วันออกพรรษา
ตรงกับวนั ศกุ ร์ท่ี 2 ตุลาคม 2563
ขน้ึ 15 คำ่ เดอื น 11
วันออกพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุด
ระยะเวลาเข้าพรรษา 3 เดือน ของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆ
กรรมคือการปาวรณาในวันน้ี ถือเป็นข้อปฏิบัติตามพระวินัยสำหรับพระภิกษุ
โดยเฉพาะ เรียกว่า เป็นญัตติกรรมวาจา (สังฆกรรม) ประเภทหนึ่ง ให้โอกาสแก่
พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอดไตรมาส (3 เดือน) สามารถว่ากล่าวตักเตือน
และชี้ข้อบกพร่องแก่กันและกันได้โดยเสมอภาค ด้วยจิตที่ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
เพื่อให้พระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนมีโอกาสรับรู้ข้อบกพร่องของตนและนำข้อบกพร่องไป
แกไ้ ขปรับปรงุ ตวั ให้ดยี ่ิงข้ึน
เมื่อถึงวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชนถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าวัดเพ่ือ
บำเพ็ญกุศลแก่ตนเองที่ตั้งใจปฏิบัติตนเป็นอุบาสก-อุบาสิกา ส่วนพระสงฆ์จำพรรษา
และต้ังใจปฏิบตั ิธรรมมาตลอดจนครบไตรมาส (3 เดือน) หรือในวนั ถัดไปคือ วันออก
พรรษา(จริง) (คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11) พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยนิยมไป
ทำบุญตกั บาตร เรยี กวา่ บญุ เทศกาลบาตรเทโว หรอื บาตรเทโวโรหณะ เพื่อรำลึกถึง
เหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติที่กล่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ลง
มายังโลกมนุษย์หลังจากการโปรดเทพบุตร อดีตพระพุทธมารดา พระนางสิริมหา
มายา บนสวรรคด์ าวดงึ ส์ (ชั้นท่ี 2) ในพรรษาท่ี 7 เสด็จลงมายังเมืองสงั กัสสะ พร้อม
กับทรงแสดงไตรโลกววิ รณปาฏิหารยิ ์ (ทรงปาฏหิ าริยเ์ ปิดโลกท้ัง 3. สวรรค์,นรก,โลก)
กฐินกาล คือ ชว่ งเวลาทที่ รงอนญุ าตใหภ้ ิกษุผอู้ ยจู่ ำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถ
รบั มานุ่งหม่ ได้ เริ่มตง้ั แต่ วันแรม 1 ค่ำ เดอื น 11 ถงึ วันขึ้น 15 คำ่ เดือน 12 (วนั ลอย
กระทง) เป็นช่วงเวลากฐินกาลตามพระวินัยปิฎกเถรวาท ในช่วงเวลาที่
พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานกฐินประจำปี เป็นการนำ
ผ้าจีวร ถวายพระพุทธรูปและพระสงฆ์ในวัดต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นงานบำเพ็ญกุศลท่ี
ได้บุญกศุ ลมากงานหนง่ึ
ความสำคัญ
วันออกพรรษา คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน (นับตั้งแต่วัน
เข้าพรรษา) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า "ปวารณา" แปลว่า
"อนุญาต" หรือ "ยอมให้" ในวันออกพรรษานี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรม
เรียกว่า มหาปวารณา เป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพราะใน
ระหว่างเข้าพรรษา พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข การให้ผู้อื่นว่า
กล่าวตักเตือนได้ ทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตน และยังเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสยั
ซึ่งกนั และกนั ดว้ ย
อานสิ งส์ของพระสงฆท์ ีจ่ ำครบพรรษา
เมื่อพระสงฆจ์ ำพรรษาครบไตรมาสไดป้ วารณาออกพรรษาและได้กรานกฐนิ แลว้ ย่อม
ไดร้ บั อานสิ งส์หรอื ขอ้ ยกเว้นพระวนิ ยั 5 ขอ้ คอื เที่ยวไปไหนไมต่ อ้ งบอกลา (ออกจาก
วัดไปโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเจ้าอาวาสหรือพระสงฆ์รูปอื่นก่อนได้) เที่ยวไปไม่ต้องถือ
ไตรจีวรครบสำรับ 3 ผืน ฉันคณะโภชนาได้ (โภชนะที่คณะรับนิมนต์ไว้) เก็บอดิเรก
จีวรไว้ได้ตามปรารถนา (ยกเว้นสิกขาบทข้อนิสสัคคิยปาจิตตีย์บางข้อ) จีวรลาภอัน
เกิดในที่น้ันเป็นของภิกษุ (เมือ่ มีผูม้ าถวายจีวรเกนิ กว่าไตรครองสามารถเก็บไว้ได้โดย
ไมต่ อ้ งสละเขา้ กองกลาง)
การถอื ปฏิบตั ปิ ระเพณกี ารบำเพญ็ กศุ ลเนื่องในเทศกาลออกพรรษาในประเทศไทย
เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงสู่โลกหลังจากเสด็จขึ้นไปจำพรรษาอยู่ในดาวดึงส์ถ้วน
ไตรมาส และแสดงอภิธรรมเทศนาโปรดพระมารดาในเทวโลกนั้นมาตลอดเวลา 3
เดือน เมื่อถึงวันมหาปวารณา คือวันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา จึงเสด็จมายังโลก
มนุษยโ์ ดยเสด็จมาทางบันไดสวรรคล์ งท่ีประตเู มืองสงั กสั สะอันตงั้ อยู่เหนือกรุงสาวัตถี
วันที่เสด็จลงจากเทวโลกนั้นเรียกกันว่า “วันเทโวโรหณะ” ตรงกับวันมหาปวารณา
เพญ็ เดือน 11 วนั นนั้ ถือกันวา่ เป็นวันบุญกุศล ที่สำคญั วนั หน่งึ ของพุทธบรษิ ทั โบราณ
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ”วันพระเจ้าเปิดโลก” วันรุ่งขึ้นจากวันนั้นเป็นวันแรม 1 ค่ำ
เดือน 11 จึงมีการทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ กันเป็นการใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลองการ
เสด็จลงจากเทวโลกของพระพุทธเจ้าโดยพุทธบริษัทได้พร้อมใจกันใส่บาตรแด่
พระสงฆ์ที่อยู่ทั้งหมดในที่นั้นกับทั้งพระพุทธองค์ด้วยโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน
ภัตตาหารที่ถวายในวันนั้นส่วนใหญ่เป็นเสบียงกรัง ของตนตามมีตามได้ ปรากฏได้มี
การใส่บาตรในวันนั้นแออัดมาก ผู้คนเข้าไม่ถึงพระสงฆ์จึงเอาข้าวสาลีของตนห่อบา้ ง
ทำเป็นปั้นๆ บ้างแล้วโยนเข้าถวายพระ นี่เองจึงเป็นเหตุหนึ่งท่ีนิยมทำข้าวต้มลูกโยน
เป็นส่วนสำคัญของการตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นประเพณีว่าถึงวันแรม 1 ค่ำเดือน
11 (บางแหง่ ก็ทำในข้ึน 15 คำ่ เดอื น 11) ทุก ๆ ปี ควรทำบุญตกั บาตรให้เหมอื นคร้ัง
ดั้งเดมิ เรยี กวา่ ตักบาตรเทโวโรหณะ จนทกุ วันน้ี
ประเพณีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก
การเทศน์มหาชาติ คือ เทศนาเวสสันดรชาดก เป็นบุญพิธีที่นิยมจัดให้มีกันมาแต่
โบราณ ส่วนมากจัดให้มีในวัดเป็นหน้าที่ของชาวบ้านและวัดนั้น ๆ จะตกลงร่วมกัน
จัด ปกตินิยมให้มีหลังฤดูทอดกฐิน ผ่านไปแล้วจนตลอดฤดูหนาว นิยมจัดเป็นงาน
สองวัน คอื วนั เทศนเ์ วสสนั ดรชาดกท้งั 13 กัณฑ์วันหน่ึง และวันเทศน์จตุราริยสัจจก
ถา ท้ายเวสสันดรชาดกอีกวนั หนึง่
วันแรกเริ่มงานด้วยพิธีทำบุญตักบาตรพระทั้งวัด หรือเลี้ยงพระตามจำนวนที่
เห็นสมควร แล้วเริ่มเทศน์เวสสันดรชาดก ตามแบบเทศน์ต่อกันไปจนสุด 13 กัณฑ์
ถึงเวลากลางคนื บางแหง่ จัดปีพาทยป์ ระโคมระหวา่ งกัณฑ์หนึง่ ๆ ตลอดทั้ง 13 กัณฑ์
ดว้ ย
ประเพณีถวายผ้ากฐินทาน
เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนอย่างหนึ่ง นิยมทำกันตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ
เดือน 11 ไปจนถึงกลางเดือน 12 (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 - วันลอยกระทง) คำว่า
กฐิน แปลว่า ไม้สะดงึ คือกรอบไม้ชนิดหนึ่งสำหรับขึงผ้าให้ตึง สะดวกแก่การเย็บ ใน
สมยั โบราณเย็บผ้าตอ้ งเอาไมส้ ะดงึ มาขงึ ผา้ ใหต้ ึงเสยี ก่อน แลว้ จึงเยบ็ เพราะช่างยังไม่
มคี วามชำนาญเหมือนสมยั ปจั จุบันนี้ และเครอื่ งมือในการเยบ็ กย็ งั ไม่เพยี งพอ เหมือน
จักรเย็บผ้าในปัจจุบัน การทำจีวรในสมยั โบราณจะเปน็ ผ้ากฐินหรือแม้แต่จีวรอันมิใช่
ผ้ากฐิน ถ้าภิกษุทำเอง ก็จัดเป็นงานเอิกเกริกทีเดียว เช่น ตำนานกล่าวไว้ว่า การเย็บ
จีวรนนั้ พระเถรานุเถระตา่ งมาช่วยกัน เปน็ ตน้ วา่ พระสารีบตุ ร พระมหาโมคคลั ลานะ
พระมหากัสสปะ แม้สมเด็จพระบรมศาสดาก็เสด็จลงมาช่วย ภิกษุสามเณรอื่น ๆ ก็
ช่วยขวนขวายในการเย็บจีวร อุบาสกอุบาสิกาก็จัดหาน้ำดื่มเป็นต้น มาถวาย
พระภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมมาสัมพุทธะเป็นประธาน โดยนัยนี้ การเย็บจีวรแม้โดย
ธรรมดา ก็เป็นการต้องช่วยกันทำหลายผู้หลายองค์ (ไม่เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งมีจีวร
สำเรจ็ รูปแลว้ )
การตักบาตร
เมื่อถึงวันเทโวโรหณะ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) หรือวันถัดมา (วันแรม 1 ค่ำ
เดือน 11) ในที่บางแห่ง พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรที่วัด โดยการปฏิบัติ
ตนดงั นี้
เตรียมอาหารในตอนเช้า อาหารที่เตรียมเพื่อตักบาตรเป็นพิเศษในวันนี้ คือ ข้าวต้ม
มัด และข้าวต้มลูกโยน วัดบางวัดอาจจะจำลองสถานการณ์วันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จ
ลงจากเทวโลกช้ันดาวดงึ ส์ คอื ประชาชนจะน่งั หรอื ยนื สองฝ่ังทางลงจากอุโบสถ หรือ
ศาลา ให้พระสงฆ์เดินเข้าแถวเรียงลำดับรับบาตรตรงกลาง โดยมีมัคนายก เดิน
อัญเชญิ พระพทุ ธรปู นำหน้าแถวพระสงฆ์
หลังจากตกั บาตรแล้ว มีการอาราธนาศลี สมาทานศลี และรกั ษาศลี
ฟังธรรมและทำสมาธิตามโอกาส เพ่อื ทำใหจ้ ิตใจบริสทุ ธผ์ิ อ่ งใส
แผ่เมตตา และกรวดนำ้ อุทิศสว่ นกุศลให้กบั ญาติ ผลู้ ่วงลบั และสรรพสตั ว์
แหลง่ ทมี่ า : https://th.wikipedia.org/