ปท่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – มถิ นุ ายน 2563)
วารสารการพัฒนา
ทักษะทางด้าน
ภาษาอังกฤษ
English Language Skills
Development Journal
ISSN 13062013 (Print)
ISSN 93139130 (Online)
วารสารการพัฒนา
ทักษะทางด้าน
ภาษาอังกฤษ
English Language Skills
Development Journal
วารสารการพัฒนาทกั ษะทางด้านภาษาอังกฤษ
ISSN 13062013 (Print)
ISSN 93139130 (Online)
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ เสนอบทความวิชาการทเี่ กย่ี วของกับการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาองั กฤษในดา้ นตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะ
เป็น การฟัง การพดู การอา่ น การเขยี น รวมไปถงึ อุปสรรคปญั หาในการพัฒนาทักษะทางดา้ น
ภาษาอังกฤษและแนวทางการพฒั นาทักษะทางดา้ นภาษาอังกฤษ
2. เพื่อเผยแพร่และสง่ เสรมิ องค์ความรู้ท่ีเก่ยี วข้องกบั ทักษะภาษาอังกฤษในแตล่ ะดา้ นเพ่อื นาไปส่บู คุ คลที่
สนใจ นักเรยี น นักศกึ ษา หรอื แม้กระทัง่ บุคลากรในหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทอี่ ยากจะพัฒนาทักษะ
ภาษาองั กฤษในแต่ละดา้ นให้ดีข้นึ
บรรณาธกิ ารทป่ี รึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ัย
นางสาวสิญานนั ทน์ เทยี รพสิ ุทธ์ิ
บรรณาธกิ ารอานวยการ คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ยั
นางสาวธมนวรรณ นอ้ ยสมมิตร
บรรณาธิการบริหาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรวี ิชัย
นายธรี วุฒิ แซไ่ ล่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ัย
นายประยทุ ธศักด์ิ ปณชยั วรกรณ์
ผ้ชู ่วยบรรณาธิการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์
นางสาวรชั ฎา ลาภบรสิ ุทธศิ กั ดิ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
กองบรรณาธิการ คณะศิลปศาสตรม์ หาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
นางสาวอรณิชา เพ็งสม คณะศิลปศาสตรม์ หาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั
นายณฐภัทร แสงเขยี ว คณะอกั ษรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร
นางสาววรลักษณ์ ศรธี รรมยศ
นางสาวเบญจวรรณ แซล่ ิม่
นางสาวพรหมชนก ด้วงชาย
ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ (Peer Review) มหาวิทยาลยั ศิลปากร
นายกษมาูแซโ่ ฮ่ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา
นายจกั รกฤษบุญถาวร มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้
นายช่างกลูแก้วบรรจง มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
นายผจงเกียรติู์ ทองคา Komaga University, Korea
Prof. Kim EeelSung, Ph.D.
กาหนดตีพมิ พ์ ปีละู2ูฉบบั ูฉบับทีู่1ูมกราคมู-ูมถิ นุ ายนูฉบับท่ีู2 กรกฎาคมู-ูธันวาคม
ฝา่ ยประสานงาน นางสาวปราณูี มแี สงูและนายชชยั ูใจงามู
ผจู้ ดั ทา คณะศลิ ปศาสตรู์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยูเลขทีู่ 1 ถนนราชดาเนินนอกูอาเภอเมืองู
สงขลาู90000 โทรศัพทู์ 0-7431-7100 โทรสาร 0-7431-7123
จดั พิมู พ์ูโดย โรงพมิ พ์ปาเนาะู5ูถ.รวมมิตรูต.สะเตงูอ.เมอื งูจ.ยะลาู95000ู
บทความท่ีตีพิมพ์ทุกเร่ืองไดร้ ับการตรวจความถกตอ้ งตามหลักวชิ าการโดยผ้ทรงคุณวุฒิอนึ่งทัศนะและ
ขอ้ คิดเห็นใดๆท่ีปรากฏในวารสารปาริชาตเป็นความคดิ เห็นของผเ้ ขยี นและไม่ถือเปน็ ทศั นะและความ
รบั ผิดชอบของคณะบรรณาธิการ
บทบรรณาธกิ าร
วารสารการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษเข้าสู่ปีท่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563) อย่าง
สวยงามและถือว่าเป็นปีที่วารสารกาลังเติบโตแบ่งบานเข้าหามวลชนมากข้ึน สาหรับวารสารการพัฒนาทักษะ
ทางด้านภาษาอังกฤษฉบับนี้มีเน้ือหาสาระท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในด้านต่าง ๆ และการ
นาเสนอบทความเกี่ยวกับการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งประกอบด้วยบทความวิชาการ จานวน 6 เร่ือง ได้แก่ การพัฒนา
ทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ การพัฒนาทักษะการเขยี นภาษาอังกฤษ ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา
ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ การฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ประโยชน์ของภาษาอังกฤษ และการพัฒนา
ทักษะการพดู ภาษาอังกฤษโดยการฟังเพลงภาษาองั กฤษ
ดิฉั น ขอขอบ คุณ ทุกท่าน ท่ีติ ด ต ามอ่าน ว ารส าร การพั ฒ น าทักษะท างด้ าน ภ าษ าอังกฤษ อย่ างต่อเน่ื อง
ขอขอบคณุ ผ้เู ขียนบทความท่เี ห็นความสาคญั ในการพฒั นาองคค์ วามรู้ทกั ษะด้านภาษาองั กฤษ กล่นั กรองมาจนเป็น
บทความที่มีคุณภาพเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้อ่านทุกท่าน ขอขอบพระคุณกองบรรณาธิการ และผู้ทรงคณุ วุฒิ (Peer
Review) ทุกท่านที่ได้กรุณาตรวจสอบคุณภาพบทความอย่างเข้มข้นเพ่ือให้วารสารการพัฒนาทักษะทางด้าน
ภาษาองั กฤษคงมาตรฐานเนื้อหาถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการนี้ ทางวารสารกาลังวางแผนเพ่อื ขับเคล่ือนวารสารใหก้ ้าว
ไปส่สู ากลมากย่งิ ข้นึ จึงหวงั เปน็ อยา่ งย่ิงวา่ จะได้รับการสนบั สนุนดว้ ยดีจากทุกฝา่ ย เฉกเช่นท่ีเปน็ มา
สญิ านันทน์ เทยี รพิสทุ ธ์ิ และรัชฎา ลาภบรสิ ุทธศิ ักด์ิ
บรรณาธกิ ารท่ีปรึกษา และผู้ช่วยบรรณาธกิ าร
สารบญั 1
6
บทความวชิ าการ 9
14
1. ปัญหาและอปุ สรรคในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาองั กฤษ 17
อรณิชา เพ็งสม 22
2. บทความพฒั นาทกั ษะการฟังเพลงภาษาองั กฤษ
ธมนวรรณ นอ้ ยสมมิตร
3. การพัฒนาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษโดยการฟังเพลงและการดูภาพยนตร์ภาษาองั กฤษ
ประยุทธศักดิ์ ปณชัยวรกรณ์
4. พฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความภาษาอังกฤษ
รัชฎา ลาภบริสุทธศิ ักด์ิ
5. การพัฒนาทกั ษะการเขียนภาษาอังกฤษ
สิญานันทน์ เทยี รพิสทุ ธิ์
6. การฝกึ ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา
ธรี วฒุ ิ แซ่ไล่
ปญั หาและอปุ สรรคในการพฒั นาทักษะการพดู ภาษาองั กฤษ
Problems and Obstacles for Improving English Speaking Skills
อรณิชา เพ็งสม1/ Onnicha Pengsom
บทนา
ปัจจุบันน้ีการพูดภาษาอังกฤษมีความสาคัญเป็นอย่างมาก การที่จะพูดภาษาอังกฤษได้อย่าง
คล่องแคล่วน้ันก็ต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาทักษะและสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการพูดภาษาอังกฤษ
กล่าวคือในระหว่างการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษก็มักจะพบเจอปัญหาในการพัฒนาทักษะการพูด
ภาษาอังกฤษอยู่หลายด้านด้วยกัน เช่น ผู้พูดไม่มีความม่ันใจในตนเอง กลัวที่จะพูดเน่ืองจากไม่แม่นเรื่อง
ไวยากรณ์และคาศพั ท์ รวมทั้งปัจจัยอนื่ ๆ ที่มผี ลต่อการพัฒนาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษ และบทความนม้ี ่งุ จะ
นาเสนอถึงปัญหาและอุปสรรคท่ีผู้พูดต้องพบเจอในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของตนเอง เพ่ือ
ต้องการแสดงใหเ้ ห็นถงึ ปญั หาและแนวทางการแก้ไขตอ่ ไป
ปจั จัยและเหตผุ ลทท่ี าใหพ้ ูดภาษาอังกฤษไม่ได้
ปัจจัยและเหตุผลที่ทาให้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ถึงแม้ว่าจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ตาม
นนั่ มอี ยู่หลายเหตุผลและหลายด้านด้วยกนั ด้วยกันส่วนสาเหตุหลักๆ ก็คือ เด็กไทยสว่ นมาก ไม่ค่อยได้มีโอกาส
ฝกึ ทักษะการเรยี นภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติเพราะว่าโดยท่ัวไปการเรียนภาษาใดๆ ในโลกใบนี้ หลักเร่ิมต้นก็
คอื ฟัง พดู อ่าน เขยี น แต่คนไทย เรียนภาษาองั กฤษอาศัยหลกั การย้อนศรก็คือ เขียน อ่าน พูด และฟัง นั่นจึง
ทาให้คนไทยจึงเรียนภาษาอังกฤษใช้ระยะเวลานานมากๆ เพราะหัวใจหลักของการพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผล
นั่นอยู่ท้ายสุด ก็คือ การฝึกการฟัง การพูด นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งปัจจัยท่ีทาให้เป็นอุปสรรคต่อการพูด
ภาษาองั กฤษออกเป็น 3 ดา้ นดว้ ยกนั คือ
1. ด้านของตัวผ้เู รียน
1.1. การขาดเจตคติทด่ี ีตอ่ การพูดภาษาองั กฤษอย่างเปน็ ทางการ
ความรู้สึกชอบหรือไมช่ อบของผ้เู รียนเป็นเรือ่ งเจตคติในตัวผ้เู รียนท่มี ีอทิ ธิพลต่อการพัฒนาหรือตอ่ ต้าน
การเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
1.2. การขาดความรแู้ ละทักษะพนื้ ฐานท่ีเป็นองคป์ ระกอบในการพูดภาษาอังกฤษเพอื่ การสื่อสาร
การสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนเรื่องของศัพท์และไวยากรณ์ โดยที่
ผู้เรียนจะจดจาคาศัพท์และไวยากรณ์เพ่ือนาไปตอบคาถามในการสอบมากกว่าเรียนรู้เพื่อการนาไปใช้พูด
สือ่ สารจรงิ เป็นผลทาให้จาคาศัพทไ์ ม่ได้ ใชไ้ วยากรณไ์ ม่ถูก
1.3. การขาดการฝกึ ฝนและประสบการณใ์ นการพดู เพ่ือการสื่อสาร
1.4. ขาดทกั ษะการเรียบเรยี งความคิดในการนาเสนอ
1.5. ผพู้ ูดขาดความม่ันใจในการพูดภาษาองั กฤษเพราะกลัวผิดหลักไวยากรณ์ อาย และกลัวโดนล้อเลียน
หากพดู ผดิ ไป
1 นักศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ชิ ยั
1
2. ด้านหลักสตู รและการเรียนการสอน
2.1. การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย ส่วนมากยังใช้การเรียนการสอนแบบยึดตามหลัก
ไวยากรณ์ การแปล และท่องจามากกว่าสื่อสารได้ในชีวิตจริง ด้วยการเรียนภาษาอังกฤษในเบื้องต้นที่อัดแต่
ไวยากรณ์จนทาให้ไม่เข้าใจในบริบทและวัฒนธรรมของการใช้ภาษาอังกฤษ เด็กหลายคนไม่ได้เข้าใจการใช้
ไวยากรณท์ ี่แท้จริง อาจทาได้แค่ตอนเรยี นหรือตอนสอบเพยี งชว่ั คราวหลงั จากนนั้ กล็ ืม
2.2 สภาพการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรก็ไม่เอื้อให้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องการพูด
ภาษาอังกฤษจากัดเฉพาะห้องเรียนเท่าน้ัน (อดิศา เตียว และคณะ, 2547) เน่ืองจากอาจารย์ผู้สอนมักจะบอก
ใหเ้ นน้ การทอ่ งจาทาให้ขาดการฝึกปฏบิ ัติ ทาให้ขาดความเข้าใจในความหมาย ความถูกต้องที่แท้จริงของภาษา
ทาใหไ้ ม่สนใจในภาษาองั กฤษ และยังทาให้ไม่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มท่ี
3. ด้านสภาพแวดลอ้ ม
3.1 สภาพแวดล้อมท่ีได้พบปะในชีวิตประจาวันน้ันส่ือสารด้วยภาษาไทย ทาให้ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย
นอกจากน้ีโอกาสที่จะได้ฝึกฝนกับเจ้าของภาษา ชาวต่างชาติก็มีน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย และทาให้คนส่วน
ใหญ่มีความกลัวเม่ือพบชาวต่างประเทศ ไม่กล้าเข้าไปทักทาย อาย ไม่กล้าพูด กลัวพูดผิด กลับตอบโต้ไม่ได้
กลัวเพื่อนจะหวั เราะ (ศศิภา ไชยวงค,์ 2553:3)
อปุ สรรคในการพูดภาษาองั กฤษของเด็กไทย
มร.แอนดรูว์ กลาส ผู้อานวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาด้านภาษาอังกฤษของไทย เกิด
จาก 4 ประเดน็ คือ
1. ค่าเฉล่ียทักษะภาษาอังกฤษของครูภาษาอังกฤษระดับช้ันประถม-มัธยมศึกษามากกว่า 75 % อยู่ใน
ระดับ A2 หรอื ต่ากว่าพืน้ ฐาน
2. ปัญหาทักษะภาษาอังกฤษในภาพรวมของประเทศไทย สะท้อนอยู่ในปัญหาความไม่เท่าเทียมใน
ประเทศไทยเพราะการศึกษาของแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนในตัวเมืองกับ
โรงเรียนต่างจังหวัด โรงเรียนธรรมดากับโรงเรียนนานาชาติ ดังนั้นความเท่าเทียมในการเรียนรู้และ
การเขา้ ถึงภาษาอังกฤษก็เปน็ ส่ิงสาคญั เชน่ กนั
3. การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย ส่วนมากยังใช้การเรียนการสอนแบบยึดตามหลัก
ไวยากรณ์ การแปล และทอ่ งจามากกวา่ สอื่ สารได้ในชวี ติ จรงิ
4. ระบบการวัดผลทักษะภาษา ยังคงมงุ่ เน้นไปทก่ี ารใช้ภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์ การอา่ น ซึ่งลว้ น
แตไ่ ม่ได้ส่งเสริมให้ผ้เู รยี นเรียนร้ทู ่ีจะใชภ้ าษาเพอ่ื การส่ือสาร
และนอกจากนย้ี งั มอี ปุ สรรคดา้ นอนื่ ๆ อกี ด้วยเช่น
1. ไม่คอ่ ยรู้จกั คาศัพท์ (สาหรับการใชง้ านจริง)
เดก็ ไทยเน้นไปทางการทอ่ งจาศพั ทเ์ พื่อนาไปสอบมากกว่าการนาไปใชจ้ ริงเหมือนแค่จะใหพ้ อผ่าน เมื่อ
ไม่ไดใ้ ชจ้ รงิ กเ็ กิดการลืมทาให้ไมส่ ามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้
2. ไมค่ ่อยมโี อกาสไดใ้ ชจ้ ริง
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาหลักของประเทศ ดังนั้นการส่ือสารจึงจะใช้ภาษาไทยเป็นส่วนมาก
มาก และการจะพบปะพูดคุยกับคนต่างชาติก็แทบจะไม่มี ทาให้การที่จะสามารถนาภาษาอังกฤษไปใช้ได้ใน
ชีวิตจริงน้อยมาก
2
3. ไวยากรณไ์ มเ่ ปะ๊
ด้วยการเรียนภาษาอังกฤษในเบื้องต้นที่อัดแต่ไวยากรณ์จนทาให้ไม่เข้าใจในบริบทและวัฒนธรรมของ
การใช้ภาษาอังกฤษ เด็กหลายคนไม่ได้เข้าใจการใช้ไวยากรณ์ที่แท้จริง อาจทาได้แค่ตอนเรียนหรือตอนสอบ
เพยี งชวั่ คราวหลงั จากน้นั ก็ลมื
แนวทางและวิธีการพฒั นาทักษะการพดู ภาษาอังกฤษ
3.1. แนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนทักษะการพูดภาษาอังกฤษ
ประดนิ ันท์ ประดบั ศลิ ป์ และ ลกั ขณา เกตุเตยี น (2553 : 1) ไดเ้ สนอแนะว่า
1. ต้องมีการพัฒนาการสอนให้ต่างจากรูปแบบเดิมเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากขึ้นโดย
ผสู้ อนจาเป็นตอ้ งปรบั เปลยี่ นวธิ กี ารสอนโดยเน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ
2. ใชเ้ ทคนิคต่าง ๆ เพอื่ ให้ผูเ้ รียนได้รบั ความรอู้ ยา่ งเต็มที่
3. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้นาประสบการณ์การใช้ภาษาไปแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น การใช้
กิจกรรมแสดงบทบาทสมมติ กจิ กรรมการแสดงสถานการณ์จาลอง เปน็ ตน้
เอกอนงค์ ปวง (2553:3) กล่าวว่า ผู้สอนควรใช้กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออกทางการพูด มี
การตอบโต้ท่ีเหมาะสมกับกาลเทศะ และมีโอกาสใช้ภาษาในลักษณะท่ีเหมือนชีวิตประจาวันมากที่สุด โดยที่
สามารถเลือกข้อความที่เหมาะสมบทบาทและสถานการณ์ด้วยตนเอง ผู้สอนจึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ต้องจัด
กิจกรรมให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ด้วยตนเอง การท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเองนั้นทาให้มีประสบการณ์ตรงกับส่ิงท่ี
เรยี นรู้และจะทาใหเ้ กดิ แรงจูงใจในการเรียนภาษาองั กฤษ
3.2. วิธีการพัฒนาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษ
โดยวิธีการพัฒนาทักษะทางการพูดภาษาอังกฤษโดยการแสดงบทบาทสมมติ โดยเราจะสามารถ
พฒั นาทักษะการพดู ภาษาอังกฤษ โดยการ สื่อการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ และข้อดีของการเรียนรู้โดยการ
ใช้การแสดงบทบาทสมมติเพ่ือพัฒนาความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ คือกุญแจสาคัญช่วยให้นักเรียน
พัฒนาความสามารถในการพูด และทาให้สามารถพูดได้ดขี น้ึ
วิวัฒน์ ทองวาด (2554) ได้ศึกษาผลกระทบของการแสดงบทบาทสมมติของนักเรียน Thai EFL และ
พบว่านักเรียนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติได้รับ ประโยชน์มากมายในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
รวมถึงการเพ่ิมแรงบันดาลใจ เพ่ิมระยะเวลาในการฝึกการส่ือสารภาษาอังกฤษ และเพ่ิมความสัมพันธ์ระหว่าง
นักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติ ท้ังหมดนี้ ผลลัพธ์ของการศึกษานช้ี ้ีให้เหน็ ว่า การเปลี่ยน
บทบาทของครู และนกั เรียน และการปรบั เปลี่ยนขั้นตอนการเรยี นรู้ ช่วยทาลายกาแพงทางจิตวิทยาท่ีขดั ขวาง
พดู ภาษาอังกฤษของนักเรียนฟ้าสวา่ ง พัฒนะพเิ ชฐ (2554) ได้ศึกษาเกี่ยวกับนักเรียนไทย และพบวา่ การแสดง
บทบาทสมมติ และกิจกรรมการเรียนรู้อ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้องนั้นช่วยพัฒนาความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ
เป็นอย่างดี ผู้เขา้ ร่วมการศึกษาวจิ ัยน้ีได้ผ่านกิจกรรมการฝึกพูด รวมถึง กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติ เช่น
บทสนทนาทางโทรศัพท์ สมรรถภาพทางการพูดของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมน้ันพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
และผลตอบรับจากการเรียนรู้ด้วยวิธีน้ีเป็นไปในทางบวกอย่างมากสรุป ภาษาอังกฤษน้ันเป็นภาษาที่โดดเด่น
ทสี่ ุดในโลก จากสถติ ิพบว่ามกี ารใช้งานภาษาอังกฤษท่ัวโลก ภาษาองั กฤษนนั้ เป็นภาษาทางการท่ีดีท่สี ุดที่ใช้กัน
ทั่วโลก ทั้งทางด้านธุรกิจ การศึกษา และการสื่อสาร การรู้ภาษาอังกฤษน้ันทาให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล
3
มากมาย ถึงแม้ว่าการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นมีความท้าทายและใช้เวลามากสาหรับนักเรียนส่วนใหญ่ใน
ประเทศไทย แต่ระหว่างที่นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาอังนักเรียนก็จะมองเห็นถึงความสาคัญในการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษ และเล็งเห็นโอกาสตา่ ง ๆ ทจี่ ะตามมาเมื่อรูภ้ าษาองั กฤษ
สดุ ยอด 10 เคล็ดลับวธิ พี ัฒนาทักษะการพดู ภาษาอังกฤษ
เคล็ดลับในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษมีดงั น้ี
1. พูด พูด พูด แล้วก็พูด ก็คือ จงม่ันใจในตัวเองแล้วก็หาโอกาสพูดให้บ่อยที่สุดและกับทุกคนเท่าท่ี
คุณจะทาได้! อย่าอายท่ีจะพูดผิด! ย่ิงฝึกมากเท่าไหร่ความม่ันใจในการพูดและความรู้ด้านศัพท์
และความถกู ต้องในการออกเสียงกจ็ ะยิง่ เพิ่มขน้ึ ดว้ ยเชน่ กนั
2. ใช้เครอ่ื งมือแปลของ Google เม่ือพบเจอคาศพั ท์ท่ไี ม่แน่ใจในความหมายหรือการออกเสยี ง ใสค่ า
ท่ตี อ้ งการในเครอื่ งมอื แปลของ Google แล้วไปคลกิ ทป่ี มุ่ ออดิโอเพื่อฟังการออกเสียงท่ถี ูก
3. ฟงั ฟังข่าวและเพลงภาษาอังกฤษเพื่อฟังการออกเสียงคาศัพท์ แลว้ จะได้เรียนศัพท์ใหม่ ๆ เพ่ิมข้ึน
ด้วย
4. อ่านออกเสียง อ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารให้ตัวเองฟัง การได้ฟังตัวเองอ่านออกเสียงจะช่วยให้
คณุ ทราบขอ้ บกพร่องของตวั เองดีข้ึน
5. เรียนรู้คาศัพท์ใหม่ทุกวัน เลือกศัพท์คาท่ีคุณสนใจแล้วก็ฝึกใช้ศัพท์น้ันในประโยคต่างๆ จนกว่าจะ
เข้าใจอยา่ งถ่องแทแ้ ละพยายามใช้ต่อไปเรื่อยๆ
6. ดหู นัง ดูหนังภาษาองั กฤษแลว้ ก็พยายามใสใ่ จศัพทใ์ หม่ๆและการออกเสียง พยายามเลียนแบบการ
พูดของดารา
7. หาเพ่ือน หาเพ่ือนที่พูดภาษาอังกฤษหรือคนที่กาลังเรียนภาษาอังกฤษเหมือนกันเพ่ือจะได้คุย
ภาษาองั กฤษและแลกเปล่ียนโนต๊ กัน พูดคยุ กนั ถึงสงิ่ ท่คี ณุ ไดเ้ รยี นและแลกเปลี่ยนความคิดเหน็
8. ทากิจกรรมภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ เข้าคอร์สทาอาหารภาษาอังกฤษหรือเข้าร่วมในชมรมคนรัก
หนังสืออะไรกไ็ ดท้ ่ีสนใจ แต่ต้องเปน็ สงิ่ ทจ่ี ะไดส้ ่อื สารดว้ ยภาษาอังกฤษนะ
9. โต้วาที พดู ในทุกหวั ขอ้ ทส่ี นใจกบั เพ่อื นเป็นภาษาอังกฤษ พยายามใช้ศัพท์ที่เรยี นมาให้เยอะที่สุด
10. ใช้พจนานุกรม ดูคาศัพท์ต่างๆและคาพ้องของมันด้วย แล้วก็ดูว่าวิธีใช้และเม่ือไหร่ที่ควรจะใช้คา
เหล่านัน้
บทสรปุ
ทักษะการพูดภาษาอังกฤษในปัจจุบันน้ันเป็นทักษะที่สาคัญเป็นอย่างย่ิง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับ
ชาวต่างชาตทิ ี่เข้ามาภายในประเทศ การติดต่อในปัจจุบันกับต่างประเทศก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของ
โลก ดังน้ันการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเป็นสิ่งท่ีสาคัญมาก แต่ระหว่างการพัฒนาทักษะการพูด
ภาษาอังกฤษก็อาจจะพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านของผู้พูดเอง ด้านของ
สภาพแวดล้อม ด้านการศึกษาและหลักสูตร ทาให้ความสนใจและความสามารถในการพูดเสื่อมถอยหรือไม่
สามารถพัฒนาได้ดีเท่าทีค่ วร
4
บรรณานกุ รม
กรุงเทพธรุ กิจ. (2563, กุมภาพนั ธ)์ . 4 อุปสรรคเรียนร้ภู าษาเดก็ ไทย ตอ้ งปรบั แก้ตัง้ แต่ 'สอนจนถงึ สอบ'.
สืบคน้ เม่ือวันท่ี 19 สิงหาคม 2563, จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/
detail/865612.
กอ้ ปันกัน. (2560, กมุ ภาพันธ์). 3 อุปสรรคสาหรบั การพฒั นาภาษาอังกฤษของเด็กไทย. สบื ค้นเมื่อ
วันที่ 19 สงิ หาคม 2563, จาก https://www.korpungun.com/three-obstacles-learning-
english
จันทการ ไพรศร.ี (2561). การใช้บทบาทสมมติในการสอนเพอ่ื พัฒนาทักษะการพดู ภาษาองั กฤษของนักเรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5, วารสารวิชาการบัณฑติ วิทยาลยั สวนดุสิต, 14(3), 267-275.
นงสมร พงษ์พานชิ . (2554, ,มกราคม – มิถุนายน). “การศึกษาปญั หาของการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
ด้วยวาจาของนสิ ิตคณะวิทยาการจดั การ”. วารสารมนษุ ย์ศาสตรว์ ชิ าการ. 8 (1), 85-97
สาเหตุท่พี ดู ภาษาอังกฤษไมไ่ ด้. (2557). สืบค้นเมอื่ วนั ที่ 20 สงิ หาคม 2563,
จาก https://sites.google.com/site/studyenglishveryeazy/sahetu-thi-phud-phasa-
xangkvs-mi-di
สชุ าดา ทพิ ยม์ นตรี. (2555). การพฒั นาบทเรยี นภาษาองั กฤษสาหรับการส่ือสารทางธรุ กิจโดย
ใช้สถานการจาลอง. (โครงการวจิ ัย). สงขลา:มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์
WIL. (2018). 10 สดุ ยอดเคลด็ ลับในการพฒั นาการพดู ภาษาองั กฤษ. สืบค้นเม่ือวันท่ี 20 สิงหาคม 2020,
จาก https://englishlive.ef.com/th-th/blog/language-lab/development-english/
5
บทความพฒั นาทักษะการฟังเพลงภาษาอังกฤษ
ธมนวรรณ นอ้ ยสมมติ ร12
บทนา
การสอ่ื สารในชีวติ ประจาวันน้ันการฟังนบั วา่ เป็นทักษะรับสารท่ีสาคัญทักษะหน่งึ เป็นทักษะที่ใชก้ ันมากและ
เปน็ ทักษะแรกทต่ี ้องทาการสอนเพราะผพู้ ูดจะต้องฟังให้เข้าใจเสยี กอ่ นจึงจะสามารถพูดโตต้ อบ อา่ นหรือเขยี น
ได้ ทักษะการฟังจงึ เป็นทักษะพนื้ ฐานท่สี าคัญในการเรียนรู้ทกั ษะอื่นๆ ดงั น้นั ในการเรียนการสอนนักเรียนจึง
ควรได้รบั การฝกึ ฝนทักษะการฟังอย่างเพยี งพอและจริงจัง
ความหมายของเพลง
Hornby (1990) ได้กล่าววา่ ความหมายของเพลงไว้ว่า เพลง คือ ช้ินสว่ นของ ดนตรีทม่ี ีคารอ้ ง และยัง
เปน็ ชุดภาษาทด่ี ีอีกด้วย เพราะเพลงได้รวมท้งั ภาษา วัฒนธรรม การฟัง ไวยากรณ์และทักษะทางภาษาอ่นื ๆมา
เรยี งรอ้ ยเป็นถ้อยคาที่คล้องจอง โดยธรรมชาตขิ องเพลง สาหรับเด็กน้ันจะมีเนอื้ ร้องที่ซ้าไปมาทาใหเ้ ด็กจาศัพท์
ได้ และไมว่ ่าใครกต็ ามเม่ือได้เรยี นรู้การรอ้ ง
เพลงกจ็ ะจาเนอ้ื เพลงได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ลกั ษณะการฟงั ทีด่ ี
กัลญารัตน์ สถิรสุขสมบรู ณ.์ (2563) ไดก้ ลา่ ว่า การฟังทีด่ คี วรมลี กั ษณะ ดงั นี้
1.ฟงั ให้ตรงตามความม่งุ หมาย โดยทัว่ ไปแล้วหลักการฟังมีความมุง่ หมายหลัก 3 ประการ
1.1 ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน ได้แก่ การฟังเรื่องราวทีส่ นุกสนาน
1.2 ฟังเพื่อความรู้ ไดแ้ ก่ การฟงั เรื่องราวทางวิชาการ ข่าวสารและข้อเสนอแนะต่าง ๆ
1.3 ฟังเพ่ือให้ไดค้ ตชิ ีวติ หรือความจรรโลงใจ ได้แก่ การฟงั ท่ีก่อให้เกิดสตปิ ญั ญา ความสุขุม และ
วจิ ารณญาณ
2. ฟังโดยมคี วามพร้อม ความพร้อมในท่นี ี่ คือ ความพร้อมทง้ั รา่ งกายและจิตใจ ความพร้อมทางรา่ งกาย คอื
การมีสุขภาพทางร่างกายเป็นปกติ ความพรอ้ มทางจิตใจ หมายถงึ การมีพนื้ ฐานความรคู้ วามเขา้ ใจอย่าง
เพยี งพอ
3. ฟังโดยมสี มาธิ คอื การฟังด้วยความตั้งใจม่ันจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟัง
4. ฟงั ด้วยความกระตือรอื ร้น
5. ฟงั โดยไม่อคติผู้พดู โดยไม่อคตติ ้องพิจารณาใหล้ ะเอยี ดถ่ีถว้ นไม่เปน็ โทษแกผ่ ู้อื่น
ประโยชนข์ องการฟังเพลงภาษาอังกฤษ
สรุ เชษฐ์ ตุงใหญ่ (2019) ได้กล่าววา่ การแกะเน้ือเพลงฝรั่งเพอ่ื หาความหมายกนั ไมม่ ากก็น้อย มันทาให้
เราร้สู ึกอินไปกบั เพลงมากขนึ้ เมื่อรู้ความหมายของเพลงท่รี ้องออกมา ถอื เปน็ แรงกระตนุ้ ให้เราเรยี นรู้ภาษาได้
อยา่ งดี เช่นเดยี วกับการดูภาพยนตรฝ์ รง่ั ในเพลงจะมีท่อนทร่ี ้องซา้ หลายรอบทาใหเ้ ราสามารถได้ยนิ และ
พยายามจบั ใจความให้ไดอ้ ยู่เสมอ จึงบอกได้อีกอยา่ งว่ามนั ถือเปน็ สง่ิ ทีช่ ว่ ยเพมิ่ ทักษะการฟงั ภาษาอีกด้วย มัน
เปน็ เรอ่ื งธรรมดาท่ีอาจจะฟงั เนื้อไม่ทันส่งิ ที่ช่วยได้กค็ ือการเปิดเวบ็ แปลเนอ้ื เพลงทห่ี าไดท้ ่ัวไป ภายในเว็บจะมี
1นักศกึ ษาระดับปริญญาตรี คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ัย
6
การแกะเน้ือร้องพรอ้ มกับแปลความหมายให้เข้าใจง่ายขน้ึ เมอื่ เราเขา้ ใจความหมายในเน้ือรอ้ งแลว้ ยามที่
กลับไปฟังสมองเราจะจดจาไดว้ า่ ทอ่ นนมี้ นั พูดวา่ อะไรแล้วแปลวา่ อยา่ งไร
ความสาคัญของการฟัง
ณธายุ (2552) ได้กลา่ ววา่ การส่อื สารในชีวติ ประจาวันของคนเราใช้การฟงั มากกวา่ ทักษะอยา่ งอ่ืน
การฟังเป็นความสามารถในการรับรู้สิง่ ท่ไี ด้ยนิ แลว้ สามารถตคี วามหรอื จบั ใจความส่งิ ทรี่ บั รนู้ ้ันสามารถเข้าใจ
และจดจาไว้ได้ ซง่ึ เป็นความสามารถทางสติปญั ญาที่ตอ้ งอาศัยการฝึกฝนบ่อย ๆ ผทู้ ่ีผา่ นการฝึกทักษะการฟงั
จะมีทักษะสงู กว่าผู้ท่ีไม่ไดฝ้ ึกและทักษะการฟังจะเพิ่มพนู ข้ึนโดยการฝกึ ซง่ึ จะต้องทาเป็นเวลานาน อาจกลา่ ว
ไดว้ ่าตอ้ งฝึกตลอดชีวติ แผนภูมิอัตราส่วนของการใช้ภาษาเพ่อื การสอ่ื สารแต่ละทักษะ จากแผนภูมจิ ะเห็นว่า
การสื่อสารในชวี ิตประจาวนั ของคนเราใชก้ ารฟังมากกว่าทักษะอยา่ งอน่ื การฟงั เป็นความสามารถในการรับรสู้ ่งิ
ท่ไี ดย้ ินแล้ว สามารถตีความหรอื จับใจความสงิ่ ทร่ี ับร้นู ้ันสามารถเขา้ ใจและจดจาไวไ้ ด้ ซง่ึ เป็นความสามารถทาง
สติปัญญาทต่ี ้องอาศัยการฝกึ ฝนบอ่ ย ๆ ผู้ท่ีผ่านการฝกึ ทักษะการฟงั จะมที ักษะสูงกว่าผู้ท่ไี ม่ไดฝ้ กึ และทักษะ
การฟังจะเพ่มิ พูนข้นึ โดยการฝึก ซงึ่ จะต้องทาเป็นเวลานาน อาจกล่าวได้วา่ ต้องฝกึ ตลอดชีวิต
บทสรุป
จากที่กล่าวมานน้ั การฟังภาษาองั กฤษนัน้ เป็นสงิ่ สาคญั อย่างมาก การสอ่ื สารในชีวิตประจาวนั ของ
คนเราใชก้ ารฟังมากกว่าทักษะอย่างอ่นื การฟงั เปน็ ความสามารถในการรบั รู้ส่งิ ที่ได้ยินแลว้ สามารถตีความ
หรือจบั ใจความสิ่งท่ีรบั รู้นั้นสามารถเข้าใจและจดจาไวไ้ ด้ ผู้ทผี่ า่ นการฝกึ ทักษะการฟงั เพลงภาษาอังกฤษ จะมี
ทกั ษะสงู กวา่ ผทู้ ่ีไม่ได้ฝึกและทักษะการฟังจะเพิ่มพนู ขนึ้ โดยการฝึก
7
บรรณานกุ รม
กลั ญารัตน์ สถิรสขุ สมบูรณ์. (2563). “หลักการฟงั ทดี่ ี” สบื คน้ เม่อื วันที่ 14 พฤศจกิ ายน 2563.
จาก https://sites.google.com/a/banraiwitthaya.ac.th/kruadd/rabb-than-khxmul/bth-thi
ณธายุ. (2552,กรกฎาคม) “ความสาคญั ของการฟงั ” สืบค้นเมอ่ื วนั ที่ 14 พฤศจิกายน 2563 จาก
http://natayuthai.blogspot.com/2009/07/blog-post_5110.html
สุรเชษฐ์ ตงุ ใหญ่. (2562,กรกฎาคม). “ขอ้ ดขี องการฟัง เพลงสากล ทีค่ วรต้องรู้” สืบคน้
เมื่อวันท่ี 14 พฤศจกิ ายน 2563. จาก
https://compassionateearthwalk.org/2019/07/17/the-advantages-of-listening-to-
international-music-should-be-known/
Hornby, A. (1990). Oxford Advanced Learner’s Dictionary of Current English.
Oxford: Oxford University Press.
8
การพฒั นาทกั ษะการพูดภาษาอังกฤษโดยการฟงั เพลงและดูภาพยนตรภ์ าษาอังกฤษ
ประยุทธศกั ด์ิ ปณชยั วรกรณ์1
1
บทนา
ในปจั จุบันพบว่า ทกั ษะการพูดภาษาอังกฤษถือเป็นทักษะที่สาคัญทีจ่ าเป็นที่จะต้องเรียนรู้
ภาษาอังกฤษเป็นอยา่ งมาก ภาษาองั กฤษซง่ึ เป็นภาษาสากลในยุคปัจจุบนั ถือวา่ มีความสาคัญมากในการใช้ชีวิต
ในประจาวนั ไมว่ า่ จะเปน็ ในด้านการเรยี นการทางานและการทอ่ งเท่ียวภาษาอังกฤษล้วนแต่มคี วามจาเป็นเลย
ไดจ้ ดั ทาบทความนี้ข้นึ เพื่อแบ่งปนั เทคนคิ และประสบการณ์จากการเรียนร้ภู าษาองั กฤษด้วยตัวเองจากการดู
หนงั และฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ
1.ทักษะการพูดภาษาองั กฤษ
1.1 ความหมายของทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษ
การพดู ภาษาอังกฤษมิใช่เพียงความสามารถทางการออกเสียงใหถ้ กู ต้องตามโครงสร้างทาง ไวยากรณ์
เท่าน้นั แต่ยงั รวมถึงการใชน้ ้าไเสียงหรือกริ ยิ าอาการ ผูพ้ ดู ต้องมีทักษะความรู้ด้านการออกเสียง คาศัพท์ กฎ
การใชท้ างไวยากรณ์ เขา้ ใจวัฒนธรรมทางภาษา และผู้พูดตอ้ งมีทกั ษะการใช้กลวิธกี ารพูดเพอ่ื การสือ่ สารได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ดังท่ี William Litterwood (2538)
ไดอ้ ธบิ ายวา่ การพูดหมายถึงการแลกเปลี่ยนข่าวสารตา่ งๆ ระหว่าง บุคคลตั้งแตส่ องคนข้ึนไป โดยมีผ้พู ูดและ
ผ้ฟู งั ผูพ้ ูดจาเปน็ ต้องพูดให้ผู้ฟงั เข้าใจความหมายทีผ่ พู้ ูดตอ้ งการ จะส่อื ดังนั้นจึงต้องพูดให้ถกู ต้องตามหลัก
ภาษา และใช้คาพูดทเ่ี หมาะสมรวมถงึ พูดได้ถกู ต้องตาม สถานการณ์
William Litterwood (2538)
1.2 องค์ประกอบของทักษะการพดู ภาษาองั กฤษ
องคป์ ระกอบของการพูดท่จี ะประสบความสาเรจ็ ไดต้ ้องประกอบไปดว้ ยองคป์ ระกอบท่ีสาคญั 4
องค์ประกอบ ดงั ที่ ทวีศกั ดิ์ ชูมา (2560) ได้อธิบายไว้ว่า
1.2.1. ตอ้ งมคี วามรู้ดา้ นไวยากรณ์หรอื โครงสรา้ ง (grammatical competence) หมายถึง ความรู้
ด้านภาษา ได้แก่ ความรู้เกย่ี วกับคาศัพท์ โครงสรา้ งของคา ประโยค ตลอดจนการสะกดและการ ออกเสยี ง
1.2.2. ตอ้ งมีความรดู้ า้ นสังคม (sociolinguistic competence) หมายถงึ การใชค้ า และโครงสร้าง
ประโยคได้เหมาะสมตามบริบทของสงั คม เชน่ การขอโทษ การขอบคุณ การถามทิศทางและข้อมูล ต่าง ๆ และ
การใช้ประโยคคาสงั่ เป็นตน้
1.2.3. ต้องมคี วามรู้ในการใชโ้ ครงสรา้ งภาษาเพื่อส่ือความหมายดา้ นการพูด และเขยี น (discourse
competence) หมายถงึ ความสามารถในการเชอ่ื มระหว่างโครงสรา้ งภาษา (grammatical form) กับ
ความหมาย (meaning) ในการพูดและเขยี นตามรปู แบบ และสถานการณท์ แ่ี ตกตา่ งกนั
1.2.4. ตอ้ งมีความรใู้ นการใช้กลวธิ ใี นการสอ่ื ความหมาย (strategic competence) หมายถึง การใช้
เทคนิคเพ่ือใหก้ ารติดตอ่ สื่อสารประสบความสาเรจ็ โดยเฉพาะการส่ือสารดา้ นการพูด เช่น การ ใชภ้ าษาทา่ ทาง
(body language) การขยายความโดยใชค้ าศัพท์อืน่ แทนคาท่ีผพู้ ูดนกึ ไม่ออก เป็นต้น
1 นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ยั
9
ทักษะการพดู ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขนึ้ จากความพยายาม ท่ีชาญ
ฉลาด ทง้ั น้ผี สู้ อนภาษาอังกฤษจะต้องเข้าใจธรรมชาติและเข้าใจกลวธิ ที ี่การสื่อสารทม่ี ีประสิทธิภาพ เพื่อใชเ้ ปน็
เครอื่ งมอื สาคัญในการพฒั นาทกั ษะและการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าในระหว่างที่สอ่ื สารภาษา เป้าหมายได้
ทวีศักดิ์ ชมู า (2560)
1.3 ความสาคญั ของภาษาอังกฤษ
ในปัจจบุ นั พบวา่ ผู้คนในปจั จุบนั มีความจาเปน็ ที่จะต้องเรียนรภู้ าษาอังกฤษเปน็ อย่างมาก
ภาษาอังกฤษซ่ึงเปน็ ภาษาสากลในยคุ ปจั จบุ นั ถือวา่ มีความสาคัญมากในการใช้ชวี ิตในประจาวนั
ดงั ท่ี จิตพิสทุ ธ์ิ จันตะคุต (2553) ได้ระบุว่า ความสาคัญของภาษาองั กฤษภาษาองั กฤษได้เขา้ มามีบทบาทใน
ชีวิตของคนไทย และคนทั่วโลกไปแลว้ มนษุ ยชาติทุกวนั น้สี ื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการ
ตดิ ต่อสื่อสารกันโดยตรง การใช้อนิ เตอรเ์ นต็ การดูทีวี การดูภาพยนตร์ การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
หนงั สอื คมู่ ือทางด้านวิชาการตา่ งๆ ฯลฯ จิตพิสทุ ธ์ิ จนั ตะคตุ (2553)
1.4 ปจั จัยที่มีผลต่อการใชก้ ลวิธกี ารส่อื สาร
ในทางภาษาศาสตร์และการเรียนการสอนภาษาองั กฤษพบว่ามหี ลายปัจจัยทม่ี ีผลต่อกลวธิ ี การสอื่ สาร
ของผู้เรียนภาษา เชน่ ปัจจยั ด้านกลวธิ ีการเรยี น ดา้ นการคิด แรงจงู ใจ กจิ กรรม ความรู้ เกี่ยวกับวิธกี ารสื่อสาร
ความตระหนักถึงความแตกต่างของภาษาแม่ (mother tongue) และภาษา ท่สี อง (second language) หรือ
การสอนกลวิธที างการสือ่ สาร แต่ปจั จัยทม่ี ีผลกระทบอย่างยง่ิ ต่อตัว ผูเ้ รยี นทสี่ าคญั ดังที่ ทวีศักด์ิ ชมู า (2560)
ระบวุ ่า
๑. ความสามารถทางภาษา (language proficiency) การใช้กลวิธีทางการสอื่ สารของผูม้ ี
ความสามารถทางภาษาของผู้เรยี นเปน็ ปัจจัยท่มี ผี ลต่อประเภทความถี่และประสิทธภิ าพขอการใช้กลวธิ ี
ทางการส่ือสาร ดงั น้ี
๑.๑ ความสามารถของผู้เรียนมผี ลตอ่ ความถ่ขี องการใชก้ ลวธิ ีในการส่อื สาร กลา่ วคือผทู้ ี่ มี
ความสามารถทางภาษาสูงใชก้ ลวิธที างการสอื่ สารในความถที่ ี่นอ้ ย ซ่ึงตรงกนั ข้ามกับผู้ท่ีมคี วามสามารถ ทาง
การศึกษาต่า เน่ืองจากกลวธิ ที างการส่ือสารน้นั ใชเ้ พื่อชดเชยความรู้ดา้ นคาศัพท์และไวยากรณ์ใน
ภาษาเปา้ หมายที่ไมเ่ พียงพอ
๑.๒ ความสามารถของผ้เู รียนมผี ลต่อประเภทของการใช้กลวธิ ีในการส่อื สาร กลา่ วคือ ผทู้ ่ีมี
ความสามารถทางภาษาสูงใชก้ ลวิธที างการสอ่ื สารในการสื่อสารทีม่ ีพนื้ ฐานภาษามากกว่าผู้ทมี่ ี ความสามารถ
ทางภาษาต่า ผูท้ ี่มคี วามสามารถทางภาษาสงู มักสามารถควบคมุ ความรู้ทางภาษาเป้าหมาย ของตนเองได้
๑.๓ ความสามารถทางภาษาของผเู้ รียนมีผลต่อประสิทธภิ าพของการใช้กลวธิ ีในการสื่อสาร กลา่ วคอื
ผู้ทีม่ คี วามสามารถทางภาษาสูงใชก้ ลวิธที กี่ ่อใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพในการสือ่ สารภาษามากกวา่ ผทู้ มี่ ี
ความสามารถทางภาษาต่า ผทู้ ่มี ีความสามารถด้านการใช้ภาษา มกั มีประสทิ ธิภาพในการสื่อสาร ความหมาย
ของคาศัพทท์ ่ีเหมาะสมและชัดเจน ตรงไปตรงมา
ทวีศักด์ิ ชมู า (2560)
1.5 การนากลวธิ กี ารสอ่ื สารภาษาองั กฤษไปใช้
กลวธิ ีการสอื่ สารเพ่ือการพดู ภาษาอังกฤษ หมายถึงวธิ ตี ่างๆ ที่ผพู้ ูดสามารถนาใชใ้ นการส่ือสาร เพ่อื ให้
เกิดการต่อรอง เปน็ การพดู เพื่อส่อื ความหมายในสถานการตา่ งๆ โดยใช้แนวคิดของนักวิชาการ
10
ดา้ นการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษโดยกลวธิ ที างการสอื่ สารทผี่ ้พู ูดใช้จะครอบคลมุ ทัง้ 12 กลวิธีท่ี
สาคัญ ดังท่ี อรุณี วิรยิ ะจิตรา และคณะ (2535) ได้อธบิ ายไวว้ ่า
1. การพดู ภาษาองั กฤษภาษาแมป่ นกบั ภาษาเปา้ หมาย (First Language-Switch Strategy) เป็น
กลวธิ ที ่ีผู้พดู ใชภ้ าษาแม่ปนกบั ภาษาเป้าหมายโดยทีผ่ ู้พูดใชค้ าศพั ท์ภาษามาทบั ศัพทภ์ าษาเปา้ หมาย เปน็
ลกั ษณะการแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าทเี่ กดิ ข้นึ อย่างฉับพลัน เชน่ ใช้คาว่า “Muay Thai” แทนคาวา่ “Thai
boxing”
2. กลวธิ ีการพดู แบบแปลคาตอ่ คา (Literal Translation Strategy) เป็นวธิ ที ่ผี ูพ้ ูดใช้วธิ ี เรยี งคาหรอื
กล่มุ คา ตามลกั ษณะประโยคของภาษาแม่ โดยใช้วิธีแปลคาต่อคา หรือใช้โครงสร้าง ทางไวยากรณเ์ หมือน
ภาษาแม่ เน่ืองจากผู้พูดขาดความชานาญ หรอื มีความรู้ในภาษาเปา้ หมายที่จากดั เช่น ใช้คาวา่ place du feu
ในภาษาฝรั่งเศส และเปน็ ภาษาอังกฤษใช้คาวา่ fireplace
3. กลวธิ สี ร้างคาใหม่ (Word Coinage Strategy) เปน็ กลวิธีทผ่ี พู้ ูดคิดคาศัพทข์ ึน้ มาใหม่ เนือ่ งจากไม่
ทราบคาศัพท์ทีถ่ ูกต้องของภาษาเป้าหมาย จงึ สร้างคาข้ึนมาเองโดยหวังว่าผฟู้ งั จะเขา้ ใจภาษา ที่ผู้พูดสร้างขนึ้
เชน่ ใชค้ าว่า “airball” แทนคาว่า “balloon”
4. กลวิธที ่มี ีความหมายใกลเ้ คียงหรือเกอื บตรงกัน (Approximation Strategy) เปน็ กลวิธี ทผี่ พู้ ูดใช้
คาหรอื กลุ่มคาท่ีใกลเ้ คียงกับภาษาเป้าหมาย หรือเปน็ คาทมี่ ีความหมายใกล้เคยี งกนั (Synonym) หรือใช้คาท่ี
บอกหมวดหมู่ (super ordinate) เชน่ “ship” แทน “sailboat”
5. กลวิธีการอธบิ ายความ (Circumlocution strategy) เปน็ กลวิธที ผ่ี ูพ้ ดู อธิบายหรอื บรรยาย
รายละเอียดโดยใช้คาหลายคา หรอื วลหี ลายวลีเพือ่ สื่อความแทนคาพูดด้วยการใชค้ าศัพท์เพยี งคาเดียว
เนอ่ื งจากผู้พูดไมท่ ราบคาศัพทภ์ าษาเป้าหมาย เชน่ “it has waste basket. It has a basket who
probably serves for buying things in the market” แทนคาวา่ “a shopping basket
6. กลวธิ กี ารพดู พึมพาเพื่อขอเวลาในการคดิ (Surfing Strategy) กลวธิ ีทผ่ี พู้ ดู ใชเ้ สยี ง หรือ คาที่มี
ความหมาย หรือปราศจากความหมายเปน็ ชว่ งๆ เพ่ือบอกผู้ฟังวา่ ผูพ้ ดู ยงั พูดไมจ่ บและกาลังใช้ ความคดิ หรือ
กาลังประสบปัญหาในการส่ือสาร วางแผนการพูดต่อ เช่น “er, erm, uh, well, I mean, you know”
7. กลวธิ ีกล่าวซา้ Repetition Strategy เป็นกลวธิ ีที่ผพู้ ดู คา หรือประโยคโครงสรา้ งที่ ซ้าๆ กัน อาจ
เกิดจากผู้พูดมคี วามค้นุ เคยต่อการใช้คา หรอื โครงสรา้ งดงั กล่าว หรอื ผ้พู ดู กาลังคิดถงึ คาท่ี 09. ( 125-
137).indd 133 24/2/2560 16:03:18 134 วารสารมหาจุฬาวชิ าการ ปที ่ี ๓ ฉบับท่ี ๑ จะพดู ต่อไป โดยผู้พูด
จะกลา่ วซา้ ๆตั้งแตเ่ ป็นหนว่ ยคาไปจนถึงระดับประโยค เช่น “Do you know what an emperor is? What
is an emperor?”
8. กลวธิ ีแก้ไขผดิ พลาดด้วยตัวเอง (Self- Repair Strategy) กลวิธที ผ่ี ูพ้ ดู ใชเ้ มื่อพบว่าตนเอง พูดคาผดิ
หรือพดู ไวยากรณผ์ ิด จึงพยายามแก้ไขคาหรอื ประโยคใหถ้ ูกต้องทนั ทีตามหลักไวยากรณภ์ าษา องั กฤษ เชน่
well, “what I mean to say is”, “speak more slowly”, “Sorry, I am foreigner”
9. กลวิธีพดู ไม่ตรงประเดน็ (Topic Avoidance Strategy) กลวิธที ีผ่ ู้พูดพดู ในสิ่งท่ไี มไ่ ด้ เปน็ เป้าหมาย
เน่อื งจากผู้พูดขาดความพรอ้ มในการพูด หรอื ไมม่ ีความรใู้ นเร่ืองทจี่ ะพูดเรื่องน้นั ๆ จึงตัดสินใจพดู ในเรื่องท่ี
ตวั เองถนดั และมน่ั ใจ ผพู้ ดู อาจนาความรู้หรอื ประสบการณ์ทต่ี นมมี าพูดแสดง ความคดิ เห็นหรือความรสู้ กึ เพอ่ื
ต้องการสอ่ื ความหมายในส่ิงที่ตัวเองเห็น เช่น “your presentation was very exciting by the way have
you ever visited our university”
11
10. กลวธิ ยี ตุ ิการพดู (Message Abandonment Strategy) เป็นกลวิธที ่ผี พู้ ูดหยุดพูดเร่ือง ที่กาลังพูด
อยทู่ ันที เพื่อต้องการแสดงใหผ้ ้ฟู ังทราบว่า ผู้พูดไม่สามารถดาเนนิ การพูดตอ่ ไปไดอ้ ีกแล้ว และ ต้องหยดุ พดู
เรอ่ื งนน้ั ๆ
11. กลวิธีการพดู ภาษาอื่นปนกับภาษาเป้าหมาย (L๓-Switch Strategy) กลวธิ ีที่ใช้ผูพ้ ูด ใชค้ าท่ีพูด
มาจากภาษาอืน่ (ภาษาที่สาม) ทไี่ ม่ใช่คาจากภาษาแม่ หรือภาษาเป้าหมาย (ภาษาทีส่ อง) มาส่อื แทน
ภาษาเป้าหมาย เน่ืองจากผู้พูดขาดความรู้คาศัพทใ์ นภาษาเป้าหมาย
12. กลวิธีการใหค้ วามหมายไมส่ มบรู ณ์ (Massage Reduction Strategy) กลวิธีที่ผู้พดู สื่อสารได้
ใจความนอ้ ยกวา่ ที่ควรเป็น เป็นคาพูดทีไ่ มจ่ บประโยค และขาดใจความสาคัญ เน่ืองจากผู้พดู ไม่รู้คาศัพท์ใน
ภาษาเป้าหมาย อรุณี วริ ิยะจิตรา และคณะ (2535)
1.6 ประโยชนข์ องภาษาอังกฤษ
สาหรบั ประโยชน์ของภาษาองั กฤษ ศริ ิพร จนั ทวายศ (2558) ระบุว่า การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ
นอกจากจจะทาให้เราสามารถสนทนากับชาวต่างชาติไดอ้ ย่างมัน่ ใจ เหมาะสาหรับผู้ท่ตี ้องการพฒั นาทกั ษะ
ภาษาองั กฤษให้สามารถส่ือสารไดอ้ ย่างคล่องแคล่ว แล้วภาษาอังกฤษเปน็ สงิ่ ท่จี าเป็นสาหรบั คนรุน่ ใหม่ และ
อนาคตของประเทศ ไม่เฉพาะแตป่ ระเทศไทยแต่ทุกประเทศ เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาท่ใี ชส้ ื่อสารอย่าง
เปน็ ถา้ ไม่สามารถเขา้ ใจภาษาจะไม่สามารถท่ีจะรบั ขอ้ มูลหรือความรใู้ นภาษานั้นได้ดังนั้นจงึ เป็นสิ่งสาคญั ท่ี
จะต้องพฒั นา
2. การพัฒนาทกั ษะการพูดภาษาอังกฤษโดยการฟงั เพลงภาษาองั กฤษ
2.1 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากการฟงั เพลงภาษาอังกฤษ
การเรยี นภาษาอังกฤษจากเพลงเป็นวิธีท่ีดีวธิ ีหนึง่ ได้ความรูท้ ั้งเรื่องประโยค การออกเสยี งท่ดี ีซ่ึงจะทา
ให้ช่วยในการพูด นอกจากน้ันการเรียนก็ทาใหเ้ พลดิ เพลนิ ไม่เบอ่ื ถ้าหากมีความรู้ในเร่ืองการออกเสียง ยิง่ จะ
สังเกตเสยี งท่ถี ูกต้องและมน่ั ใจในการออกเสียงและจะมีข้อสังเกตมากมายในแง่มุมต่าง ๆ ของประโยคและเสยี ง
ถ้ายังไมช่ านาญเรอ่ื งการออกเสยี ง ขอแนะนาใหศ้ ึกษาจากเว็บไซด์ ดงั ที่ chumsakm (2549) ไดก้ ล่าวไวว้ ่า
เพลงทีจ่ ะศกึ ษาควรจะเปน็ เพลงท่รี ้องชา้ ๆ และชดั เจน ถ้าเป็นเพลงคาราโอเกะกจ็ ะไดเ้ นื้อร้องและทานอง
เพลงไปดว้ ย แต่กต็ ้องระวังอยบู่ า้ งเพราะบางท่เี นื้อเพลงผดิ แตเ่ ชอื่ วา่ ถา้ ได้ศึกษาเรื่องเสยี งแลว้ จะรู้ว่าเน้ือเพลง
ผิด ความจริงแลว้ ฟังเสยี งจากเพลงท่ีอัดลงเครื่องฟงั แลว้ ฟังดว้ ยหฟู ังจะชัดเจนกวา่ ฟังจากคาราโอเกะแต่ทางที่ดี
ควรร้เู นือ้ เพลงกอ่ น ฟังแลว้ จาประโยคทเ่ี ขารอ้ ง สังเกตคาท่เี ขาใช้ การออกเสียงของเขา เปน็ คาหรอื ประโยค
ตอ่ เน่อื ง หากได้ศึกษาตาม website ข้างต้นกจ็ ะนามาสังเกตแล้วกจ็ ะทาให้เกิดความเชื่อมนั่ ได้มากทเ่ี ดียว
chumsakm (2549)
บทสรปุ
จากที่กลา่ วมาน้นั ทักษะการพูดภาษาอังกฤษมีความสาคัญเป็นอยา่ งมากกบั ชวี ติ ประจาวนั ในปจั จบุ นั
จากบทความนจี้ ะไดป้ ระโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนวิชาภาษาองั กฤษเปน็ วิชาที่ทาให้เราได้ทราบถึงการใชภ้ าษา
ในการพูดและการเขียนและหลกั ในการใชค้ าในการอา่ นและการพดู ทาใหส้ ามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้
เชน่ ทกั ษะการใช้ภาษา, ลักษณะการใชภ้ าษาในการสอ่ื สารใหม้ ปี ระสิทธภิ าพและการอา่ น และการฟัง
12
บรรณานกุ รม
จิตพิสทุ ธ์ิ จันตะคุต. (2559) “ความสาคัญของภาษาอังกฤษ”. สืบคน้ เมื่อ 28 ตุลาคม 2563.
จาก https://sites.google.com/site/krujitpisut/khwam-sakhay-khxng-phasa-xangkvs
ทวีศกั ดิ์ ชูมา. (2560, กมุ ภาพันธ)์ “ความหมายของทักษะการพูดภาษาอังกฤษ”. วารสาร
มหาจุฬา วิชาการศนู ย์ภาษาและวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลยั มหิดล นครสวรรค. ปที ่ี 3.
หนา้ 128-129
ทวีศกั ดิ์ ชูมา. (2560, กมุ ภาพันธ)์ “องคป์ ระกอบของทกั ษะการพูด”. วารสารมหาจุฬา
วชิ าการศูนย์ภาษาและวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั มหิดล นครสวรรค. ปีท่ี 3. หนา้
129-130
ศิริพร จันทวายศ. (2558) “ ประโยชน์ของภาษาอังกฤษ”. สบื คน้ เมื่อ 28 ตลุ าคม 2563. จาก
https://sites.google.com/site/nunesiripohn/home/prayochn-khxng-phasa-xangkvs
อรณุ ี วิริยะจิตรา และคณะ. (2535) “เหลียวหลงั แลหนา้ การสอนภาษาอังกฤษ”. กรุงเทพฯ:
หนา้ ตา่ งสู่โลกกว้าง.
chumsakm. (2549) “ประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการฟงั เพลงภาษาอังกฤษ”. สบื ค้นเม่ือ 4
พฤศจิกายน 2563 จาก http://topicstock.]pantip.com/library/topicstock/2006/
12/k5005152.html
13
พฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความภาษาองั กฤษ
รัชฎา ลาภบรสิ ุทธิศักดิ์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ยั วทิ ยาเขตสงขลา คณะศิลปศาสตร์
สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารสากล
บทนา
ปจั จุบันการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษเปน็ สิ่งสาคญั ท่ีต้องเรียนรู้ ดว้ ยทกั ษะหลายดา้ น เช่น ฟงั พดู อา่ น
เขียน เนอื่ งจากความกา้ วหน้าของเทคโนโลยตี า่ ง ๆ ดังน้ันการเรียนรภู้ าษาองั กฤษจึงเป็นสิง่ จาเป็นอยา่ งมากใน
ปัจจุบัน เพ่อื ฝกึ ฝนทักษะตา่ งๆ ได้เขา้ ใจถงึ ภาษา เพราะฉะนั้นการอ่านภาษาองั กฤษเพ่ือความเข้าใจเปน็ หนึ่งส่งิ
ท่ตี อ้ งศึกษาค้นคว้า เพอ่ื นามาใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน เช่น การอ่านจบั ใจความสาคัญ และการอา่ น
ภาษาองั กฤษจากนิทานอสี ป หลักการอ่านใจความสาคัญภาษาอังกฤษ คือ การอ่านโดยจับประเด็นวา่ เขาส่ือถงึ
สิง่ ใด ทาความเข้าใจกับสิ่งๆนั้น ได้อยา่ งถูกต้อง
คานิยาม
- Keyword คาสาคญั
- Main idea ใจความสาคญั หลกั ของเรอื่ ง
1. เทคนิคการอ่านภาษาองั กฤษเพื่อความเขา้ ใจ
- เทคนคิ การอา่ นภาษาอังกฤษเพ่ือความเข้าใจ สมทุ ร เซ็นเชาวนชิ , (2524) ได้กล่าวไว้ว่า การอ่าน
ภาษาองั กฤษ เปน็ ส่ิงสาคญั เพื่อพฒั นาทักษะและเกดิ การคล่องตัวในการใชภ้ าษาอังกฤษ ชว่ ยกระตุน้
สมองทาใหจ้ ดจาคาศัพทแ์ ละเรยี นร้คู าศพั ท์ใหม่ๆ หรือโครงสร้างประโยคใหมๆ่ เพื่อทีจ่ ะได้นาไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน
- ประโยชนข์ องการอ่านภาษาอังกฤษท่ถี ูกต้อง
ช่วยให้เราได้เรยี นรสู้ ง่ิ ใหม่ๆ คาศพั ท์ไหนทเี่ ราอา่ นไม่ออกหรือไม่เข้าใจ ให้ศึกษาค้นคว้าด้วยการถาม
จากเจา้ ของภาษา เพ่อื เพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการอา่ นและเขา้ ใจ
2. เทคนิคการอ่านจบั ใจความสาคญั ภาษาอังกฤษ
- หลกั การอา่ นจบั ใจความสาคัญภาษาองั กฤษ Wannapa Srisomboon, (2011) ได้กล่าวไว้ว่า
คือการอ่านอยา่ งคร่าวๆ เพื่อที่จะทราบถงึ ราบละเอียดของเน้อื เร่อื งหรือข้อความท่อี ่าน โดยการ
1. อ่านหวั เรอ่ื ง
2. อ่านยอ่ หนา้ แรกอย่างรวดเร็ว เพอ่ื จับประเด็นสาคัญของเรอ่ื ง
3. อ่านประโยคแรกทุกย่อหน้าที่เหลือ เพ่ือจบั ประเดย็ สาคัญของย่อหนา้ นน้ั
4. อ่านย่อหน้าสุดท้ายอย่างรวดเร็ว
5. สงั เกตลกั ษณะตวั พมิ พพ์ เิ ศษ เช่น ตัวเอน ตัวหนา หรอื ขีดเสน้
เพราะจะบอกให้รู้ถึงการเน้นย้าใจความสาคัญ
- ขอ้ ควรสงั เกตในการอา่ นจบั ใจความ
ขอ้ สงั เกตในการอ่านจับใจความ ดงั นี้
1. Main idea มักจะขยายหัวเรือ่ งของบทความ
14
2. Main idea อาจอยู่ประโยคต้นๆ ของบทความ
3. Main idea อาจอยปู่ ระโยคตรงกลาง หรือสว่ นทา้ ยของประโยค
3.การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาองั กฤษโดยใช้นทิ านอิสป
การพฒั นาทักษะการอ่านภาษาองั กฤษโดยใช้นิทานอิสป วัชราภรณ์ แสงพันธ์ และ นิตยา เปลือ้ งนชุ (
2553 : 128-135) ไดก้ ล่าวไว้ว่า การอา่ นนิทานเป็นอีกหนงึ่ กิจกรรมท่ชี ว่ ยเสริมสรา้ งในการพัฒนาการอา่ นจบั
ใจความภาษาอังกฤษ ชว่ ยให้ผเู้ รยี นมีความสนใจในการอ่านเพ่ิมข้นึ เน่ืองจากนิทานสามารถทาความเข้าใจได้
ง่ายและสามารถออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้หลายรปู แบบไมน่ ่าเบ่ือ
สรปุ
ความสาคัญของการอา่ นจับใจความภาษาองั กฤษ เป็นส่งิ สาคญั เพ่ือพฒั นาทักษะและเกิดการคลอ่ งตัวในการ
ใช้ภาษาอังกฤษ ช่วยกระตนุ้ สมองทาให้จดจาคาศัพทแ์ ละเรียนรู้คาศพั ทใ์ หม่ๆ หลกั การอ่านจบั ใจความสาคญั
คอื การอา่ นอย่างคร่าวๆ เพื่อท่จี ะทราบถงึ ราบละเอียดของเนอื้ เรื่องหรือข้อความทอ่ี ่าน
โดยการ
1. อา่ นหัวเรือ่ ง
2. อา่ นย่อหนา้ แรกอยา่ งรวดเร็ว เพอ่ื จบั ประเด็นสาคัญของเรือ่ ง
3. อ่านประโยคแรกทุกยอ่ หน้าท่ีเหลือ เพ่ือจับประเดย็ สาคญั ของยอ่ หนา้ นั้น
4. อ่านยอ่ หน้าสดุ ท้ายอย่างรวดเร็ว
5. สงั เกตลักษณะตวั พมิ พพ์ เิ ศษ เชน่ ตัวเอน ตัวหนา หรือขดี เสน้
และยังมีกจิ กรรมท่ชี ่วยในการอา่ นจบั ใจความภาษาอังกฤษ เช่น การอา่ นนิทานชว่ ยให้ผู้เรียนมีความสนใจใน
การอา่ นเพมิ่ ขึ้น เนอ่ื งจากนทิ านสามารถทาความเข้าใจได้ง่าย
15
บรรณานุกรม
วชั ราภรณ์ แสงพนั ธ์ และ นติ ยา เปลอื้ งนุช. “การพฒั นากจิ กรรมการอ่านภาษา
องั กฤษเพอื่ ความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสป” (หลักสตู รศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าหลักสูตร
และการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ , 2553) ,หนา้ 128-135
สมทุ ร เซน็ เชาวนิช. (2524).“เทคนคิ การอ่านภาษาองั กฤษเพื่อความเข้าใจ”.
หน้า 147 กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
Wannapa Srisomboon. (2011) “เทคนิคการอ่านจบั ใจความภาษาองั กฤษ”.
สบื คน้ เม่อื 19 สงิ หาคม 2563 จาก
https://sites.google.com/site/englishprogram4119/kar-sxn-thaksa-kar-xan/kar-xan-
cabci-khwam-sakhay-reading-for-main-ide
16
การพัฒนาทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษ
บทนา
ปัจจุบันนี้ ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาท่ีสาคัญอย่างมาก เนื่องด้วยภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล อีกท้ัง
ยังถูกใช้เป็นภาษากลางในทางการศึกษา ซ่ึงนักเรียนจะถูกสอนและพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษทั้ง 4
ทกั ษะ และทักษะการเขียนก็ถือเป็นทกั ษะท่ีสาคัญ เพราะเป็นเคร่ืองมือทใี่ ช้ในการติดต่อส่ือสารและการศึกษา
การเขียนจึงเป็นหนึ่งในทักษะท่ีต้องมีการค้นคว้าศึกษาอยู่ตลอด ศึกษาในเรื่องการสร้างทักษะการเขียน การ
พัฒนาทกั ษะการเขยี น และวิธกี ารเขียนโครงสร้างรปู แบบภาษาองั กฤษใหถ้ ูกต้อง
1. ความเป็นมา
การเขียนเป็นทักษะที่ซับซ้อนอย่างมากเพราะต้องคานึงถึงความถูกต้องอยู่เสมอและถึงแม้ว่าจะเรียน
มานาน การผิดพลาดก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบในหลายๆอย่าง บทความน้ีจึงมุ่งเน้น
วิธีการพัฒนาสร้างทักษะการเขียน และพัฒนาทกั ษะการเขียนภาษาอังกฤษให้ดขี ้ึนและมีความถูกต้องมาก
ยงิ่ ขึน้
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพอื่ ถา่ ยทอดความรูแ้ ละขน้ั ตอนการพัฒนาทักษะการเขยี นภาษาอังกฤษให้ดียง่ิ ข้ึน
2.2 เพื่อให้ได้ทราบถงึ โครงสร้างการเขยี นภาษาอังกฤษทีถ่ ูกวิธี
2.3 เพอ่ื ให้ผอู้ ่านมีการพัฒนาทางด้านการเขียนภาษาองั กฤษ
3. ขอบเขตของเรอื่ ง
เพื่อใหบ้ คุ คลท่ีมีความสนใจทางด้านการเขยี นภาษาอังกฤษได้ศึกษาคน้ คว้า
ความหมายของทักษะ
จินดารัตน์ โพธ์ินอก. (2557) ได้ให้ความหมายของคาว่าทักษะดังนี้ ทักษะ (skill) หมายถึง ความ
ชานาญหรือความสามารถในการกระทาหรือการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอาจเป็นทักษะด้านร่างกาย
สติปัญญา
1. ความหมายของทักษะภาษาองั กฤษ
ความชานาญในการพูดหรือเขียนภาษาอังกฤษเพ่อื ส่ือความหมาย ทักษะภาษาอังกฤษมี 4 ทักษะ คือ
ทักษะการฟัง ทกั ษะการพูด ทกั ษะการอา่ นและทกั ษะการเขียน
ทักษะการฟัง (Listening Skill) หมายถึง การท่ีผู้รับสารเข้าใจความหมายว่าผู้พูดพูดอะไรมี
ความหมายอย่างไร โดยใช้ประสบการณ์เดิมมีความสามารถในการแยกแยะ มีความเข้าใจการออกเสียง
ไวยากรณ์ คาศัพท์ของผพู้ ดู พรอ้ มจบั ใจความ
ทกั ษะการพูด (Speaking Skill) หมายถึง ความสามารถสือ่ สารให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย ผ้พู ูดต้อง
มีความรู้เร่ืองการออกเสียงไวยากรณ์ การใช้คาเหมาะสมกับสงั คมและวัฒนธรรม
ทักษะการอ่าน (Reading Skill) หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่าน เม่ืออ่านแล้วมีการ
รับรู้และความเข้าใจเป็นความสามารถตามผูเ้ ขียน ถ้าเปลง่ เสยี งออกเรียกว่า การอ่านออกเสียง ถ้าไมเ่ ปลง่ เสยี ง
เรียกว่าการอ่านในใจ
ทักษะการเขียน (Writing Skill) หมายถึง ความสามารถในการถ่ายทอดความคิดเห็นของผู้เขียน
เปน็ คา เปน็ ประโยคทถ่ี ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์และโครงสร้าง
17
2. ความสาคัญของภาษาองั กฤษ
ปรวิษา นาบุญจิตร์. (2558) ได้กล่าวว่า ภาษาอังกฤษนั้นเป็นเครื่องมือท่ีสาคัญสาหรับการ
ติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศในด้านการศึกษาหรือแม้แต่การประกอบอาชพี การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษทาให้
ผู้เรียนมีความเข้าใจความแตกต่างของภาษา รวมถึงประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิต การจัดการเรียนการสอน
ภาษาต่างประเทศใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีความคาดหวังเมื่อผู้เรียน เรียน
ภาษาต่างประเทศอย่างต่อเนื่องผู้เรียนจะมี เจตคติท่ีดีต่อภาษาต่างประเทศสามารถใช้ภาษาต่างประเทศ
ส่ือสารในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในการแสวงหาความรู้ ประกอบอาชพี และศกึ ษาตอ่ ในระดบั ท่สี งู ขน้ึ
3. ความหมายของการเขียน
นันทพงศ์ ปุณขันธ์. ได้กล่าวว่า การเขียน หมายถึง การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดและความต้องการ
ของบุคคลออกมาเป็นสัญลักษณ์ คือ ตัวอักษร เพื่อสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจ จากความข้างต้น ทาให้
มองเห็นความหมายของการเขียนว่า มีความจาเป็นอย่างย่ิงต่อการส่ือสารในชีวิตประจาวัน เช่น นักเรียน ใช้
การเขยี นบันทกึ ความรู้ ทาแบบฝึกหัดและตอบขอ้ สอบบคุ คลทว่ั ไป ใชก้ ารเขยี นจดหมาย ทาสญั ญา พินัยกรรม
และค้าประกัน เป็นต้น พ่อค้า ใช้การเขียนเพื่อโฆษณาสินค้า ทาบัญชี ใบสั่งของ ทาใบเสร็จ รับเงิน แพทย์ ใช้
บนั ทึกประวตั คิ นไข้เขียนใบส่ังยาและอนื่
4. ความสาคญั ของการเขียน
การเขียนเป็นเร่ืองสาคัญของผู้ที่กาลังศึกษาเพราะการเขียนเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดจาก
ผู้เขียนสู่ผู้อ่านโดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการชักนาความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึก อารมณ์และ
ทัศนคติ ถ้าผู้เขียนมีความสามารถในการเขียนผู้อ่านย่อมเข้าใจความหมายได้ดี ตรงกันข้ามหากผู้เขียนไม่มี
ความสามารถในการเขียนย่อมไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ฯลฯ สู่ผู้อ่านได้ตาม
ตอ้ งการ
5. ปัญหาของการเขยี นภาษาอังกฤษ
กฤษณ์ ศรทัตต์. (2559) ได้กล่าวว่า ในการเรียนการสอนภาษาองั กฤษทักษะการเขียนมกั จะถกู ละเลย
ผู้เรียนมีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากไม่มีการสอบเขียนเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากน้ีผู้สอนยังเน้นเนื้อหาความ
ถูกต้องตามหนังสือเรียน เน้นความจา และตามความคิดของผู้สอน โดยท่ีไม่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงความ
คิดเห็นใดๆ ซึ่งเป็นการปิดกั้นการพัฒนากระบวนการคิดและการแลกเปล่ียน เม่ือผู้เรียนเผชิญกับการเขียน
อย่างจริงจัง จะทาให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกวิตกกังวลและส่งผลให้ความสามารถทางการเขียนของผู้เรียนอยู่ใน
เกณฑ์คอ่ นขา้ งต่า
6. ขัน้ ตอนการพัฒนาทักษะการเขียน
ขน้ั ตอนการพฒั นาทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษมดี ังนี้
7.1. รวบรวมสง่ิ ทีค่ ณุ เขยี นในที่เดียวกนั เป็นการรวบรวมงานเขียนต่างๆไว้ในทเี่ ดยี วกนั อาจจะเปน็
หนังสือเล่มหน่ึงหรือเก็บรวมไว้ที่ไฟล์ ซึ่งเราจะได้เห็นถึงพัฒนาการเขียนและยังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
มากขึ้นอกี ด้วย
7.2. เขา้ รว่ มกลมุ่ นักเขียน เพ่อื ใหม้ กี ารพฒั นาทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ เพราะอาจจะได้ท้ังคาแนะนา
ขอ้ เสนอแนะ วธิ ีการตา่ งๆในการเขียนหรือสิง่ ทค่ี วรแก้ไขในงานเขยี นของเรา
7.3. หม่นั เพิม่ พนู คาศัพทใ์ นคลงั ศัพทเ์ ราเสมอ ยงิ่ เรามีคาศพั ทใ์ นหัวมากการเขียนภาษาองั กฤษกจ็ ะ
งา่ ยข้ึนอีกระดับ และเพอื ให้การเขียนมีประสิทธิภาพท่ดี ียิง่ ขึน้ เราควรจาบริบท วธิ ีการใชค้ าศัพท์นัน้ ดว้ ย
7.4. ลองแสดงความเห็นใน บลอ็ ก(Blog) แฟนเพจ (Fanpage) หรือโพสท่เี ราสนใจ เปน็ อีกขัน้ ตอน
18
หนึ่งที่เป็นการฝึกงา่ ยๆและสามารถทาไดใ้ นชีวิตประจาวัน และควรแสดงความเหน็ ที่เป็นประโยค
7.5.เลอื กหวั ข้อแลว้ ลงมอื เขยี น หมั่นฝกึ เขยี นอย่เู สมอ เลือกหัวข้อที่สนใจและนามาเขยี นให้เป็น
กิจวตั รประจาวันเพ่อื การพัฒนาอย่างตอ่ เนือ่ ง
7.6.เอาใจใสใ่ นระหวา่ งเขียน ในการเขยี นแต่ละเร่ืองน้ัน ต้องตระหนกั อยูเ่ สมอวา่ ส่งิ ทกี่ าลังเขียนน้ัน
ตรงกับหัวขอ้ เร่ืองหรือไม่ รวมถึงความถกู ต้องของหลักไวยากรณ์ พมิ พ์เลก็ พิมพใ์ หญ่ และคาศพั ท์
7.7.นาส่งิ ทค่ี ุณเขยี นไปใหค้ นอน่ื ตรวจ ควรใหอ้ าจารยห์ รือผู้เชยี่ วชาญทางด้านน้ีเปน็ คนตรวจสอบ
ถูกตอ้ ง เพราะถา้ หากคนเขียนเปน็ คนตรวจเอง คนเขยี นจะไมมที างหาขอ้ ผิดพลาดในเร่อื งน้ันได้
7.8. พัฒนาการสะกดคาของคุณ คุณจาเป็นต้องสะกดคาเหล่าน้ันให้ถูกต้อง การสะกดคาผิดๆจะ
เปล่ียนความหมายของประโยคท่ีคุณเขียนไปคนละเร่ืองเลยทีเดียว แล้วการสะกดคาผิดๆก็ยังทาให้ผู้อ่าน
ประสบปญั หาในการทาความเข้าใจเรอ่ื งทค่ี ณุ เขียนอีกดว้ ย
7.9. พัฒนาการอ่านของคุณ การอ่านภาษาอังกฤษเยอะๆมีประโยชน์เสมอ เพราะจะช่วยให้คุณได้
ไอเดียเก่ียวกับสไตล์การเขียนที่แตกต่างและได้เรียนรู้การใช้คาท่ีเหมาะสมด้วย เลือกหนังสือหรือบทความท่ีมี
หวั ขอ้ ทคี่ ุณสนใจ เพ่ือคณุ จะไดไ้ มเ่ บอ่ื
7.10. พัฒนาเรื่องไวยากรณ์ของคุณ ไวยากรณ์ เป็นเรื่องท่ีสาคัญมาก เพราะมันเป็นเสมือนเครื่อง
พสิ ูจน์คุณภาพงานเขียนของคณุ เลือก tense ทเ่ี หมาะสม และจงจาไว้ว่าตอ้ งใช้เครื่องหมายวรรคตอนตา่ งๆให้
ถูกต้อง เพราะเครอื่ งหมายวรรคตอนนแ่ี หละทจ่ี ะช่วยให้งานเขยี นของคณุ ชัดเจนและไหลล่นื
7.11. เขียน การเขียนสามารถกลายเป็นเร่ืองที่น่ากลัวได้เสมอ อย่างไรก็ตามวิธีทีจ่ ะช่วยพฒั นาทักษะ
ด้านการเขียนท่ีดีที่สุดก็คือ หยิบปากกาและกระดาษขึ้นมา หรือไม่ก็ไปน่ังที่หน้าคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วเร่ิม
เขยี น
7. โครงสรา้ งภาษาและการเขียนภาษาองั กฤษ
โครงสร้างภาษาและการเขยี นภาษาองั กฤษ มดี ังน้ี
8.1. คิดให้ชัดๆว่า ประเด็นหลักหนึ่งประเด็นคืออะไรและมีเหตุผลอะไรชัดๆ 2-3 ประเด็นในการ
support ประเดน็ หลกั การเขียน ตอ้ ง
พยายามจูงให้คนอ่านเหน็ คล้อยตามเรา
8.2. ก่อนลงมือเขียนให้ Outline ด้วย key words หลกั ๆ เพ่ือใช้เป็น supporting ideas ให้คดิ ไวว้ า่
ในแต่ละประเด็นที่เราเสนอ ไม่คิดไปเขียนไปเพราะเราจะเป็น run-on sentences คิดให้เร็วคิดให้ทะลุ คิด
แลว้ เขยี นออกมาทุกคนจะตอ้ งเชื่อเรา
8.3. ใชแ้ นวทางการแปลจากไทยเปน็ ภาษาอังกฤษที่อาจารย์สอน ไทยชัด องั กฤษกช็ ดั ทกุ ประโยค
ความคิดภาษาไทยฟังแล้วต้องเข้าใจทันทีเวลาเขียนศัพท์และ grammar รวมทั้ง structure ต้องไหลล่ืนและ
โฟกสั ในเรอื่ งที่จะเขยี นเท่านนั้
8.4. การเขียน paragraph แรกเป็น opening paragraph เป็นการเปิดประเด็น ส่วนอีกสัก 3
paragraphs ต่อมาจะ
ลงในเรอ่ื งรายละเอยี ดที่ supporting detail ปิดท้ายด้วย conclusion
8.5. การเขียนให้ระวงั เรือ่ ง tense เป็นสาคัญ รูปประโยคให้ keep simple and clear เขา้ ไว้
19
8. ทฤษฎกี ารเรียนรทู้ างจติ วิทยาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การสร้างแบบฝึกทักษะการเขียน
วัฒนา เสนนอก. (2550) ได้ต้ังกฎการเรียนรู้ 3ข้อ ซึ่งนามาใช้ในการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียน
ได้แก่
9.1. กฎแห่งผล (Low of Effect) หมายถึง การที่ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมการเรียนรู้ถ้าได้รับผลที่พึง
พอใจก็จะเกิดผลดีต่อการเรียนรู้ทาให้อยากเรียนรู้ต่อไปอีกแต่ถ้าไม่ได้รับผลที่พึงพอใจก็จะไม่อยากเรียนรู้หรือ
เบอ่ื หนา่ ยและเปน็ ผลเสียต่อการเรยี นรู้อาจทาใหผ้ กู้ ระทาเลิกการกระทาสง่ิ นั้นได้
9.2. กฎแห่งการฝึกหัด (Low of Exercise) คือ การที่ได้มีโอกาสกระทาซ้าๆ บ่อยๆในพฤติกรรม
หนึ่ง ๆ จะทาให้พฤติกรรมนั้นเกิดความสมบูรณ์ยิ่งข้ึน ซ่ึงการฝึกหัดท่ีมีการควบคุมที่ดีจะส่งผลต่อการเรียนรู้ที่
ม่นั คงและคงทนถาวรแบง่ เป็น 2 กฎ คือ
9.2.1 กฎแหง่ การใช้ (Law of Use) เมอื่ เกดิ ความเข้าใจหรือเรียนร้แู ลว้ มกี ารกระทาหรอื
นาสิ่งเรียนรู้น้นั ไปใช้บ่อยๆ จะทาให้เกิดการเรียนรนู้ น้ั คงทนถาวร
9.2.2 กฎแหง่ การไมใ่ ช้ (Low of Disused) เมอ่ื เกดิ ความเขา้ ใจหรอื เรยี นร้แู ล้วไม่ได้กระทา
บ่อย ๆ หรอื ไมไ่ ด้ใช้เลยย่อมทาให้ค่อย ๆ ลบเลอื นไปในทส่ี ุด หรือเกดิ การลมื จนไมเ่ รียนร้อู ีกเลย
9.3. กฎแห่งความพร้อม (Low of Readiness) แบง่ เป็น 3 ข้อยอ่ ย คือ
9.3.1 ถา้ บคุ คลพร้อมแล้วไดก้ ระทามหี ลักการว่า เมอื่ บุคคลพร้อมแล้วได้กระทาจะเกิด
ความพอใจ
9.3.2 ถ้าบคุ คลพรอ้ มแลว้ ไม่ได้กระทามีหลักการว่า เม่ือบุคคลพรอ้ มแล้วไม่ได้กระทาก็
ย่อมเกดิ ความราคาญใจ
9.3.3 ถา้ บุคคลไม่พรอ้ มแล้วถกู บังคบั ให้กระทามีหลกั การว่า เม่ือบคุ คลไม่พรอ้ มแตถ่ ูก
บังคับใหก้ ระทาจะเกดิ ความราคาญใจ
10. ประโยชน์ของการเขยี น
สทุ ธิชัย ปัญญโรจน์. (2555) ได้กล่าววา่ ประโยชนข์ องการเขียนมีดงั นี้
10.1. ประโยชนข์ องการเขียน
10.1.1 การเขียนทาให้ผเู้ ขียนเกิดความสุขใจ สงบใจ และย่ิงเขียนมากข้ึนผู้เขียนกจ็ ะพบปัญญาที่มีอยู่
ในตัวของผเู้ ขียนเอง
10.1.2 การเขียนมีความสาคัญต่อความจา เพราะหากไม่ได้เขียนหรือบันทึกไว้ มนษุ ย์เรากม็ ักจะลืมส่ิง
ตา่ งๆ ไป
10.1.3 การเขียนทาให้เกิดความอิสระข้ึนในการใช้ชีวิต หลายอาชีพมักจะต้องมี กฎ ระเบียบ
ข้อจากดั ทางด้านเวลา แต่อาชีพนักเขียน จะทาใหเ้ ราไม่ต้องย่งุ วุ่นวายกบั ส่ิงเหลา่ นี้
10.1.4 การเขียนทาให้ประเทศเกิดการพัฒนา ก้าวหน้าขึ้น การเขียนจะช่วยให้ประชาชนในประเทศ
นัน้ ๆ มนี สิ ยั ในการรักการอ่าน รกั การเรียนรู้ มากข้นึ
10.1.5 การเขียนช่วยในการจัดการองค์ความรู้ ยิ่งเขียนมากทาให้มีการต่อยอดองค์ความรู้ นักวิจัย
สามารถไปหาอ่านงานเขียนของผทู้ ่จี ะต้องสัมภาษณ์ นามาเป็นข้อมูลได้
สรปุ
การเขียนเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่สาคัญ และเป็นทักษะท่ีควรให้ความสาคัญในการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา
ควรค้นคว้าวิธกี ารการพัฒนาการเขียนและฝึกฝนให้ชานาญโดยวิธที ผ่ี เู้ ขียนไดใ้ หไ้ ว้ข้างต้น
20
บรรณานกุ รม
“5 วิธเี พอื่ พฒั นาการเขียนภาษาอังกฤษของคุณ” สบื คน้ เม่อื 30 ตลุ าคม 2563.
จาก https://englishlive.ef.com/th-th/blog/study-tips/study-tips/.
“การพัฒนาทักษะภาษาองั กฤษของนักเรยี น” (2558). สืบค้นเมื่อ 19 สิงหาคม 2563.
จาก http://kruyuppade.blogspot.com/2015/01/blog-post.html.
กฤษณ์ ศรทัตต์, พิลานชุ ภูษาวโิ ศธน์ และพิมพย์ ุพา ประพันธ์. (2559, กันยายน - ธนั วาคม)
“การพฒั นาความสามารถในการเขียนภาษาองั กฤษเบื้องต้น” วารสารวชิ าการแพรวากาฬสินธ์ุ.
3 (3) 3-4.
“ข้นั ตอนการพฒั นาทกั ษะการเขียน” (2559, มกราคม). สบื คน้ เม่อื 19 สิงหาคม 2563.
จาก https://www.dailyenglish.in.th/7-writing-tips/.
“โครงสร้างภาษาและการเขยี นภาษาองั กฤษ” สบื คน้ เมือ่ 30 ตุลาคม 2563.
จาก https://sites.google.com/site/somruethai00002437/4/kar-kheiyn-khorngsrang.
“ความสาคัญของการเขียน” สบื ค้นเมอื่ 19 สงิ หาคม 2563. จาก:
https://sites.google.com/site/karkheiyncheingwichakarn/bth-thi-1-kar-kheiyn-thawpi/1
-1-khwam-saakhay-khxng-kar-kheiyn.
จนิ ดารัตน์ โพธ์นิ อก. (2557). ความหมายของทักษะ. สบื คน้ เม่ือ 19 สิงหาคม 2563 จาก:
http://www.royin.go.th/?knowledges=%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%
B8%A9%E0%B8%B0-%E0%B9%91%E0%B9%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B5
%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B9%92
%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%97.
“ทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาที่เกย่ี วข้องกบั การสร้างแบบฝึกทักษะ” สบื ค้นเมือ่ 19 สงิ หาคม 2563.
จาก: http://oservice.skru.ac.th/ebookft/1059/Chapter_2.pdf.
นันทพงศ์ ปณุ ขนั ธ.์ “ความหมายของการเขียน” สบื คน้ เม่ือ 19 สิงหาคม 2563
จาก: https://sites.google.com/site/nanthphngs/rongreiyn-sentcxhn.
ปรวิษา นาบุญจติ ร์, ชาตรี มณีโกศล และผจงกาญจน์ ภูว่ ภิ าดาวรรธน์. (2558, 2 ตลุ าคม)
“ผลของการใชเ้ กมประกอบการสอนคาศัพทภ์ าษาองั กฤษที่มตี ่อความสามารถใน
การเรียนูร้คาศพั ท”์ วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏลาปาง. 3 (2). 122.
สทุ ธิชยั ปญั ญโรจน์. (2555) “ประโยชน์ของการเขียนมมี ากกว่าทีค่ ุณคิด”
สบื คน้ เมอ่ื 19 สิงหาคม 2563 จาก: http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=814542.
21
การฝกึ ภาษาอังกฤษกับเจา้ ของภาษา
บทนา
ปัญหาการศึกษาภาษาอังกฤษในประเทศไทย คือการที่ไม่สามารถนาความรู้เหล่านั้นมาใช้ได้จริงใน
ชีวิตประจาวัน เป็นการเรียนที่ไม่สนุก อาจเป็นปกติที่นักเรียนจะเบ่ือ และไม่สนใจเน้ือหา โดยเป็นการเรียนที่
เน้นท่องจา และไม่ได้ฝึกให้เข้าใจ หรือใช้งานจริง เร่ืองนี้คงเปลี่ยนไม่ได้ ควรเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของตั วเอง
การฝกึ ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา นอกจากจะได้ฝึกออกเสียงและสาเนยี งภาษาอังกฤษให้ถูกตอ้ งแลว้ ยังได้
เรียนรู้หลักไวยากรณ์ และคาศัพท์ต่าง ๆ ที่สามารถนาไปใช้ได้ในสถานการณ์จริง อีกท้ังยังได้เรียนรู้และเข้าใจ
วฒั นธรรมของต่างประเทศ
1. ทกั ษะทางด้านภาษา
ฝ่ายแนะแนวการศึกษา สานักบริการการศึกษา มสธ. (2548) กล่าวว่า การเรียนรู้ภาษา ไม่ว่าจะเป็น
ภาษาอะไรก็ตาม ทุกทักษะนั้นมคี วามสาคัญเช่นเดยี วกนั ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การพูด การอ่าน หรือการ
เขยี น ซึ่งมคี าแนะนาทักษะทางภาษา 4 ข้อต่อไปนี้
1.1 ทักษะการฟัง มพี ฤติกรรมการฟังอยู่ 5 ระดับ คอื
1. ขนั้ รบั รู้ ฝกึ สงั เกตความแตกตา่ งของภาษาเกี่ยวกบั เสียง คา การเนน้ และระดับเสยี งขนึ้ -ลงของข้อความ
2. ขนั้ ระลกึ สามารถท่ีจะเขา้ ใจความหมายของข้อความสนั้ ๆ ที่ได้ยนิ
3. ขัน้ รบั ความคดิ สามารถท่จี ะเขา้ ใจสญั ลกั ษณ์ทางไวยากรณ์ คาศพั ท์ ประโยคและบทความสน้ั ๆ
4. ขน้ั เขา้ ใจ สามารถเข้าใจคาอธิบาย รจู้ กั จับความของข้อความท่ไี ด้ยิน แมว้ ่าจะมคี าท่ไี ม่รคู้ วามหมายอยูด่ ว้ ยก็
ตามสามารถฟัง และเขา้ ใจข้อความท่ผี พู้ ูดพดู ออกมาอยา่ งรวดเรว็ ได้
5. ขน้ั วเิ คราะห์ สามารถแยกแยะได้ว่าข้อความทไี่ ดย้ นิ ว่า เป็นภาษามาตรฐานหรือไม่ รูปประโยคถกู ตอ้ งหรือไม่
เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความมุ่งหมายของผู้พูดจากน้าเสียง และถ้อยคาท่ีเน้น สามารถประเมินได้ว่า
ถ้อยคาที่เนน้ นน้ั สือ่ สารความคิดได้อย่างเหมาะสมหรือไม่
1.2 ทักษะการพดู
เป็นพฤติกรรมทางด้านการแสดงออก เน่ืองจากคนไทยไมใ่ ช่ชนชาติทใี่ ช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน
ทกั ษะการพูดภาษาอังกฤษจงึ อาจเป็นทักษะที่ดูเหมือนคอ่ นข้างจะยาก ในด้านของการออกเสียงหรือสาเนียงให้
ถกู ต้อง แต่หากผู้เรียนมีความพากเพียรพยายามหม่ันฝึกฝนบอ่ ย ๆ ก็อาจสามารถทาได้ดีเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่า
จะออกเสยี งผดิ เพีย้ นไปบา้ ง ผเู้ รยี นควรใหค้ วามสาคัญต่อการพยายามสื่อสารให้ได้
1.3 ทักษะการอา่ น
ทกั ษะการอา่ นคงต้องเริ่มจากการอ่านหนังสือท่ีมีรูปประโยคง่าย ๆ และศัพท์ ง่าย ๆ กอ่ น เม่ือเขา้ ใจดี
ข้ึนก็เพ่ิมความยากของศัพทใ์ ห้มากขึ้น และประโยคทีม่ ีโครงสร้างซับซ้อนข้ึน หากสามารถอ่านผ่านมาได้ อย่าง
ถกู ตอ้ ง
22
1.4 ทกั ษะการเขียน
ทกั ษะการเขียนจะต้องอาศยั ความเข้าใจโครงสร้างภาษาอย่างถูกต้อง รู้ศัพท์ สานวน รปู แบบ ประโยค
ไวยากรณ์ ผู้เรียนจะต้องหมั่นฝึกฝนและหัดเขียนอยู่เสมอ นอกจากน้ันการเขียนและการอ่านเป็นทักษะท่ี
เช่ือมโยงกัน หากผู้เรียนมีประสบการณ์ในการอ่านมาก ก็จะได้เห็นรูปแบบวิธีเขียน แนวคิดในการสื่อสารของ
ผเู้ ขยี น ซ่ึงจะชว่ ยทาใหม้ แี บบอยา่ งสาหรบั การเขยี น สาหรบั ตนเองมากข้นึ ดว้ ย
2. เทคนคิ การฝึกภาษาองั กฤษกบั เจา้ ของภาษา
สุภาวดี ในเสนา (2562: 7-11) ได้ศึกษาถึงกลวิธีทักษะทางภาษาไว้ว่า กลวิธีทักษะทางปัญญาเป็น
ทักษะท่ีจาเป็นที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ง่ายข้ึน และช่วยพัฒนาทักษะฟัง พูด ให้กับผู้เรียนภาษาได้
สอดคล้องกบั Segura (2015) อ้างอิงใน Rivers (1966, p.196)และ Oxford (1990) ทีก่ ล่าวว่า ทักษะฟัง พูด
เป็นทักษะท่ีอาศัย ความรู้ความเข้าใจระหว่างผู้สนทนา การเรียนการสอนท่ีเน้นการส่ือสารจึงเป็นส่ิงสาคัญข้ัน
พื้นฐาน
2.1 กลวธิ ีฝึกกระทาซ้า (repeating) และกลวิธกี ารฝึกอยา่ งเป็นธรรมชาติ (practicing
naturalistically) โดยการพูดภาษาองั กฤษผา่ นกจิ กรรมการเรยี นรู้4กจิ กรรม ได้แก่ 1) การดวู ิดโี อ 2) การ
เรียนร้คู าศพั ท์ใหม่ 3) การพูด 4) การพดู โตต้อบกับผู้สอนท่ีเปน็ ชาวต่างชาติ ผู้สอนสามารถเลอื กหวั บทเรียน
อะไรก็ไดใ้ ห้แกผ่ ู้เรียน ผ่านกจิ กรรม 4 กจิ กรรม อีกทั้งยงั สามารถชว่ ยให้ ผูเ้ รียนฝกึ ฝนทักษะด้านไวยากรณ์การ
ออกเสียงและรูปแบบการพดู ต่าง ๆ
2.2 กลวธิ ีการควบคุมอารมณ์ความรู้สกึ (Affective Strategies)
สภุ าวดี ในเสนา (2562: 7-11) ไดศ้ ึกษาถึง ‘‘กลวิธีการควบคมุ อารมณ์ความรสู้ กึ ’’ ไวว้ ่า
Jeanette, et al. (2019) กล่าววา่ กลวิธกี ารควบคมุ อารมณ์ความรู้สกึ เปน็ กลวธิ ีการเรียนรู้ภาษาทางอ้อม
(Indirect Strategies) ทีส่ ง่ เสรมิ ใหผ้ ้เู รียนลดความวติ กกงั วล รู้สกึ สนุกสนานต่อการเรยี นภาษาอังกฤษ
โดยเฉพาะทกั ษะการฟัง พดู ภาษาองั กฤษ ผ้เู รยี นตอ้ งมคี วามม่นั ใจ มีทัศนคติท่ีดีต่อการเรียนภาษา หากผู้เรยี น
มที ศั นคติดา้ นลบอาจสง่ ผลให้กระบวนการเรียนรู้ไม่ประสบความสาเร็จ หรอื หยดุ ชะงักลงได้ (Oxford, 1990)
2.3 กลวิธีทางสังคม (Social Strategies)
Oxford (1990) ได้ให้ความหมายของกลวธิ ที างสงั คมไว้ว่า เปน็ กลวธิ ที ่ีผเู้ รยี นใช้เมอ่ื ต้องมี
ปฏิสมั พันธ์กับผ้อู ื่น สามารถทางานร่วมกนั ชว่ ยเหลือกนั ในเรียนรู้คาศพั ท์ โครงสร้างทางภาษา ฝึกการพดู
โตต้ อบ แลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ร่วมกนั สรปุ และอภปิ รายผล (สุภาวดี ในเสนา, 2562, น.7-11)
กลวิธีทางสงั คม แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ
1. การถามคาถาม (asking questions) โดยการใชค้ าถามเพอ่ื ขอร้องให้ผู้พดู พูดช้าลง พดู ซา้
อธบิ าย หรือยกตัวอยา่ งเพมิ่ เตมิ เพอ่ื ขอความกระจา่ ง (asking for clarification) หรือใชค้ าถามเพ่ือ
ตรวจสอบความถูกต้อง (asking for correction) จากคสู่ นทนา
2. การทางานรว่ มกับผู้อ่นื (cooperating with others) คือ การทางานรว่ มกับ เพือ่ นในชนั้ เรยี น
(cooperating with peers) โดยอาจทางานคู่หรืองานกลมุ่ และการทางานกับผทู้ ่ีมีความสามารถ
23
3. ประโยชนข์ องการฝกึ ภาษาองั กฤษกับเจ้าของภาษา
3.1 ฝกึ การออกเสียงและสาเนียงท่ีถกู ต้อง Educationcenterthailand (2019) กล่าวว่า ทักษะการ
ฟัง คือสิ่งท่ีแรกที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากครูต่างชาติ ซ่ึงการฟัง จะทาให้ผู้เรียนจดจาวิธีการพูดของครูต่างชาติ
นนั่ คือ สาเนียง และการออกเสียงของครตู ่างชาติ ถ้าหากผู้เรียนได้รับการเรียนภาษาองั กฤษตง้ั แตย่ ังเล็ก จะทา
ใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับการซึมซบั การออกเสยี งไดอ้ ย่างเป็นธรรมชาติ
3.2 สร้างความมั่นใจในการสอื่ สาร Britishcouncil (2020) กล่าวว่า ขณะที่บรรยากาศการ
เรียนการสอนเป็นไปอย่างผ่อนคลาย เป็นกันเอง และไม่เคร่งเครียดจนเกินไป โดยทุกคนจะมีส่วนร่วมกับการ
ทากิจกรรมต่าง ๆ ในห้องเรียน ซ่ึงนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนแล้ว ก็ยังช่วยสร้าง
ความมน่ั ใจในการแสดงความคิดเหน็ และพดู คยุ กบั เพ่อื นรว่ มห้องเปน็ ภาษาอังกฤษด้วย
3.3 ได้บริหารสมองจากการเรียนภาษาอังกฤษ Educationcenterthailand (2019) กล่าวว่า การ
เรียนรู้ทักษะวิชาภาษาอังกฤษ กับครูต่างชาติ เป็นการบริหารสมองอย่างหนึ่ง เนื่องจากผู้เรียนไม่สามารถพูด
ภาษาไทย หรือภาษาท่ีตนเองถนัดได้ ดังนั้นผู้เรียน จะต้องคิด แก้ไขปัญหา จากการเรียนรู้ในรูปแบบ
ภาษาอังกฤษ ซึง่ ส่งิ เหล่านีเ้ ปน็ การบรหิ ารสมองอยา่ งหน่ึงและสามารถทาใหผ้ ูเ้ รียนมีพฒั นาการเรยี นรู้ได้ไว
3.4 การเรียนภาษาอังกฤษช่วยให้สุขภาพจิตดี คณาจารย์, และกองบรรณาธิการสานักพิมพ์ยิปซี
(2559) กล่าวว่า การเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาช่วยให้สุขภาพจิตดีได้ สามารถช่วยให้สุขภาพจิตดี
และแข็งแรง โดยช่วยในเรื่องของความจา การเรียนรู้คาศัพท์ใหม่ ๆ การที่เราสนุกกับความเป็นกันเองของ
ชาวตา่ งชาติหรอื การจดจาสง่ิ ตา่ ง ๆ จะชว่ ยชะลอการเกิดโรคอลั ไซเมอร์ หรือโลกสมองเสื่อมอนื่ ๆ ได้
บทสรุป
การฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษานั้น ส่งผลให้ผู้เรียนหรือผู้ฝึกฝนมีทักษะทาง
ภาษาอังกฤษท่ีมีประสิทธิภาพมากกว่าและรวดเร็วกว่าการเรียนในห้องเรียน ซ่ึงผู้เรยี นจะไม่มีความเครียดและ
ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเจา้ ของภาษา
24
บรรณานุกรม
คณาจารย์, และกองบรรณาธกิ ารสานกั พิมพ์. (2559). 31 วนั "ฟงั พูด อา่ น เขียน" เก่งอังกฤษไดด้ ้วยตวั เอง.
กรงุ เทพฯ: ยปิ ซี.
ฝา่ ยแนะแนวการศกึ ษา สานักบริการการศึกษา มสธ. (2548). ทกั ษะการเรยี นวิชาภาษาองั กฤษ. สืบค้น 31
ตุลาคม 2563, จาก https://www.stou.ac.th/thai/offices/oes/guide/article/engl.html
สภุ าวดี ในเสนา. (2562). กลวธิ กี ารสอนอย่างมปี ระสทิ ธิภาพเพื่อสง่ เสริมการฟงั พดู ภาษาองั กฤษของผู้เรียน
ภาษาองั กฤษ เปน็ ภาษาตา่ งประเทศ ในศตวรรษท่ี 21. วารสารวิชาการเครือขา่ ยบัณฑิตศกึ ษา
มหาวิทยาลัยราชภฏั ภาคเหนอื , 9(2), 7-11.
Britishcouncil. (2020). อยากปพู นื้ ฐานให้แนน่ เรยี นภาษาองั กฤษกับเจ้าของภาษา. สืบค้น 31 ตุลาคม
2563, จาก www.britishcouncil.or.th/อยากปูพน้ื ฐานให้แน่น-เรยี นภาษาอังกฤษกบั เจ้าของภาษา
Educationcenterthailand. (2019). 10 ข้อดีของการเรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ. สืบค้น
19 สงิ หาคม 2563, จาก https://www.educationcenterthailand.com/news-education-
center-angthong/10
25
ENGLISH LANGUAGE
SKILLS DEVELOPMENT
JOURNAL
คณะศลิ ปศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ัย เลขท่ี
1 ถนนราชดาํ เนนิ นอก อําเภอเมอื งสงขลา 90000
โทรศัพท 0-7431-7100 , โทรสาร 0-7431-7123