทธศตวรรษที่ 17 – 18 ส่วส่นโบราณสถานที่พบ ส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็สถาปัตยกรรม แบบล้านนาที่กำ หนดอายุสมัยมัระหว่าว่งพุทธศตวรรษที่ 20-22 แสดงถึงการอยู่อยู่าศัยสืบสืเนื่อนื่งกันมา โดยตลอด แม้ใม้นสมัยมัที่อยู่ภยู่ายใต้การปกครองของพม่าม่ภายหลังที่เชียชีงใหม่พ่ม่าพ่ยแพ้แพ้ก่พระเจ้าจ้บุ เรงนอง ในปี พ.ศ. 2101


https://www.google.com/search? q=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%88%E 0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99&tbm=isch&ved=2ahUKEwjA5- PrxIiBAxUX5zgGHaQ7BN4Q2- cCegQIABAA&oq=%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97 %E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99&gs_lcp=CgNpbWcQAzIECCMQJ zIFCAAQgAQyBggAEAUQHjIHCAAQGBCABDIHCAAQGBCABDIHCAAQGBCABDIHCAAQGBCABDIHC AAQGBCABDIHCAAQGBCABDIHCAAQGBCABDoHCCMQ6gIQJzoICAAQgAQQsQM6BAgAEAM6CAg AELEDEIMBOgoIABCKBRCxAxBDOgsIABCABBCxAxCDAToJCAAQGBCABBAKUIAIWKVdYN1haARw AHgCgAGRAYgByhWSAQQyOS4zmAEAoAEBqgELZ3dzLXdpei1pbWewAQrAAQE&sclient=img&ei =kGPxZMDfE5fO4-EPpPeQ8A0&bih=895&biw=1280&client=firefox-b-e#imgrc=tF2HfFHtXVw-kM แหล่งอ้างอิง https://www.museumthailand.com/th/3895/ storytelling/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B 8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%97% E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8 %B2%E0%B8%99/ https://www.google.com/search? q=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B 0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1&tbm=isch&v ed=2ahUKEwiP3JiBxYiBAxUeXmwGHdgXDZwQ2- cCegQIABAA&oq&gs_lcp=CgNpbWcQARgHMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIx DqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqA hAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnOgUIABCABDoGCAAQBRAeOgcIABAYEIAEOgQ IIxAnUJAGWJANYMMqaAFwAHgCgAGXAYgBpQiSAQM4LjOYAQCgAQGqAQtnd3 Mtd2l6LWltZ7ABCsABAQ&sclient=img&ei=vWPxZM-JDp68seMP2K04Ak&bih=895&biw=1280&client=firefox-b-e https://www.google.com/search? q=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0% B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99% E0%B8%B2&tbm=isch&ved=2ahUKEwiS1f_JyoiBAxUyoekKHenHBCkQ2- cCegQIABAA&oq&gs_lcp=CgNpbWcQARgDMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAn MgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAh AnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnMgcIIxDqAhAnOgQIIxAnOgUIABCABDo HCAAQGBCABFCPCFiSD2CyImgBcAB4AYABdYgBvAeSAQM4LjOYAQCgAQ GqAQtnd3Mtd2l6LWltZ7ABCsABAQ&sclient=img&ei=lGnxZJK7BbLCpgfpj 5PIAg&bih=895&biw=1280&client=firefox-b-e


Click to View FlipBook Version