รายวิชาวทิ ยาศาสตร์
รหสั วิชา ว21101
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เรื่อง
การแพรแ่ ละออสโมซสิ
นางสุกัญญา เรอื งสวัสดิ์
ครผู สู้ อน
โรงเรียนเทศบาลวดั โพธิ์
สังกัดเทศบาลเมอื งชลบุรี จังหวดั ชลบรุ ี
วสั ดุ อปุ กรณ์
1. บีกเกอร์
2. ช้อนตักสาร
3. น้า
4. ดา่ งทับทิม
(โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต)
1. ใสน่ ้า 200 ลบ.ซม. ลงในบกี เกอร์
2. ใช้ชอ้ นตกั เกลด็ ดา่ งทบั ทมิ 4 – 5 เกลด็
หยอ่ นลงในน้า แลว้ สงั เกตการเปล่ยี นแปลง
ภายในเวลา 5 นาที
เวลา (นาท)ี ผลการสงั เกต
เริ่มทดลอง ด่างทับทมิ จะไปอย่ทู ่กี น้ บกี เกอร์
ดา่ งทับทมิ จะเคลอื่ นท่ีจากดา้ นล่าง
1 ขนึ้ มาดา้ นบน ท้าใหน้ า้ เร่มิ
กลายเป็นสีม่วง
2 น้ามีสมี ่วงเพิ่มมากขึ้นจากนาทีที่ 1
3 น้ามีสีมว่ งเพิ่มมากขึ้นจากนาทที ี่ 2
4 น้ามสี ีมว่ งเพิม่ มากข้นึ จากนาทีท่ี 3
5 นา้ มสี มี ว่ งเพม่ิ มากขึ้นจากนาทที ี่ 4
เมอ่ื หย่อนดา่ งทบั ทิมลงในบกี เกอร์ ด่างทับทมิ
จะอยทู่ ี่กน้ บีกเกอร์ จากนน้ั จะค่อยๆ เคลอ่ื นที่จาก
บริเวณทีม่ คี วามเข้มขน้ สูงไปยังบริเวณที่มคี วาม
เขม้ ข้นตา่้ และกลายเป็นสมี ว่ งทั้งบกี เกอร์
การแพร่ คือ การกระจายของอนภุ าค
ของสาร จากทท่ี มี่ ีความเข้มขน้ ของอนภุ าค
ของสารมาก ไปสู่ท่ซี ึง่ มีความเข้มขน้ ของ
อนภุ าคของสารน้อย จนกระทงั่ อนุภาคของ
สารทัง้ สองบรเิ วณมคี วามเขม้ ข้นเทา่ กัน
โดยการกระจายของอนภุ าคของสารมีทิศทาง
ที่ไม่แนน่ อน
1. ความเขม้ ขน้ ของสาร บรเิ วณที่มีความเขม้ ขน้ ของ
สารแตกตา่ งกนั มาก การแพรจ่ ะเกิดได้เร็ว
2. ขนาดของอนภุ าค สารท่ีมขี นาดอนุภาค
เล็ก จะเคล่อื นทีไ่ ดด้ ี การแพร่จึงเกิดขึน้ ไดเ้ ร็ว
3. อุณหภมู ิ บริเวณที่มอี ณุ หภูมสิ ูง อนภุ าคของสาร
จะเคล่ือนท่ีได้เร็ว มพี ลังงานจลนเ์ พิ่มขนึ้ การแพร่จึง
เกดิ ขน้ึ ไดเ้ ร็ว
4. ความดนั ถ้ามคี วามดนั มากจะชว่ ยให้
การแพร่เกดิ ข้ึนไดเ้ รว็ ขนึ้
5. สถานะสสาร สสารที่มีสถานะแกส๊ อนุภาคเปน็
อสิ ระ มแี รงยดึ เหนยี่ วน้อย จะเกิดการแพรไ่ ด้เรว็ กวา่
รองลงไปคือ สถานะของเหลว และของแขง็
6. ตัวกลาง ตวั กลางทีม่ ีความหนดื สูงจะเกิด
การแพร่ได้ช้าหรือถา้ ตวั กลางท่มี ีอนภุ าคอนื่ เจอื
ปนกท็ า้ ใหก้ ารแพรเ่ กิดได้ชา้
7. ความสามารถในการละลายของสาร สารทมี่ ี
ความสามารถละลายไดด้ ี การแพรจ่ ะเกิดไดเ้ รว็
กว่า
ตัวอย่างการแพร่ทพี่ บเหน็
ในชวี ติ ประจ้าวนั
• การแพรข่ องน้าตาลในน้า
• การแพร่ของสีน้าในนา้
• การแพรข่ องแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
ในอากาศ
• กล่นิ ของควันธปู
• กล่นิ ของอาหาร
• อ่นื ๆ
• แกส๊ ออกซิเจนท่อี ยูใ่ นดนิ จะแพรเ่ ข้าสูเ่ ซลล์
ขนรากโดยวิธกี ารแพร่
• แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์แพรผ่ ่านทางปากใบ
ของพืชเข้าสู่เซลล์
• ธาตอุ าหารในดนิ จะแพรเ่ ขา้ ส่เู ซลล์ขนราก
โดยวิธกี ารแพร่
วสั ดุ อปุ กรณ์
1. เซลโลเฟน
2. น้า
3. บีกเกอร์ ขนาด 100 ลบ.ซม.
4. สารละลายน้าตาลทรายความเข้มขน้ 20%
5. หลอดแกว้ ขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 0.5 ซม.
ยาว 20 ซม.
6. ปากกาสา้ หรบั ท้าเครอ่ื งหมายบนหลอดแกว้
7. ยางสา้ หรบั รัดถงุ เซลโลเฟน
8. ขาตัง้ พร้อมทีห่ นีบ
1. น้าเซลโลเฟนชุบน้าใหเ้ ปยี ก แลว้ บุลงในบกี เกอรเ์ ปล่า
จากนน้ั น้าสารละลายน้าตาลทราย ปริมาตร 30 cc
เทลงในเซลโลเฟนท่อี ยู่ในบีกเกอร์
2. นา้ หลอดแก้วจ่มุ ลงในสารละลายนา้ ตาลทรายแลว้
รวบขอบแตล่ ะด้านของเซลโลเฟนเขา้ ด้วยกันให้เปน็ ถงุ ใช้
ยางรดั ปากถงุ ใหแ้ นน่
3. ใช้ยางรัดปากถุงติดกับหลอดแกว้ ให้แนน่ โดย
พยายามอยา่ ใหม้ ีฟองอากาศในหลอดแกว้ และในถงุ
เซลโลเฟน
4. ยดึ หลอดแก้วกบั ขาต้ังใหต้ ้งั ตรง จากน้นั ทา้
เครื่องหมายแสดงระดบั สารละลายน้าตาลทรายใน
หลอดแกว้
5. ใสน่ ้าลงในบกี เกอรใ์ หร้ ะดบั น้าในบกี เกอรอ์ ยใู่ ต้ยาง
ทร่ี ดั ปากถงุ เลก็ นอ้ ย
6. สังเกตและบันทกึ ผลการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 2 นาที
เป็นเวลา 10 นาที
เวลาทผ่ี า่ นไป ความสงู ของระดับของเหลวใน
(นาท)ี หลอดแกว้ (เซนตเิ มตร)
2 1
4 1.8
6 2.3
8 3.1
10 4.2
ระดบั ของเหลวในหลอดแก้วเพม่ิ สูงขึน้
เนื่องจากอนภุ าคของน้าในบีกเกอรแ์ พรเ่ ขา้
ไปภายในถุงเซลโลเฟน ขณะท่ีอนุภาคของ
นา้ ตาลทรายไมส่ ามารถแพร่ออกมาจากถุง
เซลโลเฟนได้
ออสโมซิส คือ การแพร่ของน้าผา่ น
เย่อื เลือกผา่ นจากบริเวณทีม่ คี วามเขม้ ขน้
ของสารละลายตา้่ ไปยงั บริเวณทีม่ ีความ
เข้มข้นของสารละลายสูงกวา่
เยอ่ื เลือกผา่ น คือ เยือ่ บางๆ
ท่ียอมให้สารบางอยา่ งผา่ น
เข้า - ออกได้
1. ความเขม้ ขน้ ของสาร ถา้ ความเขม้ ข้นของสาร
แตกต่างกันมาก การออสโมซิลจะเกดิ ไดด้ ี
2. อณุ หภมู ิ ถ้าอณุ หภมู สิ ูงกระบวนการ
ออสโมซิสจะเกิดได้ดี
3. ขนาดของอนภุ าค อนภุ าคทีม่ ีขนาดเลก็ จะเกดิ
การออสโมซิสไดด้ ี
4. สมบตั ขิ องเยอ่ื กน้ั เยอ่ื กั้นบางชนิดจะยอม
ใหส้ ารผา่ นได้ การออสโมซิสจงึ เกิดขน้ึ ไดด้ ี
• การแช่ผกั ในนา้
• การปกั ดอกไมใ้ นแจกัน
• การหบุ ของตน้ ไมยราบ
• การเห่ยี วของตน้ พชื
• การพองของเย่ือช้นั ในของไขเ่ มื่อแชใ่ นน้า
การออสโมซสิ ในพชื
พืช จะดูดน้าเข้าสเู่ ซลลข์ นรากด้วย
กระบวนการออสโมซิส โดยผา่ นเยอื่ หมุ้
เซลล์ ซงึ่ ท้าหน้าที่เปน็ เยือ่ เลือกผ่าน
เพราะบริเวณรอบๆ รากจะมปี ริมาณนา้
มากกว่าในเซลล์ขนราก และจะออสโมซิสไป
ยงั เซลลข์ ้างเคยี งต่อๆ ไปจนถึงเน้อื เยอ่ื
ล้าเลียงนา้
แบ่งออกเปน็ 3 รูปแบบ คือ
1. สารละลายที่มคี วามเข้มขน้ น้อยกวา่ เซลล์
(Hypotonic solution)
2. สารละลายที่มีความเข้มขน้ มากกว่าเซลล์
(Hypertonic solution)
3. สารละลายทม่ี คี วามเข้มขน้ เทา่ กบั เซลล์
(Isotonic solution)
จบบทเรยี นแลว้ นะคะ
ไว้พบกันใหมใ่ น
บทเรยี นต่อไปนะคะ