ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
คำนำ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้เล่มนี้ ผสู้ อนจัดทาขนึ้ เพื่อใชเ้ ป็นสือ่ เสรมิ ประกอบการเรียน
การสอนรายวิชาการศกึ ษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study : IS) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 ซึง่ ประกอบด้วยเอกสารประกอบการสอน จานวน 4
เล่ม ดงั น้ี
เล่มที่ 1 เรื่อง ความรทู้ ัว่ ไปของโครงงานวิทยาศาสตร์
เล่มที่ 2 เรื่อง การตงั้ ประเดน็ ปัญหา
เล่มที่ 3 เรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน
เล่มที่ 4 เรือ่ ง การจดั แสดงผลงาน
เพื่อเป็นคู่มอื ให้นกั เรียนได้ศกึ ษาค้นคว้าแสวงหาความรดู้ ้วยตนเอง และฝกึ ทกั ษะ
เพื่อเพิ่มความรู้ ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียน ทาให้นักเรียนได้เกิดกระบวนการเรียนรู้
อย่างมปี ระสิทธิภาพ และนาความรมู้ าประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวันชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เล่มนีเ้ ป็นเล่มที่ 1 เรือ่ ง ความรทู้ ว่ั ไปของโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึง่ ผจู้ ัดทาได้ศกึ ษาค้นคว้า
รวบรวมข้อมูล ตลอดจนวเิ คราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้ และนามาเสนอในรูปแบบของ ชดุ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขอขอบคณุ ผทู้ รงคณุ วุฒิทุกท่านทีไ่ ด้ให้ความรู้ คาปรึกษาและข้อเสนอแนะที่เป็น
ประโยชน์ ให้เอกสารประกอบการสอนเลม่ น้สี มบูรณ์ยิ่งข้นึ
ผจู้ ัดทาหวงั เปน็ อย่างยิง่ ว่าเอกสารประกอบการสอนเล่มน้ี จะเปน็ ประโยชน์แก่ครู
นักเรียน และผทู้ ี่สนใจ
ดาราลกั ษณ์ อินปา
1
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบกอ่ นเรยนี(Pre-test)
คำช้แจงีจงเลือกคาตอบที่ถกู ที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ีข้อใดไม่ใชล่ กั ษณะของโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. ครูให้คาแนะนา และกาหนดเร่อื งและเนื้อหาให้นักเรียนศึกษาอย่างเป็นขั้นตอน
ข. นักเรียนเปน็ ผู้รเิ ริ่ม และเลือกเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ค. เน้นการคิดเป็น ทาเปน็ และการแก้ปัญหา
ง. นักเรียนเปน็ ผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้า
2.ีข้อใดเปน็ ควำมหมำยของโครงงำน
ก. การศึกษาเรือ่ งใดเร่อื งหนึ่ง ซึง่ ผเู้ รียนเปน็ ผู้ปฏิบัติและค้นคว้าด้วยตนเอง
ข. การศึกษาเรื่องทีเ่ กิดขึน้ ใหม่และลอกเลียนแบบจากผอู้ ื่น
ค. การดัดแปลงเรือ่ งใดเร่อื งหนึ่งทีผ่ ู้เรยี นสนใจ
ง. การค้นหาปญั หาระบปุ ัญหาด้วยกระบวนการกลุ่ม
3.ีข้อใดใหค้ วำมหมำยของโครงงำนวิทยำศำสตร์ได้อย่ำงถูกต้อง
ก. การศึกษาเรื่องใดกต็ ามทีน่ กั เรียนคิดเอง เปน็ การสร้างโอกาสให้นักเรียนได้รบั ระ
ข. กิจกรรมของนกั เรียนในการศึกษาเรื่องที่สนใจด้วยตนเองและสามารถนาออกเผยแพรไ่ ด้
ค. การศึกษาเรือ่ งใดเรอ่ื งหนึง่ ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยมีการวางแผนอย่างมีขนั้ ตอน
ง. การนาผลงานที่ผ่านการวิจัยดีแล้วจากนักวิจยั มาศึกษาถึงความเปน็ ไปได้
4.ีองค์ประกอบหลกั ท่จัดวำ่ เป็นกิจกรรมโครงงำนวิทยำศำสตรม์ ลักษณะใด
ก. นกั เรียนเปน็ ผู้รเิ ริม่ และเลือกเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ข. เน้นการคิดเป็นเปน็ ทา และการแก้ปัญหาเป็นด้วยตนเอง
ค. เป็นกิจกรรมทีเ่ กี่ยวกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ง. ทุกข้อเป็นองค์ประกอบทีจ่ ดั ว่าเปน็ กิจกรรม
2
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบก่อนเรยนี(Pre-test)
5.ีขัน้ ตอนใดจัดเป็นขนั้ ตอนท่สำคัญและสดุ ท้ำยของกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. การสังเกตสิ่งรอบตวั แล้วคิดทาโครงงาน
ข. การเขียนเค้าโครงของโครงงาน
ค. การศกึ ษาเอกสารทีเ่ กี่ยวข้อง
ง. การคิดและเลอื กหวั เรอ่ื ง
6.ีข้อใดจดั เป็นลักษณะของโครงงำนประเภทสำรวจ
ก. เปน็ การหาคาตอบ ด้วยวิธีการออกแบบการทดลอง
ข. เปน็ การพฒั นาหรอื ประดิษฐ์ เครื่องมือเคร่อื งใชเ้ พือ่ ประโยชน์ใช้สอย
ค. เปน็ การศึกษารวบรวมปัญหาจากธรรมชาตใิ ช้วธิ ีสารวจและรวบรวมข้อมูล
ง. เปน็ การเสนอทฤษฎีหรคื า อธิบายสิง่ ต่าง ๆ ตามแนวคิดใหมๆ่ โดยมีหลกั การทาง
วิทยาศาสตร์
7.ีข้อใดไม่ใชจ่ ุดมุง่ หมำยและควำมสำคัญของโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. ให้เกิดความรู้และประสบการณ์
ข. ให้ค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ
ค. เพื่อเกิดความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ในการดาเนินการ
ง. ให้แขง่ ขนั กันเพื่อหาโครงงานวิทยาศาสตรท์ ี่สมบรู ณ์ถูกต้องที่สดุ
8.ีโครงงำนในขอ้ ใดจำเป็นต้องมตวั แปรควบคมุ
ก. การศกึ ษาพฤติกรรมการใช้วสั ดทุ ารงั ของนกปากห่าง
ข. การศกึ ษาอิทธิพลของฮอรโ์ มนเพศชายในสัตว์ตวั เมีย
ค. การศกึ ษาการเจรญิ เติบโตของตวั ออ่ นของสตั ว์บางชนิด
ง. เครื่องกวนน้ายาล้างจาน
3
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบกอ่ นเรยนี(Pre-test)
9.ีโครงงำนเร่อื ง“ทฤษฎกำรกำเนดิ โลก”ีจดั เปน็ โครงงำนประเภทใด
ก. โครงงานทดลอง
ข. โครงงานสารวจ
ค. โครงงานสิง่ ประดิษฐ์
ง. โครงงานทฤษฎี
10.ีขอ้ ใดคือลกั ษณะของตัวแปรอิสระในกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. สิ่งทีเ่ ปน็ ผลที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนไปหรอื ผลเปลี่ยนไป
ข. ปจั จยั ทีเ่ ป็นสาเหตทุ ี่ทาให้เกิดผลต่าง ๆ ที่ตอ้ งการศึกษา
ค. สิ่งหรอื ปจั จัยที่จะส่งผลตอ่ การทดลอง
ง. สิง่ มีผลต่อตัวแปรตาม
4
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
กระดำษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยนี(Pre-test)
ช่ือ-นามสกุล............................................................................................
เลขท.ี่ ......ชั้น ม.2/.....
ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
16
27
38
49
5 10
รวมคะแนน
5
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ความหมายของโครงงาน
โครงงานเป็นการศึกษาค้นคว้าเกีย่ วกบั สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรอื หลาย ๆ สิ่ง ที่อยากรู้
คาตอบให้ลึกซึง้ หรอเรยี นรู้ในเร่อื งนน้ั ให้มากขึ้นโดยใช้กระบวนการวิธีการที่ศึกษาอย่างมี
ระบบ เป็นข้ันตอนมีการวางแผนในการศกึ ษาอย่างละเอียด ปฏิบตั ิงานตามแผนที่วางไว้จน
ได้ข้อสรปุ หรอื ผลสรุปที่เปน็ คาตอบในเรื่องน้ัน ๆ โครงงานจดั เป็นการเรียนรรู้ ปู แบบหนึง่
ทาให้ผู้เรยี นเรียนรดู้ ้วยตนเองโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรอ์ ย่างเปน็ ขั้นตอน และใช้
ความรทู้ ีต่ นเองได้มาบรู ณาการ นกั การศกึ ษาหลายท่านได้ใหค้ วามหมายของโครงงาน
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีได้ให้ความหมายว่า“โครงงาน
เป็นการศกึ ษาค้นคว้าตามความสามารถของผู้เรยี นเองภายใต้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ เพือ่ ให้ได้มาซึ่งคาตอบหรอื ผลงานซึ่งมีความสมบรู ณ์ในตัวโดยนกั เรียนเป็นผู้
วางแผนการศึกษาค้นคว้าดาเนินการด้วยตนเองเพื่อให้ นกั เรียนเกิดการเรยี นรู้มเี จตคติที่ดี
ต่อกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การ ครูเปน็ เพียงผใู้ ห้คาปรึกษาเท่าน้ัน”
กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความหมายว่า“โครงงานเป็นการทกิจกรรมทีเ่ ปิดโอกาส
ให้นกั เรียนได้ศกึ ษา ค้นคว้าและลงมอื ปฏิบัติดว้ ยตนเอง ภายใต้การดูแลและให้คาปรึกษา
ของครูตง้ั แต่การคิดสร้างโครง วางแผนดาเนนิ การ การออกแบบลงมอื ปฏิบัติรวมทั้งร่วม
กาหนดแนวทางในการวดั และประเมินผล”
สุวิทย์ มลู คา ได้ให้ความหมายของโครงงานว่าเปน็ กระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาส
ให้ผู้เรยี นได้ศกึ ษาค้นควา้ และลงมือปฏิบัติกิจกรรม ตามความสนใจ ความสามารถ และ
ความถนัดของตนเอง โดยอาศัยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื กระบวนการอ่นื
ที่เป็นระบบภายใต้ความช่วยเหลือจากผู้สอนแนะนา หรอื ผเู้ ชย่ี วชาญ เริ่มตง้ั แต่เลอื กเร่อื งที่
จะศกึ ษา การวางแผนการดาเนินงานตามข้ันตอน ตลอดจนการนาเสนอผลงาน ซึ่งในการ
จดั ทาโครงงานน้ันสามารถทาได้ทุกระดบั ช้ัน อาจเป็นรายบคุ คล หรอื เป็นกลุ่ม จะในเวลา
เรียน หรอื นอกเวลาเรียนก็ได้
6
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
จากความหมายของการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานที่นักการศกึ ษา
หลายท่าน ได้กล่าวน้ัน สามารถ สรปุ ได้วา่ “โครงงานเปน็ วิธีการเรียนรทู้ ีเ่ กิดจากความสนใจ
ใคร่รู้ของผเู้ รียนที่อยากจะศึกษาค้นคว้า และลงมอื ปฏิบตั ิเกี่ยวกบั สิง่ ใดสิ่งหน่งึ หรอื หลาย ๆ
สิ่ง โดยใช้ทักษะกระบวนการศกึ ษาอย่างเปน็ ระ ขั้นตอนต่อเน่อื ง มีการวางแผนในการศกึ ษา
อย่างละเอียดแล้วลงมอื ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ จนได้ข้อสรปุ หรือผลการศกึ ษาหรอื
คาตอบเกีย่ วกบั เรือ่ งน้ัน ๆ ซึ่งสามารถเรียนรไู้ ด้เปน็ รายบุคคลหรือเปน็ กลุ่มก็ได้”
ความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์ หมายถึง การศึกษาเรื่องใดเรอ่ื งหนึ่งเพื่อตอบคาถาม หรอื
ปญั หาทีส่ งสัยของผคู้ ิดทาโครงงานโดยมีการวางแผนอย่างมีขน้ั ตอนตามวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์เพื่อใหไ้ ด้ผลงานที่มีความสมบูรณ์ โดยผศู้ กึ ษาหรอื ผเู้ รียนเป็นผู้ทีล่ งมอื ศกึ ษา
ด้วยตนเอง ครู หรอื ผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียงผใู้ ห้คาแนะนา หรอื ให้แนวทางการศกึ ษาโดยใน
การศกึ ษาน้ันต้องคานึงถึงขอบเขต ระยะเวลาในการศกึ ษา ความพรอ้ มเรื่องวัสดุ อปุ กรณ์
สถานที่ และระดบั ความรคู้ วามสามารถของผู้เรยี นหรอื ผู้ที่ศึกษา
อาจกล่าวได้ว่า โครงงานวิทยาศาสตร์ คือ งานวิจัยทางวิทยาศาสตรน์ น่ั เองแต่เปน็
ลักษณะของงานวิจัย ข้ันพ้ืนฐานมกี ารฝึกปฏิบัติการอย่างง่าย ๆ เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนได้รจู้ กั การใช้
วิธีการทางวิทยาศาสตร์นั่นเอง โดยจดั ให้มีการศกึ ษาค้นคว้า ทดลอง เพื่อตรวจสอบ
สมมตฐิ านใดสมมติฐานหน่ึงที่กาหนดไว้ โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และทกั ษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
7
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์
ในการแบ่งประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ สามารถแบ่งได้ดงั นี้
1. แบ่งตามลกั ษณะของกิจกรรม
การแบ่งประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ตามลกั ษณะของกิจกรรมแบ่งได้ 4
ประเภทคือ
- โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการสารวจ
- โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทการทดลอง
- โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิง่ ประดิษฐ์
- โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททฤษฎี
2. แบ่งตามแหล่งท่มี า
การแบ่งประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์ตามแหล่งทีม่ าแบ่งได้ 2 ประเภท คือ
- โครงงานวิทยาศาสตร์ ตามสาระการเรียนรู้ เชน่ โครงงานทางเคมี ฟิสิกส์
ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ เปน็ ต้น
- โครงงานวิทยาศาสตร์ตามความสนใจเช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ การเกษตร โดย
ลกั ษณะของโครงงานจะเกีย่ วกับเกษตรทั้งส้ิน
3. แบง่ โดยใชแ้ บบแผนของโครงงานเป็นเกณฑ์
การใช้แบบแผน หรอื รูปแบบของโครงงานเปน็ เกณฑใ์ นการกาหนด แบ่งได้ 2
รูปแบบ คือ
- โครงงานที่ไม่เป็นแบบแผนเปน็ โครงงานที่ไม่จาเป็นต้องเขียนโครงงานเพียงแต่
ดาเนนิ การตามที่กาหนดไว้ อาจเปน็ ใบงาน หรอื ชนิ้ งานกไ็ ด้
- โครงงานตามแบบแผน เป็นโครงงานที่จัดทาเป็นลายลักษณ์อกั ษร มีระเบียบวิธี
จดั ทาเป็นข้ันตอนอย่างชดั เจน
8
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
หลักการสาคญั ที่จัดเปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์เป็นการสร้างโอกาสใหน้ ักเรียนได้รบั ประสบการณต์ รงใน
การใชว้ ิธีการทาง วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาประดิษฐ์คิดคน้ หรอื ค้นคว้าหาความรใู้ หม่ของตน
ให้ผู้อน่ื ได้เห็นและๆและแสดงผลงาน ทราบถึงความสามารถทางการใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ของตนเอง
ลัดดา ภเู่ กียรติ ได้กล่าวถึงหลกั การสาคญั ของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ไว้ว่า
วิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่ตอ้ งการเนน้ ให้นักเรียนคิดเอง ทาเองและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
เริ่มตงั้ แต่การคิดหา ปญั หาที่นักเรียนสนใจจะศกึ ษา การวางแผนแก้ปัญหาศกึ ษาค้นคว้า
หาข้อมูลลงมอื ปฏิบตั ิรวบรวมข้อมูลที่ ศกึ ษา ทดลอง บันทึกผลการศกึ ษาแปลผล และ
นาเสนอผลการศึกษาค้นคว้าของตนเองหรือกลุ่มเผยแพร่แก่ ผอู้ ื่นต่อไป ซึ่งจะครอบคลุม
กระบวนการเรียนรู้ที่มรี ะบบชดั เจน จากหลักการสาคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ พอสรุป
ได้วา่ โครงงานวิทยาศาสตร์มีหลกั การสาคัญ 3 ประการดงั น้ี
๑. นักเรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้าดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมลู
สรุปผล แปรผลและ นาเสนอผลดว้ ย
๒. เปน็ เรื่องเกี่ยวกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรอื ความจริงและการนาไปใช้
ประโยชน์
๓. เป็นการเสาะแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองและใช้วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
สรปุ หลักการสาคญั ของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
๑. เปน็ เรื่องทีน่ ักเรียนสนใจ สงสัย ต้องการหาคาตอบ
๒. เป็นการเรียนรทู้ ี่กระบวนการ มีระบบครบกระบวนการเปน็ การบรู ณาการเรียนรู้
๓. นักเรียนได้ใชค้ วามสามารถหลายด้าน
๔. มคี วามสอดคล้องกับชีวติ จริง
๕. มกี ารศกึ ษาด้วยวิธีการและแหล่งขอ้ มูลทีห่ ลากหลาย
๖. เปน็ การแสวงหาความรแู้ ละสรปุ ความรดู้ ้วยตนเอง
๗. มีการนาเสนอโครงงานที่เหมาะสม
๘. สิง่ ทีค่ ้นพบสามารถนาไปปรบั ใช้ในชีวติ ประจาวัน
9
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
กรณีตัวอย่างการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
กิจกรรมบางกิจกรรม หากไม่ได้นาเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้หรอื มีใช้บ้าง
แตน่ ้อยมากน้ันไม่จดั ว่าเปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์
ตัวอย่าง กรณที น่ี กั เรยี นสนใจ ท่จี ะทานายาล้างจานด้วยตนเอง
กรณที ี่ 1 นักเรียนไปหาซอื้ ชดุ น้ายาล้างจานที่มีขายโดยทว่ั ไปตามรา้ นเคมีภณั ฑ์ หรอื
ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ์แลว้ นกั เรียนทาการปฏิบตั ิตามขน้ั ตอนที่ระบไุ ว้ใน
ใบแทรกจนได้นา้ ยาล้างจานกลิ่นมะนาวทีม่ คี ุณลักษณะเหมือนที่มีอยู่ในท้องตลาด
ภาพที่ 1 และภาพที่ 2 ชดุ ทดลองทาน้ายาล้างจาน ธกส.
ภาพที่ 3 ชุดทดลองน้ายาล้างจาน
10
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
กรณีตัวอยา่ งการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
กรณีที่ 2 นกั เรียนไปศกึ ษาสูตรการทานา้ ยาล้างจานจากหนังสอื ตารา หรอื อินเตอรเ์ น็ต
จากนั้น เมือ่ นักเรียนได้สตู รแล้วมแี นวความคิดที่จะผลิตน้ายาล้างจานที่มีสว่ นผสมของพืช
บางชนิดทีส่ ามารถขจัดกลิน่ คาวของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนจงึ ไปศกึ ษาเอกสาร
เกีย่ วกบั พืชทีม่ อี ยู่ในท้องถิน่ เพื่อสะดวกต่อการจัดหาพืชชนิดน้ัน นักเรียนพบว่ามีผทู้ าโครงงาน
เกีย่ วกบั น้ามะนาวและน้ามะกรูดสามารถกาจดั กลิ่นคาวปลาได้ นกั เรียนจงึ ทาการทดลองนาน้าที่
สกัดจากมะนาวและมะกรูดเปน็ ส่วนผสมของน้ายาล้างจานในสดั ส่วนต่าง ๆ เพือ่ เป็นการหาสูตร
การทานา้ ยาล้างจานที่มปี ระสิทธิภาพในการกาจัดกลิน่ คาวของอาหารทีด่ ีทีส่ ดุ
ภาพที่ 4 โครงงานน้ายาล้างจานจากมะนาว
ภาพที่ 5 ศกึ ษาสรรพคุณมะนาวและมะกรูด ภาพที่ 6 วิธีการทาน้ายาล้างจานจากมะนาว
และมะกรูด
11
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
กรณีตัวอย่างการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
จากท้ังสองกรณีนนั้ จะเหน็ ได้ว่านกั เรียนกรณีที่ 1 เป็นการลอกเลียนวิธีการไม่มี
ความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ถึงแม้จะใช้วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้แก่ การชง่ั การวดั การ
ตวง การผสม ก็ตาม ไม่จัดเปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์
ส่วนกรณีที่ 2 นักเรียนศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง มีความคิดสรา้ งสรรคท์ ี่จะทาการทดลอง
ในสิ่งที่ผู้ใดศกึ ษามาก่อน ลกั ษณะแบบนี้จึงจัดได้วา่ เปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์
ภาพที่ 7 ผลติ ภณั ฑ์นา้ ยาล้างจานจากมะนาวและมะกรดู
12
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ความสาคญั ของโครงงานวิทยาศาสตร์
การศกึ ษาค้นคว้าด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ช่วยใหน้ ักเรียนเกิดการเรียนรู้มี
ประสบการณจ์ ากการ ปฏิบัติจริง ฝึกแก้ปัญหาดว้ ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ซึ่งจะติด
ตวั ผู้เรยี นไปตลอดเมอ่ื มขี ้อสงสยั หรือปัญหา เกิดข้นึ จะแก้ปัญหาโดยใชก้ ระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ซึง่ เป็นทีย่ อมรับกนั ทั่วไปว่าเป็นสิ่งทีส่ าคัญกว่าความรทู้ ี่ขาดการปฏิบัติ ทั้งนี้
กระบวนการดังกล่าวจะทาให้เกิดความเชื่อม่ันในตนเองและกล้าแสดงออก
การให้นักเรียนกระทากิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์จะช่วยส่งเสริมใหจ้ ุดมุ่งหมาย
ของหลักสูตร สัมฤทธิผ์ ลโดยสมบูรณ์ยิ่งข้ึนเพราะในการทาโครงงาน นกั เรียนจะได้มี
โอกาสดาเนินการศกึ ษา ศกึ ษาเอง การวางแผนการศกึ ษาเพื่อตอบปัญหาน้ันด้วยตนเอง ๆ
ออกแบบ การทดลอง หรอื วิธีการศกึ ษาด้วยตนเอง ลงมอื ทดลอง เพือ่ ตรวจสอบ
สมมุตฐิ าน ตลอดจน สรปุ ผลของการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีครูเปน็ เพียงผใู้ ห้คาปรึกษา
และชีแ้ นะ สรุปได้วา่ นกั เรียนจะมีโอกาสได้รับประสบการณต์ รงในกระบวนการเสาะ
แสวงหาความรทู้ ุกข้ันตอน มีโอกาสได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรต์ ่าง ๆ และ
จะช่วยพฒั นาคุณสมบตั ิอื่น ๆ ใหแ้ ก่นกั เรียนได้ เชน่ ความเปน็ คนช่างสังเกต มีความคิด
ริเร่มิ สร้างสรรค์ มีความเช่อื มน่ั ในตนเอง มีวนิ ยั และซื่อสัตย์ในการทางาน มีความละเอียด
รอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ยอมรังฟงั คติชมและความคิดเห็นของผู้อ่ืน มีเจตคติทีด่ ี ต่อ
วิทยาศาสตร์รู้จกั แบ่งเวลาในการทางานและการกระทากิจกรรมอื่น ๆ ทางานร่วมกับผอู้ ื่น
ได้เปน็ ต้น
กิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ คือกิจกรรมสาหรับนักเรียนในการศกึ ษาเรือ่ งใด
เรือ่ งหนง่ึ ดว้ ยตนเอง โดยอาศยั วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ภายใต้คาแนะนาปรึกษาของครู
หรือผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมน้ีอาจทาเปน็ กลุ่ม หรือรายบคุ คลกไ็ ด้และจะกระทาในเวลาเรียน
หรอื นอกเวลาเรียนกไ็ ด้โดยไม่จากดั สถานที่ เชน่ อาจทานอกห้องเรยี น ในห้องปฏิบตั ิการ
หรอื นอกโรงเรยี น แมก้ ระทัง่ ทีบ่ ้านของนักเรียนก็ได้
ภาพที่ 8 นักเรียนศกึ ษาค้นคว้า ทดลอง ภาพที่ 9 นกั เรียนศกึ ษาค้นควา้ ทดลอง
ในเวลาเรียน นอกเวลาเรียน
13
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
จดุ มุ่งหมายของกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์เปน็ การสร้างโอกาสให้นักเรียนได้รบั ประสบการณ์ตรงใน
การใชว้ ิธีการทาง วิทยาศาสตร์แก้ปญั หา ประดิษฐ์คิดคน้ หรอื ค้นคว้าหาความรใู้ หม่ๆ และ
แสดงผลงานของตนใหผ้ ู้อืน่ และทราบถึงความสามารถทางการใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ของตนเอง
สถาบนั ส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้กาหนดจุดมงุ่ หมายของ
โครงงานวิทยาศาสตร์ ไว้ ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. เพื่อให้นักเรียนใชค้ วามรแู้ ละประสบการณ์เลือกทาโครงงานวิทยาศาสตรต์ าม
ความสนใจ
๒. เพื่อใหน้ กั เรียนไดศึกษาหาความรหู้ าข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างดว้ ยตนเอง ๆ
๓. เพือ่ ให้นกั เรียนได้แสดงออก ซึง่ ความคิดสรา้ งสรรค์
๔. เพือ่ ให้นกั เรียนมเี จตคติทีด่ ีตอ่ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เห็นคุณค่าการใช้
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
๕. เพื่อให้นกั เรียนได้แนวทางในการประยกุ ต์ใช้วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีในแตล่ ะท้องถิน่
จากข้อมูลดงั กล่าวสามารถสรุปจดุ มุ่งหมายของกิจกรรมการทางานโครงงาน
วิทยาศาสตร์ได้ดังน้ี
เปน็ การสนบั สนุนใหน้ ักเรียนค้นหาคาตอบที่สงสยั ในเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนึ่งที่นกั เรียน
สมีการใช้ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ซึง่ นักเรียนจะต้องลงมือปฏิบตั ิดว้ ยตนเอง
โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาหนา้ ทีใ่ ห้คาแนะนาปรึกษาดูแล
เป็นการส่งเสริมการเรยี นรู้ทางวทิ ยาศาสตรต์ ามความเหมาะสมกบั การดารงชีวติ
ในสงั คมปัจจบุ นั และเปน็ พืน้ ฐานสาหรบั นกั เรียนจานวนหน่ึงในการจะพัฒนาเพื่อรับ
การศกึ ษาระดบั สงู เปน็ กาลังสาคัญของ บ้านเมืองในด้านการใชว้ ิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
เปน็ การสนับสนุนใหน้ กั เรียนเปน็ ผู้มคี วามคิดริเรม่ิ สร้างสรรค์สามารถทาสิ่งนั้นได้
รู้จักแก้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองโดยใช้วธิ ีทางวิทยาศาสตร์อย่างถูกต้อง
ฝกึ ให้นักเรียนรู้จกั การทางานเป็นกลุ่ม เป็นคณะรู้จักร่วมกนั คิด ร่วมกันหารอื และ
ร่วมกนั การแก้ปญั หาอปุ สรรคต่าง ๆเป็นการสรา้ งความสามัคคี ความมรี ะบบระเบียบอัน
เกิดจากทักษะหมคู่ ณะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
14
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ประโยชนข์ องการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กล่าวถึงคณุ ประโยชน์ของ
โครงงานวิทยาศาสตร์ ไว้ดังนี้
๑. สร้างจิตสานึกและความรบั ผดิ ชอบในการศกึ ษาค้นคว้าหาความรตู้ ่าง ๆ ด้วยตนเอง
๒. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนได้พฒั นาและแสวงหาความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
๓. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนได้ศกึ ษาค้นคว้าและเรียนรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจได้ลึกซงึ้ กว่า
หลักสูตรปกติ
๔. ทาให้นกั เรียนมคี วามสามารถพิเศษโดยมีโอกาสแสดงความสามารถของตน
๕. ช่วยกระตนุ้ ให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนวิทยาศาสตร์และมีความสนใจ ทีจ่ ะ
ประกอบอาชีพ ทางวิทยาศาสตร์
๖. ช่วยให้นักเรียนได้ใชเ้ วลาว่างให้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์
๗. ช่วยสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างครกู บั นักเรียนและระหว่างนกั เรียนด้วยกันให้มีโอกาส
ทางานใกล้ชิดกนั มากขึ้น
๘. ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชมุ ชนกบั โรงเรียนใหด้ ีข้ึนโรงเรยี นได้โอกาสเผยแพร่
ความรทู้ างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ชุมชนซึง่ จะช่วยกระตุ้นให้ชุมชนได้สนใจวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีมากขึ้น
สรุปได้วา่ โครงงานวิทยาศาสตร์มีความสาคัญ และก่อประโยชน์แก่นกั เรียนโดยตรงเปน็
การฝึกให้ นกั เรียนรจู้ ักศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง สร้างความสมั พันธ์อันดกี บั เพือ่ นรว่ มงานรู้จัก
ทางานอย่างเป็นระบบ ใช้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปญั หาและใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์
15
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรยนมำตรฐำนสำกลี(World Class Standard)
ปฏิญญาสากลว่าด้วยการจัดการศกึ ษาของ UNESCO ๔ ดา้ น
๑. Learning to know : การเรียนรู้เพื่อใหม้ ีความรู้ เชน่ การแสวงหาความรู้ การต่อ
ยอดความรู้ การ สร้างความรู้ใหม่
๒. Learning to do : การเรียนรเู้ พื่อการปฏิบตั ิเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม
๓. Learning to live together : การเรียนรเู้ พือ่ อยู่ร่วมกนั อย่างมคี วามสุข
๔. Learning to be : การเรียนรเู้ พื่อให้รจู้ กั ตนเอง
(สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน. ๒๕๕๕ : ๑๑) สอดคล้องกับลกั ษณะ
ของโรงเรียน มาตรฐานสากล คือ มุ่งเน้นการพฒั นาผเู้ รียนให้มีศกั ยภาพเปน็ พลโลก มีทกั ษะ
ความรคู้ วามสามารถ และ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับเดียวกับมาตรฐานของประเทศ
ชั้นนาทีม่ คี ณุ ภาพการศกึ ษาสูง ตามหลักสตู ร แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ เน้นให้ผู้เรยี นได้เรียนรเู้ รื่องที่ต้องการรู้ปฏิบัติการศกึ ษา ค้นคว้า ให้เปน็ ประโยชน์
ร่วมกบั ผอู้ ื่น และเรียนรู้เรอ่ื งที่ต้องการเปน็
ตวั ชีวดั ความสาเร็จด้านผเู้ รยี นในโรงเรยี นมาตรฐานสากล
๑. เป็นเลิศทางวิชาการ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ตา่ กว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
๒. สือ่ สารสองภาษา มีทักษะ และความสามารถด้านภาษาไม่ต่ากว่าของประเทศ
๓. ล้าหนา้ ทางความคิด มีทักษะ และความสามารถด้าน ICT ไม่ตา่ กว่าของประเทศ
๔. ผลติ งานอย่างสร้างสรรคม์ ีทักษะ และความสามารถเกีย่ วกับการศกึ ษาค้นคว้า
ด้วย ตนเอง (Independent Study) มีศกั ยภาพ ทกั ษะ และความสามารถในการผลติ ผลงาน
อย่างมคี ณุ ภาพ เทียบ ได้ไม่ต่ากว่าของประเทศ
๕. ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสังคม มีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิต วฒั นธรรม และ
ลักษณะเฉพาะของชาติมุ่งมั่นจริงจงั ในการทางาน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาอปุ สรรค มีจิตสาธารณะ
มีสานึกในการ บริการสงั คม และมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คมในระดบั สูง เทียบได้ไม่ตา่ กว่าของ
ประเทศ
16
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
บนั ได ๕ ขัน ของการพัฒนาผูเ้ รียนสมู่ าตรฐานสากล
IS ๑ การศึกษาค้นคว้า และสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge
Formation) : มุ่ง ให้ผู้เรยี นต้ังประเด็นปญั หา ตั้งสมมตุ ฐิ าน ฝกึ ทักษะการศกึ ษาค้นคว้า
แสวงหาความรจู้ ากแหล่งการเรียนรู้ที่ หลากหลาย การคิดวิเคราะหแ์ ละสรุปองค์ความรู้เป็น
บนั ไดข้ันที่ ๑ การต้ังประเด็นปัญหา และสมมุตฐิ าน (Hypothesis Formulation) บันไดข้ันที่ ๒
การแสวงหาเพื่อสืบค้นสารสนเทศ (Searching for Information) และบนั ไดขั้นที่ ๓ การสรุปองค์
ความรู้ (Knowledge Formation)
IS ๒ การสื่อสาร และการนาเสนอ (Communication and Presentation) : มุ่งให้
ผเู้ รียน นาความรทู้ ี่ได้จากการศกึ ษาค้นคว้ามาพฒั นาวิธีการถ่ายทอด สื่อสารความหมาย
แนวคิด ข้อมลู และองค์ความรดู้ ้วยวิธีการนาเสนอทีเ่ หมาะสม หลากหลายรูปแบบ และมี
ประสิทธิภาพ เป็นบันไดขั้นที่ ๔ การส่อื สาร และการนาเสนอ (Effective Communication)
IS ๓ การนาองคค์ วามรู้ไปบริการสังคม (Social Service Activity) : มุ่งให้ผเู้ รียน
นา และ ประยุกต์องค์ความรไู้ ปสู่การปฏิบัติหรอื นาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดบริการ
สาธารณะ เป็นบนั ไดข้ันที่ ๕ การบริการสังคม และจติ สาธารณะ (Public Service) (ชลิต สุริยะ
สกุลวงษ์. ๒๕๕๕ : ๑๕)
17
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
บนั ได ๕ ขัน ของการพัฒนาผูเ้ รียนสู่มาตรฐานสากล
กระบวนการสาคญั ในการจัดการเรียนรู้ บนั ได ๕ ข้ัน มีดงั นี้
๑. การตังคาถาม/สมมติฐาน (Learning to Question: Q) เป็นการฝึกใหผ้ เู้ รียนรู้จกั คิด
สังเกต ตั้งข้อสงสยั ต้ังคาถามอย่างมีเหตผุ ล การต้ังคาถามโดยใช้เทคนิค ๕W๑H มาเปน็ พืน้ ฐาน
ในการกาหนดปญั หา หรอื ความสนใจข้ันพื้นฐาน แล้วระดมแนวคิดรว่ มกนั ผ่านกระบวนการ
ทางานเปน็ กลุ่ม เพือ่ วางแผน เพื่อสืบค้นผ่านแหล่งเรียนรู้ หรอื แหลง่ สารสนเทศตา่ ง ๆ
๒. การสืบค้นความรู้และสารสนเทศ (Learning to Search :S) เป็นการฝึกแสวงหา
ความรู้ ข้อมลู และสารสนเทศ จากแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย เชน่ หอ้ งสมุด อินเทอร์เน็ต
หรอื จากการปฏิบตั ิทดลอง เป็นต้น
๓. การสร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct :C) เปน็ การฝึกใหน้ าความรแู้ ละ
สารสนเทศ หรอื ข้อมูลที่ได้จากการอภปิ ราย การทดลอง มาคิดวิเคราะหส์ งั เคราะห์ และสรปุ เปน็
องคค์ วามรู้
๔. การสือ่ สารและนาเสนออยา่ งมีประสิทธิภาพ (Learning to Communicate: C) เชน่
เปน็ การฝึกใหน้ า ความรทู้ ี่ได้มานาเสนอและสื่อสารอย่างมปี ระสิทธิภาพใหเ้ กิดความเข้าใจ
๕. การบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Learning to Serve :S) เป็นการนาความรสู้ ู่
การปฏิบตั ิ ซึ่งผเู้ รียนจะต้องมีความรใู้ นบริบทรอบตวั และบริบทโลกตามวฒุ ภิ าวะทีเ่ หมาะสม โดย
จะนาองค์ความรไู้ ปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์อย่างสร้างสรรค์
18
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ใบงำนที่ 1
คาชีแจง จงตอบคาถามต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง
๑. จงอธิบายความหมายของ ตอบ..........................................................................
โครงงานวิทยาศาสตร์ .................................................................................
๒. จงอธิบายหลกั การสาคญั ของ ตอบ..........................................................................
โครงงานวิทยาศาสตร์ .................................................................................
๓. สมหญิงต้องการทาโครงงาน ตอบ..........................................................................
วิทยาศาสตร์การทานา้ ยาล้างจาน เพราะ........................................................................
จงึ ปรึกษา ผปู้ กครองและไปซือ้ .................................................................................
ผลติ ภณั ฑ์สารเคมีจาก ธกส. และ .................................................................................
ทาตามวิธีที่มีในใบแสดงวธิ ีทา
การกระทาของสมหญิง จัดเป็น
โครงงานวิทยาศาสตร์ หรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
๔. สมชายศกึ ษาสูตรการทาน้ายา ตอบ..........................................................................
ล้างจานจากทางอินเตอร์เน็ต เพราะ........................................................................
จากนั้น จงึ ทาการทดลองนาน้า .................................................................................
มะนาวและน้ามะกรูดมาเปน็ .................................................................................
ส่วนผสมของนา้ ยาล้างจาน ใน
สัดส่วนต่าง ๆ เพื่อเปน็ การหาสตู ร
การทาน้ายาล้างจานที่มี
ประสิทธิภาพในการกาจัดกลิ่นคาว
ของอาหารที่ดีที่สุดจัดเป็น
โครงงานวิทยาศาสตร์ หรอื ไม่
เพราะเหตุใด
19
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ใบงำนท่ี2
คาชีแจง จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
๑. การมาตรฐานจึงยกระดบั โรงเรยี นช้ันนาที่มคี วามพรอ้ มใหเ้ ป็นโรงเรยี นดีมมี าตรฐานสากล คือ
หลกั สตู ร...........................................................................................................................
๒.การพัฒนาผเู้ รียนสู่มาตรฐานสากล บูรณาการเป็นรายวิชาเพิ่มเติม คือ รายวิชา
.........................................................................................................................................
๓. IS ๑ การศกึ ษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ คือ…………………………………………………………..
๔. IS ๒ การสอ่ื สาร และการนาเสนอ คือ……………………………………………………………………………
๓. IS ๓ การนาองค์ความรไู้ ปบริการสังคม คือ…………………………………………………………………...
๔. บันไดข้ันที่ ๑ ................................................................................................................
อยู่ในรายวิชา.......................................................................................
๕. บันไดขั้นที่ ๒ ............................................................................................................
อยู่ในรายวิชา.......................................................................................
๖. บนั ไดข้ันที่ ๓ ............................................................................................................
อยู่ในรายวิชา.......................................................................................
๗. บันไดข้ันที่ ๔ ............................................................................................................
อยู่ในรายวิชา.......................................................................................
๘. บันไดข้ันที่ ๕ ............................................................................................................
อยู่ในรายวิชา.......................................................................................
๙. ปฏิญญาสากลว่าด้วยการจัดการศกึ ษาของ UNESCO ๔ ด้าน ได้แก่อะไรบ้าง
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
๑๐. เราสามารถสืบค้นขอ้ มลู ที่เราต้องการศกึ ษาจากแหล่งใดได้บ้าง
.........................................................................................................................................
ชื่อ........................................................ชัน...................เลขที.่ ...............
20
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบหลังเรยนี(Post-test)
คำช้แจงีจงเลือกคาตอบทีถ่ กู ทีส่ ดุ เพียงข้อเดียว
๑.ีข้อใดให้ควำมหมำยของโครงงำนวิทยำศำสตร์ได้อย่ำงถกู ตอ้ ง
ก. การศึกษาเรื่องใดก็ตามที่นกั เรียนคิดเอง เปน็ การสร้างโอกาสให้นกั เรียนได้รับระ
ข. กิจกรรมของนกั เรียนในการศึกษาเรื่องทีส่ นใจด้วยตนเองและสามารถนาออกเผยแพรไ่ ด้
ค. การศึกษาเรื่องใดเรอ่ื งหนึง่ ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยมีการวางแผนอย่างมีขน้ั ตอน
ง. การนาผลงานที่ผ่านการวิจัยดีแล้วจากนักวิจยั มาศึกษาถึงความเปน็ ไปได้
2.ีขอ้ ใดเปน็ ควำมหมำยของโครงงำน
ก. การศึกษาเรือ่ งใดเรอ่ื งหนึง่ ซึง่ ผเู้ รียนเปน็ ผู้ปฏิบัติและค้นคว้าด้วยตนเอง
ข. การศึกษาเรือ่ งที่เกิดขึน้ ใหม่และลอกเลียนแบบจากผอู้ ื่น
ค. การดดั แปลงเรื่องใดเร่อื งหนึ่งที่ผู้เรยี นสนใจ
ง. การค้นหาปัญหาระบุปัญหาด้วยกระบวนการกลุ่ม
๓.ีขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. ครใู ห้คาแนะนา และกาหนดเรอ่ื งและเนื้อหาให้นกั เรียนศึกษาอย่างเปน็ ขั้นตอน
ข. นักเรียนเป็นผู้รเิ ริ่ม และเลือกเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ค. เน้นการคิดเปน็ ทาเปน็ และการแก้ปญั หา
ง. นกั เรียนเปน็ ผวู้ างแผนในการศกึ ษาค้นคว้า
4.ีองค์ประกอบหลักทจ่ ัดวำ่ เป็นกิจกรรมโครงงำนวิทยำศำสตร์มลักษณะใด
ก. นกั เรียนเปน็ ผู้รเิ ริม่ และเลือกเรื่องทีจ่ ะศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ข. เน้นการคิดเป็นเปน็ ทา และการแก้ปัญหาเปน็ ด้วยตนเอง
ค. เปน็ กิจกรรมทีเ่ กีย่ วกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ง. ทกุ ข้อเป็นองค์ประกอบทีจ่ ัดว่าเปน็ กิจกรรม
21
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบหลงั เรยนี(Post-test)
๕.ีข้อใดไมใ่ ชจ่ ดุ มงุ่ หมำยและควำมสำคัญของโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. ให้เกิดความรู้และประสบการณ์
ข. ให้ค้นคว้าหาข้อมลู จากแหล่งต่างๆ
ค. เพื่อเกิดความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ในการดาเนินการ
ง. ให้แขง่ ขันกนั เพือ่ หาโครงงานวิทยาศาสตรท์ ีส่ มบูรณ์ถูกต้องทีส่ ุด
๖.ีขั้นตอนใดจัดเปน็ ขน้ั ตอนทส่ ำคญั และสดุ ท้ำยของกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. การสงั เกตสิง่ รอบตัวแล้วคิดทาโครงงาน
ข. การเขียนเค้าโครงของโครงงาน
ค. การศกึ ษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ง. การคิดและเลือกหัวเรอ่ื ง
๗.ีโครงงำนในขอ้ ใดจำเปน็ ต้องมตัวแปรควบคมุ
ก. การศึกษาพฤติกรรมการใช้วัสดุทารงั ของนกปากห่าง
ข. การศกึ ษาอิทธิพลของฮอรโ์ มนเพศชายในสตั ว์ตวั เมีย
ค. การศกึ ษาการเจรญิ เติบโตของตัวออ่ นของสตั ว์บางชนิด
ง. เครือ่ งกวนน้ายาล้างจาน
๘.ีขอ้ ใดจัดเปน็ ลกั ษณะของโครงงำนประเภทสำรวจ
ก. เป็นการหาคาตอบ ด้วยวิธีการออกแบบการทดลอง
ข. เป็นการพัฒนาหรอื ประดิษฐ์ เครือ่ งมือเคร่อื งใชเ้ พื่อประโยชน์ใช้สอย
ค. เปน็ การศึกษารวบรวมปญั หาจากธรรมชาตใิ ช้วธิ ีสารวจและรวบรวมข้อมูล
ง. เป็นการเสนอทฤษฎีหรคื า อธิบายสิ่งต่าง ๆ ตามแนวคิดใหมๆ่ โดยมีหลักการทาง
วิทยาศาสตร์
22
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
แบบทดสอบหลงั เรยนี(Post-test)
๙.ีขอ้ ใดคือลักษณะของตัวแปรอิสระในกำรทำโครงงำนวิทยำศำสตร์
ก. สิ่งที่เปน็ ผลที่เป็นสาเหตุเปลีย่ นไปหรอื ผลเปลีย่ นไป
ข. ปัจจยั ทีเ่ ป็นสาเหตทุ ีท่ าให้เกิดผลต่าง ๆ ที่ตอ้ งการศึกษา
ค. สิ่งหรอื ปัจจยั ทีจ่ ะส่งผลตอ่ การทดลอง
ง. สิ่งมีผลต่อตัวแปรตาม
๑๐.ีโครงงำนเร่อื ง“ทฤษฎกำรกำเนิดโลก”ีจัดเปน็ โครงงำนประเภทใด
ก. โครงงานทดลอง
ข. โครงงานสารวจ
ค. โครงงานสิง่ ประดิษฐ์
ง. โครงงานทฤษฎี
23
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
กระดำษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรยนี(Post-test)
ชอ่ื -นามสกุล............................................................................................
เลขท.่ี ......ชน้ั ม.2/.....
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
16
27
38
49
5 10
รวมคะแนน
24
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
บรรณำนกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั พนื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑.
โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
บ้านสาราญ โปรดกั ส์. หัวเชือนายาล้างจาน พรอ้ มสตู รนายาลา้ งจาน. ออนไลน์ (เข้าถึง
ได้จาก http://bansamrand.tarad.com/?lang=th)
พิศมยั ปุ๋ย พานโฮม. การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานวิทยาศาสตร์. ออนไลน์ (เข้าถึงได้
จาก https://www.gotoknow.org/posts/164916)
ไพเราะ ทิพยทศั น์ และสุมณฑา พรหมบุญ. (๒๕๔๒). โครงการสง่ เสรมิ ศกั ยภาพ ของนักเรยี น
ในโรงเรยี นกรุงเทพมหานคร. กรงุ เทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั
ศรนี ครินทรวิโรฒ.
รุ้งเพ็ชร สีลนิ้ จ.่ี ความรูเ้ กี่ยวกบั โครงงานวิทยาศาสตร์. ออนไลน์ (เข้าถึงได้จาก
https://www.gotoknow.org/posts/532906 ( 1 พ.ค. 2561 )
วิจารณ์ พานชิ . (๒๕๕๕). วิถีการเรียนร้เู พือ่ ศษิ ย์ในศตวรรษท่ี ๒๑. กรุงเทพ ฯ: มูลนิธิสดศรี
สฤษดิ์วงศ.์
สานักงานการมธั ยมศึกษาตอนปลาย สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน. (๒๕๕๙).
แนวทางจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑. ออนไลน์ (เข้าถึงได้จาก
https://webs.rmutl.ac.th/assets/upload/files/2016/09/20160908101755_51855.pdf)
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๖๐). ตวั ชีวดั สาระการ
เรียนรู้แกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. โรงพิมพ์ชมุ นุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
25
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
บรรณำนกุ รม
สงบ ดษุ ฎีธญั กุล. ความรเู้ กีย่ วกับโครงงานวิทยาศาสตร์. ออนไลน์ (เข้าถึงได้จาก
http://sababankong.blogspot.com/2011/07/blog-post.html)
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๐). มาตรฐานการ
เรยี นรแู้ ละตวั ชีวดั กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภมู ิศาสตร์
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขันพืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. โรงพิมพ์
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
สานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรแู้ ละคณุ ภาพเยาวชน. (๒๕๕๙). คมู่ ือการจัดการเรยี นรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑. ออนไลน์ (เข้าถึงได้จาก https://www.edulpru.com/eu/21st/st-
009.pdf)
สานักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๖๐). ตวั ชีวดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขนั พนื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์
การเกษตรแห่ง ประเทศไทย จากดั .
26
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
เฉลยใบงำนท่ี1
คาชีแจง จงตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง
๑. จงอธบิ ายความหมายของ ๑. ตอบ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ หมายถงึ การศึกษาเรือ่ งใดเรือ่ งหน่งึ เพ่อื
โครงงานวทิ ยาศาสตร์
ตอบคาถาม หรือปญั หาท่สี งสยั ของผู้คิดทาโครงงานโดยมีการวางแผน
๒. จงอธิบายหลกั การสาคญั ของ อย่างมขี ้ันตอนตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพอ่ื ให้ได้ผลงานที่มีความ
โครงงานวิทยาศาสตร์ สมบูรณ์ โดยผู้ศึกษาหรอื ผู้เรียนเปน็ ผู้ทีล่ งมอื ศึกษาด้วยตนเอง ครู หรือ
ผู้เช่ยี วชาญเปน็ เพยี งผใู้ ห้คาแนะนา หรือให้แนวทางการศกึ ษาโดยใน
๓. สมหญิงต้องการทาโครงงาน การศึกษาน้ันตอ้ งคานงึ ถึงขอบเขต ระยะเวลาในการศึกษา ความพร้อม
วิทยาศาสตร์การทานา้ ยาล้างจาน เรื่องวสั ดุ อปุ กรณ์ สถานที่ และระดบั ความรู้ความสามารถของผู้เรียนหรือ
จงึ ปรึกษา ผปู้ กครองและไปซือ้ ผู้ทีศ่ กึ ษา
ผลติ ภัณฑ์สารเคมีจาก ธกส. และ
ทาตามวิธีที่มีในใบแสดงวธิ ีทา ๒. ตอบ
การกระทาของสมหญิง จดั เป็น ๑. เป็นเรื่องที่นักเรียนสนใจ สงสยั ตอ้ งการหาคาตอบ
โครงงานวิทยาศาสตร์ หรอื ไม่ ๒. เปน็ การเรียนรู้ทีก่ ระบวนการ มรี ะบบครบกระบวนการเปน็ การบรู ณา
เพราะเหตุใด การเรียนรู้
๓. นกั เรียนได้ใช้ความสามารถหลายดา้ น
๔. สมชายศกึ ษาสตู รการทาน้ายา ๔. มคี วามสอดคล้องกบั ชีวิตจรงิ
ล้างจานจากทางอินเตอร์เน็ต ๕. มกี ารศึกษาด้วยวธิ ีการและแหล่งข้อมลู ทีห่ ลากหลาย
จากน้ัน จงึ ทาการทดลองนาน้า ๖. เปน็ การแสวงหาความรู้และสรุปความรู้ดว้ ยตนเอง
มะนาวและน้ามะกรดู มาเปน็ ๗. มกี ารนาเสนอโครงงานทีเ่ หมาะสม
ส่วนผสมของนา้ ยาล้างจาน ใน ๘. สิง่ ทีค่ น้ พบสามารถนาไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
สดั ส่วนต่าง ๆ เพือ่ เปน็ การหาสูตร
การทานา้ ยาล้างจานที่มี ๓. ตอบ ไม่จดั เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ เพราะเปน็ การลอก
ประสิทธิภาพในการกาจัดกลิน่ คาว เลียนวิธีการไม่มคี วามคิดริเร่มิ สร้างสรรคถ์ ึงแม้จะใช้วธิ ีการทาง
ของอาหารทีด่ ีทีส่ ุดจดั เป็น วิทยาศาสตร์ ซึ่งได้แก่ การชั่ง การวัด การตวง การผสม ก็ตาม
โครงงานวิทยาศาสตร์ หรอื ไม่ ไม่จัดเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์
เพราะเหตใุ ด
๔. ตอบ เปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์ เพราะ นักเรียน
ศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ทีจ่ ะ
ทาการทดลองในสิ่งทีผ่ ู้ใดศึกษามาก่อน
27
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวชิ าการศึกษาค้นควา้ อิสระ (Independent Study : IS) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
เฉลยใบงำนที่ 2
คาชีแจง จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
๑. การยกระดบั โรงเรยี นช้ันนาทีม่ คี วามพรอ้ มใหเ้ ป็นโรงเรยี นดีมีมาตรฐานสากล คือหลักสตู ร
โรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School)
๒. การพัฒนาผู้เรยี นสู่มาตรฐานสากล บูรณาการเปน็ รายวิชาเพิ่มเติม คือ รายวิชา
การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS)
๓. IS ๑ การศกึ ษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ คือมุ่งให้ผู้เรยี นต้ังประเดน็ ปญั หา ตั้งสมมุตฐิ าน ฝกึ
ทกั ษะการศกึ ษาค้นคว้าแสวงหาความรจู้ ากแหล่งการเรียนรู้ทีห่ ลากหลาย การคิดวิเคราะห์ และสรุป
องคค์ วามรู้
๔. IS ๒ การสอ่ื สาร และการนาเสนอ คือ มุ่งให้ผู้เรยี น นาความรทู้ ีไ่ ด้จากการศกึ ษาค้นคว้ามา
พัฒนาวธิ ีการถ่ายทอด สือ่ สารความหมาย แนวคิด ข้อมูล และองค์ความรดู้ ้วยวิธีการนาเสนอที่
เมาะสม หลากหลายรูปแบบ และมีประสิทธิภาพ
๓. IS ๓ การนาองค์ความรไู้ ปบริการสงั คม คือมุ่งให้ผู้เรยี นนา และประยุกต์องค์ความรู้ไปสู่การ
ปฏิบตั ิ หรอื นาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อสงั คม เกิดบริการสาธารณะ
๔. บนั ไดข้ันที่ ๑ การตง้ั ประเดน็ ปญั หา และสมมุตฐิ าน (Hypothesis Formulation)
อยู่ในรายวิชา IS ๑
๕. บันไดข้ันที่ ๒ การแสวงหาเพือ่ สืบค้นสารสนเทศ (Searching for Information)
อยู่ในรายวิชา IS ๑
๖. บันไดขั้นที่ ๓ การสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Formation)
อยู่ในรายวิชา IS ๑
๗. บนั ไดขั้นที่ ๔ การส่อื สาร และการนาเสนอ (Effective Communication)
อยู่ในรายวิชา IS๒
๘. บันไดขั้นที่ ๕ การบริการสังคม และจติ สาธารณะ (Public Service)
อยู่ในรายวิชา IS๓
๙. ปฏิญญาสากลว่าด้วยการจัดการศกึ ษาของ UNESCO ๔ ด้าน ได้แก่อะไรบ้าง
๑. Learning to know : การเรียนรเู้ พือ่ ให้มคี วามรู้
๒. Learning to do : การเรียนรเู้ พื่อการปฏิบัติเพื่อสร้างประโยชนใ์ ห้สงั คม
๓. Learning to live together : การเรยี นรู้เพ่อื อยู่รว่ มกนั อย่างมีความสุข
๔. Learning to be : การเรียนรเู้ พื่อให้รจู้ ักตนเอง
๑๐. เราสามารถสืบค้นขอ้ มูลที่เราต้องการศกึ ษาจากแหล่งใดได้บ้าง
หนงั สือ วารสาร ตารา เอกสาร อินเตอรเ์ นต็ หอ้ งสมดุ หอ้ งคอมพิวเตอร์ แหลง่ เรียนรใู้ นชุมชน
28
ชือ่ ........................................................ชัน...................เลขที.่ ...............
ชุดกิจกรรมการเรียนรูบ้ นั ได 5 ขน้ั เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นสู่มาตรฐานสากล
ด้วยรูปแบบเชงิ รกุ (Active learning)
วิชาการศึกษาค้นควา้ อสิ ระ (Independent Study : IS)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
เล่มที่ 1 ความรทู้ วั่ ไปของโครงงานวิทยาศาสตร์
จัดทาโดย นางดาราลักษณ์ อนิ ปา
โรงเรยี นเชยี งกลาง “ประชาพัฒนา”
สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษาน่าน
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร