The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่-7 การพูดในโอกาสต่าง ๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ตั้ม วัชระ, 2021-09-10 00:04:42

หน่วยที่-7 การพูดในโอกาสต่าง ๆ

หน่วยที่-7 การพูดในโอกาสต่าง ๆ

โดยคุณครวู ัชระ ลานเจริญ

หนว่ ยท่ี 7
การพูดในโอกาสต่าง ๆ

วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 30000-1101

วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร สานกั คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

1. การเปน็ พิธกี รและโฆษก

1.1 ความหมายพิธกี รและโฆษก

โฆษก พิธีกร

ผู้ประกาศหรือผู้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในงานที่เป็นพิธีการ
มาร่วมงานได้ทราบเร่ืองราวต่าง ๆ ท่ี โดยทาหน้าท่ีดาเนินรายการและควบคุม
เกี่ยวข้องกับงานเช่นมีกิจกรรมหรือมีการ รายการต้ังแต่เริ่มต้นจนส้ินสุดการจัดงาน
แสดงอะไรอยู่ท่ีไหนเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้งานพิธีน้ันดาเนินไปด้วยความราบร่ืน
ถ้าเป็นการแสดงต้องแนะนาผู้แสดงบอก และเรียบรอ้ ยตามกาหนดการ
ความสาคัญของการแสดงดังน้ันโฆษกจึงทา
หนา้ ทป่ี ระกาศในงานอย่างไม่เปน็ ทางการ

1.2 คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงคข์ องพธิ กี รที่พงึ ประสงค์

1) ด้านบุคลกิ ภาพ

1. แต่งกายสภุ าพ 2. อากปั กริ ิยากระตือรือรน้ 3.ใบหนา้ เบิกบานแจ่มใส 4. มที ่าทีโอภาปราศรยั
เรียบรอ้ ยถูกกาลเทศะ แล้วไมล่ กุ ล้ีลกุ ลน และต้อนรบั ขับสู้

5. มคี วามสนใจ 6. มคี วามจาดี 7.ไมพ่ ูดพลา่ ม เพอ้ เจ้อ 8.สามารถปรับตวั ตาม
และเอาใจใสผ่ คู้ น สถานการณ์ไดท้ ันที

1.2 คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ของพธิ กี รที่พึงประสงค์

2) บทบาทบนเวที

ด้านจติ ใจ การแสดงออก ดา้ นการพดู

- พิธกี รต้องเปน็ คนทีม่ ีจิตใจสงู - ท่าทีสง่ายนื มัน่ คงสารวมอาการ - ใช้ประโยคสั้นๆ เข้าใจงา่ ย
สขุ ุมเยอื กเย็น - การแตง่ กายสุภาพเรยี บร้อย - พูดถูกหลักภาษาหรือความนยิ ม
- ให้ความสาคัญในพธิ กี าร - หน้าตาเบิกบานแววตาเปน็ - พูดใหน้ ้อยหลกี เลยี่ งการพูดแบบ
และเรื่องทจ่ี ะพูด
ประกายแจ่มใส พรรณนาโวหาร
- สรา้ งความม่นั ใจว่าเราทราบ - ไม่แสดงอาการตกใจหรอื ประหม่า - พดู ตามบทไมพ่ ูดนอกบทหรอื พดู
เร่ืองน้นั น้นั - มองผฟู้ งั อยา่ งเปน็ มติ รไมก่ ้มๆ
พล่ามเพอ้ เจอ้
- จิตใจมัน่ คงมีสมาธิ เงยๆ - ระวังขยะถอ้ ยคา เช่น เออ้ อา้
บ่อยครั้งเกนิ ไป
- หลีกเล่ยี งถอ้ ยคาเสียดสีประชด

ประชันหรอื ยกตน
- หลกี เลี่ยงคาพูดสองแง่สองงา่ ม

1.3 ทกั ษะการใชภ้ าษาของพิธกี ร

1) ระดับของภาษา

ภาษา ใชใ้ นการสนทนากบั ผ้ใู กลช้ ิดมาก ๆ เท่านั้น หรอื ใช้ในการสนทนาของบคุ คลกลมุ่ เล็ก ๆ
ระดับกันเอง

ภาษา

ระดับกึ่งทางการ ใชใ้ นการประชุมกลุม่ การบรรยายในหอ้ งเรียน การแสดงความคดิ เหน็ เชงิ วิชาการ

ภาษา ใช้ในการบรรยาย อภปิ ราย หรอื การเสนอขา่ วสารตอ่ สาธารณชน อย่างเปน็ ทางการ

ระดับทางการหรอื พิธกี าร การเปดิ ประชุมสภา การกล่าวคาปราศรยั ของบุคคลสาคญั

1.3 ทักษะการใชภ้ าษาของพธิ ีกร

ตัวอยา่ งระดับของภาษา

ระดบั 1-2 ระดบั 3
งานแต่งงาน งานมงคลสมรส
โรงภาพยนตร์
โรงหนัง ฌาปนกจิ ศพ
เผาศพ

1.3 ทักษะการใช้ภาษาของพธิ ีกร

2) การใช้ประโยคในภาษาไทย

ประโยคเดมิ รายการสาหรับวนั น้ีกห็ มดรายการเพลงแตเ่ พยี งเทา่ น้ี
ควรใช้วา่ รายการในวนั นี้ก็หมดเวลาลงแต่เพยี งเท่านี้
ประโยคเดิม ฝนตกหนกั จนทางข้างหน้ามองไม่เห็น
ควรใช้วา่ ฝนตกหนักจนไมส่ ามารถมองเห็นทางขา้ งหน้าได้

1.4 บทบาทและหนา้ ทีข่ องพธิ ีกร

ศกึ ษาความรู้ พบปะกบั ผู้ ถา้ เปน็ การ ดาเนินการ สร้าง เสนอเรอื่ งท่ี แนะนาผพู้ ดู กลา่ วสรุป กล่าว
เกี่ยวกับผพู้ ดู พดู ก่อนเร่ิม อภิปรายและ พดู อภปิ ราย บรรยากาศ จะพูดหรือ หรอื ผู้แสดง อย่างรวบรดั ขอบคณุ ผู้พูด
รายการเพ่อื พิธกี รทา ดว้ ยการใช้ แสดงแก่ผ้ฟู ัง และเชญิ ผฟู้ ัง
ทุกคน ทาความตก หน้าท่ีเป็น หรือการ วาทศลิ ป์ กลา่ วถึง แกผ่ ูฟ้ ัง ผูแ้ สดง
-ชอ่ื นามสกลุ ลงเกี่ยวกับ ผู้ดาเนนิ การ แสดงให้ เพ่อื ให้เกิด ขอบเขตและ กล่าวถึงชือ่ ใหแ้ สดง รวมท้ังผ้มู ี
-คณุ วฒุ ิ เรื่องและเวลา อภปิ รายควร เปน็ ไปด้วย ความสัมพนั ธ์ ความสาคญั นามสกลุ วุฒิ ความคิดเห็น ส่วนร่วมใน
-ตาแหน่ง ทแี่ ตล่ ะคนจะ มีการประชมุ ความ อันดีระหวา่ ง อยา่ งส้นั ๆ ตาแหนง่ และ หรอื ซักถาม การจัด
หน้าที่ ปรึกษาหารือ เรยี บรอ้ ย ผพู้ ูดหรอื ผู้ รวบรดั คณุ สมบัติที่ ข้อขอ้ งใจ รายการ
-ความ พูด กันก่อนเรมิ่ แสดงกับผูฟ้ งั เดน่ เดน่ ยง ทัง้ หมด
เช่ยี วชาญ การอภิปราย ลักษณะของ ตา่ ง ๆ
พเิ ศษในดา้ น
ต่าง ๆ ผพู้ ดู ให้
สัมพนั ธ์กับ
เร่อื งท่จี ะพูด

1 23 4 56789

1.5 โอกาสในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีข่ องพิธีกร

1. การกลา่ วแนะนาผพู้ ดู 2. การกลา่ วขอบคณุ 4. การกล่าวเชญิ ประธาน

- พดู ให้สน้ั ท่ีสุด พธิ ีกรจะเปน็ ผู้กล่าวสรปุ ให้ พิธกี รจะทาหนา้ ที่กล่าวเชญิ
- กลา่ วถงึ หัวขอ้ เรอ่ื งและโอกาสท่จี ะพูด เห็นถึงประโยชนท์ จี่ ะได้รับ ประธานให้โอวาทและทาพธิ ี
- แนะนาผู้พดู (ชือ่ สกุล วุฒิ ผลงาน) และกลา่ วขอบคณุ ตอนทา้ ย เปดิ หรอื ปิดการอบรม หรือ
- อย่าพดู ยาวเกินจริง สัมมนา กลา่ วเชิญประธาน
- ไม่ใช้ท่าทางประกอบมากนัก 3. การกล่าวเชญิ อวยพร เพือ่ มอบของขวญั หรอื
รางวลั ใหแ้ ก่ผูร้ ับ
พิธีกรทาหน้าท่ีกลา่ วเชิญผู้
มีเกยี รตหิ รือผู้อาวุโสข้ึน 5.การทาหน้าท่ีดาเนินรายการ
กล่าวคาอวยพรในโอกาส
นั้น ๆ และกล่าวเชญิ เจ้าภาพ พิธีกรทาหน้าทีป่ ระสานงาน
ของงานกล่าวตอบคาอวย ลาดับข้ันตอนการจัดงาน
พร เปน็ ผู้ประสานงานระหว่าง
ผูช้ มกับผู้แสดงให้เปน็ ไป
ด้วยความเรียบร้อย

2. การกลา่ วสนุ ทรพจน์

2.1 ความหมายของสุนทรพจน์

สุนทรพจนห์ มายถงึ ถอ้ ยคาท่เี รียบเรยี งด้วยความ
พถิ ีพถิ ันของบคุ คลสาคัญทก่ี ล่าวอย่างเปน็ พิธกี ารในโอกาส
ต่าง ๆ เพื่อใหผ้ ูฟ้ งั เกดิ ความรู้สกึ ประทับใจ

2.2 ลักษณะของสนุ ทรพจน์ 2) เปน็ การพดู สั้นสนั้
ประมาณ 5-10 นาที
1) เป็นการพูดตอ่
ชมุ นุมชน

3) เปน็ การพูดปากเปล่า 4) เปน็ การพดู ท่เี ป็น 5) เป็นการพดู ทมี่ กี าร
พธิ รี ีตองหรือพูดใน เตรยี มตวั และมีการซักซ้อม
เป็นอย่างดไี มใ่ ชว้ ธิ ี พูดไป
โอกาสสาคัญ คิดไปจะเกดิ ความขลกุ ขลกั

ขาดคณุ คา่ ไม่น่าฟงั

2.3 รูปแบบของสุนทรพจน์

1) สุนทรพจนแ์ บบธรรมดา 2) สนุ ทรพจนแ์ บบพเิ ศษ

ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Speech สุนทรพจน์ ตรงกับภาษาองั กฤษว่า Oration ประโยชน์ท่ี
แบบนี้เน้ือหาสาระจะมีลักษณะปลอบประโลม จะบังเกิดทางไหนทางกว้างและทางลึก เป็น
ใจ ให้กาลังใจ สดุดี ยกย่อง ให้เกียรติอวย การพูดที่มีผลต่อส่วนรวม มีลักษณะโน้ม
พรต้อนรับแสดงความยินดี แสดงความ น้าวต่อความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของผู้ฟัง
อาลัยในการจากกัน การกล่าวขอบคุณ หรือเรียกว่า “การพูดทางการเมือง” เพราะ
รวมทัง้ การพูดในโอกาสต่าง ๆ ดว้ ย ผลของการพูดมักจะเกิดความหว่ันไหวต่อ
ความรู้สึกของมหาชนอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

2.4 วัตถปุ ระสงคข์ องการพูดสนุ ทรพจนแ์ บบพิเศษ

1) กล่าวเฉพาะโอกาส 2) กล่าวเพอ่ื ใหเ้ กิดความ 3) กล่าวเพ่ือใหค้ ุณธรรม
สาคัญ ๆ ท่มี คี วามสมั พันธ์ สานกึ ในความถูกต้อง ความดกี ลบั คืนมา
กบั มหาชนหรอื โอกาส
วกิ ฤต

4) กล่าวเพอ่ื ให้เกดิ ความ 5) กล่าวเพ่อื ให้เกิด 6) กลา่ วเพื่อคลค่ี ลาย
รักความสามัคคขี องคนใน ความคดิ สรา้ งสรรคก์ าร สถานการณท์ เ่ี ลวร้ายให้
ชาติหรอื มวลมนุษยชาติ เสยี สละเพื่อสว่ นรวม กลับคนื ดขี ึ้น

2.5 คณุ สมบตั ทิ ีส่ าคญั ของสนุ ทรพจน์แบบพิเศษ

1) เปน็ การพดู โนม้ น้าวข้นั 2) เป็นการพดู ในลกั ษณะ 3) เป็นการพูดที่มี 4) เป็นการพูดทที่ าใหผ้ ู้ฟงั
สดุ ยอด เร่งเร้า เรง่ รัด เรา้ ใจ หรือ ความหมายตอ่ อารมณ์ เกดิ ความคดิ ตอ่ ตัวของเขา
ปลกุ ของผฟู้ ัง แลว้ ผฟู้ ังเกดิ แรง เองวา่ ควรจะทาอยา่ งไร
บันดาลใจ

5) ไม่ใชก่ ารพูดแบบ 6) ไมใ่ ช่การพูดประเภท 7) เป็นการพดู ในแนว
บรรยายวิชาการหรอื อบรม ชแ้ี นะชี้ชวนชี้นาออกมา สร้างสรรค์เท่าน้นั ไมใ่ ช่
สง่ั สอนจงึ ไม่ควรพูดเปน็ ตรง ๆ วา่ ต้องทาอยา่ งนนั้ การพูดในแนวทาลายหรอื
ขอ้ ๆ เหมอื นการบรรยาย อย่างน้ี แนวลบ
วิชาการ

2.6 ลกั ษณะเด่นของสนุ ทรพจน์ (เด่นในรสชาติของถ้อยคาสานวน)

เน่อื งจาก ถอ้ ยคาต้อง ไม่มีถ้อยคา พถิ พี ถิ นั การ เป็นการพดู ไม่ใชส่ านวน ไม่พดู เป็น ไมม่ ีการรอ้ ง ถ้อยคามี
สนุ ทรพจนม์ ี ได้รบั การ ประเภท เรียบเรียง ในลกั ษณะ ประเภท ถอ้ ยคา เพลง ความหมาย
ลกั ษณะเดน่ ประดษิ ฐ์ประด ถอ้ ยคาเป็น กระทดั รัดไม่ พรรณนา ประเภทร้อย ท้งั ในทาง
ในถอ้ ยคา อยร้อยแก้ว ฟุ่มเฟอื ยแบบ วลีจากวลเี ปน็ เวงิ้ วา้ งโหวง กรองทัง้ หมด ประกอบหาก กว้างและลึก
สานวน ผ้พู ดู ให้สอดคล้อง น้าทว่ มทุ่ง ประโยคจาก เหวงหรือ โวหารเหมือน แตแ่ ทรกลง จะนาเนื้อ คาว่ากว้าง
จงึ ตอ้ งสรร กันอย่าง ประโยคไป ลอยฟ่องเกิน นวนยิ าย ในบางตอน เพลงมา หมายถึง
หาถอ้ ยคา เหมาะเจาะ ประโยชนต์ ่อ
เพราะพร้ิง จนถงึ จริง ได้ กลา่ วถึงกใ็ ห้ ผฟู้ งั อย่าง
สานวน เรอ่ื งราว กลา่ วแบบพดู กว้างขวาง
ประเภททน่ี ่า อย่าง
ประทบั ใจตรา กระทัดรดั
ตรงึ ใจและ
สะดดุ ใจผู้ฟัง

1 23 4 56789

2.6 ลกั ษณะเดน่ ของสนุ ทรพจน์ (เด่นในประเดน็ )

สนุ ทรพจน์แบบนี้มาพูดเพียงประเดน็ เดียวเพ่ือให้ผฟู้ งั
เหน็ ภาพชัดเจนและทาให้ผพู้ ูดพ่งุ เข้าสูจ่ ิตใจของผฟู้ งั ได้
อยา่ งรวดเรว็ และไมค่ ลุมเครอื

2.7 การเตรียมสุนทรพจน์ สุนทรพจน์ทดี่ ีมีโครงสรา้ งสามประการ คอื

1) ส่วนนา 2) เนอ้ื เรือ่ งหรอื 3) การสรปุ เนอ้ื หา
หรือคานา การดาเนินเรอ่ื ง การลงท้าย

2.7 การเตรยี มสุนทรพจน์ สุนทรพจน์ทีด่ ีมโี ครงสรา้ งสามประการ คือ

1) สว่ นนาหรือคานา
คานาหรอื การเรม่ิ ตน้ เป็นยทุ ธศาสตร์ทีส่ าคญั ในการพดู การเรมิ่ ต้นท่ีดีเหมือน

ไดช้ ัยชนะในการพดู ไปแล้วครึ่งหนึง่ ผู้กล่าวสนุ ทรพจน์ท่ีดีตอ้ งพจิ ารณาและเตรียมการ
เริ่มต้นการพูดโดยคานึงถงึ รายละเอียดดังตอ่ ไปนี้

1) สว่ นนาหรอื คานา 4) อย่าอ้อมค้อมการออมของทา
ให้เสียเวลาและไม่ตรงประเด็น
1.1) ข้อควรหลีกเลยี่ งในการข้ึนต้นประกอบด้วย 4 อยา่ งคือ ขาดจุดเดน่ ที่น่าสนใจดังนัน้ ใน
การพูดควรรวบรดั ตัดตอนรบี
2) อยา่ ขออภยั การขออภยั ผู้ฟงั เขา้ ประเด็นจะดที ีส่ ดุ
ในเร่อื งราวท่ีจะพดู เพราะไมม่ ี
ความแมน่ ยาหรือไม่แน่ใจในเร่ือง
ท่พี ดู เป็นสิง่ ทน่ี า่ ละอายอยา่ งยง่ิ
ทาใหผ้ ูฟ้ ังเสียความรู้สึก

1) อย่าออกตวั การพดู ออกตวั 3) อย่าถ่อมตวั การถอ่ มตวั มาก
เป็นการไมใ่ หเ้ กยี รตผิ ้ฟู งั เปน็ การ เกนิ ไปทาให้ผฟู้ งั เส่อื มศรทั ธาในผู้
ดถู ูกผฟู้ งั และถอื วา่ ไม่ใหเ้ กียรตผิ ู้ พดู ยดื ยาด เสยี เวลา โดยเฉพาะ
เชิญมาพดู เช่นออกตวั วา่ ไม่มี อย่างย่งิ การถ่อมตัวว่ามีความรู้
ความพรอ้ มไมม่ ีเวลาเตรียมตวั นอ้ ยประสบการณน์ ้อย
แต่จาเปน็ ต้องมาพูด

1) ส่วนนาหรือคานา

1.2) ขอ้ ควรทาในการขึ้นต้น
ในการขน้ึ ตน้ ผ้พู ูดตอ้ งถือหลักว่า “ตอ้ งรวบรดั ตรงประเดน็ เรา้ อารมณแ์ ละชวน

ใหต้ ดิ ตาม” จะเป็นการขนึ้ ต้นทน่ี า่ สนใจและดีทีส่ ดุ

1) สว่ นนาหรอื คานา

1.3) วธิ กี ารข้ึนตน้

แบบพาดหวั ขา่ ว การตงั้ คาถาม ทาใหผ้ ฟู้ งั สงสยั การอา้ งบทกวี ขน้ึ ต้นให้สนกุ สนาน

ผ้พู ูดใชว้ ิธีการ คาถามท่ีนามาขึน้ ต้น การพดู ทที่ าให้ผฟู้ งั หรือวาทะของผ้มู ี มากผู้พูดใช้ปฏิภาณ
เดียวกนั กบั การพาด ตอ้ งเกีย่ วข้องกับเน้ือหา สงสัยเปน็ การย่ัวยุให้ ช่อื เสยี งการอา้ งบท ไหวพรบิ เฉพาะหนา้
หวั ขา่ วในหนังสอื ทจี่ ะพดู สอดคลอ้ งกนั อยากตดิ ตามเน้ือหา กวหี รอื วาทะทส่ี าคัญ หรอื ยกตัวอย่างที่
พิมพโ์ ดยเอาผลมา อย่างกลมกลนื เชน่ ตอ่ ไป เชน่ จะทาให้ผฟู้ งั สนใจ เกดิ ขึ้นจรงิ ๆ มา
พูดกอ่ นแล้วอธบิ าย “ถา้ ลกู ติดยาเสพตดิ จะ “ รการวันนน้ั ทาใหผ้ ม ตอ้ งการทราบเน้อื หา กล่าวโดยใช้คาหรือ
เหตุทีหลัง เชน่ ว่าเกดิ อะไรขึ้น การเรง่ ทาให้
“ขึ้นบัญชีดา 189 วัด ทาอย่างไร?” .....?” เกยี่ วขอ้ งอยา่ งไรกับ สนุกสนานน่าสนใจ
ลกั ลอบขนต่างดา้ ว” วาทะนน้ั เชน่ เช่น
“อนั กาเนดิ เกดิ มาใน “ ศลิ ปินอย่าดหู มิ่น
หลา้ โลก สขุ กับศุกร์ ศิลปะ กองขยะดูให้ดี
มไิ ด้สน้ิ อย่าสงสัย” ยงิ่ มศี ลิ ป์”

2) เนือ้ เร่ืองหรือการดาเนนิ เรอ่ื ง

การเตรียมเนื้อเรือ่ งตอ้ งเผอื่ ขาดเผ่ือเหลอื สามารถยืดหย่นุ ไดต้ ามเวลาหรอื
เหตกุ ารณเ์ ฉพาะหน้าในการเตรยี มเนื้อเร่ืองควรปฏิบัตดิ ังนี้

2) เน้อื เร่อื งหรือการดาเนนิ เรอ่ื ง

1) เตรียมเนือ้ หาตามลาดบั 2) เน้นจุดมุง่ หมายของ 3) เน้ือหาให้เร้าความสนใจ
เหตุการณห์ รือเวลาอย่า เรอื่ งเพียงจุดเดยี วอยา่ ยก ผฟู้ ังมากขน้ึ ตามลาดบั โดย
เตรียมเน้ือหาวกไปวนมา เหตุผลหรอื อทุ าหรณ์อ่นื ที่ เรยี งลาดบั เหตกุ ารณ์และ
จะทาให้จับตน้ ชนปลายไม่ ขานกนั กับเน้อื หา ยกตัวอย่างใหเ้ หมาะสม
ถูกและทาให้สับสน

4) อย่าเตรียมเน้อื หานอก 5) พร้อมทีจ่ ะตดั ตอนหรอื 6) ใชค้ าหรอื ข้อความที่
ประเด็นหรอื นอกเรื่องท่ตี ง้ั ขยายความไดใ้ นกรณีท่ี เหมาะสมกบั เนอื้ เรื่องไม่ใชค้ า
ไวจ้ ะทาใหข้ าดจุดเดน่ ไม่ จาเป็นโดยไมเ่ สียเนื้อเร่ือง งา่ ยๆ จะทาใหข้ าดคณุ ค่า ไม่
เห็นจดุ สาคัญของเร่ือง ใช้คาศัพท์สูงหรอื ยากเกินไป
ทาใหย้ ากแกก่ ารเข้าใจ

3) การสรปุ เนือ้ หาการลงท้าย

การลงท้ายสุนทรพจน์มคี วามสาคญั เท่าเทียมกบั การข้นึ ต้นเพราะการลงท้าย
เป็นจุดสาคัญที่ฝากผู้ฟงั ให้เก็บไปคิดผู้พูดบางคนหาวิธสี รุปหรอื ลงทา้ ยไม่ไดพ้ ูดวกไป
วนมามาจนขาดความน่าเชอ่ื ถือทาใหก้ ารพูดสนุ ทรพจนห์ มดคุณคา่ ดงั นัน้ ผู้กลา่ ว
สนุ ทรพจน์ตอ้ งมีหลกั ในการสรุปดงั น้ี

3.1) หลักในการลงท้าย ควรใช้หลักปฏิบตั ิ คอื

(2) สัมพันธก์ บั หวั ข้อเร่ืองและ (4) พงุ่ เขา้ สู่จุดสดุ ยอดของ
เนื้อเรอื่ ง สุนทรพจน์

(1) มีความหมายชดั เจนไม่ (3) กระทดั รัดไม่เยนิ่ เย้อ
เลื่อนลอย

3.2) ข้อควรหลีกเลีย่ งในการสรุป

1 23 4

(1) ขอจบ ขอยตุ ิ ถ้าผพู้ ูด (2) ขอ้ ความทีว่ า่ “ไม่มากก็ (3) ขออภัย ขอโทษ ผพู้ ูดไม่ (4) ขอบคุณ ผพู้ ูดไมค่ วร
ขอจบแล้วบางคนยงั พดู ตอ่ น้อย ท่ีผู้ฟงั ไดน้ ้อยกไ็ ม่ได้มาก ควรขอโทษ ขออภยั อะไร ขอบคณุ ผูฟ้ งั ท่เี คา้ อุตส่าห์
อกี หรือถ้าผฟู้ งั ไมใ่ หจ้ บจะ หรืออาจจะไมไ่ ดอ้ ะไรเลยกไ็ ด”้ ผู้ฟงั เพราะถา้ ขอโทษ ขอ มานั่งฟงั ควรลงทา้ ยอยา่ ง
ทาอยา่ งไร จงึ ไมค่ วรพูด จงึ ไมค่ วรพูด อภัยแลว้ ทีพ่ ดู มามผี ดิ พลาด สง่างามกว่าน้ี ไมค่ วรจบ
เช่น ด้านเน้อื หาหรือผดิ พลาด ขอบคุณดว้ ยคาวา่ “ ผม
“ผมขอยตุ ตกิ ารพดู เพียง เรือ่ งเวลา ซ่งึ เปน็ ส่งิ ไมค่ วร ขอขอบคณุ ทุกทา่ นท่มี าฟงั
เทา่ น.้ี ..” พดู เพราะผูฟ้ ังเสียเวลาฟัง บรรยายในวันนี้”
มาต้ังนานแล้ว

3.3) วิธกี ารสรปุ หรือลงท้าย

จบแบบสรุปความ จบแบบฝากให้คดิ จบแบบเปดิ เผยตอน จบแบบชกั ชวนและ จบดว้ ยคาคม สุภาษิต
สาคัญ เรียกร้อง คาพงั เพย
โดยยอ่ เรอ่ื งที่พดู ให้ ผู้พดู ทิง้ ทา้ ยเป็นคาถาม
ผฟู้ งั เขา้ ใจและจดจา เปน็ ปัญหาเกดิ ขน้ึ กับ เมื่อผกู เร่ืองไวต้ ัง้ แต่ เป็นการจบด้วย ถอ้ ยคาเหล่าน้เี ป็น
ง่ายอาจถกู เป็น ผู้ฟงั ให้ผฟู้ ังนาไปคิด ตอนต้นแล้วผฟู้ ังเกดิ ประโยคสน้ั ส้ันแลว้ สัจจะและเปน็ ที่ยอมรับ
ข้อความคล้องจองก็ พจิ ารณาหาทางแก้ไข ความสงสัยตามมา อารมณผ์ ฟู้ ังให้ถงึ สดุ ถา้ ลงทา้ ยด้วย
ได้ ซึ่งอาจมีได้หลาย ๆ ทาง โดยตลอดสุดทา้ ยตอ้ ง ยอดของสนุ ทรพจน์ ถ้อยคาเหล่าน้อี ย่าง
ไม่ตอ้ งใหค้ าตอบชดั เจน ปดิ ฉากการพูดโดย เหมาะสมและกลมกลนื
ตายตัว เปดิ เผยสง่ิ ที่ผ้ฟู ัง กับเน้อื เร่ือง จะทาให้
อยากรู้ท่ีสุดว่าคืออะไร การพดู สุนทรพจน์
ประสบความสาเร็จ
อย่างงดงาม


Click to View FlipBook Version