หมายถึง กระบวนการศึกษาค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ เพื่อน าไปใช้ตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพใน วันข้างหน้า เนื่องจากในปัจจุบันมีอาชีพต่าง ๆ ให้เลือกท ามากมาย เช่น อาชีพค้าขาย บริการ ประกอบธุรกิจต่าง ๆ รับราชการ พนักงานบริษัท รับจ้าง เป็นต้น จึงมี ความจ าเป็น ต้องใช้แนวทางเลือกอาชีพมาพิจารณาเลือกประกอบอาชีพได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมกับตัวเอง ช่องทางในการศึกษาการเลือกอาชีพโดยใช้วิธีการศึกษาจากแหล่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการส ารวจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมหรือ กระบวนการประกอบอาชีพแต่ละอาชีพ 2. ศึกษาจากสื่อมวลชนต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หนังสือจัดหางาน เป็นต้น เพื่อทราบความต้องการของตลาดแรงงานและความเคลื่อนไหวในวงการงานอาชีพ 3. เยี่ยมชมนิทรรศการอาชีพต่าง ๆ จากส่วนราชการและศูนย์การค้า เช่น งาน OTOP (ย่อมาจากค าว่า ONE TAMBON ONE PRODUCT คือ โครงการหนึ่งต าบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นโครงการหนึ่งของรัฐบาลที่สร้างแนวคิดให้แต่ละหมู่บ้านมีผลิตภัณฑ์ หลักเป็นของตัวเอง ที่ใช้วัตถุดิบ หรือทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาท าการพัฒนา จนกลายเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน) ที่จัดตามสถานที่ต่าง ๆ 4. ไปทัศนศึกษาที่สถานประกอบการต่างๆ เพื่อศึกษากิจกรรมการท างาน และ ล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงานจริงทางด้านอาชีพจากแหล่งผลิตโดยตรง เช่น ไปศึกษาการท า ผ้าที่โรงงานทอผ้า เป็นต้น 5. ศึกษาจากรายงานการศึกษาหรือผลงานวิจัยเกี่ยวกับอาชีพใหม่ ๆ เพื่อเป็น ผู้น าในการประกอบอาชีพ หน่วยที่ 2 เรื่อง แนวทางการเลือกอาชีพ ความหมายของแนวทางการเลือกอาชีพ
การเลือกประกอบอาชีพมีความส าคัญต่อการด ารงชีวิตมนุษย์มาก ในสังคม ปัจจุบันมีอาชีพมากมายหลายชนิด เช่น อาชีพนักแสดง นักธุรกิจ และนักวิทยาศาสตร์ อาชีพแต่ละอาชีพก็มีความแตกต่างกันมาก อาชีพบางอย่างก็อาจเหมาะสมกับบุคลิกภาพ ของคนหนึ่ง แต่ก็อาจสอดคล้องกับบุคลิกภาพของอีกคนหนึ่ง การเลือกประกอบอาชีพ ให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ ความสนใจ ความถนัดของแต่ละบุคคลจึงมีความส าคัญมาก คนที่เลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับตนก็ย่อมก่อให้เกิดความเพลิดเพลินและเกิด ความสุขในการท างานและยังมีโอกาสที่จะประสบความส าเร็จในการประกอบอาชีพ มากในทางตรงกันข้าม ถ้าบุคคลประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองแล้วก็จะเกิด ความเบื่อหน่ายในการท างาน ซึ่งการที่จะต้องอดทนต่อการท างานที่น่าเบื่อหน่ายเป็น ระยะเวลานานเช่นนี้อาจท าให้ชีวิตของตนเองไม่มีความสุข การประกอบอาชีพที่ไม่ เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ ความสนใจหรือความถนัด นอกจากมีโอกาส ประสบความส าเร็จในการประกอบอาชีพน้อยแล้ว ยังเป็นการทรมานชีวิตอย่างหนึ่ง อีกด้วย การเลือกประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองยังก่อให้เกิดผลเสียต่อ ประเทศชาติเป็นอันมากอีกด้วย ดังนั้น การประกอบอาชีพเกือบทุกชนิดจะต้องมี การเตรียมตัว คือ การศึกษาเล่าเรียน อาชีพบางอย่างต้องใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียน หลายปี จึงควรจะต้องมีการศึกษาประกอบอาชีพอย่างรอบคอบ ความส าคัญของการเลือกอาชีพ
การเลือกประกอบอาชีพมีความส าคัญต่อการด ารงชีวิตมนุษย์มาก ในสังคม ปัจจุบันมีอาชีพมากมายหลายชนิด เช่น อาชีพนักแสดง นักธุรกิจ และนักวิทยาศาสตร์ อาชีพแต่ละอาชีพก็มีความแตกต่างกันมาก อาชีพบางอย่างก็อาจเหมาะสมกับบุคลิกภาพ ของคนหนึ่ง แต่ก็อาจสอดคล้องกับบุคลิกภาพของอีกคนหนึ่ง การเลือกประกอบอาชีพ ให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ ความสนใจ ความถนัดของแต่ละบุคคลจึงมีความส าคัญมาก คนที่เลือกประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับตนก็ย่อมก่อให้เกิดความเพลิดเพลินและเกิด ความสุขในการท างานและยังมีโอกาสที่จะประสบความส าเร็จในการประกอบอาชีพ มากในทางตรงกันข้าม ถ้าบุคคลประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองแล้วก็จะเกิด ความเบื่อหน่ายในการท างาน ซึ่งการที่จะต้องอดทนต่อการท างานที่น่าเบื่อหน่ายเป็น ระยะเวลานานเช่นนี้อาจท าให้ชีวิตของตนเองไม่มีความสุข การประกอบอาชีพที่ไม่ เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับบุคลิกภาพ ความสนใจหรือความถนัด นอกจากมีโอกาส ประสบความส าเร็จในการประกอบอาชีพน้อยแล้ว ยังเป็นการทรมานชีวิตอย่างหนึ่ง อีกด้วย การเลือกประกอบอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตนเองยังก่อให้เกิดผลเสียต่อ ประเทศชาติเป็นอันมากอีกด้วย ดังนั้น การประกอบอาชีพเกือบทุกชนิดจะต้องมี การเตรียมตัว คือ การศึกษาเล่าเรียน อาชีพบางอย่างต้องใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียน หลายปี จึงควรจะต้องมีการศึกษาประกอบอาชีพอย่างรอบคอบ ประโยชน์ของการเลือกอาชีพ
สิ่งส ำคัญประกำรหนึ่งที่มีผลต่อควำมส ำเร็จในกำรประกอบอำชีพ คือ ควำมพร้อม ของตนเอง ก่อนตัดสินใจเลือกอำชีพต้องส ำรวจควำมพร้อมของตนเองก่อน เพื่อช่วยให้ มีควำมเชื่อมั่นและมั่นใจได้มำกยิ่งขึ้นว่ำอำชีพใดที่เหมำะสมกับตนเองมำกที่สุด โดยส ำรวจ ควำมพร้อมของตนเองในด้ำนต่ำง ๆ ดังนี้ 1. ด้ำนควำมรู้ ควำมสำรถ และควำมถนัด หมำยถึง ควำมรู้ในสำขำที่ต้องกำร ประกอบอำชีพ ควำมสำรถในกำรวิเครำะห์สังเครำะห์งำน โดยสื่อควำมหมำยให้ ผู้อื่นเข้ำใจได้ เรำควรจะพิจำรณำว่ำอำชีพที่จะท ำนั้นต้องใช้ควำมรู้ ควำมสำมำรถ และควำมถนัดในด้ำนใดบ้ำง แล้วพิจำรณำว่ำตนเองมีคุณสมบัติตรงกับอำชีพนั้นหรือไม่ ถ้ำยังขำดจะต้องพัฒนำตนเองหรือศึกษำหำควำมรู้เพิ่มเติม 2. ด้ำนควำมชอบและควำมต้องกำร ควรจะพิจำรณำว่ำตนเองมีควำมชอบและ ควำมต้องกำรประกอบอำชีพใด เพรำะเหตุใด แล้วเลือกอำชีพที่ชอบมำกที่สุดเพรำะจะท ำ ให้มีควำมสุขกับกำรประกอบอำชีพเกิดควำมภูมิใจในอำชีพ และจะประสบผลส ำเร็จใน อำชีพนั้น ๆ ด้วย 3. ด้ำนลักษณะนิสัย บุคคลแต่ละคนจะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่ำงกันและแสดง พฤติกรรมออกมำให้ผู้อื่นเห็นทำงกิริยำท่ำทำง วำจำ สีหน้ำ และน้ ำเสียง ถ้ำเรำรู้จัก ลักษณะนิสัยของตนเอง ก็จะช่วยให้เตรียมตัวเลือกอำชีพได้ง่ำยขึ้น เช่นผู้ประกอบอำชีพ ด้ำนธุรกิจ ควรเป็นผู้ที่กล้ำได้กล้ำเสีย ชอบบุกเบิก มีควำมอดทน มีควำมทันสมัย รู้ควำมต้องกำรของตลำด รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของคู่แข่งขัน ส่วนผู้ประกอบอำชีพบริกำร ควรมีนิสัยชอบดูแลช่วยเหลือผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ดีชอบพบปะกับคนทั่ว ๆ ไป มีควำม สุภำพอ่อนโยน เป็นต้น 4. ด้ำนทักษะในกำรท ำงำน เป็นควำมสำมำรถที่ต้องใช้ในกำรประกอบอำชีพ ต่ำง ๆ เช่นทักษะกำรประกอบอำหำร ทักษะกำรค ำนวณ ทักษะกำรสื่อสำร ถ้ำเรำค้นพบ ทักษะที่มีอยู่ในตัวเรำก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจเลือกอำชีพได้ เช่น เลือกประกอบ อำชีพพ่อครัวเพรำะมีทักษะในกำรประกอบอำหำรเลือกประกอบอำชีพประชำสัมพันธ์ เพรำะมีทักษะในกำรสื่อสำร เป็นต้น การส ารวจตนเอง
เนื่องจากแต่ละบุคคลจะมีจุดเด่นที่ช่วยส่งเสริมการท างานให้ดีขึ้น หากเรารู้จัก และเข้าใจบุคลิกภาพของตนเอง จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม จอห์น แอล ฮอลแลนด์ ผู้คิดทฤษฎีการเลือกประกอบอาชีพได้จ าแนกประเภท อาชีพตามบุคลิกภาพของบุคคลออกเป็น 6 กลุ่ม ซึ่งสามารถน าไปพิจารณาบุคลิกภาพ ของตนเองก่อนตัดสินใจเลือกประเภทอาชีพ ดังนี้ 1. บุคลิกภาพแบบจริงจัง นิยมความจริง (Realistic) เป็นผู้ที่ชอบ กิจกรรมที่ต้องใช้พละก าลัง ชอบงานกลางแจ้ง ชอบท ากิจกรรมกับวัสดุ อุปกรณ์ และ เครื่องมือ เช่น เครื่องจักรกล ขาดทักษะในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หลีกเลี่ยง กิจกรรมที่ต้องสังคมกับบุคคลอื่น และมีระเบียบแบบแผนและยึดถือประเพณี ตัวอย่างอาชีพ 1) ผู้ประกอบอาหาร คือ ผู้ที่ท างานเกี่ยวกับการท าอาหารให้เป็นที่พอใจของ ลูกค้า โดยวางแผนการประกอบอาหาร คิดรายการอาหาร จัดหาหรือสั่งให้จัดหาวัตถุดิบ และเครื่องปรุงอาหาร เตรียมอาหารและประกอบอาหารในธุรกิจร้านอาหารส่วนตัว โรงแรม ภัตตาคาร สถานบริการอาหารทั่วไป และธุรกิจประกอบอาหารส าเร็จรูป จึงต้องมี ใจรักการท าอาหาร ซื่อสัตย์ ขยัน รักความสะอาด เป็นคนใจกว้างสามารถยอมรับ ค าติชมจากลูกค้าได้ สามารถท างานได้ภายใต้ความกดดันตามความต้องการของลูกค้า พยายามเสาะแสวงหาความรู้และประสบการณ์ให้มากขึ้น และเป็นคนมีไหวพริบใน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ 2) ช่างเขียนแบบ คือ ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเขียนรายละเอียดและรูปแบบ ทางด้านเทคนิค จากภาพสเกตซ์ หรือจากบันทึกการแสดงรายการต่าง ๆ เพื่อใช้ใน การก่อสร้างอาคารแต่เพียงบางส่วนหรือทั้งหมด ปฏิบัติงานหลักขั้นพื้นฐานเช่นเดียวกัน กับช่างเขียนแบบทั่วไป แต่ช านาญงานเขียนออกแบบอาคาร จึงต้องเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย และความรับผิดชอบสูง 3) ช่างซ่อมและติดตั้งวางสายไฟ คือ ผู้ที่เดินและซ่อมสายไฟ ติดตั้ง และ ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในบ้าน สถานประกอบการ หรือ โรงงาน โดยท าตามกฎข้อก าหนดทางไฟฟ้า สามารถเลือกชนิดและขนาดของสายไฟฟ้า ความสัมพันธ์ของบุคลิกภาพกับการประกอบอาชีพ
และอุปกรณ์ไฟฟ้า ศึกษารูปแบบหรือรายละเอียดอื่นๆ วางแผนการเดินสายไฟ และติดตั้ง อุปกรณ์ตามแบบการเดินสายไฟแต่ละแบบซึ่งการติดตั้งและวางสายไฟจะต้องค านึงถึง ความปลอดภัยเป็นหลัก จึงต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามกฎของการไฟฟ้าและตามแบบที่ก าหนด ต้องละเอียดรอบคอบ ระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตนเองและบุคคลอื่นมีความ ขยันหมั่นเพียร สามารถท างานกลางแจ้งได้ มีความมั่นใจในตนเอง สามารถแก้ปัญหา เฉพาะหน้าได้ 4) นักบิน คือ ผู้ขับเครื่องบิน ผู้ควบคุมการบินในระหว่างท าการบิน รวมถึง การขับเครื่องบินในการขนส่งผู้โดยสาร ไปรษณียภัณฑ์ หรือสินค้า การขับเครื่องบินเพื่อ วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ท าฝนหลวง ฉีดยาป้องกันแมลง ส ารวจทางอากาศ ถ่ายภาพทาง อากาศ จึงต้องเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบในด้านความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นสูง มีความกล้าหาญ และมีความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่าง ถูกต้องและรวดเร็ว มีความมั่นใจในตนเองสูง ละเอียดรอบคอบ และช่างสังเกต 2. บุคลิกภาพแบบที่ต้องการใช้เชาว์ปัญญา (Investigative) เป็นผู้ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบคิด สังเกต วิเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ชอบ แก้ปัญหา ชอบใฝ่หาความรู้ มีหลักการ ชอบท างานที่สลับซับซ้อน และเก็บตัวไม่ใคร่สนใจ สังคม ตัวอย่างอาชีพ 1) ทันตแพทย์ คือ ผู้ให้การรักษาโรคฟัน ความผิดปกติของฟันและช่องปากด้วย การศัลยกรรมให้ยา และวิธีการรักษาอื่น ๆ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จึงต้องเป็นผู้ที่มีความ ซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน มีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการ ของตนไปหลอกลวงหรือท าลายผู้อื่น ขยัน สนใจในการศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี มีสุขภาพแข็งแรง บุคลิกภาพดี รู้หลักจิตวิทยา คล่องแคล่ว พูดจาเก่ง 2) แพทย์ทั่วไป คือ ผู้ที่ปฏิบัติงานอาชีพเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค สั่งยา ให้การรักษาทางอายุรกรรมและศัลยกรรมในความผิดปกติในร่างกายและจิตใจของมนุษย์ ท าการวิจัยปัญหาทางแพทย์ปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จึงต้องเป็นผู้ที่ขยันสนใจในการศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และ ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่พิการหรือทุพพลภาพ ปราศจากโรค สามารถอุทิศตนยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ที่เดือดร้อนจากการเจ็บป่วย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์ มีความเสียสละที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาลผู้คนในชุมชน ทั่วประเทศ มีมารยาทดี สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ทุกระดับ มีความอดทนอดกลั้น
มีความกล้าหาญ มีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน มีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการของตนไปหลอกลวงหรือท าลายผู้อื่น 3) นักสถิติ คือ ผู้ที่ท างานวิจัยด้านทฤษฎีคณิตศาสตร์และการพิสูจน์อัน ประกอบกันเป็นมูลฐานแห่งสถิติศาสตร์ พัฒนาระเบียบวิธีทางสถิติ ท าการส ารวจและ ตรวจสอบควบคุมการทดลองต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงสถิติ ส าหรับใช้ในงานวิชาการ วิทยาศาสตร์ สังคม การปกครอง งานธุรกิจ และงานอื่น ๆ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จึง ต้องเป็นผู้ที่สามารถวิเคราะห์ปัญหา ตัดสินใจเร็ว มีความสนใจและตื่นตัวในเรื่องทั่วไป ก้าวทันโลก มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ชอบท างานเกี่ยวกับตัวเลข ละเอียด รอบคอบ อดทน ซื่อสัตย์ และมีไหวพริบ 4) ผู้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คือ ผู้ที่มีหน้าที่น าข้อมูลการออกแบบ รายละเอียดของระบบงานจากการวิเคราะห์ระบบโดยผู้วิเคราะห์ระบบงานมาวางแผน และจัดท าแผนภูมิ เขียนเป็นโปรแกรมส าหรับระบบต่างๆ เพื่อประมวลผลด้วยเครื่อง คอมพิวเตอร์ โดยภาษาที่ใช้ในการเขียนจะแตกต่างกันไปตามลักษณะเครื่องระบบ ฐานข้อมูล ท าการทดสอบระบบที่พัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตกลงไว้ และส่งมอบ ให้ผู้วิเคราะห์ระบบงานท าการทดสอบระบบโดยรวมเพื่อหาข้อผิดพลาดและแก้ไขก่อนที่จะ น าไปใช้งานจริง ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จึงต้องเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และซื่อสัตย์ ในอาชีพ ไม่ใช้ความรู้ความสามารถในวิชาชีพนี้ดัดแปลงโปรแกรมหรือข้อมูลเพื่อประโยชน์ ส่วนตัว มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายควรมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเนื่องจาก ต้องท างานในหน่วยงานที่ให้บริการในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ใช้ระบบงาน อาจจะต้องการความช่วยเหลือและค าแนะน าในด้านการใช้งานจึงต้องสามารถชี้แจง ให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานแก่ผู้ใช้ระบบงาน รวมทั้งต้องรับฟังความคิดเห็นหรือ ข้อเสนอแนะจากผู้อื่น 5) นักเศรษฐศาสตร์ คือ ผู้ที่ท าการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และน าหลัก เศรษฐศาสตร์มาใช้ในงานที่เกี่ยวกับที่มาของรายได้ รายจ่าย การพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติ การผลิต การบริโภคสินค้าและบริการ รวมถึงการพัฒนาพัฒนา ทฤษฎีต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เป็นหลัก วางแผนงาน เพื่อส่งเสริม พัฒนา และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การวางแผนด้านการเงิน การคลัง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และแรงงาน ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถในการเจรจาต่อรองและประนีประนอมได้ดี มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีใจกว้าง ยอมรับฟังการติชมจากผู้อื่น ซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อความคิดเห็นของตนเอง เสนอ ข้อคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์รักความเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น และเป็นกลาง
3. บุคลิกภาพแบบมีศิลปะ (Artistic) เป็นผู้ที่ชอบกิจกรรมเกี่ยวกับ นามธรรม เป็นอิสระ รักความงาม มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบใช้ชีวิตและกิจกรรม แบบตามล าพัง ไม่ค่อยควบคุมตัวเอง มักท าตามใจที่ปรารถนา มีความต้องการแสดงออก ถึงลักษณะของตนเอง ชอบทางศิลปะ ไม่ชอบเลียนแบบ มีความคิดริเริ่ม และหลีกเลี่ยง งานประเภทใช้ระเบียบแบบแผน ตัวอย่างอาชีพ 1) นักประชาสัมพันธ์ คือ ผู้ปฏิบัติงานที่ท าหน้าที่เป็นผู้สร้างความนิยม ทัศนคติ ที่ดี และรักษาภาพพจน์ที่ดีขององค์กรต่อสาธารณะชนหรือประชาชนติดต่อประสาน งานและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า พนักงานของบริษัท ผู้ขายหรือผู้จัดส่งสินค้า ให้บริษัท ผู้ถือหุ้น นักลงทุน เจ้าหน้าที่ของรัฐ สาธารณชน หรือชุมชนทั่วไป ผู้ที่จะ ประกอบอาชีพนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดีมากทั้งการพูด อ่าน เขียน ใช้เครื่องมือการสื่อสารได้ทุกชนิด เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถผลิตสื่อโฆษณาได้ รวมทั้งรู้จักใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร ผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ดีต่อบุคคลภายในและภายนอกองค์กร มีปฏิภาณไหวพริบดี สามารถ แก้ไขสถานการณ์ได้ทันทีเมื่อเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารต้องรู้จักสร้างเครือข่าย กับผู้สื่อสาร สื่อสารมวลชน หัวหน้าชุมชน องค์กรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน มีความอดทนและพร้อมที่จะท างานในเวลาใดก็ได้ สามารถเดินทาง ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศตามงานที่ได้รับมอบหมาย แสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม อยู่เสมอ 2) นักออกแบบแฟชั่นหรือนักออกแบบเสื้อผ้า คือ ผู้ปฏิบัติงานที่ท าหน้าที่ สร้างสรรค์การออกแบบสิ่งทอเสื้อผ้า การออกแบบเนื้อผ้าหรือลายผ้าให้สวยงามเหมาะสม กับแฟชั่นแต่ละยุคสมัยรวมทั้งวิธีการตัดเย็บหรือผลิตเสื้อผ้าส าเร็จรูปในทางอุตสาหกรรม ซึ่งมีการพัฒนาเพื่อให้มีการแข่งขันตลาดต่างประเทศได้ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จะต้อง มีความคิดสร้างสรรค์ มีความชอบและรักงานด้านออกแบบ มีมุมมองเรื่องของศิลป์ รักความสวยงาม มีความกระตือรือร้น ช่างสังเกตว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง กล้าคิด กล้าท า และมีความสามารถในการถ่ายทอดความคิดหรือแนวคิดให้ผู้อื่นฟังได้ 3) นักออกแบบเครื่องประดับ คือ ผู้ที่สร้างสรรค์และออกแบบสิ่งที่สวยงาม ให้แก่บุคคลหรือสถานประกอบการ โดยก าหนดวิธีการผลิตเครื่องประกับต่าง ๆ ซึ่งชิ้นงาน แต่ละชิ้นสามารถน าไปสร้างได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม ต้องผลิตได้ง่ายใช้เวลาน้อย และมี การพัฒนาเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จะต้องรัก ความสวยงาม ควรมีพื้นฐานด้านศิลป์พอสมควร มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถ ถ่ายทอดความคิดได้โดยไม่มีขีดจ ากัด สามารถประเมินราคาเบื้องต้นได้เมื่อออกแบบ
และมีเทคนิคการสร้างเครื่องประดับใหม่ ๆ 4) มัณฑนากร คือ ผู้ที่ท างานเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ส านักงาน อาคารที่อยู่อาศัย และบ้านเรือน ให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า ผู้ที่จะ ประกอบอาชีพนี้จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ผลิตผลงานที่ไม่เหมือนใคร มีความละเอียด รอบคอบ มีความสามารถในการรู้จักประยุกต์ใช้วัสดุที่มีในประเทศ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด มีระเบียบวินัย เข้าใจถึงการบริการทางธุรกิจ มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดี ให้ความร่วมมือกับทีมงานดี และมีความสามารถในการประสานงาน มีวิสัยทัศน์ กว้างไกล ปรับปรุงความรู้ความสามารถให้ทันสมัยเหมาะกับยุคปัจจุบัน สามารถออกแบบ ตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนให้ถูกหลักและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เพื่อความปลอดภัย ประหยัด เหมาะสมกับภาวะสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน 4. บุคลิกภาพที่ชอบสมาคมกับบุคคลอื่น (Social) เป็นผู้ที่ชอบ ติดต่อกับคน ชอบสนทนา ชอบให้ความรู้สอนผู้อื่น ชอบแสดงตัว ร่าเริง มีความรับผิดชอบ มีทักษะทางภาษา ต้องการความสนใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมีลักษณะเป็นหญิง ตัวอย่างอาชีพ 1) พยาบาล คือ ผู้ที่ท าหน้าที่ให้การรักษาพยาบาลและดูแลผู้ป่วยทั้งทางกาย และจิตใจ ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทุพพลภาพรักษาและป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ วางแผนและให้บริการด้านพยาบาล และท าหน้าที่ช่วยเหลือแพทย์ในโรงพยาบาลหรือ สถานพยาบาล ซึ่งผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จะต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา มีความรักในเพื่อนมนุษย์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความอดทนอดกลั้น มีความ กล้าในการตัดสินใจ มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และมีความเสียสละที่จะเดินทาง ไปรักษาพยาบาลผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ 2) ครูหรืออาจารย์ คือ ผู้ที่มีหน้าที่ในการสอน อบรมทางด้านวิชาการและ ภาคปฏิบัติ คอยดูแลความประพฤติของนักเรียน มีสติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และ จริยธรรม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เช่น ครูอนุบาล ครูประถมศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา ผู้ที่จะประกอบ อาชีพนี้ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และตระหนักในคุณค่าของอาชีพ มีความสามารถในการถ่ายถอดความรู้ และเนื้อหาวิชาเฉพาะแต่ละสาขา มีความเสียสละ สามารถใช้เหตุผลในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีขั้นตอน มีระเบียบชัดเจน และรัดกุม มีมนุษย์สัมพันธ์ มีโลกทัศน์กว้างไกล เป็นผู้รักงานสอน มีความรักและเมตตาต่อลูกศิษย์ 3) นักสังคมสงเคราะห์ คือ ผู้ที่ท าหน้าที่ช่วยเหลือบุคคลและครอบครัว แก้ปัญหาทางสังคมและปัญหาส่วนตัว อันเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลิกภาพของตน
โดยการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลด้วยกัน และระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม โดยวางแผนงานการให้บริการทางสังคมเพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลใน ชุมชนนั้น รวมทั้งให้ค าปรึกษา แนะน า และให้ความช่วยเหลือในเรื่องสวัสดิการ ตลอดจน จัดหางานอาชีพและปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ที่จะประกอบ อาชีพนี้จึงต้องมีใจรักชอบช่วยเหลือ เป็นคนเปิดกว้าง มองโลกในแง่ดี มีทัศนคติที่ดีต่อ ผู้คนและต่อปัญหา มีความอบอุ่น มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี และเข้ากับชุมชนได้ดี 5. บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าท า (Enterprising) เป็นผู้ที่มี ลักษณะของความเป็นผู้น ามีความคิดริเริ่ม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าโต้แย้ง กล้าได้กล้า เสีย พร้อมที่จะทดลอง มีความเป็นอิสระ มีความสนใจอ านาจ และมีทักษะในการเจรจา ตัวอย่างอาชีพ 1) มัคคุเทศก์ คือ ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการน านักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง เดินทางท่องเที่ยว ทัศนาจรตามสถานที่ต่าง ๆ ตามแผนการทัศนาจร หรือตามโครงการน า เที่ยวของบริษัทจัดการน าเที่ยว หรือตามความต้องการของนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการอธิบายและบรรยายถึงสภาพและสถานที่ท่องเที่ยวส าคัญ ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และเกร็ดความรู้ที่ น่าสนใจ ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ต้องมีความรู้ทั่วไปและเป็นผู้ที่ขวนขวายหาความรู้สม่ าเสมอ รักการเดินทางท่องเที่ยวและงานบริการ ปรับตัวได้แก้ไขปัญหาได้ดีในทุกสถานการณ์ มีความยืดหยุ่นประนีประนอม มีความอบอุ่น โอบอ้อมอารี เป็นที่ไว้วางใจของผู้เดิน ทางร่วมไปด้วย มีความเป็นผู้น า มีความกล้า มีความรอบคอบ ไม่ประมาท มีทัศนคติที่ดี ร่าเริง มีความเสียสละ ซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีความอดทน สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีไหวพริบและปฏิภาณดี มีความคิดสร้างสรรค์ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เป็นนักสื่อสารที่ดี รักการอธิบายและการบรรยายความรู้ต่าง ๆ เป็นนักจัดเก็บข้อมูลที่ดี ทั้งข้อมูล การท่องเที่ยว ความนิยมของลูกค้า และรายชื่อของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว 2) ทนายความ คือ ผู้ที่ท างานเกี่ยวกับกฎหมาย ให้ค าปรึกษาทางกฎหมาย และให้บริการทางกฎหมายอื่น ๆ รวมถึงการปฏิบัติงานทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมาย เช่น การให้ ค าปรึกษาทางกฎหมาย การจัดท าเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย การว่าความคดีอาญาและคดี แพ่ง ให้ค าแนะน าแก่ลูกค้าความเกี่ยวกับปัญหาบุคคลและธุรกิจในแง่ของกฎหมาย และท าหน้าที่แทนลูกความในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกฎหมายด าเนินการฟ้องผู้ต้องหาต่อ ศาลในนามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง ทนายความเป็นอาชีพหนึ่งของนักกฎหมายที่
เป็นองค์ประกอบส าคัญของกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จะต้องมีความ ยุติธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่ และไม่ใช้ความรู้ในเชิงเอาเปรียบหรือท าให้ผู้อื่น เสียหาย 3) ผู้จัดการฝ่ายบุคคล คือ ผู้ที่ท าหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การสรร หาบุคลากร การจัดจ้างบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การเลื่อนขั้น การจัดสวัสดิการ การจ่ายเงินเดือน เงินชดเชย หรือบ าเหน็จบ านาญ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงาน บุคคลในองค์กร ปรับเปลี่ยนระบบการบริหารขององค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรวมของ องค์กร ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จึงต้องมีความเป็นผู้น า เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนร่วม องค์กร สามารถจูงใจพนักงานให้อุทิศและทุ่มเทการท างานให้องค์กรได้ มีความเชื่อมั่น ในตนเอง กล้ากระจายอ านาจและวินิจฉัยสั่งการ มีความรับผิดชอบ มีความรอบคอบ และ มีความยุติธรรมในการพิจารณาและวินิจฉัยสั่งการการปฏิบัติงานของบุคคลกรในองค์กร 6. บุคลิกภาพที่ท าตามระเบียบแบบแผน (Conventional) เป็นผู้ที่ชอบกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษา ยึดประเพณี ชอบท าตาม ระเบียบแบบแผนมากกกว่าการริเริ่มด้วยตนเอง เป็นพวกวัตถุนิยมและเจ้าระเบียบ ไม่ยืดหยุ่น และชอบการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเป็นผู้ตาม ตัวอย่างอาชีพ 1) พนักงานบัญชี คือ ผู้ที่ท างานเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมรายการรายรับและ รายจ่ายของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดท าเป็นรายงานตามระบบและระเบียบ ของการท าบัญชี จัดท าบัญชีด้วยตนเองหรือร่วมท างานกับผู้อื่น ก ากับดูแลการท างานบัญชี ของเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบความถูกต้องและน าเสนอผู้มีหน้าที่ความรับผิดชอบตามล าดับ จัดท างบดุลประจ าปี ท าหน้าที่ในการรับและการจ่ายเงินตามที่ได้รับมอบหมาย ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ต้องมีความซื่อสัตย์ในหน้าที่เนื่องจากท างานเกี่ยวกับการเงิน มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพในการน าเสนอข้อมูลทางบัญชีที่เชื่อถือได้ ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประโยชน์อย่างแท้จริงในการตัดสินใจ มีความรอบคอบ มีวิจารณญาณ เพื่อพิจารณา หาหลักปฏิบัติที่เหมาะสมและส่งผลกระทบในด้านลบให้น้อยที่สุดแก่หน่วยงานหรือองค์กร ที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบในการพัฒนาตนเอง และให้ความร่วมมือในการพัฒนาวิชาชีพและ สังคม 2) เลขานุการ คือ ผู้ที่ท าหน้าที่อ านวยความสะดวกให้แก่ผู้บริหารขององค์กร ในการบริหารจัดการองค์กรให้บรรลุผลส าเร็จตามนโยบายและเป้าหมายขององค์กร ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการให้เป็นไปด้วยความราบรื่น
เช่น การจัดตารางนัดหมายให้ผู้บริหาร แจ้งให้ผู้บริหารทราบถึงก าหนดการนัดหมาย ล่วงหน้า ติดต่อสอบถามงานทางโทรศัพท์หรือทางอินเทอร์เน็ต บันทึกผลการประชุม เขียนจดหมายโต้ตอบทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบอาชีพนี้ ต้องเป็นผู้มีบุคลิกภาพและอุปนิสัยดี มีกาลเทศะและมีปฏิภาณไหวพริบดี คล่องแคล่ว มีความรับผิดชอบงานดีมาก อดทน ท างานภายใต้สภาพความกดดันสูงได้ มีมนุษย์สัมพันธ์ ดี เป็นผู้อุทิศเวลาให้แก่การท างาน สามารถใช้อุปกรณ์ส านักงานที่จ าเป็นต่องานและ สามารถใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมต่าง ๆ ได้ สามารถให้ค าปรึกษาแนะน าแก่ ผู้บังคับบัญชา ตลอดจนการแก้ปัญหาและอุปสรรคของงานในความรับผิดชอบของ ผู้บังคับบัญชา เก็บความลับของผู้บังคับบัญชาและองค์กร มีความสามารถในการต้อนรับ ผู้มาติดต่อเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้บังคับบัญชาและองค์กร และมีความสามารถใน การประชาสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของผู้บังคับบัญชาและองค์กร
อาชีพแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นอาชีพอิสระหรืออาชีพรับจ้างต่างก็มีความแตกต่าง กัน ทั้งในด้านคุณลักษณะของผู้ประกอบการ เช่น ความรู้ ความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนแนวทางการพัฒนาอาชีพนั้น ๆ การศึกษารายละเอียดของอาชีพจะท าให้ เราเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพมากขึ้นโดยมีแนวทางในการปฏิบัติดังนี้ 1. การศึกษาอาชีพอิสระ ควรศึกษาในเรื่องต่อไปนี้ 1.1 ประวัติส่วนตัวของผู้ประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบคุณลักษณะที่ส าคัญและ จ าเป็นส าหรับ การประกอบอาชีพ 1.2 ระยะเวลาของการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงภาวะและความมั่นคง ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต 1.3 จุดเริ่มต้นที่เป็นเหตุจูงใจในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงเหตุผล ที่มาของการตัดสินใจประกอบอาชีพนั้น ๆ 1.4 การเตรียมตัวก่อนการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการเตรียม ความพร้อมด้านต่าง ๆ 1.5 การด าเนินงาน เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนของการด าเนินงาน 1.6 การเสริมสร้างความมั่งคงในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงแนว ทางการพัฒนาอาชีพ 1.7 ปัญหาในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นตลอดจน แนวทางการแก้ปัญหา 1.8 ความคาดหวังในอนาคต เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการพัฒนากิจการให้ เจริญเติบโตต่อไป 2. การศึกษาอาชีพรับจ้าง ควรศึกษาในเรื่องต่อไปนี้ 2.1 ประวัติส่วนตัวของผู้ประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบคุณลักษณะส าคัญ และจ าเป็นส าหรับการประกอบอาชีพ 2.2 ความรับผิดชอบในงานที่ท า เพื่อให้ทราบถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของ งานนั้นๆ 2.3 นายจ้าง เพื่อให้ทราบถึงความต้องการ จุดประสงค์ ตลอดจนลักษณะนิสัย ใจคอ การศึกษาอาชีพ
2.4 จุดเริ่มต้นที่เป็นเหตุจูงใจในการประกอบอาชีพ เพื่อให้ทราบถึงเหตุผลและ ที่มาของการตัดสินใจประกอบอาชีพ 2.5 ระยะเวลาของการท างาน เพื่อให้ทราบถึงภาวะและความมั่นคงตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต 2.6 รายได้ หรือสวัสดิการ เพื่อให้ทราบถึงความมั่นคง การเอาใจใส่ดูแล และความยุติธรรมที่จะได้รับ 2.7 ความคาดหวังในอนาคต เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาตนเองให้ตรง กับความต้องการของนายจ้าง และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ การศึกษาข้อมูลท าให้เรารู้รายละเอียดในอาชีพต่างๆ จากผู้ที่ประกอบอาชีพนั้น ๆ อยู่ก่อนแล้ว เพื่อจะน าข้อมูลที่เป็นความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นมาประกอบการ พิจารณา และเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพของตนเองต่อไป
กระบวนการตัดสินใจ หมายถึง กระบวนการหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจาก ทางเลือกหลาย ๆ ทางที่ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นทางเลือกที่สามารถท าให้บรรลุตาม เป้าหมายที่ก าหนดไว้ การตัดสินใจที่ดีจึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์และเวลา ที่มีให้ ซึ่งการตัดสินใจแต่ละเรื่องจะใช้เวลาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าการตัดสินใจในครั้งนั้น มีผลกระทบต่อการด ารงชีวิตของเรามากน้อยเพียงใด ความรู้และประสบการณ์ที่จะ น ามาใช้ในการตัดสินใจมีมากหรือน้อย ขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจ เป็นขั้นตอนที่ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย ๆ หลาย กิจกรรมที่ต้องท าต่อเนื่องกัน ในแต่ละกิจกรรมมีการท างานเป็นขั้นตอนตามล าดับอย่าง มีระเบียบ ขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจจึงเป็นส่วนส าคัญที่ท าให้เราตัดสินใจในเรื่องใด เรื่องหนึ่งได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งขึ้นตอนของกระบวนการตัดสินใจประกอบ ด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ แผนผังแสดงขั้นตอนของกระบวนการตัดสินใจ กระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพ ขั้นตอนที่ 1 การระบุและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและทางเลือก ขั้นตอนที่ 3 การประเมินทางเลือก ขั้นตอนที่ 4 การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด ขั้นตอนที่ 5 การน าทางเลือกไปปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 6 การติดตามผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับ
ขั้นตอนที่ 1 การระบุและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ในการที่จะตัดสินใจเรื่องใดก็ตาม สิ่งที่ส าคัญคือผู้ตัดสินใจจะต้องมีความชัดเจน ก่อนว่าตนเองก าลังจะตัดสินใจเรื่องหรือปัญหาใด ค าว่า ปัญหา ในที่นี้จะหมายถึง สิ่งที่ ต้องการหาค าตอบและผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร ขั้นนี้จึงมีความส าคัญมากเพราะผู้ ตัดสินใจจะต้องเข้าใจเรื่องหรือปัญหา รู้จักเป้าหมายและข้อจ ากัดของเรื่องที่จะตัดสินใจ เป็นอย่างดี สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ แจกแจงได้ว่า เรื่องหรือปัญหานั้นเกี่ยวข้อง กับอะไรบ้าง อาจเกี่ยวกับความต้องการ ความสนใจ ค่านิยมของตัวเรา หรืสภาพแวดล้อม ของสังคมที่ท าให้เกิดปัญหาที่ต้องตัดสินใจ ตัวอย่าง นาย ก ต้องการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายใน ชีวิตประจ าวัน ดังนั้น ความต้องการของนาย ก คือ การตัดสินใจว่าจะเลือกประกอบอาชีพ อะไร ขั้นตอนที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและทางเลือก เป็นขั้นตอนการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องหรือปัญหาที่จะต้องตัดสินใจ ซึ่งผู้ตัดสินใจจะต้องหาข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของปัญหาให้มากที่สุด ข้อมูล ที่ได้มาจะท าให้เห็นแนวทางในการตัดสินใจแก้ปัญหาและแหล่งที่มาของข้อมูล ผู้ตัดสินใจ จะต้องตระหนักอยู่เสมอว่าปัญหาแต่ละปัญหามีวิธีการแก้ไขได้หลายวิธี จึงจ าเป็นต้อง แสวงหาทางเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ตัวอย่าง เมื่อแสวงหาข้อมูลและทางเลือกเกี่ยวกับการประกอบอาชีพแล้ว นาย ก พบว่าตนเองอาจจะเลือกประกอบอาชีพรับจ้างหรืออาชีพอิสระ นาย ก จึงเริ่มเก็บรวบรวม ข้อมูลและทางเลือกแต่ละทางจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น ผู้ที่ประสบความส าเร็จใน การประกอบอาชีพรับจ้างและอาชีพของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขั้นตอนที่ 3 การประเมินทางเลือก ขั้นตอนนี้เป็นการประเมินความส าคัญของทางเลือกต่าง ๆ ที่แสวงหามาได้ทั้งหมด โดยพิจารณาจัดล าดับความส าคัญในแง่ที่ว่าจะสามารถน าทางเลือกไปใช้แก้ปัญหาได้ เพียงใด หรือทางเลือกใดจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด โดยการเปรียบเทียบข้อดี และข้อเสียของแต่ละทางเลือก ตัวอย่าง เมื่อนาย ก รวบรวมข้อมูลการประกอบอาชีพอิสระและอาชีพรับจ้างแล้ว จึงน าข้อมูลมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียดังนี้
ประเภทของ อาชีพ ข้อดี ข้อเสีย อาชีพอิสระ เป็นเจ้านายของตนเอง สามารถ ใช้ความรู้ความสามารถที่ถนัดได้ อย่างเต็มที่ และมีโอกาสสร้าง รายได้มากกว่า ถ้าขาดความรู้และ ประสบการณ์อาจประสบ กับปัญหาการขาดทุน อาชีพรับจ้าง รับเงินเดือนเป็นผลตอบแทน ตายตัวไม่ว่ากิจการนั้นจะมีก าไร มากหรือน้อย ไม่ต้องรับผิดชอบใน ภาระ หนี้สินของธุรกิจเพราะเป็น ลูกจ้าง ขาดอิสระในการท างาน เพราะ ต้องรอรับค าสั่งและปฏิบัติตาม ค าสั่งของผู้บริหารที่สั่งการ ขั้นตอนที่ 4 การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อน าทางเลือกแต่ละทางเลือกมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียแล้วควรไตร่ตรองให้ รอบคอบอีกครั้งหนึ่งว่า ทางเลือกใดมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย ทางเลือกใดมีความเหมาะสม กับทรัพยากรที่เรามีอยู่ในขณะนั้น แล้วตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีและเหมาะสมกับตนเอง มากที่สุด ตัวอย่าง เมื่อเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียแล้ว นาย ก เลือกประกอบอาชีพอิสระ เพราะเป็นอาชีพที่เป็นเจ้านายของตนเอง สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่ถนัดได้อย่าง เต็มที่ และมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่าอาชีพรับจ้าง แต่ต้องเตรียมความพร้อมของตนเอง ให้พร้อมในทุก ๆ ด้าน ขั้นตอนที่ 5 การน าทางเลือกไปปฏิบัติ เมื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วยังไม่อาจจะบอกได้ว่าการตัดสินใจนั้น ๆ ดีที่สุดหรือถูกต้องที่สุดหรือไม่ จนกว่าจะน าทางเลือกดังกล่าวมาปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผล ตัวอย่าง เมื่อนาย ก ตัดสินใจที่จะประกอบอาชีพอิสระแล้วก็จะต้องเตรียมความ พร้อมและน าทางเลือกที่เลือกไว้ไปปฏิบัติจริงโดยการประกอบอาชีพอิสระ ขั้นตอนที่ 6 การติดตามผลและการให้ข้อมูลย้อนกลับ เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจนั้นน าไปสู่การแก้ปัญหาพร้อมกับ ให้ข้อมูลย้อนกลับท าให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีการปรับเปลี่ยนการตัดสินใจให้ เหมาะสม และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันกับสถานการณ์ ถ้าทางเลือกนั้น
สามารถแก้ไขปัญหาได้ส าเร็จลุล่วงตามที่ต้องการ ก็ถือว่าการตัดสินใจนั้นถูกวิธี ในทาง ตรงกันข้าม หากทางเลือกนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตามที่ต้องการ ก็จะต้องมี การทบทวนการตัดสินใจใหม่อีกครั้งจนกว่าจะได้ทางเลือกที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่า กระบวนการตัดสินใจสามารถน ามาประยุกต์ใช้เพื่อการตัดสินใจ เกี่ยวกับเรื่องหรือปัญหาในชีวิตประจ าวันได้ทุกเรื่อง เราควรฝึกใช้กระบวนการตัดสินใจเมื่อ เกิดปัญหาต่าง ๆ โดยแก้ปัญหาด้วยการท าตามขั้นตอนของกระบวนการตัดสินใจ เมื่อเรา ฝึกเป็นประจ าก็จะท าให้เกิดเป็นนิสัย จะช่วยให้เรามีความมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น และมีความรู้สึกว่าการตัดสินใจแม้จะเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนเพียงใดเราก็จะสามารถ แก้ปัญหาดังกล่าวได้ง่ายขึ้น